ทำไมเด็กผู้ชายถึงชอบแกล้งเด็กผู้หญิงที่พวกเขาชอบ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำอธิบายวิดีโอ: ความชอบที่ไม่มีทางสมหวังอาจกลายเป็นความใจร้ายหรือการตัดสินใจในที่ทำงานที่ลำเอียง วิดีโอยังชี้ว่าการยอมรับความปรารถนาไม่ได้บังคับให้เราต้องลงมือทำตาม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ในหัวข้อไวยากรณ์และรูปแบบประโยค “might have tried” กับ “would have hurt” เปรียบเทียบทางเลือกในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นกับผลลัพธ์สมมติ ช่วยให้เล่าการตัดสินใจที่ขัดกับข้อเท็จจริงได้ชัดเจน 2. ในหัวข้อวลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน “on the grounds that” ใช้นำเสนอเหตุผลอย่างเป็นทางการ ช่วยให้สังเกตเหตุผลที่ดูเป็นกลางแต่ซ่อนแรงจูงใจส่วนตัว 3. ในหัวข้อกริยาวลี “act on” หมายถึงเปลี่ยนความรู้สึก ความคิด หรือข้อมูลให้เป็นการกระทำ ช่วยแยกการยอมรับความปรารถนาออกจากการตัดสินใจทำตามความปรารถนานั้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
ความหมายเชิงสำนวนและการเล่นคำของ “close to home”
ในประโยคนี้ close to home ไม่ได้หมายถึงระยะทางที่ใกล้เป็นหลัก แต่หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับชีวิต ความรู้สึก หรือประสบการณ์ส่วนตัวของผู้พูด ซึ่งมักให้ความรู้สึกเหมือนถูกเปิดเผยหรือทำให้ไม่สบายใจ ถ้อยคำนี้ยังสร้างการเล่นคำด้วย เพราะตอนแรก someone very close to home ฟังดูเหมือนเป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ ourselves เผยว่าคนนั้นคือตัวเราเอง ในบริบทอื่น ให้เข้าใจ close to home ว่า “เกี่ยวข้องกับตัวเองอย่างมาก” เว้นแต่สถานการณ์จะพูดถึงสถานที่อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The documentary about debt hit close to home for Leo,” close to home หมายความว่าอะไร?
- สารคดีถ่ายทำใกล้บ้านของ Leo
- เรื่องนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสบการณ์ส่วนตัวของ Leo
- สารคดีทำให้ Leo อยากกลับบ้าน
ดูคำตอบ
เรื่องนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสบการณ์ส่วนตัวของ Leo
We lie because so many of the things we feel are humiliating, challenging, strange, and unflattering.
0:08เราโกหกเพราะความรู้สึกหลายอย่างของเรานั้นน่าอับอาย ท้าทาย แปลกประหลาด และไม่น่าดู
We don't just forget to acknowledge our feelings. วลี
0:15เราไม่ได้แค่ลืมที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
ความหมายของ “acknowledge our feelings”
ในที่นี้ acknowledge our feelings หมายถึงการรับรู้และยอมรับว่าอารมณ์ของเรามีอยู่จริง แทนที่จะเพิกเฉย ซ่อน หรือปฏิเสธมัน ความหมายจึงลึกกว่าการเพียงสังเกตเห็นความรู้สึก เมื่อ feelings เป็นกรรม acknowledge ไม่ได้หมายถึง “ขอบคุณ” หรือ “ยืนยันว่าได้รับแล้ว” และไม่ได้กำหนดว่าต้องแสดงอารมณ์นั้นให้อีกคนรู้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ acknowledge + ความรู้สึกหรือข้อเท็จจริง เช่น acknowledge your fear หรือ acknowledge that you are upset
แบบฝึกหัด
Maya รู้ตัวว่าเธอกำลังหึงและยอมรับเรื่องนี้กับตัวเอง แต่ไม่ได้บอกใคร ประโยคใดอธิบายสิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุด?
- She acknowledges her feelings.
- She does not notice her feelings.
- She expresses her feelings to a friend.
ดูคำตอบ
She acknowledges her feelings.
One part of the mind actively shields the other from uncomfortable truths. วลี
0:18จิตใจส่วนหนึ่งจงใจปกป้องอีกส่วนหนึ่งจากความจริงที่น่าอึดอัดใจ
shield A from B: ปกป้อง A จาก B
ในโครงสร้าง shield A from B นั้น A คือคนหรือสิ่งที่ได้รับการปกป้อง ส่วน B คืออันตราย ข้อมูล หรือประสบการณ์ที่ถูกกันออกไป ในประโยคนี้ ส่วนหนึ่งของจิตใจปกป้องอีกส่วนไม่ให้ต้องเผชิญข้อเท็จจริงที่เจ็บปวด shield ในที่นี้เป็นคำกริยา โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับการปกป้องทางกายภาพและกำแพงเชิงเปรียบเทียบที่กั้นความรู้ ความรู้สึก คำวิจารณ์ หรืออันตราย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง shield A from B: Good sunglasses ____ your eyes ____ harmful UV rays.
ดูคำตอบ
shield · from
because emotions that have not been properly confronted
0:25เพราะอารมณ์ที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
lead to psychological impoverishment, brittleness, rage, and deceit. วลี
0:28จะนำไปสู่ความเสื่อมโทรมทางจิตใจ ความเปราะบาง ความโกรธแค้น และการหลอกลวง
the cost of our denial is high: ผลที่ต้องแลกจากการปฏิเสธความจริงนั้นสูง
cost ในที่นี้หมายถึงผลเสียหรือสิ่งที่ต้องแลก ไม่ใช่เงิน ผู้พูดกำลังบอกว่าการไม่ยอมรับความจริงที่ทำให้ไม่สบายใจนำไปสู่ความเสียหายทางอารมณ์อย่างรุนแรง โครงสร้าง the cost of X ใช้เรียกผลเสียจากการกระทำ การเลือก หรือทัศนคติ การพูดว่า the cost is high เน้นว่าผลนั้นร้ายแรง แม้จะวัดเป็นเงินไม่ได้ก็ตาม
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "The project finished early, but the cost was an exhausted team." คำว่า "the cost" หมายถึงอะไร
- ผลเสียจากการทำเสร็จเร็ว
- เวลาที่แสดงอยู่ในตารางงาน
- จำนวนเงินที่จ่ายให้ทีม
ดูคำตอบ
ผลเสียจากการทำเสร็จเร็ว
lead to psychological impoverishment: นำไปสู่ความพร่องทางจิตใจ
ในที่นี้ lead to เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ โดยอารมณ์ที่ไม่ได้รับการเผชิญอาจทำให้เกิด psychological impoverishment และผลเสียอื่น ๆ ที่ระบุไว้ โครงสร้างคือ สาเหตุ + lead to + ผลลัพธ์ หลัง to ให้ใช้วลีนามหรือรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน Psychological impoverishment หมายถึงชีวิตภายในที่ยากจนและพัฒนาน้อยลง ไม่ได้หมายถึงการขาดเงิน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่แสดงผลลัพธ์เชิงเหตุและผลให้สมบูรณ์: A lack of sleep can ____ poor concentration.
ดูคำตอบ
lead to
It is deeply uncomfortable to want something that one can't have.
0:34มันเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจอย่างยิ่งที่ต้องการในสิ่งที่ตนไม่สามารถมีได้
is to reinvent how much one ever really wanted the elusive element in the first place. วลี
0:41คือการคิดเสียใหม่ว่าตั้งแต่แรกเราต้องการสิ่งยากจะเอื้อมนั้นมากแค่ไหน
in the first place: ตั้งแต่แรก
ในที่นี้ in the first place ย้อนกลับไปมองสถานการณ์เดิม กล่าวคือ ผู้คนปฏิเสธว่าตนต้องการบางสิ่งมากเพียงใดตั้งแต่เริ่มต้น วลีนี้ไม่ได้ใช้เกริ่นรายการข้อแรก วลีนี้มักใช้ตั้งคำถามหรือย้อนพิจารณาแรงจูงใจ สมมติฐาน หรือเหตุผลก่อนหน้า เช่น Why did you agree in the first place? และยังใช้เน้นคำกล่าวปฏิเสธเกี่ยวกับสภาพเดิมได้ เช่น I never wanted it in the first place.
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงตั้งแต่แรกให้คำถามสมบูรณ์: If the schedule was impossible, why did we approve it ____?
ดูคำตอบ
in the first place
what a thing means to us: อนุประโยค wh แบบฝัง
ในประโยคนี้ 'what a thing means to us' เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่ขึ้นต้นด้วย wh และทำหน้าที่เป็นกรรมของ 'reevaluate' โดยระบุประเด็นที่นำมาพิจารณาใหม่ ไม่ได้ถามผู้ฟังโดยตรง ในที่นี้ 'means to us' ถามถึงความสำคัญหรือคุณค่าส่วนบุคคลที่สิ่งนั้นมีต่อเรา ไม่ใช่เพียงความหมายตามพจนานุกรม อนุประโยคแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ 'what a thing means to us' ไม่ใช่ 'what does a thing mean to us'
แบบฝึกหัด
เรียงคำที่กำหนดให้ถูกต้องเพื่อเติมอนุประโยคแบบฝังให้สมบูรณ์: what / success / means / to / us. The workshop made us reconsider ____.
ดูคำตอบ
what success means to us
that something might be at once precious and yet forever and maddeningly out of reach. ไวยากรณ์
1:00ที่ว่าบางสิ่งอาจมีค่ามากแต่ก็อยู่ไกลเกินเอื้อมอย่างน่าหงุดหงิดไปตลอดกาล
hold on to the idea: ยึดมั่นในความคิด
'Hold on to the idea' หมายถึงการยังคงยอมรับหรือเชื่อในความคิดหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อความคิดนั้นยาก ไม่แน่นอน หรือถูกตั้งคำถาม ในที่นี้ 'hold on to' ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย 'that' ซึ่งตามมาอธิบายเนื้อหาของความคิดนั้น คือสิ่งหนึ่งอาจล้ำค่าแต่ไม่อาจเอื้อมถึงได้ตลอดไป โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำนามนามธรรมอย่าง hope, belief, memory และ principle ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ยังคงเชื่อในความคิดหนึ่ง” Even after the first plan failed, the team chose to ____ that a better solution was possible.
ดูคำตอบ
hold on to the idea
at once X and yet Y: ล้ำค่าแต่ไกลเกินเอื้อม
ในประโยคนี้ at once หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” ไม่ใช่ “ทันที” โครงสร้าง at once X and yet Y บอกว่าลักษณะสองอย่างเป็นจริงพร้อมกัน แม้จะดึงไปคนละทาง สิ่งนั้นมีค่าแต่ไม่อาจได้มา and yet เน้นความขัดแย้งได้แรงกว่าการใช้ and อย่างเดียว ส่วน forever และ maddeningly ต่างก็เพิ่มน้ำหนักให้ out of reach ว่าสิ่งนั้นจะยังคงไม่มีทางได้มาตลอดไป และความจริงนี้ทำให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน”: The new job felt ____ exciting and yet frightening.
ดูคำตอบ
at once
Perhaps you were 14 and entering a new class
1:07บางทีคุณอาจจะอายุ 14 ปีและกำลังเข้าเรียนในชั้นเรียนใหม่
taller than you, with grey-green eyes, thick auburn hair,
1:13สูงกว่าคุณ มีดวงตาสีเขียวอมเทา ผมหนาสีน้ำตาลแดง
one of the most ... you'd ever encountered: หนึ่งในคนที่…ที่สุดเท่าที่เคยพบมา
โครงสร้าง one of the most + คำนามพหูพจน์ ระบุสมาชิกหนึ่งคนในกลุ่มระดับสูงสุด ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุดเพียงคนเดียวเสมอไป ดังนั้น people จึงเป็นพหูพจน์ แม้จะกำลังบรรยายคนเพียงคนเดียว ในที่นี้ you'd หมายถึง you had เพราะตามด้วยกริยาช่อง past participle คือ encountered ส่วน past perfect เป็นการมองย้อนจากจุดหนึ่งในอดีต กล่าวคือ จนถึงตอนนั้น คนนี้อยู่ในกลุ่มคนที่มีเสน่ห์ที่สุดที่ผู้ฟังเคยพบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ one of the most และรูปย่อของ you had: She was ____ thoughtful teachers ____ ever met.
ดูคำตอบ
one of the most · you'd
utterly beyond you เมื่อกล่าวถึงคนที่เอื้อมไม่ถึง
ในที่นี้ utterly beyond you หมายถึงคนคนนั้นอยู่ไกลเกินขอบเขตที่คุณคิดว่าตนเองจะมีโอกาสสานสัมพันธ์เชิงรักได้จริง เขาดูน่าประทับใจมากจนการพยายามจีบดูเป็นไปไม่ได้ beyond จึงกล่าวถึงการเอื้อมถึงตามความรู้สึก ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ beyond you อาจหมายถึง “ยากเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ” ได้เช่นกัน แต่การเปรียบเทียบในบริบทและการนึกถึงการเป็นเพียงเพื่อนทำให้ความหมายนั้นไม่เหมาะกับประโยคนี้ ต้องใช้บริบทตัดสินว่า beyond กล่าวถึงขีดจำกัดเชิงเปรียบเทียบแบบใด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ utterly beyond you น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- คนคนนั้นเดินผ่านคุณไปแล้ว
- คนคนนั้นดูเป็นคนที่คุณเอื้อมไม่ถึงในเชิงความรัก
- คุณไม่เข้าใจสิ่งที่คนคนนั้นพูด
- คนคนนั้นยืนอยู่ข้างหลังคุณ
ดูคำตอบ
คนคนนั้นดูเป็นคนที่คุณเอื้อมไม่ถึงในเชิงความรัก
but this kind of compromise would have hurt too much.
1:35แต่การประนีประนอมแบบนี้จะทำให้เจ็บปวดเกินไป
might have tried กับ would have hurt ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
might have + กริยาช่อง 3 นำเสนอทางเลือกหรือเหตุการณ์ที่อาจเป็นไปได้ในอดีต โดยไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นจริง ดังนั้น You might have tried จึงสมมุติให้การพยายามเป็นเพื่อนเป็นทางเลือกที่มีอยู่ในตอนนั้น แต่ไม่ได้เลือกในสถานการณ์นี้ would have + กริยาช่อง 3 บอกผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสถานการณ์อดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นเดียวกัน this kind of compromise would have hurt too much หมายความว่า ถ้าคนนั้นเลือกเป็นเพียงเพื่อน ความเจ็บปวดทางใจก็จะเป็นผลที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
การโทรไม่ได้เกิดขึ้นจริง ประโยคใดนำเสนอการโทรเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ในอดีต และนำเสนอความกระอักกระอ่วนเป็นผลสมมุติที่คาดไว้
- I might call, but the conversation will be awkward.
- I called, and the conversation was awkward.
- I might have called, but the conversation would have been awkward.
- I would have called, but the conversation might have been awkward.
ดูคำตอบ
I might have called, but the conversation would have been awkward.
You sought to spoil because you could not have.
1:45คุณพยายามที่จะทำลายเพราะคุณไม่สามารถครอบครองได้
You became mean where you would at one level have wanted to worship. ลำดับความ
1:48คุณกลายเป็นคนใจแคบในจุดที่ลึกๆ แล้วคุณอยากจะเทิดทูน
ใช้ where เปรียบต่างปฏิกิริยาจริงกับปฏิกิริยาที่ซ่อนอยู่
ในที่นี้ where ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่ใช้วางปฏิกิริยาสองแบบในสถานการณ์เชิงนามธรรมเดียวกันให้ตัดกัน คือ คนคนนั้นกลับทำตัวใจร้าย ทั้งที่อีกส่วนหนึ่งในใจอาจอยากเทิดทูนหรือชื่นชมคนเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง at one level หมายถึงในชั้นหนึ่งของจิตใจหรืออารมณ์ ไม่ใช่ระดับบนมาตรวัด การใช้ where แบบนี้เชื่อมสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับปฏิกิริยาอีกแบบที่อาจหรือควรเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The discussion became competitive where it could have been collaborative.' คำว่า where ทำหน้าที่อะไร
- ใช้แสดงว่าผลแบบร่วมมือเกิดขึ้นในภายหลัง
- ใช้ถามสถานที่จริงที่มีการอภิปราย
- ใช้เปรียบต่างผลที่เกิดขึ้นจริงกับผลอีกแบบที่เป็นไปได้ในสถานการณ์เดียวกัน
ดูคำตอบ
ใช้เปรียบต่างผลที่เกิดขึ้นจริงกับผลอีกแบบที่เป็นไปได้ในสถานการณ์เดียวกัน
stuck-up คำดูหมิ่นไม่เป็นทางการสำหรับพฤติกรรมหยิ่งยโส
Stuck-up เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่มีความหมายเชิงตำหนิ ใช้บอกว่าคนหนึ่งทำตัวราวกับว่าตนสำคัญหรือดีกว่าคนอื่น ในประโยคนี้ คำนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำด่าโดยตรงว่า a stuck-up idiot เนื่องจากผู้พูดซ่อนความชื่นชมไว้ด้วยท่าทีเป็นศัตรู คำนี้จึงเป็นการเล่าคำด่าที่ผู้พูดใช้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่เป็นกลางว่าคนนั้นหยิ่งจริง ความหมายนี้ไม่สามารถเดาได้จากการรวมความหมายทั่วไปของ stuck กับ up
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดสนับสนุนการเรียกใครสักคนว่า stuck-up ได้ดีที่สุด
- เขารู้สึกประหม่าและเงียบเมื่อพบคนใหม่
- เขาพูดอย่างมั่นใจระหว่างการนำเสนอที่เตรียมมาอย่างดี
- เขาปัดความคิดของคนอื่นทิ้งอยู่เสมอ เพราะคิดว่าตนเหนือกว่า
ดูคำตอบ
เขาปัดความคิดของคนอื่นทิ้งอยู่เสมอ เพราะคิดว่าตนเหนือกว่า
not hatred, but ... a passionate secret love: ปฏิเสธสิ่งหนึ่งแล้วเปิดเผยความจริง
โครงสร้าง not X, but Y ปฏิเสธการตีความหนึ่ง แล้วแทนที่ด้วยการตีความที่ผู้พูดเสนอว่าเป็นความจริง ในที่นี้ ส่วนเปรียบต่างทั้งหมดเป็นกรรมของ hid กล่าวคือ การดูแคลนนั้นไม่ได้ซ่อนความเกลียดชัง แต่ซ่อนความรักที่เป็นความลับ การวาง Y ไว้ท้ายประโยคทำให้การแก้ความเข้าใจเกิดขึ้นช้าลงและเน้นคำอธิบายที่แท้จริงมากขึ้น at base หมายถึง “ในระดับที่ลึกที่สุดหรือเป็นพื้นฐานที่สุด” จึงเสริมการหักมุมจากความเกลียดชังที่เห็นภายนอกไปสู่ความรักที่ซ่อนอยู่ข้างใน
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำจากโครงสร้าง not X, but Y เพื่อให้การแก้ความเข้าใจสมบูรณ์: The meeting was canceled ____ because of low interest, ____ because the speaker became ill.
ดูคำตอบ
not · but
Sometimes our meanness takes drier, more intellectual forms. วลี
2:08บางครั้งความใจร้ายของเราก็มาในรูปแบบที่เย็นชาและใช้ความคิดมากขึ้น
takes drier, more intellectual forms: ปรากฏในรูปแบบที่ไร้อารมณ์และใช้เหตุผลมากขึ้น
take ... forms หมายถึง “ปรากฏหรือถูกแสดงออกมาในลักษณะบางอย่าง” ประธาน our meanness ไม่ได้หยิบสิ่งของจริง ๆ แต่แสดงตัวออกมาผ่านพฤติกรรมหลายชนิด Drier และ more intellectual ใช้อธิบาย forms โดย drier เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงมีอารมณ์น้อยลง ยับยั้งชั่งใจมากขึ้น หรือไม่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วน more intellectual บอกเป็นนัยถึงการแสดงออกผ่านแนวคิดหรือการวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาจากโครงสร้าง take ... forms: Online pressure can ____ many subtle forms.
ดูคำตอบ
take
you recently sent round a memo headed recruitment policies for Q4 sales team. โน้ต
2:13เมื่อเร็วๆ นี้ คุณส่งบันทึกข้อความหัวข้อนโยบายการรับสมัครพนักงานฝ่ายขายในไตรมาสที่ 4
sent round: ส่งข้อมูลเวียนให้คนในกลุ่ม
ใน sent round คำว่า sent เป็นรูปอดีตของ send ส่วน round แสดงว่าบันทึกข้อความถูกส่งเวียนให้คนกลุ่มหนึ่ง เช่น เพื่อนร่วมงานในสำนักงาน ไม่จำเป็นต้องระบุผู้รับอย่างชัดเจนหากรู้จากบริบทอยู่แล้วว่าเป็นกลุ่มใด โครงสร้างนี้นำไปใช้ต่อได้ในรูป send + กรรม + round เช่น ส่งเวียนบันทึกข้อความ แบบสอบถาม ลิงก์ หรือข้อมูลอัปเดต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสำนักงานแบบบริติชสองคำที่หมายถึง “แจกจ่ายให้คนในกลุ่ม”: I ____ the agenda to everyone yesterday.
ดูคำตอบ
sent round
a memo headed ...: headed ที่ใช้หน้าชื่อเรื่องของเอกสาร
headed ในที่นี้หมายถึง “มีหัวเรื่องหรือชื่อเรื่องตามข้อความที่อยู่ถัดไป” โดย recruitment policies for Q4 sales team เป็นชื่อเรื่องของบันทึกข้อความ ไม่ใช่จุดหมายปลายทางหรือผู้รับผิดชอบ โครงสร้างคือ document + headed + title เช่น a letter headed Important Notice หรือ a report headed Results เป็นวิธีระบุเอกสารด้วยหัวเรื่องที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “She handed me a document headed Annual Budget Review,” คำว่า headed หมายถึงอะไร?
- มีชื่อเรื่องว่า Annual Budget Review
- กำลังมุ่งหน้าไปยัง Annual Budget Review
- บริหารโดยบุคคลชื่อ Annual Budget Review
ดูคำตอบ
มีชื่อเรื่องว่า Annual Budget Review
In it, you argued in sober prose with numbered paragraphs การใช้คำ
2:18ในนั้น คุณโต้แย้งด้วยร้อยแก้วที่สุขุมพร้อมย่อหน้าที่มีตัวเลข
in sober prose: รูปแบบการเขียนที่จริงจังและสุขุม
in sober prose หมายถึง “ด้วยรูปแบบการเขียนที่จริงจังและสุขุม” ในที่นี้ sober ขยายคำว่า prose โดยบอกว่างานเขียนมีความสงบ ควบคุมอารมณ์ และไม่กล่าวเกินจริงทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึง “ไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์” วลีนี้อธิบายวิธีนำเสนอข้อโต้แย้ง ไม่ได้บอกว่าแนวคิดนั้นยุติธรรมหรือเป็นกลาง ภาษาที่ดูสุขุมก็ยังอาจใช้ห่อหุ้มความรู้สึกส่วนตัวหรืออคติให้ดูเหมือนเหตุผลที่รอบคอบได้
แบบฝึกหัด
in sober prose ในประโยค “The report describes the crisis in sober prose” หมายความว่าอย่างไร
- ด้วยรูปแบบที่ตลกและแสดงอารมณ์อย่างมาก
- ขณะที่ไม่ได้เมาแอลกอฮอล์เลย
- ด้วยรูปแบบการเขียนที่จริงจังและสุขุม
ดูคำตอบ
ด้วยรูปแบบการเขียนที่จริงจังและสุขุม
that the company shouldn't in the future seek to recruit any more recent university graduates
2:21ว่าบริษัทไม่ควรหาทางรับสมัครเด็กจบใหม่ในอนาคตอีกต่อไป
on the grounds that they tended not to meet the expectations of clients. วลี
2:26ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขามักจะไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าได้
on the grounds that: การให้เหตุผลรองรับอย่างเป็นทางการ
on the grounds that ใช้เกริ่นเหตุผลหรือข้ออ้างอย่างเป็นทางการสำหรับการตัดสินใจ ข้อกล่าวอ้าง การปฏิเสธ หรือการกระทำ หลังวลีนี้ต้องตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา ในประโยคนี้ อนุประโยคดังกล่าวบอกเหตุผลที่อ้างขึ้นเพื่อไม่รับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่เพิ่ม ในวลีนี้ grounds หมายถึง “เหตุผล” หรือ “หลักฐานรองรับ” ไม่ใช่พื้นดินหรือสถานที่ สำนวนนี้ฟังดูเป็นทางการและเป็นภาษาขององค์กร และอาจทำให้การตัดสินใจดูเหมือนมีเหตุผลรองรับอย่างรอบคอบ แม้เหตุผลนั้นยังเป็นที่โต้แย้งได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนทางการในประโยคให้สมบูรณ์: The permit was denied on the ____ that the building failed the safety inspection.
ดูคำตอบ
grounds
meet the expectations of clients: ทำได้ตามความคาดหวังของลูกค้า
ในที่นี้ meet the expectations หมายถึงไปถึงระดับหรือมาตรฐานที่ใครบางคนคาดหวัง คำว่า meet ไม่ได้หมายถึงการไปพบลูกค้าแบบเผชิญหน้า โครงสร้าง meet the expectations of + บุคคลหรือกลุ่ม ใช้ระบุว่ามาตรฐานของใครเป็นสิ่งสำคัญ ในประโยคนี้ of clients แสดงว่าบัณฑิตจบใหม่เหล่านั้นถูกประเมินตามความคาดหวังของลูกค้า
who seemed astonishingly young, enthusiastic, endearing,
2:38ซึ่งดูเด็ก กระตือรือร้น น่ารักอย่างน่าประหลาด
laid eyes on: การเห็นครั้งแรกอย่างชัดเจนและน่าจดจำ
laid eyes on เป็นรูปอดีตของสำนวน lay eyes on หมายถึงได้เห็นหรือเหลือบเห็นคนหรือสิ่งของ ไม่ได้หมายถึงการนำดวงตาไปวางไว้ที่ใดตามตัวอักษร เมื่อใช้ร่วมกับ first สำนวนนี้จะเน้นการเห็นครั้งแรกที่น่าจดจำ ในที่นี้ the day you first laid eyes on the new recruit ระบุช่วงเวลาที่ความดึงดูดใจและการหลอกตัวเองเริ่มขึ้น และทำให้ช่วงเวลานั้นดูมีชีวิตชีวาแบบการเล่าเรื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรูปอดีตจากคำอธิบายนี้ที่หมายถึง “เห็น”: The moment I ____ the cottage, it felt like home.
ดูคำตอบ
laid eyes on
The emotions you felt were a piece of madness for a married middle-aged person.
2:43อารมณ์ที่คุณรู้สึกเป็นเรื่องบ้าบอสำหรับคนวัยกลางคนที่แต่งงานแล้ว
with coltish energy and innocent friendliness. สำนวน
2:51มีพลังงานเหมือนลูกม้าและความเป็นมิตรที่ไร้เดียงสา
coltish energy: พลังวัยเยาว์ที่มีชีวิตชีวาและค่อนข้างคึกคะนอง
ในประโยคนี้ coltish บรรยายพลังของคนวัย 23 ปีว่ามีชีวิตชีวา ขี้เล่น และยังควบคุมได้ไม่เต็มที่ คำนี้ทำให้นึกถึงลูกม้าที่เคลื่อนไหวอย่างคึกคัก จึงอาจสื่อถึงความเก้งก้างหรือยังไม่เป็นผู้ใหญ่เล็กน้อยด้วย คำนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบรรยายท่าทางหรือการเคลื่อนไหวของคน ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเหมือนม้าจริง ๆ เมื่อเทียบกับการใช้เพียง energetic คำนี้เพิ่มภาพของความอ่อนเยาว์และพลังทางกายที่ล้นเหลือ
แบบฝึกหัด
ใน "Her coltish energy made every rehearsal feel playful," คำว่า coltish energy สื่อถึงอะไร
- พละกำลังที่เกี่ยวข้องกับม้าตามความหมายตรงตัว
- พลังที่อ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวา พร้อมลักษณะค่อนข้างคึกคะนองหรือเก้งก้าง
- ความมั่นใจที่สงบและควบคุมไว้อย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ
พลังที่อ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวา พร้อมลักษณะค่อนข้างคึกคะนองหรือเก้งก้าง
and mentioned that they'd tried windsurfing for the first time.
2:57และพูดถึงว่าพวกเขาได้ลองเล่นวินด์เซิร์ฟเป็นครั้งแรก
ask you what you'd done: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม
โครงสร้างคือ ask + คน + what + ประธาน + กริยา: they tried to ask you what you'd done คำหลัง what เป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคหรือคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า อย่าสลับ had กับ you แบบที่ใช้ในคำถามตรง ในที่นี้ you'd หมายถึง you had ไม่ใช่ you would ส่วน past perfect ใน had done แสดงว่ากิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์เกิดก่อนความพยายามที่จะถามถึงกิจกรรมนั้นในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์โดยใช้ what รูปย่อ I'd และ prepared: "After the presentation, Maya asked me ____."
ดูคำตอบ
what I'd prepared
respond by + -ing: ตอบสนองด้วยการกระทำบางอย่าง
ในโครงสร้าง respond by + -ing คำว่า respond ระบุว่าเป็นการตอบสนอง ส่วน by + -ing อธิบายการกระทำหรือวิธีที่ใช้ตอบสนอง ตรงนี้ being rather stern บอกว่าบุคคลนั้นตอบสนองอย่างไร ไม่ได้บอกถ้อยคำหรือเนื้อหาของคำตอบ หลัง by ต้องใช้รูป -ing เช่น by being ไม่ใช่ by be โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมสถานการณ์กับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนอง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ respond และคำบุพบทที่นำหน้าวิธีตอบสนองเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: When criticized, Maya ____ asking for specific examples.
ดูคำตอบ
responded by
rather + คำคุณศัพท์ใน rather stern
เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์ rather เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ใน rather stern คำนี้เพิ่มระดับของ stern หมายความว่าบุคคลนั้นเข้มงวดหรือไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย Rather มักทำให้การประเมินฟังดูสุขุมหรือยับยั้งชั่งใจมากขึ้น การนำเสนอที่นุ่มนวลขึ้นนี้ไม่ได้ทำให้คำวิจารณ์หายไป ผู้พูดยังคงมองพฤติกรรมนั้นในแง่ลบ
แบบฝึกหัด
rather ในประโยค “The instructions were rather confusing.” หมายถึงอะไร?
- อยากทำอีกอย่างมากกว่า
- แทนที่จะเป็นเช่นนั้น
- ค่อนข้างหรือทีเดียว
ดูคำตอบ
ค่อนข้างหรือทีเดียว
you judged their performance in a critical way that seemed just about fair. การใช้คำ
3:04คุณตัดสินผลงานของพวกเขาในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดูเหมือนจะยุติธรรมดี
just about fair: แทบพอเรียกได้ว่ายุติธรรม
just about ขยายคำว่า fair และหมายถึง “เกือบถึงหรือถึงอย่างหวุดหวิดในระดับที่พอเรียกได้ว่ายุติธรรม” วลีนี้วางการตัดสินไว้ใกล้เส้นแบ่งระหว่างความยุติธรรมกับความไม่ยุติธรรม ดังนั้นการประเมินผลงานนี้จึงไม่ได้ถูกนำเสนอว่ายุติธรรมอย่างชัดเจน เมื่อใช้ร่วมกับ seemed ยังทำให้ผู้พูดเว้นระยะจากคำตัดสินด้วย กล่าวคือ คำวิจารณ์นั้นเพียงดูเหมือนจะพอแก้ต่างได้ ประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าไม่ยุติธรรม แต่เปิดโอกาสให้ตีความเช่นนั้นได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ just about หมายถึง “เกือบถึงหรือถึงอย่างหวุดหวิดในระดับที่พอถือว่าเป็นเช่นนั้น”
- Justice is about making every plan workable.
- The plan is just about workable, but it still has risks.
- The plan is completely workable and has no risks.
ดูคำตอบ
The plan is just about workable, but it still has risks.
At a committee meeting, you damned them with faint praise, สำนวน
3:08ในการประชุมคณะกรรมการ คุณประณามพวกเขาด้วยคำชมที่เบาบาง
damned them with faint praise: ทำให้ดูแย่ด้วยคำชมแบบขอไปที
damn someone with faint praise หมายถึงชมใครบางคนแบบอ่อนมาก มีข้อจำกัด หรือไร้ความกระตือรือร้นเสียจนทำให้คนนั้นดูไม่น่าประทับใจ คำชมดูเป็นบวกเพียงผิวเผิน แต่จริง ๆ แล้วอาจทำลายชื่อเสียงของเขาได้ โครงสร้างคือ damn + บุคคล + with + faint praise ในที่นี้ damned เป็นกริยารูปอดีต ส่วน faint หมายถึงอ่อนหรือไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายถึงพูดด้วยเสียงเบา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ damning someone with faint praise
- The reference described Leo as 'usually adequate at routine tasks.'
- The reference said Leo was exceptionally skilled and dependable.
- The reference openly said Leo was unqualified.
ดูคำตอบ
The reference described Leo as 'usually adequate at routine tasks.'
and at the earliest opportunity, you made sure their contract was not renewed. โน้ต
3:11และเมื่อมีโอกาสแรก คุณก็ทำให้แน่ใจว่าสัญญาของพวกเขาจะไม่ได้รับการต่ออายุ
at the earliest opportunity: ในโอกาสแรกที่เหมาะสม
at the earliest opportunity หมายถึง “เมื่อมีโอกาสแรกที่เหมาะสมหรือสามารถลงมือทำได้จริง” สำนวนนี้สื่อถึงความเร่งด่วน แต่ไม่ได้หมายถึง “ทันที” เสมอไป เพราะอาจต้องรอจนกว่าจะสามารถลงมือได้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การไม่ต่อสัญญาดูเป็นการกระทำที่ตั้งใจและรวดเร็ว กล่าวคือ บุคคลนั้นลงมือทันทีที่มีโอกาสซึ่งทำได้จริง
แบบฝึกหัด
ผู้จัดการคนหนึ่งพูดว่า "We will address the issue at the earliest opportunity." สำนวนนี้น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- เรากำลังลงมือในวินาทีนี้พอดี
- เราจะลงมือในโอกาสแรกที่สามารถทำได้จริง
- เราจะลงมือก็ต่อเมื่อปัญหาร้ายแรงขึ้นเท่านั้น
ดูคำตอบ
เราจะลงมือในโอกาสแรกที่สามารถทำได้จริง
made sure their contract was not renewed: ทำให้แน่ใจว่าสัญญาไม่ได้รับการต่ออายุ
ในที่นี้ made sure + อนุประโยค หมายถึง “ทำให้หรือจัดการให้ผลลัพธ์ที่กล่าวไว้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ตรวจสอบว่าเป็นความจริงหรือไม่” ประธานได้ดำเนินการเพื่อให้สัญญาไม่ได้รับการต่ออายุ their contract was not renewed เป็นรูปกรรมวาจก โดยเน้นที่สัญญาและผลลัพธ์ในระดับองค์กร ส่วนบุคคลหรือกลุ่มที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาไม่ได้ถูกระบุชื่อ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The director opposed the proposal and made sure the application was rejected," made sure น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ผู้อำนวยการลืมตรวจสอบใบสมัคร
- ผู้อำนวยการดำเนินการเพื่อทำให้ใบสมัครถูกปฏิเสธ
- ผู้อำนวยการตรวจสอบว่ามีใครปฏิเสธใบสมัครไปแล้วหรือไม่
ดูคำตอบ
ผู้อำนวยการดำเนินการเพื่อทำให้ใบสมัครถูกปฏิเสธ
Of course, being honest about our real feelings
3:18แน่นอนว่าการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกที่แท้จริงของเรา
Act on: ลงมือทำตามความรู้สึก
act on a feeling หมายถึงลงมือทำบางอย่างเพราะความรู้สึกนั้นกำลังกำหนดการตัดสินใจ ในที่นี้ on ชี้ถึงพื้นฐานหรือแรงกระตุ้นของการกระทำ และ them ย้อนกลับไปที่ our real feelings ประโยคนี้แยกการยอมรับความรู้สึกออกจากการทำตามความรู้สึก การซื่อสัตย์ต่ออารมณ์ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนทุกอารมณ์ให้กลายเป็นพฤติกรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ act on ในความหมายว่า “ลงมือทำเพราะความรู้สึก”
- She acted in the school play about anger.
- She noticed her anger but chose not to act on it.
- She acted out the scene for the class.
ดูคำตอบ
She noticed her anger but chose not to act on it.
It's not a good idea to make every feeling known to those it concerns. ไวยากรณ์
3:23ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้ทุกความรู้สึก
Make something known to someone: ทำให้บางเรื่องเป็นที่รู้แก่ใครบางคน
make + กรรม + known เป็นโครงสร้างแสดงเหตุที่หมายถึง “ทำให้กรรมกลายเป็นสิ่งที่คนรู้” ใน make every feeling known นั้น every feeling เป็นกรรม และ known เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกสภาพผลลัพธ์ ไม่ใช่รูปกรรมวาจกของ make to those it concerns ระบุคนที่จะได้รับข้อมูล ในที่นี้ it หมายถึงความรู้สึกแต่ละอย่าง ดังนั้น those it concerns จึงหมายถึงคนที่ได้รับผลกระทบจากหรือเกี่ยวข้องกับความรู้สึกนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างทางการ make + กรรม + known + to: The committee decided to ____ its concerns ____ the public.
ดูคำตอบ
make · known to
or honesty followed by a brusque move on the people around us. น้ำเสียง/เจตนา
3:30หรือความซื่อสัตย์ที่ตามมาด้วยการกระทำที่หยาบคายต่อคนรอบข้าง
The choice we face isn't between ... or ...: การปฏิเสธตัวเลือกแบบสองขั้วที่ไม่เป็นจริง
ประโยคนี้เสนอทางเลือกสองชุด ได้แก่ (1) denial ที่มาคู่กับ inaction และ (2) honesty ที่ตามด้วยการรุกเข้าหาคนอื่นอย่างห้วนกระด้าง โครงสร้างคำเชื่อมจัด denial กับ inaction ไว้ในชุดแรก ส่วน honesty กับการกระทำหลังจากนั้นอยู่ในชุดที่สอง การบอกว่าทางเลือกไม่ได้อยู่ระหว่างสองขั้วนี้เป็นการปฏิเสธกรอบแบบ “ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น” ที่ไม่เป็นจริง จึงเปิดทางให้มีการตอบสนองแบบที่สามซึ่งละเอียดอ่อนกว่า เช่น ยอมรับความรู้สึกแต่ไม่ลงมือทำตามความรู้สึกนั้น
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง “isn't between X or Y” ในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ปฏิเสธว่าสองขั้วนี้เป็นเพียงทางเลือกทั้งหมดที่มีอยู่
- บอกว่าการปฏิเสธคือความซื่อตรง และการไม่ทำอะไรคือความห้วนกระด้าง
- กำหนดให้เลือกความซื่อตรงแล้วลงมือทำทันที
ดูคำตอบ
ปฏิเสธว่าสองขั้วนี้เป็นเพียงทางเลือกทั้งหมดที่มีอยู่
a brusque move on the people around us: การรุกเข้าหาคนรอบตัวอย่างห้วนกระด้าง
ในที่นี้ a move on someone หมายถึงการพยายามแสดงความสนใจเชิงโรแมนติกหรือทางเพศต่อคนนั้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายตามปกติ ในประโยคนี้ people around us คือคนรอบตัวที่จะเป็นฝ่ายได้รับการเข้าหาเช่นนั้น Brusque หมายถึงฉับพลัน ห้วนกระด้าง และขาดความอ่อนโยนหรือกาลเทศะ เมื่อรวมกัน a brusque move on the people around us จึงสื่อถึงการทำตามความปรารถนาด้วยการรุกเข้าหาคนรอบตัวอย่างฉับพลันและไม่ใส่ใจความรู้สึก ซึ่งอาจล้ำเส้นทางสังคมได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “a brusque move on the people around us” น่าจะหมายถึงอะไร?
- การเข้าหาเชิงโรแมนติกหรือทางเพศอย่างฉับพลันและขาดกาลเทศะ
- การเปลี่ยนตำแหน่งที่ทุกคนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว
- การกระทำที่วางแผนอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องคนอื่น
ดูคำตอบ
การเข้าหาเชิงโรแมนติกหรือทางเพศอย่างฉับพลันและขาดกาลเทศะ
without needing to think we should do anything about them. ไวยากรณ์
3:36โดยไม่จำเป็นต้องคิดว่าเราควรทำอะไรกับมัน
โครงสร้าง without needing to think we should do anything about them
ในโครงสร้าง A without needing to B เหตุการณ์ A ยังเกิดขึ้นหรือเป็นจริงได้ ส่วน B ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ในประโยคนี้ การยอมรับความปรารถนาไม่ได้ทำให้เกิดหน้าที่ว่าต้องตอบสนองต่อความปรารถนาเหล่านั้น without ตามด้วย needing ซึ่งเป็นรูป -ing และไม่ได้ปฏิเสธ accept ส่วน think we should do anything about them ขยายความ B โดยหมายถึงการเชื่อว่าเราควรลงมือทำบางอย่างเพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ without needing to: You can listen to the criticism ____ agree with every point.
ดูคำตอบ
without needing to
of some of our more impossible desires for people
3:42ต่อความปรารถนาที่เป็นไปไม่ได้บางอย่างของเราที่มีต่อผู้คน
โครงสร้าง The best way to ... is to accept ...
โครงสร้าง The best way to X is to Y เชื่อมเป้าหมายหรือปัญหา X เข้ากับวิธีที่แนะนำ Y รูป to-infinitive แรกบอกสิ่งที่ต้องการบรรลุ ส่วน to-infinitive หลัง is บอกวิธีแก้ที่เสนอ วลียาว of some of our more impossible desires for people อยู่ภายใน X และขยาย denial ให้จับโครงสร้างหลักไว้ว่า The best way (to overcome denial ...) is (to accept ...).
แบบฝึกหัด
เติมทั้งสองช่องด้วยโครงสร้าง The best way to X is to Y: ____ improve your speaking ____ practice every day.
ดูคำตอบ
The best way to · is to
accept who we are, what we want: อนุประโยค wh แบบฝังที่วางขนานกัน
หลัง accept ส่วน who we are และ what we want เป็นอนุประโยค wh แบบฝังสองส่วนที่วางขนานกัน ทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ accept โดยส่วนแรกกล่าวถึงตัวตน และส่วนที่สองกล่าวถึงความต้องการ เนื่องจากเป็นอนุประโยคแบบฝัง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who we are และ what we want ไม่ใช่ who are we หรือ what do we want การวางอนุประโยคสั้นสองส่วนเคียงกันทำให้ประโยคมีจังหวะที่สมดุลและฟังเหมือนการสรุปประเด็น
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่วางอนุประโยค wh แบบฝังสองส่วนที่ขนานกันหลัง accept ได้ถูกต้อง
- We need to accept who we are and what do we want.
- We need to accept who we are and what we want.
- We need to accept who are we and what do we want.
ดูคำตอบ
We need to accept who we are and what we want.
and then sometimes just sit with our hands firmly tied, สำนวน
3:48และบางครั้งก็แค่นั่งเฉยๆ โดยถูกมัดมือไว้อย่างแน่นหนา
sit with our hands firmly tied: การยับยั้งตนเองโดยสมัครใจ
ในที่นี้ sit with our hands firmly tied เป็นภาพเปรียบเทียบของการเลือกไม่ลงมือทำ sit แสดงสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง with our hands ... tied บรรยายว่ามืออยู่ในสภาพถูกมัด และ firmly ทำให้การยับยั้งตนเองดูเข้มงวดมากขึ้น สำนวนทั่วไป my hands are tied มักหมายถึงข้อจำกัดภายนอกทำให้คนคนหนึ่งลงมือไม่ได้ แต่ในบริบทนี้ แนวคิดหลักคือการยับยั้งตนเอง ผู้พูดยอมรับว่าตนต้องการอะไร แต่จงใจห้ามตัวเองไม่ให้ลงมือทำตามความต้องการนั้น
แบบฝึกหัด
เลือกสถานการณ์ที่ทำให้ I sat with my hands firmly tied สื่อถึงการยับยั้งตนเองโดยสมัครใจได้ชัดเจนที่สุด
- กฎทำให้ฉันไม่มีอำนาจเปลี่ยนผลลัพธ์
- มีคนมัดข้อมือของฉันติดกับเก้าอี้จริง ๆ
- ฉันอยากพูดแทรก แต่ตั้งใจเลือกที่จะเงียบ
ดูคำตอบ
ฉันอยากพูดแทรก แต่ตั้งใจเลือกที่จะเงียบ
reflecting sadly on the deep strangeness and unsatisfactoriness of the human condition. การใช้คำ
3:51สะท้อนให้เห็นอย่างน่าเศร้าถึงความแปลกประหลาดอย่างสุดซึ้งและความไม่น่าพอใจในเงื่อนไขของมนุษย์
the human condition: สภาวะการดำรงอยู่ร่วมกันของมนุษย์
the human condition หมายถึงความเป็นจริง ประสบการณ์ และข้อจำกัดที่มนุษย์มีร่วมกัน เช่น ความปรารถนา ความทุกข์ ความไม่แน่นอน และความตาย ในที่นี้ วลีดังกล่าวยกระดับความปรารถนาเฉพาะอย่างหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กลายเป็นการไตร่ตรองปัญหาสากลของชีวิตมนุษย์ ในวลีนี้ condition ไม่ได้หมายถึงโรคหรือเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง เมื่อใช้รูปเอกพจน์ร่วมกับคำนำหน้านามชี้เฉพาะ the วลี the human condition จะหมายถึงสภาวะการดำรงอยู่โดยรวมของมนุษยชาติ
แบบฝึกหัด
ในบทความเชิงปรัชญา ความหมายใดเหมาะกับวลี the human condition มากที่สุด
- สภาพร่างกายของบุคคลหนึ่งคน
- ความเป็นจริงและข้อจำกัดร่วมกันของการดำรงอยู่ของมนุษย์
- โรคที่เกิดกับทุกคน
ดูคำตอบ
ความเป็นจริงและข้อจำกัดร่วมกันของการดำรงอยู่ของมนุษย์
But that will be a lot better than self-deception and meanness.
3:58แต่นั่นจะดีกว่าการหลอกตัวเองและความใจร้ายอย่างมาก