คุณเป็นคนโรแมนติกหรือคลาสสิก?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวมวิดีโอ: บทความเปรียบเทียบอุปนิสัยแบบโรแมนติกกับแบบคลาสสิกผ่านอารมณ์ การศึกษา ความสุภาพ การเมือง อุดมคติ และชีวิตประจำวัน ก่อนเสนอให้สร้างสมดุลระหว่างทั้งสองแบบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "bring into focus" — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกว่าป้ายเรียกหรือการเปรียบเทียบทำให้ประเด็นนามธรรมชัดเจนขึ้น ไม่ได้หมายถึงโฟกัสกล้องเท่านั้น 2. "the emperor is wearing no clothes." — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจนิทานของแอนเดอร์เซนเรื่องเด็กหรือคนนอกที่พูดความจริงซึ่งผู้ใหญ่ตามกระแสปิดบัง 3. "spirit of the age" — สำนวนและการเปรียบเปรย: กล่าวถึงอารมณ์ แนวคิด และค่านิยมที่ครอบงำยุคหนึ่ง โดย age หมายถึงยุคสมัย ไม่ใช่อายุบุคคล
คำอธิบายในบทเรียนนี้
We may not be used to thinking ourselves in these terms, ไวยากรณ์
0:00เราอาจจะไม่คุ้นเคยกับการมองตัวเองด้วยคำเหล่านี้
be used to thinking: โครงสร้าง be used to + -ing
ใน be used to thinking วลี be used to หมายถึง “เคยชินกับ” ผู้พูดกำลังบอกว่าเราอาจยังไม่คุ้นเคยกับการมองตัวเองผ่านแนวคิดเหล่านี้ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ต้องใช้ thinking ส่วน think ใช้ตามหลัง be used to แบบนี้ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันสามคำของ be used to Nora has lived beside the railway for years, so she ____ hearing trains at night.
ดูคำตอบ
is used to
some of the central themes of our personalities
0:08ไปที่ธีมหลักบางอย่างในบุคลิกภาพของเราได้อย่างเป็นประโยชน์
romantic และ classical ในฐานะป้ายกำกับบุคลิกภาพ
ในที่นี้ romantic และ classical เป็นป้ายกำกับแนวทางการใช้ชีวิตกว้าง ๆ สองแบบ ไม่ใช่ความหมายตามหัวข้อที่คนคุ้นเคยที่สุด romantic ชี้ไปที่ความรู้สึก จินตนาการ อุดมคติ และความเป็นธรรมชาติ ส่วน classical ชี้ไปที่เหตุผล การควบคุมตนเอง ระเบียบ และการตัดสินตามความเป็นจริง ป้ายกำกับเหล่านี้ทำให้ลักษณะดังกล่าว “ชัดเจนขึ้น” และให้กรอบง่าย ๆ แก่ผู้เขียนในการพูดถึงบุคลิกภาพ ในข้อความนี้คำเหล่านี้เป็นกรอบสำหรับตีความ ไม่ใช่ประเภททางจิตวิทยาอย่างเป็นทางการ และคนหนึ่งคนอาจมีแนวโน้มทั้งสองแบบได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคด้านล่าง romantic และ classical น่าจะหมายถึงอะไร The essay uses romantic and classical to compare how people make decisions.
- แนวโน้มด้านบุคลิกภาพกว้าง ๆ สองแบบ แบบหนึ่งขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและอุดมคติมากกว่า อีกแบบขับเคลื่อนด้วยเหตุผลและความยับยั้งชั่งใจ
- การวินิจฉัยทางคลินิกอย่างเป็นทางการสองประเภท
- เรื่องรักสองประเภทที่แตกต่างกัน
- สองช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ดนตรี
ดูคำตอบ
แนวโน้มด้านบุคลิกภาพกว้าง ๆ สองแบบ แบบหนึ่งขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและอุดมคติมากกว่า อีกแบบขับเคลื่อนด้วยเหตุผลและความยับยั้งชั่งใจ
Bring into focus: ทำให้บางสิ่งชัดเจนขึ้น
ในประโยคนี้ bring into focus หมายถึง “ทำให้บางสิ่งชัดเจนและเด่นขึ้นในความคิดของเรา” คำเรียกเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นแก่นสำคัญ ไม่ได้หมายถึงการปรับโฟกัสกล้อง ในที่นี้ กรรมที่ยาวอยู่หลังวลีทั้งหมด: bring into focus + some of the central themes ถ้ากรรมสั้นกว่า รูป bring the problem into focus ก็ใช้ได้ทั่วไป โดยรวมแล้ว วลีนี้ใช้เมื่อหลักฐาน การอภิปราย หรือการเปรียบเทียบทำให้แนวคิดสำคัญมองเห็นได้ชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้ชัดเจนและเด่นขึ้น”: The new evidence helps ____ the real cause of the delay.
ดูคำตอบ
bring into focus
and help us to gain a clearer sense of who we and other people are. วลี
0:10และช่วยให้เราเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเราและคนอื่นๆ เป็นใคร
Gain a clearer sense of: พัฒนาความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้น
ในประโยคนี้ gain a clearer sense of หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนาความเข้าใจโดยรวมให้ดีขึ้น” คำว่า sense ในที่นี้หมายถึงความเข้าใจหรือการรับรู้ ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางร่างกายและไม่ใช่ “ความหมาย” ของคำ คำบุพบท of นำหน้าสิ่งที่เราเข้าใจได้ดีขึ้น หลัง of อาจเป็นคำนามหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำ wh เช่น of who we and other people are สำนวนนี้มักสื่อว่าการไตร่ตรอง หลักฐาน หรือประสบการณ์ช่วยพัฒนาความเข้าใจที่ก่อนหน้านี้ยังไม่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พัฒนาความเข้าใจโดยรวมเกี่ยวกับบางสิ่งให้ดีขึ้น”: Talking with local families helped us ____ what the town needed.
ดูคำตอบ
gain a clearer sense of
These are some of the things that divide romantic from classical personalities.
0:15นี่คือสิ่งต่างๆ บางส่วนที่แบ่งแยกบุคลิกภาพแบบโรแมนติกออกจากแบบคลาสสิก
Romantics relish things that seem slightly to defy rational explanations. วลี
0:22คนโรแมนติกชื่นชอบสิ่งที่ดูเหมือนจะขัดกับคำอธิบายทางเหตุผลเล็กน้อย
ทำความเข้าใจ defy rational explanations
ใน defy rational explanations คำว่า defy ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ขัดขืนคำอธิบายจริง ๆ แต่หมายถึงสิ่งเหล่านั้นอธิบายด้วยเหตุผลได้ยาก หรืออาจอธิบายไม่ได้เลย ประธานของโครงสร้างนี้มักเป็นเหตุการณ์ ผลลัพธ์ พฤติกรรม หรือเรื่องลึกลับ แล้วตามด้วย defy + explanation หรือ account โครงสร้างนี้สื่อว่าเหตุผลที่เสนอมายังไม่สามารถทำให้เรื่องนั้นเข้าใจได้อย่างเพียงพอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ defy ในความหมายว่า “อธิบายได้ยากมาก”
- The pattern seems to defy any simple explanation.
- The lawyer defied the court order.
- The report provided a rational explanation.
ดูคำตอบ
The pattern seems to defy any simple explanation.
They're enthusiastic about feelings and wary of the intellect as a guide to life. วลี
0:26พวกเขากระตือรือร้นกับความรู้สึกและระมัดระวังในการใช้สติปัญญาเป็นเครื่องนำทางชีวิต
wary of: ความระมัดระวัง ไม่ใช่ความเหนื่อยล้า
Be wary of หมายถึงระมัดระวังบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะอาจมีความเสี่ยง ไม่น่าเชื่อถือ หรือชวนให้เข้าใจผิด ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เชื่อถือสติปัญญาอย่างเต็มที่ในฐานะแนวทางเดียวในการดำเนินชีวิต และ wary ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความกลัว โครงสร้างคือ be + wary of + คำนามหรือรูป -ing เช่น be wary of strangers และ be wary of making promises วลีนี้สื่อถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ความตื่นตระหนก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึง “ฉันระมัดระวังเพราะแหล่งข้อมูลอาจไม่น่าเชื่อถือ”
- I'm weary of reading advice online.
- I'm excited about advice from strangers.
- I'm wary of advice from anonymous accounts.
ดูคำตอบ
I'm wary of advice from anonymous accounts.
They believe one shouldn't always think too much. ไวยากรณ์
0:31พวกเขาเชื่อว่าคนเราไม่ควรคิดมากจนเกินไปเสมอ
shouldn't always: “ไม่ใช่ทุกครั้ง” ไม่ใช่ “ไม่ว่าเมื่อใดก็ไม่”
shouldn't always หมายถึง “ไม่ควรทำในทุกกรณี” เพราะคำปฏิเสธ not อยู่หน้าคำบอกความถี่ always คำแนะนำนี้จึงปฏิเสธการทำสิ่งนั้นจนเป็นนิสัยทุกครั้ง ไม่ได้ปฏิเสธการคิดโดยตัวมันเอง นี่เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน ไม่ใช่การห้ามโดยสิ้นเชิง ในประโยคนี้ การคิดมากเกินไปอาจไม่เป็นประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่ shouldn't always มีความหมายเบาและจำกัดกว่า should never
แบบฝึกหัด
shouldn't always ใน “You shouldn't always answer immediately” หมายความว่าอย่างไร
- คุณจำเป็นต้องตอบทันทีทุกครั้ง
- การตอบทันทีไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยไม่ว่าเมื่อใด
- การตอบทันทีทุกครั้งไม่ใช่ความคิดที่ดี
ดูคำตอบ
การตอบทันทีทุกครั้งไม่ใช่ความคิดที่ดี
it may be slightly unfair to probe a decision or a mood too hard.
0:35มันอาจจะไม่ยุติธรรมนักที่จะพยายามสืบเสาะการตัดสินใจหรืออารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งมากเกินไป
In their eyes: บอกว่ามุมมองต่อจากนี้เป็นของใคร
In their eyes หมายถึง “จากมุมมองของพวกเขา” หรือ “ตามที่พวกเขามอง” เป็นกรอบที่บอกว่ามุมมองเป็นของใคร ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตาจริง ๆ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้บอกให้เข้าใจว่าคำตัดสินที่ตามมาเป็นของพวกเขา ข้อความนั้นจึงถูกนำเสนอเป็นความคิดเห็นของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องเป็นความคิดเห็นของผู้พูดหรือข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็นความคิดเห็นของกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้พูดเอง
- They looked at the plan carefully.
- The plan is too risky for everyone.
- In their eyes, the plan is too risky.
ดูคำตอบ
In their eyes, the plan is too risky.
they think one shouldn't always attempt to take apart emotions. กริยาวลี
0:41พวกเขาคิดว่าเราไม่ควรพยายามแยกแยะอารมณ์ความรู้สึกอยู่เสมอ
take apart: จากการถอดเป็นชิ้น ๆ สู่การวิเคราะห์
กริยาวลี take apart ตามตัวอักษรหมายถึงแยกวัตถุออกเป็นส่วน ๆ แต่ในประโยคนี้กรรมคือ emotions จึงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือพิจารณาอารมณ์อย่างละเอียดโดยแยกเป็นองค์ประกอบหรือสาเหตุย่อย ๆ กรรมช่วยบอกว่าควรตีความอย่างไร เครื่องจักรถูกถอดออกเป็นชิ้น ๆ ได้จริง ส่วนความคิด ข้อโต้แย้ง หรือความรู้สึกสามารถถูกแยกส่วนในความคิดเพื่อวิเคราะห์ได้
แบบฝึกหัด
take apart หมายถึงอะไรในประโยคนี้: The class took the argument apart step by step?
- พวกเขาวิเคราะห์ข้อโต้แย้งนั้นอย่างละเอียด
- พวกเขาทำลายข้อโต้แย้งนั้นทางกายภาพ
- พวกเขาตัดสินใจไม่สนใจข้อโต้แย้งนั้น
ดูคำตอบ
พวกเขาวิเคราะห์ข้อโต้แย้งนั้นอย่างละเอียด
on the other hand: ส่งสัญญาณให้เปลี่ยนไปสู่อีกด้านที่ตรงกันข้าม
on the other hand เป็นสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อมูลต่อไปจะขัดแย้งกับด้านหรือมุมมองที่กล่าวไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีนี้เปลี่ยนจากความเชื่อของกลุ่มหนึ่งไปสู่ท่าทีที่ต่างออกไปของกลุ่มคลาสสิก วลีนี้ใช้ได้โดยไม่ต้องมี on the one hand หากประโยคก่อนหน้าแสดงด้านแรกไว้แล้ว วลีนี้เพียงวลีเดียวก็พาผู้ฟังไปสู่อีกด้านที่ตรงกันข้ามได้
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบต่างด้วยคำเชื่อมสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย on และลงท้ายด้วย hand: The apartment is small. ____, it is close to school.
ดูคำตอบ
On the other hand
how misguided and deluded their own feelings may be
0:51ว่าความรู้สึกของตัวเองอาจถูกชี้นำไปในทางที่ผิดและหลอกลวงได้มากเพียงใด
and hence look rather skeptically and caustically upon them.
0:54ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงมองความรู้สึกเหล่านั้นด้วยความกังขาและเหน็บแนม
through bitter experience: เรียนรู้จากประสบการณ์อันเจ็บปวด
through bitter experience หมายถึงการเรียนรู้จากการเผชิญเหตุการณ์ที่เจ็บปวด มีราคาที่ต้องจ่ายสูง หรือน่าผิดหวังด้วยตนเอง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าพวกเขาได้ตระหนักอย่างไรว่าความรู้สึกของตนเองก็อาจทำให้ตนหลงผิดได้ bitter ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์หรือผลลัพธ์ที่รุนแรงของประสบการณ์ ไม่ได้หมายถึงรสขม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงว่าบทเรียนมาจากเหตุการณ์อันเจ็บปวดที่ประสบด้วยตนเอง: After trusting several false promises, she learned ____ that she should check every detail.
ดูคำตอบ
through bitter experience
They think things should be spontaneous rather than taught.
1:03พวกเขาคิดว่าสิ่งต่างๆ ควรเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมากกว่าการถูกสอน
about what career to choose for themselves or whom they should marry
1:10เกี่ยวกับอาชีพที่จะเลือกให้ตัวเองหรือใครที่พวกเขาควรแต่งงานด้วย
strikes the romantic as a misguided intrusion of education
1:14ทำให้คนโรแมนติกมองว่าเป็นการแทรกแซงที่ผิดพลาดของการศึกษา
into things which should be spontaneous and natural.
1:18ในเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นเองและเป็นธรรมชาติ
The idea that ... strikes the romantic as ...: วางกรอบแนวคิดและคำประเมิน
The idea that ใช้นำหน้า that-clause ซึ่งระบุข้อเสนอทั้งหมดที่กำลังถูกประเมิน อนุประโยคทั้งหมดนั้นเป็นประธานทางไวยากรณ์ แม้จะมีความยาวมากก็ตาม strikes the romantic as หมายถึงทำให้คนที่มีแนวคิดแบบโรแมนติกเกิดความรู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ประเมินอยู่หลัง strikes และคำประเมินอยู่หลัง as โครงสร้างคือ The idea that + อนุประโยค + strikes + บุคคล + as + คำประเมิน ในที่นี้ คนดังกล่าวมองการวิเคราะห์อย่างตั้งใจว่าเป็นการแทรกแซงที่ผิดทิศทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อรายงานการตัดสินของ Leo: ____ every email must be answered immediately ____ unreasonable.
ดูคำตอบ
The idea that · strikes Leo as
They like the notion of a calling and of love at first sight. โน้ต
1:21พวกเขาชอบแนวคิดเรื่องเสียงเรียกร้องในใจและรักแรกพบ
A calling: งานที่รู้สึกว่าเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต
ในประโยคนี้ a calling หมายถึงงานหรือจุดมุ่งหมายที่คนคนหนึ่งรู้สึกลึก ๆ ว่าตนเกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้น มีนัยของแรงเรียกจากภายในและโชคชะตา จึงเข้มข้นและเป็นอุดมคติกว่าการมีงานทำเฉย ๆ การวางไว้คู่กับ love at first sight แสดงถึงความชอบในการตัดสินใจตามสัญชาตญาณและความรู้สึกว่าบางสิ่งถูกกำหนดมาแล้ว
แบบฝึกหัด
a calling ในตัวอย่างหมายถึงอะไร
- คำขอที่ตะโกนให้ใครคนหนึ่งเข้ามาใกล้
- บทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ใครคนหนึ่งต้องรับสาย
- อาชีพหรือจุดมุ่งหมายที่คนคนหนึ่งรู้สึกลึก ๆ ว่าตนถูกกำหนดให้ทำ
- งานระยะสั้นใด ๆ ที่ทำเพื่อเงินเท่านั้น
ดูคำตอบ
อาชีพหรือจุดมุ่งหมายที่คนคนหนึ่งรู้สึกลึก ๆ ว่าตนถูกกำหนดให้ทำ
Love at first sight: รักทันทีที่พบกันครั้งแรก
Love at first sight เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงการตกหลุมรักใครบางคนตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ความรู้สึกนี้ถูกนำเสนอว่าเกิดขึ้นทันที ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมีเวลารู้จักกันดี ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวแสดงถึงความเชื่อเชิงอุดมคติในอารมณ์ที่เกิดขึ้นเอง At first sight หมายถึงช่วงเวลาที่เห็นเป็นครั้งแรกอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่เพียงช่วงแรกของความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: The moment Priya first saw Daniel, she felt an instant romantic connection. She called it love ____.
ดูคำตอบ
at first sight
leads them to look with particular interest at children,
1:28ทำให้พวกเขามองเด็กๆ ด้วยความสนใจเป็นพิเศษ
to the kinds of truths and sensibilities that adults have lost.
1:33ความจริงและความอ่อนไหวในแบบที่ผู้ใหญ่สูญเสียไปได้โดยตรงมากกว่า
have more direct access to: เข้าถึงได้โดยตรงมากกว่า
have access to หมายถึงบุคคลหนึ่งสามารถหรือได้รับอนุญาตให้เข้าถึง ใช้ ได้รับ หรือเข้าใจบางสิ่ง ในที่นี้ truths and sensibilities เป็นแนวคิดและวิธีรับความรู้สึกที่เป็นนามธรรม วลีนี้จึงหมายถึงการเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ ไม่ใช่การเข้าไปในสถานที่จริง ๆ more direct ขยายคำว่า access เด็ก ๆ ดูเหมือนจะเข้าใกล้ความเข้าใจเหล่านี้มากกว่าผู้ใหญ่ โดยมีอุปสรรคหรือขั้นตอนคั่นกลางน้อยกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “สามารถใช้ได้” With a library card, members ____ thousands of digital books.
ดูคำตอบ
have access to
who points out that the emperor is wearing no clothes. วัฒนธรรม
1:40ที่ชี้ให้เห็นว่าพระราชาไม่ได้สวมเสื้อผ้า
จักรพรรดิไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลย
ประโยคนี้อ้างถึงนิทานของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เรื่อง ฉลองพระองค์ใหม่ของพระราชา ในเรื่อง เด็กคนหนึ่งพูดอย่างเปิดเผยว่าจักรพรรดิเปลือยกาย ขณะที่ผู้ใหญ่แสร้งชื่นชมเสื้อผ้าที่ไม่มีอยู่จริง เมื่อใช้เป็นการอ้างอิงเชิงเปรียบเทียบ ประโยคนี้หมายถึงคนหนึ่งพูดความจริงที่เห็นได้ชัด ซึ่งคนอื่นหลีกเลี่ยงเพราะความกลัว การทำตามกลุ่ม หรือความเคารพต่อผู้มีอำนาจ ในที่นี้ เด็กเป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ที่ชัดเจนและเป็นอิสระ ซึ่งเปิดโปงภาพลวงที่ทุกคนร่วมกันเชื่อ
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความการอ้างถึงเรื่อง ฉลองพระองค์ใหม่ของพระราชา ได้ตรงที่สุด
- เด็กกำลังให้คำแนะนำจักรพรรดิเรื่องการเลือกชุด
- เด็กคนหนึ่งเปิดเผยความจริงที่เห็นได้ชัด ซึ่งคนอื่นกลัวหรือไม่ยอมรับ
- จักรพรรดิสั่งให้ทุกคนสวมเสื้อผ้าที่เรียบง่ายกว่าเดิม
ดูคำตอบ
เด็กคนหนึ่งเปิดเผยความจริงที่เห็นได้ชัด ซึ่งคนอื่นกลัวหรือไม่ยอมรับ
don't necessarily respect the current education system as we know it, วลี
1:45ไม่จำเป็นต้องเคารพระบบการศึกษาในปัจจุบันที่เราคุ้นเคยกัน
as we know it: รูปแบบปัจจุบันที่เราคุ้นเคย
ใน as we know it คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึง the current education system วลีนี้หมายถึง “ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในตอนนี้” ดังนั้นคำวิจารณ์จึงจำกัดอยู่ที่รูปแบบปัจจุบันของระบบ ไม่ใช่แนวคิดเรื่องการศึกษาทั้งหมด เมื่อ X as we know it อยู่หลังนามวลี X จะหมายถึง X ในรูปแบบที่คุ้นเคยหรือใช้อยู่ในปัจจุบัน และยังเปิดโอกาสว่า X อาจเปลี่ยนแปลงหรือมีอยู่ในรูปแบบอื่นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ารูปแบบงานสำนักงานที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันอาจหายไป
- Office work as we know it may disappear.
- As far as we know, office work may disappear.
- We know that office work may disappear.
ดูคำตอบ
Office work as we know it may disappear.
but the abstract idea of education seems to them very important.
1:49แต่แนวคิดนามธรรมของการศึกษานั้นดูเหมือนจะมีความสำคัญอย่างมากสำหรับพวกเขา
if we're to avoid: เป้าหมายและเงื่อนไขที่จำเป็น
ใน if we're to avoid... ส่วน we're to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง if + ประธาน + be + to-infinitive โครงสร้างนี้นำเสนอการหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเป็นเป้าหมาย จากนั้นประโยคหลักบอกสิ่งที่จำเป็นต่อเป้าหมายนั้น นั่นคือการฝึกฝนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการให้เหตุผลและคำแนะนำ if someone or something is to do X หมายถึง “ถ้าจะทำให้ X สำเร็จ” หรือ “ถ้าคนนั้นจะทำ X ให้สำเร็จ” ในประโยคนี้ไม่ได้บอกถึงแผนในอนาคตที่กำหนดไว้แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเงื่อนไขแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ถ้าเราต้องการหลีกเลี่ยงให้สำเร็จ”: We need a clear plan ____ avoid further delays.
ดูคำตอบ
if we're to
The romantic person is devoted to saying what they think or feel. วลี
2:03คนโรแมนติกอุทิศตนให้กับการพูดในสิ่งที่คิดหรือรู้สึก
be devoted to + gerund
ในประโยคนี้ be devoted to หมายถึงการทุ่มเทอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้กับกิจกรรมหนึ่ง คนที่โรแมนติกมุ่งมั่นอย่างมากที่จะเปิดเผยความคิดและความรู้สึกของตนอย่างตรงไปตรงมา ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive หลังคำบุพบทต้องตามด้วยคำนามหรือ gerund ดังนั้น saying จึงถูกต้อง ต้องใช้ be devoted to saying ไม่ใช่ be devoted to say
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ help หลัง devoted to: Maya is devoted to ____ younger readers.
ดูคำตอบ
helping
They're allergic to the idea of being fake or of having secrets. สำนวน
2:07พวกเขาต่อต้านแนวคิดของการเป็นคนเสแสร้งหรือการมีความลับ
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ allergic to the idea of
ในที่นี้ allergic to ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการต่อต้านอย่างมากหรือรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงอาการแพ้ทางร่างกาย วลี the idea of ใช้นำความคิดที่พวกเขาปฏิเสธ หลัง of ภาษาอังกฤษใช้คำนามหรือ gerund การใช้รูปแบบซ้ำใน of being fake or of having secrets ทำให้ความคิดสองอย่างที่ถูกปฏิเสธอยู่ในโครงสร้างที่ขนานกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ allergic to the idea of ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงความไม่ชอบอย่างมาก
- Nina is allergic to the idea of wasting food.
- Nina is considering whether to waste the leftover food.
- Nina is allergic to peanuts.
ดูคำตอบ
Nina is allergic to the idea of wasting food.
as a very important lid that suppresses what might destroy us.
2:15ว่าเป็นฝาปิดที่สำคัญมากซึ่งคอยระงับสิ่งที่อาจทำลายเราได้
politeness as a very important lid: การเปรียบความยับยั้งชั่งใจกับฝาปิด
ในที่นี้ lid เป็นการเปรียบเทียบ เหมือนฝาจริงที่ป้องกันไม่ให้สิ่งที่อยู่ข้างในออกมา ความสุภาพจึงถูกนำมาเปรียบกับสิ่งที่กดแรงกระตุ้นอันเป็นศัตรูหรือคำพูดรุนแรงซึ่งอาจทำลายความสัมพันธ์ไว้ วลีนี้ไม่ได้มองความสุภาพเป็นเพียงเครื่องประดับ แต่มองว่าเป็นการควบคุมตนเองในสังคม ซึ่งช่วยให้คนควบคุมสิ่งที่ตนแสดงออกและอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำร้ายกัน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Her calm tone acted as a lid on the group's rising anger. a lid ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- คำเชิญให้กลุ่มคนแสดงอารมณ์มากขึ้น
- สิ่งยับยั้งที่ควบคุมพฤติกรรมอันเป็นอันตราย
- ฝาจริงที่วางอยู่เหนือกลุ่มคน
ดูคำตอบ
สิ่งยับยั้งที่ควบคุมพฤติกรรมอันเป็นอันตราย
They believe deeply in getting on around other people. กริยาวลี
2:19พวกเขาเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งในการเข้าสังคมกับผู้อื่น
getting on: การเข้ากับผู้อื่นได้ดี
ในประโยคนี้ getting on หมายถึงการอยู่หรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสงบและราบรื่น เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการมีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่การขึ้นไปอยู่บนสิ่งใดตามความหมายตรงตัว วลี around other people ที่อยู่ใกล้กันให้บริบทด้านการเข้าสังคม เมื่อระบุบุคคลที่คบหาด้วย ภาษาอังกฤษมักใช้ get on with someone
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ในรูปที่ถูกต้อง: Maya ____ well with everyone on her project team.
ดูคำตอบ
gets on
rather than tell them frankly what's on their mind. สำนวน
2:25มากกว่าที่จะบอกความคิดในใจอย่างตรงไปตรงมา
ใช้ much prefer to ... rather than เพื่อบอกความชอบอย่างมาก
ในประโยคนี้ They'd เป็นรูปย่อของ They would ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ would much prefer to A rather than B คำว่า much ช่วยเน้น prefer ว่าเลือก A มากกว่า B อย่างชัดเจน A และ B ควรเป็นการกระทำที่มีรูปแบบขนานกัน ในที่นี้ have civil relations ขนานกับ tell them frankly ส่วน to หน้า have เป็นส่วนหนึ่งของ prefer to จึงไม่จำเป็นต้องใส่ to ซ้ำหน้า tell หลัง rather than
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างบอกความชอบอย่างมากจากบทเรียน: I'd ____ take the train ____ drive in the snow.
ดูคำตอบ
much prefer to · rather than
what's on their mind: ความคิดหรือความกังวลที่ยังไม่ได้พูดออกมา
สำนวน what's on their mind หมายถึงความคิด ความกังวล หรือความรู้สึกที่ใครบางคนกำลังคิดอยู่จริง ๆ และอาจอยากพูดออกมา ในที่นี้ frankly แสดงว่าความคิดนั้นอาจฟังแล้วไม่สบายใจ แต่เป็นความจริงใจ What's เป็นรูปย่อของ what is คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น what's on my mind, what's on your mind หรือ what's on her mind สำนวนนี้หมายถึงสิ่งในใจที่กำลังดึงความสนใจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ใน 'Leo finally told me what was on his mind,' คำว่า 'what was on his mind' หมายถึงอะไร
- ความคิดหรือความกังวลที่ Leo ยังไม่ได้พูดออกมา
- ความสามารถของ Leo ในการจำข้อมูล
- แนวคิดที่มีคนบังคับให้ Leo ยอมรับ
ดูคำตอบ
ความคิดหรือความกังวลที่ Leo ยังไม่ได้พูดออกมา
They accept an important role for secrets and white lies. สำนวน
2:27พวกเขายอมรับถึงบทบาทที่สำคัญของความลับและคำโกหกสีขาว
สำนวนตายตัว white lies
white lie คือคำพูดที่ไม่จริงเล็กน้อยซึ่งพูดโดยตั้งใจเพื่อความสุภาพ ปกป้องความรู้สึกของผู้อื่น หรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเล็ก ๆ ในที่นี้ white ไม่ได้บอกสี แต่ white lie เป็นสำนวนตายตัว ในประโยคนี้ white lies ถูกนำเสนอว่ามีบทบาทในความสัมพันธ์ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าคำโกหกทุกอย่างที่มีเจตนาดีจะไม่เป็นอันตรายหรือยอมรับได้เสมอไป ยังต้องพิจารณาเจตนา ผลเสียที่อาจเกิดขึ้น และสถานการณ์ด้วย
แบบฝึกหัด
มีอาไม่ชอบทรงผมใหม่ของเพื่อน แต่บอกว่าชอบเพื่อไม่ให้เพื่อนเสียความรู้สึก สิ่งนี้เรียกว่า white lie ได้หรือไม่
- ไม่ สิ่งนี้เรียกได้เพียงว่าเป็นความผิดพลาด
- ใช่ สิ่งนี้อาจเป็น white lie
ดูคำตอบ
ใช่ สิ่งนี้อาจเป็น white lie
The romantic is excited by how things might ideally be
2:33คนโรแมนติกจะตื่นเต้นกับความฝันว่าสิ่งต่างๆ ควรจะเป็นอย่างไรในอุดมคติ
judge X by the standard of Y: ประเมิน X ตามมาตรฐานของ Y
ในโครงสร้าง judge X by the standard of Y คำว่า judge หมายถึงประเมิน X คือสิ่งที่ถูกประเมิน และ Y คือเกณฑ์ที่ใช้ ในที่นี้ ผู้เขียนประเมินสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยใช้ทางเลือกที่ดีกว่าในจินตนาการเป็นมาตรฐาน โครงสร้างนี้ทำให้เห็นพื้นฐานของการตัดสินอย่างชัดเจน สามารถเปลี่ยน X และ Y เพื่อแสดงความหมายว่าประเมินสิ่งหนึ่งโดยใช้เกณฑ์เฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง judge X by the standard of Y: We should ____ the plan ____ safety, not speed.
ดูคำตอบ
judge · by the standard of
the current state of things arouses them to intense disappointment and anger
2:44สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกระตุ้นให้พวกเขาเกิดความผิดหวังและโกรธเคืองอย่างรุนแรง
Prevarications: การบ่ายเบี่ยงโดยเจตนา
“prevarications” เป็นรูปพหูพจน์ของ “prevarication” หมายถึงคำพูดที่จงใจคลุมเครือ อ้อมค้อม หรือชวนให้เข้าใจผิด เพื่อหลีกเลี่ยงการบอกความจริงทั้งหมดหรือการยอมรับความรับผิดชอบ ในที่นี้ คำนี้เป็นคำวิจารณ์แบบเป็นทางการต่อวิธีสื่อสารของผู้มีอำนาจ ไม่ได้หมายถึงเพียงความลังเล แต่ใจความสำคัญคือการจงใจบ่ายเบี่ยง
แบบฝึกหัด
คำใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? The spokesperson kept giving carefully vague replies instead of a clear answer; critics called them ____.
- hesitations
- compromises
- prevarications
ดูคำตอบ
prevarications
The Powerful: โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์เพื่อเรียกคนเป็นกลุ่ม
ใน “the powerful” คำคุณศัพท์ “powerful” ถูกใช้เหมือนคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงคนเป็นกลุ่ม วลีนี้หมายถึง “คนที่มีอำนาจ” ไม่ใช่คนที่ทรงอำนาจเพียงคนเดียวซึ่งละคำนามไว้ โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ ใช้กล่าวถึงคนประเภทหนึ่งโดยรวม เช่น “the rich” หรือ “the elderly” เนื่องจากกลุ่มนี้มีความหมายเป็นพหูพจน์ จึงใช้คำกริยาพหูพจน์: “The powerful are ...”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “คนที่มีอำนาจ”: In many societies, ____ influence the rules.
ดูคำตอบ
the powerful
of venal and self-interested conduct in society. การใช้คำ
2:58ของพฤติกรรมที่ทุจริตและเห็นแก่ตัวในสังคม
venal and self-interested conduct ในฐานะคำประณามอย่างเป็นทางการ
ในประโยคนี้ venal อธิบายพฤติกรรมที่ยอมรับสินบนหรือถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ทางการเงินที่ทุจริต ส่วน self-interested หมายถึงการมุ่งประโยชน์ของตนเองแทนประโยชน์ส่วนรวม และ conduct เป็นคำทางการที่หมายถึงพฤติกรรม เมื่อรวมกัน venal and self-interested conduct เป็นคำประณามที่รุนแรงและเป็นทางการ ไม่ได้เพียงบอกว่าคนที่เกี่ยวข้องประพฤติตัวไม่ดี แต่กล่าวหาว่าพวกเขาถูกซื้อได้และเห็นแก่ตัว
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ venal and self-interested conduct มากที่สุดในบทวิจารณ์สังคมแบบเป็นทางการ
- พฤติกรรมที่ทำขึ้นเป็นหลักเพื่อช่วยเหลือสาธารณะ
- ความผิดเล็กน้อยที่ให้อภัยได้ง่าย
- พฤติกรรมที่ถูกกำหนดโดยสินบน การทุจริต และผลประโยชน์ส่วนตัว
ดูคำตอบ
พฤติกรรมที่ถูกกำหนดโดยสินบน การทุจริต และผลประโยชน์ส่วนตัว
For their part เพื่อเปลี่ยนมุมมอง
For their part ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนไปกล่าวถึงสิ่งที่อีกคนหรืออีกกลุ่มทำ คิด หรือมีส่วนช่วย ในที่นี้ their หมายถึง the classical person ที่ระบุในประโยคหลัก และใช้ their แบบเอกพจน์เพราะกล่าวถึงบุคคลแบบทั่วไป เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ช่วยจัดการเปรียบเทียบโดยกำหนดให้ข้อความถัดไปเป็นเรื่องของฝ่ายนั้น part ไม่ได้หมายถึงส่วนหนึ่งทางกายภาพ และตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าสองฝ่ายไม่เห็นด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่เปลี่ยนมุมมองไปยังการมีส่วนร่วมของอาสาสมัคร: The town provided the tools. ____, the volunteers organized the work.
ดูคำตอบ
For their part
They're very concerned to mitigate the downside. วลี
3:07พวกเขาให้ความสำคัญอย่างมากกับการบรรเทาผลกระทบด้านลบ
mitigate the downside: บรรเทาด้านลบ
คำกริยา mitigate หมายถึงการทำให้สิ่งที่เป็นอันตรายหรือไม่พึงประสงค์มีความรุนแรงน้อยลง ไม่ได้หมายถึงการกำจัดให้หมดไป ในที่นี้ the downside หมายถึงผลกระทบด้านลบหรือข้อเสียของสถานการณ์หรือทางเลือกหนึ่ง วลีนี้ใช้บ่อยในการพูดถึงความเสี่ยง โดยเริ่มจากระบุข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น แล้วอธิบายว่าจะลดผลกระทบนั้นได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่หมายถึง "ลดด้านลบ": A short cancellation window can ____ of a long contract.
ดูคำตอบ
mitigate the downside
They're aware that most things could be a lot worse.
3:10พวกเขาตระหนักดีว่าเรื่องส่วนใหญ่อาจเลวร้ายลงได้อีกมาก
they consider the standards of government across history
3:15พวกเขาจะพิจารณามาตรฐานของรัฐบาลตลอดประวัติศาสตร์
regard A as B: มองว่าระบบปัจจุบันยังพอทนได้
ในโครงสร้าง regard A as B นั้น A คือบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่ถูกประเมิน ส่วน B คือคำอธิบายหรือประเภทที่กำหนดให้ A ในที่นี้ a current arrangement คือ A และ bearable คือ B จึงหมายความว่าระบบปัจจุบันถูกมองว่ายังพอทนได้ ไม่ได้หมายความว่าดีหรือสมบูรณ์แบบ โครงสร้างนี้ใช้แสดงการประเมินอย่างรอบคอบได้ โดยมีรูป subject + regard + object + as + complement ส่วนเติมเต็มหลัง as อาจเป็นคำคุณศัพท์หรือกลุ่มคำนามก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่หายไปในโครงสร้าง regard A as B: Many doctors ____ regular sleep ____ essential for good health.
ดูคำตอบ
regard · as
under the circumstances: ตัดสินภายใต้ข้อจำกัดในปัจจุบัน
under the circumstances หมายถึง “เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในปัจจุบัน” ไม่ได้บรรยายสภาพแวดล้อมทางกายภาพ แต่ทำหน้าที่วางกรอบว่าคำตัดสินที่ตามมานั้นสมเหตุสมผลภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยลดน้ำหนักของคำว่า bearable: ไม่ได้บอกว่าระบบนั้นดี เพียงแต่พอยอมรับได้เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นที่มี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสามคำที่ขึ้นต้นด้วย under และหมายถึง “เมื่อคำนึงถึงเงื่อนไขในปัจจุบัน”: The storm has closed every road, so staying here is the safest choice ____.
ดูคำตอบ
under the circumstances
rebel against: ต่อต้านหรือปฏิเสธเป้าหมาย
rebel against หมายถึงต่อต้านหรือปฏิเสธอำนาจ กฎ ความคาดหวัง หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับอย่างจริงจัง โดย against ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการต่อต้าน ในประโยคนี้ the ordinary ทำหน้าที่คล้ายวลีนาม หมายถึงชีวิตธรรมดาหรือสิ่งที่เป็นไปตามแบบแผน แนวคิดของประโยคคือผู้ยึดแนวโรแมนติกปฏิเสธสิ่งที่ดูเป็นกิจวัตรหรือเป็นไปตามขนบ
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและแสดงถึงการต่อต้านกฎอย่างรุนแรง? The students began to ____ a rule they believed was unfair.
- wait for
- rebel against
- agree with
ดูคำตอบ
rebel against
keen on: สนใจหรือชื่นชอบอย่างมาก
ในประโยคนี้ are keen on หมายถึง ชอบมากหรือสนใจอย่างมาก พวกเขาสนใจสิ่งแปลกใหม่จากต่างแดนและสิ่งหายาก โดย keen ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉียบคมหรือมีไหวพริบ ใช้ be keen on หน้าคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น keen on music, keen on it, keen on collecting stamps คำบุพบท on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียน: Nina loves astronomy, so she is ____ learning about stars.
ดูคำตอบ
keen on
being put under pressure to: โครงสร้างถูกกดดันแบบถูกกระทำ
ในที่นี้ being put under pressure to อธิบายว่าสิ่งหนึ่งได้รับข้อเรียกร้องอย่างหนักจากภายนอกให้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่มีคุณค่าสูงกว่าไม่ได้เป็นฝ่ายกดดัน แต่คนอื่นหรือแรงภายนอกกำลังผลักดันให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้หรือเป็นเชิงพาณิชย์ Being put เป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ ทำให้สถานการณ์กลายเป็นหน่วยคล้ายคำนามที่วางหลัง about ได้ เช่น anxious about higher things being put under pressure to become useful โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X being put under pressure to + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบถูกกระทำจากบทเรียน: The museum is worried about its staff ____ attract sponsors.
ดูคำตอบ
being put under pressure to
familiar enough ... to welcome: คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยา
โครงสร้าง adjective + enough + to + verb แสดงว่าคุณสมบัติหนึ่งมีมากถึงระดับที่จำเป็นต่อการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้ familiar enough ... to welcome หมายความว่า ประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งสุดขั้วของพวกเขามีมากพอจนทำให้ชื่นชมสิ่งที่สงบกว่าและน่าเบื่อเล็กน้อยได้ Enough วางหลังคำคุณศัพท์ โดยใช้ familiar enough ไม่ใช่ enough familiar ส่วนคำเติมเต็มอย่าง with extremes สามารถอยู่ระหว่าง enough กับ to + verb ได้: familiar enough with extremes to welcome...
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมบอกผลสองคำให้ประโยคสมบูรณ์: The suitcase is light ____ carry upstairs.
ดูคำตอบ
enough to
They can see the charm of staying home and doing the laundry. วลี
3:48พวกเขาสามารถเห็นเสน่ห์ของการอยู่บ้านและซักผ้า
see the charm of: มองเห็นเสน่ห์ที่ไม่เด่นชัด
ใน see the charm of คำว่า see หมายถึงการตระหนักหรือชื่นชม ส่วน charm หมายถึงคุณลักษณะที่น่าพอใจและดึงดูดใจของสิ่งหนึ่ง วลีนี้บอกว่าคุณเข้าใจว่ากิจกรรม สถานที่ หรือวิถีชีวิตหนึ่งน่าดึงดูดเพราะอะไร แม้ตอนแรกจะดูไม่น่าตื่นเต้นก็ตาม หลัง of ใช้คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ staying home and doing the laundry คือกิจกรรมธรรมดาที่พวกเขามองเห็นความน่าดึงดูดได้
แบบฝึกหัด
วลีนี้มีความหมายว่าอะไรในประโยคต่อไปนี้? I can see the charm of taking the slow train.
- ฉันคิดว่าการนั่งรถไฟช้าเป็นมายากล
- ฉันเข้าใจว่าการนั่งรถไฟช้ามีเสน่ห์ตรงไหน
- ฉันมองเห็นรถไฟได้ชัดเจนจากจุดที่ยืนอยู่
ดูคำตอบ
ฉันเข้าใจว่าการนั่งรถไฟช้ามีเสน่ห์ตรงไหน
ไม่มีฝ่ายใดถูกหรือผิดไปเสียทั้งหมด
Neither ย้อนกลับไปกล่าวถึงจุดยืนสองแบบและหมายถึง “ไม่มีอันใดในสองอันนี้” เมื่อทำหน้าที่เป็นประธาน จะใช้กับกริยาเอกพจน์ is ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เป็นทางการ Wholly หมายถึง “อย่างสมบูรณ์” ประโยคนี้เป็นการตัดสินอย่างสมดุลว่าไม่มีจุดยืนใดถูกทั้งหมดหรือผิดทั้งหมด Or เชื่อม right กับ wrong ภายในภาคแสดง ไม่ใช่ nor ในโครงสร้าง neither...nor
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตัดสินแผนสองแผนอย่างสมดุลและถูกต้อง?
- Both plans are wholly right and wrong.
- Neither plan is wholly right or wrong.
- Neither plan are wholly right or wrong.
ดูคำตอบ
Neither plan is wholly right or wrong.
But because a good life requires a judicious balance of both,
4:01แต่เพราะชีวิตที่ดีต้องการความสมดุลที่รอบคอบของทั้งสองอย่าง
when the spirit of the age is pretty romantic, สำนวน
4:06เมื่อจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยค่อนข้างมีความเป็นโรแมนติก
จิตวิญญาณแห่งยุค
Spirit of the age หมายถึงแนวคิด ความรู้สึก และค่านิยมหลักที่หล่อหลอมช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในที่นี้ age หมายถึง “ยุคสมัย” และ spirit หมายถึงลักษณะโดยรวมของยุคนั้น ไม่ใช่ผี วลีนี้ช่วยสรุปแนวโน้มทางวัฒนธรรมในวงกว้าง ในประโยคนี้ แนวโน้มดังกล่าวถูกอธิบายว่าค่อนข้างมีมุมมองแบบโรแมนติก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The spirit of the age favors speed and convenience,” วลี spirit of the age หมายถึงอะไร?
- แนวคิดและค่านิยมที่มีอิทธิพลในยุคนั้น
- สิ่งเหนือธรรมชาติจากอดีต
- อายุที่แน่นอนของคนส่วนใหญ่
ดูคำตอบ
แนวคิดและค่านิยมที่มีอิทธิพลในยุคนั้น
whose distinctive claims and wisdom: ความเป็นเจ้าของกับส่วนหลักที่ไม่ใช่คน
whose เป็นคำกำหนดในอนุประโยคสัมพันธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้อง คำนี้ใช้กล่าวถึงสิ่งของหรือแนวคิดนามธรรมได้ ไม่ได้ใช้กับคนเท่านั้น ในที่นี้ whose เชื่อม the classical attitude เข้ากับ distinctive claims and wisdom ที่เกี่ยวข้องกับท่าทีนั้น ภายในอนุประโยคสัมพันธ์ whose distinctive claims and wisdom คือวลีนามที่ย้ายมาไว้ข้างหน้าและทำให้ listen to สมบูรณ์ หมายความว่าเราต้องรับฟังข้อเสนอและภูมิปัญญาเหล่านั้น โครงสร้างนี้ช่วยให้ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการแสดงความสัมพันธ์ได้อย่างกระชับ โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ด้วย its
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสัมพันธ์แสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้กล่าวถึงแนวคิดซึ่งไม่ใช่คนได้: A philosophy ____ main goal is inner peace may appeal to many people.
ดูคำตอบ
whose
ripe for rediscovery: ถึงเวลามองเห็นคุณค่าอีกครั้ง
ripe มีความหมายตรงตัวว่า ผลไม้สุกพร้อมเก็บหรือกิน ในโครงสร้าง ripe for + คำนาม คำนี้ใช้เป็นอุปมา หมายถึงตอนนี้เงื่อนไขเหมาะกับการกระทำหรือพัฒนาการที่กล่าวถึง หรือทำให้สิ่งนั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้น ripe for rediscovery หมายความว่าวิธีเข้าหาชีวิตนี้ควรค่าแก่การค้นพบ ศึกษา หรือเห็นคุณค่าอีกครั้งในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าการค้นพบอีกครั้งเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว
แบบฝึกหัด
นโยบายที่ล้าสมัยไม่ได้รับการตรวจสอบมาหลายสิบปี ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะจะตรวจสอบอีกครั้ง
- The policy is ripe for reconsideration.
- The policy has already been reconsidered.
- The policy prevents reconsideration.
ดูคำตอบ
The policy is ripe for reconsideration.
and it can be repeatedly sampled in the films on this channel.
4:18และสามารถสัมผัสได้ซ้ำๆ ผ่านภาพยนตร์ในช่องนี้