เรายังตกลงกันไม่ได้เลยว่ามีกี่ประเทศในโลก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
แนะนำวิดีโอ: แผนที่ สหประชาชาติ ดินแดนพิพาท การทูต และกฎโอลิมปิกให้จำนวนประเทศต่างกัน คำตอบว่า “ประมาณ 200” จึงซื่อตรงกว่าความแม่นยำลวงตา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. less a complete class roster than a club membership — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ less A than B ปฏิเสธหมวดหมู่เดิมแล้วแทนด้วยการเปรียบเทียบที่แม่นยำกว่า 2. disinterested — ความหมายและระดับภาษา: แยกความหมายทางการว่า “เป็นกลาง” จาก uninterested ที่แปลว่า “ไม่สนใจ” และจับนัยประชดเรื่องความเป็นกลาง 3. leave it at that. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: หยุดขยายคำตอบอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อรายละเอียดเพิ่มจะสร้างความแน่นอนหรือฉันทามติที่หลักฐานไม่รองรับ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
created equal ในรูปแบบ “Not all ... are created equal”
รูปแบบ “not all X are created equal” หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ ในกลุ่มเดียวกันไม่ได้ดี มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ หรือเหมาะสมเท่ากันทั้งหมด ในประโยคนี้เป็นการประเมินแผนที่ว่า บางฉบับอาจแสดงเส้นเขตแดนได้อย่างน่าเชื่อถือหรือเป็นกลางมากกว่าฉบับอื่น “Created” ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงกระบวนการทำแผนที่จริง ๆ ถ้อยคำนี้ทำให้นึกถึงแนวคิดที่คุ้นเคยว่า มนุษย์ “ถูกสร้างมาอย่างเท่าเทียมกัน” แล้วนำรูปแบบนั้นมาใช้เปรียบเทียบว่า การอยู่ในประเภทเดียวกันไม่ได้รับประกันว่าจะมีคุณค่าหรือประสิทธิภาพเท่ากัน
แบบฝึกหัด
“Not all reviews are created equal” หมายความว่าอย่างไร
- รีวิวทุกชิ้นเขียนขึ้นด้วยวิธีที่เหมือนกันทุกประการ
- ไม่มีรีวิวใดเขียนโดยมนุษย์
- รีวิวบางรายการน่าเชื่อถือหรือมีประโยชน์มากกว่ารีวิวอื่น
ดูคำตอบ
รีวิวบางรายการน่าเชื่อถือหรือมีประโยชน์มากกว่ารีวิวอื่น
Borders will differ depending on who you got the map from. ไวยากรณ์
0:06เส้นขอบเขตจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณได้แผนที่นั้นมาจากใคร
โครงสร้าง “depending on who you got the map from”
“Depending on” ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ เส้นเขตแดนที่แสดงอาจเปลี่ยนไปตามบุคคลหรือองค์กรที่เป็นผู้ให้แผนที่ “Who you got the map from” เป็นคำถามทางอ้อมที่ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who + you got ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม การวางคำบุพบท “from” ไว้ท้ายอนุประโยคเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษทั่วไปที่มีระดับภาษาเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมหลัง depending on ได้ถูกต้อง
- The price changes depending on from which shop do you buy it.
- The price changes depending on which shop you buy it from.
- The price changes depending on which shop do you buy it from.
ดูคำตอบ
The price changes depending on which shop you buy it from.
“save the day” ในฐานะสำนวนเชิงประชด
Save the day เป็นสำนวนที่หมายถึงการแก้ปัญหาร้ายแรงในช่วงสุดท้าย หรือป้องกันไม่ให้สถานการณ์จบลงอย่างเลวร้าย คำว่า day ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวันใดวันหนึ่งตามปฏิทิน ในประโยคนี้ surely ทำให้ข้อความฟังดูมองโลกในแง่ดีและมั่นใจมาก แต่บริบทใช้ความมั่นใจนั้นในเชิงประชด ผู้พูดไม่ได้รับรองว่าคณะกรรมการจะแก้ไขทุกอย่างได้ ความมั่นใจที่เกินจริงกลับสื่อว่าผู้พูดสงสัยว่าคณะกรรมการจะให้คำตอบง่าย ๆ ได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Oh great—a twelve-person committee will save the day,” ผู้พูดน่าจะกำลังสื่อความหมายใดมากที่สุด
- คณะกรรมการจะประชุมกันในวันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ
- คณะกรรมการจะต้องแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
- ผู้พูดสงสัยว่าคณะกรรมการจะเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายได้หรือไม่
ดูคำตอบ
ผู้พูดสงสัยว่าคณะกรรมการจะเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายได้หรือไม่
The United Nations list is less a complete class roster than a club membership that doesn't include everyone. ไวยากรณ์
0:26รายชื่อของสหประชาชาติไม่ใช่บัญชีรายชื่อนักเรียนที่ครบถ้วนนัก แต่เป็นเหมือนสมาชิกชมรมที่ไม่ได้รวมทุกคนไว้
“less A than B” สำหรับปรับกรอบประเภท
โครงสร้าง less A than B บอกว่า A ไม่ใช่วิธีที่เหมาะที่สุดในการอธิบายสิ่งหนึ่ง และ B แม่นยำกว่า โครงสร้างนี้ใช้ปรับกรอบของประเภท ไม่ใช่เพียงเปรียบเทียบปริมาณ ในที่นี้ a complete class roster สื่อถึงรายชื่อที่ครบทุกคน ส่วน a club membership สื่อถึงกลุ่มที่มีเงื่อนไขในการเข้าร่วม ดังนั้น ประโยคจึงอธิบายว่ารายชื่อของสหประชาชาติใกล้เคียงกับแนวคิดที่สองมากกว่า โดยปกติ A และ B ควรมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน ซึ่งในประโยคนี้ทั้งสองส่วนเป็นนามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างปรับกรอบ less A than B: The book is ____ a biography ____ a personal essay.
ดูคำตอบ
less · than
who is a country but is too cool for school when it comes to being a member of the United Nations. โน้ต
0:31ซึ่งเป็นประเทศ แต่ก็เจ๋งเกินกว่าจะสนใจเข้ามาเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ
ความหมายและน้ำเสียงของ too cool for school
too cool for school เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้แซวคนซึ่งทำเหมือนว่ากลุ่มหรือกิจกรรมธรรมดา ๆ ต่ำกว่าระดับของตัวเอง โดยทั่วไปสื่อนัยว่าคนนั้นคิดว่าตัวเองเหนือกว่า ไม่ได้หมายความว่า “เท่มาก” จริง ๆ ในประโยคนี้มีการพูดถึงประเทศเหมือนเป็นคน และพูดอย่างขำ ๆ ว่าประเทศนั้นมองการเป็นสมาชิกสหประชาชาติว่าธรรมดาเกินไปสำหรับตนเอง สำนวนนี้ไม่ได้เกี่ยวกับโรงเรียน
แบบฝึกหัด
นักการทูตกำลังเขียนรายงานอย่างเป็นทางการ ประโยค “The state is too cool for school when it comes to treaty meetings” เหมาะกับรายงานนั้นหรือไม่
- เหมาะกับรายงานอย่างเป็นทางการ
- ไม่เหมาะกับรายงานอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะกับรายงานอย่างเป็นทางการ
when it comes to + คำนามหรือรูป -ing
when it comes to ใช้เปิดประเด็นหรือด้านที่ต้องการพูดถึง มีความหมายใกล้เคียงกับ regarding หรือ as for ในประโยคนี้ใช้จำกัดความเห็นให้เจาะจงเรื่องการเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดกำลัง “มา” จริง ๆ ในสำนวนคงที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงมักตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น when it comes to safety และ when it comes to being a member
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปิดประเด็นที่เรียนในบทนี้ให้ถูกต้อง: ____ planning a class trip, safety comes first.
ดูคำตอบ
When it comes to
And while Vatican City's exact situation is complicated,
0:36และแม้สถานการณ์ที่แน่นอนของนครรัฐวาติกันจะซับซ้อน
he's straightforward compared to other non-United Nations countries,
0:38เขาก็ยังดูตรงไปตรงมาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหประชาชาติ
The terminology is going to have to be a bit unclear here. ไวยากรณ์
0:42คำศัพท์อาจจะต้องใช้แบบคลุมเครือสักหน่อยตรงนี้
is going to have to: ความจำเป็นในอนาคตที่คาดจากสถานการณ์ปัจจุบัน
ตรงนี้ is going to ชี้ถึงผลในอนาคตที่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น ส่วน have to เพิ่มความหมายว่า “จำเป็นต้อง” และ be คือกริยาที่กลายเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อรวมกัน is going to have to be จึงหมายความว่าสถานการณ์จะทำให้จำเป็นต้องใช้คำศัพท์ที่ไม่ชัดเจนนัก โครงสร้างเรียงตามลำดับ be + going to + have to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า is เป็นส่วนของ be going to ส่วน have to เป็นหน่วยเดียวกัน โดย have ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “มี”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป be going to + have to ที่สอดคล้องกับ Maya: Because the bridge is closed, Maya ____ take another route.
ดูคำตอบ
is going to have to
but membership requires none of these five countries to reject you. ไวยากรณ์
0:47แต่การเป็นสมาชิกนั้น จำเป็นต้องไม่มีประเทศใดใน 5 ประเทศนี้ปฏิเสธคุณ
requires none of ... to reject: เงื่อนไขที่ต้องไม่มีการปฏิเสธ
ในโครงสร้าง require + กรรม + to-infinitive กรรมคือคนหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นเงื่อนไข ตรงนี้ none of these five countries เป็นกรรม และ to reject เป็นการกระทำ none of these five countries หมายถึงไม่มีเลยในห้าประเทศ เพราะการเป็นสมาชิกขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนี้ หากมีแม้แต่ประเทศเดียวปฏิเสธ เงื่อนไขก็ไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความว่าทั้งห้าประเทศต้องปฏิเสธคุณ
แบบฝึกหัด
การแข่งขันระบุว่า "Advancing requires none of the three judges to vote against you." สถานการณ์ใดตรงตามเงื่อนไข?
- ไม่มีกรรมการคนใดลงคะแนนคัดค้านคุณ
- มีกรรมการหนึ่งคนลงคะแนนคัดค้านคุณ
- กรรมการทั้งสามคนลงคะแนนคัดค้านคุณ
ดูคำตอบ
ไม่มีกรรมการคนใดลงคะแนนคัดค้านคุณ
Russia and China think she's just a rebellious part of Serbia
0:53รัสเซียและจีนคิดว่าเธอเป็นเพียงส่วนกบฏของเซอร์เบีย
veto her membership: อำนาจอย่างเป็นทางการในการขัดขวางการอนุมัติ
ในที่นี้ veto หมายถึงการใช้อำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อหยุดไม่ให้คำขอได้รับการอนุมัติ รัสเซียและจีนไม่ได้เพียงแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ประโยคนี้บอกว่าทั้งสองประเทศใช้อำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อขัดขวางไม่ให้เธอได้เป็นสมาชิก คำกริยานี้รับข้อเสนอ การตัดสินใจ หรือคำขอที่ถูกขัดขวางเป็นกรรมได้โดยตรง เช่น veto a bill, veto a resolution หรือ veto an application ใน veto her membership คำว่า membership หมายถึงการรับเข้าเป็นสมาชิกที่ถูกขัดขวาง
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด veto เป็นคำกริยาที่แม่นยำที่สุด
- ผู้สื่อข่าวถามคำถามเกี่ยวกับข้อเสนอ
- ผู้มาเยือนบอกว่าไม่ชอบข้อเสนอ
- สภาใช้อำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อขัดขวางข้อเสนอ
ดูคำตอบ
สภาใช้อำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อขัดขวางข้อเสนอ
As for everyone else: การเปลี่ยนไปพูดถึงกลุ่มถัดไป
As for X ใช้กำหนดให้ X เป็นหัวข้อถัดไป ในที่นี้ As for everyone else เปลี่ยนการพูดจากประเทศที่กล่าวถึงไปแล้วไปยังประเทศที่เหลือ โดยยังอยู่ในหัวข้อใหญ่เดิม วลีนี้ใช้จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้ใช้บอกเหตุผล ดังนั้น as ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง because โครงสร้างที่พบบ่อยคือ As for + นามวลี แล้วตามด้วยข้อความเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของ หรือกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเปลี่ยนหัวข้อสองคำจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: "The morning class starts at nine. ____ the afternoon class, it starts at two."
ดูคำตอบ
As for
just over half recognize Kosovo as independent, วลี
0:59มีมากกว่าครึ่งเล็กน้อยที่ยอมรับว่าโคโซโวเป็นอิสระ
recognize Kosovo as independent: โครงสร้าง recognize A as B
recognize A as B หมายถึงยอมรับว่า A มีสถานะ บทบาท หรือคุณสมบัติเป็น B อย่างเป็นทางการ ในประโยคนี้ รัฐที่เกี่ยวข้องยอมรับสถานะของโคโซโวว่าเป็นประเทศเอกราช โครงสร้างคือ recognize + กรรม + as + ส่วนเติมเต็ม Kosovo เป็นกรรม และ independent เป็นส่วนเติมเต็มที่ระบุสถานะซึ่งได้รับการยอมรับ recognize ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจำได้จากความคุ้นเคย
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่หายไปในโครงสร้าง recognize A as B: The federation formally recognizes the new branch ____ an official member.
ดูคำตอบ
as
and Kosovo adorably has a website where she thanks each one in their own language.
1:01และโคโซโวก็น่ารักมากที่มีเว็บไซต์สำหรับกล่าวขอบคุณแต่ละประเทศด้วยภาษาของพวกเขาเอง
But Kosovo is not the only other place that wants to be considered a real country.
1:05แต่โคโซโวไม่ใช่สถานที่เดียวที่อยากได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศจริงๆ
might or might not be part of: เปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้
โครงสร้างคู่ might or might not + กริยารูปพื้นฐาน วางความเป็นไปได้ทั้งด้านบวกและด้านลบไว้คู่กัน หมายความว่าผลลัพธ์ทั้งสองแบบเป็นไปได้ และผู้พูดยังไม่เลือกสรุปว่าแบบใดถูกต้อง ในที่นี้ ความสัมพันธ์ที่ยังไม่แน่นอนคือ be part of เนื่องจากคำตอบเปลี่ยนไปตามคนที่ถูกถาม ผู้พูดจึงเปิดไว้ทั้งความเป็นไปได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งและไม่เป็นส่วนหนึ่ง ส่วน might not ไม่ใช่การปฏิเสธอย่างหนักแน่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีคู่ที่ใช้ might และเปิดผลลัพธ์ทั้งสองแบบไว้อย่างชัดเจน: The school match ____ go ahead tomorrow; the field may be flooded.
ดูคำตอบ
might or might not
and the other two have only five supporters.
1:21และอีกสองประเทศก็มีผู้สนับสนุนเพียงห้าประเทศเท่านั้น
Though all four of these places recognize each other as countries.
1:23แม้ว่าทั้งสี่สถานที่นี้ต่างก็รับรองซึ่งกันและกันว่าเป็นประเทศก็ตาม
There's also the Sahrawi Arab Democratic Republic and Northern Cyprus,
1:27นอกจากนี้ยังมีสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาฮาราวีและนอร์ทไซปรัส
what's the deal?: การขอคำอธิบายแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ what's the deal? หมายถึง “เกิดอะไรขึ้น?” หรือ “ทำไมสถานการณ์ถึงเป็นแบบนี้?” ผู้พูดต้องการคำอธิบายเพราะสถานการณ์ชวนสับสน คำว่า deal ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการซื้อขายหรือข้อตกลง คำถามทั้งชุดเป็นสำนวนตายตัวแบบไม่เป็นทางการ และอาจฟังดูไม่อดทนได้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ what's the deal? เพื่อขออะไร?
- เงื่อนไขของข้อตกลง
- ราคาของสิ่งของบางอย่าง
- คำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ชวนสับสน
ดูคำตอบ
คำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ชวนสับสน
I don't care who these guys think are countries.
1:35ฉันไม่สนหรอกว่าคนพวกนี้จะคิดว่าใครเป็นประเทศบ้าง
These countries are all autonomous to some extent, การใช้คำ
1:45ประเทศเหล่านี้ต่างก็มีเขตปกครองตนเองในระดับหนึ่ง
autonomous to some extent: การปกครองตนเองแบบมีขอบเขต
Autonomous หมายถึงสามารถปกครองหรือควบคุมกิจการของตนเองได้บางส่วน ในที่นี้ใช้บรรยายประเทศหรือภูมิภาคที่มีอำนาจตัดสินใจของตนเอง To some extent จำกัดขอบเขตของคำกล่าว กล่าวคือ การปกครองตนเองนั้นมีเพียงบางส่วนหรือมีระดับแตกต่างกัน ดังนั้น autonomous to some extent ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เหล่านั้นมีอำนาจอธิปไตยหรือเป็นเอกราชอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังว่าภูมิภาคเหล่านี้ปกครองตนเองได้บางส่วน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกราชอย่างสมบูรณ์?
- These regions have no power to govern themselves.
- These regions are autonomous to some extent.
- These regions are fully sovereign states.
ดูคำตอบ
These regions are autonomous to some extent.
though these may be of rather limited use. วลี
1:49แม้ว่าหนังสือเดินทางเหล่านั้นอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร
be of rather limited use: มีประโยชน์ค่อนข้างจำกัด
ใน be of limited use นั้น of use เป็นวลีนามที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “มีประโยชน์” หรือ “ช่วยได้” โดย of ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ ส่วน limited บอกว่ามีคุณค่าในทางปฏิบัติอยู่บ้าง แต่มีขอบเขตไม่มาก rather ขยาย limited ในการประเมินที่ฟังดูระมัดระวังและพบได้เด่นในภาษาอังกฤษแบบบริติช คำนี้หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” จึงสื่อว่าประโยชน์ถูกจำกัดอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้บอกว่าไม่มีประโยชน์เลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยถ้อยคำเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ: Without detailed maps, this guide may ____.
ดูคำตอบ
be of limited use
they may have more or less control of the territory they claim as theirs.
1:53พวกเขาอาจควบคุมอาณาเขตที่ตนอ้างสิทธิ์ได้มากน้อยต่างกัน
What makes many of these places fuzzy is that they're usually born of conflict in the recent-ish past. โน้ต
1:59สิ่งที่ทำให้สถานที่เหล่านี้หลายแห่งดูคลุมเครือก็คือ มักถือกำเนิดจากความขัดแย้งในอดีตที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน
What makes ... fuzzy is that ...: รูปแบบที่เน้นสาเหตุ
What makes many of these places fuzzy เป็นอนุประโยคนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ภายในอนุประโยค many of these places เป็นกรรมของ makes และ fuzzy เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม โดยบอกถึงสภาพที่ไม่ชัดเจนหรือนิยามได้ยากซึ่งเกิดจากบางสิ่ง ส่วน is that ที่ตามมานำหน้าอนุประโยคที่ระบุสาเหตุหลัก รูปแบบเต็ม What makes A B is that C เน้นคำถามเรื่องสาเหตุก่อนแล้วจึงให้คำอธิบาย แทนที่จะเพียงเติมอนุประโยค because ต่อท้าย A is B ในที่นี้ fuzzy ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือสถานะของสถานที่เหล่านี้ไม่ได้รับการกำหนดอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงมองเห็นพร่ามัว
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่หายไปเพื่อทำให้รูปแบบเน้นสาเหตุสมบูรณ์: ____ this route difficult ____ it has no clear signs.
ดูคำตอบ
What makes · is that
born of conflict: การบอกสาเหตุที่เป็นนามธรรม
ใน born of conflict รูป be born of หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดขึ้นเพราะ” สถานที่เหล่านี้ไม่ได้ถือกำเนิดอย่างแท้จริง แต่สถานะที่ไม่ชัดเจนเกิดจากความขัดแย้ง โครงสร้าง be born of + คำนาม แสดงว่าคำนามนั้นเป็นต้นเหตุหรือที่มาของแนวคิด กฎ ปัญหา ความรู้สึก หรือสถานการณ์ จึงใช้ได้กว้างกว่าการเกิดของคนตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เกิดจาก” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The policy was ____ fear after the crisis.
ดูคำตอบ
born of
That answer is probably less helpful than you want.
2:05คำตอบนั้นคงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่าที่คุณต้องการ
While the United States is clearly a country now,
2:08ในขณะที่ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ชัดเจน
not so much: การแก้คำบรรยายแบบละคำ
เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ not so much หมายถึงคำบรรยายนั้นไม่ค่อยตรง หรือพูดง่าย ๆ ว่า “ก็ไม่เชิง” คำที่ละไว้ต้องเข้าใจจากประโยคก่อนหน้า ในที่นี้เป็นการตั้งข้อสงสัยต่อแนวคิดที่ว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศอย่างชัดเจนแล้วในปี 1776 คำตอบแบบละคำนี้แก้หรือลดน้ำหนักสิ่งที่เพิ่งพูดอย่างนุ่มนวล ความสั้นอาจสร้างความขัดแย้งแบบนิ่ง ๆ หรือขบขันได้ เป็นการปฏิเสธการประเมิน ไม่ใช่การบอกโดยตรงว่ามีปริมาณน้อย
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “That plan sounds simple.” คุณตอบว่า “Not so much.” คุณหมายความว่าอย่างไร
- ฉันไม่ได้ยินเรื่องแผนนั้น
- แผนนั้นไม่ได้ง่ายจริง ๆ
- มีแผนอยู่ไม่มาก
ดูคำตอบ
แผนนั้นไม่ได้ง่ายจริง ๆ
Then she was just an idea in the minds of rebel scum.
2:12ตอนนั้นเธอเป็นเพียงแนวคิดในหัวของพวกกบฏต่ำช้าเท่านั้น
She wasn't recognized as a country instantly and without diplomatic effort to change that,
2:14เธอไม่ได้รับการรับรองให้เป็นประเทศในทันที และหากไม่มีความพยายามทางการทูตเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น
young America would never have made it on her own. สำนวน
2:18อเมริกาที่เพิ่งเกิดใหม่คงไม่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้แน่
made it on her own: ประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง
ใน make it คำว่า it เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ที่นี่ make it หมายถึงประสบความสำเร็จ อยู่รอด หรือยืนหยัดได้ ไม่ได้หมายถึงสร้างสิ่งของ ในประโยคนี้ made it จึงบอกว่าอเมริกาที่ยังอายุน้อยสามารถดำรงอยู่ในฐานะประเทศได้ on her own หมายถึงโดยไม่มีความช่วยเหลือ หรือด้วยตัวเอง ในที่นี้ America ถูกทำให้เป็นบุคคลเพศหญิง จึงใช้ her ส่วน would never have made เป็นการคาดการณ์อดีตที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง: ผู้พูดมองว่าหากไม่มีความช่วยเหลือจากภายนอก อเมริกาคงไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างเป็นอิสระได้
แบบฝึกหัด
made it on her own ในที่นี้หมายความว่าอะไร? No one funded Sara's project, but she made it on her own.
- เธอสร้างสิ่งของชิ้นหนึ่งขณะอยู่ตามลำพัง
- เธอเดินทางไปกับทีม
- เธอประสบความสำเร็จโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใคร
ดูคำตอบ
เธอประสบความสำเร็จโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใคร
Much like what happened a century later when she got her own rebel,
2:21คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในศตวรรษต่อมาเมื่อเธอมีกลุ่มกบฏของตัวเอง
And so it goes today with many of the maybe countries in the world. ลำดับความ
2:27และทุกวันนี้เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้กับหลายสถานที่ในโลกที่เป็น 'ประเทศก็ว่าได้'
And so it goes: สรุปรูปแบบที่เกิดซ้ำ
And so it goes ย้อนกลับไปยังรูปแบบที่เพิ่งกล่าวถึง และบอกว่ากระบวนการแบบเดียวกันยังดำเนินต่อไปหรือใช้ได้กับกรณีถัดไป And เชื่อมกับเนื้อหาก่อนหน้า so หมายถึงในลักษณะนั้น และ it goes อธิบายว่าเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างไร ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพาเรื่องจากตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ก่อนหน้าไปยังประเทศที่คล้ายกันในปัจจุบัน จึงช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งด้วยการนำรูปแบบเดิมไปสู่กรณีใหม่โดยไม่ต้องเล่าทุกขั้นตอนซ้ำ
แบบฝึกหัด
ผู้บรรยายอธิบายว่าคนแต่ละรุ่นส่งต่อเพลงเดียวกันให้รุ่นถัดไป ประโยคใดสรุปรูปแบบที่เกิดซ้ำได้ดีที่สุด?
- The songbook goes on the shelf after class.
- And so it goes from one generation to the next.
- And then the book goes to Mia.
ดูคำตอบ
And so it goes from one generation to the next.
because these things can take decades to settle. วลี
2:35เพราะเรื่องแบบนี้อาจใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะมีข้อยุติ
take decades to settle: ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะยุติ
ในโครงสร้าง take + ระยะเวลา + to + คำกริยา คำว่า take บอกว่าการกระทำหรือกระบวนการหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเสร็จสมบูรณ์ decades อยู่ในตำแหน่งระยะเวลา และ to settle บอกผลลัพธ์ที่ต้องรอนานขนาดนั้น ในที่นี้ settle หมายถึง “ได้รับการแก้ไข” หรือ “ลงเอยอย่างมั่นคง” ประโยคนี้บอกว่าประเด็นที่มีข้อโต้แย้งอาจยังไม่ยุติไปอีกหลายปี ไม่ได้หมายถึงมีใครย้ายไปตั้งถิ่นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับการแก้ไข”: Some legal cases can ____.
ดูคำตอบ
take decades to settle
these maybe countries are super awkward for countries to deal with.
2:38ประเทศที่อาจจะเป็นเหล่านี้ สร้างความลำบากใจในการรับมือให้ประเทศอื่นๆ อย่างมาก
While your tiny island nation might not want to get involved in the affairs of distant lands, วลี
2:42แม้ว่าประเทศเกาะเล็กๆ ของคุณอาจจะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการในดินแดนอันห่างไกล
get involved in the affairs of: เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของ
Get involved in หมายถึงเริ่มมีส่วนร่วมหรือเริ่มมีอิทธิพลต่อบางสิ่ง The affairs of ของบุคคล องค์กร หรือประเทศ หมายถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ฝ่ายนั้นจัดการ เมื่อรวมกัน get involved in the affairs of จึงหมายถึงการเข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงเรื่องของผู้อื่น ในที่นี้ affairs ไม่ได้หมายถึง “ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว” และ involved ไม่ได้หมายถึง “ซับซ้อน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายแบบเต็ม: Some people prefer not to ____ their neighbors.
ดูคำตอบ
get involved in the affairs of
you still have to decide to send a diplomat or not,
2:45คุณยังคงต้องตัดสินใจว่าจะส่งนักการทูตไปหรือไม่
pick a side ในข้อพิพาท
ใน pick a side คำว่า side หมายถึงฝ่ายหรือจุดยืนในความขัดแย้ง ไม่ใช่ด้านทางกายภาพ ส่วน pick a side หมายถึงการเลือกว่าจะสนับสนุนบุคคล กลุ่ม หรือจุดยืนใด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่าแม้แต่การไม่ทำอะไรเลยก็อาจถูกมองว่าเป็นการเลือกฝ่ายได้ แนวคิดที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ ความเป็นกลางหรือการไม่ลงมือทำก็ยังอาจสื่อถึงการสนับสนุนฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pick a side ในความหมายว่าเลือกว่าจะสนับสนุนใครในข้อขัดแย้ง?
- Rina would not pick a side in the argument.
- Rina picked a side of the box to paint.
- Rina stood at the side of the stage.
ดูคำตอบ
Rina would not pick a side in the argument.
การประชดใน er, sorry ... and no one would ever think otherwise
การเว้นจังหวะด้วย er และการแก้คำด้วย sorry แสดงการเปลี่ยนคำพูดจาก Taiwan เป็น Chinese Taipei หากดูแยกกัน สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นการแก้คำอย่างจริงใจ แต่ในที่นี้กลับทำให้ถ้อยคำดังกล่าวดูเหมือนเป็นสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้ คำกล่าวแบบครอบคลุมว่า totally part of China and no one would ever think otherwise จงใจพูดอย่างเด็ดขาดเกินไป เมื่อรวมกับการแก้คำอย่างกระอักกระอ่วน จึงสื่อการประชด ผู้พูดทำเหมือนยอมรับถ้อยคำที่ได้รับการยอมรับ แต่แท้จริงกำลังดึงความสนใจไปยังแรงกดดันทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง Chinese Taipei เป็นชื่อที่อ่อนไหวทางการเมืองซึ่งใช้เรียกไต้หวันในองค์กรและกิจกรรมระหว่างประเทศบางแห่ง ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไมการแก้คำจึงมีความหมายมากกว่าเพียงความชอบเรื่องชื่อ
แบบฝึกหัด
การใช้ er, sorry ร่วมกับ no one would ever think otherwise ในที่นี้บ่งชี้สิ่งใดชัดเจนที่สุด?
- การแก้ไขข้อเท็จจริงที่พูดผิดโดยไม่ตั้งใจอย่างเป็นกลาง
- ความไม่แน่ใจเพราะผู้พูดจำชื่อสถานที่ไม่ได้
- การแสดงความเห็นด้วยแบบประชดที่บอกเป็นนัยว่ามีแรงกดดันอยู่เบื้องหลังถ้อยคำ
ดูคำตอบ
การแสดงความเห็นด้วยแบบประชดที่บอกเป็นนัยว่ามีแรงกดดันอยู่เบื้องหลังถ้อยคำ
Taiwan is a separate country and has been for years,
3:04ไต้หวันคือประเทศที่แยกตัวออกมาและเป็นมานานหลายปีแล้ว
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ let go
ในที่นี้ let go หมายถึง “เลิกยึดติดกับจุดยืนหรือข้อเรียกร้อง” หรือ “ยอมละทิ้ง” ไม่ได้หมายถึงการปล่อยสิ่งของจริง ๆ กรรมที่ไม่ได้กล่าวออกมารู้ได้จากบริบท คือข้อเรียกร้องอธิปไตยเหนือไต้หวันของจีน let go ใช้โดยไม่มีกรรมได้เมื่อบริบทบอกชัดอยู่แล้วว่ากำลังยึดอะไรไว้ ในบริบทของข้อพิพาท ความสัมพันธ์ และอารมณ์ มักหมายถึงการหยุดต่อต้าน ควบคุม หรือยึดติด
แบบฝึกหัด
ใน “but China won't let go” คำว่า let go หมายถึงอะไร?
- แบมือแล้วปล่อยสิ่งของ
- อนุญาตให้บุคคลหนึ่งจากไป
- เลิกยืนกรานในจุดยืนของตน
ดูคำตอบ
เลิกยืนกรานในจุดยืนของตน
โครงสร้าง insists (that) you call A B
Insists ใช้นำข้อเรียกร้องที่หนักแน่น ที่นี่ละ that ก่อน you call โครงสร้างเต็มคือ insist + (that) + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า you call เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ใช่กรรมตามด้วย infinitive ภายในอนุประโยค call ใช้โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ Call her Chinese Taipei หมายถึง “เรียกเธอว่า Chinese Taipei” ในการทำให้ประเทศเป็นบุคคลนี้ her หมายถึงไต้หวัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ insist และกริยารูปพื้นฐาน call: The coach ____ we ____ the team the Falcons.
ดูคำตอบ
insists · call
And don't forget who makes all your clothing and utensils and phones and computers and everything.
3:10และอย่าลืมว่าใครเป็นคนผลิตเสื้อผ้า ของใช้ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และทุกสิ่งทุกอย่างของคุณ
play along: ให้ความร่วมมือโดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
ในที่นี้ play along หมายถึงการยอมทำตามเรื่องราว จุดยืน แผนการ หรือการแสดงไปก่อน แม้จะไม่ได้ยอมรับทั้งหมดก็ตาม เป็นการบอกถึงความร่วมมือที่แสดงออกภายนอก ซึ่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเห็นด้วยจากใจจริง วลีนี้มักแสดงถึงทางเลือกในทางปฏิบัติ คือทำตามสิ่งที่คนอื่นคาดหวังเพราะมีประโยชน์ สุภาพกว่า ปลอดภัยกว่า หรือเหมาะกับสถานการณ์ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการโกหกเสมอไป และในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึง “ทำเหมือนยอมรับสถานการณ์นั้นไปก่อน”: The children said the sofa was a spaceship. Dad knew it was not, but he decided to ____ and asked where they were flying.
ดูคำตอบ
play along
even though they unofficially acknowledge Taiwan's independence
3:17แม้ว่าพวกเขาจะยอมรับเอกราชของไต้หวันอย่างไม่เป็นทางการ
and do things that wouldn't make sense otherwise, ไวยากรณ์
3:20และทำสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลในบริบทอื่นเลย
wouldn't make sense otherwise: เงื่อนไขที่แฝงอยู่
อนุประโยค wouldn't make sense otherwise หมายความว่าการกระทำนั้นดูสมเหตุสมผลเพราะมีเงื่อนไขที่กล่าวไว้ก่อนหน้าหรือเป็นนัยอยู่ otherwise ในที่นี้หมายถึง “ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น” หรือ “ภายใต้เงื่อนไขอื่น” wouldn't ทำให้การประเมินนี้เป็นการสมมติ ไม่ใช่การกล่าวตรง ๆ เกี่ยวกับปัจจุบัน รูปแบบนี้ย่อประโยคเงื่อนไขที่ยาวกว่า กล่าวคือ ถ้าเงื่อนไขนั้นไม่เป็นจริง การกระทำเหล่านั้นก็จะไม่สมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเพียงคำเดียวที่หมายถึง “ถ้าคุณไม่ทำเช่นนั้น”: Keep the receipt; ____, you will not be able to return the game.
ดูคำตอบ
otherwise
like sending aircraft carriers to protect one part of China
3:22เช่น การส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปปกป้องดินแดนส่วนหนึ่งของจีน
has led us straight to: นำไปสู่ผลลัพธ์โดยตรง
ในที่นี้ has led us straight to หมายถึงคำถามง่าย ๆ ได้พาการสนทนาไปสู่ประเด็นที่จริงจังกว่ามากอย่างรวดเร็ว lead ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงมีใครพาใครเดินไปจริง ๆ ส่วน straight เน้นว่าการเปลี่ยนประเด็นเกิดขึ้นโดยตรง แทบไม่มีช่วงพักหรือขั้นตอนคั่นกลาง โครงสร้างคือ lead + person + (straight) to + result or topic ส่วน has led เชื่อมสาเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้ากับจุดที่การสนทนามาถึงในตอนนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้โดยใช้ present perfect: The first clue ____ the answer.
ดูคำตอบ
has led us straight to
World War III press here to start button ในฐานะป้ายเลียนแบบหน้าจอ
ผู้พูดสร้างภาพปุ่มที่มีข้อความว่า press here to start World War III ขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีปุ่มจริงอยู่ ภาพเปรียบนี้พูดเกินจริงว่าคำถามที่ดูไม่มีพิษภัยได้พาการสนทนาไปสู่ความเป็นไปได้ของความขัดแย้งระดับโลก จึงเกิดเป็นมุกตลกร้ายแบบโลกอินเทอร์เน็ต ในด้านไวยากรณ์ World War III และ press here to start ถูกอัดไว้หน้า button ราวกับเป็นป้ายยาว ๆ ที่สร้างขึ้นเฉพาะหน้า โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ a “press here to start World War III” button การพูดแบบย่อนี้เลียนแบบคำสั่งสั้น ๆ บนหน้าจอ
แบบฝึกหัด
World War III press here to start button หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- ผู้พูดกำลังบอกวิธีเริ่มแบบทดสอบประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สาม
- มีแผงควบคุมจริงที่สามารถเริ่มสงครามโลกครั้งที่สามอย่างเป็นทางการได้
- การสนทนาได้มาถึงจุดที่ดูเหมือนเป็นตัวกระตุ้นสงครามโลกได้ง่ายอย่างอันตราย
ดูคำตอบ
การสนทนาได้มาถึงจุดที่ดูเหมือนเป็นตัวกระตุ้นสงครามโลกได้ง่ายอย่างอันตราย
จากที่สูงท่ามกลางเหล่าทวยเทพ
ในที่นี้ perch เป็นตำแหน่งสำหรับมองที่ใช้เชิงอุปมา ไม่ใช่คอนที่นกเกาะจริง ๆ ผู้มีอำนาจในโอลิมปิกถูกจินตนาการให้อยู่สูงเหนือประเทศทั่วไป นั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าทวยเทพและมองโลกลงมาจากเบื้องบน มุมมองจากที่สูงนี้สื่อถึงอำนาจ ความห่างเหิน และความเหนือกว่าที่กล่าวอ้าง เมื่อใช้ร่วมกับ Surely ภาพอันยิ่งใหญ่นี้จึงปูทางไปสู่การประชด ผู้พูดทำเหมือนว่าผู้สังเกตการณ์ที่อยู่สูงส่งเช่นนี้ย่อมต้องเป็นกลาง ทั้งที่กำลังจะตั้งคำถามกับข้อสันนิษฐานนั้น
แบบฝึกหัด
from their perch among the gods สื่ออะไรในประโยคนี้?
- พวกเขานั่งอยู่บนกิ่งไม้จริงข้างรูปปั้นเทพเจ้า
- พวกเขาถูกจินตนาการให้อยู่ในตำแหน่งสูงและมีอำนาจ มองประเทศต่าง ๆ ลงมาจากเบื้องบน
- พวกเขาซ่อนตัวอยู่ใต้ประเทศต่าง ๆ และมองไม่เห็นประเทศเหล่านั้น
ดูคำตอบ
พวกเขาถูกจินตนาการให้อยู่ในตำแหน่งสูงและมีอำนาจ มองประเทศต่าง ๆ ลงมาจากเบื้องบน
they have a disinterested view of the countries below. การใช้คำ
3:43พวกเขาคงมีมุมมองที่เป็นกลางต่อประเทศเบื้องล่าง
disinterested: เป็นกลาง ไม่ใช่เบื่อ
ในประโยคนี้ disinterested หมายถึง «เป็นกลางและไม่ลำเอียง» คือไม่ถูกชักจูงด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวหรือการมีส่วนเกี่ยวข้องของตน คำนี้บรรยายมุมมองที่ผู้มีอำนาจในโอลิมปิกถูกกล่าวอ้างว่าสามารถมีได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง «เบื่อ» หรือ «ไม่สนใจ» ถ้อยคำโดยรวมมีความประชด ผู้พูดจึงเสนอความเป็นกลางในฐานะคำกล่าวอ้างที่จะถูกตั้งคำถาม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่กำลังยืนยันอย่างตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
disinterested ในคำบรรยายนี้หมายถึงอะไร?
- เบื่อและไม่ได้ตั้งใจฟัง
- โกรธเพราะได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม
- เป็นกลางและไม่ถูกชักจูงด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว
ดูคำตอบ
เป็นกลางและไม่ถูกชักจูงด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว
even though it's unambiguously part of the United States,
3:52ทั้งที่มันเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน
that are happy to play in her Olympic games as nations,
3:59ที่ยินดีจะลงแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกของเธอในฐานะชาติ
Presumably Olympics includes these to bump up the number so she can say more than 200 countries compete, กริยาวลี
4:04สันนิษฐานได้ว่าโอลิมปิกรวมพวกนี้เข้ามาก็เพื่อเพิ่มยอด จะได้พูดได้ว่ามีมากกว่า 200 ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน
bump up the number: ปรับยอดรวมให้สูงขึ้นอย่างตั้งใจ
“Bump up the number” หมายถึงทำให้ยอดรวมสูงขึ้น โดยทั่วไปเกิดจากการปรับอย่างตั้งใจ Bump up เป็นกริยาวลีแบบภาษาสนทนา ในประโยคนี้ การรวมทีมเพิ่มเติมทำให้ตัวเลขที่นำไปกล่าวอ้างสูงขึ้น วลีนี้เน้นการขยับค่าที่วัดได้ให้สูงขึ้น มักให้ความรู้สึกว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือปรับเพื่อความเหมาะสม แต่ขนาดที่เพิ่มจริงต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้: The organizer added a late session to ____ the total number of events.
ดูคำตอบ
bump up
though even her inflated list doesn't include Vatican City,
4:09ถึงแม้ว่ารายชื่อที่บวมเป่งนี้จะไม่ได้รวมนครรัฐวาติกันเข้ามาด้วย
divine intervention would be required to take home a gold. วลี
4:13คงต้องพึ่งปาฏิหาริย์จากสวรรค์ถึงจะนำเหรียญทองกลับบ้านได้
take home a gold: คว้าเหรียญทอง
ในรายงานกีฬา “take home a gold” หมายถึง “คว้าเหรียญทอง” Take home นำเสนอเหรียญในฐานะผลงานที่ผู้เข้าแข่งขันได้รับจากการแข่งขัน ไม่ใช่สิ่งของธรรมดาที่นำกลับบ้าน ในที่นี้ a gold เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ a gold medal โครงสร้างเดียวกันใช้กับผลการแข่งขันอื่นได้ เช่น take home a silver, a bronze, a prize หรือ an award
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนกีฬาสี่คำจากบทเรียนนี้: At the regional championships, Maya hopes to ____ in the 100 metres.
ดูคำตอบ
take home a gold
And Vatican City brings us right back to the core of the difficulty with this question.
4:16และนครรัฐวาติกันก็นำเรากลับมาสู่แก่นของความยากของคำถามนี้พอดี
A consistent definition of country is impossible
4:19การให้คำจำกัดความที่สอดคล้องกันของประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
because your checklist needs to include both Vatican City,
4:22เพราะรายการเช็คลิสต์ของคุณจะต้องรวมถึงนครรัฐวาติกัน
ประเทศที่ดูไม่เหมือนประเทศที่สุดแต่ยังเป็นประเทศ... ที่ที่ดูเหมือนประเทศที่สุดแต่ไม่ใช่ประเทศ
คำบรรยายสองส่วนที่เน้นไว้ใช้โครงสร้างเดียวกัน คือวลีคำนามขั้นสูงสุด the least/most country-like country ตามด้วยอนุประโยคขยายคำนาม that's still a country/that isn't ในส่วนหลังให้เข้าใจว่ามี a country ตามหลัง isn't แม้จะละไว้ การเปลี่ยนจาก least เป็น most และจาก still a country เป็น isn't ทำให้เห็นการกลับด้านได้ง่าย country-like หมายถึงมีลักษณะที่ผู้คนมักเชื่อมโยงกับประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีสถานะเป็นประเทศทางกฎหมายหรือการเมืองโดยอัตโนมัติ ถ้อยคำที่สมมาตรกันนี้เผยให้เห็นปัญหาของรายการเกณฑ์แบบง่าย ๆ คือ นครรัฐวาติกันดูไม่ค่อยเหมือนประเทศทั่วไปแต่ถือเป็นประเทศ ส่วนฮ่องกงดูเหมือนประเทศมากกว่าแต่ไม่ถือเป็นประเทศเอกราช
แบบฝึกหัด
โครงสร้างคู่ขนานนี้แสดงประเด็นใดเป็นหลัก?
- ความคล้ายประเทศกับสถานะประเทศอย่างเป็นทางการอาจชี้ไปคนละทิศทางกัน
- นครรัฐวาติกันและฮ่องกงมีสถานะทางการเมืองเหมือนกันทุกประการ
- ผู้พูดกำลังจัดอันดับประเทศตามขนาดพื้นที่เท่านั้น
ดูคำตอบ
ความคล้ายประเทศกับสถานะประเทศอย่างเป็นทางการอาจชี้ไปคนละทิศทางกัน
don't forget from previous episodes the seemingly endless territories,
4:33อย่าลืมเรื่องดินแดนที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดจากตอนก่อนๆ ด้วย
And this isn't even bringing up the various nutters who plant a flag on an island or an oil rig, กริยาวลี
4:40และนี่ยังไม่นับรวมบรรดาคนสติเฟื่องทั้งหลายที่ไปปักธงบนเกาะหรือแท่นขุดเจาะน้ำมัน
bringing up: การหยิบยกหัวข้อ
ในที่นี้ bringing up หมายถึงการหยิบยกหรือกล่าวถึงหัวข้อเพื่อให้ผู้คนพิจารณาหรือพูดคุยกัน หัวข้อนั้นเป็นกรรมของวลี เช่น bring up an issue, a question หรือ an example This isn't even bringing up ... หมายความว่าการสนทนายังไม่ได้รวมเรื่องบางอย่างเข้ามาด้วย even เน้นว่าผู้พูดยังสามารถเพิ่มกลุ่มตัวอย่างที่รุนแรงกว่านี้ได้อีก ดังนั้นปัญหาจึงใหญ่กว่าสิ่งที่อธิบายไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “หยิบยกหัวข้อขึ้นมาเพื่ออภิปราย”: At tomorrow's meeting, I need to ____ the delivery delay.
ดูคำตอบ
bring up
start printing currency on their fancy inkjet,
4:44เริ่มพิมพ์ธนบัตรเองจากเครื่องพรินต์อิงก์เจ็ตสุดหรู
“Where does that leave us?” เพื่อถามข้อสรุปหรือสถานการณ์ปัจจุบัน
ใช้ “Where does that leave us?” หลังจากพูดถึงข้อเท็จจริง ตัวเลือก หรือปัญหาหลายอย่างแล้ว “That” รวบรวมข้อมูลที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ไว้ด้วยกัน ส่วน “Leave us” หมายถึง “ทำให้เราอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง” หรือ “นำเราไปสู่ข้อสรุปหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงการออกจากสถานที่ คำถามนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากข้อมูลไปสู่ผลของข้อมูลนั้น กล่าวคือ ตอนนี้เราสรุปอะไรได้ และเราอยู่ในสถานการณ์แบบใด
แบบฝึกหัด
กลุ่มหนึ่งได้ทบทวนปัญหาหลายอย่างในแผนของตน เมื่อผู้พูดถามว่า “Where does that leave us?” เขากำลังถามอะไร?
- ตอนนี้เรามีข้อสรุปหรืออยู่ในสถานการณ์ใด?
- เราควรออกจากสถานที่ไหนทันที?
- เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน?
ดูคำตอบ
ตอนนี้เรามีข้อสรุปหรืออยู่ในสถานการณ์ใด?
is probably to say around 200 and leave it at that. สำนวน
4:54ก็น่าจะเป็นการบอกว่าประมาณ 200 ประเทศ และจบไว้แค่นั้น
“For the foreseeable future” เพื่อจำกัดเวลาอย่างระมัดระวัง
“For the foreseeable future” หมายถึงตลอดช่วงเวลาในอนาคตที่เราคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผลจากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ วลีนี้จำกัดขอบเขตของคำกล่าว โดยคาดว่าสถานการณ์จะดำเนินต่อไป แต่ไม่ได้บอกว่าจะคงอยู่ตลอดไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ “ประมาณ 200” เป็นค่าประมาณในอนาคตที่กล่าวอย่างระมัดระวัง การเปลี่ยนแปลงภายหลังอาจทำให้ค่าประมาณอื่นเหมาะสมกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าคาดว่าการปิดจะดำเนินต่อไปไกลเท่าที่ปัจจุบันคาดการณ์ได้ โดยไม่ได้บอกว่าจะปิดถาวร?
- The library is closed for now.
- The library will remain closed for the foreseeable future.
- The library will remain closed forever.
ดูคำตอบ
The library will remain closed for the foreseeable future.
leave it at that: จบไว้แค่นั้น
ใน leave it at that คำว่า leave หมายถึงปล่อยให้บางอย่างคงอยู่ตามเดิม และ that หมายถึงคำตอบหรือการสนทนาในตอนนี้ ทั้งวลีหมายถึงหยุดเพิ่มรายละเอียด หยุดโต้แย้ง หรือหยุดตามประเด็นนั้นต่อ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้ปิดค่าประมาณไว้ที่ around 200 โดยสื่อว่าการระบุตัวเลขให้แม่นยำขึ้นไม่ได้ทำให้คำตอบน่าเชื่อถือขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ leave it at that อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อจบการสนทนาโดยไม่เพิ่มรายละเอียดอีก?
- We cannot know the exact cost, so let's say about £500 and leave it at that.
- She left the meeting and took the notes with her.
- Please leave the parcel at that door before noon.
ดูคำตอบ
We cannot know the exact cost, so let's say about £500 and leave it at that.
An answer with more significant figures implies more agreement than there really is โน้ต
4:57คำตอบที่มีตัวเลขแบบเจาะจงมากกว่านั้น จะสื่อเป็นนัยว่ามีความเห็นพ้องต้องกันมากกว่าความเป็นจริง
significant figures: เลขนัยสำคัญ
Significant figures หรือเลขนัยสำคัญ คือหลักตัวเลขในจำนวนหนึ่งที่แสดงระดับความละเอียดที่ระบุไว้ โดยนับตามกฎมาตรฐานตั้งแต่ตัวเลขแรกที่ไม่ใช่ศูนย์ ตัวอย่างเช่น 200 อาจกำกวมได้หากรูปแบบการเขียนไม่แสดงว่ามีความละเอียดเพียงใด ในประโยคนี้ มีการนำศัพท์เทคนิคมาใช้วิจารณ์ความแม่นยำแบบลวงตา การให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นจะทำให้ดูเหมือนว่ามีความเห็นตรงกันมากขึ้นเกี่ยวกับจำนวนที่แน่นอน ทั้งที่ความเห็นตรงกันเช่นนั้นไม่มีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
significant figures ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- บุคคลสำคัญที่แสดงอยู่ในแผนภูมิ
- หลักตัวเลขที่มีความหมายซึ่งใช้แสดงความละเอียด โดยหลักที่เพิ่มขึ้นสื่อถึงความเห็นพ้องที่ไม่มีเหตุผลรองรับ
- ตัวเลขที่ปรากฏหลังจุดทศนิยมเท่านั้น
ดูคำตอบ
หลักตัวเลขที่มีความหมายซึ่งใช้แสดงความละเอียด โดยหลักที่เพิ่มขึ้นสื่อถึงความเห็นพ้องที่ไม่มีเหตุผลรองรับ
สื่อว่ามีความเห็นพ้องกันมากกว่าความเป็นจริง
วลีนี้หมายความว่าเลขนัยสำคัญที่เพิ่มขึ้นสร้างความรู้สึกว่ามีความเห็นพ้องกันมากขึ้น แต่ระดับความเห็นพ้องที่แท้จริงนั้นต่ำกว่า รูปแบบ more X than there really is ใช้เปรียบเทียบปริมาณ X ที่ดูเหมือนมีหรือถูกสื่อออกมา กับปริมาณที่มีอยู่จริง ใน there really is คำว่า there แสดงการมีอยู่ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ส่วน agreement หลัง is ถูกละไว้เพื่อไม่ให้ซ้ำ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบสี่คำที่เปรียบเทียบปริมาณซึ่งดูเหมือนมีอยู่กับปริมาณที่มีอยู่จริงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The report's exact percentage suggests more certainty ____.
ดูคำตอบ
than there really is
if other countries think that country is a country.
5:05การที่ประเทศอื่นๆ คิดว่าประเทศนั้นเป็นประเทศต่างหาก
What makes A A is if B: เกณฑ์ที่กำหนดสถานะของ A
ส่วนต้น what makes a country a country กล่าวถึงสิ่งที่ทำให้บางสิ่งมีสถานะเป็นประเทศ ส่วนหลัง is ให้เกณฑ์ตัดสิน คือประเทศอื่น ๆ ปฏิบัติต่อสิ่งนั้นในฐานะประเทศ การใช้คำว่า country ซ้ำเป็นความตั้งใจ เพื่อเน้นว่าคำนิยามขึ้นอยู่กับการยอมรับ ไม่ใช่การเพิ่มคำบรรยายใหม่ ในที่นี้ if ใช้เกริ่นเกณฑ์ตัดสินและมีความหมายใกล้กับ whether ไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขสมมติทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้ชัดเจนที่สุดในภาษาอังกฤษเขียนแบบรอบคอบ เพื่อบอกว่าการรับรองจากโรงเรียนคือเกณฑ์ตัดสิน
- What makes a club official is if the school recognizes it.
- The school recognizes the club because it is official.
- What makes a club official is whether the school recognizes it.
ดูคำตอบ
What makes a club official is whether the school recognizes it.