น้ำมันทำอาหารชนิดไหนดีที่สุด? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: รายการนี้สำรวจคำกล่าวอ้างที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับน้ำมันปรุงอาหาร และตั้งคำถามว่าผลิตภัณฑ์ราคาแพงอย่างน้ำมันอะโวคาโดมีประโยชน์คุ้มกับราคาหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมองว่าความชอบเรื่องรสชาติอาจเป็นเหตุผลให้ซื้อได้ แต่ปฏิเสธคำโฆษณามากมายเกี่ยวกับ “ซูเปอร์ฟู้ด” และ “น้ำมันวิเศษ” ว่าไร้สาระ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. finding out whether — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้อนุประโยคที่มี whether เพื่อวางกรอบคำถามซึ่งยังต้องตรวจสอบหาคำตอบ สามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้ในการนำเสนอ รายงาน การทดลอง หรือบทนำแบบข่าว เพื่อระบุสิ่งที่จะพิสูจน์โดยไม่ด่วนสรุปคำตอบล่วงหน้า 2. What the heck — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าวลีไม่เป็นทางการนี้ไม่ได้ใช้ถามข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสื่อความสับสน ความประหลาดใจ หรือความหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อคำแนะนำที่ขัดกันทำให้ผู้พูดไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เหมาะกับบทสนทนาสบาย ๆ และควรหลีกเลี่ยงในสถานการณ์เป็นทางการ 3. hogwash. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจคำไม่เป็นทางการที่ใช้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าคำกล่าวหนึ่งไร้สาระหรือไม่จริง ช่วยให้จับท่าทีสงสัยไม่เชื่อของผู้พูด และแยกการปฏิเสธที่รุนแรงออกจากการแสดงความไม่เห็นด้วยแบบเป็นกลางได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
today we're talking about: การแนะนำหัวข้อของช่วงนี้
โครงสร้าง Today we're talking about + หัวข้อ เป็นประโยคเปิดที่บอกผู้ฟังว่าตอนนี้ บทเรียนนี้ หรือการสนทนานี้จะเน้นเรื่องอะไร ในที่นี้ today ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกวันที่ แต่ยังช่วยจัดลำดับการพูด โดยพาจากคำทักทายเข้าสู่หัวข้อหลัก
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้ตอนเริ่มบทเรียน Today we're talking about ... มีหน้าที่หลักอะไร?
- ขอให้ผู้ฟังเลือกหัวข้อ
- บอกวันที่ตามปฏิทินอย่างเจาะจง
- แนะนำหัวข้อของช่วงนี้
ดูคำตอบ
แนะนำหัวข้อของช่วงนี้
use to cook with?: การลงท้ายคำถามด้วย with
ใน What do you use to cook with? คำว่า what ใช้ถามถึงสิ่งที่นำมาใช้ทำอาหาร เช่น น้ำมัน เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ ส่วน with ที่ท้ายประโยคเชื่อมโยงกลับไปหา what จึงมีความหมายว่า “ด้วยอะไร” การวางบุพบทไว้ท้ายประโยคเรียกว่า preposition stranding โครงสร้างนี้เป็นเรื่องปกติในคำถามภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันและพูดได้คล่องเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามโดยใช้รูปแบบบุพบทท้ายประโยคแบบเดียวกันเพื่อถามถึงเครื่องมือเขียน: What do you use to write ____?
ดูคำตอบ
with
rich and creamy: รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม
เมื่อใช้บรรยายอาหาร rich หมายถึงรสชาติที่เต็ม เข้มข้น และน่าพอใจ ซึ่งมักเกิดจากการมีไขมัน น้ำตาล หรือส่วนผสมที่เข้มข้นอยู่มาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ร่ำรวย” Creamy บรรยายเนื้อสัมผัสที่เนียนและข้นคล้ายครีม โดยอาหารนั้นไม่จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์นม เมื่อใช้ rich and creamy ร่วมกัน จะเป็นการชมทั้งความเข้มข้นของรสชาติและความเนียนนุ่มของเนื้อสัมผัส
แบบฝึกหัด
ในประโยคเกี่ยวกับอาหาร “The sauce is rich and creamy,” คำว่า rich and creamy บรรยายอะไร
- มีรสชาติอ่อนและเนื้อสัมผัสเหลวเหมือนน้ำ
- มีราคาแพงและบรรจุอยู่ในภาชนะขนาดใหญ่
- มีรสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสเนียนคล้ายครีม
ดูคำตอบ
มีรสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสเนียนคล้ายครีม
everyday meals: ความแตกต่างระหว่าง everyday กับ every day
ใน everyday meals คำว่า everyday เป็นคำคุณศัพท์ที่เขียนติดกันเป็นคำเดียว หมายถึงสิ่งที่ธรรมดาหรือเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรตามปกติ คำนี้วางอยู่หน้า meals โดยตรงและบอกประเภทของมื้ออาหาร คืออาหารปกติ ไม่ใช่อาหารสำหรับโอกาสพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ everyday เป็นคำคุณศัพท์ได้ถูกต้อง
- These are my every day shoes.
- These are my everyday shoes.
- I wear these shoes everyday.
ดูคำตอบ
These are my everyday shoes.
“It varies”: ตอบโดยไม่ฟันธง
“It varies” หมายถึงไม่มีคำตอบเดียวที่ตายตัว เพราะคำตอบเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ในประโยคนี้ it หมายถึงตัวเลือกที่กำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงวัตถุชิ้นหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ คำตอบสั้น ๆ นี้ช่วยให้ผู้พูดไม่ตอบแบบฟันธง และปูทางไปสู่รายละเอียดว่าตัวเลือกใดเหมาะกับสถานการณ์ใด
แบบฝึกหัด
ลูกค้าถามว่า “Is the wait always twenty minutes?” คำตอบใดบอกว่าคำตอบเปลี่ยนไปตามสถานการณ์?
- I did not hear the question.
- Yes, it is always exactly twenty minutes.
- No, it varies.
ดูคำตอบ
No, it varies.
“I guess”: ทำให้ความเห็นส่วนตัวฟังดูไม่หนักแน่น
ในที่นี้ “I guess” ช่วยทำให้การตัดสินส่วนตัวของผู้พูดฟังดูเบาลง มีความหมายใกล้กับ “I think” หรือ “I suppose” แต่ทำให้คำตอบฟังดูยังไม่แน่นอนและเป็นกันเอง แทนที่จะเป็นข้อสรุปที่หนักแน่น วลีนี้ทำให้ข้อความที่ตามมาฟังเป็นเพียงความเห็นคร่าว ๆ จากความทรงจำหรือความชอบ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังตอบคำถามที่ให้เดาคำตอบ
แบบฝึกหัด
ใน “I guess Maya may be busy today” วลี I guess ทำหน้าที่หลักอย่างไร?
- ทำให้ความเห็นฟังดูยังไม่แน่นอนและเป็นกันเอง
- แสดงว่าผู้พูดไม่มีความเห็นใด ๆ เลย
- นำเสนอความเห็นว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ
ทำให้ความเห็นฟังดูยังไม่แน่นอนและเป็นกันเอง
Now, there are so many different oils we can use for our food
0:40เดี๋ยวนี้มีน้ำมันหลากหลายชนิดที่เราสามารถนำมาใช้กับอาหารได้
and some of them are very expensive and claim to have big health benefits. โน้ต
0:43และบางชนิดก็ราคาแพงมากและอ้างว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย
claim to have: ถ่ายทอดคำกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ในประโยคนี้ claim to have หมายถึง “อ้างว่ามี” ประธาน some of them หมายถึงผลิตภัณฑ์เหล่านั้น และสิ่งที่ตามหลัง have คือประโยชน์ต่อสุขภาพที่ใช้ในการโฆษณา claim เป็นเพียงการถ่ายทอดสิ่งที่ใครบางคนกล่าว โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นความจริง ผู้พูดจึงเว้นระยะจากคำกล่าวอ้างเรื่องสุขภาพนั้น
แบบฝึกหัด
claim to have ในประโยคนี้สื่อความหมายอย่างไร
- ผลิตภัณฑ์วางแผนว่าจะได้รับประโยชน์เหล่านั้นในภายหลัง
- ผลิตภัณฑ์ถูกโฆษณาว่ามีประโยชน์เหล่านั้น แต่คำกล่าวอ้างยังไม่ได้รับการยืนยัน
- ผลิตภัณฑ์ได้พิสูจน์ประโยชน์เหล่านั้นด้วยหลักฐานแล้ว
ดูคำตอบ
ผลิตภัณฑ์ถูกโฆษณาว่ามีประโยชน์เหล่านั้น แต่คำกล่าวอ้างยังไม่ได้รับการยืนยัน
big health benefits: ผลดีอย่างมากต่อสุขภาพ
health benefits หมายถึง “ผลดีต่อสุขภาพ” ในที่นี้ big ใช้เน้นระดับ ดังนั้น big health benefits จึงหมายถึงประโยชน์ที่มากหรือสำคัญต่อสุขภาพ ความหมายของ benefits ถูกกำหนดโดยคำนาม health ในวลีนี้ benefits หมายถึง “ประโยชน์” ไม่ใช่สวัสดิการที่นายจ้างมอบให้พนักงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ผลดีต่อสุขภาพ”: Daily exercise can have big ____.
ดูคำตอบ
health benefits
Today, we'll be finding out whether these products are worth the money โน้ต
0:48วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่
finding out whether + อนุประโยค: หาคำตอบว่า...หรือไม่
finding out whether + อนุประโยค หมายถึงการหาคำตอบของคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ด้วยการตรวจสอบ ทดลอง หรือค้นหาข้อมูล whether ทำให้อนุประโยคที่ตามมากลายเป็นคำถามทางอ้อม เช่น whether these products are worth the money ในประโยคนี้ we'll be finding out นำเสนอการตรวจสอบว่าเป็นสิ่งที่รายการกำลังจะทำต่อไป ไม่ได้บอกว่าเรารู้อยู่แล้วว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้คุ้มเงิน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ find out whether + ประธาน + คำกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ find out ในรูปที่ถูกต้องร่วมกับ whether: The trial will help us ____ the battery lasts all day.
ดูคำตอบ
find out whether
worth the money: คุ้มเงิน
Worth the money หมายถึงผลิตภัณฑ์ บริการ หรือประสบการณ์นั้นให้คุณภาพหรือประโยชน์มากพอที่จะสมเหตุสมผลกับราคา สิ่งนั้นยังอาจมีราคาแพงได้ ประเด็นคือสิ่งที่ได้รับเหมาะสมกับเงินที่จ่ายไป worth เป็นคำคุณศัพท์ในที่นี้ ใช้โครงสร้าง be worth + นามวลี ดังนั้น these products are worth the money จึงเป็นโครงสร้างที่ถูกต้อง worth ตามด้วย the money โดยตรงโดยไม่ใช้ of
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าบัตรรายปีให้คุณค่าคุ้มกับราคา?
- This annual pass is worth the money.
- This annual pass worths the money.
- This annual pass is worth of the money.
ดูคำตอบ
This annual pass is worth the money.
and can really help us eat more healthily. ไวยากรณ์
0:51และมันช่วยให้เรากินได้สุขภาพดีขึ้นจริงๆ หรือเปล่า
help us eat more healthily: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to
โครงสร้าง help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งช่วยให้อีกคนทำการกระทำบางอย่างได้ง่ายขึ้น ใน help us eat คำว่า us เป็นกรรมซึ่งหมายถึงผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ eat เป็นกริยารูปพื้นฐานที่บอกการกระทำ more healthily บอกลักษณะการกินว่ากินอย่างดีต่อสุขภาพมากขึ้น ส่วน help us to eat ก็ถูกไวยากรณ์ แต่ภาษาอังกฤษสมัยใหม่มักละ to หลัง help โดยเฉพาะในภาษาพูดทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานที่ให้ไว้ในวงเล็บ: This guide can help families ____ healthier meals. (plan)
ดูคำตอบ
plan
Yes, and don't forget to go to our website for a transcript of this programme
0:55ใช่ครับ และอย่าลืมเข้าไปที่เว็บไซต์ของเราเพื่ออ่านสคริปต์ของรายการนี้
to read along and a worksheet to test what you've learned. กริยาวลี
0:59ไปพร้อมๆ กัน และมีแบบฝึกหัดเพื่อทดสอบสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ด้วยนะ
read along: อ่านตามข้อความด้วยจังหวะเดียวกัน
read along หมายถึงอ่านตามคำที่เขียนไว้ขณะที่มีคนพูด หรือขณะที่เสียงบันทึกหรือวิดีโอดำเนินเนื้อหาเดียวกัน ในที่นี้เป็นการบอกให้ผู้ฟังดูบทถอดเสียงไปพร้อมกับการฟัง along เพิ่มความหมายว่าให้ตามสิ่งอื่นด้วยจังหวะเดียวกัน สามารถอ่านในใจได้ ดังนั้น read along เองไม่ได้แปลว่าอ่านออกเสียง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดหมายถึงการตามคำที่เขียนไว้ด้วยจังหวะเดียวกับเสียง โดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
- read along — ตามข้อความด้วยจังหวะเดียวกับเสียง
- read aloud — พูดคำที่เขียนไว้ออกเสียง
- read ahead — อ่านล่วงหน้าไปยังส่วนหลังของข้อความ
ดูคำตอบ
read along — ตามข้อความด้วยจังหวะเดียวกับเสียง
Let's start with: การเริ่มหัวข้อแรก
Let's start with + คำนามหรือวลีคำนาม ใช้เปิดสิ่งแรกที่จะทำหรือพูดถึงในกิจกรรมหรือการอภิปราย ในประโยคนี้ a question เป็นส่วนแรกของแบบทดสอบ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยบอกผู้ฟังว่าจะเริ่มจากตรงไหน ในที่นี้ with ชี้ไปที่เนื้อหาที่จะเริ่ม ไม่ได้หมายถึงคนที่มาร่วมกับผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: ____ a quick warm-up.
ดูคำตอบ
Let's start with
In the UK, a popular oil to cook with is olive oil. ไวยากรณ์
1:08ในสหราชอาณาจักร น้ำมันที่นิยมใช้ทำอาหารคือน้ำมันมะกอก
to cook with: การอธิบายการใช้งานของ oil
ใน a popular oil to cook with วลี infinitive to cook with อยู่หลัง oil และอธิบายการใช้งานของมัน หมายถึงน้ำมันที่ผู้คนใช้ทำอาหารได้ คำนาม oil ที่อยู่ก่อนหน้าถูกเข้าใจว่าเป็นกรรมของ with เพราะความสัมพันธ์พื้นฐานคือ cook with oil เมื่อ oil มาอยู่หน้าวลี infinitive คำว่า with ยังคงอยู่ท้ายวลี รูปแบบเดียวกันที่เป็น “คำนาม + to-infinitive + บุพบท” สามารถใช้อธิบายสิ่งของหรือวัสดุที่มีประโยชน์อื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
วลีใดใช้รูปแบบเดียวกับ "oil to cook with" เพื่อหมายถึงปากกาที่สามารถใช้เขียนได้?
- a pen with writing
- a pen to be written
- a pen to write with
ดูคำตอบ
a pen to write with
go with Italy: การเลือกคำตอบ
ในประโยคนี้ go with Italy หมายถึง “เลือกอิตาลี” จากคำตอบที่มีอยู่ วลี go with ใช้บอกตัวเลือกที่ตัดสินใจเลือก ไม่ได้หมายถึงเดินทางไปด้วยกันในบริบทนี้ go with + ตัวเลือก เป็นรูปแบบภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติสำหรับบอกสิ่งที่เลือกในแบบทดสอบ การสั่งอาหาร และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ go with และตัวเลือกในวงเล็บ: I think I'll ____. (the blue one)
ดูคำตอบ
go with the blue one
Well, we'll find out if that's the right answer at the end of the programme. วลี
1:26เอาล่ะ เรามาดูว่าคำตอบนั้นถูกหรือไม่ในช่วงท้ายรายการนะครับ
at the end of the programme: ระบุส่วนท้าย
at the end of the programme ระบุตำแหน่งเวลาไว้ที่ส่วนท้ายของรายการ โครงสร้าง at the end of + เหตุการณ์หรือช่วงเวลา ตอบคำถามว่า “เมื่อไร” ด้วยการชี้ไปยังส่วนสุดท้ายของสิ่งนั้น ในที่นี้ วลีดังกล่าวบอกผู้ชมว่าจะยังไม่เปิดเผยคำตอบจนกว่ารายการจะเข้าสู่ส่วนท้าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการลงคะแนนจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการประชุม?
- We'll vote in the end.
- We'll finish the meeting before we vote.
- We'll vote at the end of the meeting.
ดูคำตอบ
We'll vote at the end of the meeting.
Now, lots of us are careful about the amount of fat we eat. วลี
1:31ปัจจุบันนี้ พวกเราหลายคนระมัดระวังเรื่องปริมาณไขมันที่รับประทานเข้าไป
be careful about + เรื่องที่ต้องใส่ใจ
Be careful about something หมายถึงใส่ใจบางสิ่งเป็นพิเศษเพราะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือตัดสินใจให้ดี ในประโยคนี้ สิ่งที่ผู้คนใส่ใจคือปริมาณไขมันที่กิน หลัง about ใช้ได้ทั้งนามวลี รูป -ing หรือวลีที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม เช่น careful about the cost, careful about sharing photos, careful about what you post บุพบทมาตรฐานสำหรับความหมายนี้คือ about ไม่ใช่ for
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่หายไปให้เป็นโครงสร้าง careful about: Leo is careful ____ what he posts online.
ดูคำตอบ
about
We might avoid fast food and treats like chocolate or cake, การใช้คำ
1:35เราอาจจะหลีกเลี่ยงฟาสต์ฟู้ดและของหวานอย่างช็อกโกแลตหรือเค้ก
treats like chocolate or cake: อาหารที่กินเพื่อความเพลิดเพลิน
ในที่นี้ treats เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงอาหารชิ้นเล็ก ๆ ที่ผู้คนกินเพื่อความเพลิดเพลินในฐานะของพิเศษ เช่น ช็อกโกแลตหรือเค้ก ส่วน like ใช้นำตัวอย่างและหมายถึง «อย่างเช่น» การเรียกอาหารว่า treat เน้นความเพลิดเพลินหรือการเป็นรางวัลที่ได้เป็นครั้งคราว คำนี้ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นไม่ดีต่อสุขภาพเสมอไป แม้ว่าบริบทจะจัดอาหารเหล่านี้ไว้กับอาหารที่บางคนอาจจำกัดก็ตาม ในที่นี้ treats เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยา treat ที่หมายถึงปฏิบัติต่อใครบางคนหรือให้การดูแล
แบบฝึกหัด
ในประโยค "We brought a few treats for the picnic," คำว่า treats น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- มื้ออาหารหลักที่กินทุกวัน
- วิธีปฏิบัติต่อผู้อื่น
- อาหารชิ้นเล็ก ๆ ที่น่ากินและนำมาเป็นของพิเศษ
ดูคำตอบ
อาหารชิ้นเล็ก ๆ ที่น่ากินและนำมาเป็นของพิเศษ
but lots of the fat we eat comes from the oils we cook with.
1:39แต่ไขมันหลายอย่างที่เรากินเข้าไปมาจากน้ำมันที่เราใช้ทำอาหาร
Yes, and some expensive oils claim to contain other vitamins that are good for us. วลี
1:43ใช่ครับ และน้ำมันราคาแพงบางชนิดก็อ้างว่ามีวิตามินอื่นๆ ที่ดีต่อเรา
good for us: การบอกว่าเป็นประโยชน์ต่อเรา
Good for + คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หมายถึงเป็นประโยชน์ต่อคนนั้นหรือสิ่งนั้น ในประโยคนี้ that are good for us ขยาย vitamins โดยบอกว่าวิตามินเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหรือความเป็นอยู่ที่ดีของเรา คำบุพบท for ระบุว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าวิตามินเหล่านั้นถูกเตรียมหรือสงวนไว้ให้เราโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใช้ good กับคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Regular exercise is ____.
ดูคำตอบ
good for us
It can be confusing: การยอมรับความสับสนอย่างนุ่มนวล
It can be confusing หมายถึงสถานการณ์หรือข้อมูลบางอย่างอาจเข้าใจยากในบางครั้ง Can be แสดงความเป็นไปได้หรือแนวโน้มทั่วไป จึงไม่ฟันธงเท่ากับ It is confusing ประโยคนี้ยังทำหน้าที่ด้านการสื่อสารด้วย คือยอมรับว่าผู้ฟังอาจเข้าใจยากโดยไม่กล่าวโทษ และสามารถใช้เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบายที่ชัดเจนขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าข้อความนี้เป็นจริงหรือไม่: “It can be confusing” ฟังดูไม่ฟันธงเท่ากับ “It is confusing.”
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
จริง
I'll tell you what: เกริ่นประเด็นถัดไปของผู้พูด
I'll tell you what เป็นวลีเกริ่นนำตายตัวในภาษาพูด ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “นี่คือประเด็นที่ฉันจะบอก” หรือ “ฟังนี่นะ” และเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะออกความเห็นโดยเน้นเป็นพิเศษ คำว่า what ไม่ใช่คำถามที่รอคำตอบ และไม่ได้มีกรรมหายไป ให้เข้าใจวลีทั้งหมดเป็นตัวบอกลำดับในบทสนทนาที่จัดระเบียบการพูดและชี้ไปยังสิ่งที่จะพูดต่อ
แบบฝึกหัด
I'll tell you what ทำหน้าที่อะไรใน “I'll tell you what, this plan might work”?
- สัญญาว่าจะอธิบายในภายหลัง
- เกริ่นความคิดเห็นถัดไปของผู้พูด
- ถามผู้ฟังว่าอยากพูดอะไร
ดูคำตอบ
เกริ่นความคิดเห็นถัดไปของผู้พูด
We have had an absolute wok-load of emails sent to [email protected] สำนวน
1:59เราได้รับอีเมลเข้ามาจำนวนมหาศาล (wok-load) เลยที่ส่งมายัง [email protected]
an absolute wok-load of: การเล่นคำเพื่อพูดเกินจริงเรื่องจำนวน
An absolute wok-load of เป็นการพูดเกินจริงแบบขบขัน หมายถึง “ปริมาณหรือจำนวนที่มากมหาศาล” วลีนี้ดัดแปลงจากรูปแบบไม่เป็นทางการที่คุ้นเคยอย่าง a load of และใช้ absolute เพื่อเพิ่มความรู้สึกว่ามีอยู่มากมาย wok คือกระทะสำหรับทำอาหาร ดังนั้น wok-load จึงเชื่อมกับหัวข้อน้ำมันปรุงอาหาร นี่เป็นมุกที่สร้างขึ้นเฉพาะบริบท ไม่ใช่หน่วยวัดที่ยอมรับกันหรือวลีตายตัวมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
“an absolute wok-load of emails” ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร?
- อีเมลจำนวนมหาศาลที่บรรยายด้วยมุกเกี่ยวกับการทำอาหาร
- อีเมลที่ถูกวางไว้ในกระทะว็อกจริง ๆ
- หน่วยมาตรฐานที่ใช้สำหรับนับอีเมล
ดูคำตอบ
อีเมลจำนวนมหาศาลที่บรรยายด้วยมุกเกี่ยวกับการทำอาหาร
wrote that for years, we were told to cook with polyunsaturated oils like sunflower oil. โน้ต
2:08เขียนมาบอกว่า เป็นเวลาหลายปีที่เราถูกบอกให้ทำอาหารด้วยน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนอย่างน้ำมันดอกทานตะวัน
for years: การสร้างภูมิหลังระยะยาว
“For years” แสดงว่าสถานการณ์ที่ตามมาดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำเป็นเวลานานโดยไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอน วลีนี้ตอบคำถามว่า “นานแค่ไหน” ไม่ใช่ “ปีใดบ้างอย่างเจาะจง” เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้จะสร้างภูมิหลังระยะยาวก่อนนำเสนอข้อมูลใหม่หรือข้อมูลที่ตรงกันข้าม จึงใช้ได้ดีในรูปแบบ “For years, X; but now Y”
แบบฝึกหัด
“for years” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “For years, the town used coal for heating, but now it uses solar power”?
- วลีนี้ระบุปีที่แน่นอนซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง
- วลีนี้บอกว่าเมืองใช้ถ่านหินเพียงครั้งเดียว
- วลีนี้สร้างภูมิหลังระยะยาวก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
วลีนี้สร้างภูมิหลังระยะยาวก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง
were told to: การได้รับคำสั่งหรือคำแนะนำ
“Were told to + คำกริยารูปพื้นฐาน” เป็นรูปถูกกระทำของ “tell someone to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ในที่นี้ “to cook” ระบุการกระทำที่ผู้คนได้รับคำสั่งหรือคำแนะนำให้ทำ รูปถูกกระทำเน้นผู้รับข้อมูลคือ “we” และไม่ระบุแหล่งที่มา ใช้เมื่อคำสั่งหรือคำแนะนำสำคัญกว่าผู้ที่ให้ข้อมูลนั้น
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำให้เป็นรูปถูกกระทำ แล้วเติมช่องว่าง: “The guide told us to wait by the gate.” “We ____ wait by the gate.”
ดูคำตอบ
were told to
polyunsaturated oils: หมวดหมู่ทางโภชนาการ
Polyunsaturated oils หมายถึงน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง ในทางโภชนาการ polyunsaturated หมายความว่ากรดไขมันมีพันธะคู่คาร์บอน-คาร์บอนมากกว่าหนึ่งพันธะ วลีนี้จึงเป็นชื่อหมวดหมู่ทางเคมีและโภชนาการ ไม่ใช่ยี่ห้อหรือวิธีปรุงอาหาร ในประโยคนี้ sunflower oil ถูกยกเป็นตัวอย่างของน้ำมันในหมวดหมู่นี้ ถ้อยคำนี้ใช้จำแนกน้ำมันเท่านั้น และไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าน้ำมันนั้นดีหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
แบบฝึกหัด
polyunsaturated oils ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ยี่ห้อน้ำมันดอกทานตะวัน
- วิธีปรุงอาหารด้วยไฟอ่อน
- หมวดหมู่ทางโภชนาการที่จำแนกตามองค์ประกอบกรดไขมันของน้ำมัน
ดูคำตอบ
หมวดหมู่ทางโภชนาการที่จำแนกตามองค์ประกอบกรดไขมันของน้ำมัน
But now, all the YouTube doctor experts are telling us seed oils are harmful. การใช้คำ
2:14แต่ตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นหมอในยูทูบทุกคนต่างบอกเราว่าน้ำมันพืชจากเมล็ดนั้นอันตราย
YouTube doctor experts: คำเรียกไม่เป็นทางการที่สื่อความสงสัย
YouTube doctor experts เป็นกลุ่มคำนามที่นำมาต่อกันแบบไม่เป็นทางการ เพื่อเรียกคนใน YouTube ที่ให้คำแนะนำทางการแพทย์ในฐานะแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ คำนี้ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการ และตัวถ้อยคำเองก็ไม่ได้ยืนยันคุณวุฒิของใคร เมื่ออยู่หลัง all the วลีนี้จะรวมคนเหล่านี้ให้ดูเป็นกระแสออนไลน์กลุ่มใหญ่ คำเรียกที่ไม่ธรรมดานี้อาจฟังดูสงสัยหรือดูแคลนเล็กน้อย ผู้พูดจึงกำลังถ่ายทอดคำกล่าวของคนเหล่านั้นแบบเว้นระยะห่าง ไม่ได้ระบุกลุ่มวิชาชีพอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เลือกข้อวินิจฉัยที่ถูกต้องเกี่ยวกับ YouTube doctor experts ในประโยคนี้
- ตำแหน่งทางการแพทย์ที่เป็นทางการและเป็นกลาง
- คำเรียกไม่เป็นทางการที่อาจสื่อความสงสัย
ดูคำตอบ
คำเรียกไม่เป็นทางการที่อาจสื่อความสงสัย
seed oils: น้ำมันที่ทำจากเมล็ดพืช
seed oils เป็นคำเรียกหมวดหมู่ของน้ำมันที่ทำจากเมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวันหรืองา คำนี้บอกว่าน้ำมันมาจากอะไร ไม่ได้หมายถึง “น้ำมันที่เป็นอันตราย” ในประโยคนี้ harmful เป็นข้อกล่าวอ้างอีกส่วนหนึ่งจากผู้แสดงความคิดเห็นออนไลน์ นอกจากนี้ seed oils ก็ไม่ได้มีความหมายเหมือนน้ำมันพืชทุกชนิด เพราะน้ำมันจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะกอก มาจากผลเป็นหลัก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ seed oils ใช้เรียกอะไร?
- น้ำมันทุกชนิดที่มาจากพืช
- หมวดหมู่น้ำมันที่ทำจากเมล็ดพืช
- น้ำมันที่ชื่อของมันเองหมายถึงเป็นอันตราย
ดูคำตอบ
หมวดหมู่น้ำมันที่ทำจากเมล็ดพืช
They advocate consuming extra virgin olive oil, การใช้คำ
2:18พวกเขาสนับสนุนให้บริโภคน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
advocate consuming: advocate + gerund
advocate consuming หมายถึงสนับสนุนหรือเสนออย่างเปิดเผยให้กินหรือใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง advocate เป็นทางการกว่าการพูดเพียงว่า like และมักใช้แสดงจุดยืนในการอภิปรายสาธารณะ ในที่นี้ advocate เป็นคำกริยาที่ตามด้วย consuming ซึ่งเป็น gerund โดยตรง ตามโครงสร้าง advocate doing something ไม่ต้องเติม to หน้าคำกริยาที่ตามมาในโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ advocate แล้วตามด้วย gerund ของ use: The organization ____ reusable containers.
ดูคำตอบ
advocates using
extra virgin olive oil: ชื่อระดับคุณภาพอาหารที่ใช้ตายตัว
extra virgin olive oil เป็นชื่อที่ใช้ตายตัวบนฉลากอาหารเพื่อระบุระดับคุณภาพของน้ำมันมะกอก น้ำมันชนิดนี้ผลิตโดยตรงจากผลมะกอกด้วยวิธีเชิงกลและต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพ ในชื่อภาษาอังกฤษนี้ extra virgin ทำหน้าที่เป็นกลุ่มคำเดียวที่ขยาย olive oil จึงไม่ควรนำความหมายทั่วไปของ extra และ virgin มาแปลแยกคำแล้วรวมกัน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงสิ่งที่ผู้คนสนับสนุนให้บริโภค ชื่อระดับคุณภาพบอกว่าเป็นน้ำมันชนิดใด แต่ตัวชื่อเองไม่ได้หมายความว่าน้ำมันนี้ดีที่สุดสำหรับการปรุงอาหารทุกวิธี
แบบฝึกหัด
บนฉลากอาหาร extra virgin olive oil เป็นชื่อของอะไร?
- น้ำมันมะกอกในขวดที่ไม่เคยเปิด
- น้ำมันมะกอกที่เติมส่วนผสมพิเศษ
- ระดับคุณภาพของน้ำมันมะกอกที่ได้รับการยอมรับ
ดูคำตอบ
ระดับคุณภาพของน้ำมันมะกอกที่ได้รับการยอมรับ
but as I understand it, that's not suitable for frying a fish. โน้ต
2:21แต่เท่าที่ผมเข้าใจนะ มันไม่เหมาะเอามาทอดปลาเลย
as I understand it: บอกความเข้าใจของตนอย่างระมัดระวัง
As I understand it หมายถึง “ตามความเข้าใจของฉันในตอนนี้” วลีนี้วางกรอบให้ข้อความทั้งหมดที่ตามมาเป็นการตีความของผู้พูด จึงทำให้ข้อความฟังดูไม่แน่นอนเกินไปและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแก้ไขได้ คำสรรพนาม it กล่าวถึงเรื่องหรือสถานการณ์ที่กำลังพูดถึงโดยรวม วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “ฉันเข้าใจเรื่องนี้ทั้งหมดแล้ว” แต่ใช้บอกขอบเขตของสิ่งที่ผู้พูดเชื่ออยู่ในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
ใน “As I understand it, the museum is closed on Mondays,” วลีเปิดประโยคสื่อถึงอะไร?
- ผู้พูดมั่นใจว่าข้อความนี้เป็นความจริงอย่างแน่นอน
- นี่คือความเข้าใจในปัจจุบันของผู้พูดและอาจได้รับการแก้ไข
- ผู้พูดไม่เข้าใจหัวข้อนี้เลย
ดูคำตอบ
นี่คือความเข้าใจในปัจจุบันของผู้พูดและอาจได้รับการแก้ไข
suitable for frying: โครงสร้าง suitable for + รูป -ing
Suitable for frying หมายถึง “เหมาะสำหรับใช้ทอด” ในโครงสร้าง suitable for + คำนามหรือรูป -ing คำว่า for ใช้นำหน้าจุดประสงค์ ส่วน frying ระบุกิจกรรม ในประโยคนี้ not suitable for frying บอกว่าน้ำมันชนิดนั้นไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับวิธีปรุงอาหารนี้ โครงสร้างเดียวกันใช้ประเมินได้ว่าเครื่องมือ วัสดุ หลักสูตร สถานที่ หรือผลิตภัณฑ์เหมาะกับจุดประสงค์ใดหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในประโยค: This pan is suitable ____ frying eggs.
ดูคำตอบ
for
Also, I hear that over a certain temperature, olive oil turns harmful. โน้ต
2:24แถมผมยังได้ยินมาว่า หากอุณหภูมิสูงเกินกำหนด น้ำมันมะกอกจะกลายเป็นอันตรายได้
over a certain temperature: การเกินเกณฑ์อุณหภูมิ
Over a certain temperature หมายถึง “สูงกว่าขีดจำกัดของอุณหภูมิที่ไม่ได้ระบุตัวเลข” ในที่นี้ over ใช้อธิบายเกณฑ์เชิงตัวเลข ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือสิ่งของ A certain temperature สื่อว่ามีจุดตัดเฉพาะอยู่ แม้ผู้พูดจะไม่ได้บอกตัวเลข วลีที่ขึ้นต้นประโยคนี้กำหนดเงื่อนไขที่กล่าวว่าผลลัพธ์ถัดไปจะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ใน "Over a certain temperature, the device shuts down," คำว่า over หมายถึงอะไร
- ที่อุณหภูมิแน่นอนเพียงค่าเดียว
- สูงกว่าขีดจำกัดของอุณหภูมิที่ไม่ได้ระบุตัวเลข
- อยู่เหนือเทอร์โมมิเตอร์ในเชิงตำแหน่ง
ดูคำตอบ
สูงกว่าขีดจำกัดของอุณหภูมิที่ไม่ได้ระบุตัวเลข
turns harmful: turn + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาพ
ในที่นี้ turns harmful หมายถึง “เปลี่ยนไปจนกลายเป็นอันตราย” turn ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ harmful เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพผลลัพธ์ ในที่นี้ turn ไม่ได้แปลว่า “หมุน” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn + คำคุณศัพท์ ซึ่งเน้นการเปลี่ยนไปสู่สภาพใหม่ มักเกิดหลังปัจจัยกระตุ้น เช่น ความร้อนหรือเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ turn และคำคุณศัพท์ red: The sky ____ just before sunset.
ดูคำตอบ
turned red
What the heck do I use for frying and roasting? น้ำเสียง/เจตนา
2:29แล้วบ้าอะไรเนี่ย (what the heck) ผมควรใช้อะไรสำหรับการทอดและย่างดีล่ะ?
What the heck: การเพิ่มอารมณ์ให้กับคำถาม
ใน What the heck...? คำว่า the heck เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่อยู่ในประโยคคำถาม คำนี้เพิ่มความสับสนอย่างมาก ความประหลาดใจ หรือความหงุดหงิดเล็กน้อย จึงทำให้คำถามไม่ได้มีน้ำเสียงเป็นกลางทั้งหมด ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ฉันควรใช้อะไรกันแน่?” ด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกติดขัดหรือหงุดหงิด Heck เป็นคำแทน hell ที่เบากว่า แต่ก็ยังทำให้คำถามฟังเป็นกันเองและมีอารมณ์ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในอีเมลทางการถึงลูกค้า 'What the heck is causing this delay?' เป็นคำถามที่มีน้ำเสียงเป็นกลางอย่างเหมาะสม
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
Greg says that he's received a wok-load of emails.
2:32เกร็กบอกว่าเขาได้รับอีเมลจำนวนมหาศาล (wok-load)
A load of something: ปริมาณมากแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ a load of something หมายถึง “สิ่งใดสิ่งหนึ่งในปริมาณมาก” คำว่า load ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่กำลังขนย้ายจริง ๆ ในที่นี้ แต่วลีทั้งชุดเป็นสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ โครงสร้างคือ a load of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น a load of emails และ a load of work เมื่อเข้าใจรูปแบบนี้ ก็จะเข้าใจคำประสมเชิงขำขันอย่าง wok-load ได้เมื่อบริบทสื่อว่า “ปริมาณมากมาก”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ปริมาณมาก”: Before the school fair starts, we still have ____ work to do.
ดูคำตอบ
a load of
You'll also commonly hear the expression shed-load or truck-load. สำนวน
2:39คุณอาจจะคุ้นหูกับสำนวน shed-load หรือ truck-load บ่อยๆ เช่นกัน
shed-load หรือ truck-load: กล่าวเกินจริงว่ามีปริมาณมาก
shed-load และ truck-load นำ shed หรือ truck มาวางหน้า -load เพื่อให้เห็นภาพของปริมาณที่มากมาก ในประโยคนี้ ทั้งสองคำเป็นสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายความว่าโรงเก็บของหรือรถบรรทุกเต็มจริง ๆ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้สร้างคำแบบขำขันกับคำนามอื่นได้ เช่น wok-load เมื่อบริบททำให้เข้าใจมุกได้ชัดเจน คำประสมบางคำเป็นที่ยอมรับมากกว่าคำอื่น ดังนั้นรูปที่เพิ่งสร้างขึ้นอาจฟังดูขบขันมากกว่าจะเป็นคำมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
ในข้อความแบบไม่เป็นทางการ มีคนเขียนว่า “We've had a truck-load of complaints today.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขารู้น้ำหนักที่แน่นอนของข้อร้องเรียน
- พวกเขาต้องใช้รถบรรทุกเพื่อส่งข้อร้องเรียนแต่ละรายการ
- พวกเขาได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากมาก
ดูคำตอบ
พวกเขาได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากมาก
These are used to emphasize how much of something there is.
2:43พวกนี้ใช้เพื่อเน้นย้ำว่ามีของบางอย่างจำนวนมากแค่ไหน
Yes, and Greg uses wok-load as a fun expression because he's talking about cooking oils
2:46ใช่ครับ และเกร็กใช้คำว่า wok-load เป็นสำนวนสนุกๆ เพราะเขากำลังพูดถึงน้ำมันทำอาหาร
Greg reads one of the emails from a confused listener,
2:54เกร็กอ่านหนึ่งในอีเมลจากผู้ฟังที่กำลังสับสน
you. These videos advocate using extra-virgin olive oil.
3:03คุณ วิดีโอเหล่านี้สนับสนุนให้ใช้น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
argue that: เสนอและสนับสนุนข้ออ้าง
ในที่นี้ argue that หมายถึงการเสนอหรือสนับสนุนข้ออ้าง ไม่ได้หมายถึงการทะเลาะกัน อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกเนื้อหาของข้ออ้างนั้น: oils like sunflower oil are bad for you. ใช้ argue that เพื่อถ่ายทอดจุดยืนของบุคคล บทความ รายงาน หรือวิดีโอ สำนวนนี้มักสื่อว่าจุดยืนนั้นมีเหตุผลรองรับ จึงมีน้ำหนักมากกว่าการบอกเพียงว่าใครสักคนกล่าวถึงบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ argue that: The article ____ daily reading builds vocabulary.
ดูคำตอบ
argues that
bad for you: เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือความเป็นอยู่
Bad for you หมายถึงเป็นอันตรายหรือไม่ดีต่อสุขภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายคำกล่าวอ้างว่าน้ำมันเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้คน for ระบุคนหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นถูกมอบ “ให้คุณ” ใช้รูปแบบ be bad for + คนหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ เช่น bad for children, bad for your eyes หรือ bad for the environment ส่วนรูปแบบที่มีความหมายตรงข้ามคือ be good for
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า การนอนน้อยเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ
- Too little sleep is bad with you.
- Too little sleep is bad to you.
- Too little sleep is bad for you.
ดูคำตอบ
Too little sleep is bad for you.
If you advocate something, you encourage people to use it.
3:08หากคุณ 'advocate' (สนับสนุน) บางสิ่ง คุณก็กำลังส่งเสริมให้คนใช้มัน
But Alastair has also heard bad things about olive oil
3:12แต่คุณอลาสตาร์ก็เคยได้ยินเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับน้ำมันมะกอกมาเหมือนกัน
He asks, what the heck can he use for roasting and frying?
3:18เขาจึงถามว่า แล้วเขาจะใช้อะไรบ้าอะไรเนี่ย (what the heck) มาย่างหรือทอดได้บ้าง?
What the heck is an informal phrase we can use to express frustration or surprise.
3:22What the heck เป็นวลีที่ไม่เป็นทางการที่เราใช้แสดงความหงุดหงิดหรือประหลาดใจ
It does seem like there's a lot of advice about cooking oils น้ำเสียง/เจตนา
3:27ดูเหมือนว่าจะมีคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับน้ำมันทำอาหารจริงๆ นะ
It does seem like: ใช้ does เน้น seem
ใน It does seem like... คำว่า does ใช้เน้นน้ำเสียง รูปที่เป็นกลางกว่าคือ It seems like... เมื่อเติม does ผู้พูดแสดงว่าตนยอมรับความรู้สึกนั้นอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ อย่างไรก็ตาม seem ยังบอกว่านี่เป็นความรู้สึกจากหลักฐานที่มี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว does ในที่นี้จึงใช้เสริมการยอมรับของผู้พูดต่อความรู้สึกนั้น ไม่ได้เป็นเพียงคำช่วยที่มาเติมตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเน้นย้ำของ It seems like: ____ the schedule is too tight.
ดูคำตอบ
It does seem like
not everyone agrees: การปฏิเสธเพียงบางส่วน
Not everyone agrees หมายความว่าความเห็นไม่ได้ตรงกันทั้งหมด อย่างน้อยหนึ่งคนไม่เห็นด้วย แต่คนอื่นบางคนอาจเห็นด้วย โครงสร้าง not + everyone เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน ในที่นี้ วลีดังกล่าวใช้สรุปคำแนะนำหลายอย่างที่ขัดแย้งกันอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนไม่เห็นด้วย และไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเห็นด้วยเลย
แบบฝึกหัด
Not everyone agrees with the plan หมายความว่าอย่างไร?
- อย่างน้อยหนึ่งคนไม่เห็นด้วยกับแผน แต่คนอื่นอาจเห็นด้วย
- ทุกคนเห็นด้วยกับแผน
- ไม่มีใครเห็นด้วยกับแผน
ดูคำตอบ
อย่างน้อยหนึ่งคนไม่เห็นด้วยกับแผน แต่คนอื่นอาจเห็นด้วย
Yes, and some of the advice is to use very expensive options such as coconut oil and avocado oil. ลำดับความ
3:32ใช่ครับ และคำแนะนำบางอย่างก็บอกให้ใช้ทางเลือกที่ราคาแพงมาก เช่น น้ำมันมะพร้าวและน้ำมันอะโวคาโด
such as: การยกตัวอย่างที่ชัดเจน
ในประโยคนี้ such as ใช้นำตัวอย่างที่ทำให้ very expensive options ชัดเจนขึ้น โดย coconut oil และ avocado oil เป็นตัวอย่างสองอย่างในกลุ่มที่กว้างกว่านั้น โดยปกติ such as ใช้ยกตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงรายการทั้งหมด ใช้โครงสร้าง หมวดหมู่ทั่วไป + such as + ตัวอย่างหนึ่งอย่างขึ้นไป เพื่อเปลี่ยนข้อมูลกว้าง ๆ ให้เป็นข้อมูลที่เป็นรูปธรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ such as ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่า coats and gloves เป็นตัวอย่างของ warm clothes?
- We need warm clothes because coats and gloves keep us warm.
- We need warm clothes instead of coats and gloves.
- We need warm clothes such as coats and gloves.
ดูคำตอบ
We need warm clothes such as coats and gloves.
People who advocate using these oils say they are wonder products. การใช้คำ
3:38ผู้ที่สนับสนุนให้ใช้น้ำมันเหล่านี้บอกว่าพวกมันเป็นผลิตภัณฑ์สุดมหัศจรรย์ (wonder products)
wonder products: คำกล่าวอ้างเชิงโฆษณา
Wonder products หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นมากจนเกือบเหมือนมีพลังวิเศษ ในที่นี้ wonder ขยายคำว่า products ไม่ได้หมายถึงรู้สึกสงสัยหรืออยากรู้ วลีนี้ถ่ายทอดคำเรียกเชิงบวกและมีน้ำเสียงโฆษณาอย่างมาก โดยบอกว่าผู้สนับสนุนนำเสนอน้ำมันเหล่านี้อย่างไร ไม่ได้หมายความว่าประโยชน์ที่กล่าวอ้างได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The company calls the filter a wonder product. wonder product มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?
- ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบว่ามีไว้ทำอะไร
- ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้คนอยากรู้
- ผลิตภัณฑ์ที่ถูกโฆษณาว่ามีประโยชน์ทรงพลังเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
ผลิตภัณฑ์ที่ถูกโฆษณาว่ามีประโยชน์ทรงพลังเป็นพิเศษ
that is very effective or beneficial for people.
3:45ที่มีประสิทธิภาพหรือเป็นประโยชน์ต่อผู้คนอย่างมาก
But not everyone is convinced that expensive cooking oils are worth the money. น้ำเสียง/เจตนา
3:48แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อว่าน้ำมันทำอาหารราคาแพงนั้นคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
not everyone is convinced: การปฏิเสธเพียงบางส่วนเพื่อแสดงความเห็นต่าง
not everyone is convinced เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายความว่าอย่างน้อยมีบางคนที่ยังไม่เชื่อหรือยังสงสัยอยู่ ไม่ได้บอกว่าไม่มีใครยอมรับข้อความนั้นเลย โครงสร้าง not everyone + คำกริยา ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอความเห็นที่ไม่ตรงกันโดยไม่เหมารวมทั้งหมด ในประโยคนี้ convinced ตามด้วยอนุประโยค that ซึ่งระบุข้อความที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า น้ำมันปรุงอาหารราคาแพงคุ้มค่าเงิน
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: not everyone is convinced หมายความว่าไม่มีใครเชื่อเลย
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
Nita Forouhi is professor of population health and nutrition at the University of Cambridge. การใช้คำ
3:53นิตา ฟอโรฮี เป็นศาสตราจารย์ด้านสุขภาพประชากรและโภชนาการจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
population health and nutrition: สาขาวิชาที่ศึกษาสุขภาพในระดับกลุ่ม
population health and nutrition เป็นชื่อสาขาวิชาทางการที่ศึกษาสุขภาพและอาหารของคนในระดับกลุ่ม คำว่า population ในที่นี้หมายถึงกลุ่มคนที่ศึกษา ไม่ใช่จำนวนคนในสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุสาขาความเชี่ยวชาญของศาสตราจารย์ จึงบอกว่าความเชี่ยวชาญของเธอเกี่ยวกับรูปแบบ สาเหตุ และผลลัพธ์ในระดับกลุ่ม มากกว่าการรักษาบุคคลเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ population health and nutrition หมายถึงอะไร
- สาขาวิชาที่ศึกษาสุขภาพและอาหารของกลุ่มคน
- การรักษาทางการแพทย์สำหรับคนเพียงคนเดียว
- การนับจำนวนคนที่อาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
สาขาวิชาที่ศึกษาสุขภาพและอาหารของกลุ่มคน
And she talked to BBC Radio 4's Sliced Bread
3:59และเธอได้พูดคุยกับรายการ Sliced Bread ของ BBC Radio 4
host, Greg Foot, about expensive cooking oils like avocado oil.
4:02โดยคุยกับพิธีกร เกร็ก ฟุต เกี่ยวกับน้ำมันทำอาหารราคาแพงอย่างน้ำมันอะโวคาโด
justify the price tag: ทำให้ราคาดูสมเหตุสมผล
วลี justify the price tag หมายถึงการมีเหตุผลที่ดีพอทำให้ราคาดูสมเหตุสมผล โดยทั่วไปเป็นเพราะคุณภาพหรือประโยชน์ของสินค้าทำให้รู้สึกว่าคุ้มกับค่าใช้จ่าย ในคำถามนี้ might แสดงว่าผู้พูดกำลังถามว่าคุณสมบัติหรือข้อดีใดอาจทำเช่นนั้นได้ price tag ในที่นี้อาจหมายถึงราคาของสินค้าโดยรวม ไม่ได้หมายถึงป้ายราคาที่ติดอยู่กับสินค้าเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยครีวิวด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงทำให้ราคาดูสมเหตุสมผล: The laptop is expensive, but its special features may ____.
ดูคำตอบ
justify the price tag
Certainly, avocado oil is good for all the reasons mentioned.
4:10แน่นอนว่าน้ำมันอะโวคาโดนั้นดีด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา
worth justifying the cost: worth + gerund
ในที่นี้ worth ตามด้วยวลี gerund คือ justifying the cost โครงสร้าง be worth + -ing หมายถึงการกระทำนั้นคุ้มกับเวลา ความพยายาม หรือความยุ่งยากที่ต้องใช้ ในโครงสร้างนี้ต้องใช้ justifying หลัง worth ไม่ใช่ to justify หากตีความตามตัวอักษร คำถามนี้ถามว่าการพยายามแก้ต่างหรืออธิบายต้นทุนนั้นคุ้มค่าในตัวมันเองหรือไม่ ในบริบท คำถามยังแสดงความสงสัยด้วยว่าประโยชน์ที่ได้รับมากพอจะทำให้ต้นทุนดูสมเหตุสมผลหรือไม่
แบบฝึกหัด
ใช้ worth และรูป -ing ของ discuss เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The issue is difficult, but it is ____.
ดูคำตอบ
worth discussing
If you're a particular connoisseur of the taste it brings การใช้คำ
4:19ถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบรสชาติที่มันให้เป็นพิเศษ
connoisseur of: ความรู้ลึกและความสามารถในการชื่นชม
a connoisseur of something หมายถึงคนที่มีความรู้ลึก มีวิจารณญาณ และรู้จักชื่นชมสิ่งนั้นในด้านใดด้านหนึ่ง มักใช้กับเรื่องที่ต้องพิจารณาคุณภาพหรือรูปแบบ เช่น อาหาร ศิลปะ ดนตรี หรือไวน์ ในประโยคนี้ a connoisseur of the taste หมายถึงคนที่สังเกตและชื่นชมรสชาติที่น้ำมันเพิ่มเข้ามาได้เป็นพิเศษ คนคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในอาชีพ คำนี้มีความหมายเข้มกว่าและเป็นทางการกว่าการบอกเพียงว่าชอบรสชาตินั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Ravi is a connoisseur of classical music,” คำว่า connoisseur of หมายถึงอะไร
- คนที่รู้เรื่องดนตรีคลาสสิกมากและสามารถตัดสินกับชื่นชมดนตรีนั้นได้
- คนที่บรรเลงดนตรีคลาสสิกทุกประเภทเป็นอาชีพ
- คนที่เคยฟังดนตรีคลาสสิกหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ
คนที่รู้เรื่องดนตรีคลาสสิกมากและสามารถตัดสินกับชื่นชมดนตรีนั้นได้
knock yourself out: อนุญาตแบบไม่เป็นทางการว่าเชิญทำได้เลย
Knock yourself out เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง ถ้าอยากทำก็เชิญทำได้เลย เป็นการอนุญาตหรือบอกว่าผู้พูดไม่คัดค้าน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้ตัวเองหมดสติจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้แนะนำให้ซื้ออย่างจริงจัง ความหมายคือ ถ้าคุณชอบรสชาติและจ่ายไหว คุณก็เลือกได้ตามต้องการ สำนวนนี้อาจฟังดูเป็นมิตรหรือไม่ค่อยใส่ใจเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
ใน “If you want to paint the box purple, knock yourself out,” สำนวนนี้มักแสดงท่าทีแบบใด
- การอนุญาตแบบไม่เป็นทางการ: ถ้าอยากทำก็ทำได้เลย
- คำสั่งให้หยุดทาสีทันที
- คำเตือนว่าการทาสีเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ดูคำตอบ
การอนุญาตแบบไม่เป็นทางการ: ถ้าอยากทำก็ทำได้เลย
But there's lots of myths around these superfoods การใช้คำ
4:27แต่มีความเชื่อผิดๆ มากมายเกี่ยวกับซูเปอร์ฟู้ดเหล่านี้
myths around: แนวคิดที่แพร่หลายแต่น่าสงสัยเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง
ในประโยคนี้ myths หมายถึงแนวคิดที่ถูกพูดซ้ำอย่างแพร่หลายแต่ไม่จริง ชวนให้เข้าใจผิด หรือไม่มีหลักฐานที่ดีรองรับ ไม่ได้หมายถึงเรื่องเล่าโบราณเกี่ยวกับเทพเจ้าหรือวีรบุรุษ โครงสร้าง myths around + หัวข้อ เชื่อมความเชื่อที่ผิดเหล่านั้นเข้ากับเรื่องที่กำลังพูดถึง ในที่นี้หัวข้อคือ superfoods วลีนี้จึงชี้ถึงคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพที่น่าสงสัยเกี่ยวกับอาหารเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “There are many myths around sleep.” คำว่า myths around sleep น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- รายการข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนอนหลับที่พิสูจน์แล้ว
- แนวคิดเกี่ยวกับการนอนหลับที่แพร่หลายแต่น่าสงสัย
- ตำนานโบราณที่มีการนอนหลับเป็นตัวละคร
ดูคำตอบ
แนวคิดเกี่ยวกับการนอนหลับที่แพร่หลายแต่น่าสงสัย
and wonder oils and wonder this and that ลำดับความ
4:31รวมถึงพวกน้ำมันมหัศจรรย์และของมหัศจรรย์ต่างๆ นาๆ
superfoods: คำเรียกเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสุขภาพ ไม่ใช่หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์
Superfoods เป็นคำเรียกที่สื่อและการตลาดใช้กับอาหารที่ถูกนำเสนอว่ามีสารอาหารสูงเป็นพิเศษหรือมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างโดดเด่น คำนี้ไม่ใช่หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ที่มีนิยามชัดเจน ในประโยคนี้ การวาง superfoods ไว้คู่กับ wonder oils และ “wonder this and that” ทำให้คำนี้มีน้ำเสียงสงสัย ผู้พูดกำลังตั้งคำถามต่อคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพที่เกินจริง ไม่ได้ยืนยันว่าอาหารเหล่านี้มีพลังพิเศษ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: “Superfoods” เป็นหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการสำหรับอาหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
wonder this and that: การเหมารวมแบบไม่ค่อยให้คุณค่า
ใน wonder this and that คำว่า this and that เป็นคำที่ใช้แทนสิ่งต่าง ๆ แบบกว้าง ๆ ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ ผู้พูดขยายรายการจาก wonder oils ไปครอบคลุมสิ่งอื่นทั้งหมดที่โฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์ โดยไม่ต้องบอกชื่อทีละอย่าง รูปแบบ X this and X that ซึ่งบางครั้งย่อเป็น X this and that เมื่อบริบทชัดเจน เป็นการไล่รายการแบบไม่ค่อยให้คุณค่า สื่อได้ว่ามีป้ายชื่อหรือคำกล่าวอ้างคล้ายกันมากเกินกว่าจะเสียเวลาพูดซ้ำทั้งหมด จึงแสดงทั้งความรำคาญและความสงสัยในที่นี้
แบบฝึกหัด
wonder this and that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แยกหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์สองหมวดอย่างละเอียด
- บอกชื่อผลิตภัณฑ์สองอย่างที่ชื่อ This และ That
- รวมผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์ที่คล้ายกันหลายอย่างด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยให้คุณค่า
ดูคำตอบ
รวมผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์ที่คล้ายกันหลายอย่างด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยให้คุณค่า
and it's just all, I'm afraid, hogwash. สำนวน
4:34และฉันเกรงว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ (hogwash) ทั้งหมดเลยค่ะ
hogwash: การเรียกคำกล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง
hogwash เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงเรื่องไร้สาระหรือคำกล่าวอ้างที่ไม่มีความจริงหรือคุณค่า ในประโยคนี้ all ย้อนกลับไปหมายถึงคำกล่าวอ้างที่เพิ่งพูดถึง และ hogwash ใช้ปฏิเสธทั้งหมดรวมกัน คำนี้ไม่ได้เพียงบอกว่ามีข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่ยังแสดงความไม่เชื่อและการดูถูกอย่างชัดเจน I'm afraid ช่วยทำให้วิธีพูดนุ่มลงเล็กน้อย แต่คำตัดสินสุดท้ายยังคงตรงและแรง
แบบฝึกหัด
hogwash แสดงท่าทีอย่างไรในที่นี้?
- คำกล่าวอ้างเหล่านั้นถูกต้องบางส่วน แต่ต้องมีรายละเอียดเพิ่ม
- คำกล่าวอ้างเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง
- คำกล่าวอ้างเหล่านั้นน่าประหลาดใจแต่มีประโยชน์
ดูคำตอบ
คำกล่าวอ้างเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง
Nita says that avocado oil does have some health benefits, ไวยากรณ์
4:39นิตาบอกว่าน้ำมันอะโวคาโดมีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่บ้างจริงๆ
does have: การใช้ do เพื่อเน้นในประโยคบอกเล่า
does have เป็นรูปเน้นของ has ในที่นี้ ประโยคธรรมดาคือ avocado oil has some health benefits; การเติม does ทำให้ผู้พูดย้ำว่าประโยชน์เหล่านั้นมีอยู่จริง ในประโยคบอกเล่า do/does/did + กริยารูปพื้นฐานใช้เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง แก้ข้อสงสัย หรือยอมรับประเด็นที่เป็นจริงก่อนจะเติมข้อจำกัด ในที่นี้ does ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือการปฏิเสธ และ have ต้องคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง does
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ has: The plan ____ one clear advantage.
ดูคำตอบ
does have
but she's not sure they are worth the cost of a bottle.
4:42แต่เธอไม่แน่ใจว่ามันจะคุ้มค่ากับราคาต่อขวดไหม
are happy to spend: หมายถึงยินดีจ่าย ไม่ใช่แค่รู้สึกมีความสุข
are happy to spend ในที่นี้หมายถึง are willing to spend หรือยินดีที่จะจ่าย Happy บอกถึงการยอมรับการกระทำนั้นในทางบวก ไม่ได้แปลว่าคนคนนั้นรู้สึกสนุกหรือมีความสุขขณะจ่ายเงินเสมอไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be happy to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งแสดงความเต็มใจด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรและสบาย ๆ ในอนุประโยค if นี้ หมายถึงค่าใช้จ่ายนั้นเป็นเงื่อนไขที่คุณยอมรับได้ในการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
ใช้ happy to และ spend เพื่อแสดงความเต็มใจ: If you ____ the money, choose the larger room.
ดูคำตอบ
are happy to spend
The expression knock yourself out means go ahead.
4:50สำนวน 'knock yourself out' แปลว่า เชิญทำตามสบาย
But Nita is also concerned about all the health claims about expensive wonder products like avocado oil.
4:54แต่นิตาก็ยังกังวลเกี่ยวกับการกล่าวอ้างสรรพคุณทางสุขภาพทั้งหมดของผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์ราคาแพงอย่างน้ำมันอะโวคาโด
She says that many claims are hogwash.
5:01เธอบอกว่าคำกล่าวอ้างหลายอย่างเป็น hogwash (เรื่องเหลวไหล)
They're nonsense and products are not worth spending money on.
5:04พวกมันเป็นเรื่องไร้สาระและผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ไม่คุ้มที่จะเสียเงินซื้อ
OK. maybe I'll stick to my olive oil then. กริยาวลี
5:07โอเค งั้นฉันคงกลับไปใช้น้ำมันมะกอกของฉันเหมือนเดิมดีกว่า
stick to: ยังคงเลือกสิ่งเดิม
ในประโยคนี้ stick to หมายถึงใช้สิ่งที่เลือกไว้แล้วต่อไป แทนที่จะเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่น ผู้พูดอาจยังคงใช้น้ำมันมะกอก โครงสร้างคือ stick to + คำนามหรือรูป -ing ใช้พูดถึงการทำตามแผน กฎ นิสัย หรือทางเลือกเดิมต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำตามต่อไป”: We agreed on this route, so let's ____ it.
ดูคำตอบ
stick to
And that reminds me of your question, Neil. ลำดับความ
5:10และนั่นก็ทำให้ผมนึกถึงคำถามของคุณขึ้นมา นีล
that reminds me of: เชื่อมเรื่องปัจจุบันกับประเด็นก่อนหน้า
That reminds me of ใช้เชื่อมเรื่องที่กำลังพูดอยู่กับอีกเรื่องหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิด ในที่นี้ that หมายถึงสิ่งที่พูดไปก่อนหน้า ส่วน your question คือหัวข้อก่อนหน้านี้ที่ผู้พูดกำลังย้อนกลับไปหา ในฐานะคำเชื่อมบทสนทนา วลีนี้ทำให้การเปลี่ยนเรื่องดูต่อเนื่องแทนที่จะกะทันหัน โดยแนวคิดปัจจุบันนำไปสู่ประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนา That reminds me of your question ทำหน้าที่หลักอะไร?
- จบบทสนทนาโดยไม่เปลี่ยนหัวข้อ
- เชื่อมเรื่องที่กำลังพูดอยู่กับคำถามก่อนหน้าที่เกี่ยวข้อง
- บอกว่าคำถามนั้นตอบไม่ได้
ดูคำตอบ
เชื่อมเรื่องที่กำลังพูดอยู่กับคำถามก่อนหน้าที่เกี่ยวข้อง
Yes, I asked you which country produces the most olive oil.
5:12ใช่ ผมถามคุณว่าประเทศไหนผลิตน้ำมันมะกอกได้มากที่สุด
I'm afraid you are wrong: พูดแก้ให้ฟังนุ่มนวลขึ้น
ในประโยคนี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่ใช้เกริ่นการแก้คำตอบที่ไม่น่ายินดีว่า คำตอบของอีกฝ่ายผิด โครงสร้าง I'm afraid + อนุประโยค ทำให้ข่าวร้าย การไม่เห็นด้วย หรือการปฏิเสธฟังดูไม่ห้วนเกินไป แม้จะช่วยลดความแข็ง แต่ you are wrong ก็ยังเป็นการแก้ที่ค่อนข้างตรง
แบบฝึกหัด
ใน I'm afraid you are wrong คำว่า I'm afraid ทำหน้าที่อะไร
- เกริ่นการแก้ที่ไม่น่ายินดีอย่างสุภาพ
- บอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าคำตอบนั้นผิดหรือไม่
- บอกว่าผู้พูดกลัวคำตอบนั้น
ดูคำตอบ
เกริ่นการแก้ที่ไม่น่ายินดีอย่างสุภาพ
is in fact: แก้ด้วยคำตอบที่แท้จริง
ใน It is in fact Spain คำว่า in fact ทำให้ Spain เป็นคำตอบจริงที่ใช้แก้การเดาก่อนหน้า โดยจัดข้อมูลให้เป็นสิ่งที่มาแทนข้อมูลเดิม ไม่ใช่แค่เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ โครง X is in fact Y ใช้แทนข้อมูลที่ผิดด้วยข้อมูลที่ถูกต้องได้ดี in fact ยังใช้เน้นข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจได้ด้วย แต่ในที่นี้หน้าที่หลักคือการแก้ข้อมูล
แบบฝึกหัด
เติมคำแก้ข้อมูลด้วยสำนวนจากบทเรียน: The meeting ____ on Thursday, not Friday.
ดูคำตอบ
is in fact
programme, starting with a load of something,
5:26รายการนี้ เริ่มจาก 'a load of something' (จำนวนมาก)
let's recap: ส่งสัญญาณว่าจะทบทวนประเด็นก่อนหน้า
let's recap บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการให้ข้อมูลใหม่ไปเป็นการทบทวนประเด็นที่กล่าวไปแล้วแบบสั้น ๆ ในประโยคนี้ วลีนี้นำเข้าสู่การทบทวนคำศัพท์ของรายการ let's ทำให้การทบทวนฟังเหมือนเป็นสิ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังจะทำร่วมกัน ใช้ได้ทั้ง let's recap + คำนามหรือกลุ่มคำนาม อย่างในประโยคนี้ และ let's recap what/how/why...
แบบฝึกหัด
พิธีกรพูดว่า "Let's recap the three ideas we discussed." พิธีกรกำลังส่งสัญญาณว่าจะทำอะไร?
- การพักโดยไม่มีการทบทวน
- การทบทวนแนวคิดก่อนหน้าแบบสั้น ๆ
- หัวข้อใหม่ทั้งหมด
ดูคำตอบ
การทบทวนแนวคิดก่อนหน้าแบบสั้น ๆ
We also commonly hear shed-load and truck-load.
5:31เรายังมักได้ยินคำว่า shed-load และ truck-load อีกด้วย
If you advocate something, you encourage people to use it or do
5:34ถ้าคุณ 'advocate' (สนับสนุน) บางสิ่ง คุณก็สนับสนุนให้คนอื่นใช้หรือ
it. The expression what the heck is used to express frustration or surprise.
5:38ทำมัน สำนวน 'what the heck' (อะไรกันเนี่ย) ใช้เพื่อแสดงความหงุดหงิดหรือความประหลาดใจ
A wonder product is something that people think is very effective or beneficial.
5:43Wonder product คือสิ่งที่คนคิดว่ามีประสิทธิภาพหรือมีประโยชน์มากๆ
The expression knock yourself out means go ahead.
5:48สำนวน 'knock yourself out' แปลว่า เชิญทำตามสบายเลย
And if something is described as hogwash, it's nonsense or not true.
5:51และถ้าบางอย่างถูกอธิบายว่าเป็น 'hogwash' มันคือเรื่องไร้สาระหรือไม่เป็นความจริง
six minutes are up: เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว
Six minutes are up หมายความว่าช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว หรือเวลาหมดแล้ว ในการใช้เกี่ยวกับเวลา be up มีความหมายว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุด ไม่ได้หมายความว่านาทีอยู่ “ข้างบน” จริง ๆ ในประโยคนี้ six minutes เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are แต่ถ้าใช้ time ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์หรือนามนับไม่ได้ รูปที่พบบ่อยคือ time is up
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบกำหนดเวลาไว้ห้านาที ใช้ five minutes และรูปที่ถูกต้องของ be เพื่อเติมประกาศให้สมบูรณ์: Your ____, so please put down your pencils.
ดูคำตอบ
five minutes are up
Try the free interactive quiz on our website to test the vocabulary you've learned.
5:58ลองทำควิซแบบโต้ตอบฟรีบนเว็บไซต์ของเราเพื่อทดสอบคำศัพท์ที่คุณได้เรียนรู้ดูสิ