คุณย่าจอมขี้หงุดหงิดทั้งสอง! 👵 🤣 | คลิปใหม่ ซีซั่น 3 - รถเข็นคุณย่า 💙 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
269 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในการเล่นบทบาทสมมติเป็นคุณยายขี้หงุดหงิด เพื่อนบ้านคนหนึ่งถูกกระตุ้นให้กล้าแสดงจุดยืนมากขึ้น เพื่อจะได้เก็บเงินไปเที่ยวแนวปะการัง การขายสกูตเตอร์จึงกลายเป็นการต่อรองราคาที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ และจบลงด้วยข้อเสนอสุดท้ายที่ไม่เปิดให้ต่อรองอีก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. You watch yourself, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที เข้าใจว่านี่ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้คอยมองดูตัวเอง แต่เป็นคำเตือนที่แข็งกร้าวว่าให้ระวังพฤติกรรมของตน ผู้เรียนจะสังเกตได้ว่าเมื่อใดผู้พูดใช้ถ้อยคำนี้เพื่อแสดงอำนาจ ข่มอีกฝ่าย หรือทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น 2. call the council. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง ในบริบทออสเตรเลียและอังกฤษ วลีนี้หมายถึงการติดต่อหน่วยงานปกครองท้องถิ่นเพื่อจัดการปัญหา เช่น สิ่งของที่กีดขวางทางเท้าสาธารณะ จึงช่วยให้เข้าใจ council ว่าเป็นหน่วยงานบริการสาธารณะในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงคณะกรรมการทั่วไป 3. Take it or leave it. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ จดจำวลีตายตัวนี้ในฐานะข้อเสนอสุดท้ายที่ต่อรองไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเลือกกลาง ๆ ว่าจะหยิบของหรือปล่อยไว้ ผู้เรียนจะเข้าใจว่าผู้ขายกำลังยุติการต่อราคา และสามารถใช้วลีนี้เมื่อไม่มีพื้นที่ให้ประนีประนอมเพิ่มเติมแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is taking too long. วลี

0:00

นี่นานเกินไปแล้วนะ

วลี

taking too long: ใช้เวลานานเกินคาด

ในที่นี้ take กล่าวถึงระยะเวลาที่กิจกรรมหนึ่งต้องใช้ is taking too long หมายถึงกิจกรรมนั้นยังดำเนินอยู่และใช้เวลานานเกินกว่าที่ผู้พูดคาดไว้แล้ว โดย take ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หยิบ” หรือ “นำออกไป” ใช้โครงสร้าง thing + be taking too long เพื่อบอกว่างาน กระบวนการ หรือการรอที่กำลังเกิดขึ้นยังไม่เสร็จเร็วพอ สิ่งที่ล่าช้านั้นสามารถเป็นประธานของประโยคได้

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน take too long ให้อยู่ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมคำบ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันให้สมบูรณ์: The checkout process is ____.

ดูคำตอบ

taking too long

Bugalugs,

0:02

Bugalugs

take me home. วลี

0:03

พาฉันกลับบ้านที

วลี

take me home: โครงสร้าง take + คน + home

take + person + destination หมายถึงไปกับหรือพาคนหนึ่งจากสถานที่ปัจจุบันไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ในคำขอนี้ผู้พูดต้องการออกจากสถานที่ปัจจุบัน ดังนั้น take me home จึงหมายถึง “พาฉันจากที่นี่ไปบ้านของฉัน” ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถ เดินไปด้วยกัน หรือใช้วิธีอื่น หลังคำกริยาที่แสดงการเคลื่อนที่ home สามารถทำหน้าที่เป็นคำบอกทิศทางได้ จึงมักไม่ใช้ to ข้างหน้า ให้พูด take me home ไม่ใช่ take me to home

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์โดยใช้ take + person + home: Could you ____ after the party?

ดูคำตอบ

take me home

Yes, Nana.

0:04

ได้ค่ะ Nana

And watch the cracks! การใช้คำ

0:05

แล้วก็ระวังรอยแยกด้วย!

การใช้คำ

watch the cracks!: คำเตือนเพื่อความปลอดภัยแบบทันที

ในที่นี้ watch หมายถึงให้สังเกตและระวัง ไม่ใช่แค่มองดู รอยแตกเป็นจุดอันตราย ผู้ฟังจึงควรเข็นของหรือเดินหลบมัน ในคำเตือนสั้น ๆ รูป Watch + คำนาม! คำนามจะระบุสิ่งที่ต้องใส่ใจทันที และบริบทจะบอกว่าควรทำอย่างไรให้ปลอดภัย

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังจะเดินผ่านประตูที่เตี้ย ประโยคใดใช้ watch เป็นคำเตือนเพื่อความปลอดภัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Watch your head!
  2. See your head!
  3. Look at your head!
ดูคำตอบ

Watch your head!

Sorry, Nana.

0:07

ขอโทษค่ะ Nana

Bluey,

0:08

Bluey

Grouchy Granny is a bit too grouchy. ไวยากรณ์

0:09

คุณยายขี้หงุดหงิด ดูจะหงุดหงิดเกินไปหน่อยนะ

ไวยากรณ์

a bit too + คำคุณศัพท์: การประเมินเชิงลบที่นุ่มนวลขึ้น

รูปแบบ a bit too + คำคุณศัพท์ หมายความว่าคุณสมบัติหนึ่งเกินระดับที่เหมาะสมหรือยอมรับได้เล็กน้อย too แสดงความเกินพอดี ส่วน a bit ช่วยให้คำวิจารณ์ฟังนุ่มนวลขึ้น ในประโยคนี้ grouchy ยังคงเป็นการประเมินเชิงลบ ประโยคไม่ได้บอกเพียงว่าคุณยายหงุดหงิดเล็กน้อย แต่บอกว่าความหงุดหงิดนั้นมากเกินไปอยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ a bit too + คำคุณศัพท์ตามที่กำหนด: This jacket is ____ small for me.

ดูคำตอบ

a bit too

Are you sure there isn't another type of Granny? น้ำเสียง/เจตนา

0:12

แน่ใจเหรอว่าไม่มีคุณยายแบบอื่นแล้ว?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure there isn't ...? เพื่อทักท้วงอย่างสุภาพ

Are you sure ...? ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อถามว่าอีกฝ่ายมั่นใจแค่ไหน ในที่นี้ Are you sure there isn't ...? ใช้ทักท้วงข้อสันนิษฐานของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล และบอกเป็นนัยว่าอาจมีความเป็นไปได้อื่น ใจความที่กำลังขอให้ตรวจสอบคือ there isn't another type of Granny รูปแบบนี้ช่วยขอให้อีกฝ่ายคิดใหม่ได้โดยไม่ต้องพูดตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายคิดผิด

แบบฝึกหัด

คุณคิดว่าอาจมีทางเลือกอื่นและต้องการให้อีกฝ่ายทบทวนอย่างสุภาพ ควรพูดว่าอะไร?

  1. There definitely isn't another option.
  2. You're wrong; choose another option.
  3. Are you sure there isn't another option?
ดูคำตอบ

Are you sure there isn't another option?

There might be, but I just don't know what it is. ไวยากรณ์

0:15

อาจจะมีนะ แต่ฉันแค่ไม่รู้ว่ามันคือแบบไหน

ไวยากรณ์

There might be: การมีอยู่ที่เป็นไปได้และการละคำ

There might be หมายความว่าอาจมีบางสิ่งอยู่ แต่ผู้พูดไม่แน่ใจ ใช้โครงสร้างบอกการมีอยู่ there + modal + be ในประโยคนี้ นามวลีหลัง be ถูกละไว้ เพราะเข้าใจได้จากคำถามก่อนหน้า: There might be [another type of Granny] ในบริบทใหม่ ควรระบุสิ่งที่อาจมีอยู่ เช่น There might be a delay.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกการมีอยู่โดยใช้ might: There ____ a technical problem, but we have not confirmed it.

ดูคำตอบ

might be

ไวยากรณ์

don't know what it is: ลำดับคำในคำถามแบบฝัง

ตรงนี้ what it is เป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ขึ้นต้นด้วย I don't know เรียกว่าคำถามแบบฝัง และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + it + is ถ้าถามโดยตรงให้ใช้ What is it? เมื่ออยู่หลังคำกริยาอย่าง know, wonder หรือ ask ให้คงประธานไว้หน้าคำกริยาภายในคำถามที่ฝังอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้ what, it และ is ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I found something in the box, but I don't know ____.

ดูคำตอบ

what it is

Do you?

0:18

เธอรู้ไหมล่ะ?

Hmm, no.

0:19

อืม ไม่รู้สิ

I'll stay Grouchy Granny. ไวยากรณ์

0:21

ฉันจะเป็นคุณยายขี้หงุดหงิดต่อไปแหละ

ไวยากรณ์

stay Grouchy Granny: stay + ส่วนเติมเต็มประธาน

ตรงนี้ stay หมายถึง “ยังคงเป็นต่อไป” ไม่ใช่ “อยู่ต่อในสถานที่หนึ่ง” Grouchy Granny เป็นชื่อบทบาทที่เติมความหมายให้ stay ดังนั้น I'll stay Grouchy Granny จึงหมายถึงผู้พูดจะรับบทนั้นต่อไป เนื่องจากมองบทบาทนี้เป็นชื่อ จึงไม่มี article นำหน้า ในการใช้นี้ stay เป็นกริยาเชื่อม และตามด้วยคำคุณศัพท์หรือกลุ่มคำนามที่ระบุสภาวะหรืออัตลักษณ์ที่ดำเนินต่อไปได้ เช่น stay calm, stay friends, stay the captain สำหรับคำนามนับได้เอกพจน์ทั่วไป ให้ใช้คำกำหนดที่คำนามนั้นต้องการ ไม่ควรลอกแบบชื่อบทบาทที่ไม่มี article มาใช้กับทุกคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stay ในความหมายว่า “ยังคงเป็นต่อไป” แทนที่จะบอกว่าใครอยู่ที่ไหนหรืออยู่นานถึงเมื่อไร

  1. Rina will stay until six.
  2. Rina will stay at the library.
  3. Rina will stay the team leader.
ดูคำตอบ

Rina will stay the team leader.

Ah, great.

0:23

อา เยี่ยมไปเลย

You watch yourself, young man! น้ำเสียง/เจตนา

0:24

ระวังตัวไว้ให้ดีนะ พ่อหนุ่ม!

น้ำเสียง/เจตนา

You watch yourself: คำเตือนที่แข็งกร้าว

ในประโยคนี้ You watch yourself เป็นคำเตือนที่แข็งกร้าว หมายถึง “ระวังสิ่งที่ทำหรือพูดให้ดี” สื่อว่าหากอีกฝ่ายยังประพฤติตัวไม่ดีต่อไป อาจเจอปัญหาหรือผลตามมา ไม่ได้หมายถึง “มองดูตัวเอง” การเรียกอีกฝ่ายว่า young man ทำให้คำเตือนฟังเหมือนการดุอย่างเข้มงวดจากคนที่วางตัวว่ามีอำนาจเหนือกว่า

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: You watch yourself! เป็นคำเตือนที่สุภาพและเป็นกลางสำหรับคนแปลกหน้าที่อาจสะดุดล้มหรือไม่?

  1. ใช่
  2. ไม่ใช่
ดูคำตอบ

ไม่ใช่

Hmm,

0:27

อืม

how about $5? น้ำเสียง/เจตนา

0:27

5 ดอลลาร์เป็นไง?

น้ำเสียง/เจตนา

How about $5?: การเสนอราคา

ในที่นี้ How about $5? คือการเสนอราคา 5 ดอลลาร์เป็นราคาหนึ่งที่เป็นไปได้ และถามว่าอีกฝ่ายจะยอมรับหรือไม่ รูปแบบ How about + amount? ใช้เมื่อเสนอจำนวนเงินเพื่อนำไปเจรจา เป็นข้อเสนอแบบสบาย ๆ และเชิงหยั่งท่าที ไม่ใช่คำถามทั่วไปว่าอีกฝ่ายมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเงิน 5 ดอลลาร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอราคา 20 ดอลลาร์เป็นราคาหนึ่งที่เป็นไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. How about twenty dollars?
  2. How much is it?
  3. Is twenty dollars the listed price?
ดูคำตอบ

How about twenty dollars?

How about $2?

0:30

2 ดอลลาร์เป็นไง?

Okay, $2.

0:32

โอเค 2 ดอลลาร์

Doreen,

0:35

Doreen

if you want to go on a holiday to the reef, โน้ต

0:36

ถ้าเธออยากไปเที่ยววันหยุดที่แนวปะการัง

วลี

go on a holiday: ไปพักร้อน

Go on a holiday หมายถึงการเดินทางหรือออกไปพักผ่อนจากชีวิตประจำวัน ในโครงสร้าง go on + คำนามที่เป็นการเดินทางหรือกิจกรรม คำว่า on แสดงให้เห็นว่า holiday เป็นประสบการณ์หรือกิจกรรม ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง ในประโยคนี้ a holiday หมายถึงการพักร้อนครั้งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง ส่วน to the reef บอกจุดหมายปลายทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ โดยต้องมี a: After the exams, we plan to ____ by the sea.

ดูคำตอบ

go on a holiday

วัฒนธรรม

the reef ในฐานะจุดหมายสำหรับการพักผ่อน

reef หมายถึงแนวหินหรือแนวปะการังในทะเล ในที่นี้ go on a holiday to ทำให้ the reef เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนรู้จัก ไม่ใช่ก้อนหินทั่ว ๆ ไป เมื่ออยู่ในบริบทของออสเตรเลีย the reef อาจทำให้นึกถึงแหล่งท่องเที่ยวแนวปะการังที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะเกรตแบร์ริเออร์รีฟ แต่ประโยคนี้ไม่ได้ระบุชื่อไว้ จึงควรเข้าใจว่าเป็นบริเวณแนวปะการังแห่งหนึ่งที่เป็นที่รู้จัก มากกว่าจะฟันธงว่าคือเกรตแบร์ริเออร์รีฟ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the reef น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ตั๋วท่องเที่ยวชนิดหนึ่ง
  2. แหล่งท่องเที่ยวแนวปะการังที่มีชื่อเสียง
  3. ก้อนหินทั่วไปข้างถนน
ดูคำตอบ

แหล่งท่องเที่ยวแนวปะการังที่มีชื่อเสียง

you better toughen up. กริยาวลี

0:38

เธอต้องเข้มแข็งขึ้นหน่อยนะ

ไวยากรณ์

if ... you better ... สำหรับคำเตือนแบบมีเงื่อนไข

if ใช้เปิดเงื่อนไขหรือเป้าหมาย คือการอยากไปพักร้อนที่แนวปะการัง ส่วนประโยคหลัก you better toughen up บอกการกระทำที่ผู้พูดมองว่าจำเป็นภายใต้เงื่อนไขนั้น ในที่นี้ you better เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ you'd better (you had better) ใช้ให้คำแนะนำอย่างหนักแน่นและมักสื่อว่าถ้าไม่ทำตามอาจเกิดปัญหา จึงเป็นคำเตือนมากกว่าคำแนะนำแบบอ่อน ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยรูปย่อมาตรฐานของ had better: If you want to catch the last train, ____ leave now.

ดูคำตอบ

you'd better

กริยาวลี

toughen up: เข้มแข็งหรือเด็ดขาดขึ้น

Toughen up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเข้มแข็งขึ้นทางจิตใจ อดทนต่อแรงกดดันได้มากขึ้น หรือมีท่าทีเด็ดขาดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกอีกฝ่ายว่าอย่าอ่อนเกินไปเมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ยาก เมื่อใช้กับคน การเปลี่ยนแปลงมักหมายถึงท่าทีหรือความเข้มแข็งทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของคนนั้นแข็งขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงการอดทนต่อแรงกดดันได้มากขึ้นให้สมบูรณ์: You'll need to ____ if you want to handle the pressure.

ดูคำตอบ

toughen up

Oh, I know.

0:39

โอ้ ฉันรู้แล้ว

Oh dear, the table leg's blocking the footpath. โน้ต

0:41

ตายจริง ขาโต๊ะขวางทางเท้าอยู่นะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

Oh dear: ปฏิกิริยาแบบไม่รุนแรงเมื่อเกิดปัญหา

Oh dear เป็นคำอุทานที่ไม่รุนแรง ใช้เมื่อมีบางอย่างผิดพลาดหรือดูน่ากังวล น่าผิดหวัง หรือน่ารำคาญ ในประโยคนี้ใช้เกริ่นคำบ่นเรื่องทางเดินที่ถูกขวางอย่างนุ่มนวล ในสำนวนแสดงปฏิกิริยานี้ dear ไม่ใช่คำเรียกบุคคล ควรเข้าใจ Oh dear เป็นสำนวนทั้งชุด ซึ่งแสดงว่าผู้พูดรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ดี แต่ไม่ได้ตื่นตกใจอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมปฏิกิริยานี้ด้วยคำอุทานแบบไม่รุนแรงจากบทเรียน: ____, I left the tickets at home.

ดูคำตอบ

Oh dear

การใช้คำ

blocking the footpath: ขวางทางเดินสำหรับคนเดินเท้า

ใน blocking the footpath คำว่า blocking หมายถึงการกีดขวางทางผ่านทางกายภาพ วลีนี้บอกว่าขาโต๊ะอยู่ขวางเส้นทางที่มีไว้ให้คนเดิน ในที่นี้ footpath หมายถึงทางสาธารณะสำหรับคนเดิน ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย footpath เป็นคำมาตรฐานสำหรับทางเท้าข้างถนน ในภาษาอังกฤษแบบบริติช footpath มักหมายถึงเส้นทางสำหรับคนเดินในความหมายที่กว้างกว่า ส่วนทางเท้าข้างถนนมักเรียกว่า pavement

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ขวางทางเดินสำหรับคนเดินเท้า” เพื่อเติมประโยค: The delivery boxes are ____.

ดูคำตอบ

blocking the footpath

I could have broke my leg. ไวยากรณ์

0:44

ฉันอาจจะขาหักได้เลยนะ

ไวยากรณ์

could have broke: รูปมาตรฐานคือ could have broken

ในประโยคนี้ could have + คำกริยาช่องสาม แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ผู้พูดบอกว่าการล้มอาจทำให้ขาหักเพื่อเน้นว่าสถานการณ์นั้นอันตรายเพียงใด could have broke ในที่นี้เป็นรูปที่ไม่เป็นมาตรฐาน ภาษาอังกฤษมาตรฐานต้องใช้คำกริยาช่องสามของ break คือ broken หลัง have: I could have broken my leg. ควรฟัง broke ในบทพูดของตัวละครให้ออก แต่เมื่อพูดหรือเขียนเองให้ใช้ broken

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับเหตุการณ์หวุดหวิดในอดีตนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษมาตรฐาน โดยใช้ could have และรูปที่ถูกต้องของ break: I ____ my ankle when I slipped, but luckily I caught the handrail.

ดูคำตอบ

could have broken

Oh, I'm terribly sorry. น้ำเสียง/เจตนา

0:45

โอ้ ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm terribly sorry: คำขอโทษที่หนักแน่นและเป็นทางการ

terribly ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่หมายถึง very หรือ extremely ใช้เพิ่มความหนักแน่นให้ sorry ไม่ได้หมายความว่าคำขอโทษนั้นแย่หรือน่ากลัว I'm terribly sorry เป็นคำขอโทษที่เน้นหนักและค่อนข้างเป็นทางการ แสดงว่าผู้พูดมองว่าสถานการณ์นั้นจริงจังและต้องการแสดงความเสียใจอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำขอโทษที่หนักแน่นและเป็นทางการที่สุดสำหรับข้อผิดพลาดในการจอง

  1. I'm sorry for the booking error.
  2. I'm terribly sorry for the booking error.
  3. Sorry about the booking error.
ดูคำตอบ

I'm terribly sorry for the booking error.

I should call the council. วัฒนธรรม

0:47

ฉันควรโทรแจ้งสภาเมืองนะ

วัฒนธรรม

call the council: ติดต่อหน่วยงานปกครองท้องถิ่น

ในประโยคนี้ the council หมายถึงหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่นั้น ไม่ใช่การประชุมหรือคณะกรรมการของเอกชน ในสหราชอาณาจักร หน่วยงานท้องถิ่นมักรับผิดชอบบริการในพื้นที่และปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้าที่ถูกกีดขวาง ใน call the council คำว่า call หมายถึง “ติดต่อ” ได้ แม้ว่าวิธีติดต่อที่แน่นอนจะไม่สำคัญ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นและขอให้จัดการปัญหาสาธารณะดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I should call the council about the blocked pavement,” คำว่า the council น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. การประชุมของกลุ่มเอกชนเพื่อหารือโครงการ
  2. หน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น
  3. บุคคลที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย
ดูคำตอบ

หน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น

I'll get it, Doreen. การใช้คำ

0:48

ฉันจัดการเอง Doreen

การใช้คำ

I'll get it: ฉันจัดการเอง

ในที่นี้ it หมายถึงสถานการณ์ที่ต้องได้รับการจัดการ และ get หมายถึงการตอบสนองหรือรับผิดชอบสถานการณ์นั้น เมื่อพูดว่า I'll get it ผู้พูดกำลังบอก Doreen ว่าจะเข้าไปจัดการเรื่องดังกล่าวเอง การกระทำที่แน่นอนเข้าใจได้จากสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ร่วมกัน เช่น รับโทรศัพท์ เปิดประตูไปตอบคนที่มา พูดกับใครบางคน หรือจัดการปัญหาตรงหน้า หากไม่มีงานที่ชัดเจน คำพูดเดียวกันนี้อาจหมายถึงการไปหยิบหรือหาสิ่งของก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีสามคำที่มี get และหมายความว่าคุณจะรับโทรศัพท์: The phone's ringing—____.

ดูคำตอบ

I'll get it

Keep that noise down. น้ำเสียง/เจตนา

0:50

เบาเสียงหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

Keep that noise down: down หมายถึงลดระดับเสียง

Keep that noise down เป็นประโยคคำสั่ง โดยละประธาน you ไว้ ผู้พูดกำลังสั่งให้อีกฝ่ายลดความดังของเสียง ในโครงสร้าง keep + เสียงหรือเสียงรบกวน + down คำว่า down หมายถึง “ให้อยู่ในระดับต่ำ” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง คำสั่งที่ไม่มีคำช่วยลดความแข็งนี้ตรงมาก และอาจฟังดูรำคาญหรือใช้อำนาจ เป็นการสั่งให้ลดระดับเสียงทันที ไม่ใช่การพูดถึงเสียงรบกวนแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ใน keep the noise down ลงในประโยค: Please keep your voice ____ during the exam.

ดูคำตอบ

down

I'm sorry? น้ำเสียง/เจตนา

0:51

ขอโทษนะคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry? ที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำ

เมื่อมีเครื่องหมายคำถามและใช้ทำนองเสียงแบบคำถาม I'm sorry? มักหมายถึง “ฉันได้ยินไม่ชัด กรุณาพูดอีกครั้ง” หรือ “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ” ไม่ได้เป็นคำขอโทษเสมอไป ในบริบทนี้ ประโยคดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาต่อคำสั่งที่กะทันหันและแข็งกร้าว น้ำเสียงอาจทำให้ประโยคนี้แสดงความประหลาดใจพร้อมขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำ หรือใช้ถ้อยคำสุภาพเพื่อแสดงการโต้แย้งเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

หลังจากมีคนออกคำสั่งอย่างแข็งกร้าวกะทันหัน I'm sorry? น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. กรุณาพูดอีกครั้ง ฉันอาจประหลาดใจกับสิ่งที่คุณพูดด้วย
  2. ฉันเห็นด้วยกับคำขอของคุณและจะทำทันที
  3. ฉันยอมรับว่าตัวเองผิดและกำลังขอโทษ
ดูคำตอบ

กรุณาพูดอีกครั้ง ฉันอาจประหลาดใจกับสิ่งที่คุณพูดด้วย

I'm not paying for any of this. น้ำเสียง/เจตนา

0:53

ฉันจะไม่จ่ายค่าอะไรพวกนี้หรอกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not paying for any of this: การปฏิเสธรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

pay for + สิ่งของ บริการ หรือค่าใช้จ่าย หมายถึงจ่ายเงินเพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น ในที่นี้รูป present progressive ของ I'm not paying ไม่ได้บรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น แต่แสดงการตัดสินใจหรือการปฏิเสธที่จะจ่ายอย่างชัดเจน ในประโยคปฏิเสธ any of this ขยายขอบเขตการปฏิเสธให้ครอบคลุมทุกรายการหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งกำลังพูดถึง ผู้พูดไม่ได้เพียงปฏิเสธการซื้อ แต่ยังปฏิเสธความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายด้วย

แบบฝึกหัด

คุณกำลังปฏิเสธค่าธรรมเนียมทุกรายการในใบเรียกเก็บเงิน จงเติมประโยคด้วยโครงสร้าง pay for: I'm not ____ any of these fees.

ดูคำตอบ

paying for

Oh, well, that's fine. น้ำเสียง/เจตนา

0:55

โอ้ งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

that's fine: การยอมรับธรรมดา ไม่ใช่คำชมอย่างมาก

ในที่นี้ That's fine หมายถึง 'แบบนั้นก็ยอมรับได้' หรือ 'ฉันรับได้' ไม่ได้หมายถึง 'ยอดเยี่ยมมาก' That's อ้างถึงสถานการณ์ที่เพิ่งพูดถึง ส่วน fine แสดงว่าผู้พูดยอมรับให้เป็นไปเช่นนั้น ในการสนทนา คำตอบนี้ช่วยลดความตึงเครียดและจบความขัดแย้งได้ อาจแสดงการยอมรับโดยไม่ได้แสดงว่ารู้สึกดีใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดว่า “We can move the meeting to three.” คุณตอบว่า “That's fine.” คำตอบนี้มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. ฉันตื่นเต้นกับเวลาใหม่มาก
  2. ฉันยอมรับเวลาใหม่
  3. ฉันปฏิเสธที่จะเปลี่ยนเวลา
ดูคำตอบ

ฉันยอมรับเวลาใหม่

Well, I think you should pay a little. น้ำเสียง/เจตนา

0:57

อืม ฉันคิดว่าคุณควรจะจ่ายสักหน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think you should...: ทำให้คำแนะนำนุ่มนวลด้วยการเสนอเป็นความเห็นส่วนตัว

I think you should... ทำให้คำแนะนำที่ตามมาดูเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้พูด ในที่นี้ I think มีหน้าที่หลักในการลดความหนักแน่นของ should และไม่ได้แปลว่าผู้พูดไม่แน่ใจจริง ๆ เสมอไป should ยังคงบอกว่าผู้พูดมองว่าการกระทำใดถูกต้องหรือสมเหตุสมผล ดังนั้นประโยคนี้จึงอาจใช้กดดันเล็กน้อยระหว่างการเจรจาได้ ส่วน a little จำกัดจำนวนเงินที่ขอให้จ่ายไว้เพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง I think + should: ____ check the total again.

ดูคำตอบ

I think you should

I think you should mind your own business. สำนวน

0:59

ฉันคิดว่าคุณควรยุ่งเรื่องของตัวเองดีกว่านะ

สำนวน

mind your own business: คำสั่งตรงและแรงว่าอย่าเข้ามายุ่ง

Mind your own business เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงให้จัดการเรื่องของตัวเองและหยุดเข้ามายุ่งกับเรื่องของฉัน ในสำนวนนี้ mind หมายถึงเอาใจใส่หรือดูแล ไม่ได้หมายถึงรู้สึกขัดข้องใจ ผู้พูดกำลังปฏิเสธการเข้ามาเกี่ยวข้องของอีกฝ่าย ไม่ได้ให้คำแนะนำอย่างเป็นกลาง โครงสร้างเต็ม I think you should... แทบไม่ได้ช่วยลดความเผชิญหน้าของข้อความนี้

แบบฝึกหัด

Mind your own business แสดงเจตนาแบบใดในบริบทนี้?

  1. บอกอย่างสุภาพว่าตนเองไม่ขัดข้อง
  2. ขอให้อีกฝ่ายบริหารบริษัท
  3. บอกอย่างแข็งกร้าวให้อีกฝ่ายหยุดเข้ามายุ่ง
ดูคำตอบ

บอกอย่างแข็งกร้าวให้อีกฝ่ายหยุดเข้ามายุ่ง

Woah,

1:02

โห

that is one Grouchy Granny. ไวยากรณ์

1:03

นั่นแหละคุณยายขี้หงุดหงิดของจริง

ไวยากรณ์

one ที่ใช้เน้นใน one Grouchy Granny

เมื่อ one อยู่หน้าคำคุณศัพท์และคำนามนับได้เอกพจน์ คำนี้สามารถทำให้ความคิดเห็นของผู้พูดหนักแน่นขึ้นได้ ในที่นี้ one Grouchy Granny หมายถึง “คุณยายที่อารมณ์เสียจริง ๆ” หรือ “ช่างเป็นคุณยายที่อารมณ์เสียจริง ๆ” ไม่ได้เพียงแค่นับว่ามีหนึ่งคน โครงสร้างนี้ทำให้ลักษณะนั้นดูเด่นเป็นพิเศษ คำคุณศัพท์อาจเป็นด้านบวกหรือด้านลบก็ได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ใน “That was one difficult exam,” หน้าที่หลักของ one คืออะไร

  1. บอกว่าการสอบครั้งนั้นเป็นครั้งแรกในลำดับ
  2. บอกเพียงว่ามีการสอบหนึ่งครั้งโดยไม่มีการประเมินเพิ่มเติม
  3. เน้นว่าการสอบครั้งนั้นยากมาก
ดูคำตอบ

เน้นว่าการสอบครั้งนั้นยากมาก

We're back home, Nana.

1:05

เรากลับถึงบ้านแล้วค่ะ Nana

About time. สำนวน

1:07

ได้เวลาสักที

สำนวน

About time: “ในที่สุด ก็น่าจะมาตั้งนานแล้ว”

About time. เป็นปฏิกิริยาเชิงสำนวนสั้น ๆ ที่หมายถึง “ในที่สุด เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่านี้” ผู้พูดรอมาแล้วระยะหนึ่งหรือคิดว่าเหตุการณ์นั้นล่าช้านานเกินไป ประโยคนี้ไม่ได้ถามเวลา และ about ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึง “ประมาณ” รูปที่เต็มกว่าคือ It's about time ซึ่งสามารถสื่อการประเมินแบบไม่พอใจที่คล้ายกันได้

แบบฝึกหัด

เติมปฏิกิริยาแบบไม่พอใจด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่านี้”: ____! The bus is finally here.

ดูคำตอบ

About time

Now make me a cup of tea, Bugalugs. วลี

1:08

ทีนี้ไปชงชาให้ฉันถ้วยนึงสิ Bugalugs

วลี

make me a cup of tea: โครงสร้าง make + คน + สิ่งของ

ใน make me a cup of tea คำว่า make ตามด้วยกรรมสองส่วน me คือผู้ที่ได้รับสิ่งที่ทำเสร็จแล้ว และ a cup of tea คือสิ่งที่เตรียมให้ โครงสร้างคือ make + คน + สิ่งของ หมายถึงทำหรือเตรียมบางอย่างให้ใครสักคน ในที่นี้ make หมายถึงการเตรียมเครื่องดื่ม ไม่ใช่การผลิตถ้วย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับอาหารและสิ่งอื่นที่ทำให้คนอื่นได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังเตรียมอาหารกลางวัน ใช้ me และ a sandwich เติมคำขอตามโครงสร้าง make + คน + สิ่งของ: Could you make ____ for lunch?

ดูคำตอบ

me a sandwich

Hey, you, get off that. กริยาวลี

1:10

เฮ่ เธอ ลงมาจากตรงนั้นเลยนะ

กริยาวลี

get off that: ออกจากพื้นผิวที่กำลังอยู่บนนั้น

ใน get off that คำว่า get off หมายถึงออกจากด้านบนหรือพื้นผิวของสิ่งที่ that ชี้ถึง คนคนนั้นอาจต้องปีนลงมา หรือเพียงแค่เลิกนั่ง ยืน หรืออยู่บนสิ่งนั้น คำว่า off จำเป็นต่อความหมายนี้ หากไม่มีคำนี้ get that มักหมายถึงเอาหรือไปหยิบสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงออกจากพื้นผิวของมัน

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะ เติมคำที่หายไปจาก get off เพื่อทำให้คำสั่งสมบูรณ์: Please get ____ the table.

ดูคำตอบ

off

No, it's mine.

1:12

ไม่ นี่ของฉัน

I'm buying it.

1:14

ฉันจะซื้อมัน

Fine.

1:15

ก็ได้

Give me $900.

1:16

เอามา 900 ดอลลาร์

What?

1:18

อะไรนะ?

The sign says $300. การใช้คำ

1:18

ป้ายบอกว่า 300 ดอลลาร์นะ

การใช้คำ

การใช้ say ใน sign says $300.

ในที่นี้ sign ซึ่งเป็นประธานไม่ได้พูดจริง ๆ Says หมายความว่าป้ายมีหรือแสดงข้อมูลที่เขียนว่า $300 ภาษาอังกฤษมักใช้แหล่งข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นประธานของ say เช่น sign, notice, label, email หรือ message สามารถ say เนื้อหาบางอย่างได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ แหล่งข้อมูล + say/says + เนื้อหา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของ say เพื่อบอกข้อมูลที่เขียนไว้: The notice ____ the library closes at six.

ดูคำตอบ

says

Get it.

1:20

เข้าใจไหม

$900.

1:21

900 ดอลลาร์

I'm not paying $900.

1:23

ฉันไม่จ่าย 900 ดอลลาร์หรอก

Good.

1:25

ดี

Then I keep it. ลำดับความ

1:25

งั้นฉันจะเก็บมันไว้

ลำดับความ

Then I keep it.: then ที่หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น”

ในที่นี้ then ย้อนกลับไปถึงการปฏิเสธของอีกฝ่ายและนำเข้าสู่ผลที่ตามมา คือถ้าเป็นอย่างนั้น ผู้พูดก็จะเก็บสิ่งของไว้ เงื่อนไขนี้เข้าใจได้จากบทพูดก่อนหน้า จึงไม่ต้องพูดซ้ำ then ในความหมายนี้ใช้จัดความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ถ้าเป็นเช่นนั้น” ไม่ใช่เพียง “หลังจากนั้น” ตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

ใน Then I keep it. คำว่า then ทำหน้าที่อะไร

  1. หมายความว่าสิ่งของถูกเก็บไว้ในช่วงเวลานั้นในอดีต
  2. นำเสนอผลที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า
  3. เรียงเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้วสองเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

นำเสนอผลที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า

Oh, it's like that is it? น้ำเสียง/เจตนา

1:27

โอ้ เป็นอย่างนั้นใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

it's like that is it? ในฐานะคำตอบเชิงท้าทาย

ในประโยคนี้ it's like that is it? มีความหมายประมาณว่า “สรุปว่าจะทำตัวแบบนี้ใช่ไหม?” ผู้พูดมองออกแล้วว่าอีกฝ่ายมีท่าทีอย่างไร และกำลังท้าทายท่าทีนั้น ไม่ได้ถามอย่างเป็นกลาง like that ย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำหรือท่าทีของอีกฝ่าย ส่วน is it? ที่ท้ายประโยคเป็นคำถามย้อนเชิงเผชิญหน้า ผู้พูดเสนอว่าการตีความของตนนั้นชัดเจนอยู่แล้ว และท้าให้อีกฝ่ายยืนยันว่าจะยืนกรานท่าทีเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ที่ไม่ลงรอยกัน Oh, it's like that is it? น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ขอบคุณที่อธิบายอย่างสุภาพมาก
  2. ฉันเห็นท่าทีของคุณแล้ว และฉันกำลังท้าทายท่าทีนั้น
  3. ช่วยให้ฉันดูหน่อยว่าสิ่งของชิ้นนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
ดูคำตอบ

ฉันเห็นท่าทีของคุณแล้ว และฉันกำลังท้าทายท่าทีนั้น

Look, love, น้ำเสียง/เจตนา

1:28

นี่ที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

Look, love: การเรียกความสนใจและคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ

Look ในที่นี้ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายใช้ตามองจริง ๆ แต่ใช้เรียกความสนใจของผู้ฟังและเกริ่นเข้าสู่คำอธิบาย การแก้ไข หรือคำแนะนำ love เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการบางรูปแบบ คำนี้ใช้ได้แม้ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงรักใคร่ เมื่อใช้ Look, love, ร่วมกัน การเปลี่ยนเข้าสู่เรื่องที่จะพูดอาจฟังเป็นมิตรหรือเหมือนกำลังเกลี้ยกล่อม แต่โทนเสียงและบริบทก็อาจทำให้ฟังเหมือนวางตัวเหนือกว่าได้

แบบฝึกหัด

ใน Look, love, คำว่า Look และ love ทำหน้าที่อะไร?

  1. Look ขอให้ผู้ฟังมองความรักเหมือนเป็นวัตถุชิ้นหนึ่ง
  2. love เป็นคำกริยาหลักและใช้ประกาศความรู้สึกเชิงรักใคร่
  3. Look ใช้เรียกความสนใจ และ love ใช้เรียกผู้ฟังอย่างไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

Look ใช้เรียกความสนใจ และ love ใช้เรียกผู้ฟังอย่างไม่เป็นทางการ

I think you want to talk to that lady. น้ำเสียง/เจตนา

1:29

ฉันว่าเธอคงอยากคุยกับผู้หญิงคนนั้นมากกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

I think you want to... สำหรับแนะนำขั้นตอนถัดไปโดยอ้อม

ในประโยคนี้ I think you want to talk to that lady. ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการบอกความต้องการส่วนตัวในใจของผู้ฟัง ผู้พูดกำลังชี้แนะผู้ฟังโดยอ้อมให้ไปหาผู้หญิงที่เหมาะสมซึ่งสามารถช่วยหรือตัดสินใจเรื่องขั้นตอนต่อไปได้ โครงสร้าง I think you want to + คำกริยา สามารถนำเสนอขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมให้เหมือนเป็นสิ่งที่ผู้ฟังต้องการทำ จึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ แต่ต้องอาศัยบริบทเพื่อตัดสินว่า want เป็นการชี้แนะหรือหมายถึงความต้องการตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ พนักงานพูดว่า "I think you want to speak to the permits officer." พนักงานน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. เจ้าหน้าที่ฝ่ายใบอนุญาตน่าจะเป็นคนที่เหมาะสมให้คุณไปคุยด้วย
  2. พนักงานรู้ว่าการคุยกับเจ้าหน้าที่คนนั้นเป็นความต้องการส่วนตัวในใจของคุณ
  3. พนักงานกำลังถามว่าคุณชอบคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายใบอนุญาตหรือไม่
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายใบอนุญาตน่าจะเป็นคนที่เหมาะสมให้คุณไปคุยด้วย

Get your hands off me. น้ำเสียง/เจตนา

1:31

เอามือออกไปจากฉันเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Get your hands off me. เพื่อกำหนดขอบเขตทางร่างกายอย่างหนักแน่น

Get your hands off me. เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายเอามือออกและหยุดแตะต้องหรือจับผู้พูดทันที ในโครงสร้าง get + กรรม + off + คนหรือสิ่งของ get หมายถึงทำให้กรรมเคลื่อนออกไป ส่วน off บอกว่าการสัมผัสสิ้นสุดลง คำสั่งนี้กำหนดขอบเขตทางร่างกายอย่างหนักแน่น ความแข็งกร้าวเป็นส่วนหนึ่งของความหมาย ผู้พูดไม่ได้ขอแบบทั่วไป แต่กำลังเรียกร้องให้การสัมผัสที่ไม่ต้องการหยุดลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกคนที่กำลังจับตัวคุณให้หยุดแตะต้องคุณทันทีได้ตรงที่สุด?

  1. Get your hands off me.
  2. Could you hold this for me?
  3. Keep your hands warm.
ดูคำตอบ

Get your hands off me.

What are you doing?

1:32

คุณกำลังทำอะไรเนี่ย?

Where's my cup of tea?

1:32

ถ้วยชาฉันอยู่ไหน?

Doreen,

1:34

Doreen

I think this delightful lady wants to buy your scooter. น้ำเสียง/เจตนา

1:34

ฉันคิดว่าผู้หญิงที่น่ารักคนนี้อยากซื้อสกู๊ตเตอร์ของเธอนะ

น้ำเสียง/เจตนา

this delightful lady ในฐานะคำสุภาพเชิงกลยุทธ์

ในนามวลี this delightful lady คำว่า this lady ระบุว่าหมายถึงผู้หญิงคนไหน ส่วน delightful เพิ่มคำประเมินในแง่บวกอย่างชัดเจน ในที่นี้ผู้หญิงคนนั้นเพิ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้เพียงบรรยายตัวเธอ แต่เป็นการปรับภาพของเธอให้สุภาพขึ้นก่อนบอกว่าเธอต้องการอะไร ถ้อยคำนี้ช่วยลดความตึงเครียดและทำให้การสนทนายังคงราบรื่นได้ แต่ความขัดกันกับพฤติกรรมของเธอก็อาจทำให้เกิดนัยประชดเล็กน้อยเช่นกัน จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคำชมจากใจหรือเป็นการประชดเสมอไป ต้องพิจารณาบริบทและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

จริงหรือไม่จริง: หลังจากใครบางคนแสดงท่าทีแข็งกร้าว การเรียกเธอว่า this delightful lady ต้องเป็นคำชมจากใจเสมอ

  1. จริง
  2. ไม่จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

$100.

1:37

100 ดอลลาร์

Um, I guess that sounds okay. น้ำเสียง/เจตนา

1:39

อืม ฉันว่าก็ฟังดูโอเคดีนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I guess that sounds okay: การยอมรับแบบลังเล

I guess ลดความหนักแน่นของการตอบรับ โดยผู้พูดแสดงคำตอบว่าเป็นความเห็นที่ยังไม่แน่นอนแทนที่จะเป็นการยืนยันอย่างชัดเจน ส่วน That sounds okay เป็นการประเมินข้อเสนอที่เพิ่งได้ยินว่ายอมรับได้ sounds ในที่นี้หมายถึงเมื่อพิจารณาแล้วดูเหมือนเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเสียงไพเราะเพียงอย่างเดียว เมื่อนำมารวมกัน I guess that sounds okay สื่อถึงการตอบตกลงอย่างระมัดระวังหรือค่อนข้างฝืนใจเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนกว่าและกระตือรือร้นน้อยกว่าการพูด Yes หรือ That sounds great โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงการยอมรับแบบลังเล: I ____.

ดูคำตอบ

guess that sounds okay

Oh, Doreen, you need to go higher than that. การใช้คำ

1:41

โอ้ Doreen เธอต้องเรียกให้สูงกว่านั้นสิ

การใช้คำ

go higher than that: ตั้งราคาให้สูงกว่าราคาที่เพิ่งกล่าวถึง

ในการคุยเรื่องราคานี้ go higher หมายถึงเลือกหรือบอกจำนวนเงินที่สูงขึ้น higher ขยายค่าตัวเลขของราคา ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพ than that เปรียบเทียบจำนวนเงินใหม่กับราคาที่เพิ่งกล่าวถึง รูปแบบ go higher than + จำนวนเงินหรือค่าอ้างอิง ใช้ได้กับข้อเสนอ งบประมาณ คะแนน และค่าอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ใช้เพิ่มราคาที่เสนอให้สมบูรณ์: Your first price is too low; you need to go ____ than that.

ดูคำตอบ

higher

You need to lay off the biscuits. กริยาวลี

1:44

เธอควรเลิกกินคุกกี้ได้แล้วนะ

กริยาวลี

lay off the biscuits: เลิกหรือเพลาการกินบิสกิตลงอย่างมาก

lay off + อาหารหรือเครื่องดื่ม หมายถึงหยุดกินหรือดื่มสิ่งนั้น หรือเพลาลงอย่างมากเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในที่นี้ lay off เป็นกริยาวลี ดังนั้น lay กับ off ต้องเข้าใจรวมกัน ไม่ได้หมายถึงให้นำบิสกิตไปวางที่ใด You need to ทำให้คำพูดนี้ฟังเหมือนการตัดสินนิสัยของอีกฝ่ายโดยตรง ในบทสนทนานี้เป็นคำโต้กลับเชิงตำหนิ ไม่ใช่คำแนะนำด้านสุขภาพที่เป็นมิตร

แบบฝึกหัด

You need to lay off the biscuits ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คุณควรวางบิสกิตไว้บนพื้นผิวหนึ่ง
  2. คุณควรซื้อบิสกิตเพิ่ม
  3. คุณควรหยุดกินบิสกิตหรือเพลาการกินลงอย่างมาก
ดูคำตอบ

คุณควรหยุดกินบิสกิตหรือเพลาการกินลงอย่างมาก

What?

1:46

อะไรนะ?

You said I was looking good. วลี

1:46

เธอเพิ่งบอกว่าฉันดูดีนี่

วลี

was looking good: look + คำคุณศัพท์

ในประโยคนี้ was looking good หมายถึงผู้พูดดูมีเสน่ห์ ดูสุขภาพดี หรือโดยรวมดูอยู่ในสภาพที่ดี ตรงนี้ look เป็นกริยาเชื่อม และ good บอกลักษณะของประธาน I ส่วน looking ไม่ได้หมายถึงการค้นหา รูปอดีตกำลังดำเนิน was looking ย้อนกล่าวถึงว่าผู้พูดดูเป็นอย่างไรในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือรูปต่าง ๆ ของ look + คำคุณศัพท์ เช่น look tired, looks ready และ was looking good

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย was + รูป -ing ของ look + good: At the party, Mia ____.

ดูคำตอบ

was looking good

You are, honey.

1:48

เธอดูดีจ้ะ ที่รัก

Ignore her. น้ำเสียง/เจตนา

1:48

อย่าไปสนใจเธอเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Ignore her: คำสั่งตรง ๆ ว่าไม่ต้องตอบโต้เธอ

Ignore her. เป็นประโยคคำสั่ง โดยละประธาน you ไว้ ผู้พูดบอกผู้ฟังโดยตรงว่าอย่าตอบโต้หรือสนใจผู้หญิงอีกคน ในบทสนทนาสามคน ประโยคนี้ยังจัดการความสัมพันธ์ในกลุ่มด้วย โดยกันคำพูดของบุคคลที่สามออกไปและขอให้ผู้ฟังอยู่ฝ่ายเดียวกับผู้พูดต่อไป นี่คือคำแนะนำหรือคำสั่ง ไม่ใช่การบรรยายอย่างเป็นกลางว่ามีคนกำลังถูกเมิน

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาสามคน ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า Ignore her.?

  1. รายงานว่าผู้หญิงอีกคนหยุดฟังแล้ว
  2. ขอให้ผู้ฟังไปขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงอีกคน
  3. บอกผู้ฟังโดยตรงว่าอย่าตอบโต้หรือได้รับอิทธิพลจากผู้หญิงอีกคน
ดูคำตอบ

บอกผู้ฟังโดยตรงว่าอย่าตอบโต้หรือได้รับอิทธิพลจากผู้หญิงอีกคน

Oh, nosy neighbor's back. การใช้คำ

1:49

โอ้ เพื่อนบ้านจอมจุ้นกลับมาอีกแล้ว

การใช้คำ

nosy neighbor's back: nosy และ 's ที่หมายถึง is

nosy ใช้บรรยายคนที่ชอบถามเรื่องส่วนตัวหรือเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น และมีความหมายในเชิงลบ ดังนั้น nosy neighbor จึงหมายถึงเพื่อนบ้านที่ผู้พูดมองว่าชอบสอดรู้สอดเห็น ใน neighbor's back นั้น 's เป็นรูปย่อของ is ส่วน back หมายถึงกลับมาแล้วหรือมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง วลีนี้จึงหมายความว่าเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นกลับมาแล้ว ไม่ได้หมายถึงอวัยวะส่วนหนึ่งของเพื่อนบ้าน

แบบฝึกหัด

nosy neighbor's back ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. หมายถึงเพื่อนบ้านยืนอยู่ข้างหลังใครบางคน
  2. หมายถึงเพื่อนบ้านได้รับบาดเจ็บที่หลัง
  3. หมายถึงเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นกลับมาแล้ว
ดูคำตอบ

หมายถึงเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นกลับมาแล้ว

Now, you listen. น้ำเสียง/เจตนา

1:51

เอาล่ะ ฟังนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Now, you listen. ในฐานะคำสั่งที่หนักแน่น

now ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงเวลา แต่ยังแสดงจุดเปลี่ยนของการสนทนา โดยผู้พูดหยุดการโต้ตอบก่อนหน้าและเรียกร้องให้อีกฝ่ายตั้งใจฟัง You listen เป็นประโยคคำสั่ง ปกติประโยคคำสั่งมักละ you ดังนั้นการพูด you ออกมาจึงทำให้คำสั่งเจาะจงและเน้นหนักขึ้น โดยรวมแล้ว Now, you listen. มีความหมายใกล้เคียงกับ “พอแล้ว ฟังฉัน” และแสดงว่าผู้พูดกำลังเข้าควบคุมการสนทนา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า Now, you listen.?

  1. ผู้พูดกำลังแย่งสิทธิ์ในการพูดกลับมาอย่างหนักแน่นและสั่งให้อีกฝ่ายตั้งใจฟัง
  2. ผู้พูดกำลังถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายมีเวลาหรือไม่
  3. ผู้พูดกำลังบอกว่าโดยปกติอีกฝ่ายเป็นคนรับฟัง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังแย่งสิทธิ์ในการพูดกลับมาอย่างหนักแน่นและสั่งให้อีกฝ่ายตั้งใจฟัง

$100.

1:52

100 ดอลลาร์

Take it or leave it. สำนวน

1:53

จะเอาหรือไม่เอา

สำนวน

Take it or leave it. ในฐานะข้อเสนอสุดท้ายที่แข็งกร้าว

Take it or leave it. เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “จะยอมรับข้อเสนอหรือจะปฏิเสธก็เลือกเอา” ในที่นี้ take it คือยอมรับราคาหรือเงื่อนไขปัจจุบัน ส่วน leave it คือถอนตัวจากข้อตกลง โดยไม่ได้ใช้คำกริยาในความหมายทางกายภาพตามปกติ ประโยคนี้ให้ผู้ฟังเลือกเพียงสองทาง คือยอมรับหรือปฏิเสธ และบอกเป็นนัยว่าผู้พูดจะไม่เจรจาหรือยอมอ่อนข้ออีก จึงเป็นการยื่นข้อเสนอสุดท้ายอย่างแข็งกร้าว ไม่ใช่การชวนให้ต่อรองต่อ

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอสุดท้ายที่แข็งกร้าวด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: This is my final offer. ____. I won't make another offer.

ดูคำตอบ

Take it or leave it

Oh, Doreen, no.

1:56

โอ้ Doreen ไม่นะ