คุณตายจริงๆ ในวินาทีไหน? - Randall Hayes: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
767 คำ 156 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดเรื่องความตายและการฟื้นคืนชีพ อธิบายชีวิตว่าเป็นสภาวะการจัดระเบียบระดับเซลล์ที่ต้องต้านเอนโทรปีอยู่เสมอ และพิจารณาว่าการแพทย์ในอนาคตอาจเลื่อนขอบเขตที่ความตายไม่สามารถย้อนคืนได้ออกไปอีกหรือไม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. as far back as we can trace — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การกำหนดขอบเขตเวลาไปถึงจุดเก่าแก่ที่สุดที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังสืบย้อนได้ เมื่อต้องเกริ่นถึงความเชื่อหรือปรากฏการณ์ที่มีมายาวนาน สำนวนนี้ชัดเจนกว่าการกล่าวกว้าง ๆ ว่า “ตั้งแต่สมัยโบราณ” และใช้ได้กับเรื่องวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ส่วนตัว 2. doesn't jump-start an inanimate heart, but resynchronizes — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจและใช้โครงสร้างเปรียบต่างเชิงแก้ความเข้าใจผิดว่า “ไม่ได้... แต่...” เพื่อปฏิเสธภาพจำก่อนบอกกลไกที่แท้จริง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวแยกการทำงานจริงของเครื่องกระตุกหัวใจออกจากภาพนิยมที่ว่าเครื่องสามารถสตาร์ตหัวใจที่ตายแล้วได้ 3. pick up where it left off. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการกลับมาทำกิจกรรมหรือดำเนินกระบวนการต่อจากจุดเดิมที่หยุดไว้ ใช้ได้กับงาน เรื่องเล่า หรือบทสนทนา และในสมมติฐานของวิดีโอใช้บรรยายกระบวนการทางชีวภาพที่เทคโนโลยีอนาคตทำให้กลับมาดำเนินต่อได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

For as far back as we can trace our existence, ไวยากรณ์

0:06

ตราบเท่าที่เราสามารถสืบย้อนกลับไปถึงการดำรงอยู่ของเราได้

ไวยากรณ์

as far back as we can trace: ย้อนไปถึงอดีตที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้ได้

as far back as we can trace กำหนดขอบเขตของอดีตไว้ที่จุดเก่าแก่ที่สุดซึ่งหลักฐานหรือความรู้พาเราไปถึงได้ ในที่นี้ trace หมายถึง “สืบตามหลักฐานย้อนกลับไปในอดีต” ไม่ใช่ “ลากเส้น” เมื่อมี for อยู่ข้างหน้า วลีนี้จะสร้างกรอบของช่วงเวลา หมายถึงตลอดช่วงการดำรงอยู่ของมนุษย์ที่สืบย้อนกลับไปได้ วลีนี้ไม่ได้ระบุวันเริ่มต้นที่แน่นอน แต่เน้นขีดจำกัดของสิ่งที่เราสามารถรู้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเวลาที่เรียนมา: ____ our family history, our ancestors lived near this river.

ดูคำตอบ

As far back as we can trace

humans have been fascinated with death and resurrection. วลี

0:09

มนุษย์ล้วนหลงใหลในเรื่องของความตายและการฟื้นคืนชีพ

วลี

have been fascinated with: ความสนใจอย่างมากที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

have been fascinated with ประกอบด้วย present perfect have been กับ fascinated with ซึ่งหมายถึง “รู้สึกถูกดึงดูดหรืออยากรู้อยากเห็นอย่างมากมาโดยตลอด” โครงสร้างนี้แสดงว่าความหลงใหลเริ่มขึ้นในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายความสนใจที่ยาวนานของมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงความสับสน Fascinated มีความหมายแรงกว่า interested คือหัวข้อนั้นดึงดูดความสนใจของประธานอย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be fascinated with ที่แสดงว่าความรู้สึกเริ่มในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน: Maya has ____ astronomy since childhood.

ดูคำตอบ

been fascinated with

Nearly every religion in the world has some interpretation of them.

0:14

แทบทุกศาสนาบนโลกนี้มีการตีความเรื่องเหล่านี้ในบางแง่มุม

And from our earliest myths to the latest cinematic blockbusters, ลำดับความ

0:18

และตั้งแต่ตำนานปรัมปราที่เก่าแก่ที่สุดไปจนถึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุด

ลำดับความ

from our earliest myths to the latest cinematic blockbusters: การระบุขอบเขตที่กว้าง

ในที่นี้ from ... to ... ใช้จุดปลายสองด้านเพื่อกำหนดขอบเขตที่กว้าง ไม่ได้บอกถึงการเดินทาง จุดปลายด้านแรกคือ our earliest myths และอีกด้านคือ the latest cinematic blockbusters การไล่จากเรื่องเล่าโบราณไปจนถึงภาพยนตร์สมัยใหม่ช่วยจัดข้อมูลตามยุคสมัยและสื่อ และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อสรุปกว้าง ๆ ที่ครอบคลุมตลอดขอบเขตนี้

แบบฝึกหัด

from ... to ... ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. กำหนดขอบเขตกว้าง ๆ ตั้งแต่เรื่องเล่าโบราณไปจนถึงภาพยนตร์สมัยใหม่
  2. บรรยายการเดินทางจริงระหว่างสถานที่สองแห่ง
  3. ยกตัวอย่างสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

กำหนดขอบเขตกว้าง ๆ ตั้งแต่เรื่องเล่าโบราณไปจนถึงภาพยนตร์สมัยใหม่

the dead keep coming back. กริยาวลี

0:22

คนตายมักจะกลับมามีชีวิตอยู่เสมอ

กริยาวลี

keep coming back: กลับมาหรือปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ

keep + คำกริยารูป -ing แสดงว่าการกระทำนั้นดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำหลายครั้ง เมื่อใช้กับประธานพหูพจน์อย่าง the dead วลี keep coming back จึงหมายถึงการกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า come back อาจหมายถึงการกลับมาจริง ๆ หรือการปรากฏขึ้นอีกครั้งก็ได้ ในที่นี้ the dead หมายถึงกลุ่มคนที่ตายแล้ว ส่วน coming back หมายถึงการกลับมาหรือฟื้นคืนชีพซ้ำ ๆ ในเรื่องราว ไม่ใช่เพียงการเดินกลับมายังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป keep + -ing ของ come back: The same error ____ after every update.

ดูคำตอบ

keeps coming back

But is resurrection really possible?

0:25

แต่การฟื้นคืนชีพเป็นไปได้จริงหรือ?

And what is the actual difference between a living creature and a dead body anyway? วลี

0:27

แล้วความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างสิ่งมีชีวิตกับซากศพคืออะไรกันแน่?

วลี

the actual difference between A and B: ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่าง A กับ B

the difference between A and B เป็นโครงสร้างตายตัวสำหรับเปรียบเทียบสองสิ่ง โดย between นำหน้าสองสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ และมักเชื่อมสองสิ่งนั้นด้วย and ในที่นี้ actual เน้นความแตกต่างที่แท้จริงหรือเป็นแก่นสำคัญ ไม่ใช่เพียงความแตกต่างภายนอกที่เห็นได้ชัด ในคำถามอย่าง What is the difference between A and B? โครงสร้างนี้ใช้ถามว่าเส้นแบ่งระหว่างสองแนวคิดอยู่ตรงไหน ส่วน anyway เพิ่มน้ำเสียงไล่ถามในความหมายคล้าย “สรุปแล้ว” แต่โครงสร้างหลักของการเปรียบเทียบคือ difference between A and B

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทหนึ่งคำเพื่อให้โครงสร้างเปรียบเทียบสมบูรณ์: What is the actual difference ____ a rule and a habit?

ดูคำตอบ

between

To understand what death is, ลำดับความ

0:33

เพื่อที่จะเข้าใจว่าความตายคืออะไร

we need to understand what life is.

0:35

เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร

ลำดับความ

To understand X, we need to understand Y: กรอบสำหรับกำหนดพื้นฐานของคำอธิบาย

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง To understand X, we need to understand Y เพื่อกำหนดความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อคำอธิบาย โดย X คือคำถามหลัก ส่วน Y คือแนวคิดพื้นฐานกว่าที่ต้องอธิบายก่อน ในที่นี้ ประโยคเปลี่ยนหัวข้อจากการนิยาม death ไปสู่การนิยาม life รูป to-infinitive ตอนต้นมีความหมายด้านจุดประสงค์ แต่หน้าที่ที่กว้างกว่าในบทพูดคือบอกว่าส่วนถัดไปของคำอธิบายจะเรียบเรียงอย่างไร

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของประโยคนี้ในการจัดลำดับคำอธิบายคืออะไร?

  1. ประโยคนี้ให้นิยามที่สมบูรณ์ของทั้ง life และ death
  2. ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อจาก death ไปสู่คำถามพื้นฐานกว่าว่า life คืออะไร
  3. ประโยคนี้ถือว่า life และ death เป็นแนวคิดที่เหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อจาก death ไปสู่คำถามพื้นฐานกว่าว่า life คืออะไร

One ancient theory was an idea called vitalism, การใช้คำ

0:37

ทฤษฎีโบราณทฤษฎีหนึ่งคือแนวคิดที่เรียกว่า พลังชีวิตนิยม (vitalism)

which claimed that living things were unique because they were filled with a special โน้ต

0:41

ซึ่งอ้างว่าสิ่งมีชีวิตนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพราะพวกมันเต็มไปด้วย

วลี

were filled with: บอกว่าสิ่งหนึ่งเต็มไปด้วยอะไร

ใน were filled with คำว่า were สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ living things และทำให้คำบรรยายอยู่ในอดีต ส่วน filled with นำเข้าสิ่งที่แนวคิดนี้อ้างว่าอยู่ภายในสิ่งมีชีวิต คือสสารหรือพลังงานพิเศษ ตรงนี้เป็นการเล่าแนวคิดชีวพลังนิยม ไม่ใช่การยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ให้จำ be filled with เป็นโครงสร้างทั้งชุด: be filled with + คำนาม ใช้บรรยายสิ่งที่อยู่ภายในจริง ๆ หรือใช้ในเชิงขยายเพื่อบอกว่าสถานที่ น้ำเสียง หรือคนเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ เช่น แสง เสียงหัวเราะ หรือความหวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be filled with: During the concert, the hall was ____ music.

ดูคำตอบ

filled with

substance or energy that was the essence of life. การใช้คำ

0:45

สสารหรือพลังงานพิเศษที่เป็นแก่นแท้ของชีวิต

การใช้คำ

an idea called vitalism: ใช้ called เพื่อตั้งชื่อแนวคิด

รูปแบบ a/an + คำนาม + called + ชื่อ ใช้แนะนำชื่อของสิ่งของหรือแนวคิด ในที่นี้ called vitalism ขยายคำนาม idea ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “แนวคิดที่ชื่อว่า vitalism” called เป็นรูป past participle และไม่ได้หมายถึงว่ามีคนตะโกนเรียก รูปแบบนี้พบบ่อยในข้อความอธิบาย ผู้เขียนสามารถใช้ a process called..., a theory called... หรือ an idea called... เพื่อแนะนำศัพท์ใหม่ แล้วจึงอธิบายต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ call เพื่อแนะนำชื่อของวิธีการ: The museum explains an ancient method ____ lost-wax casting.

ดูคำตอบ

called

ไวยากรณ์

which claimed that: เพิ่มข้อมูลและระบุว่าเป็นคำกล่าวอ้างของทฤษฎี

which นำอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีหรือแนวคิดที่กล่าวถึงก่อนหน้า จากนั้น claimed that นำเข้าสู่เนื้อหาของจุดยืนที่ทฤษฎีนั้นเสนอ กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตมีความพิเศษเพราะ... การใช้ claimed ทำให้เห็นว่าข้อความนี้เป็นคำกล่าวอ้างของทฤษฎี ผู้เขียนกำลังรายงานสิ่งที่ทฤษฎีกล่าว ไม่ได้นำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนยอมรับ

แบบฝึกหัด

which claimed that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The proposal, which claimed that the change would save money, was carefully reviewed.

  1. ถามว่าข้อเสนอนั้นได้กล่าวอ้างอะไรหรือไม่
  2. เพิ่มคำกล่าวอ้างของข้อเสนอโดยไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
  3. พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นช่วยประหยัดเงินได้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เพิ่มคำกล่าวอ้างของข้อเสนอโดยไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

การใช้คำ

the essence of life: ธรรมชาติพื้นฐานของชีวิต

the essence of life หมายถึงธรรมชาติหรือคุณสมบัติพื้นฐานที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต ในประโยคนี้ สสารหรือพลังงานพิเศษถูกนำเสนอว่าเป็นแก่นแท้นั้นตามข้ออ้างทางประวัติศาสตร์ของแนวคิดชีวพลังนิยม ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นข้อสรุปที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยอมรับ essence ในที่นี้เป็นความหมายนามธรรม แม้คำนี้จะหมายถึงรสหรือกลิ่นที่เข้มข้นได้เช่นกัน แต่โครงสร้าง the essence of + คำนาม มักใช้ระบุลักษณะที่ลึกที่สุดหรือเป็นตัวกำหนดของแนวคิด กิจกรรม หรือสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the essence of life หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งที่สิ่งมีชีวิตต้องมีเพื่อความอยู่รอด
  2. รสหรือกลิ่นที่เข้มข้น
  3. ธรรมชาติพื้นฐานที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต
ดูคำตอบ

ธรรมชาติพื้นฐานที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต

Whether it was called qi, lifeblood, or humors, ไวยากรณ์

0:49

ไม่ว่าจะเรียกว่า ชี่ เลือดแห่งชีวิต หรือน้ำเหลือง

the belief in such an essence was common throughout the world วลี

0:53

ความเชื่อในแก่นแท้ดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาไปทั่วโลก

ไวยากรณ์

Whether it was called qi, lifeblood, or humors: ชื่อต่างกันแต่ข้อสรุปเดียวกัน

อนุประโยค Whether it was called A, B, or C หมายถึง “ไม่ว่าผู้คนจะใช้ชื่อใดในบรรดาชื่อเหล่านี้” whether ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่ใช้แสดงขอบเขตของตัวเลือกหลายอย่าง แล้วประโยคหลักจึงบอกข้อสรุปเดียวกันที่ใช้ได้กับทุกตัวเลือก ในประโยคนี้ qi, lifeblood และ humors มาจากขนบความคิดที่ต่างกัน โครงสร้างนี้นำชื่อเรียกต่าง ๆ มารวมกันโดยไม่ได้อ้างว่าคำเหล่านั้นเป็นคำพ้องความหมายที่เหมือนกันทุกประการ แต่สื่อว่าแม้ชื่อจะต่างกัน ความเชื่อเรื่องแก่นสารที่เกี่ยวข้องกับชีวิตก็แพร่หลาย

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของอนุประโยคเปิดประโยค: Whether it was called a shuttle, a van, or a minibus, it followed the same route.

  1. ยานพาหนะคันนี้มีจุดประสงค์ต่างกันสามอย่าง
  2. ผู้คนไม่แน่ใจว่าชื่อใดถูกต้อง
  3. ชื่ออาจต่างกัน แต่เส้นทางยังคงเดิม
ดูคำตอบ

ชื่ออาจต่างกัน แต่เส้นทางยังคงเดิม

วลี

the belief in such an essence: belief in + คำนาม

Belief in + นามวลี ใช้ระบุสิ่ง แนวคิด ระบบ หรือพลังที่คนคนหนึ่งยอมรับว่ามีอยู่จริง เชื่อถือได้ หรือมีคุณค่า ในที่นี้ such an essence ย้อนกลับไปหมายถึงแก่นสารแห่งชีวิตประเภทที่เพิ่งกล่าวถึง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงแนวคิดที่ว่าแก่นสารนั้นมีอยู่จริง Belief เป็นคำนาม และ in ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความเชื่อ สำหรับความหมายนี้ of ใช้แทน in ไม่ได้ เพราะ belief of such an essence ไม่ได้สื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเชื่อว่าแก่นสารนั้นมีอยู่ นามวลีนี้ยังช่วยให้ผู้เขียนกล่าวถึงความเชื่อในฐานะแนวคิดทางสังคม โดยไม่ต้องบอกตรง ๆ ว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งเชื่อเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่มักใช้หลัง belief เมื่อคำนามถัดไประบุหลักการที่ได้รับการยอมรับ: Her belief ____ equal treatment guided every decision.

ดูคำตอบ

in

and still persists in the stories of creatures การใช้คำ

0:57

และยังคงมีอยู่ในเรื่องราวของสัตว์ประหลาด

who can somehow drain life from others สำนวน

0:59

ที่สามารถดูดพลังชีวิตจากผู้อื่นได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

การใช้คำ

still persists in: ยังคงมีอยู่ในรูปแบบทางวัฒนธรรม

ในที่นี้ still persists in หมายถึง “ยังคงมีอยู่ใน” คำว่า still เน้นว่าแนวคิดนั้นยังคงอยู่แม้เวลาจะผ่านไป ส่วน persists สื่อว่าแนวคิดนั้นไม่ได้หายไป นามวลีที่ตามหลัง in ระบุว่าเรื่องราวเหล่านี้คือรูปแบบทางวัฒนธรรมที่ยังคงถ่ายทอดแนวคิดนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

still persists in the stories ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มีคนเขียนเรื่องราวเหล่านั้นต่อไปแม้จะมีอุปสรรค
  2. เรื่องราวเหล่านั้นทำให้แนวคิดนั้นหายไป
  3. แนวคิดนั้นยังคงมีอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้น
ดูคำตอบ

แนวคิดนั้นยังคงมีอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้น

สำนวน

drain life from: เอาพลังชีวิตของอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งไป

ใน drain life from others คำว่า drain ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมองชีวิตหรือพลังชีวิตเป็นสิ่งที่สามารถดึงออกจากคนหนึ่งได้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการเอาพลังชีวิตของอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งไป โครงสร้างคือ drain + สิ่งที่ถูกดึงออก + from + แหล่งที่มา ในที่นี้ life คือสิ่งที่ถูกดึงออก และ others คือแหล่งที่มา ไม่ได้หมายถึง “ชีวิตที่มาจากคนอื่น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแฟนตาซีให้สมบูรณ์โดยเรียง drain, life และ from ให้ถูกต้อง: The shadow creature can ____ its victims.

ดูคำตอบ

drain life from

or some form of magical sources that can replenish it. วลี

1:03

หรือแหล่งพลังเวทมนตร์บางรูปแบบที่สามารถเติมเต็มพลังชีวิตได้

วลี

some form of: ประเภทที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด

some form of + คำนาม หมายถึงชนิดหรือรูปแบบหนึ่งของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ระบุให้ชัดเจน วลีนี้บอกเพียงหมวดกว้าง ๆ โดยไม่เจาะจงชนิด เพราะยังไม่ทราบหรือไม่สำคัญ ในประโยคนี้ some form of ทำให้ชนิดของแหล่งพลังเวทไม่ชัดเจนโดยตั้งใจ คำว่า form ตรงนี้หมายถึง “ชนิด” หรือ “ลักษณะการมีอยู่” ไม่ใช่แบบฟอร์มกระดาษหรือออนไลน์ที่ต้องกรอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ชนิดหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด”: The lab found ____ bacteria in the water.

ดูคำตอบ

some form of

Vitalism began to fade in the Western world การใช้คำ

1:07

พลังชีวิตนิยมเริ่มเลือนหายไปในโลกตะวันตก

following the scientific revolution in the 17th century. การใช้คำ

1:09

หลังจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 17

การใช้คำ

began to fade: จุดเริ่มต้นของการเสื่อมถอยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

fade ใช้อธิบายสี แสง หรือเสียงที่ค่อย ๆ อ่อนลงได้ เมื่อใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ทฤษฎี จะหมายถึงการสูญเสียอิทธิพล การสนับสนุน หรือความสำคัญอย่างค่อยเป็นค่อยไป began to fade บอกว่าการเสื่อมถอยอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นเริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าแนวคิดชีวพลังนิยมเริ่มสูญเสียอิทธิพลในโลกตะวันตก ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดนี้หายไปอย่างฉับพลันหรือหมดสิ้น

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ began to fade ในประโยคมากที่สุด

  1. อิทธิพลของมันเริ่มอ่อนลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  2. มันหายไปโดยสิ้นเชิงและทันที
  3. มันได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ในทันที
ดูคำตอบ

อิทธิพลของมันเริ่มอ่อนลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การใช้คำ

following the scientific revolution: following ในความหมายว่า “หลังจาก”

ในที่นี้ following เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “หลังจาก” วลีนี้ระบุว่าเหตุการณ์หรือพัฒนาการเกิดขึ้นในช่วงหลังการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ไม่ได้บรรยายการเดินตามสิ่งใด โครงสร้าง following + เหตุการณ์หรือจุดอ้างอิงด้านเวลา เป็นวิธีกระชับในการระบุว่าบางสิ่งเกิดขึ้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ following ในความหมายด้านเวลา: ____ the inspection, the building reopened.

ดูคำตอบ

Following

René Descartes advanced the notion that the human body was essentially no different from any other machine โน้ต

1:13

เรอเน เดส์การตส์ เสนอแนวคิดที่ว่าร่างกายมนุษย์นั้นโดยพื้นฐานแล้วไม่แตกต่างจากเครื่องจักรอื่นใด

การใช้คำ

advanced the notion that: การเสนอความเห็นอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ advanced เป็นคำกริยารูปอดีตที่หมายถึง “เสนอให้พิจารณา” ส่วน notion หมายถึง “แนวคิดหรือความเชื่อ” ในโครงสร้าง advance the notion that + อนุประโยค อนุประโยคหลัง that จะบอกเนื้อหาของมุมมองที่เสนอ สำนวนนี้แสดงว่าเดการ์ตนำข้ออ้างเข้าสู่การอภิปรายทางความคิดอย่างเป็นทางการ advanced ในที่นี้ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “พัฒนาไปมาก” หรือ “ก้าวหน้า”

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนทางการ advanced the notion that เติมประโยคให้สมบูรณ์: The historian ____ the trade route changed the region.

ดูคำตอบ

advanced the notion that

วลี

essentially no different from: เหมือนกันโดยพื้นฐาน

โครงสร้าง be no different from + กลุ่มคำนาม หมายถึงสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกันไม่มีความแตกต่างที่สำคัญ ในที่นี้ no ปฏิเสธคำว่า different จึงจัดให้ร่างกายเป็นสิ่งที่โดยพื้นฐานคล้ายเครื่องจักร ไม่ใช่สิ่งคนละประเภทกันอย่างสิ้นเชิง essentially จำกัดข้อสรุปไว้ที่ธรรมชาติพื้นฐานของสิ่งที่เปรียบเทียบกัน ทั้งสองสิ่งอาจมีความแตกต่างภายนอกได้ แต่ความแตกต่างนั้นไม่สำคัญในระดับแก่นแท้ ในโครงสร้างนี้ different ตามด้วย from ตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “โดยพื้นฐานแล้วไม่แตกต่าง”: For this task, the new procedure is ____ the old one.

ดูคำตอบ

essentially no different from

brought to life by a divinely created soul located in the brain's pineal gland. สำนวน

1:20

ที่ถูกทำให้มีชีวิตโดยวิญญาณที่พระเจ้าสร้างขึ้นซึ่งอยู่ในต่อมไพเนียลของสมอง

สำนวน

brought to life: ถูกทำให้มีชีวิตหรือมีชีวิตชีวา

bring + กรรม + to life หมายถึงทำให้กรรมนั้นมีชีวิตขึ้นมา ในประโยคนี้ brought to life เป็นวลี past participle รูปถูกกระทำ โดยเข้าใจจากบริบทว่าร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่ได้รับชีวิต และ by นำหน้าดวงวิญญาณซึ่งเป็นผู้กระทำ ประโยคนี้กำลังรายงานแนวคิดทางปรัชญาในประวัติศาสตร์ ไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริง สำนวนเดียวกันใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย นักแสดง นักเขียน ภาพ หรืองานออกแบบสามารถ bring ตัวละคร เรื่องราว หรือแนวคิด to life โดยทำให้สิ่งนั้นดูมีชีวิต สมจริง หรือเกิดเป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ to life บอกการเปลี่ยนสถานะ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกทำให้มีชีวิตชีวา”: With color and movement, the story was ____.

ดูคำตอบ

brought to life

And in 1907,

1:25

และในปี 1907

Dr. Duncan McDougall even claimed that the soul had mass,

1:27

ดร. ดันแคน แมคดูกัลล์ ถึงกับอ้างว่าวิญญาณมีมวล

weighing patients immediately before and after death in an attempt to prove it. โน้ต

1:31

โดยการชั่งน้ำหนักคนไข้ทันทีก่อนและหลังความตายเพื่อพยายามพิสูจน์เรื่องนี้

ไวยากรณ์

weighing patients immediately before and after death: อนุประโยค -ing ที่เสริมวิธีสนับสนุนคำกล่าวอ้าง

weighing patients immediately before and after death เป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบัน (-ing) ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้คือ ดร. ดันแคน แม็กดูกัลล์ และส่วนนี้เสริมขั้นตอนที่เขาใช้สนับสนุนคำกล่าวอ้าง ไม่ใช่ประโยคแยกที่บอกว่าผู้ป่วยเป็นผู้กระทำ รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้เขียนกล่าวใจความหลักก่อน แล้วจึงย่อวิธีการหรือการกระทำประกอบที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดให้เป็นข้อมูลเสริม

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม weighing patients immediately before and after death ทำหน้าที่อะไร?

  1. เสริมขั้นตอนที่ McDougall ใช้สนับสนุนคำกล่าวอ้างของเขา
  2. บอกว่าผู้ป่วยเป็นคนชั่งน้ำหนัก McDougall
  3. เสนอคำกล่าวอ้างอีกข้อหนึ่งที่ผู้ป่วยเป็นผู้กล่าว
ดูคำตอบ

เสริมขั้นตอนที่ McDougall ใช้สนับสนุนคำกล่าวอ้างของเขา

วลี

in an attempt to prove it: บอกจุดประสงค์โดยไม่รับประกันความสำเร็จ

in an attempt to prove it บอกจุดประสงค์ของการชั่งน้ำหนัก โครงสร้างคือ in an attempt to + คำกริยารูปพื้นฐาน และ it ในที่นี้หมายถึงคำกล่าวอ้างที่ว่าวิญญาณมีมวล คำนาม attempt แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นความพยายามเพื่อไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่หลักฐานว่าได้บรรลุเป้าหมายแล้ว วลีนี้จึงเหมาะเมื่อผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้อาจไม่แน่นอนหรือไม่สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ในฐานะความพยายามเพื่อ” ให้สมบูรณ์: The lab repeated the test ____ confirm the result.

ดูคำตอบ

in an attempt to

Though his experiments were discredited, ไวยากรณ์

1:37

แม้ว่าการทดลองของเขาจะไม่ได้รับการยอมรับ

much like the rest of vitalism, วลี

1:39

เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของแนวคิดพลังชีวิตนิยม

ไวยากรณ์

Though his experiments were discredited: การใช้ though แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกัน

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Though แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนสร้างความขัดแย้ง โดยยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจดูเหมือนทำให้ประเด็นถัดไปอ่อนลงก่อน แล้วประโยคหลักจึงกล่าวถึงสิ่งที่ยังคงเป็นจริงแม้จะมีข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ were discredited หมายถึงการทดลองสูญเสียความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์หรือถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายความเพียงว่าไม่ได้รับความนิยม โครงสร้างโดยรวมเป็นแบบ “Though X is true, Y is still true.”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Though เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับประโยคหลัก?

  1. The study was discredited, so the claim stopped circulating.
  2. Though the study was discredited, the claim continued to circulate.
  3. Because the study was discredited, the claim continued to circulate.
ดูคำตอบ

Though the study was discredited, the claim continued to circulate.

วลี

much like the rest of: การเปรียบเทียบตัวอย่างหนึ่งกับกลุ่มของมัน

Much like the rest of ... หมายถึง “ในลักษณะที่คล้ายกับส่วนหรือสมาชิกที่เหลือของ...มาก” สำนวนนี้จัดให้ตัวอย่างที่กำลังกล่าวถึงอยู่ในสถานการณ์โดยรวมแบบเดียวกับกลุ่มที่ใหญ่กว่า ในวลีนี้ much เพิ่มระดับความคล้ายที่แสดงด้วย like ส่วน the rest of vitalism หมายถึงแนวคิดหรือคำกล่าวอ้างอื่น ๆ ของแนวคิดชีวพลังนิยม สิ่งที่เปรียบเทียบคือการมีผลลัพธ์เดียวกัน นั่นคือการหมดความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่การ “ชอบ” แนวคิดชีวพลังนิยม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบเป้าหมาย: Much ____ the team, Ana prefers working in the morning.

ดูคำตอบ

like the rest of

traces of his theory still come up in popular culture. โน้ต

1:41

แต่ร่องรอยของทฤษฎีของเขายังคงปรากฏให้เห็นในวัฒนธรรมสมัยนิยม

การใช้คำ

traces of his theory: ร่องรอยและอิทธิพลที่หลงเหลือ

ในที่นี้ traces เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงร่องรอยหรือผลกระทบเล็กน้อยที่บางสิ่งทิ้งไว้ ดังนั้น traces of his theory จึงหมายถึงอิทธิพลบางส่วนของทฤษฎีที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่ใช่การติดตามทฤษฎีนั้น โครงสร้าง traces of + คำนาม ใช้เมื่อสิ่งเดิมไม่ได้คงอยู่อย่างสมบูรณ์หรือไม่ได้มีบทบาทหลักแล้ว แต่ยังเหลือร่องรอย ลักษณะ หรืออิทธิพลบางอย่างอยู่ ประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าทฤษฎีนั้นยังเป็นที่ยอมรับหรือได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ traces of his theory หมายถึงอะไร

  1. การติดตามและบันทึกทฤษฎีของเขา
  2. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าทฤษฎีของเขาถูกต้อง
  3. ร่องรอยหรืออิทธิพลเล็กน้อยที่ยังเหลือจากทฤษฎีของเขา
ดูคำตอบ

ร่องรอยหรืออิทธิพลเล็กน้อยที่ยังเหลือจากทฤษฎีของเขา

กริยาวลี

come up in popular culture: ปรากฏขึ้นหรือถูกกล่าวถึง

ในที่นี้ come up หมายถึง “ปรากฏขึ้น” หรือ “ถูกกล่าวถึง” ประธาน traces of his theory คือสิ่งที่ปรากฏซ้ำในวัฒนธรรมสมัยนิยม ไม่ได้เคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ ในการใช้นี้ สิ่งที่ปรากฏจะเป็นประธานทางไวยากรณ์ เช่น a topic comes up in a conversation หรือ an issue comes up during a meeting ส่วนวลีที่มี in ตามหลังจะบอกบริบทที่สิ่งนั้นปรากฏ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come up: That question often ____ during team meetings.

ดูคำตอบ

comes up

But where do all these discredited theories leave us? ลำดับความ

1:45

แล้วทฤษฎีที่ไม่ได้รับการยอมรับเหล่านี้ทิ้งอะไรไว้ให้เราบ้าง?

ลำดับความ

Where do ... leave us? ในฐานะคำถามเชื่อมไปสู่ข้อสรุปถัดไป

ในคำถามนี้ leave us ไม่ได้หมายถึงการทิ้งเราไว้ในสถานที่จริง แต่หมายถึง “ทำให้เราอยู่ ณ จุดใดในแง่ความเข้าใจ ข้อสรุป หรือทางเลือก” เมื่อทฤษฎีเหล่านี้หมดความน่าเชื่อถือ ผู้พูดจึงกำลังถามว่ายังมีความเข้าใจแบบใดที่ใช้ได้อยู่ รูปแบบ Where does that leave us? ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่เพิ่งกล่าวและเชื่อมไปสู่ข้อสรุปหรือขั้นตอนถัดไป ในที่นี้ คำถามนี้ปิดการอภิปรายเกี่ยวกับทฤษฎีที่ใช้ไม่ได้ แล้วเปิดเข้าสู่คำอธิบายต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเชื่อมมาตรฐานให้สมบูรณ์ โดยใช้ that อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมด: Both plans are too expensive. So where ____?

ดูคำตอบ

does that leave us

What we now know ไวยากรณ์

1:48

สิ่งที่เรารู้ในตอนนี้

is that life is not contained in some magical substance or spark, โน้ต

1:49

คือชีวิตไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในสสารหรือประกายไฟวิเศษใดๆ

สำนวน

magical substance or spark: คำเปรียบถึงพลังที่ให้ชีวิต

magical substance or spark นำเสนอแนวคิดเรื่องพลังชีวิตที่ถูกปฏิเสธ ราวกับว่าชีวิตต้องพึ่งสิ่งลึกลับหรือ “ประกายแห่งชีวิต” แบบพิเศษ ในที่นี้ spark เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงพลังที่เชื่อกันว่าสามารถทำให้สสารมีชีวิต ไม่ใช่ประกายไฟฟ้าหรือการจุดไฟ ถ้อยคำนี้ยังแสดงความสงสัยด้วย การเรียกสสารหรือประกายนั้นว่า magical เป็นการเปรียบเทียบพลังที่ซ่อนอยู่และอธิบายไม่ได้กับคำอธิบายที่อิงกระบวนการทางชีววิทยาซึ่งสังเกตได้

แบบฝึกหัด

spark หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ประกายไฟฟ้าที่มองเห็นได้ภายในสิ่งมีชีวิต
  2. พลังลึกลับที่เชื่อกันว่าสามารถให้ชีวิต
  3. การจุดสสารนั้นให้ติดไฟ
ดูคำตอบ

พลังลึกลับที่เชื่อกันว่าสามารถให้ชีวิต

but within the ongoing biological processes themselves.

1:53

แต่อยู่ในกระบวนการทางชีววิทยาที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องต่างหาก

ไวยากรณ์

What we now know is that ... สำหรับนำเสนอข้อสรุปในปัจจุบัน

What we now know หมายถึง “สิ่งที่เรารู้ในตอนนี้” อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน is เป็นกริยาหลัก และอนุประโยค that ที่ตามมาแสดงข้อสรุปที่แท้จริง รูปแบบนี้เน้นข้อสรุปที่ได้รับการปรับปรุงและยืนยันแล้ว โดยมักใช้หลังจากแนวคิดเดิมถูกตั้งคำถาม แม้จะขึ้นต้นด้วย What แต่ก็ไม่ใช่คำถาม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we now know ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม do we now know

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายให้สมบูรณ์เพื่อให้อนุประโยค what ทำหน้าที่เป็นประธาน: ____ is that regular exercise can improve sleep.

ดูคำตอบ

What we now know

ไวยากรณ์

not contained in ... but within: ใช้คำอธิบายหนึ่งแทนอีกคำอธิบายหนึ่ง

not contained in ... but within ใช้โครงสร้าง not A but B เพื่อแก้ความเข้าใจหนึ่ง ส่วนแรกปฏิเสธแนวคิดที่ว่าชีวิตอยู่ในสสารวิเศษหรือประกายลึกลับ จากนั้น but นำเสนอคำอธิบายที่ใช้แทนว่า ชีวิตอยู่ในกระบวนการทางชีววิทยาที่ดำเนินต่อเนื่องเหล่านั้นเอง สองส่วนนี้เป็นวลีบอกตำแหน่งที่วางขนานกัน ในการให้เหตุผล จุดเน้นหลักอยู่ที่ B โดย but แสดงการแทนที่ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง not contained in ... but within: The meaning of the poem is ____ a single line, ____ the pattern created by the whole piece.

ดูคำตอบ

not contained in · but within

And to understand these processes,

1:57

และเพื่อให้เข้าใจกระบวนการเหล่านี้

we need to zoom down to the level of our individual cells. กริยาวลี

1:59

เราจำเป็นต้องซูมลึกลงไปถึงระดับเซลล์แต่ละเซลล์ของเรา

กริยาวลี

zoom down to the level of: เปลี่ยนมุมมองไปสู่ระดับที่เล็กลง

ในประโยคนี้ zoom down to the level of our individual cells หมายถึงการเปลี่ยนคำอธิบายจากสิ่งมีชีวิตทั้งร่างไปสู่ระดับที่เล็กกว่ามาก คือเซลล์แต่ละเซลล์ เป็นการเปลี่ยนระดับของการวิเคราะห์ ไม่ได้แปลว่ากล้องต้องเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ โครงสร้าง zoom down to the level of + คำนาม บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายจะพาไปพิจารณาระดับใดที่ละเอียดขึ้นต่อไป ใช้ได้เมื่อเปลี่ยนจากภาพกว้างไปสู่ชั้นรายละเอียดในเรื่องวิทยาศาสตร์ ข้อมูล หรือระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: To inspect the design at its smallest scale, we need to ____ each component.

ดูคำตอบ

zoom down to the level of

Inside each of these cells,

2:04

ภายในแต่ละเซลล์เหล่านี้

chemical reactions are constantly occurring, วลี

2:05

ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วลี

chemical reactions are constantly occurring: การใช้ occur อธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

Chemical reactions are constantly occurring หมายถึงปฏิกิริยาเคมียังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ Chemical reactions occur เป็นการใช้คำร่วมกันที่เป็นธรรมชาติในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ occur เป็นคำกริยาที่ไม่รับกรรม โดยปฏิกิริยาเป็นประธาน และประโยคไม่ได้บอกว่ามีใครเป็นผู้ทำปฏิกิริยานั้น Are occurring เป็นรูป present progressive ส่วน constantly แสดงว่ากิจกรรมนั้นดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำตลอดช่วงเวลา ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ constantly เป็นคำบรรยายที่เป็นกลางเกี่ยวกับกิจกรรมที่ดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ occur: Inside the battery, chemical reactions are constantly ____.

ดูคำตอบ

occurring

powered by the glucose and oxygen วลี

2:08

ขับเคลื่อนด้วยกลูโคสและออกซิเจน

that our bodies convert into the energy-carrying molecule known as ATP. วลี

2:11

ที่ร่างกายของเราแปลงเป็นโมเลกุลนำพาพลังงานที่เรียกว่า ATP

วลี

powered by: ระบุแหล่งพลังงานหรือกลไกที่ทำให้ทำงาน

ในโครงสร้าง powered by X ส่วน X ระบุแหล่งพลังงานหรือกลไกที่ทำให้กระบวนการหรือระบบทำงาน ในประโยคนี้ กลูโคสและออกซิเจนถูกนำเสนอว่าเป็นแหล่งที่ขับเคลื่อนกระบวนการซึ่งกล่าวถึงในบริบทรอบข้าง วลีนี้อยู่ในรูปกรรมวาจก: something is powered by X และไม่ได้ใช้เฉพาะกับเครื่องจักรไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังใช้กับกระบวนการทางชีวภาพ ซอฟต์แวร์ หรือองค์กรที่อาศัยแหล่งหรือกลไกบางอย่างได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ได้รับพลังงานสำหรับทำงานจาก…” ให้สมบูรณ์: The backup pump is ____ a battery.

ดูคำตอบ

powered by

วลี

convert A into B: ระบุผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง

Convert A into B หมายถึงเปลี่ยน A ให้กลายเป็น B โดย into นำหน้าวัสดุ รูปแบบ สภาวะ หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง ในคำบรรยาย that แทนสิ่งที่ถูกเปลี่ยน our bodies เป็นประธาน และ the energy-carrying molecule known as ATP เป็นผลลัพธ์ที่ระบุไว้ โครงสร้างเต็มคือ convert A into B ส่วนรูปกรรมวาจกคือ A is converted into B

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อทำให้โครงสร้าง convert A into B สมบูรณ์: The device converts heat ____ electricity.

ดูคำตอบ

into

วลี

known as ATP: การแนะนำชื่อ

ใน known as ATP คำว่า known as หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “มีชื่อว่า” วลีที่ใช้ past participle นี้ตามหลัง the energy-carrying molecule และระบุว่า ATP คือชื่อของโมเลกุลนั้น รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้เขียนอธิบายสิ่งนั้นก่อน แล้วจึงเชื่อมกับศัพท์เทคนิค: คำอธิบาย + known as + ชื่อ เป็นรูปย่อของ which is known as ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “รู้ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เรียกว่า” ให้สมบูรณ์: The material is ____ graphene.

ดูคำตอบ

known as

Cells use this energy for everything from repair to growth to reproduction. ไวยากรณ์

2:16

เซลล์ใช้พลังงานนี้สำหรับทุกอย่างตั้งแต่การซ่อมแซม การเจริญเติบโต ไปจนถึงการสืบพันธุ์

ไวยากรณ์

everything from repair to growth to reproduction: การแสดงขอบเขตที่กว้าง

for everything หมายความว่าเซลล์ใช้พลังงานนี้กับงานทุกประเภท ส่วน from repair to growth to reproduction ที่ตามมาแสดงตัวอย่างสำคัญภายในขอบเขตที่กว้างนั้น ในโครงสร้าง from A to B to C คำว่า to ที่ซ้ำกันใช้เชื่อมรายการในขอบเขตหรือชุดเดียวกัน ตรงนี้ to ไม่ได้บอกจุดหมาย และลำดับก็ไม่จำเป็นต้องเป็นลำดับเวลาที่เคร่งครัด หน้าที่หลักคือเน้นความหลากหลายและความกว้างของขอบเขต

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงขอบเขตกว้างด้วย from ... to ... to ...: The conference welcomes everyone ____ high school students ____ university researchers ____ industry experts.

ดูคำตอบ

from · to · to

Not only does it take a lot of energy to make the necessary molecules, ไวยากรณ์

2:22

ไม่เพียงแต่ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการสร้างโมเลกุลที่จำเป็น

but it takes even more to get them where they need to be. ไวยากรณ์

2:25

แต่มันยิ่งต้องใช้พลังงานมากกว่าเดิมในการส่งโมเลกุลไปในจุดที่พวกมันควรจะอยู่

ไวยากรณ์

Not only does it take ... but it takes even more: การกลับลำดับเมื่อขึ้นต้นประโยคและการเน้นแบบเพิ่มระดับ

โครงสร้างคู่ Not only ..., but ... ใช้เพิ่มประเด็นที่สองต่อจากประเด็นแรก ในประโยคนี้ทั้งสองการกระทำต้องใช้พลังงาน และ even more บอกว่าการกระทำที่สองต้องใช้ในปริมาณมากกว่าการกระทำแรก โดยละคำนาม energy ที่ซ้ำไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยค ภาษาอังกฤษจะสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย does อยู่หน้า it และ take คงรูปเดิม ส่วนอนุประโยคหลัง but กลับไปใช้ลำดับปกติว่า it takes รูปแบบนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักโดยยังคงให้สองประเด็นขนานกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Not only ที่ต้นประโยคได้ถูกต้อง และบอกว่าการแก้ไขรายงานใช้เวลามากกว่าการค้นคว้า?

  1. Not only the report takes time to research, but it takes even more time to revise.
  2. Not only does the report take time to research, but it takes even more time to revise.
  3. Not only does the report takes time to research, but it takes even more time to revise.
ดูคำตอบ

Not only does the report take time to research, but it takes even more time to revise.

ไวยากรณ์

get them where they need to be: ทำให้กรรมไปถึงตำแหน่งที่ต้องอยู่

ใน get them where they need to be คำว่า get หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งไปถึงสถานที่หนึ่งหรือช่วยให้ไปถึงที่นั่น ส่วน them อ้างถึง necessary molecules ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายการขนส่งโมเลกุลไปยังตำแหน่งที่ต้องอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ get + object + where-clause โดยกรรมอยู่ต่อจาก get ทันที และ where they need to be ระบุจุดหมาย นี่เป็นอนุประโยคบอกสถานที่ ไม่ใช่คำถามตรง จึงคงลำดับบอกเล่าว่า they need ไม่ใช่ do they need

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าระบบกำหนดเส้นทางทำให้พัสดุทุกชิ้นไปถึงจุดหมายที่ต้องไป?

  1. The routing system gets every parcel where it needs to be.
  2. The routing system asks where every parcel needs to be.
  3. The routing system shows where every parcel needs to be.
ดูคำตอบ

The routing system gets every parcel where it needs to be.

The universal phenomenon of entropy means that molecules will tend towards diffusing randomly, วลี

2:29

ปรากฏการณ์สากลของเอนโทรปี (entropy) หมายความว่าโมเลกุลมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายแบบสุ่ม

วลี

will tend towards diffusing: การอธิบายแนวโน้ม

ใน will tend towards diffusing คำว่า tend towards หมายถึงพัฒนาไปในทิศทางหนึ่งหรือแสดงแนวโน้มบางอย่าง ข้อความนี้อธิบายรูปแบบทั่วไป ไม่ได้ยืนยันว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น Towards เป็นคำบุพบท ดังนั้น diffusing จึงอยู่ในรูป -ing และทำหน้าที่เป็นคำนามกริยา โครงสร้างคือ tend towards + คำนามหรือคำนามกริยา เช่น tend towards stability และ tend towards becoming less active

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง tend towards + รูป -ing: Without clear guidance, group discussions will ____ becoming unfocused.

ดูคำตอบ

tend towards

moving from areas of high concentration to low concentration, วลี

2:36

เคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

วลี

from areas of high concentration to low concentration: การระบุทิศทาง

วลี from areas of high concentration to low concentration ระบุทิศทางของการเคลื่อนที่ From บอกสภาวะเริ่มต้น และ to บอกสภาวะปลายทาง High และ low ขยายคำว่า concentration หรือระดับความเข้มข้น ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพ ส่วนหลังละคำที่ซ้ำกันคือ areas of ดังนั้น low concentration จึงหมายถึง areas of low concentration

แบบฝึกหัด

เติมทิศทางการแพร่ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์: Particles move ____.

ดูคำตอบ

from areas of high concentration to low concentration

or even breaking apart into smaller molecules and atoms. กริยาวลี

2:40

หรือแม้แต่แตกตัวออกเป็นโมเลกุลและอะตอมที่เล็กลง

กริยาวลี

breaking apart into: แยกออกและกลายเป็นหน่วยที่เล็กลง

breaking apart into หมายถึงสิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวแยกหรือสลาย แล้วกลายเป็นส่วนที่ระบุหลัง into ในประโยคนี้ สสารที่มีขนาดใหญ่กว่าอาจกลายเป็นโมเลกุลและอะตอมที่เล็กกว่า apart แสดงการแยกออก ส่วน into นำเข้าสู่รูปหรือหน่วยที่เป็นผลลัพธ์ ให้จำทั้งรูปแบบ break apart into + ผลลัพธ์ ไม่ใช่จำแค่ break

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายให้สมบูรณ์: The tablet will break ____ powder in water.

ดูคำตอบ

apart into

So cells must constantly keep entropy in check สำนวน

2:43

ดังนั้นเซลล์จะต้องควบคุมเอนโทรปีอย่างต่อเนื่อง

by using energy to maintain their molecules ไวยากรณ์

2:47

โดยการใช้พลังงานเพื่อรักษาสภาพโมเลกุลของพวกมัน

สำนวน

keep entropy in check: ควบคุมเอนโทรปีไว้

keep something in check หมายถึงควบคุมหรือจำกัดบางสิ่งไม่ให้เพิ่มขึ้น แพร่กระจาย หรือก่ออันตรายมากเกินไป ในที่นี้ เซลล์ใช้พลังงานเพื่อลดผลของเอนโทรปีที่ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบและรักษาโมเลกุลไว้ ในสำนวนนี้ check หมายถึงการยับยั้งหรือการควบคุม ไม่ใช่การตรวจสอบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + คำนาม + in check

แบบฝึกหัด

keep rising costs in check ในที่นี้หมายถึงอะไร? The manager changed the plan to keep rising costs in check.

  1. จ่ายต้นทุนเหล่านั้นด้วยเช็ค
  2. ตรวจสอบต้นทุนทุกรายการเพื่อหาข้อผิดพลาด
  3. จำกัดต้นทุนไม่ให้ควบคุมไม่ได้
ดูคำตอบ

จำกัดต้นทุนไม่ให้ควบคุมไม่ได้

in the very complicated formations necessary for biological functions to occur.

2:49

ในรูปแบบที่ซับซ้อนมากซึ่งจำเป็นต่อการเกิดการทำงานทางชีววิทยา

ไวยากรณ์

by using energy to maintain: วิธีการและจุดประสงค์

ในที่นี้ by + กริยารูป -ing บอกวิธีการ โดย using energy ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร” ส่วน infinitive to maintain บอกจุดประสงค์ที่ต้องการบรรลุจากการใช้พลังงานนั้น โครงสร้าง by + กริยารูป -ing + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายกลไกได้อย่างชัดเจนว่าใช้วิธีหนึ่งเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ในประโยคนี้ by ไม่ได้หมายถึง “ก่อนถึงกำหนดเวลา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง by using A to do B โดยให้ช่องแรกบอกวิธีการและช่องที่สองบอกจุดประสงค์: The museum protects its paintings ____ special glass ____ filter harmful light.

ดูคำตอบ

by using · to

The breaking down of these arrangements when the entire cell succumbs to entropy การใช้คำ

2:55

การพังทลายของการจัดเรียงตัวเหล่านี้เมื่อเซลล์ทั้งเซลล์พ่ายแพ้ต่อเอนโทรปี

is what eventually results in death. ไวยากรณ์

3:00

คือสิ่งที่ส่งผลให้เกิดความตายในท้ายที่สุด

การใช้คำ

succumbs to entropy: ถูกพลังบางอย่างเอาชนะ

Succumb to หมายถึงไม่สามารถต้านทานแรงหรืออิทธิพลที่เป็นอันตรายได้อีกต่อไปและถูกสิ่งนั้นเอาชนะ ในประโยคนี้ เอนโทรปีถูกนำเสนอเป็นแรงที่เซลล์ไม่สามารถต้านทานได้อีก ประธานไม่ได้เลือกผลลัพธ์นั้นโดยสมัครใจ วลีนี้สื่อว่าการต้านทานล้มเหลวในที่สุด ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากได้รับแรงกดดันหรือความเสียหาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The weakened bridge eventually succumbed to the force of the flood,” คำว่า succumbed to หมายความว่าอะไร?

  1. เลือกให้ความร่วมมือกับ
  2. วัดอย่างระมัดระวัง
  3. ถูกเอาชนะโดย
ดูคำตอบ

ถูกเอาชนะโดย

ไวยากรณ์

X is what eventually results in Y: โครงสร้างเน้นสาเหตุ

ในโครงสร้าง X is what results in Y อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what หมายถึงสิ่งหรือกระบวนการที่ทำให้เกิด Y ประโยคนี้ระบุว่า X คือสาเหตุนั้น ในที่นี้ การพังทลายของโครงสร้างที่เป็นระเบียบภายในเซลล์ถูกระบุว่าเป็นกระบวนการที่นำไปสู่ความตายในที่สุด what ในที่นี้ไม่ใช่คำแสดงคำถาม เมื่อเทียบกับ X results in Y ที่ตรงกว่า โครงสร้าง X is what results in Y จะเน้น X มากกว่าในฐานะสาเหตุสำคัญของคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเน้นสาเหตุ X is what eventually results in Y: Poor maintenance ____ engine failure.

ดูคำตอบ

is what eventually results in

This is the reason that organisms can't be simply sparked back to life once they've already died. โน้ต

3:03

นี่คือเหตุผลที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถถูกจุดประกายให้กลับมามีชีวิตได้อีกง่ายๆ เมื่อพวกมันตายไปแล้ว

สำนวน

sparked back to life: อุปมาเรื่องประกายไฟที่ทำให้ฟื้นคืนชีพ

วลี sparked back to life นำเสนอการฟื้นคืนชีพราวกับว่าประกายไฟสามารถจุดชีวิตให้เริ่มทำงานอีกครั้งได้ ในวลีรูปถูกกระทำนี้ สิ่งมีชีวิตคือฝ่ายที่จะถูกทำให้กลับมามีชีวิต ส่วนประกายไฟหรือแรงกระตุ้นที่แฝงอยู่คือสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ประโยคนี้ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตจะกลับมามีชีวิตได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นหลังจากตายแล้ว back to life หมายถึงการกลับสู่สภาพที่มีชีวิตหรือกลับมาทำงาน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ที่ชื่อ life

แบบฝึกหัด

sparked back to life ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ถูกตรวจสอบว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
  2. ถูกย้ายกลับไปยังสถานที่ที่ชื่อ life
  3. ถูกทำให้กลับมามีชีวิตด้วยแรงกระตุ้นง่าย ๆ ที่คล้ายประกายไฟ
ดูคำตอบ

ถูกทำให้กลับมามีชีวิตด้วยแรงกระตุ้นง่าย ๆ ที่คล้ายประกายไฟ

ไวยากรณ์

once they've already died: เงื่อนไขที่เกิดขึ้นแล้ว

ในที่นี้ once นำเงื่อนไขที่ทำให้ข้อจำกัดในประโยคหลักมีผล นั่นคือสิ่งมีชีวิตได้ตายไปแล้ว ในประโยคนี้ once หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “หลังจากที่” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” รูป present perfect ใน they've died แสดงการตายว่าเป็นเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้วและผลของมันยังสำคัญในปัจจุบัน once + present perfect จึงทำหน้าที่กำหนดจุดแบ่ง เมื่อเงื่อนไขนั้นเกิดขึ้นแล้ว ผลหรือข้อจำกัดที่กล่าวไว้ก็มีผล

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ once they've already died ในประโยคได้ตรงที่สุด?

  1. เป็นการกำหนดจุดแบ่ง เมื่อความตายเกิดขึ้นแล้ว ข้อจำกัดที่กล่าวไว้ก็มีผล
  2. หมายความว่าสิ่งมีชีวิตได้รับอนุญาตให้ตายเพียงหนึ่งครั้ง
  3. หมายความว่าสิ่งมีชีวิตตายซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

เป็นการกำหนดจุดแบ่ง เมื่อความตายเกิดขึ้นแล้ว ข้อจำกัดที่กล่าวไว้ก็มีผล

We can pump air into someone's lungs, วลี

3:08

เราสามารถปั๊มอากาศเข้าไปในปอดของใครบางคนได้

วลี

pump air into someone's lungs: pump + สาร + into + จุดหมาย

ใน pump air into someone's lungs คำว่า pump เป็นคำกริยา หมายถึงการใช้แรงดันหรือการทำงานเชิงกลซ้ำ ๆ เพื่อดันหรือเคลื่อนย้ายสิ่งหนึ่ง Air คือสารที่ถูกเคลื่อนย้าย และ into บอกจุดหมายคือ someone's lungs รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pump + สาร + into + สถานที่ ในบริบทฉุกเฉินนี้ หมายถึงการดันอากาศเข้าไปในปอด แต่การกระทำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นฟื้นแล้ว หรือกระบวนการดำรงชีวิตอื่น ๆ เริ่มทำงานอีกครั้งแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย pump + water + into: The machine can ____ the tank.

ดูคำตอบ

pump water into

but it won't do much good if the many other processes involved in the respiratory cycle are no longer functioning. โน้ต

3:11

แต่มันจะไม่มีประโยชน์อะไรมากหากกระบวนการอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรการหายใจไม่ทำงานอีกต่อไป

สำนวน

won't do much good: ช่วยในทางปฏิบัติได้ไม่มาก

ใน do much good คำว่า good เป็นคำนามที่หมายถึงประโยชน์หรือความช่วยเหลือ ดังนั้น won't do much good จึงหมายถึง “คงไม่ค่อยมีประโยชน์” หรือ “คงได้ผลไม่มาก” ไม่ได้หมายถึง “จะไม่ทำความดี” ในประโยคนี้ อนุประโยค if อธิบายว่าเหตุใดการกระทำนั้นจึงมีประโยชน์จำกัด เพราะกระบวนการอื่นที่จำเป็นต่อวงจรการหายใจหยุดลงแล้ว รูปแบบ X won't do much good if Y สามารถใช้เมื่อขั้นตอนหนึ่งช่วยได้ไม่มาก เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญกว่ายังไม่ครบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย won't do much good: Changing the label ____ if the contents are wrong.

ดูคำตอบ

won't do much good

วลี

are no longer functioning: สภาพการทำงานเดิมสิ้นสุดลงแล้ว

are functioning เป็นรูป present progressive ของคำกริยา function ซึ่งหมายถึง “กำลังทำงาน” เมื่อวาง no longer หลัง be จะได้ are no longer functioning ซึ่งหมายความว่ากระบวนการเหล่านั้นเคยทำงานมาก่อน แต่ตอนนี้สภาพการทำงานนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าส่วนอื่น ๆ ของวงจรการหายใจหยุดทำงาน ไม่ใช่เพียงมีประสิทธิภาพลดลง รูปแบบ be + no longer + functioning มักใช้กับระบบ อุปกรณ์ อวัยวะ และกระบวนการที่เคยทำงาน แต่ตอนนี้หยุดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมาย no longer functioning เพื่อแสดงว่ากล้องเคยทำงานมาก่อนแต่ตอนนี้หยุดแล้ว: After the power surge, the security cameras are ____.

ดูคำตอบ

no longer functioning

Similarly,

3:18

ในทำนองเดียวกัน

the electric shock from a defibrillator doesn't jump-start an inanimate heart, โน้ต

3:19

ไฟฟ้าช็อตจากเครื่องกระตุกหัวใจไม่ได้ไปกระตุ้นหัวใจที่ไร้ชีวิตชีวาให้เต้นขึ้นมา

การใช้คำ

jump-start an inanimate heart: อุปมาแบบเครื่องจักรที่ชวนให้เข้าใจผิด

การ jump-start รถหมายถึงการใช้ไฟจากแบตเตอรี่อีกลูกเพื่อทำให้เครื่องยนต์ติด เมื่อนำคำนี้มาใช้กับหัวใจ จะเกิดอุปมาแบบเครื่องจักร ราวกับว่าไฟฟ้าช็อกสามารถเปิดหัวใจที่ไร้การทำงานให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง ประโยคนี้ปฏิเสธภาพดังกล่าว jump-start an inanimate heart เป็นชื่อของความเข้าใจผิดที่กำลังถูกแก้ไข ไม่ใช่สิ่งที่เครื่องกระตุกหัวใจทำจริง จึงไม่ควรเข้าใจวลีนี้ว่าเป็นกลไกทางการแพทย์ที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ jump-start อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ซ้ำความเข้าใจผิดทางการแพทย์จากตัวอย่าง?

  1. A defibrillator can jump-start any dead heart.
  2. The nurse jump-started the patient's abnormal rhythm.
  3. The new funding could jump-start the stalled research project.
ดูคำตอบ

The new funding could jump-start the stalled research project.

but resynchronizes the muscle cells in an abnormally beating heart so they regain their normal rhythm. ไวยากรณ์

3:23

แต่ช่วยประสานเซลล์กล้ามเนื้อในหัวใจที่เต้นผิดปกติเพื่อให้กลับมามีจังหวะเต้นเป็นปกติ

ไวยากรณ์

doesn't jump-start ..., but resynchronizes: การแก้ไขความเข้าใจผิด

รูปแบบ doesn't A, but B ใช้แก้ไขคำอธิบาย โดยปฏิเสธ A แล้วแทนที่ด้วย B ในที่นี้ ความเข้าใจผิดคือการทำให้หัวใจที่ไร้การทำงานกลับมาเริ่มเต้น ส่วนการทำให้เซลล์กล้ามเนื้อในหัวใจที่เต้นผิดปกติกลับมาทำงานประสานกันคือหน้าที่จริงที่ประโยคกล่าวถึง เนื่องจาก but นำเข้าสู่คำอธิบายที่ใช้แทนความเข้าใจผิด resynchronizes จึงไม่ใช่ผลลัพธ์อย่างที่สองที่เพิ่มจาก jump-start ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบนี้ช่วยแยกความเชื่อผิด ๆ ที่คุ้นเคยออกจากกลไกที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The filter doesn't destroy the pollutants, but traps them,” คำว่า but นำเข้าสู่อะไร?

  1. การกระทำจริงที่ใช้แทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ
  2. เหตุผลที่ตัวกรองเป็นอันตราย
  3. การกระทำเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นหลังจากมลพิษถูกทำลาย
ดูคำตอบ

การกระทำจริงที่ใช้แทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ

ไวยากรณ์

so they regain their normal rhythm: การใช้ so เพื่อบอกผลลัพธ์

ในที่นี้ so นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากการทำให้เซลล์กล้ามเนื้อกลับมาทำงานสอดคล้องกัน นั่นคือเซลล์เหล่านั้นกลับมามีจังหวะปกติ คำว่า they หมายถึง muscle cells ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในโครงสร้างนี้ so เชื่อมการกระทำกับผลที่ตามมา โดยทำหน้าที่เป็นคำสันธานภายในประโยค ไม่ใช่ therefore ที่ใช้ขึ้นต้นประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ so they regain their normal rhythm แสดงอะไร?

  1. การเปรียบต่างระหว่างหัวใจกับเซลล์กล้ามเนื้อ
  2. ผลจากการทำให้เซลล์กล้ามเนื้อกลับมาทำงานสอดคล้องกัน
  3. เหตุผลที่เซลล์กล้ามเนื้อเต้นผิดปกติ
ดูคำตอบ

ผลจากการทำให้เซลล์กล้ามเนื้อกลับมาทำงานสอดคล้องกัน

This can prevent a person from dying, วลี

3:30

สิ่งนี้สามารถช่วยชีวิตคนไม่ให้ตายได้

วลี

prevent a person from dying: โครงสร้าง prevent + กรรม + from + กริยา-ing

prevent a person from dying ใช้โครงสร้าง prevent + กรรม + from + กริยา-ing หมายถึงการป้องกันไม่ให้การกระทำหรือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้น ในที่นี้ a person เป็นกรรมหรือผู้ที่ได้รับการปกป้อง ส่วน dying คือผลลัพธ์ที่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลัง from ให้ใช้กริยารูป -ing: prevent someone from doing something รูปแบบที่เรียนในที่นี้และปลอดภัยที่สุดเมื่อใช้กับภาษาอังกฤษหลากหลายแบบ คือการคง from ไว้หน้ารูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง prevent + กรรม + from + กริยา-ing โดยใช้ users เป็นกรรม: A password manager can ____ forgetting their passwords.

ดูคำตอบ

prevent users from

but it won't raise a dead body or a monster sewn together from dead bodies. โน้ต

3:32

แต่มันจะไม่ปลุกซากศพหรือสัตว์ประหลาดที่ถูกเย็บติดกันจากซากศพ

การใช้คำ

raise a dead body: ทำให้คนตายฟื้นคืนชีพ

ใน raise a dead body คำว่า raise หมายถึงทำให้คนตายกลับมามีชีวิต ไม่ใช่ยกศพขึ้นทางกายภาพ กรรม a dead body เป็นตัวบอกว่า raise ใช้ในความหมายว่า “ทำให้ฟื้นคืนชีพ” การใช้แบบนี้พบมากที่สุดในบริบททางศาสนา ตำนาน แฟนตาซี และสยองขวัญ ในประโยคนี้ won't raise หมายความว่า “มัน” ไม่สามารถย้อนคืนความตายได้เมื่อร่างนั้นตายไปแล้ว

แบบฝึกหัด

raise ใน raise a dead body หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ย้ายศพไปไว้ในตำแหน่งที่สูงขึ้น
  2. ทำให้ศพกลับมามีชีวิต
  3. เตรียมศพสำหรับการฝัง
ดูคำตอบ

ทำให้ศพกลับมามีชีวิต

วัฒนธรรม

a monster sewn together from dead bodies: การพาดพิงถึงสิ่งมีชีวิตของแฟรงเกนสไตน์

คำบรรยายนี้ทำให้นึกถึงภาพสิ่งมีชีวิตของแฟรงเกนสไตน์ที่คุ้นเคยในวัฒนธรรมสมัยนิยม นั่นคือสัตว์ประหลาดที่ประกอบจากชิ้นส่วนของศพแล้วถูกทำให้มีชีวิต รายละเอียดเรื่องการเย็บศพเข้าด้วยกันคือเบาะแส เพราะคำว่า monster เพียงคำเดียวไม่ชี้ชัดถึงการอ้างอิงนี้ การเพิ่มภาพสมมติที่เกินจริงนี้ต่อจาก a dead body เป็นการปฏิเสธจินตนาการที่ว่าสิ่งซึ่งตายแล้วสามารถถูกทำให้กลับมามีชีวิตได้ง่าย ๆ นี่คือการพาดพิงทางวัฒนธรรม ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไปของสัตว์ประหลาดทุกชนิด

แบบฝึกหัด

a monster sewn together from dead bodies ในประโยคนี้ทำให้นึกถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. กล่าวว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวสร้างจากร่างกายมนุษย์
  2. บรรยายการผ่าตัดทั่วไปอย่างเป็นกลาง
  3. พาดพิงถึงภาพสิ่งมีชีวิตของแฟรงเกนสไตน์ในวัฒนธรรมสมัยนิยม
ดูคำตอบ

พาดพิงถึงภาพสิ่งมีชีวิตของแฟรงเกนสไตน์ในวัฒนธรรมสมัยนิยม

So it would seem that all our various medical miracles can delay or prevent death, โน้ต

3:37

ดังนั้น ดูเหมือนว่าปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ต่างๆ ของเราสามารถชะลอหรือป้องกันความตายได้

but not reverse it.

3:43

แต่ไม่สามารถย้อนกลับมันได้

น้ำเสียง/เจตนา

it would seem that: เสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

“It would seem that + อนุประโยค” ใช้เสนอข้อสรุปจากหลักฐานที่มีอยู่ พร้อมเปิดโอกาสให้แก้ไขข้อสรุปได้ภายหลัง ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับความสามารถของการแพทย์ในฐานะข้ออนุมานอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อยืนยันเด็ดขาด would ในการใช้นี้ไม่ได้บอกเวลาในอดีต แต่ช่วยลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง ทำให้ข้อสรุปฟังดูสงวนท่าทีมากกว่าคำกล่าวตรง ๆ เช่น “It is clear that ...”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงความระมัดระวัง it would seem that: ____ the lower price has attracted more customers.

ดูคำตอบ

It would seem that

ลำดับความ

delay or prevent death, but not reverse it: แสดงขีดจำกัดของสิ่งที่ทำได้

ส่วนนี้ใช้คำกริยาสามคำเพื่อกำหนดขอบเขตของสิ่งที่การแพทย์ทำได้ Delay death คือทำให้ความตายเกิดช้าลง prevent death คือหยุดความตายก่อนที่จะเกิด และ reverse death คือย้อนคืนความตายหลังจากเกิดขึ้นแล้ว รูปแบบ “A or B, but not C” จัด delay และ prevent ไว้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ แล้วใช้ but not ระบุว่า reverse ซึ่งเป็นความเป็นไปได้ที่แรงกว่านั้นถูกตัดออก สรรพนาม it หมายถึง death เพื่อเลี่ยงการกล่าวซ้ำและเน้นที่ขีดจำกัด

แบบฝึกหัด

reverse ใน reverse death เพิ่มความหมายใดที่ prevent ไม่มี?

  1. ย้อนคืนความตายหลังจากเกิดขึ้นแล้ว
  2. หยุดความตายก่อนที่จะเกิด
  3. ทำให้ความตายเกิดขึ้นช้าลง
ดูคำตอบ

ย้อนคืนความตายหลังจากเกิดขึ้นแล้ว

But that's not as simple as it sounds, สำนวน

3:45

แต่นั่นก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด

สำนวน

not as simple as it sounds: ความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่

โครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ + as it sounds หมายความว่าสถานการณ์จริงไม่ตรงกับความรู้สึกว่าง่ายหรือชัดเจนที่เกิดจากคำอธิบาย ในที่นี้ sounds หมายถึง “ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นเมื่อได้ยินเรื่องนี้” ไม่ได้หมายถึงเสียงจริง ๆ ในประโยคนี้ not as simple as it sounds เป็นสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากแนวคิดที่ดูเรียบง่ายไปสู่ความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่อเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อจำกัด ข้อยกเว้น หรือขั้นตอนเพิ่มเติมได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ simple และโครงสร้าง not as ... as: Organizing the event is ____.

ดูคำตอบ

not as simple as it sounds

because constant advancements in technology and medicine วลี

3:47

เพราะความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทางเทคโนโลยีและการแพทย์

have resulted in diagnoses such as coma, วลี

3:50

ได้ส่งผลให้เกิดการวินิจฉัยโรคเช่น อาการโคม่า

วลี

have resulted in ... such as ...: บอกผลลัพธ์และยกตัวอย่าง

ในประโยคนี้ have resulted in หมายถึง “ได้ก่อให้เกิด” หรือ “ได้นำไปสู่” โดย advancements เป็นสาเหตุ และ diagnoses เป็นผลลัพธ์ รูป present perfect ใน have resulted เชื่อมพัฒนาการที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลากับผลลัพธ์ที่สำคัญในปัจจุบัน such as coma ยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของ diagnoses การใช้โครงสร้าง สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์ แล้วตามด้วย such as + ตัวอย่าง ช่วยบอกผลกระทบก่อนทำให้ข้อมูลเป็นรูปธรรมมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ result in: Recent safety changes have ____ improvements such as fewer accidents.

ดูคำตอบ

resulted in

describing potentially reversible conditions under which people would have previously been considered dead. ไวยากรณ์

3:53

ซึ่งอธิบายถึงสภาวะที่อาจกลับเป็นปกติได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ก่อนหน้านี้คนจะถูกมองว่าเสียชีวิตไปแล้ว

วลี

advancements in technology and medicine: ความก้าวหน้าในแต่ละสาขา

Advancements in + field หมายถึงการปรับปรุงหรือพัฒนาการใหม่ ๆ ภายในสาขาหนึ่ง ใน advancements in technology and medicine คำว่า in ใช้นำหน้าสาขาที่เกิดความก้าวหน้า รูปพหูพจน์ advancements แสดงความก้าวหน้าเป็นพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมหลายอย่าง แทนที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทั่วไปเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปพหูพจน์ของ advancement และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Recent ____ medicine have improved patient care.

ดูคำตอบ

advancements in

ไวยากรณ์

under which: เชื่อมเงื่อนไขกับประโยคย่อยสัมพัทธ์

under which นำหน้าประโยคย่อยสัมพัทธ์ที่ขยาย potentially reversible conditions โดย which อ้างกลับไปที่ conditions และ under หมายถึง “ภายใต้หรือในเงื่อนไขเหล่านั้น” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ข้างใต้สิ่งใด รูปแบบคือ คำนาม + under which + ประธาน + กริยา ซึ่งช่วยให้งานเขียนแบบเป็นทางการเชื่อมข้อความเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเงื่อนไขนั้นเข้ากับคำนามได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติม under + คำเชื่อมสัมพัทธ์ที่ถูกต้อง: The policy lists the conditions ____ refunds are available.

ดูคำตอบ

under which

ไวยากรณ์

would have previously been considered dead: การตัดสินตามเงื่อนไขในอดีต

โครงสร้าง modal perfect แบบกรรมวาจก would have been considered ใช้บอกผลในอดีตที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขจริง เงื่อนไขสมมติ หรือเงื่อนไขที่นำมาเปรียบเทียบ กล่าวคือ หากใช้เกณฑ์เดิมที่เกี่ยวข้อง บุคคลนั้นก็จะถูกตัดสินเช่นนั้น โครงสร้างคือ would + have + been + กริยาช่องที่สาม ในประโยคนี้ under which ระบุเงื่อนไข ส่วน previously ชี้ไปที่เกณฑ์ทางการแพทย์ในอดีต ถ้อยคำนี้เปรียบเทียบการจัดประเภทในต่างช่วงเวลา โดยไม่ได้ยืนยันว่ามีบุคคลใดถูกประกาศว่าเสียชีวิตจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกรรมวาจกที่เป็นสมมติฐานในอดีตด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: If this design had been proposed in 1990, it ____ unrealistic.

ดูคำตอบ

would have been considered

In the future,

4:01

ในอนาคต

the point of no return may be pushed even further. สำนวน

4:02

จุดที่ไม่มีวันหวนกลับอาจถูกขยายออกไปอีก

สำนวน

the point of no return: จุดที่ไม่อาจหวนกลับ

The point of no return เป็นสำนวนที่หมายถึงขีดแบ่งซึ่งเมื่อการตัดสินใจ กระบวนการ หรือการเปลี่ยนแปลงผ่านไปแล้ว ก็ไม่สามารถย้อนกลับได้ ในที่นี้ point หมายถึงขั้นหรือขอบเขต ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง ในประโยคนี้ pushing that point further หมายถึงการชะลอช่วงเวลาที่ภาวะนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้อย่างแท้จริง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายจุดหนึ่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใน The negotiations have not yet reached the point of no return สำนวนนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ขั้นที่เมื่อผ่านไปแล้วสถานการณ์จะไม่สามารถย้อนกลับได้
  2. เหตุผลที่เลือกว่าจะไม่กลับมา
  3. สถานที่จริงที่ไม่มีใครเดินทางกลับมาได้
ดูคำตอบ

ขั้นที่เมื่อผ่านไปแล้วสถานการณ์จะไม่สามารถย้อนกลับได้

สำนวน

may be pushed even further: ขยับขอบเขตที่เป็นนามธรรมให้ไกลออกไป

may be pushed even further ใช้โครงสร้างกริยาช่วยแบบถูกกระทำ may + be + pushed โดยนำจุดวิกฤตที่เป็นนามธรรมมาเปรียบเหมือนเส้นเขตแดนที่ขยับได้ ในประโยคนี้ จุดที่ไม่อาจย้อนกลับได้อาจเลื่อนออกไปไกลขึ้น ทำให้มีระยะเผื่อมากขึ้นก่อนที่สถานการณ์จะไม่สามารถแก้คืนได้ even เน้นว่าการขยับนั้นเกินกว่าระดับปัจจุบันหรือระดับที่คาดไว้ ส่วน further หมายถึงระยะหรือความก้าวหน้าเชิงนามธรรมที่เพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการใช้มือผลักสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของประโยคนี้: The deadline may be pushed even further.

  1. กำหนดส่งอาจถูกยกเลิกไปทั้งหมด
  2. กำหนดส่งอาจถูกเลื่อนไปเป็นเวลาที่ช้ากว่าเดิมอีก
  3. ใครบางคนอาจใช้มือผลักปฏิทินกระดาษจริง ๆ
ดูคำตอบ

กำหนดส่งอาจถูกเลื่อนไปเป็นเวลาที่ช้ากว่าเดิมอีก

Some animals are known to extend their lifespans or survive extreme conditions วลี

4:06

เป็นที่ทราบกันดีว่าสัตว์บางชนิดสามารถยืดอายุขัยหรือเอาชีวิตรอดในสภาวะสุดขั้วได้

by slowing down their biological processes to the point where they are virtually paused. โน้ต

4:11

ด้วยการทำให้กระบวนการทางชีววิทยาของพวกมันช้าลงจนถึงจุดที่แทบจะหยุดนิ่ง

วลี

are known to extend: บอกลักษณะที่เป็นที่ยอมรับกัน

are known to extend เป็นรูปพหูพจน์ของโครงสร้าง be known to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าจากการสังเกตหรือความรู้ที่ยอมรับกัน สัตว์บางชนิดมีความสามารถนี้ known to do เป็นรูปแบบที่ใช้รายงานข้อเท็จจริงที่ทราบกัน ไม่ใช่ลำดับตามตัวอักษรว่าถูกจดจำก่อนแล้วจึงลงมือทำ โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในการอธิบายข้อเท็จจริงและเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ ในประโยคเต็ม extend และ survive เชื่อมขนานกันหลัง are known to ดังนั้นการกระทำทั้งสองจึงถูกนำเสนอเป็นลักษณะที่ทราบกันแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be known to เพื่อบอกลักษณะที่เป็นที่ทราบกัน: Owls ____ hunt at night.

ดูคำตอบ

are known to

กริยาวลี

by slowing down their biological processes: ด้วยการชะลอกระบวนการทางชีวภาพ

slow down หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นด้วยความเร็วหรืออัตราที่ต่ำลง” ในที่นี้ slowing down their biological processes หมายถึงการลดอัตราการทำงานของกระบวนการทางชีวภาพ ไม่ใช่การทำให้เคลื่อนลงด้านล่างหรือหยุดโดยสิ้นเชิง โครงสร้าง by + -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สัตว์ยืดอายุขัยหรืออยู่รอดในสภาวะสุดขั้วด้วยการลดกิจกรรมทางชีวภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนที่เน้นไว้: The editor reduced mistakes by ____ the review process.

ดูคำตอบ

slowing down

ไวยากรณ์

to the point where: จนถึงระดับที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

to the point where + อนุประโยค หมายถึง “จนถึงระดับที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างหนึ่งขึ้นจริง” โครงสร้างนี้เชื่อมสภาวะหรือการเปลี่ยนแปลงเข้ากับผลที่เกิดขึ้นเมื่อถึงระดับนั้น ในที่นี้ กระบวนการทางชีวภาพช้าลงมากจนแทบจะหยุดนิ่ง point หมายถึงจุดแบ่งหรือขั้นหนึ่งของระดับความเข้มข้น และ where ใช้นำเข้าสภาวะที่เป็นผลตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “จนถึงระดับที่ทำให้เกิดผลลัพธ์”: The crowd became restless ____ the speaker had to stop.

ดูคำตอบ

to the point where

And research into cryonics hopes to achieve the same โน้ต

4:16

และการวิจัยเกี่ยวกับไครโอนิกส์ (cryonics) ก็หวังที่จะบรรลุเป้าหมายเดียวกัน

by freezing dying people and reviving them later when newer technology is able to help them. ไวยากรณ์

4:20

โดยการแช่แข็งคนที่กำลังจะตายและฟื้นคืนชีพพวกเขาในภายหลังเมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถช่วยพวกเขาได้

การใช้คำ

research into cryonics: research into + หัวข้อวิจัย

research into + นามวลี หมายถึงการศึกษาเรื่อง คำถาม หรือปัญหาอย่างเป็นระบบ ในที่นี้ research into cryonics หมายถึงการศึกษาไครโอนิกส์ในฐานะสาขาหนึ่ง cryonics คือความพยายามเก็บรักษามนุษย์ไว้ที่อุณหภูมิต่ำมาก โดยหวังว่าเทคโนโลยีในอนาคตจะสามารถชุบชีวิตพวกเขาได้ ความหมายแคบกว่า cryogenics ซึ่งครอบคลุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุณหภูมิต่ำมากโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ research into เพื่อบอกหัวข้อที่ศึกษาได้ถูกต้อง

  1. Scientists published new research into how noise affects sleep.
  2. Scientists published new research inside how noise affects sleep.
  3. Scientists published new research at how noise affects sleep.
ดูคำตอบ

Scientists published new research into how noise affects sleep.

วลี

hopes to achieve the same: อ้างกลับไปยังผลลัพธ์ก่อนหน้า

hopes to บอกถึงผลลัพธ์ในอนาคตที่ต้องการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วน achieve the same หมายถึงบรรลุผลลัพธ์แบบเดียวกัน the same ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ที่กล่าวไว้แล้ว ผู้อ่านหรือผู้ฟังจึงต้องดูบริบทก่อนหน้าเพื่อเข้าใจว่าหมายถึงอะไร ในที่นี้หมายถึงการระงับกระบวนการดำรงชีวิตไว้ก่อนแล้วฟื้นคืนในภายหลัง ส่วน by freezing ... ใช้บอกวิธีการที่เสนอไว้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง hopes to achieve the same สื่อความหมายว่าอะไร

  1. วางแผนจะทำเฉพาะการแช่แข็งซ้ำโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์
  2. บรรลุผลลัพธ์นั้นแล้วโดยใช้วิธีเดียวกันทุกประการ
  3. มีเป้าหมายที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แต่ยังไม่แน่ว่าจะสำเร็จ
ดูคำตอบ

มีเป้าหมายที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แต่ยังไม่แน่ว่าจะสำเร็จ

ไวยากรณ์

by freezing ... and reviving ...: ใช้สองการกระทำเพื่อบอกวิธีการ

by + รูปกริยา -ing ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำได้ด้วยวิธีใด ในที่นี้ by นำเข้าสู่วิธีการ ส่วน freezing และ reviving บอกสองขั้นตอนของวิธีนั้น รูป -ing ทั้งสองวางขนานกันและเชื่อมด้วย and ดังนั้น by จึงครอบคลุมทั้งคู่ คือ by doing A and doing B ส่วน dying people หมายถึงคนที่ใกล้เสียชีวิต ไม่ใช่คนที่เสียชีวิตไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ check และ restart เติมประโยคให้สมบูรณ์: The technician solved the connection problem by ____ the cables and ____ the router.

ดูคำตอบ

checking · restarting

See, if the cells are frozen, ลำดับความ

4:26

เห็นไหมว่า หากเซลล์ถูกแช่แข็ง

ลำดับความ

See, if ...: สัญญาณเกริ่นคำอธิบายในภาษาพูด

See ในที่นี้เป็นคำบอกหน้าที่ในบทสนทนา ไม่ใช่คำสั่งให้มอง คำนี้ดึงความสนใจของผู้ฟังและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีคำอธิบายตามมา อนุประโยค if ที่ตามมาจะกำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในคำอธิบายนั้น เมื่อรวมกันแล้ว See, if ... จะพาคำพูดจากข้อกล่าวอ้างไปสู่เหตุผลที่รองรับข้อกล่าวอ้างนั้น

แบบฝึกหัด

ในข้อความ "See, if the cells are frozen," คำว่า See ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดได้สังเกตเห็นผลลัพธ์แล้ว
  2. เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายประเด็นนี้
  3. เป็นการบอกให้ผู้ฟังมองเซลล์
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายประเด็นนี้

there's very little molecular movement and diffusion practically stops. โน้ต

4:28

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจะเกิดขึ้นน้อยมากและการแพร่กระจายจะหยุดนิ่งในทางปฏิบัติ

ไวยากรณ์

there's very little molecular movement: การบอกว่ามีปริมาณน้อยมาก

ในประโยคนี้ there's เป็นรูปย่อของ there is และใช้เสนอข้อมูลใหม่ว่ามีการเคลื่อนที่ของโมเลกุลอยู่ในปริมาณเท่าใด very little ขยายคำนามนับไม่ได้ movement และหมายความว่ามีกิจกรรมอยู่เพียงเล็กน้อยมาก little ในที่นี้บอกปริมาณหรือระดับ ไม่ได้บอกว่าการเคลื่อนที่ครั้งหนึ่งมีขนาดเล็ก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ there is และ very little: At this temperature, ____ molecular movement.

ดูคำตอบ

there's very little

การใช้คำ

practically stops: เกือบหยุด แต่ไม่ใช่หยุดโดยสิ้นเชิง

practically ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง almost หรือ nearly การแพร่เข้าใกล้ภาวะหยุดมากจนในสถานการณ์ทั่วไปถือว่าหยุดได้ แต่ประโยคไม่ได้ยืนยันว่าการแพร่ทั้งหมดเป็นศูนย์อย่างสิ้นเชิง การใช้แบบนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกผลอย่างหนักแน่น ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้มีปริมาณเล็กน้อยหรือข้อยกเว้นหลงเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค "When the pipes freeze, water flow practically stops," practically stops หมายความว่าอย่างไร

  1. หยุดในสภาพจริง แต่ยังดำเนินต่อในทางทฤษฎี
  2. หยุดอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีการไหลเหลืออยู่เลย
  3. เกือบหยุด แต่อาจยังมีปริมาณเล็กน้อยดำเนินต่อไป
ดูคำตอบ

เกือบหยุด แต่อาจยังมีปริมาณเล็กน้อยดำเนินต่อไป

Even if all of a person's cellular processes had already broken down, โน้ต

4:33

แม้ว่ากระบวนการระดับเซลล์ทั้งหมดของบุคคลหนึ่งจะพังทลายไปแล้วก็ตาม

this could still conceivably be reversed by a swarm of nanobots ไวยากรณ์

4:37

ก็ยังเป็นที่นึกภาพออกว่าสิ่งนี้อาจถูกย้อนกลับได้โดยฝูงนาโนบอท

ไวยากรณ์

Even if: เงื่อนไขสมมติที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

Even if ใช้นำเสนอเงื่อนไขสมมติ ซึ่งมักเป็นเงื่อนไขที่รุนแรงหรือไม่เป็นผลดี ประโยคหลักบอกว่าผลลัพธ์ยังคงเกิดขึ้นได้แม้เงื่อนไขนั้นจะเป็นจริง ในประโยคนี้ การหยุดทำงานของกระบวนการระดับเซลล์ทั้งหมดถูกเสนอเป็นความเป็นไปได้เพื่อใช้ในการให้เหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว คำว่า still เน้นว่ายังพอนึกถึงความเป็นไปได้ในการย้อนสภาพได้แม้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นเงื่อนไข โดยไม่ได้บอกว่าสถานการณ์นั้นเป็นข้อเท็จจริง

  1. Even though the road was icy, the bus arrived on time.
  2. Because the road is icy, the bus has stopped.
  3. Even if the road is icy tomorrow, the bus will still run.
ดูคำตอบ

Even if the road is icy tomorrow, the bus will still run.

กริยาวลี

had already broken down: หยุดทำงานไปแล้ว

เมื่อประธานเป็นระบบ กระบวนการ กลไก หรือกิจกรรมที่มีการจัดระเบียบ break down หมายถึง “หยุดทำงานอย่างเป็นปกติ” ในที่นี้กระบวนการระดับเซลล์ไม่ทำงานตามปกติอีกต่อไป วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการเหล่านั้นเคลื่อนลงด้านล่างหรือถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็กลง ใน had already broken down รูป past perfect นำเสนอว่าการหยุดทำงานเกิดขึ้นก่อนการย้อนสภาพที่อาจเป็นไปได้ ส่วน already เน้นว่าได้เข้าสู่สภาวะที่หยุดทำงานแล้ว ถ้อยคำนี้ทำให้เงื่อนไขสมมติมีความรุนแรงเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ใน “The safety system had already broken down before the inspection,” วลี “had already broken down” หมายความว่าอย่างไร

  1. ถูกแบ่งเป็นส่วนเล็กลงระหว่างการตรวจสอบ
  2. หยุดทำงานไปแล้วก่อนการตรวจสอบ
  3. เคลื่อนลงไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่าก่อนการตรวจสอบ
ดูคำตอบ

หยุดทำงานไปแล้วก่อนการตรวจสอบ

ไวยากรณ์

could still conceivably be reversed: ความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่กล่าวอย่างระมัดระวัง

could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน still บอกว่าความเป็นไปได้นั้นยังคงอยู่แม้มีสถานการณ์ที่ไม่เอื้อ ส่วน conceivably จำกัดคำกล่าวให้อยู่ในระดับที่ว่า “พอจะนึกภาพได้ในทางทฤษฎี” be reversed เป็นรูปถูกกระทำ โดยประธานเป็นสิ่งที่ถูกย้อนกลับ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้เป็นการคาดคะเนอย่างระมัดระวังมาก กล่าวคือ ยังตัดความเป็นไปได้ที่จะย้อนกลับไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าวิธีนั้นใช้ได้จริง มีโอกาสเกิดสูง หรือได้รับการพิสูจน์แล้ว โครงสร้างนี้ช่วยพูดถึงความเป็นไปได้โดยไม่กล่าวเกินหลักฐาน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “could still conceivably be reversed” ในตัวอย่างได้ตรงที่สุด

  1. การย้อนกลับเกิดขึ้นแล้ว
  2. ในทางทฤษฎี การย้อนกลับยังเป็นไปได้ แต่ยังไม่แน่นอน
  3. คาดว่าการย้อนกลับจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
ดูคำตอบ

ในทางทฤษฎี การย้อนกลับยังเป็นไปได้ แต่ยังไม่แน่นอน

moving all the molecules back to their proper positions วลี

4:42

ที่เคลื่อนย้ายโมเลกุลทั้งหมดกลับไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง

วลี

back to their proper positions: นำกลับไปสู่การจัดวางที่ถูกต้อง

back to แสดงการกลับไปสู่สภาพก่อนหน้าหรือสภาพที่ควรเป็น their proper positions หมายถึงตำแหน่งที่ถูกต้องซึ่งโมเลกุลควรอยู่ โดย proper ในที่นี้หมายถึง “เหมาะสม” หรือ “ถูกต้อง” ไม่ใช่ “เป็นทางการ” รูปแบบ move something back to its proper position ใช้บอกการนำสิ่งของหนึ่งชิ้นหรือหลายชิ้นกลับไปอยู่ในรูปแบบที่ควรเป็น รูปแสดงความเป็นเจ้าของและเอกพจน์หรือพหูพจน์ของ position มักสอดคล้องกับสิ่งที่ถูกย้าย โดยใช้ its ... position กับสิ่งเดียว และ their ... positions กับหลายสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ back to, proper, position และรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้อง: Move each chair ____ before the meeting.

ดูคำตอบ

back to its proper position

and injecting all of the cells with ATP at the same time, วลี

4:45

และฉีด ATP เข้าไปในทุกเซลล์ในเวลาเดียวกัน

วลี

inject X with Y: ฉีด Y เข้าไปใน X

inject X with Y หมายถึงการใส่ Y เข้าไปใน X โดยทั่วไปด้วยเข็มหรือกระบวนการควบคุมอื่น ๆ X คือผู้รับหรือเป้าหมาย ส่วน Y คือสารที่ถูกใส่เข้าไป ใน injecting all of the cells with ATP คำว่า all of the cells คือ X และ ATP คือ Y บุพบท with ระบุสารที่ถูกฉีดเข้าไป ไม่ได้ระบุเครื่องมือ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง inject X with Y: The vet will inject the injured bird ____ antibiotics.

ดูคำตอบ

with

presumably causing the body to simply pick up where it left off. โน้ต

4:49

ซึ่งน่าจะทำให้ร่างกายสามารถเริ่มต้นทำงานต่อจากจุดที่หยุดพักไป

ไวยากรณ์

cause + กรรม + to do: causing the body to

Cause + กรรม + to-infinitive หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้เกิดการกระทำหรือผลลัพธ์กับอีกสิ่งหนึ่ง กรรมระบุสิ่งที่ได้รับผล และ to-infinitive ระบุการกระทำหรือสภาวะที่เป็นผลตามมา ใน causing the body to simply pick up... คำว่า the body เป็นกรรม และ to pick up บอกผลลัพธ์ causing เป็นรูป -ing ที่เพิ่มผลซึ่งคาดว่าเกิดจากการกระทำก่อนหน้า สิ่งที่ตามมาจึงเป็น กรรม + to-infinitive ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่แยกเป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

ใช้ restart เติมโครงสร้าง cause + กรรม + to do ให้สมบูรณ์: A power surge caused the computer ____.

ดูคำตอบ

to restart

สำนวน

pick up where it left off: ดำเนินต่อจากจุดที่หยุดไว้

Pick up where it left off หมายถึง “ดำเนินต่อจากจุดที่เคยหยุดไว้” ในประโยคนี้ กระบวนการดำรงชีวิตของร่างกายถูกมองว่าเริ่มทำงานต่อหลังจากหยุดชั่วคราว ไม่ใช่เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ในที่นี้ pick up เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของตามตัวอักษร ประธานในอนุประโยค where จะเปลี่ยนตามคนหรือสิ่งที่เคยหยุด เช่น where it left off, where we left off หรือ where the story left off

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ดำเนินต่อจากจุดที่เคยหยุดไว้” ให้สมบูรณ์: After lunch, we'll pick ____.

ดูคำตอบ

up where we left off

So if we think of life not as some magical spark, ไวยากรณ์

4:53

ดังนั้น หากเรามองว่าชีวิตไม่ใช่ประกายไฟวิเศษใดๆ

but a state of incredibly complex self-perpetuating organization, การใช้คำ

4:56

แต่เป็นสภาวะของระบบที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อและรักษาตัวมันเองไว้ได้

ไวยากรณ์

think of life not as ... but a state of ...: ปรับกรอบความเข้าใจเรื่องชีวิต

Think of X not as A, but (as) B ใช้บอกให้ผู้ฟังเปลี่ยนจากวิธีทำความเข้าใจ X แบบหนึ่งไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ส่วน not as ปฏิเสธการจัด X ไว้ในประเภท A และส่วน but เสนอประเภท B ทั้งสองส่วนร่วมกันสร้างความเปรียบต่างเกี่ยวกับ X เดียวกัน ในที่นี้ life ถูกปรับกรอบความเข้าใจจาก “some magical spark” เป็น “a state of incredibly complex self-perpetuating organization” ในคำบรรยายมีการละ as ตัวที่สองไว้ แต่ยังเข้าใจได้ว่าเป็น but (as) a state of....

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างปรับกรอบความคิด not as ... but as ... ให้สมบูรณ์: Try to think of failure ____ the end, ____ a lesson.

ดูคำตอบ

not as · but as

การใช้คำ

self-perpetuating organization: ระบบที่ทำให้ตัวเองดำเนินต่อไป

ในที่นี้ self-perpetuating ขยายคำว่า organization และหมายถึง “สามารถทำให้ตัวเองดำเนินต่อไปได้ผ่านการทำงานของตัวมันเอง” organization หมายถึงการจัดวางหรือระบบที่มีระเบียบ ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรทางการที่ประกอบด้วยคน วลีนี้อธิบายระเบียบอันซับซ้อนที่กระบวนการภายในช่วยรักษาและทำให้ระเบียบนั้นดำเนินต่อไป perpetuating หมายถึงการทำให้บางสิ่งดำเนินต่อไป ไม่ใช่เพียงการทำซ้ำ ส่วนคำเติมหน้า self- แสดงว่ากลไกที่ทำให้ดำเนินต่อไปนั้นมาจากภายในระบบเอง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายว่าเป็น self-perpetuating มากที่สุด

  1. เครื่องจักรที่ต้องมีคนเริ่มการทำงานใหม่ทุกนาที
  2. วงจรที่ทำให้ตัวเองดำเนินต่อไปผ่านผลของมันเอง
  3. งานที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วจบลง
ดูคำตอบ

วงจรที่ทำให้ตัวเองดำเนินต่อไปผ่านผลของมันเอง

death is just the process of increasing entropy that destroys this fragile balance. ไวยากรณ์

5:01

ความตายก็เป็นเพียงกระบวนการเพิ่มขึ้นของเอนโทรปีที่ทำลายสมดุลอันเปราะบางนี้

ไวยากรณ์

the process of increasing entropy: โครงสร้าง the process of + V-ing

โครงสร้าง the process of + V-ing ใช้เรียกการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นกระบวนการ ในตัวอย่าง of increasing entropy บอกว่ากระบวนการนั้นประกอบด้วยอะไร โดย increasing เป็นรูป -ing ของกริยา increase และ entropy เป็นกรรมของกริยานั้น โครงสร้างที่ทำให้การกระทำกลายเป็นนามเช่นนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และนามธรรม เพราะทำให้การกระทำทั้งชุดเป็นเนื้อหาของคำนามอย่าง process ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ convert ในรูป the process of + V-ing เพื่อเติมคำนิยามให้สมบูรณ์: Photosynthesis is the process ____ light energy into chemical energy.

ดูคำตอบ

of converting

And the point at which someone is completely dead turns out not to be a fixed constant, ไวยากรณ์

5:06

และจุดที่ใครสักคนตายอย่างสมบูรณ์ก็ไม่ได้เป็นค่าคงที่ที่ตายตัว

but simply a matter of how much of this entropy we're currently capable of reversing. วลี

5:11

แต่เป็นเพียงเรื่องของจำนวนเอนโทรปีที่เราสามารถย้อนกลับได้ในปัจจุบันเท่านั้น

ไวยากรณ์

the point at which + อนุประโยค: ระบุจุดเกณฑ์

The point at which + อนุประโยค ใช้ระบุขั้น ระดับ หรือขอบเขตที่แน่นอนซึ่งบางสิ่งเกิดขึ้นหรือเริ่มเป็นจริง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวระบุจุดที่ถือว่าคนคนหนึ่งเสียชีวิตอย่างสมบูรณ์ โดย point หมายถึงขอบเขต ไม่ใช่ความคิดเห็น At which เป็นโครงสร้างคำบุพบทตามด้วยคำสรรพนามเชื่อมความ และนำหน้าอนุประโยคที่ขยาย point อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ เช่น someone is completely dead ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกเกณฑ์หรือขอบเขตอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบเป็นทางการที่เน้นไว้: After several revisions, we reached ____ further changes no longer improved the design.

ดูคำตอบ

the point at which

ไวยากรณ์

turns out not to be A, but simply a matter of B: ปรับกรอบหลักตัดสินใหม่

Turns out not to be A, but simply a matter of B ใช้บอกข้อสรุปที่แก้ไขสมมติฐานก่อนหน้า โครงสร้างนี้ปฏิเสธ A แล้วให้ B เป็นหลักตัดสินที่แท้จริง ในประโยคนี้ แนวคิดเรื่องขอบเขตที่ตายตัวถูกปฏิเสธ และความสามารถในการย้อนกลับเอนโทรปีกลายเป็นปัจจัยตัดสิน ในที่นี้ a matter of หมายถึง «ขึ้นอยู่กับ» หรือ «ถูกกำหนดโดย» ไม่ได้หมายถึง «เรื่องเล็ก» simply ช่วยเน้นว่า B คือเกณฑ์สำคัญ และคู่โครงสร้าง not A, but B ทำหน้าที่แก้ไขข้อสรุปเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแก้ไขข้อสรุปที่เน้นไว้: The delay turned out ____ a hardware failure, ____ poor scheduling.

ดูคำตอบ

not to be · but simply a matter of

วลี

โครงสร้าง be capable of + V-ing: capable of reversing

be capable of + V-ing หมายถึง “มีความสามารถ ศักยภาพ หรือคุณสมบัติที่จะทำบางสิ่ง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าในปัจจุบันเรามีความสามารถย้อนกลับเอนโทรปีได้มากเพียงใด ตรงนี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้น reverse จึงต้องอยู่ในรูป -ing เป็น reversing: capable of reversing โครงสร้างนี้ใช้ได้กับคน เครื่องจักร ระบบ หรือวิธีการ และใช้บอกขอบเขตของสิ่งที่สามารถทำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ detect ในรูปที่ถูกต้อง: The new sensor is capable ____ very small leaks.

ดูคำตอบ

of detecting