เปปป้าพิกดูรูปถ่ายเก่าๆ สมัยเด็ก 🐷 Peppa Pig ช่องอย่างเป็นทางการ | การ์ตูนสำหรับครอบครัวและเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
424 คำ 131 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปป้ากับซูซี่ดูรูปสมัยที่ยังเป็นทารก ขณะที่คุณแม่พิกและคุณพ่อพิกเล่าถึงวันที่ครอบครัวย้ายบ้าน การเติบโตของเด็ก ๆ และวันที่เป๊ปป้าพบแอ่งโคลน ซึ่งกลายเป็นกิจกรรมโปรดที่เธอยังชอบมาจนถึงปัจจุบัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Who do you think it is? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจคำถามซ้อนที่แทรก do you think ไว้กลางคำถาม แต่ส่วน it is ยังคงเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า จึงใช้ถามความคิดเห็นหรือการคาดเดาของผู้อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอย่าง Who do you think is it? 2. put some pictures up. / put up a shelf. — กริยาวลี: สังเกตว่า put up ในบริบทนี้หมายถึงแขวนหรือติดตั้งสิ่งของ ตัวอย่างทั้งสองแสดงว่ากรรมที่เป็นคำนามสั้น ๆ วางคั่นระหว่าง put กับ up หรือวางหลังทั้งกริยาวลีก็ได้ ทำให้เลือกใช้ตำแหน่งกรรมทั้งสองแบบได้ถูกต้อง 3. has always loved jumping — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ present perfect ร่วมกับ always และตาม love ด้วยรูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่ใครบางคนชอบต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งใช้สรุปความชอบที่ยาวนานหรือลักษณะเด่นของตัวละครได้อย่างกระชับ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The Olden Days. การใช้คำ

0:01

วันวาน

การใช้คำ

The Olden Days: วิธีพูดว่าเมื่อนานมาแล้วแบบมีบรรยากาศของเรื่องเล่า

the olden days หมายถึงช่วงเวลาในอดีตอันไกลโพ้นที่ไม่ได้ระบุชัดเจน และอาจหมายถึงช่วงที่ใครคนหนึ่งยังเป็นเด็กด้วย ในชื่อเรื่องนี้ วลีดังกล่าวใช้เกริ่นถึงความทรงจำในวัยเด็ก ไม่ได้ชี้ถึงวันที่ใดเป็นพิเศษ วลีนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมือนการเล่าเรื่อง หรือชวนให้นึกถึงวันวาน ควรเข้าใจ the olden days เป็นสำนวนบอกเวลาทั้งวลี ไม่ใช่แปลแยกคำว่าเป็นวันที่แก่ลง

แบบฝึกหัด

ในชื่อเรื่อง The Olden Days วลีที่เน้นไว้สื่อถึงอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. ช่วงเวลาอันไกลโพ้นที่ไม่ระบุชัดเจนและให้ความรู้สึกเหมือนเรื่องเล่าหรือชวนคิดถึง
  2. ช่วงเวลาในอนาคตอันใกล้
  3. วันที่เฉพาะเจาะจงหลายวันที่แก่ลง
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาอันไกลโพ้นที่ไม่ระบุชัดเจนและให้ความรู้สึกเหมือนเรื่องเล่าหรือชวนคิดถึง

Suzy Sheep has come to play at Peppa's house. วลี

0:03

ซูซี่แกะมาเล่นที่บ้านของเปปป้า

วลี

come to play: ใช้ to + คำกริยาเพื่อบอกจุดประสงค์

ใน come to play คำว่า come บอกถึงการมาเยือน ส่วน to play อธิบายจุดประสงค์ ซูซี่มาที่บ้านของเป๊ปป้าเพื่อเล่น จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่การเดินทางมา แต่รวมถึงเหตุผลที่มาด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ come + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น come to visit, come to help หรือ come to see someone ส่วน to-infinitive ตอบคำถามว่า “คนคนนั้นมาทำอะไร?”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “มาเยี่ยมเพื่อเล่น” ให้สมบูรณ์: Ava has ____ at Ben's house.

ดูคำตอบ

come to play

Hello, Suzy.

0:06

สวัสดีจ้ะ ซูซี่

Hello, Peppa.

0:08

สวัสดีจ้ะ เปปป้า

I've got something to show you. วลี

0:10

ฉันมีอะไรจะให้ดูด้วยแหละ

วลี

I've got something to show you: ใช้เกริ่นก่อนนำบางอย่างมาให้ดู

I've got something to show you เป็นประโยคเปิดบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ หมายถึง “ฉันมีอะไรบางอย่างอยากให้คุณดู” และเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเปิดเผยหรือสาธิตบางอย่าง ในประโยคนี้ I've got หมายถึง “ฉันมี” ส่วนวลี infinitive to show you ใน something to show you อธิบายจุดประสงค์ของ something ว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดตั้งใจจะให้อีกฝ่ายดู

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะเปิดเผยรูปถ่าย ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณมีบางอย่างอยากให้อีกฝ่ายดู

  1. I've got something to show you.
  2. I've got something to ask you.
  3. I've got something to tell you.
ดูคำตอบ

I've got something to show you.

Look.

0:12

ดูสิ

What is it?

0:14

มันคืออะไรเหรอ?

It's a photograph.

0:15

มันคือรูปถ่าย

Who do you think it is? ไวยากรณ์

0:17

เธอคิดว่าเป็นใคร?

ไวยากรณ์

ลำดับคำใน Who do you think it is?

Who do you think it is? ใช้ขอให้อีกฝ่ายเดาหรือระบุว่าคนคนนั้นคือใคร ส่วน do you think เพิ่มความหมายว่า “ในความเห็นของคุณ” หลัง do you think ส่วนที่ซ้อนอยู่จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it is ไม่ใช่ is it คำถามหลักใช้ do นำหน้า you ไปแล้ว จึงไม่สลับประธานกับกริยาอีกครั้งในตอนท้าย

แบบฝึกหัด

คุณเห็นคนคนหนึ่งในรูปที่ไม่ชัดและอยากให้เพื่อนเดาว่าเป็นใคร คำถามใดมีลำดับคำที่ถูกต้อง

  1. Who do you think is it?
  2. Who you think it is?
  3. Who do you think it is?
ดูคำตอบ

Who do you think it is?

It's a baby sheep.

0:20

ลูกแกะนี่นา

It's me.

0:23

ฉันเอง

You're not a baby.

0:25

เธอไม่ใช่เด็กทารกซะหน่อย

It's an old photo when I was a baby. ไวยากรณ์

0:28

มันเป็นรูปเก่าตอนที่ฉันยังเป็นทารกต่างหาก

ไวยากรณ์

when I was a baby: การบอกช่วงเวลาในอดีต

ในที่นี้ when I was a baby ทำหน้าที่บอกช่วงเวลาของรูปเก่า หมายความว่ารูปนั้นมาจากช่วงที่ผู้พูดยังเป็นทารก when ใช้เชื่อมข้อมูลเรื่องเวลา ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ when + ประธาน + กริยารูปอดีต เช่น when I was little และ when I was at school

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when เพื่อบอกช่วงเวลาในอดีตแทนการตั้งคำถาม?

  1. This photo was taken when I was a baby.
  2. Was I a baby in this photo?
  3. When was this photo taken?
ดูคำตอบ

This photo was taken when I was a baby.

Don't be silly, Suzy. น้ำเสียง/เจตนา

0:32

อย่าทำเป็นเล่นน่า ซูซี่

น้ำเสียง/เจตนา

Don't be silly: การปฏิเสธแบบหยอกล้อหรือการตักเตือนเบา ๆ

ในที่นี้ Don't be silly ใช้ปฏิเสธความคิดของซูซี่แบบไม่เป็นทางการ เพราะผู้พูดเห็นว่าความคิดนั้นไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดเจน ในบทสนทนาแบบหยอกล้อนี้ ความหมายใกล้กับการพูดว่า “โอ้ นั่นไม่น่าจะถูกนะ” และไม่ได้หมายความว่าซูซี่เป็นคนโง่เสมอไป

แบบฝึกหัด

คุณกำลังประชุมอย่างเป็นทางการกับครูที่คุณไม่ค่อยรู้จัก การใช้ Don't be silly เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยเป็นวิธีที่ปลอดภัยและให้เกียรติหรือไม่?

  1. ใช่ เป็นคำพูดแบบทางการที่ใช้ได้อย่างปลอดภัย
  2. ไม่ใช่ อาจฟังดูเหมือนดูถูกหรือไม่ให้เกียรติ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ อาจฟังดูเหมือนดูถูกหรือไม่ให้เกียรติ

In the olden days, you were a baby too, Peppa.

0:34

ในสมัยวันวาน เธอก็เป็นทารกเหมือนกันนะเปปป้า

No, I wasn't. ไวยากรณ์

0:38

ไม่ ฉันเปล่านะ

Yes, you were.

0:40

ใช่ เธอเป็น

ไวยากรณ์

I wasn't ... you were: การตอบสั้น ๆ ด้วย be

“I wasn't” หมายถึง “I wasn't a baby” และ “you were” หมายถึง “you were a baby” สามารถละส่วนเติมเต็มที่ซ้ำกันได้ เพราะผู้พูดทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงอะไร ในการตอบสั้น ๆ หรือแก้คำพูด ให้ใช้รูปของ be แบบเดียวกับประโยคก่อนหน้าและให้ตรงกับประธาน โดย I ใช้ was/wasn't ส่วน you ใช้ were/weren't ในที่นี้“Yes, you were” เป็นการโต้แย้งคำปฏิเสธของอีกฝ่ายโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมรูปปฏิเสธแบบย่อก่อน แล้วตามด้วยรูปบอกเล่าของ be: You were tired. — No, I ____. — Yes, you ____.

ดูคำตอบ

wasn't · were

Ask your Mummy.

0:42

ลองถามแม่เธอสิ

Mummy Pig is working on the computer. วลี

0:44

แม่หมูกำลังทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

วลี

working on the computer: on ที่แสดงการใช้อุปกรณ์

ใน “working on the computer” คำว่า on แสดงว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน ไม่ได้หมายความว่าคนอยู่บนคอมพิวเตอร์จริง ๆ on ในความหมายนี้มักหมายถึง “ใช้หรือทำผ่านอุปกรณ์หรือแพลตฟอร์ม” เช่น on the phone หรือ on a tablet

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เน้นการใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เพียงการอยู่ตรงหน้าคอมพิวเตอร์

  1. Leah is working on the computer.
  2. Leah is working above the computer.
  3. Leah is working at the computer.
ดูคำตอบ

Leah is working on the computer.

Mummy.

0:46

แม่คะ

Hello Peppa.

0:47

สวัสดีจ้ะ เปปป้า

Suzy is talking nonsense. วลี

0:48

ซูซี่พูดจาเหลวไหลค่ะ

วลี

talking nonsense: พูดเรื่องเหลวไหลหรือไม่มีเหตุผล

talk nonsense หมายถึงพูดเรื่องที่เหลวไหล ไม่จริง หรือไม่มีเหตุผล ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตัดสินว่าคำพูดของซูซี่ไร้สาระ ไม่ได้แค่บอกว่าคำพูดของเธอเข้าใจยาก โครงสร้างคือ talk + nonsense และใช้ในประโยคคำสั่งได้ เช่น Stop talking nonsense.

แบบฝึกหัด

ใน “Suzy is talking nonsense,” คำว่า talking nonsense หมายถึงอะไร?

  1. พูดเรื่องเหลวไหลหรือไม่มีเหตุผล
  2. อธิบายอย่างรอบคอบ
  3. พูดด้วยเสียงเบามาก
ดูคำตอบ

พูดเรื่องเหลวไหลหรือไม่มีเหตุผล

No, I'm not.

0:51

ไม่นะ ฉันเปล่า

She said in the olden days, I was a baby.

0:53

เขาบอกว่าในสมัยวันวาน หนูเป็นเด็กทารก

Well, you were, Peppa. น้ำเสียง/เจตนา

0:58

ก็หนูเป็นจริงๆ นี่จ๊ะ เปปป้า

น้ำเสียง/เจตนา

Well, you were: ใช้ Well เพื่อทำให้การแก้ไขนุ่มนวลขึ้น

Well ในที่นี้เป็นคำที่ช่วยจัดลำดับบทสนทนา ทำให้ผู้พูดเว้นจังหวะและทำให้คำตอบนุ่มนวลขึ้นก่อนจะแก้ความเข้าใจของเป๊ปป้า ไม่ได้แปลว่า “ดี” และไม่ได้แสดงว่าเห็นด้วย You were เป็นคำตอบแบบละส่วนที่เข้าใจกันอยู่แล้ว โดย were ใช้รูปอดีตของ be ซ้ำ ส่วน a baby ถูกละไว้เพราะความหมายชัดเจนแล้ว เมื่อรวมกัน Well, you were จึงเป็นการแก้ความเข้าใจที่สุภาพแต่ชัดเจน เทียบได้กับ “Actually, you were.”

แบบฝึกหัด

Well ใน “Well, you were, Peppa” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกว่าเป๊ปป้ามีสุขภาพดี
  2. ทำให้คำตอบนุ่มนวลขึ้นก่อนจะแก้ความเข้าใจ
  3. แสดงว่าเห็นด้วยกับคำพูดของเป๊ปป้าทั้งหมด
ดูคำตอบ

ทำให้คำตอบนุ่มนวลขึ้นก่อนจะแก้ความเข้าใจ

Look, here are some photos on the computer. ไวยากรณ์

1:01

ดูสิ นี่มีรูปในคอมพิวเตอร์ด้วย

ไวยากรณ์

here are some photos: ใช้ชี้ให้ดูสิ่งของหลายชิ้น

Here are some photos ใช้เมื่อต้องการแสดงรูปหลายรูปให้อีกคนดู คำว่า here ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงสถานที่ แต่ทั้งรูปประโยคช่วยดึงความสนใจไปยังสิ่งที่กำลังแสดง คล้ายกับพูดว่า “ดูสิ นี่คือรูปเหล่านั้น” ใช้ here are หน้าคำนามพหูพจน์ เช่น some photos หากมีสิ่งเดียวให้ใช้ here is เช่น Here is a photo.

แบบฝึกหัด

เติม Here is หรือ Here are ให้สมบูรณ์: ____ the keys you asked for.

ดูคำตอบ

Here are

Who do you think that is?

1:04

ลูกคิดว่านั่นใคร?

It's Baby Alexander.

1:06

เบบี้อเล็กซานเดอร์ค่ะ

Baby Alexander is Peppa's cousin.

1:08

เบบี้อเล็กซานเดอร์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเปปป้า

No, that's you as a baby, Peppa. ไวยากรณ์

1:11

ไม่ใช่จ้ะ นั่นหนูตอนเป็นทารกนะ เปปป้า

ไวยากรณ์

as a baby: ตัวตนหรือช่วงชีวิตที่เป็นจริง

ใน that's you as a baby วลี as a baby บอกตัวตนหรือช่วงชีวิตที่แท้จริงของคนในรูป กล่าวคือ ตอนนั้นเป๊ปป้าเป็นทารกจริง ๆ เข้าใจได้ว่า “ตอนที่เธอยังเป็นทารก” โครงสร้างเดียวกันใช้บอกช่วงชีวิตหรือบทบาทจริงอื่น ๆ ได้ เช่น as a child, as a student หรือ as a beginner ในที่นี้ as ไม่ได้หมายถึง “คล้ายกับ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya เป็นทารกจริง ๆ ตอนที่ถ่ายรูปนี้?

  1. This is Maya as a baby.
  2. This is Maya like a baby.
  3. This is Maya with a baby.
ดูคำตอบ

This is Maya as a baby.

Baby Peppa.

1:14

เบบี้เปปป้า

Somebody sounds like they're having fun. ไวยากรณ์

1:17

ฟังดูเหมือนมีคนกำลังสนุกกันนะ

ไวยากรณ์

sounds like they're having fun: sound like + อนุประโยค

ในประโยคนี้ sounds like หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดได้ยินทำให้เกิดความรู้สึกหรือข้อสันนิษฐานบางอย่าง ผู้พูดได้ยินเสียงของใครบางคนแล้วจึงสรุปว่าคนนั้นกำลังสนุกอยู่ โครงสร้างคือ ประธาน + sound/sounds like + อนุประโยค ในที่นี้ they're having fun เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ส่วน like ใช้นำสถานการณ์ที่คาดจากเสียง ไม่ได้หมายถึงชอบ

แบบฝึกหัด

คุณได้ยินเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะจากชั้นบน เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ sound like: It ____ they're having a party.

ดูคำตอบ

sounds like

Look, Daddy, that's a picture of me as a baby.

1:20

ดูสิคะพ่อ นั่นรูปหนูตอนเป็นทารก

I remember it well.

1:25

พ่อจำได้ดีเลยล่ะ

It was taken on our first day in this house. ไวยากรณ์

1:27

มันถ่ายตอนวันแรกที่เราย้ายมาบ้านนี้

ไวยากรณ์

was taken: รูปอดีตแบบถูกกระทำสำหรับรูปถ่าย

ในบริบทของรูปถ่าย take หมายถึงถ่ายภาพ ดังนั้น was taken จึงหมายถึงถูกถ่ายหรือได้รับการถ่ายภาพ เป็นรูปอดีตของโครงสร้างถูกกระทำ: was + กริยาช่องสาม taken โครงสร้างถูกกระทำช่วยเน้นที่รูปถ่ายและเวลาที่ถ่าย ผู้ถ่ายอาจไม่เป็นที่รู้จัก ไม่สำคัญ หรือเพียงไม่ได้ถูกกล่าวถึง ส่วน taken ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถูกนำออกไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตแบบถูกกระทำของ take เติมคำบรรยายภาพให้สมบูรณ์: This picture ____ in 2010.

ดูคำตอบ

was taken

What do you mean? น้ำเสียง/เจตนา

1:30

พ่อหมายความว่ายังไงคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ What do you mean? เพื่อขอคำอธิบายให้ชัดเจน

What do you mean? เป็นคำถามรูปแบบตายตัวที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายสิ่งที่เพิ่งพูด ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่เข้าใจคำพูดก่อนหน้า จึงถามเพื่อให้ชัดเจน mean ตรงนี้เป็นคำกริยา แปลว่า “หมายความว่า” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ mean ซึ่งใช้บอกว่าคนหนึ่ง “ใจร้าย” ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามขอความชัดเจนด้วยวลีเดียวกับในบทเรียน: ____? I don't understand your last comment.

ดูคำตอบ

What do you mean

When you were little we moved into this house. โน้ต

1:32

ตอนลูกยังเล็ก เราย้ายเข้ามาที่บ้านหลังนี้

ไวยากรณ์

ใช้ When you were little บอกกรอบเวลาในอดีต

When you were little เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when หมายถึง “ในช่วงที่เธอยังเด็ก” เมื่อวางไว้ต้นประโยค จะกำหนดกรอบเวลาให้เหตุการณ์หลัก we moved into this house little ตรงนี้บอกอายุ ไม่ใช่ขนาดร่างกาย โครงสร้าง When + คน + was/were little เป็นวิธีธรรมชาติในการเริ่มเล่าความทรงจำวัยเด็ก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคบอกช่วงวัยเด็กแบบเดียวกับในบทเรียน: ____, you loved this song.

ดูคำตอบ

When you were little

วลี

moved into this house: ย้ายเข้าไปและเริ่มอาศัยอยู่ที่นั่น

ใน moved into this house โครงสร้าง move into + อาคาร หมายถึงย้ายเข้าไปในสถานที่นั้นในฐานะบ้านใหม่และเริ่มอาศัยอยู่ที่นั่น ประโยคนี้บอกว่าครอบครัวเริ่มอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ into มองบ้านเป็นพื้นที่ที่เข้าไปข้างในได้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงานได้เมื่อเน้นการเริ่มเข้าอยู่หรือเริ่มใช้สถานที่นั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงย้ายเข้าอาคารเพื่อใช้เป็นบ้านใหม่: We ____ our new apartment last Saturday.

ดูคำตอบ

moved into

We brought all our things on top of our car. วลี

1:36

เราขนของทุกอย่างไว้บนหลังคารถ

วลี

on top of our car: อยู่บนหลังคารถ

on top of our car ระบุว่าสิ่งของอยู่บนพื้นผิวด้านนอกที่สูงที่สุดของรถ ซึ่งก็คือหลังคารถ วลีนี้ใช้ในความหมายตามตัวอักษร คือขนสิ่งของมาโดยวางไว้บนหลังคา ใช้ on top of + คำนาม เพื่อบอกว่าบางสิ่งอยู่ตรงส่วนบนสุดของอีกสิ่งหนึ่ง ในการบอกตำแหน่งทางกายภาพแบบนี้ วลีนี้มักสื่อด้วยว่าสิ่งของทั้งสองสัมผัสกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงอยู่บนพื้นผิวที่สูงที่สุดของบางสิ่ง: The suitcase is ____ the wardrobe, touching its upper surface.

ดูคำตอบ

on top of

Mummy Pig put some pictures up. กริยาวลี

1:42

แม่หมูติดรูปภาพ

Daddy Pig put up a shelf.

1:45

พ่อหมูติดชั้นวางของ

กริยาวลี

put some pictures up ... put up a shelf: ตำแหน่งกรรมของ put up

ในที่นี้ put up หมายถึงแขวน ติดแสดง หรือติดตั้งสิ่งของให้เข้าที่ คุณแม่พิกแขวนรูปภาพ ส่วนคุณพ่อพิกติดตั้งชั้นวางของ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ขยับสิ่งของขึ้นด้านบน Put up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง put some pictures up และ put up some pictures เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องใช้ put it up ไม่ใช่ put up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย put up โดยวางคำสรรพนาม it ให้ถูกตำแหน่ง: The poster is ready, so please ____.

ดูคำตอบ

put it up

And Grandpa Pig made us a lovely flower garden. ไวยากรณ์

1:49

และคุณตาหมูก็ทำสวนดอกไม้สวยๆ ให้เรา

ไวยากรณ์

made us a lovely flower garden: โครงสร้าง make + คน + สิ่งของ

ใน made us a lovely flower garden คำว่า made ตามด้วยกรรมสองตัว us หมายถึงคนที่ได้รับประโยชน์ ส่วน a lovely flower garden หมายถึงสิ่งที่ Grandpa Pig สร้างขึ้น โครงสร้าง make + คน + สิ่งของ หมายถึงทำบางสิ่งให้ใครคนหนึ่ง สามารถวางสิ่งของไว้ก่อนแล้วใช้ for นำหน้าผู้ได้รับประโยชน์ได้เช่นกัน: made a lovely flower garden for us ลำดับคำนี้แสดงว่า us คือผู้ได้รับประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างหรือวัสดุที่ใช้สร้าง

แบบฝึกหัด

ใช้ made, me และ a sandwich ตามลำดับกรรมสองตัวเพื่อเติมประโยค: She ____.

ดูคำตอบ

made me a sandwich

Where's Grandpa's lovely flower garden now?

1:54

แล้วสวนดอกไม้สวยๆ ของคุณตาอยู่ไหนแล้วล่ะคะ?

Daddy Pig looked after it. กริยาวลี

1:58

พ่อหมูเป็นคนดูแลมันเอง

กริยาวลี

looked after it: look after หมายถึงดูแล

look after เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ดูแล” หรือ “รับผิดชอบดูแล” ในประโยคนี้ looked แสดงว่าเป็นอดีต และ it หมายถึงสวน ดังนั้นคุณพ่อพิกจึงเป็นคนดูแลสวนนั้น ให้เข้าใจ look after เป็นหน่วยเดียวกัน ไม่ได้หมายถึง “มองไปข้างหลัง” กรรมจะวางไว้หลังวลีทั้งหมด เช่น look after a child, an animal หรือ a place

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ดูแล” ให้ประโยคสมบูรณ์: I need someone to ____ my rabbit while I’m away.

ดูคำตอบ

look after

We had the wrong kind of soil for flowers. วลี

2:01

ดินของเราไม่เหมาะกับการปลูกดอกไม้น่ะ

วลี

the wrong kind of soil for flowers: the wrong kind of X for Y ใช้บอกว่าประเภทไม่เหมาะสม

the wrong kind of X for Y หมายความว่า X ประเภทนี้ไม่เหมาะกับ Y ในประโยคนี้ ประเภทของดินไม่เหมาะสำหรับปลูกดอกไม้ คำว่า wrong จึงหมายถึง “ไม่เหมาะสมหรือไม่เข้ากัน” ไม่ใช่ความผิดในแง่ศีลธรรม ใช้ for Y เพื่อบอกจุดประสงค์ ผู้ใช้ หรือสถานการณ์ที่ X ไม่เหมาะสม เช่น the wrong kind of tool for the job

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง the wrong kind of X for Y: This is ____ tool for the job.

ดูคำตอบ

the wrong kind of

Oh.

2:04

อ๋อ

And anyway, you needed somewhere to play. โน้ต

2:05

และอีกอย่าง ลูกๆ ก็ต้องการที่วิ่งเล่นด้วย

ลำดับความ

And anyway: เพิ่มเหตุผลอีกข้อ

ตรงนี้ And anyway ใช้พาคำอธิบายไปยังเหตุผลเพิ่มเติม นอกจากสิ่งที่พูดไปแล้ว เด็ก ๆ ยังต้องมีที่เล่นด้วย ในการใช้แบบนี้มีความหมายใกล้กับ “แล้วอีกอย่าง” วลีนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลของผู้พูด ไม่ได้แค่เชื่อมอนุประโยคสองส่วนด้วย and ในที่นี้ anyway ไม่ได้จบหัวข้อ แต่ใช้ยกเหตุผลอีกข้อที่สนับสนุนประเด็นเดิม

แบบฝึกหัด

And anyway ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ถามว่าเด็ก ๆ เล่นที่ไหนได้
  2. แสดงว่าผู้พูดกำลังจบบทสนทนา
  3. เพิ่มเหตุผลอีกข้อในคำอธิบาย
ดูคำตอบ

เพิ่มเหตุผลอีกข้อในคำอธิบาย

ไวยากรณ์

somewhere to play: somewhere + to-infinitive

somewhere to play หมายถึง “สถานที่ที่ใครสักคนสามารถเล่นได้” รูป infinitive to play วางหลัง somewhere และบอกว่าสถานที่นั้นใช้ทำอะไรได้ ในที่นี้ to play ขยาย somewhere ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์ที่ขยาย needed รูปแบบเดียวกันพบได้ใน somewhere to sit และ something to eat

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ somewhere + to-infinitive: The children need ____. They want a safe place where they can play.

ดูคำตอบ

somewhere to play

You and Suzy love to play in the garden.

2:08

ลูกกับซูซี่ชอบเล่นในสวนกันมาก

Was Suzy my friend in the olden days?

2:11

ซูซี่เป็นเพื่อนหนูในสมัยวันวานเหรอคะ?

Yes, you and Suzy have always been best friends. ไวยากรณ์

2:15

ใช่จ้ะ ลูกกับซูซี่เป็นเพื่อนรักกันมาตลอด

ไวยากรณ์

have always been best friends: เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้

วลี have always been ในรูป present perfect บอกว่าสภาวะหนึ่งเริ่มในอดีตและดำเนินต่อเนื่องมาตลอดจนถึงตอนนี้ ในประโยคนี้ been เชื่อมประธานกับคำบรรยาย best friends ส่วน always อยู่ระหว่าง have กับ been เพื่อเน้นความต่อเนื่อง ประโยคนี้ไม่ได้แค่เล่าความทรงจำเรื่องมิตรภาพในอดีต แต่บอกว่าความเป็นเพื่อนนั้นยังเป็นจริงอยู่ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่ามิตรภาพเริ่มต้นในอดีตและยังคงอยู่ในตอนนี้

  1. They were best friends when they were five.
  2. They will be best friends next year.
  3. They have always been best friends.
ดูคำตอบ

They have always been best friends.

In the olden days

2:26

ในสมัยวันวาน

did Suzy and me jump up and down in muddy puddles? วลี

2:28

ซูซี่กับหนูกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลนหรือเปล่าคะ?

วลี

jump up and down: กระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ

Jump up and down เป็นวลีบอกการเคลื่อนไหวที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงกระโดดขึ้นแล้วลงซ้ำ ๆ คำว่า up and down รวมกันเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวเดียวและให้ความรู้สึกว่าทำซ้ำ ไม่ได้หมายถึงการกระทำสองอย่างที่แยกจากกัน ใช้วลีนี้บรรยายการเคลื่อนไหวร่างกายที่มองเห็นได้ เช่น ตอนเล่น ออกกำลังกาย หรือตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ jump up and down: The children ____ when they heard the good news.

ดูคำตอบ

jumped up and down

No, Peppa, you were babies.

2:32

ไม่จ้ะ เปปป้า ตอนนั้นลูกยังเป็นทารก

You couldn't even walk. ไวยากรณ์

2:35

ลูกยังเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ

ไวยากรณ์

couldn't even + คำกริยา: เน้นว่าในอดีตทำไม่ได้แม้แต่สิ่งพื้นฐาน

Couldn't เป็นรูปย่อของ could not ในประโยคนี้ใช้บอกว่าในอดีตไม่มีความสามารถทำสิ่งนั้น กล่าวคือ ตอนนั้นยังเดินไม่ได้ Even วางหน้าคำกริยาหลักเพื่อเน้นว่า แม้การเดินซึ่งเป็นความสามารถพื้นฐานหรือเป็นสิ่งที่คาดว่าน่าจะทำได้ ก็ยังทำไม่ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ couldn't even + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย even ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เรียบ” หรือ “เท่ากัน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ในอดีตทำไม่ได้แม้แต่การกระทำพื้นฐานนี้”: After the race, I ____ walk.

ดูคำตอบ

couldn't even

Oh.

2:37

อ๋อ

What did we do?

2:38

แล้วเราทำอะไรกันคะ?

You cried.

2:41

ลูกร้องไห้

You burped.

2:44

ลูกเรอ

And you laughed.

2:46

แล้วลูกก็หัวเราะ

We were babies.

2:49

เราเป็นทารกกันสินะ

Baby Suzy, Baby Peppa.

2:51

เบบี้ซูซี่ เบบี้เปปป้า

Soon after that, you were toddlers. โน้ต

3:00

หลังจากนั้นไม่นาน ลูกก็เริ่มหัดเดิน

ลำดับความ

Soon after that: เลื่อนลำดับเวลาไปข้างหน้า

Soon after that เป็นวลีเชื่อมเวลา soon บอกว่าช่วงห่างสั้น after บอกว่าเหตุการณ์ใหม่เกิดทีหลัง และ that ย้อนถึงเหตุการณ์หรือช่วงที่เพิ่งกล่าวไป เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ช่วยเล่าเรื่องหรือความทรงจำให้เดินหน้าจากจุดหนึ่งบนลำดับเวลาไปยังจุดถัดไป โดย that ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของที่อยู่ไกล

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นไม่นานหลังเหตุการณ์แรก? Mia joined the club. ____, she made two new friends.

  1. Long before that
  2. Soon after that
  3. At the same time
ดูคำตอบ

Soon after that

การใช้คำ

toddlers: เด็กเล็กที่กำลังหัดเดิน

toddler คือเด็กเล็กมากที่กำลังหัดเดินหรือเพิ่งเดินได้ไม่นาน โดยทั่วไปคำนี้หมายถึงเด็กอายุประมาณหนึ่งถึงสามขวบ แต่ไม่ได้มีเกณฑ์อายุที่ตายตัว ในประโยคนี้ toddlers เป็นชื่อช่วงวัยหลังจากพ้นวัย baby มาแล้ว คำนี้เฉพาะเจาะจงกว่า child และเป็นช่วงวัยที่ถัดจาก baby

แบบฝึกหัด

เด็กคนใดเรียกว่า toddler ได้ตรงความหมายที่สุด

  1. เด็กอายุสองขวบที่เพิ่งหัดเดิน
  2. เด็กอายุแปดขวบที่เรียนชั้นประถม
  3. ทารกอายุหกเดือนที่ยังนั่งเองไม่ได้
ดูคำตอบ

เด็กอายุสองขวบที่เพิ่งหัดเดิน

And where was George?

3:03

แล้วจอร์จอยู่ไหนคะ?

He was a baby in my tummy. วัฒนธรรม

3:06

เขาเป็นทารกอยู่ในท้องแม่ไงจ๊ะ

วัฒนธรรม

in my tummy: วิธีอธิบายการตั้งครรภ์ที่เหมาะกับเด็ก

in my tummy เป็นวิธีพูดอย่างอ่อนโยนและเหมาะกับเด็ก เพื่อบอกว่าก่อนคลอดทารกกำลังเติบโตอยู่ในร่างกายของแม่ ในประโยคนี้วลีนี้อธิบายว่าตอนนั้นเขายังไม่เกิด ในภาษากันเอง tummy โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณท้อง เมื่อใช้เพื่ออธิบายการตั้งครรภ์ จึงไม่ใช่คำอธิบายอวัยวะอย่างแม่นยำ และไม่ได้หมายความว่าทารกอยู่ในกระเพาะอาหาร

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในรายงานทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ in my tummy เป็นคำที่เหมาะสมและแม่นยำสำหรับบอกตำแหน่งที่ทารกเติบโต

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Yes, you were in my tummy, George.

3:10

ใช่แล้ว ลูกอยู่ในท้องแม่ไง จอร์จ

You've got a big tummy, Daddy.

3:13

พ่อพุงใหญ่จัง

Is there a baby in there? ไวยากรณ์

3:16

มีเด็กทารกอยู่ในนั้นไหมคะ?

ไวยากรณ์

Is there ... in there?: ถามว่ามีบางสิ่งอยู่หรือไม่

Is there + a/an + คำนามเอกพจน์ ...? เป็นรูปคำถามของ there is ใช้ถามว่ามีสิ่งใดอยู่หรือมีสิ่งนั้นในสถานที่หนึ่งหรือไม่ ในประโยคนี้ there คำแรกเป็นส่วนทางไวยากรณ์ของโครงสร้าง there be ไม่ได้บอกสถานที่ ส่วน in there เป็นส่วนที่บอกตำแหน่งจริงและหมายถึง “ข้างในสถานที่นั้น”

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นสองคำที่ถูกต้องในคำถาม there be ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน: ____ a pharmacy near here?

ดูคำตอบ

Is there

No, Peppa, this tummy is pure muscle. สำนวน

3:20

ไม่ใช่หรอกเปปป้า พุงนี้มีแต่กล้ามเนื้อล้วนๆ

สำนวน

pure muscle: การชมตัวเองแบบขำ ๆ และเกินจริง

ในที่นี้ pure muscle หมายถึง “ไม่มีอะไรนอกจากกล้ามเนื้อ” หรือ “เป็นกล้ามเนื้อทั้งหมด” คำว่า pure ใช้เน้นคำนาม ไม่ได้กล่าวถึงความบริสุทธิ์ทางเคมี คุณพ่อใช้คำนี้เพื่อโอ้อวดพุงของตัวเองแบบเกินจริง เป็นการชมตัวเองอย่างขำ ๆ ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์หรือการออกกำลังกายที่เป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: 'After one workout, Ben flexed and said, "I'm pure muscle now."' pure muscle น่าจะทำหน้าที่อะไรในที่นี้

  1. พูดเกินจริงอย่างขำ ๆ ว่าร่างกายของเขามีแต่กล้ามเนื้อ
  2. บอกค่าการวัดร่างกายทางการแพทย์อย่างแม่นยำ
  3. ถามว่าเขามีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหรือไม่
ดูคำตอบ

พูดเกินจริงอย่างขำ ๆ ว่าร่างกายของเขามีแต่กล้ามเนื้อ

And so George was born. ไวยากรณ์

3:25

แล้วจอร์จก็เกิดมา

ไวยากรณ์

was born: รูปแบบตายตัว be born

ในที่นี้ was born หมายความว่าจอร์จเกิดมาแล้ว ประธาน George คือผู้ที่เกิด เมื่อต้องการบอกข้อเท็จจริงเรื่องการเกิด ให้ใช้ be born โดย be เปลี่ยนตามเวลาและประธาน แต่ born ไม่เปลี่ยน สำหรับเรื่องในอดีต ใช้ was born กับ I/he/she/it และใช้ were born กับ you/we/they และไม่ใช้รูป borned

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนมาตรฐาน be born: My sister ____ in 2018.

ดูคำตอบ

was born

And Granny and Grandpa gave George a very special present. ไวยากรณ์

3:29

คุณตากับคุณยายก็ให้ของขวัญพิเศษกับจอร์จ

ไวยากรณ์

gave George a very special present: give + ผู้รับ + สิ่งของ

ใน gave George a very special present คำว่า gave ตามด้วยกรรมสองตัว George คือผู้รับ และ a very special present คือสิ่งของที่เขาได้รับ โครงสร้างคือ give + ผู้รับ + สิ่งของ โดยกล่าวถึงคนที่ได้รับก่อน แล้วจึงกล่าวถึงสิ่งของ: She gave me a note. เมื่อเป็นอดีต give เปลี่ยนเป็น gave แต่ลำดับของผู้รับและสิ่งของยังเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

เขียนใหม่โดยใช้โครงสร้าง give + ผู้รับ + สิ่งของ: At the party, Nina gave a book to Sam. At the party, Nina ____.

ดูคำตอบ

gave Sam a book

Can you guess what it was? ไวยากรณ์

3:34

เดาซิว่าคืออะไร?

ไวยากรณ์

Can you guess what it was?: ลำดับคำในคำถามซ้อน

Can you guess...? ใช้ชวนให้อีกฝ่ายลองเดาคำตอบ ส่วน what it was บอกว่าสิ่งที่ต้องเดาคืออะไร จึงเป็นคำถามซ้อนที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ guess ในคำถามซ้อน ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ดังนั้นจึงใช้ what it was ไม่ใช่ what was it แต่ถ้าเป็นคำถามตรงที่แยกอยู่เดี่ยว ๆ ในรูปที่ใช้ be นี้ จะสลับตำแหน่งเป็น What was it?

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรง What was it? ให้เป็นคำถามซ้อน: Can you guess ____?

ดูคำตอบ

what it was

Mr. Dinosaur.

3:36

คุณไดโนเสาร์

That's right. น้ำเสียง/เจตนา

3:39

ถูกต้องจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

That's right.: ใช้ยืนยันว่าคำตอบถูกต้อง

That's right. เป็นคำตอบแบบตายตัวที่ใช้ยืนยันว่าคำตอบหรือข้อความนั้นถูกต้อง ในที่นี้ right หมายถึง “ถูกต้อง” ไม่ใช่ทิศทางที่ตรงข้ามกับด้านซ้าย ใช้หลังจากอีกฝ่ายตอบถูกหรือยืนยันข้อเท็จจริงได้ถูกต้อง คำนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หรือจะตามด้วยข้อมูลที่ถูกต้องก็ได้: That's right. The answer is seven.

แบบฝึกหัด

ผู้เล่นคนหนึ่งพูดว่า “The capital of France is Paris.” คำตอบใดใช้ยืนยันว่าเขาตอบถูก?

  1. Turn right.
  2. That's all right.
  3. That's right.
ดูคำตอบ

That's right.

And you and Suzy were running and jumping around. ไวยากรณ์

3:43

แล้วลูกกับซูซี่ก็วิ่งและกระโดดไปรอบๆ

ไวยากรณ์

were running and jumping around: กิจกรรมฉากหลังที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต

ตรงนี้ were running and jumping เป็น past continuous โดยใช้ were + คำกริยารูป -ing สองคำ แสดงว่ากิจกรรมทั้งสองกำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต จึงสร้างฉากหลังที่คึกคัก แทนที่จะเรียงเหตุการณ์ที่จบแล้วแยกกัน around หมายถึงเคลื่อนไปหลายทิศทางหรือหลายจุด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเคลื่อนเป็นวงกลม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่ากิจกรรมหนึ่งกำลังดำเนินอยู่แล้วตอนที่อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตเกิดขึ้น

  1. The children will run and jump around when the lights go out.
  2. The children ran and jumped around after the lights went out.
  3. The children were running and jumping around when the lights went out.
ดูคำตอบ

The children were running and jumping around when the lights went out.

Then one day you saw something amazing. ลำดับความ

3:50

แล้ววันหนึ่ง ลูกก็เห็นบางอย่างที่มหัศจรรย์

ลำดับความ

Then one day: เปลี่ยนจากฉากหลังไปสู่เหตุการณ์สำคัญ

Then ทำให้เรื่องดำเนินต่อไป ส่วน one day เลือกวันหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดในเรื่องราวอดีต เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้จะพาผู้ฟังจากฉากหลังทั่วไปหรือกิจกรรมที่เกิดซ้ำไปสู่เหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ วลีนี้ยังส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์ต่อไปน่าสนใจและอาจเปลี่ยนเรื่องราวได้ กริยาอดีต saw ยืนยันว่า one day ตรงนี้หมายถึงวันหนึ่งในอดีต ไม่ใช่แผนในอนาคต

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเปลี่ยนจากกิจวัตรในอดีตที่เกิดซ้ำไปสู่เหตุการณ์สำคัญในวันหนึ่งของอดีตที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด

  1. One day soon
  2. Then one day
  3. Every day
ดูคำตอบ

Then one day

Muddy puddle.

3:54

บ่อโคลน

Peppa, if you jump in muddy puddles, ไวยากรณ์

3:57

เปปป้า ถ้าลูกจะกระโดดในบ่อโคลน

you must wear your boots.

4:00

ลูกต้องใส่รองเท้าบูทนะ

ไวยากรณ์

if you jump ..., you must wear ...: การบอกกฎที่มีเงื่อนไข

อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไข คือการกระโดดในแอ่งโคลน ส่วนประโยคหลักบอกสิ่งที่ต้องทำเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง คือการใส่รองเท้าบูต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + present simple, ... must + กริยารูปพื้นฐาน รูปแบบนี้เชื่อมเงื่อนไขกับกฎที่บังคับอย่างชัดเจน ไม่ได้เพียงคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยจากรูปแบบเป้าหมายให้กฎนี้สมบูรณ์: If you go outside in the rain, you ____ wear boots.

ดูคำตอบ

must

You loved jumping up and down in muddy puddles.

4:06

ลูกชอบกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลนมาก

I still do. ไวยากรณ์

4:09

ตอนนี้หนูก็ยังชอบค่ะ

ไวยากรณ์

I still do: ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไปแล้ว

ในที่นี้ do ใช้แทนความหมาย love jumping up and down in muddy puddles จากประโยคก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงการกระทำใหม่ ส่วน still แสดงว่าความชอบนั้นยังคงอยู่จนถึงตอนนี้ นี่คือการใช้คำแทนวลีกริยา โดยใช้รูปที่เหมาะสมของ do เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดวลีกริยาที่มีกริยาทั่วไปซ้ำทั้งหมด ต้องเลือกรูปให้ตรงกับประธานและเวลา เช่น I do, she does หรือ they did

แบบฝึกหัด

เติมคำช่วยที่ใช้แทน love puzzles ให้คำตอบสมบูรณ์: I loved puzzles as a child, and I still ____.

ดูคำตอบ

do

Let's take a photo now. วลี

4:15

มาถ่ายรูปกันเถอะ

วลี

take a photo: สำนวนทั่วไปที่หมายถึงการถ่ายรูป

Take a photo เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน หมายถึงการใช้กล้องหรือโทรศัพท์ถ่ายภาพ ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการถือหรือเอาบางสิ่งไป แต่ให้เข้าใจทั้งสามคำเป็นการกระทำเดียวกัน ใน Let's take a photo now. คำว่า Let's ใช้ชวนทุกคนอย่างเป็นกันเองให้ถ่ายรูปด้วยกันตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: Everyone is ready, so let's ____.

ดูคำตอบ

take a photo

Peppa loves jumping up and down in muddy puddles.

4:20

เปปป้าชอบกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลน

Peppa has always loved jumping up and down in muddy puddles. ไวยากรณ์

4:24

เปปป้าชอบกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลนมาตลอด

ไวยากรณ์

has always loved jumping: ความชอบที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

Has always loved เป็นรูป present perfect โดย has เป็นกริยาช่วย loved เป็นกริยาช่องที่สาม และ always อยู่ระหว่างสองคำนี้ โครงสร้างนี้มองย้อนจากปัจจุบันไปยังอดีต และบอกว่าความชอบกระโดดของเป๊ปป้าเป็นความชอบที่มีมานานและยังคงเป็นจริงหรือเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงความชอบในอดีต Love สามารถตามด้วยรูป -ing เพื่อระบุกิจกรรมที่ชอบได้ ดังนั้น loved jumping จึงหมายถึงชอบกิจกรรมการกระโดด สามารถนำรูปแบบ has/have always loved + -ing ไปใช้สรุปความสนใจหรือลักษณะที่มีมาอย่างยาวนานได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่าความสนใจเริ่มในอดีตและยังคงเป็นจริงในปัจจุบัน: Maya ____ drawing birds.

ดูคำตอบ

has always loved