ไวรัสที่อันตรายที่สุดบนโลก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,399 คำ 173 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เรื่องนี้ติดตามโรคพิษสุนัขบ้าจากรอยกัด ผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง และอธิบายการหลบภูมิคุ้มกัน อาการร้ายแรง และการป้องกันด้วยวัคซีนหลังสัมผัสเชื้อ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. โครงสร้างไวยากรณ์และรูปประโยค "not just" / "but also" ใช้เสนอเหตุผลสองข้อแบบขนานและเน้นข้อที่สองอย่างเป็นธรรมชาติ 2. จุดด้านวัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง plays a Uno reverse card, ใช้กติกา UNO อธิบายว่าไวรัสนำกลไกป้องกันของภูมิคุ้มกันกลับมาทำร้ายระบบเองอย่างไร 3. สำนวนและภาษาภาพพจน์ keep it at bay ใช้บอกว่าภัยคุกคามต่อเนื่องยังถูกควบคุม โดยไม่อ้างว่าถูกกำจัดหมดแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the 1970s, thousands of chicken heads rained from the sky in Europe, ลำดับความ

0:00

ในช่วงทศวรรษ 1970 หัวไก่หลายพันหัวตกลงมาจากท้องฟ้าในยุโรปราวกับสายฝน

ลำดับความ

ประโยคดึงความสนใจในการเล่าเรื่อง: thousands of chicken heads rained from the sky

ประโยคนี้เริ่มด้วยภาพที่แปลกและเป็นรูปธรรม แทนที่จะบอกปัญหาเรื่องโรคหรืออธิบายแผนวัคซีนก่อน การเล่าเหตุการณ์ประหลาดก่อนสาเหตุสร้างความสงสัยและทำให้ผู้ฟังอยากรู้ว่าทำไมหัวไก่จึงตกลงมาทั่วยุโรป ในที่นี้ rained from the sky บรรยายวัตถุจริงจำนวนมากที่ตกผ่านอากาศอย่างเห็นภาพ เป็นการขยายความหมายของ rain ออกไปนอกเรื่องสภาพอากาศ ไม่ได้หมายถึงฝนธรรมดา วิธีนี้นำไปใช้กับการเล่าเรื่องจริงได้ โดยแสดงเหตุการณ์ผิดปกติที่มองเห็นได้ก่อน แล้วจึงอธิบายสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ข้อความเปิดเรื่องใดใช้เทคนิคเดียวกัน คือเสนอเหตุการณ์ที่เป็นรูปธรรมและน่าประหลาดใจก่อนคำอธิบาย?

  1. This article explains how vaccines are distributed.
  2. Rabies is a viral disease that affects mammals.
  3. One morning, hundreds of frogs fell onto the town's rooftops.
ดูคำตอบ

One morning, hundreds of frogs fell onto the town's rooftops.

making foxes and other wildlife confused and very happy.

0:04

ทำให้สุนัขจิ้งจอกและสัตว์ป่าอื่นๆ สับสนและดีใจเป็นอย่างมาก

Why?

0:08

ทำไมล่ะ?

They were filled with a vaccine to fight the deadliest virus known to humanity.

0:10

เพราะหัวไก่เหล่านั้นบรรจุวัคซีนเพื่อต่อสู้กับไวรัสที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่มนุษยชาติรู้จัก

Since the 1930s,

0:14

ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930

a rabies epidemic had been sweeping across wildlife populations in Europe ไวยากรณ์

0:16

โรคพิษสุนัขบ้าได้แพร่ระบาดไปทั่วประชากรสัตว์ป่าในยุโรป

ไวยากรณ์

Past perfect continuous ใน had been sweeping

Had been sweeping เป็น past perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง had + been + กริยา-ing รูปนี้นำเสนอการแพร่ระบาดว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต คือการตอบสนองที่เกิดขึ้นภายหลัง รูปนี้ไม่ได้บอกว่ากระบวนการเริ่มเมื่อใดอย่างแน่นอน และไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่ากระบวนการหยุดแล้ว ในการเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ใช้รูปนี้เพื่อวางภูมิหลังหรือสาเหตุที่ดำเนินต่อเนื่อง ก่อนเปลี่ยนไปเล่าการกระทำในอดีตที่เกิดภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect continuous ของ sweep: Before firefighters arrived, the wildfire ____ across the valley for hours.

ดูคำตอบ

had been sweeping

and humans wanted to finally get rid of the virus once and for all. โน้ต

0:20

และมนุษย์ก็ต้องการที่จะกำจัดไวรัสนี้ให้สิ้นซากไปเสียที

กริยาวลี

get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ

ในประโยคนี้ get rid of หมายถึงการเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกหรือกำจัดทิ้ง เป้าหมายคือทำให้ไวรัสไม่เหลืออยู่ในประชากรนั้นอีกต่อไป โครงสร้างคือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม เช่น get rid of the virus และ get rid of it ให้มอง get rid of เป็นกลุ่มคำที่สมบูรณ์ โดย of นำหน้าสิ่งที่ถูกกำจัด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ” ให้สมบูรณ์: This app is unsafe, so I want to ____ it.

ดูคำตอบ

get rid of

สำนวน

once and for all: ยุติปัญหาอย่างถาวร

ในสำนวน once and for all คำว่า once ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “ทำหนึ่งครั้งเพื่อทุกคน” ทั้งสำนวนหมายถึงการจัดการเรื่องหนึ่งให้เสร็จสิ้นอย่างเด็ดขาด เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับมาจัดการอีก ในที่นี้สำนวนนี้เน้นความหมายของ finally ให้แรงขึ้น ผู้พูดไม่ได้ต้องการเพียงความสำเร็จที่มาช้า แต่ต้องการให้ปัญหาที่ดำเนินมานานหรือเกิดซ้ำจบลงอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: We fixed the leak once and for all. once and for all เพิ่มความหมายอะไร?

  1. การซ่อมนี้เกิดขึ้นหนึ่งครั้งเพื่อทุกคน
  2. การซ่อมนี้มีจุดประสงค์เพื่อยุติปัญหาอย่างถาวร
  3. การซ่อมนี้เป็นเพียงวิธีแก้ชั่วคราว
ดูคำตอบ

การซ่อมนี้มีจุดประสงค์เพื่อยุติปัญหาอย่างถาวร

Rabies is named after Lyssa, the ancient Greek spirit of mad rage, วลี

0:23

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ได้รับการตั้งชื่อตาม ลิสซ่า (Lyssa) เทพธิดาแห่งความโกรธเกรี้ยวในตำนานกรีกโบราณ

วลี

is named after: บอกที่มาของชื่อ

“Is named after” เป็นรูปถูกกระทำของ “name A after B” หมายความว่า A ได้รับชื่อที่เชื่อมโยงกับ B ในที่นี้กำลังบอกว่าชื่อของโรคมาจาก Lyssa ในโครงสร้างนี้ “after” บอกที่มาหรือต้นแบบของชื่อ ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นภายหลัง ใช้อธิบายที่มาของชื่อคน สถานที่ สถาบัน การค้นพบ หรือคำศัพท์ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าห้องสมุดใช้ชื่อตาม Dr. Chen?

  1. The library was named after Dr. Chen.
  2. The library was named by Dr. Chen.
ดูคำตอบ

The library was named after Dr. Chen.

and has been haunting us for at least 4,000 years. สำนวน

0:28

และมันได้ตามหลอกหลอนเรามาอย่างน้อย 4,000 ปีแล้ว

สำนวน

has been haunting us: ความทุกข์ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

“Has been haunting us” ใช้โครงสร้าง has been + -ing ซึ่งเป็น present perfect progressive โครงสร้างนี้นำเสนออันตรายของโรคว่าเริ่มต้นมานานแล้ว และยังคงดำเนินต่อไปหรือส่งผลต่อมนุษย์ซ้ำ ๆ จนถึงปัจจุบัน “Haunting” ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้โรคดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กลับมาสร้างความกลัวหรือความทุกข์ให้มนุษย์อยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้หมายถึงผีจริง ๆ จึงสื่อทั้งระยะเวลาที่ยาวนานและความกลัวที่ยังไม่หายไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'That failure has been haunting her for years,' คำว่า 'has been haunting her' หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอลืมเรื่องนั้นไม่นานหลังจากที่มันเกิดขึ้น
  2. มีผีตามเธอทุกวัน
  3. มันรบกวนใจเธอมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้
ดูคำตอบ

มันรบกวนใจเธอมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้

It can turn animals into angry beasts

0:32

มันสามารถเปลี่ยนสัตว์ให้กลายเป็นสัตว์ร้ายที่เกรี้ยวกราด

and humans into zombies that fear water.

0:35

และเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้ที่หวาดกลัวน้ำ

But what makes Lyssa fascinating is not just how bizarre and deadly its infection is, ไวยากรณ์

0:38

แต่สิ่งที่ทำให้ไวรัสลิสซ่าน่าทึ่ง ไม่ใช่แค่ความประหลาดและร้ายแรงของการติดเชื้อเท่านั้น

but also how incredibly good it is at avoiding our defenses.

0:43

แต่ยังรวมถึงความสามารถอันน่าทึ่งในการหลบหลีกระบบป้องกันของเราด้วย

ไวยากรณ์

ใช้ not just ... but also เพื่อเพิ่มประเด็นที่ขนานกัน

ในประโยคนี้ not just ... but also ... เชื่อมเหตุผลสองข้อที่ทำให้ Lyssa น่าสนใจ เหตุผลทั้งสองเป็นจริง และ but also นำเสนอเหตุผลข้อที่สอง ซึ่งคือความสามารถในการหลบเลี่ยงระบบป้องกัน ให้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับการเน้นเป็นพิเศษ ข้อความที่ตามหลังโครงสร้างแต่ละส่วนควรมีรูปแบบไวยากรณ์เดียวกัน ในที่นี้ how bizarre and deadly its infection is และ how incredibly good it is at avoiding our defenses เป็นอนุประโยค how ที่ขนานกันและทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ not just ... but also: The library offers ____ books ____ free workshops.

ดูคำตอบ

not just · but also

Viruses exist on the edge between life and death, สำนวน

0:56

ไวรัสมีชีวิตอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นและความตาย

สำนวน

ใช้ on the edge between A and B เพื่อแสดงขอบเขตทางแนวคิด

on the edge between life and death เป็นการใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไวรัสต้องอาศัยเซลล์มีชีวิตในการเพิ่มจำนวน จึงมีลักษณะบางอย่างคล้ายสิ่งมีชีวิต แต่ก็ไม่ตรงกับคำนิยามทั่วไปของสิ่งมีชีวิตทุกข้อ รูปแบบ on the edge between A and B ที่นำไปใช้ต่อได้จะวางสิ่งหนึ่งไว้บนขอบเขตทางแนวคิด ซึ่งยากที่จะจัดให้เป็น A หรือ B อย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ edge ไม่ได้หมายถึงขอบทางกายภาพ และวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าไวรัสกำลังจะตาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on the edge between A and B เพื่อแสดงว่าสิ่งหนึ่งจัดประเภทได้ยาก

  1. This device is on the edge between a toy and a medical tool.
  2. There is a sharp edge between the two panels.
  3. This device is on the verge of breaking.
ดูคำตอบ

This device is on the edge between a toy and a medical tool.

hardly more than a few genetic instructions that need living cells to multiply. ไวยากรณ์

0:59

แทบจะไม่เป็นอะไรมากไปกว่าคำสั่งทางพันธุกรรมไม่กี่คำสั่ง ที่ต้องการเซลล์สิ่งมีชีวิตเพื่อเพิ่มจำนวน

ไวยากรณ์

hardly more than: การลดทอนปริมาณหรือระดับ

hardly more than หมายถึง มากกว่าเพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่เกินไปกว่านั้น ในประโยคนี้วลีดังกล่าวลดทอนความซับซ้อนของไวรัส โดยนำเสนอว่าคำสั่งทางพันธุกรรมมีน้อยมากและเรียบง่าย โครงสร้างคือ hardly more than + ปริมาณหรือคำบรรยาย hardly มีน้ำหนักเชิงปฏิเสธ ดังนั้นส่วนที่เกินจากเกณฑ์จึงถูกมองว่าเล็กน้อยจนแทบไม่มีความสำคัญ ไม่ใช่เกินมามาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค The device is hardly more than a plastic shell with two wires วลี hardly more than สื่อความหมายอะไร

  1. มีชิ้นส่วนเพิ่มมา exactly สองชิ้น
  2. ซับซ้อนกว่าที่คำบรรยายนั้นบอกเป็นนัยอย่างมาก
  3. เกินกว่าคำบรรยายง่าย ๆ นั้นเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

เกินกว่าคำบรรยายง่าย ๆ นั้นเพียงเล็กน้อย

The lyssavirus is simple even for a virus.

1:04

ลิสซ่าไวรัสมีความเรียบง่ายมากแม้จะเทียบในหมู่ไวรัสด้วยกัน

It has only five genes,

1:07

มันมียีนเพียงแค่ 5 ยีนเท่านั้น

that is the instructions for five proteins that let it solve complex problems,

1:09

นั่นคือคำสั่งสำหรับโปรตีน 5 ชนิดที่ช่วยให้มันแก้ปัญหาซับซ้อนต่างๆ ได้

infect a mammal, avoid its immune system,

1:13

ทั้งการติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน

travel to its brain, make more of itself, and infect new hosts. วลี

1:16

การเดินทางไปยังสมอง การจำลองตัวเอง และการติดเชื้อในโฮสต์ใหม่

วลี

make more of itself: การอธิบายการจำลองตัวด้วยภาษาทั่วไป

ในที่นี้ make more of itself หมายถึง สร้างสำเนาของตัวเองเพิ่มขึ้น itself ย้อนกลับไปหมายถึงไวรัส ถ้อยคำนี้ใช้ภาษาทั่วไปเพื่ออธิบายการจำลองตัวภายในเซลล์มีชีวิต ความหมายว่าเป็นการสร้างสำเนามาจากบริบททั้งหมด ในบริบทอื่น make more of อาจหมายถึงการให้ความสำคัญกับบางสิ่งมากขึ้น จึงต้องดูว่าประธานกำลังทำอะไรและคำสรรพนามสะท้อนกลับหมายถึงสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค Inside a living cell, the virus can make more of itself วลี make more of itself หมายถึงอะไร

  1. ไวรัสสามารถกลายเป็นสิ่งที่สำคัญขึ้นได้
  2. ไวรัสสามารถศึกษาตัวเองอย่างละเอียดขึ้นได้
  3. ไวรัสสามารถสร้างสำเนาของตัวเองเพิ่มขึ้นได้
ดูคำตอบ

ไวรัสสามารถสร้างสำเนาของตัวเองเพิ่มขึ้นได้

Let's see what happens if you get infected.

1:21

ลองมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณติดเชื้อ

It all starts with a bite, ลำดับความ

1:24

ทุกอย่างเริ่มต้นจากการถูกกัด

ลำดับความ

ใช้ It all starts with ... เพื่อเปิดกระบวนการ

“It” ชี้ล่วงหน้าไปยังกระบวนการทั้งหมดที่จะอธิบาย ส่วน “all” รวมเหตุการณ์ที่ตามมาให้เป็นลำดับเดียว “starts with” ระบุขั้นตอนแรก ซึ่งในที่นี้คือการถูกกัด ใช้โครงสร้าง “It all starts with + คำนามหรือรูป -ing” เพื่อเปลี่ยนจากหัวข้อโดยรวมไปสู่คำอธิบายตามลำดับ วลีนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปิดคำอธิบายได้ดีที่สุดด้วยการนำเสนอขั้นตอนแรกของกระบวนการทั้งหมด

  1. It all starts with checking the map.
  2. Checking the map interrupts everything.
  3. It all ends with checking the map.
ดูคำตอบ

It all starts with checking the map.

most likely by a dog carrying millions of viruses in its saliva,

1:25

ส่วนใหญ่มักจะเป็นสุนัขที่มีไวรัสหลายล้านตัวในน้ำลาย

pushing them deep into the tissue.

1:29

ฝังเชื้อพวกนั้นลึกลงไปในเนื้อเยื่อ

The goal is your nerve cells, your neurons.

1:32

เป้าหมายของมันคือเซลล์ประสาทหรือนิวรอนของคุณ

They are living electrochemical wires transferring signals throughout your body

1:35

พวกมันคือสายไฟเคมีไฟฟ้าที่มีชีวิต ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปทั่วร่างกายของคุณ

and can stretch for up to 1.5 meters

1:39

และสามารถทอดยาวได้ถึง 1.5 เมตร

with their cellular machinery on one end

1:42

โดยมีกลไกของเซลล์อยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง

and a terminal on the other.

1:44

และมีปลายประสาทอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง

The terminal is where cells talk to each other

1:46

ปลายประสาทคือส่วนที่เซลล์ใช้สื่อสารกัน

by passing chemicals that convey information.

1:49

โดยการส่งสารเคมีที่ถ่ายทอดข้อมูล

Lyssa probably binds to the receptors that are crucial for this process

1:52

ไวรัสลิสซ่าอาจเข้าไปจับกับตัวรับที่มีความสำคัญต่อกระบวนการนี้

and slips inside the unsuspecting nerve cells.

1:56

และแทรกซึมเข้าไปในเซลล์ประสาทที่ไม่ทันระวังตัว

Inside, the virus has to solve a big problem.

1:59

เมื่อเข้าไปข้างใน ไวรัสจะต้องแก้ปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง

It needs to get to the cellular machinery to take over the cell and make more viruses, กริยาวลี

2:02

มันต้องไปให้ถึงกลไกของเซลล์เพื่อเข้ายึดครองและสร้างไวรัสเพิ่มขึ้น

กริยาวลี

take over: เข้าควบคุม

“Take over” เป็นกริยาวลี หมายถึงเข้าควบคุมสิ่งใดสิ่งหนึ่งและเริ่มกำกับว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไร ในประโยคนี้ ไวรัสเข้าถึงกลไกของเซลล์และใช้กลไกนั้นเพื่อเพิ่มจำนวนของตัวเอง วลีนี้มักสื่อว่าผู้ควบคุมเปลี่ยนไป โดยคน ระบบ หรือพลังใหม่เข้ามาแทนที่หรืออยู่เหนือผู้ควบคุมเดิม สามารถตามด้วยกรรมได้ เช่น “take over the cell” หรือไม่ต้องมีกรรมเมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่าควบคุมอะไร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A larger company may take over the small studio next year,” คำว่า “take over” หมายถึงอะไร

  1. เข้าควบคุมสตูดิโอ
  2. ทำงานร่วมกับสตูดิโอโดยไม่ควบคุม
  3. ย้ายเข้าไปในสำนักงานที่อยู่เหนือสตูดิโอ
ดูคำตอบ

เข้าควบคุมสตูดิโอ

and because neurons are pretty long,

2:07

และเนื่องจากเซลล์ประสาทมีความยาวค่อนข้างมาก

this can be far away.

2:09

ระยะทางจึงอาจไกลมาก

There is a solution at hand, though. สำนวน

2:10

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีวิธีแก้ปัญหาอยู่ใกล้แค่เอื้อม

สำนวน

solution at hand: ทางแก้ที่พร้อมนำมาใช้

ในประโยคนี้ at hand หมายถึงอยู่ใกล้และพร้อมนำมาใช้ a solution at hand คือทางแก้ที่มีอยู่และใช้ได้ทันที ไม่ใช่ทางแก้ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดย hand ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ ในที่นี้วลีดังกล่าวเตรียมให้ผู้ฟังรู้จักระบบขนส่งที่มีอยู่แล้วในเซลล์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นทางแก้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at hand ในความหมายว่า “มีอยู่และพร้อมนำมาใช้”?

  1. The manager has the situation in hand.
  2. We already have a solution at hand.
  3. Keep extra batteries on hand.
ดูคำตอบ

We already have a solution at hand.

Cells have microtubules spanning their insides that give them structural integrity,

2:13

เซลล์มีไมโครทูบูล (microtubules) ที่พาดผ่านอยู่ภายใน ซึ่งช่วยรักษาความสมบูรณ์ของโครงสร้างเซลล์

but they also provide a track system for a specialized delivery system.

2:18

แต่พวกมันยังทำหน้าที่เป็นระบบรางสำหรับระบบขนส่งเฉพาะทางด้วย

Dynein motors are actual motors that use energy and deliver packages.

2:23

ไดนีนมอเตอร์ (Dynein motors) คือมอเตอร์ของจริงที่ใช้พลังงานและทำหน้าที่ส่งพัสดุ

They're made from 50 different proteins,

2:28

พวกมันประกอบขึ้นจากโปรตีนที่แตกต่างกัน 50 ชนิด

10 times more than the virus,

2:30

ซึ่งมากกว่าที่ไวรัสมีถึง 10 เท่า

and look like a little pair of shoes.

2:32

และมีลักษณะคล้ายรองเท้าคู่เล็กๆ

Lyssa uses one of its five proteins to hijack this amazing system สำนวน

2:34

ไวรัสลิสซ่าใช้หนึ่งในโปรตีน 5 ชนิดของมันในการจี้ระบบที่น่าทึ่งนี้

สำนวน

hijack this amazing system: เข้าควบคุมระบบเพื่อใช้ในจุดประสงค์อื่น

ในที่นี้ hijack หมายถึงการเข้าควบคุมบางสิ่งแล้วเปลี่ยนไปใช้เพื่อจุดประสงค์ของตนเอง คำนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ Lyssa ไม่ได้ขโมยวัตถุจริง ๆ แต่ทำให้ระบบขนส่งของเซลล์ทำงานเพื่อไวรัส การใช้เช่นนี้ขยายมาจากความหมายตรงตัวที่หมายถึงการยึดยานพาหนะ ในบริบทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี hijack มักใช้อธิบายตัวการที่เข้าควบคุมกระบวนการหรือระบบซึ่งปกติมีหน้าที่อื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย hijack this amazing system ในบริบทนี้ได้ดีที่สุด?

  1. Lyssa permanently destroys the cell's transport system.
  2. Lyssa takes control of the cell's transport system and uses it for the virus.
  3. Lyssa builds a new transport system outside the cell.
ดูคำตอบ

Lyssa takes control of the cell's transport system and uses it for the virus.

and order it to head for the nucleus. วลี

2:38

และสั่งให้มันมุ่งหน้าไปยังนิวเคลียส

วลี

head for: มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

ในที่นี้ head เป็นคำกริยา โครงสร้าง head for + สถานที่ หมายถึง “เคลื่อนไปยังสถานที่นั้น” หรือ “ออกเดินทางไปในทิศทางนั้น” วลีนี้ทำให้จุดหมายเป็นเป้าหมายของการเคลื่อนที่ ในประโยคนี้ มันถูกสั่งให้เคลื่อนไปยังนิวเคลียส head for เน้นทิศทางและการเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมาย แต่ตัววลีเองไม่ได้รับประกันว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย head for: When the storm began, the hikers decided to ____ the nearest shelter.

ดูคำตอบ

head for

What's the immune system doing to prevent all of that? ลำดับความ

2:41

แล้วระบบภูมิคุ้มกันทำอะไรเพื่อป้องกันทั้งหมดนี้ล่ะ?

ลำดับความ

“ระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำอะไรเพื่อป้องกันเรื่องทั้งหมดนั้น”: คำถามที่ใช้เปลี่ยนหัวข้อ

คำถามตรง ๆ นี้แสดงถึงการเปลี่ยนหัวข้อ ก่อนหน้านี้คำอธิบายกล่าวถึงการกระทำของไวรัส การถามว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำอะไรจึงย้ายความสนใจไปที่การตอบสนองของร่างกายและปูทางเข้าสู่ส่วนถัดไป นี่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เชื่อมเรื่องโดยหันไปหาผู้ฟัง ผู้พูดกล่าวคำถามที่ผู้ฟังน่าจะสงสัย แล้วอธิบายคำตอบต่อทันที all of that รวบการกระทำของไวรัสที่กล่าวมาก่อนหน้าไว้เป็นสิ่งเดียวที่อ้างถึง ทำให้การเปลี่ยนหัวข้อยังเชื่อมกับเนื้อหาเดิม

แบบฝึกหัด

คำถาม “What's the immune system doing to prevent all of that?” ทำหน้าที่จัดโครงสร้างคำอธิบายอย่างไร

  1. คำถามนี้ขอให้ผู้ฟังระบุชื่อวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนของไวรัส
  2. คำถามนี้ย้ายความสนใจจากการกระทำของไวรัสไปยังการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
  3. คำถามนี้จบคำอธิบายโดยไม่แนะนำหัวข้ออื่น
ดูคำตอบ

คำถามนี้ย้ายความสนใจจากการกระทำของไวรัสไปยังการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

Well, unfortunately, not much.

2:44

น่าเสียดาย ที่ไม่ได้ทำอะไรมากนัก

Usually, when a virus attacks,

2:47

โดยปกติ เมื่อไวรัสโจมตี

your civilian cells are crucial in activating your immune response.

2:49

เซลล์พลเรือนของคุณมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

They notice that they've been infected

2:53

พวกมันจะรับรู้ว่าตัวเองติดเชื้อแล้ว

and release hundreds of thousands of a special family of proteins,

2:54

และปล่อยกลุ่มโปรตีนพิเศษออกมานับแสนตัว

the interferons that,

2:58

นั่นคือ อินเตอร์เฟอรอน (interferons) ซึ่ง,

well, interfere with viruses.

2:59

ก็ตรงตามชื่อ ทำหน้าที่ขัดขวาง (interfere) ไวรัส

We'll have to simplify a lot,

3:02

เราคงต้องอธิบายให้ง่ายขึ้นมาก

but in a nutshell, สำนวน

3:03

แต่พูดสั้นๆ ก็คือ

interferons alert your immune system to make antivirus weapons.

3:04

อินเตอร์เฟอรอนจะเตือนระบบภูมิคุ้มกันของคุณให้สร้างอาวุธต้านไวรัส

สำนวน

in a nutshell ในฐานะคำบอกการสรุป

“In a nutshell” เป็นสำนวนที่หมายถึง “พูดด้วยถ้อยคำให้น้อยที่สุด” หรือ “สรุปสั้น ๆ” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกผู้ฟังว่ากระบวนการภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อนกำลังถูกย่อให้เหลือเพียงแนวคิดหลัก ไม่ได้อธิบายอย่างครบถ้วน โดยทั่วไปจะวางไว้ก่อนหรือหลังบทสรุปสั้น ๆ และช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการชี้ว่าบทสรุปนั้นคือประเด็นสำคัญ

แบบฝึกหัด

“in a nutshell” ในตัวอย่างส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. คำเตือนว่าคำอธิบายนั้นถูกต้องและครบถ้วนทางวิทยาศาสตร์
  2. คำบรรยายตามตัวอักษรเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในเปลือกถั่ว
  3. คำอธิบายที่ซับซ้อนกว่าซึ่งย่อให้สั้นลง
ดูคำตอบ

คำอธิบายที่ซับซ้อนกว่าซึ่งย่อให้สั้นลง

But they do much more.

3:08

แต่พวกมันทำอะไรได้มากกว่านั้น

They tell civilian cells to turn down their protein factories for a while, โน้ต

3:09

พวกมันสั่งให้เซลล์พลเรือนปิดโรงงานผลิตโปรตีนชั่วคราว

กริยาวลี

turn down ในความหมายว่า “ลด”

“Turn down” เป็นกริยาวลี ในที่นี้หมายถึง “ลดระดับหรือการทำงานของ” บางสิ่ง เซลล์ไม่ได้ปฏิเสธโรงงานโปรตีนของตัวเอง แต่ทำให้โรงงานเหล่านั้นทำงานน้อยลงชั่วคราว จึงผลิตโปรตีนน้อยลง กรรมของกริยาช่วยบอกว่าต้องใช้ความหมายใด หากสิ่งนั้นมีระดับ อัตรา หรือการทำงานที่ปรับได้ ก็มักใช้ความหมายว่า “ลด”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “turn down” ในความหมายว่า “ลดระดับหรือการทำงาน” แทนที่จะหมายถึง “ปฏิเสธ”?

  1. He turned down our invitation to dinner.
  2. She turned down the job offer yesterday.
  3. The room is warm enough; please turn down the heater.
ดูคำตอบ

The room is warm enough; please turn down the heater.

สำนวน

protein factories ในฐานะคำเปรียบเทียบเพื่ออธิบาย

ในประโยคนี้ protein factories เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้อธิบายกลไกสร้างโปรตีนของเซลล์ โดยเปลี่ยนกระบวนการทางชีววิทยาที่มองไม่เห็นให้เป็นภาพที่คุ้นเคย กล่าวคือ โรงงานใช้อุปกรณ์ผลิตสินค้า ส่วนเซลล์ใช้กลไกระดับโมเลกุลสร้างโปรตีน วลีนี้ไม่ใช่ชื่อของสิ่งปลูกสร้างจริงหรือออร์แกเนลล์ชนิดใดชนิดหนึ่ง ในคำอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป การเปรียบกับโรงงานช่วยให้เข้าใจระบบได้ง่ายขึ้นโดยเน้นหน้าที่ด้านการผลิต

แบบฝึกหัด

protein factories ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. พื้นที่เก็บโปรตีนที่ไม่ได้ใช้
  2. อาคารอุตสาหกรรมที่ผลิตอาหาร
  3. กลไกของเซลล์ที่สร้างโปรตีน
ดูคำตอบ

กลไกของเซลล์ที่สร้างโปรตีน

which means that viruses can't replicate efficiently anymore.

3:14

ซึ่งหมายความว่าไวรัสจะไม่สามารถจำลองตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป

And interferons tell your cells to become super transparent,

3:17

และอินเตอร์เฟอรอนยังสั่งให้เซลล์ของคุณทำตัวโปร่งใสเป็นพิเศษ

which is important

3:21

ซึ่งนี่สำคัญมาก

because how can your immune cells notice that your civilian cells are infected

3:22

เพราะเซลล์ภูมิคุ้มกันของคุณจะสังเกตเห็นได้อย่างไรว่าเซลล์พลเรือนติดเชื้อ

when viruses hide inside them?

3:25

ในเมื่อไวรัสซ่อนตัวอยู่ข้างใน?

Your body solves this by creating display windows into their insides,

3:28

ร่างกายของคุณแก้ปัญหานี้โดยการสร้างตู้โชว์ที่แสดงสิ่งต่างๆ ภายใน

called MHC class 1 molecules.

3:32

เรียกว่า โมเลกุล MHC คลาส 1

Cells constantly produce stuff to stay alive,

3:35

เซลล์จะผลิตสิ่งต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อยู่รอด

and to showcase to your immune cells what's going on inside them,

3:38

และเพื่อแสดงให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างใน

they take random samples of their products

3:41

พวกมันจะสุ่มนำตัวอย่างสิ่งที่ผลิตขึ้นมา

and put them into these tiny display windows to give a peek inside. วลี

3:43

แล้วนำไปวางไว้ในตู้โชว์เล็กๆ เหล่านี้เพื่อให้มองเห็นข้างในได้

วลี

give a peek inside: เปิดให้เห็นภายในอย่างจำกัด

ในที่นี้ give a peek inside หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้สังเกตจากภายนอกเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในชั่วครู่ Peek คือการมองอย่างรวดเร็วและมีขอบเขตจำกัด วลีนี้จึงสื่อว่าเห็นกิจกรรมภายในเพียงบางส่วน ไม่ใช่เข้าถึงได้ทั้งหมด รูปแบบคือ give (someone) a peek inside/into something คำว่า Give ทำให้ประธานเป็นฝ่ายที่เปิดให้มองเห็น ส่วนบุคคลที่อาจเติมเข้ามาจะระบุว่าใครได้รับโอกาสในการมอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ใช้ give และ peek: The short video will ____ the research lab.

ดูคำตอบ

give a peek inside

Interferons tell your cells to make way more display windows

3:47

อินเตอร์เฟอรอนจะสั่งให้เซลล์ของคุณสร้างตู้โชว์เพิ่มขึ้นอีกมาก

and become super transparent.

3:51

และกลายเป็นเซลล์ที่โปร่งใสแบบสุดๆ

If a cell is infected and forced to make virus parts,

3:53

หากเซลล์ใดติดเชื้อและถูกบังคับให้สร้างชิ้นส่วนของไวรัส

your immune cells will see these parts in a window

3:56

เซลล์ภูมิคุ้มกันของคุณจะเห็นชิ้นส่วนเหล่านี้ในตู้โชว์

and order the infected cell to kill itself

3:59

และสั่งให้เซลล์ที่ติดเชื้อฆ่าตัวตาย

and all the viruses trapped within.

4:01

ไปพร้อมกับไวรัสทั้งหมดที่ติดอยู่ข้างใน

This is one of the most powerful methods

4:04

นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทรงพลังที่สุด

of wiping out a viral infection. กริยาวลี

4:06

ในการกวาดล้างการติดเชื้อไวรัส

กริยาวลี

Wiping out: กำจัดบางสิ่งจนเกือบหมดสิ้น

ในประโยคนี้ wiping out หมายถึงการกำจัดการติดเชื้อไวรัสอย่างหมดสิ้นหรือเกือบหมดสิ้น ในที่นี้เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการใช้ผ้าเช็ดสิ่งของ วลีนี้สื่อว่าผลลัพธ์นั้นทั่วถึงและรุนแรง สามารถใช้กล่าวถึงโรค สายพันธุ์ หนี้ กลุ่มคน หรือปัญหาอื่นที่ถูกกำจัดในวงกว้างได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ wiping out a viral infection หมายความว่าอะไร?

  1. ทำให้การติดเชื้อแพร่ช้าลง
  2. เช็ดของเหลวออกจากด้านนอกของภาชนะ
  3. กำจัดการติดเชื้อจนเกือบหมดสิ้น
ดูคำตอบ

กำจัดการติดเชื้อจนเกือบหมดสิ้น

Unfortunately,

4:09

แต่น่าเสียดาย

Lyssa blocks your neurons from making interferons ไวยากรณ์

4:10

ไวรัสลิสซ่าจะบล็อกไม่ให้เซลล์ประสาทของคุณสร้างอินเตอร์เฟอรอน

ไวยากรณ์

Block ... from doing: ขัดขวางไม่ให้เกิดการกระทำ

โครงสร้าง block + กรรม + from + -ing หมายถึงการขัดขวางไม่ให้กรรมทำหรือทำการกระทำบางอย่างจนเสร็จ ในที่นี้ your neurons เป็นกรรมที่ตามหลัง blocks ส่วน making interferons ระบุการกระทำที่ Lyssa ขัดขวาง คำว่า interferons เป็นกรรมของ making ไม่ใช่กรรมของ blocks หลัง from ต้องใช้รูป gerund เช่น making ไม่ใช่รูป infinitive อย่าง to make โครงสร้างนี้ใช้กล่าวถึงคน เครื่องจักร กระบวนการ หรือเงื่อนไขที่ขัดขวางการกระทำหรือผลลัพธ์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง block ... from doing และรูปที่ถูกต้องของ see: The privacy setting blocks strangers ____ your profile.

ดูคำตอบ

from seeing

and stays basically invisible to your immune system.

4:13

และทำให้ตัวมันเองล่องหนจากระบบภูมิคุ้มกันได้

In contrast to many other viruses, ลำดับความ

4:16

ในทางตรงกันข้ามกับไวรัสอื่นๆ หลายชนิด

when it replicates,

4:18

เมื่อมันจำลองตัวเอง

it doesn't kill its host,

4:19

มันไม่ได้ฆ่าโฮสต์ของมัน

which would also trigger alarm systems.

4:21

ซึ่งถ้าฆ่า ก็จะเป็นการกระตุ้นระบบแจ้งเตือนเช่นกัน

ลำดับความ

การใช้“In contrast to”เพื่อสร้างกรอบการเปรียบเทียบ

“In contrast to” สร้างกรอบการเปรียบเทียบก่อนเข้าสู่ใจความหลัก นามวลีที่ตามหลังจะระบุสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ แล้วส่วนที่เหลือของประโยคจึงเน้นว่าประธานแตกต่างจากเกณฑ์นั้นอย่างไร ในที่นี้ “many other viruses” คือเกณฑ์เปรียบเทียบ และความแตกต่างสำคัญคือไวรัสนี้ไม่ฆ่าโฮสต์เมื่อมันเพิ่มจำนวน “to” ในที่นี้เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive ดังนั้นจึงตามด้วยนามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing โครงสร้างนี้เหมาะเมื่อคุณต้องการให้ผู้อ่านรู้จุดเปรียบเทียบก่อน แล้วจึงรับข้อมูลใหม่หรือข้อมูลที่น่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่วางนามวลีถัดไปไว้ในกรอบการเปรียบเทียบ: ____ the busy downtown area, this neighborhood is quiet at night.

ดูคำตอบ

In contrast to

Instead,

4:24

แทนที่จะทำเช่นนั้น

it stealthily jumps from neuron to neuron,

4:25

มันกลับกระโดดจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่งอย่างเงียบเชียบ

very slowly making its way to your brain. วลี

4:27

และค่อยๆ เดินทางไปยังสมองของคุณอย่างช้าๆ

วลี

“making its way to”สำหรับการเคลื่อนที่อย่างค่อยเป็นค่อยไป

“Make one’s way to” หมายถึงการเคลื่อนไปยังจุดหมายโดยเน้นการเดินทาง เส้นทาง หรือความคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงการสร้างถนนตามตัวอักษร ในที่นี้ “its” หมายถึงไวรัส และวลีนี้แสดงให้เห็นว่าไวรัสค่อย ๆ เคลื่อนไปยังสมองอย่างช้า ๆ ทีละขั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามผู้ที่เคลื่อนที่ เช่น “I make my way” “she makes her way” และ “they make their way” ในประโยคนี้ “making” เป็นรูป -ing ที่เสริมว่าเกิดการเคลื่อนที่อย่างไรในขณะที่ไวรัสกระโดดจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ “make one’s way to”: Through the heavy snow, the hikers ____ the cabin.

ดูคำตอบ

made their way to

This phase can take weeks to months and very rarely even years,

4:31

ระยะนี้อาจใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน และมีน้อยมากที่อาจเป็นปี

and depends on a bunch of things,

4:34

และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

like if the bite was in your face or foot,

4:36

เช่น ถูกกัดที่ใบหน้าหรือที่เท้า

or how many viruses got into your muscles.

4:38

หรือมีไวรัสเข้าไปในกล้ามเนื้อของคุณมากแค่ไหน

Lyssa is a patient monster

4:41

ไวรัสลิสซ่าเป็นสัตว์ประหลาดที่อดทน

until it reaches its goal,

4:43

จนกว่ามันจะไปถึงเป้าหมาย

your brainstem.

4:45

นั่นคือก้านสมองของคุณ

Finally,

4:47

ในที่สุด

the immune system catches on that something isn't right โน้ต

4:47

ระบบภูมิคุ้มกันก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

กริยาวลี

catch on: ค่อย ๆ ตระหนัก

ในที่นี้ catches on หมายถึง “ค่อย ๆ เข้าใจ” หรือ “ในที่สุดก็สังเกตได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” โดยนำเสนอการเข้าใจเป็นการเปลี่ยนแปลง คือช่วงแรกระบบภูมิคุ้มกันยังไม่รับรู้ปัญหา แต่ต่อมาก็รับรู้ได้ ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำให้เหมือนเป็นสิ่งที่คิดได้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุข้อเท็จจริงที่มันเข้าใจในที่สุด นั่นคือมีบางอย่างผิดปกติ

แบบฝึกหัด

ใน “After a few minutes, Maya catches on that the email is a scam,” คำว่า catches on หมายถึงอะไร

  1. จับปัญหาทางกายภาพ
  2. ได้รับความนิยมในหมู่คนอื่น
  3. ค่อย ๆ ตระหนักว่ามีปัญหา
ดูคำตอบ

ค่อย ๆ ตระหนักว่ามีปัญหา

น้ำเสียง/เจตนา

something isn't right: คำเตือนอย่างระมัดระวัง

Something isn't right สื่อว่าผู้พูดรู้สึกว่ามีปัญหา แต่ยังไม่สามารถหรือยังไม่ต้องการระบุว่าปัญหาคืออะไร ในที่นี้ right หมายถึง “ปกติ” “ถูกต้อง” หรือ “เป็นอย่างที่ควรจะเป็น” ไม่ได้หมายถึงทิศขวา เนื่องจาก something ไม่ได้ระบุสิ่งใดอย่างชัดเจน วลีนี้จึงแสดงความสงสัยหรือคำเตือนโดยไม่ยืนยันว่ามีอะไรผิดพลาดกันแน่

แบบฝึกหัด

ใน “The alarm stopped, but something isn't right,” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขากำลังบอกทางไปด้านขวา
  2. พวกเขาสงสัยว่ามีปัญหา แต่ยังไม่ได้ระบุว่าคืออะไร
  3. พวกเขามั่นใจว่าทุกอย่างปกติ
ดูคำตอบ

พวกเขาสงสัยว่ามีปัญหา แต่ยังไม่ได้ระบุว่าคืออะไร

and reacts.

4:50

และตอบสนอง

It dispatches some of your most powerful antivirus cells,

4:51

มันส่งเซลล์ต้านไวรัสที่ทรงพลังที่สุดของคุณ

killer T cells,

4:54

นั่นคือ คิลเลอร์ทีเซลล์ (killer T cells)

to seek and kill infected cells

4:55

ให้ออกไปค้นหาและทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อ

and wipe out the enemy.

4:57

และกวาดล้างศัตรู

In other viral infections,

4:59

ในการติดเชื้อไวรัสประเภทอื่น

this would be a turning point, สำนวน

5:00

นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยน

but in rabies,

5:02

แต่ในโรคพิษสุนัขบ้า

the T cells are rushing towards their doom. สำนวน

5:02

ทีเซลล์กำลังพุ่งตรงไปสู่จุดจบของตัวเอง

สำนวน

turning point: การเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญ

turning point คือช่วงเวลาที่ทิศทางหรือผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้นของสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสำคัญ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวจริง ๆ ในประโยคนี้ ตามปกติการมาถึงของเซลล์ทีน่าจะทำให้ช่วงนี้เป็นจุดเปลี่ยน เพราะอาจทำให้สถานการณ์เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น แต่ความขัดแย้งที่เริ่มด้วย but แสดงว่าโรคพิษสุนัขบ้าทำให้สิ่งที่คาดไว้นี้ไม่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ช่วงเวลาสำคัญที่เปลี่ยนสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป”: Her decision to ask for help was a ____ in her recovery.

ดูคำตอบ

turning point

สำนวน

rushing towards their doom: พุ่งเข้าสู่จุดจบอันเลวร้าย

rush towards one's doom หมายถึงการมุ่งไปอย่างรวดเร็วสู่จุดจบที่เลวร้าย เช่น ความพินาศ ความล้มเหลว หรือความตาย doom หมายถึงผลลัพธ์ ไม่ใช่สถานที่ เซลล์ทีไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้บรรยายทำให้เซลล์ทีดูเหมือนมีพฤติกรรมแบบมนุษย์ ราวกับว่ากำลังแข่งกันไปสู่ความพินาศของตัวเอง จึงเป็นการบอกล่วงหน้าอย่างน่าตื่นเต้นและพลิกความคาดหมายที่ว่าการมาถึงของเซลล์ทีจะช่วยได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “With each reckless choice, the ruler rushed towards his doom,” ข้อความ “rushed towards his doom” สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. เขาหนีจากสถานการณ์เลวร้ายได้ในวินาทีสุดท้าย
  2. เขารีบไปป้องกันภัยพิบัติที่ตนรู้แล้วว่าจะเกิดขึ้น
  3. เขามุ่งไปสู่ผลลัพธ์อันเลวร้ายอย่างรวดเร็ว โดยอาจไม่รู้ตัว
ดูคำตอบ

เขามุ่งไปสู่ผลลัพธ์อันเลวร้ายอย่างรวดเร็ว โดยอาจไม่รู้ตัว

Simple Lyssa with its five proteins

5:05

ไวรัสลิสซ่าที่แสนเรียบง่ายพร้อมกับโปรตีน 5 ชนิดของมัน

plays a Uno reverse card, วัฒนธรรม

5:08

หงายการ์ดอูโน่รีเวิร์ส

using the immune system's ingenuity against itself.

5:10

โดยใช้ความฉลาดของระบบภูมิคุ้มกันย้อนกลับไปทำร้ายตัวเอง

วัฒนธรรม

คำเปรียบเทียบ plays a Uno reverse card

ในเกม UNO ไพ่ Reverse จะเปลี่ยนทิศทางการเล่น ในอินเทอร์เน็ต ไพ่ใบนี้กลายเป็นคำเปรียบเทียบเชิงขบขัน หมายถึงการนำกลยุทธ์ของอีกฝ่ายหรือวิธีการของระบบหนึ่งย้อนกลับไปใช้กับต้นทางของมันเอง ในที่นี้ plays a Uno reverse card หมายถึง Lyssa นำกลไกการป้องกันอันชาญฉลาดของระบบภูมิคุ้มกันมาย้อนใช้กับระบบภูมิคุ้มกันเอง ไวรัสไม่ได้กำลังเล่นไพ่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

plays a Uno reverse card ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. Lyssa นำความชาญฉลาดของระบบภูมิคุ้มกันมาย้อนใช้กับระบบภูมิคุ้มกันเอง
  2. Lyssa ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำอะไรได้เลย
  3. Lyssa ใช้ไพ่จริง ๆ เพื่อควบคุมเซลล์ภูมิคุ้มกัน
ดูคำตอบ

Lyssa นำความชาญฉลาดของระบบภูมิคุ้มกันมาย้อนใช้กับระบบภูมิคุ้มกันเอง

Your central nervous system is a very fragile part of your body,

5:14

ระบบประสาทส่วนกลางของคุณเป็นส่วนที่เปราะบางมากในร่างกาย

and so the immune system has to be very careful.

5:17

ระบบภูมิคุ้มกันจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

A few haywire immune cells in your brain การใช้คำ

5:20

เซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติเพียงไม่กี่เซลล์ในสมองของคุณ

is a quick way to die.

5:22

ก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

การใช้คำ

คำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการ haywire

Haywire เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่หมายถึงควบคุมไม่ได้หรือไม่ทำงานตามที่คาดไว้ มักใช้บรรยายเครื่องจักร ระบบ แผนงาน หรือพฤติกรรมที่จู่ ๆ ก็วุ่นวายหรือทำงานผิดปกติ ในประโยคนี้ เซลล์ภูมิคุ้มกันกำลังตอบสนองอย่างอันตรายและผิดปกติในสมอง Haywire บรรยายพฤติกรรมที่ทำงานผิดปกติของเซลล์ ไม่ใช่ชื่อของเซลล์ชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ควบคุมไม่ได้หรือทำงานผิดปกติ”: After the software update, the alarm system went ____ and rang every ten minutes.

ดูคำตอบ

haywire

So they aren't free to enter your nervous system.

5:24

ดังนั้น พวกมันจึงไม่สามารถเข้าสู่ระบบประสาทของคุณได้อย่างอิสระ

They have to be invited in สำนวน

5:27

พวกมันต้องได้รับเชิญให้เข้าไป

and can be kicked out.

5:28

และสามารถถูกเตะออกมาได้

สำนวน

Invited in ... kicked out ในฐานะอุปมาเรื่องการควบคุมสิทธิ์เข้าออก

Invited in และ kicked out เปรียบระบบประสาทเป็นสถานที่ที่มีประตูคอยควบคุม เซลล์ภูมิคุ้มกันถูกมองเหมือนผู้มาเยือน คือจะเข้าได้เมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น และภายหลังก็อาจถูกสั่งให้ออกไปได้ ทั้งสองวลีเป็นรูปประโยคกรรมวาจก จุดเน้นอยู่ที่เซลล์ซึ่งถูกควบคุมสิทธิ์ในการเข้าออก ไม่ใช่ระบบที่ส่งสัญญาณอนุญาตหรือขับออก ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ ไม่มีใครเชิญหรือเตะใครจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมอุปมาเรื่องประตูด้วยสองวลีจากบทเรียน The private chat is tightly controlled: new members have to be ____, and anyone who breaks the rules can be ____.

ดูคำตอบ

invited in · kicked out

To protect themselves,

5:30

เพื่อปกป้องตัวเอง

your nerve cells can order T cells

5:31

เซลล์ประสาทของคุณสามารถสั่งให้ทีเซลล์

to self-destruct if they think they're overreacting. การใช้คำ

5:34

ทำลายตัวเองได้ หากคิดว่าพวกมันตอบสนองมากเกินไป

การใช้คำ

Order T cells to self-destruct: สั่งให้เซลล์ T ทำลายตัวเอง

To self-destruct หมายถึงทำลายตัวเองหรือทำให้การทำงานของตัวเองสิ้นสุดลง ในประโยคนี้หมายถึงเซลล์ T ตายหลังจากได้รับสัญญาณจากเซลล์ประสาท ไม่ได้หมายความว่าเซลล์ตัดสินใจอย่างมีสติ ใน order T cells to self-destruct คำว่า order ตามด้วยกรรมและ to-infinitive: order + T cells + to self-destruct โครงสร้างนี้แสดงว่าเซลล์ประสาทเป็นฝ่ายเริ่มกระบวนการ ส่วนเซลล์ T คือสิ่งที่ถูกทำลาย

แบบฝึกหัด

เติมกริยาที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ทำลายตัวเองโดยอัตโนมัติ”: The encrypted file is programmed to ____ after one hour.

ดูคำตอบ

self-destruct

And Lyssa figured out a way

5:37

และไวรัสลิสซ่าก็ค้นพบวิธี

to make infected neurons express this order.

5:39

ที่จะทำให้เซลล์ประสาทที่ติดเชื้อแสดงคำสั่งนี้ออกมา

So as your powerful defense cells arrive,

5:43

ดังนั้น ทันทีที่เซลล์ป้องกันอันทรงพลังของคุณมาถึง

they are ordered to commit suicide.

5:46

พวกมันก็จะได้รับคำสั่งให้ฆ่าตัวตาย

Now, the virus infiltrates the brainstem.

5:49

ตอนนี้ ไวรัสได้แทรกซึมเข้าสู่ก้านสมองแล้ว

Once this stage is reached, ไวยากรณ์

5:52

เมื่อถึงขั้นตอนนี้

you are going to die.

5:53

คุณจะต้องตายอย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

Once this stage is reached: จุดเปลี่ยนและผลที่ตามมา

ในบริบทนี้ this stage หมายถึงช่วงที่การติดเชื้อเข้าสู่ก้านสมองแล้ว ตรงนี้ once หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “นับจากขณะที่” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” คำนี้นำหน้าจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดผลตามมา โดยสื่อว่าเมื่อถึงระยะนี้แล้ว ความตายเป็นผลที่แน่นอนอย่างมาก is reached เป็น present simple รูป passive โดย this stage เป็นสิ่งที่ “ถูกไปถึง” ส่วนผู้หรือกระบวนการที่ไปถึงจุดนั้นไม่ได้ถูกระบุ รูปแบบ once + อนุประโยคบอกจุดเปลี่ยน, อนุประโยคบอกผล ใช้บอกสิ่งที่จะเกิดหลังผ่านจุดสำคัญ

แบบฝึกหัด

ขีดจำกัดนี้จะถูกแตะอย่างแน่นอน และเครื่องจะปิดตั้งแต่จุดนั้นเป็นต้นไป คำเชื่อมใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุด? '___ the safety limit is reached, the machine shuts down automatically.'

  1. If
  2. Unless
  3. Once
  4. Before
ดูคำตอบ

Once

How Lyssa kills.

5:56

ไวรัสลิสซ่าฆ่าคนได้อย่างไร

One of the most irritating things about the Lyssavirus ไวยากรณ์

5:58

หนึ่งในสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดเกี่ยวกับลิสซ่าไวรัส

is that we still don't know exactly

6:01

คือเรายังคงไม่รู้แน่ชัด

how and why an infected person dies.

6:03

ว่าผู้ติดเชื้อเสียชีวิตได้อย่างไรและทำไม

ไวยากรณ์

โครงสร้าง One of the most irritating things about X is that ...

โครงสร้าง one of the most + คำนามพหูพจน์ + about X + is that ... เลือกลักษณะหนึ่งที่ผู้พูดประเมินอย่างหนักแน่นจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ ผู้พูดนำเสนอการที่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าผู้ติดเชื้อเสียชีวิตอย่างไรและเพราะเหตุใด ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่น่าหงุดหงิดเป็นพิเศษอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ Lyssavirus things เป็นพหูพจน์เพราะอยู่หลัง one of the ... แต่กริยาหลักใช้ is ซึ่งเป็นเอกพจน์ เพราะคำหลักของประธานคือ one จากนั้นอนุประโยค that จะบอกว่าปัญหาที่เลือกมานั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างให้สมบูรณ์เพื่อสื่อว่านี่เป็นหนึ่งในข้อร้องเรียนหลายข้อ: One of the most irritating ____ about this app ____ it crashes without warning.

ดูคำตอบ

things · is that

Our usual idea of viruses causing damage

6:06

แนวคิดปกติของเราเกี่ยวกับไวรัสที่ทำให้เกิดความเสียหาย

is by multiplying rapidly,

6:08

คือมันจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

killing their host cells once they've made enough copies,

6:10

ฆ่าเซลล์โฮสต์ทิ้งเมื่อพวกมันสร้างสำเนาได้มากพอ

triggering a massive immune reaction

6:13

กระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันขนานใหญ่

that also does a lot of damage.

6:15

ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายตามมามากมายเช่นกัน

But this doesn't seem to be what happens here.

6:17

แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่

Brain tissue of rabies patients

6:20

เนื้อเยื่อสมองของผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า

shows minimal,

6:22

แสดงให้เห็นถึงความเสียหายน้อยมาก

sometimes non-existent damage.

6:23

หรือบางครั้งก็ไม่มีเลยด้วยซ้ำ

Instead of murdering everything in sight, โน้ต

6:25

แทนที่จะฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า

it's currently thought that Lyssa wreaks havoc สำนวน

6:27

ปัจจุบันเชื่อกันว่าไวรัสลิสซ่าสร้างความหายนะ

ไวยากรณ์

Instead of murdering: instead of + รูป -ing

Instead of เป็นวลีบุพบทที่ใช้เกริ่นการกระทำซึ่งถูกปฏิเสธหรือถูกแทนที่ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท murdering จึงต้องอยู่ในรูป -ing และไม่ใช้ murder หรือ to murder ในที่นี้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค Instead of murdering everything in sight จะนำเสนอคำอธิบายที่คาดไว้ก่อนแล้วปฏิเสธ จากนั้นอนุประโยคหลักจึงให้คำอธิบายอีกแบบ โครงสร้างนี้ช่วยจัดเหตุผลเป็น “ไม่ใช่ A แต่เป็น B” แม้ B จะอยู่ในอีกอนุประโยคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเปลี่ยน take the bus ให้เป็นรูปที่ถูกต้อง: Instead of ____, Maya walked to school.

ดูคำตอบ

taking the bus

สำนวน

everything in sight ในฐานะการกล่าวเกินจริงอย่างเห็นภาพ

everything in sight หมายถึงทุกสิ่งที่ดูเหมือนอยู่ในระยะที่ประธานจะเข้าถึงหรือพบเจอตามทาง มักใช้เป็นการกล่าวเกินจริงอย่างมีสีสัน ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไวรัสมองเห็นได้จริง แต่เป็นการทำให้ไวรัสมีลักษณะเหมือนมนุษย์เพื่อสื่อถึงการทำลายแบบไม่เลือกเป้าหมาย วลีนี้ขยายขอบเขตของ everything ว่าไม่ได้หมายถึงเป้าหมายเพียงหนึ่งหรือสองอย่าง แต่ดูเหมือนจะรวมทุกอย่างที่พบเจอ ในบริบทอื่น ขอบเขตนี้อาจหมายถึงสิ่งที่มองเห็นได้จริง หรืออาจหมายถึงสิ่งของทั้งหมดที่อยู่ใกล้และเข้าถึงได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The puppy chewed everything in sight,' วลี everything in sight มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร

  1. สิ่งของทุกชิ้นที่ลูกสุนัขมองเห็นหรือเอื้อมถึง
  2. เฉพาะสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าดวงตาของลูกสุนัข
  3. ไม่มีอะไรอยู่ใกล้ลูกสุนัข
  4. สิ่งของหนึ่งชิ้นที่ถูกเลือกเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

สิ่งของทุกชิ้นที่ลูกสุนัขมองเห็นหรือเอื้อมถึง

by messing up the neuron communication inside your brain, กริยาวลี

6:30

โดยการป่วนการสื่อสารของเซลล์ประสาทภายในสมองของคุณ

สำนวน

wreaks havoc: ก่อให้เกิดความเสียหายหรือการหยุดชะงักอย่างรุนแรง

Wreak havoc หมายถึงก่อให้เกิดความเสียหาย ความโกลาหล หรือการหยุดชะงักอย่างรุนแรง ในประโยคนี้หมายถึง Lyssa รบกวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่ามันต้องทำลายเนื้อเยื่อสมองจำนวนมากเสมอไป wreak เป็นคำกริยา และ havoc เป็นกรรมที่ใช้คู่กันแบบตายตัว รูปแบบที่พบบ่อยคือ wreak havoc on something ซึ่งใช้ระบุระบบ สถานที่ หรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ก่อให้เกิดการหยุดชะงักอย่างรุนแรง”: A malware outbreak could ____ across the network.

ดูคำตอบ

wreak havoc

กริยาวลี

messing up: รบกวนการทำงานตามปกติ

Mess up เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงทำให้เสีย ทำให้รวน หรือทำให้บางสิ่งทำงานได้ไม่ดี ในประโยคนี้ messing up neuron communication หมายถึงรบกวนการทำงานตามปกติของการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท ไม่ได้หมายถึงทำให้สมองรกทางกายภาพ คำว่า up มักเพิ่มความหมายว่าผลลัพธ์ออกมาไม่ดีหรือล้มเหลว กรรมสามารถวางหลังวลีหรือแทรกระหว่างสองคำได้: mess up the system หรือ mess the system up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งทำงานผิดปกติ”: One wrong setting can ____ the whole system.

ดูคำตอบ

mess up

so much so that it can't function anymore. ไวยากรณ์

6:33

มากเสียจนสมองไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป

ไวยากรณ์

so much so that: ระดับที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์

ในประโยคนี้ so much so that หมายถึง “มากถึงระดับที่ทำให้…” วลีนี้เชื่อมความเสียหายต่อการสื่อสารของเซลล์ประสาทเข้ากับผลลัพธ์ที่รุนแรง คือสมองไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป คำเหล่านี้รวมกันเป็นโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์แบบเดียวกัน โดย so much so ย้อนอ้างถึงความรุนแรงของสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า และ that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ควรเข้าใจ so much so that เป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่แปล so ทั้งสองคำแยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสี่คำที่หมายถึง “มากถึงระดับที่ทำให้…”: The storm damaged the roads, ____ several villages were cut off.

ดูคำตอบ

so much so that

This leads to symptoms

6:36

ซึ่งนำไปสู่อาการต่างๆ

like confusion, aggression, and paralysis.

6:37

เช่น ความสับสน ความก้าวร้าว และอัมพาต

Now, the virus begins to leave.

6:41

ถึงตอนนี้ ไวรัสเริ่มที่จะจากไป

Still traveling through neurons,

6:43

มันยังคงเดินทางผ่านเซลล์ประสาท

it migrates away from the brain

6:45

อพยพออกห่างจากสมอง

and heads for the salivary glands.

6:47

และมุ่งหน้าไปยังต่อมน้ำลาย

This is remarkable

6:49

สิ่งนี้น่าทึ่งมาก

because after traveling in one direction,

6:50

เพราะหลังจากเดินทางไปในทิศทางเดียวมาตลอด

the virus reverses its course. วลี

6:52

ไวรัสก็กลับทิศทางของมัน

วลี

reverses its course: ย้อนกลับจากทิศทางเดิม

ในที่นี้ reverses its course หมายความว่าไวรัสหยุดเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดิม แล้วเคลื่อนย้อนกลับไปอีกทางหนึ่ง course หมายถึงเส้นทางหรือทิศทางการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงรายวิชา โครงสร้าง reverse + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + course ใช้อธิบายการเคลื่อนที่จริงได้ และยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าละทิ้งแผน นโยบาย หรือแนวโน้มเดิม แล้วหันไปในทิศทางตรงข้ามได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “หันกลับและเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้าม”: After flying north for ten minutes, the drone ____ and headed south.

ดูคำตอบ

reversed its course

After decades of study,

6:55

หลังจากศึกษามาหลายสิบปี

we don't know how this works.

6:56

เราก็ยังไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร

Lyssa ends up saturating your saliva, กริยาวลี

6:58

ท้ายที่สุดไวรัสลิสซ่าจะเข้าไปอัดแน่นอยู่ในน้ำลายของคุณ

กริยาวลี

end up + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย

end up + -ing ใช้บอกสภาพหรือผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นหลังผ่านกระบวนการหนึ่ง ซึ่งมักเกิดขึ้นทางอ้อมหรือไม่ได้วางแผนไว้ ในที่นี้ ends up saturating หมายถึง หลังจากเคลื่อนผ่านร่างกายแล้ว Lyssa ก็เข้าไปอยู่ในน้ำลายอย่างหนาแน่นในที่สุด ประธานของ end up เป็นผู้ทำกริยาในรูป -ing ด้วย โครงสร้างนี้เน้นว่ากระบวนการก่อนหน้านำไปสู่ผลใดในท้ายที่สุด ไม่ได้เน้นแผนที่ตั้งใจไว้

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตที่ถูกต้องของ end up เพื่อแสดงผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่ได้วางแผนไว้: After missing the last bus, we ____ walking home.

ดูคำตอบ

ended up

ready for the irate mammal ไวยากรณ์

7:00

พร้อมให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังเกรี้ยวกราด

to bite another

7:01

ไปกัดตัวอื่น

and repeat the cycle.

7:02

และทำซ้ำวงจรเดิม

ไวยากรณ์

ready for someone to do something: อีกประธานหนึ่งเป็นผู้ทำกริยา

ready for + คนหรือสิ่งของ + to-infinitive หมายถึง มีเงื่อนไขพร้อมแล้วให้คนหรือสิ่งนั้นทำกริยา ใน for the irate mammal to bite another นั้น the irate mammal เป็นประธานเชิงความหมายของ bite ดังนั้น วลีนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ถูกอธิบายว่า ready จะเป็นฝ่ายกัด โครงสร้างนี้ช่วยแยกว่าสิ่งใดอยู่ในสภาพพร้อม และใครเป็นผู้ทำกริยาถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้ the guests เป็นผู้มาถึง ไม่ใช่ the room: The room is ready ____ the guests ____ arrive.

ดูคำตอบ

for · to

While this seems like the beginning of a zombie outbreak,

7:05

แม้ว่านี่จะดูเหมือนจุดเริ่มต้นของการระบาดของซอมบี้

luckily,

7:07

แต่โชคดีที่

there are no known cases of a human

7:08

ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่เป็นมนุษย์

biting another

7:10

กัดคนอื่น

and spreading rabies this way.

7:11

แล้วแพร่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าด้วยวิธีนี้

Now, the end is near.

7:13

ตอนนี้ จุดจบใกล้เข้ามาแล้ว

You are rapidly developing encephalitis,

7:15

คุณกำลังเกิดภาวะสมองอักเสบอย่างรวดเร็ว

a swelling of the brain

7:18

สมองจะเกิดการบวม

with many unpleasant neurological symptoms

7:19

พร้อมกับอาการทางระบบประสาทที่น่าทรมานมากมาย

from lethargy to paralysis.

7:21

ตั้งแต่อาการเซื่องซึมไปจนถึงอัมพาต

Slowly at first and then suddenly, ลำดับความ

7:24

เริ่มต้นอย่างช้าๆ แล้วจู่ๆ

organ after organ fails ไวยากรณ์

7:26

อวัยวะแต่ละส่วนก็ล้มเหลวไปทีละอย่าง

as you slip into a coma. วลี

7:28

ในขณะที่คุณเข้าสู่ภาวะโคม่า

ลำดับความ

Slowly at first and then suddenly: การเปลี่ยนจังหวะการเล่าเรื่อง

วลีเปิดนี้นำสองช่วงมาวางให้เห็นความต่างกัน Slowly at first ทำให้ช่วงเริ่มต้นดูยืดออกและค่อยเป็นค่อยไป ส่วน and then suddenly เร่งจังหวะการเล่าอย่างฉับพลัน ทำให้การทรุดลงหลังจากนั้นดูรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ Suddenly บอกจุดเปลี่ยนของความเร็วในกระบวนการ ไม่ได้หมายความว่าอวัยวะทุกส่วนล้มเหลวพร้อมกันในเสี้ยววินาทีเดียว หรือก่อนหน้านั้นไม่มีสัญญาณเตือนเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำวิเศษณ์บอกเวลาเพื่อเปลี่ยนการเล่าจากการค่อย ๆ พัฒนาไปสู่การรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน

  1. Slowly at first and then suddenly, the river rose above the flood wall.
  2. Suddenly at first and then slowly, the river rose above the flood wall.
  3. The river rose at one steady pace above the flood wall.
ดูคำตอบ

Slowly at first and then suddenly, the river rose above the flood wall.

ไวยากรณ์

organ after organ: โครงสร้างคำนามซ้ำที่หมายถึงทีละสิ่งอย่างต่อเนื่อง

ในรูปแบบ คำนามเอกพจน์ + after + คำนามเอกพจน์คำเดิม วลีนี้หมายถึงสมาชิกหนึ่งในกลุ่ม ตามด้วยอีกหนึ่ง และอีกหนึ่ง ที่นี่ organ after organ แสดงให้เห็นว่าอวัยวะล้มเหลวต่อเนื่องและสะสมมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อวัยวะหนึ่งอยู่ข้างหลังอีกอวัยวะหนึ่ง แม้ว่าวลีทั้งหมดจะกล่าวถึงหลายกรณี แต่คำนามมักคงรูปเอกพจน์ เช่น problem after problem, question after question และ day after day เมื่อวลีนี้เป็นประธาน คำกริยามักสอดคล้องกับประธานเอกพจน์ เช่น problem after problem appears

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบคำนามซ้ำที่หมายถึง “ต่อเนื่องกันหลายวัน”: The same alarm woke us ____.

ดูคำตอบ

day after day

วลี

slip into a coma: ค่อย ๆ เข้าสู่ภาวะโคม่าโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในที่นี้ slip into a coma หมายถึงค่อย ๆ เข้าสู่ภาวะโคม่า หรือเข้าสู่ภาวะนั้นโดยไม่มีจังหวะที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและชัดเจน slip ไม่ได้หมายถึงการลื่นทางกาย แต่แสดงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ตั้งใจและเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โครงสร้าง slip into + สภาวะ ใช้อธิบายการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะหนึ่งอย่างเงียบ ๆ หรือค่อยเป็นค่อยไปได้ เช่น slip into unconsciousness ในประโยคนี้แสดงว่าภาวะโคม่าค่อย ๆ เกิดขึ้นพร้อมกับที่อวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่เน้นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่ได้ตั้งใจ: As his condition worsened, he began to ____.

ดูคำตอบ

slip into a coma

There is no known effective therapy.

7:30

ไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลเป็นที่ยอมรับ

Barely anyone has ever survived Lyssa ไวยากรณ์

7:32

แทบไม่มีใครเคยรอดชีวิตจากไวรัสลิสซ่าได้เลย

once symptoms begin to show.

7:34

เมื่ออาการเริ่มแสดงออกมา

ไวยากรณ์

Barely anyone: จำนวนน้อยมาก แต่ไม่ใช่ศูนย์อย่างเด็ดขาด

Barely anyone หมายถึงแทบไม่มีใครหรือมีคนน้อยมาก มีความหมายเชิงปฏิเสธ แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อย จึงไม่ใช่การกล่าวแบบเด็ดขาดเหมือน no one ในโครงสร้างนี้ anyone ถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้ has ไม่ใช่ have วลีนี้ทำให้จำนวนผู้รอดชีวิตดูใกล้ศูนย์อย่างมาก แต่ยังคงระมัดระวังต่อกรณีที่พบได้น้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: Barely anyone remembered the emergency code.

  1. เกือบทุกคนจำได้
  2. แทบไม่มีใครจำได้ แต่อาจมีบางคนที่จำได้
  3. ทุกคนจำได้ แต่จำได้ด้วยความยากลำบาก
  4. ไม่มีใครจำได้เลยโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

แทบไม่มีใครจำได้ แต่อาจมีบางคนที่จำได้

It is by far the deadliest virus we know. วลี

7:36

มันคือไวรัสที่อันตรายที่สุดที่เราเคยรู้จักมา

วลี

by far + รูปขั้นสุด

by far เน้นคำขั้นสุด the deadliest ให้ชัดและแรงขึ้น หมายความว่าไวรัสนี้ไม่ได้เพียงอยู่ในอันดับที่ร้ายแรงถึงชีวิตที่สุด แต่ยังทิ้งห่างไวรัสอื่นมากด้วย ในประโยคนี้ ขอบเขตการเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่ไวรัสที่เรารู้จัก ใช้ by far เมื่อมีสิ่งหนึ่งโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นอย่างชัดเจนในการเปรียบเทียบ โดยมักวางหน้าวลีขั้นสุด เช่น by far the fastest หรือ by far the most useful

แบบฝึกหัด

เติมคำเน้นสองคำที่แสดงว่าทิ้งห่างมากให้ประโยคสมบูรณ์: Of all the routes, this is ____ the fastest.

ดูคำตอบ

by far

Except, ลำดับความ

7:40

เว้นเสียแต่ว่า

there is actually something that could save you,

7:41

มีบางสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตคุณได้จริงๆ

a vaccine.

7:43

นั่นคือวัคซีน

ลำดับความ

Except ที่ใช้เดี่ยว ๆ เพื่อสร้างการหักมุม

ในที่นี้ Except เป็นคำหักมุมในภาษาพูดที่ใช้เดี่ยว ๆ ไม่ใช่คำบุพบทที่ใช้ตัดบางสิ่งออกจากกลุ่ม หมายความว่ามีข้อยกเว้นสำคัญหนึ่งอย่างต่อสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป เมื่อใช้เดี่ยว ๆ และเว้นจังหวะตามหลัง คำนี้จะพลิกข้อสรุปที่ดูสิ้นหวังและทำให้ข้อมูลถัดไปรู้สึกเหมือนเป็นการเฉลย รูปแบบประโยคไม่เต็มนี้จัดข้อมูลโดยสร้างความคาดหมายก่อน แล้วจึงแก้ไขความคาดหมายนั้น

แบบฝึกหัด

Except ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? “Except, there is actually something that could save you, a vaccine.”

  1. พลิกข้อสรุปก่อนหน้าและนำเสนอข้อยกเว้นสำคัญ
  2. เพิ่มหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อสรุปที่สิ้นหวังก่อนหน้านี้
  3. ตัดวัคซีนออกจากกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

พลิกข้อสรุปก่อนหน้าและนำเสนอข้อยกเว้นสำคัญ

Rabies was one of the first diseases

7:44

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นหนึ่งในโรคแรกๆ

humans developed a vaccine for.

7:46

ที่มนุษย์พัฒนาวัคซีนขึ้นมา

As vaccines do,

7:48

เช่นเดียวกับที่วัคซีนทั่วไปทำ

it prepares your immune system

7:50

มันจะเตรียมระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

for a future attack,

7:51

สำหรับการโจมตีในอนาคต

so it has the right weapons ready

7:52

เพื่อให้มีอาวุธที่ถูกต้องเตรียมพร้อมไว้

in high numbers.

7:54

ในปริมาณที่มากพอ

The horrific tricks of simple Lyssa

7:55

กลเล่ห์เหลี่ยมอันน่าสยดสยองของไวรัสลิสซ่า

don't work once you are vaccinated. ไวยากรณ์

7:58

จะใช้ไม่ได้ผลเมื่อคุณได้รับวัคซีนแล้ว

ไวยากรณ์

Once you are vaccinated: หลังจากเงื่อนไขสำเร็จแล้ว

ใน once you are vaccinated คำว่า once นำหน้าอนุประโยคที่หมายถึง “หลังจากที่คุณอยู่ในสถานะได้รับวัคซีนแล้ว” โดยเชื่อมเงื่อนไขที่สำเร็จแล้วนั้นเข้ากับผลที่ตามมา once ในที่นี้มีทั้งความหมายด้านเวลาและเงื่อนไข กล่าวคือ การป้องกันเริ่มมีผลนับจากจุดนั้น ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นได้รับวัคซีนเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ once ในความหมายว่า “หลังจากเงื่อนไขสำเร็จแล้ว” เหมือนในตัวอย่าง

  1. I visited that museum once.
  2. Once the safety check is complete, the machine can restart.
  3. She takes one tablet once a day.
ดูคำตอบ

Once the safety check is complete, the machine can restart.

And the vaccine is special for another reason,

8:00

และวัคซีนนี้ยังมีความพิเศษด้วยเหตุผลอีกประการหนึ่ง

because Lyssa is so slow

8:02

เพราะไวรัสลิสซ่าเคลื่อนที่ช้ามาก

in the first few weeks,

8:04

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรก

it can be given to you

8:05

วัคซีนจึงสามารถฉีดให้คุณได้

after you've been exposed. การใช้คำ

8:06

หลังจากที่คุณได้รับเชื้อมาแล้ว

การใช้คำ

Been exposed: อาจสัมผัสเชื้อ ไม่ได้ยืนยันว่าติดเชื้อ

ในบริบททางการแพทย์ been exposed หมายถึงบุคคลได้สัมผัสเชื้อก่อโรคหรืออยู่ในสถานการณ์ที่อาจแพร่เชื้อได้ วลีนี้อธิบายเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยง ไม่ใช่หลักฐานว่าบุคคลนั้นติดเชื้อหรือป่วยแล้ว รูปแบบที่สมบูรณ์กว่าคือ have/has been exposed to + เชื้อก่อโรคหรือสิ่งอันตราย ในที่นี้ละแหล่งที่สัมผัสไว้ เพราะบริบทรอบข้างระบุไว้แล้ว been เป็นส่วนหนึ่งของ present perfect รูปถูกกระทำ ซึ่งเชื่อมการสัมผัสก่อนหน้านี้กับการตัดสินใจทางการแพทย์ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

คลินิกกล่าวว่า “You may have been exposed to the virus.” หมายความว่าอย่างไร

  1. ข้อมูลส่วนตัวของคุณถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
  2. คุณอาจสัมผัสไวรัส แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าติดเชื้อ
  3. คุณเป็นโรคนั้นอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

คุณอาจสัมผัสไวรัส แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าติดเชื้อ

So you can still be vaccinated

8:08

ดังนั้นคุณจึงยังสามารถฉีดวัคซีนได้

after you've been bitten by an animal,

8:09

หลังจากถูกสัตว์กัด

which is super important

8:11

ซึ่งสำคัญมาก

if you've had contact with a sick wild animal, วลี

8:13

หากคุณได้สัมผัสกับสัตว์ป่าที่ป่วย

วลี

Had contact with: การบอกถึงการสัมผัสที่อาจเกิดขึ้น

Have contact with หมายถึงการพบหรือสัมผัสบุคคล สัตว์ หรือสารทางกายภาพ หรือมีโอกาสได้รับผลจากสิ่งนั้น ในประโยคนี้ had อยู่หลัง you've (= you have) จึงเกิดเป็น present perfect รูป you've had contact with กาลนี้เชื่อมการสัมผัสในอดีตเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน Contact มีความหมายกว้างกว่าการถูกกัดที่ทราบแน่ชัด เพราะอาจรวมถึงการแตะต้องหรือการสัมผัสในรูปแบบอื่น และไม่ได้หมายความในตัวเองว่าเกิดการติดเชื้อแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านสุขภาพด้วยวลีเป้าหมายสามคำซึ่งเป็นรูปอดีตของ have contact with: If you've ____ a stray animal, call the clinic.

ดูคำตอบ

had contact with

say a bat, ลำดับความ

8:15

เช่น ค้างคาว

ลำดับความ

Say a bat: การใช้ say เพื่อแทรกตัวอย่าง

say ในที่นี้หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” โดยแทรกเข้ามาสั้น ๆ เพื่อเปลี่ยนหมวดหมู่กว้าง ๆ อย่าง a sick wild animal ให้เป็นตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งอย่าง คือ a bat say นี้เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรม ไม่ใช่คำสั่งให้พูดและไม่ใช่คำกริยาที่ใช้รายงานคำพูด ในการเขียน มักใช้จุลภาคคั่นตัวอย่างที่แทรกเข้ามา เช่น a sick wild animal, say a bat, ...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสนทนาหนึ่งคำที่มีความหมายว่า “ตัวอย่างเช่น”: Choose a small pet, ____ a hamster, for the class poster.

ดูคำตอบ

say

because you often don't even notice

8:16

เพราะคุณมักจะไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ

a bite from tiny teeth.

8:17

ว่าถูกกัดจากฟันซี่เล็กๆ ของมัน

Rabies is a monster,

8:19

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นสัตว์ประหลาด

one that has followed our species

8:21

ที่ติดตามเผ่าพันธุ์ของเรามา

around for thousands of years,

8:23

นานหลายพันปี

that our ancestors were terrified of,

8:25

บรรพบุรุษของเราหวาดกลัวมันมาก

and rightly so. วลี

8:27

และก็สมควรแล้วที่เป็นเช่นนั้น

วลี

rightly so: ยืนยันว่าปฏิกิริยาที่กล่าวถึงนั้นมีเหตุผล

ใน rightly so คำว่า so ย้อนอ้างถึงความกลัวโรคพิษสุนัขบ้าของบรรพบุรุษ วลีนี้หมายความว่าความกลัวนั้นมีเหตุผลสมควร พวกเขามีเหตุผลที่ดีที่จะหวาดกลัว ใช้ rightly so เพื่อยืนยันว่าปฏิกิริยาหรือการตัดสินที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นสมเหตุสมผล โดยไม่ต้องพูดซ้ำ ในที่นี้ rightly หมายถึง “อย่างมีเหตุผลอันสมควร” ไม่ได้หมายถึงทิศทางที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The residents feared the rising river, and rightly so,' rightly so สื่อความหมายอะไร?

  1. ความกลัวของพวกเขามีเหตุผลสมควร
  2. พวกเขาหันหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง
  3. พวกเขาหยุดรู้สึกกลัวทันที
ดูคำตอบ

ความกลัวของพวกเขามีเหตุผลสมควร

It still kills around 60,000 people each year,

8:29

มันยังคงคร่าชีวิตผู้คนราว 60,000 คนในแต่ละปี

almost half of them children.

8:32

เกือบครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก

We are far from eradicating this monster. วลี

8:34

เรายังห่างไกลจากการกำจัดสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้สิ้นซาก

วลี

far from eradicating: ยังห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมาย

far from eradicating หมายถึง “ยังห่างไกลจากการกำจัดให้หมดไป” ในที่นี้ far แสดงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างสถานการณ์ปัจจุบันกับเป้าหมายในการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพ โครงสร้างคือ far from + คำนามหรือรูป -ing คำว่า eradicating เป็น gerund หลังบุพบท from ประโยคนี้จึงนำเสนอว่าการกำจัดโรคยังเป็นเป้าหมายที่ห่างไกลจากความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ใช้ far from และรูป -ing ของ eradicate เติมประโยคให้สมบูรณ์: Despite recent progress, scientists are ____ the disease.

ดูคำตอบ

far from eradicating

It lurks in the shadows, สำนวน

8:37

มันซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด

in forests and animals of all kinds,

8:38

ในป่าและในสัตว์ทุกชนิด

สำนวน

lurks in the shadows: ภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่

ในประโยคนี้ lurks in the shadows หมายถึงภัยคุกคามยังคงซ่อนอยู่และอาจกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง shadows ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โรคไม่ได้อยู่เพียงในที่มืด แต่ยังคงมีอยู่ในจุดที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นหรือควบคุมไม่ได้ Lurk สื่อถึงการหลบอยู่พ้นสายตาในลักษณะเฝ้ารอหรือคุกคาม ถ้อยคำนี้ทำให้โรคมีลักษณะเหมือนสัตว์ประหลาดที่รอโอกาสกลับมา

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำบรรยาย “The danger lurks in the shadows” มากที่สุด

  1. อันตรายถูกกำจัดไปหมดแล้ว
  2. อันตรายมองเห็นได้ชัดและเป็นที่เข้าใจอย่างครบถ้วน
  3. อันตรายซ่อนอยู่แต่อาจกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ดูคำตอบ

อันตรายซ่อนอยู่แต่อาจกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ready to return in greater numbers

8:41

พร้อมที่จะกลับมาในจำนวนที่มากขึ้น

if we ever forget

8:43

หากวันใดที่เราลืม

how to keep it at bay สำนวน

8:44

วิธีที่จะกันมันไว้ให้ห่างไกล

สำนวน

keep it at bay: ควบคุมไว้โดยไม่กำจัดให้หมด

Keep it at bay หมายถึงการป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเข้ามาใกล้ รุนแรงขึ้น หรือก่อให้เกิดอันตราย ในที่นี้ it หมายถึงโรค และการป้องกันอย่างต่อเนื่องช่วยควบคุมภัยคุกคามไว้ สำนวนนี้สื่อถึงการควบคุมให้อยู่ในขอบเขต ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างถาวร หากหยุดมาตรการป้องกัน ภัยคุกคามอาจกลับมาได้ bay ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึง “อ่าว”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดหายไปจากสำนวนที่หมายถึง “ควบคุมไว้โดยไม่กำจัดให้หมด”: Regular exercise helps keep stress ____, but it does not remove stress from life completely.

ดูคำตอบ

at bay

or if we continue the trend

8:45

หรือหากเรายังคงมีแนวโน้ม

of being suspicious of vaccines.

8:47

ที่จะระแวงวัคซีนต่อไป

Let's hope that one day

8:50

จงหวังว่าสักวันหนึ่ง

humanity slays this monster, ลำดับความ

8:51

มนุษยชาติจะสังหารสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้

so it can become,

8:53

เพื่อที่มันจะได้กลายเป็น

like most monsters,

8:54

เพียงส่วนหนึ่งในจินตนาการของเรา

part of our imagination.

8:56

เหมือนสัตว์ประหลาดส่วนใหญ่

ลำดับความ

“กำจัดสัตว์ประหลาดตัวนี้” ... “เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจินตนาการของเรา”

การนำภาพเปรียบเทียบเรื่อง “สัตว์ประหลาด” ที่ใช้ก่อนหน้านี้กลับมาอีกครั้ง ทำให้บทสรุปเชื่อมกลับไปยังแนวคิดหลักของสุนทรพจน์ ในที่นี้ slays this monster หมายถึงมนุษยชาติกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไป ไม่ใช่การฆ่าสัตว์ประหลาดที่มีอยู่จริง การเปลี่ยนจากภัยคุกคามที่มีอยู่จริงไปเป็น part of our imagination ทำให้เป้าหมายกลายเป็นภาพอนาคตที่น่าจดจำ: เมื่อเอาชนะโรคได้แล้ว สัตว์ประหลาดก็จะกลับไปมีอยู่แค่ในเรื่องเล่า นี่คือวิธีจบที่มีประสิทธิภาพ—นำภาพสำคัญกลับมาใช้ แต่เปลี่ยนสถานะของมันเพื่อแสดงผลลัพธ์ที่หวังไว้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกได้ดีที่สุดว่าข้อความที่เน้นช่วยจัดโครงสร้างบทสรุปอย่างไร

  1. ข้อความนี้นำภาพเปรียบเทียบหลักเรื่องสัตว์ประหลาดกลับมา และเปลี่ยนภัยคุกคามที่มีอยู่จริงให้เป็นภาพในอนาคตที่มีอยู่เฉพาะในเรื่องเล่า
  2. ข้อความนี้นำเสนอสัตว์ประหลาดจริงตัวใหม่ที่มนุษยชาติต้องเริ่มออกล่า
  3. ข้อความนี้เปลี่ยนหัวข้อจากโรคพิษสุนัขบ้าไปเป็นประวัติศาสตร์วรรณกรรมแฟนตาซี
  4. ข้อความนี้บอกว่าเพียงจินตนาการถึงโรคก็เพียงพอที่จะกำจัดมันได้
ดูคำตอบ

ข้อความนี้นำภาพเปรียบเทียบหลักเรื่องสัตว์ประหลาดกลับมา และเปลี่ยนภัยคุกคามที่มีอยู่จริงให้เป็นภาพในอนาคตที่มีอยู่เฉพาะในเรื่องเล่า