ทำไมคุณจึงควรอ่าน "สงครามและสันติภาพ" ของตอลสตอย? - Brendan Pelsue: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าว่าโครงการนวนิยายสั้นเกี่ยวกับกลุ่มเดคาบริสต์ที่ตอลสตอยตั้งใจเขียน กลายมาเป็น War and Peace ผลงานขนาดใหญ่ที่เชื่อมชีวิตส่วนตัวเข้ากับสงครามและประวัติศาสตร์รัสเซีย พร้อมตั้งคำถามถึงสาเหตุทางประวัติศาสตร์และรูปแบบของวรรณกรรมได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. set out to write — กริยาวลี: เข้าใจว่า set out to do something ใช้บอกการเริ่มต้นโครงการหรือความมุ่งหมายอย่างตั้งใจ สามารถนำไปใช้ในชีวประวัติและงานเล่าเรื่องเพื่อระบุแผนแรกเริ่ม ก่อนอธิบายว่าผลลัพธ์สุดท้ายเปลี่ยนไปจากเจตนาเดิมมากเพียงใด 2. the book bounces between the political and personal — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองเห็นว่า bounce between เป็นภาพเปรียบเทียบที่มีชีวิตชีวาของการสลับไปมาระหว่างสองหัวข้อ ใช้บรรยายหนังสือ ภาพยนตร์ บทสนทนา หรือความสนใจของคนที่เคลื่อนกลับไปกลับมาระหว่างประเด็นที่ต่างกันได้ 3. a large, loose, baggy monster, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความภาพของเฮนรี เจมส์ว่าเป็นคำวิจารณ์ผลงานที่ใหญ่โต แผ่กว้าง และมีโครงสร้างไม่กระชับ ไม่ได้หมายถึงสัตว์ประหลาดจริง ๆ จึงช่วยให้สังเกตได้ว่าอุปมาที่มีอารมณ์ขันสามารถถ่ายทอดการประเมินรูปแบบศิลปะที่หนักแน่นและน่าจดจำได้อย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
a tome, a slog: หนังสือหนักอึ้งกับการอ่านที่แสนเหนื่อย
ในคำบรรยายสั้น ๆ นี้ a tome เรียก War and Peace ว่าเป็นหนังสือที่ใหญ่และหนักมาก ซึ่งมักให้ความรู้สึกจริงจังหรือเป็นเชิงวิชาการ ส่วน a slog บอกว่าประสบการณ์ในการอ่านนั้นยาวนานและเหน็ดเหนื่อย การวางวลีนามสองวลีติดกันทำหน้าที่เหมือนคำวิจารณ์สั้น ๆ มากกว่าจะเป็นประโยคสมบูรณ์ การพูดเกินจริงเล็กน้อยสร้างน้ำเสียงหยอกล้อแต่ก็น่าหวั่นใจ คือหนังสือทั้งหนักจริงและอ่านให้จบได้ยาก
แบบฝึกหัด
a tome, a slog แสดงท่าทีโดยรวมแบบใด
- หนังสือมีเนื้อหาเบาสบายและอ่านจบได้ง่าย
- หนังสือมีขนาดใหญ่และการอ่านก็รู้สึกยากลำบาก
- หนังสือสั้นแต่พิมพ์มาไม่ดี
ดูคำตอบ
หนังสือมีขนาดใหญ่และการอ่านก็รู้สึกยากลำบาก
it could give you a concussion, right? น้ำเสียง/เจตนา
0:14มันอาจทำให้คุณสมองกระทบกระเทือนได้ ใช่ไหม?
the sort of book you shouldn't read in bed: การจำแนกประเภทด้วยอนุประโยคขยายคำนาม
โครงสร้างคือ the sort of + คำนาม + อนุประโยคขยายคำนาม: the sort of book + (that) you shouldn't read in bed คำสรรพนามเชื่อม that ถูกละไว้เพราะจะทำหน้าที่เป็นกรรมของ read ส่วนอนุประโยคที่ตามมาบอกว่าหมายถึงหนังสือประเภทใด โครงสร้างนี้จัดคนหรือสิ่งของให้อยู่ในประเภทหนึ่งตามลักษณะเด่น ไม่ได้เพียงชี้ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ว่าเป็นหนังสือที่หนักจนการเผลอหลับอยู่ใต้มันฟังดูอันตราย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดจัดให้ Maya เป็นคนประเภทหนึ่งตามลักษณะของเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- She's sort of the person keeps every promise.
- She's the sort person who keeps every promise.
- She's the sort of person who keeps every promise.
ดูคำตอบ
She's the sort of person who keeps every promise.
If ... could: เงื่อนไขและผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
“If you fall asleep” ระบุเงื่อนไข ส่วน “it could give you a concussion” ระบุผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น could ในที่นี้หมายถึง “อาจจะ” ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต ผลลัพธ์นี้ถูกพูดเกินจริงโดยตั้งใจ โดยจินตนาการว่าหนังสือหนักมากจนการเผลอหลับอาจทำให้สมองกระทบกระเทือนได้ โครงสร้าง if + present simple, ... could + กริยารูปพื้นฐานใช้เชื่อมเงื่อนไขที่เป็นไปได้กับผลที่อาจเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ใน “If Maya carries every book at once, her backpack could tear,” คำว่า could tear สื่อถึงอะไร?
- ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
- ความสามารถของกระเป๋าในอดีต
- ผลลัพธ์ที่อาจเกิดจากเงื่อนไขนั้น
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ที่อาจเกิดจากเงื่อนไขนั้น
right? ท้ายประโยค: ขอการยืนยันหรือความเห็นด้วย
เมื่อวาง right? ไว้ท้ายประโยคบอกเล่า จะเป็นการขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่เพิ่งพูดไป คล้ายกับ “ใช่ไหม?” แต่พบได้บ่อยและใช้ได้ยืดหยุ่นกว่าในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ ในที่นี้ ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะเห็นด้วยและใช้ right? เพื่อดึงผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วมกับมุกนี้ จุดประสงค์หลักไม่ใช่การถามข้อมูลที่ไม่รู้อย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ใน “The instructions are much clearer now, right?” ผู้พูดใช้ right? เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?
- ชวนให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วย
- ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการ
- ถามความหมายของ instructions
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วย
but it's also a thrilling examination of history
0:21แต่มันก็ยังเป็นการตรวจสอบประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น
sure, but it's also: ยอมรับก่อนแล้วเปลี่ยนจุดเน้น
ในที่นี้ sure ยอมรับสั้น ๆ ว่า War and Peace เป็นหนังสือที่ยาว แสดงว่าข้อสังเกตนี้ถูกต้องและผู้พูดไม่ได้มองข้ามไป จากนั้น but it's also จะเปลี่ยนความสนใจไปยังข้อดีที่ตัดกัน นั่นคือหนังสือเล่มนี้นำเสนอการสำรวจประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น รูปแบบนี้ทำให้การประเมินฟังดูสมดุล พร้อมทั้งเน้นอีกด้านที่ผู้พูดเห็นว่าสำคัญ
แบบฝึกหัด
sure, but it's also ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- นำเสนอข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยให้น้ำหนักเท่ากัน
- ยอมรับประเด็นหนึ่ง แล้วเปลี่ยนจุดเน้นไปยังอีกด้านที่สำคัญ
- ปฏิเสธคำบรรยายแรกทั้งหมด
ดูคำตอบ
ยอมรับประเด็นหนึ่ง แล้วเปลี่ยนจุดเน้นไปยังอีกด้านที่สำคัญ
populated with: เติมโลกในเรื่องด้วยตัวละคร
Populated with สามารถใช้ตามความหมายตรงเพื่อบรรยายสถานที่ที่มีคนหรือสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในประโยคนี้ สถานที่ดังกล่าวคือโลกที่หนังสือนำเสนอ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าผลงานเต็มไปด้วยตัวละครที่ลุ่มลึกและสมจริง การใช้เช่นนี้สร้างภาพที่ชัดเจนกว่าการพูดเพียงว่าหนังสือมีตัวละคร โดยนำเสนอผลงานเป็นโลกทั้งใบที่เต็มไปด้วยผู้อยู่อาศัยและถูกพวกเขาช่วยหล่อหลอมขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย populated: The fantasy kingdom is ____ witches, giants, and talking foxes.
ดูคำตอบ
populated with
ตัวละครที่ลุ่มลึกและสมจริงที่สุดกลุ่มหนึ่งเท่าที่จะพบได้จากที่ไหนก็ตาม
โครงสร้าง some of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหลายคนหรือหลายสิ่งอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการประเมินว่ายอดเยี่ยมที่สุด ในที่นี้ deepest และ most realistic ต่างก็ขยาย characters จึงเป็นการชมตัวละครสองด้าน you'll find anywhere เป็นอนุประโยคขยายที่ทำให้ขอบเขตการเปรียบเทียบกว้างกว่าผลงานเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว เป็นคำชมที่เน้นย้ำว่าตัวละครเหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่ลุ่มลึกและสมจริงที่สุดที่ผู้อ่านน่าจะพบเจอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ตรงตามแบบ some of the + ขั้นสูงสุด โดยใช้รูปขั้นสูงสุดของ good: This guide recommends ____ family-friendly parks you'll find anywhere.
ดูคำตอบ
some of the best
just imagine how poor Tolstoy felt. น้ำเสียง/เจตนา
0:31ลองจินตนาการดูสิว่าตอลสตอยผู้น่าสงสารจะรู้สึกอย่างไร
ถ้าความยาวของมันทำให้คุณรู้สึกไม่กล้าเริ่ม
ในอนุประโยค if คำว่า its length เป็นประธาน และ intimidates you บอกผลที่มันก่อให้เกิด intimidate สามารถมีสิ่งของหรือลักษณะเชิงนามธรรมเป็นประธานได้ ประธานไม่จำเป็นต้องเป็นคน ในที่นี้ ความยาวไม่ได้ตั้งใจข่มขู่ใคร แต่ขนาดที่ใหญ่มากทำให้ผู้อ่านไม่มั่นใจหรือลังเลที่จะเริ่ม ดังนั้น intimidates you จึงหมายถึงความยาวนั้นทำให้ผลงานดูเป็นสิ่งที่ยากจะรับมือ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The size of the project intimidates me,' คำว่า intimidates me หมายถึงอะไร
- มันทำให้ฉันอยากทำให้เสร็จทันที
- มันบอกฉันอย่างแม่นยำว่าโครงการใหญ่แค่ไหน
- มันทำให้ฉันไม่มั่นใจว่าจะเริ่มดีหรือไม่ เพราะดูเหมือนยาก
ดูคำตอบ
มันทำให้ฉันไม่มั่นใจว่าจะเริ่มดีหรือไม่ เพราะดูเหมือนยาก
just imagine how poor Tolstoy felt: ชวนให้มองจากมุมของเขาและแสดงความเห็นใจ
Just imagine มีรูปเป็นประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำชวน ไม่ใช่คำสั่ง ผู้พูดชวนผู้ฟังให้นึกภาพประสบการณ์ของตอลสตอย ส่วน how ... felt นำเข้าสู่ความรู้สึกที่ต้องการให้จินตนาการถึง Poor ที่วางหน้าชื่อบุคคลอาจหมายถึง “ผู้โชคร้าย” หรือ “ผู้น่าเห็นใจ” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าตอลสตอยไม่มีเงิน ทั้งวลีสร้างความเห็นใจแบบเบา ๆ และมีอารมณ์ขัน โดยเปรียบเทียบปฏิกิริยาของผู้อ่านที่มีต่อหนังสือเล่มยาวกับประสบการณ์ของผู้เขียนขณะเขียนมัน
แบบฝึกหัด
just imagine how poor Tolstoy felt ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าตอลสตอยมีเงินน้อยมาก
- ชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์ของตอลสตอยและรู้สึกเห็นใจแบบมีอารมณ์ขัน
- สั่งให้ผู้ฟังไปตรวจสอบสถานะทางการเงินของตอลสตอย
ดูคำตอบ
ชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์ของตอลสตอยและรู้สึกเห็นใจแบบมีอารมณ์ขัน
about a political dissident returning from exile in Siberia. วลี
0:37เกี่ยวกับผู้คัดค้านทางการเมืองที่กลับมาจากการลี้ภัยในไซบีเรีย
set out to write: เริ่มต้นโดยมีเป้าหมาย
Set out to write ใช้โครงสร้าง set out to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “เริ่มต้นโดยมีความตั้งใจหรือเป้าหมายว่าจะเขียน” จึงนำเสนอการเขียนว่าเป็นงานที่มีจุดมุ่งหมาย ในประโยคนี้ เป้าหมายแรกของเขาคือการเขียนนวนิยายขนาดสั้น วลีนี้เน้นแผนที่มีอยู่ ณ จุดเริ่มต้น ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าผู้เขียนเขียนงานเสร็จหรือไม่ หรือผลงานสุดท้ายตรงกับแผนเดิมหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าการสร้างเครื่องกรองเป็นเป้าหมายของทีมตอนเริ่มต้น?
- The team started designing a low-cost water filter.
- The team designed a low-cost water filter.
- The team set out to design a low-cost water filter.
ดูคำตอบ
The team set out to design a low-cost water filter.
returning from exile: การกลับมาหลังถูกบังคับให้จากบ้านเกิด
returning from exile หมายถึง “กลับมาหลังจากอยู่ในภาวะเนรเทศช่วงหนึ่ง” exile ไม่ใช่การเดินทางทั่วไป แต่เป็นสถานการณ์ที่คนคนหนึ่งถูกบังคับหรือมีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ไปอยู่ห่างจากบ้านหรือประเทศของตน ในประโยคนี้ returning from exile เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วยกริยา -ing และขยาย a political dissident เพื่อบอกว่านวนิยายกล่าวถึงผู้เห็นต่างคนใด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ return from exile
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย return + คำบุพบท + exile: After the new government canceled a ban on his return, the writer was able to ____.
ดูคำตอบ
return from exile
had produced a 1,200 page epic: ผลลัพธ์ที่เสร็จแล้วภายในจุดหนึ่งในอดีต
had produced เป็น past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + past participle เรื่องเลื่อนไปยังจุดหนึ่งในอดีตคือ five years later แล้วมองย้อนกลับไปยังผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วภายในเวลานั้น ในที่นี้ produced หมายถึง “สร้างสรรค์หรือเขียนขึ้น” ไม่ใช่ “ผลิตในโรงงาน” ทั้งวลีเน้นว่าผลงานขนาดใหญ่นั้นเสร็จแล้วภายในจุดเวลาดังกล่าวในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์เสร็จสมบูรณ์แล้วภายในกำหนดเวลาหนึ่งในอดีต
- By the time the exhibition opened, the team was producing the final catalog.
- The team produces the final catalog every year.
- By the time the exhibition opened, the team had produced the final catalog.
ดูคำตอบ
By the time the exhibition opened, the team had produced the final catalog.
the burning of Moscow, and a semi-domesticated bear,
0:50การเผากรุงมอสโก และหมีกึ่งเชื่องอีกหนึ่งตัว
featuring: นำเสนอเนื้อหาเด่นในผลงาน
ในที่นี้ featuring ใช้นำเสนอสิ่งเด่น ๆ ที่อยู่ในมหากาพย์เรื่องนี้ เช่น เรื่องราวความรัก สนามรบ และรายการอื่น ๆ ที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นนักแสดง วลี -ing นี้ขยายมหากาพย์ โดย an epic featuring X หมายถึง an epic that features X รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมรายการเนื้อหาสำคัญแบบสั้น ๆ เข้ากับสิ่งที่กำลังอธิบาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The website has a section featuring free science experiments,” featuring ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าการทดลองเป็นนักแสดงนำ
- บอกว่าส่วนนั้นนำการทดลองออกไปแล้ว
- ใช้นำเสนอเนื้อหาที่โดดเด่นในส่วนนั้น
ดูคำตอบ
ใช้นำเสนอเนื้อหาที่โดดเด่นในส่วนนั้น
but no exile and no political dissidents. ลำดับความ
0:54แต่ไม่มีการลี้ภัยและไม่มีผู้คัดค้านทางการเมือง
but no ... and no ...: ปิดรายการด้วยความแตกต่าง
หลังจากรายการยาว ๆ ของสิ่งที่มหากาพย์มีอยู่จริง but เปลี่ยนจุดสนใจไปยังสิ่งที่ไม่มีอยู่อย่างเห็นได้ชัด การใช้ no + คำนามซ้ำกันสร้างตอนจบแบบขนานว่า no exile and no political dissidents สิ่งที่หายไปสองอย่างนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของแผนเดิม ดังนั้นตอนจบจึงไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริง แต่ดึงความสนใจจากผลงานขนาดใหญ่ที่เสร็จแล้วกลับไปยังการที่ผลงานนั้นออกห่างจากแผนเดิมมากเพียงใด ทำให้จบอย่างมีอารมณ์ขันและแฝงการประชด
แบบฝึกหัด
ส่วนท้ายของประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? “The kit includes paints, brushes, and paper, but no glue and no scissors.”
- บอกว่าสิ่งของที่ระบุทั้งหมดไม่มีอยู่ในชุด
- เปรียบต่างรายการสิ่งของที่มีอยู่หลายอย่างกับสิ่งที่ขาดอย่างเด่นชัดสองอย่าง
- อธิบายว่าทำไมกาวและกรรไกรจึงสำคัญกว่าสี
ดูคำตอบ
เปรียบต่างรายการสิ่งของที่มีอยู่หลายอย่างกับสิ่งที่ขาดอย่างเด่นชัดสองอย่าง
Here's how it happened: เกริ่นเข้าสู่ที่มาที่ไปของเหตุการณ์
Here's how it happened เป็นประโยคเปลี่ยนช่วงของเรื่อง โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายเหตุการณ์หรือขั้นตอนที่นำไปสู่ผลลัพธ์หนึ่ง Here's ใช้เกริ่นคำอธิบาย how ชี้ไปที่กระบวนการ และ it หมายถึงเหตุการณ์ที่กล่าวถึงไปแล้ว ประโยคนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการพาจากผลลัพธ์หรือคำถามไปสู่เรื่องราวเบื้องหลัง
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดพูดว่า Here's how it happened เขากำลังส่งสัญญาณอะไร?
- กำลังจะอธิบายกระบวนการหรือเหตุการณ์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์นั้น
- กำลังชี้สถานที่ที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
- อธิบายเสร็จแล้วและกำลังจะเปลี่ยนหัวข้อ
ดูคำตอบ
กำลังจะอธิบายกระบวนการหรือเหตุการณ์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์นั้น
was born to a famously eccentric aristocratic family in 1828. วลี
1:00เกิดในครอบครัวขุนนางที่ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกประหลาดในปี 1828
a volcanic soul: อุปมาถึงบุคลิกที่รุนแรง
ใน a volcanic soul คำว่า volcanic เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยยืมภาพภูเขาไฟที่สะสมพลังงานมหาศาลแล้วปะทุออกมา ส่วน soul ในที่นี้หมายถึงนิสัยภายในของคน ทั้งวลีจึงนำเสนอตอลสตอยว่าเป็นคนที่มีพลังและอารมณ์รุนแรง เร่าร้อน และอาจมีอารมณ์ปะทุได้ วลีนี้วางหลัง Tolstoy เป็นคำอธิบายเสริมสั้น ๆ เพื่อกำหนดความประทับใจแรกของผู้อ่านที่มีต่อตัวเขา เป็นการพรรณนาบุคลิกอย่างมีสีสัน ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรเกี่ยวกับภูเขาไฟ
แบบฝึกหัด
a volcanic soul ในประโยคนี้สื่อถึงคนแบบใด?
- คนที่มีอาชีพศึกษาหินภูเขาไฟ
- คนที่มีพลังรุนแรงและมีอารมณ์ที่อาจปะทุได้
- คนที่ใช้ชีวิตอย่างสงบใกล้ภูเขาไฟ
ดูคำตอบ
คนที่มีพลังรุนแรงและมีอารมณ์ที่อาจปะทุได้
was born to a ... family: บอกภูมิหลังครอบครัว
was born to a ... family ระบุพ่อแม่หรือครอบครัวที่บุคคลหนึ่งเกิดมา จึงใช้บอกชาติกำเนิดทางครอบครัว ไม่ใช่สถานที่หรือวันที่เกิด ในประโยคนี้ was born เป็นรูปอดีตที่กล่าวถึง Tolstoy และ to นำเข้าสู่ข้อมูลภูมิหลังครอบครัวของเขา famously eccentric หมายความว่าครอบครัวนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องความไม่เหมือนใคร ส่วน aristocratic ระบุชนชั้นทางสังคม ทั้งวลีจึงบอกทั้งชื่อเสียงและสถานะของครอบครัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนบอกภูมิหลังครอบครัวจากบทเรียนนี้: Amir ____ a family of doctors.
ดูคำตอบ
was born to
dropped out of: ออกก่อนเรียนหรือทำจนจบ
“Dropped out of” หมายถึงออกจากโรงเรียน หลักสูตร หรือโครงการที่มีระบบก่อนเรียนหรือทำจนจบ ในประโยคนี้ เขาออกจากมหาวิทยาลัยคาซานโดยไม่ได้เรียนจนจบ โครงสร้างคือ drop out of + สถาบัน หลักสูตร หรือโครงการ กริยาวลีนี้ต้องเข้าใจรวมกันทั้งชุด โดย drop ไม่ได้หมายถึงการตกลงมาจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ออกมาก่อนทำจนจบ”: Maya ____ university before finishing her degree.
ดูคำตอบ
dropped out of
gambled away the family fortune: สูญเสียทรัพย์สินเพราะการพนัน
gamble away + บางสิ่ง หมายถึงเสียสิ่งนั้นไปเพราะการพนัน โดยมักหมายถึงเสียจนหมดหรือเสียหายอย่างร้ายแรง away เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ คือสิ่งที่เคยมีอยู่หายไปเพราะการกระทำนั้น the family fortune หมายถึงทรัพย์สินที่ครอบครัวเป็นเจ้าของหรือสะสมไว้ วลีนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าเขาเล่นการพนัน แต่ยังบอกว่าการพนันทำให้ครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินด้วย
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “สูญเสียไปเพราะการพนัน”: He ____ all his savings in one summer.
ดูคำตอบ
gambled away
and rejected the literary establishment to travel Europe. การใช้คำ
1:12และปฏิเสธธรรมเนียมวรรณกรรมดั้งเดิมเพื่อออกเดินทางทั่วยุโรป
By the time ... had already: มองย้อนจากจุดสิ้นสุดในอดีต
By the time he was 30 กำหนดอายุ 30 ปีเป็นจุดสิ้นสุดอ้างอิงในอดีต ส่วน he had already + กริยาช่อง 3 มองย้อนกลับจากจุดนั้นและบอกว่าเหตุการณ์ที่ลำดับไว้เกิดเสร็จแล้วก่อนหน้านั้น had already เพียงชุดเดียวใช้ร่วมกับกริยาช่อง 3 ได้ทั้งรายการ ได้แก่ dropped, gambled, joined, written และ rejected รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ By the time + simple past, ... had already + past participle โดย already เน้นว่าการกระทำเสร็จก่อนจุดสิ้นสุดอ้างอิง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย By the time และ had already ตามด้วยรูปที่ถูกต้องของ cook: ____ the guests arrived, we ____ dinner.
ดูคำตอบ
By the time · had already cooked
rejected the literary establishment: ปฏิเสธอำนาจกระแสหลักในวงการวรรณกรรม
ในที่นี้ the literary establishment หมายถึงบุคคล สถาบัน และมาตรฐานกระแสหลักที่มีอิทธิพลในวงการวรรณกรรม คำว่า establishment ใช้เรียกโครงสร้างอำนาจหรือกลุ่มที่ครองอิทธิพล ไม่ใช่อาคารหรือกิจการ การ reject the literary establishment คือการไม่ยอมรับอำนาจและความคาดหวังของกลุ่มนั้น รูปแบบ the + คำบอกสาขา + establishment ยังใช้เรียกกลุ่มอำนาจเดิมในวงการอย่างการเมือง ศิลปะ หรือสื่อได้
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ the literary establishment หมายถึงอะไร
- อาคารที่นักเขียนอาศัยอยู่
- กิจการที่ขายหนังสือท่องเที่ยวเชิงวรรณกรรม
- ผู้มีอำนาจและบรรทัดฐานกระแสหลักที่มีอิทธิพลในวงการวรรณกรรม
ดูคำตอบ
ผู้มีอำนาจและบรรทัดฐานกระแสหลักที่มีอิทธิพลในวงการวรรณกรรม
He then settled into Yasnaya Polyana: จากนั้นเขาลงหลักปักฐานที่ยัสนายา โปลยานา
Settled into หมายความว่าเขาทำให้ยัสนายา โปลยานาเป็นบ้านของตนและเริ่มใช้ชีวิตที่มั่นคงและสบายที่นั่น เป็นการบอกว่าเขาลงหลักปักฐานในสถานที่นั้น ไม่ใช่เพียงเดินทางไปถึง รูปแบบ settle into + สถานที่หรือสภาพแวดล้อมใหม่ ยังใช้บอกการค่อย ๆ คุ้นเคยกับโรงเรียน งาน บ้าน หรือกิจวัตรได้ ส่วน then จัดให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเหตุการณ์ถัดไปในลำดับเวลาของชีวประวัติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ settle into เพื่อแสดงการเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่: After a few weeks, Nina ____ her new school.
ดูคำตอบ
settled into
his ancestral mansion: คฤหาสน์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเขา
An ancestral mansion คือบ้านหลังใหญ่ที่เชื่อมโยงกับบรรพบุรุษและประวัติครอบครัวของบุคคลหนึ่ง ancestral บอกว่าทรัพย์สินนั้นมาจากหรือเคยเป็นของคนรุ่นก่อน ส่วน mansion บอกว่าเป็นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่และโอ่อ่า ในประโยคนี้ his ancestral mansion เป็นส่วนขยายที่ใช้เรียก Yasnaya Polyana อีกแบบหนึ่ง จึงให้ข้อมูลเพิ่มว่าสถานที่นี้ไม่ใช่เพียงบ้านใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิหลังครอบครัวที่เขาได้รับสืบทอดมา
แบบฝึกหัด
his ancestral mansion ในที่นี้หมายถึงอะไร
- บ้านหลังเล็กสำหรับพักชั่วคราว
- บ้านหลังใหญ่ที่เชื่อมโยงกับคนรุ่นก่อนในครอบครัวของเขา
- อาคารสาธารณะที่เพิ่งสร้างใหม่
ดูคำตอบ
บ้านหลังใหญ่ที่เชื่อมโยงกับคนรุ่นก่อนในครอบครัวของเขา
the Decembrists: กลุ่มดีเซมบริสต์
The Decembrists คือกลุ่มนักปฏิวัติชาวรัสเซียซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารจากครอบครัวชนชั้นสูง และเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏที่ล้มเหลวในเดือนธันวาคม ปี 1825 ชื่อนี้เป็นชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำเรียกทั่วไปสำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับเดือนธันวาคม ในประโยคนี้ pardoned in 1856 after 30 years in exile บอกว่าพวกเขากลับมาหลังจากถูกลงโทษเป็นเวลานาน ข้อมูลพื้นฐานสั้น ๆ นี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการกลับมาของพวกเขาจึงเป็นหัวข้อของงานเขียนทางประวัติศาสตร์ได้
แบบฝึกหัด
the Decembrists ในประโยคนี้คือใคร
- ผู้คนที่ฉลองในเดือนธันวาคมของทุกปี
- กลุ่มนักปฏิวัติรัสเซียกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการก่อกบฏปี 1825
- ชื่อคฤหาสน์แห่งหนึ่งในรัสเซีย
ดูคำตอบ
กลุ่มนักปฏิวัติรัสเซียกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการก่อกบฏปี 1825
a band of well-born revolutionaries: กลุ่มนักปฏิวัติที่เกิดในครอบครัวชนชั้นสูง
ในที่นี้ a band of หมายถึงกลุ่มคนที่รวมตัวกันด้วยเป้าหมายหรือกิจกรรมร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงวงดนตรี ส่วน well-born เป็นคำคุณศัพท์แบบเก่าและเป็นทางการ หมายถึงเกิดในครอบครัวที่มีสถานะทางสังคมสูง เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกอย่างกระชับว่าคนเหล่านี้เป็นนักปฏิวัติจากพื้นเพทางสังคมที่มีอภิสิทธิ์ เป็นวิธีที่งานเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ใช้ระบุทั้งบทบาทของกลุ่มและภูมิหลังทางชนชั้น
แบบฝึกหัด
ใน a band of well-born revolutionaries คำว่า well-born บอกอะไรเกี่ยวกับนักปฏิวัติเหล่านั้น
- พวกเขามาจากครอบครัวที่มีสถานะทางสังคมสูง
- พวกเขาเคยเป็นนักดนตรีก่อนจะเป็นนักปฏิวัติ
- พวกเขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงตอนเกิด
ดูคำตอบ
พวกเขามาจากครอบครัวที่มีสถานะทางสังคมสูง
pardoned ... after 30 years in exile: ได้รับการอภัยโทษหลังถูกเนรเทศ 30 ปี
ในประโยคนี้ pardoned หมายถึงผู้ปกครองหรือรัฐบาลยกเลิกหรืออภัยโทษทางกฎหมายหรือทางการเมืองให้แก่นักปฏิวัติอย่างเป็นทางการ ส่วน in exile หมายถึงการใช้ชีวิตห่างจากประเทศหรือบ้านของตน เพราะถูกขับไล่หรือไม่สามารถกลับไปได้อย่างปลอดภัย อนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ pardoned in 1856 after 30 years in exile ขยายคำว่า revolutionaries และสรุปลำดับเวลาอย่างกระชับว่า พวกเขาอยู่ในภาวะเนรเทศเป็นเวลา 30 ปี ก่อนจะได้รับการอภัยโทษอย่างเป็นทางการในปี 1856 ในบทสรุปทางประวัติศาสตร์นี้ การอภัยโทษถูกนำเสนอว่าเป็นการปลดเปลื้องจากการลงโทษอันยาวนาน
แบบฝึกหัด
นักกิจกรรมคนหนึ่งอาศัยอยู่นอกประเทศของตนเป็นเวลาสิบปี เพราะรัฐบาลบังคับให้เธอออกไป ต่อมาประธานาธิบดียกเลิกโทษของเธออย่างเป็นทางการ ประโยคใดอธิบายเหตุการณ์ได้ดีที่สุด
- The activist was personally forgiven by a friend after ten years abroad.
- The activist was officially pardoned after ten years in exile.
- The activist went on vacation after leaving the country.
ดูคำตอบ
The activist was officially pardoned after ten years in exile.
when they revolted against the conservative Tsar Nicholas II? วลี
1:37เมื่อพวกเขาก่อกบฏต่อซาร์นิโคลัสที่ 2 ผู้มีความคิดอนุรักษ์นิยม?
How could he tell ... without telling ...: ชี้ว่าภูมิหลังก่อนหน้านั้นเป็นสิ่งจำเป็น
How could he tell A without telling B? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การถามวิธีจริง ๆ โดยหมายความว่าต้องใส่เรื่อง B จึงจะอธิบาย A ได้อย่างชัดเจน ในที่นี้ รูปประโยคดังกล่าวพาเรื่องย้อนจากการกลับมาของกลุ่มเดเคมบริสต์ไปยังเหตุการณ์ในปี 1825 และจัดข้อมูลเป็นห่วงโซ่ กล่าวคือ เหตุการณ์ภายหลังจะไม่สามารถเข้าใจได้ครบถ้วนหากไม่มีสาเหตุหรือภูมิหลังก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
คำถามเชิงวาทศิลป์ในตัวอย่างสื่อความหมายใด?
- สามารถอธิบายการกลับมาได้โดยไม่ต้องพูดถึงปี 1825
- ตอลสตอยไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องทั้งสองอย่างไร
- เหตุการณ์ในปี 1825 เป็นภูมิหลังที่จำเป็นต่อการอธิบายการกลับมา
ดูคำตอบ
เหตุการณ์ในปี 1825 เป็นภูมิหลังที่จำเป็นต่อการอธิบายการกลับมา
revolted against: การต่อต้านผู้มีอำนาจอย่างเปิดเผย
การ revolt against ผู้ปกครอง รัฐบาล ระบบ หรือผู้มีอำนาจ หมายถึงการลุกขึ้นต่อต้านอย่างเปิดเผยและรุนแรง โดย against ใช้นำหน้าบุคคลหรือระบบที่ถูกต่อต้าน ในประโยคนี้ they revolted against กล่าวถึงการก่อกบฏทางการเมือง ไม่ใช่ความเห็นไม่ตรงกันหรือการบ่นแบบส่วนตัว ส่วนรูปอดีต revolted วางเหตุการณ์นี้ไว้ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
ใช้ revolt ในรูปอดีตและเติมบุพบทที่ถูกต้อง: The citizens ____ the monarchy.
ดูคำตอบ
revolted against
And how could he do that without telling the story of 1812,
1:41และเขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรโดยไม่เล่าเรื่องราวของปี 1812,
helped trigger: เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยก่อให้เกิด
ใน helped trigger คำว่า trigger หมายถึงทำให้เหตุการณ์หรือกระบวนการเริ่มขึ้น ส่วน helped ทำให้การกล่าวถึงเหตุและผลไม่เด็ดขาดเกินไป การรุกรานของนโปเลียนจึงถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียว รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อผลลัพธ์อาจมีหลายสาเหตุ: X helped trigger Y
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกชัดที่สุดว่านโยบายเป็นหนึ่งในสาเหตุ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียว?
- The protests helped trigger the policy.
- The policy triggered the protests.
- The policy helped trigger the protests.
ดูคำตอบ
The policy helped trigger the protests.
were rebelling against: การต่อต้านเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
Rebel against + คำนาม หมายถึงต่อต้านหรือขัดขืนผู้มีอำนาจ ระบบ หรือกฎอย่างจริงจัง คำว่า against ใช้บอกเป้าหมายของการต่อต้าน ในที่นี้ the authoritarianism เป็นกรรมในความหมายของ against แม้จะอยู่หน้าประโยคขยาย ดังที่เห็นใน the authoritarianism the Decembrists were rebelling against ภาษาอังกฤษสามารถวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยคขยายชนิดนี้ได้ ส่วนอดีตกาลต่อเนื่อง were rebelling แสดงว่าการต่อต้านกำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลานั้นในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้บอกเป้าหมายของ rebel ให้สมบูรณ์: The workers were rebelling ____ the unfair rules.
ดูคำตอบ
against
after their defeat at the Battle of Austerlitz. วัฒนธรรม
1:59หลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้ในยุทธการที่เอาสเทอร์ลิทซ์
the threat Napoleon posed: โครงสร้าง pose a threat
วลีนี้หมายถึง “อันตรายที่นโปเลียนก่อให้เกิด” มาจากคำที่ใช้คู่กันแบบเป็นทางการ pose a threat ซึ่งหมายถึง “ก่อให้เกิดหรือเป็นอันตราย” ใน the threat Napoleon posed คำว่า threat คือคำนามที่ถูกขยาย และมีการละสรรพนามเชื่อม that ไว้: the threat (that) Napoleon posed โครงสร้างนี้ช่วยให้การเล่าเรื่องแบบเป็นทางการกล่าวถึงภัยก่อน แล้วจึงระบุว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ก่อภัยนั้น
แบบฝึกหัด
เติมอนุประโยคขยายด้วยรูปอดีตที่ใช้ในคำคู่ pose a threat: The committee studied the threat the leak ____ to public safety.
ดูคำตอบ
posed
ยุทธการเอาสเทอร์ลิทซ์ในฐานะหมุดหมายทางเวลาในประวัติศาสตร์
ยุทธการเอาสเทอร์ลิทซ์เป็นยุทธการสำคัญในสงครามนโปเลียนเมื่อปี 1805 ซึ่งกองทัพฝรั่งเศสของนโปเลียนเอาชนะกองกำลังผสมของรัสเซียและออสเตรีย ในประโยคนี้ after their defeat วางการตระหนักถึงภัยจากนโปเลียนของชาวรัสเซียไว้หลังความพ่ายแพ้ครั้งนั้น ดังนั้นชื่อยุทธการจึงเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่อธิบายว่าเหตุใดชาวรัสเซียจึงเริ่มมองว่าเขาเป็นภัยร้ายแรง
แบบฝึกหัด
the Battle of Austerlitz มีบทบาทอะไรในประโยคนี้?
- บรรยายการพบกันอย่างสันติระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศส
- เป็นชื่อสถานที่เกิดของนโปเลียน
- เป็นความพ่ายแพ้ที่หลังจากนั้นชาวรัสเซียจึงตระหนักถึงภัยจากนโปเลียน
ดูคำตอบ
เป็นความพ่ายแพ้ที่หลังจากนั้นชาวรัสเซียจึงตระหนักถึงภัยจากนโปเลียน
and the small lives that inhabit those events. สำนวน
2:06และชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้น
both about ... and ...: รวมสองหัวข้อไว้ด้วยกัน
ในโครงสร้าง both about A and B คำว่า both บอกว่ามีการรวมสองหัวข้อไว้ด้วยกัน และ and ใช้เริ่มหัวข้อที่สอง ในประโยคนี้สองหัวข้อคือ the big events of history และ the small lives that inhabit those events คำบุพบท about ครอบคลุมวลีนามที่เชื่อมกันทั้งสองวลี แม้จะปรากฏอยู่หน้าวลีแรกเท่านั้น โครงสร้างที่สมดุลนี้ช่วยให้ผู้เขียนวางขนาดหรือหัวข้อสองอย่างไว้เคียงกันโดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่โดยใช้ both ... and ...: The podcast is ____ about space travel ____ the people who make it possible.
ดูคำตอบ
both · and
that inhabit those events: อุปมาเชิงพื้นที่
ใน that inhabit those events คำว่า that นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the small lives โดยปกติ inhabit หมายถึงการอาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง แต่กรรมของคำนี้ในที่นี้คือ those events ไม่ใช่สถานที่จริง การเลือกใช้คำแบบนี้ทำให้เหตุการณ์ใหญ่ทางประวัติศาสตร์ดูเหมือนพื้นที่ที่บรรจุชีวิตของคนธรรมดา อุปมานี้แสดงว่าชีวิตส่วนบุคคลดำเนินอยู่ภายในประวัติศาสตร์ ไม่ได้แยกออกจากประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
that inhabit those events สร้างผลทางความหมายอย่างไรในประโยคนี้?
- นำเสนอเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นพื้นที่ที่บรรจุชีวิตของแต่ละคน
- บอกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นเฉพาะภายในอาคารเท่านั้น
- หมายความว่าชีวิตเล็ก ๆ เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
นำเสนอเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นพื้นที่ที่บรรจุชีวิตของแต่ละคน
the class he knew best ในโครงสร้างนามซ้อนหลังจุลภาค
the class he knew best เป็นนามวลีที่วางหลัง aristocrats เพื่อเรียกและอธิบายกลุ่มเดิมด้วยคำอีกชุดหนึ่ง เป็นส่วนขยายแบบนามซ้อนที่คั่นด้วยจุลภาค โดย aristocrats และ the class หมายถึงคนกลุ่มเดียวกัน ภายในส่วนขยายนี้ he knew best ขยาย class และสามารถเขียนแบบเต็มได้เป็น the class that he knew best โครงสร้างสั้นกระชับนี้เพิ่มข้อมูลพื้นหลังโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ และในที่นี้ยังช่วยอธิบายด้วยว่าเหตุใดเขาจึงเลือกคนกลุ่มนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้นามวลีที่วางซ้อนและคั่นด้วยจุลภาคเพื่ออธิบายว่า Liam คือใคร
- Liam, who trusted the technician most, asked us to check the computer.
- We asked Liam, the technician we trusted most, to check the computer.
- We asked Liam to check the computer with the technician he trusted most.
ดูคำตอบ
We asked Liam, the technician we trusted most, to check the computer.
only occasionally touches on: กล่าวถึงสั้น ๆ และไม่บ่อย
touches on เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “กล่าวถึงหรือพูดถึงสั้น ๆ โดยไม่ลงรายละเอียด” กรรมของวลีนี้เป็นหัวข้อ เช่น touches on the lives of the population only occasionally จำกัดความถี่ หมายความว่าการกล่าวถึงสั้น ๆ นี้เกิดขึ้นเพียงบางครั้ง เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้บอกว่าหัวข้อนั้นปรากฏไม่บ่อยและไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่าหนังสือไม่กล่าวถึงเลย
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “กล่าวถึงสั้น ๆ และเพียงบางครั้งเท่านั้น” ให้สมบูรณ์: The podcast ____ local history.
ดูคำตอบ
only occasionally touches on
vast majority: สัดส่วนที่สูงมาก
the vast majority หมายถึงส่วนที่ใหญ่มากของกลุ่ม มากกว่าครึ่งอย่างชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงทุกคน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าประชากรรัสเซียส่วนใหญ่อย่างท่วมท้นเป็นชาวนาหรือทาสติดที่ดิน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the vast majority of + กลุ่ม คำว่า vast ขยาย majority เพื่อบอกว่าสัดส่วนสูงมาก ไม่ได้หมายถึงขนาดทางกายภาพที่ใหญ่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สัดส่วนที่สูงมาก”: The ____ of residents voted to keep the park open.
ดูคำตอบ
vast majority
peasants or even serfs: ความแตกต่างของสองสถานะในประวัติศาสตร์
peasants คือคนในชนบทที่ทำงานกับผืนดิน และโดยทั่วไปมีสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจต่ำ ส่วน serfs คือคนในระบบทาสติดที่ดินซึ่งถูกผูกมัดกับที่ดินทั้งทางกฎหมายและสังคม และต้องใช้แรงงานหรือให้บริการแก่เจ้าของที่ดิน ในที่นี้ serfs ไม่ได้หมายถึงชาวนาทั่วไปเท่านั้น or even ทำให้น้ำหนักของข้อความเพิ่มขึ้นอีกขั้น ผู้เขียนเลื่อนจากกลุ่มที่กว้างกว่าอย่าง peasants ไปสู่สถานะ serfs ที่ถูกจำกัดและมีอิสระน้อยกว่า
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย serfs ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- พวกเขาเป็นเจ้าของฟาร์มขนาดใหญ่ที่ร่ำรวย
- พวกเขาเป็นชาวนาที่ถูกระบบสังคมและกฎหมายผูกมัดให้รับใช้เจ้าของที่ดิน
- พวกเขาเป็นชาวนาทั่วไปที่มีอิสระเต็มที่ในการย้ายถิ่น
ดูคำตอบ
พวกเขาเป็นชาวนาที่ถูกระบบสังคมและกฎหมายผูกมัดให้รับใช้เจ้าของที่ดิน
bound to serve: หน้าที่ผูกมัด ไม่ใช่การคาดการณ์
ใน farmers bound to serve นั้น bound to serve เป็นรูปย่อของ who were bound to serve และใช้ขยาย farmers คำว่า bound ในที่นี้หมายถึงถูกกฎหมาย ระบบ หรือหน้าที่ผูกมัดไว้ วลีนี้บอกว่าชาวนาเหล่านั้นถูกบังคับให้ต้องรับใช้เจ้าของที่ดิน ไม่ได้คาดการณ์ว่าพวกเขาน่าจะไปรับใช้
แบบฝึกหัด
bound to serve ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?
- แทบจะแน่นอนว่าพวกเขาจะอาสารับใช้เจ้าของที่ดิน
- พวกเขาถูกระบบบังคับให้ต้องรับใช้เจ้าของที่ดิน
- พวกเขาคาดว่าเจ้าของที่ดินจะรับใช้พวกเขา
ดูคำตอบ
พวกเขาถูกระบบบังคับให้ต้องรับใช้เจ้าของที่ดิน
War and Peace opens on the eve of war between France and Russia. วลี
2:23สงครามและสันติภาพเปิดฉากขึ้นในค่ำคืนก่อนสงครามระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซีย
on the eve of war: ไม่นานก่อนสงคราม
on the eve of war หมายถึงช่วงไม่นานก่อนสงครามเริ่มขึ้น ในสำนวนนี้ eve หมายถึงช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์สำคัญจะเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงเย็น วลีนี้วางจุดเริ่มต้นของนวนิยายไว้ตรงช่วงเปลี่ยนผ่านที่ตึงเครียด ขณะที่สงครามกำลังจะเริ่มขึ้น สามารถใช้ on the eve of + เหตุการณ์ เพื่อสร้างฉากหลังด้านเวลาแบบเดียวกันได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่นานก่อนเหตุการณ์สำคัญ”: The candidates made their final appeals ____ the election.
ดูคำตอบ
on the eve of
Aristocrats at a cocktail party fret about the looming violence, วลี
2:27พวกขุนนางในงานเลี้ยงค็อกเทลกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงที่กำลังจะมาถึง
fret about the looming violence: กังวลกับความรุนแรงที่กำลังใกล้เข้ามา
fret about หมายถึงกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างกระวนกระวายและต่อเนื่อง โดยสื่อถึงความกังวลที่รุนแรงและยาวนานกว่า worry about ซึ่งเป็นคำที่เป็นกลางกว่า looming ใช้บรรยายสิ่งที่ไม่น่ายินดีซึ่งดูเหมือนกำลังใกล้เข้ามาและน่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ในวลีนี้ ความรุนแรงยังไม่เกิดขึ้น แต่ผู้พูดรู้สึกถึงภัยคุกคามแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเหล่านักเดินป่าวิตกกังวลกับอันตรายที่ดูเหมือนกำลังใกล้เข้ามา?
- The hikers discussed the distant storm.
- The hikers celebrated the looming storm.
- The hikers fretted about the looming storm.
ดูคำตอบ
The hikers fretted about the looming storm.
change the topic to + หัวข้อใหม่
change the topic to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม หมายถึงย้ายบทสนทนาจากเรื่องที่กำลังพูดอยู่ไปยังเรื่องใหม่ คำที่อยู่หลัง to จะบอกว่าหัวข้อใหม่คืออะไร ในประโยคนี้ but then ส่งสัญญาณว่ามีการเปลี่ยนแปลง ส่วน change the topic to แสดงว่าบทสนทนาจะเปลี่ยนไปทางใด โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งเพื่อบรรยายการเปลี่ยนหัวข้อและเพื่อเสนอให้เปลี่ยนหัวข้อ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนที่หมายถึงย้ายบทสนทนาไปยังหัวข้อใหม่เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We have finished talking about homework, so let's ____ the class trip.
ดูคำตอบ
change the topic to
is indicative of the way: แสดงให้เห็นแนวทางโดยรวม
be indicative of หมายถึง “เป็นสัญญาณของ” หรือ “แสดงให้เห็นรูปแบบที่กว้างกว่า” ในประโยคนี้ ฉากแรกเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่าโดยทั่วไปหนังสือสลับระหว่างเหตุการณ์ทางการเมืองกับชีวิตส่วนตัวอย่างไร the way ใช้นำเข้าสู่รูปแบบที่ฉากนั้นเผยให้เห็น นี่เป็นการกล่าวเชิงวิเคราะห์ โดยใช้ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเป็นตัวแทนของลักษณะในผลงานทั้งเรื่อง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างทางการ be indicative of the way เติมประโยคให้สมบูรณ์: The opening scene ____ the film handles fear.
ดูคำตอบ
is indicative of the way
the book bounces between the political and personal: สลับระหว่างเรื่องการเมืองกับเรื่องส่วนตัว
bounce between A and B ใช้ภาพของลูกบอลที่เด้งกลับไปมาระหว่างสองจุด ในที่นี้เป็นอุปมา หมายถึงหนังสือเปลี่ยนจุดสนใจซ้ำ ๆ ระหว่างเนื้อหาสองประเภท the political หมายถึงเหตุการณ์สาธารณะและอำนาจ ส่วน the personal หมายถึงชีวิตส่วนตัวและความรู้สึก ในภาษาอังกฤษ the + adjective ทำให้คำคุณศัพท์กลายเป็นหมวดหมู่กว้าง ๆ วลีนี้เน้นการสลับไปมาซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย bounce between A and B ในรูปที่ถูกต้อง: The podcast ____ history ____ comedy.
ดูคำตอบ
bounces between · and
over an ever-widening canvas: ขอบเขตการเล่าเรื่องที่ขยายกว้างขึ้น
Canvas ตามความหมายตรงตัวคือผืนผ้าที่ใช้วาดภาพ แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงพื้นที่การเล่าเรื่องที่หนังสือครอบคลุมได้ เช่น ตัวละคร สถานที่ เหตุการณ์ และประเด็นต่าง ๆ ดังนั้น over an ever-widening canvas จึงหมายถึงพื้นที่ดังกล่าวที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ วลีนี้แสดงขนาดของเรื่องราวที่หนังสือใช้สลับระหว่างชีวิตด้านการเมืองกับชีวิตส่วนตัว ไม่ได้บรรยายผืนผ้าใบจริง ๆ แต่บอกผู้อ่านว่าหนังสือกำลังเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ของโลกในเรื่องที่กว้างใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์วรรณกรรมนี้ over an ever-widening canvas หมายถึงอะไร
- ทั่วโลกของเรื่องราวที่มีขอบเขตขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
- บนผืนผ้าใบจริงที่กำลังมีขนาดใหญ่ขึ้น
- ภายในเรื่องที่ยังจำกัดอยู่ในฉากเล็ก ๆ เพียงแห่งเดียว
ดูคำตอบ
ทั่วโลกของเรื่องราวที่มีขอบเขตขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
There are no main characters: ปฏิเสธโครงสร้างเรื่องที่ผู้อ่านคาดไว้
โครงสร้างบอกการมีอยู่ There are no + คำนามพหูพจน์ ระบุว่าสิ่งประเภทนั้นไม่มีอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง ในที่นี้ no main characters ปฏิเสธความคาดหมายที่คุ้นเคยว่านวนิยายขนาดยาวต้องมีตัวละครสำคัญหนึ่งหรือสองคนเป็นศูนย์กลาง เมื่อใช้ในบทวิจารณ์ ประโยคปฏิเสธสั้น ๆ นี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลถัดไป โดยตัดรูปแบบที่ผู้อ่านคาดไว้ก่อน แล้วจึงเปิดทางให้ผู้เขียนอธิบายโครงสร้างที่กว้างกว่าและมีตัวละครจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าหนังสือไม่มีตัวละครเลย
แบบฝึกหัด
There are no main characters ทำหน้าที่อะไรในบทวิจารณ์นี้
- อ้างว่าหนังสือไม่มีผู้คนอยู่เลย
- ปฏิเสธความคาดหมายว่าจะมีวีรบุรุษหนึ่งคนเป็นศูนย์กลาง และเตรียมอธิบายโครงสร้างที่กว้างกว่าของหนังสือ
- แนะนำชื่อของตัวละครที่สำคัญที่สุด
ดูคำตอบ
ปฏิเสธความคาดหมายว่าจะมีวีรบุรุษหนึ่งคนเป็นศูนย์กลาง และเตรียมอธิบายโครงสร้างที่กว้างกว่าของหนังสือ
Instead: ใช้คำอธิบายหนึ่งแทนอีกคำอธิบายหนึ่ง
Instead เป็นคำเชื่อมที่วางต้นประโยคเพื่อบอกว่ามีสิ่งหนึ่งมาแทนอีกสิ่งหนึ่ง คำนี้ชี้ให้ผู้อ่านพักแนวคิด ความคาดหมาย หรือตัวเลือกจากบริบทก่อนหน้าไว้ แล้วรับสิ่งที่ตามมาเป็นสิ่งทดแทน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปลี่ยนทิศทางคำอธิบายจากการอ่านแบบยึดตัวละครเอกเป็นศูนย์กลาง ไปสู่เครือข่ายที่ผู้อ่านก้าวเข้าไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “not A. Instead, B.”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำเชื่อมเพื่อนำเสนอสิ่งที่มาแทนแนวคิดหรือแผนที่ถูกตัดออกไป
- We did not take the bus. Instead, we walked.
- The bus was late. However, we arrived on time.
- The bus was crowded. Besides, it was expensive.
ดูคำตอบ
We did not take the bus. Instead, we walked.
โครงข่ายอันกว้างใหญ่ของความสัมพันธ์และคำถามที่เชื่อมโยงกัน
ในที่นี้ web เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอินเทอร์เน็ตหรือใยแมงมุมจริง ๆ ความสัมพันธ์และคำถามต่าง ๆ เชื่อมโยงกันทั่วทั้งผลงานเหมือนเส้นด้ายในตาข่าย Vast เน้นขนาดที่ใหญ่ ส่วน interlocking หมายถึงแต่ละส่วนประกอบกันและส่งผลต่อกัน วลีคำนามทั้งหมดจึงนำเสนอโครงสร้างขนาดใหญ่และซับซ้อน ซึ่งไม่อาจมองส่วนต่าง ๆ ว่าแยกขาดจากกันได้
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- ความสัมพันธ์และคำถามมีจำนวนมาก เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และส่งผลต่อกันได้
- ความสัมพันธ์และคำถามแต่ละอย่างแยกออกจากสิ่งอื่นทั้งหมด
- ผู้อ่านพบเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีคำถามอยู่ภายใน
ดูคำตอบ
ความสัมพันธ์และคำถามมีจำนวนมาก เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และส่งผลต่อกันได้
marry a beautiful but conniving princess? การใช้คำ
2:55จะได้แต่งงานกับเจ้าหญิงที่สวยงามแต่เจ้าเล่ห์หรือไม่?
hapless and illegitimate: ข้อมูลสองอย่างเกี่ยวกับตัวละคร
ในคำบรรยายตัวละครนี้ hapless หมายถึงโชคร้ายหรืออาภัพ และมักทำให้ผู้ฟังรู้สึกเห็นใจ ส่วน illegitimate หมายถึงเกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้แต่งงานกัน ในที่นี้ illegitimate บอกสถานะการเกิดของลูกชาย ไม่ได้หมายความว่าเขาทำสิ่งผิดกฎหมาย การวางคำคุณศัพท์ทั้งสองไว้หน้า son ช่วยย่อข้อมูลพื้นหลังสองด้านไว้ในนามวลีเดียว คือความโชคร้ายของเขาและสถานะทางสังคมที่เสียเปรียบในโลกชนชั้นสูงของเรื่อง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ hapless and illegitimate ให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับลูกชายคนนี้?
- เขาร่าเริงและเป็นที่ปรึกษากฎหมายของเคานต์
- เขาโชคร้ายและเกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้แต่งงานกัน
- เขาไร้ความสามารถและทำผิดกฎหมาย
ดูคำตอบ
เขาโชคร้ายและเกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้แต่งงานกัน
beautiful but conniving: ความตรงข้ามที่มีนัยเชิงลบ
conniving ใช้บรรยายคนที่วางแผนลับ ๆ หรือชักใยผู้อื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ และมีความหมายเชิงลบอย่างชัดเจน เจ้าหญิงในที่นี้ถูกนำเสนอว่าเป็นคนคิดคำนวณและไม่น่าไว้ใจ ไม่ใช่เพียงแค่ฉลาด ใน beautiful but conniving คำว่า but สร้างความตรงข้ามระหว่างรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจกับนิสัยที่น่ากังวล ความต่างแบบสั้น ๆ นี้ทำให้ผู้ฟังชื่นชมความงามของเธอ แต่ไม่ไว้ใจแรงจูงใจของเธอ
แบบฝึกหัด
คำบรรยายใดตรงกับ a conniving princess มากที่สุด?
- เธอสวยแต่ขี้อายเกินกว่าจะพูด
- เธอแอบชักใยผู้คนเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ
- เธอแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและซื่อสัตย์
ดูคำตอบ
เธอแอบชักใยผู้คนเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ
Will his only friend survive the battlefields of Austria?
2:58เพื่อนคนเดียวของเขาจะรอดชีวิตจากสนามรบในออสเตรียหรือไม่?
what about: การเพิ่มอีกประเด็นเข้ามาในการสนทนา
What about + คำนาม คำสรรพนาม หรืออนุประโยค -ing ใช้ขอให้ผู้ฟังพิจารณาบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์นั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำสถานการณ์ของหญิงสาวเข้ามาในบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ เมื่อมี And อยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมบทสนทนาในความหมายว่า ยังมีอีกประเด็นที่ควรพิจารณา ส่วนที่ตามมาอาจถามถึงแผน ปัญหา หรือบุคคล ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
หลังจากวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ประโยคใดใช้ยกอีกประเด็นที่ยังต้องพิจารณาได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- What about the weather?
- What is the weather about?
- Where about the weather?
ดูคำตอบ
What about the weather?
falling in love with both men at once: การตกหลุมรักผู้ชายสองคนพร้อมกัน
Fall in love with + บุคคล หมายถึงเริ่มมีความรักแบบคนรักต่อบุคคลนั้น ในที่นี้ falling เป็นรูป -ing เพราะใช้อธิบายสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำอยู่ภายในคำถาม What about ... ที่ใหญ่กว่า Both men หมายถึงผู้ชายสองคนพอดี และ at once ในที่นี้หมายถึง “พร้อมกัน” เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้บอกว่าเธอกำลังเริ่มมีความรักต่อผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน โดย at once ในบริบทนี้ไม่ได้แปลว่า “ทันที”
แบบฝึกหัด
เติมบทสรุปเรื่องโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ fall in love with พร้อมทั้ง both neighbors และ at once: In the novel, Mira ____.
ดูคำตอบ
falls in love with both neighbors at once
mix and mingle: เดินพบปะผู้คนและมีปฏิสัมพันธ์
Mix and mingle เป็นการนำคำกริยาสองคำที่มีความหมายใกล้กันมาใช้คู่กัน ในสถานการณ์ทางสังคม หมายถึงการเดินไปมาท่ามกลางผู้คนหลายกลุ่ม แล้วพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา เสียง m ที่ซ้ำกันทำให้วลีนี้ฟังดูเบาและมีจังหวะ ในประโยคนี้ใช้เชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับเรื่องเล่า คือบุคคลจริงในประวัติศาสตร์กับตัวละครที่แต่งขึ้นปรากฏอยู่ในโลกเดียวกันและอาจมีปฏิสัมพันธ์กัน แนวคิดที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือคนหรือกลุ่มที่แตกต่างกันมารวมตัวกันแทนที่จะแยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีคำกริยาสองคำที่หมายถึง “เดินไปมาท่ามกลางผู้คนหลายกลุ่มและมีปฏิสัมพันธ์”: At the school fair, families can ____ before the show begins.
ดูคำตอบ
mix and mingle
fictional folk: คำเรียกตัวละครสมมติแบบขี้เล่น
ในที่นี้ folk เป็นคำรวมที่หมายถึง “ผู้คน” ดังนั้น fictional folk จึงหมายถึงผู้คนหรือตัวละครที่แต่งขึ้นในเรื่อง ไม่ได้หมายถึงดนตรีโฟล์กหรือคติชน การใช้ folk ทำให้คำบรรยายฟังดูอบอุ่น เป็นกันเอง และขี้เล่นกว่าคำที่เป็นกลางอย่าง fictional characters เมื่ออยู่ข้าง historical figures ซึ่งเป็นทางการกว่า จึงเกิดการเปลี่ยนระดับภาษาอย่างตั้งใจโดยไม่ได้เปลี่ยนว่ากำลังกล่าวถึงใคร
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย fictional folk ในประโยคได้ดีที่สุด
- เพลงและขนบธรรมเนียมดั้งเดิมที่กล่าวถึงด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
- ชาวชนบทจริงที่บรรยายด้วยภาษากฎหมาย
- ตัวละครสมมติที่บรรยายด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และขี้เล่น
ดูคำตอบ
ตัวละครสมมติที่บรรยายด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และขี้เล่น
and even one of Tolstoy's ancestors plays a background part. วลี
3:12และแม้แต่บรรพบุรุษคนหนึ่งของตอลสตอยก็ยังมีบทบาทเป็นฉากหลัง
plays a background part: มีบทบาทเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่ศูนย์กลาง
ในประโยคนี้ plays a background part หมายถึงบรรพบุรุษของตอลสตอยปรากฏในนวนิยาย แต่ไม่ได้เป็นตัวละครหลักหรือเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเรื่อง รูปแบบ play a part หมายถึง “มีบทบาทหรือมีส่วนร่วม” คำขยาย background ลดความสำคัญของบทบาทนั้นลง คือบุคคลนั้นอยู่รอบนอก ไม่ได้อยู่ใจกลางเรื่อง
แบบฝึกหัด
ใช้ play a background part ในรูป present tense ที่ถูกต้อง: In the school play, the silent guard ____.
ดูคำตอบ
plays a background part
But while ... are gripping, ... is not afraid to ...: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนเปลี่ยนจุดเน้น
while ในที่นี้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนหักไปอีกข้อ มีความหมายว่า “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคเปิดยอมรับก่อนว่าตัวละครและสภาพจิตใจของพวกเขาชวนติดตาม จากนั้นประโยคหลักเปลี่ยนความสนใจไปยังอีกลักษณะหนึ่ง คือ ตอลสตอยขัดจังหวะเรื่องเพื่อถามคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โครงสร้าง But while A, B ช่วยให้ผู้วิจารณ์ยอมรับ A ก่อน แล้วจึงเสนอ B เป็นประเด็นที่สำคัญกว่าในตอนนี้
แบบฝึกหัด
while ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? While the design is simple, the device is not afraid to tackle difficult jobs.
- ยอมรับก่อนว่าการออกแบบเรียบง่าย แล้วเปลี่ยนไปเน้นความสามารถที่น่าประหลาดใจของอุปกรณ์
- บอกว่าอุปกรณ์ทำงานยากได้เฉพาะตอนที่มีคนกำลังออกแบบมัน
- บอกว่าการออกแบบที่เรียบง่ายเป็นเหตุผลที่อุปกรณ์ทำงานยากได้
ดูคำตอบ
ยอมรับก่อนว่าการออกแบบเรียบง่าย แล้วเปลี่ยนไปเน้นความสามารถที่น่าประหลาดใจของอุปกรณ์
to interrupt the narrative: หยุดการเล่าเรื่องเพื่อแทรกเนื้อหาอื่น
interrupt the narrative หมายถึงการหยุดการดำเนินไปของเรื่องหรือคำบอกเล่าชั่วคราว เพื่อแทรกความคิดเห็น คำอธิบาย ข้อมูลเบื้องหลัง หรือเนื้อหาอื่น ในประโยคนี้ to interrupt อยู่หลัง is not afraid และบอกการกระทำที่ตอลสตอยยินดีทำ การขัดจังหวะนี้เกิดขึ้นโดยตั้งใจและทำให้เขาเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องไปสู่คำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ได้
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์ The film interrupts the narrative with interviews หมายความว่าอย่างไร
- บทสัมภาษณ์ทำให้การดำเนินเรื่องหยุดชั่วครู่เพื่อเพิ่มเนื้อหาประเภทอื่น
- ภาพยนตร์ตัดเรื่องราวออกและกลายเป็นรายการสัมภาษณ์
- บทสัมภาษณ์ทำให้เรื่องดำเนินเร็วขึ้นโดยไม่หยุดเลย
ดูคำตอบ
บทสัมภาษณ์ทำให้การดำเนินเรื่องหยุดชั่วครู่เพื่อเพิ่มเนื้อหาประเภทอื่น
pose insightful questions about: หยิบยกคำถามที่ลุ่มลึกเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่งอย่างเป็นทางการ
pose a question เป็นกลุ่มคำที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการหยิบยกหรือนำเสนอคำถามให้ผู้คนพิจารณา insightful บอกว่าคำถามเหล่านั้นแสดงความเข้าใจที่ลึกซึ้งหรือชวนให้คิดลึกขึ้น ส่วน about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อของคำถาม ในประโยคนี้ to pose บอกจุดประสงค์ของการขัดจังหวะการเล่าเรื่อง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ pose + คำคุณศัพท์ + question(s) + about + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
หากต้องการกล่าวในบทวิจารณ์อย่างเป็นทางการว่าบทความหยิบยกคำถามลึกซึ้งให้พิจารณา ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- The essay poses insightful questions about technology.
- The essay does insightful questions about technology.
- The essay asks insightful questions to technology.
ดูคำตอบ
The essay poses insightful questions about technology.
rise and fall: การเปลี่ยนแปลงด้านอำนาจในระยะยาว
ในคำถามนี้ rise and fall เป็นคำกริยาคู่ที่เชื่อมกันและมี nations เป็นประธาน rise หมายถึงมีอำนาจหรือประสบความสำเร็จมากขึ้น ส่วน fall หมายถึงสูญเสียอำนาจหรือเสื่อมถอย ในที่นี้ทั้งสองคำไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพ เมื่อใช้คู่กัน คำสองคำนี้สรุปการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานให้เป็นวลีสั้น ๆ ใช้บรรยายชาติ จักรวรรดิ องค์กร ชื่อเสียง หรือสิ่งใหญ่ ๆ ที่เติบโตแล้วอ่อนแอลงได้
แบบฝึกหัด
เติมคู่คำตายตัวที่หมายถึง “มีอำนาจขึ้นแล้วเสื่อมถอยในภายหลัง” ลงในประโยค: Over many centuries, empires ____.
ดูคำตอบ
rise and fall
so-called great men: การเว้นระยะจากคำเรียก
ใน so-called great men คำว่า so-called ทำให้ผู้พูดเว้นระยะจากคำเรียก great men ในที่นี้แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยอมรับตรง ๆ ว่าคนเหล่านี้ “ยิ่งใหญ่” จริง แต่กำลังตั้งคำถามต่อคำเรียกนั้นเอง So-called วางไว้หน้ากลุ่มคำนาม บางครั้งอาจหมายเพียงว่า “เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อนั้น” แต่บริบทและน้ำเสียงมักทำให้มีความหมายเชิงสงสัย ประชด หรือวิจารณ์
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ใน “The so-called hero took all the credit,” คำว่า so-called ต้องแสดงความชื่นชมบุคคลนั้นอย่างจริงใจเสมอ
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
or are there larger cultural and economic forces at play? สำนวน
3:34หรือมีแรงผลักดันทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่านั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง?
at play: พลังที่กำลังส่งผล
ในที่นี้ at play ไม่ได้หมายถึงมีใครกำลังเล่นอยู่ แต่หมายถึงแรงหรือปัจจัยบางอย่างกำลังทำงานและส่งผลต่อสถานการณ์ เมื่อวางหลัง cultural and economic forces วลีนี้ทำให้แรงเหล่านั้นเป็นสาเหตุเบื้องหลังที่เป็นไปได้ รูปแบบนี้มักตามหลังคำอย่าง factors, forces, dynamics หรือ mechanisms ในคำถามและคำอธิบายเชิงวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
at play ใน “Several economic forces are at play in the housing market” หมายถึงอะไร?
- แรงเหล่านั้นหมดความสำคัญไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
- แรงเหล่านั้นกำลังเล่นเกม
- แรงเหล่านั้นกำลังส่งผลต่อสถานการณ์
ดูคำตอบ
แรงเหล่านั้นกำลังส่งผลต่อสถานการณ์
War and Peace so panoramic in scope. วลี
3:41สงครามและสันติภาพมีขอบเขตที่กว้างขวางเหมือนภาพพาโนรามา
These extended digressions: ช่วงยาวที่ออกจากแนวเรื่องหลัก
วลี These extended digressions หมายถึงช่วงยาว ๆ ที่กล่าวถึงไปแล้ว ซึ่งออกจากแนวเรื่องหรือข้อโต้แย้งหลักของงานไปชั่วคราว extended บอกว่าช่วงเหล่านี้ยาว ส่วน digressions หมายถึงการเปลี่ยนไปพูดถึงหัวข้อข้างเคียง ในงานวิจารณ์วรรณกรรม digression ไม่ได้เป็นคำเชิงลบเสมอไป ในที่นี้ การอภิปรายนอกแนวหลักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นวนิยายมีขอบเขตกว้างไกล ดังนั้นวลีนี้จึงระบุลักษณะด้านโครงสร้าง ไม่ได้ตัดสินว่าช่วงเหล่านั้นไร้ประโยชน์
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์วรรณกรรม “These extended digressions” หมายถึงอะไร?
- บทสรุปสั้น ๆ ของโครงเรื่องหลัก
- ช่วงยาวเฉพาะที่กล่าวถึงแล้วและออกจากแนวเรื่องหลัก
- ข้อผิดพลาดในการพิมพ์ที่ขัดจังหวะหน้าหนังสือ
ดูคำตอบ
ช่วงยาวเฉพาะที่กล่าวถึงแล้วและออกจากแนวเรื่องหลัก
panoramic in scope: มีขอบเขตกว้างใหญ่และมุมมองรอบด้าน
panoramic in scope หมายถึงครอบคลุมผู้คน เหตุการณ์ แนวคิด หรือมุมมองที่หลากหลายมาก คำว่า panoramic ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงมุมมองที่กว้าง ไม่ได้หมายถึงภาพพาโนรามาจริง ๆ วลี in scope บอกว่าความกว้างนี้หมายถึงสิ่งที่ผลงานครอบคลุม ในประโยคนี้ ส่วนที่นอกเรื่องช่วยทำให้นวนิยายมีเนื้อหากว้างขวางและรอบด้าน
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม panoramic in scope บอกอะไรเกี่ยวกับ สงครามและสันติภาพ?
- ผลงานครอบคลุมผู้คน เหตุการณ์ และแนวคิดที่หลากหลายมาก
- ผลงานเล่าทุกอย่างจากมุมมองแคบ ๆ เพียงมุมเดียว
- ผลงานมีภาพถ่ายพาโนรามาจำนวนมาก
ดูคำตอบ
ผลงานครอบคลุมผู้คน เหตุการณ์ และแนวคิดที่หลากหลายมาก
this meant War and Peace barely felt like a novel at all. วลี
3:45นั่นหมายความว่าสงครามและสันติภาพแทบจะไม่ให้ความรู้สึกเหมือนนวนิยายเลย
barely felt like ... at all: แทบไม่รู้สึกเหมือน...เลย
barely felt like a novel หมายถึงแทบไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นนวนิยายเลย barely ในที่นี้หมายถึง “แทบไม่” คือมีความคล้ายกันในระดับเกือบเป็นศูนย์ at all ช่วยเน้นการประเมินเชิงลบนี้ เมื่อใช้ barely ... at all ร่วมกัน คำวิจารณ์จะหนักแน่นขึ้น ส่วน felt like ใช้อธิบายความรู้สึกโดยรวม
แบบฝึกหัด
“The event barely felt like a celebration at all” หมายความว่าอย่างไร?
- ให้ความรู้สึกคล้ายงานเฉลิมฉลองอยู่บ้าง
- เห็นได้ชัดว่าเป็นงานเฉลิมฉลองที่ประสบความสำเร็จ
- แทบไม่ให้ความรู้สึกเหมือนงานเฉลิมฉลองเลย
ดูคำตอบ
แทบไม่ให้ความรู้สึกเหมือนงานเฉลิมฉลองเลย
a large, loose, baggy monster ในฐานะอุปมาเชิงวิจารณ์
วลีนี้เป็นการประเมินผลงานแบบอุปมา ไม่ได้หมายถึงสัตว์ประหลาดจริง ๆ large กล่าวถึงขนาดของผลงาน ส่วน loose และ baggy บอกเป็นนัยว่ารูปแบบของมันแผ่กว้างและไม่ได้จัดวางอย่างกระชับ การเรียกผลงานว่า monster รวมแนวคิดเหล่านี้ไว้ในภาพที่ชัดเจนและมีน้ำเสียงวิจารณ์อย่างมาก คือผลงานดูใหญ่เกินไป ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน และควบคุมได้ยาก รูปแบบนี้ช่วยให้สังเกตได้ว่าเมื่อใดมีการใช้คำบรรยายสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพื่อประเมินสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น หนังสือ ภาพยนตร์ หรือโครงการ
แบบฝึกหัด
a large, loose, baggy monster ในประโยคนี้บอกเป็นนัยถึงการประเมินผลงานแบบใด
- ผลงานสั้นและมีโครงสร้างที่จัดวางไว้อย่างรอบคอบ
- ผลงานมีขนาดใหญ่มากและไม่ได้จัดโครงสร้างไว้อย่างกระชับ
- มีสัตว์ประหลาดจริง ๆ ปรากฏอยู่ในผลงาน
ดูคำตอบ
ผลงานมีขนาดใหญ่มากและไม่ได้จัดโครงสร้างไว้อย่างกระชับ
in the words of Henry James เพื่อระบุเจ้าของถ้อยคำ
in the words of Henry James หมายความว่าถ้อยคำที่โดดเด่นซึ่งอยู่ก่อนหน้านั้นเป็นคำพูดของเฮนรี เจมส์ โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่า “นี่คือวิธีที่เขาพูด” แทนที่จะนำเสนอวลีดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ผู้เล่าแต่งขึ้นเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้อีกคือ in the words of + บุคคลหรือแหล่งข้อมูล โดยมักใช้เพื่อนำเสนอคำพูดที่ยกมาตรง ๆ หรือการถ่ายทอดถ้อยคำที่น่าจดจำโดยยังใกล้เคียงต้นฉบับมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ใช้ถ้อยคำของบุคคลนี้”: ____ my grandmother, “Kindness costs nothing.”
ดูคำตอบ
In the words of
in fact: นำเสนอข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนความคาดหมาย
in fact ใช้เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่อาจน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้อ่านเพิ่งทราบ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเน้นเป็นพิเศษว่าตอลสตอยเองก็เห็นด้วย ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด ในฐานะคำเชื่อมทางความคิด in fact แสดงว่าข้อมูลใหม่เชื่อมกับความคิดก่อนหน้าอย่างไร โดยข้อเท็จจริงที่ตามมาจะยืนยัน ทำให้ชัดเจนขึ้น หรือแก้ไขประเด็นเดิม พร้อมกับปรับความคาดหมายของผู้อ่าน ไม่ได้หมายถึงเพียง “จริง ๆ” เท่านั้น
แบบฝึกหัด
in fact ทำหน้าที่อะไรใน “Tolstoy, in fact, agreed.”?
- แสดงว่าการเห็นด้วยเกิดขึ้นในภายหลัง
- นำเสนอตัวอย่างหนึ่งจากรายการ
- เพิ่มข้อเท็จจริงที่อาจขัดกับความคาดหมายของผู้อ่าน
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อเท็จจริงที่อาจขัดกับความคาดหมายของผู้อ่าน
To him: กำหนดกรอบข้อความจากมุมมองของเขา
To him วางข้อความที่ตามมาไว้ภายใต้มุมมองของเขา ในประโยคนี้หมายถึง “จากมุมมองของเขา” กล่าวคือ การจัดว่านวนิยายเป็นรูปแบบหนึ่งของยุโรปตะวันตกถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีที่เขามอง ไม่ได้ถูกกำหนดว่าเป็นข้อเท็จจริงเชิงวัตถุโดยอัตโนมัติ โครงสร้าง To + บุคคล, ... ใช้กำหนดกรอบให้การประเมิน ความหมาย หรือประสบการณ์ โดยระบุว่ามุมมองของใครเป็นสิ่งสำคัญ
แบบฝึกหัด
ใช้คำสรรพนาม her แล้วเติมตัวบอกมุมมองให้สมบูรณ์: ____, the old notebook was a family treasure.
ดูคำตอบ
To her
Western European form: กรอบทางวรรณกรรม
ในที่นี้ form หมายถึงรูปแบบทางวรรณกรรมหรือชุดขนบการเขียน ส่วน Western European ระบุถึงธรรมเนียมที่รูปแบบนั้นเชื่อมโยงอยู่ ประโยคนี้มองว่านวนิยายเป็นกรอบที่หล่อหลอมโดยวัฒนธรรมวรรณกรรมยุโรปตะวันตก ไม่ได้หมายถึงรูปร่างทางกายภาพหรือแบบฟอร์มให้กรอก ภูมิหลังนี้อธิบายแนวคิดถัดไปว่า หากชีวิตในรัสเซียแตกต่างกัน นักเขียนรัสเซียก็ไม่อาจทำตามแบบแผนเดิมที่สืบทอดมาอย่างง่าย ๆ นี่เป็นการถ่ายทอดมุมมองของบุคคลหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ทางสังคมกับโครงสร้างวรรณกรรม ไม่ได้อ้างว่านวนิยายมีอยู่เฉพาะในยุโรปตะวันตก
แบบฝึกหัด
ในข้อความนี้ Western European form หมายถึงอะไร?
- เอกสารที่นักเขียนชาวยุโรปตะวันตกต้องกรอก
- รูปลักษณ์ภายนอกของผู้คนในยุโรปตะวันตก
- กรอบทางวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับธรรมเนียมยุโรปตะวันตก
ดูคำตอบ
กรอบทางวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับธรรมเนียมยุโรปตะวันตก
had to write differently because: ความจำเป็นและเหตุผล
had to เป็นรูปอดีตของ have to ในที่นี้ใช้แสดงความจำเป็น กล่าวคือตามมุมมองที่กำลังถ่ายทอด นักเขียนรัสเซียจำเป็นต้องใช้วิธีเขียนที่ต่างออกไป ความหมายนี้หนักแน่นกว่าการบอกว่าพวกเขาอยากทำหรือสามารถทำได้ because นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกเหตุผลของความจำเป็นนั้น คือ Russian people lived differently โครงสร้าง had to + กริยารูปพื้นฐาน ... because + อนุประโยค เชื่อมการกระทำที่จำเป็นเข้ากับสาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปอดีตของ have to ตามด้วย change: We ____ the route because the main road was closed.
ดูคำตอบ
had to change
still less ... still less เพื่อการตัดออกทีละขั้น
เมื่ออยู่หลังข้อความปฏิเสธ still less จะนำคำอธิบายอีกอย่างหนึ่งที่ผู้พูดมองว่ายิ่งใช้ไม่ได้มากกว่าเดิม ในที่นี้ not a novel ตามด้วยการตัดความเป็นไปได้ที่หนักขึ้น คือ an epic poem และ a historical chronicle การกล่าว still less ซ้ำทำให้เกิดลำดับการตัดออกอย่างเป็นทางการ แต่ละขั้นจำกัดขอบเขตการจัดประเภทผลงานให้แคบลง ดังนั้นวลีนี้จึงใช้จัดลำดับเหตุผล ไม่ใช่เปรียบเทียบปริมาณ
แบบฝึกหัด
เติม still less ลงในช่องว่างทั้งสองแห่งเพื่อทำให้ประโยคทางการสมบูรณ์: The proposal is not ready for discussion, ____ for approval, ____ for implementation.
ดูคำตอบ
still less · still less
and was able to express in the form in which it was expressed." ไวยากรณ์
4:14และสามารถแสดงออกในรูปแบบที่มันถูกแสดงออกมา"
what the author wanted and was able to express ในฐานะอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม
อนุประโยคทั้งหมด what the author wanted and was able to express ทำหน้าที่เหมือนนามวลี เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is และใช้บอกว่า War and Peace คืออะไร ในการใช้นี้ what หมายถึง “สิ่งหรือเนื้อหาที่...” ไม่ใช่คำแสดงคำถาม ภายในอนุประโยค what ยังเป็นกรรมของ express ที่เข้าใจได้จากโครงสร้างด้วย wanted and was able to express มีความหมายเท่ากับ wanted to express and was able to express ดังนั้นอนุประโยค what เดียวจึงรวมทั้งความตั้งใจและความสามารถไว้ในคำนิยาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what เพื่อให้นิยามผลลัพธ์ได้ถูกต้อง
- The sculpture is what the artist hoped to create it.
- The sculpture is that the artist hoped to create.
- The sculpture is what the artist hoped to create.
ดูคำตอบ
The sculpture is what the artist hoped to create.
the form in which it was expressed: โครงสร้าง in which แบบเป็นทางการ
in the form in which it was expressed หมายถึง “ในรูปแบบเฉพาะที่ผลงานนั้นปรากฏออกมา” วลีสัมพันธ์ in which ขยายคำว่า form โดย which ย้อนกลับไปแทน form และ in แสดงความสัมพันธ์ที่จำเป็นในโครงสร้าง express something in a form การวางคำบุพบทไว้หน้า which ทำให้อนุประโยคกระชับและเป็นทางการ ถ้อยคำนี้ชี้ให้สนใจไม่เพียงสิ่งที่ผู้เขียนถ่ายทอด แต่รวมถึงรูปแบบเฉพาะที่ใช้ถ่ายทอดสิ่งนั้นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่วางคำบุพบทไว้หน้า which: This is the format ____ the results were presented.
ดูคำตอบ
in which
in other words: การนำเข้าสู่การกล่าวใหม่
In other words บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะกล่าวแนวคิดเดิมซ้ำด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนหรือตรงกว่า ในที่นี้วลีนี้เปลี่ยนคำอธิบายเชิงนามธรรมก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปว่า ผลงานนี้คือการแสดงพลังจินตนาการทั้งหมดของตอลสตอย ในฐานะสัญญาณจัดระเบียบข้อมูล วลีนี้บอกให้ตีความข้อความที่ตามมาว่าเป็นการกล่าวใหม่ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ที่ใช้สนับสนุน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อเริ่มการกล่าวใหม่? The museum is free to enter. _____, you do not need to buy a ticket.
- For example
- In other words
- On the other hand
ดูคำตอบ
In other words
the sum total: ผลลัพธ์รวมที่สมบูรณ์
the sum total หมายถึงผลลัพธ์ทั้งหมดที่เกิดจากการนำทุกส่วนมารวมกัน คำว่า sum และ total มีความหมายซ้อนกัน แต่การใช้คู่กันเน้นความครบถ้วนอย่างมากว่าไม่มีส่วนใดตกหล่น ในประโยคนี้ วลีนี้นำเสนอพลังจินตนาการทั้งหมดของตอลสตอยเป็นองค์รวมที่สมบูรณ์ วลีนี้มักทำหน้าที่เป็นนามวลีหลัง be และมักตามด้วย of + สิ่งที่นำมารวมกัน
แบบฝึกหัด
เติมบทสรุปแบบเป็นทางการด้วยวลีเน้นย้ำที่หมายถึง “ผลลัพธ์รวมที่สมบูรณ์”: Her final portfolio is ____ of ten years of experimentation.
ดูคำตอบ
the sum total
and nothing less: ยืนยันคำบรรยายก่อนหน้าอย่างหนักแน่น
And nothing less เป็นคำลงท้ายที่หนักแน่นซึ่งบอกให้ผู้ฟังยอมรับคำบรรยายก่อนหน้าอย่างเต็มน้ำหนัก หมายถึง “ต้องเป็นคำบรรยายนั้นอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คำบรรยายที่อ่อนกว่านั้น” และไม่ได้ลดทอนข้อกล่าวอ้างก่อนหน้า ในประโยคนี้ ผู้พูดยืนยันว่า the sum total of Tolstoy's imaginative powers เป็นระดับการประเมินที่เหมาะสม วลีนี้ชี้ย้อนกลับไปข้างหน้า ดังนั้นความหมายจึงมาจากคำบรรยายที่อยู่ก่อนหน้าทันที
แบบฝึกหัด
and nothing less ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- ยืนยันคำบรรยายก่อนหน้าอย่างหนักแน่นและปฏิเสธคำบรรยายที่อ่อนกว่านั้น
- นำเสนอปริมาณตัวเลขขั้นต่ำ
- แก้ไขคำบรรยายก่อนหน้าด้วยการให้ค่าประมาณที่น้อยลง
ดูคำตอบ
ยืนยันคำบรรยายก่อนหน้าอย่างหนักแน่นและปฏิเสธคำบรรยายที่อ่อนกว่านั้น
By the time War and Peace ends: ใช้ตอนจบเป็นจุดอ้างอิงของผลลัพธ์
by the time + อนุประโยค ใช้เวลาที่กล่าวในอนุประโยคนั้นเป็นจุดอ้างอิง ส่วนประโยคหลักบอกว่าสิ่งใดเป็นจริงหรือเสร็จสมบูรณ์แล้ว ณ จุดนั้น ที่นี่จุดอ้างอิงคือตอนจบของ สงครามและสันติภาพ และผลลัพธ์คือเรื่องดำเนินมาถึงปี 1820 แล้ว เมื่อพูดถึงเนื้อหาของหนังสือ จะใช้ ends ในรูปปัจจุบันธรรมดา เพราะมองโครงเรื่องว่าเป็นเนื้อหาที่คงอยู่ของงานนั้น by the time มักชี้ให้มองหาผลลัพธ์ในประโยคหลัก ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
“By the time the movie ends, the detective has solved the case” เน้นอะไร?
- คดีถูกไขได้ไม่ช้ากว่าตอนจบของภาพยนตร์
- คดีต้องถูกไขตรงชั่วขณะที่ภาพยนตร์จบพอดี
- นักสืบเริ่มสืบสวนหลังภาพยนตร์จบแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ
คดีถูกไขได้ไม่ช้ากว่าตอนจบของภาพยนตร์
has brought his characters to the year 1820: ดำเนินเรื่องผ่านกาลเวลา
ในที่นี้ has brought his characters to the year 1820 บรรยายการเคลื่อนไปข้างหน้าของเรื่อง ตอลสตอยไม่ได้ขนย้ายใครจริง ๆ แต่งานเขียนของเขาพาตัวละครและเรื่องราวไปข้างหน้าจนตัวละครใช้ชีวิตอยู่ในปี 1820 รูปแบบ bring + character(s) + to + เวลาหรือขั้นตอน ทำให้ผู้เขียน บท หรือโครงเรื่องทำหน้าที่เป็นแรงที่พาเรื่องไปยังจุดใหม่ได้ has brought นำเสนอการเดินเรื่องนี้เป็นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์เมื่อถึงตอนจบของหนังสือ
แบบฝึกหัด
เติมบทวิจารณ์ด้วยรูป present perfect ของ bring ... to: By the final chapter, the author ____ the characters ____ the year 2050.
ดูคำตอบ
has brought · to
originally hoped to write about: แผนการเขียนในตอนแรก
Originally แปลว่า “ในตอนแรก” และมักบอกเป็นนัยว่าแผนหรือผลลัพธ์เปลี่ยนไปในภายหลัง ในที่นี้ เหตุการณ์เหล่านั้นคือสิ่งที่ตอนแรกเขาต้องการใช้เป็นหัวข้อในการเขียน the events he originally hoped to write about ละคำเชื่อม that หลัง events รูปเต็มคือ the events that he originally hoped to write about เนื่องจาก write about หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นหัวข้อในการเขียน” จึงต้องคง about ไว้ท้ายวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย originally + รูปอดีตของ hope + to write about: This was the topic she ____, but her plan later changed.
ดูคำตอบ
originally hoped to write about
he had become immersed in the years piled up behind him. โน้ต
4:39เขาได้ดำดิ่งลงไปในหลายปีที่ทับถมอยู่เบื้องหลังเขา
In trying to understand ...: กระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์
In trying to understand his own times หมายถึง “ระหว่างที่พยายามทำความเข้าใจยุคสมัยที่ตนมีชีวิตอยู่” โครงสร้าง in + รูป -ing ใช้เกริ่นกระบวนการหรือสถานการณ์ที่ผลในประโยคหลักเกิดขึ้น ประธานที่เข้าใจได้ของ trying คือ he ซึ่งเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก โครงสร้างนี้มักเชื่อมการกระทำที่ตั้งใจทำเข้ากับผลหรือสิ่งที่ค้นพบระหว่างการกระทำนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าการกระทำหนึ่งนำไปสู่การค้นพบบางอย่างในระหว่างกระบวนการนั้น
- In try to fix the lamp, Maya found a loose wire.
- In trying to fix the lamp, Maya found a loose wire.
- In trying to fix the lamp, the loose wire surprised Maya.
ดูคำตอบ
In trying to fix the lamp, Maya found a loose wire.
had become immersed in: ได้เข้าสู่ภาวะจดจ่ออย่างลึกซึ้งแล้ว
immersed in หมายถึงการจดจ่อหรือหมกมุ่นกับหัวข้อหรือกิจกรรมอย่างลึกซึ้ง โดยให้ความสนใจเกือบทั้งหมดกับสิ่งนั้น become แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะนี้ จึงมีความหมายหนักแน่นกว่าการแค่สนใจ had become เป็นรูป past perfect ซึ่งบอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเสร็จสิ้นแล้วก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีต โครงสร้างคือ had become immersed in + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย had become immersed in: By that point, Maya ____ her research on coral reefs.
ดูคำตอบ
had become immersed in
the years piled up behind: ประวัติศาสตร์ที่สะสมเป็นภาพของสิ่งของ
ในที่นี้ ช่วงเวลาหลายปีถูกจินตนาการให้เป็นสิ่งของที่กองทับกันได้ piled up บรรยายปีต่าง ๆ ในอดีตที่สะสมเป็นชั้น ๆ ทำให้ความยาวนานและน้ำหนักของประวัติศาสตร์ดูราวกับมองเห็นได้ behind him เปลี่ยนคำบอกตำแหน่งให้เป็นแนวคิดเรื่องเวลา สิ่งที่อยู่ด้านหลังเขาคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว วลีนี้เป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ใช่กองปีหรือปฏิทินจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในภาพเปรียบเทียบ the years piled up behind him ใจความสำคัญคืออะไร?
- มีปฏิทินหลายเล่มวางซ้อนกันจริง ๆ อยู่ด้านหลังเขา
- ประสบการณ์จากอดีตหลายปีได้สะสมอยู่ในชีวิตของเขา
- เขาได้วางแผนล่วงหน้าสำหรับอนาคตไว้อีกหลายปี
ดูคำตอบ
ประสบการณ์จากอดีตหลายปีได้สะสมอยู่ในชีวิตของเขา
The result is: การนำเสนอผลลัพธ์
The result is ย้อนกลับไปเชื่อมกับกระบวนการหรือสาเหตุที่กล่าวมาก่อน แล้วนำเข้าสู่ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวปิดการอธิบายก่อนหน้าเกี่ยวกับการสร้างผลงาน และเริ่มการประเมินโดยรวมว่าผลงานนั้นกลายเป็นอะไร โครงสร้างทั่วไปคือ The result is + กลุ่มคำนาม เช่น The result is a clearer plan. หากต้องแสดงผลลัพธ์ด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ ให้ใช้ The result is that + อนุประโยค วลีนี้ช่วยสรุปรายละเอียดก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วย The result is: We practiced every day. ____ a more confident performance.
ดูคำตอบ
The result is
a grand interrogation into history: การตรวจสอบประวัติศาสตร์เชิงวิพากษ์อย่างเข้มข้น
ในบทวิจารณ์นี้ interrogation ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการสอบสวนของตำรวจ แต่บรรยายว่าผลงานนี้เป็นการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ซึ่งตั้งคำถามยาก ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และหัวข้ออื่นในรายการ grand เพิ่มความรู้สึกถึงขนาดและความทะเยอทะยาน ส่วน into นำเข้าสู่สาขาที่ถูกตรวจสอบ กลุ่มคำนามทั้งหมดทำให้คำประเมินมีน้ำเสียงเป็นทางการและหนักแน่น กล่าวคือ ผลงานไม่ได้เพียงกล่าวถึงหัวข้อเหล่านี้ แต่เจาะลึกอย่างมีวิจารณญาณ
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์ a grand interrogation into history น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- รายการข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์สั้น ๆ
- การตรวจสอบประวัติศาสตร์อย่างทะเยอทะยานและมีวิจารณญาณ
- การที่ตำรวจสอบสวนผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
การตรวจสอบประวัติศาสตร์อย่างทะเยอทะยานและมีวิจารณญาณ
the human response to war: การใช้ response to เพื่อสรุปประเด็นอย่างเป็นทางการ
ในประโยคนี้ the human response to war หมายถึงวิธีที่ผู้คนคิด รู้สึก และกระทำเมื่อต้องเผชิญกับสงคราม คำว่า response ในที่นี้หมายถึง “ปฏิกิริยา” ไม่ใช่ “คำตอบของคำถาม” คำนามเอกพจน์ response รวบรวมปฏิกิริยาที่หลากหลายของมนุษย์ให้เป็นหัวข้อกว้าง ๆ ที่เป็นนามธรรม ในโครงสร้าง response to + คำนาม คำนามหลัง to ระบุสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา จึงเหมาะสำหรับการสรุปประเด็นอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำจากบทเรียน: The novel explores the human ____ sudden loss.
ดูคำตอบ
response to