เส้นทางสู่การเป็นนักดนตรี ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
973 คำ 177 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เบลีย์และจอช นักดนตรีชาวอังกฤษที่มุ่งสู่ความสำเร็จ เล่าว่าชุมชนดนตรีท้องถิ่นและการเล่นดนตรีเปิดหมวกช่วยหล่อหลอมพัฒนาการ ให้แรงสนับสนุน และสร้างโอกาสในการแสดงและหารายได้แก่พวกเขาอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. rich music scene — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า rich ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงร่ำรวยด้านเงินทอง แต่บรรยายสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่คึกคักและหลากหลาย และนำคำผสมนี้ไปใช้อธิบายเมืองหรือชุมชนที่มีนักดนตรี สถานที่แสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์จำนวนมากได้ 2. that's kept me going — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ฟังออกว่าสำนวนสนทนานี้ใช้บอกว่าแหล่งรายได้ ความสัมพันธ์ หรือแรงจูงใจช่วยให้คนคนหนึ่งเดินหน้าต่อไปได้ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนานหรือยากลำบาก ไม่ได้หมายถึงการทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างตรงตัว 3. the King — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้ว่าตำแหน่งนี้เป็นชื่อเรียกเอลวิส เพรสลีย์ในวัฒนธรรมสมัยนิยม จึงเข้าใจปฏิกิริยาของผู้ดำเนินรายการต่อคำถามเรื่องชาร์ตเพลง และตามการอ้างถึงบุคคลแบบเดียวกันที่อาศัยความรู้ร่วมกันโดยไม่เอ่ยชื่อเต็มได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from BBCLearningEnglish.com.

0:01

6 Minute English จาก BBCLearningEnglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:05

สวัสดีค่ะ นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Pippa.

0:09

ฉัน Pippa ค่ะ

And I'm Neil.

0:10

และผม Neil ครับ

Now Neil, have you ever wanted to be a musician? ไวยากรณ์

0:11

นี่ Neil คุณเคยอยากเป็นนักดนตรีบ้างไหม?

ไวยากรณ์

have you ever wanted ...?: ถามถึงความปรารถนาที่เคยมีจนถึงตอนนี้

Have you ever wanted ...? ใช้ present perfect ในโครงสร้าง have + ประธาน + ever + กริยาช่อง 3 ในที่นี้ wanted เป็นกริยาช่อง 3 ของ want และ ever หมายถึงช่วงเวลาใดก็ตามจนถึงตอนนี้ คำถามนี้ถามว่าอีกฝ่ายเคยมีความปรารถนานี้อยู่ในประสบการณ์จนถึงปัจจุบันหรือไม่ ไม่ได้ชี้ไปที่ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วย Have you ever และรูปที่ถูกต้องของ want: ____ to visit the moon?

ดูคำตอบ

Have you ever wanted

Oh yes Pippa, I still want to be a musician.

0:15

โอ้ ใช่เลย Pippa ผมยังอยากเป็นนักดนตรีอยู่เลย

I've been playing my guitar since I was 14. ไวยากรณ์

0:18

ผมเล่นกีตาร์มาตั้งแต่ตอนอายุ 14 แล้ว

ไวยากรณ์

I've been playing ... since ...: จากจุดเริ่มต้นในอดีตจนถึงตอนนี้

I've been playing เป็น present perfect continuous ในโครงสร้าง I have been + คำกริยา-ing รูปนี้แสดงว่ากิจกรรมเริ่มในอดีตและยังดำเนินต่อมาถึงตอนนี้ ในประโยคนี้ผู้พูดยังเล่นกีตาร์อยู่ Since I was 14 บอกจุดเริ่มต้น ใช้ since หน้าช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช้หน้าระยะเวลาที่ยาวเท่าใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย present perfect continuous ของ play และคำที่ใช้บอกจุดเริ่มต้น: I ____ the violin ____ I was seven.

ดูคำตอบ

have been playing · since

Wow, well maybe one day you'll you'll manage it.

0:21

ว้าว บางทีสักวันคุณอาจจะทำสำเร็จก็ได้นะ

Who knows?

0:24

ใครจะไปรู้?

What about you?

0:25

แล้วคุณล่ะ?

Uh I don't think I'd like to be a musician. น้ำเสียง/เจตนา

0:26

เอ่อ ฉันไม่คิดว่าตัวเองอยากจะเป็นนักดนตรีนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I don't think I'd like to...: วิธีปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ใน I don't think I'd like to... คำปฏิเสธอยู่ที่ I don't think ทำให้การบอกความชอบของผู้พูดฟังไม่ตรงเกินไป ในที่นี้หมายถึง “ฉันคงไม่ชอบหรือไม่เลือกทำสิ่งนี้” I'd ย่อมาจาก I would โดย would แสดงการกระทำว่าเป็นทางเลือกในสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่อดีต จึงใช้รูปแบบนี้เมื่อลองพิจารณาความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบที่สุภาพด้วยรูปแบบเป้าหมาย: “Would you like to perform at the school concert?” “Thanks, but ____ sing on stage.”

ดูคำตอบ

I don't think I'd like to

I think it'd be a bit stressful, น้ำเสียง/เจตนา

0:28

ฉันว่ามันน่าจะมีความเครียดอยู่บ้าง

especially if you had lots of fans and were really successful. ไวยากรณ์

0:30

โดยเฉพาะถ้าคุณมีแฟนคลับเยอะและประสบความสำเร็จมากๆ

น้ำเสียง/เจตนา

it'd be a bit stressful: การทำให้ความเห็นเชิงลบฟังนุ่มนวลลง

ใน it'd be a bit stressful คำว่า it'd หมายถึง it would และแสดงว่าความเครียดเป็นผลที่น่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์สมมติ ในที่นี้ a bit ช่วยลดความแรงของคำคุณศัพท์เชิงลบ stressful ทำให้ความคิดเห็นฟังไม่ตรงหรือเด็ดขาดเกินไป แต่ไม่ได้บอกปริมาณที่แน่นอนหรือทำให้ความกังวลหายไป

แบบฝึกหัด

a bit ใน “It would be a bit expensive” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกระดับราคาที่วัดได้อย่างแน่นอน
  2. ช่วยทำให้การประเมินเชิงลบฟังนุ่มนวลลง
  3. แสดงว่าผู้พูดชอบราคานี้
ดูคำตอบ

ช่วยทำให้การประเมินเชิงลบฟังนุ่มนวลลง

ไวยากรณ์

especially if you had ... and were ... สำหรับเงื่อนไขสมมุติ

especially if ใช้เปิดเงื่อนไขที่จะทำให้สถานการณ์เครียดมากขึ้น กริยาทั้งสองคำอยู่ในอนุประโยค if เดียวกัน: you had lots of fans and (you) were really successful had และ were เป็นรูปอดีตกาล แต่ตรงนี้ใช้แสดงสถานการณ์สมมุติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีต รูปแบบที่พบบ่อยคือ would + กริยารูปพื้นฐานในส่วนผลลัพธ์ และ if + อดีตกาลธรรมดาในส่วนเงื่อนไข: it'd be ... if you had ... .

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ especially if you had lots of fans ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. รายงานว่าคนนั้นเคยมีแฟนคลับจำนวนมากในอดีต
  2. สั่งให้คนนั้นหาแฟนคลับเพิ่ม
  3. แสดงว่าการมีแฟนคลับจำนวนมากเป็นเงื่อนไขสมมุติ
ดูคำตอบ

แสดงว่าการมีแฟนคลับจำนวนมากเป็นเงื่อนไขสมมุติ

Mm yeah,

0:33

อืม จริงด้วย

I wonder what life as a musician is actually like. ไวยากรณ์

0:33

ผมอยากรู้จังว่าชีวิตในฐานะนักดนตรีจริงๆ แล้วเป็นยังไง

ไวยากรณ์

ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าใน what life ... is like หลัง I wonder

อนุประโยค what life as a musician is actually like เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง I wonder โดยบอกสิ่งที่ผู้พูดสงสัย แทนที่จะถามผู้ฟังโดยตรง รูปแบบ what X is like ใช้ถามลักษณะหรือประสบการณ์โดยรวมของ X ส่วน actually เน้นสภาพที่เป็นจริง คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + be + like ดังนั้นจึงใช้ what life ... is like ไม่ใช่ what is life ... like ส่วนคำถามตรงจะวาง be ไว้หน้าประธาน: What is life as a musician like?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง I wonder ได้ถูกต้อง

  1. I wonder what like the job is.
  2. I wonder what is the job like.
  3. I wonder what the job is like.
ดูคำตอบ

I wonder what the job is like.

We'll be finding that out in this programme, กริยาวลี

0:37

เราจะไปหาคำตอบกันในรายการนี้ค่ะ

กริยาวลี

finding that out: ใช้ find out เพื่อค้นหาข้อมูล

ใน finding that out คำว่า find out หมายถึง “ค้นพบหรือได้รู้ข้อมูล” โดยมักเกิดจากการถาม ตรวจสอบ หรือสืบค้น ที่นี่ that ย้อนกลับไปแทนคำถามหรือข้อเท็จจริงที่กล่าวถึงก่อนหน้า จึงเป็นการบอกว่ารายการจะให้คำตอบ find out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง that ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างสองส่วน: find that out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง find, that และ out ให้ถูกต้อง: We do not know who changed the schedule, but we need to ____ before the meeting.

ดูคำตอบ

find that out

as we hear from some people around the UK ลำดับความ

0:39

โดยเราจะได้ฟังจากผู้คนทั่วสหราชอาณาจักร

who would like to become successful musicians.

0:41

ที่อยากจะกลายเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ

ลำดับความ

as we hear from: บอกว่ารายการดำเนินเรื่องอย่างไร

ในประโยคนี้ as we hear from ... หมายถึง “ระหว่างที่เราฟังสิ่งที่คนเหล่านี้พูด และผ่านเรื่องราวของพวกเขา” อนุประโยคนี้บอกผู้ฟังว่ารายการจะสำรวจคำถามอย่างไร โดยจะนำเสนอเสียงของผู้คนจากทั่วสหราชอาณาจักร ที่นี่ as ใช้จัดลำดับการดำเนินข้อมูล ไม่ได้บอกเหตุผลแบบ because ส่วน we รวมทั้งผู้ดำเนินรายการและผู้ฟังที่ติดตามเนื้อหาไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

as we hear from ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “We'll understand the issue better as we hear from local families.”

  1. แสดงว่ามุมมองของครอบครัวต่าง ๆ จะช่วยให้การสนทนาดำเนินต่อไป
  2. บอกเหตุผลที่ครอบครัวต่าง ๆ กำลังพูด
  3. บอกว่าการสนทนาจะเริ่มหลังจากทุกครอบครัวพูดเสร็จแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ

แสดงว่ามุมมองของครอบครัวต่าง ๆ จะช่วยให้การสนทนาดำเนินต่อไป

And we'll even listen to some of their music too.

0:44

และเราจะได้ฟังเพลงของพวกเขาบางส่วนด้วยนะ

But first,

0:48

แต่ก่อนอื่น

I have a question for you Neil.

0:49

ฉันมีคำถามมาถามคุณ Neil

In the UK,

0:51

ในสหราชอาณาจักร

we have a weekly chart of the best-selling songs in the country วัฒนธรรม

0:52

เรามีชาร์ตจัดอันดับเพลงที่ขายดีที่สุดในประเทศรายสัปดาห์

วัฒนธรรม

weekly chart: อันดับเพลงที่อัปเดตทุกสัปดาห์

ในประโยคนี้ a weekly chart คืออันดับเพลงที่ขายดีที่สุดในประเทศซึ่งเผยแพร่หรืออัปเดตทุกสัปดาห์ คำว่า weekly บอกว่าอันดับนี้ออกบ่อยเพียงใด ส่วน chart ในบริบทสื่อดนตรีหมายถึงรายการที่เรียงตามอันดับ เมื่อ chart ปรากฏร่วมกับคำอย่าง song, album, top-selling, enter, climb หรือ number one มักหมายถึงอันดับเพลง ไม่ใช่กราฟที่ใช้แสดงข้อมูล

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The band's new single entered the weekly chart," คำว่า chart หมายถึงอะไร?

  1. ตารางเรียนดนตรี
  2. รายการเพลงที่เรียงตามอันดับ
  3. กราฟแสดงอุณหภูมิรายสัปดาห์
ดูคำตอบ

รายการเพลงที่เรียงตามอันดับ

and the top-selling song is called the number one. วัฒนธรรม

0:56

และเพลงที่ขายดีที่สุดอันดับหนึ่งเรียกว่าเพลงนัมเบอร์วัน (number one)

วัฒนธรรม

the number one: เพลงที่อยู่บนสุดของชาร์ต

ในที่นี้ the number one หมายถึงเพลงที่อยู่อันดับหนึ่งในชาร์ตเพลง วลี top-selling song ทำให้เห็นบริบทของการจัดอันดับ ดังนั้นจึงหมายถึงตำแหน่งในชาร์ต ไม่ใช่สิ่งของที่ติดป้ายเลข 1 เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นไปแล้ว สามารถใช้ the number one เพียงอย่างเดียวเพื่อหมายถึงเพลง อัลบั้ม ทีม หรือรายการอื่นที่อยู่อันดับสูงสุดได้ แต่บริบทต้องทำให้ชัดเจนว่ากำลังพูดถึงการจัดอันดับ

แบบฝึกหัด

ในภาษาที่ใช้เกี่ยวกับชาร์ตเพลง the number one ใน "Their latest single is the new number one" หมายถึงอะไร?

  1. เพลงที่มีเลข 1 อยู่ในชื่อ
  2. เพลงแรกที่พวกเขาเคยบันทึกเสียง
  3. เพลงที่อยู่ในอันดับหนึ่งขณะนี้
ดูคำตอบ

เพลงที่อยู่ในอันดับหนึ่งขณะนี้

But which musical artist do you think has had the most UK number one songs? ไวยากรณ์

0:59

แต่คุณคิดว่าศิลปินคนไหนมีเพลงนัมเบอร์วันในสหราชอาณาจักรมากที่สุด?

ไวยากรณ์

has had the most ...: สถิติสะสมสูงสุดจนถึงตอนนี้

ในที่นี้ has had the most ... ใช้ present perfect เพื่อบอกสถิติที่สะสมจากอดีตจนถึงตอนนี้ has ตัวแรกเป็นกริยาช่วย ส่วน had เป็นรูป past participle ของ have ทั้งสองคำทำหน้าที่ต่างกัน จึงไม่ใช่การพูดซ้ำ โครงสร้างนี้ใช้กับการจัดอันดับและความสำเร็จเมื่อยอดสะสมจนถึงปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญ คำถามนี้ถามว่าศิลปินคนใดมีจำนวนเพลงที่ขึ้นอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรสะสมมากที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย has had the most: This goalkeeper ____ clean sheets so far.

ดูคำตอบ

has had the most

Is it A The Beatles,

1:05

ข้อ A The Beatles

B Ed Sheeran,

1:07

ข้อ B Ed Sheeran

or C Elvis Presley?

1:08

หรือข้อ C Elvis Presley?

Oh well,

1:10

โอ้ แหม

I think that's easy.

1:12

ผมว่ามันง่ายมากเลย

It must be surely The Beatles. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

ต้องเป็น The Beatles แน่นอน

น้ำเสียง/เจตนา

It must be surely The Beatles: การอนุมานอย่างมั่นใจ

ในที่นี้ must be หมายถึง “เกือบจะแน่นอนว่าใช่” ไม่ได้หมายถึง “ถูกบังคับให้เป็น” ผู้พูดใช้ความรู้ทั่วไปเพื่ออนุมานคำตอบด้วยความมั่นใจสูง Surely ทำให้ความมั่นใจนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น คำตอบยังไม่ได้รับการพิสูจน์โดยตรง แต่ผู้พูดคาดว่าคำตอบนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ใน “It must be The Beatles,” คำว่า must หมายถึงอะไร

  1. ผู้พูดกำลังพูดถึงหน้าที่ในอดีต
  2. ผู้พูดกำลังอนุมานด้วยความมั่นใจสูง
  3. ผู้พูดกำลังออกคำสั่งให้เดอะบีเทิลส์
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังอนุมานด้วยความมั่นใจสูง

Well,

1:17

เอาล่ะ

I'll reveal the answer at the end of the programme. ลำดับความ

1:17

ฉันจะเฉลยคำตอบตอนท้ายรายการนะคะ

ลำดับความ

I'll reveal the answer at the end: เลื่อนการเฉลยเพื่อสร้างความลุ้น

ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกโครงสร้างของรายการ ผู้พูดสัญญาว่าจะให้คำตอบภายหลัง คือในช่วงท้ายแทนที่จะบอกตอนนี้ การเลื่อนคำตอบออกไปสร้างความลุ้นและทำให้ผู้ฟังอยากฟังต่อ ในที่นี้ reveal the answer หมายถึง “ทำให้รู้คำตอบ” หรือ “เฉลยคำตอบ” ในบริบทของคำถามหรือรายการ reveal มีความหมายเป็นกลาง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปิดโปงความลับหรือทำสิ่งที่ผิด

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในรายการ

  1. ประโยคนี้เตือนว่าต้องเก็บคำตอบไว้เป็นความลับ
  2. ประโยคนี้สัญญาว่าจะบอกคำตอบภายหลังและกระตุ้นให้ผู้ฟังฟังต่อ
  3. ประโยคนี้บอกว่าได้ให้คำตอบไปแล้ว
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สัญญาว่าจะบอกคำตอบภายหลังและกระตุ้นให้ผู้ฟังฟังต่อ

Now,

1:20

ทีนี้

getting a number one song is a dream for many musicians, ไวยากรณ์

1:21

การมีเพลงฮิตอันดับหนึ่งเป็นความฝันของนักดนตรีหลายคน

ไวยากรณ์

Getting a number one song is ...: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Getting a number one song เป็นประธานของประโยค วลี -ing ทั้งวลีเรียกความสำเร็จหนึ่งอย่าง นั่นคือการทำให้เพลงขึ้นอันดับหนึ่ง เพราะมองความสำเร็จนี้เป็นกิจกรรมหรือแนวคิดหนึ่งเดียว จึงใช้คำกริยาเอกพจน์ is ในที่นี้ getting เป็น gerund หรือรูปกริยาที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกริยา present continuous รูปแบบนี้ช่วยให้พูดถึงกิจกรรมเสมือนเป็นสิ่งหนึ่ง แล้วจึงบรรยายหรือประเมินกิจกรรมนั้นได้: Getting X is a dream; Learning X takes time.

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน learn a new skill เป็นวลี -ing เพื่อเติมประธานให้สมบูรณ์: ____ takes time.

ดูคำตอบ

Learning a new skill

but if you want to become a musician, ลำดับความ

1:25

แต่ถ้าคุณอยากเป็นนักดนตรี

where do you start?

1:27

คุณจะเริ่มจากตรงไหนล่ะ?

ลำดับความ

If you want to ..., where do you start?: จากเป้าหมายไปสู่ขั้นตอนแรก

อนุประโยคที่ใช้ if เสนอเป้าหมายก่อน คือการเป็นนักดนตรี จากนั้น where do you start? ถามว่าขั้นตอนแรกที่ทำได้จริงเพื่อไปถึงเป้าหมายนั้นคืออะไร โดย where ในที่นี้หมายถึงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง เมื่อใช้รวมกัน If you want to ..., where do you start? ทำหน้าที่เป็นประโยคเปลี่ยนเข้าสู่ประเด็นใหม่ โดยพาจากการเกริ่นเป้าหมายหรือหัวข้อไปสู่การอธิบายว่าจะเริ่มอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใน “but if you want to become a musician, where do you start?” คำถาม “where do you start?” ทำหน้าที่อะไร

  1. ถามว่านักดนตรีมาจากเมืองใด
  2. ถามว่าตอนนี้ผู้พูดอยู่ที่ไหน
  3. ถามว่าขั้นตอนแรกที่ควรลงมือทำคืออะไร
ดูคำตอบ

ถามว่าขั้นตอนแรกที่ควรลงมือทำคืออะไร

I grew up in a really rich music scene in St Ives. โน้ต

1:28

ฉันเติบโตมาในวงการเพลงที่เฟื่องฟูมากๆ ในเมืองเซนต์ไอฟ์ส (St Ives)

กริยาวลี

grew up: บอกภูมิหลังในวัยเด็ก

grew up เป็นรูปอดีตของ grow up เมื่อใช้กับคน หมายถึงเติบโตจากเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ ในประโยคนี้ I grew up in ... ใช้แนะนำสถานที่และสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมช่วงต้นชีวิตของผู้พูด ใช้ grew up in + สถานที่หรือสภาพแวดล้อม เพื่อบอกภูมิหลังในวัยเด็ก เช่น I grew up in Bristol หรือ I grew up in a musical family

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ grow up: Maya ____ in a village and moved away at eighteen.

ดูคำตอบ

grew up

การใช้คำ

rich music scene: แวดวงดนตรีที่คึกคักและหลากหลาย

ใน rich music scene คำว่า rich หมายถึงมีความหลากหลาย มีกิจกรรม และมีโอกาสมาก ไม่ได้หมายถึงร่ำรวย ส่วน music scene คือกลุ่มนักดนตรี สถานที่จัดแสดง กิจกรรม และผู้ฟังที่เชื่อมโยงกับดนตรีในพื้นที่หรือชุมชนหนึ่ง ประโยคนี้บอกว่าผู้พูดเติบโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมดนตรีท้องถิ่นที่คึกคัก

แบบฝึกหัด

"a rich music scene" ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เวทีที่เป็นของนักดนตรีร่ำรวย
  2. ชั้นเรียนดนตรีที่มีราคาแพง
  3. วัฒนธรรมดนตรีท้องถิ่นที่คึกคักและมีกิจกรรมมาก
ดูคำตอบ

วัฒนธรรมดนตรีท้องถิ่นที่คึกคักและมีกิจกรรมมาก

Um I was going to open mics from the age of about 11. โน้ต

1:31

เอ่อ ฉันไปเล่นตามงานโอเพ่นไมค์ตั้งแต่ตอนอายุประมาณ 11 ขวบ

ไวยากรณ์

was going to open mics: ไปเข้าร่วมกิจกรรมในอดีต

ในที่นี้ was going to open mics ต้องแบ่งเป็น was going + to open mics โดย going เป็นรูป -ing ของ go และ to นำหน้าชื่อกิจกรรมที่ไปเข้าร่วมคือ open mics ในบริบทนี้ past progressive บอกถึงกิจกรรมจริงที่ทำซ้ำ ๆ ตั้งแต่อายุประมาณสิบเอ็ดปี นี่ไม่ใช่โครงสร้าง was going to + คำกริยารูปพื้นฐานที่ใช้บอกแผนในอนาคตจากมุมมองในอดีต ในโครงสร้างนั้น หลัง to ต้องเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น was going to sing แต่ในที่นี้ open เป็นส่วนหนึ่งของชื่อกิจกรรมพหูพจน์ open mics

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ was going to เป็น past progressive ของ go + to an event ไม่ใช่เพื่อบอกแผน

  1. She was going to call her friend.
  2. She was going to dance classes every Saturday.
  3. She was going to dance after dinner.
ดูคำตอบ

She was going to dance classes every Saturday.

วลี

from the age of about 11: การบอกอายุที่เริ่มต้น

from the age of about 11 หมายถึง “ตั้งแต่อายุประมาณ 11 ปี” โดย from บอกจุดเริ่มต้น และ about แสดงว่าอายุ 11 ปีเป็นตัวเลขโดยประมาณ ใช้ from the age of + อายุ เพื่อบอกว่ากิจกรรม นิสัย หรือประสบการณ์เริ่มขึ้นตอนอายุเท่าไร วลีนี้บอกอายุที่เริ่มต้น แต่ไม่ได้บอกเองว่ากิจกรรมนั้นดำเนินต่อไปนานแค่ไหน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้บอกอายุเริ่มต้น: She played chess ____ the age of about seven.

ดูคำตอบ

from

This is Bailey.

1:35

นี่คือคุณ Bailey ค่ะ

She lives in St Ives in Cornwall

1:37

เธออาศัยอยู่ที่เมืองเซนต์ไอฟ์ส ในเทศมณฑลคอร์นวอลล์

on the south-west coast of England.

1:38

ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ

She says she was going to open mic nights from a young age. วัฒนธรรม

1:41

เธอบอกว่าเธอไปร่วมงานโอเพ่นไมค์ไนท์ (open mic nights) ตั้งแต่อายุยังน้อย

Open mic nights are events where anyone can sing or play music.

1:44

โอเพ่นไมค์ไนท์คืองานที่ใครก็สามารถขึ้นไปร้องเพลงหรือเล่นดนตรีได้

วัฒนธรรม

open mic nights: กิจกรรมที่ใครก็ขึ้นแสดงได้

open mic nights คืองานแสดงสดที่คนทั่วไปสามารถผลัดกันขึ้นไปร้องเพลงหรือเล่นดนตรีได้ ในตัวอย่าง ประโยคที่สองอธิบายคำนี้ไว้โดยตรง open mic เป็นชื่อของกิจกรรมประเภทนี้ ไม่ใช่การเปิดไมโครโฟน โดยทั่วไปผู้แสดงไม่ได้จำกัดเฉพาะศิลปินมืออาชีพที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

open mic night คือกิจกรรมแบบใด?

  1. ชั้นเรียนสอนวิธีเปิดไมโครโฟน
  2. คอนเสิร์ตที่มีเพียงดารารับเชิญเท่านั้นที่แสดงได้
  3. กิจกรรมที่คนทั่วไปสามารถขึ้นแสดงได้
ดูคำตอบ

กิจกรรมที่คนทั่วไปสามารถขึ้นแสดงได้

Bailey talked about her life as a musician to BBC Learning English programme

1:49

Bailey ได้พูดคุยเกี่ยวกับชีวิตการเป็นนักดนตรีของเธอกับรายการ

My Song My Home.

1:53

My Song My Home ของ BBC Learning English

I would go to these songwriters' circles at the Kettle and Wink วัฒนธรรม

1:55

ฉันมักจะไปร่วมกลุ่มนักแต่งเพลงที่ผับ Kettle and Wink

วัฒนธรรม

songwriters' circles: กลุ่มพบปะของนักแต่งเพลง

ในที่นี้ songwriters' circles หมายถึงงานพบปะที่จัดขึ้นหรือชุมชนเล็ก ๆ ของนักแต่งเพลง ซึ่งมักมารวมตัวกันเพื่อแบ่งปัน พูดคุย หรือแสดงเพลงที่แต่งเอง circle จึงหมายถึงกลุ่มคนที่เชื่อมโยงกันด้วยกิจกรรมร่วมกัน ไม่ใช่รูปทรงวงกลม เครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง songwriters แสดงว่ากลุ่มเหล่านี้เกี่ยวข้องกับนักแต่งเพลงหลายคน ดังนั้นการไปงานเหล่านี้จึงหมายถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชนนักแต่งเพลง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง songwriters' circles น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ชั้นเรียนที่สอนเฉพาะการสะกดคำในเนื้อเพลง
  2. งานพบปะหรือชุมชนที่นักแต่งเพลงแบ่งปันผลงาน
  3. รูปทรงเรขาคณิตที่นักแต่งเพลงวาด
ดูคำตอบ

งานพบปะหรือชุมชนที่นักแต่งเพลงแบ่งปันผลงาน

on like a Friday night after school

1:58

ในคืนวันศุกร์หลังเลิกเรียนอะไรแบบนี้

where I'd be like the youngest person by like 50 years การใช้คำ

2:01

ซึ่งฉันเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดห่างกับคนอื่นตั้ง 50 ปีได้

การใช้คำ

by like 50 years: ความต่างของอายุประมาณ 50 ปี

ใน by like 50 years คำว่า by ใช้บอกขนาดของความต่างด้านอายุ คือผู้พูดอายุน้อยกว่าคนอื่นประมาณ 50 ปี ส่วน like ที่อยู่หน้าตัวเลขหมายถึง “ประมาณ” ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” ตัวเลขที่มากขนาดนี้อาจเป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ คำเปรียบเทียบ + by + จำนวน เช่น younger by ten years หรือ ahead by two points

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติในภาษาพูดว่า Nora อายุน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมประมาณห้าปี

  1. Nora is younger than her teammates for like five years.
  2. Nora is younger than her teammates by like five years.
  3. Nora is younger than her teammates through like five years.
ดูคำตอบ

Nora is younger than her teammates by like five years.

but I'd sit in a circle with a bunch of old men การใช้คำ

2:04

แต่ฉันก็นั่งล้อมวงกับกลุ่มคุณลุง

การใช้คำ

a bunch of old men: กลุ่มชายสูงอายุแบบไม่เป็นทางการ

ใน a bunch of old men คำว่า a bunch of หมายถึง “กลุ่มหนึ่ง” โดยวางไว้หน้าคำนามพหูพจน์ old men และบอกว่ามีชายสูงอายุหลายคนอยู่ด้วยกัน Bunch ยังใช้เรียกสิ่งของที่รวมกันได้ เช่น a bunch of flowers แต่ในที่นี้พูดถึงคน จึงไม่ได้หมายถึง “มัด” หรือ “ช่อ” ตามตัวอักษร สำนวนนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงสบาย ๆ แบบภาษาพูด

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “กลุ่มหนึ่ง” เพื่อเติมประโยค: We saw ____ kids waiting outside.

ดูคำตอบ

a bunch of

and they'd play James Taylor and Carole King and the Eagles

2:07

และพวกเขาก็จะเล่นเพลงของ James Taylor, Carole King และ The Eagles

and lots of 70s music

2:11

แล้วก็เพลงยุค 70 อีกเยอะแยะ

and I guess that's influenced me massively. วลี

2:14

และฉันเดาว่านั่นมีอิทธิพลกับฉันอย่างมหาศาลเลยล่ะ

วลี

that's influenced me massively: สิ่งนั้นมีอิทธิพลต่อฉันอย่างมาก

ในที่นี้ that's ย่อมาจาก that has ดังนั้น that's influenced me จึงเป็นรูป present perfect ของ that has influenced me รูปนี้เชื่อมประสบการณ์ในอดีตเข้ากับผลที่ยังมีต่อผู้พูดในตอนนี้ Influence someone หมายถึงการช่วยหล่อหลอมวิธีคิด ความรู้สึก หรือการกระทำของคนนั้น ส่วน massively ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่เน้นมาก หมายถึง “ในระดับที่มากอย่างยิ่ง” ไม่ได้หมายถึงขนาดทางกายภาพที่ใหญ่โต

แบบฝึกหัด

ใช้ influence และ massively เติมประโยคให้สมบูรณ์: My first coach has ____ me ____.

ดูคำตอบ

influenced · massively

But I guess you know everyone kind of took me under their wing growing up. โน้ต

2:16

แต่ฉันก็คิดว่า พอจะนึกออกไหม ทุกคนคอยปกป้องดูแลฉันตอนที่โตขึ้นมา

น้ำเสียง/เจตนา

I guess: ทำให้คำพูดฟังดูไม่แน่นอนเกินไป

ในที่นี้ I guess ทำให้คำพูดของผู้พูดฟังดูนุ่มนวลลง ผู้พูดเชื่อว่าทุกคนคอยดูแลและชี้แนะตนในช่วงที่เติบโตมา แต่ไม่ได้ยืนยันความทรงจำนั้นว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอนและแม่นยำทุกอย่าง ในความหมายนี้ I guess ใกล้เคียงกับ I think หรือ I suppose ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังพยายามแก้ปริศนา และยังช่วยให้คำพูดฟังดูเป็นธรรมชาติเมื่อผู้พูดกำลังคิดไปพูดไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I guess this plan might work,” คำว่า I guess ทำหน้าที่อะไร?

  1. ทำให้คำพูดนั้นแน่นอนอย่างสมบูรณ์
  2. ช่วยให้ความเห็นของผู้พูดนุ่มนวลลงและแสดงความไม่แน่ใจอยู่บ้าง
  3. บอกว่าผู้พูดกำลังแก้ปริศนา
ดูคำตอบ

ช่วยให้ความเห็นของผู้พูดนุ่มนวลลงและแสดงความไม่แน่ใจอยู่บ้าง

สำนวน

took me under their wing: ดูแลและชี้แนะฉัน

Take someone under your wing เป็นสำนวนที่หมายถึงการคอยดูแล ปกป้อง หรือชี้แนะคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่าอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ took me under their wing หมายถึงผู้คนช่วยเหลือและชี้แนะผู้พูดในช่วงที่เติบโตมา คำว่า wing เป็นเพียงภาพเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงปีกจริงหรือการเคลื่อนไหวทางร่างกาย โครงสร้างคือ take + คน + under + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + wing ให้เปลี่ยน take ตามช่วงเวลา และใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับผู้ที่ช่วยเหลือ เช่น her wing, his wing หรือ their wing

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ take someone under your wing เติมประโยคให้สมบูรณ์: When I joined the lab, Elena ____ and showed me how everything worked.

ดูคำตอบ

took me under her wing

When she was younger,

2:20

ตอนที่เธอยังอายุน้อยกว่านี้

Bailey went to songwriters' circles.

2:21

Bailey ได้ไปร่วมกลุ่มนักแต่งเพลง (songwriters' circles)

These are meetings for people interested in writing their own music. ไวยากรณ์

2:24

ซึ่งเป็นการพบปะของกลุ่มคนที่สนใจในการแต่งเพลงของตัวเอง

ไวยากรณ์

interested in writing: interested in + คำกริยารูป -ing

interested in หมายถึงสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบางสิ่งหรืออยากมีส่วนร่วม ที่นี่ interested in writing their own music บอกว่าการประชุมนี้จัดขึ้นสำหรับคนประเภทใด in เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีคำกริยาตามหลัง ต้องใช้รูป -ing เช่น interested in writing ไม่ใช่ interested in write โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be interested in + คำนามหรือคำกริยารูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is interested in ____ her own games. (design)

ดูคำตอบ

designing

Bailey then remembers sitting with a bunch of old men.

2:28

Bailey จำได้ว่าเธอนั่งอยู่กับกลุ่มคุณลุงวัยเก๋า

A bunch is an informal way to talk about a group of people.

2:31

คำว่า A bunch เป็นภาษาพูดไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกกลุ่มคน

The older men in the group would play music from the 1970s

2:35

ผู้ชายที่อายุมากกว่าในกลุ่มมักจะเล่นเพลงจากยุค 1970

and Bailey says they took her under their wing.

2:39

และ Bailey เล่าว่าพวกเขาคอยดูแลปกป้องเธอ

If you take somebody under your wing,

2:42

ถ้าคุณดูแลปกป้องใครสักคนเหมือนอยู่ใต้ปีก (take somebody under your wing)

you decide to protect them or guide them.

2:44

นั่นหมายความว่าคุณตัดสินใจที่จะปกป้องหรือให้คำแนะนำพวกเขา

Let's meet another musician, Josh.

2:47

เรามาทำความรู้จักนักดนตรีอีกคนกันค่ะ เขาชื่อ Josh

So I learned my first proper song on guitar โน้ต

2:50

คือผมได้เรียนรู้การเล่นเพลงแบบเป็นชิ้นเป็นอันเพลงแรกบนกีตาร์

การใช้คำ

first proper song: proper หมายถึงเป็นของจริงและสมบูรณ์

ใน first proper song คำว่า proper หมายถึงเพลงที่เป็นเพลงจริงและมีรูปแบบครบถ้วนพอจะนับว่าเป็นหนึ่งเพลง ไม่ใช่เพียงโน้ตไม่กี่ตัวหรือแบบฝึกหัดง่าย ๆ การใช้แบบนี้แสดงการประเมินของผู้พูดว่าสิ่งนั้นพัฒนาไปถึงระดับที่สมบูรณ์หรือจริงจังมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเพลงนั้นสุภาพหรือประพฤติตัวดี

แบบฝึกหัด

ใน my first proper song คำว่า proper หมายถึงอะไร?

  1. เพลงจริงที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แบบฝึกหัดง่าย ๆ
  2. เพลงที่สุภาพและประพฤติตัวดี
  3. เพลงที่เหมาะกับงานอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

เพลงจริงที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แบบฝึกหัดง่าย ๆ

วลี

on guitar: ระบุเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นเพลง

ใน learned a song on guitar วลี on guitar ระบุเครื่องดนตรีที่ใช้เรียนและเล่นเพลงนั้น ตรงนี้ on ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อพูดเรื่องดนตรี ภาษาอังกฤษมักใช้ on + ชื่อเครื่องดนตรี เพื่อบอกว่าเล่นบทเพลงด้วยเครื่องดนตรีอะไร เช่น learn it on piano และ play it on guitar ในวลีดนตรีสั้น ๆ แบบนี้มักละคำนำหน้านามไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกเครื่องดนตรีที่เป็นธรรมชาติให้สมบูรณ์: I learned the tune ____ guitar, not piano.

ดูคำตอบ

on

um when I was about 13.

2:53

เอ่อ ตอนผมอายุประมาณ 13

I literally started busking the moment I could kind of do that. โน้ต

2:56

ผมเริ่มเปิดหมวกเล่นดนตรีริมถนนเลยในวินาทีที่ผมพอจะทำได้

การใช้คำ

literally started busking: literally ที่ใช้เน้นในภาษาพูดทั่วไป

ใน literally started busking คำว่า start busking หมายถึงเริ่มแสดงดนตรีในที่สาธารณะ โดยทั่วไปหวังว่าคนที่เดินผ่านไปมาจะให้เงิน ส่วน literally เพิ่มการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าผู้พูดเริ่มเล่นดนตรีเปิดหมวกจริง ๆ ความหมายว่าเริ่มอย่างรวดเร็วมาจาก the moment I could ขณะที่ literally ทำให้คำกล่าวนั้นหนักแน่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น ในภาษาพูดทั่วไป literally มักทำหน้าที่เน้นแบบนี้ จึงไม่ควรแปลตรงคำว่า “ตามความหมายตัวอักษร” ทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

ใน “I literally started busking the moment I could” คำว่า literally ทำหน้าที่อะไร

  1. ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าผู้พูดเริ่มเล่นดนตรีเปิดหมวกจริง ๆ ทันทีที่ทำได้
  2. ทำให้ busking กลายเป็นชื่อสถานที่
  3. หมายความว่าผู้พูดอ่านข้อความที่เขียนเกี่ยวกับการเล่นดนตรีเปิดหมวก
ดูคำตอบ

ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าผู้พูดเริ่มเล่นดนตรีเปิดหมวกจริง ๆ ทันทีที่ทำได้

ไวยากรณ์

the moment + อนุประโยค: “ทันทีที่…”

the moment I could kind of do that เป็นอนุประโยคบอกเวลา ตรงนี้ the moment หมายถึง “ทันทีที่” ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งในฐานะคำนาม ประโยคนี้บอกว่าผู้พูดเริ่มแสดงเปิดหมวกแทบจะทันทีหลังจากพอทำสิ่งนั้นได้ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประโยคหลัก + the moment + ประธาน + กริยา ส่วน kind of ทำให้ความหมายของ could do that อ่อนลง โดยสื่อว่าผู้พูดทำได้ในระดับหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์ด้านเวลาหลักยังคงเป็น “ทันทีที่ทำได้”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the moment เพื่อบอกว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากอีกการกระทำหนึ่ง?

  1. I called her because I wanted to hear the news.
  2. I called her the moment I heard the news.
  3. I called her while she was reading the news.
ดูคำตอบ

I called her the moment I heard the news.

Josh lives in London and is a busker. การใช้คำ

3:00

Josh อาศัยอยู่ในลอนดอนและเป็นนักดนตรีเปิดหมวก (busker)

This means that he performs on the street or in public places to earn money.

3:02

ซึ่งหมายความว่าเขาแสดงตามท้องถนนหรือในที่สาธารณะเพื่อหาเงิน

การใช้คำ

busker: ผู้แสดงในสถานที่สาธารณะ

busker คือผู้ที่เล่นดนตรีหรือแสดงอย่างอื่นตามถนนหรือสถานที่สาธารณะ โดยทั่วไปหวังว่าผู้คนจะให้เงิน ประโยคถัดมาในตัวอย่างอธิบายความหมายนี้โดยตรง ใจความสำคัญคือการแสดงในที่สาธารณะ ไม่ใช่ประเภทการแสดงอย่างใดอย่างหนึ่ง busker อาจร้องเพลง เล่นเครื่องดนตรี หรือแสดงอย่างอื่นก็ได้ แม้จะมีคำว่า bus อยู่ในการสะกด แต่ busker ไม่ใช่อาชีพที่เกี่ยวข้องกับรถโดยสาร และไม่ได้หมายถึง “คนขับรถโดยสาร”

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับความหมายของ busker?

  1. ผู้ที่แสดงเฉพาะบนเวทีในโรงละคร
  2. ผู้ที่มีอาชีพขับรถโดยสารในเมือง
  3. ผู้ที่แสดงในสถานที่สาธารณะ และมักทำเพื่อหารายได้
ดูคำตอบ

ผู้ที่แสดงในสถานที่สาธารณะ และมักทำเพื่อหารายได้

Busking is a common way for musicians to make money and perform to more people. โน้ต

3:07

การเล่นดนตรีเปิดหมวก (Busking) เป็นวิธีทั่วไปที่นักดนตรีใช้หาเงินและแสดงให้คนดูมากขึ้น

วัฒนธรรม

Busking: การแสดงในที่สาธารณะเพื่อรับเงินที่ผู้ชมให้โดยสมัครใจ

Busking หมายถึงการเล่นดนตรีหรือแสดงสดอย่างอื่นในที่สาธารณะ โดยปกติหวังว่าผู้ที่เดินผ่านไปมาจะให้เงินโดยสมัครใจ กิจกรรมนี้มักเกิดขึ้นตามถนน สถานี หรือจัตุรัส ในประโยคนี้ Busking เป็นชื่อของกิจกรรม คำนี้เจาะจงกว่า performing เพราะรวมทั้งบริบทของสถานที่สาธารณะและความเกี่ยวข้องกับการให้เงินโดยสมัครใจที่พบได้ทั่วไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า busking มากที่สุด

  1. นักแสดงเล่นละครเวทีที่ต้องซื้อตั๋วเข้าชม
  2. นักร้องบันทึกเพลงคนเดียวในสตูดิโอ
  3. นักไวโอลินเล่นอยู่ในจัตุรัสของเมือง ขณะที่ผู้คนที่เดินผ่านวางเหรียญไว้ให้
ดูคำตอบ

นักไวโอลินเล่นอยู่ในจัตุรัสของเมือง ขณะที่ผู้คนที่เดินผ่านวางเหรียญไว้ให้

ไวยากรณ์

a common way for musicians to...: การระบุว่าใครใช้วิธีนั้น

ในโครงสร้าง a way for someone to do something ส่วน for someone ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่ใช้วิธีนั้นได้ ส่วน to + คำกริยาบอกว่าบุคคลหรือกลุ่มนั้นทำอะไรได้ด้วยวิธีนี้ ในประโยคนี้ for musicians ระบุกลุ่มนักดนตรี โดย to เพียงคำเดียวใช้ร่วมกับทั้ง make และ perform จึงเป็นคำกริยาสองคำที่เชื่อมแบบขนานกัน กล่าวคือนักดนตรีสามารถหาเงินและแสดงให้คนจำนวนมากขึ้นชมได้ด้วย busking

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้าง a way for someone to do something โดยให้ teachers ยังคงเป็นผู้ทำกริยา: Online lessons are a common way ____ reach more learners.

ดูคำตอบ

for teachers to

And as Josh told BBC Learning English programme

3:11

และอย่างที่ Josh บอกกับรายการ

My Song My Home,

3:14

My Song My Home ของ BBC Learning English

it can help musicians to get new opportunities. วลี

3:16

มันสามารถช่วยให้นักดนตรีได้รับโอกาสใหม่ๆ ได้

วลี

help musicians to get new opportunities: help + คน + (to) + กริยา

help musicians to get new opportunities หมายถึงการช่วยให้นักดนตรีได้รับโอกาสใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น โอกาสในการทำงานหรือแสดงดนตรี ในที่นี้ get หมายถึง “ได้รับ” ไม่ใช่การหยิบสิ่งของขึ้นมา โครงสร้างคือ help + คน + (to) + กริยารูปพื้นฐาน ทั้ง help musicians to get และ help musicians get เป็นธรรมชาติ ในโครงสร้างนี้ไม่ใช้รูป -ing ต่อจากคนโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ help + คน + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าช่วยให้ใครบางคนได้รับโอกาส?

  1. The school can help to young actors get new opportunities.
  2. The school can help young actors get new opportunities.
  3. The school can help young actors getting new opportunities.
ดูคำตอบ

The school can help young actors get new opportunities.

It's been kind of like my main earner, โน้ต

3:19

มันเป็นเหมือนรายได้หลักของผมเลย

น้ำเสียง/เจตนา

kind of like: ทำให้คำอธิบายไม่ตายตัวเกินไป

ในประโยค It's been kind of like my main earner คำว่า kind of like หมายถึง “ประมาณว่า” หรือ “อาจอธิบายได้ว่าเป็น” ทำให้ main earner เป็นเพียงคำอธิบายคร่าว ๆ ไม่ใช่การนิยามอย่างเคร่งครัดและตายตัว ในที่นี้ like ใช้เพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำกริยา like ที่แปลว่า “ชอบ” ส่วน kind of เพิ่มความไม่แน่นอนหรือทำให้คำพูดนุ่มนวลขึ้น วลีเต็มนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดคุยแบบไม่เป็นทางการและกำลังเลือกคำพูด

แบบฝึกหัด

kind of like ทำหน้าที่อะไรในประโยค "It's been kind of like my main earner"?

  1. วลีนี้ทำให้คำอธิบายแน่นอนและแม่นยำอย่างสมบูรณ์
  2. วลีนี้บอกว่าผู้พูดชอบหาเงิน
  3. วลีนี้นำเสนอ my main earner เป็นคำอธิบายโดยประมาณ
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอ my main earner เป็นคำอธิบายโดยประมาณ

การใช้คำ

my main earner: แหล่งรายได้หลัก

ในประโยคนี้ my main earner หมายถึง “กิจกรรมที่สร้างรายได้ส่วนใหญ่ให้ฉัน” คำสรรพนาม it หมายถึงการแสดงเปิดหมวก ดังนั้น earner จึงหมายถึงแหล่งรายได้ ไม่ใช่คน Earner อาจหมายถึงคนที่หาเงิน หรือผลิตภัณฑ์ งาน หรือกิจกรรมที่สร้างรายได้ก็ได้ ต้องดูสิ่งที่คำนี้อ้างถึงและบริบทเพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใน “The weekend market is our main earner.” คำว่า main earner หมายถึงอะไร?

  1. คนที่ทำงานนานที่สุด
  2. กิจกรรมที่สร้างรายได้มากที่สุด
  3. สถานที่เก็บเงิน
ดูคำตอบ

กิจกรรมที่สร้างรายได้มากที่สุด

that's kept me going for the last 10 or so years. โน้ต

3:22

ที่ช่วยหล่อเลี้ยงผมมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา

สำนวน

that's kept me going: การสนับสนุนที่ช่วยให้ไปต่อได้

ในที่นี้ that’s kept me going หมายถึง “สิ่งนั้นให้สิ่งที่ฉันต้องการเพื่อเดินหน้าต่อไป” ตามบริบท รายได้จากการแสดงเปิดหมวกช่วยค้ำจุนชีวิตและงานของผู้พูดมาประมาณสิบปี That’s เป็นรูปย่อของ that has โครงสร้าง present perfect ใน has kept แสดงว่าการสนับสนุนเริ่มขึ้นในอดีตและดำเนินต่อมาตลอดช่วงเวลาจนถึงปัจจุบัน Keep someone going โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการทำให้ใครเดิน การสนับสนุนอาจเป็นเงิน อาหาร กำลัง แรงใจ หรือแรงจูงใจ ต้องดูบริบทว่าเป็นแบบใด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ keep me going เพื่อบอกว่าคำแนะนำช่วยให้ผู้พูดทำต่อไปได้: My coach's advice ____ when training felt hard.

ดูคำตอบ

kept me going

การใช้คำ

the last 10 or so years: ช่วงสิบปีที่ผ่านมาโดยประมาณ

ในวลี the last 10 or so years คำว่า or so อยู่หลังเลข 10 และหมายถึง “ประมาณ” ผู้พูดไม่ได้บอกว่าช่วงเวลานั้นยาวสิบปีพอดี the last ... years หมายถึงช่วงเวลาที่นับย้อนจากปัจจุบัน เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้จึงหมายถึงช่วงเวลาราวสิบปีที่ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ประมาณ” ให้สมบูรณ์: There were twenty ____ people at the meeting.

ดูคำตอบ

or so

From that,

3:25

จากจุดนั้น

it's then got me various different opportunities. วลี

3:25

มันก็เลยทำให้ผมได้รับโอกาสอื่นๆ ที่หลากหลายตามมา

วลี

got me various different opportunities: ทำให้ใครบางคนได้รับบางสิ่ง

ใน got me various different opportunities คำว่า get ใช้โครงสร้าง get + คน + สิ่งของ โดย me คือคนที่ได้รับโอกาส ดังนั้น got me จึงหมายถึง “นำมาให้ฉัน” หรือ “ช่วยให้ฉันได้รับ” ไม่ได้หมายถึง “จับฉัน” Various different เน้นว่าโอกาสมีหลายประเภท หากต้องการใช้ถ้อยคำที่กระชับกว่า various opportunities ก็สื่อใจความหลักเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get ในรูปอดีต เพื่อให้หมายความว่าแฟ้มผลงานนำโอกาสมาให้ผู้พูด: My portfolio ____ several job opportunities.

ดูคำตอบ

got me

It's got me all my gigs,

3:29

มันทำให้ผมได้งานแสดงทั้งหมด

got me all my connections.

3:30

ทำให้ผมมีคอนเนกชันทั้งหมด

So I owe a lot to busking. สำนวน

3:32

ผมเลยเป็นหนี้บุญคุณการเล่นดนตรีเปิดหมวกมากๆ

สำนวน

owe a lot to busking: ยกความดีความชอบให้แหล่งสำคัญ

ในที่นี้ owe a lot to busking ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นหนี้เงิน แต่หมายถึงการเล่นดนตรีข้างถนนช่วยผู้พูดอย่างมาก และมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จหรือโอกาสที่ตามมา ใช้ owe a lot to + คน ประสบการณ์ หรือกิจกรรม เพื่อยกความดีความชอบส่วนใหญ่ของผลลัพธ์ที่ดีให้กับสิ่งนั้น โดยอาจละผลลัพธ์ไว้ให้เข้าใจจากบทสนทนาได้

แบบฝึกหัด

ใน “I owe a lot to busking” คำว่า owe a lot to หมายถึงอะไร?

  1. ต้องชำระคืนเป็นเงิน
  2. สิ่งนั้นช่วยอย่างมากและควรได้รับความดีความชอบส่วนใหญ่
  3. ตอนนี้ไม่ได้รับอนุญาตแล้ว
  4. เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นช่วยอย่างมากและควรได้รับความดีความชอบส่วนใหญ่

Busking is Josh's main earner,

3:33

การเล่นดนตรีเปิดหมวกเป็นรายได้หลัก (main earner) ของ Josh

it's his main source of money.

3:36

มันคือแหล่งเงินหลักของเขา

He says that busking has got him all his gigs and connections.

3:38

เขาบอกว่าการเปิดหมวกทำให้เขาได้งานแสดง (gigs) และคอนเนกชันทั้งหมด

Gigs are musical concerts การใช้คำ

3:42

Gigs คือการแสดงคอนเสิร์ต

and it's an informal slang word.

3:44

และเป็นคำสแลงที่ไม่เป็นทางการ

การใช้คำ

Gigs are musical concerts: การใช้ gig แบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ gigs หมายถึงการแสดงดนตรีสดของนักร้อง วงดนตรี หรือนักดนตรีคนอื่น ๆ คำนี้มีความหมายเกี่ยวข้องกับ concerts แต่ gig มักสื่อว่าเป็นหนึ่งในงานแสดงที่นักดนตรีรับเล่นเป็นประจำ ในบริบทอื่น gig อาจหมายถึงงานชั่วคราวหรืองานอิสระได้ด้วย คำว่า musical concerts ทำให้ชัดเจนว่าที่นี่หมายถึงการแสดงดนตรี

แบบฝึกหัด

ใช้คำดนตรีแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: Our band has a ____ at a local cafe tonight.

ดูคำตอบ

gig

Josh says he owes a lot to busking.

3:47

Josh บอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณ (owes a lot to) การเปิดหมวกเป็นอย่างมาก

If you owe a lot to someone or something,

3:49

ถ้าคุณติดค้างบุญคุณหรือเป็นหนี้บุญคุณใครหรือสิ่งใดมากๆ

you have success or happiness because of that personal thing.

3:52

แสดงว่าคุณมีความสำเร็จหรือความสุขเพราะคนหรือสิ่งนั้น

So,

3:56

เอาล่ะ

would you like to listen to some of Josh's music Neil? น้ำเสียง/เจตนา

3:57

คุณอยากลองฟังเพลงของ Josh หน่อยไหมล่ะ Neil?

น้ำเสียง/เจตนา

would you like to listen to: การเชิญอย่างสุภาพ

Would you like to listen to ...? ใช้เชิญอีกฝ่ายให้ฟังบางอย่างอย่างสุภาพ ในประโยคนี้ would ทำให้คำถามฟังนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้บอกถึงความต้องการในอดีต โครงสร้างคือ Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐาน? คำกริยาในที่นี้คือ listen เมื่อระบุสิ่งที่ฟัง ต้องมี to ตามหลัง listen เช่น listen to some music

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญที่สุภาพด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ listen to this song with me?

ดูคำตอบ

Would you like to

Of course I would. น้ำเสียง/เจตนา

4:00

แน่นอน ผมอยากฟังครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Of course I would: ใช้กริยาช่วยตัวเดียวกัน

Of course I would. เป็นคำตอบรับอย่างกระตือรือร้นต่อคำถามก่อนหน้า Would you like to listen...? ในคำตอบนี้ยังคง would ไว้ และละคำที่ซ้ำคือ like to listen ในคำตอบสั้น ๆ ภาษาอังกฤษมักใช้กริยาช่วยตัวเดียวกับในคำถาม ที่นี่ would รับความหมายของส่วนที่ละไว้คือ would like to listen ส่วน Of course แสดงความเต็มใจอย่างชัดเจนและมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ด้วยกริยาช่วยที่ตรงกับคำถาม: Would you like to visit the museum? — Of course I ____.

ดูคำตอบ

would

Well,

4:01

งั้น

here's a bit of his song That Side of the Wall วลี

4:01

นี่คือส่วนหนึ่งของเพลง That Side of the Wall ของเขา

วลี

here's a bit of ...: การเกริ่นนำตัวอย่างสั้น ๆ

Here's a bit of ... ใช้เกริ่นนำส่วนสั้น ๆ ของสิ่งที่ผู้ฟังกำลังจะได้ฟัง ดู หรืออ่าน ในประโยคนี้ใช้เพื่อเกริ่นนำตัวอย่างสั้น ๆ จากเพลง Here's เป็นรูปย่อของ Here is ส่วน a bit of บอกเพียงปริมาณว่าเป็นส่วนเล็ก ๆ ไม่ได้หมายความว่าเพลงนั้นไม่มีคุณค่า

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นของผู้นำเสนอด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ต่อไปนี้คือตัวอย่างสั้น ๆ”: ____ the recording.

ดูคำตอบ

Here's a bit of

which he performed for BBC Learning English programme, My Song My Home.

4:04

ซึ่งเขาได้แสดงไว้ในรายการ My Song My Home ของ BBC Learning English ค่ะ

Can you leave me something? ไวยากรณ์

4:08

คุณช่วยทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ฉันได้ไหม?

ไวยากรณ์

Can you leave me something?: โครงสร้าง leave + คน + สิ่งของ

Leave + คน + สิ่งของ เป็นโครงสร้างกรรมสองตัวที่หมายถึงการเก็บ วาง หรือจัดเตรียมสิ่งของไว้ให้คนนั้น ใน leave me something คำว่า me คือผู้รับ และ something คือสิ่งที่ถูกเหลือไว้ รูป leave something for me มีความหมายพื้นฐานเหมือนกัน อย่าเข้าใจ leave me something ว่า “ไปให้ห่างจากฉัน” เพราะความหมายอีกแบบของ leave ไม่เข้ากับโครงสร้างกรรมนี้

แบบฝึกหัด

เรียง leave, me และ a message ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำขอให้สมบูรณ์: If I don't answer, please ____.

ดูคำตอบ

leave me a message

Can you leave it by the door?

4:12

ช่วยทิ้งมันไว้ที่ประตูได้ไหม?

So I know there's something or someone

4:16

เพื่อให้ฉันได้รู้ว่ามีบางสิ่งหรือบางคน

That side of the wall. สำนวน

4:21

อยู่ที่หลังกำแพงฝั่งนั้น

สำนวน

That side of the wall: สถานที่และภาพแทนของการแบ่งแยก

That side of the wall ตามตัวอักษรหมายถึงฝั่งที่มีกำแพงกั้นออกจากผู้พูด ในบรรทัดนี้ วลีนี้บอกว่า “บางสิ่งหรือใครบางคน” อาจอยู่ที่ไหน ในเนื้อเพลง กำแพงอาจเป็นภาพแทนของระยะห่างหรือการแบ่งแยกได้ด้วย ที่นี่อาจสื่อว่าความผูกพันหรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอยู่เลยสิ่งกีดขวางออกไป นี่เป็นการตีความจากบริบท ไม่ใช่ความหมายตายตัวของวลีนี้

แบบฝึกหัด

ในเนื้อเพลงนี้ ควรตีความ “That side of the wall” อย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

  1. กฎที่กำหนดว่าคนหนึ่งต้องยืนอยู่ฝั่งใดของกำแพง
  2. สถานที่ที่อยู่อีกฟากของสิ่งกีดขวาง และอาจสื่อถึงระยะห่างหรือการแบ่งแยกด้วย
  3. ทิศทางทางกายภาพที่แน่นอนเท่านั้น โดยไม่มีความหมายแฝงอื่น
ดูคำตอบ

สถานที่ที่อยู่อีกฟากของสิ่งกีดขวาง และอาจสื่อถึงระยะห่างหรือการแบ่งแยกด้วย

Stop the heat from coming. ไวยากรณ์

4:24

หยุดความร้อนไม่ให้เข้ามา

ไวยากรณ์

Stop the heat from coming: stop + กรรม + from + V-ing

Stop the heat from coming ใช้โครงสร้าง stop + object + from + V-ing เพื่อหมายถึง “ป้องกันไม่ให้กรรมทำบางสิ่ง” หรือ “ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกรรมนั้นเกิดขึ้น” the heat คือกรรม และ coming คือการกระทำที่ถูกขัดขวาง หลัง from ต้องใช้รูป -ing คือ coming ไม่ใช่ come โครงสร้างนี้ใช้ได้กับคน สิ่งของ และเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง stop + object + from + V-ing ให้สมบูรณ์โดยใช้ blow: The window screen stops leaves ____ into the room.

ดูคำตอบ

from blowing

'Cause I always liked the cold. การใช้คำ

4:28

เพราะฉันชอบความหนาวเย็นเสมอ

การใช้คำ

'Cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because

'Cause เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because และใช้บอกเหตุผลของความคิดเหมือนกับ because เครื่องหมายอะพอสทรอฟีแสดงว่าส่วนต้นของคำเต็มถูกตัดออกไป เมื่ออยู่ต้นบรรทัด 'Cause บอกว่าผู้พูดกำลังให้คำอธิบาย รูปนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในการสนทนาและเนื้อเพลง

แบบฝึกหัด

ในบรรทัดนี้ 'Cause หมายความว่าอะไร?

  1. perhaps
  2. because
  3. although
  4. before
ดูคำตอบ

because

I need some belonging การใช้คำ

4:32

ฉันต้องการความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

or someone at that side of the wall.

4:35

หรือใครสักคนที่อยู่หลังกำแพงฝั่งนั้น

การใช้คำ

I need some belonging: belonging ในความหมายว่าความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

ใน I need some belonging คำว่า belonging เป็นคำนามนามธรรม หมายถึงความรู้สึกว่าได้รับการยอมรับ เชื่อมโยงกับผู้อื่น และรู้สึกว่าตนมีที่ทางท่ามกลางผู้คนหรือในสถานที่หนึ่ง ที่นี่ไม่ใช่รูป -ing ที่บอกว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่ผู้พูดบอกว่าตนต้องการ คำว่า some belonging เป็นสำนวนเชิงกวีและเหมาะกับเนื้อเพลง ในภาษาอังกฤษทั่วไป a sense of belonging เป็นวลีที่พบบ่อยกว่า

แบบฝึกหัด

ใน I need some belonging คำว่า belonging หมายความว่าอะไร?

  1. การสร้างกำแพง
  2. สิ่งของที่บุคคลเป็นเจ้าของ
  3. ความรู้สึกว่าได้รับการยอมรับและเชื่อมโยงกับผู้อื่น
  4. ความต้องการอยู่คนเดียว
ดูคำตอบ

ความรู้สึกว่าได้รับการยอมรับและเชื่อมโยงกับผู้อื่น

Wow, Josh is pretty good, ไวยากรณ์

4:40

ว้าว Josh เล่นเก่งมากเลยนะเนี่ย

isn't he?

4:41

ว่าไหมล่ะ?

ไวยากรณ์

Josh is pretty good, isn't he? — คำถามพ่วงท้ายเพื่อขอความเห็นพ้อง

ประโยค Josh is pretty good เป็นประโยคบอกเล่าแบบบวก ดังนั้นคำถามพ่วงท้ายสั้น ๆ จึงเป็นรูปปฏิเสธว่า isn't he? โดยใช้กริยา be ซ้ำและเปลี่ยน Josh เป็นสรรพนาม he ในที่นี้ผู้พูดกำลังชม Josh และชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยหรือยืนยัน คำถามพ่วงท้ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความคิดเห็นทั้งหมด ไม่ใช่คำถามใหม่ที่แยกออกมาต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงท้ายด้วยคำที่ถูกต้องสองคำ: Daniel is very helpful, ____?

ดูคำตอบ

isn't he

I'd love to hear more. น้ำเสียง/เจตนา

4:41

ผมอยากฟังอีกจัง

น้ำเสียง/เจตนา

I'd love to hear more — การแสดงความสนใจอย่างสุภาพและกระตือรือร้น

I'd เป็นรูปย่อของ I would โครงสร้าง would love to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความเต็มใจหรือความต้องการที่ชัดเจนและเป็นบวก ไม่ได้กล่าวถึงความรักหรือความชอบในอดีต ใน I'd love to hear more ผู้พูดแสดงความสนใจอย่างสุภาพและอบอุ่นว่าต้องการฟังต่อหรือรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งเล่า

แบบฝึกหัด

คำตอบใดแสดงอย่างสุภาพและกระตือรือร้นว่าคุณต้องการให้ผู้พูดเล่าต่อ?

  1. I'd love to hear more.
  2. I want you to keep talking.
  3. I heard more yesterday.
  4. I'd rather not hear any more.
ดูคำตอบ

I'd love to hear more.

Well,

4:43

เอาล่ะ

you can find performances by the musicians in the series on our website bbclearningenglish.com

4:43

คุณสามารถค้นหาการแสดงของเหล่านักดนตรีในซีรีส์นี้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com

and we'll also put a link in the notes below this episode. วลี

4:49

และเราจะใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายด้านล่างของตอนนี้ด้วยนะคะ

วลี

put a link in the notes below this episode: ใส่ลิงก์ในหมายเหตุใต้ตอน

Put a link in the notes below this episode หมายถึงเพิ่มลิงก์ที่คลิกได้ลงในข้อความประกอบตอนนี้ ในที่นี้ the notes below this episode คือส่วนคำอธิบายหรือหมายเหตุสาธารณะที่อยู่ใต้เนื้อหา ไม่ใช่บันทึกที่เขียนด้วยมือ ผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังว่าจะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไหน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put a link in + ส่วนหนึ่งของหน้าเว็บ

แบบฝึกหัด

ในหน้าพอดแคสต์ “the notes below this episode” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ตอนถัดไปในชุดรายการ
  2. สมุดบันทึกส่วนตัวที่ใช้ระหว่างการบันทึกเสียง
  3. ส่วนข้อมูลที่เป็นข้อความใต้ตอนนั้น
  4. หมายเหตุที่พิมพ์อยู่ในหนังสือดนตรี
ดูคำตอบ

ส่วนข้อมูลที่เป็นข้อความใต้ตอนนั้น

Okay,

4:53

โอเค

so what about your question Pippa?

4:53

แล้วคำถามของคุณล่ะ Pippa?

Yes,

4:56

ใช่ค่ะ

I asked which artist had the most number one songs in the UK charts, ไวยากรณ์

4:56

ฉันถามว่าศิลปินคนไหนมีเพลงนัมเบอร์วันในชาร์ตของสหราชอาณาจักรมากที่สุด

ไวยากรณ์

which artist had ...: คำถามทางอ้อมหลัง I asked

อนุประโยคที่ไฮไลต์เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ในประโยค โดยบอกเนื้อหาว่า I asked ถามอะไร Which artist เป็นประธานของ had และ the most number one songs เป็นกรรม คำถามทางอ้อมไม่สลับลำดับคำแบบคำถามและไม่เติม do หรือ did คำถามตรงคือ Which artist had ...? ในกรณีนี้คำถามทางอ้อมมีลำดับคำภายในเหมือนกัน เพราะ which artist เป็นประธานอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ which runner และ win เติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์: I asked ____ the race.

ดูคำตอบ

which runner won

The Beatles, Ed Sheeran, or Elvis Presley.

5:01

The Beatles, Ed Sheeran หรือ Elvis Presley

And you said The Beatles Neil,

5:04

และคุณตอบว่า The Beatles นะ Neil

but the answer is actually Elvis Presley. ลำดับความ

5:07

แต่คำตอบที่แท้จริงคือ Elvis Presley ค่ะ

ลำดับความ

but the answer is actually ...: การแก้คำตอบที่เดาไว้

but บอกว่าข้อมูลถัดไปต่างจากสิ่งที่เดาไว้ก่อนหน้า จากนั้น the answer is actually Elvis Presley จึงบอกคำตอบที่แก้ไขแล้ว ในที่นี้ actually ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริง แต่ช่วยชี้อย่างนุ่มนวลว่า Elvis Presley คือคำตอบที่คาดไม่ถึงหรือคำตอบที่ถูกต้อง ใช้รูปแบบ but the answer is actually ... เมื่อต้องเฉลยคำตอบที่ถูกหลังจากมีคนเดาผิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้คำตอบโดยใช้รูปแบบที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: Leo guessed Mars, ____ Venus.

ดูคำตอบ

but the answer is actually

He's had 21 number one songs and The Beatles have had 18.

5:09

เขามีเพลงอันดับหนึ่ง 21 เพลง ส่วน The Beatles มี 18 เพลง

Really?

5:14

จริงเหรอเนี่ย?

Well, that's okay.

5:15

ก็โอเคครับ

I love the King as well. วัฒนธรรม

5:16

ผมก็ชอบราชาเพลงร็อกแอนด์โรลเหมือนกัน

วัฒนธรรม

the King: ฉายาของ Elvis Presley

ในประโยคนี้ the King เป็นฉายาที่รู้จักกันดีของ Elvis Presley และเป็นรูปย่อของ the King of Rock and Roll ไม่ได้หมายถึงกษัตริย์จริง ๆ หรือพระมหากษัตริย์อังกฤษ การกล่าวถึง Elvis ก่อนหน้านี้และหัวข้อเรื่องดนตรีช่วยบอกว่าฉายานี้หมายถึงใคร ในบริบทอื่น the King อาจหมายถึงคนอื่น จึงต้องดูชื่อที่อยู่ใกล้เคียงและหัวข้อประกอบ

แบบฝึกหัด

ในบทความเกี่ยวกับดนตรี ประโยคหนึ่งกล่าวชื่อ Elvis Presley จากนั้นมีประโยคว่า “The King changed popular music.” the King หมายถึงใคร?

  1. พระมหากษัตริย์อังกฤษ
  2. Elvis Presley
  3. นักร้องคนใดก็ตามที่มีเพลงฮิต
ดูคำตอบ

Elvis Presley

Okay.

5:17

โอเคค่ะ

Okay, let's recap the vocabulary we've learned in this musical episode ลำดับความ

5:18

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้ในเอพพิโสดเกี่ยวกับดนตรีนี้กัน

ลำดับความ

Let's recap ...: สัญญาณให้เริ่มทบทวนสั้น ๆ

Let's recap ... บอกผู้ฟังว่าการพูดคุยหลักกำลังจะจบลงและจะเริ่มทบทวนสั้น ๆ ในที่นี้ recap หมายถึงการย้อนดูประเด็นสำคัญอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การสอนเนื้อหาทั้งตอนใหม่อีกครั้ง สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับรายการโดยเปลี่ยนจากการพูดคุยหลักไปสู่การสรุป และเตรียมให้ผู้ฟังได้ยินคำศัพท์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้อีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสองคำจากตัวอย่างที่ชวนกลุ่มให้เริ่มทบทวนสั้น ๆ เพื่อเติมประโยค: Before we leave, ____ the main points from today's lesson.

ดูคำตอบ

let's recap

starting with open mic nights,

5:22

เริ่มจาก open mic nights

events where anyone can sing or play music.

5:24

กิจกรรมที่ใครก็สามารถร้องเพลงหรือเล่นดนตรีได้

Songwriters' circles are meetings for people interested in writing their own music.

5:28

Songwriters' circles คือการพบปะของคนที่สนใจเขียนเพลงของตนเอง

A bunch of people is a group of people.

5:32

A bunch of people คือกลุ่มคน

The expression take someone under your wing means to protect or guide someone.

5:35

สำนวน take someone under your wing หมายถึงการปกป้องหรือชี้แนะใครสักคน

Busking is performing in a public place for money

5:40

Busking คือการแสดงในที่สาธารณะเพื่อหาเงิน

and a busker is someone who performs on the street for money.

5:43

และ busker คือคนที่แสดงโชว์เปิดหมวกบนถนนเพื่อหาเงิน

Your main earner is your main source of income.

5:47

main earner ของคุณคือแหล่งรายได้หลักของคุณ

Gigs are musical concerts.

5:50

Gigs คือการแสดงคอนเสิร์ต

And the expression to owe a lot to someone or something

5:52

และสำนวน to owe a lot to someone or something

means to have success or happiness because of that person or thing.

5:56

หมายถึงการได้รับความสำเร็จหรือความสุขเนื่องจากบุคคลหรือสิ่งนั้นๆ

Once again,

5:59

อีกครั้งนะคะ

our 6 Minutes are up but you can find My Song My Home สำนวน

6:00

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว แต่คุณสามารถหารายการ My Song My Home

on our website bbclearningenglish.com.

6:04

บนเว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com ได้นะคะ

สำนวน

our 6 Minutes are up: เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว

ใน our 6 Minutes are up คำว่า are up หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ รูปที่ใช้ทั่วไปคือ Time is up แต่เมื่อประธานเป็น minutes ซึ่งเป็นพหูพจน์ คำกริยาจะเปลี่ยนเป็น are up ในที่นี้เกี่ยวกับเส้นตายหรือเวลาจำกัด ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ มักใช้บอกว่ากิจกรรม การสอบ การประชุม หรือรายการต้องจบลงแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสองคำจากตัวอย่างเพื่อแสดงว่าเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว: The timer rang, so our five minutes ____.

ดูคำตอบ

are up

Watch the songs and sing along and learn more about the vocabulary in the lyrics. กริยาวลี

6:07

ดูวิดีโอเพลงและร้องตาม แล้วมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคำศัพท์ในเนื้อเพลง

กริยาวลี

and sing along: ร่วมร้องไปกับเพลง

Sing along หมายถึงการร่วมร้องไปกับดนตรี เสียงบันทึก หรือคนอื่นที่กำลังร้องอยู่แล้ว ตรงนี้ along หมายถึง “ไปพร้อมกับสิ่งที่ได้ยิน” ไม่ใช่ “ไปตามแนวถนน” คำว่า and เชื่อมการกระทำนี้กับ watch the songs คือชวนผู้ชมให้ดูและร่วมร้องไปด้วย หากต้องการบอกว่าร้องตามอะไรหรือใคร ใช้รูป sing along with + เพลง เสียงบันทึก หรือบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ร่วมร้องไปกับเพลง”: When the chorus begins, everyone can ____.

ดูคำตอบ

sing along

We'll see you again soon for some more trending topics and useful vocabulary. การใช้คำ

6:12

เราจะพบกันใหม่เร็วๆ นี้พร้อมกับหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสและคำศัพท์ที่มีประโยชน์

การใช้คำ

trending topics: หัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจ

Trending topics คือหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากในขณะนี้ โดยเฉพาะจากการค้นหา โพสต์ การแชร์ หรือการนำเสนอข่าว ตรงนี้ trending เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย topics วลีนี้บอกผู้ชมว่าเนื้อหาครั้งต่อไปจะพูดถึงสิ่งที่ผู้คนกำลังสนทนากันอยู่ จึงหมายถึง “หัวข้อที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง” ไม่ใช่แค่ “หัวข้อที่เกี่ยวกับแนวโน้ม”

แบบฝึกหัด

trending topics มักหมายถึงอะไรในบริบทของสื่อและโลกออนไลน์?

  1. หัวข้อที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
  2. เสื้อผ้าและรองเท้าที่ทันสมัย
  3. หัวข้อที่คนจำนวนมากกำลังพูดถึงอยู่
ดูคำตอบ

หัวข้อที่คนจำนวนมากกำลังพูดถึงอยู่

Bye for now.

6:16

สำหรับตอนนี้ ลาก่อนค่ะ

Goodbye.

6:17

ลาก่อนครับ

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:19

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com