รถบัสคันจิ๋วห้าคัน + รถพยาบาลสุดเจ๋ง|S1|ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง - เพลงและการ์ตูนสำหรับเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pinkfong Super Rescue Team - Kids Songs & Cartoons

ความยากในการเรียน
508 คำ 127 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รถบัสน้อยห้าคันได้เรียนรู้ว่าการกระโดดบนถนนเป็นอันตราย ขณะที่ทีมกู้ภัยและรถพยาบาลเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พร้อมแสดงวิธีขอและเสนอความช่วยเหลือ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. to the rescue. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่านี่เป็นสำนวนประจำฉากกู้ภัยที่ใช้ประกาศอย่างกระตือรือร้นว่ามีใครบางคนกำลังมาช่วย นอกจากจะจับน้ำเสียงที่เน้นการลงมือปฏิบัติในรายการเด็กได้แล้ว ยังนำไปใช้แบบขำ ๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อคนหรือสิ่งของที่เหมาะเจาะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ด้วย 2. jumping like that is dangerous. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่ารูป -ing สามารถทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคเมื่อประเมินพฤติกรรมหรือเตือนถึงความเสี่ยงได้อย่างไร ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนกิจกรรมในโครงสร้างนี้เพื่อสร้างคำเตือนด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน เช่น บอกว่าการวิ่งในสถานที่หนึ่งเป็นอันตราย 3. Call me when you're sick or hurt. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า Call me when ... ใช้อนุประโยค when เพื่อระบุสถานการณ์หรือเวลาที่ควรติดต่อ สามารถปรับโครงสร้างนี้เพื่อเสนอความช่วยเหลือที่พึ่งพาได้หรือให้คำแนะนำที่ใช้ได้จริง พร้อมแยกความหมายของการป่วยออกจากการบาดเจ็บในบริบททางการแพทย์หรือการกู้ภัย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Pinkfong.

0:00

Pinkfong.

Super Rescue Team to the rescue. วลี

0:03

ทีมกู้ภัยซูเปอร์พร้อมช่วยเหลือ.

วลี

to the rescue: มาช่วยเหลือหรือกู้ภัย

to the rescue เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “มาถึงหรือเข้ามาช่วยเพื่อช่วยชีวิตใครบางคนหรือแก้ปัญหา” ในประโยคนี้ สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นคำประกาศเปิดตัวอย่างตื่นเต้นหลังชื่อทีม คือทีมกู้ภัยสุดยอดปรากฏตัวและพร้อมลงมือ สำนวนนี้ไม่ได้บอกจุดหมายปลายทางตามปกติ รูปแบบ X to the rescue! ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำประกาศแบบเร้าอารมณ์ได้ ส่วน come to the rescue ใช้สำนวนนี้ในประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวในคำประกาศสนุก ๆ นี้ให้สมบูรณ์: Max ____!

ดูคำตอบ

to the rescue

Pinkfong Super Rescue Team.

0:08

ทีมกู้ภัยซูเปอร์ Pinkfong.

Five little naughty buses. การใช้คำ

0:13

รถบัสน้อยจอมซนทั้งห้า.

การใช้คำ

naughty buses: ความซนเล็กน้อยและการทำให้เหมือนคน

ในภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก naughty มักหมายถึง “ประพฤติตัวไม่ดีหรือไม่ทำตามกฎ” โดยเป็นการตำหนิเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่การตัดสินด้านศีลธรรมอย่างรุนแรง naughty buses ทำให้รถบัสดูเหมือนเด็กซน ๆ นี่คือการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคน โดยนำคำที่บอกพฤติกรรมของมนุษย์มาใช้กับรถในแอนิเมชัน เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่าตัวละครรถบัสกำลังก่อเรื่อง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในเรื่องสำหรับเด็ก a naughty puppy มักหมายถึงลูกสุนัขที่ประพฤติตัวไม่ดีแบบซุกซนและถูกตำหนิเพียงเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงลูกสุนัขที่ชั่วร้าย

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Little buses, what is it today? น้ำเสียง/เจตนา

0:27

รถบัสน้อย วันนี้คือวันอะไรเอ่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

what is it today?:ใช้ถามถึงปัญหาในตอนนี้

ในคำถามนี้ it หมายถึงสถานการณ์หรือปัญหาที่รถบัสน้อยนำมาหาผู้พูด ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง What is it today? มีความหมายประมาณว่า “ครั้งนี้มีปัญหาอะไรเหรอ?” หรือ “วันนี้อยากให้ช่วยเรื่องอะไร?” Today อาจแฝงเล็กน้อยว่าเคยมีเรื่องเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้มีปัญหาใหม่อีกเรื่องหนึ่ง น้ำเสียงอาจฟังดูเป็นห่วง อยากรู้ หรือเหนื่อยใจเล็กน้อยก็ได้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ it ใน What is it today? หมายถึงอะไร?

  1. สถานการณ์หรือปัญหาในตอนนี้
  2. สิ่งของชิ้นหนึ่ง
  3. วันที่ของวันนี้
ดูคำตอบ

สถานการณ์หรือปัญหาในตอนนี้

Our first day on the road. วลี

0:30

วันแรกของเราบนท้องถนนค่ะ.

วลี

first day on the road:วันแรกของการขับรถหรือเดินทางจริง

Our first day on the road หมายถึง “วันแรกที่เราเดินทางหรือขับขี่บนถนนจริง ๆ” สำหรับรถบัสในฉากนี้ on the road หมายถึงการออกไปอยู่ในสภาพการจราจรบนถนน ไม่ได้เพียงบอกว่าพวกเขายืนอยู่บนพื้นผิวถนนเท่านั้น ประโยคนี้เป็นคำตอบสั้น ๆ ความหมายเต็มคือ It's our first day on the road. วลีเดียวกันนี้ใช้พูดถึงคนขับ ยานพาหนะ หรือผู้เดินทางที่เริ่มออกเดินทางได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่หมายถึง “วันแรกที่ได้ขับรถบนถนนจริง ๆ”: Tomorrow will be my ____ as a delivery driver.

ดูคำตอบ

first day on the road

Woohoo, I'm excited. น้ำเสียง/เจตนา

0:32

วู้ฮู ฉันตื่นเต้นจัง.

น้ำเสียง/เจตนา

I'm excited: บอกความรู้สึกตื่นเต้นและเฝ้ารอ

I'm excited บอกความรู้สึกของผู้พูดโดยตรงว่า ดีใจและเฝ้ารอ เพราะบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ในที่นี้ excited บรรยายความรู้สึกของผู้พูด ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น ใช้ I'm excited เดี่ยว ๆ ได้ หรือเติม about + คำนาม หรือ to + คำกริยา เพื่อบอกว่ากำลังตั้งตารออะไร

แบบฝึกหัด

Maya กำลังจะลองเล่นสเก็ตเป็นครั้งแรกและรู้สึกดีใจพร้อมกับตื่นเต้นรอคอย เธอควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติ?

  1. I'm excited.
  2. It's exciting.
  3. I'm exciting.
ดูคำตอบ

I'm excited.

There are other cars on the road,

0:34

มีรถคันอื่นบนท้องถนนด้วย,

so follow me carefully. ลำดับความ

0:35

ดังนั้นตามครูมาอย่างระมัดระวังนะ.

ลำดับความ

so follow me carefully: ใช้ so เพื่อนำเข้าสู่คำสั่ง

ในประโยคนี้ so เชื่อมสถานการณ์ข้างหน้ากับคำสั่งที่ตามมา การมีรถคันอื่นอยู่บนถนนคือเหตุผลของคำสั่ง follow me carefully นี่เป็นรูปแบบการจัดข้อมูลที่ใช้บ่อย คือบอกเหตุผลหรือสถานการณ์ก่อน แล้วใช้ so เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ คำแนะนำ หรือคำสั่งที่สมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

ใน 'The steps are icy, so hold the rail,' คำว่า so ทำหน้าที่อะไร?

  1. หมายถึง “มาก”
  2. เชื่อมสภาพขั้นบันไดที่เป็นน้ำแข็งเข้ากับคำสั่ง
  3. แสดงว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนหัวข้อ
ดูคำตอบ

เชื่อมสภาพขั้นบันไดที่เป็นน้ำแข็งเข้ากับคำสั่ง

Yes, teacher.

0:37

ค่ะ คุณครู.

Oh,

0:46

โอ้,

everyone.

0:47

ทุกคน.

Oh.

0:58

โอ้.

My precious cars.

0:59

รถคันโปรดของฉัน.

They always look amazing. ไวยากรณ์

1:02

พวกมันดูยอดเยี่ยมเสมอ.

ไวยากรณ์

look amazing: look + คำคุณศัพท์

ใน look amazing คำว่า look เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ดูเหมือนหรือดูเป็นอย่างไรจากสิ่งที่มองเห็น” คำคุณศัพท์ amazing บรรยายรูปลักษณ์ของประธานหรือความประทับใจที่ประธานสร้างขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + รูปที่เหมาะสมของ look + คำคุณศัพท์ ไม่ได้หมายความว่าประธานกำลังมองสิ่งที่ยอดเยี่ยม

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ look เพื่อบรรยายรูปลักษณ์ของเค้ก: The cake ____ amazing.

ดูคำตอบ

looks

Um?

1:05

หืม?

Oh.

1:06

โอ้.

Super Rescue Team Headquarters.

1:07

ศูนย์บัญชาการทีมกู้ภัยซูเปอร์.

Is there a problem? วลี

1:09

มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?

วลี

Is there a problem?: ตรวจสอบว่ามีบางอย่างผิดปกติหรือไม่

Is there a problem? เปลี่ยนโครงสร้าง there is ให้เป็นคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ ใช้ถามว่ามีปัญหาอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ โดยยังไม่ระบุสาเหตุ ในที่นี้ problem หมายถึงความยุ่งยาก ข้อขัดข้อง หรือสิ่งที่ต้องได้รับการดูแล ไม่จำเป็นต้องหมายถึงโจทย์ในโรงเรียน คำถามนี้ช่วยเปิดบทสนทนาและชวนให้อีกฝ่ายอธิบายสถานการณ์

แบบฝึกหัด

พนักงานเห็นว่าลูกค้าหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ Is there a problem? ทำหน้าที่ใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ตรวจสอบว่ามีบางอย่างผิดปกติหรือต้องได้รับการดูแลหรือไม่
  2. ประกาศว่ามีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
  3. ถามว่าลูกค้ากำลังทำแบบฝึกหัดข้อใดของโรงเรียน
ดูคำตอบ

ตรวจสอบว่ามีบางอย่างผิดปกติหรือต้องได้รับการดูแลหรือไม่

The little buses are jumping on the road.

1:15

รถบัสน้อยกำลังกระโดดเล่นบนถนน.

Oh, no more buses jumping on the road. ไวยากรณ์

1:18

โอ้ ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

ไวยากรณ์

no more buses jumping on the road: คำสั่งหนักแน่นให้หยุด

ในประโยคนี้ no more + คำนาม + -ing ทำหน้าที่เป็นคำสั่งแบบย่อ หมายถึงคนหรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงต้องหยุดการกระทำนั้น No more buses jumping on the road หมายความว่ารถบัสต้องไม่กระโดดบนถนนต่อไป no more อาจใช้พูดถึงจำนวนได้เช่นกัน แต่การมีการกระทำรูป -ing และบริบทที่เป็นคำเตือนทำให้ประโยคนี้หมายถึง “หยุดพฤติกรรมนี้” ไม่ใช่ “ไม่มีรถบัสเพิ่มแล้ว”

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ No more buses jumping on the road. หมายความว่าอะไร?

  1. ไม่มีรถบัสเพิ่มบนถนน
  2. รถบัสควรกระโดดให้สูงขึ้นบนถนน
  3. รถบัสต้องหยุดกระโดดบนถนน
ดูคำตอบ

รถบัสต้องหยุดกระโดดบนถนน

To the rescue.

1:23

ไปช่วยเหลือกัน.

Five little buses jumping on the road.

1:25

รถบัสน้อยห้าคันกระโดดเล่นบนถนน.

One fell off and bump, bump, bump. โน้ต

1:29

คันหนึ่งตกลงมาดังตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ.

กริยาวลี

fell off: ตกหลุดออกจากตำแหน่งที่รองรับ

fell off เป็นรูปอดีตของ fall off หมายถึงคนหรือสิ่งของตกออกจากพื้นผิว ขอบ ยานพาหนะ หรือตำแหน่งอื่นที่รองรับอยู่ คำว่า off เน้นการหลุดออกจากที่รองรับเดิม สามารถบอกจุดที่ตกลงมาไว้ต่อท้ายได้โดยตรง เช่น fell off the bike หรือ fell off the shelf และสามารถละได้เมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าตกจากไหน เช่น One fell off

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fall off: During the ride, Mia ____ her bike but wasn't hurt.

ดูคำตอบ

fell off

การใช้คำ

bump, bump, bump: เสียงกระแทกที่พูดซ้ำ

ในที่นี้ bump ทำหน้าที่เหมือนคำที่สื่อทั้งเสียงและการเคลื่อนไหว คือชวนให้นึกถึงเสียงกระแทกทุ้มหรืออาการสะเทือนเมื่อชนอะไรบางอย่าง การพูด bump ซ้ำสามครั้งทำให้ผู้ฟังนึกภาพการกระแทกหลายครั้งติดกัน และทำให้ประโยคมีจังหวะแบบเพลงเด็ก ตรงนี้ bump ไม่ได้ใช้เป็นคำนามนับได้ทั่วไปในความหมายว่า “เนินนูน” ในเรื่องเล่าและเพลง การซ้ำคำเลียนเสียงช่วยแสดงว่าการกระทำดำเนินต่อไปเป็นจังหวะ ๆ

แบบฝึกหัด

การพูด bump, bump, bump ซ้ำในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกว่าถนนมีเนินนูนอยู่สามแห่งพอดี
  2. บอกชื่อสิ่งของสามชิ้นที่ตกลงมา
  3. สร้างภาพของการกระแทกหรือการสะเทือนหลายครั้งติดกัน
ดูคำตอบ

สร้างภาพของการกระแทกหรือการสะเทือนหลายครั้งติดกัน

I called the police car and he said,

1:33

ฉันเรียกรถตำรวจแล้วเขาก็บอกว่า,

"No more buses jumping on the road."

1:37

"ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ."

No more buses jumping on the road.

1:39

ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

I'm sorry.

1:41

ขอโทษค่ะ.

Four little buses jumping on the road.

1:43

รถบัสน้อยสี่คันกระโดดเล่นบนถนน.

One fell off and bump, bump, bump.

1:47

คันหนึ่งตกลงมาดังตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ.

I called the police car and he said,

1:52

ฉันเรียกรถตำรวจแล้วเขาก็บอกว่า,

"No more buses jumping on the road."

1:56

"ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ."

No more buses jumping on the road.

1:58

ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

Three little buses jumping on the road.

2:02

รถบัสน้อยสามคันกระโดดเล่นบนถนน.

One fell off and bump, bump, bump.

2:06

คันหนึ่งตกลงมาดังตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ.

I called the police car and he said,

2:10

ฉันเรียกรถตำรวจแล้วเขาก็บอกว่า,

"No more buses jumping on the road."

2:14

"ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ."

No more buses jumping on the road.

2:16

ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

Oh, Ninimo,

2:21

โอ้ Ninimo,

jumping like that is dangerous. ไวยากรณ์

2:23

กระโดดแบบนั้นมันอันตรายนะ.

ไวยากรณ์

jumping like that is dangerous: วลี -ing ทำหน้าที่เป็นประธาน

Jumping like that เรียกการกระทำทั้งหมดว่า “การกระโดดแบบนั้น” วลี -ing นี้เป็นประธานของประโยค ไม่ได้หมายถึงคนใดคนหนึ่งที่กำลังกระโดดอยู่ กริยาเอกพจน์ is เชื่อมการกระทำนั้นกับการประเมินว่า dangerous คุณใช้รูปแบบเดียวกันได้ คือ วลีการกระทำ -ing + is + คำประเมิน เพื่อพูดถึงความปลอดภัยหรือกฎ

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำกริยา run เป็นรูป -ing เพื่อบอกชื่อการกระทำ: ____ by the pool is dangerous.

ดูคำตอบ

Running

Huh?

2:25

หา?

Hello, this is ambulance. น้ำเสียง/เจตนา

2:27

สวัสดี นี่คือรถพยาบาล.

น้ำเสียง/เจตนา

this is + ชื่อหรือบทบาท: การแนะนำตัวทางโทรศัพท์

ในการคุยทางโทรศัพท์หรือวิทยุ this is + ชื่อหรือบทบาท ใช้ระบุว่าผู้พูดคือใคร Hello, this is Maya หมายถึง Maya เป็นผู้ที่กำลังพูดอยู่ ไม่ใช่มีใครกำลังชี้ไปที่ Maya ในบริบทการ์ตูนนี้ Ambulance ถูกใช้เป็นชื่อหรืออัตลักษณ์ของตัวละครรถพยาบาลที่ถูกทำให้เหมือนคน ในภาษาอังกฤษจริงทั่วไป หน่วยบริการฉุกเฉินจะพูดอย่างเป็นธรรมชาติกว่าว่า This is the ambulance service.

แบบฝึกหัด

คุณรับโทรศัพท์และต้องการบอกว่าคุณคือ Leo ประโยคใดเป็นการแนะนำตัวทางโทรศัพท์ที่เป็นธรรมชาติ

  1. Hello, this is Leo.
  2. Hello, this looks Leo.
  3. Hello, this has Leo.
ดูคำตอบ

Hello, this is Leo.

Hey, little bus is hurt.

2:30

เฮ้ รถบัสน้อยได้รับบาดเจ็บ.

Oh, no more buses jumping on the road.

2:33

โอ้ ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

To the rescue.

2:37

ไปช่วยเหลือกัน.

Two little buses jumping on the road.

2:39

รถบัสน้อยสองคันกระโดดเล่นบนถนน.

One fell off and bump, bump, bump.

2:43

คันหนึ่งตกลงมาดังตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ.

I called the ambulance and he said, วลี

2:47

ฉันเรียกรถพยาบาลแล้วเขาก็บอกว่า,

วลี

called the ambulance: ติดต่อความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน

ใน called the ambulance คำว่า call หมายถึงติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อให้ส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินมา ไม่ได้หมายถึงตะโกนคำว่า ambulance วลีนี้ใช้ the เพราะเรื่องราวถือว่าหน่วยบริการรถพยาบาลหรือตัวละครนั้นเป็นสิ่งที่รู้กันอยู่แล้ว หากยังไม่ได้ระบุรถพยาบาลคันใดเป็นพิเศษ คำขอทั่วไปมักใช้ call an ambulance

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I called the ambulance after the accident,” called the ambulance หมายถึงอะไร

  1. ติดต่อความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทางโทรศัพท์
  2. ตั้งชื่อให้รถพยาบาล
  3. ตะโกนคำว่า ambulance เสียงดัง
ดูคำตอบ

ติดต่อความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทางโทรศัพท์

"No more buses jumping on the road."

2:51

"ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ."

No more buses jumping on the road.

2:53

ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

Oh.

2:59

โอ้.

One little bus is jumping on the road.

2:59

รถบัสน้อยหนึ่งคันกำลังกระโดดเล่นบนถนน.

One fell off and bump, bump, bump.

3:03

ตกลงมาดังตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ.

I called the ambulance and he said,

3:07

ฉันเรียกรถพยาบาลแล้วเขาก็บอกว่า,

"No more buses jumping on the road."

3:11

"ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ."

No more buses jumping on the road.

3:13

ห้ามรถบัสกระโดดบนถนนอีกนะ.

You see,

3:26

เห็นไหมล่ะ,

jumping on the road is dangerous and can cause an accident. วลี

3:26

การกระโดดบนถนนนั้นอันตรายและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้.

วลี

can cause an accident: บอกผลที่อาจเกิดขึ้น

“Can cause an accident” หมายถึงการกระทำหรือสภาพบางอย่างอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ในที่นี้ cause เป็นคำกริยา และตามด้วยผลลัพธ์คือ an accident ประธานบอกแหล่งของความเสี่ยง ส่วน can บอกความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน รูปแบบ X can cause Y ใช้อธิบายผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าพื้นเปียกอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

  1. A wet floor can cause an accident.
  2. A wet floor can cause accident.
  3. A wet floor can have an accident.
ดูคำตอบ

A wet floor can cause an accident.

You can get hurt too. วลี

3:30

พวกเธออาจได้รับบาดเจ็บได้เหมือนกัน.

วลี

get hurt: ได้รับบาดเจ็บ

“Get hurt” หมายถึงบาดเจ็บหรือเข้าสู่สภาพที่บาดเจ็บ ในโครงสร้างนี้ get แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพหนึ่ง และ hurt บอกสภาพที่บาดเจ็บซึ่งเป็นผลลัพธ์ ประธานคือคนที่ได้รับบาดเจ็บ วลีนี้ไม่ได้บอกว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุ เมื่อใช้กับ can จะเป็นการเตือนว่ามีโอกาสบาดเจ็บ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคนที่กำลังถูกพูดด้วยอาจได้รับบาดเจ็บ

  1. You might get hurt.
  2. You might be hurting someone.
  3. You might hurt someone.
ดูคำตอบ

You might get hurt.

Let's be careful on the road, everyone. น้ำเสียง/เจตนา

3:32

ระมัดระวังบนท้องถนนกันเถอะทุกคน.

น้ำเสียง/เจตนา

Let's be careful: การเตือนทุกคนอย่างนุ่มนวล

Let's be careful หมายถึงทุกคนในกลุ่มควรระมัดระวัง โครงสร้าง Let's + คำกริยารูปพื้นฐานทำให้คำเตือนกลายเป็นข้อเสนอแนะที่ทุกคนทำร่วมกัน จึงฟังดูร่วมมือกันมากกว่าคำสั่งตรง ๆ ในที่นี้ ผู้พูดกำลังเตือนทั้งกลุ่มเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน Let's ช่วยทำให้คำเตือนต่อกลุ่มนุ่มนวลขึ้นได้ แม้ผู้พูดจะเป็นฝ่ายคอยแนะนำผู้อื่นเป็นหลักและไม่ได้ทำการกระทำเดียวกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอคำเตือนเรื่องความปลอดภัยว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนในกลุ่มควรทำร่วมกัน?

  1. Let's be careful near the wet floor.
  2. You must be careful near the wet floor.
  3. Be careful near the wet floor.
ดูคำตอบ

Let's be careful near the wet floor.

Yes, teacher.

3:35

ค่ะ คุณครู.

I'm going to practice more to become a better bus. ไวยากรณ์

3:37

ฉันจะฝึกฝนให้มากขึ้นเพื่อเป็นรถบัสที่ดีกว่าเดิม.

ไวยากรณ์

I'm going to ... to become ...: แผนและจุดประสงค์

ใน I'm going to practice more โครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกแผน ผู้พูดตั้งใจว่าจะฝึกให้มากขึ้น ส่วน to become ที่ตามมาบอกจุดประสงค์ของแผนนั้น กล่าวคือ เหตุผลที่ฝึกคือเพื่อให้เก่งขึ้น to ทั้งสองตัวทำหน้าที่ต่างกัน ตัวแรกเป็นส่วนหนึ่งของ be going to ส่วนตัวที่สองเริ่มวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ สามารถนำรูปแบบ be going to + การกระทำ + to become + บทบาทหรือคุณสมบัติที่ต้องการไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

ใช้ be going to เพื่อบอกแผน และใช้ to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์: I'm ____ practice every day ____ become a better pianist.

ดูคำตอบ

going to · to

Me too.

3:40

ฉันก็ด้วย.

Super Duper Ambulance.

3:49

รถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Hmm.

3:59

หืม.

I love cleaning time. วลี

4:01

ฉันรักเวลาทำความสะอาด.

วลี

cleaning time: การเรียกชื่อช่วงเวลาของกิจกรรม

Cleaning time ใช้รูปแบบ กิจกรรม + time เพื่อเรียกช่วงเวลาที่จัดไว้สำหรับทำความสะอาด โดย time ในที่นี้หมายถึงช่วงทำกิจกรรม ไม่ใช่เวลาที่ระบุบนหน้าปัดนาฬิกา รูปแบบนี้พบบ่อยในกิจวัตรประจำวัน เช่น snack time, bath time และ story time ซึ่งเป็นชื่อช่วงเวลาของกิจกรรมเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ครูกำลังเรียกชื่อช่วงเวลาที่กำหนดไว้สำหรับอ่านเรื่องเล่า วลีใดเหมาะสมที่สุด?

  1. time story
  2. story time
  3. story clock
ดูคำตอบ

story time

Let's start cleaning. วลี

4:03

เริ่มทำความสะอาดกันเถอะ.

วลี

Let's start cleaning: start + -ing

Start cleaning ใช้โครงสร้าง start + รูป -ing เพื่อแสดงการเริ่มกิจกรรม ในที่นี้ cleaning หมายถึงกิจกรรมที่ทำให้สถานที่สะอาด ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ Let's ย่อมาจาก let us ดังนั้น Let's start cleaning จึงเป็นการชวนให้ผู้พูดและคนอื่นเริ่มทำความสะอาดด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ start + -ing กับคำกริยา pack เพื่อเติมคำชวนให้สมบูรณ์: Let's ____ for the trip.

ดูคำตอบ

start packing

Oh, Minimo, you troublemaker. การใช้คำ

4:06

โอ้ Minimo เจ้าตัวป่วน.

การใช้คำ

troublemaker: คำเรียกแบบหยอกล้อหรือเชิงตำหนิ

Troublemaker เป็นคำนามที่หมายถึงคนที่ก่อปัญหาหรือซุกซน ในประโยคนี้คำดังกล่าวอยู่หลัง you และใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรงว่า you troublemaker ผู้พูดกำลังดุ Minimo เบา ๆ เพราะก่อเรื่องเล็ก ๆ อีกแล้ว เมื่อใช้กับคนสนิท คำเรียกนี้อาจฟังดูหยอกล้อหรือเอ็นดูมากกว่าจะเป็นปฏิปักษ์อย่างจริงจัง ระดับความแรงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ สถานการณ์ และน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

troublemaker ในประโยคนี้สื่อความหมายและน้ำเสียงแบบใด?

  1. การกล่าวหาร้ายแรงว่า Minimo ก่ออาชญากรรม
  2. คำชมอย่างเป็นทางการสำหรับคนที่แก้ปัญหายากได้
  3. คำเรียกแบบหยอกล้อหรือดุเบา ๆ สำหรับคนที่ก่อปัญหาเล็ก ๆ อีกครั้ง
ดูคำตอบ

คำเรียกแบบหยอกล้อหรือดุเบา ๆ สำหรับคนที่ก่อปัญหาเล็ก ๆ อีกครั้ง

Dropped the bandages again. ไวยากรณ์

4:09

ทำผ้าพันแผลหล่นอีกแล้ว.

ไวยากรณ์

Dropped the bandages again: การละประธานในภาษาพูด

ในคำพูดสั้น ๆ นี้มีการละประธาน เพราะผู้พูดกำลังพูดกับคนที่เป็นผู้ทำกริยานั้น ความหมายเต็มคือ You dropped the bandages again. คำว่า Again แสดงว่าเรื่องเดิมเคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจเพิ่มความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย Dropped เป็นกริยาอดีตแบบประธานเป็นผู้กระทำ และ the bandages เป็นกรรมของกริยา ประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคแบบถูกกระทำ เพราะรูปแบบนั้นต้องมีรูปหนึ่งของ be เช่น The bandages were dropped again.

แบบฝึกหัด

ประโยคเต็มข้อใดตรงกับความหมายและชนิดของประโยค Dropped the bandages again. ในบริบทนี้มากที่สุด?

  1. The bandages were dropped again by someone unknown.
  2. Did you drop the bandages again?
  3. You dropped the bandages again.
ดูคำตอบ

You dropped the bandages again.

Ha.

4:12

ฮ่า.

Nice.

4:13

เยี่ยม.

It's so shiny. ไวยากรณ์

4:14

เงางามมากเลย.

ไวยากรณ์

so shiny: ใช้ so เน้นระดับของคำคุณศัพท์

ใน so shiny คำว่า so เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่วางหน้าคำคุณศัพท์ shiny มีความหมายว่า “มาก” หรือ “จนสะดุดตา” ทำให้คำชมมีน้ำหนักมากขึ้น ในรูปแบบนี้ so ขยายระดับของคำคุณศัพท์โดยตรง: so + adjective ตรงนี้ so ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” และไม่ได้ใช้เพื่อบอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ so + adjective ให้สมบูรณ์: The new coin is ____ shiny.

ดูคำตอบ

so

Hmm.

4:17

หืม.

Neat. วลี

4:18

เป็นระเบียบ.

And tidy.

4:20

และเรียบร้อย.

วลี

neat and tidy: คำคุณศัพท์คู่ที่บอกความเป็นระเบียบ

Neat and tidy เป็นคำคุณศัพท์คู่ที่ใช้กันบ่อย หมายถึงเป็นระเบียบและไม่รก คำคุณศัพท์สองคำที่มีความหมายใกล้กันช่วยเน้นคำชมเดียวกันให้ชัดขึ้น ประโยคสั้น Neat. And tidy. แยกคำประเมินทั้งสองออกจากกันเพื่อเน้นแต่ละคำ ในประโยคทั่วไปมักใช้สองคำนี้ติดกัน: The room is neat and tidy.

แบบฝึกหัด

เติมคำคู่ที่ใช้กันบ่อยให้สมบูรณ์: Please keep your desk neat and ____.

ดูคำตอบ

tidy

All done. วลี

4:24

เสร็จหมดแล้ว.

วลี

All done. ใช้บอกแบบกันเองว่าเสร็จแล้ว

All done. เป็นคำพูดสั้น ๆ แบบกันเอง หมายถึงกิจกรรมหรืองานเล็ก ๆ เสร็จแล้ว ในประโยคนี้ใช้บอกว่างานทำความสะอาดจบลงแล้ว โดย all ไม่จำเป็นต้องเน้นว่าเป็นสิ่งของ “ทั้งหมด” ทีละชิ้น สามารถพูดวลีนี้เดี่ยว ๆ ได้ หรือวาง all done ไว้หลัง be เช่น The cleanup is all done. จุดเน้นคือสภาพที่งานเสร็จแล้ว ไม่ใช่ว่าใครเป็นคนทำเสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกแบบกันเองให้สมบูรณ์ด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “เสร็จแล้ว”: The last plate is clean. ____!

ดูคำตอบ

All done

Now, I'll do some dusting. วลี

4:26

ตอนนี้ ฉันจะปัดฝุ่นสักหน่อย.

วลี

do some dusting: โครงสร้าง do some + -ing สำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

Do some dusting หมายถึงใช้เวลาสักหน่อยกำจัดฝุ่นออกจากพื้นผิว โดยทั่วไปใช้ผ้าหรือไม้ปัดฝุ่น ในที่นี้ dusting เป็นชื่อกิจกรรมงานบ้าน ไม่ได้หมายถึงเอาฝุ่นไปใส่บนสิ่งของ โครงสร้าง do some + คำบอกกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing ใช้พูดถึงการทำกิจกรรมนั้นในปริมาณที่ไม่ได้ระบุชัด แทนที่จะนับเป็นงานหนึ่งชิ้นอย่างชัดเจน โครงสร้างนี้ยังพบใน do some cleaning และ do some shopping

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึงการกำจัดฝุ่นออกจากพื้นผิว: The shelves look dusty, so I'll ____.

ดูคำตอบ

do some dusting

Mhm.

4:27

อือฮึ.

Mhm.

4:30

อือฮึ.

Ha.

4:31

ฮ่า.

Oh?

4:34

โอ้?

Oh, Mini Mo.

4:36

โอ้ Mini Mo.

I'm so glad you're well. น้ำเสียง/เจตนา

4:41

ฉันดีใจมากที่เธอหายดีแล้ว.

น้ำเสียง/เจตนา

so glad you're well: ความดีใจและโล่งใจที่อีกฝ่ายสบายดี

I'm so glad you're well แสดงทั้งความดีใจและความโล่งใจเมื่อรู้หรือเห็นว่าอีกฝ่ายสบายดี so ช่วยเน้นระดับความรู้สึกของ glad ส่วน you're well บอกเหตุผลของความรู้สึกนั้น ในที่นี้ well เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง be หมายถึงมีสุขภาพดีหรืออยู่ในสภาพที่ดี ไม่ใช่คำวิเศษณ์ที่หมายถึงทำบางอย่างได้ดี

แบบฝึกหัด

I'm so glad you're well. ในที่นี้สื่อความหมายใด?

  1. การชมว่าอีกฝ่ายทำบางอย่างได้อย่างชำนาญ
  2. ความประหลาดใจที่อีกฝ่ายมีบ่อน้ำ
  3. ความดีใจและโล่งใจที่อีกฝ่ายสบายดี
ดูคำตอบ

ความดีใจและโล่งใจที่อีกฝ่ายสบายดี

Ambulance.

4:45

รถพยาบาล.

Mhm.

4:48

อือฮึ.

Mobilize. การใช้คำ

4:53

ออกปฏิบัติการ.

การใช้คำ

Mobilize: คำสั่งให้จัดกำลังและเริ่มปฏิบัติการ

Mobilize เป็นประโยคคำสั่งโดยตรงที่บอกให้คนหรือทีมจัดกำลังและเริ่มลงมือปฏิบัติ ในฉากกู้ภัย หมายถึงการเตรียมคน ยานพาหนะ หรือทรัพยากรอื่น ๆ แล้วส่งออกปฏิบัติการ ประธาน you ถูกละไว้แต่เข้าใจได้ จึงใช้คำเดียวเป็นคำสั่งที่สมบูรณ์ Mobilize เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำคุณศัพท์ mobile

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำสั่ง Mobilize. มากที่สุด?

  1. หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสั่งให้ทีมและยานพาหนะออกปฏิบัติการ
  2. เพื่อนชวนเดินไปคาเฟ่แบบสบาย ๆ
  3. มีคนบอกว่าโทรศัพท์เครื่องหนึ่งพกพาง่าย
ดูคำตอบ

หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสั่งให้ทีมและยานพาหนะออกปฏิบัติการ

Ambulance.

4:55

รถพยาบาล.

Mhm.

4:57

อือฮึ.

Super-Duper.

4:59

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

5:00

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

I'm a Super-Duper Ambulance. การใช้คำ

5:01

ฉันคือรถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

การใช้คำ

Super-Duper: คำชมที่ขี้เล่นและเกินจริง

super-duper เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการและขี้เล่น หมายถึงดีมาก น่าประทับใจมาก หรือน่าตื่นเต้นมาก ในประโยคนี้คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หน้า Ambulance ทำให้การแนะนำตัวของตัวละครฟังดูภูมิใจและเกินจริงอย่างตั้งใจ รูปคำที่คล้องจองทำให้น้ำเสียงร่าเริงและเหมาะกับเด็ก จุดสำคัญที่นำไปใช้ได้คือเรื่องน้ำเสียง คำนี้ไม่ได้แค่หมายถึง very แต่ทำให้คำชมหรือคำบรรยายฟังดูตลกและกระตือรือร้นอย่างตั้งใจ

แบบฝึกหัด

Super-Duper เพิ่มน้ำเสียงแบบใดให้กับการแนะนำตัวของรถพยาบาล

  1. การจำแนกทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ
  2. คำชมที่ขี้เล่นและเกินจริง
  3. คำเตือนด้วยความโกรธ
ดูคำตอบ

คำชมที่ขี้เล่นและเกินจริง

Super-Duper.

5:03

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

5:04

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Call me when you're sick or hurt. โน้ต

5:05

เรียกฉันได้เลยเมื่อคุณป่วยหรือบาดเจ็บ.

ไวยากรณ์

Call me when ...: ระบุว่าควรติดต่อเมื่อใด

โครงสร้าง Call me when + อนุประโยค ใช้บอกให้อีกคนติดต่อหรือเรียกผู้พูดเมื่อสถานการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ when you're sick or hurt ระบุสถานการณ์ที่ควรเรียกรถพยาบาล when ในที่นี้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเวลาหรือสถานการณ์ ไม่ได้ใช้ถามว่าเวลาใด โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประโยคคำสั่ง + when + อนุประโยครูปปัจจุบัน เช่น Call me when you arrive. โดยปกติภาษาอังกฤษใช้รูปปัจจุบันในอนุประโยคนี้ แม้เหตุการณ์จะเกิดในอนาคต

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Call me when ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: Call me ____ you arrive at the station.

ดูคำตอบ

when

การใช้คำ

sick or hurt: ความเจ็บป่วยกับการบาดเจ็บ

sick or hurt ใช้ or เชื่อมสองสภาวะที่เป็นไปได้ sick หมายถึงป่วยหรือรู้สึกไม่สบายทางร่างกาย ส่วน hurt หมายถึงได้รับบาดเจ็บหรือรู้สึกเจ็บทางร่างกาย ทั้งสองคำอยู่หลัง you're และใช้อธิบายสภาพของบุคคล เมื่อใช้ร่วมกันจะครอบคลุมเหตุผลสองแบบที่ทำให้คนหนึ่งอาจต้องการความช่วยเหลือ คือความเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ

แบบฝึกหัด

ลีโอตกจากจักรยานและเข่าบาดเจ็บ ประโยคใดอธิบายสภาพของเขาได้ดีที่สุด

  1. Leo is sleepy.
  2. Leo is sick.
  3. Leo is hurt.
ดูคำตอบ

Leo is hurt.

Ow, ow, ow.

5:08

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย.

It hurts so much. วลี

5:09

เจ็บจังเลย.

วลี

It hurts so much: การบอกว่าเจ็บมาก

It hurts เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้บอกว่ามีบางอย่างทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย จากบริบท it อาจหมายถึงส่วนของร่างกาย บาดแผล หรือจุดที่เจ็บซึ่งรู้อยู่แล้ว จึงมักไม่จำเป็นต้องแปลว่าเป็นสิ่งของแยกต่างหาก so much เพิ่มระดับความหมายของ hurts ในที่นี้หมายถึงเจ็บมาก คล้ายกับ It hurts a lot.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ hurt เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: It ____ so much.

ดูคำตอบ

hurts

Ambulance.

5:10

รถพยาบาล.

Can you help me, please? น้ำเสียง/เจตนา

5:12

ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you help me, please? สำหรับขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ

Can you help me, please? เป็นวิธีขอความช่วยเหลือที่ตรงไปตรงมาแต่สุภาพ โครงสร้าง Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้สร้างคำขอ help me บอกว่าต้องการความช่วยเหลือ และ please ที่ท้ายประโยคช่วยให้คำขอฟังนุ่มนวลขึ้น ใช้รูปแบบ Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน + please? เมื่อต้องการให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง เป็นการขอให้อีกฝ่ายลงมือทำ ไม่ได้ถามเพียงว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทำได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการขอความช่วยเหลือที่เป็นธรรมชาติและสุภาพ

  1. Can you helping me, please?
  2. You help me now.
  3. Can you help me, please?
ดูคำตอบ

Can you help me, please?

Super-Duper Ambulance to the rescue.

5:15

รถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์พร้อมช่วยเหลือ.

Mobilize.

5:21

ออกปฏิบัติการ.

Ambulance.

5:24

รถพยาบาล.

Ambulance.

5:29

รถพยาบาล.

Super-Duper.

5:32

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

5:33

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

I'm a Super-Duper Ambulance.

5:34

ฉันคือรถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

5:36

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

5:38

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Call me when you're sick or hurt.

5:39

เรียกฉันได้เลยเมื่อคุณป่วยหรือบาดเจ็บ.

Ow, ow, ow.

5:41

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย.

It hurts so much.

5:42

เจ็บจังเลย.

Ambulance.

5:44

รถพยาบาล.

Can you help me, please?

5:45

ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?

Super-Duper Ambulance to the rescue.

5:48

รถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์พร้อมช่วยเหลือ.

Mobilize.

5:59

ออกปฏิบัติการ.

Ambulance.

6:01

รถพยาบาล.

Super-Duper.

6:05

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

6:06

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

I'm a Super-Duper Ambulance.

6:07

ฉันคือรถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

6:10

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Super-Duper.

6:11

ซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์.

Call me

6:12

เรียกฉันได้เลย

ow, ow, ow.

6:12

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย.

It hurts.

6:13

เจ็บจัง.

You must be hurt.

6:16

เธอต้องเจ็บมากแน่ๆ.

Ambulance.

6:17

รถพยาบาล.

I'll take care of you. วลี

6:18

ฉันจะดูแลเธอเอง.

วลี

take care of you: สัญญาว่าจะดูแลและช่วยเหลือ

Take care of someone เป็นวลีกริยาตายตัวที่หมายถึงการดูแลคนคนนั้นและจัดการสิ่งที่เขาต้องการ ใน I'll take care of you คำว่า you คือผู้ที่ได้รับการดูแล ประโยคนี้ยังช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจด้วย ผู้พูดสัญญาว่าจะช่วยและดูแลให้ปลอดภัย ควรเข้าใจ take care of เป็นหนึ่งหน่วย ไม่ใช่นำความหมายตามตัวอักษรของ take, care และ of มาแยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง "ดูแล" ให้สมบูรณ์: The nurse will ____ you after the operation.

ดูคำตอบ

take care of

Super-Duper Ambulance to the rescue.

6:22

รถพยาบาลซูเปอร์ดุ๊ปเปอร์พร้อมช่วยเหลือ.

I'll take care of you.

6:35

ฉันจะดูแลเธอเอง.

Mission complete. วลี

6:41

ภารกิจสำเร็จ.

วลี

Mission complete: รายงานว่าภารกิจเสร็จแล้ว

“Mission complete.” เป็นคำรายงานสถานะสั้น ๆ ที่หมายถึง “The mission is complete” หรือ “ภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว” ใช้ประกาศผลเมื่อปฏิบัติการ เป้าหมายในเกม งานกู้ภัย หรืองานของทีมสิ้นสุดลง ในที่นี้ complete บอกสถานะของ mission ว่าเสร็จแล้ว ประโยคละ The และ is เพื่อให้กระชับแบบการรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการ โดย complete ไม่ใช่คำกริยาที่สั่งให้ใครทำบางอย่างให้เสร็จ

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ “Mission complete.” คืออะไร?

  1. คำถามว่าควรเลือกภารกิจใด
  2. รายงานสั้น ๆ ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว
  3. คำสั่งให้เริ่มทำภารกิจ
ดูคำตอบ

รายงานสั้น ๆ ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว

There.

6:46

เรียบร้อย.

Huh?

6:51

หา?

Ha.

6:53

ฮ่า.

Yeah, we're the best team.

6:54

ใช่แล้ว พวกเราคือทีมที่ดีที่สุด.

Ready.

7:05

พร้อม.

Roger. การใช้คำ

7:06

รับทราบ.

การใช้คำ

Roger: ยืนยันว่าได้รับข้อความแล้ว

ในการสื่อสารแบบวิทยุ Roger หมายถึง “ฉันได้รับและเข้าใจข้อความแล้ว” เป็นคำตอบรับสั้น ๆ หลังจากได้รับคำสั่งหรือรายงาน ในที่นี้ Roger ทำหน้าที่เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ชื่อผู้ชายว่า Roger ผู้พูดกำลังยืนยันการสื่อสาร ไม่ได้แนะนำหรือเรียกใคร

แบบฝึกหัด

หัวหน้าทีมพูดว่า “Proceed to checkpoint two.” แล้วเพื่อนร่วมทีมตอบว่า “Roger.” เพื่อนร่วมทีมยืนยันอะไรโดยตรง?

  1. เพื่อนร่วมทีมไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง
  2. เพื่อนร่วมทีมชื่อ Roger
  3. ได้รับและเข้าใจข้อความแล้ว
ดูคำตอบ

ได้รับและเข้าใจข้อความแล้ว

Forrest.

7:08

Forrest.

Cloudia.

7:09

Cloudia.

Pinkfong Super Rescue Team.

7:13

ทีมกู้ภัยซูเปอร์ Pinkfong.

Are you ready? น้ำเสียง/เจตนา

7:20

คุณพร้อมหรือยัง?

Yes, I'm ready.

7:22

ใช่ ฉันพร้อมแล้ว.

น้ำเสียง/เจตนา

ตรวจสอบความพร้อมด้วย Are you ready? / Yes, I'm ready.

Are you ready? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายพร้อมที่จะเริ่ม ออกเดินทาง หรือลงมือทำหรือยัง ส่วน Yes, I'm ready. เป็นการยืนยันว่าพร้อมเริ่มได้แล้ว ready เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพ จึงใช้ร่วมกับ be เช่น Are you ready? และ I'm ready ใช้ ready for + คำนามเพื่อบอกว่าพร้อมสำหรับอะไร และใช้ ready to + คำกริยาเพื่อบอกว่าพร้อมทำสิ่งใดต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be ที่หายไปในคำถามและคำตอบเกี่ยวกับความพร้อม โดยใช้รูปย่อในคำตอบ: ____ you ready? Yes, ____ ready.

ดูคำตอบ

Are · I'm

Roger.

7:24

รับทราบ.

Click the subscribe button.

7:28

คลิกปุ่มติดตามด้วยนะ.

Complete.

7:29

เสร็จสมบูรณ์.