สำหรับคนที่รู้สึกอยากยอมแพ้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Life Of Riza

ความยากในการเรียน
889 คำ 196 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ครีเอเตอร์คนหนึ่งย้อนมองเจ็ดปีแห่งการลองผิดลองถูกก่อนที่ช่อง YouTube จะเติบโตจากผู้ติดตาม 10,000 คนเป็น 100,000 คนภายในสามสัปดาห์ เขาสรุปว่าการสร้างงานอย่างเป็นตัวเอง การเตรียมพร้อม และจังหวะของโอกาส ทำให้ความสำเร็จที่ดูเหมือนเกิดขึ้นฉับพลันนั้นเป็นจริงได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. It looked like it happened fast, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้วิธียอมรับก่อนว่าเหตุการณ์หนึ่งดูเป็นอย่างไรจากมุมมองของคนนอก แล้วจึงเปิดเผยความจริงที่ยาวนานและซับซ้อนกว่า กรอบนี้ใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่คนมองเห็นกับความพยายาม ความล้มเหลว และการเตรียมตัวที่อยู่เบื้องหลังได้ 2. there really is no such thing as overnight success. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าประโยคหนักแน่นนี้ปฏิเสธความเชื่อว่าความสำเร็จสำคัญเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน คุณสามารถใช้เพื่ออธิบายว่าความสำเร็จที่ดูฉับพลันมักตั้งอยู่บนการทำงานอย่างต่อเนื่องและความพร้อมเมื่อโอกาสมาถึง 3. Whether you've found my videos recently or have been with me since the beginning, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค สังเกตว่า whether ... or ... รวมคนสองกลุ่มที่แตกต่างกันไว้ในข้อความเดียวอย่างไร สามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้กล่าวขอบคุณหรือพูดกับทุกคน โดยไม่จำกัดว่าพวกเขาเข้ามาเมื่อใด เลือกทางไหน หรืออยู่ในสถานการณ์ใด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I've been living out with a suitcase for the past month โน้ต

0:31

ฉันใช้ชีวิตอยู่กับกระเป๋าเดินทางมาตลอดเดือนที่ผ่านมา

ไวยากรณ์

I've been living: กิจกรรมที่ดำเนินต่อมาถึงปัจจุบัน

I've been living ใช้โครงสร้าง have + been + คำกริยา-ing โดย I've เป็นรูปย่อของ I have โครงสร้างนี้แสดงว่าจุดเริ่มต้นอยู่ในอดีต และสถานการณ์ยังดำเนินต่อมาถึงปัจจุบันหรือยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัจจุบัน จุดเน้นคือประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว ในประโยคนี้ for the past month บอกระยะเวลา ส่วน I've been living แสดงว่าผู้พูดอยู่ในสถานการณ์นี้มาตลอดช่วงเวลาดังกล่าว present perfect continuous ใช้กับกิจกรรมหรือสถานการณ์ชั่วคราวที่เริ่มก่อนหน้านี้และยังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ work: I ____ late every night this week.

ดูคำตอบ

have been working

วลี

for the past month: ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้

For the past month หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่สิ้นสุด ณ ตอนนี้” for ใช้บอกว่าระยะเวลานานเท่าใด ส่วน the past month นับย้อนหลังหนึ่งเดือนจากปัจจุบัน วลีนี้มักใช้กับ present perfect หรือ present perfect continuous เพราะรูปเหล่านี้เชื่อมเวลาในอดีตเข้ากับปัจจุบัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวตอบว่าสถานการณ์ที่ดำเนินอยู่นั้นกินเวลานานเท่าใด ไม่ได้หมายถึงเดือนตามปฏิทินที่จบไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการตรวจตู้จดหมายทุกวันดำเนินต่อเนื่องมาตลอดหนึ่งเดือนจนถึงตอนนี้

  1. I checked the mailbox every day last month.
  2. I've checked the mailbox every day for the past month.
  3. I'll check the mailbox every day next month.
ดูคำตอบ

I've checked the mailbox every day for the past month.

and honestly

0:34

และบอกตามตรง

I've only been home a couple of days วลี

0:34

ฉันได้อยู่บ้านแค่ครั้งละสองสามวัน

at a time before needing to leave again.

0:36

ก่อนจะต้องออกเดินทางอีกครั้ง

วลี

a couple of days at a time: ครั้งละประมาณสองวัน

ใน a couple of days at a time วลี a couple of days บอกระยะเวลาโดยประมาณของการอยู่แต่ละครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปคือราวสองวัน ส่วน at a time หมายถึง “ในแต่ละครั้ง” หรือ “ครั้งละ” ในประโยคนี้ ผู้พูดอยู่บ้านได้เพียงไม่กี่วันในการกลับมาแต่ละครั้ง โครงสร้าง “จำนวนหรือระยะเวลา + at a time” แสดงว่ากิจกรรมเกิดเป็นรอบ ๆ ที่แยกกัน ไม่ใช่ช่วงเวลาต่อเนื่องช่วงเดียว สามารถเปลี่ยนตัวเลขและหน่วยได้ เช่น two hours at a time, one person at a time

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: I can rent the cabin for a couple of days at a time. a couple of days at a time บอกอะไร?

  1. การเช่าเริ่มต้นตามเวลานาฬิกาที่ระบุ
  2. กระท่อมนี้เช่าได้เพียงครั้งเดียว
  3. การเช่าแต่ละครั้งกินเวลาประมาณสองวัน
ดูคำตอบ

การเช่าแต่ละครั้งกินเวลาประมาณสองวัน

But this time I'm glad to be back วลี

0:38

แต่ครั้งนี้ฉันดีใจที่ได้กลับมา

วลี

I'm glad to be back: ดีใจที่ได้กลับมา

I'm glad to be back หมายถึง “ฉันรู้สึกดีใจหรือโล่งใจเพราะได้กลับมาแล้ว” be back บอกผลของการกลับมา คือขณะนี้ผู้พูดได้กลับมาอยู่ในสถานที่ กิจกรรม หรือกลุ่มที่คุ้นเคยอีกครั้ง เมื่อบริบทบอกชัดว่ากลับมาที่ไหน ก็ไม่จำเป็นต้องระบุสถานที่ หรืออาจเติม home, at school, in town หรือ with the team ก็ได้

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งมาถึงโรงเรียนหลังหยุดยาว ประโยคใดแสดงความดีใจที่ได้กลับมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. I'm glad to go back.
  2. I'm glad to be away.
  3. I'm glad to be back.
ดูคำตอบ

I'm glad to be back.

because I have a special package that has been waiting for me. ไวยากรณ์

0:39

เพราะฉันมีพัสดุพิเศษที่รอฉันอยู่

ไวยากรณ์

that has been waiting for me: อนุประโยคสัมพันธ์และระยะเวลาที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

that has been waiting for me เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย a special package โดย that ย้อนกลับไปหมายถึง package และเพิ่มข้อมูลเพื่ออธิบายพัสดุชิ้นนั้น has been waiting เป็น present perfect continuous ซึ่งสื่อว่าการรอเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และยังต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ พัสดุรอจริง ๆ ไม่ได้ ผู้พูดจึงใช้การทำให้สิ่งของมีลักษณะเหมือนคนเล็กน้อย เพื่อทำให้ภาพของพัสดุที่วางอยู่ตรงนั้นมาสักพักดูมีชีวิตชีวาขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์เพื่อสื่อว่าพัสดุเริ่มรอก่อนหน้านี้และตอนนี้ยังรออยู่?

  1. I waited for the package before opening it.
  2. The package that has been waiting for me is finally open.
  3. The package that is waiting for Sam arrived today.
ดูคำตอบ

The package that has been waiting for me is finally open.

Oh,

0:42

โอ้

oh no,

0:44

โอ้ ไม่นะ

oh here we go again. สำนวน

0:46

โอ้ เอาอีกแล้ว

สำนวน

Oh, here we go again: ปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ที่เกิดซ้ำ

Here we go again เป็นปฏิกิริยาแบบสำนวน หมายถึงสถานการณ์ที่คุ้นเคย—มักเป็นเรื่องน่ารำคาญ ยุ่งยาก หรือคาดเดาได้—กำลังเริ่มขึ้นหรือเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยทั่วไปไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “พวกเรากำลังไป” ที่ไหนสักแห่ง oh เพิ่มปฏิกิริยาทางอารมณ์ทันที น้ำเสียงสามารถทำให้ทั้งประโยคฟังดูเหนื่อยหน่าย หงุดหงิด หรือขบขันแบบเล่น ๆ ได้ และเป็นการแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดซ้ำ โดยไม่จำเป็นต้องโทษคนใดคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

การประชุมกลับไปถกเถียงเรื่องเดิมอีกครั้ง คำตอบใดแสดงความหงุดหงิดเล็กน้อยต่อสถานการณ์ที่เกิดซ้ำโดยรวม โดยไม่กล่าวโทษคนใดคนหนึ่งโดยตรง?

  1. Here we go again.
  2. Here we are again.
  3. There you go again.
ดูคำตอบ

Here we go again.

It's my fault.

0:48

มันเป็นความผิดของฉันเอง

Oh,

0:51

โอ้

oh no,

0:53

โอ้ ไม่นะ

oh there you go again. น้ำเสียง/เจตนา

0:54

โอ้ คุณเอาอีกแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, there you go again: การชี้ว่าผู้ฟังทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ

There you go again หมายถึง “คุณกำลังทำเรื่องเดิม ๆ อีกแล้ว” เป็นคำพูดที่เจาะจงไปยังผู้ฟังและแสดงความคิดเห็นต่อพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่ใดจริง ๆ Oh แสดงปฏิกิริยาทันทีของผู้พูด น้ำเสียงและความสัมพันธ์อาจทำให้ประโยคนี้ฟังดูหยอกล้อ รำคาญ หรือกล่าวโทษได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตำหนิผู้ฟังโดยตรงว่ากำลังทำนิสัยเดิมซ้ำ?

  1. There you are, beside the front desk.
  2. Here we go again—the printer has stopped working.
  3. There you go again, blaming the traffic for being late.
ดูคำตอบ

There you go again, blaming the traffic for being late.

It's your fault.

0:57

มันเป็นความผิดของคุณ

Home

1:04

บ้าน

sweet home.

1:04

บ้านแสนสุข

To say the last few weeks have changed my life สำนวน

1:09

ถ้าจะบอกว่าไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนชีวิตฉัน

would be an understatement.

1:11

คงเป็นการพูดที่น้อยเกินไป

สำนวน

To say ... would be an understatement: คำอธิบายที่เบาเกินจริง

To say X would be an understatement หมายความว่า X เป็นเรื่องจริง แต่ยังเป็นคำอธิบายที่เบาเกินไปมากเมื่อเทียบกับความเป็นจริง understatement คือการบรรยายสิ่งหนึ่งให้ดูรุนแรงหรือสำคัญน้อยกว่าความเป็นจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้สงสัยว่าสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาเปลี่ยนชีวิตของตน โครงสร้างนี้กลับเน้นข้อความให้แรงขึ้นว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่ถ้อยคำดังกล่าวสื่อ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวด้วยหนึ่งคำ: To say the rescue was difficult would be an ____.

ดูคำตอบ

understatement

How do you feel before you're YouTube famous? วัฒนธรรม

1:14

คุณรู้สึกอย่างไรก่อนที่จะดังใน YouTube?

วัฒนธรรม

YouTube famous: ชื่อเสียงภายในแพลตฟอร์มเฉพาะ

ในประโยคนี้ YouTube famous หมายถึงเป็นที่รู้จักจากการปรากฏตัวหรือเนื้อหาบน YouTube บุคคลนั้นอาจมีชื่อเสียงมากในหมู่ผู้ชมของแพลตฟอร์ม แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดังที่คนทั่วไปทั่วไปรู้จัก การวาง YouTube ไว้หน้า famous เป็นการจำกัดขอบเขตของชื่อเสียง ในภาษาที่ไม่เป็นทางการ ชื่อชุมชนหรือแพลตฟอร์มอื่นก็ใช้ในรูปแบบเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

YouTube famous ในประโยคนี้น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. ทำงานเป็นช่างเทคนิคให้ YouTube
  2. มีชื่อเสียงในทุกประเทศและสื่อทุกประเภท
  3. เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชม YouTube หรือเป็นที่รู้จักผ่าน YouTube
ดูคำตอบ

เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชม YouTube หรือเป็นที่รู้จักผ่าน YouTube

On May 10th, 2023,

1:18

วันที่ 10 พฤษภาคม 2023

I hit 10,000 subscribers on my channel. การใช้คำ

1:20

ช่องของฉันมีผู้ติดตามถึง 10,000 คน

การใช้คำ

hit 10,000 subscribers: ไปถึงหลักสำคัญที่เป็นตัวเลข

hit ในที่นี้หมายถึงไปถึงจำนวนหรือหลักสำคัญที่กำหนด I hit 10,000 subscribers หมายถึงจำนวนผู้ติดตามช่องเพิ่มขึ้นถึง 10,000 คน โดย hit ไม่ได้หมายถึงการตีหรือการกระทบทางกายภาพ ในรูปแบบ hit + จำนวน ระดับ หรือเป้าหมาย hit ตามด้วยหลักสำคัญนั้นโดยตรง ไม่ใช้ at หรือ to คั่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไปถึงหลักสำคัญที่เป็นตัวเลข”: The podcast ____ 50,000 downloads last week.

ดูคำตอบ

hit

Let's go.

1:23

ไปกันเลย

Let's go.

1:26

ไปกันเลย

Guys,

1:28

ทุกคน

10,000

1:28

10,000 แล้ว

And three weeks later,

1:30

และสามสัปดาห์ต่อมา

on May 28th, 2023,

1:31

ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2023

I posted episode three of the vlog yesterday วัฒนธรรม

1:33

ฉันเพิ่งลงวิดีโอบล็อกตอนที่สามไปเมื่อวาน

วัฒนธรรม

posted episode three of the vlog: การเผยแพร่ตอนหนึ่งของซีรีส์

ในภาษาที่ครีเอเตอร์ใช้ posted หมายถึงเผยแพร่ทางออนไลน์ ส่วน episode three ใช้รูปแบบชื่อแบบ คำนาม + ตัวเลข และหมายถึงตอนที่สามของซีรีส์ vlog การเรียกว่า episode three of the vlog ทำให้ vlog นี้ถูกมองเป็นเนื้อหาแบบซีรีส์ที่ออกต่อเนื่อง คำว่า episode ไม่ได้ใช้เฉพาะกับรายการโทรทัศน์ พอดแคสต์ vlog และซีรีส์ออนไลน์อื่น ๆ ก็แบ่งเป็น episode ได้

แบบฝึกหัด

“posted episode three of the vlog” ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ส่ง vlog สามตอนไปให้ใครบางคนทางไปรษณีย์
  2. เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับตอนที่สามของรายการโทรทัศน์
  3. เผยแพร่ตอนที่สามของ vlog ทางออนไลน์
ดูคำตอบ

เผยแพร่ตอนที่สามของ vlog ทางออนไลน์

and I think I was at like, น้ำเสียง/เจตนา

1:37

และฉันคิดว่าตอนนั้นฉันน่าจะมีสัก

I'm going to say I was at like 80,

1:38

ฉันจะบอกว่าน่าจะสัก 80,

yeah, 80,000 subscribers.

1:40

ใช่ 80,000 ผู้ติดตาม

น้ำเสียง/เจตนา

I was at like ... 80, yeah, 80,000: การประมาณและแก้คำพูดระหว่างพูด

ผู้พูดกำลังนึกตัวเลขไปพร้อมกับที่พูด ไม่ได้กำลังพูดประโยคที่เรียบเรียงไว้แล้ว I think, like และ I'm going to say ล้วนทำให้ระดับความแน่ใจลดลง ใน I was at like 80,000 subscribers คำว่า was at หมายถึงยอดได้ขึ้นไปถึงระดับนั้น และ like หมายถึงประมาณ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่าชอบ ผู้พูดเริ่มด้วย 80 หยุด แล้วจึงพูดตัวเลขให้ครบเป็น 80,000 ส่วน yeah แสดงการยืนยัน นี่คือการแก้และเติมคำพูดของตนเองหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ยอดผู้ติดตามสองจำนวน ข้อมูลหลักที่ต้องจับให้ได้คือมีผู้ติดตามประมาณ 80,000 คน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรในส่วนที่เน้นไว้?

  1. กำลังบอกยอดผู้ติดตามที่แน่นอนสองจำนวน คือ 80 และ 80,000
  2. กำลังบอกว่าผู้ติดตาม 80,000 คนชอบบางสิ่ง
  3. กำลังประมาณจากความทรงจำและพูดตัวเลขให้ครบเป็นประมาณ 80,000
ดูคำตอบ

กำลังประมาณจากความทรงจำและพูดตัวเลขให้ครบเป็นประมาณ 80,000

And I woke up

1:42

แล้วฉันก็ตื่นขึ้นมา

and I was like almost at 100k. การใช้คำ

1:43

และมันเกือบจะถึง 100k แล้ว

การใช้คำ

almost at 100k: ใกล้ถึงหลักตัวเลขสำคัญ

ในที่นี้ at บอกว่าตัวเลขที่พูดถึงอยู่ที่ระดับหนึ่ง almost at 100k หมายถึงตัวเลขนั้นใกล้ 100,000 แต่ยังไม่ถึง โดย k เป็นรูปเขียนย่อของ thousand หรือ “พัน” I was like นำสิ่งที่ตามมาเสนอเป็นปฏิกิริยาหรือความคิดที่เกิดขึ้นทันทีของผู้พูด จึงเป็นการเล่าแบบภาษาพูด ไม่ใช่การรายงานข้อมูลอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The page is almost at 100k followers,” ข้อใดถูกต้อง

  1. เพจนี้มีผู้ติดตามเกิน 1,000,000 คนแล้ว
  2. เพจนี้มีผู้ติดตามใกล้ 100,000 คน แต่ยังไม่ถึงจำนวนดังกล่าว
  3. เพจนี้มีผู้ติดตาม exactly 100 คน
ดูคำตอบ

เพจนี้มีผู้ติดตามใกล้ 100,000 คน แต่ยังไม่ถึงจำนวนดังกล่าว

That feels insane.

1:45

มันรู้สึกบ้ามาก

Oh my gosh.

1:49

โอ้พระเจ้า

That's crazy, man.

1:52

มันบ้าไปแล้วเพื่อน

Guys,

1:53

ทุกคน

we hit 100k การใช้คำ

1:54

เราถึง 100k แล้ว

and it's still going.

1:57

และมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การใช้คำ

we hit 100k: ไปถึงหลักสำคัญร่วมกัน

ใน hit 100k คำว่า hit หมายถึงการไปถึงหลักตัวเลข 100,000 โดยเน้นว่าทำได้ถึงหรือผ่านเกณฑ์นั้นแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เข้าใกล้ ผู้พูดใช้ we แทน I เมื่อครีเอเตอร์พูดกับผู้ชม we ที่รวมผู้ฟังด้วยสามารถนับผู้ชมหรือผู้สนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และทำให้หลักสำคัญนี้เป็นเรื่องที่ฉลองร่วมกันได้ แต่คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าช่องมีเจ้าของหลายคน

แบบฝึกหัด

ครีเอเตอร์ที่ทำงานคนเดียวบอกผู้ชมว่า “We hit 100k!” คำว่า we น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. ทำให้หลักสำคัญนี้เป็นความสำเร็จร่วมกันกับผู้ชม
  2. หมายความว่าตัวเลขลดลงต่ำกว่า 100,000
  3. พิสูจน์ว่าช่องมีเจ้าของหลายคน
ดูคำตอบ

ทำให้หลักสำคัญนี้เป็นความสำเร็จร่วมกันกับผู้ชม

It looked like it happened fast, ลำดับความ

2:04

มันดูเหมือนจะเกิดขึ้นเร็วมาก

but there were a lot of things that I tried

2:06

แต่มีหลายสิ่งที่ฉันได้พยายามทำ

and ultimately a few things I had to learn on my own วลี

2:08

และท้ายที่สุดก็มีสองสามสิ่งที่ฉันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

that finally made it work. วลี

2:12

จนทำให้มันสำเร็จได้ในที่สุด

ลำดับความ

It looked like ... but ...: บอกภาพที่เห็นก่อนนำเข้าสู่ความขัดแย้ง

It looked like it happened fast นำเสนอความประทับใจแรกก่อนว่า ผลลัพธ์ดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว looked like ชี้ว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่มองเห็นจากภายนอก ไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด but ที่ตามมาจะแก้ความประทับใจนั้นด้วยการเล่าถึงการลองทำและการเรียนรู้ที่มองไม่เห็นจากภายนอก นี่เป็นรูปแบบการเล่าเรื่องที่มีประโยชน์ คือยอมรับก่อนว่าสิ่งนั้นดูเป็นอย่างไร แล้วจึงเปิดเผยความจริงที่ซับซ้อนกว่า

แบบฝึกหัด

ช่วงต้น “It looked like it happened fast” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. นำเสนอสถานการณ์ตามที่ดูเหมือนเป็น เพื่อให้ส่วนที่มี but อธิบายให้ซับซ้อนขึ้น
  2. ส่งสัญญาณว่าได้ให้รายละเอียดสำคัญทั้งหมดแล้ว
  3. พิสูจน์ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจริง ๆ
ดูคำตอบ

นำเสนอสถานการณ์ตามที่ดูเหมือนเป็น เพื่อให้ส่วนที่มี but อธิบายให้ซับซ้อนขึ้น

วลี

had to learn on my own: ความจำเป็นในอดีตและการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

Had to ในที่นี้แสดงความจำเป็นในอดีต คือสถานการณ์ในตอนนั้นทำให้จำเป็นต้องเรียนรู้ ส่วน learn on my own หมายถึงเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยไม่มีใครสอนหรือช่วยโดยตรง เมื่อรวมกัน had to learn on my own หมายความว่าผู้พูดจำเป็นต้องหาคำตอบหรือเรียนรู้บางอย่างด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้พูดเลือกเรียนในสถานที่ที่ไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: When I started coding, no classes were available, so I ____.

ดูคำตอบ

had to learn on my own

วลี

finally made it work: สำเร็จหลังจากพยายามหลายครั้ง

ในประโยคนี้ made it work หมายถึงผู้พูดทำให้ความพยายามหรือแนวทางโดยรวมประสบความสำเร็จ คำว่า it กล่าวถึงสิ่งที่ผู้พูดพยายามทำให้สำเร็จโดยรวม ส่วน work หมายถึงทำงานได้ มีประสิทธิผล หรือสำเร็จ ไม่ได้หมายถึงมีงานทำ finally แสดงว่าผลลัพธ์ที่สำเร็จเกิดขึ้นหลังจากลองและเรียนรู้หลายครั้ง โครงสร้าง make + กรรม + work สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่ามีคนลงมือทำให้แผน ระบบ การจัดการ หรือสถานการณ์อื่นดำเนินไปได้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทำให้ตารางดำเนินไปได้สำเร็จ: Our original schedule failed, but after moving two meetings, we finally ____.

ดูคำตอบ

made it work

Hitting 100k is a huge milestone for every aspiring YouTuber. โน้ต

2:14

การถึง 100k เป็นก้าวสำคัญสำหรับทุกคนที่อยากเป็น YouTuber

วลี

a huge milestone: หมุดหมายแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญ

a huge milestone หมายถึงจุดสำคัญมากของความก้าวหน้าหรือความสำเร็จในเส้นทางที่ยาวนานกว่า ในที่นี้ การไปถึงหนึ่งแสนถูกนำเสนอว่าเป็นขั้นสำคัญของผู้ที่กำลังพยายามเป็น YouTuber milestone ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่หลักบอกระยะทางจริงข้างถนน ส่วน huge เน้นว่าขั้นนี้สำคัญอย่างยิ่งและควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึงขั้นของความสำเร็จที่สำคัญมาก: Opening its first overseas office was ____ for the company.

ดูคำตอบ

a huge milestone

การใช้คำ

aspiring YouTuber: คนที่กำลังพยายามไปสู่บทบาทนี้

ใน aspiring YouTuber คำว่า aspiring หมายถึง “หวังและพยายามที่จะเป็น” โดยใช้บรรยายคนที่กำลังมุ่งไปสู่บทบาทนั้น ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นประสบความสำเร็จหรือมีชื่อเสียงมั่นคงแล้วเสมอไป every ทำให้ข้อความนี้ครอบคลุมทุกคนที่มีเป้าหมายดังกล่าว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกวลีที่บรรยาย Maya ได้ตรงที่สุด: Maya has just started a channel and hopes to make it her career.

  1. an established YouTuber
  2. an inspiring YouTuber
  3. an aspiring YouTuber
ดูคำตอบ

an aspiring YouTuber

It means you're doing something right. วลี

2:19

มันหมายความว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง

วลี

you're doing something right: การสรุปเชิงบวกอย่างระมัดระวัง

You're doing something right หมายความว่า ผลลัพธ์ที่ดีชี้ให้เห็นว่าวิธีการหรือทิศทางของคุณอย่างน้อยบางส่วนได้ผล คำว่า something ทำให้คำชมนั้นมีขอบเขต คือไม่ได้บอกว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ได้ระบุว่าการกระทำใดถูกต้องโดยเฉพาะ ผู้พูดมักใช้สำนวนนี้เพื่อให้กำลังใจหรือเพื่อสรุปในทางบวกจากหลักฐานที่เห็น

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์ภาษาอังกฤษแล้วเลือกคำเติมที่เหมาะที่สุดสำหรับการประเมินเชิงบวกอย่างระมัดระวัง: The bakery's customers keep coming back. The owners must be ____.

  1. doing everything right
  2. doing the right thing
  3. doing something right
ดูคำตอบ

doing something right

And for me,

2:22

และสำหรับฉัน

it was an indication that maybe I was finally starting to get closer to my dreams. วลี

2:23

มันเป็นสัญญาณว่าบางทีฉันอาจจะเริ่มเข้าใกล้ความฝันของฉันมากขึ้นในที่สุด

วลี

finally starting to get closer to my dreams: ในที่สุดก็เริ่มเข้าใกล้ความฝัน

get closer to หมายถึงระยะห่างจากบางสิ่งลดลง เมื่อใช้กับ dreams ระยะห่างนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ ผู้พูดเริ่มมีความก้าวหน้าไปสู่การทำความฝันให้สำเร็จ ไม่ใช่เคลื่อนที่เข้าใกล้ในทางกายภาพ starting to แสดงว่าความก้าวหน้านี้เพิ่งเริ่มต้น ส่วน finally บอกเป็นนัยว่าความก้าวหน้าเกิดขึ้นหลังจากรอคอยหรือพยายามมาเป็นเวลานาน วลีทั้งหมดจึงสื่อถึงความก้าวหน้าที่น่ายินดี ไม่ได้หมายความว่าความฝันสำเร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get closer to: With every training session, I am ____ my goal.

ดูคำตอบ

getting closer to

are you busy?

2:31

ยุ่งอยู่ไหม?

วัฒนธรรม

Anak ในฐานะคำเรียกแบบครอบครัว

Anak ในที่นี้ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษทั่วไป แต่เป็นคำที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในหลายภาษาแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อหมายถึงเด็กหรือลูก และในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำเรียกแบบครอบครัว มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า ลูก หรือ ลูกของฉัน เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า Anak เป็นคำเรียกขาน กล่าวคือใช้เรียกผู้ฟัง ส่วน are you busy? เป็นคำถามที่สมบูรณ์ ตำแหน่งต้นประโยคและการขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ไม่ได้แสดงว่าคำนี้เป็นชื่อบุคคลเสมอไป

แบบฝึกหัด

Anak ใน “Anak, are you busy?” น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. คำนี้บอกว่าบุคคลนั้นยุ่งมากเพียงใด
  2. คำนี้เป็นคำเรียกแบบครอบครัวที่ใช้เรียกผู้ฟัง
  3. คำนี้เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่ใช้ขึ้นต้นคำถาม
ดูคำตอบ

คำนี้เป็นคำเรียกแบบครอบครัวที่ใช้เรียกผู้ฟัง

But it wasn't as easy as you think. ไวยากรณ์

2:32

แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะ

ไวยากรณ์

wasn't as easy as you think: การเปรียบเทียบปฏิเสธด้วย as ... as

ใน wasn't as easy as you think โครงสร้าง wasn't ... as ... as เป็นรูปปฏิเสธของการเปรียบเทียบ as + คำคุณศัพท์ + as หมายความว่าสถานการณ์จริงง่ายน้อยกว่าที่ผู้ฟังคาด หรือก็คือยากกว่าที่คิด อนุประโยคท้าย as you think เป็นเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ ผู้พูดใช้โครงสร้างทั้งหมดเพื่อแก้ความคาดหมายของอีกฝ่าย ก่อนอธิบายว่าอะไรทำให้ประสบการณ์นั้นยาก

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธด้วย as ... as: The repair wasn't ____ easy ____ the video made it look.

ดูคำตอบ

as · as

Ever since I was a kid, วลี

2:50

ตั้งแต่ฉันยังเด็ก

วลี

Ever since I was a kid: จุดเริ่มต้นที่ดำเนินต่อเนื่อง

Ever since I was a kid กำหนดวัยเด็กเป็นจุดเริ่มต้นของสภาวะ นิสัย หรือรูปแบบที่เกิดซ้ำและดำเนินต่อไปจนถึงเวลาอ้างอิงในภายหลัง ซึ่งมักเป็นปัจจุบัน คำว่า ever เน้นความเชื่อมโยงระหว่างจุดเริ่มต้นนั้นกับสิ่งที่ตามมา เมื่ออยู่ต้นประโยค อนุประโยคเวลานี้จะวางพื้นหลังระยะยาว และต้องมีประโยคหลักตามมาเพื่อบอกว่าอะไรดำเนินต่อ หากสถานการณ์ยังเป็นจริงในปัจจุบัน ประโยคหลักมักใช้ present perfect: Ever since I was a kid, I've loved maps.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เน้นช่วงเวลาต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน: ____ I joined the team, I've practiced every morning.

ดูคำตอบ

Ever since

I wanted to be one of two things. ไวยากรณ์

2:51

ฉันอยากเป็นหนึ่งในสองอย่างนี้

ไวยากรณ์

be one of two things: หนึ่งในสองสิ่งที่เป็นไปได้

ในวลี one of two things คำว่า one หมายถึงสมาชิกหนึ่งรายการจากกลุ่มที่มีสองรายการ ดังนั้น be one of two things จึงหมายถึง “เป็นหนึ่งในสองสิ่งที่เป็นไปได้” ในที่นี้ things ใช้กล่าวกว้าง ๆ ถึงบทบาทหรืออาชีพ ไม่ใช่วัตถุจริง รูปแบบคือ one of + ตัวเลข + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น one of two careers และ one of three reasons แม้จะเลือกเพียงหนึ่งรายการ แต่คำนามเป็นพหูพจน์เพราะกล่าวถึงทั้งกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: After reviewing both possibilities, the cause must be ____.

  1. one of two things
  2. one of two thing
  3. one from two things
ดูคำตอบ

one of two things

One,

2:53

อย่างแรก

a cinematographer, การใช้คำ

2:54

ผู้กำกับภาพ

but I didn't even really know what that was.

2:55

แต่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร

การใช้คำ

cinematographer: ผู้กำกับงานภาพของภาพยนตร์

cinematographer คือผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ที่กำกับว่าภาพยนตร์จะถูกถ่ายออกมาอย่างไร มักเรียกว่า director of photography หรือผู้กำกับภาพ โดยมีส่วนตัดสินใจเรื่องแสง เลนส์ การจัดกรอบภาพ การเคลื่อนกล้อง และรูปลักษณ์โดยรวมของภาพ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นชื่ออาชีพเฉพาะในการสร้างภาพยนตร์ ไม่ได้หมายถึงใครก็ตามที่ใช้กล้อง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ cinematographer ในการสร้างภาพยนตร์มากที่สุด

  1. ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ที่ช่วยออกแบบงานกล้องและรูปลักษณ์ของภาพ
  2. สมาชิกกองถ่ายที่มีหน้าที่หลักคือควบคุมกล้องระหว่างการถ่ายทำ
  3. ผู้ที่ทำงานถ่ายภาพนิ่งเป็นหลัก
ดูคำตอบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ที่ช่วยออกแบบงานกล้องและรูปลักษณ์ของภาพ

All I knew was that they worked with movies. ไวยากรณ์

2:57

รู้แค่ว่าพวกเขาทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์

ไวยากรณ์

All I knew was that: จำกัดขอบเขตของสิ่งที่รู้

All I knew หมายถึงทุกอย่างที่ฉันรู้ แต่เมื่อใช้ร่วมกับ was that จะเป็นการเกริ่นถึงข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือหมายถึงสิ่งเดียวที่ฉันรู้คือ... ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกว่าข้อมูลนั้นคืออะไร มักใช้รูปแบบนี้เมื่อนึกย้อนถึงช่วงเวลาที่ผู้พูดรู้อะไรน้อยมาก จุดเน้นอยู่ที่ขอบเขตความรู้ที่จำกัด ไม่ใช่ความสำคัญของข้อมูลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย All I knew ...: ____ the store closed at six.

ดูคำตอบ

All I knew was that

And second,

2:59

และอย่างที่สอง

was a YouTuber.

3:01

คือเป็น YouTuber

There were countless bad videos that I made

3:04

มีวิดีโอแย่ๆ นับไม่ถ้วนที่ฉันทำขึ้นมา

and most of the time I didn't even know what I was doing. วลี

3:05

และส่วนใหญ่ฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

วลี

most of the time I didn't even know what I was doing: สื่อถึงการขาดประสบการณ์

Most of the time หมายถึงในโอกาสส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง ส่วน I didn't even know what I was doing สื่อว่าผู้พูดมักไม่มีวิธีการ ทิศทาง หรือความมั่นใจที่ชัดเจน คำว่า even ทำให้ความไม่แน่ใจนี้ฟังดูรุนแรงและน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น ในการเล่าย้อนอดีต ประโยคนี้มักไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าผู้พูดไม่รับรู้การเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่เป็นวิธีพูดที่ค่อนข้างแรงและมักมีน้ำเสียงล้อเลียนตัวเอง เพื่อบอกว่าขณะนั้นยังไม่มีประสบการณ์และต้องค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกับการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ I didn't even know what I was doing มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. ฉันลืมการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ตัวเองกำลังทำอยู่
  2. ฉันไม่มีประสบการณ์และไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรต่อ
  3. ฉันเข้าใจงานนั้นอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ฉันไม่มีประสบการณ์และไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรต่อ

After years of trying, วลี

3:09

หลังจากพยายามมาหลายปี

it felt like I could never crack the code สำนวน

3:10

มันรู้สึกเหมือนว่าฉันไม่สามารถไขความลับได้เลย

on how to have a YouTube channel.

3:12

เกี่ยวกับวิธีการทำช่อง YouTube

วลี

After years of trying ในฐานะกรอบเวลาต้นประโยค

After years of trying เป็นวลีบุพบทที่บอกเวลา After ชี้ไปยังเวลาหลังจากช่วงเวลายาวนาน ส่วน years of trying เรียกช่วงเวลานั้น และ trying เป็นคำนามกริยา หรือ gerund ที่ตามหลัง of เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะย่อความพยายามหลายครั้งให้เป็นข้อมูลพื้นหลัง เพื่อให้อนุประโยคหลักเน้นความรู้สึกหรือผลลัพธ์ที่เกิดตามมา เครื่องหมายจุลภาคใช้แยกกรอบเวลาต้นประโยคออกจากอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หลังจากพยายามมาหลายปี”: ____, Lina finally opened her own bakery.

ดูคำตอบ

After years of trying

สำนวน

could never crack the code: หาวิธีไม่พบ

ใน could never crack the code วลี crack the code ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการค้นพบรูปแบบที่ซ่อนอยู่หรือวิธีที่ใช้ได้จริงซึ่งทำให้บางสิ่งสำเร็จ โดย code ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรหัสลับจริง ๆ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Could never แสดงว่าความล้มเหลวยังคงเกิดขึ้นตลอดการลองหลายครั้ง ผู้พูดรู้สึกว่าตนไม่สามารถหาวิธีที่ได้ผลในการทำช่อง YouTube ได้ โดยทั่วไป crack the code on how to + verb สามารถใช้บรรยายการหาวิธีที่เข้าใจได้ยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษ“I could never crack the code for attracting regular customers.”หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันไม่เคยหาวิธีที่ได้ผลในการดึงดูดลูกค้าประจำได้เลย
  2. ฉันไม่เคยเขียนซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าประจำได้เลย
  3. ฉันฝ่าฝืนกฎอยู่เรื่อย ๆ ตอนให้บริการลูกค้าประจำ
ดูคำตอบ

ฉันไม่เคยหาวิธีที่ได้ผลในการดึงดูดลูกค้าประจำได้เลย

And what was once my childhood dream ไวยากรณ์

3:15

และสิ่งที่เคยเป็นความฝันในวัยเด็กของฉัน

started to feel more and more unattainable. ไวยากรณ์

3:17

ก็เริ่มรู้สึกไกลเกินเอื้อมมากขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

What was once my childhood dream: อนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

ในช่วงที่ไฮไลต์ what was once my childhood dream ทำหน้าที่เป็นประธานของ started เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม โดย what หมายถึง “สิ่งที่...” ดังนั้นอนุประโยคทั้งส่วนจึงกล่าวถึงสิ่งที่ต่อมาเริ่มดูเหมือนเอื้อมไม่ถึง once ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกเวลา หมายถึง “เมื่อก่อน” หรือ “ในช่วงหนึ่งของอดีต” ไม่ได้ใช้เพื่อนับว่าเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง โครงสร้าง what was once + นามวลีใช้แนะนำสิ่งหนึ่งผ่านสถานะในอดีต ก่อนจะอธิบายการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้ what was once เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ a small library is now a busy community center.

ดูคำตอบ

What was once

ไวยากรณ์

Feel more and more unattainable: ระดับที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

more and more + คำคุณศัพท์ แสดงว่าระดับของคุณสมบัติหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเวลา more and more unattainable หมายถึง “ยิ่งบรรลุได้ยากขึ้นหรือดูเหมือนเป็นไปไม่ได้มากขึ้น” feel ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อม ดังนั้น unattainable จึงอธิบายว่าความฝันนั้นดูเป็นอย่างไรในสายตาของผู้พูด ถ้อยคำนี้สื่อถึงความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้พิสูจน์ว่าความฝันนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ยิ่งไกลเกินเอื้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ”: After several failed attempts, the championship began to feel ____.

ดูคำตอบ

more and more unattainable

And then a couple months ago,

3:21

และเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

I had an idea

3:22

ฉันก็เกิดไอเดียหนึ่งขึ้นมา

and that was to start a vlog.

3:24

และนั่นคือการเริ่มทำวิดีโอบล็อก

And everybody tells you not to start a vlog ไวยากรณ์

3:28

และทุกคนก็บอกคุณว่าอย่าทำวิดีโอบล็อก

unless like you have an audience

3:30

เว้นแต่ว่าคุณจะมีฐานคนดูอยู่แล้ว

and blah blah blah blah. สำนวน

3:32

และบลา บลา บลา บลา

ไวยากรณ์

not to start a vlog unless ...: เงื่อนไขข้อยกเว้นของคำแนะนำ

ในโครงสร้าง tell someone not to do X unless Y ส่วน not to do X เป็นคำสั่งหรือคำแนะนำ และ unless Y นำเงื่อนไขข้อยกเว้นเข้ามา ในประโยคนี้ คำแนะนำว่าอย่าเริ่มทำวล็อกใช้กับกรณีที่คุณยังไม่มีผู้ชม สามารถถอดความได้ว่า “If Y is not true, do not do X.” เงื่อนไข Y ทำให้ข้อจำกัดนั้นหมดไป แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทำ X หรือรับประกันว่าการทำ X เป็นความคิดที่ดี

แบบฝึกหัด

เติมคำที่มีความหมายว่า “if not” ลงในประโยค: The guide told us not to enter the cave ____ a ranger was with us.

ดูคำตอบ

unless

สำนวน

blah blah blah blah: ละคำพูดที่เหลือด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ

Blah blah blah ใช้แทนคำพูดที่ผู้พูดเลือกจะไม่พูดซ้ำ ในที่นี้ หลังจากเริ่มพูดคำแนะนำที่คุ้นเคย ผู้พูดก็ข้ามส่วนที่เหลือและมองว่าเป็นเรื่องที่เดาได้ ซ้ำซาก หรือไม่คุ้มที่จะอธิบายละเอียด สำนวนนี้มักเพิ่มน้ำเสียงไม่ใส่ใจ รำคาญ หรือเยาะเย้ย การพูด blah สี่ครั้งทำให้ความรู้สึกกันเองชัดขึ้น แต่ท่าทีที่แน่นอนยังขึ้นอยู่กับวิธีพูดและบริบท

แบบฝึกหัด

blah blah blah blah ในประโยคนี้สื่ออะไร?

  1. ผู้พูดขอให้ใครบางคนอธิบายรายละเอียดที่หายไป
  2. ผู้พูดพูดซ้ำทุกรายละเอียดอย่างถูกต้อง
  3. ผู้พูดข้ามส่วนที่เหลือเพราะมองว่าเป็นเรื่องคุ้นเคยหรือไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

ผู้พูดข้ามส่วนที่เหลือเพราะมองว่าเป็นเรื่องคุ้นเคยหรือไม่สำคัญ

And I didn't listen to them.

3:34

แต่ฉันก็ไม่ได้ฟังพวกเขา

I was bored,

3:35

ฉันเบื่อ

unchallenged,

3:36

ไม่มีอะไรท้าทาย

and I needed something to push me creatively. วลี

3:36

และฉันต้องการอะไรบางอย่างมาผลักดันความคิดสร้างสรรค์ของฉัน

วลี

needed something to push me creatively: ต้องการสิ่งที่จะผลักดันตนเองด้านความคิดสร้างสรรค์

ใน needed something to push me creatively คำว่า push ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงท้าทายหรือกระตุ้นผู้พูดให้พัฒนางานสร้างสรรค์ ไม่ใช่การผลักร่างกายจริง ๆ โครงสร้างคือ need + something + to + คำกริยา ส่วน creatively ระบุด้านที่ผู้พูดต้องการความท้าทาย นั่นคือการพัฒนาแนวคิดและสร้างผลงานเชิงสร้างสรรค์

แบบฝึกหัด

a project that pushes me creatively มีแนวโน้มจะทำอะไรกับฉันมากที่สุด?

  1. มันตัดส่วนที่ยากทั้งหมดออกจากงาน
  2. มันท้าทายให้ฉันพัฒนาไอเดียและทักษะใหม่ ๆ
  3. มันผลักร่างกายฉันจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

มันท้าทายให้ฉันพัฒนาไอเดียและทักษะใหม่ ๆ

And at some point,

3:39

และในบางจุด

I literally was not even going to upload that first episode of the vlog ไวยากรณ์

3:40

ฉันแทบจะไม่อัปโหลดวิดีโอบล็อกตอนแรกนั้นด้วยซ้ำ

until a couple of my friends pushed me to do it. วลี

3:43

จนกระทั่งเพื่อนของฉันสองสามคนผลักดันให้ฉันทำ

ไวยากรณ์

literally was not even going to ... until ...: เดิมไม่ได้คิดจะทำด้วยซ้ำ จนกระทั่ง...

Was not even going to upload ... แสดงเจตนาเดิมของผู้พูดว่า การอัปโหลดไม่ได้อยู่ในแผนเลย Even ช่วยเน้นการปฏิเสธ ส่วน literally เน้นแบบภาษาสนทนาว่านี่คือความจริง Until นำเข้าสู่เหตุการณ์ที่เปลี่ยนสถานการณ์ ก่อนเพื่อน ๆ จะผลักดัน ผู้พูดไม่มีแผนจะอัปโหลด แต่หลังได้รับกำลังใจก็ตัดสินใจทำ โครงสร้างนี้ใช้แสดงเจตนาเดิมและเหตุการณ์ภายหลังที่ทำให้เจตนานั้นเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ตรงตามแบบ wasn't even going to ... until ...: Jordan ____ apply for the internship ____ his mentor encouraged him.

ดูคำตอบ

wasn't even going to · until

วลี

push someone to do something: กระตุ้นหรือคะยั้นคะยออย่างมากให้ลงมือทำ

ในโครงสร้าง push someone to do something คำว่า push ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือกระตุ้น คะยั้นคะยอ หรือกดดันอย่างมากให้ใครสักคนลงมือทำ ในประโยคนี้ อิทธิพลของเพื่อนทำให้ผู้พูดเปลี่ยนใจและอัปโหลดวิดีโอ me คือผู้ที่ได้รับอิทธิพล ส่วน to do it ระบุการกระทำ โดย it ย้อนกลับไปหมายถึงการอัปโหลดวล็อกตอนแรก จึงไม่ต้องกล่าวการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ push ในความหมายว่าคนหนึ่งกระตุ้นหรือคะยั้นคะยอให้อีกคนลงมือทำอย่างจริงจัง

  1. My coach asked whether the race had started.
  2. My coach pushed the door open for me.
  3. My coach pushed me to enter the race.
ดูคำตอบ

My coach pushed me to enter the race.

And that ended up being the one thing กริยาวลี

3:45

และนั่นก็จบลงด้วยการเป็นสิ่งเดียว

that actually,

3:47

ที่จริงๆ แล้ว

one,

3:48

หนึ่ง

felt right

3:49

รู้สึกใช่

and two,

3:50

และสอง

made my channel pretty much take off. กริยาวลี

3:50

ทำให้ช่องของฉันเติบโตแบบก้าวกระโดด

กริยาวลี

ended up being: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด

Ended up being หมายถึงสุดท้ายแล้วกลายเป็นหรือปรากฏว่าเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใช้ย้อนมองผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากเหตุการณ์ดำเนินไป โดยเฉพาะเมื่อผลนั้นไม่ใช่แผนเดิม ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงการอัปโหลดวล็อก ส่วน the one thing เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกบทบาทสุดท้ายของสิ่งนั้น ในโครงสร้างนี้ end up ตามด้วย being ซึ่งเป็นรูป -ing แล้วจึงตามด้วยนามวลีหรือคำคุณศัพท์ เช่น ended up being a success และ ended up being useful

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up being: The backup plan ____ our best option.

ดูคำตอบ

ended up being

กริยาวลี

take off: เริ่มประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ take off เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “เริ่มเติบโต ดึงดูดความสนใจ หรือประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมาก” ไม่ได้หมายความว่าช่องลอยขึ้นจากพื้นจริง ๆ ใน made my channel pretty much take off โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกเหตุว่า ตัวเลือกนั้นทำให้ช่องเริ่มประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ส่วน pretty much ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวและหมายถึง “ประมาณนั้น” หรือ “โดยพื้นฐานแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “เริ่มประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมาก” ลงในประโยค: After a well-known chef recommended the shop, the business began to ____.

ดูคำตอบ

take off

So,

3:53

ดังนั้น

in hindsight, ลำดับความ

3:53

พอมองย้อนกลับไป

don't listen to anybody.

3:55

อย่าไปฟังใครเลย

ลำดับความ

in hindsight: บอกการตัดสินที่เกิดขึ้นภายหลัง

In hindsight หมายถึง “เมื่อฉันมองย้อนกลับไปตอนนี้ หลังจากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น” สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าการตัดสินนั้นมาจากข้อมูลที่รู้ในภายหลัง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดรู้อยู่แล้วในตอนนั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องไปสู่ข้อสรุปเมื่อมองย้อนหลัง ดังนั้นคำแนะนำที่ตามมาจึงถูกนำเสนอเป็นบทเรียนที่ได้จากผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

in hindsight บอกอะไรในประโยคนี้? In hindsight, we chose the better route.

  1. การตัดสินนั้นอาศัยการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในภายหลัง
  2. ผู้พูดกำลังอธิบายทิศทางที่อยู่ข้างหลังตนเอง
  3. ผู้พูดกำลังคาดการณ์ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

การตัดสินนั้นอาศัยการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในภายหลัง

So,

4:01

เอาล่ะ

that's the condensed version. ลำดับความ

4:02

นั่นคือเวอร์ชันสรุป

ลำดับความ

That's the condensed version: จบสรุปก่อนเข้าสู่รายละเอียด

the condensed version หมายถึงคำบอกเล่าที่สั้นลง โดยยังคงประเด็นสำคัญไว้แต่ตัดรายละเอียดจำนวนมากออก เมื่อพูดว่า That's the condensed version ผู้พูดกำลังจบสรุปสั้น ๆ และส่งสัญญาณว่าอาจมีเรื่องราวที่สมบูรณ์และซับซ้อนกว่าตามมา วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยเปลี่ยนจากภาพรวมไปสู่รายละเอียด

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ "That's the condensed version" ส่งสัญญาณว่าอย่างไร

  1. สิ่งที่พูดไปเป็นเรื่องราวฉบับเต็มที่มีรายละเอียดครบทุกอย่าง
  2. สรุปก่อนหน้านั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเลย
  3. สิ่งที่พูดไปเป็นสรุปสั้น ๆ และอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามมา
ดูคำตอบ

สิ่งที่พูดไปเป็นสรุปสั้น ๆ และอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามมา

But truthfully, ลำดับความ

4:05

แต่บอกตามตรง

sometimes it felt like an eternity.

4:06

บางครั้งมันก็รู้สึกเหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์

ลำดับความ

But truthfully ... felt like an eternity: เปลี่ยนไปสู่ความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา

But truthfully ทำให้เรื่องเปลี่ยนทิศ โดย but ทำให้ข้อความนี้ขัดกับสรุปก่อนหน้า ส่วน truthfully บอกว่ากำลังจะพูดถึงมุมมองส่วนตัวที่ตรงไปตรงมามากขึ้น คำว่า sometimes จำกัดขอบเขตว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา felt like an eternity เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ หมายถึงตอนที่กำลังเผชิญอยู่นั้น ประสบการณ์รู้สึกยาวนานหรือยากลำบากมาก ไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นตลอดไปจริง ๆ ทั้งประโยคเปลี่ยนจากสรุปแบบย่อไปสู่ประสบการณ์ภายในของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในเรื่อง

  1. เปลี่ยนไปพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา และพูดเกินจริงว่าประสบการณ์นั้นรู้สึกยาวนานเพียงใด
  2. บอกว่าสรุปก่อนหน้าของผู้พูดไม่เป็นความจริงทั้งหมด
  3. ให้ระยะเวลาที่แม่นยำและแสดงว่าประสบการณ์นั้นไม่เคยสิ้นสุด
ดูคำตอบ

เปลี่ยนไปพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา และพูดเกินจริงว่าประสบการณ์นั้นรู้สึกยาวนานเพียงใด

I took breaks,

4:27

ฉันเคยพักงาน

I tried different careers.

4:28

ฉันเคยลองทำอาชีพอื่น

I wanted to quit about 50 times,

4:30

ฉันอยากจะเลิกทำตั้งประมาณ 50 ครั้ง

but somehow videos is all I ever wanted to do. ไวยากรณ์

4:33

แต่ไม่รู้ทำไมการทำวิดีโอกลับเป็นสิ่งเดียวที่ฉันอยากทำมาตลอด

ไวยากรณ์

all I ever wanted to do: ความใฝ่ฝันเดียวที่มีมาอย่างยาวนาน

ใน all I ever wanted to do คำว่า all หมายถึง “สิ่งเดียว” ไม่ใช่ “ทุกสิ่ง” ส่วน ever เพิ่มความหมายว่า “ไม่ว่าเวลาใดในช่วงที่กำลังย้อนนึกถึง” วลีนี้จึงนำเสนอว่าการทำวิดีโอคือความใฝ่ฝันหลักเพียงอย่างเดียวที่ผู้พูดมีมาอย่างยาวนาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is/was all + ประธาน + ever wanted to do โดย X คือกิจกรรมหรือเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบเป้าหมายที่มี all และ ever เติมประโยคให้สมบูรณ์: Becoming a pilot was ____.

ดูคำตอบ

all I ever wanted to do

You know,

5:00

คุณรู้ไหม

I think I made around 50 or more videos

5:01

ฉันคิดว่าฉันทำวิดีโอไปประมาณ 50 หรือมากกว่านั้น

before I started making stuff that was decent.

5:04

ก่อนที่ฉันจะเริ่มทำอะไรที่มันดูใช้ได้

I also tried to make all sorts of videos. วลี

5:07

ฉันยังพยายามทำวิดีโอทุกรูปแบบด้วย

วลี

make all sorts of videos: ทำวิดีโอหลากหลายประเภท

ใน make all sorts of videos คำว่า all sorts of หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ผู้พูดใช้สรุปว่าวิดีโอมีความหลากหลายมากโดยไม่ต้องไล่บอกทีละชนิด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ all sorts of + คำนาม เช่น all sorts of questions และ all sorts of music

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าชมรมมีกิจกรรมหลายประเภทให้เลือก?

  1. The club offers all of the activities.
  2. The club offers a sort of activities.
  3. The club offers all sorts of activities.
ดูคำตอบ

The club offers all sorts of activities.

I tried to make things like the people who I looked up to on YouTube, กริยาวลี

5:10

ฉันพยายามทำเหมือนคนที่ฉันชื่นชมใน YouTube

กริยาวลี

“looked up to”: ชื่นชมและมองเป็นแบบอย่าง

Looked up to เป็นรูปอดีตของ look up to someone ซึ่งหมายถึง “ชื่นชมหรือเคารพใครสักคนและมองคนนั้นเป็นแบบอย่าง” ในประโยคนี้ คนบน YouTube คือครีเอเตอร์ที่ผู้พูดอยากเป็นเหมือนพวกเขา คำว่า to เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของสำนวนนี้ กรรมจะอยู่หลัง to เช่น look up to a teacher และ look up to them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายในรูปอดีตที่หมายถึง “ชื่นชมและมองเป็นแบบอย่าง”: As a teenager, Maya ____ her basketball coach.

ดูคำตอบ

looked up to

but really all I was trying to do was find out ไวยากรณ์

5:13

แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ฉันพยายามทำก็แค่หาว่า

what exactly was my thing. การใช้คำ

5:16

อะไรคือสไตล์ของฉันกันแน่

ไวยากรณ์

“All I was trying to do was find out”: ระบุจุดมุ่งหมายที่แท้จริงเพียงอย่างเดียว

All I was trying to do was find out ใช้โครงสร้าง All + อนุประโยคที่มีประธาน + be + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ในที่นี้ all หมายถึง “สิ่งเดียว” ดังนั้นประโยคจึงลดการกระทำหลายอย่างที่มองเห็นจากภายนอกให้เหลือจุดมุ่งหมายที่แท้จริงเพียงอย่างเดียว คือการหาคำตอบ โครงสร้างนี้ใช้ชี้แจงแรงจูงใจที่อาจถูกเข้าใจผิดได้ หลัง was ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น find out ไม่ใช่ finding out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ถูกต้องครบถ้วน: ____ why the account was locked.

ดูคำตอบ

All I was trying to do was find out

การใช้คำ

my thing: ความสนใจ ความถนัด หรือแนวทางที่เหมาะกับฉัน

ในที่นี้ my thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ผู้พูดเป็นเจ้าของ โครงสร้างภาษาพูด someone's thing หมายถึงกิจกรรม หัวข้อ สไตล์ หรือด้านที่บุคคลนั้นชอบเป็นพิเศษ ทำได้ดี หรือรู้สึกว่าเหมาะกับตนเอง ใน what exactly was my thing ผู้พูดกำลังพยายามค้นหาแนวทางสร้างสรรค์ที่เหมาะกับตนเองที่สุด ความหมายที่เจาะจงขึ้นอยู่กับบริบท โดยอาจหมายถึงความสนใจที่ชอบเป็นพิเศษ จุดแข็ง หรือสไตล์ส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง my thing มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. งานที่ฉันต้องทำให้เสร็จ
  2. สิ่งของที่เป็นของฉัน
  3. แนวทางหรือสไตล์ที่เหมาะกับฉัน
ดูคำตอบ

แนวทางหรือสไตล์ที่เหมาะกับฉัน

Nonetheless, ลำดับความ

5:19

อย่างไรก็ตาม

each time I tried to choose a topic that I was passionate about วลี

5:20

ทุกครั้งฉันพยายามเลือกหัวข้อที่ฉันหลงใหล

ลำดับความ

Nonetheless: ยอมรับอุปสรรคแล้วนำเสนอสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้น

Nonetheless หมายถึง “แม้ว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปจะเป็นเช่นนั้น” เป็นกริยาวิเศษณ์ระดับประโยคที่ย้อนอ้างถึงอุปสรรคหรือข้อเท็จจริงที่สวนทางกันก่อนหน้า และส่งสัญญาณว่าการกระทำหรือข้อความถัดไปยังคงเป็นจริง เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ คำดังกล่าวช่วยจัดลำดับเรื่องโดยเปลี่ยนจากความไม่แน่ใจก่อนหน้าไปสู่ความพยายามเลือกหัวข้ออีกครั้ง เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำนี้เป็นคำเชื่อมเกริ่นนำ ไม่ใช่ส่วนประกอบภายในอนุประโยค

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกหน้าที่ของ Nonetheless ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. ยอมรับอุปสรรคก่อนหน้าและนำเข้าสู่ความพยายามอีกครั้งที่ยังคงเกิดขึ้น
  2. นำเสนอเหตุผลข้อแรกในการเลือกหัวข้อ
  3. แสดงว่าผู้พูดหยุดพยายามโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ยอมรับอุปสรรคก่อนหน้าและนำเข้าสู่ความพยายามอีกครั้งที่ยังคงเกิดขึ้น

วลี

be passionate about: แสดงความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้า

Be passionate about หมายถึงการใส่ใจกับบางสิ่งอย่างมากและมีความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าต่อสิ่งนั้น โครงสร้างทั่วไปคือ be + passionate about + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในประโยคนี้ that อ้างกลับไปที่ topic ดังนั้น I was passionate about จึงอธิบายว่าผู้พูดเลือกหัวข้อแบบใด ในอนุประโยคขยายคำนาม บุพบท about ยังคงอยู่ท้ายประโยค: a topic that I was passionate about

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้คู่กันให้สมบูรณ์: Maya is passionate ____ protecting the ocean.

ดูคำตอบ

about

and I tried to make the video as best as I could to the skill level I was at. วลี

5:24

และฉันพยายามทำวิดีโอให้ดีที่สุดเท่าที่ระดับทักษะของฉันจะทำได้

วลี

as best as I could: พยายามให้ดีที่สุดภายในข้อจำกัดของตน

As best as I could เป็นวลีวิเศษณ์แบบสำนวน หมายถึงทำอย่างดีที่สุดตามความสามารถที่มีในเวลานั้น วลีนี้บอกระดับความพยายามหรือทักษะที่ผู้พูดใช้ได้ ไม่ได้ยืนยันว่าผลลัพธ์ยอดเยี่ยมที่สุดในเชิง客观 ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย tried to make the video ส่วน could สอดคล้องกับมุมมองในอดีต ถ้าเป็นสถานการณ์ปัจจุบันมักใช้ as best as I can

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวโดยใช้ best: I handled the situation as ____ as I could.

ดูคำตอบ

best

วลี

to the skill level I was at: ระดับความสามารถในตอนนั้น

ในที่นี้ to the skill level I was at หมายถึง “ภายในขีดจำกัดความสามารถที่ฉันมีในตอนนั้น” วลีนี้กำหนดขอบเขตของ as best as I could กล่าวคือ ผู้พูดทำผลงานให้ดีที่สุดเท่าที่ทักษะในเวลานั้นจะเอื้อ ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดในระดับผู้เชี่ยวชาญ ในนามวลี the skill level I was at นั้น I was at เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย skill level ภาษาอังกฤษใช้ be at a level เพื่อบอกว่าบุคคลอยู่ในขั้นใดขั้นหนึ่งของความสามารถเชิงนามธรรม ส่วน to เข้าใจได้ว่าใช้ชี้ไปยังขีดจำกัดหรือมาตรฐาน แต่ทั้งวลีมีลักษณะหลวม ๆ ของภาษาพูดที่พูดขึ้นทันที

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ to the skill level I was at บอกอะไรเรา?

  1. วิดีโอนี้ทำขึ้นสำหรับผู้ชมที่มีระดับทักษะเท่ากันเท่านั้น
  2. วิดีโอนี้สร้างขึ้นภายในขีดจำกัดความสามารถของผู้พูดในตอนนั้น
  3. ผู้พูดมีทักษะถึงระดับมืออาชีพก่อนสร้างวิดีโอ
ดูคำตอบ

วิดีโอนี้สร้างขึ้นภายในขีดจำกัดความสามารถของผู้พูดในตอนนั้น

I treated each video like it was going to be the one. การใช้คำ

5:28

ฉันทำทุกวิดีโอเหมือนกับว่ามันจะเป็นวิดีโอที่ปัง

การใช้คำ

be the one: กลายเป็นผลงานที่สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญ

ในที่นี้ the one หมายถึงวิดีโอชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่จะประสบความสำเร็จในที่สุดหรือสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่ one ใช้แทน video ส่วน the ชี้ถึงผลลัพธ์พิเศษที่คาดหวังและระบุได้จากบริบท ไม่ได้หมายถึงเลข 1 การปฏิบัติต่อวิดีโอทุกชิ้นในลักษณะนี้แสดงว่าผู้พูดทุ่มเทและให้ความสำคัญกับทุกการเผยแพร่เสมือนว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนได้

แบบฝึกหัด

be the one ในที่นี้ตรงกับความหมายใด?

  1. เป็นวิดีโอเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่
  2. เป็นวิดีโอหมายเลขหนึ่งในชุดที่เรียงหมายเลข
  3. เป็นวิดีโอที่ประสบความสำเร็จในที่สุดหรือสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ
ดูคำตอบ

เป็นวิดีโอที่ประสบความสำเร็จในที่สุดหรือสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ

But still,

5:32

แต่ถึงกระนั้น

it never was.

5:33

มันก็ไม่เคยเกิดขึ้น

But all it took was for one video to hit โน้ต

5:36

แต่สิ่งที่ต้องการก็แค่ให้วิดีโอตัวหนึ่งฮิตขึ้นมา

and for the right people to find it.

5:39

และให้คนที่ใช่มาเจอมัน

ไวยากรณ์

all it took was for one video to hit: ระบุเงื่อนไขสำคัญ

โครงสร้าง all it took was ... นำเสนอสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ว่าเป็นเงื่อนไขที่เล็กหรือเรียบง่าย ในส่วนที่เน้น เงื่อนไขนั้นคือ for one video to hit ซึ่งหมายถึงต้องมีวิดีโอหนึ่งคลิปประสบความสำเร็จ โครงสร้างคือ All it took was for + กลุ่มคำนาม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย for ระบุเหตุการณ์ที่เพียงพอจะกระตุ้นผลลัพธ์ ในประโยคเต็ม and for the right people to find it เชื่อมอนุประโยค for ชุดที่สอง ดังนั้นเงื่อนไขทั้งหมดจึงรวมทั้งสองเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างตายตัว All it took was for + กลุ่มคำนาม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน: The policy changed quickly. ____ one parent to ask.

ดูคำตอบ

All it took was for

การใช้คำ

one video to hit: hit ในความหมายว่า “ประสบความสำเร็จ”

ในที่นี้ hit เป็นกริยาอกรรมแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ประสบความสำเร็จ เริ่มเป็นที่นิยม หรือเริ่มดึงดูดความสนใจอย่างมาก” one video to hit หมายถึงมีวิดีโอหนึ่งคลิปกลายเป็นเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จและสร้างจุดเปลี่ยนได้ ความหมายนี้มาจากบริบทของครีเอเตอร์และแพลตฟอร์ม ตัวคำว่า hit เองไม่ได้ระบุจำนวนการรับชมหรือรับประกันว่าวิดีโอนั้นกลายเป็นไวรัลอย่างเต็มที่ ระดับความสำเร็จต้องพิจารณาจากบริบทที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We kept uploading until one short finally hit,” คำว่า hit หมายถึงอะไร?

  1. ประสบความสำเร็จและดึงดูดความสนใจ
  2. ไปถึงตัวเลขที่ระบุไว้
  3. กระแทกวัตถุที่จับต้องได้
ดูคำตอบ

ประสบความสำเร็จและดึงดูดความสนใจ

So,

5:42

ดังนั้น

two things that happened when my videos finally started to click, สำนวน

5:43

มีสองสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวิดีโอของฉันเริ่มเข้าที่เข้าทาง

สำนวน

finally started to click: เริ่มไปได้ดีในที่สุด

ในประโยคนี้ my videos finally started to click หมายถึง วิดีโอเริ่มได้ผลดีในฐานะคอนเทนต์ แนวทางของผู้สร้างเริ่มลงตัวและได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น คำว่า click ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการกดหรือเลือกวิดีโอ รูปแบบ something starts to click แสดงการเปลี่ยนจากสิ่งที่ยังไม่ได้ผลหรือยังไม่เข้าใจ ไปเป็นสิ่งที่เริ่มมีประสิทธิภาพหรือเข้าใจได้ finally เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากการรอคอยหรือพยายามหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: After a few rehearsals, the new routine finally started to click. started to click หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีคนเลือกขั้นตอนนั้นบนหน้าจอ
  2. ขั้นตอนนั้นเริ่มดำเนินไปอย่างราบรื่น
  3. ขั้นตอนนั้นเริ่มส่งเสียงคลิก
ดูคำตอบ

ขั้นตอนนั้นเริ่มดำเนินไปอย่างราบรื่น

when I stopped doing things that I didn't want to do ไวยากรณ์

5:46

เมื่อฉันหยุดทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ

and started doing things that I actually want to do,

5:49

และเริ่มทำในสิ่งที่ฉันอยากทำจริงๆ

ไวยากรณ์

stopped doing ... and started doing ...: การเปลี่ยนแปลงด้วยโครงสร้างคู่ขนาน

อนุประโยคนี้ใช้โครงสร้างคู่ขนาน when I stopped doing X and started doing Y โดย stopped และ started ตามด้วยรูป -ing เหมือนกัน ทำให้การกระทำเดิมกับการกระทำใหม่ที่มาแทนอยู่ในตำแหน่งทางไวยากรณ์ที่สอดคล้องกัน โครงสร้างที่สมดุลนี้ทำให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย โดยบอกก่อนว่าอะไรสิ้นสุดลง แล้วจึงบอกว่าอะไรเริ่มขึ้น actually เน้นว่าการกระทำชุดหลังตรงกับสิ่งที่ผู้พูดต้องการจริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้สรุปการเปลี่ยนนิสัย วิธีการ หรือลำดับความสำคัญได้ดี

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างคู่ขนานเป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ my phone during study time and ____ short notes instead.

ดูคำตอบ

stopped checking · started taking

which seems very like you should be doing them,

5:52

ซึ่งดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่คุณควรทำอยู่แล้ว

I don't know what the term is for that.

5:56

ฉันไม่รู้ว่ามันใช้คำว่าอะไร

Common sense.

5:59

สามัญสำนึก

And second,

6:00

และอย่างที่สอง

I think the key thing that made my channel go from 10,000 subscribers ไวยากรณ์

6:00

ฉันคิดว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้ช่องของฉันจากผู้ติดตาม 10,000 คน

to 100k subscribers in three weeks

6:05

ไปถึง 100k ในสามสัปดาห์

ไวยากรณ์

the key thing that made my channel go from X to Y: ระบุสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

อนุประโยคขยายคำนาม that made my channel go from ... อธิบาย the key thing ด้วยการบอกผลที่สิ่งนั้นก่อให้เกิด ในโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า made แสดงเหตุ my channel คือสิ่งที่ได้รับผล และ go เป็นกริยารูปพื้นฐาน จึงไม่มี to อยู่ข้างหน้า Go from X to Y แสดงจุดเริ่มต้นและจุดปลายของการเปลี่ยนแปลง ส่วน in three weeks บอกช่วงเวลา โครงสร้างนี้ใช้ระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดการเติบโต การลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ made, my score และ go from: The new study plan ____ 60 to 85 last term.

ดูคำตอบ

made my score go from

was that when that one video did hit the algorithm, ไวยากรณ์

6:09

คือเมื่อวิดีโอตัวนั้นโดนใจอัลกอริทึม

ไวยากรณ์

did hit: did ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่า that one video did hit... คำว่า did เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย โดยเพิ่มความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “เกิดขึ้นจริง” มักใช้เมื่อโต้แย้งข้อสงสัยหรือเปรียบเทียบกับกรณีอื่น โครงสร้างคือ ประธาน + did + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า hit หลัง did เป็นกริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก hit รูปพื้นฐานและรูปอดีตสะกดเหมือนกัน จึงเห็นกฎได้ชัดกว่าด้วยกริยาอย่าง reach: ต้องใช้ did reach ไม่ใช่ did reached

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกเล่าแบบเน้นความหมายโดยใช้ did และกริยา reach: Despite the slow start, the campaign ____ its goal.

ดูคำตอบ

did reach

when the algorithm finally chose me, วัฒนธรรม

6:11

เมื่ออัลกอริทึมเลือกฉันในที่สุด

วัฒนธรรม

the algorithm finally chose me: การทำให้ระบบแนะนำของแพลตฟอร์มเสมือนเป็นบุคคล

วลี the algorithm finally chose me ทำให้อัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาของแพลตฟอร์มมีลักษณะเหมือนบุคคลที่กำลังตัดสินใจเลือก ในบริบทนี้ หมายความว่าในที่สุดเนื้อหาของครีเอเตอร์ก็เริ่มได้รับการแนะนำมากขึ้นและเข้าถึงผู้ชมกว้างขึ้น ไม่ได้หมายความว่าอัลกอริทึมเลือกคนคนหนึ่งจริง ๆ คำว่า finally เพิ่มความหมายว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรอมาระยะหนึ่ง การทำให้เป็นบุคคลแบบนี้ช่วยให้ครีเอเตอร์อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นในวิธีที่แพลตฟอร์มเผยแพร่เนื้อหา

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่าของครีเอเตอร์ the algorithm finally chose me น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. แพลตฟอร์มจ้างฉันให้ออกแบบระบบแนะนำของตน
  2. ในที่สุดเนื้อหาของฉันก็ถูกเผยแพร่กว้างขึ้นมากผ่านคำแนะนำของแพลตฟอร์ม
  3. อัลกอริทึมมีสติรู้ตัวและยอมรับฉันเป็นการส่วนตัว
ดูคำตอบ

ในที่สุดเนื้อหาของฉันก็ถูกเผยแพร่กว้างขึ้นมากผ่านคำแนะนำของแพลตฟอร์ม

I already had a bunch of videos on my channel that I put in a lot of effort in โน้ต

6:14

ฉันมีวิดีโอในช่องมากมายที่ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจทำไว้แล้ว

การใช้คำ

a bunch of videos: สำนวนบอกจำนวนแบบไม่เป็นทางการ

ใน a bunch of videos นั้น a bunch of เป็นสำนวนบอกจำนวนแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “จำนวนมาก” หรือ “ค่อนข้างมาก” โดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน และ videos ใช้รูปพหูพจน์เพราะเป็นคำนามนับได้ วลีนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงแบบบทสนทนาและการเล่าเรื่องส่วนตัว ในที่นี้เพียงหมายความว่าในช่องมีวิดีโออยู่มากแล้ว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับการใช้ a bunch of videos ในประโยคมากที่สุด?

  1. จำนวนวิดีโอที่แม่นยำ
  2. วิธีพูดว่ามีวิดีโอจำนวนมากแบบไม่เป็นทางการและไม่ระบุจำนวนแน่นอน
  3. ศัพท์ทางการสำหรับวิดีโอที่มัดรวมกันเป็นมัดจริง ๆ
ดูคำตอบ

วิธีพูดว่ามีวิดีโอจำนวนมากแบบไม่เป็นทางการและไม่ระบุจำนวนแน่นอน

วลี

put in a lot of effort: ทุ่มเทความพยายามอย่างมาก

Put in a lot of effort หมายถึงทุ่มเทพลังและแรงกายแรงใจจำนวนมากให้กับบางสิ่ง สำนวนนี้เน้นสิ่งที่ลงแรงไปในกระบวนการ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์สุดท้าย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put in + คำบอกปริมาณ + effort เช่น put in more effort ในอนุประโยคขยายของประโยคเดิม ส่วนที่ไฮไลต์จบที่ effort ส่วน in ตัวสุดท้ายเชื่อมความพยายามนั้นกับ videos ที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ put in a lot of effort มากที่สุด

  1. ขอให้คนอื่นทำงานนั้นแทน
  2. ทำเสร็จโดยแทบไม่ต้องลงแรง
  3. ทุ่มเทพลังและแรงกายแรงใจอย่างมาก
ดูคำตอบ

ทุ่มเทพลังและแรงกายแรงใจอย่างมาก

and it was there for people to discover after seeing that initial video.

6:18

และมันก็รอให้คนมาค้นพบหลังจากดูวิดีโอแรกนั้น

So,

6:21

ดังนั้น

there really is no such thing as overnight success. สำนวน

6:22

มันไม่มีหรอกนะคำว่าความสำเร็จชั่วข้ามคืน

สำนวน

There really is no such thing as overnight success: ความสำเร็จชั่วข้ามคืนไม่มีอยู่จริง

There is no such thing as X หมายความว่า X ไม่มีอยู่ในฐานะความเป็นไปได้จริงหรือแนวคิดที่สมเหตุสมผล Really ช่วยเน้นการปฏิเสธ ดังนั้นประโยคนี้จึงปฏิเสธแนวคิดเรื่อง overnight success อย่างหนักแน่น ในที่นี้ overnight success หมายถึงความสำเร็จที่ดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ประโยคนี้สื่อว่าความสำเร็จที่คนมองเห็นมักมีความพยายามหรือการเตรียมตัวก่อนหน้านั้นเป็นพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างเด็ดขาด: There is ____ a perfect shortcut.

ดูคำตอบ

no such thing as

But there is preparation meets opportunity. สำนวน

6:25

แต่มันคือการเตรียมพร้อมมาเจอกับโอกาส

สำนวน

preparation meets opportunity: การเตรียมพร้อมมาพบกับโอกาส

preparation meets opportunity ทำให้แนวคิดนามธรรมสองอย่างดูเหมือนเป็นสิ่งที่ “มาพบกัน” ได้ ความหมายคือ งาน ทักษะ หรือการวางแผนที่เตรียมไว้ก่อนอาจนำไปสู่ผลลัพธ์เมื่อโอกาสที่เหมาะสมมาถึง โอกาสเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด But เชื่อมแนวคิดนี้โดยแสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน อย่างไรก็ตาม ตามรูปประโยคที่เขียนไว้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน there is ไม่สามารถตามด้วยอนุประโยคที่มีกริยาแท้อย่าง preparation meets opportunity ได้โดยตรง เมื่อต้องแต่งประโยคเอง ให้ใช้ But preparation meets opportunity หรือ There is a moment when preparation meets opportunity

แบบฝึกหัด

ข้อความใดสื่อแนวคิดของ preparation meets opportunity ได้ดีที่สุด

  1. การเตรียมพร้อมล่วงหน้าอาจนำไปสู่ผลลัพธ์เมื่อโอกาสที่เหมาะสมมาถึง
  2. การเตรียมพร้อมรับประกันความสำเร็จแม้ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย
  3. โอกาสทำให้การเตรียมพร้อมไม่จำเป็น
ดูคำตอบ

การเตรียมพร้อมล่วงหน้าอาจนำไปสู่ผลลัพธ์เมื่อโอกาสที่เหมาะสมมาถึง

Build your gold mine. สำนวน

6:35

สร้างเหมืองทองของคุณสิ

สำนวน

Build your gold mine: สร้าง “เหมืองทอง” ของคุณ

gold mine ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงสิ่งที่สะสมคุณค่าไว้มาก ไม่ใช่สถานที่ขุดทองจริง ๆ ในบริบทนี้ your gold mine คือเนื้อหา ผลงาน หรือทักษะที่มีประโยชน์ซึ่งคุณสร้างไว้ก่อนที่จะได้รับความสนใจหรือมีโอกาสเข้ามา คำสั่ง Build บอกให้ผู้ฟังค่อย ๆ สร้างพื้นฐานที่มีคุณค่านั้น แทนที่จะรอให้ความสำเร็จมาถึง ภาพเปรียบเทียบนี้ทำให้การสะสมระยะยาวดูเป็นรูปธรรมและคุ้มค่า

แบบฝึกหัด

เมื่อใช้เป็นคำแนะนำแก่ผู้สร้างผลงาน Build your gold mine น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. รอโชคช่วยก่อนแล้วจึงเริ่มสร้างผลงาน
  2. ค้นหาสถานที่จริงที่มีทองฝังอยู่
  3. สร้างกลุ่มผลงานที่มีคุณค่าและยังคงถูกค้นพบได้ต่อไป
ดูคำตอบ

สร้างกลุ่มผลงานที่มีคุณค่าและยังคงถูกค้นพบได้ต่อไป

They say chasing your dreams isn't linear. สำนวน

6:40

เขาบอกกันว่าการไล่ตามความฝันมันไม่ใช่เส้นตรง

สำนวน

Chasing your dreams isn't linear: การไล่ตามความฝันไม่ได้ดำเนินเป็นเส้นตรง

ในประโยคนี้ chasing your dreams เปรียบการพยายามไปให้ถึงเป้าหมายกับการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง คำว่า linear หมายถึงการดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ตรงไปข้างหน้า และเป็นลำดับชัดเจน การบอกว่ากระบวนการ isn't linear หมายความว่าความก้าวหน้าอาจมีช่วงหยุดชะงัก ถอยหลัง อ้อมทาง หรือก้าวกระโดดอย่างฉับพลัน ไม่ได้แปลว่าไม่มีความก้าวหน้า แต่หมายถึงความก้าวหน้าไม่สม่ำเสมอและคาดเดาทีละขั้นไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงความก้าวหน้าไม่ได้เดินตามเส้นทางที่สม่ำเสมอและตรงไปข้างหน้า: Learning a new skill ____; progress can be uneven.

ดูคำตอบ

isn't linear

It's a long waiting period of work with no return ลำดับความ

6:43

มันเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอยอันยาวนานของการทำงานที่ไม่ได้อะไรตอบแทน

and then one day it happens all at once. วลี

6:46

และแล้ววันหนึ่งมันก็เกิดขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมด

ลำดับความ

A long waiting period of work with no return: ช่วงเวลารอคอยอันยาวนานที่ทำงานโดยยังไม่ได้ผลตอบแทน

ส่วนที่เน้นรวบรวมข้อมูลปูพื้นให้เป็นช่วงเวลาอันยาวนานช่วงเดียว โดย a long waiting period เป็นนามวลีหลัก และ of work with no return บอกลักษณะของช่วงเวลานั้น ในที่นี้ return หมายถึงผลลัพธ์ รางวัล หรือประโยชน์ที่ได้จากการทำงาน ไม่ใช่การกลับมา การวางช่วงนี้ไว้ก่อน and then ช่วยสร้างฉากหลังของความพยายามที่ยาวนานโดยยังไม่เห็นผลตอบแทน จากนั้นประโยคจึงเปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นฉับพลันด้วย one day และ all at once รูปแบบการเรียงข้อมูลคือ ความพยายามอันยาวนานที่ยังไม่เห็นผล ตามด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

ส่วนที่เน้นทำหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ส่วนนี้บอกว่าการทำงานให้ผลตอบแทนทันที
  2. ส่วนนี้เปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงการกลับจากการเดินทาง
  3. ส่วนนี้ปูช่วงเวลาอันยาวนานของความพยายามที่ยังไม่เห็นผล ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ

ส่วนนี้ปูช่วงเวลาอันยาวนานของความพยายามที่ยังไม่เห็นผล ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

วลี

one day it happens all at once: จุดเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ในที่นี้ one day หมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่งในภายหลังที่ไม่ได้ระบุไว้ ไม่ใช่วันที่วางแผนไว้หรือทราบล่วงหน้า วลีนี้ชี้ถึงจุดเปลี่ยนหลังจากรอคอยมานาน all at once นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและกระจุกตัว เป็นการเปรียบต่างระหว่างช่วงเวลายาวนานที่ยังไม่เห็นผลตอบแทนกับผลลัพธ์ที่ปรากฏในเวลาอันสั้น โดยไม่จำเป็นว่าทุกผลลัพธ์ต้องเกิดขึ้นในวินาทีเดียวกันพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่มี all และ once และหมายถึง “เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน”: For weeks, the inbox was quiet; then one day, several replies arrived ____.

ดูคำตอบ

all at once

I didn't understand that until it happened.

6:53

ฉันไม่เข้าใจเรื่องนั้นเลยจนกระทั่งมันเกิดขึ้น

So,

6:55

ดังนั้น

whoever said that,

6:56

ใครก็ตามที่พูดไว้

you were right.

6:58

คุณพูดถูก

2

6:59

2

1

6:59

1

In the end, ลำดับความ

7:01

ในท้ายที่สุดแล้ว

I just looked at what I naturally liked,

7:02

ฉันแค่ดูว่าฉันชอบอะไรโดยธรรมชาติ

made notes on what was missing, วลี

7:04

จดบันทึกว่ามีอะไรขาดหายไป

and then made it.

7:07

และจากนั้นก็สร้างมันขึ้นมา

ลำดับความ

In the end: การนำเสนอผลลัพธ์สุดท้าย

In the end เป็นเครื่องหมายเชื่อมโยงความในตำแหน่งต้นประโยค ซึ่งพาจากกระบวนการก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือข้อสรุปสุดท้าย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดให้การกระทำต่อมาเป็นบทสรุปสำคัญว่าผู้พูดลงเอยด้วยการทำอะไร วลีนี้สรุปเส้นทางทั้งหมด ไม่ได้เพียงระบุจุดสุดท้ายบนลำดับเวลาหรือปลายทางกายภาพของสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ In the end เพื่อนำเสนอผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการหนึ่ง?

  1. By the end of June, we had saved enough money.
  2. In the end, we chose the smaller apartment.
  3. At the end of the street, turn left.
ดูคำตอบ

In the end, we chose the smaller apartment.

วลี

make notes on what was missing: จดบันทึกสิ่งที่ขาด

ใน make notes on something คำว่า make notes หมายถึง “เขียนสิ่งที่สังเกตได้หรือประเด็นสำคัญไว้” และ on ใช้นำหัวข้อของบันทึกนั้น ในที่นี้หัวข้อคือ what was missing ผู้พูดจึงบันทึกช่องว่างที่ตนสังเกตพบ what was missing เป็นอนุประโยค wh- ที่ฝังอยู่ในประโยค โดยใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what was missing ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม และอนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของคำบุพบท on

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make notes on: During the review, we ____ what was missing.

ดูคำตอบ

made notes on

Because the sooner you can be you, ไวยากรณ์

7:09

เพราะยิ่งคุณเป็นตัวเองได้เร็วเท่าไหร่

the sooner people looking for you will find you.

7:11

คนที่ตามหาคุณก็จะยิ่งหาคุณเจอได้เร็วขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the sooner ..., the sooner ...: ยิ่งเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น

the sooner ..., the sooner ... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ หมายถึง “เมื่อเหตุการณ์หนึ่งเกิดเร็วขึ้น อีกเหตุการณ์หนึ่งก็เกิดเร็วขึ้นด้วย” อนุประโยคแรกนำเสนอเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง ส่วนอนุประโยคที่สองบอกผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกัน คำว่า the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนที่จำเป็นของรูปแบบนี้ ในประโยคนี้ be you หมายถึงการแสดงบุคลิกหรือลักษณะเฉพาะที่แท้จริงของตนเอง ใจความคือการแสดงสิ่งนั้นให้เร็วขึ้นจะช่วยให้คนที่กำลังมองหาคนแบบคุณพบคุณเร็วขึ้น Because นำเสนอแนวคิดทั้งหมดเป็นเหตุผลของสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบคู่ the sooner ... the sooner ...: ____ you ask for help, ____ you can solve the problem.

ดูคำตอบ

The sooner · the sooner

And that is when it begins. ลำดับความ

7:15

และนั่นแหละคือตอนที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น

ลำดับความ

And that is when it begins: ย้อนอ้างแนวคิดก่อนหน้าเพื่อปิดประเด็น

ในที่นี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดสำคัญที่เพิ่งกล่าวไป ไม่ได้ใช้เพื่อระบุสิ่งใหม่ That is when it begins นำเสนอสถานการณ์ก่อนหน้านั้นว่าเป็นช่วงเวลาที่ขั้นตอนใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อใช้เป็นประโยคปิดท้าย ประโยคนี้จะรวบแนวคิดก่อนหน้าด้วยการอ้างถึงสั้น ๆ และทำให้ข้อสรุปชัดเจน รูปแบบนี้ทำให้ตอนจบฟังดูเด็ดขาดแต่ยังมองไปข้างหน้าได้ โดยไม่ต้องกล่าวรายละเอียดทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ท้ายประเด็นของผู้พูด ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าและนำเสนอว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง
  2. แนะนำเหตุการณ์ใหม่ที่มีวันที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
  3. ถามผู้ฟังว่าบางสิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าและนำเสนอว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง

That's so cute.

7:25

น่ารักจังเลย

Oh my gosh.

7:27

โอ้พระเจ้า

We did it,

7:36

เราทำได้แล้ว

folks.

7:36

ทุกคน

We did it.

7:37

เราทำได้แล้ว

Hi.

7:41

สวัสดี

Thank you, guys.

7:42

ขอบคุณนะทุกคน

We did it.

7:43

เราทำได้แล้ว

100k in three weeks,

7:44

100k ในสามสัปดาห์

but more like seven years. น้ำเสียง/เจตนา

7:46

แต่ที่จริงเหมือนเจ็ดปีมากกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

but more like seven years: การแก้ไขค่าประมาณก่อนหน้า

More like + ตัวเลขหรือนามวลี ใช้แก้ไขการประมาณหรือคำบรรยายที่กล่าวไปก่อนหน้า ในที่นี้ but ส่งสัญญาณว่ากำลังแก้ข้อมูล โดย three weeks เป็นคำกล่าวแรก ส่วน seven years ถูกเสนอว่าเป็นช่วงเวลาที่แม่นยำกว่า ในรูปแบบนี้ more like หมายถึง “ใกล้เคียงกับ” หรือ “ถ้าพูดให้แม่นยำกว่า” ผู้พูดจึงใช้แทนตัวเลขแบบย่อด้วยตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์ทั้งหมดได้ดีกว่าอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมคำแก้ไขด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ถ้าพูดให้แม่นยำกว่า”: The trip didn't take two days—it took ____ two weeks.

ดูคำตอบ

more like

It's been a journey. สำนวน

7:49

มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน

สำนวน

It's been a journey: การสรุปประสบการณ์ด้วยความหมายเชิงเปรียบเทียบ

ใน It's been a journey คำว่า journey ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสรุปประสบการณ์อันยาวนาน ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง ๆ โดยสื่อว่ากระบวนการนั้นมีทั้งความเปลี่ยนแปลง ความพยายาม ความท้าทาย การเรียนรู้ หรือการเติบโต รูป present perfect ใน It's been เชื่อมกระบวนการที่ผ่านมาเข้ากับมุมมองของผู้พูดในปัจจุบัน วลีนี้มีน้ำเสียงย้อนมองประสบการณ์โดยรวม แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าทุกช่วงนั้นดีหรือแย่

แบบฝึกหัด

เมื่อมีคนย้อนมองโครงการระยะยาวแล้วพูดว่า It's been a journey ความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดคืออะไร?

  1. ผู้พูดได้เดินทางจริงระหว่างทำโครงการ
  2. โครงการจบลงอย่างรวดเร็วและง่ายดายมาก
  3. โครงการนี้เป็นประสบการณ์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

โครงการนี้เป็นประสบการณ์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

but at the same time, ลำดับความ

7:50

แต่ในขณะเดียวกัน

I feel like I'm just scratching the surface สำนวน

7:50

ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งจะเริ่มแตะแค่ผิวเผิน

on all the ideas that I want to bring to this channel.

7:52

สำหรับไอเดียทั้งหมดที่ฉันอยากนำเสนอในช่องนี้

ลำดับความ

but at the same time: การเพิ่มมุมมองที่แตกต่างแต่เป็นจริงร่วมกัน

ในประโยคนี้ but at the same time ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี แต่ใช้จัดวางมุมมองสองด้าน โดย but ส่งสัญญาณถึงความแตกต่าง ส่วน at the same time แสดงว่ามุมมองใหม่ก็เป็นจริงควบคู่กับมุมมองก่อนหน้า ผู้พูดจึงสามารถยอมรับความก้าวหน้าที่ผ่านมา พร้อมกับเสริมว่ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก คำเชื่อมนี้ทำให้เกิดท่าทีสองด้านที่สมดุล แทนที่จะล้มล้างประเด็นแรก

แบบฝึกหัด

but at the same time ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: The apartment is small, but at the same time, it feels comfortable?

  1. ปฏิเสธว่าคำบรรยายแรกเป็นเท็จ
  2. เพิ่มประเด็นที่แตกต่างแต่ก็เป็นจริงด้วย
  3. บอกว่าอะพาร์ตเมนต์เปลี่ยนขนาดในช่วงเวลาหนึ่ง
ดูคำตอบ

เพิ่มประเด็นที่แตกต่างแต่ก็เป็นจริงด้วย

สำนวน

I'm just scratching the surface: เพิ่งเริ่มสำรวจ

Scratch the surface เป็นสำนวนที่หมายถึงการจัดการ ทำความเข้าใจ หรือพัฒนาเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นมาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขูดพื้นผิวจริง ๆ และ just ยังเน้นว่าความคืบหน้ามีเพียงเล็กน้อย ผู้พูดหมายความว่ายังมีไอเดียสำหรับช่องอีกมากที่ไม่ได้สำรวจ สิ่งที่ทำมาจนถึงตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สำนวนนี้มักสื่อว่ายังมีอีกมากให้ค้นพบหรือทำต่อ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ "I'm just scratching the surface" หมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันทำไอเดียทั้งหมดสำหรับช่องเสร็จแล้ว
  2. ฉันสำรวจไอเดียของตัวเองไปเพียงส่วนเล็ก ๆ
  3. ฉันกำลังขูดด้านนอกของวัตถุจริง ๆ
ดูคำตอบ

ฉันสำรวจไอเดียของตัวเองไปเพียงส่วนเล็ก ๆ

Whether you've found my videos recently ไวยากรณ์

7:55

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเจอวิดีโอของฉันเมื่อเร็วๆ นี้

or have been with me since the beginning,

7:57

หรืออยู่กับฉันมาตั้งแต่ต้น

ไวยากรณ์

Whether you've found ... or have been ...: ครอบคลุมทั้งสองกรณี

Whether A or B นำเสนอสองทางเลือกและบอกว่าข้อความหลักที่ตามมาใช้ได้กับทั้งสองกรณี ในที่นี้ A หมายถึงคนที่เพิ่งพบวิดีโอเมื่อไม่นานมานี้ ส่วน B หมายถึงคนที่อยู่กับผู้พูดมาตั้งแต่ต้น จึงครอบคลุมทั้งผู้ชมใหม่และผู้ชมที่ติดตามมานาน อนุประโยคนี้จัดกลุ่มผู้ชมก่อนเข้าสู่ข้อความหลัก ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเลือก เนื่องจากอยู่ต้นประโยคจึงตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค และต้องมีประโยคหลักต่อมาจึงจะทำให้ความคิดสมบูรณ์ present perfect ช่วยสร้างความต่างด้านเวลา โดย you've found ชี้ถึงการค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ส่วน have been ... since the beginning บรรยายสภาวะที่ต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงว่าการต้อนรับใช้ได้กับทั้งสองกรณี: ____ this is your first meeting or you've attended before, you're welcome.

ดูคำตอบ

Whether

I just want to say thank you so much for your support, น้ำเสียง/เจตนา

7:58

ฉันแค่อยากจะบอกว่าขอบคุณมากๆ สำหรับการสนับสนุน

for subscribing,

8:01

สำหรับการกดติดตาม

for all the comments.

8:02

สำหรับทุกๆ คอมเมนต์

น้ำเสียง/เจตนา

want to say thank you so much for ...: แจกแจงเหตุผลที่ขอบคุณ

Want to say thank you so much เป็นวิธีเริ่มกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและเป็นธรรมชาติในการสนทนา ส่วน thank you so much ช่วยเน้นความรู้สึกขอบคุณโดยไม่ทำให้ข้อความเป็นทางการ หลัง thank you คำว่า for ใช้นำเข้าสาเหตุที่ขอบคุณ ผู้พูดกล่าว for ซ้ำเพื่อแจกแจงเหตุผลสามข้อที่อยู่ในโครงสร้างคู่ขนานอย่างชัดเจน ได้แก่ นามวลี your support รูป -ing คือ subscribing และนามวลีอีกชุดคือ all the comments

แบบฝึกหัด

เติมประโยคขอบคุณให้สมบูรณ์: Thank you so much ____ staying late to help us.

ดูคำตอบ

for

I see all the comments

8:03

ฉันเห็นทุกคอมเมนต์นะ

and I'm just excited for the future of this channel. วลี

8:05

และฉันก็ตื่นเต้นกับอนาคตของช่องนี้มาก

วลี

excited for the future of ...: ความคาดหวังเชิงบวกต่ออนาคต

Be excited for the future of something หมายถึงรู้สึกดีใจและมีความหวังว่าสิ่งหนึ่งจะพัฒนาต่อไปอย่างไร ในที่นี้กรรมของ for คือ the future of this channel ผู้พูดจึงกำลังตั้งตารอพัฒนาการในขั้นต่อไปของช่อง เมื่อใช้กับ future คำว่า excited มักสื่อถึงความคาดหวังเชิงบวก ไม่ใช่อารมณ์ตื่นเต้นที่ควบคุมไม่ได้ สามารถนำรูปแบบ be excited for the future of + โครงการ กลุ่ม สถานที่ หรือองค์กร ไปใช้ในบริบทอื่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อถึงความคาดหวังเชิงบวกว่าสวนชุมชนจะพัฒนาต่อไปอย่างไร

  1. We're excited for the future of the community garden.
  2. We're excited to plant tomatoes in the community garden.
  3. We're excited for the volunteers who won an award.
ดูคำตอบ

We're excited for the future of the community garden.

Yeah.

8:08

ใช่แล้ว

Let's get it. สำนวน

8:09

ลุยกันเลย

สำนวน

Let's get it ในฐานะคำปลุกใจแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ Let's get it เป็นคำปลุกใจแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงประมาณว่า “มาเริ่มกันเถอะ” หรือ “ลุยกันเลย” คำว่า get ไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ทั้งวลีสื่อถึงพลังและความพร้อมที่จะลงมือทำ เมื่ออยู่ช่วงท้ายของวิดีโอตอนนี้ วลีนี้ช่วยเร่งพลังใจเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้ใช้เพื่อเพิ่มข้อมูลใหม่

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะใช้ Let's get it! เป็นคำปลุกใจแบบไม่เป็นทางการ?

  1. ครูใช้ประโยคนี้เพื่อนิยามคำกริยา get ในหนังสืออ้างอิงไวยากรณ์
  2. เพื่อนร่วมทีมพูดประโยคนี้ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น
  3. พนักงานใช้ประโยคนี้เป็นบรรทัดสุดท้ายของรายงานตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

เพื่อนร่วมทีมพูดประโยคนี้ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น

As always, ลำดับความ

8:10

และเช่นเคย

thank you, guys, น้ำเสียง/เจตนา

8:11

ขอบคุณทุกคน

so much for watching

8:11

มากๆ ที่รับชม

น้ำเสียง/เจตนา

thank you, guys, so much for watching ในฐานะคำขอบคุณปิดท้ายวิดีโอ

เมื่ออยู่ท้ายวิดีโอ thank you, guys, so much for watching เป็นประโยคขอบคุณเพื่อปิดท้ายอย่างอบอุ่น thank you แสดงความขอบคุณ so much เพิ่มระดับความรู้สึกขอบคุณ และ for watching บอกเหตุผลที่ขอบคุณ ในที่นี้ guys เป็นคำเรียกผู้ชมแบบสบาย ๆ และไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้ชาย ประโยคทั้งหมดช่วยให้ผู้พูดจบวิดีโอด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรและใกล้ชิด

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อให้เป็นรูปแบบการขอบคุณที่ถูกต้อง: Thank you, everyone, so much ____ joining us today.

ดูคำตอบ

for

and I'll see you in the next one. วัฒนธรรม

8:13

แล้วเจอกันใหม่ในวิดีโอหน้านะ

ลำดับความ

As always: สัญญาณของช่วงปิดท้ายที่คุ้นเคย

เมื่ออยู่ต้นประโยค As always จะกำหนดกรอบให้เนื้อหาทั้งหมดที่ตามมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรที่คุ้นเคยและเกิดซ้ำ หมายถึง “เหมือนกับครั้งก่อน ๆ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการขอบคุณผู้ชมและกล่าวลาเป็นขั้นตอนปิดท้ายตามปกติของผู้สร้าง จึงช่วยให้ผู้ฟังรับรู้ว่ากำลังเข้าสู่ช่วงจบ แทนที่จะมองว่า As always เป็นใจความหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้วลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เหมือนกับครั้งก่อน ๆ” เพื่อเติมช่วงปิดท้ายที่ใช้เป็นประจำให้สมบูรณ์: ____, thank you for your help this week.

ดูคำตอบ

As always

วัฒนธรรม

I'll see you in the next one: one หมายถึงวิดีโอถัดไป

เมื่ออยู่ท้ายวิดีโอ YouTube I'll see you in the next one หมายถึง “แล้วพบกันในวิดีโอถัดไป” คำนาม video ถูกละไว้เพราะบริบทของเนื้อหาแบบเป็นตอนทำให้รู้ชัดว่าหมายถึงอะไร โดย one ใช้แทนสิ่งเอกพจน์ที่นับได้และเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว I'll see you เป็นคำปิดท้ายที่เป็นมิตร ไม่ใช่คำสัญญาตามตัวอักษรว่าจะพบกันต่อหน้า ประโยคนี้ชวนให้ผู้ชมกลับมาดูเนื้อหาตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ท้ายวิดีโอ I'll see you in the next one. มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. ผู้พูดคาดว่าผู้ชมจะกลับมาดูวิดีโอหรือตอนถัดไป
  2. ผู้พูดจะมองคนถัดไป
  3. ผู้พูดจะไปพบผู้ชมต่อหน้าทันที
ดูคำตอบ

ผู้พูดคาดว่าผู้ชมจะกลับมาดูวิดีโอหรือตอนถัดไป

Bye.

8:16

บ๊ายบาย