สิ่งที่คุณเห็นคือภาพลวงตามากแค่ไหน? - อลิซาเบธ ค็อกซ์ (Elizabeth Cox): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
789 คำ 145 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้กลุ่มอาการชาร์ลส์ บอนเนต์ การสูญเสียประสาทสัมผัส สารหลอนประสาท และโรคจิตเภท อธิบายว่าภาพหลอนอาศัยระบบสมองเดียวกับการรับรู้จริง การศึกษาประสบการณ์เหล่านี้จึงช่วยเผยให้เห็นว่าสมองสร้างโลกแห่งการรับรู้ที่เป็นอัตวิสัยของแต่ละคนอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Charles Bonnet Syndrome, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เรียนรู้ชื่อทางการแพทย์ของภาวะที่ทำให้เกิดภาพหลอนทางสายตาอย่างชัดเจน หลังผู้ที่เคยมองเห็นเป็นปกติมีสายตาบกพร่องหรือตาบอด และเข้าใจว่าภาวะนี้เชื่อมกรณีเปิดเรื่องเข้ากับคำอธิบายเรื่องการขาดข้อมูลจากประสาทสัมผัสอย่างไร 2. none the wiser. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่านี่เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงยังไม่รู้หรือไม่ทันสังเกต ไม่ได้หมายถึงฉลาดขึ้นตามตัวอักษร ในบริบทนี้ สำนวนอธิบายว่าสมองส่วนการมองเห็นเติมข้อมูลที่ขาดหายเป็นประจำ โดยเราไม่รู้ตัวว่ามีการสร้างภาพขึ้นใหม่ 3. one theory is that — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้กรอบภาษาที่ระมัดระวังนี้เพื่อนำเสนอคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นไปได้โดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ที่นี่กรอบดังกล่าวชี้ว่าการรบกวนการบูรณาการประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับเซโรโทนินอาจอธิบายภาพหลอนจากยาได้ แต่กลไกยังไม่แน่นอน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

An elderly woman named Rosalie was sitting in her nursing home when her room suddenly burst to life with twirling fabrics. โน้ต

0:06

หญิงชราคนหนึ่งชื่อโรซาลีกำลังนั่งอยู่ในบ้านพักคนชรา เมื่อจู่ๆ ห้องของเธอก็เต็มไปด้วยผ้าที่หมุนวนไปมา

ไวยากรณ์

woman named Rosalie: ใช้ named เพื่อแนะนำชื่อ

ใน woman named Rosalie ส่วน named Rosalie วางไว้หลัง woman เพื่อบอกชื่อของผู้หญิงคนนั้น เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยาย a woman who was named Rosalie named ในที่นี้ไม่ใช่กริยาหลัก และไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งชื่อให้ Rosalie รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + named + ชื่อ ซึ่งมักใช้เมื่อแนะนำคนหรือสิ่งของในเรื่องเล่า

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past participle ของ name เติมการแนะนำตัวละครให้สมบูรณ์: A nurse ____ Clara helped the patient.

ดูคำตอบ

named

สำนวน

burst to life: จู่ ๆ ก็มีชีวิตชีวาขึ้น

ใน burst to life คำว่า burst บรรยายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเห็นได้ชัด ไม่ได้หมายถึงการระเบิด เมื่อผ้าเริ่มหมุนพลิ้ว ห้องก็ดูมีความเคลื่อนไหวและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างรวดเร็ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X bursts/burst to life ซึ่งหมายถึง X จู่ ๆ ก็มีชีวิตชีวา คึกคัก สว่าง หรือโดดเด่นขึ้น ในคำบรรยาย burst เป็นรูปอดีตและสะกดเหมือนรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

burst to life หมายถึงอะไรในประโยคนี้? When the band started playing, the quiet square burst to life.

  1. จัตุรัสเกิดระเบิดขึ้นจริง ๆ
  2. จัตุรัสคึกคักขึ้นอย่างฉับพลัน
  3. จัตุรัสค่อย ๆ ว่างเปล่า
ดูคำตอบ

จัตุรัสคึกคักขึ้นอย่างฉับพลัน

Through the elaborate drapings, she could make out animals, children, and costumed characters. กริยาวลี

0:14

ผ่านผ้าม่านที่หรูหรา เธอสามารถมองเห็นสัตว์ เด็กๆ และตัวละครที่แต่งกายในชุดต่างๆ

กริยาวลี

make out: มองออกทั้งที่เห็นได้ยาก

make out ในที่นี้หมายถึง “พยายามมองเห็นหรือแยกแยะสิ่งที่ไม่ชัดเจนได้สำเร็จ” ผ้าม่านบดบังการมองเห็น ดังนั้น could make out จึงแสดงว่าเธอยังพอจำแนกรูปร่างเหล่านั้นได้ ในประโยคนี้ให้เข้าใจ make out เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ไม่ได้หมายความว่าเธอสร้างสัตว์หรือตัวละครเหล่านั้นขึ้นมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “แยกแยะได้อย่างยากลำบาก”: In the heavy fog, we could barely ____ the road signs.

ดูคำตอบ

make out

Rosalie was alarmed,

0:20

โรซาลีรู้สึกตกใจ

not by the intrusion, ไวยากรณ์

0:21

ไม่ใช่เพราะการบุกรุก

but because she knew this entourage was an extremely detailed hallucination. การใช้คำ

0:22

แต่เพราะเธอรู้ว่าผู้ที่มาปรากฏตัวเหล่านี้เป็นภาพหลอนที่มีรายละเอียดสมจริงมาก

ไวยากรณ์

not by ..., but because ...: แก้ไขสาเหตุที่คาดไว้

ประโยคนี้เริ่มจากปฏิเสธสาเหตุที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ด้วย not by the intrusion จากนั้นจึงบอกสาเหตุจริงหลัง but because นั่นคือเธอรู้ว่ากลุ่มคนนี้เป็นภาพหลอน การแก้ความเข้าใจด้วยรูปแบบ not A, but B ทำให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญอยู่ในส่วนหลัง ส่วนบอกเหตุทั้งสองใช้รูปไวยากรณ์ต่างกัน alarmed by + นามวลี ระบุสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึก ส่วน because + อนุประโยคสมบูรณ์ ให้เหตุผลที่มีประธานและกริยาของตัวเอง รูปของทั้งสองส่วนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง เพราะต่างก็อธิบาย was alarmed

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ not by ..., but because ...: The coach was disappointed, ____ the loss, ____ the team stopped trying.

ดูคำตอบ

not by · but because

การใช้คำ

this entourage: กลุ่มคนที่รายล้อมบุคคลศูนย์กลาง

Entourage หมายถึงกลุ่มคนที่ติดตามหรือรวมตัวอยู่รอบบุคคลที่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งมักเป็นคนสำคัญหรือมีชื่อเสียง ในประโยคนี้ this entourage หมายถึงกลุ่มตัวละครทั้งหมดในภาพหลอน ไม่ใช่ตัวละครเพียงคนเดียว คำนี้ทำให้กลุ่มดังกล่าวดูเหมือนคณะผู้ติดตามที่รายล้อมใครบางคน ไม่ใช่เพียงกลุ่มคนทั่วไป ภาพที่เพิ่มขึ้นมานี้ช่วยแสดงว่าภาพหลอนนั้นซับซ้อนและละเอียดเพียงใด

แบบฝึกหัด

กลุ่มใดเหมาะที่จะเรียกว่า entourage มากที่สุด

  1. คนแปลกหน้าหลายคนที่รออยู่ตรงป้ายรถประจำทาง
  2. ทุกคนที่นั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์
  3. ผู้ช่วยและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินทางไปกับดารา
ดูคำตอบ

ผู้ช่วยและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินทางไปกับดารา

Her cognitive function was excellent, การใช้คำ

0:28

การทำงานของการรับรู้ของเธอยังคงยอดเยี่ยม

การใช้คำ

cognitive function: ความสามารถที่ใช้ในการคิด

Cognitive function เป็นคำทางการที่หมายถึงความสามารถทางจิต เช่น ความสนใจ ความจำ ความเข้าใจ การใช้เหตุผล และการตัดสิน ในประโยคนี้ was excellent หมายความว่าความสามารถเหล่านี้ทำงานได้ดีมาก วลีนี้แสดงว่าเธอคิดได้อย่างชัดเจนและเข้าใจสิ่งที่ตนเองกำลังประสบอยู่ cognitive ในที่นี้เกี่ยวข้องกับการประมวลผลทางจิต ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าเธอมีความรู้มากเพียงใด

แบบฝึกหัด

Her cognitive function was excellent ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. กล้ามเนื้อและการทรงตัวของเธอแข็งแรงผิดปกติ
  2. เธอได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงจำนวนมากอย่างยิ่ง
  3. ความสนใจ ความจำ ความเข้าใจ และการตัดสินของเธอทำงานได้ดีมาก
ดูคำตอบ

ความสนใจ ความจำ ความเข้าใจ และการตัดสินของเธอทำงานได้ดีมาก

and she had not taken any medications that might cause hallucinations. ไวยากรณ์

0:30

และเธอไม่ได้ใช้ยาใดๆ ที่อาจทำให้เกิดภาพหลอน

ไวยากรณ์

medications that might cause hallucinations: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่ใช้จำกัดความ

ใน medications that might cause hallucinations อนุประโยคสัมพัทธ์ that might cause hallucinations ใช้ระบุว่ากำลังกล่าวถึงยาประเภทใด โดย that เป็นประธานของ cause และอ้างกลับไปถึง medications might แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดผลนั้นขึ้นจริง และเนื่องจากประโยคหลักบอกว่าเธอไม่ได้ใช้ยาประเภทดังกล่าว ประโยคนี้จึงกำลังตัดสาเหตุที่เป็นไปได้ออก ไม่ได้บอกว่ายาทำให้เกิดภาพหลอน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ that might cause hallucinations ทำหน้าที่อะไร

  1. ระบุยาประเภทที่อาจเป็นสาเหตุ
  2. บอกว่ายาทุกชนิดทำให้เกิดภาพหลอนอย่างแน่นอน
  3. อธิบายว่าเธอรับประทานยาเมื่อใด
ดูคำตอบ

ระบุยาประเภทที่อาจเป็นสาเหตุ

Strangest of all, ลำดับความ

0:34

ที่แปลกที่สุดคือ

had a real-life crowd of circus performers burst into her room, ไวยากรณ์

0:35

หากมีกลุ่มนักแสดงละครสัตว์ตัวจริงบุกเข้ามาในห้องของเธอ

she wouldn't have been able to see them.

0:39

เธอจะไม่มีทางมองเห็นพวกเขาได้เลย

ลำดับความ

Strangest of all: การนำเสนอประเด็นที่น่าประหลาดใจที่สุด

Strangest of all เป็นกรอบขั้นสูงสุดที่วางไว้ต้นประโยค ใช้จัดให้ข้อเท็จจริงถัดไปเป็นสิ่งที่แปลกที่สุดในบรรดาข้อเท็จจริงที่กล่าวมาก่อนหน้า และดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังจุดสูงสุดของเรื่อง วลีนี้แสดงความเห็นต่อข้อความทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้เพียงเพิ่มระดับของคำกริยาหรือคำคุณศัพท์คำใดคำหนึ่ง วลีนี้ช่วยให้เรื่องเล่าหรือคำอธิบายเคลื่อนจากรายละเอียดผิดปกติก่อนหน้าไปสู่จุดที่น่าประหลาดใจที่สุด

แบบฝึกหัด

ผู้พูดได้เล่าเหตุการณ์แปลก ๆ สองเหตุการณ์แล้ว และตอนนี้ต้องการนำเสนอเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจที่สุด คำขึ้นต้นใดจัดลำดับประโยคถัดไปได้เหมาะสมที่สุด

  1. For example, the missing key was inside the locked drawer.
  2. Strangest of all, the missing key was inside the locked drawer.
  3. In other words, the missing key was inside the locked drawer.
ดูคำตอบ

Strangest of all, the missing key was inside the locked drawer.

ไวยากรณ์

Had ... burst, she wouldn't have been able to ...: การกลับคำในเงื่อนไขอดีตที่ไม่เป็นจริง

ช่วงต้น Had a real-life crowd ... burst เป็นรูปกลับคำที่ละ if ของ If a real-life crowd ... had burst โดย Had เป็นกริยาช่วยของ past perfect ที่ย้ายมาอยู่หน้าประธาน และ burst เป็น past participle ของกริยานั้น โครงสร้างนี้ใช้เสนอเงื่อนไขในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่วนผลลัพธ์ she wouldn't have been able to see them ใช้ would not have been able to + คำกริยา เพื่อบอกผลในอดีตที่สมมุติขึ้น เงื่อนไขที่สุดขั้วนี้ช่วยเน้นว่า แม้อยู่ในสถานการณ์นั้น เธอก็ยังไม่มีทางมองเห็นพวกเขา

แบบฝึกหัด

เขียนเงื่อนไขใหม่โดยใช้รูปกลับคำที่เป็นทางการ If Maya had checked the map, she wouldn't have gotten lost. ____ the map, Maya wouldn't have gotten lost.

ดูคำตอบ

Had Maya checked

She was completely blind.

0:42

เธอตาบอดสนิท

Rosalie had developed a condition known as Charles Bonnet Syndrome, โน้ต

0:44

โรซาลีมีอาการของโรคที่เรียกว่า Charles Bonnet Syndrome (กลุ่มอาการชาร์ลส์ บอนเนต์)

วลี

a condition known as: การแนะนำชื่อของอาการ

ใน a condition known as Charles Bonnet Syndrome คำว่า known as ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับของอาการนั้น โดยเป็น relative clause แบบย่อจาก a condition that is known as Charles Bonnet Syndrome รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + known as + ชื่อหรือคำเรียก ใช้ระบุสิ่งหนึ่งตามชื่อที่ผู้คนเรียก โดยพบบ่อยเป็นพิเศษในงานเขียนเชิงอธิบาย วิทยาศาสตร์ และข่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแนะนำชื่อแบบตรงตามบทเรียน: She was diagnosed with ____ narcolepsy.

ดูคำตอบ

a condition known as

วัฒนธรรม

Charles Bonnet Syndrome: อาการเห็นภาพหลอนที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียการมองเห็น

Charles Bonnet Syndrome เป็นชื่อทางการแพทย์ของอาการเห็นภาพหลอนที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียการมองเห็นอย่างมาก ผู้ที่มองเห็นไม่เป็นปกติอาจยังเห็นภาพที่ชัดเจนได้ แม้ว่าภาพเหล่านั้นจะไม่ได้มีอยู่จริงก็ตาม ในที่นี้ Bonnet เป็นนามสกุลที่อยู่ในชื่อกลุ่มอาการ ไม่ใช่คำนามภาษาอังกฤษ bonnet ที่หมายถึงหมวกชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Charles Bonnet Syndrome หมายถึงอะไร

  1. การรักษาที่ทำให้การมองเห็นกลับมาเป็นปกติ
  2. ภาวะที่มีอาการเห็นภาพหลอนซึ่งเกี่ยวข้องกับการสูญเสียการมองเห็น
  3. หมวกชนิดหนึ่งที่สวมเพื่อปกป้องดวงตาที่บาดเจ็บ
ดูคำตอบ

ภาวะที่มีอาการเห็นภาพหลอนซึ่งเกี่ยวข้องกับการสูญเสียการมองเห็น

in which patients with either impaired vision or total blindness ไวยากรณ์

0:48

ซึ่งผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือตาบอดสนิท

suddenly hallucinate whole scenes in vivid color. วลี

0:52

จะเกิดภาพหลอนเป็นฉากต่างๆ อย่างชัดเจนในสีสันสดใส

ไวยากรณ์

in which: อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในภาวะหนึ่ง

in which เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในภาวะที่เพิ่งกล่าวถึง which ย้อนกลับไปอ้างถึง condition ส่วน in แสดงความสัมพันธ์ว่า ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ภายในภาวะดังกล่าว โครงสร้างนี้พบบ่อยหลังคำนามนามธรรม เช่น condition, situation, case, process และ system โดยหมายถึง “ภายในสิ่งนั้น” หรือ “ที่ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้น” ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์ด้วย in ตามด้วยสรรพนามสัมพันธ์ที่ถูกต้อง: A drought is a period ____ an area receives very little rain.

ดูคำตอบ

in which

ไวยากรณ์

either impaired vision or total blindness: สภาวะที่เป็นไปได้สองแบบ

ในประโยคนี้ either A or B เสนอสภาวะของผู้ป่วยที่เป็นไปได้สองแบบ คือ impaired vision และ total blindness ผู้ป่วยอาจมีอย่างใดอย่างหนึ่ง และคำอธิบายนี้ครอบคลุมผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม either มักนำตัวเลือกแรก ส่วน or นำตัวเลือกที่สอง ในที่นี้ ตัวเลือกทั้งสองหลัง with เป็นนามวลีที่มีโครงสร้างขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่าใช้เอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งได้: You may bring ____ a passport ____ a driver's license.

ดูคำตอบ

either · or

วลี

in vivid color: ด้วยสีที่คมชัด เข้ม และดูสมจริง

in vivid color หมายถึงภาพหรือฉากที่ปรากฏด้วยสีที่คมชัด เข้ม และดูสมจริง vivid เพิ่มความหมายมากกว่าแค่บอกว่าภาพนั้นมีสี บุพบทวลี in vivid color อธิบายว่าฉากทั้งหมดปรากฏอย่างไร โดยทำให้เห็นว่าแตกต่างจากภาพที่มืดมัว ไม่ชัดเจน หรือเป็นภาพขาวดำ

แบบฝึกหัด

ถ้าภาพที่บูรณะแล้วมีสีคมชัด เข้ม และดูสมจริง วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? The old photograph reappeared ____.

  1. in vivid color
  2. in black and white
  3. in color
ดูคำตอบ

in vivid color

These hallucinations appear suddenly and can last for mere minutes or recur for years. วลี

0:55

ภาพหลอนเหล่านี้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันและอาจคงอยู่เพียงไม่กี่นาทีหรือเกิดซ้ำเป็นเวลาหลายปี

วลี

last for mere minutes ... recur for years: เกิดช่วงสั้น ๆ กับเกิดซ้ำหลายปี

last for mere minutes or recur for years เปรียบเทียบรูปแบบเวลาสองแบบ last for บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งครั้งที่เกิดต่อเนื่องนานเท่าใด ส่วน mere เน้นว่าเวลาเพียงไม่กี่นาทีนั้นสั้นมากกว่าที่คาด recur หมายถึงหยุดไปแล้วเกิดขึ้นอีก recur for years ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ครั้งเดียวเกิดต่อเนื่องโดยไม่หยุดเป็นเวลาหลายปี แต่หมายถึงเหตุการณ์นั้นอาจกลับมาเกิดซ้ำตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบโดยใช้ last for และ recur: A single episode may ____ mere minutes, while the problem may ____ for years.

ดูคำตอบ

last for · recur

We still don't fully understand what causes them to come and go วลี

1:02

เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกมันมาและไป

or why certain patients develop them when others don't. ไวยากรณ์

1:05

หรือทำไมผู้ป่วยบางรายถึงเป็นในขณะที่บางรายไม่เป็น

วลี

come and go: เกิดขึ้นแล้วหายไปเป็นช่วง ๆ

come and go ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือภาพหลอนปรากฏขึ้น หายไป และอาจปรากฏขึ้นอีก วลีนี้อธิบายลักษณะที่เกิดเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริงระหว่างสถานที่ วลีเดียวกันนี้ใช้กับอาการ ความรู้สึก ความคิด ปัญหา หรือสัญญาณที่มีอยู่ในบางเวลาแต่ไม่มีในเวลาอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ปรากฏขึ้นและหายไปเป็นช่วง ๆ”: These worries ____ throughout the week.

ดูคำตอบ

come and go

ไวยากรณ์

when others don't: ใช้ do แทน develop them

ใน when others don't คำว่า don't ใช้แทน do not develop them โดยกริยาช่วย do ทำหน้าที่แสดงกาลและการปฏิเสธ ส่วนวลีกริยา develop them ที่ซ้ำกับข้อความก่อนหน้าถูกละไว้ นี่คือการใช้กริยาช่วยแทนวลีกริยา ซึ่งเป็นการละคำรูปแบบหนึ่ง เมื่อเข้าใจวลีกริยาได้ชัดเจนจากบริบท ภาษาอังกฤษสามารถใช้ do, does หรือ did รวมถึงรูปปฏิเสธ เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ ในที่นี้ when ใช้เปรียบต่างผู้ป่วยบางรายกับผู้ป่วยรายอื่น จึงมีความหมายใกล้กับ whereas มากกว่าการถามเรื่องเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยค Some batteries last all day when others don't วลีกริยาใดถูกละไว้หลัง don't?

  1. charge quickly
  2. need replacing
  3. last all day
ดูคำตอบ

last all day

We do know from fMRI studies that these hallucinations activate the same brain areas as sight, โน้ต

1:09

แต่เรารู้จากการศึกษาด้วย fMRI ว่าภาพหลอนเหล่านี้กระตุ้นสมองในส่วนเดียวกับการมองเห็น

วัฒนธรรม

from fMRI studies ในฐานะแหล่งที่มาของหลักฐาน

fMRI ย่อมาจาก functional magnetic resonance imaging หรือการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กเชิงหน้าที่ ในงานวิจัย วิธีนี้ช่วยแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองส่วนต่าง ๆ ในประโยคนี้ from fMRI studies ระบุที่มาของหลักฐาน ข้อสรุปว่าสมองบริเวณใดทำงานมาจากงานวิจัยที่ใช้วิธีนี้ ไม่ใช่เพียงการคาดเดา

แบบฝึกหัด

from fMRI studies บอกอะไรแก่ผู้อ่านในประโยคนี้?

  1. ผู้พูดใช้ fMRI เป็นชื่อของการตรวจทุกชนิดในโรงพยาบาล
  2. ภาพหลอนเกิดจากการฝึกจินตนาการ
  3. ข้อสรุปนี้อ้างอิงงานวิจัยที่ใช้ fMRI เพื่อแสดงการทำงานของสมอง
ดูคำตอบ

ข้อสรุปนี้อ้างอิงงานวิจัยที่ใช้ fMRI เพื่อแสดงการทำงานของสมอง

areas that are not activated by imagination.

1:15

ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ถูกกระตุ้นด้วยจินตนาการ

ไวยากรณ์

We do know: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน We do know คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า ทำให้ know มีความหมายว่า “รู้อย่างแท้จริง” หรือ “รู้อย่างแน่ชัด” ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างประโยคคำถาม หลังจากกล่าวถึงความไม่แน่นอน do ที่ใช้เน้นจะสร้างความเปรียบต่างว่า แม้ยังมีบางเรื่องที่ไม่ทราบ แต่ข้อความนี้มีหลักฐานสนับสนุน โครงสร้างทั่วไปคือ do, does หรือ did ตามด้วยกริยาหลักรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ know: We still have questions, but we ____ the treatment is safe.

ดูคำตอบ

do know

ไวยากรณ์

the same brain areas as sight: การเปรียบเทียบด้วย the same ... as ...

โครงสร้าง the same + คำนาม + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงว่าสองสิ่งเหมือนกันในด้านที่กล่าวถึง ในที่นี้วลีคำนามคือ brain areas และ as sight ระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ กล่าวคือ ภาพหลอนกระตุ้นบริเวณสมองเดียวกับที่การมองเห็นกระตุ้น การคง as sight ไว้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ same ในที่นี้ต้องมีจุดเปรียบเทียบที่ชัดเจน การเปรียบเทียบนี้สนับสนุนแนวคิดว่า ในแง่การทำงานของสมอง ภาพหลอนเหล่านี้ใกล้เคียงกับการมองเห็นจริงมากกว่าการจินตนาการเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำเพื่อให้การเปรียบเทียบสมบูรณ์: This tablet uses the same charger ____ my phone.

ดูคำตอบ

as

Many other hallucinations,

1:20

อาการประสาทหลอนอื่นๆ อีกมากมาย

including smells, sights, and sounds,

1:21

รวมถึงกลิ่น ภาพ และเสียง

also involve the same brain areas as real sensory experiences.

1:24

ก็เกี่ยวข้องกับสมองส่วนเดียวกับประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่แท้จริง

Because of this, ลำดับความ

1:29

ด้วยเหตุนี้

the cerebral cortex is thought to play a part in hallucinations. วลี

1:30

จึงเชื่อว่าซีรีบรัลคอร์เทกซ์มีส่วนในการเกิดภาพหลอน

ลำดับความ

Because of this: เชื่อมหลักฐานกับข้อสรุป

Because of this ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เพิ่งกล่าวไป และนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นผลหรือข้อสรุปจากข้อมูลนั้น ในที่นี้ this หมายถึงข้อสังเกตก่อนหน้าที่ว่าอาการประสาทหลอนกระตุ้นบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสจริง เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยให้หลักฐานมาก่อน แล้วจึงตามด้วยข้อสรุปที่หลักฐานนั้นสนับสนุน วลีนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเปิดหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายสั้น ๆ ต่อไปนี้ Because of this ทำหน้าที่อะไร The first test found a leak. Because of this, the engineers inspected every pipe.

  1. แสดงว่าสิ่งที่พบจากการทดสอบนั้นไม่ถูกต้อง
  2. นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ
  3. นำเสนอการตรวจท่อว่าเป็นผลจากการที่การทดสอบพบรอยรั่ว
ดูคำตอบ

นำเสนอการตรวจท่อว่าเป็นผลจากการที่การทดสอบพบรอยรั่ว

วลี

play a part in: มีส่วนต่อผลลัพธ์

play a part in หมายถึงส่งผลหรือมีส่วนต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ เปลือกสมองถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการประสาทหลอน โดย part ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนที่จับต้องได้ โครงสร้างคือ play a part in + คำนามหรือรูป -ing โดยทั่วไปวลีนี้เปิดโอกาสว่ายังมีปัจจัยอื่นอีก จึงไม่ตรงหรือหนักแน่นเท่ากับการบอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์นั้นเพียงลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มีส่วนช่วย”: Regular exercise can ____ keeping your bones strong.

ดูคำตอบ

play a part in

This thin layer of gray matter covers the entire cerebrum, การใช้คำ

1:35

เนื้อเทาบางๆ ชั้นนี้ปกคลุมทั่วทั้งสมองใหญ่

การใช้คำ

thin layer of gray matter: วลีทางกายวิภาคที่อธิบายเปลือกสมอง

ในวลีนี้ thin บอกความหนาของชั้น และ of gray matter บอกว่าชั้นนั้นประกอบด้วยอะไร นามวลีทั้งหมดหมายถึงแผ่นเนื้อเยื่อประสาทบาง ๆ ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวอธิบาย cerebral cortex หรือเปลือกชั้นนอกของสมองใหญ่ Gray matter เป็นศัพท์ประสาทวิทยาสำหรับเนื้อเยื่อที่มีตัวเซลล์ประสาทอยู่จำนวนมาก ไม่ได้หมายถึงวัสดุอะไรก็ได้ที่ดูเป็นสีเทา

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนกายวิภาค a thin layer of gray matter หมายถึงอะไร?

  1. วัสดุอะไรก็ได้ที่บังเอิญมีสีเทา
  2. แผ่นเนื้อเยื่อประสาทบาง ๆ
  3. บริเวณสมองที่เสียหาย
ดูคำตอบ

แผ่นเนื้อเยื่อประสาทบาง ๆ

with different areas processing information from each of our senses. ไวยากรณ์

1:39

โดยมีพื้นที่ต่างๆ ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลจากแต่ละประสาทสัมผัสของเรา

ไวยากรณ์

with different areas processing information: รูปแบบ with + คำนาม + -ing

ในที่นี้ with ใช้เกริ่นข้อมูลเสริม ไม่ได้หมายถึงเพียงคำว่า และ นามวลีคือ different areas ส่วน processing เป็นรูป -ing ที่บอกว่าบริเวณเหล่านั้นทำอะไร รูปแบบ with + คำนาม + -ing ใช้เพิ่มการกระทำที่เป็นฉากหลัง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือคำอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร ข้อมูลส่วนนี้จึงมีความสำคัญรองจากอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + คำนาม + -ing เพื่อเพิ่มข้อมูลฉากหลังได้ถูกต้อง?

  1. The machine stayed on, with the fan cooling the motor.
  2. The machine stayed on, with the fan cooled the motor.
  3. The machine stayed on, with cooling the fan the motor.
ดูคำตอบ

The machine stayed on, with the fan cooling the motor.

But even in people with completely unimpaired senses, ลำดับความ

1:44

แต่แม้ในคนที่มีประสาทสัมผัสสมบูรณ์แบบ

the brain constructs the world we perceive from incomplete information. การใช้คำ

1:47

สมองก็ยังสร้างโลกที่เรารับรู้ขึ้นมาจากข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

ลำดับความ

But even in people with completely unimpaired senses: การยอมรับเงื่อนไขที่ช่วยขยายขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง

วลีนี้แสดงการยอมรับเงื่อนไขที่ดูขัดแย้ง But บอกถึงการเปลี่ยนทิศทางของความคิด ส่วน even in รวมกลุ่มที่ดูเหมือนจะเข้ากับข้อกล่าวอ้างนี้น้อยที่สุดด้วย นั่นคือคนที่ประสาทสัมผัสไม่ได้บกพร่อง หน้าที่ในการจัดระเบียบข้อมูลของวลีนี้คือขยายขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง สิ่งที่ตามมาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนที่มีปัญหาด้านประสาทสัมผัส แต่ยังเป็นจริงเมื่อประสาทสัมผัสทำงานตามปกติด้วย

แบบฝึกหัด

วลีเปิด “But even in people with completely unimpaired senses” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้แสดงว่าข้อกล่าวอ้างยังเป็นจริงเมื่อประสาทสัมผัสของคนทำงานตามปกติ
  2. วลีนี้จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้เฉพาะคนที่ประสาทสัมผัสบกพร่อง
  3. วลีนี้บอกว่าประสาทสัมผัสที่ปกติให้ข้อมูลที่สมบูรณ์
ดูคำตอบ

วลีนี้แสดงว่าข้อกล่าวอ้างยังเป็นจริงเมื่อประสาทสัมผัสของคนทำงานตามปกติ

การใช้คำ

Constructs the world we perceive: การรับรู้ในฐานะการสร้างอย่างกระตือรือร้น

constructs ในที่นี้หมายถึง “สร้างขึ้นอย่างกระตือรือร้นด้วยการจัดระเบียบและตีความข้อมูล” ไม่ได้หมายถึง “ก่อสร้างทางกายภาพ” กรรมของคำนี้คือ the world we perceive หรือโลกที่เป็นภาพรวมต่อเนื่องตามที่ปรากฏแก่เรา การเลือกใช้คำนี้นำเสนอว่าการรับรู้เป็นผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นจากข้อมูลนำเข้าที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ได้หมายความว่าสมองแต่งทุกอย่างขึ้นมา แต่หมายความว่าสมองทำให้ข้อมูลจากประสาทสัมผัสที่มีจำกัดกลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานได้

แบบฝึกหัด

constructs หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. สมองรับสำเนาที่สมบูรณ์ของโลกภายนอก
  2. สมองจัดระเบียบข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์อย่างกระตือรือร้นให้กลายเป็นโลกที่รับรู้ได้
  3. สมองก่อสร้างวัตถุทางกายภาพภายในสมอง
ดูคำตอบ

สมองจัดระเบียบข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์อย่างกระตือรือร้นให้กลายเป็นโลกที่รับรู้ได้

For example,

1:51

ตัวอย่างเช่น

our eyes have blind spots where the optic nerve blocks part of the retina. การใช้คำ

1:52

ดวงตาของเรามีจุดบอดที่เส้นประสาทตาบังส่วนหนึ่งของจอประสาทตา

การใช้คำ

blind spots: บริเวณที่มองไม่เห็นในลานสายตา

ในที่นี้ blind spots หมายถึงบริเวณเล็ก ๆ ในลานสายตาที่ดวงตาไม่ได้รับข้อมูลภาพ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where อธิบายว่าจุดเชื่อมต่อของเส้นประสาทตากับจอตาทำให้เกิดช่องว่างนี้ โดยทั่วไป blind spot คือสิ่งที่เรามองไม่เห็นหรือไม่ทันสังเกต ในบริบทที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ คำนี้อาจหมายถึงจุดอ่อนในความรู้ การตัดสินใจ หรือแผนการที่เจ้าตัวไม่ตระหนัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ blind spots หมายถึงอะไร

  1. สถานที่ที่สร้างไว้สำหรับคนที่มองไม่เห็น
  2. บริเวณที่ดวงตาไม่ได้รับข้อมูลภาพ
  3. รอยสีเข้มที่วาดอยู่บนจอตา
ดูคำตอบ

บริเวณที่ดวงตาไม่ได้รับข้อมูลภาพ

When the visual cortex processes light into coherent images, วลี

1:57

เมื่อวิชวลคอร์เทกซ์ประมวลผลแสงให้เป็นภาพที่สอดคล้องกัน

วลี

processes light into coherent images: โครงสร้าง process X into Y

ใน processes light into coherent images โครงสร้าง process X into Y หมายถึงการจัดการหรือจัดระเบียบ X เพื่อให้กลายเป็น Y ในที่นี้ light คือข้อมูลตั้งต้นที่ระบุในประโยค และ coherent images คือผลลัพธ์ Coherent หมายถึงส่วนต่าง ๆ เชื่อมเข้าด้วยกันเป็นภาพรวมที่มีความหมาย คำนี้เน้นการจัดระเบียบและความสอดคล้อง ไม่ได้หมายถึงเพียงความคมหรือความสว่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ process และคำบุพบทในโครงสร้าง process X into Y: The app ____ spoken words ____ readable text.

ดูคำตอบ

processes · into

it fills in these blind spots with information from the surrounding area. กริยาวลี

2:01

มันจะเติมเต็มจุดบอดเหล่านี้ด้วยข้อมูลจากพื้นที่โดยรอบ

กริยาวลี

fills in these blind spots: เติมข้อมูลที่ขาดหาย

ในประโยคนี้ fills in หมายถึง “เติมส่วนที่ขาดหายไป” สมองใช้ข้อมูลจากบริเวณรอบ ๆ เพื่อเติมช่องว่างในการมองเห็นที่เรียกว่า blind spots โครงสร้าง fill in A with B หมายถึง “ทำให้ A สมบูรณ์โดยใช้ B” ในที่นี้ A คือ these blind spots และ B คือ information from the surrounding area ไม่ได้หมายถึงการกรอกแบบฟอร์ม

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง fills in these blind spots หมายความว่าอย่างไร

  1. เติมข้อมูลภาพที่ขาดหาย
  2. เขียนคำตอบลงในแบบฟอร์ม
  3. ทำให้บริเวณโดยรอบเต็มทั้งหมด
ดูคำตอบ

เติมข้อมูลภาพที่ขาดหาย

Occasionally,

2:05

ในบางครั้ง

we might notice a glitch,

2:06

เราอาจสังเกตเห็นความผิดพลาด

but most of the time we're none the wiser. สำนวน

2:07

แต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็ไม่รู้ตัวเลย

สำนวน

none the wiser: ยังคงไม่รู้เรื่อง

none the wiser เป็นสำนวนที่หมายถึง “ยังคงไม่รู้เรื่อง” หรือ “ไม่ได้รู้มากขึ้นกว่าเดิม” สำนวนนี้มักสื่อว่าเหตุการณ์หรือคำอธิบายอาจทำให้คนหนึ่งรู้ความจริงบางอย่างได้ แต่คนนั้นกลับไม่ได้เรียนรู้หรือสังเกตเห็นอะไรเลย ในที่นี้ เราอาจสังเกตเห็นความผิดปกติทางสายตาเป็นบางครั้ง แต่โดยทั่วไปจะไม่รู้ว่าสมองได้เติมข้อมูลที่ขาดหายไปแล้ว wiser หมายถึงรู้มากขึ้น ไม่ได้หมายถึงฉลาดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ยังคงไม่รู้เรื่อง”: They fixed the cracked window before Maya returned, so she was ____.

ดูคำตอบ

none the wiser

When the visual cortex is deprived of input from the eyes, วลี

2:10

เมื่อวิชวลคอร์เทกซ์ถูกตัดขาดจากการรับข้อมูลจากดวงตา

วลี

is deprived of input: ขาดข้อมูลนำเข้าที่จำเป็น

โครงสร้างกรรมวาจก be deprived of + คำนาม หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งไม่ได้รับสิ่งที่จำเป็นหรือสิ่งที่ตามปกติควรมี ในที่นี้ is deprived of input หมายถึงคอร์เทกซ์การมองเห็นไม่ได้รับข้อมูลภาพจากดวงตา Deprived มีน้ำหนักมากกว่าการบอกว่าไม่ได้รับอะไรเพียงครั้งเดียว เพราะสื่อว่าแหล่งสำคัญถูกนำออก ถูกตัดขาด หรือขาดแคลนอย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวสองคำที่หมายถึง “ไม่ได้รับทรัพยากรที่จำเป็น” ลงในประโยค: When cells are ____ oxygen, they cannot work normally.

ดูคำตอบ

deprived of

even temporarily,

2:14

แม้เพียงชั่วคราว

the brain still tries to create a coherent picture,

2:15

สมองก็ยังคงพยายามสร้างภาพที่สอดคล้องกัน

but the limits of its abilities become a lot more obvious.

2:19

แต่ขีดจำกัดความสามารถของมันก็จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

The full-blown hallucinations of Charles Bonnet Syndrome are one example. การใช้คำ

2:23

ภาพหลอนเต็มรูปแบบของกลุ่มอาการชาร์ลส์ บอนเนต์คือตัวอย่างหนึ่ง

การใช้คำ

full-blown hallucinations: อาการประสาทหลอนที่พัฒนาเต็มรูปแบบ

Full-blown เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงพัฒนาเต็มที่และเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ใน full-blown hallucinations คำนี้อธิบายอาการประสาทหลอนที่พัฒนาไปถึงรูปแบบที่ชัดเจนแล้ว ไม่ใช่ความผิดปกติทางการมองเห็นเล็กน้อยหรือระยะแรก คำประสมนี้ไม่ได้หมายถึงการเป่าลมเข้าไปในสิ่งใด แต่ใช้เน้นอย่างมากถึงระยะหรือระดับของภาวะหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ full-blown hallucinations หมายถึงอะไร?

  1. อาการประสาทหลอนที่พัฒนาเต็มที่และปรากฏอย่างชัดเจน
  2. ความผิดปกติทางการมองเห็นเล็กน้อยที่เพิ่งเริ่มต้น
  3. ภาพที่เห็นเฉพาะในความฝันทั่วไป
ดูคำตอบ

อาการประสาทหลอนที่พัฒนาเต็มที่และปรากฏอย่างชัดเจน

Because Charles Bonnet Syndrome only occurs in people who had normal vision and then lost their sight, ไวยากรณ์

2:28

เนื่องจากกลุ่มอาการชาร์ลส์ บอนเนต์เกิดขึ้นเฉพาะในคนที่มีการมองเห็นปกติแล้วสูญเสียการมองเห็นไป

not those who were born blind,

2:33

ไม่ใช่คนที่ตาบอดแต่กำเนิด

ไวยากรณ์

only occurs in..., not those who...: จำกัดขอบเขตและตัดอีกกลุ่มออก

รูปแบบ only occurs in X, not Y กำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนว่า X อยู่ในกลุ่ม ส่วน Y ถูกตัดออก ในประโยคนี้ X คือผู้ที่เคยมีสายตาปกติแล้วสูญเสียการมองเห็นในภายหลัง ส่วนผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิดไม่อยู่ในกลุ่มนี้ those ใช้แทน people ที่กล่าวมาก่อนหน้า ดังนั้น not those who were born blind จึงหมายความว่าไม่รวมผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิด รูปแบบสั้น ๆ นี้พบบ่อยในคำนิยามที่ต้องแยกคนสองกลุ่มออกจากกัน

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นไว้กำหนดขอบเขตของภาวะนี้อย่างไร?

  1. รวมผู้ที่ตาบอดทุกคน ไม่ว่าจะตาบอดแต่กำเนิดหรือสูญเสียการมองเห็นภายหลัง
  2. รวมเฉพาะผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิด
  3. รวมเฉพาะผู้ที่สูญเสียการมองเห็นหลังจากเคยมีสายตาปกติ และไม่รวมผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิด
ดูคำตอบ

รวมเฉพาะผู้ที่สูญเสียการมองเห็นหลังจากเคยมีสายตาปกติ และไม่รวมผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิด

scientists think the brain uses remembered images to compensate for the lack of new visual input. วลี

2:35

นักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่าสมองใช้ภาพจากความจำเพื่อชดเชยการขาดข้อมูลทางการมองเห็นใหม่ๆ

วลี

compensate for the lack of new visual input: ชดเชยการขาดข้อมูลภาพใหม่

compensate for the lack of something หมายถึงการลดปัญหาที่เกิดจากการมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เพียงพอ ในประโยคนี้ ภาพที่จดจำไว้คือสิ่งที่สมองนำมาใช้ ส่วนการขาดข้อมูลภาพใหม่คือช่องว่างที่ภาพเหล่านั้นช่วยชดเชย โครงสร้างคือ compensate for + ปัญหาหรือสิ่งที่ขาดแคลน ในที่นี้ for นำไปสู่ช่องว่างที่ต้องการชดเชย ไม่ได้กล่าวถึงผู้ที่ได้รับค่าชดเชย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงการชดเชยปัญหาจากการมีสิ่งใดไม่เพียงพอ: Extra practice can ____ classroom time.

ดูคำตอบ

compensate for the lack of

And the same is true for other senses. วลี

2:41

และสิ่งเดียวกันนี้ก็เป็นจริงกับประสาทสัมผัสอื่นๆ ด้วย

วลี

And the same is true for ...: ขยายประเด็นก่อนหน้าไปยังสิ่งใหม่

the same is true for ... หมายความว่า ข้อความ กฎ หรือรูปแบบที่เพิ่งกล่าวไปใช้ได้กับวลีนามที่ตามหลัง for ด้วย เป็นสำนวนเชื่อมความ ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่าบางสิ่ง “จริงเท่ากัน” ในประโยคนี้ And เชื่อมแนวคิดกับประเด็นก่อนหน้า ส่วน other senses บอกขอบเขตใหม่ที่แนวคิดนั้นใช้ได้ โครงสร้างนี้ช่วยขยายแนวคิดไปยังสิ่งอื่นโดยไม่ต้องอธิบายซ้ำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สิ่งนี้ใช้กับ...ด้วย” เพื่อเชื่อมความ: This rule works for nouns, and ____ verbs.

ดูคำตอบ

the same is true for

People with hearing loss often hallucinate music or voices,

2:44

ผู้ที่สูญเสียการได้ยินมักจะหลอนว่าได้ยินเสียงดนตรีหรือเสียงคน

sometimes as elaborate as the cacophony of an entire marching band. โน้ต

2:48

บางครั้งก็ซับซ้อนราวกับเสียงอึกทึกของวงโยธวาทิตทั้งวง

ไวยากรณ์

as elaborate as: เปรียบเทียบระดับความซับซ้อน

as elaborate as ใช้โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as เพื่อเปรียบเทียบสองสิ่งในด้านคุณสมบัติหนึ่ง โดย elaborate ในที่นี้หมายถึงซับซ้อนและมีรายละเอียดมาก ในข้อความนี้ เสียงที่ผสมกันของวงโยธวาทิตทั้งวงเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด เพื่อแสดงว่าเสียงที่กำลังบรรยายอาจซับซ้อนได้มากเพียงใด การเปรียบเทียบนี้เน้นระดับที่สูง ไม่ได้ยืนยันอย่างแม่นยำว่าเสียงทั้งสองมีความซับซ้อนเท่ากันทุกประการ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบ as ... as โดยใช้ elaborate: The model was ____ the real building.

ดูคำตอบ

as elaborate as

การใช้คำ

cacophony of an entire marching band: เสียงอึกทึกปะปนของวงโยธวาทิตทั้งวง

Cacophony หมายถึงเสียงหลายเสียงที่ปะปนกันอย่างรุนแรงและไร้ระเบียบ โดยทั่วไปคือเสียงหลายอย่างที่ดังชนกันในเวลาเดียวกัน ในวลีนี้ an entire marching band ทำให้นึกถึงเสียงดังจำนวนมากที่เกิดขึ้นพร้อมกัน จึงทำให้เสียงนั้นดูรุนแรงและซับซ้อนเป็นพิเศษ ถ้อยคำนี้นำเสนอเสียงเหล่านั้นเป็นเสียงรบกวนที่ขัดกัน ไม่ใช่แค่เสียงดนตรี

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะบรรยายว่าเป็น cacophony

  1. ไวโอลินเพียงตัวเดียวบรรเลงเสียงเบาอย่างชัดเจน
  2. เสียงสัญญาณเตือน แตรรถ และเสียงตะโกนหลายเสียงดังปะปนกันพร้อมกัน
  3. ห้องนั้นเงียบสนิท
ดูคำตอบ

เสียงสัญญาณเตือน แตรรถ และเสียงตะโกนหลายเสียงดังปะปนกันพร้อมกัน

In addition to sensory deprivation, ลำดับความ

2:53

นอกจากการขาดการรับรู้ทางประสาทสัมผัสแล้ว

ลำดับความ

In addition to: การเพิ่มอีกรายการหนึ่ง

In addition to ใช้เพิ่มรายการใหม่ควบคู่กับสิ่งที่กล่าวถึงหรือเข้าใจกันอยู่แล้ว ในที่นี้ sensory deprivation คือสาเหตุหรือหมวดหมู่ที่มีอยู่ และวลีนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะเพิ่มสาเหตุหรือหมวดหมู่อื่นอีก วลีนี้จัดข้อมูลให้เป็นรายการของปัจจัยหลายอย่าง จึงไม่ควรเข้าใจว่าการตัดขาดทางประสาทสัมผัสเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย In และใช้เพิ่มข้อกำหนดข้อที่สอง: ____ the written test, applicants must complete an interview.

ดูคำตอบ

In addition to

recreational and therapeutic drugs, การใช้คำ

2:55

ยาเสพติดและยารักษาโรค

การใช้คำ

recreational drugs และ therapeutic drugs: แยกตามจุดประสงค์ ไม่ใช่ความปลอดภัย

ในที่นี้ recreational drugs หมายถึงสารที่ใช้เพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงประสบการณ์รับรู้ ไม่ใช่เพื่อรักษาอาการทางการแพทย์ ส่วน therapeutic drugs หมายถึงยาที่ใช้รักษาหรือควบคุมอาการเจ็บป่วย ในรายการนี้ ทั้งสองกลุ่มถูกระบุว่าอาจเป็นสาเหตุของอาการประสาทหลอน คำคุณศัพท์ทั้งสองใช้จำแนกยาหรือสารตามจุดประสงค์ ไม่ใช่แบ่งอย่างง่าย ๆ ว่าเป็น “ยาที่ไม่ดี” กับ “ยาที่ปลอดภัย” เพราะยาที่ใช้รักษาก็อาจมีผลข้างเคียงได้

แบบฝึกหัด

คนหนึ่งรับประทานยาตามใบสั่งแพทย์เพื่อรักษาโรค ไม่ใช่เพื่อความเพลิดเพลิน คำใดอธิบายจุดประสงค์นี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. experimental drug use
  2. recreational drug use
  3. therapeutic drug use
ดูคำตอบ

therapeutic drug use

conditions like epilepsy and narcolepsy,

2:58

โรคต่างๆ เช่น ลมบ้าหมูและโรคลมหลับ

and psychiatric disorders like schizophrenia,

3:00

และโรคทางจิตเวช เช่น โรคจิตเภท

are a few of the many known causes of hallucinations, ลำดับความ

3:03

เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสาเหตุการเกิดภาพหลอนที่ทราบกันดี

and we're still finding new ones.

3:06

และเรายังคงค้นพบสาเหตุใหม่ๆ อยู่เสมอ

ลำดับความ

a few of the many known causes: แสดงว่ารายการยังไม่ครบถ้วน

ใน are a few of the many known causes คำว่า a few ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่เพิ่งไล่เรียงไว้ ส่วน of the many known causes จัดให้สิ่งเหล่านั้นอยู่ภายในกลุ่มที่ใหญ่กว่ามาก ถ้อยคำนี้ใช้ปิดท้ายรายการโดยไม่ทำให้เข้าใจว่ารายการนั้นครบถ้วนแล้ว ข้อความต่อท้าย and we're still finding new ones ยังเสริมว่า แม้แต่กลุ่มสาเหตุที่ทราบแล้วก็ยังเพิ่มขึ้นได้อีก

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายจากตัวอย่างเพื่อแสดงว่าสิ่งที่ระบุเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของกลุ่มที่ใหญ่กว่า: These are ____ challenges facing the project.

ดูคำตอบ

a few of the many

Some of the most notorious hallucinations are associated with drugs like LSD and psilocybin. โน้ต

3:09

ภาพหลอนที่ฉาวโฉ่ที่สุดบางอย่างมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่น แอลเอสดี (LSD) และไซโลไซบิน (psilocybin)

การใช้คำ

most notorious hallucinations: ภาพหลอนที่เป็นที่รู้จักจากเหตุผลในทางลบ

ใน most notorious hallucinations คำว่า notorious หมายถึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะสิ่งที่ไม่ดี น่ากังวล หรืออันตราย คำนี้เพิ่มการประเมินเชิงลบที่ famous ไม่จำเป็นต้องมี most ทำให้ notorious เป็นขั้นสูงสุด วลีนี้จึงชี้ไปที่ภาพหลอนที่มีชื่อเสียงในทางลบอย่างเด่นชัด ไม่ใช่เพียงภาพหลอนที่คนจำนวนมากที่สุดรู้จัก

แบบฝึกหัด

คำคุณศัพท์ใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุดและแสดงถึงชื่อเสียงในทางลบ? The website became ___ for spreading dangerous lies.

  1. notorious
  2. famous
  3. well-known
ดูคำตอบ

notorious

วลี

are associated with: แสดงความสัมพันธ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุโดยตรง

ใน are associated with รูปถูกกระทำ be associated with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “มีแนวโน้มเกิดขึ้นโดยสัมพันธ์กับ” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเชื่อมภาพหลอนเข้ากับสารที่กล่าวถึง วลีนี้รายงานความสัมพันธ์ แต่ตัวมันเองไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยตรง จึงพบได้บ่อยในภาษาวิทยาศาสตร์และข่าวที่ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be associated with ในรูปที่ถูกต้อง: In the report, longer screen time was ____ shorter sleep.

ดูคำตอบ

associated with

Their hallmark effects include the sensation that dry objects are wet โน้ต

3:15

ผลกระทบที่เด่นชัดรวมถึงความรู้สึกว่าวัตถุที่แห้งนั้นเปียก

and that surfaces are breathing.

3:20

และพื้นผิวกำลังหายใจ

การใช้คำ

Their hallmark effects: ผลที่มีลักษณะเด่นที่สุดของสิ่งเหล่านั้น

ใน Their hallmark effects คำว่า hallmark ขยาย effects และหมายถึง “ที่มีลักษณะเด่นหรือเป็นตัวแทนมากที่สุด” ส่วน Their ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่กำลังกล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลีนี้บอกวิธีทำความเข้าใจข้อมูลที่ตามมา กล่าวคือ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่ระบุถูกนำเสนอว่าเป็นผลที่บ่งบอกลักษณะของกลุ่มนี้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงผลใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น คำว่า hallmark ในที่นี้เป็นคำทั่วไปที่หมายถึงลักษณะสำคัญ ไม่ใช่ชื่อบริษัท Hallmark

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Their hallmark effects หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผลที่เกิดขึ้นทุกครั้ง
  2. ผลที่มีลักษณะเด่นที่สุดของสิ่งเหล่านั้น
  3. ผลที่ผลิตโดยแบรนด์หนึ่ง
ดูคำตอบ

ผลที่มีลักษณะเด่นที่สุดของสิ่งเหล่านั้น

ไวยากรณ์

that ... and that ...: อนุประโยคขนานที่บอกเนื้อหาของ sensation

อนุประโยค that ทั้งสองบอกว่า sensation มีเนื้อหาอะไร ได้แก่ that dry objects are wet และ that surfaces are breathing โดย that แต่ละคำเริ่มเนื้อหาหนึ่งอย่างที่ดูเหมือนรับรู้ได้ และ and เชื่อมอนุประโยคทั้งสองแบบขนานกัน ในทางไวยากรณ์ ทั้งสองเป็นอนุประโยคบอกเนื้อหาแบบขนานที่เชื่อมกับคำนาม sensation เนื่องจากอนุประโยคเหล่านี้บอกเนื้อหาของความรู้สึก จึงเป็นการบรรยายประสบการณ์ ไม่ใช่การยืนยันว่าวัตถุเปียกจริงหรือพื้นผิวหายใจจริง การกล่าว that ซ้ำก่อนอนุประโยคที่สองทำให้โครงสร้างขนานชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำเริ่มอนุประโยคบอกเนื้อหาซ้ำก่อนสิ่งที่รับรู้แต่ละอย่าง: She had the sensation ____ the floor was tilting and ____ the walls were moving.

ดูคำตอบ

that · that

At higher doses,

3:22

ในปริมาณที่สูงขึ้น

the visual world can appear to melt, วลี

3:24

โลกที่เรามองเห็นอาจดูเหมือนกำลังละลาย

วลี

can appear to melt: บอกภาพที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

Can appear to melt หมายถึง “อาจดูเหมือนกำลังละลาย” โครงสร้าง can appear to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกความรู้สึกหรือภาพที่อาจมองเห็นได้ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ในที่นี้ melt เป็นคำบรรยายภาพที่เห็นอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าวัตถุกลายเป็นของเหลวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายเพียงภาพที่อาจมองเห็น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ยืนยันแล้ว

  1. The ice sculpture can appear to melt under the moving lights.
  2. The ice sculpture melted completely yesterday.
  3. The ice sculpture is physically melting under the hot lamp.
ดูคำตอบ

The ice sculpture can appear to melt under the moving lights.

dissolve into swirls, วลี

3:26

กลายเป็นเกลียวหมุน

วลี

dissolve into swirls: เปลี่ยนเป็นรูปร่างใหม่ที่มองเห็น

Dissolve into swirls หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียรูปร่างที่ชัดเจนและกลายเป็นลวดลายหมุนวน” โครงสร้าง dissolve into + ผลลัพธ์ ใช้บอกรูปร่างหรือสภาพใหม่หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในการบรรยายภาพนี้ dissolve ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสารที่ผสมและละลายในของเหลว ส่วน swirls คือรูปร่างโค้งที่วนหรือบิดเป็นเกลียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ dissolve into: As the camera lost focus, the sharp image ____ a blur.

ดูคำตอบ

dissolved into

or burst into fractal-like patterns. วลี

3:28

หรือแตกออกเป็นลวดลายแฟรกทัล

วลี

burst into fractal-like patterns: การเปลี่ยนแปลงทางภาพอย่างฉับพลัน

ในคำบรรยายภาพนี้ burst into หมายถึง “เปลี่ยนเป็นหรือเต็มไปด้วยบางสิ่งอย่างฉับพลัน” สำนวนนี้สื่อว่าลวดลายปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและเด่นชัด ไม่ได้หมายถึงการระเบิดทางกายภาพ Fractal-like ขยายคำว่า patterns ส่วนคำเติมท้าย -like หมายถึง “คล้าย” จึงบอกว่าลวดลายดูคล้ายแฟร็กทัล โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นแฟร็กทัลที่ตรงตามนิยามทางคณิตศาสตร์ทุกประการ

แบบฝึกหัด

burst into fractal-like patterns หมายถึงอะไรในคำบรรยายภาพนี้?

  1. ระเบิดจริงและทำลายลวดลายเหล่านั้น
  2. ค่อย ๆ ลบลวดลายที่ซ้ำกันทั้งหมด
  3. เปลี่ยนเป็นลวดลายที่ดูคล้ายแฟร็กทัลอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ

เปลี่ยนเป็นลวดลายที่ดูคล้ายแฟร็กทัลอย่างฉับพลัน

Evidence suggests these drugs also act on the cerebral cortex. ลำดับความ

3:31

มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ายาเหล่านี้ก็ออกฤทธิ์ที่ซีรีบรัลคอร์เทกซ์เช่นกัน

ลำดับความ

Evidence suggests: ข้อสรุปเชิงระมัดระวังที่มีหลักฐานรองรับ

Evidence suggests วางที่มาของข้อสรุปไว้ก่อน นั่นคือหลักฐาน ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว แล้วจึงนำเสนอข้อสรุปที่หลักฐานนั้นชี้ไป Suggests เป็นคำที่ช่วยลดระดับความแน่นอนในที่นี้ ข้อสรุปมีหลักฐานสนับสนุน แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์หรือแน่นอน การใช้คำเช่นนี้ช่วยแยกระหว่างข้ออนุมานที่มีหลักฐานรองรับกับข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้วในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อสรุปที่อิงหลักฐาน พร้อมทั้งยังเปิดพื้นที่ให้กับความไม่แน่นอน?

  1. I guess regular breaks improve concentration, but I have no evidence.
  2. Evidence suggests that regular breaks may improve concentration.
  3. Evidence proves that regular breaks improve concentration in every case.
ดูคำตอบ

Evidence suggests that regular breaks may improve concentration.

But while visual impairment typically only causes visual hallucinations ลำดับความ

3:35

แต่ในขณะที่ความบกพร่องทางการมองเห็นมักจะทำให้เกิดภาพหลอนทางสายตาเท่านั้น

and hearing loss auditory ones, ไวยากรณ์

3:39

และการสูญเสียการได้ยินทำให้เกิดอาการหลอนทางเสียง

ไวยากรณ์

hearing loss auditory ones: การละคำและการใช้คำแทนคำนาม

ในวลีที่เชื่อมกัน hearing loss auditory ones มีการละคำที่ซ้ำคือ typically only causes ความหมายเต็มคือ hearing loss typically only causes auditory hallucinations Ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์นับได้ hallucinations ที่กล่าวถึงไปแล้ว การย่อทั้งสองจุดนี้ทำให้กรณีทางการมองเห็นและการได้ยินมีโครงสร้างขนานกัน โดยไม่ต้องพูดวลีกริยาและคำนามเดิมซ้ำ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นรูปเต็มที่ชัดเจนที่สุดของ hearing loss auditory ones?

  1. hearing loss typically only causes auditory hallucinations
  2. auditory hearing loss typically causes visual hallucinations
  3. hearing loss is caused by auditory hallucinations
ดูคำตอบ

hearing loss typically only causes auditory hallucinations

substances like LSD cause perceptual disturbances across all the senses. วลี

3:42

สารต่างๆ เช่น แอลเอสดี ทำให้เกิดความผิดปกติในการรับรู้ครอบคลุมทุกประสาทสัมผัส

ลำดับความ

But while ...: การเปิดประเด็นเปรียบต่าง

But while เริ่มต้นด้วยการเสนอด้านแรกของความเปรียบต่าง อนุประโยคที่มี while แสดงรูปแบบที่มีขอบเขตจำกัดกว่า คือการสูญเสียการทำงานของประสาทสัมผัสแต่ละชนิดมักทำให้เกิดอาการประสาทหลอนในประสาทสัมผัสชนิดเดียวกัน ในที่นี้ while หมายถึง “ในขณะที่/แต่” ในเชิงเปรียบต่าง หรือ “แม้ว่า” ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างเวลาที่” จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอจุดที่ตรงข้ามกันว่า LSD อาจรบกวนการรับรู้ของประสาทสัมผัสทั้งหมด ส่วน But บอกถึงการหักมุมที่กว้างขึ้นจากเนื้อหาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

while ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. อธิบายระยะเวลาที่แน่นอนของผลกระทบเหล่านั้น
  2. ใช้เสนอความเปรียบต่างระหว่างผลกระทบที่จำกัดกับผลกระทบที่ครอบคลุมกว้าง
  3. แสดงว่าผลกระทบเหล่านั้นเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

ใช้เสนอความเปรียบต่างระหว่างผลกระทบที่จำกัดกับผลกระทบที่ครอบคลุมกว้าง

วลี

across all the senses: ครอบคลุมประสาทสัมผัสทั้งหมด

ในที่นี้ across all the senses หมายความว่า ความผิดปกติในการรับรู้อาจเกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทุกอย่าง ไม่ใช่เพียงอย่างเดียว เช่น การมองเห็นหรือการได้ยิน across ใช้บอกขอบเขตได้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งเท่านั้น ในโครงสร้าง across + กลุ่มหรือขอบเขต คำนี้หมายถึงการครอบคลุมทั้งหมดหรือส่วนต่าง ๆ ของกลุ่มนั้น ส่วน all ทำให้ขอบเขตครอบคลุมครบทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ across all the senses หมายความว่าอะไร

  1. เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทุกอย่าง
  2. มีผลต่อการมองเห็นเท่านั้น
  3. เคลื่อนที่ทางกายภาพจากประสาทสัมผัสหนึ่งไปอีกประสาทสัมผัสหนึ่ง
ดูคำตอบ

เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทุกอย่าง

That's likely because they activate receptors in a broad range of brain areas, วลี

3:48

นั่นอาจเป็นเพราะพวกมันกระตุ้นตัวรับในบริเวณต่างๆ ของสมองอย่างกว้างขวาง

วลี

a broad range of: ขอบเขตกว้างและความหลากหลาย

ในที่นี้ a broad range of brain areas หมายถึงบริเวณต่าง ๆ จำนวนมากของสมองที่ครอบคลุมขอบเขตกว้าง ประเด็นสำคัญคือผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ในบริเวณเล็ก ๆ เพียงแห่งเดียว โครงสร้างคือ a broad range of + คำนามนับได้พหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ broad บอกความกว้างหรือความหลากหลายของขอบเขต ไม่ใช่ความกว้างทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “หลายประเภทที่แตกต่างกัน”: The science club explores ____ topics.

ดูคำตอบ

a broad range of

including the cortical regions for all the senses.

3:53

รวมถึงบริเวณคอร์เทกซ์สำหรับประสาทสัมผัสทั้งหมด

LSD and psilocybin both function like serotonin in the brain, การใช้คำ

3:56

ทั้งแอลเอสดีและไซโลไซบินทำงานเหมือนเซโรโทนินในสมอง

การใช้คำ

both function like serotonin: function ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน both function like serotonin คำว่า function เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำงาน” หรือ “ออกฤทธิ์” ส่วน both ย้อนกลับไปกล่าวถึง LSD และไซโลไซบิน และแสดงว่าข้อความนี้ใช้กับสารทั้งสองชนิด like serotonin เปรียบเทียบว่าสารเหล่านี้ออกฤทธิ์อย่างไร ไม่ได้เปรียบเทียบรูปลักษณ์หรือหมายถึง “ชอบ” รูปแบบ X functions like Y หมายถึง X ทำงานในลักษณะที่คล้าย Y ไม่ได้หมายความว่า X และ Y เหมือนกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเครื่องมือสองอย่างทำงานในลักษณะที่คล้ายเข็มทิศ

  1. These two tools both function as a compass.
  2. These two tools both look like a compass.
  3. These two tools both function like a compass.
ดูคำตอบ

These two tools both function like a compass.

binding directly to one type of serotonin receptor in particular. วลี

4:00

โดยจับกับตัวรับเซโรโทนินชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ

วลี

one type of ... in particular: เลือกเน้นชนิดหนึ่ง

one type of serotonin receptor in particular เลือกเน้นตัวรับเซโรโทนินชนิดหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือเกี่ยวข้องเป็นพิเศษจากตัวรับเซโรโทนินประเภทใหญ่ทั้งหมด in particular อยู่หลังกลุ่มคำนามและดึงความสนใจกลับไปที่กลุ่มคำนามนั้น จึงช่วยจำกัดขอบเขตว่าไม่ได้หมายถึงตัวรับเซโรโทนินโดยทั่วไป แต่หมายถึงชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อคำอธิบายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยเฉพาะสิ่งนี้”: Of all the examples, one ____ shows the pattern clearly.

ดูคำตอบ

in particular

While serotonin's role in the brain is complex and poorly understood, ลำดับความ

4:05

แม้ว่าบทบาทของเซโรโทนินในสมองจะซับซ้อนและยังเป็นที่เข้าใจน้อยมาก

it likely plays an important part in integrating information from the eyes, การใช้คำ

4:09

แต่ก็มีแนวโน้มว่ามันมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการข้อมูลจากดวงตา

ลำดับความ

While ... is complex and poorly understood: ยอมรับความไม่แน่นอนก่อน

ในที่นี้ While หมายถึง although หรือ “แม้ว่า” ไม่ใช่ during the time that หรือ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคเปิดเรื่องยอมรับข้อจำกัดก่อนว่า บทบาทของเซโรโทนินมีความซับซ้อนและยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ การยอมรับข้อจำกัดนี้ปูทางไปสู่ข้อกล่าวอ้างหลัก ซึ่งคำว่า likely ช่วยให้ฟังดูระมัดระวังและไม่ได้ยืนยันแน่นอน รูปแบบ While + ข้อจำกัด, ข้อกล่าวอ้างหลัก ช่วยให้งานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ยอมรับความไม่แน่นอนก่อนบอกว่าหลักฐานน่าจะสนับสนุนอะไร

แบบฝึกหัด

อนุประโยค While ที่ขึ้นต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าเซโรโทนินเริ่มทำงานเมื่อใด
  2. แจกแจงแหล่งข้อมูลทางประสาทสัมผัสหลายแหล่ง
  3. ยอมรับความไม่แน่นอนก่อนเสนอข้อกล่าวอ้างหลัก
ดูคำตอบ

ยอมรับความไม่แน่นอนก่อนเสนอข้อกล่าวอ้างหลัก

nose, ears, and other sensory organs.

4:13

จมูก หู และอวัยวะรับสัมผัสอื่นๆ

การใช้คำ

integrating information from ...: รวมข้อมูลนำเข้าจากหลายแหล่ง

Integrating information from the eyes, nose, ears, and other sensory organs หมายถึงการรวมสัญญาณจากหลายแหล่ง เพื่อให้สัญญาณเหล่านั้นทำงานร่วมกันเป็นภาพการรับรู้ที่มีประโยชน์หนึ่งภาพ Integrating มีความหมายมากกว่าการรับหรือรวบรวมข้อมูลเท่านั้น คำบุพบท from ใช้นำหน้าแหล่งที่มาของข้อมูล รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ integrate information from + แหล่งเดียวหรือหลายแหล่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “รวมข้อมูลนำเข้าจาก” ให้ประโยคสมบูรณ์: The dashboard helps drivers by ____ cameras and road sensors.

ดูคำตอบ

integrating information from

So one theory is that LSD and psilocybin cause hallucinations by disrupting the signaling involved in sensory integration. โน้ต

4:16

ทฤษฎีหนึ่งจึงมีอยู่ว่า แอลเอสดีและไซโลไซบินทำให้เกิดภาพหลอนโดยรบกวนการส่งสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการทางประสาทสัมผัส

ลำดับความ

one theory is that: เสนอคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้

One theory is that ใช้เกริ่นเนื้อหาของคำอธิบายหนึ่งที่ถูกเสนอขึ้นมา โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าทฤษฎีนั้นเสนออะไร คำว่า one จัดวางข้อมูลโดยทำให้คำอธิบายนี้เป็นหนึ่งในหลายความเป็นไปได้ จึงเป็นสัญญาณว่าไม่ควรอ่านข้อความถัดไปว่าเป็นคำตอบเดียวที่ยืนยันแน่นอนแล้ว

แบบฝึกหัด

one theory is that สื่ออะไรในประโยควิทยาศาสตร์นี้?

  1. คำอธิบายนี้เป็นคำตอบเดียวที่พิสูจน์แล้ว
  2. คำอธิบายนี้เป็นความเป็นไปได้หนึ่ง ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายที่แน่นอน
  3. ผู้พูดกำลังออกคำสั่ง
ดูคำตอบ

คำอธิบายนี้เป็นความเป็นไปได้หนึ่ง ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายที่แน่นอน

ไวยากรณ์

by disrupting ...: ใช้ by + -ing เพื่อบอกกลไก

By disrupting the signaling involved in sensory integration เป็นวลีโครงสร้าง by + -ing วลีนี้อธิบายกลไกที่เสนอไว้เบื้องหลัง cause hallucinations กล่าวคือ การรบกวนเป็นวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ภายในวลีนี้ involved in sensory integration ขยาย signaling รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์หรือการกระทำ + by + -ing โดยการกระทำรูป -ing บอกวิธีหรือกลไก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by และรูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บ: The filter cleans the water ____ small particles. (remove)

ดูคำตอบ

by removing

Hallucinations associated with schizophrenia may share a similar mechanism with those caused by LSD and psilocybin. วลี

4:25

อาการประสาทหลอนที่เกี่ยวข้องกับโรคจิตเภทอาจมีกลไกร่วมที่คล้ายคลึงกับที่เกิดจากแอลเอสดีและไซโลไซบิน

วลี

may share a similar mechanism with: การเปรียบเทียบอย่างไม่ฟันธง

X may share a similar mechanism with Y หมายความว่า X และ Y อาจทำงานผ่านกระบวนการเบื้องหลังที่คล้ายกัน ในที่นี้ share หมายถึง “มีร่วมกัน” ไม่ใช่ “มอบบางอย่างให้อีกคน” คำกริยาช่วย may ทำให้ข้อความไม่ฟันธง ส่วน similar แสดงว่ากลไกไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง วลี with Y ใช้ระบุปรากฏการณ์ที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์แบบไม่ฟันธงด้วยสำนวนเป้าหมาย: The research suggests that this sleep pattern ____ a stress response.

ดูคำตอบ

may share a similar mechanism with

Patients with schizophrenia often have elevated levels of serotonin in the brain, วลี

4:33

ผู้ป่วยโรคจิตเภทมักจะมีระดับเซโรโทนินในสมองสูง

วลี

elevated levels of serotonin: สำนวนทางการสำหรับค่าที่วัดได้สูง

elevated levels of serotonin หมายถึงปริมาณหรือความเข้มข้นของเซโรโทนินที่วัดได้สูงกว่าช่วงปกติ ช่วงที่คาดไว้ หรือช่วงอ้างอิง คำว่า elevated ขยายคำว่า levels ไม่ได้หมายความว่าเซโรโทนินอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้าง levels of + ชื่อสาร ใช้กล่าวถึงสารนั้นในฐานะปริมาณที่วัดได้ สำนวนนี้บอกว่าค่าสูง แต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมรายงานทางการด้วยสำนวนเป้าหมาย: The lab report showed ____ glucose in the blood.

ดูคำตอบ

elevated levels of

and antipsychotic drugs relieve symptoms of schizophrenia by blocking the same serotonin receptors LSD and psilocybin bind to. โน้ต

4:38

และยารักษาโรคจิตจะบรรเทาอาการของโรคจิตเภทโดยการสกัดกั้นตัวรับเซโรโทนินตัวเดียวกับที่แอลเอสดีและไซโลไซบินไปจับ

วลี

relieve symptoms of schizophrenia: บรรเทาอาการ ไม่ได้หมายถึงรักษาให้หาย

relieve symptoms of schizophrenia หมายถึงทำให้อาการของโรคจิตเภทเบาลงหรือควบคุมได้ง่ายขึ้น คำว่า relieve บอกว่าอาการดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโรคจิตเภทหายไปอย่างสิ้นเชิง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ relieve symptoms of + โรคหรือภาวะ สิ่งที่ถูกบรรเทาคือ symptoms ส่วน of schizophrenia ระบุว่าอาการเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับโรคใด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงการทำให้อาการเบาลงโดยไม่กล่าวว่าโรคหายแล้ว: This medicine may ____ asthma.

ดูคำตอบ

relieve symptoms of

ไวยากรณ์

by blocking ... receptors ... bind to: การเชื่อมกลไกกับอนุประโยคขยาย

by blocking ... ใช้โครงสร้าง by + -ing เพื่อบอกวิธีหรือกลไกที่ทำให้เกิดผลก่อนหน้า กล่าวคือ ยาบรรเทาอาการด้วยการปิดกั้นตัวรับ ใน the same serotonin receptors LSD and psilocybin bind to อนุประโยค LSD and psilocybin bind to ทำหน้าที่ขยาย receptors ซึ่งเทียบได้กับ the receptors that LSD and psilocybin bind to โดยละคำเชื่อม that ได้ แต่ต้องคง to ท้ายประโยคไว้ เพราะรูปแบบที่สมบูรณ์คือ bind to + กรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยใช้ by ตามด้วย blocking เพื่อบอกกลไก แล้วเติมคำบุพบทที่ bind ต้องใช้: The drug works ____ the receptors the molecule binds ____.

ดูคำตอบ

by blocking · to

And in some cases,

4:47

และในบางกรณี

these drugs can even relieve the hallucinations of patients with Charles Bonnet Syndrome.

4:49

ยาเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาภาพหลอนของผู้ป่วยกลุ่มอาการชาร์ลส์ บอนเนต์ได้ด้วย

We're still a long way from understanding all the different causes and interconnected mechanisms of hallucinations, วลี

4:54

เรายังอยู่ห่างไกลจากการเข้าใจสาเหตุที่แตกต่างกันและกลไกที่เชื่อมโยงกันของอาการประสาทหลอนทั้งหมด

วลี

We're still a long way from understanding: ยังห่างไกลจากการเข้าใจอย่างสมบูรณ์

We're still a long way from understanding... หมายความว่าความเข้าใจของเรายังไม่สมบูรณ์และยังต้องทำงานอีกมาก ในที่นี้ a long way กล่าวถึงความคืบหน้าไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่ระยะทางจริง โครงสร้างคือ be a long way from + คำนามหรือรูป -ing ส่วน still แสดงว่าสถานการณ์นี้ยังคงเป็นจริงในตอนนี้ จึงใช้ from understanding

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ a long way และคำบุพบทที่ถูกต้อง: We are still ____ understanding how the disease spreads.

ดูคำตอบ

a long way from

but it's clear that hallucinatory experiences are much more closely tied to ordinary perception than we once thought. วลี

5:01

แต่เป็นที่ชัดเจนว่าประสบการณ์เกี่ยวกับภาพหลอนนั้นมีความเชื่อมโยงกับการรับรู้ปกติอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่เราเคยคิดไว้มาก

วลี

much more closely tied to ordinary perception: ความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นกว่าที่คาด

Closely tied to หมายถึง “เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ” หรือ “มีความสัมพันธ์อย่างมากกับ” ในที่นี้ tied ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการถูกมัดจริง ๆ More closely เปรียบเทียบระดับความแน่นแฟ้นของความสัมพันธ์ และ much เน้นการเปรียบเทียบนั้นให้เป็น much more closely เมื่อใช้กับ than we once thought จึงหมายความว่าความเชื่อมโยงกับการรับรู้ตามปกติแน่นแฟ้นกว่าที่เคยเชื่อกันมาก

แบบฝึกหัด

much more closely tied to ordinary perception than we once thought ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. เชื่อมโยงกับการรับรู้ตามปกติอย่างแน่นแฟ้นกว่าที่เคยเชื่อกันมาก
  2. เชื่อมโยงกับการรับรู้ตามปกติน้อยกว่าที่เคยเชื่อกัน
  3. เพียงถูกมัดเข้ากับการรับรู้ตามปกติจริง ๆ
ดูคำตอบ

เชื่อมโยงกับการรับรู้ตามปกติอย่างแน่นแฟ้นกว่าที่เคยเชื่อกันมาก

วลี

than we once thought: การแก้ไขความเชื่อเดิม

Than we once thought ทำให้การเปรียบเทียบสมบูรณ์ วลีเปรียบเทียบ much more closely tied บอกว่าตอนนี้เราเห็นว่าความเชื่อมโยงนั้นแน่นแฟ้นกว่าที่ความเชื่อเดิมของเราเคยบอกไว้ once ในที่นี้หมายถึง “แต่ก่อน” หรือ “ในอดีต” ไม่ใช่ “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคนี้ใช้ความเชื่อเดิมเป็นจุดเปรียบเทียบ และเป็นรูปแบบที่ใช้แสดงว่าหลักฐานใหม่ได้เปลี่ยนความเข้าใจของผู้คน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เมื่อเทียบกับความเชื่อเดิมของเรา”: The cave is deeper ____.

ดูคำตอบ

than we once thought

And by studying hallucinations,

5:08

และจากการศึกษาเกี่ยวกับภาพหลอน

we stand to learn a great deal about how our brains construct the world we see, วลี

5:10

เรามีโอกาสได้เรียนรู้มากมายว่าสมองของเราสร้างโลกที่เรามองเห็น

วลี

stand to learn: ประโยชน์ที่มีแนวโน้มจะได้รับ

Stand to learn หมายถึง “มีแนวโน้มว่าจะได้เรียนรู้” หรือ “อยู่ในสถานะที่จะได้รับความรู้” ในประโยคนี้ การศึกษาภาวะประสาทหลอนอาจให้ประโยชน์สำคัญ คือช่วยให้เข้าใจดีขึ้นว่าสมองสร้างโลกที่เรารับรู้อย่างไร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ stand to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกผลที่มีแนวโน้มจะเกิดจากสถานการณ์หรือการกระทำ โดยเฉพาะผลประโยชน์หรือความสูญเสีย stand ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยืน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มีแนวโน้มว่าจะได้รับความรู้”: By reviewing the failed tests, we ____ why the design broke.

ดูคำตอบ

stand to learn

hear, smell, and touch.

5:14

ได้ยิน ได้กลิ่น และสัมผัส ขึ้นมาได้อย่างไร

As we learn more,

5:17

เมื่อเราเรียนรู้มากขึ้น

we'll likely come to appreciate just how subjective and individual each person's island universe of perception really is. โน้ต

5:18

เราอาจจะเข้าใจว่าจักรวาลแห่งการรับรู้ที่โดดเดี่ยวของแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องอัตวิสัยและเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลมากเพียงใด

ไวยากรณ์

we'll likely come to appreciate just how: น่าจะค่อย ๆ เข้าใจว่ามากเพียงใด

ในประโยคนี้ we'll likely come to appreciate หมายถึง “เราน่าจะค่อย ๆ เข้าใจหรือตระหนักได้” come to แสดงการเปลี่ยนแปลงด้านความเข้าใจที่เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังสถานที่หนึ่ง ส่วน appreciate ในที่นี้หมายถึงเข้าใจความสำคัญหรือความเป็นจริงของสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงรู้สึกขอบคุณ just how ใช้นำและเน้นระดับ โดย just how subjective and individual ... really is หมายถึง “แท้จริงแล้วสิ่งนั้นมีความเป็นอัตวิสัยและเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากเพียงใด” โครงสร้างทั้งหมดเหมาะสำหรับบอกว่าข้อมูลที่เพิ่มขึ้นน่าจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างตามบทเรียนนี้ที่แสดงการค่อย ๆ ตระหนักถึงระดับของสิ่งหนึ่งอย่างมีความเป็นไปได้: As you study the night sky, ____ vast it is.

ดูคำตอบ

you'll likely come to appreciate just how

สำนวน

island universe of perception: อุปลักษณ์ของโลกแห่งการรับรู้ส่วนตัว

Island universe of perception เป็นอุปลักษณ์เชิงสร้างสรรค์ที่ใช้แทนโลกส่วนตัวซึ่งเกิดจากประสาทสัมผัสและจิตใจของคนหนึ่งคน island สื่อถึงการแยกออกจากประสบการณ์ของผู้อื่น ส่วน universe สื่อถึงโลกที่สมบูรณ์และซับซ้อน ในประโยคนี้ อุปลักษณ์ดังกล่าวสนับสนุนแนวคิดว่าการรับรู้นั้นเป็นอัตวิสัยและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ไม่ได้หมายถึงเกาะจริงหรืออวกาศ และไม่ใช่ชื่อของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ each person's island universe of perception หมายถึงอะไร?

  1. ทุกคนรับรู้โลกในแบบเดียวกันทุกประการ
  2. แต่ละคนสัมผัสความเป็นจริงผ่านโลกแห่งการรับรู้ส่วนตัวที่แยกจากผู้อื่นบางส่วน
  3. แต่ละคนอาศัยอยู่ตามลำพังบนเกาะจริง
ดูคำตอบ

แต่ละคนสัมผัสความเป็นจริงผ่านโลกแห่งการรับรู้ส่วนตัวที่แยกจากผู้อื่นบางส่วน

Want to keep exploring this subject?

5:27

ต้องการสำรวจหัวข้อนี้ต่อไปหรือไม่?

We recommend Oliver Sacks's Hallucinations. วัฒนธรรม

5:29

ขอแนะนำเรื่อง Hallucinations (ภาพหลอน) ของโอลิเวอร์ แซกส์ (Oliver Sacks)

วัฒนธรรม

Oliver Sacks's Hallucinations: ผู้เขียนและชื่อหนังสือ

Oliver Sacks's Hallucinations หมายถึงหนังสือเล่มหนึ่ง โดย Hallucinations เป็นชื่อหนังสือ และรูปแสดงความเป็นเจ้าของ Sacks's บอกว่า Oliver Sacks เป็นผู้เขียน Oliver Sacks เป็นแพทย์ระบบประสาทและนักเขียนที่มีชื่อเสียงด้านการเล่าเรื่องทางการแพทย์ ข้อมูลพื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงแนะนำผลงานเล่มนี้ระหว่างการพูดถึงประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่ผิดปกติ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่า Sacks กำลังเห็นภาพหลอนอยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Oliver Sacks's Hallucinations หมายถึงอะไร?

  1. เป็นชื่อแผนกหนึ่งในโรงพยาบาล
  2. เป็นอาการที่ Oliver Sacks กำลังประสบอยู่
  3. เป็นชื่อหนังสือที่ Oliver Sacks เขียน
ดูคำตอบ

เป็นชื่อหนังสือที่ Oliver Sacks เขียน

This book includes jaw-dropping personal accounts of a range of sensory disturbances, การใช้คำ

5:32

หนังสือเล่มนี้มีเรื่องเล่าส่วนตัวที่น่าทึ่งเกี่ยวกับความผิดปกติทางประสาทสัมผัสต่างๆ

การใช้คำ

jaw-dropping personal accounts: เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงที่น่าตกตะลึง

jaw-dropping เป็นคำคุณศัพท์ที่ให้ภาพชัดเจน หมายถึงน่าประหลาดใจหรือน่าทึ่งอย่างยิ่ง โดยชวนให้นึกถึงคนที่อ้าปากค้างเพราะตกใจ ส่วน personal accounts หมายถึงเรื่องที่ผู้คนเล่าจากสิ่งที่ตนเองได้ประสบมา เมื่อรวมกัน jaw-dropping personal accounts หมายถึงเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงที่น่าตกตะลึง ในที่นี้ accounts หมายถึงรายงานหรือเรื่องเล่า ไม่ใช่บัญชีธนาคารหรือบัญชีออนไลน์

แบบฝึกหัด

jaw-dropping personal accounts ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. บันทึกธนาคารที่น่าประหลาดใจ
  2. ข้อมูลเข้าสู่ระบบส่วนตัว
  3. เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงที่น่าตกตะลึง
ดูคำตอบ

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงที่น่าตกตะลึง

including mysterious voices,

5:37

ไม่ว่าจะเป็นเสียงลึกลับ

non-existent visitors,

5:39

ผู้มาเยือนที่ไม่มีอยู่จริง

and even Kermit the Frog. วัฒนธรรม

5:41

หรือแม้แต่เคอร์มิตเดอะฟร็อก

วัฒนธรรม

Kermit the Frog: ตัวละครกบในเรื่องแต่งชื่อดัง

Kermit the Frog เป็นตัวละครหุ่นกบในเรื่องแต่งที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวัฒนธรรมสมัยนิยมของอเมริกา โดยมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในฐานะหนึ่งในตัวละครของ The Muppets ชื่อนี้หมายถึงตัวละครดังกล่าว ไม่ใช่กบธรรมดา การใส่ตัวละครในเรื่องแต่งที่ผู้คนคุ้นเคยเช่นนี้ไว้ในภาพหลอน ทำให้ประสบการณ์นั้นดูเหลือเชื่อและไม่เหมือนจริงเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Kermit the Frog หมายถึงอะไร

  1. ตัวละครหุ่นกบในเรื่องแต่งที่มีชื่อเสียง
  2. ชื่อวิทยาศาสตร์ของกบชนิดหนึ่งที่มีอยู่จริง
  3. ชื่อเล่นของยาชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

ตัวละครหุ่นกบในเรื่องแต่งที่มีชื่อเสียง

You can download an audiobook version for free at audible.com/ted-ed.

5:43

คุณสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันหนังสือเสียงได้ฟรีที่ audible.com/teded