ไคลีจิงโจ้ เพื่อนใหม่ของเปปป้าพิก! การมีเพื่อนใหม่สนุกจัง!: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
500 คำ 130 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวจิงโจ้มาเยี่ยมเปปป้าในวันที่อากาศสดใส หลังเริ่มทำบาร์บีคิว ฝนก็ตกและเด็ก ๆ แข่งกระโดดกัน ก่อนเรื่องจะจบที่แอ่งโคลน โดยไคลีและเปปป้าได้รับคำชมว่าเก่งที่สุดในการกระโดดคนละแบบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. No worries. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าเป็นคำตอบแบบสบาย ๆ และเป็นมิตร ใช้ปลอบใจอีกฝ่ายว่าทุกอย่างไม่มีปัญหา พร้อมแยกแยะกลิ่นอายแบบภาษาอังกฤษออสเตรเลียจากคำตอบที่เป็นกลางกว่าอย่าง “No problem.” 2. I wish it would rain. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ wish + would เพื่อบอกความหวังให้อากาศ พฤติกรรมของคน หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป ในฉากนี้ความหวังให้ฝนตกขัดกับความจริงขณะนั้นที่พื้นดินแห้งเกินกว่าจะมีแอ่งโคลน 3. but Peppa's the best at jumping up and down in muddy puddles. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า but ดึงจุดสนใจตอนจบกลับมาที่เปปป้า พร้อมเปรียบเทียบความถนัดในการกระโดดสองแบบ ทั้งยังช่วยจำรูป the best at + กริยาเติม -ing และเข้าใจการใช้การเปรียบเทียบเพื่อปิดเรื่องอย่างลงตัว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:02

หนูคือเปปป้าพิก

This is my little brother George. วลี

0:04

นี่คือน้องชายตัวเล็กของหนู จอร์จ

วลี

my little brother: น้องชาย

ในประโยคนี้ my little brother หมายถึง “น้องชายของฉัน” คำว่า little บอกความสัมพันธ์ด้านอายุในครอบครัว ไม่ได้บอกว่าส่วนสูงหรือรูปร่างของ George เล็ก วลีนี้เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติในการระบุว่านี่คือน้องชาย คำว่า my บอกว่าเขาเป็นน้องชายของใคร และ George คือชื่อของเขา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า Ben เป็นน้องชายของผู้พูด

  1. This is my short brother Ben.
  2. This is my small brother Ben.
  3. This is my little brother Ben.
ดูคำตอบ

This is my little brother Ben.

This is Mummy Pig.

0:07

นี่คือแม่หมู

And this is Daddy Pig.

0:09

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig.

0:13

เปปป้าพิก

Kylie Kangaroo.

0:16

ไคลี่ จิงโจ้

It is a lovely sunny day.

0:18

วันนี้เป็นวันที่แดดออกสดใส

Mr. and Mrs. Kangaroo have come to visit. ไวยากรณ์

0:20

คุณและคุณนายจิงโจ้มาเยี่ยม

ไวยากรณ์

have come to visit: การมาถึงที่มีผลถึงปัจจุบัน

have come เป็น present perfect ของภาษาอังกฤษ โดยมีโครงสร้าง have + รูป past participle คือ come เมื่อใช้กับประธานพหูพจน์ Mr. and Mrs. Kangaroo โครงสร้างนี้บอกว่าการมาถึงเกิดขึ้นก่อนตอนนี้และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยปกติหมายความว่าผู้มาเยี่ยมอยู่ที่นี่แล้ว to visit เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าพวกเขามาทำไม วลีทั้งหมดเน้นการมาถึงที่ผลยังสำคัญในตอนนี้ แทนที่จะเพียงวางเหตุการณ์เยี่ยมไว้ในช่วงอดีตที่จบแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ come: Our neighbors ____ to visit, so they are here with us now.

ดูคำตอบ

have come

Hello.

0:25

สวัสดี

Good day, Mr. Pig. การใช้คำ

0:25

สวัสดีครับ คุณหมู

การใช้คำ

Good day ที่ใช้เป็นคำทักทาย

ในประโยคนี้ Good day เป็นคำทักทายที่หมายถึง hello ไม่ได้บอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี และไม่ใช่คำอวยพรตอนจากลา ในภาษาอังกฤษปัจจุบันหลายบริบท รูปเต็ม Good day อาจฟังดูสุภาพ เป็นทางการ หรือค่อนข้างโบราณ ในบริบทที่มีกลิ่นอายออสเตรเลีย ยังชวนให้นึกถึงธรรมเนียมการทักทายแบบออสเตรเลียด้วย แม้ว่ารูปกันเองที่คุ้นเคยกว่ามักเป็น G'day

แบบฝึกหัด

Good day ทำหน้าที่อะไรใน “Good day, Mr. Pig.”?

  1. บอกว่าวันนี้เป็นวันที่น่ารื่นรมย์
  2. อวยพรให้คุณหมูมีวันที่ดีขณะที่กำลังจากไป
  3. ทักทายคุณหมูอย่างสุภาพและมีลักษณะเฉพาะอยู่บ้าง
ดูคำตอบ

ทักทายคุณหมูอย่างสุภาพและมีลักษณะเฉพาะอยู่บ้าง

We met at the airport. Remember? น้ำเสียง/เจตนา

0:27

เราเจอกันที่สนามบิน จำได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Remember? ที่ใช้เป็นคำถามต่อท้ายสั้น ๆ

Remember? เป็นคำถามย่อในภาษาพูด หมายถึง Do you remember? สิ่งที่ละไว้คือเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง นั่นคือการเคยพบกันที่สนามบิน เมื่อวางหลังประโยคบอกเล่า คำถามสั้นคำเดียวนี้ใช้ชวนผู้ฟังให้นึกถึงข้อมูลที่รู้ร่วมกัน หรือยืนยันว่าผู้ฟังจำได้ เป็นคำถาม ไม่ใช่คำสั่ง Remember!

แบบฝึกหัด

เติมคำถามต่อท้ายสั้น ๆ ด้วยสำนวนเป้าหมาย: We met at the library last year. ____?

ดูคำตอบ

Remember

Um.

0:29

อืม

It was a while back. วลี

0:30

มันก็นานมาแล้วนะ

วลี

a while back: ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่ไม่ระบุแน่ชัด

a while back หมายถึง “เมื่อสักพักก่อน” หรือ “ช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้” โดยวางเหตุการณ์ไว้ ณ จุดเวลาที่ไม่ระบุแน่ชัดก่อนปัจจุบัน จึงไม่เน้นวันที่ที่แน่นอน ในที่นี้ back ชี้ย้อนจากปัจจุบันไปสู่อดีต วลีนี้ตอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์กินเวลานานเท่าไร

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่ไม่ระบุแน่ชัด

  1. a while back
  2. in a while
  3. for a while
ดูคำตอบ

a while back

You said we could visit anytime. ไวยากรณ์

0:31

คุณบอกว่าเรามาเยี่ยมได้ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

You said we could visit anytime: การรายงานการอนุญาตก่อนหน้านี้

You said we could visit anytime เป็นการรายงานคำเชิญหรือการอนุญาตที่เคยให้ไว้ ผู้พูดถ่ายทอดความหมายของคำพูดก่อนหน้าโดยไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำทุกคำ และใช้เพื่ออธิบายหรือให้เหตุผลว่าทำไมจึงมาเยี่ยมตอนนี้ ในรูปแบบการรายงานคำพูดนี้ can มักเปลี่ยนเป็น could หลัง said ตรงนี้ could หมายถึง “ได้รับอนุญาต” ไม่ใช่ “มีความสามารถ” ส่วน anytime หมายถึงเวลาใดก็ได้ที่เหมาะสม โดยยังอยู่ภายใต้ขอบเขตทางสังคมตามปกติ

แบบฝึกหัด

ใน You said we could visit anytime คำว่า could แสดงความหมายหลักข้อใด

  1. ความสามารถทางกายในการไปเยี่ยม
  2. การเยี่ยมที่เสร็จสิ้นไปแล้ว
  3. การอนุญาตจากคำเชิญก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

การอนุญาตจากคำเชิญก่อนหน้านี้

Did I?

0:33

ผมพูดเหรอ?

Yeah.

0:34

ใช่แล้ว

Since we last saw you, we've had Kylie and Joey. โน้ต

0:35

ตั้งแต่เราเจอกันครั้งล่าสุด เราก็มีไคลี่กับโจอี้

ไวยากรณ์

Since we last saw you, we've had...: จุดเริ่มต้นในอดีตและ present perfect

Since we last saw you กำหนดจุดเริ่มต้นในอดีต คำว่า saw ใช้ simple past เพราะการพบกันครั้งล่าสุดเป็นเหตุการณ์ที่จบแล้ว we've had เป็น present perfect: we have + had ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงระหว่างจุดนั้นในอดีตกับตอนนี้ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ Since + เหตุการณ์ใน simple past, ประธาน + have/has + past participle

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ move เติมประโยคให้สมบูรณ์: Since we last spoke, I ____ to Bristol.

ดูคำตอบ

have moved

การใช้คำ

we've had Kylie and Joey: การกลายเป็นพ่อแม่

ในการเล่าข่าวครอบครัวนี้ we've had Kylie and Joey หมายความว่า Kylie กับ Joey เกิดมาในครอบครัวของผู้พูด ผู้พูดจึงกลายเป็นพ่อแม่ของทั้งคู่ สำนวน have/had a baby และ have/had children ใช้บอกการมีลูกหรือการเป็นพ่อแม่ได้ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของคน present perfect ใน we've had นำเสนอการเกิดของเด็กทั้งสองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังการพบกันครั้งล่าสุดและยังเกี่ยวข้องกับสภาพครอบครัวในตอนนี้

แบบฝึกหัด

ในการเล่าข่าวครอบครัว "Since then, we've had twins" มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. พวกเขากลายเป็นพ่อแม่ของลูกแฝด
  2. พวกเขาดูแลลูกแฝดของคนอื่นอยู่ช่วงหนึ่ง
  3. พวกเขาพาลูกแฝดจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

พวกเขากลายเป็นพ่อแม่ของลูกแฝด

Say hello, kids. น้ำเสียง/เจตนา

0:39

ทักทายสิเด็กๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Say hello: การบอกให้ใครสักคนทักทายอีกคน

Say hello เป็นคำสั่งตรง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบอกให้ใครสักคนทักทายอีกคน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีมารยาทและกล่าวทักทาย รูปแบบ say + คำทักทายหรือคำลาแบบสั้น ๆ สามารถสื่อถึงการทักทายหรือบอกลาทั้งหมดได้ เช่น say hi หรือ say goodbye โดยปกติไม่ได้หมายถึงเพียงออกเสียงคำว่า hello เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการบอกให้เด็กทักทายคุณยายอย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Tell hello to Grandma.
  2. Speak hello to Grandma.
  3. Say hello to Grandma.
ดูคำตอบ

Say hello to Grandma.

Hello.

0:41

สวัสดี

I'm Kylie Kangaroo.

0:42

หนูชื่อไคลี่ จิงโจ้

I'm Peppa Pig.

0:44

หนูชื่อเปปป้าพิก

And this is my little brother George.

0:46

และนี่คือน้องชายตัวเล็กของหนู จอร์จ

This is my little brother Joey.

0:50

นี่คือน้องชายตัวเล็กของหนู โจอี้

Joey lives in Mummy Kangaroo's pocket. วัฒนธรรม

0:53

โจอี้อาศัยอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่จิงโจ้

วัฒนธรรม

lives in Mummy Kangaroo's pocket: pocket ในที่นี้หมายถึงถุงหน้าท้อง

ในประโยคนี้ lives in Mummy Kangaroo's pocket หมายถึงโจอี้อยู่ในถุงพิเศษด้านหน้าลำตัวของแม่ joey หมายถึงลูกจิงโจ้ และลูกจิงโจ้ตัวเล็กจะถูกพาไปในถุงนี้ เรื่องนี้เรียกถุงหน้าท้องว่า pocket เพื่อให้เด็ก ๆ นึกภาพได้ง่าย ที่นี่ pocket ไม่ใช่กระเป๋าธรรมดาที่เย็บติดกับเสื้อผ้า

แบบฝึกหัด

Mummy Kangaroo's pocket ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. กระเป๋าที่เย็บติดกับเสื้อผ้าที่แม่จิงโจ้สวมอยู่
  2. ถุงบนร่างกายของแม่จิงโจ้ที่ใช้พาลูกไปด้วย
  3. ห้องเล็ก ๆ ที่โจอี้นอนตอนกลางคืน
ดูคำตอบ

ถุงบนร่างกายของแม่จิงโจ้ที่ใช้พาลูกไปด้วย

It's thirsty work, this traveling around. โน้ต

0:57

เดินทางไปทั่วแบบนี้ทำเอาคอแห้งเลย

สำนวน

thirsty work: กิจกรรมที่ทำให้กระหายน้ำ

ในประโยคนี้ thirsty work หมายถึงกิจกรรมที่ทำให้คนทำรู้สึกกระหายน้ำ คำว่า thirsty บอกผลที่กิจกรรมนั้นมีต่อคน ไม่ได้หมายความว่า work กระหายน้ำจริง ๆ คำว่า work ในที่นี้หมายถึงกิจกรรมที่ต้องใช้แรง ไม่ใช่งานที่ได้รับค่าจ้าง ผู้พูดใช้สำนวนนี้ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินทางไปทั่ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีน้ำเสียงสบาย ๆ และขบขันเล็กน้อย ซึ่งหมายถึงกิจกรรมนั้นทำให้อยากดื่มน้ำ: Gardening in this heat is ____.

ดูคำตอบ

thirsty work

วลี

this traveling around: การเดินทางไปทั่วแบบนี้

Traveling around หมายถึงการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แทนที่จะเดินทางไปยังจุดหมายที่ระบุไว้เพียงแห่งเดียว คำว่า around เพิ่มความหมายของการเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่ต่าง ๆ วลี this traveling around ทั้งวลีทำให้กิจกรรมนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่กำลังพูดถึง โดยวางไว้หลังความเห็นหลักเพื่ออธิบายว่า it หมายถึงอะไร ทำให้ส่วนท้ายของประโยคฟังเป็นภาษาพูดและมีน้ำเสียงเน้นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ traveling around ในความหมายว่าเดินทางระหว่างหลายสถานที่?

  1. Traveling back home felt easy.
  2. Traveling to the office takes an hour.
  3. All this traveling around is making me tired.
ดูคำตอบ

All this traveling around is making me tired.

Would you like a drink? น้ำเสียง/เจตนา

1:00

อยากดื่มอะไรไหมครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like a drink? สำหรับเสนอเครื่องดื่มอย่างสุภาพ

Would you like a drink? เป็นวิธีเสนอเครื่องดื่มให้ผู้อื่นอย่างสุภาพ ในที่นี้ would like หมายถึง want ที่พูดอย่างสุภาพ ส่วน a drink หมายถึงสิ่งที่ดื่มได้และไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Would you like + คำนาม? สำหรับเสนอสิ่งของ และ Would you like to + คำกริยา? สำหรับชวนให้ใครทำบางอย่างอย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเสนอเครื่องดื่มให้แขก ประโยคใดสุภาพและเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. You want a drink?
  2. Would you like a drink?
  3. Do you want a drink?
ดูคำตอบ

Would you like a drink?

Yes, please. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

รับครับ ขอบคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Yes, please. เพื่อตอบรับสิ่งที่เสนออย่างสุภาพ

Yes, please. เป็นวิธีตอบรับสิ่งที่ผู้อื่นเสนอให้อย่างสุภาพ Yes แสดงว่าคุณยอมรับ ส่วน please สื่อว่าคุณต้องการให้อีกฝ่ายมอบหรือทำสิ่งที่เสนอไว้ คำตอบนี้ไม่ได้ใช้กับคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ทุกข้อ ใช้เมื่อมีคนเสนอสิ่งของหรือถามว่าสามารถให้บริการบางอย่างแก่คุณได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

มีคนเสนอน้ำผลไม้ให้และคุณต้องการรับ คำตอบใดสุภาพและเป็นธรรมชาติ?

  1. Yes, please.
  2. Yes, I am.
  3. No, thank you.
ดูคำตอบ

Yes, please.

Lemonade. My favorite. ไวยากรณ์

1:04

น้ำมะนาว ของโปรดผมเลย

ไวยากรณ์

วลีสนทนาแบบละคำ "My favorite."

ใน "Lemonade. My favorite." คำว่า "My favorite." เป็นวลีสั้นแบบละคำในภาษาพูด ความหมายเต็มคือ "Lemonade is my favorite." หรือ "It's my favorite." เพราะเพิ่งกล่าวถึง lemonade ไปแล้ว จึงละประธานและกริยาเชื่อมไว้ เมื่อหัวข้อชัดเจน ผู้พูดภาษาอังกฤษมักใช้วลีนามสั้น ๆ เป็นคำแสดงความคิดเห็น เวลาแปลความหมายให้เติมหัวข้อที่ละไว้และคำว่า is จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีสั้นสองคำที่เรียนไปข้างต้น: "The café has lemon cake today." "____."

ดูคำตอบ

My favorite

Mm, that's lovely. น้ำเสียง/เจตนา

1:06

อื้ม ชื่นใจจัง

น้ำเสียง/เจตนา

คำชมอย่างอบอุ่นด้วย "that's lovely."

ใน "Mm, that's lovely." คำว่า that หมายถึงเลมอนเนด และ lovely หมายถึง “น่าพอใจมาก” หรือ “ดีจริง ๆ” ผู้พูดกำลังชมรสชาติอย่างอบอุ่น Lovely ใช้บรรยายรสชาติ ประสบการณ์ แผน การกระทำ หรือข่าวที่น่าพอใจได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนหรือสิ่งของที่ดูสวยหรือน่ารักเท่านั้น

แบบฝึกหัด

หลังจากชิมเครื่องดื่ม คนหนึ่งพูดว่า "That's lovely." เขาหมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดยังไม่ได้ชิมเครื่องดื่มนี้
  2. ผู้พูดชอบเครื่องดื่มนี้มาก
  3. ผู้พูดคิดว่าเครื่องดื่มนี้ไม่ปลอดภัย
ดูคำตอบ

ผู้พูดชอบเครื่องดื่มนี้มาก

Yeah.

1:08

ใช่

Sit down.

1:09

เชิญนั่งครับ

Are you hungry?

1:10

หิวกันหรือเปล่า?

I'm always hungry.

1:11

ผมหิวตลอดเวลาแหละ

No worries. We'll make lunch. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเราทำมื้อเที่ยงให้

น้ำเสียง/เจตนา

No worries. เพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจอย่างเป็นกันเอง

No worries. เป็นคำตอบแบบกันเองที่เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ไม่เป็นไร” “ไม่มีปัญหา” หรือ “ไม่ต้องกังวล” ในประโยคนี้ ผู้พูดทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าเรื่องอาหารกลางวันจัดการได้ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนในการสนทนา ไม่ใช่แปลตรงตัวว่าไม่มีความกังวลอยู่เลย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ No worries. สื่อความหมายอะไร?

  1. พวกเราไม่มีแผนสำหรับอาหารกลางวัน
  2. ทุกอย่างเรียบร้อยดี พวกเราจัดการเรื่องอาหารกลางวันได้
  3. พวกเรากังวลมาก
ดูคำตอบ

ทุกอย่างเรียบร้อยดี พวกเราจัดการเรื่องอาหารกลางวันได้

Mr. Kangaroo is going to cook lunch on a barbecue. โน้ต

1:16

คุณจิงโจ้จะทำมื้อเที่ยงบนเตาบาร์บีคิว

ไวยากรณ์

is going to cook lunch: สิ่งที่วางแผนว่าจะทำต่อไป

is going to cook lunch ใช้โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าการทำอาหารกลางวันเป็นแผนที่ตัดสินใจไว้แล้วหรือเป็นสิ่งที่คาดว่าจะทำต่อไป โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงอนาคตอันใกล้ได้เหมือนในประโยคนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะอนาคตที่ห่างไกล เมื่อประธานเอกพจน์คือ Mr. Kangaroo รูปของ be คือ is และ cook คงเป็นรูปพื้นฐาน ประธานอื่นต้องใช้ am หรือ are

แบบฝึกหัด

เติมแผนที่ตัดสินใจไว้แล้วด้วยรูป be going to ที่ถูกต้อง: Lena has already decided to cook tonight. She ____ cook dinner at six.

ดูคำตอบ

is going to

วลี

cook lunch on a barbecue: ทำอาหารกลางวันบนเตาบาร์บีคิว

ใน cook lunch คำว่า cook ตามด้วยชื่อมื้ออาหารโดยตรง และหมายถึงการเตรียมมื้อนั้นด้วยการทำให้อาหารสุกด้วยความร้อน on a barbecue ระบุว่าเตาบาร์บีคิวเป็นทั้งอุปกรณ์และพื้นผิวที่ใช้ปรุงอาหาร สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้เป็นพื้นผิวปรุงอาหาร เช่น เตาบาร์บีคิวหรือเตา ภาษาอังกฤษมักใช้ on ในรูป cook + อาหารหรือมื้ออาหาร + on + อุปกรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทหนึ่งคำให้เป็นรูปแบบการทำอาหารที่ใช้ตามปกติ: At the campsite, we cooked lunch ____ a barbecue.

ดูคำตอบ

on

Corn on the cob anyone? โน้ต

1:20

มีใครจะรับข้าวโพดปิ้งไหม?

การใช้คำ

Corn on the cob: ข้าวโพดทั้งฝัก

Corn on the cob เป็นชื่ออาหารแบบตายตัว หมายถึงข้าวโพดหวานทั้งฝักที่เมล็ดยังติดอยู่กับซัง โดยปกติจะปรุงและเสิร์ฟทั้งฝัก ให้จำวลีนี้เป็นก้อนเดียว ไม่ต้องแปล on แยกทีละคำ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่ออาหารที่กำลังเสนอให้ คำว่า anyone? ที่ต่อท้ายทำให้เป็นคำถามเสนออาหารแบบสั้นและเป็นกันเอง เพื่อถามว่าใครต้องการบ้าง

แบบฝึกหัด

เติมชื่ออาหารแบบตายตัวที่หมายถึงข้าวโพดทั้งฝักซึ่งเมล็ดยังติดอยู่กับซัง: Would you like some ____?

ดูคำตอบ

corn on the cob

น้ำเสียง/เจตนา

นามวลี + anyone? เพื่อเสนอของหรือชวนเข้าร่วม

ในรูปแบบนี้ จะพูดชื่ออาหาร เครื่องดื่ม หรือกิจกรรมก่อน แล้วใช้ anyone? ถามว่าคนที่อยู่ตรงนั้นมีใครต้องการสิ่งนั้นหรืออยากเข้าร่วมหรือไม่ ในประโยคนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ Would anyone like some corn on the cob? ละคำถามเต็มไว้ได้เพราะบริบททำให้ชัดเจนว่ากำลังเสนอหรือชวน รูปแบบสั้น ๆ “นามวลี + anyone?” นี้ใช้บ่อยเมื่อเสนอของให้หรือชวนคนทำกิจกรรม

แบบฝึกหัด

ในงานพบปะแบบสบาย ๆ "Cookies, anyone?" หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีใครอยากได้คุกกี้ไหม?
  2. ทุกคนมีคุกกี้คนละชิ้นแล้วใช่ไหม?
  3. ใครเป็นคนเอาคุกกี้มา?
ดูคำตอบ

มีใครอยากได้คุกกี้ไหม?

Yummy.

1:21

น่าอร่อย

We should do this at our house. ไวยากรณ์

1:23

เราน่าจะทำแบบนี้ที่บ้านเราบ้างนะ

ไวยากรณ์

We should do... เพื่อเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน

ในที่นี้ We should do this เป็นการเสนอการกระทำให้กลุ่มที่รวมผู้พูดอยู่ด้วย ผู้พูดคิดว่าการทำแบบเดียวกันที่บ้านเป็นความคิดที่ดี ในบริบทนี้ should เป็นคำแนะนำที่เป็นมิตร ไม่ใช่คำสั่งที่เข้มงวด โครงสร้างคือ ประธาน + should + กริยารูปพื้นฐาน ใน We should do คำว่า do คงอยู่ในรูปพื้นฐาน และไม่ใส่ to หลัง should

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์ด้วย should และกริยารูปพื้นฐาน try: We ____ the new board game after lunch.

ดูคำตอบ

should try

Hang on. น้ำเสียง/เจตนา

1:25

เดี๋ยวนะ

This is our house.

1:26

นี่ก็บ้านเรานี่นา

น้ำเสียง/เจตนา

Hang on. เมื่อเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่างและต้องการพูดว่า “เดี๋ยวก่อน”

ในที่นี้ Hang on. หมายถึง “เดี๋ยวก่อน” ผู้พูดหยุดสิ่งที่กำลังพูด เพราะเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้เข้าใจสถานการณ์ต่างไป ใช้ปฏิกิริยาแบบภาษาพูดนี้เพื่อหยุดบทสนทนาหรือการกระทำชั่วคราว ก่อนจะบอกความคิดใหม่ แก้ไขสิ่งที่พูด หรือบอกสิ่งที่เพิ่งนึกได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการห้อยหรือเกาะอยู่กับสิ่งใดตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ใน “Hang on. I think this is the wrong address,” Hang on. ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกให้ใครบางคนจับสิ่งของไว้แน่น
  2. บอกให้ทุกคนเดินต่อไปโดยไม่หยุด
  3. หยุดบทสนทนาชั่วคราวเพื่อบอกสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็น
ดูคำตอบ

หยุดบทสนทนาชั่วคราวเพื่อบอกสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็น

Come on, Kylie. น้ำเสียง/เจตนา

1:29

มาเถอะ ไคลี่

น้ำเสียง/เจตนา

Come on, + ชื่อคน: การชวนให้ลงมือทำอย่างเป็นมิตร

ในที่นี้ Come on, เป็นคำชวนหรือคำกระตุ้นอย่างเป็นมิตรที่พูดกับ Kylie ผู้พูดต้องการให้ Kylie เริ่มเคลื่อนไหวหรือเข้าร่วมกิจกรรม จึงมีความหมายใกล้กับ Let's go หรือ Come with me ไม่ใช่การนำความหมายตรงตัวของ come กับ on มารวมกัน Come on อาจทำหน้าที่ต่างออกไปในบริบทอื่น ในรูปแบบ Come on, + ชื่อคน น้ำเสียงที่เบาและให้กำลังใจจะเป็นการชวนหรือกระตุ้นให้คนนั้นลงมือทำอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนเพื่อชวน Mia เข้าร่วมเล่นเกม: ____, Mia. We're starting now.

ดูคำตอบ

Come on

Let's play in the garden. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ไปเล่นในสวนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

Let's play: ใช้ Let's + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อชวนทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน

Let's play หมายถึง “ฉันเสนอให้เราเล่นด้วยกัน” Let's เป็นรูปย่อของ let us และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน play โดยตรง โครงสร้าง Let's + กริยารูปพื้นฐานใช้เสนอการกระทำที่ทำร่วมกัน จึงรวมผู้พูดไว้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญด้วยรูปย่อของ let us: ____ draw a picture.

ดูคำตอบ

Let's

We can play my favorite game, jumping up and down in muddy puddles. วลี

1:33

เราเล่นเกมโปรดของฉันได้นะ กระโดดโลดเต้นในบ่อโคลน

วลี

jumping up and down in muddy puddles: การเคลื่อนไหวซ้ำและตำแหน่ง

ใน jumping up and down คำว่า up and down แสดงการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ ไม่ใช่การกระโดดเพียงครั้งเดียว ส่วน in muddy puddles บอกว่ากระโดดที่ไหน ดังนั้นทั้งกลุ่มคำจึงหมายถึงกิจกรรมกระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ ขณะอยู่ในแอ่งโคลน ในประโยคนี้ วลี -ing ตามหลัง my favorite game เพื่ออธิบายให้ชัดว่าเกมนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมกิจกรรมด้วยสำนวนมาตรฐานที่บอกการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ: The children were jumping ____ in muddy puddles after the rain.

ดูคำตอบ

up and down

I like jumping, too. ไวยากรณ์

1:39

ฉันก็ชอบกระโดดเหมือนกัน

ไวยากรณ์

like jumping: ใช้ like + -ing บอกกิจกรรมที่ชอบ

ใน “like jumping” คำว่า like ตามด้วย jumping ซึ่งเป็นรูป -ing ของ jump ในที่นี้ jumping หมายถึงกิจกรรมที่ผู้พูดชอบ ไม่ได้หมายความว่ากำลังกระโดดอยู่ในขณะนี้ รูปแบบที่ใช้บ่อยเมื่อต้องการพูดถึงกิจกรรมที่ชอบคือ like + คำกริยารูป -ing เช่น I like reading; they like dancing.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ dance: I like ____ after school.

ดูคำตอบ

dancing

First, we have to find a puddle. ไวยากรณ์

1:42

ก่อนอื่น เราต้องหาบ่อโคลนก่อน

ไวยากรณ์

we have to find: ใช้ have to + คำกริยารูปพื้นฐานบอกความจำเป็น

ใน “we have to find” คำว่า have to บอกว่าการหาบางสิ่งให้เจอเป็นสิ่งจำเป็นก่อนจะไปยังขั้นตอนถัดไป คำว่า First แสดงลำดับว่านี่คือขั้นตอนแรกที่ต้องทำ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ผู้พูดอยากทำ หลัง have to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น have to find, have to wait, have to leave

แบบฝึกหัด

การแสดงตั๋วเป็นข้อกำหนดสำหรับการเข้า ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ถูกต้อง?

  1. We have to showing our tickets before we enter.
  2. We want to show our tickets before we enter.
  3. We have to show our tickets before we enter.
ดูคำตอบ

We have to show our tickets before we enter.

Oh, there aren't any muddy puddles. ไวยากรณ์

1:45

โอ้ ไม่มีบ่อโคลนเลยสักบ่อ

ไวยากรณ์

There aren't any + คำนามพหูพจน์

There aren't any + คำนามพหูพจน์ ใช้บอกว่าไม่มีสิ่งเหล่านั้นอยู่ในสถานที่หนึ่งเลย ในประโยคนี้ aren't สอดคล้องกับคำนามพหูพจน์ muddy puddles หลังรูปปฏิเสธ aren't จะใช้ any ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ There aren't any + คำนามพหูพจน์ และสามารถเติมวลีบอกสถานที่เพื่อระบุว่าไม่มีอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อปฏิเสธของ there be ร่วมกับ any เพื่อเติมประโยค: There ____ clean plates on the table.

ดูคำตอบ

aren't any

The ground is too dry for muddy puddles. ไวยากรณ์

1:48

พื้นแห้งเกินไปที่จะมีบ่อโคลน

ไวยากรณ์

is too dry for: too + คำคุณศัพท์ + for

Is too dry for หมายความว่าพื้นดินแห้งเกินระดับที่จะทำให้เกิดแอ่งโคลนได้ จึงสื่อถึงผลตามมาว่าแอ่งน้ำไม่สามารถก่อตัวหรือคงอยู่ตรงนั้นได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + too + คำคุณศัพท์ + for + คำนามหรือรูป -ing คำว่า too หมายถึงเกินระดับที่เหมาะสม ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า มาก

แบบฝึกหัด

เรียง too, heavy และ for ให้ถูกต้อง: This bag is ____ a small child.

ดูคำตอบ

too heavy for

I wish it would rain. ไวยากรณ์

1:51

ฉันอยากให้ฝนตกจัง

ไวยากรณ์

I wish it would rain: อยากให้สถานการณ์เปลี่ยน

I wish it would rain หมายความว่าสภาพอากาศตอนนี้ไม่เป็นอย่างที่ผู้พูดต้องการ และผู้พูดอยากให้มันเปลี่ยนไป โครงสร้าง wish + ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้แสดงความต้องการให้สถานการณ์เปลี่ยน โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้พูดควบคุมโดยตรงไม่ได้ would ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่แสดงความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อคาดการณ์ว่าฝนจะตกในอนาคต ประโยคนี้อาจสื่อถึงความใจร้อนหรือความไม่พอใจกับอากาศตอนนี้ด้วย

แบบฝึกหัด

ตอนนี้ฝนไม่ตก และคุณต้องการให้อากาศเปลี่ยน ประโยคใดแสดงความต้องการนี้ได้ดีที่สุด?

  1. I wish it would rain.
  2. I hope it doesn't rain.
  3. It rained yesterday.
ดูคำตอบ

I wish it would rain.

I hope it doesn't rain. ไวยากรณ์

1:53

ฉันหวังว่าฝนจะไม่ตกนะ

ไวยากรณ์

I hope it doesn't rain: หวังถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

I hope it doesn't rain แสดงความหวังที่เป็นจริงได้เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ยังมีโอกาสเกิดขึ้น ผู้พูดต้องการให้อากาศแห้งและฝนไม่ตก หลัง hope ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple เพื่อพูดถึงอนาคต ดังนั้น doesn't rain จึงเป็นธรรมชาติในที่นี้ คำปฏิเสธอยู่ในอนุประโยคหลัง hope โดยผลลัพธ์ที่หวังคือไม่มีฝน

แบบฝึกหัด

ยังมีแผนไปปิกนิกพรุ่งนี้ และคุณต้องการให้อากาศไม่มีฝน ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. I hope it doesn't rain.
  2. I wish it weren't raining.
  3. I know it won't rain.
ดูคำตอบ

I hope it doesn't rain.

Oh, we love rain.

1:55

โอ้ พวกเราชอบฝน

We don't see much of it back home. วลี

1:57

บ้านเราไม่ค่อยเห็นฝนเท่าไหร่

วลี

We don't see much of it: สิ่งหนึ่งไม่ค่อยมีหรือมีไม่มาก

ใน We don't see much of it คำว่า it ย้อนกลับไปแทน rain ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ much of it มอง rain เป็นปริมาณที่นับไม่ได้ และ don't see much บอกว่าบริเวณที่ผู้พูดอาศัยอยู่มีฝนน้อย ในที่นี้ see หมายถึงการพบเจอหรือประสบในฐานะสภาพของพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงแค่การมองด้วยตา รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ย้อนกลับไปแทนสิ่งหรือปรากฏการณ์นับไม่ได้อื่นที่กล่าวถึงแล้วได้

แบบฝึกหัด

เมื่อกำลังพูดถึง rain ประโยค We don't see much of it หมายความว่าอะไร

  1. เรามักดูฝนจากในบ้าน
  2. เรามองไม่เห็นส่วนใหญ่ของสายฝน
  3. บริเวณที่เราอาศัยอยู่มีฝนไม่บ่อยและปริมาณไม่มาก
ดูคำตอบ

บริเวณที่เราอาศัยอยู่มีฝนไม่บ่อยและปริมาณไม่มาก

วลี

back home: ที่บ้านเกิดหรือถิ่นที่อยู่เดิม

back home เป็นสำนวนบอกสถานที่ หมายถึงในประเทศบ้านเกิด เมืองบ้านเกิด หรือบริเวณที่ผู้พูดอาศัยอยู่เป็นประจำ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเปรียบเทียบสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ตอนนี้กับสถานที่ที่พวกเขาจากมา back ให้มุมมองจากสถานที่เดิมหรือสถานที่ที่คุ้นเคย สำนวนนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริงที่ไหน ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังเดินทางกลับบ้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากตัวอย่างที่หมายถึง “ในสถานที่ที่ฉันอาศัยอยู่เป็นประจำหรือถิ่นเดิมของฉัน”: Food is cheaper ____ than it is here.

ดูคำตอบ

back home

Well, if you want to make it rain in this country, โน้ต

1:59

ถ้าคุณอยากให้ฝนตกในประเทศนี้ละก็

have a barbecue.

2:02

จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวสิ

ไวยากรณ์

if you want to..., have...: เงื่อนไขตามด้วยประโยคคำสั่ง

ในที่นี้ if you want to... บอกเป้าหมายหรือเงื่อนไข ส่วน have a barbecue เป็นประโยคคำสั่งที่บอกสิ่งที่ควรทำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If you want to X, do Y ซึ่งเชื่อมผลลัพธ์ที่ต้องการกับคำแนะนำโดยตรง และละประธาน you ไว้ในประโยคคำสั่ง ประโยคนี้ใช้รูปแบบการให้คำแนะนำดังกล่าวเป็นมุกตลก การจัดบาร์บีคิวถูกพูดเหมือนเป็นวิธีเรียกฝน เพราะมีการเชื่อมโยงแผนกิจกรรมกลางแจ้งกับอากาศฝนตกอย่างขบขัน ไม่ได้หมายความว่าบาร์บีคิวทำให้ฝนตกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ leave home early เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: If you want to arrive on time, ____.

ดูคำตอบ

leave home early

วลี

make it rain: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน make it rain คำว่า make เป็นกริยาที่บอกการทำให้เกิดผล โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำบางอย่าง” ในที่นี้ it เป็นสรรพนามสมมติที่ใช้ในสำนวนเกี่ยวกับสภาพอากาศ และ rain เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ในมุกเกี่ยวกับอากาศนี้ make it rain หมายถึง “ทำให้ฝนตก” วลีเดียวกันอาจเป็นสแลงแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงการโปรยหรืออวดเงินได้ แต่ความหมายนั้นไม่เข้ากับประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา laugh เติมโครงสร้างบอกเหตุให้สมบูรณ์: The silly photo made us ____.

ดูคำตอบ

laugh

We can still do jumping.

2:05

เรายังกระโดดเล่นกันได้นะ

George is quite good at jumping, วลี

2:09

จอร์จกระโดดเก่งพอตัวเลย

but I am the best.

2:12

แต่ฉันเก่งที่สุด

วลี

quite good at jumping: บอกความถนัดด้วย be good at + กริยารูป -ing

โครงสร้าง be good at + คำนามหรือกริยารูป -ing ใช้บอกทักษะ ในที่นี้ good at jumping หมายความว่าจอร์จกระโดดได้ดี เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท jump จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ jumping quite ขยาย good ในที่นี้เป็นการประเมินเชิงบวกแต่ไม่ถึงกับยกย่องเต็มที่ หมายถึงจอร์จค่อนข้างเก่ง ส่วนการเปรียบเทียบกับ the best แสดงว่าเขาไม่ได้เก่งที่สุด

แบบฝึกหัด

ใช้ good at และรูปที่ถูกต้องของ swim เติมประโยคให้สมบูรณ์: Ella is quite ____.

ดูคำตอบ

good at swimming

Watch this.

2:15

ดูนี่นะ

That's how you do it. วลี

2:17

ต้องทำแบบนี้

วลี

That's how you do it: สรุปวิธีหลังจากสาธิต

That's how you do it หมายถึงนี่คือวิธีทำงานนั้น that ชี้กลับไปยังการกระทำหรือวิธีที่เพิ่งสาธิต how ใช้บอกวิธี และ it แทนงานที่กำลังทำ ส่วน you มักใช้ในความหมายทั่วไป คือหมายถึงใครก็ตามที่ทำงานนั้น หลังจากสาธิตสำเร็จ ประโยคนี้ใช้สรุปวิธีที่ถูกต้อง ในฉากนี้ยังฟังดูมั่นใจและภูมิใจเล็กน้อย หากใช้น้ำเสียงที่อบอุ่นขึ้น ก็ใช้ให้กำลังใจคนที่เพิ่งทำสำเร็จได้

แบบฝึกหัด

โค้ชเพิ่งสาธิตท่าที่ถูกต้อง เติมประโยคที่ใช้สรุปวิธีให้สมบูรณ์: That's ____ you do it.

ดูคำตอบ

how

Now, you try, Kylie. น้ำเสียง/เจตนา

2:20

ตาเธอแล้ว ไคลี่

น้ำเสียง/เจตนา

Now, you try: ส่งตาต่อไปให้อีกฝ่าย

ใน Now, you try คำว่า now บอกว่ากิจกรรมกำลังเปลี่ยนช่วง คนหนึ่งได้ทำในตาของตนแล้ว และต่อไปเป็นตาของอีกคน คำนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ “ในเวลานี้” เท่านั้น You try เป็นวิธีสั้นและตรงในการให้กำลังใจอีกฝ่ายให้ลองทำงานนั้น เมื่อรวมกัน วลีนี้จึงเป็นการส่งตาต่อไปให้ผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

หลังจากมีคนแสดงวิธีทำงานให้ดูแล้ว Now, you try. ทำหน้าที่อะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. บอกว่าอีกฝ่ายทำงานเสร็จแล้ว
  2. ถามว่างานจะเริ่มตอนกี่โมง
  3. ส่งตาให้อีกฝ่ายและให้กำลังใจให้ลองทำ
ดูคำตอบ

ส่งตาให้อีกฝ่ายและให้กำลังใจให้ลองทำ

Okay.

2:22

โอเค

Kangaroos can jump very high. ไวยากรณ์

2:24

จิงโจ้กระโดดได้สูงมาก

ไวยากรณ์

can jump very high: บอกความสามารถ

ใน can jump คำว่า can เป็นกริยาช่วยที่บอกความสามารถ หลัง can ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน jump โดยตรง คือ can jump ไม่ใช่ can to jump หรือ can jumping Very high บอกว่าจิงโจ้ขึ้นไปได้สูงเพียงใดเมื่อกระโดด ในที่นี้ high ขยายการกระทำ jump

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานในวงเล็บ: An owl can ____ in the dark. (see)

ดูคำตอบ

see

Wow.

2:27

ว้าว

Here is Rebecca Rabbit. ลำดับความ

2:28

รีเบคก้า แรบบิท มาแล้ว

ลำดับความ

Here is Rebecca Rabbit: การแนะนำตัวละครใหม่

Here is + ชื่อหรือกลุ่มคำนามเอกพจน์ เป็นรูปแบบที่ใช้เสนอหรือแนะนำคนหรือสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่ Rebecca Rabbit ไม่ได้เพียงบอกว่าเธออยู่ที่ไหน ในเรื่องเล่าและการแนะนำต่อหน้าผู้ฟัง รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยส่งสัญญาณก่อนว่าจะนำเสนอใครหรืออะไร แล้วจึงบอกชื่อ

แบบฝึกหัด

ผู้เล่าเรื่องกำลังแนะนำตัวละครใหม่ชื่อ Leo the Lion เติมประโยคด้วยรูปแบบ Here is: ____ Leo the Lion.

ดูคำตอบ

Here is

Hello, Rebecca.

2:30

สวัสดี รีเบคก้า

This is my friend, Kylie.

2:32

นี่เพื่อนฉัน ไคลี่

Hello, Kylie.

2:34

สวัสดี ไคลี่

Are you playing a game? ไวยากรณ์

2:36

กำลังเล่นเกมกันอยู่เหรอ?

ไวยากรณ์

Are you playing a game?: การถามถึงกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่

Are you playing...? เป็นคำถามแบบตอบ yes หรือ no ใน present continuous โดยวาง Are ไว้หน้าประธาน you และเติม -ing ที่กริยาหลัก play: Are + you + playing คำถามนี้ใช้ถามว่ากิจกรรมนั้นกำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบันหรือไม่ ไม่ได้ถามถึงนิสัยตามปกติของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

คุณเห็นเพื่อนสองคนถือไพ่ ใช้ present continuous และกริยา play เติมคำถามให้สมบูรณ์: ____ you ____ a game?

ดูคำตอบ

Are · playing

We are jumping.

2:38

เรากำลังกระโดดกันอยู่

Rabbits are the best at jumping.

2:40

กระต่ายกระโดดเก่งที่สุด

Watch this.

2:42

ดูนี่นะ

Well done, Rebecca. น้ำเสียง/เจตนา

2:45

เก่งมาก รีเบคก้า

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: คำชมเมื่อทำสิ่งหนึ่งสำเร็จ

Well done เป็นคำอุทานแบบตายตัวที่ใช้ชมใครบางคนเมื่อทำสิ่งหนึ่งสำเร็จหรือทำได้อย่างชำนาญ ในประโยคนี้ ผู้พูดตอบรับผลงานที่รีเบกกาเพิ่งทำและแสดงความชื่นชมโดยตรง การพูดเพียง Good! ก็แสดงการยอมรับได้เช่นกัน แต่ Well done เชื่อมคำชมเข้ากับสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งทำอย่างชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อต้องการชมคนที่เพิ่งทำงานสำเร็จ?

  1. Be careful!
  2. Well done!
  3. Never mind.
ดูคำตอบ

Well done!

But that's not as good as my friend, Kylie. ไวยากรณ์

2:47

แต่ยังไม่เก่งเท่าเพื่อนฉัน ไคลี่ หรอก

ไวยากรณ์

not as good as: บอกว่าสิ่งแรกดีไม่เท่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

not as good as ใช้เปรียบเทียบคน สิ่งของ หรือผลงานสองอย่าง และบอกว่าสิ่งแรกมีคุณภาพไม่ถึงระดับเดียวกับสิ่งที่สอง โครงสร้างคือ not as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ that's คือสิ่งแรกที่ถูกประเมิน good คือคุณสมบัติที่นำมาเปรียบเทียบ และ Kylie คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ หากใช้โครงสร้างมาตรฐานนี้ ต้องมี as ทั้งสองตำแหน่ง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบมาตรฐาน not as ... as ให้สมบูรณ์: This room is not ____ quiet ____ the library.

ดูคำตอบ

as · as

Do your jump.

2:51

กระโดดเลยสิ

น้ำเสียง/เจตนา

“Go on.” ที่ใช้ให้กำลังใจให้ลงมือทำหรือทำต่อ

ในที่นี้ “Go on.” เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้กระตุ้น หมายถึง “เริ่มเลย” หรือ “ทำต่อไป” ผู้พูดกำลังให้กำลังใจอีกฝ่ายให้กระโดด ไม่ได้บอกให้เดินไปที่ไหน วลีเดียวกันนี้ใช้ชวนให้อีกฝ่ายพูดหรือทำต่อได้ โดยเฉพาะตอนที่อีกฝ่ายลังเล

แบบฝึกหัด

เพื่อนหยุดพูดกลางเรื่อง ประโยคใดกระตุ้นให้เพื่อนพูดต่อได้ตรงที่สุด

  1. Go ahead. You have my permission.
  2. Go on. What happened next?
  3. Go away. I need some quiet.
ดูคำตอบ

Go on. What happened next?

I don't want to show off. กริยาวลี

2:53

ฉันไม่อยากโชว์ออฟน่ะ

กริยาวลี

show off: อวดเพื่อเรียกคำชื่นชม

Show off หมายถึงการจงใจดึงความสนใจมาที่ความสามารถ สิ่งของ หรือความสำเร็จของตน เพื่อให้คนอื่นชื่นชม เป็นกริยาวลี โดยใน I don't want to show off นั้น to show off คือการกระทำที่ผู้พูดไม่อยากทำ วลีนี้มักมีนัยตำหนิเล็กน้อย เพราะไม่ได้หมายถึงแค่การแสดงบางอย่างให้เห็น แต่หมายถึงการพยายามเรียกร้องความสนใจหรือคำชื่นชม

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “จงใจพยายามทำให้คนอื่นประทับใจ” ลงในประโยค: Max kept doing extra tricks just to ____.

ดูคำตอบ

show off

Do it.

2:55

ทำเลย

Okay.

2:56

โอเค

That is high.

2:59

สูงจัง

Kylie Kangaroo is the best at jumping. ไวยากรณ์

3:01

ไคลี่ จิงโจ้ กระโดดเก่งที่สุด

ไวยากรณ์

the best at jumping: บอกว่าเก่งที่สุดในกิจกรรมหนึ่ง

โครงสร้าง be the best at + คำนามหรือคำกริยารูป -ing หมายถึงเก่งกว่าคนอื่นทุกคนในกลุ่มที่กำลังพูดถึง ในประโยคนี้ at jumping ระบุกิจกรรมที่ Kylie ทำได้เก่งที่สุด เพราะ at เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องเป็นรูป -ing: jump เปลี่ยนเป็น jumping ระดับเดียวกันนี้เรียงได้เป็น good at, better at และ the best at

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ at และรูปที่ถูกต้องของ solve: Of everyone in the club, Ava is the best ____ puzzles.

ดูคำตอบ

at solving

Here is Pedro Pony.

3:04

เปโดร โพนี่ มาแล้ว

Hello, everyone.

3:06

สวัสดีทุกคน

Neigh.

3:07

ฮี้

Hello, Pedro.

3:08

สวัสดี เปโดร

This is my friend, Kylie Kangaroo.

3:09

นี่เพื่อนฉัน ไคลี่ จิงโจ้

She's my friend.

3:13

เธอเป็นเพื่อนฉัน

She can jump higher than anyone. ไวยากรณ์

3:15

เธอกระโดดสูงกว่าใครเลยนะ

ไวยากรณ์

higher than anyone: เปรียบเทียบคนหนึ่งกับคนอื่นทั้งหมด

higher เป็นรูปขั้นกว่าของ high ในวลี jump higher คำนี้บอกความสูงของการกระโดดที่มากกว่า และ than ใช้นำหน้าคนที่นำมาเปรียบเทียบ than anyone หมายถึงสูงกว่าคนอื่นทุกคนในกลุ่มที่กำลังพูดถึง ประโยคนี้จึงมีความหมายคล้ายขั้นสูงสุดว่าเธอกระโดดได้สูงที่สุด การเติม else เป็น than anyone else ทำให้ผู้ที่ถูกเปรียบเทียบชัดเจนขึ้น แต่ไม่เปลี่ยนความหมายหลักในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ fast และคำที่ใช้เปรียบเทียบ: In the race, Ana ran ____ anyone else.

ดูคำตอบ

faster than

No one can jump higher than me ไวยากรณ์

3:18

ไม่มีใครกระโดดสูงกว่าฉันหรอก

or my super space hopper. วัฒนธรรม

3:21

หรือลูกบอลเด้งดึ๋งซูเปอร์ของฉัน

ไวยากรณ์

No one can jump higher than me: การเปรียบเทียบที่มีความหมายคล้ายขั้นสูงสุด

ใน No one can jump higher than me คำว่า No one เป็นประธาน และ higher เป็นรูปขั้นกว่าของ high โครงสร้าง No one + can + คำขั้นกว่า + than + บุคคล หมายความว่าไม่มีใครเหนือกว่าบุคคลนั้นในความสามารถนี้ ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกว่าตนกระโดดได้สูงที่สุด ประธานที่เป็นปฏิเสธเมื่อรวมกับการเปรียบเทียบจึงให้ความหมายคล้ายขั้นสูงสุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย No one และ can เพื่อบอกว่าลีโอเป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุด: ____ run faster than Leo.

ดูคำตอบ

No one can

วัฒนธรรม

super space hopper: ของเล่นเด้งสำหรับเด็กแบบบริติช

space hopper คือลูกบอลยางเป่าลมขนาดใหญ่ที่มีที่จับ เด็กจะนั่งบนลูกบอล จับที่จับ แล้วเคลื่อนที่ด้วยการเด้ง super เพิ่มอารมณ์ตื่นเต้นแบบสนุกสนาน ดังนั้น super space hopper จึงหมายถึง space hopper ที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ คำว่า space เป็นส่วนหนึ่งของชื่อของเล่นในภาษาอังกฤษแบบบริติช ไม่ได้หมายความว่าเป็นยานอวกาศ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ super space hopper คืออะไร?

  1. เครื่องจักรที่ยิงของเล่นขึ้นไปในอากาศ
  2. พาหนะขนาดเล็กสำหรับเดินทางในอวกาศ
  3. ลูกบอลเป่าลมขนาดใหญ่ที่เด็กนั่งคร่อมแล้วเด้ง
ดูคำตอบ

ลูกบอลเป่าลมขนาดใหญ่ที่เด็กนั่งคร่อมแล้วเด้ง

Show him, Kylie.

3:25

ทำให้เขาดูสิ ไคลี่

But Pedro did really well. วลี

3:27

แต่เปโดรก็ทำได้ดีมากนะ

วลี

did really well: ชมผลงานที่เกิดขึ้นในอดีต

Do well หมายถึง “ทำได้ดีหรือมีผลงานดี” ในที่นี้ did เป็นรูปอดีตของ do ดังนั้น did well จึงใช้ประเมินผลงานของเปโดรที่จบไปแล้ว ไม่ได้ระบุการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ Really ช่วยเน้นคำชมให้แรงขึ้น ดังนั้น did really well จึงหมายความว่าผลงานของเขาดีอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ do well และเน้นด้วย really เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya ____ in the race.

ดูคำตอบ

did really well

Do it.

3:29

ทำเลย

Okay.

3:31

โอเค

Wow.

3:33

ว้าว

Kylie Kangaroo is the best at jumping.

3:34

ไคลี่ จิงโจ้ กระโดดเก่งที่สุด

I could jump higher, but I'm a little bit tired. โน้ต

3:38

ฉันกระโดดได้สูงกว่านี้นะ แต่ฉันเหนื่อยหน่อยๆ

น้ำเสียง/เจตนา

I could jump higher, but...: บอกศักยภาพก่อนอธิบายข้อจำกัด

ในประโยคนี้ I could jump higher นำเสนอผลงานที่ดีกว่าว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรืออยู่ในความสามารถของผู้พูด แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม Could ไม่ได้กล่าวถึงเพียงความสามารถในอดีตอันไกลเท่านั้น จากนั้น but นำเสนอข้อจำกัดในปัจจุบันคือ I’m a little bit tired เมื่อใช้ I could..., but... ร่วมกัน ผู้พูดจะรักษาหน้าด้วยการบอกว่าตนมีศักยภาพมากกว่านี้ แล้วจึงอธิบายผลลัพธ์ที่ด้อยกว่า

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ could...but... ซึ่งนำเสนอผลลัพธ์ที่ดีกว่าว่าเป็นไปได้ แล้วจึงบอกข้อจำกัด: I ____ finish sooner, ____ this computer is very slow.

ดูคำตอบ

could · but

วลี

a little bit tired: ทำให้ tired ฟังดูไม่มาก

ใน a little bit tired คำว่า a little bit วางหน้าคำคุณศัพท์ tired และหมายถึง “เล็กน้อย” หรือ “ในระดับนิดหน่อย” ทำให้ความเหนื่อยฟังดูไม่มาก แทนที่จะฟังดูรุนแรง ตรงนี้ผู้พูดยังคงยกความเหนื่อยเป็นเหตุผล แต่พูดให้เป็นข้อจำกัดเพียงเล็กน้อย โครงสร้าง a little bit + คำคุณศัพท์ ยังใช้ลดระดับคำบรรยายอื่นได้ เช่น cold, nervous หรือ difficult

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีลดระดับสามคำจากบทเรียน: The chair is ____ uncomfortable, but I can use it.

ดูคำตอบ

a little bit

Oh. What was that? น้ำเสียง/เจตนา

3:42

โอ้ นั่นอะไรน่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What was that?: ปฏิกิริยาทันทีต่อเหตุการณ์ที่ไม่ทราบสาเหตุ

What was that? เป็นคำถามตอบสนองทันทีต่อเสียง การเคลื่อนไหว หรือเหตุการณ์อื่นที่เพิ่งเกิดขึ้นและยังไม่รู้ว่าคืออะไร คำว่า that ชี้ย้อนถึงเหตุการณ์ที่ยังระบุไม่ได้ ใช้ was ซึ่งเป็นรูปอดีต เพราะเหตุการณ์สั้น ๆ นั้นเกิดขึ้นก่อนถามเพียงครู่เดียว จึงหมายถึง “เมื่อกี้” ได้ ไม่ได้หมายความว่าผ่านมานาน คำถามนี้มักแสดงความตกใจ ความกังวล หรือความสงสัย

แบบฝึกหัด

คุณได้ยินเสียงดังจากข้างนอกอย่างกะทันหันและไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ควรตอบสนองด้วยประโยคใดมากที่สุด

  1. What will happen tomorrow?
  2. What is that object?
  3. What was that?
ดูคำตอบ

What was that?

It is raining.

3:45

ฝนตกนี่นา

Like I said, if you want it to rain, ลำดับความ

3:47

อย่างที่ผมบอก ถ้าอยากให้ฝนตก

start a barbecue.

3:50

ก็เริ่มทำบาร์บีคิวเลย

ลำดับความ

Like I said, เพื่อเชื่อมกลับไปยังข้อมูลที่พูดไว้ก่อนหน้า

Like I said, บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดไว้ก่อนหน้า จึงทำให้ประเด็นต่อไปเป็นข้อมูลที่พูดซ้ำหรือยืนยันไว้แล้ว ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ทั้งหมด ในที่นี้ ฝนที่ตกลงมาสนับสนุนมุกก่อนหน้า จึงมีนัยว่า “เห็นไหม ที่ฉันพูดไว้ถูกต้อง” ด้วย ในสถานการณ์อื่น วลีเปิดนี้อาจใช้เพียงเพื่อเตือน ย้ำ หรือยืนยัน โดยไม่จำเป็นต้องฟังดูเหมือนกำลังอวดว่าตัวเองถูก

แบบฝึกหัด

คุณเคยบอกเพื่อนแล้วว่ารถไฟเที่ยวสุดท้ายออกกี่โมง ประโยคใดเชื่อมกลับไปยังสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้าอย่างชัดเจน

  1. Like I said, the last train leaves at ten.
  2. I just found out the last train leaves at ten.
  3. By the way, the last train leaves at ten.
ดูคำตอบ

Like I said, the last train leaves at ten.

I'm afraid we'll all have to go indoors. โน้ต

3:51

เกรงว่าเราทุกคนต้องเข้าบ้านแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid เพื่อช่วยบอกข่าวร้ายอย่างสุภาพ

ในที่นี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่เป็นวลีช่วยลดความตรงอย่างสุภาพก่อนบอกข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวก มีความหมายใกล้กับ “น่าเสียดาย” หรือ “เสียใจที่ต้องบอกว่า” เมื่อวางไว้หน้า we'll all have to go indoors วลีนี้ทำให้การประกาศการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นฟังดูไม่ห้วนเกินไป วลีเปิดแบบเดียวกันยังใช้ช่วยลดความตรงของการปฏิเสธ การแก้ไข และข่าวร้ายอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

พนักงานต้อนรับต้องบอกแขกอย่างสุภาพว่าโรงแรมไม่มีห้องเหลือ ประโยคใดช่วยลดความตรงของข่าวร้ายได้ดีที่สุด

  1. I'm afraid we're fully booked tonight.
  2. I'm scared we're fully booked tonight.
  3. I'm glad we're fully booked tonight.
ดูคำตอบ

I'm afraid we're fully booked tonight.

ไวยากรณ์

have to go indoors: ความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าจำเป็นต้องทำบางอย่าง มักเป็นเพราะกฎหรือสถานการณ์ทำให้แทบไม่มีทางเลือก ในประโยคนี้ have to go บอกว่าทุกคนจำเป็นต้องเข้าไปข้างใน ไม่ใช่แค่อยากเข้าไป indoors หมายถึง “เข้าไปข้างในหรืออยู่ภายในอาคาร” และทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์หลัง go ดังนั้นรูปที่เป็นธรรมชาติคือ go indoors โดยไม่ใส่ to หน้า indoors

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย have to: The road is flooded, so we ____ take another route.

ดูคำตอบ

have to

What?

3:54

อะไรนะ?

And miss the rain? น้ำเสียง/เจตนา

3:54

แล้วพลาดเล่นน้ำฝนเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

And miss the rain?: การโต้แย้งแบบละคำ

And miss the rain? เป็นคำถามแบบย่อที่ต้องอาศัยข้อเสนอก่อนหน้าว่าให้เข้าไปข้างใน ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ And should we go indoors and miss the rain? ผู้พูดไม่ได้ถามอย่างเป็นกลาง แต่กำลังคัดค้านการเข้าไปข้างใน เพราะการพลาดฝนเป็นผลที่ไม่ต้องการ And ที่ต้นประโยคเชื่อมปฏิกิริยานี้กับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ miss หมายถึงพลาดโอกาสได้พบเห็นหรือสัมผัสเหตุการณ์หนึ่ง ครอบครัวนี้ชอบฝนที่หาได้ยาก จึงรู้สึกว่าการพลาดฝนนั้นยอมรับไม่ได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้ออกจากภาพยนตร์ก่อนจบ ข้อใดคัดค้านข้อเสนอนี้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยการชี้ให้เห็นผลที่ไม่ต้องการ?

  1. I miss the ending.
  2. Did we miss the ending?
  3. And miss the ending?
ดูคำตอบ

And miss the ending?

Mr. Kangaroo has got a big umbrella to shelter everyone from the rain. โน้ต

3:59

คุณจิงโจ้มีร่มคันใหญ่ไว้บังฝนให้ทุกคน

ไวยากรณ์

has got a big umbrella เพื่อบอกการมีในปัจจุบัน

ในประโยคนี้ has got a big umbrella หมายความว่าคุณจิงโจ้มีร่มคันใหญ่ ตรงนี้ have got ใช้บอกการมีหรือการครอบครองในปัจจุบัน ไม่ได้บอกว่าการได้ร่มมานั้นเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจาก Mr. Kangaroo เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม have จึงเปลี่ยนเป็น has ในโครงสร้างนี้ ถ้าประธานเป็น I, you, we หรือ they ให้ใช้ have got

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกการมีในบทสนทนาภาษาอังกฤษแบบบริติชให้สมบูรณ์: Ben ____ a new bike.

ดูคำตอบ

has got

วลี

to shelter everyone from the rain เพื่อบอกจุดประสงค์และการปกป้อง

วลี infinitive to shelter everyone from the rain บอกจุดประสงค์ของร่มว่า ร่มมีไว้ปกป้องทุกคนไม่ให้เปียกฝน โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ shelter someone from something โดยวางคนหรือกลุ่มที่ได้รับการปกป้องไว้หลัง shelter และวางสภาพอากาศ อันตราย หรือสิ่งที่เป็นโทษไว้หลัง from

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง shelter someone from something ให้สมบูรณ์: The tent can shelter us ____ the rain.

ดูคำตอบ

from

Food's ready. วลี

4:03

อาหารเสร็จแล้ว

วลี

Food's ready: บอกว่าอาหารพร้อมรับประทานแล้ว

Food's ready เป็นรูปย่อของ Food is ready ในที่นี้ ready หมายถึงอาหารทำเสร็จแล้วและกินได้แล้ว ประโยคสั้น ๆ นี้ใช้บอกให้ทุกคนรู้ว่าสามารถมากินได้ โครงสร้าง X is ready แบบเดียวกันยังใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือพร้อมให้ใช้แล้วได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกตามธรรมชาติที่หมายความว่าอาหารพร้อมให้ทุกคนกินแล้ว: ____.

ดูคำตอบ

Food's ready

Who's hungry? น้ำเสียง/เจตนา

4:05

ใครหิวบ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

Who's hungry?: ใช้คำถามเพื่อชวนมากินอย่างเป็นมิตร

Who's hungry? ตามความหมายตรงตัวคือถามว่าใครรู้สึกหิว แต่เมื่อพูดขณะนำอาหารออกมาหรือบอกว่าได้เวลากินแล้ว ประโยคนี้มักทำหน้าที่มากกว่าการถามหาข้อมูล ในสถานการณ์นั้น คำถามนี้เป็นการชวนอย่างเป็นกันเองให้มากิน ผู้พูดอาจไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนตอบจริง ๆ สถานการณ์และน้ำเสียงร่าเริงบอกว่านี่คือการเรียกให้มาร่วมกิน

แบบฝึกหัด

มีคนนำของว่างออกมาแล้วถามว่า “Who's hungry?” เจตนาที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร?

  1. บ่นว่าทุกคนกินมากเกินไป
  2. ชวนทุกคนอย่างเป็นมิตรให้มากิน
  3. ขอรายชื่อที่แน่นอนของทุกคนที่หิว
ดูคำตอบ

ชวนทุกคนอย่างเป็นมิตรให้มากิน

Me.

4:06

หนู

Me.

4:06

ผม

Mm, yummy.

4:08

อื้ม อร่อย

Peppa likes corn on the cob.

4:10

เปปป้าชอบข้าวโพดปิ้ง

Everyone likes corn on the cob.

4:13

ทุกคนชอบข้าวโพดปิ้ง

It's stopped raining. ไวยากรณ์

4:16

ฝนหยุดแล้ว

ไวยากรณ์

It's stopped raining: present perfect สำหรับบอกผลในปัจจุบัน

It's stopped raining เป็นรูปย่อของ It has stopped raining โครงสร้าง present perfect ใน has stopped แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้นแล้วและผลของมันสำคัญต่อปัจจุบัน นั่นคือตอนนี้ฝนไม่ตกแล้ว ในโครงสร้าง stop + กริยาเติม -ing กิจกรรมที่อยู่ในรูป -ing คือกิจกรรมที่หยุดลง ดังนั้น stopped raining จึงหมายถึงฝนหยุดตก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ stop เพื่อเติมประโยคที่บอกผลในปัจจุบันให้สมบูรณ์: The alarm has ____ ringing.

ดูคำตอบ

stopped

The rain makes everything so fresh and green. ไวยากรณ์

4:18

ฝนทำให้ทุกอย่างสดชื่นและเขียวชอุ่ม

ไวยากรณ์

makes everything so fresh and green: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน makes everything so fresh and green คำว่า make ใช้ตามโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย everything เป็นกรรม ส่วน fresh และ green บอกสภาพที่เกิดขึ้น ที่นี่ make หมายถึงทำให้เกิดสภาพหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงผลิตหรือสร้างสิ่งของ So เน้นระดับของคำคุณศัพท์ทั้งสอง ให้ความหมายว่าสดชื่นและเขียวขจีมากหรืออย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างนี้ใช้บอกสาเหตุและสภาพที่เกิดจากสาเหตุนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อบอกสภาพที่เกิดขึ้น?

  1. Soft lighting makes the room calm and welcoming.
  2. Soft lighting makes calm and welcoming the room.
  3. Soft lighting makes the room to be calm and welcoming.
ดูคำตอบ

Soft lighting makes the room calm and welcoming.

And wet.

4:21

แล้วก็เปียก

And muddy.

4:23

แล้วก็เป็นโคลน

This is how you jump in muddy puddles. ลำดับความ

4:26

นี่คือวิธีกระโดดในบ่อโคลน

ลำดับความ

This is how... สำหรับเริ่มการสาธิต

This is how... ใช้เริ่มการสาธิตและบอกผู้ฟังว่าการกระทำที่กำลังแสดงอยู่นั้นคือวิธีทำ ในประโยคนี้ This ชี้ไปที่การกระทำ ส่วน how you jump in muddy puddles อธิบายวิธีทำ หลัง how ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา เช่น how you jump ประโยคจึงชี้ไปที่การสาธิตก่อน แล้วจึงระบุวิธีทำ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงวิธีทำในประโยคเริ่มการสาธิต: This is ____ you fold the paper.

ดูคำตอบ

how

Wow, that looks fun. วลี

4:30

ว้าว น่าสนุกจัง

วลี

that looks fun: look + คำคุณศัพท์

ใน that looks fun คำว่า look เป็นกริยาเชื่อมและตามด้วยคำคุณศัพท์ fun ผู้พูดดูจากสิ่งที่เห็นแล้วประเมินว่ากิจกรรมนั้นน่าสนุก โครงสร้าง look + คำคุณศัพท์ ใช้บอกลักษณะหรือความรู้สึกที่เห็น เช่น looks easy หรือ looks dangerous ในที่นี้ look ไม่ได้หมายถึงการตั้งใจมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเกมนั้นดูน่าสนุก?

  1. That game looks fun.
  2. That game looks funny.
  3. That game looks a fun.
ดูคำตอบ

That game looks fun.

I'm the best at jumping,

4:34

ฉันกระโดดเก่งที่สุด

but Peppa's the best at jumping up and down in muddy puddles. ลำดับความ

4:36

แต่เปปป้าเก่งที่สุดเรื่องกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลน

ลำดับความ

but Peppa's the best at...: ย้ายจุดเน้นในตอนท้าย

อนุประโยคแรกกล่าวแบบกว้าง ๆ ว่าผู้พูดเก่งที่สุดเรื่อง jumping จากนั้น but พาความสนใจไปที่ Peppa และการกระโดดแบบที่เฉพาะเจาะจงกว่า คือ jumping up and down in muddy puddles อนุประโยคหลังไม่ได้เพียงชมเพิ่มอีกครั้ง แต่ทำให้ขอบเขตการเปรียบเทียบแคบลง เมื่อทักษะเฉพาะของ Peppa อยู่หลัง but จึงได้รับการเน้นเป็นจุดสุดท้าย รูปแบบนี้ใช้ยอมรับจุดเด่นของคนหนึ่งก่อน แล้วใช้ but ทำให้ทักษะที่เฉพาะกว่าของอีกคนเป็นประเด็นที่ผู้ฟังจำได้ be the best at + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกกิจกรรมที่ใครคนหนึ่งทำได้ดีที่สุด

แบบฝึกหัด

but ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่างนี้

  1. กล่าวชมแบบเดิมซ้ำโดยไม่เปลี่ยนจุดเน้น
  2. ยกเลิกข้อความที่ว่าผู้พูดกระโดดเก่ง
  3. ย้ายจุดเน้นสุดท้ายจากความสามารถแบบกว้าง ๆ ของผู้พูดไปยังความสามารถที่เฉพาะเจาะจงกว่าของ Peppa
ดูคำตอบ

ย้ายจุดเน้นสุดท้ายจากความสามารถแบบกว้าง ๆ ของผู้พูดไปยังความสามารถที่เฉพาะเจาะจงกว่าของ Peppa