สรุปแล้วโลกเรามีกี่ทวีปกันแน่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
732 คำ 215 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอตรวจนิยามทวีปจากวัฒนธรรม การเชื่อมต่อของผืนดิน ขนาด และแผ่นธรณีภาค เพื่อชี้ว่าทำไมจำนวนจึงต่างกันและการใช้ทั่วไปไม่มีคำตอบเดียว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. not to be confused with — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: แยก Eurasia ที่เป็นผืนดินจริงจากรัฐสมมติของออร์เวลล์ และไม่สับสนแนวคิดที่ชื่อคล้ายกัน 2. if it weren't for — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้เงื่อนไขตรงข้ามความจริงระบุอุปสรรคจริงต่อผลลัพธ์สมมติ ซึ่งในที่นี้คือป่าที่ขวางการเดินข้ามอเมริกา 3. hinged mostly on — กริยาวลี: บอกว่าการถกเถียงขึ้นอยู่กับประเด็นชี้ขาดเป็นหลัก โดยเชื่อมการจัดประเภทดาวพลูโตกับขนาดของทวีป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

How many continents are there?

0:01

ทวีปมีทั้งหมดกี่ทวีปกันแน่?

If you grew up in the English-speaking world, ไวยากรณ์

0:03

ถ้าคุณโตมาในโลกที่พูดภาษาอังกฤษ

you might think that the answer is obvious.

0:04

คุณอาจจะคิดว่าคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว

ไวยากรณ์

If you grew up ... you might: ภูมิหลังและความเป็นไปได้

If you grew up ใช้เปิดเงื่อนไขที่อิงกับสภาพแวดล้อมในวัยเด็กของคนคนหนึ่ง ในที่นี้ grew up หมายถึงการใช้ชีวิตวัยเด็กและเติบโตในบริบททางวัฒนธรรมหนึ่ง ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ครั้งเดียวที่จบไปแล้ว อนุประโยคหลัก you might think บอกผลที่อาจเกิดจากภูมิหลังนั้น คำว่า might ทำให้ความสัมพันธ์นี้ไม่แน่นอน กล่าวคือ ภูมิหลังอาจมีอิทธิพลต่อความคิดเห็น แต่ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะคิดแบบนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมโยงภูมิหลังในวัยเด็กกับความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น แทนที่จะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นแน่นอน

  1. If you grew up around dogs, you will always feel comfortable with them.
  2. You might have grown up around dogs, so you definitely feel comfortable with them.
  3. If you grew up around dogs, you might feel comfortable with them.
ดูคำตอบ

If you grew up around dogs, you might feel comfortable with them.

1 2 3 4 5 6 7.

0:06

1 2 3 4 5 6 7

But not everyone counts continents the same way. ไวยากรณ์

0:08

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะนับจำนวนทวีปเหมือนกัน

ไวยากรณ์

not everyone: การปฏิเสธบางส่วน

Not everyone เป็นการปฏิเสธบางส่วน โดยปฏิเสธแนวคิดที่ว่าข้อความหนึ่งเป็นจริงกับสมาชิกทุกคนในกลุ่ม ในประโยคนี้ ผู้คนไม่ได้ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมดในการนับทวีป อย่างน้อยหนึ่งคนหรือหนึ่งกลุ่มใช้ระบบที่ต่างออกไป ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครนับทวีปด้วยวิธีเดียวกันเลย โครงสร้าง not everyone + คำกริยาเปิดโอกาสให้บางคนทำสิ่งนั้นและบางคนไม่ทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธข้อความที่ว่าแขกทุกคนอยู่จนจบ โดยไม่ได้บอกว่าจำนวนแขกที่อยู่ต่อเป็นศูนย์

  1. Not everyone stayed until the end.
  2. Everyone stayed until the end.
  3. No one stayed until the end.
ดูคำตอบ

Not everyone stayed until the end.

The usual definition,

0:10

คำจำกัดความทั่วไป

that they're large landmasses separated from others by oceans,

0:11

ที่ว่าทวีปคือแผ่นดินขนาดใหญ่ที่ถูกแยกจากแผ่นดินอื่นด้วยมหาสมุทร

is fine until you actually start to think about it. ลำดับความ

0:14

มันก็ฟังดูดีจนกระทั่งคุณเริ่มลองคิดตามจริงๆ

ลำดับความ

is fine until ...: ข้อสรุปที่ตอนแรกดูยอมรับได้ แต่ภายหลังใช้ไม่ได้

ในประโยคนี้ is fine หมายถึง “ดูพอใช้ได้หรือดูเหมือนจะใช้การได้” ไม่ใช่ “ยอดเยี่ยม” ตอนแรกคำนิยามนี้ดูมีประโยชน์ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย until ชี้จุดที่การประเมินครั้งแรกเริ่มใช้ไม่ได้ เมื่อคิดอย่างรอบคอบก็จะเห็นจุดอ่อน โครงสร้างนี้เสนอแนวคิดที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงหันไปยังการตรวจสอบที่เผยข้อจำกัดของแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

“The plan is fine until you look at the cost” สื่อความหมายใด?

  1. ตอนแรกแผนนี้ดูเหมือนใช้การได้ แต่เมื่อตรวจสอบค่าใช้จ่ายก็พบปัญหา
  2. แผนนี้จะใช้การได้ก็ต่อเมื่อมีคนตรวจสอบค่าใช้จ่ายแล้วเท่านั้น
  3. แผนนี้ยอดเยี่ยม และค่าใช้จ่ายก็ยืนยันเรื่องนั้น
ดูคำตอบ

ตอนแรกแผนนี้ดูเหมือนใช้การได้ แต่เมื่อตรวจสอบค่าใช้จ่ายก็พบปัญหา

And then you run into problems. กริยาวลี

0:16

แล้วคุณก็จะเจอกับปัญหา

กริยาวลี

run into problems: พบกับความยากลำบากที่ไม่คาดคิด

ในที่นี้ run into problems หมายถึง “พบกับความยากลำบาก” ซึ่งมักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดระหว่างการตรวจสอบหรือพยายามทำบางอย่าง run into ทำหน้าที่เป็นกริยาวลี และ problems เป็นกรรมของมัน ความหมายนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการวิ่งจริง ๆ วลีนี้บอกว่ามีความยากลำบากเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ run into problems: After we tested the new app, we ____ with the login screen.

ดูคำตอบ

ran into problems

Problems like this.

0:17

ปัญหาแบบนี้ไง

Here's Europe,

0:19

นี่คือยุโรป

here's Asia,

0:19

นี่คือเอเชีย

and you'll notice a lack of ocean between them. วลี

0:20

และคุณจะสังเกตเห็นว่าไม่มีมหาสมุทรคั่นกลางระหว่างสองทวีปนี้

วลี

notice a lack of + คำนาม

notice a lack of + คำนาม หมายถึงสังเกตพบว่าบางสิ่งขาดหายไปหรือมีไม่เพียงพอ ในประโยคนี้ a lack of ocean หมายความว่าไม่มีมหาสมุทรคั่นระหว่างยุโรปกับเอเชีย ในโครงสร้างนี้ lack เป็นคำนามในวลี a lack of และ of ใช้นำสิ่งที่ขาดไป สำนวนนี้เหมาะกับการนำเสนอความขาดแคลนว่าเป็นสิ่งที่สังเกตพบ แทนการกล่าวยืนยันตรง ๆ เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “สังเกตพบการขาดหายหรือความไม่เพียงพอ” ลงในประโยค: After checking the file, you'll ____ supporting evidence.

ดูคำตอบ

notice a lack of

Then why are they two different continents?

0:22

แล้วทำไมถึงถือว่าเป็นสองทวีปที่แตกต่างกันล่ะ?

The usual reason for the split is a cultural one, ไวยากรณ์

0:24

เหตุผลทั่วไปสำหรับการแบ่งก็คือเหตุผลทางวัฒนธรรม

ไวยากรณ์

โครงสร้าง The usual reason for ... is ...

โครงสร้าง The usual reason for + นามวลี + is + คำอธิบาย ใช้ระบุปรากฏการณ์ก่อน แล้วจึงบอกสาเหตุที่มักเกิดขึ้น ในที่นี้ for the split ระบุสิ่งที่ต้องอธิบาย และ a cultural one ให้สาเหตุ one ใช้แทนคำนามนับได้ reason ดังนั้น a cultural one จึงหมายถึง a cultural reason ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งวัฒนธรรม” การใช้ one ช่วยเลี่ยงการพูด reason ซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้หลัง reason เมื่อคำต่อไปเป็นชื่อของสิ่งที่ต้องอธิบาย: The usual reason ____ the delay is a technical one.

ดูคำตอบ

for

that Europe is so different from Asia that it's best to pretend it's a separate entity. ไวยากรณ์

0:26

ที่ว่ายุโรปมีความแตกต่างจากเอเชียมากเสียจนแสร้งทำเป็นว่าเป็นคนละเอนทิตีจะดีกว่า

ไวยากรณ์

is so different from Asia that: โครงสร้างบอกผล so ... that

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that เชื่อมระดับของลักษณะกับผลที่ตามมา ในที่นี้ so เน้นระดับของ different และ that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ โดยเสนอว่าความแตกต่างนั้นมากพอที่จะนำไปสู่ข้อสรุปว่าควรมองยุโรปเป็นสิ่งที่แยกออกไป อนุประโยค that ตรงนี้เป็นอนุประโยคบอกผล ไม่ใช่เพียงการเติมคำบรรยายอีกอย่าง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + so + คำคุณศัพท์ + that + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกระดับและผล so ... that: The backpack was ____ heavy ____ Maya had to leave two books at home.

ดูคำตอบ

so · that

Okay,

0:30

โอเค

maybe.

0:31

อาจจะใช่

But if the cultural argument is valid, ไวยากรณ์

0:32

แต่ถ้าข้อโต้แย้งทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

then surely it also applies to India and the Middle East.

0:33

แน่นอนว่ามันก็ต้องนำไปใช้กับอินเดียและตะวันออกกลางด้วย

ไวยากรณ์

if ... then surely: ผลทางตรรกะที่คาดไว้อย่างชัดเจน

อนุประโยค if ตั้งเงื่อนไขหรือสมมติฐานที่ยอมรับไว้ก่อน ส่วน then แสดงข้อสรุปที่ตามมา และ surely แสดงว่าผู้พูดมองว่าข้อสรุปนั้นปฏิเสธได้ยาก กล่าวคือ หากยอมรับเหตุผลด้านวัฒนธรรม ก็คาดว่าตรรกะเดียวกันควรใช้กับภูมิภาคอื่นด้วย surely เพิ่มระดับความมั่นใจของผู้พูด แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อสรุปนั้นเป็นจริง โครงสร้างนี้มีประโยชน์สำหรับตรวจสอบว่ากฎหรือข้อโต้แย้งถูกนำไปใช้อย่างสอดคล้องกันหรือไม่

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดทำให้อนุประโยคที่สองเป็นผลทางตรรกะที่ผู้พูดคาดไว้อย่างชัดเจนที่สุด? If the rule applies to team leaders, ____ it applies to everyone.

  1. but perhaps
  2. because surely
  3. then surely
ดูคำตอบ

then surely

Now you have nine continents and a new problem.

0:36

ทีนี้คุณก็จะมีเก้าทวีปพร้อมกับปัญหาใหม่

If culture defines continents,

0:38

ถ้าใช้วัฒนธรรมในการกำหนดทวีป

then you'll never stop drawing increasingly unhelpful lines.

0:39

คุณก็จะไม่มีวันหยุดลากเส้นแบ่งที่ไม่ได้ช่วยอะไรให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

So some places ditch the cultural division and combine Europe and Asia into Eurasia. การใช้คำ

0:42

ดังนั้นบางพื้นที่จึงละทิ้งการแบ่งตามวัฒนธรรมแล้วรวมยุโรปและเอเชียเข้าด้วยกันเป็นยูเรเชีย

การใช้คำ

Ditch the cultural division: ditch ในฐานะคำกริยาไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ ditch เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เลิกใช้” หรือ “ทิ้ง” บางสิ่งโดยตั้งใจ ประโยคนี้บอกว่าบางพื้นที่ไม่ใช้การแบ่งยุโรปกับเอเชียตามวัฒนธรรม ditch เป็นคำไม่เป็นทางการและมีน้ำเสียงตรง มักใช้พูดถึงกฎ แผน นิสัย หรือระบบว่าเป็นสิ่งที่สามารถเลิกใช้ได้ทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ditch ในความหมายไม่เป็นทางการแบบเดียวกับในวิดีโอ?

  1. We should dig a ditch beside the road.
  2. We should keep the outdated rule exactly as it is.
  3. We should ditch the outdated rule and choose a simpler one.
ดูคำตอบ

We should ditch the outdated rule and choose a simpler one.

This Eurasia is not to be confused with this Eurasia, วลี

0:46

ยูเรเชียนี้ไม่ควรนำไปสับสนกับยูเรเชียในเรื่องนั้น

วลี

Not to be confused with: การแยกสิ่งที่คล้ายกัน

Not to be confused with เป็นวลีรูปถูกกระทำแบบตายตัว ใช้เตือนว่าสิ่งหนึ่งแตกต่างจากอีกสิ่งที่มีรูปลักษณ์ เสียง หรือชื่อคล้ายกัน ในที่นี้วลีนี้แยกความหมายสองแบบของ Eurasia ประธานที่เข้าใจได้จากบริบทคือสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง: “This Eurasia is not to be confused with that Eurasia.” วลีนี้ไม่ได้หมายความว่า Eurasia รู้สึกสับสน แต่เป็นการบอกผู้ฟังว่าอย่ามองทั้งสองอย่างว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่ใช้เตือนอย่างเป็นกลางว่าอย่าสับสนตัวตน: The African elephant is ____ the Asian elephant.

ดูคำตอบ

not to be confused with

which has always been at war with Eastasia. วัฒนธรรม

0:48

ซึ่งทำสงครามกับอีสตาเซียมาโดยตลอด

วัฒนธรรม

การอ้างถึง 1984 ใน “has always been at war with Eastasia”

ในนวนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ Eastasia เป็นหนึ่งในมหารัฐสมมติ รัฐบาลเปลี่ยนว่ารัฐใดถูกนำเสนอว่าเป็นศัตรู แล้วเขียนเรื่องราวสาธารณะขึ้นใหม่ราวกับว่าเรื่องฉบับใหม่นั้นเป็นความจริงมาโดยตลอด ในที่นี้ “has always been at war with Eastasia” สะท้อนถ้อยคำโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว ไม่ใช่คำกล่าวเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ในโลกจริง การอ้างถึงอย่างกะทันหันนี้สื่ออย่างมีอารมณ์ขันว่ามีการปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สะดวกจะยอมรับและเขียนอดีตขึ้นใหม่

แบบฝึกหัด

การอ้างอิงในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. Eastasia มีประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ว่าอยู่ในสงครามถาวร
  2. เรื่องราวอย่างเป็นทางการเปลี่ยนไป แต่ถูกนำเสนอราวกับว่าไม่เคยเปลี่ยน
  3. ผู้พูดกำลังอธิบายภูมิศาสตร์เอเชียอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

เรื่องราวอย่างเป็นทางการเปลี่ยนไป แต่ถูกนำเสนอราวกับว่าไม่เคยเปลี่ยน

Making Eurasia gives a six-continent view of the world.

0:51

การสร้างยูเรเชียขึ้นมาทำให้เกิดมุมมองโลกแบบหกทวีป

But what about over here?

0:53

แล้วทางนี้ล่ะ?

North America and South America.

0:54

อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้

They're connected at Panama,

0:56

ทั้งสองทวีปเชื่อมต่อกันที่ปานามา

or at least they used to be until Teddy Roosevelt decided that someone had to cut that country in half and it might as well be him. โน้ต

0:57

หรืออย่างน้อยก็เคยเชื่อมกันจนกระทั่งเท็ดดี้ รูสเวลต์ตัดสินใจว่าต้องมีใครสักคนผ่าครึ่งประเทศนั้น และให้มันเป็นเขาซะเลย

ลำดับความ

“or at least” สำหรับแก้คำกล่าวทันที

Or at least เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ไขคำกล่าวที่เพิ่งพูดไป เนื้อหาที่ตามมายังคงเก็บส่วนหนึ่งของแนวคิดแรกไว้ แต่ทำให้ขอบเขตแคบลง ระมัดระวังขึ้น หรือแม่นยำขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดดูเหมือนยอมรับคำกล่าวก่อนหน้าในตอนแรก แล้วจึงจำกัดว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงเฉพาะในอดีต ที่นี่ at least ไม่ได้หมายถึงจำนวนหรือปริมาณขั้นต่ำ แต่ชี้ให้เห็นส่วนของคำกล่าวเดิมที่ผู้พูดยังพร้อมจะยืนยัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “or at least” เพื่อจำกัดคำกล่าวก่อนหน้าให้แคบลง?

  1. She was tired, or she was hungry.
  2. The museum is free—or at least it is free for children.
  3. We need at least three volunteers for the event.
ดูคำตอบ

The museum is free—or at least it is free for children.

ไวยากรณ์

they used to be: สภาพในอดีตที่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว

used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว หรือใช้เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน ในที่นี้ be แทนความหมายของ be connected คืออเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้เคยเชื่อมต่อกันที่ปานามาก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง คำว่า until บอกเหตุการณ์ที่ทำให้สภาพเดิมนั้นสิ้นสุดลง ดังนั้น they used to be ไม่ได้หมายความว่า “พวกมันเคยชินกับบางสิ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ used to ที่บอกสภาพในอดีต: The two villages are separate now, but they ____ connected by one road.

ดูคำตอบ

used to be

สำนวน

it might as well be him: เลือกตัวเลือกที่ยอมรับได้

might as well หมายความว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แล้ว ตัวเลือกหนึ่งยอมรับได้หรือใช้ได้จริงพอ ๆ กับตัวเลือกอื่น ใน it might as well be him คนที่ถูกเลือกคือรูสเวลต์ กล่าวคือ ถ้าต้องมีใครสักคนทำ ก็ไม่มีเหตุผลสำคัญว่าทำไมคนนั้นจะเป็นเขาไม่ได้ ประโยคนี้ใช้เหตุผลง่าย ๆ แบบสบาย ๆ เพื่อสร้างอารมณ์ขัน ทำให้การตัดสินใจทางการเมืองครั้งใหญ่ฟังเหมือนการเลือกธรรมดาว่า “ต้องมีใครสักคนทำ” ไม่ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ตามตัวอักษร และไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำงานได้ดีเท่ากับคนอื่น

แบบฝึกหัด

ข้อใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุด หากผู้พูดหมายความว่าการเดินกลับเป็นตัวเลือกที่ยอมรับได้เพราะรถเที่ยวสุดท้ายไปแล้ว? The last bus has gone, so we ___ walk home.

  1. should definitely
  2. might as well
  3. might
ดูคำตอบ

might as well

But even still,

1:03

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

the canal's only 13 meters deep.

1:03

คลองมีความลึกแค่ 13 เมตร

You could walk all the way from Northern Alaska across the narrow Panama Canal and, วลี

1:05

คุณสามารถเดินตลอดเส้นทางจากตอนเหนือของอะแลสกาข้ามคลองปานามาแคบๆ และ

if it weren't for the deadly, ไวยากรณ์

1:09

ถ้าไม่ใช่เพราะอันตรายถึงชีวิต

impenetrable,

1:10

ที่ทะลุผ่านไม่ได้

poison-filled Brazilian rainforest,

1:10

ป่าฝนบราซิลที่เต็มไปด้วยพิษ

make it all the way to the southern tip of Chile.

1:12

คุณก็สามารถเดินไปได้ไกลจนถึงปลายใต้สุดของชิลี

วลี

all the way from ... all the way to ...: เน้นระยะทั้งหมดจากปลายด้านหนึ่งถึงอีกด้าน

ในส่วนที่เน้นทั้งสองแห่ง all the way ช่วยเน้นจุดปลายทั้งสองด้าน all the way from Northern Alaska ... all the way to the southern tip of Chile แสดงจุดสองจุดที่อยู่ไกลกันมากและเน้นระยะทางอันยาวไกลทั้งหมดระหว่างสองจุดนั้น การพูด all the way ซ้ำที่ทั้งสองด้านทำให้ช่วงระยะทางมหาศาลนี้เด่นชัดขึ้น way ในที่นี้หมายถึงระยะทางหรือขอบเขต ไม่ได้หมายถึงถนน รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ all the way from X ... all the way to Y

แบบฝึกหัด

เติมสองวลีที่เน้นระยะทางทั้งหมดให้สมบูรณ์: The train runs ____ Glasgow ____ London.

ดูคำตอบ

all the way from · all the way to

ไวยากรณ์

if it weren't for + อุปสรรคที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน

if it weren't for + กลุ่มคำนาม ใช้สมมติว่าอุปสรรคที่มีอยู่จริงในปัจจุบันไม่มีอยู่หรือไม่มีผล มีความหมายว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะ” หรือ “ถ้าไม่มีอุปสรรคนี้” และนำไปสู่ผลที่เป็นไปได้เฉพาะในสถานการณ์สมมตินั้น แม้ weren't จะดูเหมือนรูปอดีต แต่ในที่นี้ใช้บอกเงื่อนไขที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน ไม่ได้แสดงความสงสัยว่าป่าฝนนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ส่วนผลลัพธ์มักใช้ would หรือ could โดย make it ในที่นี้ใช้ could ที่ปรากฏก่อนหน้าในประโยคเต็มร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ลมแรงเป็นอุปสรรคที่มีอยู่จริงในตอนนี้ ประโยคใดใช้รูปแบบเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริงได้ถูกต้องสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันนี้

  1. Because of the strong wind, we can't have lunch outside.
  2. If it hadn't been for the strong wind, we could have eaten outside.
  3. If it weren't for the strong wind, we could have lunch outside.
ดูคำตอบ

If it weren't for the strong wind, we could have lunch outside.

So North and South America,

1:14

ดังนั้นอเมริกาเหนือและใต้

despite the canal, ไวยากรณ์

1:15

แม้จะมีคลองกั้น

aren't really divided,

1:16

แต่ก็ไม่ได้ถูกแบ่งแยกอย่างแท้จริง

ไวยากรณ์

despite the canal: despite + นามวลี

despite ใช้บอกข้อมูลเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง กล่าวคือ คลองอาจดูเหมือนเป็นเหตุผลที่จะแบ่งอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อสรุปของผู้พูดว่าทั้งสองไม่ได้แยกจากกันจริง ๆ ในประโยคนี้ despite ตามด้วยนามวลี the canal โครงสร้างคือ despite + นามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช้ despite of และไม่ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานกับกริยาโดยตรง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ despite ได้ถูกต้อง

  1. Despite of the heavy rain, the match continued.
  2. Despite it rained heavily, the match continued.
  3. Despite the heavy rain, the match continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the match continued.

which is why some places, ลำดับความ

1:17

นั่นคือเหตุผลที่บางพื้นที่

particularly South America,

1:18

โดยเฉพาะอเมริกาใต้

treat America as a single continent,

1:19

ถือว่าอเมริกาเป็นทวีปเดียว

not two,

1:21

ไม่ใช่สอง

which brings the total number of continents down to five. วลี

1:22

ซึ่งนั่นลดจำนวนทวีปทั้งหมดลงเหลือห้า

ลำดับความ

which is why: เชื่อมเหตุเข้ากับผลลัพธ์

which is why อ้างกลับไปถึงใจความก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้ขยายเฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยนำใจความก่อนหน้ามาเป็นเหตุและบอกผลลัพธ์ว่า บางพื้นที่มองทวีปอเมริกาเป็นทวีปเดียว รูปแบบข้อมูลคือ สถานการณ์ก่อนหน้า, which is why + ผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดอธิบายต่อได้โดยไม่ต้องพูดเหตุซ้ำ

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ใช้ข้อเท็จจริงแรกเป็นเหตุและนำไปสู่ผลลัพธ์ได้ถูกต้อง: The bridge is closed, ___ we have to take the ferry.

  1. which is why
  2. which is because
  3. although
ดูคำตอบ

which is why

วลี

bring the total number of ... down to + ค่าสุดท้าย

Bring the total number of continents down to five หมายถึง “ทำให้ยอดรวมกลายเป็นห้าหลังจากลดลง” ประธานของประโยคซึ่งในที่นี้หมายถึงวิธีนับที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นี้ ในรูปแบบ bring a number down to X นั้น X คือค่าปลายทางหลังจากลดลง ไม่ใช่จำนวนที่ลดลง รูปแบบนี้ใช้กับยอดรวม ค่าใช้จ่าย อัตรา และปริมาณอื่นที่วัดเป็นตัวเลขได้

แบบฝึกหัด

ร้านค้าลดราคาเสื้อแจ็กเก็ตจาก 80 ปอนด์เหลือ 60 ปอนด์ ประโยคใดระบุราคาสุดท้ายได้ถูกต้อง

  1. The discount brings the price up to £60.
  2. The discount brings the price down by £60.
  3. The discount brings the price down to £60.
ดูคำตอบ

The discount brings the price down to £60.

But if you disregard the Panama Canal, ไวยากรณ์

1:25

แต่ถ้าคุณไม่สนใจคลองปานามา

then you also have to disregard the Suez Canal,

1:27

คุณก็ต้องไม่สนใจคลองสุเอซด้วย

ไวยากรณ์

if you disregard ... then you also have to disregard ... เพื่อใช้มาตรฐานอย่างสอดคล้อง

โครงสร้าง if ... then ... เชื่อมการเลือกอย่างหนึ่งเข้ากับผลที่ตามมาในกรณีเทียบเคียงซึ่งจำเป็นต้องยอมรับ ในที่นี้ หากไม่นำคลองที่มนุษย์สร้างขึ้นคลองหนึ่งมาพิจารณา ก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับอีกคลองหนึ่งด้วย Also แสดงว่ามีการเพิ่มกรณีที่สองเข้ามาเพื่อให้ใช้หลักเกณฑ์อย่างสอดคล้อง ส่วน have to แสดงว่านี่เป็นสิ่งจำเป็นตามเหตุผล ไม่ใช่เพียงข้อเสนอแนะ ในที่นี้ disregard หมายถึง “ไม่นำมาพิจารณา” ไม่ได้หมายถึง “ไม่ให้ความเคารพ”

แบบฝึกหัด

ครูกำหนดว่างานที่ส่งช้าจะถูกหักสิบคะแนน งานของ Mia และ Leo ส่งช้าเท่ากัน คำตอบใดใช้เหตุผลเรื่องความสอดคล้องของกฎแบบเดียวกัน

  1. If you deduct ten points from Mia's work, then you also have to deduct ten points from Leo's work.
  2. If you deduct ten points from Mia's work, you could give Leo a warning instead.
  3. You have to deduct ten points from Mia's work because Leo's work was late too.
ดูคำตอบ

If you deduct ten points from Mia's work, then you also have to deduct ten points from Leo's work.

and you've just created the monstrously large Afro-Eurasian continent,

1:29

แล้วคุณก็จะเพิ่งสร้างทวีปแอฟโฟร-ยูเรเชียที่ใหญ่โตมโหฬารขึ้นมา

85 million square kilometers,

1:33

พื้นที่ 85 ล้านตารางกิโลเมตร

home to 5.7 billion people. วลี

1:34

เป็นบ้านของผู้คน 5.7 พันล้านคน

วลี

be home to: บอกว่ามีอะไรอาศัยหรืออยู่ในสถานที่หนึ่ง

ใน “home to 5.7 billion people” คำว่า home ไม่ได้หมายถึงบ้านส่วนตัว ในโครงสร้าง be home to + คำนาม มีความหมายว่า “เป็นสถานที่ที่ใครบางคนอาศัยอยู่หรือเป็นที่ที่พบบางสิ่ง” ในที่นี้หมายความว่ามีผู้คน 5.7 พันล้านคนอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแนะนำสถานที่โดยกล่าวถึงผู้คน สัตว์ พืช องค์กร หรือลักษณะต่าง ๆ ที่อยู่ที่นั่นได้ เช่น “The reef is home to hundreds of species.” สถานที่อยู่หน้า be home to ส่วนสิ่งที่อาศัยหรือมีอยู่ที่นั่นอยู่หลัง to

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หายไปให้เป็นโครงสร้าง be home to: The protected wetland is ____ thousands of migrating birds.

ดูคำตอบ

home to

With this four-continent view of the world,

1:37

ด้วยมุมมองโลกแบบสี่ทวีปนี้

we must surely be done because there are no more continents to merge

1:38

เราจะต้องจบเรื่องนี้แล้วแน่ๆ เพราะไม่มีทวีปให้ควบรวมอีกแล้ว

and our definition from the beginning is now consistent.

1:41

และคำจำกัดความของเราตั้งแต่แรกก็สอดคล้องกันแล้ว

Except,

1:44

ยกเว้นแต่ว่า

we're not done because of that troublesome word large.

1:44

เรายังไม่จบเพราะคำที่มีปัญหาคำนั้น คำว่า "ใหญ่"

Exactly how large is continental large?

1:47

ขนาดที่ว่าใหญ่ระดับทวีปนั้นคือใหญ่แค่ไหนกันแน่?

Is Australia really a dinky continent or is it king of the islands? สำนวน

1:50

ออสเตรเลียเป็นทวีปที่เล็กจิ๋วจริงๆ หรือเป็นราชาแห่งเกาะกันแน่?

สำนวน

king of the islands: คำเปรียบเทียบแบบขบขันถึงสมาชิกอันดับหนึ่งของกลุ่ม

ใน king of the islands คำว่า king เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงผู้ปกครองทางการเมือง วลีนี้นำเสนอออสเตรเลียว่าเป็นสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดหรือโดดเด่นที่สุดในประเภท “เกาะ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ king of + กลุ่มหรือประเภท ใช้เรียกคนหรือสิ่งของอย่างขบขันว่าเป็นสมาชิกอันดับหนึ่งของกลุ่มนั้น ในที่นี้รูปแบบดังกล่าวช่วยสร้างมุก โดยแทนที่จะมองออสเตรเลียเป็นทวีปเล็ก ผู้พูดกลับจัดประเภทใหม่ให้เป็นเกาะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แบบฝึกหัด

king of the islands ในประโยคสื่อความหมายอะไร?

  1. ออสเตรเลียเล็กและสำคัญน้อยกว่าเกาะทุกแห่ง
  2. ออสเตรเลียมีกษัตริย์ที่ปกครองเกาะหลายแห่ง
  3. นำเสนอออสเตรเลียอย่างขบขันว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดหรือโดดเด่นที่สุด
ดูคำตอบ

นำเสนอออสเตรเลียอย่างขบขันว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดหรือโดดเด่นที่สุด

Why not make Greenland the smallest continent?

1:53

ทำไมไม่ให้กรีนแลนด์เป็นทวีปที่เล็กที่สุดล่ะ?

It's pretty big even if you took away its ice. ไวยากรณ์

1:55

มันค่อนข้างใหญ่เลยนะแม้ว่าคุณจะเอาแผ่นน้ำแข็งออกไปแล้วก็ตาม

ไวยากรณ์

even if: เงื่อนไขสมมติที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even if ใช้ตั้งเงื่อนไขสมมติแบบ “ถ้าเกิดว่า...ล่ะ” และบอกว่าข้อสรุปหลักยังคงเป็นจริง ในที่นี้มีการสมมติว่าเอาน้ำแข็งของกรีนแลนด์ออกไป แต่กรีนแลนด์ก็ยังคงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ รูปอดีต took ช่วยให้สถานการณ์ฟังดูเป็นเรื่องสมมติมากกว่าเรื่องจริง ใช้ even if เมื่อเงื่อนไขนั้นไม่เปลี่ยนข้อสรุปของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่แสดงว่าฝนจะไม่เปลี่ยนแผน: "The outdoor concert will go ahead ____ it rains."

ดูคำตอบ

even if

And speaking of ice, วลี

1:57

และพูดถึงน้ำแข็ง

what about Antarctica?

1:58

แอนตาร์กติกาเป็นยังไงบ้าง?

วลี

speaking of + หัวข้อ: สำนวนเปลี่ยนไปยังเรื่องที่เกี่ยวข้อง

speaking of + หัวข้อ เป็นสำนวนเปลี่ยนเรื่องที่รับสิ่งซึ่งเพิ่งกล่าวถึง แล้วใช้สิ่งนั้นเพื่อเปิดหัวข้อใหม่ที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ ice เป็นตัวเชื่อมจากกรีนแลนด์ไปยังแอนตาร์กติกา สำนวนนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีใครกำลังพูดเรื่องน้ำแข็งอยู่ แต่เป็นสัญญาณว่า “เรื่องนั้นทำให้นึกถึงอีกหัวข้อหนึ่งที่เกี่ยวข้อง”

แบบฝึกหัด

เติมบทสนทนาด้วยสำนวนเปลี่ยนเรื่องแบบคงที่สองคำที่ใช้เปิดหัวข้อที่เกี่ยวข้อง: "You said you are free this weekend. ____ weekend plans, have you booked the campsite yet?"

ดูคำตอบ

Speaking of

The forgotten continent unfairly smushed against the bottom of maps just because no one lives there. การใช้คำ

1:59

ทวีปที่ถูกลืมซึ่งถูกอัดไว้ด้านล่างของแผนที่อย่างไม่ยุติธรรมเพียงเพราะไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น

การใช้คำ

smushed against the bottom of maps: ถูกเบียดไว้ที่ด้านล่างของแผนที่

ในที่นี้ smushed against หมายถึงถูกกดหรือเบียดให้อยู่ในตำแหน่งที่แคบและดูอึดอัด วลีนี้ทำให้ภาพบนแผนที่ดูเหมือนมีคนเอาแอนตาร์กติกาไปดันติดขอบล่าง ไม่ได้หมายความว่าทวีปถูกทำให้แบนจริง ๆ คำว่า smushed ไม่เป็นทางการและให้ภาพชัดเจน จึงทำให้ประโยคฟังดูเกินจริงและมีอารมณ์ขัน ประโยคนี้กำลังพูดถึงลักษณะที่ทวีปปรากฏบนแผนที่ ไม่ได้อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ smushed against the bottom of maps สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. แอนตาร์กติกาไม่มีอยู่ในแผนที่ส่วนใหญ่
  2. Smushed เป็นศัพท์เทคนิคอย่างเป็นทางการสำหรับการฉายแผนที่
  3. ผู้ทำแผนที่ทำให้แอนตาร์กติการาบแบนจริง ๆ
  4. แอนตาร์กติกาถูกนำเสนออย่างขี้เล่นราวกับถูกเบียดเข้าไปในพื้นที่แคบ
ดูคำตอบ

แอนตาร์กติกาถูกนำเสนออย่างขี้เล่นราวกับถูกเบียดเข้าไปในพื้นที่แคบ

Remove the ice sheet that covers Antarctica and you reveal it for the archipelago it really is,

2:04

เอาแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมแอนตาร์กติกาออกไป และคุณจะเผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วมันคือหมู่เกาะ

not the single landmass it pretends to be.

2:07

ไม่ใช่ผืนดินผืนเดียวอย่างที่มันแสร้งทำเป็น

And to complicate matters, ลำดับความ

2:10

และเพื่อให้เรื่องมันซับซ้อนยิ่งขึ้น

the largest of these Antarctic islands is smaller than Australia.

2:11

เกาะแอนตาร์กติกที่ใหญ่ที่สุดนั้นเล็กกว่าออสเตรเลีย

ลำดับความ

to complicate matters,:คำเชื่อมที่บอกว่าความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

To complicate matters เป็นคำเชื่อมในเนื้อเรื่องหรือคำอธิบายที่บอกว่าข้อมูลถัดไปจะทำให้เรื่องที่กำลังพูดถึงอยู่เข้าใจ จัดการ หรืออธิบายได้ยากขึ้น ที่นี่วลีนี้เตือนล่วงหน้าว่าการพูดถึงหมู่เกาะแอนตาร์กติกาจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง คำกริยาไม่ผัน to complicate บอกผลของข้อเท็จจริงใหม่ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของผู้พูด เครื่องหมายจุลภาคแยกวลีนี้ออกจากประโยคหลัก จึงไม่ควรตีความว่ามีใครตั้งใจสร้างปัญหา

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายหน้าที่ของ to complicate matters, ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. for example, — ใช้เกริ่นตัวอย่างสนับสนุน
  2. to make matters worse, — บอกว่าข้อเท็จจริงถัดไปทำให้ผลลัพธ์ที่แย่อยู่แล้วแย่ลง
  3. to complicate matters, — บอกว่าข้อเท็จจริงถัดไปเพิ่มความซับซ้อน
  4. in contrast, — ใช้เกริ่นแนวคิดที่ตรงกันข้าม
ดูคำตอบ

to complicate matters, — บอกว่าข้อเท็จจริงถัดไปเพิ่มความซับซ้อน

So if you want to keep calling Antarctica a continent, ไวยากรณ์

2:14

ดังนั้นถ้าคุณอยากจะเรียกแอนตาร์กติกาว่าเป็นทวีปต่อไป

then there's a bunch of other islands that might want to be continents too.

2:16

ก็ยังมีเกาะอื่นๆ อีกมากมายที่อาจจะอยากเป็นทวีปด้วยเหมือนกัน

ไวยากรณ์

keep calling Antarctica a continent: ใช้การจัดประเภทเดิมต่อไป

keep + รูป -ing หมายถึงการกระทำนั้นดำเนินต่อไป ในที่นี้ keep calling หมายถึง “ยังคงบรรยายหรือเรียกสิ่งหนึ่งด้วยแบบเดิมต่อไป” call + กรรม + นามวลี ใช้กำหนดชื่อ คำบรรยาย หรือประเภทให้แก่กรรมได้ เช่น call Antarctica a continent โดย a continent เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่อธิบาย Antarctica ดังนั้น calling ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ keep + รูป -ing และ call + กรรม + ประเภท เพื่อแสดงว่ายังคงใช้ชื่อเรียกเดิมต่อไป: Some people ____ Pluto a planet even after its official classification changed.

ดูคำตอบ

keep calling

Islands like New Guinea,

2:19

เกาะต่างๆ เช่น นิวกินี

Borneo,

2:20

บอร์เนียว

Madagascar,

2:20

มาดากัสการ์

Baffin Island,

2:21

เกาะแบฟฟิน

Sumatra,

2:22

สุมาตรา

and Honshu.

2:22

และฮนชู

While this seems inclusive to the point of silliness, วลี

2:23

ในขณะที่สิ่งนี้ดูเหมือนจะครอบคลุมจนถึงขั้นไร้สาระ

ultimately someone has to decide what large means and that's going to be an arbitrary line.

2:25

ในท้ายที่สุดก็ต้องมีคนตัดสินใจว่าคำว่า "ใหญ่" หมายถึงอะไร และนั่นจะเป็นเส้นแบ่งตามอำเภอใจ

วลี

to the point of silliness: ไปถึงระดับที่รุนแรง

to the point of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “ถึงระดับที่ทำให้เกิดหรือไปถึงผลลัพธ์ที่ตามมา” ในที่นี้ ความครอบคลุมไปถึงระดับที่ผู้พูดมองว่าไร้สาระ point ในที่นี้หมายถึงระดับหรือขีดจำกัด ไม่ใช่ความคิดเห็นหรือสถานที่จริง สำนวนนี้เจาะจงกว่า very เพราะระบุผลลัพธ์หรือจุดที่ไปถึงอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่าการกระทำไปถึงผลลัพธ์ขั้นรุนแรง: She practiced the routine ____ exhaustion.

ดูคำตอบ

to the point of

This problem will be familiar to anyone who remembers the is Pluto a planet or not a planet fiasco, วัฒนธรรม

2:29

ปัญหานี้จะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับทุกคนที่จำความล้มเหลวในเรื่องพลูโตเป็นดาวเคราะห์หรือไม่เป็นดาวเคราะห์ได้

which hinged mostly on this same issue of size. กริยาวลี

2:33

ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับปัญหาเรื่องขนาดที่เหมือนกันนี้

วัฒนธรรม

ความวุ่นวายเรื่อง “พลูโตเป็นดาวเคราะห์หรือไม่”

วลีนี้หมายถึงข้อถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับสถานะของดาวพลูโต ในปี 2006 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลรับรองคำนิยามที่จัดให้ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์แคระ แทนที่จะเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ทั้งแปดดวง การเรียกเรื่องนี้ว่า fiasco แสดงให้เห็นว่าผู้พูดมองความสับสนและข้อโต้แย้งนั้นในเชิงวิจารณ์และค่อนข้างเกินจริง คำว่า fiasco ไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการของเหตุการณ์นี้

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ข้อถกเถียงในสังคมว่าควรนับดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์หรือไม่
  2. ชื่ออย่างเป็นทางการของดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่ค้นพบในปี 2006
  3. การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ว่าดาวพลูโตใหญ่กว่าดาวเคราะห์ทุกดวง
ดูคำตอบ

ข้อถกเถียงในสังคมว่าควรนับดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์หรือไม่

กริยาวลี

hinged mostly on: ขึ้นอยู่กับเป็นหลัก

Hinged mostly on หมายถึง “ขึ้นอยู่กับ...เป็นหลัก” ในที่นี้ ข้อถกเถียงเรื่องการจัดประเภทดาวพลูโตถูกกำหนดโดยประเด็นเรื่องขนาดแบบเดียวกันนี้เป็นสำคัญ แต่ mostly ยังเปิดโอกาสให้มีปัจจัยอื่นด้วย โครงสร้างคือ hinge on + ประเด็นหรือเงื่อนไขที่เป็นตัวตัดสิน ประธานเป็นผลลัพธ์ การตัดสินใจ ข้อโต้แย้ง หรือคำถามที่ผลของมันขึ้นอยู่กับปัจจัยนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นโดยใช้รูปกาลที่ถูกต้อง: Last week, the committee's final decision ____ one safety report.

ดูคำตอบ

hinged mostly on

So now we're more confused than before we started. ไวยากรณ์

2:37

ตอนนี้เราเลยสับสนมากกว่าก่อนเริ่มเสียอีก

ไวยากรณ์

more confused than before we started: สับสนมากกว่าก่อนเริ่ม

More confused เป็นรูปเปรียบเทียบที่บอกว่าตอนนี้มีความสับสนมากกว่าเดิม ส่วน Than before we started กำหนดจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบ ซึ่งคือช่วงเวลาก่อนเริ่มกิจกรรมหรือการพูดคุย โครงสร้าง more + adjective + than before + clause ใช้ประเมินว่าสภาวะภายหลังดีขึ้นหรือแย่ลง ในที่นี้หมายความว่าความพยายามดังกล่าวกลับทำให้เข้าใจน้อยลงและสับสนมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ more confused และเปรียบเทียบสภาวะปัจจุบันกับช่วงก่อนเริ่มการพูดคุยเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After two hours, we're ____.

ดูคำตอบ

more confused than before we started

There might be three continents or dozens.

2:39

อาจมีสามทวีปหรือหลายสิบทวีป

You know what will sort this out? กริยาวลี

2:41

คุณรู้ไหมว่าอะไรจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้?

กริยาวลี

sort this out: แก้และทำให้เรื่องนี้ชัดเจน

ในที่นี้ sort this out หมายถึงแก้ปัญหาที่ชวนสับสนนี้หรือหาวิธีทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น ส่วน This หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของมาแยกเป็นกลุ่ม Sort out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามหรือคำชี้เฉพาะสั้น ๆ อย่าง it หรือ this ลำดับคำที่เป็นธรรมชาติคือ sort it out หรือ sort this out

แบบฝึกหัด

ใช้ sort out กับ it โดยเรียงคำให้ถูกต้อง: The printer keeps disconnecting, but Mia can ____.

ดูคำตอบ

sort it out

Science.

2:42

วิทยาศาสตร์

Confusion plus science equals answers. ลำดับความ

2:43

ความสับสนบวกวิทยาศาสตร์เท่ากับคำตอบ

ลำดับความ

Confusion plus science equals answers: ข้อกล่าวอ้างในรูปสมการ

ประโยคนี้ใช้รูปแบบ X plus Y equals Z โดยยืมรูปทรงและคำศัพท์ของสมการคณิตศาสตร์มาใช้ รูปแบบนี้ย่อข้อกล่าวอ้างเรื่องเหตุและผลให้สั้นลงว่า เมื่อเติมวิทยาศาสตร์ลงในความสับสน ก็น่าจะได้คำตอบออกมา สมการฟังดูแม่นยำ ประโยคนี้จึงเสนอความคิดดังกล่าวด้วยความมั่นใจแบบขบขัน นี่เป็นคำขวัญเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การคำนวณ และความแน่นอนที่ดูเรียบร้อยเกินจริงนี้ยังช่วยปูทางให้เกิดความขัดแย้งเมื่อวิทยาศาสตร์ในภายหลังซับซ้อนกว่านั้น

แบบฝึกหัด

ถ้อยคำที่มีรูปเหมือนสมการในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. ย่อความคิดที่ว่าวิทยาศาสตร์จะเปลี่ยนความสับสนให้เป็นคำตอบ
  2. บอกว่าความสับสนกับวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งเดียวกัน
  3. ให้สูตรตามตัวอักษรที่นักวิทยาศาสตร์สามารถนำไปคำนวณได้
ดูคำตอบ

ย่อความคิดที่ว่าวิทยาศาสตร์จะเปลี่ยนความสับสนให้เป็นคำตอบ

Let's ask a geologist what a continent is.

2:46

ลองไปถามนักธรณีวิทยาดูว่าทวีปคืออะไร

For them,

2:48

สำหรับพวกเขาแล้ว

a continent is a tectonic plate, วัฒนธรรม

2:49

ทวีปคือแผ่นเปลือกโลก

parts of the Earth's crust that move together.

2:51

ซึ่งเป็นส่วนของเปลือกโลกที่เคลื่อนตัวไปด้วยกัน

วัฒนธรรม

tectonic plate: ส่วนที่เคลื่อนที่ของชั้นนอกของโลก

tectonic plate หมายถึงแผ่นธรณีภาค ซึ่งเป็นส่วนขนาดใหญ่และแข็งของชั้นนอกของโลกที่เคลื่อนที่เป็นหน่วยเดียวกัน คำว่า parts of the Earth's crust that move together ที่ตามมาอธิบายศัพท์นี้ทันทีด้วยภาษาที่ง่ายกว่า ประโยคนี้ใช้แผ่นธรณีภาคเป็นเกณฑ์ทางธรณีวิทยาชั่วคราวเพื่อจัดประเภททวีป นี่เป็นการอธิบายแบบง่าย เพราะแผ่นธรณีภาคหนึ่งอาจมีทั้งพื้นมหาสมุทรและเปลือกทวีป ดังนั้นแผ่นธรณีภาคกับทวีปที่คุ้นเคยจึงไม่ได้ตรงกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tectonic plate ได้ถูกต้อง?

  1. The Pacific Plate is a tectonic plate that lies mostly beneath the ocean.
  2. Europe is a tectonic plate because it is shown as a continent on maps.
  3. Every tectonic plate is one country with fixed borders.
ดูคำตอบ

The Pacific Plate is a tectonic plate that lies mostly beneath the ocean.

So geologists,

2:53

ถ้างั้นนักธรณีวิทยาทั้งหลาย

show us your continents.

2:54

ช่วยแสดงทวีปของคุณให้เราดูหน่อย

The Antarctic plate,

2:55

แผ่นแอนตาร์กติก

the Australian plate,

2:56

แผ่นออสเตรเลีย

the Eurasian plate,

2:57

แผ่นยูเรเชีย

the South American plate,

2:58

แผ่นอเมริกาใต้

the African plate.

2:59

แผ่นแอฟริกา

So far,

3:00

จนถึงตอนนี้

this is looking pretty good.

3:00

มันดูค่อนข้างดีทีเดียว

The Middle Eastern plate,

3:01

แผ่นตะวันออกกลาง

the Indian plate,

3:03

แผ่นอินเดีย

the Caribbean plate,

3:04

แผ่นแคริบเบียน

the Pacific plate.

3:06

แผ่นแปซิฟิก

There isn't even anything there.

3:07

ตรงนั้นมันไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ

Well,

3:08

ก็แบบว่า

there's mostly nothing there.

3:08

ส่วนใหญ่มันก็ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆ

The Nazca plate,

3:10

แผ่นนัซกา

the Scotia plate.

3:11

แผ่นสโกเชีย

Really?

3:12

จริงดิ?

At least North America is still looking reasonable, ลำดับความ

3:13

อย่างน้อยอเมริกาเหนือก็ยังดูสมเหตุสมผล

until you include a chunk of Russia,

3:15

จนกระทั่งคุณรวมส่วนหนึ่งของรัสเซีย

half of Japan,

3:17

ครึ่งหนึ่งของญี่ปุ่น

and half of Iceland.

3:17

และครึ่งหนึ่งของไอซ์แลนด์เข้าไปด้วย

ลำดับความ

At least ... until you include: ทำให้โล่งใจชั่วคราวแล้วพลิกกลับ

At least เปิดด้วยข้อสังเกตที่มีขอบเขตจำกัดและดูเหมือนชวนให้สบายใจว่า อเมริกาเหนือยังดูสมเหตุสมผลอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้ข้อสรุปเชิงบวกสุดท้ายแล้ว ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย until เติมข้อมูลที่ทำให้ข้อสังเกตแรกไม่น่าเชื่ออีกต่อไป ในที่นี้ until ไม่ได้เน้นเวลาแบบตามนาฬิกา แต่ทำหน้าที่คล้าย “แต่เรื่องจะเปลี่ยนไปเมื่อพิจารณา...” เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน ประโยคจะให้ความสบายใจชั่วครู่แล้วหักมุมทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ At least ... until ... เพื่อทำให้สบายใจชั่วครู่แล้วหักล้างความคิดนั้น?

  1. At least the hotel looks cheap, until you add the service fees.
  2. Until the hotel opens, at least we can wait outside.
  3. The hotel is cheap, and the service fees are low too.
ดูคำตอบ

At least the hotel looks cheap, until you add the service fees.

Well,

3:19

เอาล่ะ

this is unhelpful.

3:19

อันนี้ไม่ช่วยอะไรเลย

Thanks a lot, น้ำเสียง/เจตนา

3:20

ขอบคุณมาก

geologists.

3:20

นักธรณีวิทยา

น้ำเสียง/เจตนา

Thanks a lot, geologists: คำขอบคุณแบบประชดที่ใช้บ่น

ปกติ Thanks a lot ใช้แสดงความขอบคุณอย่างมาก แต่ในที่นี้กลับหมายถึงตรงกันข้าม หลังจากการแบ่งประเภททางธรณีวิทยาทำให้คำอธิบายสับสนยิ่งขึ้น ผู้พูดทำเหมือนกำลังขอบคุณนักธรณีวิทยา แต่จริง ๆ แล้วกำลังแสดงความไม่พอใจ บริบทเชิงลบทำให้เกิดความประชด หลักสังเกตที่ใช้ได้คือ ถ้า “ความช่วยเหลือ” ที่ว่ากลับสร้างปัญหา Thanks a lot อาจหมายถึง “ไม่ได้ช่วยเลย” หรือ “เรื่องนี้เป็นความผิดของคุณ”

แบบฝึกหัด

ลีโอบอกเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนรู้ก่อนงานปาร์ตี้ มีอาพูดว่า “Thanks a lot, Leo. Now the surprise is ruined.” มีอาหมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอไม่ได้ยินสิ่งที่ลีโอพูด
  2. เธอขอบคุณจากใจจริงที่ลีโอบอกทุกคน
  3. เธอหงุดหงิดเพราะลีโอสร้างปัญหา
ดูคำตอบ

เธอหงุดหงิดเพราะลีโอสร้างปัญหา

The heart of the problem is that the word continent doesn't have a simple and consistent definition for everyday use. โน้ต

3:21

แก่นของปัญหาคือคำว่าทวีปไม่ได้มีคำจำกัดความที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

สำนวน

The heart of the problem: การชี้ประเด็นหลัก

The heart of the problem เป็นสำนวนที่หมายถึงส่วนที่เป็นแก่นกลางและสำคัญที่สุดของปัญหา ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวชี้ถึงอุปสรรคสำคัญ คือคำว่า continent ไม่มีคำจำกัดความเดียวที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันสำหรับการใช้ทั่วไป โครงสร้าง The heart of the problem is that + อนุประโยค ใช้เสนอประเด็นหลักหลังจากอธิบายรายละเอียดมาแล้ว heart ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหรืออารมณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง The heart of the problem นำเสนออะไร

  1. ประเด็นที่เป็นแก่นกลางและสำคัญที่สุด
  2. ปัญหาทางร่างกายที่หัวใจของใครบางคน
  3. ความรู้สึกของผู้พูดที่มีต่อหัวข้อนั้น
ดูคำตอบ

ประเด็นที่เป็นแก่นกลางและสำคัญที่สุด

การใช้คำ

for everyday use: จำกัดข้อความให้อยู่ในบริบทที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค

For everyday use จำกัดขอบเขตของข้อความไว้ที่การสื่อสารทั่วไปที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค ผู้พูดไม่ได้บอกว่า continent ไม่มีคำจำกัดความเลย แต่หมายความว่าภาษาทั่วไปไม่มีคำจำกัดความหนึ่งเดียวที่ทั้งเรียบง่ายและใช้ได้อย่างสอดคล้องกัน วลีบุพบท for + ประเภทการใช้ แสดงบริบทที่สิ่งหนึ่งควรใช้งานได้หรือเพียงพอ วลีนี้ช่วยไม่ให้ข้อความฟังดูเด็ดขาดเกินกว่าที่ผู้พูดตั้งใจ

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ประโยคนี้บอกว่า continent ไม่มีคำจำกัดความในสาขาเชิงเทคนิคใดเลย

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

So how many continents are there?

3:26

สรุปแล้วทวีปมีทั้งหมดกี่ทวีปกันแน่?

Well,

3:28

ก็แบบว่า

how many do you want there to be? น้ำเสียง/เจตนา

3:28

คุณอยากให้มีเท่าไหร่ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

คำถามเชิงวาทศิลป์ “how many do you want there to be?”

ในที่นี้ how many do you want there to be? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังชอบเลขอะไร ผู้พูดกำลังท้าทายความคิดที่ว่าคำถามนี้ต้องมีคำตอบเดียวโดยอัตโนมัติ คำถามนี้สื่อว่าจำนวนทวีปขึ้นอยู่กับระบบการจัดประเภทที่ตกลงเลือกใช้ ไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งจะสร้างข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ขึ้นเองตามใจได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า how many do you want there to be?

  1. ผู้ฟังสามารถคิดจำนวนทวีปเท่าไรก็ได้
  2. ผู้พูดลืมว่าทวีปคืออะไร
  3. ผู้พูดอยากรู้ว่าผู้ฟังชอบเลขอะไร
  4. จำนวนขึ้นอยู่กับระบบการจัดประเภทที่ใช้
ดูคำตอบ

จำนวนขึ้นอยู่กับระบบการจัดประเภทที่ใช้

Six.

3:46

หก

The answer is clearly six. น้ำเสียง/เจตนา

3:47

คำตอบคือหกอย่างชัดเจน

น้ำเสียง/เจตนา

การประชดใน “The answer is clearly six.”

โดยปกติ clearly ใช้นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งเห็นได้ชัดหรือไม่มีเหตุผลสมควรให้สงสัย แต่ในที่นี้ การอธิบายก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่าระบบการจัดประเภทต่างกันให้จำนวนรวมต่างกัน การบอกว่าหกคือคำตอบอย่าง clearly จึงขัดกับบริบทนั้น ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดการประชด ผู้พูดพูดเล่น ๆ ราวกับว่าตัวเลือกที่ยังถกเถียงได้เป็นคำตอบที่ถูกต้องอย่างไม่มีข้อสงสัย ประโยคนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าหกเป็นจำนวนเดียวที่ใช้ได้

แบบฝึกหัด

หลังจากพูดถึงจำนวนรวมที่เป็นไปได้หลายจำนวนแล้ว clearly ใน The answer is clearly six. สร้างผลอย่างไร?

  1. พิสูจน์ว่าทุกระบบการจัดประเภทมีหกทวีป
  2. ทำให้เกิดการประชดด้วยการนำเสนอตัวเลือกที่ยังถกเถียงได้ว่าเป็นสิ่งที่ชัดเจน
  3. ขอให้ผู้ฟังเลือกตัวเลขอย่างสุภาพ
  4. แสดงว่าผู้พูดออกเสียงตัวเลข six ไม่ได้
ดูคำตอบ

ทำให้เกิดการประชดด้วยการนำเสนอตัวเลือกที่ยังถกเถียงได้ว่าเป็นสิ่งที่ชัดเจน