ปีกนกทำงานอย่างไร (เปรียบเทียบกับปีกเครื่องบิน) - Smarter Every Day 62: บทเรียนภาษาอังกฤษ
SmarterEveryDay
คำแนะนำวิดีโอ: ภาพความเร็วสูงแสดงให้เห็นว่าขนนกปิดตอนกระพือปีกลง เปิดตอนดึงกลับเพื่อลดแรงต้าน และใช้ความต่างของความดันสร้างแรงยกกับแรงขับ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “blew my mind”——สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการว่า การสังเกตง่าย ๆ ทำให้ประหลาดใจมากและล้มความเชื่อเดิม ไม่ใช่ความหมายตรงตัว 2. “biomechanical check valve.”——วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: แกะอุปมาทางวิศวกรรมที่มองขนนกซ้อนกันเป็นวาล์วชีวภาพควบคุมการไหลทางเดียวจากบริบท 3. “not only is he pushing down but he's being pulled up”——ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตการกลับลำดับหลัง not only ต้นประโยคและการเทียบกับ but เพื่ออธิบายแรงกดลงกับแรงดึงขึ้นที่เกิดพร้อมกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
So, some of my favorite things to learn are those things that I've seen for several years
0:07ดังนั้น สิ่งที่ฉันชอบเรียนรู้มากที่สุดบางอย่างก็คือสิ่งที่ฉันเห็นมานานหลายปี
kind of เพื่อทำให้คำพูดฟังไม่แน่ใจเกินไป
ในที่นี้ kind of หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ในระดับหนึ่ง” วลีนี้ช่วยลดความหนักแน่นของ think จึงฟังเหมือนผู้พูดคิดว่าตนเข้าใจอยู่บ้าง แต่ยังไม่แน่ใจเต็มที่ เมื่อวางหน้าใส่คำกริยาหรือคำคุณศัพท์ kind of จะช่วยให้การตัดสินฟังไม่เด็ดขาดเกินไป: I kind of agree; It’s kind of strange.
แบบฝึกหัด
ใน “I kind of agree, but I still have questions” คำว่า kind of ทำหน้าที่อะไร?
- แสดงว่าการเห็นด้วยเสร็จสมบูรณ์แล้ว
- ทำให้การเห็นด้วยฟังไม่เด็ดขาดนัก
- บอกชื่อประเภทหนึ่งของการเห็นด้วย
ดูคำตอบ
ทำให้การเห็นด้วยฟังไม่เด็ดขาดนัก
get it ในความหมายว่า “เข้าใจ”
ในที่นี้ get it หมายถึง “เข้าใจแนวคิด คำอธิบาย มุกตลก หรือวิธีการทำงานของสิ่งหนึ่ง” คำว่า it ชี้ถึงข้อมูลหรือแนวคิด ไม่ใช่สิ่งของที่ใครสักคนได้รับ นี่เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยในบทสนทนา: I get it หมายถึง “ฉันเข้าใจ” ส่วน I don’t get it หมายถึง “ฉันไม่เข้าใจ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ไฮไลต์ไว้และหมายถึง “เข้าใจ”: After one more example, I said, “I ____ now.”
ดูคำตอบ
get it
find out: ได้รู้ข้อมูลใหม่
find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อเท็จจริงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเกิดความเข้าใจใหม่และตระหนักว่าความคิดเดิมของตนผิด อนุประโยค I don't บอกข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบ ส่วนการกระทำหลัง don't ต้องเข้าใจจากบริบทก่อนหน้า แต่ find out ยังคงเน้นช่วงเวลาที่ผู้พูดตระหนักถึงความจริง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ได้รู้ข้อเท็จจริงใหม่” ลงในประโยค: I need to ____ what time the store opens.
ดูคำตอบ
find out
So, when I first saw what I'm about to show you, ไวยากรณ์
0:20ดังนั้น เมื่อฉันเห็นสิ่งที่กำลังจะให้พวกคุณดูเป็นครั้งแรก
I'm about to + คำกริยา: การกระทำที่จะเกิดขึ้นทันที
be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคาดว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า I'm about to show you บอกผู้ชมว่าการนำสิ่งนั้นมาให้ดูคือสิ่งที่ผู้พูดจะทำเป็นลำดับถัดไปทันที ในที่นี้ about เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกอนาคตแบบตายตัว ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ” และไม่ได้ใช้เปิดหัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ be about to เพื่อบอกว่าการกระทำจะเริ่มในอีกไม่ช้า: The movie is quiet now, but it ____ begin.
ดูคำตอบ
is about to
blew my mind: ความประหลาดใจอย่างมาก
blew my mind เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ทำให้ฉันประหลาดใจหรือทึ่งมาก” ในประโยคนี้ การค้นพบที่เรียบง่ายนั้นเหนือความคาดหมายมากจนทำให้ผู้พูดมองสิ่งที่คุ้นเคยในมุมใหม่ โครงสร้างคือ blow + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mind โดย blew เป็นรูปอดีต สำนวนนี้มักสื่อทั้งความประหลาดใจอย่างมากและความเข้าใจใหม่ ไม่ได้หมายถึงว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับสมองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค The simple trick blew my mind คำว่า blew my mind หมายความว่าอะไร
- มันทำให้ศีรษะของฉันบาดเจ็บจริง ๆ
- มันทำให้ฉันเลือกแผนอื่น
- มันทำให้ประหลาดใจอย่างมาก
ดูคำตอบ
มันทำให้ประหลาดใจอย่างมาก
should have seen: การกระทำในอดีตที่ควรเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดขึ้น
should have + กริยาช่อง 3 ใช้มองย้อนกลับไปในอดีตและบอกว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่คาดไว้ สมเหตุสมผล หรือเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง seen เป็นกริยาช่อง 3 ของ see ในที่นี้ but I didn't ยืนยันว่าผู้พูดไม่ได้เห็นจริง ๆ นี่เป็นการประเมินการกระทำในอดีตที่พลาดไป ไม่ใช่คำแนะนำเกี่ยวกับปัจจุบันหรืออนาคต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย should have และกริยาช่อง 3 ของ notice: I ____ the warning signs, but I missed them.
ดูคำตอบ
should have noticed
The muscle that flaps the wing is here toward the center
0:27กล้ามเนื้อที่ใช้กระพือปีกจะอยู่บริเวณตรงกลางนี้
in such a way that: เชื่อมวิธีกับผลลัพธ์
in such a way that เชื่อมวิธีที่ทำหรือจัดวางสิ่งหนึ่งเข้ากับผลที่ตามมา ในที่นี้ รูปแบบการซ้อนกันทำให้ขนทั้งหมดออกแรงพร้อมกันระหว่างการเคลื่อนลง โครงสร้างคือ in such a way that + อนุประโยคบอกผล ให้มองทั้งชุดเป็นคำเชื่อมเดียว อนุประโยคหลัง that บอกผลที่เกิดจากวิธีหรือการจัดวาง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายห้าคำจากบทเรียนนี้: “Fold the tabs ____ they hold the box closed.”
ดูคำตอบ
in such a way that
they delaminate allowing them to open up like louvers โน้ต
0:40ขนปีกจะแยกชั้นออกจากกัน ทำให้มันเปิดออกเหมือนบานเกล็ด
on the downstroke, but on the backstroke: สองช่วงของการกระพือปีก
On the downstroke หมายถึงช่วงของการกระพือปีกที่ปีกเคลื่อนลง ส่วน on the backstroke หมายถึงช่วงที่ปีกเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งสำหรับจังหวะตีลงครั้งถัดไป ในบริบทนี้ backstroke เป็นชื่อการเคลื่อนที่ของปีก ไม่ใช่ท่าว่ายน้ำ But เปรียบต่างสองช่วงนี้โดยตรง โดยบอกว่าขนมีพฤติกรรมแบบหนึ่งในช่วงเคลื่อนลง และมีพฤติกรรมต่างออกไปในช่วงเคลื่อนกลับ
แบบฝึกหัด
ความเปรียบต่างในประโยคนี้หมายถึงอะไร? “In the flapping model, the panels lock on the downstroke but loosen on the backstroke.”
- แผ่นยังคงล็อกอยู่ตลอดการเคลื่อนที่
- แบบจำลองเคลื่อนลงอย่างเดียวและไม่มีช่วงเคลื่อนกลับ
- แผ่นมีพฤติกรรมต่างกันในช่วงเคลื่อนลงและช่วงเคลื่อนกลับ
ดูคำตอบ
แผ่นมีพฤติกรรมต่างกันในช่วงเคลื่อนลงและช่วงเคลื่อนกลับ
delaminate: ชั้นต่าง ๆ แยกออกชั่วครู่
Delaminate หมายถึงการแยกออกเป็นชั้น ๆ ในประโยคนี้ ขนที่อยู่ติดกันซ้อนกันเป็นพื้นผิว แล้วแยกออกจากกันชั่วครู่ในจังหวะตีปีกกลับ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นชั่วคราวและย้อนกลับได้ ขนเปิดเป็นช่องว่างแล้วปิดกลับได้ คำนี้อธิบายว่าอากาศผ่านได้อย่างไร ไม่ได้หมายความว่าขนหักหรือหลุดร่วง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ เกิดอะไรขึ้นเมื่อขน delaminate?
- ขนหักและหลุดร่วงลงมา
- ขนติดกันอย่างถาวร
- ขนที่ซ้อนกันแยกเป็นชั้นชั่วครู่ ทำให้เกิดช่องว่างให้อากาศผ่าน
ดูคำตอบ
ขนที่ซ้อนกันแยกเป็นชั้นชั่วครู่ ทำให้เกิดช่องว่างให้อากาศผ่าน
like louvers: อธิบายการเคลื่อนไหวด้วยการเปรียบเทียบ
วลี like louvers ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของขนที่มองเห็นได้ยากให้เป็นภาพที่คุ้นเคย Louvers คือแผ่นบาง ๆ ที่เรียงเป็นแถวและเอียงเปิดได้ เพื่อให้เกิดช่องสำหรับอากาศหรือแสง การเปรียบเทียบนี้เน้นหน้าที่ เพราะโครงสร้างทั้งสองแบบเปิดช่องและให้อากาศผ่าน ไม่ได้หมายความว่าขนกับบานเกล็ดมีรูปร่างหรือวัสดุเหมือนกันทั้งหมด โดยทั่วไป like + กลุ่มคำนามช่วยให้จินตนาการกระบวนการได้ง่ายขึ้นด้วยการเน้นลักษณะร่วมหนึ่งอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบจากบทเรียนให้สมบูรณ์: The roof slats tilt ____, creating gaps for fresh air.
ดูคำตอบ
like louvers
This means there's a lot less resistance on the backstroke.
0:45นั่นหมายความว่าจะมีแรงต้านน้อยกว่ามากในจังหวะยกปีกขึ้น
Basically, this bird wing is a biomechanical check valve. ลำดับความ
0:48โดยพื้นฐานแล้ว ปีกนกก็คือวาล์วกันกลับทางชีวกลศาสตร์นั่นเอง
biomechanical check valve: อุปลักษณ์เชิงหน้าที่
นามวลี biomechanical check valve ย่อคำอธิบายก่อนหน้านี้ให้เป็นภาพเปรียบเทียบเพียงภาพเดียว check valve ช่วยให้ของไหลผ่านไปในทิศทางหนึ่งได้ง่ายกว่าและต้านการไหลย้อนกลับ ส่วน biomechanical บอกว่าผลนี้เกิดจากโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตและการเคลื่อนไหว ตรงนี้ผู้พูดจัดประเภทปีกตามหน้าที่ ไม่ใช่ตามชิ้นส่วนจริง ขนจะแยกออกในจังหวะตีปีกกลับเพื่อลดแรงต้าน และรวมตัวกันในจังหวะออกแรง การเปรียบเทียบนี้จึงช่วยรวมข้อสังเกตหลายอย่างให้เป็นกลไกเดียว ไม่ได้หมายความว่ามีวาล์วจริงอยู่ในตัวนก หรืออากาศเคลื่อนที่ไปในทิศทางคงที่ทางเดียวเสมอ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The wing is a biomechanical check valve,” อุปลักษณ์นี้สื่อความหมายอะไร
- ขนปีกสร้างผลแบบทางเดียวคล้ายวาล์ว ด้วยการเปลี่ยนวิธีที่อากาศผ่านในจังหวะการตีปีกที่ต่างกัน
- ปีกหยุดเคลื่อนไหวเพราะมีแรงต้านสูงเกินไป
- มีวาล์วโลหะติดตั้งอยู่ภายในปีกจริง ๆ
- ปีกผลักอากาศไปในทิศทางคงที่ทางเดียวเสมอ
ดูคำตอบ
ขนปีกสร้างผลแบบทางเดียวคล้ายวาล์ว ด้วยการเปลี่ยนวิธีที่อากาศผ่านในจังหวะการตีปีกที่ต่างกัน
There's no way I could have observed that. ไวยากรณ์
1:02ไม่มีทางเลยที่ฉันจะสังเกตเห็นมันได้ด้วยตาเปล่า
There's no way I could have observed that: ความเป็นไปไม่ได้ในอดีต
There's no way + อนุประโยค ใช้ตัดความเป็นไปได้อย่างหนักแน่น ในประโยคนี้ could have observed เป็นโครงสร้าง could have + คำกริยาช่องที่ 3 จึงเป็นการย้อนกลับไปประเมินว่าในเงื่อนไขตอนนั้น การสังเกตเป็นไปได้หรือไม่ ความหมายรวมคือ “ตอนนั้นฉันไม่สามารถสังเกตสิ่งนั้นได้อย่างแน่นอน” แรงปฏิเสธมาจาก There's no way ดังนั้น could have observed ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดมีโอกาสแต่ทำไม่สำเร็จ และไม่ได้เป็นการตำหนิตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่เน้นความหมายว่า “เป็นไปไม่ได้ในตอนนั้น”: The letters were too tiny, so ____ I could have read them without a microscope.
ดูคำตอบ
there's no way
see for yourself: ดูและยืนยันด้วยตัวเอง
See for yourself หมายถึงดูหลักฐานและยืนยันด้วยตัวเอง ผู้พูดไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเชื่อคำกล่าวนั้นทันทีโดยไม่ตรวจสอบ for yourself ในที่นี้เน้นการตรวจสอบด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าการดูนั้นทำไปเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
แบบฝึกหัด
สำนวนใดใช้ชวนให้อีกฝ่ายตรวจสอบหลักฐานด้วยตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- see by yourself
- see for yourself
- see yourself
ดูคำตอบ
see for yourself
clearly the feathers are delaminating on the backstroke.
1:07ชัดเจนเลยว่าขนจะแยกออกจากกันในจังหวะยกปีกขึ้น
you can see that all the feathers overlap in such a way
1:10คุณจะเห็นว่าขนปีกทั้งหมดซ้อนทับกันในลักษณะ
and the feathers turn so that the air is flowing straight in between them.
1:19และขนบิดตัวเพื่อให้อากาศไหลผ่านเข้าไปตรงกลางได้
a lot less ... than ... does: การเปรียบเทียบโดยไม่พูดกริยาซ้ำ
A lot less ทำให้การเปรียบเทียบชัดว่าแตกต่างกันมากขึ้น: less resistance หมายถึงมีแรงต้านในปริมาณน้อยกว่า และ a lot บอกว่าความต่างนั้นมาก เนื่องจาก resistance เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ จึงใช้ less ได้เป็นธรรมชาติ ในอนุประโยคที่ตามหลัง than คำว่า does ใช้แทนกริยา has ที่กล่าวไปแล้ว ดังนั้นความหมายเต็มคือ than he has resistance on the downstroke วิธีนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดวลีกริยาซ้ำทั้งหมด ในภาษาพูดแบบกันเอง ผู้ฟังเข้าใจ on ตัวที่สองได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a lot less และ does ได้ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการพูด has traffic ซ้ำ
- This road has a lot fewer traffic at night than it does during the day.
- This road has very less traffic at night than it does during the day.
- This road has a lot less traffic at night than it does during the day.
ดูคำตอบ
This road has a lot less traffic at night than it does during the day.
Another thing he does to decrease this resistance on the backstroke
1:30อีกสิ่งหนึ่งที่มันทำเพื่อลดแรงต้านในจังหวะยกปีกขึ้นนี้
more of A instead of just B: แก้เป็นคำอธิบายที่แม่นยำกว่า
ใน more of an elliptical sweep คำว่า more of ไม่ได้หมายถึงมีจำนวนมากกว่า แต่หมายถึงลักษณะการเคลื่อนไหวนั้นอธิบายว่าเป็นการกวาดแบบวงรีได้แม่นยำกว่า หรือมีลักษณะใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นมากกว่า ส่วน instead of just ใช้แก้คำอธิบายที่ง่ายเกินไป เพราะปีกไม่ได้เพียงขยับตรงขึ้นและลง รูปแบบ more of A instead of just B ใช้เปลี่ยนคำอธิบาย B ที่ง่ายเกินไปให้เป็นคำอธิบาย A ที่แม่นยำกว่า
แบบฝึกหัด
"more of an elliptical sweep instead of just an up and down flap" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- ปีกกระพือเป็นจำนวนครั้งมากกว่าเดิม
- การเคลื่อนไหวของปีกอธิบายว่าเป็นการกวาดแบบวงรีได้แม่นยำกว่า ไม่ใช่เพียงการกระพือในแนวตั้ง
- นกหยุดกวาดปีกและขยับปีกขึ้นลงอย่างเดียว
ดูคำตอบ
การเคลื่อนไหวของปีกอธิบายว่าเป็นการกวาดแบบวงรีได้แม่นยำกว่า ไม่ใช่เพียงการกระพือในแนวตั้ง
used to think: ความเชื่อที่เคยมีในอดีต
used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่เคยเกิดซ้ำ ๆ หรือสภาพที่เคยเป็นจริงในอดีตแต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ใน used to think คำว่า think เป็นกริยารูปพื้นฐาน และวลีนี้แสดงว่าความคิดนั้นเป็นความเชื่อในอดีต ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกว่าความคิดของตนเปลี่ยนไปแล้ว และคำอธิบายถัดไปจะให้ความเข้าใจใหม่ ใช้ used to think เมื่อต้องการเปรียบเทียบความเชื่อเดิมกับสิ่งที่เชื่อหรือรู้ในตอนนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย used to และกริยารูปพื้นฐาน think: Maria ____ the moon made its own light, but now she knows it reflects sunlight.
ดูคำตอบ
used to think
What that means is: จากการสังเกตสู่ข้อสรุป
What that means is ใช้ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เพิ่งสังเกตหรือกล่าวถึง ในที่นี้ that หมายถึงการที่ขนนกถูกยกขึ้น และวลีนี้เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายว่าหลักฐานนี้บอกอะไรเรา โครงสร้าง What X means is Y วางหลักฐานไว้ก่อน แล้วตามด้วยการตีความ หลัง is ผู้พูดให้ข้อสรุปว่าบริเวณนั้นมีสภาวะความกดอากาศต่ำ
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกการให้เหตุผลที่เรียนมาให้ถูกต้อง: The footprints continue on the other side of the stream. ____ the animal probably crossed the water.
ดูคำตอบ
What that means is
when we use something called computational fluid dynamics. การใช้คำ
2:07เมื่อเราใช้สิ่งที่เรียกว่าพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ
Computational fluid dynamics: การศึกษาการไหลของของไหลด้วยคอมพิวเตอร์
Computational fluid dynamics หรือพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ ใช้การคำนวณและการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาว่าของเหลวและก๊าซเคลื่อนที่อย่างไร รวมทั้งความดันและสมบัติอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างไร คำทั้งสามคำรวมกันเป็นนามวลีทางเทคนิคหนึ่งวลี Fluid dynamics เป็นชื่อสาขา ส่วน computational ขยายทั้งสาขาเพื่อบอกว่าใช้วิธีการคำนวณ คำนี้มักย่อว่า CFD
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ computational fluid dynamics มากที่สุด
- ออกแบบฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานใต้น้ำได้
- ศึกษาการเคลื่อนที่ของของไหลด้วยวิธีใดก็ได้โดยไม่ระบุการใช้คอมพิวเตอร์
- ใช้การคำนวณและการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาว่าของไหลเคลื่อนที่อย่างไร
ดูคำตอบ
ใช้การคำนวณและการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาว่าของไหลเคลื่อนที่อย่างไร
What we do is ...: เน้นการกระทำหลัก
What we do is สร้างกรอบสำหรับอธิบายวิธีการ โดยเริ่มจากการเสนอว่า “สิ่งที่เราทำ” คืออะไร แล้ววางการกระทำหลักไว้หลัง is ในที่นี้ การกระทำหลักคืออนุประโยคสมบูรณ์ we analyze the flow field จึงทำให้ขั้นตอนนี้เด่นขึ้น ในการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ หลัง is สามารถตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานของตนเองได้ เช่น What we do is we analyze.... รูปที่สั้นกว่าคือ What we do is analyze.... ทั้งสองรูปจัดข้อมูลโดยทำให้การกระทำหลักฟังเหมือนคำตอบของคำถามที่แฝงอยู่ คือ “What do you do?”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างนำจากบทเรียน โดยอนุประโยคหลัง is ต้องขึ้นต้นด้วย we: ____ test the alarm every Friday.
ดูคำตอบ
What we do is we
Figure out: หาคำตอบด้วยการคิด
Figure out หมายถึงเข้าใจหรือค้นพบคำตอบด้วยการคิด วิเคราะห์ หรือทดลอง ในประโยคนี้ ผู้พูดวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุสภาวะความดันในแต่ละตำแหน่ง วลีนี้เน้นงานหรือกระบวนการที่ใช้ไปถึงคำตอบ ไม่ใช่เพียงการรู้อยู่แล้ว กรรมของวลีนี้อาจเป็นนามวลี (figure out the answer) หรืออนุประโยคคำถามทางอ้อม (figure out what pressure situations we have) ภายในอนุประโยคให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what ... we have ไม่ใช่ what ... do we have
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ figure out เติมประโยคให้สมบูรณ์: After testing each wire, Leo ____ why the lamp was not working.
ดูคำตอบ
figured out
That's exactly what's happening with this red macaw.
2:19นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับนกมาคอว์สีแดงตัวนี้เลย
and you can see that not only does he have a high pressure situation on the bottom
2:23และคุณจะเห็นว่ามันไม่เพียงแต่มีแรงดันสูงอยู่ที่ด้านล่างเท่านั้น
so great that: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์
so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค ใช้บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับมากจนทำให้เกิดผลในอนุประโยค that ในที่นี้ so great หมายถึง “รุนแรงมากขนาดนั้น” และการที่ขนหลุดคือผลลัพธ์ อนุประโยค that ไม่ได้ขยาย pressure แบบอนุประโยคสัมพันธ์ แต่ทำให้โครงสร้างระดับและผลลัพธ์สมบูรณ์: บางสิ่ง X มากจนเกิด Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างผลลัพธ์ so ... that: The backpack was ____ heavy ____ I could not lift it.
ดูคำตอบ
so · that
Not only is he ... but he's ...: การกลับลำดับคำที่ต้นประโยค
not only นำเสนอข้อเท็จจริงแรกจากสองข้อที่เพิ่มเข้ามา และ but นำเสนอข้อที่สอง ทั้งสองส่วนร่วมกันเน้นว่าการเคลื่อนไหวทั้งสองเกิดขึ้นในการกระพือปีกครั้งเดียวกัน คือมันผลักลงและถูกดึงขึ้นพร้อมกัน เมื่อย้าย not only มาไว้ต้นอนุประโยค กริยาช่วย is ต้องอยู่หน้าประธาน he: Not only is he pushing ส่วนหลัง but ใช้ลำดับคำปกติ: he's being pulled up รูปแบบทั่วไปคือ Not only + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา ..., but + ประธาน + กริยา ... และอาจมี also หลัง but ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ not only ... but also ที่ต้นประโยคได้ถูกต้อง
- Not only is Leo cleaning his room, but is he also washing the dishes.
- Not only Leo is cleaning his room, but he is also washing the dishes.
- Not only is Leo cleaning his room, but he is also washing the dishes.
ดูคำตอบ
Not only is Leo cleaning his room, but he is also washing the dishes.
providing thrust: การสร้างแรงขับไปข้างหน้า
ในบริบทการบินนี้ providing thrust หมายถึงการสร้างแรงที่ขับเคลื่อนสิ่งหนึ่งไปข้างหน้า ในที่นี้ thrust เป็นคำนามทางฟิสิกส์ ส่วน providing หมายถึงการสร้างหรือจ่ายแรงนั้น ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้ใคร รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ provide thrust ปีกที่กำลังเคลื่อนที่ เครื่องยนต์ ใบพัด หรือเครื่องยนต์ไอพ่นสามารถสร้างแรงขับได้เมื่อการทำงานของมันผลักยานไปตามทิศทางการเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์การบินสองคำที่หมายถึงการสร้างแรงไปข้างหน้า: The rocket engine burns fuel to ____.
ดูคำตอบ
provide thrust
I don't really understand ... it looks like it could be true: การแสดงความไม่แน่นอนอย่างระมัดระวัง
I don't really understand แสดงขอบเขตความรู้หรือความเข้าใจของผู้พูด ส่วน It looks like บอกถึงความรู้สึกที่ได้จากหลักฐานที่มีอยู่ และ could be true บอกว่าแนวคิดนั้นเป็นไปได้แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ในที่นี้ could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความสามารถในอดีต เมื่อนำส่วนเหล่านี้มาใช้ร่วมกัน น้ำหนักของคำยืนยันจะลดลง รูปแบบนี้ช่วยให้เสนอสมมติฐานอย่างตรงไปตรงมาได้ โดยยอมรับสิ่งที่ยังไม่รู้ อธิบายว่าหลักฐานดูเหมือนแสดงอะไร และไม่พูดถึงแนวคิดนั้นราวกับเป็นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
คุณมีเพียงเบาะแสจากภาพและไม่มีข้อมูลการวัด ประโยคใดเสนอคำอธิบายอย่างระมัดระวังที่สุด
- I don't really understand it yet, but it looks like this explanation could be true.
- This explanation is probably true, so no more evidence is needed.
- The visual clue proves that this explanation is true.
ดูคำตอบ
I don't really understand it yet, but it looks like this explanation could be true.
secondary and primary feathers: ขนสำหรับบินด้านในและด้านนอก
ในประโยคนี้ secondary and primary feathers หมายถึงขนสำหรับบินขนาดใหญ่สองกลุ่มบนปีกนก primary feathers อยู่ที่ส่วนด้านนอกของปีกซึ่งคล้ายมือ ส่วน secondary feathers อยู่ค่อนไปทางด้านในตามส่วนที่คล้ายปลายแขน วลีนี้ระบุตำแหน่งที่ปีกงอ คือรอยต่อระหว่างขนสองกลุ่มนี้ ในที่นี้ primary และ secondary เป็นชื่อทางกายวิภาคที่แบ่งตามตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึงขนที่สำคัญกว่าและสำคัญน้อยกว่า และคำเหล่านี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าปีกบาดเจ็บ
แบบฝึกหัด
คำศัพท์ภาษาอังกฤษใดหมายถึงขนสำหรับบินยาวที่อยู่ด้านนอกของปีกนก
- primary feathers
- secondary feathers
- tail feathers
ดูคำตอบ
primary feathers
and it looks like he's diverting that flow down,
2:54และดูเหมือนว่ามันกำลังเบี่ยงเบนกระแสอากาศนั้นลงมา
almost like a vertical takeoff Harrier jet. วัฒนธรรม
2:57เกือบจะเหมือนกับเครื่องบินรบ Harrier ที่บินขึ้นในแนวดิ่งเลยล่ะ
almost like a vertical takeoff Harrier jet: การเปรียบเทียบกับ Harrier
Harrier เป็นเครื่องบินไอพ่นทางทหารที่มีชื่อเสียงเรื่องการขึ้นบินระยะสั้นหรือขึ้นบินในแนวดิ่ง มันสามารถใช้หัวฉีดที่หมุนได้เพื่อส่งไอเสียของเครื่องยนต์ลงด้านล่าง ทำให้เกิดแรงผลักขึ้นด้านบนและลอยขึ้นหรือหยุดนิ่งกลางอากาศได้โดยไม่ต้องใช้ทางวิ่งแบบปกติ ผู้พูดใช้ almost like เพื่อเปรียบเทียบผลที่มองเห็นได้เพียงอย่างเดียว คือกระแสอากาศดูเหมือนถูกส่งลงด้านล่าง การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่านกกับเครื่องบินใช้กลไกเดียวกัน และไม่ได้พิสูจน์ว่าคำอธิบายเรื่องกระแสอากาศนั้นถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ในการเปรียบเทียบนี้ เหตุใดกระแสอากาศของนกจึงถูกบรรยายว่า almost like a Harrier jet
- ทั้งสองดูเหมือนส่งอากาศหรือไอเสียลงด้านล่างเพื่อทำให้เกิดแรงขึ้นด้านบน
- ทั้งสองใช้เครื่องยนต์ไอพ่นชนิดเดียวกัน
- Harrier เป็นคำทั่วไปสำหรับนกทุกชนิดที่ลอยนิ่งกลางอากาศได้
ดูคำตอบ
ทั้งสองดูเหมือนส่งอากาศหรือไอเสียลงด้านล่างเพื่อทำให้เกิดแรงขึ้นด้านบน
การแก้ความเข้าใจของตนเองด้วย I thought I knew ... but clearly I didn't
ช่วงต้น “I thought I knew ...” บอกสิ่งที่ผู้พูดเคยเชื่อมาก่อน ส่วน “but clearly” เปลี่ยนไปกล่าวถึงหลักฐานที่เห็นอยู่ตอนนี้ และช่วงท้าย “I didn't” แก้ความเชื่อเดิม รูปแบบนี้สรุปการเปลี่ยนจากความมั่นใจไปสู่การตระหนักว่าตนเองเข้าใจผิด ในประโยคนี้ยังช่วยปิดท้ายคำอธิบายด้วยการยอมรับความจริงด้วย ในที่นี้ “didn't” ใช้แทน “didn't know how flapping flight works” ภาษาอังกฤษละคำที่ซ้ำเหล่านี้ได้ เพราะผู้ฟังเข้าใจจากช่วงแรก ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ทำการกระทำบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อแสดงว่าหลักฐานที่พบภายหลังแก้ความเชื่อเดิม?
- I thought about the lock, but I didn't use it.
- I knew how the lock worked, so clearly I did.
- I thought I knew how the lock worked, but clearly I didn't.
ดูคำตอบ
I thought I knew how the lock worked, but clearly I didn't.
เหตุการณ์กระตุ้นที่เกิดซ้ำด้วย Every time + present simple
“Every time I see ...” เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่หมายถึง “ทุกครั้งที่ฉันเห็น...” คำกริยา “see” ในรูป present simple แสดงว่าการเห็นเป็นเหตุการณ์กระตุ้นที่เกิดซ้ำ ในประโยคเต็ม อนุประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาคจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นทุกครั้ง “Against the sky” หมายถึง “โดยมีท้องฟ้าเป็นฉากหลัง” จึงมองเห็นรูปร่างของนกเด่นอยู่หน้าท้องฟ้า รายละเอียดนี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ที่เกิดซ้ำและไม่เปลี่ยนรูปแบบ “every time”
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบเป้าหมาย “every time” + present simple เติมประโยคที่บอกเหตุการณ์กระตุ้นซ้ำให้สมบูรณ์: ____ the red light, I stop and check the machine.
ดูคำตอบ
Every time I see
transition back to an upstroke: เปลี่ยนกลับไปเป็นการกระพือปีกขึ้น
ในที่นี้ transition หมายถึงการเปลี่ยนจากช่วงหนึ่งของการเคลื่อนไหวไปสู่อีกช่วงหนึ่ง โครงสร้างคือ transition to + ช่วงถัดไป ดังนั้น to an upstroke จึงบอกการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นต่อไป Back แสดงว่าช่วงนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในวงจรการกระพือปีกที่ทำซ้ำ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ถอยหลังในพื้นที่ ทั้งวลีจึงหมายถึงการเปลี่ยนจากช่วงหยุดไปเป็นการกระพือปีกขึ้นอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ชั้นเรียนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง จากนั้นพักยืดเส้นสั้น ๆ และตอนนี้กำลังจะกลับไปที่เรื่องนั้น ประโยคใดอธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดีที่สุด
- The class will transition back to the story.
- The class will move backward beside the story.
- The class will transition to the story for the first time.
ดูคำตอบ
The class will transition back to the story.
if you watch you can see sunlight pop in between the feathers
3:21ถ้าคุณมองดู คุณจะเห็นแสงแดดลอดผ่านระหว่างขนปีก
leave you with: ฝากสิ่งสุดท้ายไว้ให้ผู้ชม
ในประโยคปิดท้าย leave you with + นามวลี หมายถึงการให้หรือแสดงสิ่งสุดท้ายแก่ผู้ชมก่อนจบ ในที่นี้ this picture คือสิ่งสุดท้ายนั้น วลีนี้ใช้เกริ่นนำภาพ ความคิด คำถาม คำพูดอ้างอิง หรือข้อความได้ Leave ไม่ได้มีความหมายตรงตัวในที่นี้ ผู้พูดกำลังจะจบการพูด ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ชมหรือทิ้งพวกเขาไว้ที่ใดที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการกำลังจะจบรายการวิทยาศาสตร์และต้องการเสนอความคิดสุดท้ายให้ผู้ชมคิดตาม ประโยคปิดท้ายใดฟังเป็นธรรมชาติที่สุด
- I'll leave you with one last question: What would you explore next?
- I'll leave you at one last question: What would you explore next?
- I'll abandon you with one last question: What would you explore next?
ดูคำตอบ
I'll leave you with one last question: What would you explore next?
Have a good one ในฐานะคำกล่าวลาแบบไม่เป็นทางการ
Have a good one เป็นคำกล่าวลาที่เป็นกันเองและไม่เป็นทางการ ใช้เพื่ออวยพรให้อีกฝ่ายมีช่วงเวลาหลังจากนี้ที่ดี ในที่นี้ one ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง แต่หมายกว้าง ๆ ถึงเวลาที่กำลังจะมาถึง เช่น ช่วงที่เหลือของวันหรือตอนเย็น เพราะไม่ได้ระบุช่วงเวลา จึงใช้ได้เมื่อไม่จำเป็นต้องพูดเจาะจงว่า Have a good day, Have a good evening หรือคำอวยพรเฉพาะแบบอื่น
แบบฝึกหัด
เมื่อมีคนพูด Have a good one เพื่อกล่าวลา เขาน่าจะหมายความว่าอะไร?
- กรุณาหยิบสิ่งของที่ดีมาหนึ่งชิ้น
- ก่อนหน้านี้ฉันมีช่วงเวลาที่ดี
- หวังว่าช่วงเวลาหลังจากนี้ของคุณจะเป็นไปด้วยดี
ดูคำตอบ
หวังว่าช่วงเวลาหลังจากนี้ของคุณจะเป็นไปด้วยดี
let this bird go: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน let this bird go คำว่า let ตามด้วยกรรม this bird และกริยารูปพื้นฐาน go ภาษาอังกฤษใช้กริยาไม่เติม to หลัง let จึงไม่มี to ในโครงสร้างนี้ ในที่นี้ let ... go หมายถึงยอมให้นกจากไปอย่างอิสระ ซึ่งในสถานการณ์นี้ก็คือปล่อยนก โครงสร้างเดียวกันใช้สื่อถึงการอนุญาตหรือยอมให้การกระทำเกิดขึ้นได้: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน Let เป็นกริยาไม่ปกติ และรูปอดีตกับรูป past participle ยังคงเป็น let: They let it go yesterday.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go: After checking its wing, the rescuer let the owl ____.
ดูคำตอบ
go
คำถามท้ายประโยค “aren't we?” หลัง “we're going to”
“aren't we?” เป็นคำถามท้ายประโยคเชิงปฏิเสธที่ต่อท้ายประโยคบอกเล่า “we're going to talk about his feathers.” ใช้เพื่อยืนยันแผนที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกัน และโดยทั่วไปคาดหวังให้อีกฝ่ายเห็นด้วย มากกว่าจะเปิดคำถามใหม่แบบปลายเปิดทั้งหมด เนื่องจากประโยคหลักใช้ we are คำถามท้ายประโยคจึงใช้ประธาน we และรูปปฏิเสธ aren't ให้ตรงกัน โครงสร้างนี้เปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นการขอคำยืนยันอย่างนุ่มนวล
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: We're going to meet at the library after lunch, ____?
ดูคำตอบ
aren't we