นางเงือกมีขาแล้ว! ⭐️ | ชายหาด | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างเดินเล่นริมชายหาด เด็กคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้นำเปลือกหอยไปให้แม่ด้วยตัวเอง เธอสมมติว่าตนเป็นนางเงือกที่มีขาเพียงชั่วคราว เดินตามรอยเท้าของแม่ ขอให้นกนางนวลหลีกทาง แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าพ่อยังอยู่ข้างหลัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Here comes — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค ทำความเข้าใจโครงสร้างกลับคำที่ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของกำลังเข้ามาใกล้หรือปรากฏขึ้น ผู้เรียนจะเห็นเหตุผลที่คำบอกสถานที่อยู่ต้นประโยค และใช้รูปแบบนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องการดึงความสนใจไปยังสิ่งที่เพิ่งมาถึง 2. keep an eye on — สำนวนและภาษาภาพพจน์ หมายถึงการคอยดูหรือดูแลใครบางคน ไม่ได้หมายถึงการวางดวงตาไว้บนสิ่งนั้นตามตัวอักษร ผู้เรียนจะใช้ได้เมื่อต้องการเสนอตัวคอยดูแล หรือทำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าสามารถทำสิ่งต่าง ๆ เองได้โดยยังมีคนดูแลความปลอดภัย 3. Oh, that's right. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที เป็นสัญญาณในภาษาพูดว่าผู้พูดเพิ่งนึกถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและกำลังแก้ลำดับความคิด ไม่ได้มีไว้เพียงบอกว่าบางอย่างถูกต้อง ผู้เรียนจะใช้ได้เมื่อรายละเอียดที่ลืมไปทำให้สิ่งที่กำลังจะพูดหรือทำเปลี่ยนไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Here comes + คำนาม เพื่อบอกว่าบางสิ่งกำลังเข้ามาใกล้
Here comes + คำนาม ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของกำลังเข้ามาใกล้หรือปรากฏขึ้น โดยมักพูดทันทีที่ผู้พูดสังเกตเห็น ในประโยคนี้ a big one เป็นประธาน จากลำดับปกติ a big one comes จะเปลี่ยนเป็น comes a big one หลัง Here ประโยคนี้เป็นการบอกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่คำสั่งให้ใครเข้ามา
แบบฝึกหัด
คุณเห็นรถไฟกำลังเข้ามาใกล้ เติมประโยคเตือนด้วยรูปแบบ Here comes: ____ our train!
ดูคำตอบ
Here comes
I'm just going to + คำกริยา เพื่อบอกสิ่งที่จะทำต่อไปแบบสบาย ๆ
I'm going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแผนหรือสิ่งที่จะทำต่อไป ในประโยคนี้สิ่งที่วางแผนไว้คือ go for a walk just ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เพิ่ง” แต่ทำให้แผนฟังดูเป็นเรื่องเล็ก ง่าย หรือไม่จริงจังมาก คล้ายกับความหมายว่า “ฉันแค่จะ...”
แบบฝึกหัด
คุณกำลังจะออกไปชั่วครู่เพื่อรับพัสดุ เติมวลีเป้าหมายสี่คำที่ทำให้การกระทำถัดไปนี้ฟังดูเป็นเรื่องเล็กและสบาย ๆ: ____ pick up the parcel.
ดูคำตอบ
I'm just going to
go for a walk: บอกการออกไปเดินเล่นแบบสบาย ๆ
Go for a walk เป็นวลีกริยาที่ใช้บ่อย หมายถึงการออกจากที่ที่อยู่เพื่อไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือพักผ่อน ในวลีนี้ for เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง go for a + คำนามกิจกรรม ไม่ได้แปลแยกคำว่า “เพื่อการเดินเล่น” ให้จำ go for a walk เป็นกลุ่มคำเดียวที่นำไปใช้ซ้ำได้ คำกริยา go เปลี่ยนตามกาลหรือรูปคำได้ เช่น went for a walk และ going for a walk
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง go for + activity ที่หมายถึง “ไปเดินเล่นแบบสบาย ๆ”: The weather is lovely, so let's ____ before lunch.
ดูคำตอบ
go for a walk
along the beach: แสดงเส้นทางที่ไปตามแนวชายฝั่ง
Along the beach แสดงเส้นทางของการเคลื่อนที่ along หมายถึงการไปตามความยาวหรือขอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังนั้นคนจึงเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแนวที่ชายหาดทอดยาวไป ความหมายนี้ต่างจากการบอกเพียงว่าคนอยู่ที่ชายหาด คุณสามารถใช้ along กับสถานที่ที่ยาวเป็นแนว เช่น ถนน แม่น้ำ ทางเดิน หรือชายฝั่ง เมื่อเส้นทางเคลื่อนไปตามสถานที่นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่แสดงการเคลื่อนที่ตามความยาวของแม่น้ำ: We cycled ____ the river for five miles.
ดูคำตอบ
along
like walking: ใช้ like + คำกริยา-ing เพื่อบอกกิจกรรมที่ชอบ
ใน like walking คำว่า walking เป็นรูป -ing ของ walk และทำหน้าที่เป็นกรรมของ like วลีนี้บอกว่าการเดินเป็นกิจกรรมที่คนนั้นชอบ walking ในที่นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรูป progressive เพราะไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ like + คำกริยา-ing เช่น like reading หรือ like swimming
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ walk: I like ____ after dinner.
ดูคำตอบ
walking
by yourself: คนเดียว โดยไม่มีใครมาด้วย
by yourself เป็นโครงสร้างตายตัวแบบ by + คำสรรพนามสะท้อนกลับ ในคำถามนี้หมายถึง “คนเดียว” คือเดินโดยไม่มีคนอื่นมาด้วย ในบริบทอื่น by yourself อาจหมายถึง “โดยไม่ต้องมีคนช่วย” คำสรรพนามจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น by myself, by himself, by herself, by ourselves และ by themselves
แบบฝึกหัด
ในคำถาม “Why do you like walking by yourself?” คำว่า by yourself หมายถึงอะไร
- เดินโดยไม่ต้องมีคนช่วยทางกาย
- เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง
- คนเดียว โดยไม่มีใครมาด้วย
ดูคำตอบ
คนเดียว โดยไม่มีใครมาด้วย
I just do: ใช้ do แทนวลีกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ในคำตอบนี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยา like walking by yourself ซึ่งกล่าวไว้ในคำถามก่อนหน้า จึงไม่ต้องพูดความหมายเดิมซ้ำทั้งหมด ดังนั้น I just do จึงมีความหมายเท่ากับ “I just like walking by myself.” just เพิ่มน้ำเสียงแบบยืนยันสั้น ๆ ว่า “ก็ชอบนั่นแหละ” ผู้พูดยืนยันความชอบแต่ไม่ได้บอกเหตุผล คำว่า do ไม่ได้หมายถึงการกระทำใหม่
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Why do you like walking alone?” ในที่นี้ “I just do” หมายความว่าอะไร?
- ฉันเพียงแกล้งทำเป็นชอบเดิน
- ฉันก็แค่ชอบโดยไม่ได้บอกเหตุผล
- ฉันเพิ่งทำการกระทำใหม่เสร็จ
ดูคำตอบ
ฉันก็แค่ชอบโดยไม่ได้บอกเหตุผล
See you soon: คำบอกลาที่คาดว่าจะได้พบกันอีก
See you soon เป็นคำบอกลาที่ใช้กันทั่วไปเมื่อกำลังแยกจากกัน เมื่อมองเป็นสำนวนทั้งชุด หมายถึงผู้พูดคาดหวังหรือหวังว่าจะได้พบอีกฝ่ายอีกในเวลาไม่นาน คำว่า see ในที่นี้ไม่ได้บอกว่ากำลังมองเห็นอีกฝ่ายอยู่ในขณะนั้น ในการบอกลาแบบนี้ โดยปกติไม่จำเป็นต้องพูดประโยคเต็มว่า I will see you soon ส่วน Little mermaid เป็นคำเรียกที่เติมหลังคำบอกลาและไม่ได้เปลี่ยนหน้าที่ของ See you soon
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้ “See you soon” เป็นคำบอกลา สำนวนนี้สื่อความหมายอะไร?
- ฉันคาดหวังหรือหวังว่าจะได้พบคุณอีกในเวลาไม่นาน
- ตอนนี้เรากำลังมองหน้ากันอยู่
- ฉันไม่อยากพบคุณอีก
ดูคำตอบ
ฉันคาดหวังหรือหวังว่าจะได้พบคุณอีกในเวลาไม่นาน
Can I ...? สำหรับการขออนุญาต
ในประโยคนี้ Can I ...? ใช้ขออนุญาต ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายยอมให้ทำสิ่งนั้น ไม่ได้ถามว่าผู้พูดมีความสามารถทางร่างกายที่จะไปหรือไม่ รูปแบบเดียวกันอาจใช้พูดถึงความสามารถได้ในบริบทอื่น จึงต้องดูสถานการณ์ ถ้าเกี่ยวกับกฎ แผน หรือการยินยอมของผู้อื่น ก็มักหมายถึงการขออนุญาต
แบบฝึกหัด
ใน “Can I use your phone for a moment?” คำว่า Can I ทำหน้าที่อะไร
- เป็นการขออนุญาตใช้โทรศัพท์ของอีกฝ่าย
- เป็นการถามว่าผู้พูดใช้โทรศัพท์เป็นหรือไม่
- เป็นการบอกให้อีกฝ่ายใช้โทรศัพท์
ดูคำตอบ
เป็นการขออนุญาตใช้โทรศัพท์ของอีกฝ่าย
go and show: ไปหาใครสักคนเพื่อให้ดูบางอย่าง
ใน go and show คำว่า go แสดงการเคลื่อนที่ ส่วน show แสดงจุดประสงค์ ผู้พูดจะไปหาอีกคนหนึ่งแล้วจึงให้คนนั้นดูบางอย่าง ทั้งสองขั้นตอนรวมกันเป็นการกระทำต่อเนื่องที่เป็นธรรมชาติ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ go and + กริยารูปพื้นฐาน เช่น go and ask หรือ go and check เมื่ออยู่หลัง can กริยาทั้งสองยังคงเป็นรูปพื้นฐาน: can go and show
แบบฝึกหัด
ใช้ go and show เติมประโยคให้สมบูรณ์: Your grandad is in the kitchen. Please ____ him your drawing.
ดูคำตอบ
go and show
all right: การตอบตกลงคำขอ
ในที่นี้ all right เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้ตอบรับคำขอ ใน “Yeah, all right” มีความหมายว่า “ตกลง ทำได้” ผู้พูดกำลังอนุญาต ไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งใดถูกต้องหรือถามว่าใครสบายดีหรือไม่ All right มีได้หลายความหมาย ให้ดูว่าคำนี้ตอบอะไรอยู่: เมื่อพูดสั้น ๆ หลังคำขอ All right มักแสดงการตกลงหรืออนุญาต
แบบฝึกหัด
เด็กถามว่า “Can I go and show Mum?” ผู้ใหญ่ตอบว่า “Yeah, all right.” all right ในที่นี้หมายความว่าอะไร?
- ผู้ใหญ่ถามว่าเด็กรู้สึกสบายดีหรือไม่
- ผู้ใหญ่ตกลงและให้อนุญาต
- ผู้ใหญ่ยืนยันว่าคำตอบหนึ่งถูกต้อง
ดูคำตอบ
ผู้ใหญ่ตกลงและให้อนุญาต
Off you go: อนุญาตให้ออกไปหรือเริ่มได้
Off you go เป็นสำนวนพูดแบบตายตัวที่หมายถึง “ไปได้แล้ว” หรือ “เริ่มได้เลย” ลำดับคำเป็นรูปแบบเฉพาะของสำนวน โดยนำ off ขึ้นต้นเพื่อเน้นการออกไปหรือการเริ่มลงมือ ในที่นี้วลีนี้ตามหลังการให้อนุญาต จึงบอกผู้ฟังว่าตอนนี้ไปได้แล้ว ให้จำทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว เพราะ off ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “ปิดเครื่อง”
แบบฝึกหัด
ผู้ใหญ่เพิ่งบอกเด็กว่าไปหาเพื่อนได้ “Off you go” หมายความว่าอะไร?
- ได้ออกไปแล้ว
- ตอนนี้ไปได้แล้ว
- ต้องปิดอะไรบางอย่าง
ดูคำตอบ
ตอนนี้ไปได้แล้ว
Bingo and I: การใช้ I ในประธานร่วม
วลี Bingo and I เป็นประธานทั้งหมดของ will wait เนื่องจากผู้พูดเป็นหนึ่งในผู้ทำกริยา ภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้คำสรรพนามรูปประธาน I ไม่ใช่รูปกรรม me วิธีตรวจสอบอย่างรวดเร็วคือตัดชื่ออีกคนออก: I will wait here ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ Me will wait here ไม่ถูกต้อง เมื่อชื่อกับคำสรรพนามเชื่อมด้วย and และทำหน้าที่เป็นประธานร่วมกัน ก็ต้องใช้รูปประธานเช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติม I หรือ me ลงในประโยค: Maya and ____ will wait by the door.
ดูคำตอบ
I
with the orange hat over there: ระบุคนด้วยลักษณะและตำแหน่ง
วลี with the orange hat ใช้ลักษณะที่มองเห็นได้เพื่อระบุ Mum ซึ่งก็คือหมวกที่เธอสวมอยู่ ในที่นี้ with ใช้บอกลักษณะ ไม่ได้หมายความว่าเธออยู่กับอีกคนหนึ่ง over there เพิ่มข้อมูลตำแหน่งว่าคนนั้นอยู่ห่างจากผู้พูด การใช้ with + ลักษณะที่มองเห็นได้ ร่วมกับ over there ช่วยชี้และยืนยันว่ากำลังหมายถึงคนไหน
แบบฝึกหัด
with the orange hat over there ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ขอให้ Mum ย้ายหมวกสีส้มไปที่อื่น
- บอกว่า Mum กับหมวกสีส้มอยู่เป็นเพื่อนกัน
- ระบุคนที่อยู่ไกลด้วยลักษณะที่มองเห็นได้และตำแหน่ง
ดูคำตอบ
ระบุคนที่อยู่ไกลด้วยลักษณะที่มองเห็นได้และตำแหน่ง
that's her: การยืนยันตัวตนของผู้หญิง
That's her หมายถึง “คนนั้นคือผู้หญิงที่เรากำลังพูดถึง” ตรงนี้ her หมายถึงตัวผู้หญิงคนนั้นเอง เป็นรูปกรรมของคำสรรพนาม ไม่ใช่คำแสดงความเป็นเจ้าของ ในบทสนทนาสมัยใหม่ทั่วไป การใช้รูปกรรมหลัง be เพื่อระบุว่าเป็นใครเป็นเรื่องปกติ: That's her, That's him และ That's me ส่วน That's she เป็นไปตามกฎไวยากรณ์แบบทางการดั้งเดิม แต่ในสถานการณ์ประจำวันส่วนใหญ่จะฟังแข็งหรือเชย
แบบฝึกหัด
เพื่อนชี้ไปที่ผู้หญิงในรูปแล้วถามว่า “Is that Maya?” คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษประจำวัน
- Yes, that's her.
- Yes, that's hers.
- Yes, that's she.
ดูคำตอบ
Yes, that's her.
all that way: เน้นระยะทางที่ไกล
All that way หมายถึง “ระยะทางไกลทั้งหมดที่กำลังพูดถึง” all เพิ่มน้ำหนักในการเน้น ส่วน that way ชี้ถึงระยะทางหรือเส้นทางที่เข้าใจได้ชัดเจนอยู่แล้วจากสถานการณ์ วลีนี้มักแสดงความประหลาดใจ ความกังวล หรือความไม่อยากเชื่อว่าใครบางคนไปไกลเพียงใด หากไม่มี all คำว่า that way มักหมายถึง “ไปทางนั้น” หรือ “ไปตามเส้นทางนั้น” มากกว่า และเน้นเรื่องระยะทางน้อยลง
แบบฝึกหัด
Leo อยู่ห่างออกไปสองชั่วโมง ประโยคใดเน้นได้ชัดเจนที่สุดว่าการเดินทางนั้นไกล
- You drove the way just to see me?
- You drove that way just to see me?
- You drove all that way just to see me?
ดูคำตอบ
You drove all that way just to see me?
keep an eye on: คอยดูหรือดูแลอย่างต่อเนื่อง
keep an eye on + คนหรือสิ่งของ เป็นสำนวนที่หมายถึงคอยใส่ใจอย่างต่อเนื่อง มักเพื่อให้ปลอดภัยหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมให้อีกฝ่ายไปได้ แต่จะยังคอยดูอยู่ eye ในสำนวนนี้ใช้แทนภาพของ “ความสนใจ” ไม่ได้หมายถึงการกระทำเกี่ยวกับดวงตาตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมคำขอด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้: Could you ____ my bag while I buy a ticket?
ดูคำตอบ
keep an eye on
For real life? แบบตัวละครเด็กที่ใช้ในความหมาย Really?
ในบริบทการพูดของตัวละครเด็กนี้ For real life? เป็นคำถามยืนยันด้วยความตื่นเต้น หมายถึง “จริงเหรอ?” หรือ “อนุญาตจริง ๆ เหรอ?” เด็กกำลังยืนยันว่าคำอนุญาตนั้นเป็นเรื่องจริง นี่เป็นการต่อยอดจาก for real ที่มีลักษณะเฉพาะของตัวละคร ไม่ใช่วลีปกติ in real life ให้เข้าใจทั้งคำถามว่าเป็นการยืนยันด้วยความประหลาดใจ ไม่ใช่นำความหมายตรงตัวของแต่ละคำมาต่อกัน
แบบฝึกหัด
ในบริบทของตัวละครเด็กนี้ For real life? ทำหน้าที่อะไร?
- ให้คำแนะนำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับชีวิตผู้ใหญ่
- ถามว่าเกิดอะไรขึ้นนอกเรื่องเล่าหรือโลกออนไลน์
- ถามด้วยความประหลาดใจว่าคำอนุญาตนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ดูคำตอบ
ถามด้วยความประหลาดใจว่าคำอนุญาตนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
just don't ...: เพิ่มข้อจำกัดที่ชัดเจนหนึ่งข้อ
ในโครงสร้าง just don't + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า don't แสดงข้อห้ามที่ชัดเจน ในประโยคนี้ just ทำให้ don't go in the water เป็นเงื่อนไขง่าย ๆ เพียงข้อเดียวที่มากับการอนุญาต คือไปได้ แต่ห้ามลงน้ำ just ไม่ได้ทำให้กฎความปลอดภัยนี้เป็นเรื่องที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ และไม่ได้ทำให้กฎสำคัญน้อยลง รูปแบบนี้มักใช้หลังจากตกลงหรืออนุญาตแล้วเพื่อเพิ่มขอบเขตหนึ่งข้อ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ใน “You can go outside; just don't leave the garden,” คำว่า just ทำให้กฎเป็นสิ่งที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
But how will you get there with no legs mermaid? โน้ต
0:50แล้วลูกจะไปที่นั่นยังไงถ้าไม่มีขาล่ะเงือกน้อย?
get there: ไปถึงสถานที่นั้น
ใน get there คำว่า get หมายถึง “ไปถึงหรือมาถึงสถานที่หนึ่ง” ไม่ใช่ “ได้รับ” ส่วน there ชี้ถึงสถานที่ที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “ไปถึงสถานที่นั้น” ความหมายของ get ที่เกี่ยวกับการไปถึงพบได้บ่อยมากในภาษาอังกฤษทั่วไป จุดหมายอาจอยู่ในรูป there, here หรือ home หรือใช้โครงสร้าง get to + สถานที่
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ใช้ get และหมายถึง “ไปถึงสถานที่นั้น” ลงในประโยค: The concert starts at eight, but we can still ____ on time.
ดูคำตอบ
get there
with no legs: โครงสร้าง with no + คำนาม
with no + คำนาม หมายถึง “ในสถานการณ์ที่ไม่มีบางสิ่ง” หรือ “ในขณะที่ขาดบางสิ่ง” ในประโยคนี้ with no legs บอกเงื่อนไขว่าการไม่มีขาทำให้ไปถึงที่นั่นได้ยาก โดย with ไม่ได้หมายถึงการพกหรือมีสิ่งใดติดตัว ใช้โครงสร้างนี้เพื่อเน้นทรัพยากร เครื่องมือ หรือเงื่อนไขที่ขาดไปได้ เช่น with no money, with no time หรือ with no map โครงสร้างนี้มักมีความหมายใกล้กับ without + คำนาม แต่ no ทำให้การไม่มีสิ่งนั้นชัดเจนเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย with no + คำนาม: How can we make tea ____ water?
ดูคำตอบ
with no
King Neptune: เทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมัน
Neptune คือเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมัน King Neptune เป็นชื่อเรียกที่คุ้นเคยในเรื่องเล่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้ปกครองมหาสมุทร ชื่อนี้จึงเข้ากับโลกในจินตนาการที่มีนางเงือกและเวทมนตร์แห่งท้องทะเล ในประโยคนี้ be King Neptune หมายถึงการรับบทเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ไม่ได้หมายถึงการเป็นกษัตริย์มนุษย์ทั่วไปหรือเป็นดาวเนปจูน
แบบฝึกหัด
ใน “You can be King Neptune,” King Neptune คือใคร?
- กษัตริย์ยุคปัจจุบันของประเทศจริง
- ดาวเนปจูน
- เทพเจ้าแห่งท้องทะเลในเกมสมมติ
ดูคำตอบ
เทพเจ้าแห่งท้องทะเลในเกมสมมติ
give me legs: give + ผู้รับ + สิ่งของ
ใน give me legs หลัง give จะวางผู้ที่ได้รับสิ่งนั้นก่อน คือ me แล้วจึงวางสิ่งที่ให้ คือ legs นี่คือโครงสร้าง give + ผู้รับ + สิ่งของ โดย give me legs มีความหมายเหมือนกับ give legs to me ในโครงสร้างนี้ คำสรรพนามหลัง give ต้องอยู่ในรูปกรรม เช่น give me..., give him..., give her..., give us... หรือ give them....
แบบฝึกหัด
เติมคำภาษาอังกฤษสองคำเพื่อให้ผู้พูดเป็นผู้รับสมุด ใช้โครงสร้าง give + ผู้รับ + สิ่งของ: Could you ____ the blue notebook?
ดูคำตอบ
give me
a bit far away: ใช้ a bit เพื่อทำให้ระดับความแรงเบาลง
ใน a bit far away คำว่า a bit หมายถึง “เล็กน้อย” หรือ “ในระดับไม่มาก” โดยขยาย far away ผู้พูดจึงบอกว่าระยะทางนั้นไกลอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้ไกลมากจนสุดขั้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a bit + คำคุณศัพท์หรือวลีบรรยาย เช่น a bit tired หรือ a bit difficult ในบทสนทนา a bit มักช่วยให้คำบรรยายฟังนุ่มนวลและไม่เด็ดขาดเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bit ในความหมายว่า “เล็กน้อย” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The walk is bit long.
- The walk is a bit long.
- The walk is a bit of long.
ดูคำตอบ
The walk is a bit long.
But little mermaid, you can follow Mum's footsteps. วลี
1:10แต่เงือกน้อย ลูกเดินตามรอยเท้าแม่ไปได้นะ
follow Mum's footsteps: เดินตามรอยเท้าจริงของแม่
ในฉากนี้ follow Mum's footsteps หมายถึงเดินตามรอยเท้าที่แม่ทิ้งไว้บนพื้น คำว่า footsteps ในที่นี้คือร่องรอยจริงที่แสดงว่าแม่เดินไปทางไหน การมีรอยเท้าให้เห็นและใช้หาระยะทางไปต่อทำให้ประโยคนี้มีความหมายตามตัวอักษร อย่าเข้าใจทันทีว่าเป็นการทำตามทางเลือกชีวิตหรืออาชีพของแม่
แบบฝึกหัด
ในฉากชายหาด follow Mum's footsteps หมายความว่าอะไร
- ฟังเสียงแม่เดิน
- เดินตามรอยเท้าที่แม่ทิ้งไว้
- เลือกอาชีพประเภทเดียวกับแม่
ดูคำตอบ
เดินตามรอยเท้าที่แม่ทิ้งไว้
who got her legs: อนุประโยคขยายที่อธิบายเงือก
who got her legs เป็นอนุประโยคขยายที่อธิบาย the mermaid คำว่า who ย้อนกลับไปหมายถึง the mermaid จึงไม่ได้ใช้ถามว่า “ใคร” ในที่นี้ โครงสร้าง คนหรือตัวละคร + who + คำกริยา ใช้เพิ่มข้อมูลเพื่อชี้ว่าเป็นคนไหนหรืออธิบายคนนั้น ในประโยคนี้ เงือกคือผู้ที่ได้ขามาแล้ว ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าหมายถึงคนไหน หรือคนนั้นทำหรือพบเจออะไรมา
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'I am the mermaid who got her legs.' คำว่า who หมายถึงใคร
- อีกคนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร
- เงือกคนนั้น
- แม่ของผู้พูด
ดูคำตอบ
เงือกคนนั้น
only last a day: last เป็นคำกริยาที่หมายถึง “คงอยู่ต่อไป”
ใน only last a day คำว่า last เป็นคำกริยา หมายถึง “ยังคงอยู่หรือใช้งานได้ต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง” a day บอกระยะเวลา และ only เน้นว่าระยะเวลานั้นสั้น ในที่นี้ they หมายถึงขาที่กล่าวถึงก่อนหน้า วลีนี้จึงบอกว่าขาเหล่านั้นอยู่ได้นานเท่าไร ไม่ได้หมายความว่าเป็นขา “สุดท้าย”
แบบฝึกหัด
ใน “The battery only lasts a day” คำว่า lasts หมายถึงอะไร?
- เป็นแบตเตอรี่ก้อนสุดท้าย
- อยู่ข้างหลังสิ่งอื่น ๆ
- ทำงานต่อไปได้หนึ่งวัน
ดูคำตอบ
ทำงานต่อไปได้หนึ่งวัน
can you please move? สำหรับการขอร้องอย่างสุภาพ
Can you please + คำกริยารูปพื้นฐาน? เป็นโครงสร้างที่ใช้ขอร้องอย่างสุภาพโดยทั่วไป ใน can you please move? ผู้พูดกำลังขอให้นกนางนวลหลีกทาง ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าพวกมันมีความสามารถที่จะขยับหรือไม่ please ช่วยทำให้น้ำเสียงของคำขอนุ่มนวลขึ้น ส่วน move บอกการกระทำที่ต้องการ เมื่อเทียบกับคำสั่ง Move! ประโยคคำถามเต็มจะฟังสุภาพกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นการขอให้อีกคนนั่งลงอย่างสุภาพ?
- You sit down now.
- Can you please sit down?
- Can you please sitting down?
ดูคำตอบ
Can you please sit down?
ใช้ get through เพื่อผ่านสิ่งกีดขวาง
ในที่นี้ get through หมายถึงการผ่านสิ่งกีดขวาง หรือผ่านพื้นที่ที่ถูกขวางหรือคับแคบ นางเงือกต้องการเคลื่อนจากด้านหนึ่งของสิ่งที่ขวางทางไปยังอีกด้านหนึ่ง ในบริบทนี้ ให้เข้าใจ get through เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ความหมายมาจากวลีทั้งหมด ไม่ใช่การแปล get และ through แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการผ่านสิ่งกีดขวาง: The crowd is blocking the doorway, but we need to ____.
ดูคำตอบ
get through
ใช้ Oh, that's right. เมื่อนึกบางอย่างออกกะทันหัน
ในประโยคนี้ Oh, that's right. แสดงว่าผู้พูดเพิ่งนึกบางอย่างออกหรือตระหนักได้ แล้วแก้ความคิดที่เพิ่งมีไป พูดอีกแบบได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า “อ๋อ จริงด้วย ตอนนี้นึกออกแล้ว” คำเหล่านี้อาจเกี่ยวกับความถูกต้องตามตัวอักษร แต่ที่นี่ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นสัญญาณในการสนทนาว่าผู้พูดนึกขึ้นได้ คำว่า Oh ที่ต้นประโยคช่วยบอกว่าข้อมูลนั้นเพิ่งกลับเข้ามาในความคิดของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ Oh, that's right. น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ฉันอยากให้ใครสักคนเตือนฉันภายหลัง
- ฉันกำลังถามว่าคำตอบถูกหรือไม่
- ฉันเพิ่งนึกบางอย่างออก
ดูคำตอบ
ฉันเพิ่งนึกบางอย่างออก
back there ที่ใช้บอกตำแหน่ง
ในประโยคนี้ Dad's หมายถึง Dad is ส่วน back there เป็นวลีบอกสถานที่ โดยบอกว่าพ่ออยู่ด้านหลังผู้พูด อยู่ไกลย้อนกลับไป หรืออยู่ในทิศที่เพิ่งเดินมา back ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าพ่อกำลังกลับมา แต่บอกตำแหน่งโดยเทียบกับผู้พูด ส่วน there ชี้ไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างจากผู้พูด
แบบฝึกหัด
back there ใน Dad's back there. หมายความว่าอย่างไร
- พ่อกำลังแบกอะไรบางอย่างไว้บนหลัง
- พ่อกำลังเดินกลับมาหาผู้พูดตอนนี้
- พ่ออยู่ไกลออกไปด้านหลัง หรืออยู่ในทิศที่ผู้พูดเพิ่งเดินมา
ดูคำตอบ
พ่ออยู่ไกลออกไปด้านหลัง หรืออยู่ในทิศที่ผู้พูดเพิ่งเดินมา