คุณสามารถย้ายจิตใต้สำนึกไปสู่ร่างใหม่ได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเริ่มจากภาพยนตร์ Selfless และถามว่าความทรงจำจะย้ายไปยังร่างอื่นได้หรือไม่ อธิบายโครงข่ายประสาท คอนเนกโทม และออปโตเจเนติกส์ ก่อนเสนอว่าสมองที่เปลี่ยนอยู่เสมอจะทำให้สำเนาจิตใจเป็นเพียงสิ่งเลียนแบบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. By passing — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ by ตามด้วยรูป -ing เพื่อบอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เมื่ออธิบายกระบวนการ 2. read people's minds — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหมายถึงการอนุมานความคิด ไม่ใช่อ่านคำตามตรง และเห็นขอบเขตของข้อกล่าวอ้างจากข้อมูลประสาท 3. On top of that, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เพิ่มเหตุผลที่เสริมข้อโต้แย้งเดิมและจัดลำดับคำอธิบายให้ชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
hits theaters: เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์
ในข่าวบันเทิง hits theaters หมายถึง “เริ่มฉายในโรงภาพยนตร์” หรือ “เข้าฉายในโรง” คำว่า hits ในที่นี้สื่อถึงเหตุการณ์ที่ “มาถึง” ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพว่าไปกระแทกสิ่งใด รูปปัจจุบัน hits สามารถใช้กล่าวถึงกำหนดฉายในอนาคตที่วางไว้แล้ว โดย July 10th ระบุวันเข้าฉาย สำนวนนี้บอกว่าภาพยนตร์จะเปิดให้ชมที่ไหนและเมื่อใด แต่ไม่ได้หมายความว่าภาพยนตร์ประสบความสำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในสื่อที่หมายถึง “เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์”: The new animated film ____ next Friday.
ดูคำตอบ
hits theaters
Sir Ben Kingsley transfers his consciousness to Ryan Reynolds' body
0:03เซอร์เบน คิงสลีย์ย้ายจิตสำนึกของตัวเองไปยังร่างของไรอัน เรย์โนลด์ส
in an effort to: นำเสนอจุดประสงค์ว่าเป็นความพยายาม
in an effort to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเป้าหมายที่เป็นแรงจูงใจให้เกิดการกระทำ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเชื่อมการย้ายจิตสำนึกเข้ากับเป้าหมายที่จะมีชีวิตอยู่ตลอดไปและกลายเป็นอมตะ สำนวนนี้นำเสนอการกระทำว่าเป็นความพยายามโดยตั้งใจ และมักสื่อว่าการบรรลุเป้าหมายต้องใช้ความพยายามหรือยังมีความไม่แน่นอน สำนวนนี้บอกเจตนา ไม่ได้บอกผลลัพธ์ที่สำเร็จ
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนทางการที่นำเสนอการกระทำว่าเป็นความพยายาม: The hospital extended clinic hours ____ shorten waiting times.
ดูคำตอบ
in an effort to
shedding: ชื่อสมมติของการถ่ายโอนจิตสำนึก
ในประโยคนี้ shedding เป็นชื่อสมมติที่ภาพยนตร์ใช้เรียกกระบวนการถ่ายโอนจิตสำนึกของคนหนึ่งไปยังอีกร่างหนึ่ง วลี called shedding บอกให้รู้ว่าเรื่องนี้กำลังกำหนดชื่อให้แนวคิดไซไฟเฉพาะของตนเอง อย่านำความหมายทั่วไปของ shedding มาใช้ เช่น การที่สัตว์ผลัดขนหรือลอกคราบ หรือการที่วัสดุหลุดออกจากสิ่งของ คำที่คุ้นเคยสามารถถูกกำหนดความหมายพิเศษภายในโลกสมมติได้ จึงต้องอาศัยคำจำกัดความจากบริบท
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ shedding หมายถึงอะไร?
- การที่ใครบางคนถอดเสื้อคลุม
- การที่สัตว์ผลัดขนหรือลอกคราบตามธรรมชาติ
- กระบวนการสมมติที่ถ่ายโอนจิตสำนึกของคนหนึ่งไปยังร่างใหม่
ดูคำตอบ
กระบวนการสมมติที่ถ่ายโอนจิตสำนึกของคนหนึ่งไปยังร่างใหม่
who wouldn't want: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่คาดว่าทุกคนมีความต้องการร่วมกัน
Who wouldn't want ...? มีรูปเป็นคำถามเชิงปฏิเสธที่เหมือนต้องการข้อมูล แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดคาดว่าคนเกือบทุกคนย่อมต้องการประโยชน์นั้น จึงไม่ได้รอให้มีการระบุรายชื่อคนจริง ๆ โครงสร้างนี้นำเสนอแนวคิดที่ตามมาว่าเป็นความปรารถนาที่ชัดเจนและคนทั่วไปมีร่วมกัน ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากการอธิบายทางเลือกไปสู่การเน้นความน่าสนใจและเชิญชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า 'Who wouldn't want an extra day off?' เพื่อนน่าจะหมายความว่าอะไร?
- ไม่มีใครควรหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน
- เพื่อนต้องการรายชื่อคนที่ไม่อยากมีวันหยุด
- คนเกือบทุกคนอยากมีวันหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน
ดูคำตอบ
คนเกือบทุกคนอยากมีวันหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน
of your choice ที่วางหลังคำนาม
of your choice วางไว้หลังคำนามและหมายความว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณเลือกเองได้อย่างอิสระ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย a younger body คือบุคคลในสถานการณ์สมมติสามารถเลือกร่างที่อ่อนวัยกว่าที่ตนจะได้รับได้ โครงสร้าง “คำนาม + of your choice” เป็นวิธีสั้นกระชับในการให้สิทธิ์เลือก เช่น a color of your choice, a seat of your choice หรือ a day of your choice
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอของคาเฟ่ด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายความว่าลูกค้าเลือกได้: You can add one syrup ____.
ดูคำตอบ
of your choice
ใช้ But is ... actually plausible? เพื่อเปลี่ยนไปตรวจสอบความเป็นจริง
But แสดงการหักมุมจากความเป็นไปได้ที่น่าดึงดูดซึ่งเพิ่งกล่าวไป คำถามนี้เปลี่ยนหน้าที่ของบทสนทนา จากการจินตนาการถึงข้อดีต่อไป เป็นการขอให้ผู้ฟังประเมินคำกล่าวนั้น Actually ทำให้การตรวจสอบตรงประเด็นขึ้น ส่วน plausible ถามว่าแนวคิดนั้นน่าเชื่อหรือเป็นไปได้ในโลกจริงหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือเสนอแนวคิดที่น่าสนใจก่อน แล้วใช้ But is ... actually plausible? เพื่อเริ่มการวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายแผนสร้างเมืองใต้มหาสมุทร ประโยคใดเปลี่ยนจากแนวคิดที่น่าตื่นเต้นไปสู่การตรวจสอบความเป็นจริงได้ดีที่สุด
- But is living there actually plausible?
- But living there is my favorite idea.
- And living there would be very colorful.
ดูคำตอบ
But is living there actually plausible?
First, we need to understand ...: การวางพื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อน
First เป็นคำที่ใช้จัดลำดับเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มจากพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจคำอธิบาย คำนี้จัดลำดับเหตุผล ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด อนุประโยค we need to understand นำเสนอ how memories are stored ในฐานะสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนเนื้อหาที่จะตามมา First สามารถใช้เปิดขั้นตอนแรกได้โดยไม่ได้รับประกันว่าผู้พูดจะกล่าว Second อย่างชัดเจนในภายหลัง
แบบฝึกหัด
First, we need to understand ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ?
- วางสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนเป็นพื้นฐานสำหรับคำอธิบายที่จะตามมา
- รับประกันว่าประโยคถัดไปจะเริ่มด้วย Second
- บอกว่าผู้พูดเข้าใจหัวข้อนี้ในเวลาก่อนหน้านั้น
ดูคำตอบ
วางสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนเป็นพื้นฐานสำหรับคำอธิบายที่จะตามมา
Your brain is a 3-lb lump of fatty tissue ไวยากรณ์
0:30สมองของคุณคือก้อนเนื้อเยื่อไขมันหนัก 3 ปอนด์
a 3-lb lump: หน่วยวัดรูปเอกพจน์หน้าคำนาม
ใน a 3-lb lump คำว่า 3-lb ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแบบผสมที่อยู่หน้า lump ในโครงสร้างตัวเลขบวกหน่วยนี้ หน่วยที่ lb แทนจะคงรูปเอกพจน์ โดยอ่านว่า three-pound ไม่ใช่ three-pounds เมื่อบอกค่าการวัดแบบแยกเป็นอิสระ ภาษาอังกฤษจะใช้คำหน่วยรูปพหูพจน์ตามปกติหลังจำนวนที่มากกว่าหนึ่ง เช่น The lump weighs three pounds. แต่สัญลักษณ์หน่วยที่เขียนว่า lb โดยปกติจะไม่เติม s
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยส่วนขยายตัวเลข-หน่วยที่หมายความว่าหลักสูตรใช้เวลาหกสัปดาห์: She enrolled in a ____ course.
ดูคำตอบ
six-week
that contains about 86 billion brain cells called neurons. ไวยากรณ์
0:32ซึ่งมีเซลล์สมองที่เรียกว่าเซลล์ประสาทอยู่ราว 86,000 ล้านเซลล์
cells called neurons: อนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อสำหรับบอกชื่อ
ใน cells called neurons ส่วน called neurons บอกชื่อที่ใช้เรียกเซลล์เหล่านั้น ในที่นี้ called หมายถึง “ที่เรียกว่า” ไม่ใช่ “ที่ถูกโทรหา” รูปแบบคำนาม + called + ชื่อ หมายถึง “สิ่งที่ถูกเรียกด้วยชื่อนั้น” และในประโยคนี้หมายถึงเซลล์สมองที่เรียกว่า neurons ในทางไวยากรณ์ called เป็นคำกริยาช่องสามในอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ โดย cells called neurons เป็นรูปย่อของ cells that are called neurons โครงสร้างที่กระชับนี้พบได้บ่อยในคำนิยามและคำอธิบาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบคำนาม + called + ชื่อ ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าสัตว์เหล่านั้นเรียกว่าอะไร
- The aquarium contains tiny animals called krill.
- The aquarium contains tiny animals call krill.
- The aquarium contains tiny animals calling krill.
ดูคำตอบ
The aquarium contains tiny animals called krill.
By passing: การบอกวิธีด้วย by + -ing
By passing นำเสนอวิธีที่ทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ รูปแบบ by + คำกริยา-ing ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร” กล่าวคือ เซลล์ประสาทส่งสัญญาณได้ด้วยการส่งกระแสไฟฟ้าหรือสารเคมีระหว่างกัน ผู้ที่ทำกริยา passing โดยนัยคือ neurons ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกกระบวนการได้อย่างชัดเจนว่า คนหรือสิ่งหนึ่งทำ X เพื่อให้เกิดผล Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by และรูป -ing ของ reduce: ____ the screen brightness, you can save battery power.
ดูคำตอบ
By reducing
Most neuroscientists believe memory is stored as a network of neurons
0:41นักประสาทวิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่าความทรงจำถูกเก็บในรูปเครือข่ายเซลล์ประสาท
that form links with each other and all fire at the same time. การใช้คำ
0:45ที่เชื่อมโยงกันและทำงานพร้อมกันทั้งหมด
fire: เซลล์ประสาทเริ่มทำงานทางไฟฟ้า
ในประสาทวิทยา fire หมายถึง “สร้างกระแสประสาทไฟฟ้า” หรือ “เริ่มทำงานทางไฟฟ้า” การที่ neurons เป็นประธานทำให้ต้องใช้ความหมายเฉพาะทางนี้ กล่าวคือ ไม่มีสิ่งใดกำลังไหม้ และเซลล์ประสาทไม่ได้ยิงวัตถุจริงออกไป ในที่นี้ all fire at the same time หมายความว่าเซลล์ประสาทที่เชื่อมโยงกันเริ่มทำงานพร้อมกัน การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายเกี่ยวกับการทำงานของเซลล์ประสาทและวงจรประสาท
แบบฝึกหัด
ในประโยค “During the test, several neurons fire together,” คำว่า fire หมายถึงอะไร?
- มันสร้างสัญญาณไฟฟ้า
- มันยิงวัตถุจริงออกไป
- มันเริ่มลุกไหม้
ดูคำตอบ
มันสร้างสัญญาณไฟฟ้า
Each time + อนุประโยค: ทุกครั้งที่เกิดซ้ำ
Each time ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา Each time a memory is recalled หมายถึง “ทุกครั้งที่มีการเรียกคืนความทรงจำ” หรือ “ในทุกโอกาสที่ความทรงจำนั้นถูกเรียกคืน” สำนวนนี้เชื่อมเหตุการณ์ทุกครั้งที่เกิดซ้ำในอนุประโยคเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในประโยคหลัก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Each time + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ในที่นี้ time เป็นส่วนหนึ่งของคำเชื่อม Each time ไม่ใช่คำนามที่กล่าวถึงระยะเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกเวลาสองคำที่ขึ้นต้นด้วย “Each”: “____ the alarm rings, the dog runs to the door.”
ดูคำตอบ
Each time
scientists have shown that if you stimulate certain parts of the brain with electricity,
0:52นักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นแล้วว่า หากกระตุ้นสมองบางส่วนด้วยไฟฟ้า
cause an individual to recall: cause + กรรม + to-infinitive
โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับกรรมนั้น ในประโยคนี้ การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเป็นสาเหตุ an individual เป็นกรรม และ to recall certain memories เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ หลัง cause ต้องแสดงผลลัพธ์ด้วย to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นโครงสร้างคือ cause someone to recall และยังนำไปใช้เป็น cause something to change หรือ cause someone to react ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ recall หลัง caused: The treatment caused the patient ____ an old memory.
ดูคำตอบ
to recall
we could simply track which neurons are activated when you're thinking about it. ไวยากรณ์
1:03เราก็เพียงติดตามว่าเซลล์ประสาทใดทำงานตอนที่คุณกำลังคิดถึงมัน
download a memory ในฐานะอุปลักษณ์ทางเทคโนโลยี
ในประโยคนี้ download เป็นอุปลักษณ์เชิงแนวคิดที่ยืมมาจากวงการคอมพิวเตอร์ โดยมองความทรงจำเสมือนเป็นข้อมูลที่สามารถระบุจากการทำงานของระบบประสาทและอ่านออกมาจากสมองได้ ถ้อยคำนี้ช่วยให้จินตนาการถึงกระบวนการเชิงสมมติฐานได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าสามารถคัดลอกความทรงจำที่สมบูรณ์เหมือนไฟล์ดิจิทัลได้ เมื่อมีการนำคำกริยาด้านเทคโนโลยีมาใช้กับกระบวนการทางจิตใจ ต้องอาศัยคำอธิบายรอบข้างเพื่อพิจารณาว่าผู้พูดต้องการใช้ส่วนใดของแบบจำลองคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ download a memory สื่อถึงอะไร?
- มองความทรงจำเป็นข้อมูลที่สามารถอ่านจากสมองได้
- รับไฟล์คอมพิวเตอร์ทั่วไปจากอินเทอร์เน็ต
- พิสูจน์ว่าความทรงจำเป็นไฟล์ดิจิทัลที่เหมือนทุกประการ
- ทำให้บุคคลนั้นลืมความทรงจำทันที
ดูคำตอบ
มองความทรงจำเป็นข้อมูลที่สามารถอ่านจากสมองได้
track which neurons are activated: ลำดับคำในอนุประโยคแบบฝังที่ใช้ which
ในที่นี้ which neurons are activated เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ track ทั้งส่วน หมายถึง “ระบุหรือติดตามว่าเซลล์ประสาทใดเริ่มทำงาน” ไม่ใช่การตั้งคำถามเดี่ยว ๆ ภายในคำถามแบบฝังให้ใช้ลำดับคำของอนุประโยคว่า which neurons are activated อย่าสลับเป็น which are neurons activated รูปแบบนี้ใช้กับคำกริยาอย่าง find out, determine, observe และ track ได้เช่นกัน โดยมีโครงสร้าง กริยา + which + คำนาม + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ใช้ which, sensors, are และ activated อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมคำถามแบบฝังให้สมบูรณ์: The software can track ____ during the test.
ดูคำตอบ
which sensors are activated
by using computers to match these patterns of firing neurons with real images or scenes,
1:11โดยใช้คอมพิวเตอร์จับคู่รูปแบบการทำงานของเซลล์ประสาทเหล่านี้กับภาพหรือฉากจริง
we can already read people's minds to a limited degree. โน้ต
1:15ตอนนี้เราจึงอ่านใจคนได้แล้วในระดับหนึ่ง
read people's minds: ความหมายเชิงเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ read people's minds เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการอนุมานว่าผู้คนกำลังคิดอะไรจากหลักฐาน read ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอ่านคำที่เขียนไว้ สำนวนนี้มักให้ความรู้สึกว่าเข้าถึงความคิดได้โดยตรงหรือแม่นยำผิดปกติ คำจำกัดความ to a limited degree จึงสำคัญมาก เพราะทำให้คำกล่าวแคบลง ผู้พูดหมายถึงการอนุมานบางส่วนจากรูปแบบการทำงานของระบบประสาท ไม่ใช่การอ่านใจได้ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The app can read your mind to a limited degree,” read your mind น่าจะหมายถึงอะไร?
- อ่านข้อความที่คุณเขียนไว้
- รู้ทุกความคิดของคุณโดยไม่มีข้อจำกัด
- อนุมานความคิดบางส่วนของคุณจากหลักฐานที่มี
ดูคำตอบ
อนุมานความคิดบางส่วนของคุณจากหลักฐานที่มี
to a limited degree: วลีจำกัดขอบเขตอย่างระมัดระวัง
to a limited degree เป็นวลีที่จำกัดขอบเขตของข้อความ โดยบอกว่าข้อความก่อนหน้านั้นเป็นจริง แต่เป็นจริงเพียงบางส่วนหรือภายในขอบเขตที่จำกัด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดคำกล่าวที่ว่าเราสามารถอ่านใจคนได้ หมายความว่าความสามารถนี้ยังไม่สมบูรณ์หรือเชื่อถือได้ในทุกด้าน เมื่อวางไว้หลังอนุประโยค to a limited degree จะจำกัดว่าข้อความทั้งอนุประโยคนั้นเป็นจริงมากน้อยเพียงใด degree ในที่นี้หมายถึง “ระดับ” ไม่ใช่วุฒิการศึกษา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่จำกัดขอบเขตและมีความหมายว่า “เพียงบางส่วน”: The new method improves accuracy ____.
ดูคำตอบ
to a limited degree
should one day be possible: การคาดหมายอนาคตอย่างระมัดระวัง
ใน it should one day be possible คำว่า should แสดงการคาดหมายที่อาศัยการประเมิน ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือข้อผูกมัด ผู้พูดคาดว่าการกระทำนั้นน่าจะกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ one day วางความเป็นไปได้ที่คาดไว้นี้ไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตที่ไม่ได้ระบุ โครงสร้างแบบไม่ระบุผู้กระทำ it should be possible to + คำกริยา ใช้คาดการณ์อย่างระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้คนอาจสามารถทำได้ในที่สุด
แบบฝึกหัด
should one day be possible ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอนาคตการสร้างแผนที่ดังกล่าวน่าจะกลายเป็นสิ่งที่ทำได้
- การสร้างแผนที่ดังกล่าวสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แล้วในตอนนี้
- นักวิทยาศาสตร์มีหน้าที่ต้องสร้างแผนที่ดังกล่าวในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต
ดูคำตอบ
นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอนาคตการสร้างแผนที่ดังกล่าวน่าจะกลายเป็นสิ่งที่ทำได้
connectome: แผนที่การเชื่อมต่อของสมอง
ในประโยคนี้ connectome คือแผนที่โดยรวมของการเชื่อมต่อทางประสาทในสมองหรือระบบประสาท คำนี้เน้นว่าเซลล์ประสาทหรือบริเวณใดของสมองเชื่อมต่อกัน และการเชื่อมต่อเหล่านั้นจัดระเบียบอย่างไร คำนี้สร้างตามแบบคำว่า genome และสื่อถึงเครือข่ายที่มองเป็นองค์รวม connectome ไม่ใช่เซลล์ประสาทเพียงเซลล์เดียว และการมีแผนที่การเชื่อมต่อก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสมองที่ทำงานได้หรือสำเนาของจิตสำนึกโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ แผนที่ที่แสดงเครือข่ายการเชื่อมต่อทางประสาทของสมองจะเรียกว่าอะไร
- A connectome
- เซลล์ประสาทหนึ่งเซลล์
- จีโนม
- สำเนาของจิตสำนึก
ดูคำตอบ
A connectome
launch major research programs: เริ่มโครงการที่มีการจัดระบบอย่างเป็นทางการ
ใน launched major research programs คำว่า launch หมายถึงการเริ่มต้นโครงการที่มีการจัดระบบอย่างเป็นทางการ กรรม research programs ทำให้คำนี้มีความหมายในบริบทของสถาบัน จึงไม่ได้หมายถึงการส่งวัตถุขึ้นสู่อากาศหรือการเปิดซอฟต์แวร์ วลีนี้แสดงว่าโครงการกำลังเปลี่ยนจากขั้นวางแผนไปสู่ขั้นดำเนินงานจริง major บอกขนาดหรือความสำคัญของโครงการ ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของ launch
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาจากวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ”: After two years of planning, the university ____ a major research program last spring.
ดูคำตอบ
launched
with this goal specifically in mind: โดยคำนึงถึงเป้าหมายนี้โดยเฉพาะ
ในประโยคนี้ with this goal specifically in mind หมายถึง ตอนที่เริ่มโครงการวิจัยนั้น เป้าหมายในการจัดทำแผนที่ของเซลล์ประสาททั้งหมดและการเชื่อมต่อของมันเป็นสิ่งที่ถูกนำมาพิจารณาอย่างชัดเจน specifically เน้นว่านี่เป็นเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่ความสนใจโดยทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ with + นามวลี + in mind รูปแบบนี้นำเสนอเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย หรือข้อจำกัดว่าเป็นสิ่งที่ชี้นำการตัดสินใจหรือการออกแบบ โดย in mind เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ with ... in mind: The museum redesigned the entrance ____ wheelchair users ____.
ดูคำตอบ
with · in mind
will likely + กริยารูปพื้นฐาน: การคาดการณ์อนาคตที่มีความเป็นไปได้สูง
Will likely take นำเสนอระยะเวลาว่าเป็นผลลัพธ์ในอนาคตที่มีความเป็นไปได้สูง ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่างานจะใช้เวลาหลายสิบปี แต่ยังเปิดโอกาสให้ผลลัพธ์จริงแตกต่างออกไป โครงสร้างคือ ประธาน + will + likely + กริยารูปพื้นฐาน โดย likely เป็นคำวิเศษณ์ที่วางหลัง will ซึ่งเป็นกริยาช่วย และวางก่อน take ไม่ต้องแทรกรูปใด ๆ ของ be
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่มีความหมายว่า will probably ให้ประโยคคาดการณ์สมบูรณ์: Based on current estimates, the repairs ____ take three weeks.
ดูคำตอบ
will likely
that would be able to send signals between neurons through artificial synapses.
1:43ที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทผ่านไซแนปส์เทียมได้
once it's done: เมื่อเสร็จแล้วจึงไปขั้นตอนถัดไปได้
Once ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา ใน once it's done คำนี้หมายถึง “ทันทีที่ทำเสร็จ” หรือ “หลังจากทำเสร็จแล้ว” ไม่ได้หมายถึงจำนวน “หนึ่งครั้ง” ส่วน done บอกว่างานอยู่ในสภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once กำหนดให้การเสร็จสิ้นเป็นจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ถัดไปเกิดขึ้นได้ หลังจากงานทำแผนที่คอนเนกโทมเสร็จ นักวิทยาศาสตร์ก็น่าจะมีพื้นฐานสำหรับสร้างแบบจำลอง โครงสร้างนี้ใช้แสดงว่าขั้นตอนหนึ่งต้องอาศัยขั้นตอนก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “หลังจากทำเสร็จแล้ว”: The repair must be completed first. ____, we can restart the machine.
ดูคำตอบ
Once it's done
should be able to: ความสามารถที่คาดไว้ ไม่ใช่หน้าที่
Should be able to รวม should ที่ใช้คาดการณ์เข้ากับ be able to ที่ใช้บอกความสามารถ ในประโยคนี้หมายความว่า หากงานก่อนหน้าเสร็จตามที่คาด นักวิทยาศาสตร์ก็น่าจะมีความสามารถในการสร้างแบบจำลองได้ สำนวนนี้ไม่ได้บอกว่านักวิทยาศาสตร์ควรทำอะไร แต่เป็นการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลโดยไม่ยืนยันแน่นอนเกี่ยวกับความสามารถในอนาคต ใกล้เคียงกับความหมายว่า “คาดว่าน่าจะสามารถทำได้”
แบบฝึกหัด
การอัปเดตใกล้เสร็จแล้ว จากความคืบหน้าปัจจุบัน ประโยคใดคาดการณ์ความสามารถในอนาคตอย่างมั่นใจแต่ไม่ยืนยันแน่นอนได้ดีที่สุด?
- We will be able to test the app tomorrow.
- We should test the app tomorrow.
- We can test the app tomorrow.
- We should be able to test the app tomorrow.
ดูคำตอบ
We should be able to test the app tomorrow.
what about uploading? ในฐานะคำถามอีกด้านหนึ่ง
ในที่นี้ what about uploading? นำคำถามที่เป็นอีกด้านหนึ่งของเรื่องเดียวกันเข้ามาในการอภิปราย หลังจากพิจารณาว่าดาวน์โหลดความทรงจำได้หรือไม่ ผู้พูดก็เปลี่ยนไปพูดถึงกระบวนการตรงกันข้ามและถามว่าการอัปโหลดทำได้ด้วยหรือไม่ โดยทั่วไป What about + คำนามหรือรูป -ing ช่วยให้การอภิปรายเดินหน้าต่อไป ด้วยการเพิ่มอีกด้าน กรณี หรือประเด็นที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We have discussed the cost. What about the time it will take?” What about นำสิ่งใดเข้ามาในบทสนทนา?
- อีกประเด็นหนึ่งที่ควรอยู่ในการอภิปราย
- คำกล่าวว่าเวลาไม่สำคัญ
- ข้อเสนอให้หยุดอภิปรายโครงการ
ดูคำตอบ
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรอยู่ในการอภิปราย
becoming a reality กับการเปลี่ยนแปลงที่ยังดำเนินอยู่
Becoming a reality หมายถึงการเปลี่ยนจากแนวคิดหรือความเป็นไปได้ ไปสู่สิ่งที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ เทคโนโลยีกำลังก้าวพ้นจากการเป็นเพียงแนวคิด รูป -ing ของ becoming แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงยังดำเนินอยู่ ดังนั้นวลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว Become a reality เป็นคำที่ใช้ร่วมกันบ่อยเมื่อพูดถึงแผน ความหวัง การคาดการณ์ และเทคโนโลยีใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินอยู่ แต่อาจยังไม่เสร็จสมบูรณ์?
- The plan will remain only an idea.
- The plan is becoming a reality.
- The plan is a reality.
ดูคำตอบ
The plan is becoming a reality.
thanks to: นำเสนอสาเหตุที่ช่วยให้เกิดผลดี
ในประโยคนี้ thanks to นำเสนอปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ กล่าวคือ เทคนิคที่เรียกว่าออปโตเจเนติกส์กำลังช่วยให้แนวคิดนั้นกลายเป็นความจริง สำนวนนี้เชื่อมโยงเหตุและผลในความหมายเดียวกับ because of หรือ as a result of ไม่ได้หมายถึงการกล่าวขอบคุณใคร thanks to มักนำเสนอสาเหตุว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือหรือให้ผลดี อย่างไรก็ตาม ในคำอธิบายข้อเท็จจริง สำนวนนี้อาจมีน้ำเสียงค่อนข้างเป็นกลางและเพียงระบุว่าบุคคล เครื่องมือ เงื่อนไข หรือความก้าวหน้าใดทำให้เกิดผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด เมื่อผู้พูดต้องการยกผลลัพธ์ให้เป็นผลจากสาเหตุที่ช่วยเหลือ: The clinic can now reach remote patients ___ a reliable internet connection.
- thanks to
- apart from
- in spite of
ดูคำตอบ
thanks to
optogenetics: การควบคุมเซลล์ดัดแปลงพันธุกรรมด้วยแสง
ออปโตเจเนติกส์เป็นเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้แสงควบคุมการทำงานของเซลล์ซึ่งผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมให้ตอบสนองต่อแสง เทคนิคนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในประสาทวิทยา ซึ่งนักวิจัยสามารถกระตุ้นหรือยับยั้งเซลล์ประสาทที่เลือกไว้ด้วยจังหวะเวลาที่แม่นยำ ในที่นี้ called optogenetics เป็นการตั้งชื่อให้เทคนิคที่กล่าวกันว่ากำลังทำให้ความเป็นไปได้ก่อนหน้านี้ใกล้ความจริงมากขึ้น คำนี้ระบุวิธีควบคุมเท่านั้น และไม่ได้ยืนยันในตัวเองว่าสามารถเขียนความทรงจำที่สมบูรณ์ลงในสมองได้
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ optogenetics มากที่สุด
- วิธีที่ใช้แสงควบคุมเซลล์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
- กระบวนการที่คัดลอกความทรงจำทั้งหมดเข้าไปในสมอง
- การสแกนที่ถ่ายภาพเซลล์ทุกเซลล์ซึ่งสัมผัสแสง
ดูคำตอบ
วิธีที่ใช้แสงควบคุมเซลล์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
injecting specific neurons with DNA: โครงสร้าง inject A with B
ในที่นี้ injecting specific neurons with DNA from algae ใช้โครงสร้าง inject A with B โดย A คือเป้าหมายที่รับบางสิ่ง ซึ่งก็คือ specific neurons ส่วน B คือสารที่ใส่เข้าไปในเป้าหมายนั้น ซึ่งก็คือ DNA from algae เมื่อนำโครงสร้างนี้ไปใช้ ให้ใส่ผู้รับไว้หลัง inject โดยตรง และใส่สารไว้หลัง with การรักษาลำดับนี้ช่วยไม่ให้สลับระหว่างสิ่งที่ถูกฉีดกับเป้าหมายที่รับสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย the horse และ medicine เพื่อให้หมายความว่าม้าได้รับยา: The vet injected ____ with ____.
ดูคำตอบ
the horse · medicine
that causes them to produce a light-sensitive protein
1:57ซึ่งทำให้เซลล์เหล่านั้นผลิตโปรตีนที่ไวต่อแสง
involves injecting: โครงสร้าง involve + -ing
ในประโยคนี้ involves injecting หมายความว่า การฉีดเป็นหนึ่งในการดำเนินการที่รวมอยู่ในกระบวนการออปโตเจเนติกส์ รูป -ing ในคำว่า injecting ใช้เรียกการกระทำที่กระบวนการนั้นมีหรือจำเป็นต้องทำ เมื่อต้องการอธิบายว่างาน วิธีการ หรือสถานการณ์หนึ่งประกอบด้วยอะไร ให้ใช้ involve + คำนาม หรือ involve + รูป -ing อย่าใช้ involve to inject เมื่อต้องการสื่อว่า “มีขั้นตอนการฉีดรวมอยู่ด้วย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ check: The process involves ____ every label.
ดูคำตอบ
checking
and activates only those neurons that express it.
2:04และกระตุ้นเฉพาะเซลล์ประสาทที่สร้างโปรตีนนี้ขึ้นมา
is shone: รูปถูกกระทำของ shine
is shone เป็นรูปถูกกระทำของ shine ในความหมายว่า “ส่องหรือบังคับทิศทางแสงไปยังหรือเข้าไปในบางสิ่ง” โครงสร้างคือ be + กริยาช่องที่สาม โดย is แสดงรูปถูกกระทำในปัจจุบัน และ shone เป็นกริยาช่องที่สามแบบไม่ปกติของ shine คำว่า light เป็นสิ่งที่ถูกบังคับทิศทาง ส่วนคนหรืออุปกรณ์ที่ส่องแสงไม่ได้ถูกกล่าวถึง รูปถูกกระทำนี้ทำให้คำอธิบายขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแสงมากกว่าผู้ทำการทดลอง หากเปลี่ยนเป็นประโยคแบบประธานเป็นผู้กระทำ ผู้กระทำจะเป็นประธาน: Scientists shine light into the brain.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในปัจจุบันของ shine: “During the test, a narrow beam of light ____ onto the sensor.”
ดูคำตอบ
is shone
scientists can artificially activate groups of neurons
2:07นักวิทยาศาสตร์จึงกระตุ้นการทำงานของกลุ่มเซลล์ประสาทได้ด้วยวิธีเทียม
In this way, ในฐานะคำเชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์
In this way ที่ต้นประโยคย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีที่อธิบายไว้ก่อนหน้าทันที มีความหมายว่า “โดยใช้วิธีที่เพิ่งอธิบายไป” จึงไม่ต้องกล่าวขั้นตอนทั้งหมดซ้ำ ที่นี่ way หมายถึงวิธีการ ไม่ใช่ถนนหรือทิศทางทางกายภาพ วลีนี้จัดให้อนุประโยคใหม่เป็นผลลัพธ์หรือความสามารถที่เกิดจากวิธีนั้น กล่าวคือ วิธีดังกล่าวทำให้การกระตุ้นโดยมนุษย์ควบคุมเป็นไปได้ วลีนี้เป็นคำเชื่อมที่จัดระเบียบข้อมูล และเครื่องหมายจุลภาคแยกวลีออกจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคผลลัพธ์ด้วยคำเชื่อมจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยทำสิ่งที่เพิ่งอธิบายไป”: “Label each storage box before moving. ____, you can find everything quickly in the new house.”
ดูคำตอบ
In this way
associated with particular memories: เชื่อมโยงกับความทรงจำเฉพาะ
ในที่นี้ associated with หมายถึง “เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับ” โดยบอกว่ากลุ่มเซลล์ประสาทมีความสัมพันธ์กับความทรงจำเฉพาะ แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าเซลล์ประสาทเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความทรงจำเหล่านั้น ในทางไวยากรณ์ associated with particular memories เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง groups of neurons เพื่อระบุว่าหมายถึงกลุ่มใด คล้ายกับ groups of neurons that are associated with particular memories
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เชื่อมโยงกับ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุ”: In the study, late-night screen use was ____ poorer sleep.
ดูคำตอบ
associated with
make you think that: make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
ใน make you think that คำว่า make หมายถึง “ทำให้” และอธิบายผลที่ข้อมูลหรือประสบการณ์มีต่อการตัดสินใจหรือความเชื่อของคน ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงที่ฟังดูน่ากลัวอาจทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อบางอย่าง โครงสร้างคือ make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน: make you think จากนั้น think รับอนุประโยค that เพื่อบอกเนื้อหาของความคิด ในโครงสร้าง active นี้ต้องใช้ think หลัง make ไม่ใช่ to think
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ think หลัง make: The evidence may make you ____ that the original claim was wrong.
ดูคำตอบ
think
that found in Selfless: การใช้แทนนามและอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูป
ใน a scenario like that found in Selfless คำว่า that ใช้แทนสิ่งที่เป็นเอกพจน์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้า นั่นคือ a scenario ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง a scenario like the one found in Selfless ตรงนี้ that ทำหน้าที่แทนวลีนาม ไม่ได้เป็นคำที่นำอนุประโยคใหม่ found in Selfless เป็นวลีคุณศัพท์กริยาช่องที่สามที่ขยาย that และเป็นรูปย่อของ which is found in Selfless โครงสร้างกระชับแบบ “คำนาม + like that + กริยาช่องที่สาม” พบได้บ่อยเป็นพิเศษในการบรรยายที่รอบคอบหรือเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ใน like that found in Selfless จากคำบรรยาย that ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร
- ใช้แทน scenario และ found in Selfless ขยายคำนั้น
- นำอนุประโยคที่มี found เป็นกริยาหลัก
- หมายถึงสถานการณ์ที่อยู่ไกลในเชิงสถานที่
ดูคำตอบ
ใช้แทน scenario และ found in Selfless ขยายคำนั้น
can't be far off: คาดการณ์ว่าบางสิ่งใกล้จะเกิดขึ้น
ในประโยคนี้ can't be far off หมายถึงสถานการณ์ที่จินตนาการไว้น่าจะอยู่ไม่ไกลในอนาคต ภาษาที่เกี่ยวกับระยะทางถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดย far off หมายถึงห่างไกลในด้านเวลา หรือยังห่างจากการกลายเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงไกลในเชิงสถานที่ รูปปฏิเสธ can't be แสดงการอนุมานที่ค่อนข้างมั่นใจจากสิ่งที่ผู้พูดรู้ กล่าวคือไม่น่าเป็นไปได้ว่าจะยังอีกไกล เป็นการคาดการณ์ว่าสิ่งนั้นใกล้เข้ามาโดยไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “น่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า”: The announcement ____; the reporters are already gathering.
ดูคำตอบ
can't be far off
too complex to copy: ซับซ้อนเกินกว่าจะคัดลอกได้
โครงสร้าง too + adjective + to-infinitive แสดงว่าคุณสมบัติบางอย่างมีระดับสูงจนขัดขวางการกระทำที่ตามมา หรือทำให้การกระทำนั้นไม่สามารถทำได้จริง ในประโยคนี้ ความซับซ้อนของสมองถูกนำเสนอว่าเป็นอุปสรรคต่อการคัดลอก ไม่ใช่เพียงบอกว่าสมองซับซ้อนมากเท่านั้น กรรมที่ละไว้ของ copy คือสมองหรือการทำงานของสมอง หากต้องการระบุบุคคลหรือระบบที่ไม่สามารถทำการกระทำนั้นได้ สามารถเติม for ได้ เช่น too complex for current technology to copy
แบบฝึกหัด
กระเป๋าเดินทางหนัก 40 กิโลกรัมและคุณยกไม่ไหว จงเติมประโยคด้วยโครงสร้าง too ... to: The suitcase is ____ for you to lift.
ดูคำตอบ
too heavy
a thousand times bigger than: การเปรียบเทียบแบบหลายเท่า
โครงสร้าง multiplier + times + comparative adjective + than ใช้เปรียบเทียบขนาดหรือปริมาณหนึ่งกับอีกปริมาณหนึ่ง ในประโยคนี้ a thousand อยู่ในตำแหน่งตัวคูณ bigger เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า และ than นำเข้าสู่ปริมาณที่ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง ในภาษาพูดทั่วไป a thousand times bigger than มักมีเจตนาหมายถึงขนาดหรือปริมาณรวมประมาณหนึ่งพันเท่าของเกณฑ์อ้างอิง แต่ผู้อ่านบางคนอาจตีความ bigger than ว่าเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากค่าฐาน ดังนั้นงานเขียนตัวเลขแบบเป็นทางการควรระบุอัตราส่วนที่แน่นอนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ big ในโครงสร้าง multiplier + times + comparative + than ในการเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ จอแสดงผลใหม่ถูกอธิบายว่ามีพื้นที่ประมาณสี่เท่าของจอเก่า: The new display is ____ the old one.
ดูคำตอบ
four times bigger than
“On top of that” ในฐานะคำเชื่อมสำหรับเพิ่มข้อมูล
“On top of that” ใช้เพิ่มประเด็นใหม่จากข้อมูลที่กล่าวมาก่อน และนำเสนอประเด็นนั้นเป็นข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับแนวคิดหลักเดียวกัน ในที่นี้ วลีนี้พาคำอธิบายจากความยากอย่างหนึ่งไปสู่อีกอย่างหนึ่ง ทำให้ข้อมูลเรียงซ้อนเพิ่มน้ำหนักขึ้น ไม่ได้บอกตำแหน่งที่อยู่ด้านบนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
“On top of that” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- เพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ทำให้คำอธิบายมีน้ำหนักขึ้น
- นำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดจากประโยคก่อนหน้า
- บอกว่าสมองอยู่ที่ตำแหน่งใด
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ทำให้คำอธิบายมีน้ำหนักขึ้น
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ “remodeling itself”
โดยทั่วไป remodel หมายถึงการเปลี่ยนโครงสร้างของอาคาร แต่เมื่อมีสมองเป็นประธาน “remodeling itself” จะใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าโครงสร้างและเครือข่ายของสมองกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง เมื่อใช้ร่วมกับ is constantly รูป -ing นำเสนอสิ่งนี้เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง และ itself ย้อนกลับไปหมายถึง your brain การกระทำที่ตามมา ได้แก่ creating new connections และ letting old ones expire แสดงให้เห็นว่าการปรับโครงสร้างนี้เกี่ยวข้องกับอะไร ไม่ได้หมายความว่าสมองกำลังปรับปรุงตัวเองอย่างมีสติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ remodel และคำสรรพนามสะท้อนกลับ: “Even in adults, bone tissue keeps ____ as old tissue is replaced.”
ดูคำตอบ
remodeling itself
creating new connections and letting old ones expire: วลี -ing ที่ขนานกัน
creating new connections และ letting old ones expire เป็นวลี -ing สองวลีที่เชื่อมแบบขนานกัน เพื่อขยายว่า remodeling ประกอบด้วยกระบวนการใดบ้าง ทั้งสองวลีมีประธานที่ละไว้ร่วมกันคือ your brain และ and ทำให้กระบวนการทั้งสองขนานกันทางไวยากรณ์ ในที่นี้ ones ใช้แทน connections ส่วน expire หมายถึงการเชื่อมต่อเก่าค่อย ๆ อ่อนลงหรือหยุดทำงาน โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดเติมรายการสั้น ๆ ของกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกันหรือผลที่เป็นรูปธรรมไว้หลังประโยคหลักได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ที่ขนานกันสองวลีเพื่อขยายว่าประธานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร
- Producing new flowers, the garden changes, and its old leaves fall.
- The garden changes through the year because it produces new flowers.
- The garden changes through the year, producing new flowers and shedding old leaves.
ดูคำตอบ
The garden changes through the year, producing new flowers and shedding old leaves.
and it took your entire lifetime to create. ไวยากรณ์
2:40และต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของคุณในการสร้างมันขึ้นมา
a reflection of who you are: อุปมาที่เผยให้เห็นอัตลักษณ์
a reflection of who you are หมายถึงบางสิ่งที่เผยให้เห็นหรือเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ บุคลิก หรือตัวตนของคุณในปัจจุบัน ในที่นี้ reflection ใช้เป็นอุปมา กล่าวคือรูปแบบของสมองในขณะนี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่แสดงตัวตนของบุคคล ไม่ได้หมายถึงแสงที่สะท้อนจากพื้นผิวหรือความทรงจำ โครงสร้าง a reflection of + คำนามหรืออนุประโยค เชื่อมสิ่งที่สังเกตเห็นได้เข้ากับคุณลักษณะที่ลึกกว่าซึ่งสิ่งนั้นแสดงออกมา ใน who you are คำว่า who นำอนุประโยคซ้อนที่หมายถึงอัตลักษณ์ของคุณในฐานะบุคคล
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง a reflection of who you are หมายถึงอะไร
- มันแสดงหรือเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ของคุณในขณะนั้น
- มันคือความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำเมื่อนานมาแล้ว
- มันสร้างภาพใบหน้าของคุณในกระจกตามความหมายตรงตัว
ดูคำตอบ
มันแสดงหรือเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ของคุณในขณะนั้น
took your entire lifetime to create: โครงสร้าง take + เวลา + to do
ในโครงสร้าง something + take + ระยะเวลา + to do คำว่า take หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “ต้องใช้เวลา” ไม่ใช่ “หยิบ” หรือ “เอาออก” ในที่นี้ took your entire lifetime to create หมายความว่าสภาวะปัจจุบันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากประสบการณ์ทั้งหมดตลอดชีวิต it เป็นทั้งสิ่งที่ต้องใช้เวลาดังกล่าวและเป็นกรรมของ create ที่ละไว้แต่เข้าใจได้จากความหมาย ถ้อยคำนี้เน้นการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นตั้งใจออกแบบผลลัพธ์ขึ้นมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง take + เวลา + to do: The cathedral ____ nearly two centuries ____ complete.
ดูคำตอบ
took · to
helps us appreciate how unique we truly are.
2:52ช่วยให้เราซาบซึ้งว่าแท้จริงแล้วเราแต่ละคนมีเอกลักษณ์เพียงใด
the second ในความหมายว่า “ทันทีที่”
ในที่นี้ the second เป็นคำเชื่อมเวลา หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “ในขณะที่สิ่งนั้นเกิดขึ้นพอดี” และต้องตามด้วยอนุประโยค: the second + ประธาน + กริยา วลีนี้นำเสนอการเริ่มรับความคิด ความทรงจำ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ว่าเป็นจุดกระตุ้นทันทีที่ทำให้กลายเป็นคนอื่น ในโครงสร้างนี้ second ไม่ได้หมายถึงลำดับที่สองหรือระยะเวลาหนึ่งวินาทีพอดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ the second ในความหมายว่า “ทันทีที่”
- She finished the second chapter before lunch.
- The second the doors opened, the crowd moved forward.
- Give me a second to check the address.
ดูคำตอบ
The second the doors opened, the crowd moved forward.
in a way: ทำให้ข้อสรุปนุ่มนวลลงด้วยการจำกัดมุมมอง
in a way หมายถึง “เมื่อมองจากมุมหนึ่ง” หรือ “ในระดับหนึ่ง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดข้อสรุปที่ว่าปัญหาเรื่องสำเนาของจิตใจช่วยให้เราเห็นคุณค่าของความเป็นเอกลักษณ์ ข้อสรุปนี้จึงเป็นจริงภายใต้การตีความแบบหนึ่ง ไม่ได้ถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงตายตัว เมื่อทำหน้าที่เป็นส่วนขยายทั้งประโยค วลีนี้จะแสดงมุมมองต่ออนุประโยคที่ตามมา ผู้พูดใช้เพื่อจำกัดขอบเขตของการประเมิน ทำให้ถ้อยคำระมัดระวังขึ้น และเปิดพื้นที่ให้กับมุมมองอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เมื่อมองจากมุมหนึ่ง”: ____, the extra week was helpful because we found the design flaw.
ดูคำตอบ
In a way
increasingly sophisticated technology: เทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีความสามารถเพิ่มขึ้น
Increasingly หมายถึง “มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป” จึงแสดงว่าระดับของคุณสมบัติหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน sophisticated เมื่อใช้ขยาย technology หมายถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างสูง มีการออกแบบซับซ้อน และทำหน้าที่ขั้นสูงได้ เมื่อนำมารวมกัน increasingly sophisticated technology หมายถึงเทคโนโลยีที่มีทั้งความซับซ้อนและความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในที่นี้ sophisticated ประเมินระดับการพัฒนาทางเทคนิค ไม่ได้หมายถึง “ทันสมัยมีรสนิยม วางตัวดีในสังคม หรือเจนโลก” ซึ่งเป็นความหมายที่อาจใช้กับคนหรือรสนิยม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ก้าวหน้าและซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ”: Modern farms rely on ____ sensors to manage water use.
ดูคำตอบ
increasingly sophisticated
ใครจะรู้ว่าอนาคตอาจมีอะไรรออยู่?
Who knows what the future may hold? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่หมายความว่าไม่มีใครรู้ได้อย่างแน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต โดยทั่วไปไม่ได้ถามเพื่อขอคำตอบที่เป็นข้อเท็จจริง ในที่นี้ hold ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยจินตนาการว่าอนาคตเป็นสิ่งที่บรรจุเหตุการณ์ โอกาส หรือเรื่องน่าประหลาดใจไว้ คำถามนี้ใช้ปิดท้ายการคาดการณ์โดยยังเปิดพื้นที่ให้กับความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง ซึ่งมักใช้หลังจากยอมรับข้อจำกัดในปัจจุบันแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์จากบทเรียน: Technology cannot solve this problem yet, but ____?
ดูคำตอบ
who knows what the future may hold