จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณตาย?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายนี้เรียงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังเสียชีวิต ตั้งแต่การหมดของออกซิเจนและการแข็งตัวของศพ ไปจนถึงเซลล์สลาย การเน่าเปื่อย กิจกรรมของแมลง การผุพังแบบแห้ง และการหมุนเวียนโมเลกุล ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. whether it be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้างสมมติแบบค่อนข้างเป็นทางการที่ใช้ไล่หลายความเป็นไปได้ซึ่งสนับสนุนข้อสรุปเดียวกัน โดย be ไม่เปลี่ยนรูป 2. is known as — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: จดจำรูปแบบที่เชื่อมกระบวนการกับชื่อที่ยอมรับกัน และแยกจาก known for ซึ่งบอกเหตุผลที่สิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จัก 3. eat away at — กริยาวลี: เข้าใจความหมายว่าค่อย ๆ กัดกร่อน ไม่ใช่กินตามตัวอักษร และใช้กับความเสียหายทางกายภาพหรือปัญหาที่บั่นทอนบางสิ่งทีละน้อย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Death is something that all of us must deal with at some point in our lives, โน้ต
0:00ความตายเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องเผชิญในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
deal with: เผชิญและรับมือกับความจริงที่ยากลำบาก
ในประโยคนี้ deal with หมายถึงการเผชิญและตอบสนองต่อความจริงที่ยากลำบาก death ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงทางการค้า แต่คือสถานการณ์ที่ทุกคนต้องเผชิญในที่สุดและรับมือทั้งทางอารมณ์หรือทางปฏิบัติ deal with มีโครงสร้างเป็น deal with + คำนามหรือวลีคำนาม ใช้ได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อบอกว่าบุคคลหนึ่งจัดการ แก้ไข หรือค่อย ๆ ยอมรับปัญหา ความรู้สึก งาน หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
ผู้จัดการพูดว่า “We need to ___ this complaint today.” ตัวเลือกใดหมายถึง “ตอบสนองและจัดการ” ข้อร้องเรียนนี้
- deal in
- deal with
- deal out
ดูคำตอบ
deal with
at some point in our lives: ช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่แน่นอนในชีวิต
At some point in our lives หมายถึงในช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดตลอดช่วงชีวิตของเรา some บอกว่าไม่ทราบเวลาที่แน่นอนหรือเวลานั้นไม่สำคัญ ส่วน point หมายถึงช่วงเวลาหรือระยะหนึ่ง ไม่ใช่สถานที่ เมื่อวางไว้หลัง deal with วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาของข้อความแบบกว้าง ๆ และ our lives ทำให้ประสบการณ์นี้เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อายุหรือวันที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีบอกเวลาหกคำที่หมายถึง “ในเวลาที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดตลอดช่วงชีวิตของเรา”: Most of us will need support ____.
ดูคำตอบ
at some point in our lives
whether it be A, B, or C: ทุกความเป็นไปได้ที่ระบุไว้
Whether it be ใช้เกริ่นตัวเลือกหลายอย่างและมีความหมายว่า “ไม่ว่าจะเป็นข้อใดก็ตาม” ในประโยคนี้ สมาชิกในครอบครัว สัตว์เลี้ยง และความตายของผู้พูดเองในอนาคตล้วนอยู่ภายใต้ข้อสรุปเดียวกัน นี่เป็นโครงสร้าง present subjunctive แบบค่อนข้างเป็นทางการ Be ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐานหลัง it จึงไม่ใช่ข้อผิดพลาดเรื่องความสอดคล้องของประธานกับกริยาหรือเรื่องกาล โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ whether it be A, B, or C + ข้อความที่เป็นจริงในทุกกรณี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง subjunctive แบบทางการที่หมายถึง “ไม่ว่าจะเป็นข้อใด”: The policy applies to every case, ____ a minor issue or a serious complaint.
ดูคำตอบ
whether it be
In fact, about 100 people die every minute in the world. ลำดับความ
0:07ที่จริงแล้ว ทุก ๆ นาทีมีคนเสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 100 คน
In fact, ในฐานะสะพานจากข้อสรุปไปสู่หลักฐาน
In fact ส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปให้ข้อเท็จจริงสนับสนุนหรือช่วยตอกย้ำสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ วลีดังกล่าวพาจากข้อสรุปกว้าง ๆ ไปสู่สถิติระดับโลกที่เป็นรูปธรรม ในฐานะเครื่องมือจัดระเบียบวาทกรรม วลีนี้บอกผู้ฟังว่าควรตีความข้อมูลใหม่อย่างไร คือไม่ใช่การเปลี่ยนหัวข้อ แต่เป็นหลักฐานที่ทำให้ประเด็นก่อนหน้าชัดเจนหรือน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดนำเสนอสถิติในฐานะข้อสนับสนุนเชิงข้อเท็จจริงที่ตอกย้ำประโยคแรกได้ดีที่สุด? The library is used more heavily than many residents realize. ___, more than 2,000 people visit it each day.
- On the other hand,
- For example,
- In fact,
ดูคำตอบ
In fact,
คำถามนำ “what actually happens when you die?”
คำถามตรงที่ขึ้นต้นด้วย what นี้ถามถึงกระบวนการว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ถามว่าความตายเกิดขึ้นหรือไม่ actually เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงกว้าง ๆ ว่าทุกคนต้องตาย ไปสู่ลำดับเหตุการณ์จริงที่เฉพาะเจาะจงหลังจากนั้น ตรงนี้ผู้บรรยายไม่ได้ขอให้ผู้ฟังคนใดคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ส่วนตัว คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่เสนอคำถามหลักแก่ผู้ชม และส่วนถัดไปของคำอธิบายจะตอบคำถามนั้น
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบาย คำถาม “But what actually happens when you die?” มีหน้าที่หลักอย่างไร?
- บอกว่าคำอธิบายจบลงแล้ว
- ขอให้ผู้ฟังคนใดคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ส่วนตัว
- เกริ่นนำกระบวนการเฉพาะที่คำอธิบายจะกล่าวถึง
ดูคำตอบ
เกริ่นนำกระบวนการเฉพาะที่คำอธิบายจะกล่าวถึง
the last bit of oxygen in your body is depleted การใช้คำ
0:15ออกซิเจนส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในร่างกายจะหมดลง
is depleted: รูปกรรมวาจกแบบเป็นทางการสำหรับทรัพยากรที่หมดลง
ใน is depleted คำว่า is เป็นรูปปัจจุบันของ be และ depleted เป็น past participle เมื่อนำมารวมกันจะเป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยออกซิเจนคือทรัพยากรที่ได้รับผลกระทบ และไม่จำเป็นต้องระบุสาเหตุที่ทำให้มันลดลง ในที่นี้ depleted หมายถึงทรัพยากรที่มีจำกัดถูกใช้จนหมดหรือเกือบหมด ความหมายจึงมากกว่าแค่ปริมาณลดลงตามปกติ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกรรมวาจกของ present simple ของ deplete เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: At the end of the test, the backup oxygen reserve ____.
ดูคำตอบ
is depleted
brain activity surges: การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็ว
ใน brain activity surges คำว่า surges เป็นคำกริยาอกรรม หมายถึง “เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็วมาก” ประธานคือ brain activity และไม่มีกรรมตามหลังคำกริยา คำกริยานี้สื่อว่าการเพิ่มขึ้นเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง ไม่ใช่ค่อย ๆ เพิ่ม โครงสร้างประธาน-กริยาแบบเดียวกันใช้บรรยายอุปสงค์ ราคา ปริมาณการจราจร กำลังไฟฟ้า หรือจำนวนผู้ป่วยได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาที่หมายถึง “เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็วมาก” โดยเฉพาะ: After the celebrity mentioned the small company, website traffic ____ in just a few minutes.
ดูคำตอบ
surged
your brain stops secreting hormones which regulate body function. ไวยากรณ์
0:22สมองของคุณจะหยุดหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย
As ...: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกันตามเวลา
ในที่นี้ As นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาและหมายถึง “ขณะที่” หรือ “ระหว่างกระบวนการที่” โดยเชื่อมการที่เซลล์ประสาทเริ่มหยุดทำงานกับการที่สมองหยุดหลั่งฮอร์โมนให้เป็นการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน การใช้นี้มักอยู่ในรูป As + สถานการณ์หนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง, อีกสถานการณ์หนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท เพราะ As ในที่อื่นอาจหมายถึง because ได้ แต่ตรงนี้ทำหน้าที่จัดความสัมพันธ์ด้านเวลาเป็นหลัก ไม่ได้ระบุเหตุผลแยกต่างหาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “As the train moved north, daylight slowly faded,” คำว่า As แสดงอะไรเป็นหลัก?
- การเคลื่อนที่ของรถไฟถูกนำเสนอว่าเป็นเพียงสาเหตุที่แสงกลางวันค่อย ๆ จางลง
- การเปลี่ยนแปลงทั้งสองดำเนินไปในช่วงเวลาเดียวกัน
- แสงกลางวันจางลงก่อนที่รถไฟจะเริ่มเคลื่อนที่
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงทั้งสองดำเนินไปในช่วงเวลาเดียวกัน
stops secreting: โครงสร้าง stop + -ing
“stops secreting” ใช้โครงสร้าง stop + -ing เพื่อแสดงว่ากิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่สิ้นสุดลง ในที่นี้ สมองไม่หลั่งฮอร์โมนเหล่านั้นอีกต่อไป โดย secreting คือกิจกรรมที่หยุดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่เหมาะสมของ stop ตามด้วย secrete โดยต้องหมายถึงการปล่อยสารเคมีสิ้นสุดลง: “When the signal disappears, the gland will ____ the chemical.”
ดูคำตอบ
stop secreting
And while some bodily functions may persist for a few minutes,
0:25แม้การทำงานบางอย่างของร่างกายอาจดำเนินต่อไปได้อีกไม่กี่นาที
which means defecation and urination may occur. ลำดับความ
0:35ซึ่งหมายความว่าอาจมีการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะออกมา
which means: เชื่อมสถานการณ์กับผลลัพธ์
ในที่นี้ “which” ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด คือกล้ามเนื้อรวมถึงกล้ามเนื้อหูรูดคลายตัว ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนาม sphincters ที่อยู่ใกล้ที่สุด จากนั้น “which means” นำเสนอผลที่เกิดขึ้นจริงจากสถานการณ์นั้น การเชื่อมระดับอนุประโยคแบบนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยบอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงให้คำอธิบายหรือผลลัพธ์ ผู้พูดจึงสามารถบอกสิ่งหนึ่งก่อน แล้วอธิบายว่าเหตุใดสิ่งนั้นจึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The road is flooded, which means the bus cannot get through.” คำว่า “which means” ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่ารถบัสทำให้เกิดน้ำท่วม
- เชื่อมสถานการณ์ทั้งหมดที่ถนนถูกน้ำท่วมเข้ากับผลที่ตามมา
- ตั้งชื่อใหม่ให้คำนาม road
ดูคำตอบ
เชื่อมสถานการณ์ทั้งหมดที่ถนนถูกน้ำท่วมเข้ากับผลที่ตามมา
leads to the pallor of death seen in light-skinned people. การใช้คำ
0:42ทำให้เกิดอาการซีดหลังเสียชีวิตในผู้ที่มีผิวสีอ่อน
โครงสร้างเหตุและผล the lack of X leads to Y
นามวลี the lack of blood flow ระบุสาเหตุว่าไม่มีการไหลเวียนของเลือดหรือมีไม่เพียงพอ ส่วน leads to เชื่อมสาเหตุนี้กับผลลัพธ์คือ the pallor of death เนื่องจากคำนามหลัก lack เป็นเอกพจน์ กริยาจึงใช้รูป leads โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the lack of X leads to Y โครงสร้างนี้นำเสนอการขาดเงื่อนไขบางอย่างเป็นสาเหตุ แล้วจึงระบุผลที่ตามมา จึงพบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการให้เหตุผลแบบเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย the lack of X leads to Y: The ____ a backup system ____ major delays.
ดูคำตอบ
lack of · leads to
pallor of death: ความซีดผิดปกติหลังเสียชีวิต
ในที่นี้ pallor of death หมายถึงลักษณะซีดเผือดเหมือนไร้สีเลือดที่สัมพันธ์กับร่างของผู้เสียชีวิต ประโยคเชื่อมลักษณะดังกล่าวเข้ากับการหยุดไหลของเลือดในเส้นเลือดฝอย และระบุว่ามองเห็นได้ง่ายกว่าบนผิวสีอ่อน Pallor เป็นคำนามแบบเป็นทางการที่หมายถึงความซีดผิดปกติหรือซีดเพราะสุขภาพไม่ดี ไม่ได้หมายถึงสีผิวที่สว่างตามธรรมชาติ และวลีนี้อธิบายลักษณะทางกายภาพ ไม่ใช่อารมณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pallor ในความหมายแบบเป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปว่า “ความซีดผิดปกติ”
- The doctor noticed the patient's sudden pallor and checked his blood pressure.
- The designer chose a bright pallor for the kitchen walls.
- The sunset spread a warm pallor across the clouds.
ดูคำตอบ
The doctor noticed the patient's sudden pallor and checked his blood pressure.
no longer: สภาวะในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว
No longer แสดงการเปลี่ยนจากสภาวะในอดีตมาสู่ปัจจุบัน กล่าวคือ สิ่งหนึ่งเคยเป็นจริง แต่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว ในที่นี้หัวใจเคยทำงาน แต่การทำงานนั้นสิ้นสุดลงแล้ว คำนี้ไม่ได้บอกว่าสภาวะนั้นอยู่นานเพียงใด แต่บอกว่าสภาวะนั้นไม่เป็นจริงอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
ใช้วลีที่เป็นกลางซึ่งหมายถึงสภาวะเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว: This library card used to be valid, but it is ____ valid.
ดูคำตอบ
no longer
there's no active propulsion of blood through the body,
0:47จึงไม่มีแรงสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
so gravity begins to cause pooling of blood in the lowest parts of the body. การใช้คำ
0:49แรงโน้มถ่วงจึงเริ่มทำให้เลือดคั่งอยู่ในส่วนที่ต่ำที่สุดของร่างกาย
Because ... so: การสร้างห่วงโซ่เหตุและผล
ในรูปแบบ Because A, B, so C คำว่า because นำเสนอ A เป็นสาเหตุของ B จากนั้น so นำเสนอ C เป็นผลที่เกิดจาก B ข้อความตรงกลาง B ทำหน้าที่สองอย่าง คือเป็นผลของ A และเป็นสาเหตุของ C รูปแบบนี้ช่วยให้อธิบายลำดับเหตุและผลได้ชัดเจน แทนที่จะมองว่า because และ so เป็นเครื่องหมายสองตัวของความสัมพันธ์เดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมห่วงโซ่เหตุและผลสองขั้นด้วยคำเชื่อมสองคำที่เรียนในที่นี้: ____ the roads were icy, buses moved slowly, ____ many commuters arrived late.
ดูคำตอบ
Because · so
pooling of blood: การคั่งของเลือด
ใน pooling of blood คำว่า pooling เป็นคำนามที่สร้างจากคำกริยา pool หมายถึงเลือดไปรวมและค้างอยู่ในบริเวณหนึ่งแทนที่จะไหลเวียนตามปกติ ในประโยคนี้ แรงโน้มถ่วงทำให้เลือดไปรวมอยู่ในส่วนล่างของร่างกาย คำกริยา pool ขยายมาจากแนวคิดที่ว่าของเหลวรวมตัวกันเป็นแอ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pooling of + ของเหลว และ ของเหลว + pooling เมื่อของเหลวสะสมอยู่ในที่เดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีนามที่หมายถึง “เลือดรวมตัวอยู่ในที่เดียว”: Poor circulation can cause ____ in the lower legs.
ดูคำตอบ
pooling of blood
a reddish-purple discoloration of the skin occurs and reaches its maximum discoloration by 12 hours. วลี
0:55ผิวหนังจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดง และสีจะเข้มที่สุดภายใน 12 ชั่วโมง
reaches its maximum: đạt mức cao nhất
Reaches its maximum บอกว่าปริมาณ ระดับ หรือสภาวะที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้เพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดหรือรุนแรงที่สุดแล้ว ในประโยคนี้ maximum ขยายคำนาม discoloration ที่ตามมา จึงหมายความว่าการเปลี่ยนสีของผิวหนังรุนแรงที่สุด และ its เชื่อมระดับสูงสุดนั้นกลับไปยังการเปลี่ยนสีที่กำลังกล่าวถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + reach + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + maximum เมื่อเข้าใจเกณฑ์การวัดอยู่แล้ว และ ประธาน + reach + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + maximum + คำนาม เมื่อระบุลักษณะที่วัด ในประโยคต้นฉบับ by 12 hours ระบุเส้นตายของการไปถึงจุดนั้น หมายถึงไม่เกิน 12 ชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินนาน 12 ชั่วโมง
แบบฝึกหัด
เติมด้วยรูปแบบทางการสามคำ reach + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + maximum: Energy demand rises all morning and ____ at noon.
ดูคำตอบ
reaches its maximum
determine the approximate time and position of a body at
1:04ใช้ระบุเวลาเสียชีวิตโดยประมาณและท่าของศพในขณะ
one of the ways in which + อนุประโยค
one of the ways in which ใช้เสนอ “หนึ่งวิธีจากหลายวิธี” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวจัดให้เบาะแสที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเป็นหนึ่งในวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชใช้ประเมินเวลาเสียชีวิตและท่าของร่าง ในทางไวยากรณ์ in which นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย ways หลัง which ใช้ลำดับปกติแบบ “ประธาน + กริยา” ดังใน coroners or forensic investigators determine และ in which เข้าใจได้ว่า “ด้วยวิธีนั้น” โครงสร้างทางการคือ one of the ways in which + ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องในงานเขียนเชิงอธิบายแบบเป็นทางการ
- The checklist is one of the ways in which does the laboratory prevent errors.
- The checklist is one of the ways how the laboratory prevents errors.
- The checklist is one of the ways in which the laboratory prevents errors.
ดูคำตอบ
The checklist is one of the ways in which the laboratory prevents errors.
rigor mortis: กล้ามเนื้อแข็งตัวหลังเสียชีวิต
Rigor mortis เป็นศัพท์ทางการแพทย์และนิติเวชที่ใช้เรียกการที่กล้ามเนื้อของร่างกายแข็งตัวหลังเสียชีวิต ในประโยคนี้ sets in หมายความว่ากระบวนการนี้เริ่มขึ้น ให้เข้าใจคำสองคำนี้เป็นศัพท์เฉพาะหนึ่งหน่วย คำนามทั่วไป rigor อาจหมายถึงความเคร่งครัดหรือความละเอียดรอบคอบ แต่ไม่ใช่ความหมายใน rigor mortis
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The medical examiner noted that rigor mortis had begun,” rigor mortis หมายถึงอะไร
- อุณหภูมิร่างกายลดลง
- การทำงานทางวิทยาศาสตร์อย่างรอบคอบและแม่นยำ
- การที่กล้ามเนื้อแข็งตัวหลังเสียชีวิต
ดูคำตอบ
การที่กล้ามเนื้อแข็งตัวหลังเสียชีวิต
sets in: สภาวะเริ่มขึ้นและดำเนินต่อไป
Sets in หมายถึงสภาวะหนึ่ง “เริ่มขึ้นและเกิดขึ้นอย่างชัดเจน” โดยทั่วไปใช้กับสภาวะที่ไม่พึงประสงค์หรือแก้กลับได้ยากในเวลาอันรวดเร็ว ในประโยคนี้ rigor mortis คือสภาวะที่เริ่มภายในช่วงเวลาที่ระบุแล้วคงอยู่ต่อไป สำนวนนี้นำเสนอการเริ่มต้นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วขณะเพียงครั้งเดียว เมื่อสภาวะเริ่มขึ้นแล้ว ก็จะสังเกตเห็นได้หรือเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและคาดว่าจะคงอยู่ระยะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “เริ่มขึ้นและเกิดขึ้นอย่างชัดเจน” ลงในประโยค: As night fell, the cold slowly ____.
ดูคำตอบ
set in
and this binds to proteins which are responsible for muscle contraction. วลี
1:17และไปจับกับโปรตีนที่ทำหน้าที่ให้กล้ามเนื้อหดตัว
Not only has ... but: การสลับตำแหน่งหลัง Not only ต้นประโยค
เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยค จะเป็นสำนวนเชิงปฏิเสธและจำกัดความที่ถูกย้ายมาไว้ข้างหน้า ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย has อยู่ก่อน your body เป็น Not only has your body lost ... ไม่ใช่ Not only your body has lost ... But ใช้นำเสนอประเด็นเพิ่มเติมที่ต้องการเน้น Also มักพบในรูป but also แต่ไม่จำเป็นต้องมีเมื่อความสัมพันธ์แบบเชื่อมความชัดเจนอยู่แล้ว ดังเช่นในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง Not only ... but ที่วาง Not only ไว้ข้างหน้าให้สมบูรณ์: Not only ____ the train been delayed, ____ the station is also closed.
ดูคำตอบ
has · but
“are responsible for” ที่ใช้บรรยายหน้าที่ทางชีวภาพ
ใน “proteins which are responsible for muscle contraction” คำว่า “which” ย้อนกลับไปอ้างถึง “proteins” โครงสร้าง be responsible for + คำนามหรือรูป -ing หมายความว่าประธานมีบทบาทในการก่อให้เกิดหรือดำเนินสิ่งหนึ่ง ที่นี่โปรตีนทำหน้าที่ทางชีวภาพซึ่งก่อให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิตอย่าง proteins วลี be responsible for มักระบุสาเหตุ กลไก หรือหน้าที่ ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบหรือความผิดทางศีลธรรมของบุคคล ต้องพิจารณาประธานและบริบทเพื่อเลือกความหมายที่ตั้งใจสื่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be responsible for ในความหมายด้านสาเหตุหรือหน้าที่เช่นเดียวกับคำบรรยาย?
- An enzyme is responsible for breaking down lactose.
- The intern is responsible to the department manager.
- Leah is responsible for submitting the team's report.
ดูคำตอบ
An enzyme is responsible for breaking down lactose.
This causes uncontrolled tensing or stiffness of muscles,
1:21สิ่งนี้ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งหรือแข็งตัวอย่างควบคุมไม่ได้
“anywhere from 24 to 48 hours” สำหรับบอกช่วงโดยประมาณ
ใน “lasting anywhere from 24 to 48 hours” โครงสร้าง anywhere from X to Y ระบุช่วงโดยประมาณ กล่าวคือ ระยะเวลาจริงอาจเป็นค่าใดก็ได้ระหว่างค่าประมาณของขอบเขตล่างกับขอบเขตบน ในรูปแบบนี้ “anywhere” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ เมื่อเทียบกับ from X to Y ธรรมดา การเติม anywhere จะเน้นความแปรผันหรือความไม่แน่นอนมากขึ้น โครงสร้างนี้ใช้บอกช่วงของเวลา ราคา จำนวน ระยะทาง และการวัดอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่เน้นความแปรผันภายในช่วง: Delivery can take ____ two days to three weeks, depending on the destination.
ดูคำตอบ
anywhere from
Up to this point ในฐานะคำเชื่อมเพื่อมองย้อนถึงขั้นตอนปัจจุบัน
“Up to this point” กำหนดขอบเขตทางเวลาหรือขอบเขตของการเล่าเรื่อง และรวบรวมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนปัจจุบัน ในที่นี้ point หมายถึงขั้นตอนหนึ่งในลำดับ ไม่ได้หมายถึงความคิดเห็นหรือข้อโต้แย้ง เมื่อวางไว้ก่อนคำอธิบายถัดไป สำนวนนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม โดยปิดการทบทวนพัฒนาการก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังจะเดินหน้าต่อ ใช้ได้เมื่อต้องการจัดกระบวนการ ประวัติ หรือข้อโต้แย้งออกเป็นช่วงต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้ เมื่อผู้พูดกำลังทบทวนความคืบหน้าจนถึงขั้นตอนปัจจุบัน? “_____ we have completed the research; next, we will test the prototype.”
- Up to this point,
- On the other hand,
- From this point on,
ดูคำตอบ
Up to this point,
unless you've been chemically embalmed or preserved in some manner, ไวยากรณ์
1:30เว้นแต่ร่างกายของคุณจะได้รับการฉีดน้ำยารักษาสภาพศพหรือเก็บรักษาไว้ด้วยวิธีอื่น
Unless สำหรับการนำเสนอเงื่อนไขยกเว้น
Unless ใช้นำหน้าเงื่อนไขที่จะทำให้ข้อความหลักไม่เป็นจริง ในประโยคนี้ กระบวนการหลังจากนั้นคาดว่าจะดำเนินต่อไป ยกเว้นกรณีที่ร่างกายผ่านการรักษาสภาพศพหรือได้รับการเก็บรักษาไว้ด้วยวิธีอื่น Unless มักมีความหมายตรงกับ if ... not โดย unless it is preserved หมายถึง if it is not preserved ดังนั้น unless จึงเป็นวิธีกระชับในการวางเงื่อนไขหนึ่งเป็นข้อยกเว้นของผลลัพธ์ทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมกฎภาษาอังกฤษต่อไปนี้ด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “เว้นแต่”: You may use the studio ____ it has been reserved for a private event.
ดูคำตอบ
unless
has been slowly decomposing: กระบวนการที่ดำเนินต่อมาตั้งแต่อดีต
has been slowly decomposing เป็น present perfect continuous ที่มีโครงสร้าง has + been + decomposing เนื่องจากประธาน your body เป็นเอกพจน์จึงใช้ has ส่วน decomposing ระบุกระบวนการที่กำลังดำเนินต่อไป และ slowly บอกว่ากระบวนการค่อย ๆ เกิดขึ้น ในที่นี้ รูปดังกล่าวมองย้อนจากจุดปัจจุบันของการเล่าเรื่องไปยังกระบวนการที่เริ่มก่อนหน้านั้นและดำเนินต่อมาจนถึงจุดดังกล่าว โดยเน้นให้เห็นตัวกระบวนการและไม่ได้บอกว่าการย่อยสลายเสร็จสมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ decompose และคำวิเศษณ์ slowly: Since it fell in the forest, the dead log ____.
ดูคำตอบ
has been slowly decomposing
undergoing cell death: การประสบกระบวนการ ไม่ใช่การดำเนินการ
Undergoing เป็นรูป -ing ของ undergo ซึ่งเป็นกริยาสกรรมที่หมายถึง “ประสบหรืออยู่ภายใต้กระบวนการหนึ่ง” ร่างกายเป็นฝ่ายที่ประสบกระบวนการ ไม่ใช่ผู้กระทำที่จงใจก่อให้เกิดการตายของเซลล์ วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค undergoing cell death เป็นวลี participle เสริมที่ใช้ประธาน your body ร่วมกับประโยคหลัก วลีนี้นำเสนอว่าการตายของเซลล์เกิดพร้อมกับการย่อยสลาย และให้คำอธิบายกระบวนการดังกล่าวในระดับเซลล์ที่เป็นเชิงเทคนิคมากขึ้น
แบบฝึกหัด
เลือกกริยาที่นำเสนอผู้ป่วยอย่างถูกต้องว่าเป็นผู้ประสบขั้นตอนดังกล่าว: “The patient will ___ surgery tomorrow.”
- undergo
- cause
- perform
ดูคำตอบ
undergo
Without + นามวลีเพื่อแสดงเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ
ใน “Without proper blood flow,” คำว่า without นำเสนอเงื่อนไขที่ขาดไป คือไม่มีการไหลเวียนของเลือดอย่างเหมาะสม ส่วนประโยคหลักที่ตามมาบอกผลที่เกิดจากเงื่อนไขนั้น โครงสร้างแบบกระชับคือ without + นามวลี หรือ without + รูป -ing ไม่ใช่ without + อนุประโยคที่มีประธานและกริยาแท้ โดยมักขยายความได้เป็น if there is no ... หรือ if ... does not happen
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทหนึ่งคำที่หมายถึง “หากไม่มี”: “____ proper ventilation, the room quickly becomes stuffy.”
ดูคำตอบ
Without
Along with ในฐานะวลีแสดงผู้ร่วมหรือปัจจัยเสริม
ใน “along with CO2 gas” คำว่า along with เพิ่มก๊าซ CO2 เข้ามาเป็นปัจจัยเสริมที่ร่วมทำให้เกิดผล โดยยังคงให้ these cells เป็นประธานหลักทางไวยากรณ์ แทนที่จะเชื่อมเซลล์กับ CO2 เป็นประธานสองส่วนที่มีสถานะเท่ากัน เนื่องจากวลีนี้เป็นข้อมูลแทรกเสริม จึงมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นไว้ กริยา accumulate และ cause ยังคงสอดคล้องกับประธานหลัก these cells ส่วนคำนามหลัง along with ไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ along with ได้ถูกต้องและทำให้กริยาสอดคล้องกับประธานหลัก
- The project manager and two designers is reviewing the final draft.
- The project manager, along with two designers, is reviewing the final draft.
- The project manager, along with two designers, are reviewing the final draft.
ดูคำตอบ
The project manager, along with two designers, is reviewing the final draft.
cause ... to rise: โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive
ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive กรรมคือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ส่วน infinitive ระบุการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลตามมา ในที่นี้ the pH of tissues เป็นกรรมของ cause และเป็นประธานเชิงความหมายของ rise โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล โดยเซลล์ที่สะสมตัวและก๊าซ CO2 ทำให้ค่า pH ของเนื้อเยื่อสูงขึ้น รูปแบบนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการอธิบายกระบวนการและผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive: "A blocked vent can cause the pressure ____."
ดูคำตอบ
to rise
eventually causing them to burst and release their cytosol,
1:45จนในที่สุดเซลล์แตกและปล่อยไซโทซอลออกมา
break down ในความหมายว่าย่อยสลาย
ในที่นี้ break down เป็น phrasal verb แบบสกรรมกริยา หมายถึงย่อยสลายบางสิ่งหรือทำให้แยกเป็นส่วนที่เรียบง่ายขึ้น กรรมตรงคือ surrounding tissue ส่วนโปรตีนและเอนไซม์ที่ยังทำงานอยู่เป็นผู้ทำให้เกิดการย่อยสลาย กรรมช่วยให้ความหมายที่ต้องการชัดเจน นี่คือกระบวนการทางเคมีหรือชีวภาพที่กระทำต่อเนื้อเยื่อ ไม่ใช่ความหมายแบบอกรรมกริยาว่าหยุดทำงาน
แบบฝึกหัด
ใช้ break down ในความหมายว่าย่อยสลายเพื่อเติมประโยค: "These enzymes ____ starch into simpler sugars."
ดูคำตอบ
break down
There are also around 100 trillion microorganisms that help to break down your body.
1:52นอกจากนี้ยังมีจุลินทรีย์ราว 100 ล้านล้านตัวที่ช่วยย่อยสลายร่างกายของคุณ
The anaerobic bacteria in the gastrointestinal tract การใช้คำ
1:57แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนในระบบทางเดินอาหาร
anaerobic bacteria: แบคทีเรียที่เติบโตโดยไม่ใช้ออกซิเจน
ใน anaerobic bacteria คำว่า anaerobic บอกว่าแบคทีเรียมีชีวิตหรือเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ออกซิเจนในการเผาผลาญ ดังนั้นวลีนี้จึงจำแนกแบคทีเรียตามความสัมพันธ์กับออกซิเจน ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีแบคทีเรีย” คำเติมหน้า an- เพิ่มแนวคิดว่า “ไม่มี” ให้กับ aerobic ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การไม่ต้องใช้ออกซิเจน ความสัมพันธ์ของคำนี้ช่วยให้เข้าใจ anaerobic ในวิชาชีววิทยา การแพทย์ และวิทยาศาสตร์การกีฬาได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามด้วยวลีทางวิทยาศาสตร์จากบทเรียน: Bacteria that grow without requiring oxygen are called ____.
ดูคำตอบ
anaerobic bacteria
gastrointestinal tract: ศัพท์ทางการสำหรับทางเดินอาหาร
Gastrointestinal tract เป็นศัพท์กายวิภาคอย่างเป็นทางการสำหรับทางเดินอาหารที่ต่อเนื่องจากปาก ผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้ ไปจนถึงทวารหนัก ในที่นี้ tract หมายถึงระบบอวัยวะและช่องทางที่เชื่อมต่อกัน ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ดินหรือแผ่นพับ ในงานเขียนด้านการแพทย์และสุขภาพ มักย่อคำนี้เป็น GI tract โดย GI ย่อมาจาก gastrointestinal
แบบฝึกหัด
ศัพท์ใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานทางการแพทย์ที่กล่าวถึงทางเดินอาหารต่อเนื่องซึ่งรวมกระเพาะอาหารและลำไส้?
- respiratory tract
- gastrointestinal tract
- intestinal tract
ดูคำตอบ
gastrointestinal tract
Eat through: ค่อย ๆ ทำลายจนทะลุ
ในประโยคนี้ eat through หมายถึง “ค่อย ๆ ทำลายหรือกัดกินบางสิ่งจนทะลุผ่าน” คำว่า through เพิ่มจุดสิ้นสุดของผลลัพธ์ กล่าวคือ แบคทีเรียไม่ได้เพียงส่งผลต่ออวัยวะ แต่แทรกเข้าไปหรือทะลุผ่านเนื้อเยื่อของอวัยวะ โครงสร้างคือ eat through + กรรม มักใช้เมื่อการเน่าเปื่อย แมลงหรือสัตว์รบกวน สารเคมี การเสียดสี หรือแรงต่อเนื่องอื่น ๆ ทำให้เกิดรูหรือทำลายสิ่งกีดขวาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ค่อย ๆ ทำลายจนเกิดรู”: Over time, the chemical began to ____ the plastic lining.
ดูคำตอบ
eat through
Be known as: ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับ
ในที่นี้ is known as เชื่อมกระบวนการเข้ากับชื่อที่เป็นที่ยอมรับคือ putrefaction โครงสร้างกรรมวาจก be known as + ชื่อ ตำแหน่ง หรือการจัดประเภท หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อ” ไม่ได้หมายความว่ามีคนรู้จักกระบวนการนี้เป็นการส่วนตัว เปลี่ยนรูป be ให้สอดคล้องกับประธานและเวลา เช่น is known as, are known as หรือ was known as โครงสร้างนี้พบบ่อยเมื่อต้องการแนะนำศัพท์ ป้ายกำกับ บทบาท หรืออัตลักษณ์ที่สาธารณชนรู้จัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับ: The change from a solid directly into a gas ____ sublimation.
ดูคำตอบ
is known as
Putrefaction: ศัพท์ทางการสำหรับการสลายตัวจากแบคทีเรีย
ในที่นี้ putrefaction หมายถึงการสลายตัวของเนื้อเยื่ออินทรีย์ที่ตายแล้ว ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของแบคทีเรียเป็นหลัก เป็นศัพท์เทคนิคที่ใช้ในสาขาต่าง ๆ เช่น นิติวิทยาศาสตร์และชีววิทยา ไม่ใช่เพียงคำที่ใช้เน้นความหมายแทนทุกสิ่งที่เสื่อมสภาพ เมื่อตีความคำนี้ในบริบทใหม่ ให้มองหาสารอินทรีย์ที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการสลายตัว โดยเฉพาะจากแบคทีเรีย ความเสียหายหรือความเสื่อมในความหมายกว้าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็น putrefaction เสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์เทคนิคที่แม่นยำลงในประโยคภาษาอังกฤษ: In a forensic report, bacterial decomposition of tissue after death is called ____.
ดูคำตอบ
putrefaction
Get Stinky: get + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงการเปลี่ยนสถานะ
ในที่นี้ get หมายถึง “กลายเป็น” ส่วน stinky เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่บอกว่ามีกลิ่นแรงและไม่น่าพึงประสงค์ รูปแบบ get + คำคุณศัพท์แสดงการเปลี่ยนสถานะ ดังนั้น get stinky จึงหมายถึง “เริ่มมีกลิ่นเหม็น” ไม่ใช่ “ได้รับบางสิ่ง” เมื่อใช้ต่อจากศัพท์เทคนิค putrefaction ทันที get stinky จะเปลี่ยนเป็นภาษาพูดที่สบาย ๆ และเห็นภาพชัด เพื่อให้เข้าใจผลลัพธ์ได้ง่าย รูปแบบการเปลี่ยนสถานะเดียวกันนี้พบได้ในสำนวนอย่าง get cold, get noisy และ get complicated
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มมีกลิ่นไม่น่าพึงประสงค์” ลงในประโยค: If wet towels stay in a closed bag, they may ____.
ดูคำตอบ
get stinky
gases, which attracts: แก้ความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาในอนุประโยคสัมพัทธ์
ในอนุประโยคสัมพัทธ์ที่เน้นไว้ which อ้างกลับไปถึงคำนามพหูพจน์ gases ดังนั้นคำกริยาในอนุประโยคนี้ต้องสอดคล้องกับประธานพหูพจน์ จึงต้องเป็น gases, which attract certain insects ไม่ใช่ attracts อย่าเลือกรูปคำกริยาจากคำนามที่อยู่ใกล้แต่เป็นคำนามนอกอนุประโยคสัมพัทธ์ Breakdown เป็นประธานเอกพจน์ของ produces ในประโยคหลัก ส่วน gases เป็นคำที่กำหนดรูป attract และในช่วงหลัง คำนามพหูพจน์ insects ก็กำหนดรูป lay เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ attract: The fumes, which ____ flies, come from the compost.
ดูคำตอบ
attract
lay eggs: การสืบพันธุ์และความแตกต่างระหว่าง lay กับ lie
Lay eggs เป็นคำกริยาและกรรมที่ใช้เป็นมาตรฐานเพื่อบอกว่าแมลงหรือสัตว์ผลิตและวางไข่ ในประโยคนี้ insects ซึ่งเป็นพหูพจน์ทำหน้าที่เป็นประธาน lay เป็นคำกริยาสกรรม และ eggs เป็นกรรมตรง เนื่องจาก lay รับกรรมได้ eggs จึงตามหลังโดยตรง ในกาลปัจจุบันใช้ lay กับ I, you, we และ they และใช้ lays กับ he, she และ it ส่วนรูปอดีตธรรมดาคือ laid
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย lay หรือ lie: These beetles ____ eggs beneath loose bark.
ดูคำตอบ
lay
and the larvae or maggots eat the tissue to survive until they mature. การใช้คำ
2:20และตัวอ่อนหรือหนอนแมลงวันจะกินเนื้อเยื่อเพื่อเอาชีวิตรอดจนโตเต็มวัย
larvae or maggots: ขอบเขตความหมายและน้ำเสียง
ในประโยคนี้ larvae เป็นรูปพหูพจน์เชิงวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางและมีความหมายกว้างของ larva ส่วน maggots ระบุตัวอ่อนของแมลงวันที่กำลังกล่าวถึง เนื่องจากบริบทพูดถึงแมลงวันหัวเขียว ทั้งสองคำจึงหมายถึงสิ่งมีชีวิตกลุ่มเดียวกันได้ในที่นี้ นอกบริบทนี้ ทั้งสองคำใช้แทนกันไม่ได้ larvae ใช้เรียกระยะตัวอ่อนของสัตว์หลายกลุ่ม โดยเฉพาะแมลง ส่วน maggots ปกติหมายถึงตัวอ่อนของแมลงวันและมักให้ความรู้สึกไม่น่าพอใจหรือเห็นภาพรุนแรงกว่า
แบบฝึกหัด
คำใดเป็นศัพท์ที่กว้างและเป็นกลางสำหรับระยะตัวอ่อนของผีเสื้อ ด้วง และแมลงวัน
- larvae
- maggots
- ใช้คำใดก็ได้ในทุกบริบท
ดูคำตอบ
larvae
these maggots may consume 60% of the body's tissue,
2:25หนอนเหล่านี้อาจกินเนื้อเยื่อของร่างกายไปถึง 60%
creating holes that allow decomposition fluids and gases to escape. ไวยากรณ์
2:28ทำให้เกิดรูที่ของเหลวจากการเน่าเปื่อยและก๊าซสามารถระบายออกมาได้
allow decomposition fluids and gases to escape: allow + กรรม + to-infinitive
โครงสร้างคือ allow + นามวลี + to-infinitive ได้แก่ allow decomposition fluids and gases to escape นามวลี decomposition fluids and gases เป็นกรรมของ allow และเป็นประธานโดยนัยของ escape ด้วย ในที่นี้ รูเหล่านั้นทำให้ของเหลวและก๊าซดังกล่าวสามารถระบายออกได้ โครงสร้างนี้ใช้บรรยายว่าเงื่อนไข คุณลักษณะ หรือการเปลี่ยนแปลงทำให้คนหรือสิ่งของสามารถทำการกระทำหนึ่งได้อย่างไร ในโครงสร้างแบบ active นี้ ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยา: allow something to do something
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The vent allows hot air ____ escape safely.
ดูคำตอบ
to
Between 20 to 50 days: between ... and ... เทียบกับ from ... to ...
วลีเปิดประโยคนี้ไม่เป็นมาตรฐาน เพราะนำโครงสร้างบอกช่วงสองแบบมาปนกัน คือ between ... and ... และ from ... to ... ในภาษาอังกฤษที่ผ่านการตรวจแก้ควรเปลี่ยนเป็น Between 20 and 50 days หรือ From 20 to 50 days ทั้งสองรูปที่แก้แล้วบอกช่วงเวลาโดยประมาณที่เหตุการณ์ถัดไปเริ่มขึ้น ต้องใช้คำเป็นคู่ให้ครบ โดย between ใช้คู่กับ and ส่วน from ใช้คู่กับ to
แบบฝึกหัด
เติมคำที่โครงสร้างบอกช่วงด้วย between ต้องใช้ลงในประโยค: The repairs should take between three ____ five days.
ดูคำตอบ
and
Butyric fermentation: กระบวนการหมักที่ผลิตกรดบิวทิริก
Butyric fermentation เป็นศัพท์เทคนิคที่หมายถึงการหมักซึ่งจุลินทรีย์ผลิตกรดบิวทิริกและสารประกอบที่เกี่ยวข้อง Butyric หมายถึง “เกี่ยวข้องกับกรดบิวทิริก” ไม่ได้หมายถึงเพียงรุนแรง เข้มข้น หรือมีกลิ่นเหม็น ในบริบทการย่อยสลายนี้ กระบวนการดังกล่าวช่วยอธิบายกลิ่นเหม็นหืนรุนแรงและสิ่งมีชีวิตที่ถูกดึงดูดมาในระยะนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ butyric fermentation หมายถึงอะไร
- การที่ตัวอ่อนด้วงย่อยวัสดุทางกายภาพ
- การหมักชนิดใดก็ตามที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
- กระบวนการของจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดบิวทิริกและสารประกอบที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
กระบวนการของจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดบิวทิริกและสารประกอบที่เกี่ยวข้อง
known as dry decay: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบลดรูป
known as dry decay เป็นอนุประโยคกริยาช่องสามที่ให้ชื่อเพิ่มเติมแก่ this process และสามารถขยายกลับเป็น which is known as dry decay ได้ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่ภาคแสดงหลักของประโยค อนุประโยคหลักดำเนินต่อด้วย can take up to a year แล้วเชื่อมกับ but occurs faster โครงสร้างกระชับนี้พบได้บ่อยเมื่อต้องการแนะนำศัพท์หรือชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง
แบบฝึกหัด
known as phototherapy ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: "The treatment, known as phototherapy, uses controlled light."
- เพิ่มชื่อของวิธีรักษา โดยกริยาหลักคือ uses
- บอกว่าวิธีรักษานั้นเคยรู้อะไรบางอย่างในอดีต
- เป็นกริยาหลักและมีความหมายว่า uses
ดูคำตอบ
เพิ่มชื่อของวิธีรักษา โดยกริยาหลักคือ uses
can take up to a year: การบอกระยะเวลาสูงสุด
can take up to a year หมายความว่ากระบวนการอาจใช้ระยะเวลาเท่าใดก็ได้ตราบใดที่ไม่เกินหนึ่งปี take บอกเวลาที่ต้องใช้เพื่อให้เสร็จ ส่วน up to กำหนดขีดจำกัดสูงสุด ข้อความนี้ไม่ได้คาดว่ากระบวนการจะใช้เวลาครบหนึ่งปีพอดี ในประโยคนี้ อุณหภูมิที่สูงกว่าอาจทำให้กระบวนการเสร็จเร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “สูงสุด” ลงในประโยค: Approval can take ____ ten business days.
ดูคำตอบ
up to
eat away at: การทำลายหรือกัดกร่อนอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในประโยคนี้ eat away at หมายถึง “ค่อย ๆ กัดกร่อน บั่นทอน หรือทำให้เสียหาย” วลีบอกเวลา Over years ย้ำว่าพืชและสัตว์ค่อย ๆ กำจัดสิ่งที่เหลืออยู่ของร่างกายทีละน้อย ไม่ได้หมายถึงการกินอาหารตามความหมายทั่วไปเพียงอย่างเดียว โครงสร้าง eat away at + คำนาม ใช้บรรยายได้ทั้งการกัดกร่อนทางกายภาพและผลกระทบเชิงเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นช้า ๆ ประธานจะทำให้กรรมอ่อนแอลงซ้ำ ๆ หรืออย่างต่อเนื่อง เช่น สิ่งที่ค่อย ๆ ทำลายความมั่นใจ เงินออม หรือความสงบใจเมื่อเวลาผ่านไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ทำให้เสียหาย”: Years of moisture can ____ the stone foundation.
ดูคำตอบ
eat away at
skeletal remains: นามวลีพหูพจน์แบบเป็นทางการ
skeletal remains หมายถึงกระดูกหรือส่วนของโครงกระดูกที่เหลืออยู่หลังคนหรือสัตว์ตาย ในตัวอย่าง วลีนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่เหลืออยู่ของร่างกายซึ่งนำเสนอด้วย including และเป็นถ้อยคำที่เป็นทางการและใช้บรรยายข้อเท็จจริง remains ในที่นี้เป็นคำนามพหูพจน์ ไม่ใช่คำกริยา remains ที่หมายถึง “ยังคงเป็น” หรือ “ยังคงอยู่” เมื่อใช้ในความหมายนี้ มักอยู่ในรูปพหูพจน์และใช้กริยาพหูพจน์ตามกัน: The remains were examined.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ remains เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงสิ่งที่เหลือจากร่างของผู้เสียชีวิต?
- Investigators identified the skeletal remains.
- The old bridge remains unsafe.
- One question remains unanswered.
ดูคำตอบ
Investigators identified the skeletal remains.
left completely to the elements: ถูกปล่อยให้เผชิญธรรมชาติโดยสิ้นเชิง
ในที่นี้ left completely to the elements หมายถึงการปล่อยให้ร่างกายอยู่โดยไม่มีสิ่งปกป้อง เพื่อให้สภาพอากาศและธรรมชาติส่งผลต่อร่างกาย Completely เน้นว่าไม่มีการปกป้องหรือการแทรกแซงจากมนุษย์เลย The elements เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงพลังธรรมชาติ เช่น ลม ฝน แสงแดด ความร้อน และความหนาว ไม่ได้หมายถึงธาตุทางเคมี แม้ในช่วงถัดไปของประโยคจะกล่าวถึง molecules ก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The abandoned cabin was left to the elements for years,” คำว่า left to the elements หมายถึงอะไร?
- กระท่อมถูกแบ่งออกเป็นธาตุทางเคมี
- กระท่อมถูกย้ายไปทางด้านซ้าย
- กระท่อมยังคงเผชิญสภาพอากาศและธรรมชาติโดยไม่มีการปกป้อง
ดูคำตอบ
กระท่อมยังคงเผชิญสภาพอากาศและธรรมชาติโดยไม่มีการปกป้อง
and its constituent molecules will be recycled.
2:54และโมเลกุลต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นร่างกายจะถูกนำกลับมาหมุนเวียนใหม่
if left ในฐานะเงื่อนไขแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว
ใน if left completely to the elements คำว่า if ใช้นำเงื่อนไข และ left เป็นกริยาช่องสามของ leave รูปเต็มของอนุประโยคคือ if the body is left completely to the elements โดยละประธาน the body และรูป is ของกริยา be ไว้ นี่คือโครงสร้างเงื่อนไขแบบถูกกระทำที่ย่อเป็น if + กริยาช่องสาม ประธานที่ละไว้ต้องเข้าใจจากบริบท ดังนั้น if left จึงหมายถึง if it is left ไม่ใช่ if it leaves และ left ในที่นี้ก็ไม่ได้เป็นคำบอกทิศทางว่า “ซ้าย”
แบบฝึกหัด
เขียนเงื่อนไขรูปเต็มใหม่เป็นรูปถูกกระทำแบบย่อ รูปเต็ม: If the equipment is left unattended. ประโยคย่อ: ____ unattended, the equipment may be damaged by rain.
ดูคำตอบ
If left
อนาคตกาลแบบถูกกระทำที่ขนานกัน: will be broken down ... will be recycled
วลีที่เน้นเป็นภาคแสดงแบบถูกกระทำในอนาคตกาลสองชุดที่วางขนานกัน แต่ละชุดใช้โครงสร้าง will + be + กริยาช่อง 3 โดย will be broken down เป็นภาคแสดงของ every bit of the body ส่วน will be recycled เป็นภาคแสดงของ its constituent molecules โครงสร้างนี้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งที่รับการกระทำแต่ละอย่าง โดยไม่ระบุผู้กระทำ เหมาะกับการสรุปเชิงวิทยาศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการและผลลัพธ์มากกว่าว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำ ในที่นี้ be broken down หมายถึง “ถูกย่อยหรือแยกออกเป็นองค์ประกอบที่เล็กลง” ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักร “หยุดทำงาน”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคอนาคตกาลแบบถูกกระทำสองส่วนที่ขนานกันได้ถูกต้อง เพื่อเน้นกระบวนการและผลลัพธ์
- Every sample will label, and its data will record.
- Every sample will be labeled, and its data will be recorded.
- Every sample will be labeled, and a technician will record its data.
ดูคำตอบ
Every sample will be labeled, and its data will be recorded.
If you'd like to learn more about the psychological side of death,
2:57หากคุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแง่มุมทางจิตวิทยาของความตาย
on the top five regrets people have before dying.
3:01ที่พูดถึงห้าเรื่องที่ผู้คนเสียใจที่สุดก่อนเสียชีวิต
It's a fascinating look at the things people think about
3:04วิดีโอนี้พาไปสำรวจอย่างน่าสนใจว่าผู้คนคิดถึงอะไร
And subscribe for more weekly science videos.
3:09และอย่าลืมกดติดตามเพื่อรับชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์