3 วิธีทำลายล้างจักรวาล: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
853 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: พลังงานมืดดูเหมือนเร่งการขยายตัวของเอกภพ วิดีโอเปรียบเทียบ Big Rip, การตายด้วยความร้อน และ Big Crunch หรือ Big Bounce ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “not only that,” เป็นเครื่องหมายวาทกรรมและวาทศิลป์ที่เติมข้อเท็จจริงซึ่งมักหนักแน่นกว่า ที่นี่เปลี่ยนจากการขยายตัวไปสู่การขยายตัวที่เร่งขึ้น จึงเชื่อมหลักฐานใหม่กับข้ออ้างเดิม 2. “In a nutshell,” เป็นสำนวนเชิงอุปมาที่บอกว่าจะสรุป ไม่ได้หมายถึงเปลือกถั่วจริง ช่วยให้จำความแตกต่างหลักหลังคำอธิบายซับซ้อน 3. “wouldn't that be nice?” แสดงวัจนปฏิบัติและท่าทีหวังปนประชดเล็กน้อย ไม่ได้ถามให้ตอบใช่หรือไม่ เหมาะกับผลลัพธ์ที่ดีแต่ยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One day the universe will die.

0:01

วันหนึ่งจักรวาลจะดับสูญ

But why?

0:04

แต่ทำไมล่ะ?

And how?

0:04

และมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

And will the universe be dead forever?

0:05

แล้วจักรวาลจะตายไปตลอดกาลเลยหรือไม่?

And how do we know that?

0:09

และเราจะรู้ได้อย่างไร?

First of all, ลำดับความ

0:11

อย่างแรกเลย

the universe is expanding.

0:12

จักรวาลกำลังขยายตัว

ลำดับความ

“First of all,” สำหรับบอกลำดับประเด็นแรก

“First of all” ใช้บอกประเด็นแรกในการอธิบายอย่างเป็นลำดับ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังให้มองว่าการขยายตัวของจักรวาลเป็นข้อเท็จจริงพื้นฐาน ก่อนจะเพิ่มข้อมูลอื่นต่อไป สำนวนนี้ทำหน้าที่จัดลำดับความคิด ไม่ได้แปลตามตัวอักษรว่า “สิ่งแรกในจักรวาลทั้งหมด”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนนี้ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นประเด็นแรกในการอธิบาย

  1. First of all, we need to check the facts.
  2. At first, the puzzle seemed impossible, but it became easier.
  3. Finally, we need to check the facts.
ดูคำตอบ

First of all, we need to check the facts.

And not only that, ลำดับความ

0:14

และไม่เพียงแค่นั้น

the rate of its expansion is accelerating.

0:15

อัตราการขยายตัวของมันก็กำลังเร่งขึ้นด้วย

ลำดับความ

“not only that,” ในฐานะคำเชื่อมเสริมที่ใช้เดี่ยวได้

“Not only that” เป็นคำเชื่อมที่ใช้เดี่ยวได้เพื่อเพิ่มประเด็นที่สอง ซึ่งช่วยเน้นหรือทำให้ประเด็นก่อนหน้าน่าสนใจยิ่งขึ้น ในที่นี้ หลังจากบอกว่าจักรวาลกำลังขยายตัว ผู้พูดก็เสริมว่าการขยายตัวนั้นกำลังเร่งขึ้น “That” ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด วลีนี้ไม่ต้องตามด้วย “but also” เพราะ “that” อ้างถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อเนื่องข้อใดใช้ “not only that” เป็นคำเชื่อมเดี่ยวได้อย่างถูกต้อง

  1. The app is easy to use, and it also works offline.
  2. The app is easy to use. Not only that, it works offline.
  3. The app is not only easy to use but also works offline.
ดูคำตอบ

The app is easy to use. Not only that, it works offline.

The reason?

0:17

เหตุผลน่ะหรือ?

Dark energy.

0:18

พลังงานมืด (Dark energy)

Dark energy is a strange phenomenon that scientists believe permeates the universe.

0:20

พลังงานมืดคือปรากฏการณ์ประหลาดที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล

Until 1998,

0:25

จนกระทั่งถึงปี 1998

we thought that the universe must work a bit like a ball ลำดับความ

0:27

เรายังคิดว่าจักรวาลน่าจะทำงานคล้ายๆ กับลูกบอล

that you throw into the sky.

0:30

ที่คุณโยนขึ้นไปบนฟ้า

ลำดับความ

a bit like: การเปรียบเทียบว่าเหมือนกันเพียงบางส่วน

ในประโยคนี้ a bit like ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบที่คล้ายกันเพียงบางส่วน โดยนำภาพลูกบอลที่ถูกโยนซึ่งคุ้นเคยมาไว้หลังแนวคิดนามธรรมเกี่ยวกับการทำงานของเอกภพ ทำให้จินตนาการแนวคิดนั้นได้ง่ายขึ้น a bit ลดระดับความเหมือนที่ like สื่อออกมา กล่าวคือ ทั้งสองสิ่งมีลักษณะร่วมกันหนึ่งอย่างที่ช่วยในการอธิบาย แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเหมือนกันทุกประการ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อคำเปรียบเทียบอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนได้เพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A cloud is a bit like a floating sponge,” a bit like สื่ออะไรให้ผู้ฟังทราบ?

  1. ผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีเมฆอยู่จริงหรือไม่
  2. เมฆคล้ายฟองน้ำในแง่หนึ่งที่จำกัด แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกประการ
  3. เมฆเหมือนฟองน้ำทุกประการ
ดูคำตอบ

เมฆคล้ายฟองน้ำในแง่หนึ่งที่จำกัด แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกประการ

The ball moves up,

0:31

ลูกบอลลอยขึ้นไป

but at some point it has to come down again. กริยาวลี

0:33

แต่ถึงจุดหนึ่งมันก็ต้องตกลงมา

กริยาวลี

come down: เคลื่อนจากที่สูงลงมายังที่ต่ำกว่า

ในประโยคนี้ come down หมายถึง “เคลื่อนจากที่สูงลงมายังที่ต่ำกว่า” ประธาน it หมายถึงลูกบอลที่ถูกโยน ดังนั้นวลีนี้จึงบรรยายว่าลูกบอลตกกลับลงมาหาพื้น โครงสร้างอกรรมกริยาแบบเดียวกันยังใช้บอกว่าระดับหนึ่งลดลงได้ เช่น Temperatures can come down. ตัวประธานเป็นสิ่งที่เคลื่อนหรือลดลงเอง และ come down ไม่รับสิ่งที่ถูกทำให้ลดลงเป็นกรรมตรง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ come down หมายถึง “เคลื่อนจากที่สูงลงมายังที่ต่ำกว่า”

  1. The final decision comes down to cost.
  2. Leo came down with the flu.
  3. The balloon will come down when the air cools.
ดูคำตอบ

The balloon will come down when the air cools.

But the expansion of the universe is actually speeding up. กริยาวลี

0:35

แต่การขยายตัวของจักรวาลกลับกำลังเร่งความเร็วขึ้น

กริยาวลี

speeding up: อัตราที่กำลังเพิ่มขึ้น

Speed up หมายถึง “เร็วขึ้น” ในที่นี้ is speeding up บอกว่าอัตราการขยายตัวกำลังเพิ่มขึ้นตามเวลา รูป present continuous แสดงว่าการเร่งนี้เป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่เพียงสภาวะที่เร็วอยู่แล้ว เมื่อ speed up ไม่มีกรรม ประธานหรือกระบวนการนั้นจะเร็วขึ้นเอง ส่วน speed something up หมายถึงมีคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้กระบวนการเกิดเร็วขึ้น ทั้งสองโครงสร้างกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราหรือความเร็ว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของขนาดหรือปริมาณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากระบวนการหนึ่งกำลังเร็วขึ้นในขณะนี้

  1. The train is getting longer.
  2. The train is fast.
  3. The train is speeding up.
ดูคำตอบ

The train is speeding up.

That's like throwing a ball up

0:39

มันเหมือนกับการโยนลูกบอลขึ้นไป

and watching it fly away faster and faster and faster. ไวยากรณ์

0:41

แล้วมองดูมันลอยห่างออกไปเร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

faster and faster and faster: การใช้คำขั้นกว่าแบบซ้ำเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

โครงสร้าง comparative + and + comparative แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่องของสิ่งหรือกระบวนการเดียว Faster and faster หมายถึงความเร็วของลูกบอลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบวัตถุสามชิ้น faster ตัวที่สามเป็นการกล่าวซ้ำเพื่อสร้างพลังทางภาษาและสามารถตัดออกได้ การกล่าวซ้ำนี้ช่วยเน้นผล ทำให้การเร่งดูโดดเด่นมากหรือเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด ในการพูดทั่วไป รูปที่ใช้คำขั้นกว่าสองครั้งอย่าง faster and faster เป็นโครงสร้างที่พบบ่อยและนำไปใช้ได้ง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าความเร็วของกระบวนการเดียวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเวลา

  1. The train moved very fast.
  2. The train moved faster and faster.
  3. The train moved faster than the bus.
ดูคำตอบ

The train moved faster and faster.

Where is this acceleration coming from?

0:45

ความเร่งนี้มาจากไหนกัน?

Well,

0:48

เอาล่ะ

we don't know.

0:48

เราก็ไม่รู้หรอก

But we call it dark energy. ไวยากรณ์

0:49

แต่เราเรียกมันว่าพลังงานมืด

ไวยากรณ์

call + กรรม + ชื่อ: call it dark energy

ใน call it dark energy คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือใช้ชื่อเรียกสิ่งหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์” โครงสร้างคือ call + กรรม + ชื่อ/ส่วนเติมเต็ม โดย it คือสิ่งที่ถูกเรียก และ dark energy คือชื่อที่ใช้เรียกสิ่งนั้น ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการแนะนำคำที่ผู้คนใช้เรียกสิ่งหนึ่ง แม้ว่ายังไม่เข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของสิ่งนั้นทั้งหมดก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างการตั้งชื่อ call + กรรม: Scientists do not know what the signal is, so they ____ the blue pulse.

ดูคำตอบ

call it

Einstein thought of it first,

0:52

ไอน์สไตน์เป็นคนแรกที่คิดถึงมันขึ้นมา

and then decided it was stupid.

0:54

แล้วต่อมาเขาก็ตัดสินใจว่ามันเป็นความคิดที่งี่เง่า

Now,

0:56

แต่ตอนนี้

astrophysicists have decided it is plausible.

0:57

นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ลงความเห็นว่ามันมีความเป็นไปได้

Trouble is, ลำดับความ

1:00

ปัญหาก็คือ

this is all very theoretical,

1:01

เรื่องทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงทฤษฎีมากๆ

and we don't actually know what the properties of dark energy are.

1:03

และเราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าคุณสมบัติของพลังงานมืดคืออะไร

ลำดับความ

Trouble is, สำหรับเกริ่นปัญหาในการสนทนา

Trouble is, เป็นกรอบภาษาพูดที่เน้นปัญหาหลัก ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากแนวคิดที่ฟังดูสมเหตุสมผลไปสู่ข้อจำกัดว่า แนวคิดเหล่านั้นยังเป็นเพียงทฤษฎีและยังไม่ทราบคุณสมบัติที่แท้จริง โดยปกติ หลังเครื่องหมายจุลภาคจะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์: Trouble is, + ประธาน + กริยา คำว่า the ถูกละไว้ในกรอบตายตัวแบบไม่เป็นทางการนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบภาษาพูดจากบทเรียน: The idea sounds good. ____, we cannot afford it.

ดูคำตอบ

Trouble is

But there are various theories,

1:07

แต่ก็มีทฤษฎีหลากหลาย

and they lead us to three scenarios for the end of the universe. วลี

1:08

และพวกมันก็นำเราไปสู่ 3 ฉากทัศน์สำหรับจุดจบของจักรวาล

วลี

lead us to three scenarios: นำความคิดไปสู่สามสถานการณ์

ในที่นี้ lead us to three scenarios หมายถึงทฤษฎีต่าง ๆ นำการให้เหตุผลไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สามแบบ lead ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการพาไปยังสถานที่จริง โครงสร้างคือ lead + บุคคลหรือกลุ่มคน + to + ผลลัพธ์ ข้อสรุป หรือตัวเลือก โดยเชื่อมพื้นฐานของคำอธิบายเข้ากับสิ่งที่ผู้ฟังควรพิจารณาต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง lead, us และ to ให้ถูกต้อง: "The new evidence may ____ a different conclusion."

ดูคำตอบ

lead us to

One,

1:19

หนึ่ง

the Big Rip.

1:20

บิ๊กริป (The Big Rip) หรือ การฉีกขาดครั้งใหญ่

Since its birth, ไวยากรณ์

1:22

นับตั้งแต่ถือกำเนิด

the universe has been expanding.

1:23

จักรวาลก็ขยายตัวมาโดยตลอด

ไวยากรณ์

Since its birth ... has been expanding: จากจุดเริ่มต้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในที่นี้ since บอกจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่ นั่นคือ the universe's birth หรือจุดเริ่มต้นของเอกภพ ในประโยคนี้ since ไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า” Present perfect progressive ใน has been expanding แสดงว่าการขยายตัวเริ่มขึ้นในเวลานั้นและดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ since + จุดเริ่มต้น ร่วมกับ ประธาน + has/have been + -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย present perfect progressive และคำบอกเวลาที่ใช้กับจุดเริ่มต้น: "Maya ____ on the same science project ____ last Monday."

ดูคำตอบ

has been working · since

For unknown reasons,

1:25

ด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครทราบ

new space is created everywhere equally.

1:27

พื้นที่ว่างใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นอย่างเท่าเทียมกันในทุกหนทุกแห่ง

The space between galaxies expands,

1:29

พื้นที่ระหว่างกาแล็กซีขยายตัว

so they move apart. กริยาวลี

1:32

พวกมันจึงเคลื่อนที่ห่างออกจากกัน

กริยาวลี

move apart: เคลื่อนห่างออกจากกัน

move apart หมายถึงสิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมีระยะห่างระหว่างกันมากขึ้น คำว่า apart เพิ่มความหมายของการแยกออกจากกัน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังเคลื่อนที่ ในประโยคนี้ they หมายถึงกาแล็กซี เมื่ออวกาศระหว่างกาแล็กซีขยายตัว กาแล็กซีจึงอยู่ห่างจากกันมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงวัตถุสองชิ้นมีระยะห่างระหว่างกันมากขึ้น

  1. The two boats move downstream.
  2. The two boats move apart.
  3. The two boats move together.
ดูคำตอบ

The two boats move apart.

The space inside galaxies also expands,

1:33

พื้นที่ภายในกาแล็กซีก็ขยายตัวด้วยเช่นกัน

but here gravity is strong enough to keep them together. ไวยากรณ์

1:36

แต่ที่นี่แรงโน้มถ่วงแข็งแกร่งพอที่จะดึงดูดพวกมันไว้ด้วยกัน

ไวยากรณ์

strong enough to keep them together: adjective + enough + to

โครงสร้าง adjective + enough + to + base verb หมายถึงคุณสมบัติอย่างหนึ่งมีระดับมากพอสำหรับการกระทำหรือผลลัพธ์ ใน strong enough to keep คำว่า strong บอกลักษณะของแรงโน้มถ่วง enough บอกว่าถึงระดับที่จำเป็น และ to keep บอกผลลัพธ์ที่ทำได้ ในที่นี้ แรงโน้มถ่วงมีความเข้มแข็งถึงระดับที่จำเป็นต่อการป้องกันไม่ให้สสารภายในกาแล็กซีแยกออกจากกัน enough วางหลังคำคุณศัพท์ จึงใช้ strong enough ไม่ใช่ enough strong

แบบฝึกหัด

ใช้ strong, enough และ hold ตามโครงสร้าง adjective + enough + to แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: The shelf is ____ all these books.

ดูคำตอบ

strong enough to hold

In the Big Rip scenario,

1:40

ในสถานการณ์ของบิ๊กริป

the expansion accelerates up to a point ไวยากรณ์

1:42

การขยายตัวจะเร่งขึ้นจนถึงจุดๆ หนึ่ง

where space expands so fast ไวยากรณ์

1:44

ที่ซึ่งพื้นที่ว่างขยายตัวเร็วมาก

that gravity can't compensate for this effect anymore.

1:46

จนแรงโน้มถ่วงไม่สามารถชดเชยผลกระทบนี้ได้อีกต่อไป

ไวยากรณ์

up to a point where: ไปถึงจุดวิกฤตเชิงนามธรรม

up to a point where ใช้บอกจุดวิกฤตที่กระบวนการซึ่งกำลังดำเนินอยู่ไปถึง ในประโยคนี้ การขยายตัวยังคงเร่งขึ้นจนเข้าสู่ช่วงที่แรงโน้มถ่วงไม่สามารถหักล้างผลกระทบได้อีกต่อไป ในรูปแบบ กระบวนการ + up to a point where + อนุประโยค คำว่า point หมายถึงช่วงเชิงนามธรรม และ where นำเข้าสิ่งที่เป็นจริงหรือเกิดขึ้นในช่วงนั้น โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็นการดำเนินไป จุดวิกฤต และผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่ากระบวนการหนึ่งไปถึงจุดวิกฤตเชิงนามธรรม

  1. I agree with your plan up to a point.
  2. Attendance increased up to a point where the doors had to be closed.
  3. We met at a point where the two paths cross.
ดูคำตอบ

Attendance increased up to a point where the doors had to be closed.

ไวยากรณ์

so fast that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

so fast that เป็นรูปที่ใช้คำกริยาวิเศษณ์ของโครงสร้าง so + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล fast บอกว่าอวกาศขยายตัวเร็วเพียงใด so เพิ่มระดับความเข้ม และ that นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้น คือแรงโน้มถ่วงไม่สามารถชดเชยผลกระทบได้อีกต่อไป รูปนี้เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลของมันโดยตรง ในที่นี้ so ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” แต่ทำงานคู่กับ that

แบบฝึกหัด

ใช้ so, fast และ that เติมโครงสร้างบอกระดับและผลให้สมบูรณ์: The river was moving ____ the ferry service was stopped.

ดูคำตอบ

so fast that

The result is a Big Rip.

1:49

ผลลัพธ์ก็คือบิ๊กริป

At first,

1:51

ในตอนแรก

only large structures like galaxies are torn apart, กริยาวลี

1:52

มีเพียงโครงสร้างขนาดใหญ่อย่างกาแล็กซีเท่านั้นที่ถูกฉีกออกจากกัน

กริยาวลี

are torn apart: การแยกอย่างรุนแรงในรูปกรรมวาจก

ในที่นี้ are torn apart เป็นรูปกรรมวาจกของ tear apart หมายถึงแรงที่รุนแรงแยกกาแล็กซีออกเป็นชิ้น ๆ ประโยคจึงเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกาแล็กซี แทนที่จะระบุแรงนั้นเป็นประธานทางไวยากรณ์ คำว่า apart เป็นส่วนสำคัญ เมื่อใช้รวมกัน tear apart หมายถึงการแยกหรือทำลายอย่างรุนแรงและมักจะสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงทำให้เกิดรอยฉีกเล็ก ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ tear apart During the storm, the old wooden shed was ____ by the wind.

ดูคำตอบ

torn apart

since space between the single objects expands very fast.

1:55

เนื่องจากพื้นที่ว่างระหว่างวัตถุแต่ละชิ้นขยายตัวเร็วมาก

Next,

1:59

ถัดมา

big bodies like black holes, stars, and planets die.

2:00

เทห์ฟากฟ้าขนาดใหญ่อย่างหลุมดำ ดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ก็จะดับสูญ

Their gravity isn't strong enough to keep them together,

2:03

แรงโน้มถ่วงของพวกมันไม่แข็งแกร่งพอที่จะยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ได้

so they dissolve into their components. วลี

2:06

พวกมันจึงสลายตัวกลับไปเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน

วลี

dissolve into their components: สลายเป็นส่วนประกอบย่อย

ในที่นี้ dissolve into their components หมายถึงวัตถุเหล่านั้นหยุดดำรงอยู่ในฐานะสิ่งที่สมบูรณ์เป็นชิ้นเดียว แล้วกลายเป็นส่วนประกอบย่อยของตนเอง คำว่า into นำหน้ารูปผลลัพธ์คือ their components การใช้นี้ไม่ได้หมายความว่าวัตถุผสมกับของเหลว และมีความหมายเฉพาะกว่า disappear เพราะประโยคบอกว่ายังเหลืออะไรหลังจากการสลายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสิ่งที่เป็นชิ้นเดียวกลายเป็นส่วนประกอบย่อยของมัน?

  1. The tablet dissolved in water.
  2. The image slowly disappeared from the screen.
  3. The structure dissolved into its components.
ดูคำตอบ

The structure dissolved into its components.

In the end,

2:08

ในท้ายที่สุด

space would expand faster than the speed of light.

2:09

พื้นที่ว่างจะขยายตัวเร็วกว่าความเร็วแสง

Atoms would now be affected,

2:13

อะตอมจะเริ่มได้รับผลกระทบ

and they would just disband.

2:14

และพวกมันก็จะแตกสลายไป

Once space is expanding faster than light, ไวยากรณ์

2:16

เมื่อพื้นที่ขยายตัวเร็วกว่าแสง

no particle in the universe

2:19

จะไม่มีอนุภาคใดในจักรวาล

can interact with any other particle anymore.

2:20

สามารถโต้ตอบกับอนุภาคอื่นๆ ได้อีกต่อไป

ไวยากรณ์

Once: เงื่อนไขที่ทำให้ผลถัดไปเกิดขึ้น

Once ในที่นี้เป็นคำเชื่อม หรือสันธานเชื่อมอนุประโยค หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “นับตั้งแต่วินาทีที่” คำนี้นำเข้าสู่ช่วงที่อวกาศกำลังขยายตัวเร็วกว่าความเร็วแสง ส่วนประโยคหลักบอกผลที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านจุดเปลี่ยนนั้นแล้ว นี่ไม่ใช่ once ที่หมายถึง “หนึ่งครั้ง” ในโครงสร้าง once + อนุประโยค เงื่อนไขจะถูกนำเสนอว่าเกิดขึ้นแล้วหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น จากนั้นจุดสนใจจึงย้ายไปยังสิ่งที่จะตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสันธานหนึ่งคำจากบทเรียนที่เน้นการผ่านจุดเปลี่ยนแล้ว: ____ the tank is full, the pump shuts off automatically.

ดูคำตอบ

Once

The universe would dissolve into countless lonely particles สำนวน

2:23

จักรวาลจะแตกสลายกลายเป็นอนุภาคโดดเดี่ยวนับไม่ถ้วน

สำนวน

countless lonely particles: การใช้บุคลาธิษฐานเพื่อสื่อถึงความโดดเดี่ยว

Countless หมายถึงมีมากจนไม่สามารถนับได้ ส่วน lonely ปกติใช้บรรยายคนที่รู้สึกเศร้าเพราะอยู่คนเดียว แต่อนุภาคไม่มีความรู้สึก วลีนี้ใช้บุคลาธิษฐาน โดยให้ลักษณะแบบมนุษย์แก่อนุภาค lonely ในที่นี้หมายถึงถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สามารถเข้าถึงอนุภาคอื่นได้ จึงสร้างภาพที่มีอารมณ์จากการแยกกันทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

countless lonely particles ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. อนุภาคจำนวนมากถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
  2. อนุภาครู้สึกเศร้าจริง ๆ และต้องการเพื่อน
  3. มีอนุภาคเพียงจำนวนน้อยที่ยังอยู่ใกล้กัน
ดูคำตอบ

อนุภาคจำนวนมากถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง

that won't be able to touch anything else

2:27

ที่จะไม่สามารถสัมผัสกับสิ่งอื่นใดได้อีก

in a strange timeless universe.

2:29

ในจักรวาลที่แปลกประหลาดและไร้กาลเวลา

Hmm.

2:33

หืม

And you thought you felt lonely. น้ำเสียง/เจตนา

2:34

แล้วคุณก็คิดว่าคุณรู้สึกเหงาแล้วนะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

And you thought ... เพื่อเปรียบเทียบเชิงขบขัน

And you thought ... ย้อนถึงสิ่งที่ผู้ฟังเคยเชื่อ รู้สึก หรือตัดสินไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นผู้พูดจะยกสถานการณ์ใหม่ที่รุนแรงกว่ามาเปรียบเทียบ เพื่อให้ความคิดเดิมดูเล็กน้อยลง ในประโยคนี้ And เชื่อมภาพเรื่องความเหงาก่อนหน้าเข้ากับมุกแบบหน้าตาย ผู้บรรยายพูดกับผู้ชมโดยตรง นี่เป็นการพูดเกินจริงอย่างขบขัน ไม่ใช่การปฏิเสธความรู้สึกของใครอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ And you thought ... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปรียบเทียบเชิงขบขันกับสถานการณ์ที่รุนแรงกว่า

  1. And you thought carefully before choosing an answer.
  2. And you thought the library closed at six.
  3. The final level has twenty puzzles—and you thought the first level was hard.
ดูคำตอบ

The final level has twenty puzzles—and you thought the first level was hard.

Two,

2:37

สอง

heat death,

2:38

การตายความร้อน (Heat death)

or a Big Freeze.

2:39

หรือ บิ๊กฟรีซ (Big Freeze)

In a nutshell, สำนวน

2:41

สรุปสั้นๆ คือ

สำนวน

ใช้ In a nutshell เพื่อขึ้นต้นบทสรุปสั้น ๆ

In a nutshell เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงพูดด้วยคำไม่กี่คำหรือกล่าวเฉพาะใจความสำคัญ เมื่ออยู่ต้นประโยค สำนวนนี้จะบอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีบทสรุปแบบกระชับ คำว่า nutshell ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเปลือกถั่วตามตัวอักษร สำนวนนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลโดยย่อคำอธิบายที่ยาวกว่าให้เหลือเฉพาะแนวคิดสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ขึ้นต้นบทสรุปสั้นมาก: In a ____, the update fixes the login bug but leaves the design unchanged.

ดูคำตอบ

nutshell

the difference between the Big Rip and heat death is that ไวยากรณ์

2:42

ความแตกต่างระหว่างบิ๊กริปกับการตายความร้อนก็คือ

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบ the difference between A and B is that ...

โครงสร้าง the difference between A and B is that ... เริ่มจากระบุสองสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แล้วจึงเปิดอนุประโยคที่บอกความต่างสำคัญ ในประโยคนี้ A คือ the Big Rip และ B คือ heat death ส่วนข้อความหลัง that อธิบายว่าทั้งสองต่างกันอย่างไร ใช้ between คู่กับ and เพื่อเชื่อมสองสิ่ง: between A and B หลัง is that ต้องตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง the difference between A and B is that ... ได้ถูกต้อง?

  1. The difference between the basic plan or the premium plan is that the basic plan includes fewer features.
  2. The difference between the basic plan and the premium plan is that the basic plan includes fewer features.
  3. The difference from the basic plan and the premium plan is that the basic plan includes fewer features.
ดูคำตอบ

The difference between the basic plan and the premium plan is that the basic plan includes fewer features.

in a heat death scenario,

2:44

ในสถานการณ์การตายความร้อน

matter stays intact

2:45

สสารจะยังคงสภาพเดิม

and is converted over an incredibly long but finite period of time วลี

2:47

และถูกเปลี่ยนสภาพไปตลอดระยะเวลาที่ยาวนานเหลือเชื่อแต่ก็มีจุดสิ้นสุด

into radiation while the universe expands forever.

2:51

ให้กลายเป็นรังสี ในขณะที่จักรวาลจะขยายตัวตลอดไป

วลี

is converted ... into radiation: การถูกเปลี่ยนเป็นรังสี

ในโครงสร้างกรรมวาจก be converted into สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจะเป็นประธานทางไวยากรณ์ และ into ใช้นำรูปแบบที่เป็นผลลัพธ์ ในที่นี้ประธานที่ละไว้คือ matter ซึ่งถูกเปลี่ยนเป็น radiation ดังนั้นกรรมวาจกจึงเน้นวัสดุและผลลัพธ์มากกว่าสาเหตุหรือผู้กระทำ วลีบอกเวลาหรือวิธีสามารถอยู่ระหว่าง converted กับ into ได้ ในที่นี้ over an incredibly long but finite period of time บอกว่าการเปลี่ยนแปลงใช้เวลานานเท่าใด และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลัก be converted into

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกเป้าหมาย be converted into: During recycling, old glass ____ new bottles.

ดูคำตอบ

is converted into

But how does this work?

2:54

แต่มันทำงานอย่างไรล่ะ?

Let's talk about entropy. ลำดับความ

2:56

เรามาพูดถึงเอนโทรปี (Entropy) กัน

ลำดับความ

Let's talk about สำหรับเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อใหม่

ใน “Let's talk about entropy.” วลี “Let's talk about” ใช้เปิดหัวข้อใหม่และบอกผู้ฟังว่าส่วนต่อไปจะเน้นเรื่องใด คำว่า “let's” ในที่นี้รวมผู้ฟังไว้ด้วย แต่ผู้บรรยายไม่ได้จำเป็นต้องชวนให้โต้ตอบกันจริง ๆ ในบทเรียน การสาธิต และวิดีโอ วลีนี้มักทำหน้าที่เป็นสัญญาณเปลี่ยนหัวข้อที่เป็นกันเอง หมายถึง “ตอนนี้เราจะมาดูเรื่องนี้กัน”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่รวมผู้ฟังไว้ด้วยเพื่อเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อถัดไป: “We have seen what roots do. ____ how leaves make food.”

ดูคำตอบ

Let's talk about

Every system tends towards the state of highest entropy. วลี

2:58

ทุกระบบมีแนวโน้มที่จะมุ่งไปสู่สถานะที่เอนโทรปีสูงสุด

วลี

tends towards สำหรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่มักเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ “tends towards” หมายถึง “โดยปกติพัฒนาไปในทิศทางของ...” วลีนี้นำเสนอสภาวะที่มีเอนโทรปีสูงสุดว่าเป็นทิศทางที่ระบบมักมุ่งไป วลีนี้กล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทันที ว่าระบบไปถึงสภาวะนั้นแล้ว หรือว่าทุกช่วงเวลาจะเป็นไปตามแนวโน้มเสมอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “tends towards” เพื่ออธิบายทิศทางที่มักเป็นไป โดยไม่ได้กล่าวว่าไปถึงสภาวะนั้นแล้ว?

  1. Without regular pruning, the garden tends towards a wilder state.
  2. Without regular pruning, the garden has reached a wilder state.
  3. Without regular pruning, the garden is always a wilder state.
ดูคำตอบ

Without regular pruning, the garden tends towards a wilder state.

Like when we have a latte macchiato.

3:01

เหมือนตอนที่เรามีกาแฟลาเต้มัคคิอาโต้

Initially,

3:04

ในตอนแรก

it has different regions,

3:05

มันแบ่งเป็นชั้นๆ

but over time they will cool down and disintegrate until it's uniform.

3:06

แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันจะเย็นลงและผสมกลมกลืนกันจนเป็นเนื้อเดียว

And this also applies to the universe.

3:11

และสิ่งนี้ก็ใช้ได้กับจักรวาลเช่นกัน

So while the universe gets bigger and bigger, ไวยากรณ์

3:14

ดังนั้นในขณะที่จักรวาลมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

โครงสร้างแสดงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย bigger and bigger

Bigger and bigger ใช้โครงสร้าง รูปขั้นกว่า + and + รูปขั้นกว่าเดิม เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา หมายถึง “ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ” หรือ “ใหญ่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป” ประโยคนี้กล่าวถึงจักรวาลเดียวที่กำลังขยายตัว ไม่ได้เปรียบเทียบจักรวาลสองแห่ง โครงสร้างนี้ใช้กับรูปขั้นกว่าแบบสั้นอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น faster and faster หรือ harder and harder

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปขั้นกว่าที่ซ้ำกัน: As the balloon fills with air, it gets ____.

ดูคำตอบ

bigger and bigger

matter slowly decays and spreads out. กริยาวลี

3:16

สสารก็จะค่อยๆ เสื่อมสลายและกระจายตัวออกไป

กริยาวลี

spread out ในความหมายว่ากระจายตัวจนหนาแน่นน้อยลง

Spreads out ในที่นี้ใช้แบบอกรรมกริยา คือสสารกระจายไปในพื้นที่กว้างขึ้นและมีความหนาแน่นน้อยลง Out เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกจากศูนย์กลางที่หนาแน่น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายคนหรือสิ่งของที่อยู่ห่างจากกันมากขึ้นได้ เช่น กลุ่มคนที่กระจายตัวไปทั่วทุ่ง เมื่อมีกรรมตรง โครงสร้างจะเปลี่ยนเป็น spread something out

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spread out ในความหมายว่าสมาชิกในกลุ่มเคลื่อนห่างออกจากกัน?

  1. Nina spread out the map on the table.
  2. The story spread quickly through the school.
  3. The hikers spread out to search the field.
ดูคำตอบ

The hikers spread out to search the field.

At some point,

3:19

ถึงจุดหนึ่ง

after lots of generations of stars,

3:20

หลังจากที่ดาวฤกษ์เกิดและตายไปหลายชั่วอายุ

all the gas clouds necessary to form stars will be exhausted, การใช้คำ

3:23

กลุ่มเมฆก๊าซทั้งหมดที่จำเป็นต่อการก่อตัวของดาวฤกษ์จะหมดลง

การใช้คำ

will be exhausted เมื่อทรัพยากรจะถูกใช้จนหมด

ในที่นี้ will be exhausted เป็นรูปอนาคตกรรมวาจกของ exhaust เนื่องจากประธานคือเมฆก๊าซที่เป็นทรัพยากร จึงหมายความว่าเมฆก๊าซเหล่านั้นจะถูกใช้จนหมดหรือร่อยหรอลงทั้งหมด รูปกรรมวาจกเน้นที่การที่ทรัพยากรเหลือศูนย์ ไม่ได้เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ใช้ และไม่ได้หมายความว่าเมฆก๊าซ “เหนื่อย” เพราะความหมายเรื่องความเหนื่อยมักใช้กับคนหรือสัตว์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอนาคตกรรมวาจกของ exhaust เพื่อสื่อว่าจะไม่มีทรัพยากรเหลืออยู่: At this rate, the emergency water supply ____ by Friday.

ดูคำตอบ

will be exhausted

so the universe will turn dark.

3:27

และจักรวาลก็จะมืดมิดลง

The remaining suns will die.

3:30

ดวงอาทิตย์ที่เหลืออยู่จะดับสูญ

Black holes will slowly degenerate and evaporate over trillions of years

3:33

หลุมดำจะค่อยๆ เสื่อมสภาพและระเหยหายไปตลอดระยะเวลาหลายล้านล้านปี

due to what's known as Hawking radiation. วลี

3:38

เนื่องจากสิ่งที่เรียกว่า รังสีฮอว์คิง (Hawking radiation)

วลี

what's known as สำหรับแนะนำชื่อที่ใช้กันเป็นที่ยอมรับ

ใน what's known as Hawking radiation คำว่า what's เป็นรูปย่อของ what is และ known as ใช้แนะนำ Hawking radiation ว่าเป็นชื่อที่ใช้กันเป็นที่ยอมรับของปรากฏการณ์นี้ วลีนี้ทำหน้าที่บอกชื่อเท่านั้น ไม่ได้ให้คำนิยามหรืออธิบายว่าปรากฏการณ์ทำงานอย่างไรด้วยตัวมันเอง โดยปกติหลัง as จะเป็นคำนามหรือชื่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ what's known as เพื่อแนะนำชื่อมาตรฐาน

  1. The frequency shift is what's known as the Doppler effect.
  2. This scientist is known for careful measurements.
  3. This medicine is known to be safe at low doses.
ดูคำตอบ

The frequency shift is what's known as the Doppler effect.

When this process is complete,

3:41

เมื่อกระบวนการนี้เสร็จสมบูรณ์

only a dilute gas of photons and light particles remains

3:44

จะเหลือเพียงก๊าซเจือจางของโฟตอนและอนุภาคแสง

until even this decays.

3:48

จนกระทั่งแม้แต่สิ่งนี้ก็เสื่อมสลายไป

All activity in the universe ceases at this point.

3:51

กิจกรรมทั้งหมดในจักรวาลจะหยุดลง ณ จุดนี้

Entropy is at its maximum,

3:54

เอนโทรปีจะอยู่ในระดับสูงสุด

and the universe is dead forever.

3:57

และจักรวาลก็จะตายไปตลอดกาล

Unless,

4:00

เว้นเสียแต่ว่า

theoretically,

4:01

ในทางทฤษฎี

it might be possible that ไวยากรณ์

4:02

มันอาจเป็นไปได้ที่

after an incredibly long amount of time,

4:03

หลังจากเวลาผ่านไปยาวนานจนไม่น่าเชื่อ

there might be a spontaneous entropy decrease

4:05

อาจมีการลดลงของเอนโทรปีอย่างฉับพลัน

as a result of something called quantum tunneling, วลี

4:08

อันเป็นผลมาจากสิ่งที่เรียกว่า การทะลุผ่านทางควอนตัม (Quantum tunneling)

วลี

บอกสาเหตุด้วย as a result of

ในประโยคนี้ as a result of นำเสนอสาเหตุของการที่เอนโทรปีลดลงเอง ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าการทะลุอุโมงค์ควอนตัม โครงสร้างนี้ทำให้การลดลงเป็นผลลัพธ์ และนามวลีหลัง of เป็นสาเหตุ ใช้ as a result of + นามวลีหรือรูป -ing เพื่ออธิบายว่าอะไรเป็นสาเหตุของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ มีความหมายคล้าย because of และพบบ่อยในงานเขียนเชิงอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกสาเหตุจากบทเรียน: The road was closed ____ a landslide.

ดูคำตอบ

as a result of

leading to a new Big Bang. ไวยากรณ์

4:11

ซึ่งนำไปสู่บิ๊กแบง (Big Bang) ครั้งใหม่

ไวยากรณ์

ลดน้ำหนักคำยืนยันด้วย it might be possible that

ในที่นี้ it might be possible that นำเสนอแนวคิดที่ตามมาว่าเป็นสมมติฐานที่ไม่แน่นอนอย่างมาก ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทั้ง might และ possible ช่วยลดระดับความมั่นใจของผู้พูด ผู้บรรยายจึงจงใจหลีกเลี่ยงการยืนยันอย่างหนักแน่น โครงสร้างคือ it + might + be possible + อนุประโยค that ใช้การซ้อนคำลดน้ำหนักแบบนี้เมื่อต้องการนำเสนอคำอธิบายหรือเหตุการณ์ว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่ยังไม่แน่นอนอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอคำอธิบายว่าเป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่แน่นอนอย่างยิ่ง แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริง

  1. It might be possible that the unusual signal came from a faulty sensor.
  2. The unusual signal definitely came from a faulty sensor.
  3. The unusual signal came from a faulty sensor.
ดูคำตอบ

It might be possible that the unusual signal came from a faulty sensor.

ไวยากรณ์

leading to: การบอกผลลัพธ์

Leading to ใช้เกริ่นผลลัพธ์ของกระบวนการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ กระบวนการนั้นทำให้เกิดบิกแบงครั้งใหม่ วลีนี้มีความหมายเท่ากับ resulting in ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังสถานที่หนึ่ง ในทางไวยากรณ์ leading to เป็นอนุประโยค -ing ที่ไม่มีประธานของตัวเองระบุไว้ วลีนี้เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับอนุประโยคก่อนหน้าอย่างกระชับในรูป เหตุ, leading to + ผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ lead ตามด้วย to: Heavy rain flooded the tracks, ____ long train delays.

ดูคำตอบ

leading to

Three,

4:15

สาม

Big Crunch and Big Bounce.

4:15

บิ๊กครันช์ (Big Crunch) และ บิ๊กเบานซ์ (Big Bounce)

This is the most uplifting scenario.

4:18

นี่เป็นฉากทัศน์ที่ให้ความหวังมากที่สุด

If there is less dark energy than we think or it decreases over time,

4:21

หากมีพลังงานมืดน้อยกว่าที่เราคิด หรือมันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

gravity will be the dominating force in the universe one day.

4:24

วันหนึ่งแรงโน้มถ่วงจะเป็นแรงที่ครอบงำจักรวาล

In a few trillion years,

4:28

ในอีกไม่กี่ล้านล้านปี

the rate of expansion of the universe will slow down and stop. กริยาวลี

4:29

อัตราการขยายตัวของจักรวาลจะช้าลงและหยุดนิ่ง

กริยาวลี

slow down: ช้าลง

Slow down เป็นกริยาวลีที่หมายถึงช้าลงหรือมีอัตราลดลง ในที่นี้ใช้บอกว่าการขยายตัวของเอกภพค่อย ๆ ช้าลงก่อนจะหยุด Down ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง แต่แสดงการลดลง Slow down ต่างจาก stop เพราะบางสิ่งอาจช้าลงแต่ยังคงดำเนินต่อไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีสองคำที่หมายถึงช้าลงเพื่อเติมประโยค: The car began to ____ before the sharp turn.

ดูคำตอบ

slow down

After that,

4:32

หลังจากนั้น

it reverses.

4:33

มันจะย้อนกลับ

Galaxies will race at each other,

4:35

กาแล็กซีจะพุ่งเข้าหากัน

merging as the universe becomes smaller and smaller.

4:37

และรวมตัวกันในขณะที่จักรวาลมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

Since a smaller universe also means a hotter universe,

4:40

เนื่องจากจักรวาลที่เล็กลงหมายถึงจักรวาลที่ร้อนขึ้นด้วย

temperatures rise everywhere all at once.

4:42

อุณหภูมิจะพุ่งสูงขึ้นทุกที่พร้อมๆ กัน

100,000 years before the Big Crunch,

4:45

1 แสนปีก่อนที่จะเกิดบิ๊กครันช์

background radiation would be hotter than the surfaces of most stars,

4:48

รังสีพื้นหลังจะร้อนกว่าพื้นผิวของดาวฤกษ์ส่วนใหญ่

which means that they would be cooked from the outside. การใช้คำ

4:51

ซึ่งหมายความว่าพวกมันจะถูกย่างสุกจากภายนอก

การใช้คำ

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ be cooked from the outside

ในที่นี้ be cooked หมายถึงถูกความร้อนรุนแรงจนรับไม่ไหวและถูกทำลาย ไม่ได้หมายถึงถูกปรุงเป็นอาหาร การใช้คำกริยาในชีวิตประจำวันอย่าง cooked ทำให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เห็นภาพชัด เป็นกันเอง และมีการกล่าวเกินจริง From the outside ชี้ว่ารังสีที่ร้อนกว่ามาจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ และให้ความร้อนแก่ดาวจากภายนอก ไม่ใช่ว่าดาวถูกทำลายด้วยความร้อนภายในของตัวเอง

แบบฝึกหัด

be cooked from the outside ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ดาวเหล่านั้นจะถูกความร้อนจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ทำลาย
  2. ดาวเหล่านั้นจะสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นภายในตัวเอง
  3. ดาวเหล่านั้นจะปรุงอาหารบนพื้นผิวด้านนอก
ดูคำตอบ

ดาวเหล่านั้นจะถูกความร้อนจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ทำลาย

Minutes before the Big Crunch happens,

4:54

ไม่กี่นาทีก่อนที่บิ๊กครันช์จะเกิดขึ้น

atom cores are ripped apart

4:56

นิวเคลียสของอะตอมจะถูกฉีกออกจากกัน

before supermassive black holes devour everything.

4:57

ก่อนที่หลุมดำมวลยวดยิ่งจะกลืนกินทุกสิ่ง

Finally,

5:01

ท้ายที่สุด

all black holes would merge into a supermassive mega black hole

5:01

หลุมดำทั้งหมดจะรวมตัวกันเป็นหลุมดำขนาดยักษ์มวลยวดยิ่ง

that contains the entire mass of the universe.

5:05

ที่บรรจุมวลสารทั้งหมดของจักรวาลเอาไว้

And in the last moment before the Big Crunch,

5:08

และในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเกิดบิ๊กครันช์

it would devour the universe,

5:10

มันจะกลืนกินจักรวาล

including itself.

5:12

รวมถึงตัวมันเองด้วย

The Big Bounce theory states that this has happened a lot of times, ไวยากรณ์

5:14

ทฤษฎีบิ๊กเบานซ์ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

and that the universe goes through an infinite cycle of expansion and contraction. วลี

5:18

และจักรวาลก็ผ่านวัฏจักรของการขยายตัวและหดตัวอย่างไม่สิ้นสุด

ไวยากรณ์

การใช้ states that ... and that ... เพื่อเสนอข้อกล่าวอ้างที่ขนานกัน

states สามารถตามด้วยอนุประโยค that เพื่อรายงานว่าทฤษฎีหนึ่งเสนออะไร ในประโยคนี้ states ควบคุมส่วนเติมเต็มสองส่วนที่แยกกัน คือ that this has happened a lot of times และ that the universe goes through an infinite cycle of expansion and contraction การใช้ that ซ้ำหลัง and ทำให้ข้อกล่าวอ้างทั้งสองมีโครงสร้างขนานกัน และแสดงชัดว่าทั้งคู่เชื่อมกับ states ส่วน that ตัวที่สองเป็นคำเชื่อมที่นำอนุประโยคส่วนเติมเต็ม ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่หมายถึง 'สิ่งนั้น'

แบบฝึกหัด

เติมข้อความรายงานให้สมบูรณ์โดยใช้คำเชื่อมซ้ำหน้าข้อกล่าวอ้างแต่ละข้อที่ขนานกัน: The notice states ____ the pool is closed today and ____ it will reopen tomorrow.

ดูคำตอบ

that · that

วลี

goes through an infinite cycle of: ผ่านวัฏจักรที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ในที่นี้ goes through หมายถึง “ประสบ” หรือ “ผ่านช่วงต่าง ๆ เป็นลำดับ” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ทางกายภาพ ประธาน the universe ถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งที่ผ่านกระบวนการหนึ่ง an infinite cycle of ใช้นำหน้าลำดับช่วงต่าง ๆ ที่วนซ้ำไปโดยไม่มีจุดจบ ในประโยคนี้ expansion และ contraction คือสองช่วงที่เกิดซ้ำเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ goes through an infinite cycle of หมายความว่าอย่างไร

  1. เคลื่อนที่ผ่านวงกลมทางกายภาพที่มีขนาดใหญ่มาก
  2. ประสบช่วงต่าง ๆ เดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก
  3. หยุดลงหลังจากการขยายตัวหนึ่งครั้งและการหดตัวหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ

ประสบช่วงต่าง ๆ เดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

Well,

5:22

เอาล่ะ

wouldn't that be nice? น้ำเสียง/เจตนา

5:23

แบบนั้นก็คงจะดีไม่ใช่เหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

wouldn't that be nice?:ใช้คำถามปฏิเสธเพื่อแสดงความคาดหวัง

Wouldn't that be nice? เป็นคำถามรูปปฏิเสธที่ใช้แสดงความปรารถนาหรือความหวังต่อผลลัพธ์ที่ดีในเชิงบวก ผู้พูดจินตนาการถึงผลลัพธ์นั้นและชวนผู้ฟังเห็นด้วยว่าสิ่งนั้นคงจะดี ในที่นี้ that หมายถึงแนวคิดที่ว่าจักรวาลจะขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ จึงไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อขอคำตอบง่าย ๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ใน Wouldn't that be nice? ผู้พูดมักกำลังขอการประเมินแบบใช่หรือไม่ใช่ที่เป็นกลาง แทนที่จะแสดงความปรารถนาที่มีความหวัง

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

So what will actually happen to the universe in the end?

5:25

แล้วท้ายที่สุดจะเกิดอะไรขึ้นกับจักรวาลกันแน่?

At the moment,

5:28

ในตอนนี้

heat death seems the most likely. ไวยากรณ์

5:29

การตายความร้อนดูเหมือนจะเป็นไปได้มากที่สุด

ไวยากรณ์

seems the most likely: เลือกสิ่งที่มีแนวโน้มมากที่สุดโดยไม่ฟันธง

ในที่นี้ seems แสดงว่าคำตัดสินนี้เป็นสิ่งที่หลักฐานในปัจจุบันชี้ให้เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว จึงยังเปิดโอกาสให้ข้อสรุปเปลี่ยนแปลงได้ The most likely จัดให้ความตายจากความร้อนอยู่เหนือจุดจบแบบอื่นที่เป็นไปได้ โดยละคำนามอย่าง outcome หรือ scenario ไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท ทั้งวลีจึงหมายความว่า ในบรรดาตัวเลือกที่กล่าวถึง ความตายจากความร้อนดูเป็นตัวเลือกที่มีแนวโน้มมากที่สุดในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่จัดให้ตัวเลือกหนึ่งมีแนวโน้มสูงสุด แต่ยังไม่ฟันธงคำตัดสิน: Of the three explanations, a software error ____.

ดูคำตอบ

seems the most likely

But we at Kurzgesagt hope that this dead forever stuff is wrong, การใช้คำ

5:31

แต่พวกเราที่ Kurzgesagt หวังว่าไอ้เรื่องการตายตลอดกาลนี้จะผิด

การใช้คำ

this dead forever stuff: กล่าวย้อนถึงหัวข้อเดิมแบบไม่เป็นทางการ

Stuff เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการที่ใช้รวบเนื้อหา ความคิด หรือเรื่องต่าง ๆ ซึ่งผู้พูดไม่จำเป็นต้องแจกแจงทีละอย่าง ในที่นี้ this ชี้กลับไปยังความคิดที่พูดถึงแล้วว่าเอกภพอาจอยู่ในสภาพตายไปตลอดกาล การเรียกความคิดนี้ว่า this dead forever stuff เปลี่ยนทฤษฎีที่ซับซ้อนและมืดมนให้เป็นป้ายเรียกแบบกว้าง ๆ ในบทสนทนา ทำให้น้ำเสียงสบายขึ้น และอาจเพิ่มความห่างทางอารมณ์หรือความรู้สึกไม่ให้ความสำคัญเล็กน้อย โดย stuff ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาแบบสบาย ๆ เพิ่งมีการอธิบายทฤษฎีหลายอย่างเกี่ยวกับการสิ้นสุดอย่างถาวรของเอกภพ แล้วมีคนพูดว่า "I hope this dead forever stuff is wrong." this dead forever stuff ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้ซึ่งใช้งานไม่ได้แล้ว
  2. เป็นการรวมทฤษฎีก่อนหน้านี้แบบไม่เป็นทางการโดยไม่เอ่ยชื่อซ้ำ
  3. เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของทฤษฎีหนึ่ง
ดูคำตอบ

เป็นการรวมทฤษฎีก่อนหน้านี้แบบไม่เป็นทางการโดยไม่เอ่ยชื่อซ้ำ

and the universe will start over and over again. โน้ต

5:35

และจักรวาลจะเริ่มต้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กริยาวลี

start over: เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น

Start over เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น” โดยสื่อว่าไม่ได้ทำต่อจากจุดที่หยุดไว้ แต่ทิ้งความพยายามหรือวงจรเดิมแล้วกลับไปยังจุดเริ่มต้น ในประโยคนี้ จักรวาลเริ่มวงจรใหม่ คำว่า over ยังเป็นคำแรกของวลี over and over again ที่ตามมาด้วย จึงทำหน้าที่สองอย่างในการเรียบเรียงประโยคนี้

แบบฝึกหัด

Leo ต้องการลบความคืบหน้าในเกมและเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ประโยคใดสื่อความหมายนี้

  1. Leo wants to start over.
  2. Leo wants to keep going.
  3. Leo wants to take over.
ดูคำตอบ

Leo wants to start over.

วลี

over and over again: ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Over and over again เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” หรือ “หลายครั้ง” วลีนี้ใช้เน้นอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเพียงครั้งเดียว ในที่นี้ over คำแรกยังทำให้วลี start over สมบูรณ์ด้วย การใช้คำเดียวกันร่วมกันทำให้เกิดการซ้อนความหมายโดยตั้งใจ ส่วนวลีทั้งหมดบอกว่าการเริ่มต้นใหม่นั้นเกิดขึ้นผ่านหลายวงจร

แบบฝึกหัด

Nora กังวลจึงตรวจคำตอบเดิมหลายครั้ง ประโยคใดเน้นการกระทำซ้ำได้ดีที่สุด

  1. Nora checked the answer over and over again.
  2. Nora checked the answer again.
  3. Nora started the answer over.
ดูคำตอบ

Nora checked the answer over and over again.

We don't know for sure either way.

5:39

เราก็ไม่รู้แน่ชัดหรอกว่าจะเป็นทางไหน

So let's just assume the most uplifting theory is true. น้ำเสียง/เจตนา

5:41

ดังนั้นเรามาสมมติว่าทฤษฎีที่ให้ความหวังที่สุดคือความจริงก็แล้วกัน

น้ำเสียง/เจตนา

let's just assume: สมมติฐานชั่วคราวที่ยอมรับร่วมกัน

Let's เป็นการชวนผู้ฟังให้ทำขั้นตอนหนึ่งร่วมกับผู้พูด ในประโยคนี้คือการยอมรับจุดตั้งต้นสำหรับการสนทนา ส่วน assume หมายถึงการถือว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริงไปก่อน ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์ว่าสิ่งนั้นเป็นจริง just ทำให้ข้อเสนอฟังดูนุ่มนวลและสบายขึ้น เมื่อรวมกันแล้ว let's just assume จึงเป็นการตั้งสมมติฐานชั่วคราวร่วมกันทั้งที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสนทนาที่ชวนทุกคนยอมรับสมมติฐานชั่วคราวและมีคำว่า just: We do not know the final number yet, so ____ fifty guests will come and prepare enough chairs.

ดูคำตอบ

let's just assume

By the way, ลำดับความ

5:48

อีกอย่างนะ

we have a Twitter account.

5:49

เรามีบัญชี Twitter ด้วยแหละ

ลำดับความ

By the way: ส่งสัญญาณว่าเป็นข้อมูลเสริม

By the way เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังออกจากหัวข้อหลักไปยังข้อมูลเสริม คำเตือน หรือเรื่องที่เพิ่งนึกขึ้นได้ ในประโยคนี้ การพูดคุยหลักจบแล้ว และวลีนี้นำเข้าสู่ข้อมูลอีกเรื่องเกี่ยวกับบัญชี วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าจะตีความข้อมูลต่อไปอย่างไร ไม่ได้แสดงความขัดแย้งเชิงเหตุผล

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับเพิ่มความคิดเห็นรองที่เกี่ยวข้องไม่มาก แทนที่จะแสดงความขัดแย้ง คุณเพิ่งพูดเรื่องตารางเวลาเสร็จแล้วเสริมว่าสำนักงานย้ายที่ตั้ง

  1. On the other hand, the office has moved to King Street.
  2. As a result, the office has moved to King Street.
  3. By the way, the office has moved to King Street.
ดูคำตอบ

By the way, the office has moved to King Street.