พ่อจอมแกล้ง! | แกล้ง | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีและบิงโกกล่าวหาว่าพ่อชอบแกล้งพวกเธอ พร้อมยกเหตุการณ์เรื่องกล้วย ปุ่มปรับเสียง และไอศกรีมแท่งมาเป็นหลักฐาน ในที่สุดพ่อยอมรับว่าเป็นการแกล้งจริง แต่แย้งว่าเด็ก ๆ เล่าเพียงมุมของตัวเองจากการหยอกล้อกันในครอบครัว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. You're kidding. — สำนวนและการเปรียบเปรย: เข้าใจว่าปฏิกิริยาที่พบบ่อยในบทสนทนานี้ใช้แสดงความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่อ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าคู่สนทนากำลังพูดตลก ผู้เรียนจึงนำไปตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อได้ยินข่าวที่ดูเหลือเชื่อได้ 2. I maintain my innocence. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตน้ำเสียงที่จงใจเป็นทางการเกือบเหมือนคำแก้ต่างทางกฎหมาย ทั้งที่อยู่ในการโต้เถียงธรรมดาภายในครอบครัว ผู้เรียนจะเปรียบเทียบกับคำปฏิเสธแบบกันเองที่ง่ายกว่า และเข้าใจว่าการเปลี่ยนระดับภาษาอย่างไม่คาดคิดสร้างอารมณ์ขันได้อย่างไร 3. only telling half the story. — สำนวนและการเปรียบเปรย: เข้าใจว่าเป็นการตำหนิว่าอีกฝ่ายเลือกเล่าเฉพาะข้อเท็จจริงที่เข้าข้างตน ไม่ใช่ว่าเล่าเรื่องขาดไปครึ่งหนึ่งตามตัวอักษร สามารถใช้โต้แย้งคำบอกเล่าที่มีเพียงด้านเดียวและเสนออีกมุมมองหนึ่งได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You're kidding. ในฐานะคำตอบโต้ที่แสดงความประหลาดใจ
You're kidding. เป็นคำตอบโต้ในภาษาพูดที่ใช้บ่อยเมื่อได้ยินข่าวที่น่าประหลาดใจหรือเชื่อได้ยาก ในที่นี้มีความหมายใกล้กับ “จริงเหรอ” หรือ “เป็นไปไม่ได้” ไม่ได้ยืนยันตามตัวอักษรว่าคู่สนทนากำลังเล่าเรื่องตลก แม้รูปประโยคจะเป็นประโยคบอกเล่า แต่ก็ใช้ขอคำยืนยันได้ ผู้พูดแสดงว่าไม่อยากเชื่อและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยืนยันข่าวนั้น น้ำเสียงจะเป็นตัวกำหนดว่าฟังดูประหลาดใจแบบขำ ๆ ดีใจ หรือหงุดหงิด
แบบฝึกหัด
เมื่อ You're kidding. ตามหลังข่าวที่น่าประหลาดใจ โดยมากมีความหมายว่าอะไร
- ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่ามีข่าวนี้
- ผู้พูดกำลังบอกว่ามีคนเล่นกับเด็กอยู่
- ผู้พูดประหลาดใจหรือรู้สึกว่าข่าวนี้เชื่อได้ยาก
ดูคำตอบ
ผู้พูดประหลาดใจหรือรู้สึกว่าข่าวนี้เชื่อได้ยาก
Probably get กับการละคำโดยอาศัยบริบท
Probably get เป็นส่วนของประโยคในภาษาพูดที่ต้องอาศัยบริบท ในประโยคนี้ ส่วนต้นที่เข้าใจได้โดยนัยมีความหมายประมาณ I'd ดังนั้นความคิดเต็ม ๆ คือ I'd probably get about 5 bucks for the pair of you. Probably เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย get ไม่ใช่ประธาน ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ สามารถละประธานและกริยาช่วยบอกภาวะหรือกริยาช่วยอื่นที่คาดเดาได้เมื่อบริบททำให้เข้าใจได้ แต่คำที่ถูกละจริง ๆ ต้องดูจากบริบท ไม่ได้กำหนดโดย probably เอง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ประโยคเต็มข้อใดขยายความ Probably get about 5 bucks for the pair of you. ได้ดีที่สุด
- I'd probably get about five bucks for the pair of you.
- They'd probably give each of you five bucks.
- You'd definitely get five bucks for each person.
ดูคำตอบ
I'd probably get about five bucks for the pair of you.
5 bucks: คำไม่เป็นทางการที่หมายถึง five dollars
5 bucks หมายถึง five dollars หรือห้าดอลลาร์ คำว่า buck เป็นคำนามนับได้แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงหนึ่งดอลลาร์ ดังนั้นหลัง five จึงใช้รูปพหูพจน์ bucks ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังพูดเล่นโดยตีราคาคนสองคนไว้ต่ำมาก บริบทเรื่องราคาทำให้รู้ว่า bucks หมายถึงเงิน ไม่ได้หมายถึงกวางตัวผู้ห้าตัว
แบบฝึกหัด
ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ "The ticket was five bucks" หมายความว่าอะไร?
- ตั๋วราคาห้าปอนด์
- ตั๋วราคา五ดอลลาร์
- ประโยคนี้กล่าวถึงกวางตัวผู้ห้าตัว
ดูคำตอบ
ตั๋วราคา五ดอลลาร์
the pair of you: การมองคนสองคนเป็นหนึ่งกลุ่ม
the pair of you หมายถึง the two of you หรือพวกคุณสองคน โดยมองทั้งสองคนเป็นหนึ่งกลุ่ม คำว่า pair เป็นคำที่แสดงการรวมกลุ่ม ส่วน of you บอกว่าสองคนในกลุ่มนั้นคือใคร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยให้ผู้พูดพูดเล่นโดยตีราคารวมคนสองคนเป็นราคาเดียว ในสถานการณ์อื่น สามารถใช้เรียกหรือกล่าวถึงคนสองคนพอดีในฐานะหนึ่งกลุ่มได้
แบบฝึกหัด
โค้ชกำลังพูดกับผู้เล่นสองคนพอดีและต้องการมองทั้งคู่เป็นหนึ่งกลุ่ม ประโยคใดเหมาะสม?
- Each of you can carry the equipment alone.
- The pair of you can carry the equipment together.
- All of you can carry the equipment together.
ดูคำตอบ
The pair of you can carry the equipment together.
You'll have to get used to eating bananas all the time. โน้ต
0:05ลูกต้องชินกับการกินกล้วยตลอดเวลาแล้วล่ะ
You'll have to: ความจำเป็นในอนาคต
You'll have to เป็นรูปย่อของ you will have to ใช้บอกว่าสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตจะทำให้การกระทำหนึ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็น โครงสร้างคือ have to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นตรงนี้จึงใช้ get ประโยคนี้ไม่ได้เพียงคาดการณ์ว่าผู้ฟังจะทำอะไรในอนาคต แต่สื่อว่าในทางปฏิบัติผู้ฟังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปรับตัวให้ชินกับสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ you will have to: Because the last bus leaves at ten, ____ leave the party early.
ดูคำตอบ
you'll have to
get used to eating: to ตามด้วยรูป -ing
Get used to eating หมายถึงค่อย ๆ ชินกับการกินบางอย่าง เมื่อใช้โครงสร้าง get used to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย eating ไม่ใช่ eat Get เน้นการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ กิจกรรมนั้นอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยในตอนแรก แต่จะค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เพียงบอกถึงนิสัยที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ work เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a month on the night shift, I'm getting used to ____ at night.
ดูคำตอบ
working
all the time: บ่อยมากหรือแทบจะตลอดเวลา
all the time เป็นวลีบอกความถี่แบบตายตัว หมายถึง “บ่อยมาก” “ซ้ำ ๆ” หรือถ้าใช้กับสภาวะที่ต่อเนื่องก็หมายถึง “แทบจะตลอดเวลา” ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่นำความหมายตรงตัวของ all + the + time มารวมกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพูดเกินจริงว่าการกินกล้วยจะเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน จึงให้ความรู้สึกขำ ๆ ว่า “ครั้งแล้วครั้งเล่า” ไม่ได้หมายความว่าต้องกินทุกวินาทีโดยไม่หยุดเลย
แบบฝึกหัด
ใน “My neighbour plays loud music all the time,” คำว่า all the time หมายถึงอะไร?
- ในเวลาใดเวลาหนึ่งที่แน่นอน
- ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่กำหนดไว้
- บ่อยมากหรือแทบจะตลอดเวลา
ดูคำตอบ
บ่อยมากหรือแทบจะตลอดเวลา
I'd forgotten that: I'd หมายถึง I had
ใน I'd forgotten that คำว่า I'd ย่อมาจาก I had เพราะ forgotten เป็น past participle หาก I'd หมายถึง I would คำกริยาที่ตามมาปกติจะเป็นรูปพื้นฐาน เช่น I'd forget โครงสร้าง past perfect อย่าง had forgotten วางการลืมไว้ก่อนจุดหนึ่งในอดีตที่เกิดทีหลัง ในที่นี้คือช่วงที่ผู้พูดได้รับการเตือนแล้วนึกออก ความหมายตามธรรมชาติคือ “ฉันลืมเรื่องนั้นอยู่จนถึงตอนนี้”
แบบฝึกหัด
ใน “I'd forgotten the key was under the mat,” คำว่า I'd ย่อมาจากอะไร?
- I had
- I would
- I did
ดูคำตอบ
I had
ใช้ what about volume knob? เพื่อยกอีกประเด็นหนึ่ง
ในที่นี้ what about volume knob? เป็นการนำอีกตัวอย่างหนึ่งเข้ามาในการสนทนา ความหมายคือ “ตัวอย่างเรื่องปุ่มปรับเสียงเข้ากับสิ่งที่เรากำลังพูดอย่างไร?” ไม่ใช่แค่ถามข้อมูลเกี่ยวกับปุ่มเท่านั้น โครงสร้าง What about + คำนามหรือสถานการณ์? ใช้ดึงความสนใจไปยังประเด็นที่อาจถูกมองข้ามได้ โดยอาจใช้เพิ่มหลักฐาน ยกข้อโต้แย้ง หรือตั้งคำถามกับคำกล่าวก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ what about volume knob? ทำหน้าที่หลักอะไร?
- จบการสนทนา
- ถามความหมายของ “ปุ่มปรับเสียง”
- ยกอีกตัวอย่างหนึ่งที่อาจท้าทายคำกล่าวก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ยกอีกตัวอย่างหนึ่งที่อาจท้าทายคำกล่าวก่อนหน้า
ใช้ isn't teasing. Is it? เป็นคำถามยืนยันที่แยกเป็นสองประโยค
ผู้พูดเริ่มจากให้ความเห็นเชิงปฏิเสธว่า Volume knob isn't teasing. จากนั้นใช้คำถามสั้น ๆ ว่า Is it? เพื่อย้อนกลับไปขอการยืนยันความเห็นนั้น ไม่ใช่การเริ่มคำถามใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง รูปแบบนี้ทำหน้าที่เหมือนประโยคคำถามต่อท้ายแบบประโยคเดียว Volume knob isn't teasing, is it? เมื่อข้อความหลักเป็นปฏิเสธ คำถามต่อท้ายจะใช้รูปบอกเล่า is it? ในที่นี้จุดทำให้เกิดการหยุดที่ชัดขึ้นและเน้นการขอคำยืนยัน
แบบฝึกหัด
Is it? ทำหน้าที่อะไรใน Volume knob isn't teasing. Is it?
- ตรวจสอบว่าความเห็นเชิงปฏิเสธก่อนหน้านั้นถูกต้องหรือไม่
- เริ่มคำถามใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
- แสดงว่าผู้พูดไม่ต้องการคำตอบ
ดูคำตอบ
ตรวจสอบว่าความเห็นเชิงปฏิเสธก่อนหน้านั้นถูกต้องหรือไม่
mate ในฐานะคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ mate เป็นคำเรียกอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ ใน “Yeah, mate,” คำนี้ทำให้คำตอบฟังดูอบอุ่นและสนิทสนม ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเป็นคู่สมรสของผู้พูด และไม่ได้เป็นการบอกความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ ท่าทีที่สื่อขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง ที่นี่ฟังดูเอ็นดู แต่ในสถานการณ์อื่นอาจฟังดูแข็งหรือไม่พอใจได้
แบบฝึกหัด
mate ทำหน้าที่อะไรใน “Yeah, mate”?
- บอกว่าผู้ฟังเป็นคู่สมรสของผู้พูด
- มอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้ผู้ฟัง
- ใช้เรียกผู้ฟังอย่างอบอุ่นและไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ
ใช้เรียกผู้ฟังอย่างอบอุ่นและไม่เป็นทางการ
I need you to + กริยา: ขอให้อีกคนเป็นผู้ทำ
โครงสร้าง I need + person + to + base verb หมายความว่าคนที่ถูกกล่าวถึงเป็นผู้ที่ต้องทำกริยานั้น ใน “I need you to wipe my bottom” ผู้ที่ทำ wipe คือ you ส่วน I คือผู้ที่บอกความต้องการ โครงสร้างนี้อาจสื่อถึงความจำเป็นในทางปฏิบัติ คำขอโดยตรง หรือคำสั่ง ขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง I need + person + to เพื่อให้ Alex เป็นคนจับบันได ไม่ใช่ผู้พูด: Alex, I ____ hold the ladder while I climb.
ดูคำตอบ
need you to
Oh, well, I definitely would like to help you wipe your น้ำเสียง/เจตนา
0:27โอ้ ได้สิ พ่ออยากช่วยลูกเช็ด...
would like to help you: ความเต็มใจอย่างสุภาพที่อาจฟังดูลังเล
Would like to help you เป็นวิธีสุภาพในการแสดงความเต็มใจที่จะช่วย เมื่อเทียบกับ want to แล้ว would like to ฟังดูนุ่มนวลและสุภาพกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดยังฟังคำขอไม่ชัดเจน การขึ้นต้นด้วย Oh, well, I definitely และการลากเสียงทำให้ถ้อยคำสุภาพนี้ฟังเหมือนกำลังถ่วงเวลาหรือกลบเกลื่อนช่วงเวลาที่น่าอึดอัด ตัววลีเองไม่ได้สื่อความลังเลเสมอไป ผลเช่นนั้นเกิดจากวิธีพูดและบริบท
แบบฝึกหัด
would like to help you สื่ออะไรในประโยคนี้?
- คำสัญญาว่าได้ช่วยเสร็จแล้ว
- ความเต็มใจช่วยอย่างสุภาพ โดยวิธีพูดนี้ยังให้ความรู้สึกลังเลหรือถ่วงเวลา
- คำสั่งโดยตรงให้ผู้ฟังเป็นฝ่ายช่วย
ดูคำตอบ
ความเต็มใจช่วยอย่างสุภาพ โดยวิธีพูดนี้ยังให้ความรู้สึกลังเลหรือถ่วงเวลา
turn your volume up: เพิ่มความดังด้วย turn ... up
Turn ... up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ มีความหมายว่า “เพิ่มระดับ” ของสิ่งต่าง ๆ เช่น ระดับเสียง ความร้อน หรือความสว่าง ใน turn your volume up คำว่า up สื่อว่าเสียงดังขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ในที่นี้ your volume กล่าวถึงเสียงของคนเหมือนกับว่ามีตัวควบคุมแบบอุปกรณ์ ข้อความที่ต้องการสื่อจริง ๆ คือ “พูดให้ดังขึ้น” ส่วนการใช้ถ้อยคำแบบอุปกรณ์ทำให้มีน้ำเสียงขี้เล่น
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb ที่หมายถึง “เพิ่มระดับเสียง” ให้สมบูรณ์: The film is too quiet. Please turn the volume ____.
ดูคำตอบ
up
faulty volume knob: อุปมาเชิงขบขันที่เปรียบคนเป็นอุปกรณ์
ในประโยคนี้ faulty volume knob ไม่ใช่สิ่งของจริงที่ติดอยู่กับตัวผู้พูด แต่สานต่อการเปรียบเทียบก่อนหน้าระหว่างเสียงของคนกับตัวควบคุมระดับเสียงของอุปกรณ์ ผู้พูดอธิบายปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินหรือระดับเสียงแบบติดตลกว่าเหมือนปุ่มปรับเสียงเสีย ความขำเกิดจากการอธิบายพฤติกรรมของคนว่าเป็นความขัดข้องของเครื่องจักร เมื่อบทสนทนาพูดเหมือนคนมีปุ่มควบคุมหรือการตั้งค่าที่สมมติขึ้น ให้ตีความภาษาที่เกี่ยวกับอุปกรณ์นั้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของอุปมาเชิงขบขัน
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ เหตุใดประโยค I had a faulty volume knob จึงฟังดูขำ?
- ประโยคนี้บอกว่าผู้พูดกำลังซ่อมตัวควบคุมเสียงของจริง
- ประโยคนี้เปรียบเสียงหรือการได้ยินของคนเป็นอุปกรณ์ที่ปุ่มควบคุมเสีย
- ประโยคนี้บอกว่า volume หมายถึงหนังสือหนึ่งเล่มในชุดเท่านั้น
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เปรียบเสียงหรือการได้ยินของคนเป็นอุปกรณ์ที่ปุ่มควบคุมเสีย
Well, I know one thing that is definitely teasing. ลำดับความ
0:37พ่อรู้เรื่องนึงที่เป็นการแกล้งกันแน่นอน
one thing that is definitely teasing: การเกริ่นนำตัวอย่างที่ชัดเจน
one thing that is ... ช่วยจัดระเบียบประเด็นของผู้พูด โดยบอกก่อนว่าผู้พูดมีตัวอย่างหรือหลักฐานที่ชัดเจน และเตรียมให้ผู้ฟังรับคำอธิบายที่จะตามมา จุดสำคัญของ one ในที่นี้ไม่ใช่การนับจำนวนอย่างแม่นยำ definitely เพิ่มน้ำเสียงมั่นใจ ผู้พูดนำเสนอตัวอย่างนั้นว่าเป็นสิ่งที่นับว่าเป็น teasing อย่างไม่ต้องสงสัย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ one thing that is ... มีหน้าที่หลักในการจัดระเบียบคำพูดอย่างไร?
- ใช้เกริ่นนำตัวอย่างหรือหลักฐานที่ชัดเจน
- ถามความหมายของ teasing
- ยืนยันว่ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นนำตัวอย่างหรือหลักฐานที่ชัดเจน
How could you? ในฐานะคำถามเชิงตำหนิ
ในที่นี้ How could you? ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายใช้วิธีอะไร แต่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่มีอารมณ์ ความหมายประมาณว่า “คุณทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง?” การกระทำนั้นไม่ถูกพูดซ้ำ เพราะบริบทบอกชัดอยู่แล้ว ผู้พูดใช้ประโยคนี้เพื่อแสดงความตกใจ ความเสียใจ หรือการตำหนิ น้ำเสียงและความสัมพันธ์ทำให้ประโยคนี้เป็นปฏิกิริยาจริงจังหรือเป็นการพูดเกินจริงแบบหยอกล้อได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนเปิดเผยความลับที่คุณขอให้เก็บไว้ คุณพูดว่า “How could you?” คำถามนี้ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?
- ถามว่าเพื่อนสามารถช่วยได้หรือไม่
- ถามว่าเพื่อนใช้วิธีอะไร
- แสดงความตกใจ ความเสียใจ หรือการตำหนิ
ดูคำตอบ
แสดงความตกใจ ความเสียใจ หรือการตำหนิ
It wasn't me: การปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างรวดเร็ว
It wasn't me เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้ปฏิเสธความรับผิดชอบโดยตรง หมายถึง “ฉันไม่ใช่คนที่ทำ” ในที่นี้ it เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ใช้ระบุตัวบุคคล เช่น It was Sam / It wasn't me ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เฉพาะเจาะจง เหตุการณ์หรือข้อกล่าวหาเป็นที่รู้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกล่าวถึงการกระทำนั้นอีก I didn't do it ปฏิเสธตัวการกระทำอย่างชัดเจน ส่วน It wasn't me เน้นว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
แบบฝึกหัด
เติมคำปฏิเสธสั้น ๆ โดยใช้ it, wasn't และ me: “Who broke the lamp?” “____. I wasn't even home.”
ดูคำตอบ
It wasn't me
maintain my innocence ในฐานะคำปฏิเสธแบบเป็นทางการ
ในประโยคนี้ maintain หมายถึง “ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่น” ไม่ใช่ “ซ่อมแซมหรือดูแลรักษา” I maintain my innocence หมายถึง “ฉันยังคงยืนยันว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” ถ้อยคำนี้ฟังคล้ายคำแก้ต่างทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ เมื่อนำไปใช้ในการโต้เถียงเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้พูดจะดูเหมือนตั้งใจทำเป็นจริงจังเกินเหตุ จึงเกิดความขบขัน
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดเล่น ๆ ว่าคุณเอาบิสกิตชิ้นสุดท้ายไป คำตอบใดตั้งใจให้ฟังคล้ายคำแก้ต่างทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ?
- It wasn't me.
- I didn't take the biscuit.
- I maintain my innocence.
ดูคำตอบ
I maintain my innocence.
what about when สำหรับยกกรณีเฉพาะ
What about when + อนุประโยค ใช้นำสถานการณ์หนึ่งที่เฉพาะเจาะจงเข้ามาในการสนทนาในฐานะตัวอย่าง ข้อโต้แย้ง หรือข้อยกเว้น ที่นี่ when I ask you to open my ice block คือกรณีที่ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายอธิบาย โครงสร้างนี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อถามว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาใด แต่มีความหมายโดยประมาณว่า “คำกล่าวของคุณยังใช้ได้กับสถานการณ์นี้หรือไม่?”
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้างสามคำที่ใช้ยกสถานการณ์เฉพาะขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้ง: ____ the power goes out during the test?
ดูคำตอบ
What about when
ice block: ของหวานแช่แข็งในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย
ในบริบทภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียนี้ ice block หมายถึงของหวานแช่แข็งอย่างไอศกรีมแท่ง ซึ่งมักขายมาในห่อ ไม่ได้หมายถึงก้อนน้ำแข็งธรรมดา ใน open my ice block คำว่า open หมายถึงแกะห่อเพื่อให้เด็กกินได้ การกระทำและบริบทของภูมิภาคช่วยบอกความหมายที่ตั้งใจไว้
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียนี้ ice block หมายถึงอะไร?
- น้ำแข็งก้อนเล็กสำหรับใส่เครื่องดื่ม
- ของหวานแช่แข็งที่มีห่อ คล้ายไอศกรีมแท่ง
- น้ำแข็งธรรมดาก้อนใหญ่
ดูคำตอบ
ของหวานแช่แข็งที่มีห่อ คล้ายไอศกรีมแท่ง
Well, I'm sure I'd just open your ice block and give it straight to you. โน้ต
0:59พ่อก็แค่เปิดไอติมแล้วส่งให้ลูกกินเลยไง
I'm sure I'd just...: การตอบสถานการณ์สมมติอย่างมั่นใจ
ใน I'm sure I'd just... คำว่า I'd หมายถึง I would เพราะตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน open ผู้พูดกำลังบอกว่าตนเชื่อว่าจะทำอะไรในสถานการณ์สมมติ ไม่ได้รายงานการกระทำที่เสร็จไปแล้ว I'm sure เพิ่มความมั่นใจ ส่วน just ทำให้การกระทำนั้นดูเรียบง่ายหรือเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด ในการโต้เถียง การใช้ร่วมกันอาจฟังเหมือนกำลังแก้ตัว เพราะผู้พูดนำเสนอปฏิกิริยาของตนว่าเป็นสิ่งปกติ
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุดของประโยคนี้: I'm sure I'd just call her.
- ผู้พูดเชื่อว่าการโทรหาเธอเป็นสิ่งง่าย ๆ ที่ตนจะทำในสถานการณ์นั้น
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่าสามารถโทรหาเธอได้หรือไม่
- ผู้พูดมั่นใจว่าตนโทรหาเธอไปก่อนหน้านี้แล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดเชื่อว่าการโทรหาเธอเป็นสิ่งง่าย ๆ ที่ตนจะทำในสถานการณ์นั้น
give it straight to you: ส่งมอบให้ผู้รับโดยตรง
ใน give it straight to you คำว่า straight หมายถึง “โดยตรง” แสดงว่าสิ่งของถูกส่งถึงคุณโดยไม่ผ่านคนอื่นหรือสถานที่อื่นก่อน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ give + สิ่งของ + straight to + ผู้รับ คำว่า straight อธิบายเส้นทางหรือกระบวนการส่งมอบที่ตรงไปยังผู้รับ ไม่ได้บอกรูปร่างของสิ่งของ มักสื่อว่าไม่มีขั้นตอนคั่นกลาง แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้แปลว่า “ทันที” เสมอไป
แบบฝึกหัด
"She handed the letter straight to me" หมายความว่าอย่างไร
- จดหมายถูกส่งตรงมาถึงฉันโดยไม่ผ่านคนอื่น
- เธอพูดกับฉันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับจดหมาย
- เธอวาดเส้นตรงบนจดหมาย
ดูคำตอบ
จดหมายถูกส่งตรงมาถึงฉันโดยไม่ผ่านคนอื่น
Can you open this?: คำขอในชีวิตประจำวัน
ใน Can you open this? โครงสร้าง Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ทำหน้าที่เป็นคำขอ ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายเปิดสิ่งของนั้น แม้รูปประโยคจะกล่าวถึงความสามารถ แต่ในบริบททั่วไป ความหมายที่ตั้งใจมักเป็น “กรุณาทำสิ่งนี้ให้หน่อย” การตอบที่เหมาะสมจึงควรตอบสนองคำขอ ไม่ใช่เพียงบอกว่าทำได้หรือไม่ได้
แบบฝึกหัด
ใน "Dad, can you open this?" ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก
- ทดสอบว่าพ่อมีความสามารถทางกายที่จะเปิดสิ่งของหรือไม่
- ขอให้พ่อช่วยเปิดสิ่งของ
- บอกว่าพ่อเปิดสิ่งของนั้นแล้ว
ดูคำตอบ
ขอให้พ่อช่วยเปิดสิ่งของ
Where's yours?: ใช้ yours โดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ
ใน Where's yours? คำว่า yours เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้ โดยแทน your ice block และละคำนามไว้เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงสิ่งใด ต่างจาก your ตรงที่ yours ใช้เดี่ยว ๆ ได้ รูปแบบนี้ช่วยไม่ให้กล่าวคำนามที่รู้อยู่แล้วซ้ำ เช่น Where's your ice block? เปลี่ยนเป็น Where's yours? ได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแสดงความเป็นเจ้าของแบบอิสระของ your ให้สมบูรณ์: My bag is on the chair. Where is ____?
ดูคำตอบ
yours
probably was teasing: การยอมรับอย่างระมัดระวัง
ตรงนี้ probably ขยาย was teasing หมายความว่าตอนนี้ผู้พูดตัดสินว่าพฤติกรรมก่อนหน้านั้นมีแนวโน้มว่าจะเป็นการแหย่ probably ไม่ได้ลบล้างการยอมรับ แต่แสดงว่าผู้พูดเอนเอียงไปทางเห็นด้วย พร้อมกับเหลือความไม่แน่ใจไว้นิดหน่อย คำตอบนี้จึงเป็นการยอมรับแบบมีเงื่อนไข ผู้พูดไม่ได้ยืนยันชัด ๆ ว่า That was teasing แต่ปรับจุดยืนก่อนหน้าของตนให้นุ่มนวลลง
แบบฝึกหัด
probably was teasing ในที่นี้แสดงท่าทีแบบใด
- ผู้พูดคิดว่าน่าจะเป็นการแหย่ แต่ยังไม่แน่ใจอย่างสมบูรณ์
- ผู้พูดปฏิเสธที่จะตัดสินพฤติกรรมนั้นไม่ว่าในทางใด
- ผู้พูดมั่นใจว่าไม่ใช่การแหย่
ดูคำตอบ
ผู้พูดคิดว่าน่าจะเป็นการแหย่ แต่ยังไม่แน่ใจอย่างสมบูรณ์
I think you're right: การเห็นด้วยที่นุ่มนวลขึ้น
ในคำตอบนี้ I think you're right เป็นการยอมรับว่าความเห็นของอีกฝ่ายถูกต้อง ใช้แสดงความเห็นด้วยหลังจากฟังแล้ว หรือแสดงว่าผู้พูดเปลี่ยนใจได้ I think ทำให้ความเห็นด้วยฟังเหมือนข้อสรุปที่ผู้พูดคิดมาแล้ว และไม่ตรงหรือแข็งเท่าการพูดเพียง You're right ในที่นี้ใช้ทำให้น้ำเสียงนุ่มลง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดแอบไม่เห็นด้วย
แบบฝึกหัด
I think you're right ในคำตอบนี้โดยทั่วไปทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าอีกฝ่ายน่าจะผิด
- ขอให้อีกฝ่ายอธิบายความคิดนั้นอีกครั้ง
- ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าความเห็นของอีกฝ่ายถูกต้อง
ดูคำตอบ
ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าความเห็นของอีกฝ่ายถูกต้อง
a big teaser: คนที่ชอบหยอกคนอื่น
ใน a big teaser คำว่า teaser หมายถึงคนที่ชอบหยอกหรือแกล้งคนอื่นเล่น ๆ คำลงท้าย -er ที่ใช้บอกผู้กระทำทำให้คำกริยา tease กลายเป็นคำนามที่หมายถึงคนซึ่งทำกริยานั้น big ใช้เน้นคำบรรยายว่าคนคนนั้นทำเช่นนี้มากหรือบ่อย ไม่ได้หมายถึงตัวใหญ่ เนื่องจากประธานคือ Dad ความหมายที่เป็นคนจึงเข้ากับประโยคนี้ ไม่ใช่ความหมายทางสื่อที่หมายถึงตัวอย่างสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
ใน Dad is a big teaser คำว่า teaser หมายถึงอะไร?
- คนที่ชอบหยอกหรือแกล้งคนอื่นเล่น ๆ
- ตัวอย่างโปรโมตสั้น ๆ
- คนที่มีร่างกายใหญ่
ดูคำตอบ
คนที่ชอบหยอกหรือแกล้งคนอื่นเล่น ๆ
Hang on. Hang on. เพื่อแทรกและขอให้อีกฝ่ายหยุดก่อน
ในที่นี้ Hang on หมายถึง “เดี๋ยวก่อน” ผู้พูดใช้เพื่อให้อีกฝ่ายหยุดชั่วครู่และเปิดโอกาสให้ตนตอบ ไม่ได้หมายถึงการห้อยอยู่กับสิ่งใดตามตัวอักษร และในฉากนี้ก็ไม่ได้หมายถึงการถือสายโทรศัพท์รอ การพูดซ้ำทำให้การแทรกฟังดูเร่งด่วนและหนักแน่นขึ้น ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายหยุดทันที
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า Hang on. Hang on.?
- เขาขอให้อีกฝ่ายหยุดเพื่อที่ตนจะได้ตอบ
- เขาขอให้อีกฝ่ายถือสายโทรศัพท์รอ
- เขาบอกให้อีกฝ่ายห้อยตัวอยู่กับบางสิ่ง
ดูคำตอบ
เขาขอให้อีกฝ่ายหยุดเพื่อที่ตนจะได้ตอบ
As usual, you mob are only telling half the story. โน้ต
1:29พวกตัวแสบเล่าเรื่องแค่ครึ่งเดียวเหมือนเคยเลยนะ
As usual, เพื่อแสดงรูปแบบที่เกิดซ้ำ
As usual หมายถึง “เหมือนที่เกิดขึ้นตามปกติ” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะนำเสนอข้อความทั้งหมดว่าเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่คุ้นเคยและเกิดซ้ำ ตัววลีเองอาจมีความหมายเป็นกลาง เชิงบวก หรือเชิงลบก็ได้ ในที่นี้ ข้อความเชิงลบที่ตามมาทำให้น้ำเสียงออกไปทางตำหนิเล็กน้อย ผู้พูดกำลังสื่อว่าคนกลุ่มนี้มักเล่าเรื่องเพียงบางส่วน
แบบฝึกหัด
As usual สื่ออะไรในประโยค As usual, the bus is late.?
- การมาสายของรถบัสเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ
- ปกติรถบัสจะมาเร็ว
- รถบัสมาสายเป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ
การมาสายของรถบัสเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ
you mob: คำเรียกคนกลุ่มหนึ่งแบบออสเตรเลีย
you mob เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ใช้เรียกหลายคนรวมกันเป็นกลุ่มเดียว ในที่นี้ you หมายถึงเด็ก ๆ ส่วน mob รวมพวกเขาเป็นกลุ่ม คล้ายกับ you lot หรือ all of you ในบทสนทนาครอบครัวนี้ สำนวนดังกล่าวฟังดูสนิทสนมและตำหนิเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวหาว่าเด็ก ๆ เป็นฝูงชนรุนแรงหรือแก๊งอาชญากร
แบบฝึกหัด
you mob ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- คำเรียกคนกลุ่มหนึ่งแบบไม่เป็นทางการ
- คำเรียกคนเพียงคนเดียว
- การกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นแก๊งอาชญากร
ดูคำตอบ
คำเรียกคนกลุ่มหนึ่งแบบไม่เป็นทางการ
only telling half the story: เล่าข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน
only telling half the story เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพียงบางส่วน และละข้อมูลที่อาจเปลี่ยนวิธีที่คนอื่นตัดสินสถานการณ์ half ไม่ได้หมายถึง 50 เปอร์เซ็นต์พอดี ส่วน only ทำให้คำวิจารณ์หนักขึ้น คือผู้พูดมองว่าคำบอกเล่านั้นไม่ครบถ้วนหรือมีเพียงด้านเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย only และหมายถึง “ให้คำบอกเล่าที่ไม่ครบถ้วน”: The article is ____; it leaves out the strongest evidence from the other side.
ดูคำตอบ
only telling half the story
That's it: ใช้ยืนยันคำตอบที่ถูกต้อง
ในบทสนทนานี้ That's it. ใช้ยืนยันว่าคำที่เพิ่งเสนอคือคำตอบหรือรหัสผ่านที่ถูกต้อง มีความหมายว่า “ใช่ อันนั้นแหละ” ไม่ได้หมายความว่า “กิจกรรมจบแล้ว” That's it. ต้องตีความตามบริบท โดย it ย้อนกลับไปยังสิ่งที่พูดถึงหรือระบุไว้แล้ว ให้ดูว่าผู้พูดกำลังยืนยันบางอย่าง จบบางอย่าง หรือกำหนดขีดจำกัด
แบบฝึกหัด
A: Is the password 'Bluebird'? B: That's it. B หมายความว่าอะไร?
- บอกว่าเกมจบแล้ว
- เตือนให้ A หยุดพูด
- ยืนยันว่ารหัสผ่านนั้นถูกต้อง
ดูคำตอบ
ยืนยันว่ารหัสผ่านนั้นถูกต้อง
you can't get through here without a password. กริยาวลี
1:39พ่อจะผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ถ้าไม่มีรหัสผ่าน
get through here without a password: ไม่มีรหัสผ่านก็ผ่านไม่ได้
ในที่นี้ get through here หมายถึงผ่านจุดหรือสิ่งกีดขวางนี้ คำว่า here ระบุสถานที่จริง ดังนั้น get through จึงพูดถึงการเคลื่อนผ่านหรือการได้รับอนุญาตให้ผ่าน ไม่ได้หมายถึงการเข้าใจบางอย่างหรือการผ่านพ้นความยากลำบาก without a password ระบุเงื่อนไขที่ขาดไป รูปแบบ can't + คำกริยา + without + คำนาม หมายความว่าทำสิ่งนั้นไม่ได้หากไม่มีของดังกล่าว กล่าวคือ ต้องมีรหัสผ่านจึงจะผ่านได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ผ่านจุดตรวจนี้”: You can't ____ this checkpoint without a visitor pass.
ดูคำตอบ
get through
Intruder, intruder. ในฐานะคำเตือนเหมือนสัญญาณเตือนภัย
intruder หมายถึงคนที่เข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออยู่ในที่ที่ไม่มีใครต้องการให้เขาอยู่ การพูด Intruder, intruder. ซ้ำทำให้คำนี้ฟังเหมือนสัญญาณเตือนหรือคำเตือนจากยาม เป็นการประกาศว่าคนคนนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่เพียงการบอกอย่างเป็นกลางว่ามีผู้มาเยือน
แบบฝึกหัด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นคนหนึ่งเข้าไปในสำนักงานที่ล็อกอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต คำใดเหมาะที่สุดสำหรับเรียกคนนั้น
- an intruder
- a visitor
- a guest
ดูคำตอบ
an intruder
This isn't fair. ในฐานะการประท้วงโดยตรง
This isn't fair. เป็นการประท้วงโดยตรงต่อกฎ ผลลัพธ์ หรือการปฏิบัติต่อใครบางคนที่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมหรือไม่เท่าเทียม This หมายถึงสถานการณ์ปัจจุบันโดยรวม และ fair ในที่นี้หมายถึงยุติธรรมหรือเป็นธรรม ประโยคนี้แสดงความไม่พอใจ ไม่ใช่เพียงบอกข้อเท็จจริง และมักต้องการให้ผู้ฟังสังเกตเห็นปัญหาหรือแก้ไขสถานการณ์
แบบฝึกหัด
Mia ได้เล่นหนึ่งรอบ แต่คนอื่นทุกคนได้เล่นสามรอบ ประโยคใดเป็นการประท้วงที่ตรงและเป็นธรรมชาติ
- This isn't difficult.
- This isn't fair.
- This isn't finished.
ดูคำตอบ
This isn't fair.
Do you want jam or peanut butter, Sharrilanda? ไวยากรณ์
1:53ลูกจะเอาแยมหรือเนยถั่วดีล่ะ ชาร์ริแลนด้า
ใช้ Do you want A or B? เพื่อเสนอทางเลือกสองอย่าง
Do you want A or B? ใช้เสนอทางเลือกสองอย่างและถามให้อีกฝ่ายเลือก ในประโยคนี้ jam คือ A และ peanut butter คือ B ส่วน or แสดงว่าสองอย่างนี้เป็นตัวเลือกแทนกัน ไม่ใช่ของสองอย่างที่รวมเป็นชุดเดียวกัน สามารถใช้โครงสร้างเดียวกันเมื่อเสนอทางเลือกที่ชัดเจนสองอย่าง โดยคง Do you want ไว้ วาง or ระหว่างตัวเลือก แล้วทำเป็นประโยคคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามให้เป็นการเสนอทางเลือกสองอย่าง: Do you want soup ____ salad?
ดูคำตอบ
or
ใช้ I'd like..., please. เพื่อขออย่างสุภาพ
I'd like honey, please. ใช้บอกอย่างสุภาพว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายจัดเตรียมอะไรให้ ในที่นี้ I'd เป็นรูปย่อของ I would ดังนั้น I'd like จึงหมายถึง I would like และในคำขอนี้ I'd ที่อยู่หน้า like ไม่ได้หมายถึง I had ใช้โครงสร้าง I'd like + สิ่งของ, please. เมื่อต้องการสั่งของ บอกตัวเลือก หรือขอสิ่งเล็กน้อย โครงสร้างนี้ฟังนุ่มนวลกว่าการพูดเพียง I want....
แบบฝึกหัด
คุณกำลังสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มในคาเฟ่ ประโยคใดเป็นคำขอที่สุภาพและเป็นธรรมชาติที่สุด?
- I'd like some juice, please.
- I like some juice, please.
- I want some juice.
ดูคำตอบ
I'd like some juice, please.