ประวัติศาสตร์สุดเพี้ยนของทฤษฎีเซลล์ - Lauren Royal-Woods: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าประวัติอันไม่ธรรมดาของทฤษฎีเซลล์ ตั้งแต่กล้องจุลทรรศน์ยุคแรกและการสังเกตแบคทีเรียกับไม้ก๊อก ไปจนถึงข้อขัดแย้งระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้วางหลักว่าสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยเซลล์ และเซลล์ใหม่เกิดจากเซลล์ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. is said to have — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การสังเกตและใช้โครงสร้าง passive perfect เพื่อรายงานคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับอดีตโดยไม่ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน ในเรื่องนี้โครงสร้างดังกล่าวช่วยกล่าวว่าแจนเซนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คิดค้นกล้องจุลทรรศน์เชิงประกอบ พร้อมคงน้ำเสียงระมัดระวังเพราะคำกล่าวอ้างนี้ยังมีข้อโต้แย้ง 2. to say the least, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าการกล่าวแบบลดระดับโดยเจตนาสามารถบอกเป็นนัยว่าปฏิกิริยาจริงรุนแรงกว่าถ้อยคำมาก ที่นี่สำนวนทำให้ความไม่พอใจของนิวตันต่อคำกล่าวของฮุกฟังดูเบาลง แต่ยังสื่อว่าความขัดแย้งของทั้งคู่ลึกซึ้งและยืดเยื้อ 3. A bone of contention — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ใช้สำนวนนี้เพื่อระบุประเด็นเฉพาะที่เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง แทนการบอกเพียงว่ามีการโต้เถียง ในประวัติทฤษฎีเซลล์ สำนวนนี้นำเข้าสู่ข้อพิพาทว่าเซลล์เกิดจากเซลล์เดิมหรือก่อตัวขึ้นเองโดยธรรมชาติ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
One of the great things about science is that when scientists make a discovery, โน้ต
0:13หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ก็คือ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
One of the great things about ... is that ...: ประเมินก่อน แล้วจึงอธิบาย
One of the great things about science เริ่มด้วยการประเมินในแง่บวกและเลือกข้อดีหรือลักษณะเด่นหนึ่งอย่างจากหลายอย่าง ในที่นี้ things หมายถึงแง่มุมหรือคุณสมบัติ ไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ คำกริยาเชื่อม is นำเข้าส่วนขยายที่ขึ้นต้นด้วย that เพื่ออธิบายว่าข้อดีนั้นคืออะไร: One of the great things about X is that .... โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกการประเมินก่อน แล้วจึงจัดลำดับคำอธิบายที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างการประเมินเป้าหมาย: ____ our school garden ____ everyone can help grow food.
ดูคำตอบ
One of the great things about · is that
make a discovery: คำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
Make a discovery เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึง “ค้นพบหรือเรียนรู้บางสิ่งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นที่รู้จัก” ในประโยคนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อค้นพบใหม่ โดย make ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ รูปแบบคือ make + a/an + discovery และ make เปลี่ยนไปตามกาลเป็น make, makes, made โครงสร้างที่ใช้คำนามนี้เน้นที่ตัวการค้นพบเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกับ discovery อย่างเป็นธรรมชาติ: During the experiment, the team may ____ a discovery.
ดูคำตอบ
make
in a prescribed manner: ตามวิธีที่กำหนดไว้
in a prescribed manner หมายถึง “ด้วยวิธีที่ถูกกำหนดหรือบังคับไว้ล่วงหน้า” ในที่นี้ prescribed ขยายคำว่า manner ไม่ได้หมายถึงการที่แพทย์สั่งยาโดยเฉพาะ เมื่อใช้กับ not always ผู้พูดกำลังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการค้นพบต้องเป็นไปตามกระบวนการตายตัวที่วางแผนไว้อย่างเป็นทางการเพียงแบบเดียว manner เป็นคำที่เป็นทางการกว่า way จึงเหมาะกับการพูดถึงกฎและขั้นตอน
แบบฝึกหัด
in a prescribed manner ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ด้วยวิธีที่เกิดขึ้นโดยไม่มีแผนใด ๆ
- ด้วยวิธีที่เกี่ยวข้องกับยาจากแพทย์
- ด้วยวิธีที่ถูกกำหนดไว้อย่างเป็นทางการแล้ว
ดูคำตอบ
ด้วยวิธีที่ถูกกำหนดไว้อย่างเป็นทางการแล้ว
as in only in a laboratory under strict settings
0:21เช่น ต้องอยู่ในห้องทดลองภายใต้สภาพแวดล้อมที่เข้มงวดเท่านั้น
with white lab coats and all sorts of neat science gizmos that go beep. โน้ต
0:24พร้อมกับชุดกาวน์สีขาวและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์เก๋ไก๋สารพัดชนิดที่ส่งเสียงปี๊บๆ
all sorts of: หลายชนิดหลากแบบ
all sorts of หมายถึง “หลายชนิดหลากแบบ” ในที่นี้ sorts เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึง types หรือ kinds ไม่ใช่คำกริยา sort ที่แปลว่า “จัดเรียงตามลำดับ” วลีนี้ทำให้รายการฟังดูกว้างและเป็นกันเอง ผู้พูดกำลังนึกถึงอุปกรณ์วิทยาศาสตร์หลากหลายชนิด แทนที่จะเอ่ยชื่อทีละชนิด ให้วาง all sorts of ไว้หน้าคำนามที่ขยาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หลายชนิดหลากแบบ”: The workshop has ____ tools for young inventors.
ดูคำตอบ
all sorts of
gizmos: ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของอุปกรณ์ชิ้นเล็ก
gizmos เป็นรูปพหูพจน์ของ gizmo ซึ่งเป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ เมื่อผู้พูดไม่รู้ชื่อที่แน่นอนหรือเห็นว่าไม่จำเป็นต้องระบุชื่อให้ชัดเจน ในประโยคนี้ คำนี้ใช้เรียกรวม ๆ ถึงอุปกรณ์ในห้องทดลองที่ส่งเสียงบี๊บ ไม่ใช่ชื่อของเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชนิดใดชนิดหนึ่ง คำนี้ทำให้คำบรรยายฟังดูสบาย ๆ และขี้เล่น
แบบฝึกหัด
ในการพูดแบบสบาย ๆ gizmos ในที่นี้น่าจะหมายถึงอะไร
- อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อแน่นอนไม่สำคัญ
- เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อทางการ
- เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้เฉพาะในโรงงาน
ดูคำตอบ
อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อแน่นอนไม่สำคัญ
the events and people involved in some of the major scientific discoveries
0:30เหตุการณ์และผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญบางอย่าง
are as weird and varied as they get. ไวยากรณ์
0:34มีความแปลกประหลาดและหลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
as weird and varied as they get: เน้นระดับที่เกือบถึงขีดสุด
โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as they get หมายความว่าลักษณะนั้นอยู่ในระดับสูงสุดหรือเกือบสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ weird และ varied อยู่ในโครงสร้างเดียวกัน จึงเน้นทั้งความแปลกและความหลากหลายอย่างมาก They ย้อนกลับไปหมายถึงเหตุการณ์และผู้คนหลายคนที่กำลังกล่าวถึง ส่วน get ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” แต่ as they get เป็นส่วนที่ทำให้โครงสร้างบอกระดับสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง as ... as they get ให้สมบูรณ์: These roller coasters are as scary as ____.
ดูคำตอบ
they get
case in point: เกริ่นหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้าง
case in point ใช้เกริ่นตัวอย่างเฉพาะที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าโดยตรง โดยพาผู้ฟังจากข้อความทั่วไปไปสู่หลักฐานที่สนับสนุนข้อความนั้น ใน My case in point คำว่า my บอกว่านี่คือตัวอย่างที่ผู้พูดเลือกมาเป็นหลักฐาน คำว่า case ในที่นี้หมายถึง “ตัวอย่าง” ไม่ใช่คดีทางกฎหมาย
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งกล่าวว่า “School gardens can teach useful skills.” ประโยคใดใช้ case in point ได้ถูกต้องเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้
- Case in point: the garden gate is painted green.
- Case in point: our class learned how to measure soil moisture.
- For example, tomorrow is a holiday.
ดูคำตอบ
Case in point: our class learned how to measure soil moisture.
1. All organisms are composed of one or more cells. การใช้คำ
0:441. สิ่งมีชีวิตทั้งหมดประกอบด้วยเซลล์หนึ่งเซลล์หรือมากกว่านั้น
are composed of: ระบุส่วนประกอบขององค์รวม
be composed of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานบอกสิ่งที่เป็นองค์รวม ส่วนวลีคำนามหลัง of บอกส่วนประกอบ ในประโยคนี้ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดเป็นองค์รวม และเซลล์หนึ่งเซลล์หรือมากกว่าเป็นส่วนประกอบ โครงสร้างคือ be + composed + of คำกริยา be เปลี่ยนตามกาลและจำนวน โดย are ในที่นี้สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ all organisms คำว่า composed ตรงนี้หมายถึง “ประกอบขึ้น” ไม่ใช่ “แต่งเพลง”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัว be composed of ให้สมบูรณ์: The science team is ____ of four students and one teacher.
ดูคำตอบ
composed
2. The cell is the basic unit of structure and organization in organisms. วลี
0:482. เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของโครงสร้างและการจัดการในสิ่งมีชีวิต
the basic unit of ในคำนิยามทางวิทยาศาสตร์
วลี the basic unit of ระบุว่าสิ่งหนึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ระบบใหญ่กว่าใช้ในการสร้างหรือจัดระเบียบ ในที่นี้ unit หมายถึง “หน่วยองค์ประกอบ” ไม่ใช่หน่วยวัด รูปแบบที่พบบ่อยในคำนิยามคือ A is the basic unit of B โดย A คือองค์ประกอบ และ B คือระบบหรือขอบเขตที่ใหญ่กว่า คำนำหน้านาม the ทำให้ A ถูกนำเสนอว่าเป็นหน่วยพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับในคำนิยามนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามด้วยวลีเป้าหมาย: A pixel is ____ a digital image.
ดูคำตอบ
the basic unit of
To be honest: ใช้เกริ่นความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
To be honest เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกความคิดเห็นหรือความรู้สึกส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา มักใช้เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับความเห็นที่ตรง เชิงลบ หรืออาจคาดไม่ถึง โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านี้ผู้พูดโกหก แต่เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่ทำให้ข้อความถัดไปถูกมองว่าเป็นคำพูดที่จริงใจและตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: "To be honest, I don't think this plan will work." To be honest ทำหน้าที่อะไร?
- แสดงว่าความคิดเห็นนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
- ยอมรับว่าคำพูดก่อนหน้านี้เป็นเรื่องโกหก
- ใช้เกริ่นความคิดเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นความคิดเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา
until you dig a little deeper into how the world of microscopic organisms สำนวน
1:01จนกระทั่งคุณได้เจาะลึกลงไปอีกนิดว่าโลกของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
dig a little deeper into: ศึกษาหัวข้อให้ลึกขึ้น
dig a little deeper into เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการพิจารณาหัวข้อหนึ่งให้ละเอียดขึ้น เพื่อให้เห็นสิ่งที่ตอนแรกยังไม่ชัดเจน คำว่า dig ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขุดดิน แต่สื่อว่าการดูให้ลึกขึ้นจะเผยให้เห็นคำอธิบายที่น่าสนใจกว่าเดิม โครงสร้างคือ dig (a little) deeper into + หัวข้อหรืออนุประโยคที่แสดงคำถาม เช่น into the data หรือ into why it happened คำว่า a little ช่วยให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลขึ้น และหมายถึงให้ดูต่อไปอีกเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการพิจารณาให้ละเอียดขึ้น: Before we decide, let's ____ the data.
ดูคำตอบ
dig a little deeper into
came to be: เริ่มมีอยู่หรือก่อตัวขึ้น
came to be หมายถึงบางสิ่งเริ่มมีอยู่หรือค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามเวลา ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวมองย้อนกลับไปยังกระบวนการที่ทำให้เกิดทฤษฎี ไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีเดินทางไปยังสถานที่ใด รูปพื้นฐานคือ come to be และ came แสดงเวลาในอดีต โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการอธิบายว่าแนวคิด สถาบัน ธรรมเนียม หรือสถานการณ์หนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ "this theory came to be" หมายความว่าอะไร?
- ทฤษฎีเปลี่ยนเป็นอีกทฤษฎีหนึ่งที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
- ทฤษฎีค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นหรือเริ่มมีอยู่
- มีคนนำทฤษฎีมาที่สถานที่แห่งนี้
ดูคำตอบ
ทฤษฎีค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นหรือเริ่มมีอยู่
It all started in the early 1600s in the Netherlands,
1:08เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ในประเทศเนเธอร์แลนด์
is said to have come up with the first compound microscope, โน้ต
1:13กล่าวกันว่าเป็นผู้คิดค้นกล้องจุลทรรศน์แบบประกอบตัวแรกขึ้นมา
is said to have + กริยาช่อง 3: กล่าวกันว่าเคยทำสิ่งหนึ่ง
is said to have + กริยาช่อง 3 เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ หมายถึงผู้คนหรือแหล่งข้อมูลกล่าวอ้างบางอย่างเกี่ยวกับประธาน แต่ผู้พูดยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง said ไม่ได้หมายความว่า Janssen เป็นคนพูดเรื่องนี้เอง to have come up with เป็น perfect infinitive ซึ่งแสดงว่าการกระทำที่มีการกล่าวอ้างเกิดขึ้นก่อนคำรายงานในปัจจุบัน is said ใช้รูปแบบนี้เพื่อรายงานคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับการกระทำก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
ใช้ is said to have เติมรายงานให้สมบูรณ์: According to local stories, Amir found the hidden tunnel years ago. Amir ____ found the hidden tunnel.
ดูคำตอบ
is said to have
come up with + ไอเดีย แผน หรือวิธีแก้ปัญหา
come up with เป็น phrasal verb สามคำ หมายถึงการใช้ความคิดสร้างไอเดีย แผน คำตอบ หรือแบบออกแบบ ในประโยคนี้ใช้เพื่อบอกว่า Janssen เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนคิดค้นกล้องจุลทรรศน์แบบประกอบตัวแรก สิ่งที่คิดขึ้นมาจะวางหลัง with เช่น come up with a solution เปลี่ยนรูป come ตามกาล เช่น came up with แต่ต้องคง up with ไว้ด้วยกัน
แบบฝึกหัด
ใช้ phrasal verb เป้าหมายในรูปอดีต: After an hour of discussion, Maya ____ a practical solution.
ดูคำตอบ
came up with
along with: เพิ่มรายการที่เกี่ยวข้อง
ในประโยคนี้ along with หมายถึง “รวมถึง” หรือ “พร้อมกับ” โดยเพิ่มกล้องโทรทรรศน์ตัวแรกเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่กล่าวถึงไปแล้ว along ในที่นี้ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง รูปแบบ A along with B ที่นำไปใช้ต่อได้จะแสดง B เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับ A
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The kit includes a charger along with a cable,” along with ทำหน้าที่อะไร?
- อธิบายการเคลื่อนที่ไปข้างสายเคเบิล
- บอกว่าสายเคเบิลใช้แทนที่ชาร์จ
- เพิ่มสายเคเบิลเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
เพิ่มสายเคเบิลเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
claims are often disputed: ข้อกล่าวอ้างที่ถูกตั้งคำถาม
claims ในที่นี้หมายถึงคำกล่าวหรือข้อกล่าวอ้างว่าใครควรได้รับการยกย่องสำหรับสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้องเงินประกันหรือค่าชดเชยทางกฎหมาย Are disputed เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่ามีคนตั้งคำถามหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ Often แสดงว่าความเห็นไม่ตรงกันนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ “Both claims are often disputed” หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้คนมักอธิบายข้อกล่าวอ้างทั้งสองข้ออย่างละเอียด
- ผู้คนมักตั้งคำถามหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างทั้งสองข้อ
- ผู้คนมักเรียกร้องเงินสำหรับสิ่งประดิษฐ์ทั้งสองชิ้น
ดูคำตอบ
ผู้คนมักตั้งคำถามหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างทั้งสองข้อ
as apparently he wasn't the only bored guy with a ton of glass lenses to play with at the time. วลี
1:20เพราะเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนเบื่อโลกคนเดียวที่มีเลนส์แก้วเป็นตันๆ ให้เล่นในตอนนั้น
a ton of: ปริมาณมากในภาษาไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ a ton of หมายถึง “จำนวนมากอย่างยิ่ง” เนื่องจาก lenses เป็นคำนามนับได้ จึงหมายถึงมีเลนส์แก้วจำนวนมาก นี่เป็นการพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายความว่าเลนส์เหล่านั้นหนักหนึ่งตันจริง ๆ โครงสร้างคือ a ton of + คำนาม ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น messages และคำนามนับไม่ได้ เช่น work
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “มากมาย”: I have ____ messages to answer.
ดูคำตอบ
a ton of
Despite this: แสดงการเปลี่ยนไปสู่ผลที่เกิดขึ้นแม้มีอุปสรรค
Despite this หมายถึง “แม้เรื่องนั้นจะเป็นจริง” ในที่นี้ this ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อถกเถียงก่อนหน้าว่าควรยกความดีความชอบของสิ่งประดิษฐ์นี้ให้ใคร สำนวนนี้ยอมรับข้อมูลก่อนหน้า แล้วนำไปสู่ผลที่ยังคงเกิดขึ้นหรือเป็นจริงแม้จะมีข้อมูลนั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค Despite this จะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค สำนวนนี้แสดงความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงแต่ได้ผลตรงข้าม ไม่ได้แสดงเหตุผลหรือลำดับเวลา
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่แสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นแม้จะมีข้อเท็จจริงแรก: Lena was tired. ____ she finished her homework.
- Despite this,
- After this,
- Because of this,
ดูคำตอบ
Despite this,
a hot item: สิ่งที่ได้รับความนิยมหรือเป็นที่ต้องการ
ใน a hot item คำว่า hot ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงได้รับความนิยม เป็นที่ต้องการ หรือดึงดูดความสนใจอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงมีอุณหภูมิสูง ในที่นี้ became a hot item แสดงว่ากล้องจุลทรรศน์ได้รับความสนใจอย่างมากภายในเวลาอันรวดเร็ว สำนวนเดียวกันนี้ใช้กับผลิตภัณฑ์หรือสิ่งของอื่นที่ผู้คนจำนวนมากต้องการหรือพูดถึงได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a hot item หมายถึงอะไร? The new puzzle became a hot item at the toy fair.
- สิ่งที่ได้รับความนิยมมากหรือเป็นที่ต้องการอย่างมาก
- สิ่งที่มีอุณหภูมิสูง
- สิ่งที่รู้กันว่าเป็นของโจร
ดูคำตอบ
สิ่งที่ได้รับความนิยมมากหรือเป็นที่ต้องการอย่างมาก
that every naturalist or scientist at the time wanted to play with,
1:29ที่นักธรรมชาติวิทยาหรือนักวิทยาศาสตร์ทุกคนในสมัยนั้นอยากจะลองเล่น
the iPad of its day: การเปรียบเทียบข้ามยุค
The iPad of its day เป็นการเปรียบเทียบข้ามยุค โดยนำเสนอกล้องจุลทรรศน์ว่าในยุคของมันมีบทบาทคล้ายกับ iPad ในชีวิตสมัยใหม่ คือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าตื่นเต้นและได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ไม่ได้หมายความว่าในสมัยนั้นมี iPad อยู่จริง หรืออุปกรณ์ทั้งสองมีหน้าที่เหมือนกัน ในโครงสร้าง the X of its day นั้น X คือสิ่งอ้างอิงสมัยใหม่ที่ผู้ฟังคุ้นเคย ส่วน of its day หมายถึงตัวอย่างที่เทียบเคียงได้ในช่วงประวัติศาสตร์นั้น โดยทั่วไปจะเปรียบเทียบสถานะ บทบาท หรืออิทธิพล ไม่ใช่รายละเอียดทางกายภาพทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
ใช้ internet และโครงสร้าง the X of its day เพื่อเติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: The telegraph was ____.
ดูคำตอบ
the internet of its day
One such person was a fellow Dutchman by the name of Anton van Leeuwenhoek, โน้ต
1:36บุคคลหนึ่งในนั้นคือชาวดัตช์ชื่อ อันตอน ฟัน เลเวนฮุก
One such person: ยกตัวอย่างหนึ่งคนจากกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ใน One such person คำว่า such ย้อนกลับไปอ้างถึงคนประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน one เลือกสมาชิกหนึ่งคนจากกลุ่มนั้น ในที่นี้หมายถึงหนึ่งในคนที่สนใจใช้กล้องจุลทรรศน์ วลีนี้พาเรื่องเล่าจากกลุ่มโดยรวมไปสู่ตัวอย่างที่เจาะจง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ one such + คำนามเอกพจน์ ซึ่งหมายถึงตัวอย่างหรือสมาชิกหนึ่งรายของประเภทที่อธิบายไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
One such person ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บรรยายว่าคนนี้แปลกประหลาด
- ยกสมาชิกหนึ่งคนจากกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้าขึ้นมา
- บอกว่าคนนี้เป็นคนเดียวที่มีส่วนร่วม
ดูคำตอบ
ยกสมาชิกหนึ่งคนจากกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้าขึ้นมา
by the name of Anton van Leeuwenhoek: การแนะนำชื่อของบุคคล
by the name of Anton van Leeuwenhoek ระบุว่าชาวดัตช์คนนั้นเป็นใครด้วยการบอกชื่อ โครงสร้างตายตัวคือคำบรรยายบุคคล + by the name of + ชื่อ และในที่นี้หมายถึงชื่อ Anton van Leeuwenhoek by the name of ไม่ได้หมายถึงการใช้ชื่อเป็นวิธีการ แต่เป็นสำนวนเชิงเล่าเรื่องที่ใช้แนะนำหรือระบุตัวบุคคล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงเล่าเรื่องสี่คำที่หมายถึงชื่อว่า: The town had a doctor ____ Elena Ruiz.
ดูคำตอบ
by the name of
who heard about these microscope doohickeys, การใช้คำ
1:41ผู้ซึ่งได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอุปกรณ์กล้องจุลทรรศน์เหล่านี้
doohickeys: คำไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งของที่ไม่ระบุชื่อชัดเจน
Doohickeys เป็นรูปพหูพจน์ของ doohickey ซึ่งเป็นคำแทนแบบไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งของที่ไม่รู้ชื่อที่แน่นอน จำชื่อไม่ได้ หรือชื่อไม่สำคัญ มักให้ความรู้สึกขี้เล่นหรือจงใจพูดแบบคลุมเครือ ในที่นี้ microscope ช่วยระบุว่าเป็นสิ่งของชนิดใด กล่าวคือ สิ่งที่กำลังพูดถึงคือกล้องจุลทรรศน์ Doohickeys ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อหรือชื่อชิ้นส่วนอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
doohickeys ในประโยคนี้มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?
- กล้องจุลทรรศน์ที่ถูกเรียกแบบสบาย ๆ
- ยี่ห้อกล้องจุลทรรศน์
- ชิ้นส่วนกล้องจุลทรรศน์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
กล้องจุลทรรศน์ที่ถูกเรียกแบบสบาย ๆ
instead of going out and buying one: instead of ตามด้วยรูป -ing
Instead of ใช้แนะนำทางเลือกที่ไม่ได้เลือก ในโครงสร้างนี้ หลังคำดังกล่าวต้องเป็นคำนามหรือรูป -ing ไม่ใช่อนุประโยคที่มีกริยาผันตามกาลหรือกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ going out and buying one มีรูป -ing สองรูปที่เชื่อมกันและอธิบายแผนเดียวกัน One ย้อนกลับไปแทนกล้องจุลทรรศน์หนึ่งตัว วลีนี้เตรียมการเปรียบเทียบกับการกระทำที่ตามมา กล่าวคือ เขาทำอย่างอื่นแทนการออกไปซื้อกล้องจุลทรรศน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย instead of และรูปที่ถูกต้องของ buy: ____ a new laptop, Maya repaired her old one.
ดูคำตอบ
Instead of buying
And it was a strange little contraption indeed, การใช้คำ
1:47และมันก็เป็นเครื่องมือชิ้นเล็กๆ ที่หน้าตาแปลกประหลาดจริงๆ
contraption: อุปกรณ์ที่แปลกหรือซับซ้อน
Contraption หมายถึงอุปกรณ์หรือเครื่องจักรขนาดเล็กที่ดูไม่ธรรมดา ซับซ้อน หรือประกอบขึ้นมาอย่างแปลก ๆ ต่างจากคำกลาง ๆ อย่าง device เพราะคำนี้ยังสื่อความคิดเห็นของผู้พูดด้วย ในที่นี้ strange little contraption ทำให้กล้องจุลทรรศน์ที่ทำขึ้นเองดูเป็นของที่ใช้งานได้ แต่มีรูปร่างประหลาด โดยมีน้ำเสียงขบขันเล็กน้อย ในบริบทอื่นก็ใช้ contraption ได้เมื่อผู้พูดต้องการเน้นว่าอุปกรณ์ดูแปลกเพียงใด
แบบฝึกหัด
contraption เพิ่มความรู้สึกใดให้กับประโยคนี้?
- เป็นชุดคำแนะนำที่เขียนไว้
- เป็นศัพท์เทคนิคที่เป็นกลางอย่างสมบูรณ์
- เป็นอุปกรณ์ที่ดูแปลกหรือซับซ้อน
ดูคำตอบ
เป็นอุปกรณ์ที่ดูแปลกหรือซับซ้อน
as it looked more like a tiny paddle the size of a sunglass lens.
1:50เพราะมันดูคล้ายกับไม้พายขนาดเล็กเท่าเลนส์แว่นกันแดดมากกว่า
it probably would have made a wicked set of sunglasses. การใช้คำ
1:55มันอาจจะกลายเป็นแว่นกันแดดสุดเท่ไปแล้วก็ได้
If he had stuck ... would have made: อดีตที่ตรงข้ามกับความจริง
นี่คือประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม ใช้เพื่อจินตนาการถึงอดีตที่ต่างจากความจริง If he had stuck two together กล่าวถึงการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วน it probably would have made... บอกผลในอดีตที่จินตนาการขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ if + had + past participle, ... would have + past participle คำว่า Probably ทำให้ผลนั้นไม่แน่นอนเต็มที่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนประโยคให้เป็นความเป็นไปได้ในอนาคต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคอดีตที่ตรงข้ามกับความจริงโดยใช้คำกริยาในวงเล็บ: If Maya ____ her alarm (set), she ____ the early bus (catch).
ดูคำตอบ
had set · would have caught
wicked ในความหมายว่า “เท่มาก”
ในประโยคนี้ wicked เป็นคำคุณศัพท์เชิงบวกแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เท่มาก” หรือ “น่าประทับใจ” ใช้ขยายแว่นกันแดดที่จินตนาการขึ้น ไม่ได้หมายถึง “ชั่วร้ายในทางศีลธรรม” ความหมายต้องดูจากบริบท เมื่อ wicked ขยายสิ่งของที่ผู้พูดกำลังชมด้วยน้ำเสียงหยอกเล่น คำนี้สื่อความตื่นเต้นหรือการชื่นชมได้
แบบฝึกหัด
ใน “a wicked set of sunglasses” คำว่า wicked หมายถึงอะไร
- เก่าและชำรุด
- เท่มากหรือน่าประทับใจ
- ชั่วร้ายในทางศีลธรรม
ดูคำตอบ
เท่มากหรือน่าประทับใจ
Anyhoo, once Leeuwenhoek had his microscope ready, โน้ต
2:01อย่างไรก็ตาม เมื่อเลเวนฮุกเตรียมกล้องจุลทรรศน์ของเขาพร้อมแล้ว
Anyhoo สำหรับกลับสู่หัวข้อหลักอย่างขี้เล่น
Anyhoo เป็นคำเชื่อมบทสนทนาที่ไม่เป็นทางการมากและมีน้ำเสียงขี้เล่น ในที่นี้ใช้ปิดมุกหรือเรื่องที่แทรกออกมา แล้วพาคำอธิบายกลับเข้าสู่เรื่องหลัก ทำหน้าที่คล้าย anyway ใน “Anyway, back to the point.” คือช่วยจัดลำดับบทสนทนา ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์ต่อไปเป็นสาเหตุหรือข้อสรุป
แบบฝึกหัด
Anyhoo ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้
- สรุปหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ
- แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างเหตุการณ์
- ปิดเรื่องแทรกแล้วกลับสู่หัวข้อหลัก
ดูคำตอบ
ปิดเรื่องแทรกแล้วกลับสู่หัวข้อหลัก
once Leeuwenhoek had his microscope ready: บอกว่าขั้นตอนแรกเสร็จแล้ว
once ในที่นี้เป็นคำสันธานบอกเวลา หมายถึงเมื่อหรือหลังจากขั้นตอนการเตรียมที่กล่าวถึงเสร็จแล้ว ไม่ได้หมายถึง one time หรือหนึ่งครั้ง อนุประโยค once Leeuwenhoek had his microscope ready บอกทั้งช่วงเวลาและเงื่อนไขที่ต้องเกิดก่อนเหตุการณ์หลักถัดไป ในการเล่าเรื่องอดีต โครงสร้าง once + ประธาน + กริยารูปอดีต ช่วยเดินเรื่องโดยบอกว่าขั้นตอนหนึ่งเสร็จแล้วก่อนที่ขั้นตอนถัดไปจะเริ่ม had his microscope ready หมายถึงกล้องจุลทรรศน์ได้รับการเตรียมไว้และพร้อมใช้งานแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้ once เติมอนุประโยคบอกเวลาให้สมบูรณ์: ____ the safety check was complete, the doors opened.
ดูคำตอบ
Once
he went to town looking at anything and everything he could with them, โน้ต
2:04เขาก็ออกไปส่องดูทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสามารถทำได้ด้วยกล้องนั้นอย่างกระตือรือร้น
went to town: ทำบางสิ่งด้วยความกระตือรือร้นและความทุ่มเทอย่างมาก
ในประโยคนี้ went to town เป็นสำนวนที่หมายถึงทำกิจกรรมนั้นด้วยความกระตือรือร้น พลัง หรือความพยายามอย่างมาก กิจกรรมที่ทำระบุไว้ใน looking at anything and everything จึงหมายความว่าเขาตรวจดูสิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปเมือง บริบทกล่าวถึงกิจกรรมที่กำลังทำ ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง จึงบอกได้ว่าสำนวนนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ go to town เพื่อสื่อถึงความทุ่มเทอย่างมากและกระตือรือร้น: The art club ____ on the hallway display.
ดูคำตอบ
went to town
anything and everything: เน้นขอบเขตที่กว้างมาก
anything and everything นำคำที่มีความหมายกว้างสองคำมาเชื่อมกันเพื่อเน้นว่าขอบเขตกว้างมาก แทบไม่มีข้อจำกัด ในประโยคนี้หมายถึงเขาดูสิ่งของทุกชนิดเท่าที่จะดูได้ ไม่ได้แบ่งเป็นสิ่งของสองกลุ่ม หลังวลีนี้อาจมีอนุประโยคมาระบุขอบเขตจริงได้ เช่น anything and everything he could การใช้คำทั้งคู่ร่วมกันให้ความรู้สึกเน้นและครอบคลุมกว่าการใช้เพียงคำใดคำหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย anything and everything: The curious child examined ____ through the magnifying glass.
ดูคำตอบ
anything and everything
He actually discovered bacteria by looking at dental scrapings, การใช้คำ
2:13เขาค้นพบแบคทีเรียจริงๆ จากการส่องดูคราบขูดจากฟัน
dental scrapings: ตัวอย่างที่ขูดมาจากฟัน
dental หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฟัน ส่วน scrapings เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงเศษวัสดุชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งได้จากการขูดพื้นผิว ดังนั้น dental scrapings จึงเป็นตัวอย่างที่ขูดมาจากฟันเพื่อใช้ตรวจดู ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่อของวัสดุที่นำมาดูเพื่อค้นหาแบคทีเรีย ไม่ใช่ชื่อการรักษาทางทันตกรรมหรือเครื่องมือ
แบบฝึกหัด
นักวิทยาศาสตร์ตรวจดู dental scrapings ด้วยกล้องจุลทรรศน์ dental scrapings คืออะไร?
- ตัวอย่างชิ้นเล็ก ๆ ที่ขูดมาจากฟัน
- นัดหมายเพื่อรับการรักษาทางทันตกรรม
- เครื่องมือที่ใช้ทำความสะอาดฟัน
ดูคำตอบ
ตัวอย่างชิ้นเล็ก ๆ ที่ขูดมาจากฟัน
which when you keep in mind that people didn't brush their teeth much, วลี
2:17ซึ่งเมื่อคุณลองนึกดูว่าคนสมัยนั้นไม่ค่อยแปรงฟันกันนัก
keep in mind: นำข้อเท็จจริงเบื้องหลังมาพิจารณา
keep in mind หมายถึง “จำไว้และนำมาพิจารณา” ในที่นี้ when you keep in mind that... ขอให้ผู้ฟังนำข้อเท็จจริงที่ว่าผู้คนในสมัยนั้นไม่ค่อยแปรงฟันมาพิจารณาเมื่อตีความประเด็นถัดไป ใช้ keep in mind that + อนุประโยค เพื่อบอกข้อเท็จจริงที่สำคัญต่อการตัดสินหรือคำอธิบาย วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเก็บสิ่งใดไว้ในสมองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเตือนให้ผู้อื่นพิจารณาข้อเท็จจริงก่อนวางแผนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Try to memorize the train schedule word for word.
- Ignore the departure time until you reach the station.
- Keep in mind that the last train leaves at ten.
ดูคำตอบ
Keep in mind that the last train leaves at ten.
if at all: เพิ่มความเป็นไปได้ว่าอาจไม่มีเลย
ในที่นี้ if at all เป็นเงื่อนไขแบบย่อที่หมายถึง if they brushed their teeth at all หรือ “ถ้าพวกเขาแปรงฟันบ้างเลย” วลีนี้ย้อนกลับไปขยาย didn't brush their teeth much ให้จำกัดยิ่งขึ้น คือแปรงฟันน้อยมากและอาจไม่แปรงเลย เมื่อวางหลังคำอย่าง rarely, little หรือ not much วลี if at all จะลดปริมาณ ความถี่ หรือระดับให้เข้าใกล้ศูนย์ยิ่งขึ้น ไม่ได้แปลว่า “ถ้าทั้งหมด”
แบบฝึกหัด
ใน “Leo checks his voicemail rarely, if at all,” วลี if at all เพิ่มความหมายใด
- Leo อาจไม่เคยตรวจข้อความเสียงเลย
- Leo ตรวจบ่อย แต่ตรวจเพียงช่วงสั้น ๆ ในแต่ละครั้ง
- Leo ตรวจข้อความเสียงทุกข้อความ
ดูคำตอบ
Leo อาจไม่เคยตรวจข้อความเสียงเลย
he must have had a lovely bunch of bacteria to look at.
2:23เขาคงได้เห็นฝูงแบคทีเรียที่น่ารักน่าชังรวมตัวกันอยู่มากมายเลยทีเดียว
he didn't call them bacteria as we know them today, วลี
2:29เขาไม่ได้เรียกพวกมันว่าแบคทีเรียอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
as we know them today: มุมมองสมัยใหม่เป็นจุดอ้างอิง
ในประโยคนี้ as we know them today หมายถึง “ในรูปแบบหรือแนวคิดที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน” คำว่า them หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังกล่าวถึง วลีนี้เปรียบเทียบชื่อสมัยใหม่ bacteria ที่ผู้บรรยายใช้ กับวิธีที่ผู้สังเกตในอดีตเรียกและเข้าใจสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้คนเพิ่งรู้จักสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในวันนี้ คำว่า today กำหนดมุมมองสมัยใหม่ที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
as we know them today แสดงอะไรในประโยคนี้?
- ชื่อและความเข้าใจในปัจจุบันแตกต่างจากในยุคก่อน
- สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกค้นพบครั้งแรกในวันนี้
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นแบคทีเรียหรือไม่
ดูคำตอบ
ชื่อและความเข้าใจในปัจจุบันแตกต่างจากในยุคก่อน
but he called them animalcules because they looked like little animals to him. โน้ต
2:32แต่เขาเรียกพวกมันว่า แอนิมอลคิว (สัตว์เซลล์เดียว) เพราะพวกมันดูเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ สำหรับเขา
animalcules: ชื่อเก่าสำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว
Animalcules เป็นคำนามพหูพจน์ในประวัติศาสตร์ที่นักส่องกล้องจุลทรรศน์ยุคแรกใช้เรียกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองเห็นผ่านกล้องจุลทรรศน์ คำนี้มาจากคำที่แปลว่า “สัตว์ตัวเล็ก” จึงอธิบายได้ว่าทำไมประโยคนี้จึงเปรียบพวกมันกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ ในที่นี้เป็นการรายงานชื่อที่ผู้สังเกตในอดีตใช้ ไม่ใช่การจำแนกทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ animalcules อาจใช้เรียกสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วได้หลายชนิดตามสิ่งที่สังเกตเห็น ดังนั้นจึงไม่ได้มีความหมายเท่ากับ bacteria เสมอไปในเอกสารประวัติศาสตร์ทุกชิ้น
แบบฝึกหัด
animalcules หมายถึงอะไรในข้อความประวัติศาสตร์นี้?
- คำเก่าสำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองเห็นผ่านกล้องจุลทรรศน์
- ชื่อทางการสมัยใหม่สำหรับแบคทีเรียทุกชนิด
- ชิ้นส่วนกลไกขนาดเล็กภายในกล้องจุลทรรศน์
ดูคำตอบ
คำเก่าสำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองเห็นผ่านกล้องจุลทรรศน์
looked like little animals: บอกความคล้ายกันทางรูปลักษณ์
looked like little animals หมายความว่า รูปร่างหน้าตาของสิ่งเหล่านั้นทำให้เขานึกถึงสัตว์ตัวเล็ก ๆ โครงสร้าง look like + คำนามใช้เปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งดูเหมือนอะไร ส่วน looked เป็นรูปอดีตเพราะประโยคนี้เล่าเรื่องในอดีต ในที่นี้ because นำเข้าสู่เหตุผลของชื่อ animalcules ส่วน like ใน look like หมายถึง “คล้ายกับ” และนำสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบตามมา ไม่ใช่คำกริยา like ที่หมายถึง “ชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ look like: Through the fog, the island ____ a giant ship.
ดูคำตอบ
looked like
While Leeuwenhoek was staring at his teeth gunk,
2:36ในขณะที่เลเวนฮุกกำลังจ้องมองคราบฟันของเขาอยู่นั้น
he was also sending letters to a scientific colleague in England by the name of Robert Hooke.
2:39เขาก็ได้ส่งจดหมายไปหาเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษที่ชื่อ โรเบิร์ต ฮุก ด้วย
Hooke was a guy who really loved all aspects of science.
2:44ฮุกเป็นคนที่รักวิทยาศาสตร์ทุกแขนงอย่างแท้จริง
dabbled in: ลองทำสาขาหนึ่งโดยไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง
dabbled in หมายถึง ได้ลองหรือใช้เวลาอยู่กับสาขาหนึ่งบ้าง แต่ไม่ได้ศึกษาหรือทำอย่างลึกซึ้ง โครงสร้างคือ dabble in + สาขาหรือกิจกรรม เมื่อใช้กับ a little bit of everything ประโยคนี้แสดงว่าเขาสำรวจหลายสาขาแทนที่จะมุ่งเน้นเพียงสาขาเดียว dabble ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ความหมายตรงตัวที่เกี่ยวกับการสาดน้ำหรือขยับสิ่งของในน้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ dabble in: Before choosing engineering, Maya ____ photography for one summer.
ดูคำตอบ
dabbled in
Thus it is Hooke who we can thank for the term the cell, ไวยากรณ์
2:53ดังนั้นเราต้องขอบคุณฮุกสำหรับคำว่า เซลล์
it is Hooke who we can thank for: เน้นผู้ที่มีส่วนสร้างผลงาน
It is Hooke who ... เป็นโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft รูปแบบคือ It is/was + บุคคลที่ต้องการเน้น + who + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค โครงสร้างนี้เน้น Hooke ว่าเป็นผู้ที่ควรได้รับความดีความชอบ ในที่นี้ it ไม่ได้แทนสิ่งของ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเน้น ในบริบทนี้ we can thank Hooke for the term หมายถึงควรยกความดีความชอบเรื่องคำศัพท์นี้ให้ Hooke ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีใครไปกล่าวขอบคุณเขาโดยตรง เมื่อตัดโครงสร้างเน้นออก ใจความพื้นฐานจะเป็น We can thank Hooke for the term cell แต่การเน้น Hooke จะลดลง
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง it is Hooke who we can thank for เน้นอะไรเป็นหลัก?
- คำว่า it หมายถึงกล้องจุลทรรศน์
- Hooke คือผู้ที่ควรได้รับความดีความชอบ
- Hooke กำลังขอบคุณคนอื่น
ดูคำตอบ
Hooke คือผู้ที่ควรได้รับความดีความชอบ
as he was looking at a piece of cork under his microscope.
2:57เนื่องจากเขากำลังส่องดูชิ้นส่วนของไม้ก๊อกใต้กล้องจุลทรรศน์
And the little chambers he saw reminded him of cells, โน้ต
3:00และห้องเล็กๆ ที่เขาเห็น ทำให้เขานึกถึงห้องขัง (เซลล์)
reminded him of: กระตุ้นความทรงจำหรือความเชื่อมโยง
Reminded him of เป็นรูปอดีตของ remind someone of something ห้องเล็ก ๆ ทำให้ Hooke นึกถึง cells โดย him ระบุผู้ที่เกิดความเชื่อมโยงในความคิด และ of นำหน้าสิ่งที่ผุดขึ้นมาในใจ โครงสร้างนี้ใช้เมื่อภาพ เสียง กลิ่น หรือสถานการณ์กระตุ้นความทรงจำหรือทำให้นึกเชื่อมโยงจากความคล้ายกัน
แบบฝึกหัด
ใช้ remind + me + of ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The old photo ____ our first classroom.
ดูคำตอบ
reminded me of
cells: ห้องเล็ก ๆ ของนักบวช
ในที่นี้ cells หมายถึงห้องเล็ก ๆ ที่แยกเป็นสัดส่วนซึ่งนักบวชใช้นอนในอาราม วลีหลังคำว่า or อธิบายความหมายเก่านี้โดยตรง ฮุกใช้คำว่า cell เรียกช่องเล็ก ๆ ที่เขาเห็นในไม้ก๊อก เพราะช่องเหล่านั้นดูคล้ายห้องดังกล่าว การใช้คำนี้ในทางวิทยาศาสตร์เริ่มจากการเปรียบเทียบรูปร่างนี้ ดังนั้นอย่าเริ่มด้วยการเข้าใจ cells ในประโยคนี้ว่าเป็นเซลล์ชีววิทยาสมัยใหม่หรือห้องขัง
แบบฝึกหัด
ในประโยคจากวิดีโอ cells หมายถึงสิ่งใดโดยตรงที่สุด
- เซลล์ชีววิทยาสมัยใหม่
- ห้องที่ล็อกไว้สำหรับนักโทษ
- ห้องเล็ก ๆ ที่นักบวชนอน
ดูคำตอบ
ห้องเล็ก ๆ ที่นักบวชนอน
Think college dorm rooms: การเปิดการเปรียบเทียบ
ในที่นี้ Think + วลีนาม หมายถึงให้นึกภาพตัวอย่างที่คุ้นเคยนี้หรือใช้เป็นสิ่งเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้ใช้เวลาวิเคราะห์ห้องพักในหอมหาวิทยาลัย คำสั่งสั้น ๆ นี้นำผู้ฟังจากแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยไปสู่ภาพที่คุ้นเคย ในการอธิบาย Think X สามารถเปิดการเปรียบเทียบได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งตามด้วย but เพื่อแสดงว่าสิ่งใหม่แตกต่างอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายโดยใช้โครงสร้างเปรียบเทียบ Think + วลีนาม: A tool library lends equipment instead of books. ____ a regular library, but for tools.
ดูคำตอบ
Think
but without the TVs, computers, and really annoying roommates.
3:10แต่ไม่มีทีวี คอมพิวเตอร์ และรูมเมทที่น่ารำคาญสุดๆ
Hooke was something of an underappreciated scientist of his day, การใช้คำ
3:14ฮุกเป็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ค่อยได้รับการยกย่องในยุคของเขา
something of an underappreciated scientist: การประเมินแบบไม่ฟันธง
ใน something of an underappreciated scientist โครงสร้าง something of a/an + นามวลี หมายถึง “ในระดับหนึ่ง” หรือ “กล่าวโดยเว้นพื้นที่ไว้บ้าง” ผู้พูดมองว่าฮุกเข้ากับคำอธิบายนี้ แต่ไม่ได้จัดประเภทเขาอย่างเด็ดขาดเต็มที่ Something ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่ช่วยลดความเด็ดขาดของการประเมิน ขณะเดียวกันก็ยังสื่อว่าผลงานทางวิทยาศาสตร์ของเขาได้รับการยอมรับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง something of a/an เติมการประเมินที่ไม่เด็ดขาดให้สมบูรณ์: She is ____ expert on medieval coins.
ดูคำตอบ
something of an
brought upon himself: ก่อผลเสียให้ตัวเอง
Brought upon himself เป็นส่วนรูปอดีตของโครงสร้าง bring + ผลที่ตามมา + upon + oneself หมายถึงการกระทำของบุคคลนั้นเองทำให้เกิดผลตามมา ซึ่งมักเป็นผลที่ไม่ต้องการ Something ตรงนี้หมายถึงการไม่ได้รับการยอมรับที่เพิ่งกล่าวถึง ถ้อยคำนี้มองว่าฮุกเองก็มีส่วนรับผิดชอบต่อสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของเข้าหาตัวเองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของโครงสร้าง bring + trouble + upon + oneself เติมประโยคให้สมบูรณ์: By ignoring every warning, he ____.
ดูคำตอบ
brought trouble upon himself
as he made the mistake of locking horns with one of the most famous scientists ever, โน้ต
3:19เพราะเขาทำพลาดไปงัดข้อกับหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุดตลอดกาล
made the mistake of + V-ing: ประเมินว่าการกระทำหนึ่งเป็นความผิดพลาด
made the mistake of + V-ing หมายถึงใครบางคนได้ทำบางอย่าง และภายหลังการกระทำนั้นถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ผิด ในประโยคนี้ การกระทำที่ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดคือ locking horns with a famous scientist of เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาต้องอยู่ในรูป -ing เช่น made the mistake of locking ไม่ใช่ made the mistake of lock หรือ made the mistake of to lock
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: He ____ ignoring the warning.
ดูคำตอบ
made the mistake of
locking horns with: ปะทะกับอีกฝ่ายโดยตรง
lock horns with someone เป็นสำนวนที่หมายถึงโต้เถียง แข่งขัน หรือปะทะกับคนนั้นโดยตรง ภาพเปรียบเทียบมาจากสัตว์มีเขาที่ใช้เขาดันกัน แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกระทำตามตัวอักษร ในประโยคนี้ locking horns with แสดงความสัมพันธ์ว่าเป็นการปะทะที่จริงจัง ไม่ใช่ความเห็นต่างเล็กน้อยหรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นมิตร
แบบฝึกหัด
ใน “The two coaches locked horns over the final decision,” เกิดอะไรขึ้น?
- พวกเขาโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องการตัดสินใจนั้น
- พวกเขาเข้าร่วมกีฬาที่เกี่ยวข้องกับสัตว์
- พวกเขาตกลงกันอย่างสงบเกี่ยวกับการตัดสินใจนั้น
ดูคำตอบ
พวกเขาโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องการตัดสินใจนั้น
Remember when I said Hooke dabbled in many different fields?
3:24จำได้ไหมที่ฉันบอกว่าฮุกลองทำหลายๆ สาขาที่แตกต่างกัน?
Well, after Newton published a groundbreaking book on how planets move due to gravity, การใช้คำ
3:27เอาล่ะ หลังจากที่นิวตันตีพิมพ์หนังสือล้ำยุคเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์เนื่องจากแรงโน้มถ่วง
groundbreaking: เปิดทิศทางใหม่ที่สำคัญ
ในที่นี้ groundbreaking ใช้บรรยายว่าหนังสือของนิวตันมีความสร้างสรรค์ใหม่อย่างมาก เพราะเสนอแนวคิดที่เปิดทิศทางใหม่ที่สำคัญในการทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ เมื่อใช้ประเมินงานวิจัย หนังสือ การค้นพบ หรือเทคโนโลยี คำนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการขุดหรือทำลายพื้นดินเพื่อเริ่มก่อสร้างจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ groundbreaking ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The workers were groundbreaking because they dug a hole.
- The meeting was groundbreaking because it started five minutes late.
- The new treatment was groundbreaking because it changed how doctors managed the disease.
ดูคำตอบ
The new treatment was groundbreaking because it changed how doctors managed the disease.
Hooke made the claim that Newton had been inspired by Hooke's work in physics. โน้ต
3:32ฮุกได้อ้างว่านิวตันได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานด้านฟิสิกส์ของฮุก
made the claim that: เสนอข้อกล่าวอ้างที่อาจมีข้อโต้แย้ง
made the claim that ใช้เกริ่นเนื้อหาที่ฮุกกล่าวอ้าง โดยอนุประโยคที่ตามหลัง that บอกตัวข้อกล่าวอ้างนั้น คือ นิวตันได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของฮุก การเรียกข้อความนี้ว่า claim แสดงว่าแนวคิดดังกล่าวอาจต้องมีหลักฐานสนับสนุนหรืออาจมีข้อโต้แย้ง ผู้บรรยายเพียงรายงานโดยไม่ได้ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ claim หมายถึงคำกล่าวอ้าง ไม่ใช่คำร้องขอเงินหรือทรัพย์สิน
แบบฝึกหัด
made the claim that สื่ออะไรในประโยคนี้? The company made the claim that its battery could last for a week.
- บริษัทเสนอข้อความที่อาจต้องมีหลักฐานสนับสนุน
- บริษัทพิสูจน์ข้อความนั้นได้อย่างไร้ข้อสงสัย
- บริษัทยื่นคำร้องเพื่อรับเงิน
ดูคำตอบ
บริษัทเสนอข้อความที่อาจต้องมีหลักฐานสนับสนุน
had been inspired by: รูปถูกกระทำของ past perfect
had been inspired by เป็นรูปถูกกระทำของ past perfect มีโครงสร้าง had been + past participle + by โดย Newton เป็นฝ่ายที่ได้รับอิทธิพล ส่วน by Hooke's work in physics ระบุแหล่งที่มาของอิทธิพลนั้น past perfect วางอิทธิพลนี้ไว้ก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีตซึ่งเข้าใจได้จากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โดยรวม ไม่ได้หมายความว่าแรงบันดาลใจเกิดขึ้นตอนที่ Hooke กล่าวอ้าง แต่แสดงว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงช่วงเวลาในอดีตที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ past perfect ของ inspire และคำบุพบทที่ใช้บอกแหล่งที่มา: Before the exhibition opened, the design ____ old maps.
ดูคำตอบ
had been inspired by
Newton, to say the least, did not like that, น้ำเสียง/เจตนา
3:37นิวตันไม่ชอบใจเรื่องนั้นเลย พูดน้อยที่สุดนะ
to say the least: คำบรรยายที่จงใจพูดให้เบา
to say the least บอกผู้ฟังว่าคำบรรยายนั้นจงใจเบากว่าความเป็นจริงทั้งหมด ในที่นี้ did not like that ฟังดูไม่รุนแรง แต่สำนวนนี้สื่อว่าปฏิกิริยาของ Newton รุนแรงกว่านั้นมาก นี่คือการกล่าวให้น้อยกว่าความจริงเพื่อเน้นความหมาย การพูดให้เบาลงทำให้ผู้ฟังเติมความหมายที่แรงกว่าเอง สำนวนนี้เป็นความเห็นต่อการเลือกคำของผู้พูด ไม่ได้สั่งให้ใครพูดเพียงจำนวนคำน้อยที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “นี่เป็นการพูดแบบเบา ๆ” เพื่อกล่าวให้น้อยกว่าความจริง: The storm made the trip dangerous, ____.
ดูคำตอบ
to say the least
which sparked a tense relationship between the two that lasted even after Hooke died, สำนวน
3:41ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างทั้งสองคน ซึ่งกินเวลายาวนานแม้กระทั่งหลังจากฮุกเสียชีวิตไปแล้ว
sparked a tense relationship: ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด
ในที่นี้ sparked ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเป็นตัวจุดชนวนให้ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดเริ่มขึ้น คำนี้ใช้ภาพของประกายไฟเล็ก ๆ ที่ทำให้บางสิ่งที่ใหญ่กว่าเริ่มต้นขึ้น ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ A tense relationship คือความสัมพันธ์ที่มีความตึงเครียดหรือความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการโต้เถียงครั้งเดียว ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอเหตุการณ์หนึ่งว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดที่ยาวนานระหว่างคนสองคน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ spark เติมประโยคให้สมบูรณ์: The unexpected announcement ____ a wave of questions.
ดูคำตอบ
sparked
as well as: เพิ่มรายการที่สอง
ในที่นี้ as well as หมายถึง “และยัง” โดยเพิ่ม his only portrait เข้าไปต่อจาก quite a bit of Hooke's research และนำเสนองานวิจัยที่กล่าวถึงก่อนเป็นข้อมูลหลัก เครื่องหมายจุลภาคช่วยแสดงว่า as well as his only portrait เป็นวลีที่เพิ่มเข้ามา ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายเปรียบเทียบว่า “ดีพอ ๆ กัน”
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อเพิ่มรายการที่สอง: The science club studies insects ____ plants.
ดูคำตอบ
as well as
Much of it was rediscovered, thankfully, after Newton's time, การใช้คำ
3:52โชคดีที่ผลงานส่วนใหญ่ถูกค้นพบอีกครั้งหลังจากยุคของนิวตัน
after Newton's time: time ในความหมายว่ายุคสมัยทางประวัติศาสตร์
ในการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ a person's time อาจหมายถึงช่วงที่บุคคลนั้นมีชีวิตอยู่หรือมีบทบาทอยู่ ในที่นี้ Newton's time หมายถึงยุคของนิวตัน ไม่ใช่เวลาว่างของเขาหรือเวลาที่แสดงบนนาฬิกา After Newton's time ระบุว่าการค้นพบซ้ำเกิดขึ้นหลังจากยุคนั้น เราใช้ after someone's time เพื่อวางเหตุการณ์ไว้ในช่วงกว้าง ๆ ของประวัติศาสตร์โดยไม่ต้องบอกวันที่แน่นอนได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Newton's time หมายถึงอะไร
- เวลาบนนาฬิกาที่เกี่ยวข้องกับนิวตัน
- เวลาว่างของนิวตัน
- ช่วงที่นิวตันมีชีวิตและมีบทบาทอยู่
ดูคำตอบ
ช่วงที่นิวตันมีชีวิตและมีบทบาทอยู่
as sadly no one knows what Robert Hooke looked like.
3:57จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่มีใครรู้ว่า โรเบิร์ต ฮุก หน้าตาเป็นอย่างไร
Fast forward to: ข้ามไปยังช่วงเวลาที่เกิดขึ้นภายหลัง
Fast forward to เป็นคำเปลี่ยนช่วงในการเล่าเรื่องที่ย้ายเส้นเวลาไปยังจุดที่เกิดขึ้นภายหลังโดยตรง ในที่นี้เป็นการข้ามช่วงหลายปีระหว่างประวัติศาสตร์ส่วนก่อนหน้ากับคริสต์ศตวรรษที่ 19 สำนวนนี้ยืมแนวคิดจากการกรอเทปหรือวิดีโอไปข้างหน้า แต่ไม่ได้บอกให้ผู้ชมควบคุมวิดีโอ สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่าเรื่องเล่าจะละช่วงกลางและดำเนินต่อจากเวลาที่ระบุ
แบบฝึกหัด
เติมคำเปลี่ยนช่วงในการเล่าเรื่องด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้ข้ามเวลาไปข้างหน้า: ____ 2035, and the village was powered entirely by solar energy.
ดูคำตอบ
Fast forward to
where two German scientists discovered something that today we might find rather obvious,
4:02เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันสองคนค้นพบสิ่งที่ปัจจุบันเราอาจเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา
but helped tie together what we now know as the cell theory. โน้ต
4:07แต่กลับช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่าเป็นทฤษฎีเซลล์เข้าด้วยกัน
tie together: เชื่อมส่วนที่แยกกันให้เป็นภาพรวมเดียว
ในที่นี้ tie together หมายถึงการเชื่อมโยงข้อสังเกตหรือการค้นพบที่แยกจากกันให้กลายเป็นคำอธิบายเดียวที่สอดคล้องกัน การค้นพบนี้ช่วยให้ความรู้หลายส่วนมาสนับสนุนทฤษฎีเซลล์ร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงการใช้เชือกมัดสิ่งของ การใช้แบบนี้เน้นการรวบรวมให้เป็นภาพรวม เมื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ แล้ว ความหมายโดยรวมก็ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The new evidence helped tie together several earlier observations,' tie together หมายถึงอะไร
- ใช้เชือกมัดข้อสังเกตเข้าด้วยกัน
- เชื่อมโยงข้อสังเกตให้เป็นภาพรวมเดียวที่สอดคล้องกัน
- เรียงข้อสังเกตโดยไม่แสดงความเชื่อมโยง
ดูคำตอบ
เชื่อมโยงข้อสังเกตให้เป็นภาพรวมเดียวที่สอดคล้องกัน
what we now know as: ใช้บอกชื่อที่เรียกกันในปัจจุบัน
รูปแบบ what we now know as + ชื่อ หมายถึง “สิ่งหรือแนวคิดที่ปัจจุบันใช้ชื่อนี้” ในประโยค as ใช้นำชื่อที่เรียกในปัจจุบันคือ the cell theory ส่วน now มองจากปัจจุบันย้อนกลับไปยังช่วงก่อนหน้าที่ทฤษฎียังอยู่ระหว่างการก่อตัว รูปแบบนี้มีประโยชน์ในเรื่องประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม เพราะเชื่อมพัฒนาการในอดีตเข้ากับคำที่คนใช้เรียกในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเพิ่งค้นพบข้อเท็จจริงพื้นฐานนั้นในตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมการทดลองในยุคแรกเข้ากับชื่อของสาขาที่ใช้ในปัจจุบัน
- Modern geneticists repeated those early experiments.
- The textbook summarizes what we now know about modern genetics.
- Those early experiments led to what we now know as modern genetics.
ดูคำตอบ
Those early experiments led to what we now know as modern genetics.
a botanist who liked to study plants under a microscope.
4:13นักพฤกษศาสตร์ผู้ชื่นชอบการศึกษาพืชภายใต้กล้องจุลทรรศน์
it finally dawned on him that every single plant he had looked at were all made of cells. โน้ต
4:19ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าพืชทุกต้นที่เขาเคยส่องดูล้วนประกอบด้วยเซลล์
it finally dawned on him: การตระหนักที่เกิดขึ้นภายหลัง
ในโครงสร้าง it dawned on someone that... คำว่า dawned on หมายถึงบางสิ่งเริ่มชัดเจนสำหรับใครคนหนึ่ง หรือคนนั้นเพิ่งตระหนักได้ โดยวางบุคคลไว้หลัง on และมักบอกเนื้อหาที่เข้าใจด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ในประโยคนี้ เขาเข้าใจข้อเท็จจริงหลัง that ได้ในที่สุด finally เพิ่มความหมายว่าความเข้าใจนี้เกิดขึ้นช้า ตอนแรกเขายังไม่เข้าใจ แต่ตระหนักได้หลังจากเวลาผ่านไปหรือได้คิดทบทวน dawn ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบว่าความคิดค่อย ๆ ชัดเหมือนฟ้าสว่าง ไม่ได้หมายถึงดวงอาทิตย์ขึ้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง dawn on เติมประโยคให้สมบูรณ์: While I was locking the door, it suddenly ____ that my keys were still inside.
ดูคำตอบ
dawned on me
every single plant: เน้นว่าไม่มีข้อยกเว้น
Every single + คำนามนับได้เอกพจน์ หมายถึงทุกสิ่งทีละหนึ่งโดยไม่มีข้อยกเว้น ใน every single plant คำว่า single ใช้เสริมความหมายของ every ไม่ได้หมายถึงโสดหรือบอกว่าเป็นพืชชนิดพิเศษ คำนามยังคงเป็นเอกพจน์ เช่น every single plant, every single day และ every single detail วลีนี้เน้นการครอบคลุมทั้งหมดได้หนักแน่นและตั้งใจกว่าใช้ every เพียงคำเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปเน้นย้ำของ every ที่มีสองคำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The coach spoke to ____ player before the final.
ดูคำตอบ
every single
At the same time: การเปลี่ยนไปสู่เส้นเรื่องคู่ขนาน
ในที่นี้ At the same time ไม่ได้เพียงบอกเวลาเท่านั้น เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะเปลี่ยนจุดสนใจไปยัง Theodor Schwann ซึ่งอยู่ในอีกสถานที่หนึ่ง พร้อมกับทำให้เรื่องของเขาอยู่บนเส้นเวลาเดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ในการเล่าเรื่อง วลีนี้ใช้เชื่อมเส้นเรื่องที่ดำเนินคู่ขนานกันได้ โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์อื่นในช่วงเวลาเดียวกัน
แบบฝึกหัด
At the same time ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?
- สรุปเรื่องราวชีวิตของนักวิทยาศาสตร์
- เปลี่ยนไปสู่เรื่องราวคู่ขนานเกี่ยวกับอีกบุคคลหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน
- แสดงว่าเยอรมนีมีสองเขตเวลา
ดูคำตอบ
เปลี่ยนไปสู่เรื่องราวคู่ขนานเกี่ยวกับอีกบุคคลหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน
and got a special type of nerve cell named after him, วลี
4:35และมีเซลล์ประสาทชนิดพิเศษที่ตั้งชื่อตามเขาเท่านั้น
named after him: ตั้งชื่อตามเขา
Be named after someone หมายถึงสิ่งหนึ่งได้รับการตั้งชื่อตามบุคคลนั้น โดยมักทำเพื่อให้เกียรติหรือรำลึกถึงบุคคลนั้น ในประโยคนี้ ชื่อของเซลล์ประสาทมาจากบุคคลที่ him อ้างถึง ในโครงสร้างนี้ after ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง แต่ใช้ระบุบุคคลหรือสิ่งที่เป็นที่มาของชื่อ ถนน รางวัล อาคาร หรือศัพท์วิทยาศาสตร์ก็สามารถ be named after someone ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ามีการนำชื่อของ Dr. Chen มาใช้เป็นชื่อรางวัล
- The award was named after Dr. Chen.
- The award was named by Dr. Chen.
- The award was presented after Dr. Chen.
ดูคำตอบ
The award was named after Dr. Chen.
but also invented rebreathers for firefighters and had a kicking pair of sideburns. การใช้คำ
4:38แต่ยังคิดค้นเครื่องช่วยหายใจแบบวงจรปิดสำหรับนักผจญเพลิง และมีจอนผมสุดเท่อีกด้วย
not only studied ... but also invented: การเน้นความสำเร็จสองด้านที่ขนานกัน
โครงสร้างคู่ not only ... but also ... ใช้เชื่อมและเน้นข้อมูลสองส่วนที่มีรูปแบบขนานกัน ในที่นี้ not only นำหน้า studied... ส่วน but also นำหน้า invented... ทำให้ทั้งสองอย่างเป็นผลงานที่น่าสนใจของ Schwann รูปไวยากรณ์ทั้งสองด้านควรสอดคล้องกัน Studied และ invented เป็นกริยารูปอดีตทั้งคู่ แม้แต่ละด้านจะยาวขึ้นเพราะมีรายละเอียดเสริม เครื่องหมายที่เป็นคู่กันก็ช่วยให้ติดตามโครงสร้างประโยคได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ not only ... but also: The club ____ collected the books ____ delivered them to the library.
ดูคำตอบ
not only · but also
a kicking pair of sideburns: คำชมขำ ๆ ว่าจอนเท่มาก
ในที่นี้ kicking เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ยอดเยี่ยม” “น่าตื่นเต้น” หรือ “เท่มาก” คำนี้ขยายจอน ไม่ได้หมายความว่าจอนกำลังเตะอะไรอยู่ คำชมแบบเกินจริงนี้เพิ่มมุกขำ ๆ ให้กับการบรรยายบุคคล A pair of sideburns หมายถึงขนที่ยาวลงมาสองข้างของใบหน้า บริเวณด้านหน้าหู
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The band played a kicking set at the festival,” คำว่า kicking น่าจะหมายถึงอะไร
- การแสดงที่เงียบและเป็นทางการ
- การแสดงที่น่าตื่นเต้นและยอดเยี่ยม
- การแสดงที่ทำไปพร้อมกับการเตะ
ดูคำตอบ
การแสดงที่น่าตื่นเต้นและยอดเยี่ยม
came to the conclusion that...: ได้ข้อสรุปว่า...
come to the conclusion that... หมายถึงการตัดสินหรือได้ข้อสรุปหลังจากคิด สังเกต หรือตรวจสอบหลักฐาน ในตัวอย่าง came เป็นรูปอดีต และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของข้อสรุปนั้น วลีนี้นำเสนอผลลัพธ์ว่าเกิดจากกระบวนการใช้เหตุผล ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปถึงสถานที่จริง รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อต้องอธิบายผลการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ งานโรงเรียน การอภิปราย และรายงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come to the conclusion: After studying the results, Maya ____ that the first idea was correct.
ดูคำตอบ
came to the conclusion
reached out to someone: เป็นฝ่ายติดต่อใครสักคน
reach out ในที่นี้หมายถึงการเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อใครสักคน การติดต่ออาจทำผ่านจดหมาย อีเมล โทรศัพท์ หรือวิธีอื่น ส่วน via snail mail ระบุว่าวิธีที่ใช้ในประโยคนี้คือจดหมายทางไปรษณีย์ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยื่นแขนออกไปจริง ๆ เมื่อระบุบุคคลที่ติดต่อ ให้ใช้ reach out to someone วลีนี้มักบอกเป็นนัยถึงจุดประสงค์ เช่น ขอความช่วยเหลือ เสนอความช่วยเหลือ เริ่มร่วมมือกัน หรือติดต่อกันใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ reach out ในความหมายว่าเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I reached out the science club to ask about joining.
- I reached out to the science club to ask about joining.
- I reached the science club out to ask about joining.
ดูคำตอบ
I reached out to the science club to ask about joining.
snail mail: ไปรษณีย์กระดาษแบบดั้งเดิม
snail mail เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการและติดตลกสำหรับจดหมายและสิ่งของอื่น ๆ ที่ส่งผ่านระบบไปรษณีย์ คำว่า snail สื่อว่าวิธีนี้ช้ากว่าอีเมลหรือข้อความออนไลน์แบบทันที ไม่ได้หมายความว่ามีหอยทากส่งจดหมายจริง ๆ ในประโยคนี้ การใช้ชื่อเรียกแบบสมัยใหม่ทำให้ฉากในอดีตดูขบขันขึ้น ตัวละครติดต่ออีกคนด้วยจดหมายกระดาษ และการกล่าวถึง Twitter ต่อจากนั้นก็สร้างความแตกต่างระหว่างยุคของการสื่อสาร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงไปรษณีย์แบบสิ่งของจริง: The invitation came by ____, not by email.
ดูคำตอบ
snail mail
had yet to be invented: ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงจุดหนึ่งในอดีต
had yet to be invented หมายถึง “ยังไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นจนถึงจุดเวลานั้นในอดีต” had วางจุดอ้างอิงไว้ในอดีต yet to แสดงว่าเหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้นในเวลานั้น และ be invented ทำให้วลีเป็นรูปถูกกระทำ เพราะ Twitter เป็นสิ่งที่ถูกคิดค้น โครงสร้าง had yet to be + คำกริยาช่องที่สาม มีประโยชน์ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ โดยบอกว่าบางสิ่งยังไม่เกิดขึ้นจนถึงเวลาที่กำลังกล่าวถึง แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นภายหลังหรือไม่
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง had yet to be done และคำกริยา complete: When the photo was taken, the bridge ____.
ดูคำตอบ
had yet to be completed
to other scientists working in the same field,
4:54เพื่อติดต่อนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ที่ทำงานในสายงานเดียวกัน
got back to him: ตอบเขา
ในบริบทการสื่อสารนี้ got back to him หมายถึง “ตอบเขา” หรือ “ติดต่อเขาอีกครั้งเพื่อให้คำตอบ” และเป็นรูปอดีตของ get back to someone โครงสร้างคือ get back to + คน ในที่นี้ back หมายถึงการกลับเข้าสู่บทสนทนาเพื่อตอบ ไม่ใช่การเคลื่อนที่กลับไปหาคนนั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ตอบหลังจากตรวจสอบแล้ว” ให้สมบูรณ์: I need to check the price, but I'll ____ you this afternoon.
ดูคำตอบ
get back to
and the two started working on the beginnings of the cell theory.
4:58และทั้งสองก็เริ่มทำงานเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของทฤษฎีเซลล์
A bone of contention arose between them as for the last part of the cell theory, โน้ต
5:01ประเด็นขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในส่วนสุดท้ายของทฤษฎีเซลล์
A bone of contention: ประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
A bone of contention คือประเด็นเฉพาะที่ทำให้เกิดความเห็นไม่ตรงกันหรือการโต้เถียงซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ ส่วนสุดท้ายของทฤษฎีเซลล์คือประเด็นที่นักคิดทั้งสองเห็นต่างกัน ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสำนวน โดย bone ไม่ได้หมายถึงกระดูกจริง ๆ สำนวนนี้เรียกตัวประเด็นที่ผู้คนไม่เห็นด้วยกัน ไม่ใช่การโต้เถียงนั้นเอง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ประเด็นที่ทำให้เกิดความเห็นไม่ตรงกัน” ให้สมบูรณ์: The office temperature has become ____ between the morning and evening teams.
ดูคำตอบ
a bone of contention
as for: การเปลี่ยนไปพูดถึงหัวข้อเฉพาะ
“as for” ทำหน้าที่ระบุนามวลีที่ตามหลังว่าเป็นหัวข้อที่จะพูดถึงต่อไป ในประโยคนี้ “the last part of the cell theory” ถูกแยกออกมาเป็นประเด็นเฉพาะที่ทำให้เกิดความเห็นต่าง สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล หลังจากพูดถึงเรื่องกว้าง ๆ แล้ว ผู้พูดจะหันมาเน้นเพียงส่วนหนึ่ง สำนวนนี้ไม่ได้บอกสาเหตุ จึงไม่ได้มีความหมายว่า “because of”
แบบฝึกหัด
“as for” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เปลี่ยนความสนใจไปยังส่วนสุดท้ายของทฤษฎีเซลล์
- แสดงว่าคนทั้งสองเห็นด้วยกัน
- อธิบายว่าเหตุใดจึงมีการสร้างทฤษฎีเซลล์
ดูคำตอบ
เปลี่ยนความสนใจไปยังส่วนสุดท้ายของทฤษฎีเซลล์
Schleiden didn't exactly subscribe to that thought สำนวน
5:08ชไลเดนไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดนั้นเลยทีเดียว
didn't exactly subscribe to: การแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างนุ่มนวล
ในที่นี้ “subscribe to” หมายถึง “ยอมรับหรือสนับสนุนแนวคิด ทฤษฎี หรือความเชื่อ” ไม่ได้หมายถึง “สมัครรับเนื้อหา” เนื่องจากกรรมของวลีนี้คือ “that thought” วลีนี้จึงหมายความว่า Schleiden ไม่ยอมรับมุมมองนั้น “didn't exactly” ช่วยทำให้การปฏิเสธนุ่มลงด้วยการพูดแบบลดน้ำหนัก อาจฟังดูสุภาพกว่า หรือมีความประชดเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการพูดตรง ๆ ว่า “rejected” แต่ใจความยังคงเป็นการไม่เห็นด้วย
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นใน “Schleiden didn't exactly subscribe to that thought” หมายความว่าอะไร?
- เขาไม่ได้ยอมรับแนวคิดนั้นจริง ๆ
- เขาเห็นด้วยกับแนวคิดนั้นอย่างกระตือรือร้น
- เขาหยุดจ่ายเงินค่าสิ่งพิมพ์
ดูคำตอบ
เขาไม่ได้ยอมรับแนวคิดนั้นจริง ๆ
as he swore cells came from free cell formation,
5:11เพราะเขาสาบานว่าเซลล์มาจากการก่อตัวของเซลล์อิสระ
where they just kind of spontaneously crystallized into existence. สำนวน
5:14โดยพวกมันแค่ก่อตัวเป็นผลึกขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
kind of spontaneously crystallized into existence: ดูเหมือนก่อตัวและเกิดขึ้นเอง
วลีนี้บรรยายเซลล์ราวกับว่ามันก่อตัวเหมือนผลึกแล้วเริ่มมีอยู่จริง into existence เน้นผลลัพธ์ คือเปลี่ยนจากไม่มีอยู่เป็นมีอยู่ ส่วน spontaneously เพิ่มความหมายว่าเหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเกิดขึ้นเอง kind of ทำให้ภาพเปรียบเทียบนี้เป็นเพียงคำอธิบายคร่าว ๆ และฟังเป็นภาษาพูดมากขึ้น ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังแซวคำอธิบายเก่าเกี่ยวกับการก่อตัวของเซลล์เล็กน้อย ไม่ได้กำลังบอกข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ kind of spontaneously crystallized into existence สื่อถึงอะไร
- บรรยายเซลล์ด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อย ราวกับว่ามันก่อตัวและปรากฏขึ้นเอง
- เซลล์ทำจากผลึกแร่จริง ๆ
- เซลล์ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตโดยนักวิทยาศาสตร์อีกคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
บรรยายเซลล์ด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อย ราวกับว่ามันก่อตัวและปรากฏขึ้นเอง
That's when another scientist named Rudolph Virchow stepped in with research showing that cells did come from other cells, โน้ต
5:18นั่นคือตอนที่นักวิทยาศาสตร์อีกคนชื่อ รูดอล์ฟ เฟียร์โช ก้าวเข้ามาพร้อมกับงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าเซลล์มาจากเซลล์อื่นจริงๆ
stepped in: เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์
stepped in เป็นรูปอดีตของกริยาวลี step in หมายถึงมีคนเข้ามาแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมเพราะสถานการณ์ต้องการการจัดการ ในที่นี้ Virchow เข้าสู่การถกเถียงทางวิทยาศาสตร์และนำงานวิจัยที่สนับสนุนคำอธิบายอีกแบบหนึ่งมาเสนอ จุดสำคัญคือการมีอิทธิพลต่อหรือจัดการสถานการณ์ ไม่ใช่การก้าวเท้าอย่างตรงตัว ส่วน with research บอกว่าเขาใช้อะไรในการเข้ามาแทรกแซง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ step in: The coach ____ when the players started arguing.
ดูคำตอบ
stepped in
did come from: ใช้ did เน้นข้อความบอกเล่า
ในอนุประโยคบอกเล่าอดีตกาลนี้ did ใช้เพิ่มน้ำหนักว่าเซลล์มาจากเซลล์อื่นจริง ๆ เป็นการแก้หรือโต้แย้งแนวคิดตรงข้ามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก did แสดงอดีตกาลแล้ว จึงต้องใช้ come ไม่ใช่ came: cells did come from other cells.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบเน้นของ finish: She ____ her homework before dinner, even though you thought she forgot.
ดูคำตอบ
did finish
how to put it: การหาถ้อยคำที่สุภาพ
how to put it เป็นวลีแสดงการลังเลที่หมายถึงกำลังคิดว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ในที่นี้ put หมายถึงการเรียบเรียงหรือแสดงความคิด ไม่ใช่การวางสิ่งของจริง ๆ ผู้พูดใช้วลีนี้ขณะหาคำพูดที่ระมัดระวัง โดยเฉพาะก่อนการวิจารณ์ ข่าวร้าย หรือข้อเท็จจริงที่น่าอึดอัด เป็นสัญญาณว่าคำพูดถัดไปอาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหรือถูกทำให้นุ่มนวลลงโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
how to put it ก่อนความคิดเห็นที่ละเอียดอ่อนมักบอกอะไร?
- ผู้พูดกำลังหาวิธีที่สุภาพในการแสดงความคิดนั้น
- ผู้พูดต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการวางสิ่งของ
- ผู้พูดกำลังเริ่มอธิบายคำจำกัดความทางเทคนิคที่แม่นยำ
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังหาวิธีที่สุภาพในการแสดงความคิดนั้น
borrowed without permission from a Jewish scientist by the name of Robert Remak, โน้ต
5:28ยืมมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักวิทยาศาสตร์ชาวยิวที่ชื่อ โรเบิร์ต รีมัก
borrowed without permission: ข้อกล่าวหาที่ใช้ถ้อยคำให้อ่อนลง
ในบริบทงานวิจัยนี้ borrowed without permission ไม่ได้หมายถึงการยืมตามปกติ แต่เป็นการเลือกใช้ถ้อยคำที่เบาลงโดยเจตนา เพื่อสื่อว่ามีคนใช้ผลงานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือไม่ได้ให้เครดิตอย่างเหมาะสม คำกริยา borrowed ที่ฟังดูเบาช่วยลดความตรงของถ้อยคำ ส่วน without permission เพิ่มการประเมินทางจริยธรรมในแง่ลบ ดังนั้นวลีนี้จึงอาจสื่อเป็นนัยถึงการนำผลงานไปใช้โดยมิชอบหรือการลอกผลงาน โดยไม่กล่าวหาอย่างตรงที่สุด
แบบฝึกหัด
ในการพูดถึงงานวิจัย borrowed without permission มีแนวโน้มสื่อเป็นนัยถึงอะไรที่สุด?
- มีคนใช้ผลงานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม แต่จงใจพูดด้วยถ้อยคำที่เบาลง
- มีคนยืมอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการแล้วนำมาคืน
- มีคนได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้ใช้ผลงานนั้นชั่วคราว
ดูคำตอบ
มีคนใช้ผลงานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม แต่จงใจพูดด้วยถ้อยคำที่เบาลง
Jewish scientist: อัตลักษณ์ ไม่ใช่สาขาวิชา
ใน Jewish scientist คำว่า Jewish เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกอัตลักษณ์หรือภูมิหลังความเป็นชาวยิวของ Robert Remak ส่วน scientist บอกอาชีพของเขา คำนี้ไม่ได้เป็นชื่อสาขาวิทยาศาสตร์ การกล่าวถึงอัตลักษณ์นี้ช่วยวางกรอบให้เข้าใจประเด็นทางประวัติศาสตร์ว่า งานวิจัยของใครได้รับเครดิตหรือการยอมรับ ถ้อยคำนี้ชี้ให้เห็นบริบททางสังคมที่อาจเกี่ยวข้อง แต่เพียงวลีสั้น ๆ นี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าอัตลักษณ์ส่งผลต่อเหตุการณ์อย่างไรแน่ชัด
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ใน Jewish scientist คำว่า Jewish คือชื่อสาขาวิทยาศาสตร์ที่ Robert Remak ศึกษา
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
which led to two more feuding scientists. โน้ต
5:33ซึ่งนำไปสู่นักวิทยาศาสตร์อีกสองคนที่ต้องมาบาดหมางกัน
led to: ทำให้เกิดผลลัพธ์
ในประโยคนี้ led to หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ส่งผลให้” คำว่า Which ย้อนกลับไปยังการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ two more feuding scientists คือผลที่เกิดขึ้น Led เป็นรูปอดีตของ lead ในโครงสร้างเหตุและผลนี้ lead to ตามด้วยคำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing เช่น lead to a problem, lead to major changes, lead to people arguing
แบบฝึกหัด
เติมวลีรูปอดีตสองคำที่มีความหมายว่า “ทำให้เกิด” ลงในประโยค: Heavy rain ____ the game's cancellation.
ดูคำตอบ
led to
feuding scientists: นักวิทยาศาสตร์ที่ขัดแย้งกันอย่างยาวนาน
Feuding scientists หมายถึงนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในความขัดแย้งต่อเนื่องและมักมีความเป็นศัตรูกัน ในที่นี้ feuding อธิบายความสัมพันธ์ของพวกเขาตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่กำลังทำในขณะเดียว คำนี้มักสื่อถึงข้อพิพาทที่เกิดซ้ำหรือความรู้สึกไม่ดีที่ยืดเยื้อ ดังนั้นวลีนี้จึงสรุปความเป็นคู่แข่งที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ความเห็นต่างสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
feuding เพิ่มความหมายใดใน feuding scientists?
- ความเห็นต่างสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
- ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและมักมีความเป็นศัตรู
- การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสงบและเป็นมืออาชีพ
ดูคำตอบ
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและมักมีความเป็นศัตรู
Thus, from teeth gunk to torquing off Newton, โน้ต
5:36ดังนั้น จากคราบหินปูนไปจนถึงการทำให้นิวตันโกรธ
torquing off: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ทำให้โกรธ”
ในที่นี้ torquing off Newton หมายถึงการทำให้นิวตันโกรธ Torquing เป็นรูป -ing ของรูปแบบไม่เป็นทางการ torque someone off และ Newton คือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำนี้ เนื่องจาก torque โดยปกติหมายถึงแรงที่ทำให้วัตถุบิดหรือหมุน การเลือกคำนี้จึงฟังดูขี้เล่นและชวนให้นึกถึงกลไก ผู้เล่าใช้คำนี้เพื่อทำให้ความขัดแย้งในประวัติศาสตร์ดูมีชีวิตชีวา ไม่ได้หมายความว่านิวตันถูกบิดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
torquing off Newton หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- หมายถึงใช้แรงเชิงกลหมุนนิวตันจริง ๆ
- หมายถึงทำให้นิวตันหมดความสนใจในทฤษฎีเซลล์
- หมายถึงทำให้นิวตันโกรธด้วยวิธีพูดที่ไม่เป็นทางการและขี้เล่น
ดูคำตอบ
หมายถึงทำให้นิวตันโกรธด้วยวิธีพูดที่ไม่เป็นทางการและขี้เล่น
the cell theory came to be an important part of biology today. การใช้คำ
5:41ทฤษฎีเซลล์ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของชีววิทยาในปัจจุบัน
from ... to ... เพื่อสรุปย้อนอย่างกระชับ
ในที่นี้ รูปแบบ from ... to ... ที่ใช้ซ้ำรวบรวมหัวข้อก่อนหน้าหลายเรื่องให้เป็นการทบทวนสั้น ๆ คำนามและวลีเหล่านี้เป็นหมุดหมายที่น่าจดจำจากเรื่องราว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ที่เพิ่งนำเสนอ การจับคู่สิ่งที่แตกต่างกันมาก—คราบบนฟันกับการทำให้นิวตันโกรธ แล้วจับคู่การตกผลึกกับเซลล์ชวานน์—ช่วยเน้นว่าเรื่องราวนี้ครอบคลุมกว้างและน่าประหลาดใจเพียงใด Thus เป็นสัญญาณว่าเรื่องกำลังเข้าสู่บทสรุปว่า หลังจากเหตุการณ์พลิกผันเหล่านั้น ทฤษฎีเซลล์ก็กลายเป็นแนวคิดสำคัญของชีววิทยา
แบบฝึกหัด
รายการ from ... to ... ที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?
- บอกลำดับเวลาที่แน่นอนของการค้นพบใหม่สี่อย่าง
- ทบทวนหมุดหมายหลายจุดจากก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็วและช่วยปิดเรื่อง
- บรรยายการเดินทางจริงระหว่างสถานที่สี่แห่ง
ดูคำตอบ
ทบทวนหมุดหมายหลายจุดจากก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็วและช่วยปิดเรื่อง
came to be an important part: ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนสำคัญ
Came to be หมายถึง “ในที่สุดก็กลายเป็น” หลังจากผ่านกระบวนการพัฒนา เป็นรูปอดีตของ come to be และสื่อถึงสภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ในประโยคนี้ an important part of biology บอกถึงตำแหน่งที่ทฤษฎีเซลล์มีในสาขาที่ใหญ่กว่าในที่สุด โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมโยงกระบวนการทางประวัติศาสตร์กับผลที่เกิดขึ้นภายหลังได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่เน้นผลลัพธ์ซึ่งเกิดขึ้นหลังผ่านกระบวนการ: After years of community support, the small garden ____ an important part of the neighborhood.
ดูคำตอบ
came to be
but how we came to know them is incredibly fascinating. ไวยากรณ์
5:49แต่วิธีที่เราค้นพบมันนั้นน่าหลงใหลอย่างเหลือเชื่อ
may seem boring, but ...: จากภาพที่เห็นไปสู่ประเด็นสำคัญ
โครงสร้าง may seem + คำคุณศัพท์, but ... เริ่มจากยอมรับภาพที่อาจดูเป็นเช่นนั้น แล้วจึงเปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่ตรงข้ามกัน โดยทั่วไปสาระสำคัญจะอยู่หลัง but โครงสร้างนี้จึงพาผู้ฟังจากมุมมองแรกไปยังแนวคิดที่ผู้พูดต้องการเน้น may ทำให้ข้อความส่วนแรกมีความระมัดระวัง ส่วน seem แสดงว่านั่นเป็นเพียงสิ่งที่ดูเหมือน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์น่าเบื่อ แต่เน้นมากกว่าว่าการค้นพบว่าเราได้ความรู้เหล่านั้นมาอย่างไรเป็นเรื่องน่าสนใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างแสดงความขัดแย้ง: The first step ____ unnecessary, ____ it prevents costly mistakes.
ดูคำตอบ
may seem · but
how we came to know them ในฐานะอนุประโยคประธาน
How we came to know them เป็นอนุประโยค wh ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ is โดยรวมกระบวนการทั้งหมดที่ว่าเราได้รู้ข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาอย่างไรให้เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบรรยายได้ว่า incredibly fascinating เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + we + came ไม่ใช่คำถามโดยตรง ส่วน them หมายถึงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค how เป็นประธานได้ถูกต้องแทนที่จะเป็นคำถามโดยตรง
- How did the team find the error?
- How did the team find the error remains unclear.
- How the team found the error remains unclear.
ดูคำตอบ
How the team found the error remains unclear.
if something bores you, dig deeper: เงื่อนไขและคำแนะนำ
อนุประโยค if ระบุเงื่อนไข และคำสั่ง dig deeper ให้คำแนะนำว่า เมื่อบางสิ่งทำให้คุณรู้สึกเบื่อ อย่าหยุดอยู่แค่ผิวเผิน แต่ให้ค้นคว้าหรือเรียนรู้เพิ่มเติม ใน something bores you คำว่า something คือสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึก ส่วน you คือผู้ที่รู้สึกเบื่อ ที่นี่ dig deeper เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำสั่งให้ขุดดินจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้คำแนะนำอย่างเป็นธรรมชาติและสื่อได้ถูกต้องว่าหัวข้อหนึ่งทำให้คุณรู้สึกเบื่อ
- If you bore a topic, it should dig deeper before it gives up.
- If a topic bores you, dig deeper before you give up.
- If a topic is bore you, deeper dig before you give up.
ดูคำตอบ
If a topic bores you, dig deeper before you give up.
It's probably got a really weird story behind it somewhere. วลี
5:56มันอาจจะมีเรื่องราวที่แปลกประหลาดมากๆ ซ่อนอยู่เบื้องหลังที่ไหนสักแห่งก็ได้
the story behind it: ที่มาหรือเบื้องหลังของมัน
ใน “the story behind something” คำว่า story หมายถึงเบื้องหลังของสิ่งหนึ่ง เช่น มันเริ่มต้นอย่างไร ทำไมจึงเกิดขึ้น หรืออะไรนำไปสู่สิ่งนั้น คำว่า behind ตรงนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งที่กำลังพูดถึงก่อนหน้านี้ ผู้พูดคาดว่าแม้ตอนแรกมันจะดูไม่น่าสนใจ แต่มันอาจมีที่มาที่แปลกและน่าค้นหา
แบบฝึกหัด
ใน “Maya told us the story behind the old bridge.” Maya น่าจะอธิบายเรื่องใดมากที่สุด
- สะพานนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและเพราะเหตุใด
- เรื่องแต่งที่เพียงกล่าวถึงสะพานนี้
- มีอะไรอยู่ข้างหลังสะพานนี้ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
สะพานนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและเพราะเหตุใด