ภาษาอังกฤษคือภาษาอังกฤษจริงๆ หรือ? 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
932 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าภาษาอังกฤษเก่ายังคงเป็นแกนสำคัญของภาษาอังกฤษสมัยใหม่ได้อย่างไร แม้ผ่านการรุกรานและความเปลี่ยนแปลงหลายศตวรรษ โดยเชื่อมคำในชีวิตประจำวันและปัจจัยท้ายคำเข้ากับการพิชิตของชาวนอร์มัน ภาษาพูด และแนวคิดที่ว่าภาษาหล่อหลอมมุมมองต่อโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. but the history of English is the history of invasions, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าประโยคคู่ขนานที่มีลักษณะคล้ายนิยามช่วยเปลี่ยนกรอบจากที่มาของคำไปเป็นประวัติศาสตร์การพิชิตอย่างไร คุณสามารถใช้รูปแบบนี้เพื่อเผยสาเหตุหรือมุมมองที่ใหญ่กว่าของหัวข้อและเปลี่ยนประเด็นอย่างมีเหตุผล 2. in common parlance, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รู้ว่าวลีที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้หมายถึงในการพูดคุยทั่วไปในชีวิตประจำวัน คุณจะแยกข้อความเกี่ยวกับการใช้ภาษาพูดโดยทั่วไปออกจากภาษาเขียน ภาษาวิชาชีพ หรือภาษาเฉพาะทาง และใช้วลีนี้ได้เหมาะสมเมื่อวิเคราะห์หรืออภิปราย 3. at its root, / at its heart, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้ว่าอุปลักษณ์จากพืชและร่างกายสองชุดนี้ใช้ชี้ถึงแก่นแท้ที่อยู่ใต้ความเปลี่ยนแปลงภายนอก คุณสามารถใช้เพื่ออธิบายว่าแม้ภาษา สถาบัน หรือบุคคลจะเปลี่ยนไปตามเวลา แต่ลักษณะพื้นฐานยังคงเดิม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from BBCLearningEnglish.com.

0:01

6 Minute English จาก BBCLearningEnglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:10

ผม Neil

And I'm Georgina.

0:11

และฉัน Georgina

Gōdne mergen.

0:13

Gōdne mergen.

Mé lícap pé métanne.

0:14

Mé lícap pé métanne.

I beg your pardon, Neil. น้ำเสียง/เจตนา

0:16

คุณว่าอะไรนะ Neil?

น้ำเสียง/เจตนา

“I beg your pardon” สำหรับขอให้พูดซ้ำอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ I beg your pardon หมายถึง “ฉันได้ยินหรือเข้าใจไม่ชัด กรุณาพูดอีกครั้ง” เป็นคำตอบสุภาพที่ใช้เป็นสำนวน ไม่ใช่การยอมรับว่าผู้พูดทำผิด ให้ดูบริบทเพื่อแยกความหมายนี้ หากสำนวนนี้ตามหลังคำพูดที่ไม่ชัดเจนหรือน่าประหลาดใจ ก็เป็นการขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำหรืออธิบาย

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ “I beg your pardon” มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ผู้พูดยอมรับว่าตนทำสิ่งที่ผิด
  2. ผู้พูดขอให้นีลพูดซ้ำหรืออธิบายอย่างสุภาพ
  3. ผู้พูดบอกให้นีลหยุดพูด
ดูคำตอบ

ผู้พูดขอให้นีลพูดซ้ำหรืออธิบายอย่างสุภาพ

Is something stuck in your throat? น้ำเสียง/เจตนา

0:17

มีอะไรติดคอคุณอยู่เหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

“something stuck in your throat?” เพื่อพูดล้อเล่นเกี่ยวกับเสียงของอีกฝ่าย

ตามความหมายตรงตัว คำถามนี้ถามว่ามีสิ่งของติดอยู่ในคอของผู้ฟังหรือไม่ แต่ในบทสนทนานี้เป็นคำถามเชิงล้อเล่น ผู้พูดได้ยินเสียงหรือการออกเสียงที่แปลก จึงพูดเล่นว่าน่าจะมีอะไรในคอเป็นสาเหตุ จุดสังเกตที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ คำถามเรื่องสุขภาพตามความหมายตรงตัวไม่เข้ากับบรรยากาศการสนทนาที่ผ่อนคลาย คำถามนี้กำลังแสดงความเห็นว่าเสียงของอีกฝ่ายฟังเป็นอย่างไร ไม่ได้วินิจฉัยอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาสบาย ๆ มีคนใช้เสียงที่แปลกไป “Is something stuck in your throat?” น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. เป็นการถามว่าอีกฝ่ายกินอาหารอะไรมา
  2. เป็นการพูดเล่นเพื่อสื่อว่าเสียงของอีกฝ่ายฟังดูแปลก
  3. เป็นการยืนยันว่ามีสิ่งของอุดตันคอของอีกฝ่าย
ดูคำตอบ

เป็นการพูดเล่นเพื่อสื่อว่าเสียงของอีกฝ่ายฟังดูแปลก

Are you speaking a foreign language?

0:20

คุณกำลังพูดภาษาต่างประเทศอยู่หรือเปล่า?

Ha, well, actually, Georgina,

0:22

ฮะ แหม ความจริงแล้ว Georgina

I was saying good morning, pleased to meet you in English,

0:24

ผมกำลังพูดว่าสวัสดีตอนเช้า ยินดีที่ได้รู้จักเป็นภาษาอังกฤษ

but not the English you and I speak. ไวยากรณ์

0:27

แต่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบที่คุณและผมพูดกันนะ

ไวยากรณ์

the English you and I speak: การละคำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม

ใน the English you and I speak อนุประโยค you and I speak อยู่หลัง English เพื่อบอกว่าหมายถึงภาษาอังกฤษแบบใด รูปเต็มอาจเป็น the English that you and I speak หรือ the English which you and I speak ในที่นี้ that หรือ which เป็นกรรมของ speak ซึ่งมองได้ว่าเป็น you and I speak that English คำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรมมักละได้ในอนุประโยคขยายแบบจำกัดความ ดังนั้นข้อความเดิมจึงสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติแม้ไม่มีคำนี้

แบบฝึกหัด

วลีใดละคำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. the song we heard yesterday
  2. the song played yesterday
  3. the song that sounded loud
ดูคำตอบ

the song we heard yesterday

That was Anglo-Saxon or Old English,

0:29

นั่นคือแองโกลแซกซอนหรือภาษาอังกฤษเก่า

the earliest form of English spoken in the Middle Ages, ไวยากรณ์

0:32

ภาษาอังกฤษรูปแบบแรกสุดที่พูดกันในยุคกลาง

so between the 5th and 15th century.

0:35

ช่วงระหว่างศตวรรษที่ 5 ถึง 15

ไวยากรณ์

English spoken in the Middle Ages: วลี past participle ที่อยู่หลังคำนาม

Spoken in the Middle Ages อยู่หลัง the earliest form of English และบอกว่าภาษาอังกฤษรูปแบบนั้นถูกใช้เมื่อใด Spoken เป็นกริยาช่อง past participle ของ speak และมีความหมายแบบถูกกระทำในที่นี้ กล่าวคือ ผู้คนพูดภาษานั้น ดังนั้นภาษาจึงเป็นสิ่งที่ถูกพูด วลีนี้เป็นรูปย่อของ which was spoken in the Middle Ages การย่ออนุประโยคเชื่อมความแบบถูกกระทำเช่นนี้ช่วยบรรยายด้วยคำน้อยลง โดยยังคงขยายกลุ่มคำนาม the earliest form of English

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี past participle หลังคำนามเพื่อให้ข้อมูลแบบถูกกระทำเกี่ยวกับคำนามนั้น

  1. The cake made by Leo won a prize.
  2. Leo made the cake for the contest.
  3. The baker making the cake is Leo.
ดูคำตอบ

The cake made by Leo won a prize.

It doesn't sound anything like the way people talk nowadays. วลี

0:38

ฟังดูไม่เหมือนวิธีที่ผู้คนพูดกันในสมัยนี้เลยนะ

วลี

doesn't sound anything like ...: ฟังดูไม่เหมือน...เลย

Doesn't sound anything like หมายถึง “ฟังดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิง” ในที่นี้ anything ช่วยเน้นการปฏิเสธว่าเสียงพูดที่กำลังกล่าวถึงไม่ได้ใกล้เคียงกับวิธีที่ผู้คนพูดกันในปัจจุบันเลย ใช้ sound like + คำนามหรืออนุประโยคเพื่อเปรียบเทียบเสียง รูปปฏิเสธที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ doesn't sound anything like + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งสื่อถึงความแตกต่างอย่างมาก ไม่ใช่แค่แตกต่างเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบจากบทเรียนที่หมายถึง “ฟังดูไม่เหมือนเลย”: The new recording doesn't sound ____ the original.

ดูคำตอบ

anything like

No, but it's surprising how many of the words we use today ไวยากรณ์

0:42

ไม่เหมือนหรอก แต่มันน่าประหลาดใจนะว่ามีกี่คำที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน

have survived from Old English.

0:45

ที่หลงเหลือมาจากภาษาอังกฤษเก่า

ไวยากรณ์

it's surprising how many ... have survived: น่าแปลกใจที่มี...รอดมาได้มากขนาดนี้

It's surprising how many ... บอกว่าจำนวนนั้นมากกว่าที่คาดไว้จึงน่าประหลาดใจ ในที่นี้ how many นำจำนวนที่น่าประหลาดใจเข้ามาอยู่ในประโยคบอกเล่า ไม่ได้ถามให้ผู้ฟังตอบเป็นตัวเลข Have survived หมายถึง “ยังคงมีอยู่มาจนถึงปัจจุบัน” เมื่อใช้กับคำศัพท์ หมายความว่าคำเหล่านั้นยังอยู่ในภาษาตั้งแต่ภาษาอังกฤษโบราณจนถึงภาษาอังกฤษสมัยใหม่ ไม่ได้หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่รอดชีวิต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีหนังสือเก่าจำนวนมากอย่างน่าประหลาดใจที่ยังคงอยู่หลังไฟไหม้?

  1. How many old books have survived the fire?
  2. It's surprising how many old books have survived the fire.
  3. It's surprising that any old books have survived the fire.
ดูคำตอบ

It's surprising how many old books have survived the fire.

Beer, wine, drink, fish, bread, butter,

0:47

เบียร์ ไวน์ ดื่ม ปลา ขนมปัง เนย

eye, ear, mouth, head, hand, foot,

0:51

ตา หู ปาก หัว มือ เท้า

life, love, laughter, mother, daughter,

0:54

ชีวิต ความรัก เสียงหัวเราะ แม่ ลูกสาว

sister, brother, son, father, all Anglo-Saxon words.

0:57

น้องสาว พี่ชาย ลูกชาย พ่อ ล้วนเป็นคำแองโกลแซกซอนทั้งสิ้น

Wow, so many everyday words. การใช้คำ

1:01

ว้าว คำศัพท์ในชีวิตประจำวันเยอะเลยนะ

การใช้คำ

everyday words: ความแตกต่างระหว่าง everyday กับ every day

ใน everyday words คำว่า everyday เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ธรรมดา” หรือ “ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน” วางไว้หน้าคำนาม words เพื่อบอกว่าเป็นคำประเภทไหน เมื่อเขียนติดกันเป็นคำเดียว everyday ไม่ได้แปลว่า “ทุกวัน” วลีบอกเวลา every day เขียนแยกเป็นสองคำและใช้บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ everyday เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ธรรมดา” หรือ “ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน” ได้ถูกต้อง

  1. These are my everyday shoes.
  2. I wear these shoes everyday.
  3. These are my every day shoes.
ดูคำตอบ

These are my everyday shoes.

But what about the classics, Latin and Greek? น้ำเสียง/เจตนา

1:04

แล้วภาษาคลาสสิกอย่างละตินและกรีกล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

But what about ...?: ยกประเด็นอื่นขึ้นมา

But what about ...? ใช้เปลี่ยนการสนทนาไปยังคน สิ่งของ หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ได้พูดถึง ในที่นี้ผู้พูดยก the classics ขึ้นมาเป็นอีกส่วนหนึ่งของหัวข้อ คำว่า But ทำให้การเปลี่ยนประเด็นชัดขึ้น และอาจมีน้ำเสียงทักท้วงเล็กน้อย คือผู้พูดกำลังบอกเป็นนัยว่าการคุยก่อนหน้าอาจตกหล่นบางอย่างไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำว่า But what about the classics

  1. ยกประเด็นที่เกี่ยวข้องและยังไม่ได้พูดถึงขึ้นมา
  2. บอกว่าภาษาคลาสสิกไม่สำคัญ
  3. จบการสนทนาเรื่องภาษา
ดูคำตอบ

ยกประเด็นที่เกี่ยวข้องและยังไม่ได้พูดถึงขึ้นมา

I thought a lot of English vocabulary came from there.

1:07

ฉันนึกว่าคำศัพท์ภาษาอังกฤษมากมายมาจากที่นั่นเสียอีก

That's also true,

1:10

นั่นก็จริง

but the history of English is the history of invasions, ลำดับความ

1:11

แต่ประวัติศาสตร์ของภาษาอังกฤษคือประวัติศาสตร์ของการรุกราน

you know, when the army of one country fights to enter and control another country.

1:14

คุณรู้ไหม เมื่อกองทัพของประเทศหนึ่งต่อสู้เพื่อเข้าไปควบคุมอีกประเทศหนึ่ง

ลำดับความ

the history of English is the history of invasions: การปรับกรอบหัวข้อใหม่

รูปแบบซ้ำ the history of X is the history of Y ทำให้เราเห็นแนวคิดหลักในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ภาษาอังกฤษ นั่นคือการรุกรานมีส่วนทำให้ภาษาอังกฤษก่อตัวขึ้น นี่เป็นการสรุปแบบเน้นย้ำ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ภาษาอังกฤษเป็นการรุกราน ในบทสนทนา ประโยคที่คล้ายคำนิยามนี้ชี้ทิศทางของเนื้อหาที่จะตามมา โดยเปลี่ยนจากการพูดถึงภาษาอังกฤษไปเป็นการอธิบายแรงผลักดันทางประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังภาษา

แบบฝึกหัด

วลี the history of English is the history of invasions ทำหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูล?

  1. ผู้พูดแจกแจงการรุกรานทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงภาษาอังกฤษ
  2. ผู้พูดทำให้การรุกรานเป็นมุมมองหลักในการเข้าใจว่าภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นอย่างไร
  3. ผู้พูดบอกว่าการรุกรานไม่มีผลต่อภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ

ผู้พูดทำให้การรุกรานเป็นมุมมองหลักในการเข้าใจว่าภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นอย่างไร

Like the Roman invasion of Britain?

1:19

เหมือนการรุกรานของโรมันในอังกฤษเหรอ?

Right, and later invasions too,

1:21

ใช่ และการรุกรานในยุคหลังๆ ด้วย

by Norse-speaking Vikings and Germanic Saxons.

1:23

โดยชาวไวกิ้งที่พูดภาษานอร์สและชาวแซกซอนเจอร์มานิก

In fact, Georgina, that reminds me of my quiz question. ลำดับความ

1:27

ความจริงแล้ว Georgina นั่นทำให้ผมนึกถึงคำถามควิซขึ้นมาเลย

ลำดับความ

that reminds me of my quiz question: การเปลี่ยนเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ

ใน that reminds me of my quiz question คำว่า that ชี้กลับไปยังแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง โครงสร้าง remind + person + of + thing หมายถึงเรื่องหนึ่งทำให้อีกเรื่องหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ ในที่นี้ วลีดังกล่าวยังช่วยจัดระเบียบบทสนทนาด้วย โดยเชื่อมเรื่องก่อนหน้ากับคำถามในแบบทดสอบ ทำให้การเปลี่ยนไปสู่กิจกรรมใหม่ดูต่อเนื่องแทนที่จะกะทันหัน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง remind + person + of ในรูปที่ถูกต้อง: We were talking about school trips. That ____ a question I wanted to ask.

ดูคำตอบ

reminds me of

Go on, then, but in modern English, น้ำเสียง/เจตนา

1:31

งั้นว่ามาเลย แต่ขอเป็นภาษาอังกฤษสมัยใหม่นะ

if you don't mind. น้ำเสียง/เจตนา

1:32

ถ้าคุณไม่ว่าอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Go on, then เพื่อชวนให้อีกฝ่ายพูดต่อ

Go on เป็นวลีภาษาพูดที่ใช้บอกให้อีกฝ่ายพูดต่อ ในประโยคนี้หมายถึง “พูดสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไป” ไม่ได้หมายถึง “เดินไปข้างหน้า” Then เชื่อมกับบทสนทนาก่อนหน้าและเพิ่มความหมายประมาณว่า “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “เอาล่ะ” คำตอบทั้งหมดจึงคล้ายกับการพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็พูดต่อ”

แบบฝึกหัด

เพื่อนหยุดพูดกลางเรื่อง คำตอบใดเป็นการชวนให้เพื่อนพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Go on, then.
  2. Go away, then.
  3. Go ahead of me, then.
ดูคำตอบ

Go on, then.

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ if you don't mind เพื่อทำให้คำขอนุ่มนวลขึ้น

If you don't mind วางไว้หลังคำขอหรือคำสั่งเพื่อให้ฟังไม่ห้วนเกินไป ในที่นี้ช่วยทำให้คำขอว่า “ใช้ภาษาอังกฤษสมัยใหม่” นุ่มนวลขึ้น และมีความหมายประมาณว่า “ถ้าคุณโอเค” วลีนี้มักเป็นถ้อยคำสุภาพ ไม่ใช่คำถามจริงที่ต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แม้จะช่วยให้ถ้อยคำอ่อนลง แต่น้ำเสียงที่หงุดหงิดหรือคำขอที่ออกคำสั่งมากเกินไปก็ยังอาจทำให้ผู้พูดฟังดูไม่อดทนหรือประชดประชันได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if you don't mind เพื่อทำให้คำขอเล็กน้อยนุ่มนวลขึ้น?

  1. You must close the window because I don't mind.
  2. The window is closed, and you don't mind.
  3. Could you close the window, if you don't mind?
ดูคำตอบ

Could you close the window, if you don't mind?

Okay, well, the year 1066 is remembered for a famous battle, วลี

1:34

โอเค ปี 1066 เป็นที่จดจำจากยุทธการอันโด่งดัง

when the French-speaking Norman king, William the Conqueror, invaded England.

1:38

เมื่อกษัตริย์นอร์แมนที่พูดภาษาฝรั่งเศส พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต บุกอังกฤษ

วลี

is remembered for: บอกเหตุผลที่ผู้คนจดจำบางสิ่ง

be remembered for หมายถึง “เป็นที่รู้จักและอยู่ในความทรงจำของผู้คนเพราะบางสิ่ง” โครงสร้างคือ be + remembered + for + เหตุผล เช่น เหตุการณ์ ความสำเร็จ หรือลักษณะเด่น ในประโยคนี้ is remembered ทำให้จุดสนใจอยู่ที่ปี 1066 ส่วน for a famous battle บอกว่าเหตุใดปีนี้จึงโดดเด่นอยู่ในความทรงจำของผู้คน

แบบฝึกหัด

เติม remembered และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The scientist is ____ her work on vaccines.

ดูคำตอบ

remembered for

But what is the name of the famous battle?

1:43

แต่ยุทธการที่มีชื่อเสียงนั้นชื่อว่าอะไร?

Is it A, the Battle of Waterloo,

1:46

A ยุทธการที่วอเตอร์ลู

B, the Battle of Hastings,

1:49

B ยุทธการที่เฮสติงส์

or C, the Battle of Trafalgar?

1:50

หรือ C ยุทธการที่ทราฟัลการ์?

Mm, my history's not great, Neil,

1:52

อืม ประวัติศาสตร์ฉันไม่ค่อยเก่งนะ Neil

but I think it's B, the Battle of Hastings.

1:55

แต่ฉันคิดว่าเป็น B ยุทธการที่เฮสติงส์

Okay, Georgina, we'll find out later. กริยาวลี

1:58

โอเค Georgina เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันทีหลัง

กริยาวลี

find out: รู้ข้อมูลหรือคำตอบ

find out หมายถึง “รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้” มักเกิดจากการถาม ตรวจสอบ หรือรอผล ใน we'll find out later ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจกันอยู่แล้วว่ากำลังรอรู้เรื่องอะไร จึงไม่ต้องมีกรรมตามหลัง find out ส่วน later บอกว่าจะรู้คำตอบในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่สร้างจาก find และหมายถึง “รู้คำตอบ”: After the votes are counted, we'll ____ who won.

ดูคำตอบ

find out

Another Old English word there.

2:01

มีคำภาษาอังกฤษเก่าอีกคำตรงนั้นด้วย

But it's not just words that survive from Anglo-Saxon, ไวยากรณ์

2:03

แต่ไม่ใช่แค่คำศัพท์เท่านั้นที่หลงเหลือมาจากแองโกลแซกซอน

it's word endings too.

2:06

แต่รวมถึงส่วนท้ายของคำด้วย

ไวยากรณ์

it's not just ..., it's ... too: ไม่ได้มีแค่... แต่...ด้วย

โครงสร้าง not just A ... B too ใช้ขยายประเด็นว่า A เป็นจริง แต่ไม่ได้มีเพียง A เท่านั้น เพราะ B ก็เป็นจริงด้วย ในที่นี้ words คือ A และ word endings คือ B ส่วนความหมายว่า “หลงเหลือมาจากภาษาแองโกล-แซกซอน” ใช้กับทั้งสองอย่าง การใช้ it's ซ้ำทำให้สองสิ่งได้รับการเน้นแบบขนานกัน สิ่งที่สองเป็นการเพิ่มอีกประเด็นสำคัญ ไม่ใช่การแก้ไขสิ่งแรก

แบบฝึกหัด

โครงสร้างที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ส่วนท้ายของคำหลงเหลือมาแทนที่คำ
  2. คำหลงเหลือมาจากภาษาแองโกล-แซกซอน และส่วนท้ายของคำก็เช่นกัน
  3. มีเพียงคำเท่านั้นที่หลงเหลือมาจากภาษาแองโกล-แซกซอน
ดูคำตอบ

คำหลงเหลือมาจากภาษาแองโกล-แซกซอน และส่วนท้ายของคำก็เช่นกัน

The suffix, or letters added to the end of a word to modify its meaning. การใช้คำ

2:08

ปัจจัย หรือตัวอักษรที่เติมต่อท้ายคำเพื่อปรับเปลี่ยนความหมาย

การใช้คำ

suffix: ตัวอักษรที่เติมไว้ท้ายคำ

suffix คืออักษรหนึ่งตัวหรือกลุ่มอักษรที่เติมไว้ท้ายคำฐานหรือรากศัพท์ สิ่งนี้อาจสร้างคำใหม่หรือแสดงข้อมูลทางไวยากรณ์ เช่น kind + -ness กลายเป็น kindness และ walk + -ed กลายเป็น walked ในตัวอย่างนี้ ข้อความหลัง or กล่าวความหมายของ suffix ซ้ำด้วยคำที่เข้าใจง่ายขึ้น จึงเป็นการอธิบายศัพท์เฉพาะนี้โดยตรง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดระบุ suffix ได้ถูกต้อง

  1. un- in unhappy
  2. kind in kindness
  3. -ness in kindness
ดูคำตอบ

-ness in kindness

Right, like adding S to make something plural,

2:12

ใช่ อย่างเช่นการเติม S เพื่อทำให้บางสิ่งเป็นพหูพจน์

as in one bird, two birds. วลี

2:15

อย่างนกหนึ่งตัว (one bird) นกสองตัว (two birds)

วลี

“as in”: การยกตัวอย่างที่เจาะจง

“As in” ใช้นำหน้าตัวอย่างที่เจาะจงเพื่อแสดงว่าผู้พูดหมายถึงอะไร ในที่นี้ “one bird, two birds” คือตัวอย่างที่ใช้แสดงรูปแบบทางไวยากรณ์ ให้มองคำสองคำนี้เป็นสัญญาณเดียวกัน เนื้อหาที่ตามมาจะเป็นตัวอย่างของความหมาย เสียง การสะกด หรือรูปคำที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

as in ทำหน้าที่อะไรใน “as in one bird, two birds”?

  1. ให้เหตุผลว่าทำไมจึงนับนก
  2. บอกว่านกอยู่ข้างในบางสิ่ง
  3. ใช้ one bird, two birds เป็นตัวอย่าง
ดูคำตอบ

ใช้ one bird, two birds เป็นตัวอย่าง

Or the ness in goodness and happiness,

2:18

หรือ ness ในคำว่า goodness และ happiness

and dom, as in freedom and kingdom.

2:21

และ dom อย่างเช่นใน freedom และ kingdom

Poet Michael Rosen is fascinated by Old English.

2:24

กวี Michael Rosen หลงใหลในภาษาอังกฤษเก่า

Here he is talking about word suffixes to Oxford University Professor Andy Orchard

2:27

นี่คือตอนที่เขากำลังพูดคุยเรื่องปัจจัยกับศาสตราจารย์ Andy Orchard จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

for BBC Radio 4's program Word of Mouth.

2:33

สำหรับรายการ Word of Mouth ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4

Listen out for the proportion of modern English that comes from Anglo-Saxon. กริยาวลี

2:36

ลองตั้งใจฟังดูนะว่าสัดส่วนของภาษาอังกฤษสมัยใหม่มาจากแองโกลแซกซอนมากแค่ไหน

กริยาวลี

“Listen out for”: ตั้งใจฟังข้อมูลที่เจาะจง

Listen out for หมายถึงการตั้งใจฟังเพื่อให้สังเกตได้เมื่อเสียงหรือข้อมูลที่เจาะจงปรากฏขึ้น วลีนี้กำหนดเป้าหมายในการฟัง ไม่ใช่เพียงบอกให้ฟังเท่านั้น ในประโยคนี้ เป้าหมายคือสัดส่วนของภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่มาจากภาษาแองโกล-แซกซอน ผู้ฟังจึงต้องจับตัวเลขหรือข้อความที่เจาะจงนั้นให้ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชสามคำที่หมายถึง “รอฟังรายละเอียดที่เจาะจง”: ____ your name during the announcement.

ดูคำตอบ

Listen out for

I walked that walked the et bit on the end. Yeah, the -ed ending. การใช้คำ

2:41

I walked คำว่า walked ที่มีเสียง et ต่อท้าย ใช่แล้ว การเติมท้ายด้วย -ed

การใช้คำ

the -ed ending: ส่วนเติมท้ายของคำกริยาปกติ

the -ed ending คือชื่อของส่วนเติมท้าย -ed ที่เติมให้คำกริยาปกติหลายคำ โดยทั่วไปใช้บอกอดีตกาล เช่น walked หรือรูป past participle เช่น has walked ในที่นี้ ending หมายถึงส่วนท้ายของคำ ไม่ใช่คำที่แยกออกมา ผู้พูดกำลังชี้ไปที่ส่วนท้ายของ walked

แบบฝึกหัด

ในวลี "the -ed ending" คำว่า ending หมายถึงอะไร

  1. ส่วนเติมท้ายที่อยู่ท้ายคำกริยา
  2. คำที่แยกต่างหากและวางไว้หลังคำกริยา
  3. ประโยคเต็มที่อยู่เป็นประโยคสุดท้าย
ดูคำตอบ

ส่วนเติมท้ายที่อยู่ท้ายคำกริยา

Most modern verbs, if we were to say, you know, ไวยากรณ์

2:46

กริยาสมัยใหม่ส่วนใหญ่ ถ้าเราจะพูดว่า คุณก็รู้

I texted my daughter, ไวยากรณ์

2:47

ฉันส่งข้อความหาลูกสาว (texted)

I mean text obviously comes from Latin,

2:49

คือคำว่า text มาจากภาษาละตินแน่นอนอยู่แล้ว

I tweeted.

2:51

ฉันทวีต (tweeted)

ไวยากรณ์

if we were to say: การยกตัวอย่างแบบสมมติ

if we were to say ใช้โครงสร้าง if + ประธาน + were to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อยกถ้อยคำหนึ่งขึ้นมาเป็นตัวอย่างแบบสมมติ ในที่นี้ "I texted my daughter" เป็นสิ่งที่อาจพูดเป็นตัวอย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โครงสร้าง were to เพิ่มความรู้สึกเว้นระยะและไม่ฟันธง เหมาะเมื่อผู้พูดต้องการลองพิจารณาตัวอย่างหรือความเป็นไปได้ก่อนอธิบายต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย if + we + were to + say: ____ the word slowly, we could hear each sound.

ดูคำตอบ

If we were to say

ไวยากรณ์

texted ... tweeted: รูปอดีตแบบปกติของคำกริยาสมัยใหม่

ในประโยคนี้ text และ tweet เป็นคำกริยา texted หมายถึง “ส่งข้อความแล้ว” และ tweeted หมายถึง “โพสต์บน Twitter แล้ว” คำกริยาทั้งสองสร้างรูปอดีตแบบปกติด้วยการเติม -ed แม้แต่คำเทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือคำนามที่นำมาใช้เป็นคำกริยา ก็ผันตามหลักทั่วไปของภาษาอังกฤษได้: text → texted และ tweet → tweeted

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ text และ tweet ตามลำดับ: Yesterday I ____ my sister and ____ about the result.

ดูคำตอบ

texted · tweeted

We still lapse to the Anglo-Saxon. การใช้คำ

2:52

เราก็ยังคงกลับไปใช้รูปแบบแองโกลแซกซอนอยู่ดี

การใช้คำ

lapse to the Anglo-Saxon: เผลอกลับไปสู่ชั้นภาษาที่เก่ากว่า

ในที่นี้ lapse to หมายถึงค่อย ๆ ไหลหรือย้อนกลับไปหาแหล่งที่มาหรือรูปแบบที่เก่ากว่าโดยไม่ได้ตั้งใจเลือก ผู้พูดกำลังบอกว่าการใช้ภาษาอังกฤษยังคงย้อนกลับไปหาคำหรือรูปแบบแองโกล-แซกซอน วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เป็นแองโกล-แซกซอนนั้นเป็นข้อผิดพลาด ความหมายมาจาก lapse ในแง่ของการออกจากสภาพปัจจุบันและกลับไปสู่นิสัยหรือรูปแบบที่เก่ากว่า

แบบฝึกหัด

ใน We still lapse to the Anglo-Saxon คำว่า lapse to สื่อถึงอะไร

  1. การปฏิเสธคำยืมทุกคำโดยสิ้นเชิง
  2. การเผลอกลับไปใช้คำหรือรูปแบบแองโกล-แซกซอน
  3. การตั้งใจศึกษาประวัติศาสตร์แองโกล-แซกซอน
ดูคำตอบ

การเผลอกลับไปใช้คำหรือรูปแบบแองโกล-แซกซอน

And generally, when I'm speaking,

2:55

และโดยทั่วไป เมื่อผมพูด

just let's do it in mathematical terms, ลำดับความ

2:57

ขอใช้ศัพท์ทางคณิตศาสตร์เลยแล้วกัน

what proportion can we say is Old English?

2:59

เราบอกได้ไหมว่ามีสัดส่วนเป็นภาษาอังกฤษเก่าเท่าไหร่?

ลำดับความ

let's do it in mathematical terms: เปลี่ยนไปใช้กรอบการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์

let's do it in mathematical terms เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนวิธีจัดกรอบคำถาม แทนที่จะพูดถึงประวัติของภาษาอังกฤษด้วยคำอธิบายเพียงอย่างเดียว ผู้พูดจะนำเสนอเป็นสัดส่วน รูปแบบ in ... terms หมายถึง “ใช้กรอบหรือวิธีเฉพาะอย่างหนึ่งในการอธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ในที่นี้ mathematical terms หมายถึงตัวเลขและเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่การคำนวณที่ยาก

แบบฝึกหัด

let's do it in mathematical terms ในประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. แสดงว่าการอภิปรายสิ้นสุดแล้ว
  2. เปลี่ยนการอภิปรายไปเป็นเรื่องตัวเลขและสัดส่วน
  3. บอกว่าผู้พูดจะสอนสูตรที่ยาก
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการอภิปรายไปเป็นเรื่องตัวเลขและสัดส่วน

Can we say like about 80% in common parlance, การใช้คำ

3:03

บอกได้ไหมว่าประมาณ 80% ในสำนวนการพูดทั่วไป (in common parlance)

sorry to use a French word there? วัฒนธรรม

3:07

ขอโทษที่ใช้คำฝรั่งเศสตรงนี้นะ?

การใช้คำ

in common parlance: การใช้ภาษาในชีวิตประจำวันทั่วไป

in common parlance หมายถึง “ในภาษาหรือการใช้ภาษาทั่วไปที่ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะ” ในที่นี้ วลีดังกล่าวจำกัดคำกล่าวเรื่องเปอร์เซ็นต์ไว้ที่คำซึ่งผู้คนใช้กันทั่วไป ไม่ได้หมายถึงคำทั้งหมดหรือคำศัพท์เฉพาะทาง parlance หมายถึงวิธีการพูดหรือชุดสำนวนที่กลุ่มหนึ่งใช้ ส่วน common ระบุว่าเป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป

แบบฝึกหัด

in common parlance ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ในสูตรคณิตศาสตร์
  2. ในการใช้ภาษาทั่วไปที่ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะ
  3. ในภาษากฎหมายเฉพาะทาง
ดูคำตอบ

ในการใช้ภาษาทั่วไปที่ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะ

วัฒนธรรม

ใช้ sorry to use a French word there เป็นวลีแทรกแบบติดตลก

ในประโยคนี้ sorry to use a French word there เป็นการพูดติดตลกเกี่ยวกับการเลือกคำของผู้พูดเอง เนื้อหากำลังกล่าวถึงอิทธิพลของภาษาแองโกล-แซกซอนและภาษาฝรั่งเศสที่มีต่อภาษาอังกฤษ และคำว่า parlance ก็เข้าสู่ภาษาอังกฤษผ่านภาษาฝรั่งเศส คำที่ใช้จึงเชื่อมโยงกับหัวข้อพอดี sorry ตรงนี้ไม่ใช่คำขอโทษอย่างจริงจัง วลีแทรกนี้ออกจากใจความหลักชั่วครู่เพื่อดึงความสนใจไปยังภาษาที่เพิ่งใช้ ส่วน there หมายถึงตรงส่วนที่ฉันเพิ่งพูดไป ไม่ใช่สถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: คำว่า “sorry to use a French word there?” เป็นคำขอโทษอย่างจริงจังที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

In speech, it would be something like that. น้ำเสียง/เจตนา

3:09

ในภาษาพูด น่าจะประมาณนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ it would be something like that เพื่อประมาณอย่างระมัดระวัง

ในสำนวน it would be something like that คำว่า would ทำให้คำตอบฟังเหมือนการคาดเดาอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ส่วน something like that หมายถึงประมาณจำนวนนั้น ผลแบบนั้น หรือคำอธิบายแบบนั้น เมื่อใช้ร่วมกัน คำตอบจะจงใจไม่ระบุอย่างแม่นยำ ผู้พูดยอมรับค่าประมาณโดยรวม แต่ยังเปิดโอกาสให้แก้ไขได้ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ลดความแน่นอนของการประมาณเวลา ค่าใช้จ่าย เปอร์เซ็นต์ หรือปริมาณอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้ค่าประมาณอย่างระมัดระวังแทนที่จะระบุตัวเลขที่แน่นอน?

  1. It is exactly 70 percent.
  2. It would be something like 70 percent.
  3. It cannot be estimated at all.
ดูคำตอบ

It would be something like 70 percent.

In the written language, less.

3:10

ในภาษาเขียน จะน้อยกว่า

They're the basic building blocks of who we are and what we think. สำนวน

3:12

พวกมันคือส่วนประกอบพื้นฐานของสิ่งที่เราเป็นและสิ่งที่เราคิด

สำนวน

the basic building blocks: องค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งที่ใหญ่กว่า

ตามความหมายตรงตัว building blocks คือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ใช้ต่อให้เป็นสิ่งที่ใหญ่ขึ้น ในที่นี้ วลีนี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงส่วนพื้นฐานที่สุดที่ประกอบเป็นตัวตนและความคิดของคนคนหนึ่ง โครงสร้าง the building blocks of + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งที่ใหญ่หรือซับซ้อนกว่านั้นประกอบขึ้นจากส่วนพื้นฐานอะไรบ้าง

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ the basic building blocks หมายถึงอะไร?

  1. ส่วนสำคัญที่ประกอบเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่า
  2. สิ่งกีดขวางที่หยุดการเคลื่อนไหว
  3. บล็อกของเล่นที่ใช้สร้างแบบจำลอง
ดูคำตอบ

ส่วนสำคัญที่ประกอบเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่า

Professor Orchard estimates that 80% of spoken English

3:16

ศาสตราจารย์ Orchard ประเมินว่า 80% ของภาษาอังกฤษพูด

in common parlance comes from Anglo-Saxon.

3:20

ในสำนวนการพูดทั่วไปนั้นมาจากแองโกลแซกซอน

In common parlance means the words and vocabulary that most people use

3:23

in common parlance หมายถึงคำศัพท์ที่คนส่วนใหญ่ใช้

in ordinary everyday conversation.

3:28

ในการสนทนาทั่วไปในชีวิตประจำวัน

So, Anglo-Saxon words are the building blocks of English,

3:30

ดังนั้น คำแองโกลแซกซอนจึงเป็นส่วนประกอบ (building blocks) ของภาษาอังกฤษ

the basic parts that are put together to make something.

3:34

ชิ้นส่วนพื้นฐานที่ถูกนำมาต่อกันเพื่อสร้างบางสิ่ง

He also thinks that the languages we speak shape the way we see the world. สำนวน

3:37

เขายังคิดด้วยว่าภาษาที่เราพูดก่อร่างสร้างวิธีที่เรามองโลก

สำนวน

shape the way we see the world: หล่อหลอมวิธีที่เรามองโลก

ในที่นี้ shape หมายถึงมีอิทธิพลต่อการพัฒนาของสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงทำให้วัตถุมีรูปร่างทางกายภาพ ส่วน the way we see the world หมายถึงวิธีที่เราเข้าใจและตีความชีวิตกับเหตุการณ์ต่าง ๆ โครงสร้าง shape the way + อนุประโยค ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิด ความรู้สึก หรือการกระทำของผู้คน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Good teachers shape the way children approach problems," คำว่า shape หมายถึงอะไร?

  1. มองสิ่งหนึ่งจากระยะไกล
  2. มีอิทธิพลต่อการพัฒนาของสิ่งหนึ่ง
  3. ทำให้วัตถุแข็งมีรูปร่างทางกายภาพ
ดูคำตอบ

มีอิทธิพลต่อการพัฒนาของสิ่งหนึ่ง

Here's Michael Rosen and Professor Andy Orchard

3:41

นี่คือ Michael Rosen และศาสตราจารย์ Andy Orchard

discussing this idea on BBC Radio 4 program Word of Mouth.

3:44

กำลังหารือเกี่ยวกับแนวคิดนี้ในรายการ Word of Mouth ของวิทยุ BBC Radio 4

Can we say that English speakers today,

3:50

เราสามารถพูดได้ไหมว่าผู้พูดภาษาอังกฤษในปัจจุบัน

as I'm speaking to you now,

3:52

ขณะที่ผมกำลังพูดกับคุณตอนนี้

view the world through Anglo-Saxon eyes, สำนวน

3:54

มองโลกผ่านสายตาของแองโกลแซกซอน

through Anglo-Saxon words?

3:57

ผ่านคำศัพท์ของแองโกลแซกซอน?

สำนวน

view the world through ... eyes and words: มองโลกผ่านสายตาและถ้อยคำบางแบบ

View the world through ... eyes หมายถึงการเข้าใจโลกจากมุมมองใดมุมมองหนึ่ง คำว่า eyes เป็นคำเปรียบเทียบ คือวัฒนธรรม ประสบการณ์ หรือค่านิยมมีส่วนกำหนดว่าคนหนึ่งสังเกตเห็นอะไรและตีความสิ่งนั้นอย่างไร การใช้ through ซ้ำใน through Anglo-Saxon eyes, through Anglo-Saxon words ขยายภาพเปรียบเดียวกันจากมุมมองไปสู่ภาษา คำถามนี้กำลังถามว่าคำภาษาอังกฤษที่สืบทอดกันมาทำหน้าที่เหมือนเลนส์และยังคงกำหนดวิธีที่ผู้พูดภาษาอังกฤษเข้าใจโลกหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ view the world through Anglo-Saxon eyes, through Anglo-Saxon words หมายความว่าอย่างไร

  1. มองเฉพาะสิ่งของที่สร้างขึ้นในยุคแองโกล-แซกซอน
  2. เข้าใจโลกจากมุมมองที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและภาษาแองโกล-แซกซอน
  3. ใช้ดวงตาจริงของคนอื่นเพื่ออ่านคำโบราณ
ดูคำตอบ

เข้าใจโลกจากมุมมองที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและภาษาแองโกล-แซกซอน

Can we say that?

3:58

เราจะพูดแบบนั้นได้ไหม?

Well, certainly in Old English poetry,

3:59

ก็ แน่นอนในบทกวีภาษาอังกฤษเก่า

it's always raining,

4:01

ฝนตกอยู่ตลอดเวลา

and I suppose it's always raining today.

4:01

และผมเดาว่าวันนี้ฝนก็ตกอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน

There is a retrospective element that we're still inhabiting that worldview, สำนวน

4:03

มีองค์ประกอบที่มองย้อนกลับไปว่าเรายังคงอาศัยอยู่ในโลกทรรศน์นั้น

those ideas, the same words,

4:06

แนวคิดเหล่านั้น คำศัพท์แบบเดียวกัน

the same simple ideas that they inhabited.

4:08

แนวคิดเรียบง่ายแบบเดียวกันกับที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่

สำนวน

inhabiting that worldview: ยังคงอาศัยอยู่ในโลกทัศน์นั้น

โดยทั่วไป inhabit หมายถึงอาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง แต่ inhabiting that worldview ในที่นี้นำชุดความคิดมาเปรียบเหมือนพื้นที่ที่ผู้คนอาศัยอยู่ภายใน We're still inhabiting it จึงหมายความว่าความคิดเก่าเหล่านั้นยังคงห้อมล้อมและกำหนดวิธีคิดในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับการบอกเพียงว่ามีโลกทัศน์หนึ่งอยู่ คำเปรียบเทียบนี้เน้นการจมอยู่ภายในและได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเลือกอย่างตั้งใจเพียงชั่วขณะหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ inhabit ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อหมายถึงการถูกระบบความคิดห้อมล้อมและหล่อหลอม

  1. Many people still inhabit a worldview shaped by old traditions.
  2. Two families inhabit the apartment above the shop.
  3. The museum displays a map of the ancient city.
ดูคำตอบ

Many people still inhabit a worldview shaped by old traditions.

And what's extraordinary if you think about the history of English is,

4:11

และสิ่งที่น่าทึ่งถ้าคุณคิดถึงประวัติศาสตร์ของภาษาอังกฤษก็คือ

despite the invasions by the Norse and by the Norman, ไวยากรณ์

4:14

แม้จะถูกรุกรานโดยชาวนอร์สและชาวนอร์แมน

and then despite the years of empire when we're bringing things back,

4:17

แล้วก็แม้จะผ่านยุคจักรวรรดิที่เรานำสิ่งต่างๆ กลับมาด้วยมากมาย

the English that we're speaking today is still at its root, สำนวน

4:20

ภาษาอังกฤษที่เรากำลังพูดกันอยู่ในปัจจุบัน โดยรากฐานแล้วก็ยังคงเป็น

Old English word, at its heart,

4:24

คำภาษาอังกฤษเก่า โดยเนื้อแท้แล้ว

Old English word, still very much English.

4:26

คำภาษาอังกฤษเก่า ยังคงมีความเป็นอังกฤษอย่างมาก

ไวยากรณ์

despite ... despite ... เพื่อแสดงการยอมรับซ้ำ

วลี despite แต่ละวลีแนะนำข้อเท็จจริงที่อาจคาดว่าจะเปลี่ยนผลลัพธ์ การใช้ despite ซ้ำช่วยเน้นอิทธิพลทางประวัติศาสตร์สองอย่างแยกกัน ก่อนที่ผู้พูดจะบอกผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ ในที่นี้ despite ตามด้วยนามวลี ได้แก่ the invasions และ the years of empire ส่วนคำว่า still ที่ตามมาชี้ให้เห็นความขัดแย้งว่า อิทธิพลเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง แต่ใจความหลักยังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำบุพบทแสดงการยอมรับจากบทเรียนนี้ซ้ำในทั้งสองช่อง: ____ the rain and ____ the delay, the match went ahead.

ดูคำตอบ

Despite · despite

สำนวน

at its root ... at its heart: รากฐานและแก่นแท้

At its root และ at its heart เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้มองข้ามรายละเอียดภายนอกไปยังแก่นของเรื่อง Root ชี้ไปที่แหล่งกำเนิดหรือพื้นฐานที่ลึกที่สุด ส่วน heart ชี้ไปที่ลักษณะ จุดประสงค์ หรือคุณค่าหลัก ในที่นี้ วลีทั้งสองช่วยเสริมข้อกล่าวของผู้พูดว่า แม้ภาษาอังกฤษจะได้รับอิทธิพลภายนอกมากมาย แต่พื้นฐานและลักษณะสำคัญของภาษาอังกฤษในปัจจุบันยังเชื่อมโยงอย่างมากกับภาษาอังกฤษโบราณ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีที่หมายถึง “สาเหตุเบื้องลึก” ก่อน แล้วจึงใช้วลีที่หมายถึง “จุดประสงค์หลัก”: ____, the conflict comes from fear. ____, the program is about helping neighbors.

ดูคำตอบ

At its root · At its heart

Michael Rosen asks if English speakers see the world through Anglo-Saxon eyes.

4:31

Michael Rosen ถามว่าผู้พูดภาษาอังกฤษมองโลกผ่านสายตาแบบแองโกลแซกซอนหรือไม่

When we see something through someone's eyes,

4:37

เมื่อเราเห็นบางสิ่งผ่านสายตาของใครบางคน (through someone's eyes)

we see it from their perspective,

4:39

เรามองมันจากมุมมองของพวกเขา

their point of view.

4:41

จากมุมมองของเขา

And Professor Orchard replies by saying that,

4:42

และศาสตราจารย์ Orchard ตอบว่า

despite all the history of invasion and empire,

4:45

แม้จะมีประวัติศาสตร์ของการรุกรานและจักรวรรดิทั้งหมด

the English we speak today is still Old English at heart.

4:48

ภาษาอังกฤษที่เราพูดกันในปัจจุบันนั้นโดยเนื้อแท้แล้ว (at heart) ก็ยังคงเป็นภาษาอังกฤษเก่า

A phrase used to say what something is really like.

4:52

เป็นวลีที่ใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร

Wow, so much history crammed into 6 minutes. การใช้คำ

4:56

ว้าว ประวัติศาสตร์อัดแน่นใน 6 นาที

การใช้คำ

crammed into 6 minutes: อัดเนื้อหาจำนวนมากไว้ในเวลาสั้น ๆ

ใน crammed into 6 minutes คำว่า cram หมายถึงการใส่สิ่งของหรือเนื้อหาจำนวนมากลงในพื้นที่หรือเวลาที่จำกัดมาก Crammed ขยายความ so much history โดยใจความเต็มคือมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จำนวนมากถูกอัดไว้ในเวลาเพียงหกนาที สำนวนนี้ทำให้นึกถึงการยัดสิ่งต่าง ๆ ไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา และยังให้น้ำเสียงชื่นชมปนขบขันเล็กน้อย ผู้พูดประหลาดใจที่วิดีโอสั้น ๆ ครอบคลุมเนื้อหาได้มากขนาดนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ cram และคำบุพบทที่ถูกต้อง: We ____ three games ____ one hour.

ดูคำตอบ

crammed · into

And now, time for one more history fact.

4:58

และตอนนี้ ถึงเวลาของข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อีกข้อแล้ว

Do you mean your quiz question, Neil?

5:01

คุณหมายถึงคำถามควิซของคุณเหรอ Neil?

What's the name of the famous battle of 1066?

5:03

ยุทธการอันโด่งดังในปี 1066 มีชื่อว่าอะไร?

What did you say, Georgina?

5:07

คุณตอบว่าอะไรนะ Georgina?

I said B, the Battle of Hastings.

5:09

ฉันตอบว่า B ยุทธการที่เฮสติงส์

Which was the correct answer.

5:12

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

The Battle of Hastings in 1066 played a big part in the Norman Conquest โน้ต

5:14

ยุทธการที่เฮสติงส์ในปี 1066 มีบทบาทสำคัญในการพิชิตของนอร์แมน

and mixing French words into the language.

5:19

และการผสมคำภาษาฝรั่งเศสเข้าไปในภาษา

วัฒนธรรม

ยุทธการที่เฮสติงส์ในปี 1066 ... การพิชิตของชาวนอร์มัน: อิทธิพลของภาษาฝรั่งเศสต่อภาษาอังกฤษ

ยุทธการที่เฮสติงส์เกิดขึ้นในอังกฤษเมื่อปี 1066 ชัยชนะของวิลเลียมแห่งนอร์ม็องดีเป็นก้าวสำคัญที่ชี้ขาดในการพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มัน ซึ่งนำการปกครองของชาวนอร์มันมาสู่อังกฤษ ผู้ปกครองกลุ่มใหม่ใช้ภาษาฝรั่งเศสแบบนอร์มันในส่วนสำคัญของชีวิตสาธารณะ เมื่อเวลาผ่านไป คำภาษาฝรั่งเศสจำนวนมากจึงเข้ามาในภาษาอังกฤษ ในประโยคนี้ ชื่อทั้งสองให้เหตุผลทางประวัติศาสตร์ของอิทธิพลที่มีต่อคำศัพท์ ไม่ได้เป็นเพียงปีและชื่อเหตุการณ์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เหตุใดประโยคนี้จึงเชื่อมโยงยุทธการที่เฮสติงส์และการพิชิตของชาวนอร์มันเข้ากับคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

  1. การพิชิตครั้งนี้ลบคำภาษาอังกฤษเก่าทั้งหมดออกจากภาษา
  2. ยุทธการนี้เปลี่ยนวิธีออกเสียงตัวเลข 1066 ในภาษาอังกฤษ
  3. การปกครองของชาวนอร์มันนำอิทธิพลภาษาฝรั่งเศสที่เข้มข้นมา จึงมีคำภาษาฝรั่งเศสจำนวนมากเข้าสู่ภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ

การปกครองของชาวนอร์มันนำอิทธิพลภาษาฝรั่งเศสที่เข้มข้นมา จึงมีคำภาษาฝรั่งเศสจำนวนมากเข้าสู่ภาษาอังกฤษ

วลี

played a big part in: มีอิทธิพลสำคัญ

ในประโยคนี้ played a big part in หมายถึง “มีอิทธิพลสำคัญต่อ” โดยบอกว่ายุทธการที่เฮสติงส์เป็นปัจจัยสำคัญทั้งต่อการพิชิตของชาวนอร์มันและต่อกระบวนการที่คำภาษาฝรั่งเศสเข้ามาในภาษา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ play a big part in + คำนามหรือรูป -ing คำกริยาจะเปลี่ยนตามกาลและประธาน โดย played ในที่นี้แสดงถึงอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ในรูปปัจจุบัน: Good communication ____ successful teamwork.

ดูคำตอบ

plays a big part in

And I also know how the English ruler, King Harold, died,

5:22

และฉันก็รู้ด้วยว่าผู้ปกครองอังกฤษ กษัตริย์ฮาโรลด์ สิ้นพระชนม์อย่างไร

shot through the eye with an arrow.

5:25

ถูกธนูยิงทะลุตาไงล่ะ

Ouch.

5:28

โอ๊ย

Okay, let's recap the vocabulary, ลำดับความ

5:29

โอเค มาทบทวนคำศัพท์กัน

ลำดับความ

let's recap the vocabulary: เข้าสู่ช่วงทบทวน

Let's recap the vocabulary เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วง โดยบอกผู้ฟังว่าการอธิบายหลักกำลังพักลงและกำลังจะเริ่มทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปแล้วอย่างสั้น ๆ Let's รวมผู้พูดและผู้ฟังไว้ในกิจกรรมถัดไป ส่วน recap หมายถึงสรุปหรือทบทวนอย่างย่อ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับของบทเรียน ไม่ได้เพิ่มข้อมูลใหม่เกี่ยวกับหัวข้อ

แบบฝึกหัด

ในบทเรียน Let's recap the vocabulary เป็นสัญญาณบอกอะไร?

  1. ผู้พูดจะอธิบายคำศัพท์ทุกคำใหม่ตั้งแต่ต้น
  2. ผู้พูดจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  3. ผู้พูดจะทบทวนคำศัพท์ที่กล่าวไปแล้วอย่างสั้น ๆ
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะทบทวนคำศัพท์ที่กล่าวไปแล้วอย่างสั้น ๆ

some of which exists because of invasions, ไวยากรณ์

5:31

ซึ่งบางคำมีอยู่ก็เพราะการรุกราน (invasions)

when one country enters and controls another.

5:33

เมื่อประเทศหนึ่งเข้าไปควบคุมอีกประเทศหนึ่ง

ไวยากรณ์

some of which exists: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบางส่วนของกลุ่ม

ในประโยคนี้ some of which ย้อนกลับไปอ้างถึง vocabulary และหมายถึง “คำศัพท์บางส่วนในกลุ่มนั้น” วลีนี้เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความเพื่อเพิ่มข้อมูลโดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่ ในที่นี้ vocabulary ใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ กริยาจึงเป็นรูปเอกพจน์ exists ถ้าคำนามข้างหน้าเป็นพหูพจน์ กริยาก็เป็นพหูพจน์ด้วย เช่น books, some of which are new

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคสัมพันธ์ที่บอกบางส่วนโดยใช้ some + of + คำสรรพนามสัมพันธ์: The museum has ten rooms, ____ are closed today.

ดูคำตอบ

some of which

A suffix is added to the end of a word to make a new word.

5:36

ปัจจัย (suffix) ถูกเติมต่อท้ายคำเพื่อสร้างคำใหม่

The phrase in common parlance means using ordinary everyday words.

5:40

วลี in common parlance หมายถึงการใช้คำในชีวิตประจำวันทั่วไป

Building blocks are the basic parts used to make something.

5:44

ชิ้นส่วนประกอบ (building blocks) คือชิ้นส่วนพื้นฐานที่ใช้ในการสร้างบางสิ่ง

To see things through someone's eyes means from their point of view.

5:48

การมองสิ่งต่างๆ ผ่านสายตาใครบางคน (to see things through someone's eyes) หมายถึงมองจากมุมมองของพวกเขา

And finally, at heart is used to say what something is really like.

5:52

และสุดท้าย โดยเนื้อแท้ (at heart) ใช้เพื่อบอกว่าจริงๆ แล้วสิ่งนั้นเป็นอย่างไร

That's all for this program.

5:57

ทั้งหมดนี้สำหรับรายการตอนนี้

Join us again soon at 6 Minute English,

5:58

แล้วมาร่วมสนุกกับ 6 Minute English อีกครั้งเร็วๆ นี้นะ

but for now,

6:00

แต่สำหรับตอนนี้

far gesund.

6:01

far gesund.

That's Old English for goodbye. วลี

6:02

นั่นคือคำบอกลาในภาษาอังกฤษเก่า

วลี

Old English for goodbye: บอกว่าสำนวนหนึ่งมีความหมายว่าอะไรในภาษาหนึ่ง

ใน That's Old English for goodbye คำว่า That ย้อนกลับไปอ้างถึง far gesund รูปแบบ X is [language] for Y หมายความว่า X เป็นคำหรือสำนวนในภาษานั้นที่มีความหมายว่า Y ในที่นี้ for แสดงความตรงกันระหว่างสำนวนกับความหมาย ไม่ได้บอกจุดประสงค์ จึงไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ของ goodbye”

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบที่เชื่อมภาษากับความหมายให้สมบูรณ์: Merci is French ____ thank you.

ดูคำตอบ

for

Far gesund.

6:05

far gesund.

6 Minute English from BBC Learning English.

6:07

6 Minute English จาก BBC Learning English