เอกภพกำลังขยายตัวไปสู่อะไร? - Sajan Saini: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดการขยายตัวของเอกภพจึงไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ภายนอกให้ขยายเข้าไป การสังเกตของฮับเบิลและการเปรียบเทียบกับขนมปังลูกเกดช่วยให้เห็นว่า เมื่อปริภูมิยืดออก กาแล็กซีจะห่างจากกันอย่างไร จากนั้นจึงกล่าวถึงแนวคิดพหุภพจากทฤษฎีเงินเฟ้อและเบรน ซึ่งยังเป็นเพียงแบบจำลองเชิงคาดการณ์เพราะมีหลักฐานโดยตรงน้อยมาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the further the galaxy, the faster it recedes. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ “the + comparative…, the + comparative…” เพื่อบอกว่าตัวแปรสองอย่างเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เช่น ยิ่งกาแล็กซีอยู่ไกล ความเร็วที่มันถอยห่างก็ยิ่งสูง โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งในการอธิบายข้อมูลวิทยาศาสตร์และการเปรียบเทียบทั่วไป 2. building blocks of the universe. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า “building blocks” เป็นคำเปรียบถึงองค์ประกอบพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงวัสดุก่อสร้างจริง ๆ และนำไปใช้เมื่อต้องอธิบายส่วนประกอบหลักของระบบทางวิทยาศาสตร์ องค์กร หรือแนวคิด 3. So far, though, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้คำเชื่อมนี้เพื่อเปรียบต่างสิ่งที่ทฤษฎีคาดการณ์ไว้กับหลักฐานที่มีอยู่จนถึงปัจจุบัน พร้อมจำกัดข้อสรุปอย่างระมัดระวังโดยไม่สื่อว่าการค้นพบในอนาคตเป็นไปไม่ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The universe began its cosmic life in a big bang nearly 14 billion years ago and has been expanding ever since. ไวยากรณ์
0:06จักรวาลเริ่มต้นชีวิตระดับจักรวาลในบิ๊กแบงเมื่อเกือบ 14,000 ล้านปีก่อน และขยายตัวมาตั้งแต่นั้น
has been expanding ever since: ดำเนินต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
has been expanding เป็นโครงสร้าง present perfect continuous: has been + รูปกริยา -ing โครงสร้างนี้นำเสนอการขยายตัวว่าเป็นกระบวนการที่เริ่มในอดีตและยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ever since หมายถึง “ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้” ในที่นี้คำนี้ย้อนกลับไปถึงบิกแบงและเชื่อมการขยายตัวมาจนถึงปัจจุบัน จึงไม่ได้บอกว่าการขยายตัวสิ้นสุดแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย present perfect continuous ของ grow แล้วตามด้วย ever since: The town began growing after the station opened and ____.
ดูคำตอบ
has been growing ever since
expanding into: ถามถึงจุดหมายหรือพื้นที่ของการขยายตัว
expand into โดยทั่วไปหมายถึง “เติบโตหรือแผ่ขยายเข้าไปในพื้นที่ บริเวณ หรือสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ” into ใช้ระบุจุดหมายหรือขอบเขตใหม่ที่การขยายตัวเข้าไปถึง ในคำถามนี้ ผู้พูดนำภาพจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันมาใช้กับเอกภพ กล่าวคือ หากบางสิ่งใหญ่ขึ้น ก็ดูเหมือนว่าต้องมีพื้นที่ภายนอกให้มันขยายเข้าไป คำถามนี้ยกสมมติฐานดังกล่าวขึ้นมา แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเอกภพอยู่ในภาชนะที่ใหญ่กว่า
แบบฝึกหัด
ในคำถาม “What is it expanding into?” คำว่า into ทำให้ผู้พูดถามถึงอะไร
- ความเร็วที่การขยายตัวเกิดขึ้น
- พื้นที่หรือขอบเขตที่รองรับการขยายตัว
- เวลาที่การขยายตัวหยุดลง
ดูคำตอบ
พื้นที่หรือขอบเขตที่รองรับการขยายตัว
as a kind of interconnected fabric for the universe. สำนวน
0:27ว่าเป็นเสมือนโครงสร้างที่เชื่อมโยงกันของจักรวาล
describe space and time as: โครงสร้าง describe X as Y
โครงสร้าง describe X as Y หมายถึง “นำเสนอ X ว่าเป็น Y ในคำอธิบาย” ในประโยคนี้ X คือ space and time และ Y คือ a kind of interconnected fabric as ใช้นำหน้าป้ายกำกับ แบบจำลอง หรือมุมมองที่ใช้เพื่ออธิบาย X ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในขณะที่” โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อคำนิยามหรือการเปรียบเทียบช่วยให้แนวคิดนามธรรมเห็นภาพได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง describe X as Y ให้สมบูรณ์: The article describes the brain ____ a complex network.
ดูคำตอบ
as
interconnected fabric ในฐานะอุปมาของระบบ
ใน interconnected fabric คำว่า fabric ใช้ในเชิงอุปมา โดยทำให้ปริภูมิและเวลาดูเหมือนเป็นโครงสร้างผืนเดียวคล้ายสิ่งทอที่ทุกส่วนเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ผ้าจริง อุปมานี้ช่วยให้เห็นภาพระบบที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น ในสำนวนอย่าง the fabric of a community คำว่า fabric ก็อาจหมายถึงโครงสร้างที่เชื่อมโยงและยึดส่วนต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
interconnected fabric ในประโยคต้นฉบับหมายถึงอะไร?
- ผ้าจริงที่แผ่กระจายอยู่ทั่วจักรวาล
- อุปมาถึงโครงสร้างทั้งระบบที่ส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน
- ส่วนของปริภูมิและเวลาที่แยกจากกันและไม่ส่งผลต่อกัน
ดูคำตอบ
อุปมาถึงโครงสร้างทั้งระบบที่ส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน
what we know of as X: การตั้งชื่อแนวคิดที่เข้าใจร่วมกัน
ในที่นี้ what we know of as space and time หมายถึงปรากฏการณ์หรือแนวคิดที่ผู้คนเข้าใจและเรียกว่าอวกาศและเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นนามวลีและเป็นประธานของ exists คำเรียง know of as นำเสนอแนวคิดที่มนุษย์คุ้นเคยภายใต้ชื่อหนึ่ง โดยชี้ไปยังสิ่งที่ถูกระบุด้วยชื่อนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เรารู้เกี่ยวกับอวกาศและเวลา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ what we know of as space and time หมายถึงอะไร
- ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ผู้คนเรียนรู้เกี่ยวกับอวกาศและเวลา
- เวลาที่ผู้คนค้นพบเป็นครั้งแรกว่าอวกาศมีอยู่
- ปรากฏการณ์ที่ผู้คนเข้าใจและเรียกว่าอวกาศและเวลา
ดูคำตอบ
ปรากฏการณ์ที่ผู้คนเข้าใจและเรียกว่าอวกาศและเวลา
there is no such thing as X: การปฏิเสธว่าแนวคิดหนึ่งมีอยู่
There is no such thing as X เป็นรูปประโยคตายตัวที่บอกว่า X ไม่มีอยู่จริงในฐานะสิ่งหนึ่งหรือประเภทแนวคิดที่ใช้ได้ รูปนี้มักโต้แย้งสมมติฐานได้หนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่าไม่มี X อยู่ในสถานที่หนึ่ง ในที่นี้ X คือวลีเต็ม space to expand into ส่วน to expand into ขยายความ space และบอกถึงพื้นที่ภายนอกที่สมมติว่ามีไว้ให้เอกภพขยายเข้าไป ประโยคนี้ไม่ได้ปฏิเสธพื้นที่ภายในเอกภพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสี่คำที่หมายความว่าสิ่งประเภทนี้ไม่มีอยู่: There is ____ a perfect first draft.
ดูคำตอบ
no such thing as
What does ... even mean?: ใช้ตั้งคำถามกับตัวแนวคิด
ใน What does expanding even mean? คำว่า even ทำให้คำถามหนักแน่นขึ้น ในที่นี้มีหน้าที่ใกล้กับ “กันแน่” หรือ “จริง ๆ แล้ว” คือผู้พูดกำลังถามถึงความหมายพื้นฐานที่สุดของแนวคิด expanding ไม่ได้ใช้ even ในความหมายว่า “ด้วย” หรือ “รวมถึงกรณีที่ไม่คาดคิด” โครงสร้าง What does X even mean? มักสื่อว่า X ไม่ชัดเจน หรือสมมติฐานเบื้องหลังยอมรับได้ยาก ดังนั้นจึงอาจฟังดูสงสัยหรือท้าทายมากกว่าคำถามกลาง ๆ อย่าง What does X mean?
แบบฝึกหัด
even ทำหน้าที่อะไรใน What does expanding even mean?
- แสดงว่าการขยายตัวสิ้นสุดลงแล้ว
- ทำให้คำถามหนักแน่นขึ้น โดยแสดงความสับสนหรือความสงสัยต่อแนวคิดในระดับพื้นฐาน
- หมายความว่าการขยายตัวเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากสิ่งอื่น
ดูคำตอบ
ทำให้คำถามหนักแน่นขึ้น โดยแสดงความสับสนหรือความสงสัยต่อแนวคิดในระดับพื้นฐาน
Edwin Hubble's astronomy observations gave us a definitive answer.
0:52การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ของ เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เรา
recede or move away from: คำทางการและคำอธิบายแบบง่าย
ในที่นี้ recede หมายถึง “ถอยห่าง” หรือ “อยู่ไกลออกไปกว่าเดิม” ใช้อธิบายว่ากาแล็กซีที่อยู่ไกลกำลังห่างจากโลกมากขึ้น ไม่ใช่คำที่ใช้ได้เฉพาะกับน้ำขึ้นน้ำลงหรือแนวชายฝั่งเท่านั้น คำว่า or move away from the Earth เป็นการกล่าวความหมายของ recede ซ้ำด้วยภาษาที่ใช้ทั่วไปมากกว่า ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่อีกแบบหนึ่ง คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักเสนอคำที่เป็นทางการก่อน แล้วใช้ or ตามด้วยวลีที่เข้าใจง่ายกว่า เพื่อให้ผู้อ่านอนุมานความหมายจากบริบทได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “or move away from the Earth” สัมพันธ์กับ “recede” อย่างไร?
- บอกการเคลื่อนที่ครั้งที่สองซึ่งไปในทิศตรงข้าม
- ใช้ภาษาที่ง่ายกว่าเพื่ออธิบาย recede
- จำกัดความหมายของ recede ไว้เฉพาะการเคลื่อนที่ของน้ำทะเล
ดูคำตอบ
ใช้ภาษาที่ง่ายกว่าเพื่ออธิบาย recede
the further ..., the faster ...: โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน
โครงสร้างคู่ the + คำเปรียบเทียบขั้นกว่า ..., the + คำเปรียบเทียบขั้นกว่า ... หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งหนึ่งเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของอีกสิ่งหนึ่ง เมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน อีกสิ่งก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในที่นี้ further บอกระยะห่างของกาแล็กซี และ faster บอกความเร็วในการถอยห่างของมัน the ทั้งสองคำเป็นคำบอกโครงสร้างที่ทำงานเป็นคู่กัน ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ ส่วนแรกเป็นรูปย่อ โดย the further the galaxy หมายถึง the further the galaxy is
แบบฝึกหัด
เติมคำบอกโครงสร้างที่จำเป็นสองคำเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์: ____ farther the signal travels, ____ weaker it becomes.
ดูคำตอบ
The · the
Consider a loaf of raisin bread rising in the oven. ลำดับความ
1:11ลองนึกถึงขนมปังลูกเกดที่กำลังฟูขึ้นในเตาอบ
Consider ...: การเปิดตัวอย่างหรือการทดลองทางความคิด
เมื่ออยู่ต้นคำอธิบาย Consider + นามวลีหรือสถานการณ์ หมายถึง “ลองคิดถึงตัวอย่างนี้” หรือ “ลองนึกภาพนี้” ในทางไวยากรณ์ เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ แต่ในที่นี้มีหน้าที่นำผู้ฟังเข้าสู่ตัวอย่าง ไม่ได้ขอให้ตัดสินใจ ขนมปังลูกเกดเป็นแบบจำลองที่เป็นรูปธรรมให้ผู้ฟังก่อนจะอธิบายแนวคิดนามธรรมเรื่องการขยายตัวของอวกาศ การใช้ Consider แบบนี้เป็นสัญญาณให้ใช้ภาพถัดไปเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย Consider ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: “Consider a city where every bus is free.”
- นึกภาพและคิดถึงตัวอย่างสมมตินี้
- ตัดสินใจว่าจะย้ายไปเมืองนี้หรือไม่
- นึกถึงเมืองที่เคยไปเยือน
ดูคำตอบ
นึกภาพและคิดถึงตัวอย่างสมมตินี้
The batter rises by the same amount between each and every raisin.
1:15แป้งจะฟูขึ้นในปริมาณที่เท่ากันระหว่างลูกเกดแต่ละเม็ด
think of A as a stand-in for B: มอง A ว่าเป็นตัวแทนของ B
รูปแบบ think of A as B หมายถึง “มอง A ว่าเป็น B ในคำอธิบายหรือจินตนาการ” ในที่นี้ A คือ raisins และ B คือ a stand-in for galaxies A stand-in for something คือคนหรือสิ่งของที่นำมาใช้แทนสิ่งอื่น ในแบบจำลองหรือการเปรียบเทียบ สิ่งนั้นสามารถเป็นตัวแทนของของจริงโดยไม่ได้แทนที่จริง ๆ ลูกเกดในที่นี้ช่วยให้เรานึกภาพกาแล็กซีได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ think of A as a stand-in for B: To read the map, ____ each blue square ____ a stand-in ____ one hospital.
ดูคำตอบ
think of · as · for
intergalactic space: อวกาศระหว่างกาแล็กซี
Intergalactic หมายถึง “ระหว่างกาแล็กซี” คำนี้ประกอบด้วย inter- ที่แปลว่า “ระหว่าง” และ galactic ที่แปลว่า “เกี่ยวกับกาแล็กซี” ดังนั้น intergalactic space คืออวกาศที่คั่นกาแล็กซีออกจากกัน ในนามวลี the stretching or expansion of intergalactic space คำว่า stretching และ expansion บอกชื่อกระบวนการ ส่วน of intergalactic space บอกว่าสิ่งใดกำลังขยายตัว วลีนี้หมายถึงอวกาศระหว่างกาแล็กซีที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่อวกาศภายในกาแล็กซีเดียว
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ intergalactic space?
- อวกาศภายในกาแล็กซีเดียว
- อวกาศระหว่างกาแล็กซี
- อวกาศรอบดาวเคราะห์หนึ่งดวง
ดูคำตอบ
อวกาศระหว่างกาแล็กซี
make the galaxies recede: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นเหตุให้อีกสิ่งหนึ่งทำการกระทำหรือเกิดผลบางอย่าง ในประโยคนี้ การยืดหรือการขยายตัวเป็นสาเหตุ the galaxies เป็นกรรม และ recede เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ หลัง make ในโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำ ต้องใช้กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ดังนั้นจึงใช้ make the galaxies recede ไม่ใช่ make the galaxies to recede ส่วน will แสดงว่าผลจากเหตุนี้จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือเป็นผลที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
ใช้กริยา expand ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Heat can make metal ____.
ดูคำตอบ
expand
recede a larger distance than the nearby ones: การเปรียบเทียบระยะทางที่ถอยห่าง
วลี a larger distance than ... เปรียบเทียบว่าสองกลุ่มถอยห่างไปไกลเท่าใดในช่วงเวลาเดียวกัน ในที่นี้ ดาราจักรเพื่อนบ้านที่อยู่ไกลถอยห่างเป็นระยะทางมากกว่าดาราจักรเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ โดย larger ขยาย distance ไม่ใช่ galaxies ใน the nearby ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ neighbors เพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ เนื่องจากกำหนดเวลาให้เท่ากัน ประโยคจึงเปรียบเทียบระยะทางที่เคลื่อนที่ ไม่ใช่ระยะเวลาที่เคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถอดความการเปรียบเทียบนี้ได้ถูกต้อง
- The far-away neighbors move a greater distance than the nearby neighbors in the same amount of time.
- The nearby neighbors move for a longer amount of time.
- The far-away neighbors are physically larger than the nearby neighbors.
ดูคำตอบ
The far-away neighbors move a greater distance than the nearby neighbors in the same amount of time.
Sure enough: ใช้บอกว่าสิ่งที่คาดไว้ได้รับการยืนยัน
Sure enough เป็นคำเชื่อมในเนื้อความที่หมายถึง “เป็นไปตามคาด” หรือ “ตรงกับที่เหตุผลก่อนหน้านี้ชี้ไว้” คำนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่ตามมายืนยันความคาดหมายที่วางไว้ก่อนประโยคนี้ เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยจุลภาค คำนี้ทำหน้าที่เชื่อมแนวคิดก่อนหน้าเข้ากับคำทำนายทางทฤษฎีที่สนับสนุนแนวคิดนั้น ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่ง “แน่นอนมากพอ”
แบบฝึกหัด
Sure enough ในตัวอย่างส่งสัญญาณถึงอะไร
- คำทำนายที่ตามมาตรงกับความคาดหมายก่อนหน้า
- สมการมีความแม่นยำมากพอที่จะใช้ได้
- ผู้พูดไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำทำนาย
ดูคำตอบ
คำทำนายที่ตามมาตรงกับความคาดหมายก่อนหน้า
a cosmic tug-of-war ระหว่างแรงโน้มถ่วงกับการขยายตัว
Tug-of-war มีความหมายตามตัวอักษรว่าเกมชักเย่อ ซึ่งสองทีมดึงปลายเชือกคนละด้านไปในทิศตรงข้ามกัน แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยนำเสนอแรงโน้มถ่วงและการขยายตัวว่าเป็นอิทธิพลสองด้านที่แข่งขันกันและทำงานในทิศตรงข้าม โครงสร้าง a tug-of-war between A and B ช่วยให้มองเห็นความขัดแย้งที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น ในภาพเปรียบเทียบนี้ แรงโน้มถ่วงมีแนวโน้มดึงสสารเข้าหากัน ส่วนการขยายตัวเพิ่มระยะห่างในระดับใหญ่ Cosmic บอกว่าการดึงกันนี้เกิดขึ้นในระดับจักรวาล ไม่ได้หมายความว่ามีใครเล่นชักเย่อจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง a cosmic tug-of-war บรรยายถึงอะไร
- การแข่งขันชักเย่อจริง ๆ ที่จัดขึ้นในอวกาศ
- การคำนวณที่ใช้วัดขนาดของจักรวาล
- การแข่งขันระหว่างแรงโน้มถ่วงกับการขยายตัวในฐานะอิทธิพลที่ตรงข้ามกัน
ดูคำตอบ
การแข่งขันระหว่างแรงโน้มถ่วงกับการขยายตัวในฐานะอิทธิพลที่ตรงข้ามกัน
It's only in the dark void between galaxies
1:49มีเพียงในความว่างเปล่าอันมืดมิดระหว่างกาแล็กซีเท่านั้น
where expansion wins out: จุดที่การขยายตัวเป็นฝ่ายชนะ
Win out หมายถึงประสบความสำเร็จหรือเป็นฝ่ายเหนือกว่าในท้ายที่สุด หลังจากมีการแข่งขัน ความขัดแย้ง หรือแรงกดดัน คำว่า out เพิ่มความหมายเรื่องผลลัพธ์สุดท้าย จึงเน้นการชนะหลังจากต่อสู้กันมากกว่าการบอกเพียงว่าบางสิ่ง wins ในที่นี้ where expansion wins out บรรยายบริเวณที่การขยายตัวของเอกภพมีผลมากกว่าแรงโน้มถ่วง วลีนี้นำเสนอปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์สองอย่างเหมือนเป็นแรงที่แข่งขันกัน และยังนำรูปแบบนี้ไปใช้กับความคิด ความรู้สึก หรือตัวเลือกได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb ที่หมายถึง “กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากกว่าในท้ายที่สุด” ลงในประโยค: After a long discussion, the safer plan ____.
ดูคำตอบ
won out
expanding unto itself: การขยายตัวไปสู่ตัวมันเอง
ในประโยคนี้ expanding unto itself เป็นวิธีพูดที่ตั้งใจให้เป็นทางการและกระชับ เพื่อบอกว่าการขยายตัวของเอกภพไม่มีจุดหมายภายนอก เอกภพไม่ได้ถูกวาดภาพว่ากำลังโตเข้าไปในภาชนะที่ใหญ่กว่า แต่เป็นอวกาศภายในเอกภพเองที่กำลังยืดออก Itself ย้อนกลับไปหมายถึง the universe ส่วน unto เพิ่มความรู้สึกเชิงวาทศิลป์ว่ามีทิศทางไปยังหรืออยู่ภายในสิ่งเดียวกันทั้งหมด แต่นี่ไม่ใช่ศัพท์วิทยาศาสตร์มาตรฐานหรือวลีที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
expanding unto itself เน้นความหมายใดในประโยคนี้?
- เอกภพกำลังขยายตัวโดยไม่มีสาเหตุทางกายภาพใด ๆ
- เอกภพกำลังเข้าสู่เอกภพที่สองซึ่งมีอยู่แล้ว
- อวกาศของเอกภพเองกำลังยืดออก ไม่ใช่เคลื่อนเข้าไปในภาชนะภายนอก
ดูคำตอบ
อวกาศของเอกภพเองกำลังยืดออก ไม่ใช่เคลื่อนเข้าไปในภาชนะภายนอก
That said ในฐานะคำเชื่อมที่ยอมรับประเด็นก่อนหน้า
That said เป็นวลีเชื่อมความแบบคงรูปที่มีความหมายว่า “แม้จะเพิ่งพูดไปอย่างนั้น” หรือ “ถึงอย่างนั้นก็ตาม” วลีนี้ยอมรับประเด็นก่อนหน้า แล้วส่งสัญญาณว่าแนวคิดถัดไปจะเพิ่มข้อจำกัด ข้อยกเว้น หรือมุมมองอื่น ในที่นี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดลำดับเหตุผลโดยบอกว่ากำลังเปลี่ยนจากข้อสรุปก่อนหน้าไปสู่มุมมองใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่นักจักรวาลวิทยายังคงสำรวจอยู่ ให้เข้าใจ That said เป็นวลีเชื่อมหนึ่งชุด ไม่ใช่คำบอกเล่าตามตัวอักษรว่ามีบางอย่างถูกพูดออกมา
แบบฝึกหัด
เติมวลีเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่ยอมรับประเด็นแรกก่อนเพิ่มมุมมองอื่น: The hotel is far from downtown. ____, it is quiet and affordable.
ดูคำตอบ
That said
pushing the limits of mathematical models: การทดสอบขีดจำกัดความสามารถของแบบจำลอง
push the limits of X หมายถึงการทดสอบ ท้าทาย หรือขยายขอบเขตไกลสุดที่ X ทำได้ในปัจจุบัน เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการผลักขอบเขตทางกายภาพจริง ๆ ในประโยคนี้ นักจักรวาลวิทยานำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ไปใช้กับคำถามที่อยู่ใกล้ขอบเขตของสิ่งที่แบบจำลองเหล่านั้นอธิบายได้ ขณะคาดการณ์ว่านอกปริภูมิ-เวลาของเราอาจมีสิ่งใดอยู่ วลีนี้นำเสนองานของพวกเขาว่าเป็นการมุ่งไปยังขีดจำกัดความสามารถของแบบจำลอง
แบบฝึกหัด
pushing the limits of mathematical models ในประโยคนี้มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด? The researchers are pushing the limits of mathematical models to study questions that cannot be tested directly.
- ปฏิเสธการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์โดยสิ้นเชิง
- ย้ายแบบจำลองไปยังสถานที่อื่นจริง ๆ
- ใช้แบบจำลองกับคำถามที่อยู่ใกล้ขอบเขตของสิ่งที่แบบจำลองอธิบายได้
ดูคำตอบ
ใช้แบบจำลองกับคำถามที่อยู่ใกล้ขอบเขตของสิ่งที่แบบจำลองอธิบายได้
speculate on what, if anything: เปิดโอกาสว่าอาจไม่มีอะไรอยู่เลย
speculate on หมายถึงการพิจารณาคำถามที่ยังไม่แน่นอนโดยไม่อ้างว่ามีคำตอบที่พิสูจน์แล้ว ในที่นี้ what นำสิ่งที่กำลังสงสัย นั่นคือสิ่งที่อาจมีอยู่นอกปริภูมิ-เวลาของเรา วลีแทรก if anything หมายถึง “ถ้ามีอะไรอยู่จริง” วลีนี้ยังเปิดโอกาสว่าอาจไม่มีอะไรอยู่เลย ดังนั้น what, if anything, exists จึงระมัดระวังกว่า what exists
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย speculate on และวลีที่เปิดโอกาสว่าอาจไม่มีอะไรเลย: We can only ____ what, ____, remains beneath the ruins.
ดูคำตอบ
speculate on · if anything
wild guesses, but hypotheses: การเดาที่ไม่มีหลักฐานกับคำอธิบายที่ทดสอบได้
โครงสร้าง not A, but B ปฏิเสธคำเรียก A แล้วแทนที่ด้วยคำเรียก B ที่แม่นยำกว่า wild guesses คือแนวคิดที่มีหลักฐานหรือการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบเพียงเล็กน้อย ส่วน hypotheses คือคำอธิบายที่เสนอบนพื้นฐานของแบบจำลอง การใช้เหตุผล หรือหลักฐาน และเปิดให้ทดสอบได้ ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าสมมติฐานเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว การเปรียบต่างนี้ทำให้สมมติฐานมีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์โดยไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอแนวคิดว่าเป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่จริงจังและทดสอบได้ แทนที่จะเป็นการเดาที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
- This hypothesis can be tested against the new data.
- This is just a wild guess with no supporting evidence.
- This is a rumor that nobody can examine.
ดูคำตอบ
This hypothesis can be tested against the new data.
tackle kinks: จัดการข้อบกพร่องหรือปัญหา
ในที่นี้ tackle หมายถึงลงมือจัดการกับสิ่งที่ยากอย่างจริงจัง ส่วน kinks หมายถึงข้อบกพร่องเล็ก ๆ จุดติดขัด หรือปัญหาที่ยังไม่คลี่คลาย วลีนี้บอกว่าสมมติฐานเหล่านี้พยายามจัดการปัญหาในทฤษฎีบิกแบง kinks เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ เช่นเดียวกับการทำให้รอยหักงอในเชือกหรือท่อตรงขึ้น คนเราก็อาจพยายามแก้ส่วนที่มีปัญหาในแผน ระบบ หรือทฤษฎีได้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงรอยโค้งทางกายภาพในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
tackle kinks ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร
- คาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน
- จัดการปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายในทฤษฎี
- สร้างรอยหักงอทางกายภาพในทฤษฎี
ดูคำตอบ
จัดการปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายในทฤษฎี
predicts matter to be distributed evenly: กรรม + infinitive รูปถูกกระทำ
โครงสร้างคือ predict + กรรม + to be + กริยาช่อง 3: predicts matter to be distributed evenly โดย matter เป็นกรรมของ predicts และ to be distributed evenly เป็นส่วนเติมเต็มแบบ infinitive ที่บอกสภาพซึ่งถูกคาดการณ์ไว้ของกรรมนั้น รูปถูกกระทำเน้นว่าสสารคาดว่าจะถูกจัดวางอย่างไร ไม่ได้หมายความว่า matter เป็นผู้ทำการกระจาย โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายแบบเป็นทางการหรือเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งที่แบบจำลองหรือทฤษฎีทำนายไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย infinitive รูปถูกกระทำของ distribute: The simulation predicts the particles ____ evenly throughout the chamber.
ดูคำตอบ
to be distributed
as a sparse gas: สสารที่กระจายตัวด้วยความหนาแน่นต่ำ
ใน as a sparse gas คำว่า as ใช้บอกลักษณะหรือสภาพที่สสารกระจายตัวอยู่ กล่าวคือ สสารอยู่ในรูปของก๊าซ Sparse หมายถึงกระจายตัวอย่างเบาบางในอวกาศ มีความหนาแน่นต่ำหรือมีช่องว่างมาก ไม่ได้หมายความเพียงว่าปริมาณสสารทั้งหมดมีน้อย
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The probe passed through a sparse cloud of dust. sparse หมายความว่าอย่างไร
- ฝุ่นกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
- อนุภาคฝุ่นกระจายตัวอย่างเบาบางอยู่ในบริเวณนั้น
- ฝุ่นมีปริมาณทั้งหมดน้อย แต่ไม่ทราบระยะห่างระหว่างอนุภาค
ดูคำตอบ
อนุภาคฝุ่นกระจายตัวอย่างเบาบางอยู่ในบริเวณนั้น
come to be: เริ่มมีอยู่หรือก่อตัวขึ้น
Come to be หมายถึงเริ่มมีอยู่ ก่อตัวขึ้น หรือพัฒนามาเป็นสภาพปัจจุบัน คำถามนี้ถามถึงต้นกำเนิดของกาแล็กซีและดาวฤกษ์ ไม่ได้ถามถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง รูปแบบ how did X come to be? ใช้ถามว่ากระบวนการใดทำให้ X เกิดขึ้นหรือกลายมาเป็นรูปแบบปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มมีอยู่”: How did this unusual tradition ____?
ดูคำตอบ
come to be
The inflationary model describes a brief era of incredibly rapid expansion วลี
2:29แบบจำลองการพองตัวอธิบายถึงยุคสั้นๆ ของการขยายตัวอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
a brief era of incredibly rapid expansion: ช่วงเวลาสั้น ๆ แห่งการขยายตัวอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
คำนามหลักของวลีคือ era ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดลักษณะด้วยสภาวะหรือกระบวนการบางอย่าง วลีที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุกระบวนการนั้น คือ incredibly rapid expansion คำว่า brief บอกระยะเวลาของ era ส่วน incredibly ขยายความ rapid และบอกว่าการขยายตัวเกิดขึ้นเร็วมาก ในที่นี้ era ไม่ได้หมายถึงยุคประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เมื่อใช้ร่วมกับ brief และพิจารณาตามมาตราส่วนเวลาทางจักรวาลวิทยา วลีนี้หมายถึงระยะเริ่มต้นที่สั้นมาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ adjective + era of + noun phrase
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ era of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายระยะที่กำหนดลักษณะด้วยกระบวนการหนึ่ง?
- The industry entered a brief era for rapid innovation.
- The industry entered a brief era of rapid innovation.
- The industry entered a briefly era of rapid innovation.
ดูคำตอบ
The industry entered a brief era of rapid innovation.
relates quantum fluctuations ... to the formation: โครงสร้าง relate X to Y
Relates ... to ... ใช้โครงสร้าง relate X to Y โดยประธานเชื่อม X เข้ากับ Y ในที่นี้ X คือ quantum fluctuations in the energy of the early universe และ Y คือ the formation of clumps of gas โครงสร้างนี้ช่วยจัดข้อมูลในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยการเชื่อมปรากฏการณ์ที่เกิดก่อนเข้ากับพัฒนาการที่เกิดภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง relate X to Y ให้สมบูรณ์: The report relates daily exercise ____ heart health.
ดูคำตอบ
to
eventually led to galaxies: การบอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง
ในที่นี้ led to หมายถึง “ทำให้เกิดหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์” ไม่ได้หมายถึงการนำทางกาแล็กซีไปยังที่ใดจริง ๆ ส่วน led เป็นรูปอดีตของ lead Eventually แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังจากผ่านกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงหลายขั้น ไม่ได้เกิดขึ้นทันที โครงสร้างที่พบบ่อยคือ เหตุ + lead to + ผลลัพธ์ โดยผลลัพธ์มักเป็นนามวลีหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมวลีรูปอดีตจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เกิด” ให้สมบูรณ์: The heavy rain ____ flooding in several streets.
ดูคำตอบ
led to
it may also imply our universe represents one region
2:44มันอาจบอกเป็นนัยว่าจักรวาลของเราเป็นเพียงบริเวณหนึ่ง
that undergoes endless eternal inflation. การใช้คำ
2:50ซึ่งกำลังประสบกับการพองตัวอันเป็นนิรันดร์อย่างไม่สิ้นสุด
If we accept this paradigm: การกำหนดเงื่อนไขให้กับข้อความ
อนุประโยค if ที่ขึ้นต้นประโยคกำหนดเงื่อนไขให้กับข้อความที่ตามมา กล่าวคือ จะพิจารณาข้อสรุปถัดไปก็ต่อเมื่อใช้กระบวนทัศน์นี้เป็นกรอบในการให้เหตุผล ในที่นี้ accept ไม่ได้หมายถึงการชอบแนวคิดนั้นหรือเห็นด้วยทางอารมณ์เป็นหลัก แต่หมายถึงการรับแบบจำลองมาใช้ชั่วคราวเป็นจุดตั้งต้น โครงสร้างนี้แยกข้อสมมติฐานออกจากข้อสรุปที่เป็นไปได้ และช่วยไม่ให้ข้อสรุปฟังดูเป็นจริงโดยไม่มีเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
If we accept this paradigm ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าข้อความที่ตามมาได้รับการพิสูจน์แล้ว
- แสดงว่าผู้พูดชอบกระบวนทัศน์นี้ในทางอารมณ์
- กำหนดเงื่อนไขสำหรับการพิจารณาข้อความที่ตามมา
ดูคำตอบ
กำหนดเงื่อนไขสำหรับการพิจารณาข้อความที่ตามมา
that undergoes endless eternal inflation: ผ่านกระบวนการพองตัวชั่วนิรันดร์อย่างไม่สิ้นสุด
ในอนุประโยคขยายนี้ that อ้างถึง a greater cosmic reality และ undergoes หมายถึง “ประสบหรือผ่านกระบวนการหนึ่ง” อนุประโยคนี้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับความเป็นจริงที่ใหญ่กว่านั้น ไม่ได้บอกว่าความเป็นจริงนั้นเป็นสาเหตุให้กระบวนการเกิดขึ้น Eternal inflation เป็นศัพท์ทางจักรวาลวิทยา ในแบบจำลองลักษณะนี้ แม้การพองตัวจะสิ้นสุดในบางบริเวณ แต่ยังคงดำเนินต่อในที่อื่น จึงไม่มีจุดสิ้นสุดโดยรวม ตรงนี้ inflation หมายถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอวกาศ ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของราคา ส่วน endless เน้นว่ากระบวนการยังดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
อนุประโยคขยายที่เน้นไว้บอกอะไรเกี่ยวกับความเป็นจริงระดับจักรวาลที่ใหญ่กว่า
- ความเป็นจริงนั้นหยุดการขยายตัวทั้งหมดทั่วทั้งเอกภพ
- ความเป็นจริงนั้นผ่านกระบวนการพองตัวทางจักรวาลวิทยาที่ดำเนินต่อไป
- ความเป็นจริงนั้นทำให้เกิดเงินเฟ้อทางเศรษฐกิจในทุกบริเวณ
ดูคำตอบ
ความเป็นจริงนั้นผ่านกระบวนการพองตัวทางจักรวาลวิทยาที่ดำเนินต่อไป
We know nothing of this speculative inflating reality,
2:54เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความเป็นจริงของการพองตัวที่คาดเดานี้
save for: วลีทางการสำหรับระบุข้อยกเว้น
Save for หมายถึง “นอกจาก” หรือ “ยกเว้น” และใช้เพิ่มข้อยกเว้นให้กับข้อความทั่วไป ในประโยคนี้ ข้อความทั่วไปคือเราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความเป็นจริงที่ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ส่วนคำทำนายทางคณิตศาสตร์คือข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวที่ระบุไว้ ให้เข้าใจ save for เป็นวลีบุพบทหนึ่งวลี ในการใช้นี้ save ไม่ได้หมายถึง “เก็บไว้” หรือ “ช่วยชีวิต”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “นอกจาก” หรือ “ยกเว้น”: The theater was empty, ____ one usher.
ดูคำตอบ
save for
may be driven by an unstable quantum energy state. ไวยากรณ์
3:01อาจถูกขับเคลื่อนโดยสถานะพลังงานควอนตัมที่ไม่เสถียร
may be driven by: การแสดงสาเหตุที่อาจเป็นไปได้
วลี may be driven เป็นโครงสร้างที่ใช้กริยาช่วยร่วมกับรูปถูกกระทำ โดย may แสดงความเป็นไปได้ ส่วน be driven ทำให้ประธานเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากแรง สาเหตุ หรือกลไก วลี by ที่ตามมาระบุสาเหตุที่เป็นไปได้นั้น ในประโยคนี้ ผู้เขียนเสนอคำอธิบายที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเรื่องเหตุและผลที่พิสูจน์แล้ว โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อหลักฐานสนับสนุนกลไกหนึ่ง แต่ยังยืนยันไม่ได้อย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ may กับรูปถูกกระทำของ drive: The pattern ____ by changes in temperature.
ดูคำตอบ
may be driven
settle ... into a stable state: เข้าสู่สภาวะเสถียร
ใน settle ... into a stable state คำว่า settle หมายถึงการเข้าสู่สภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายอีกต่อไป ส่วน into แสดงการเปลี่ยนผ่านจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง ในที่นี้ settle ไม่ได้หมายถึงการตั้งถิ่นฐานเพื่ออยู่อาศัย by random chance อธิบายว่าสภาวะเสถียรนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นคือเกิดขึ้นแบบสุ่ม ไม่ได้เป็นไปตามแผนหรือเส้นทางที่รับประกันไว้ คำขยายนี้สามารถอยู่ระหว่าง settle กับ into ได้ โดย settle into ยังคงเป็นโครงสร้างหลักที่แสดงการเปลี่ยนสภาวะ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The system may settle by random chance into a stable state," สำนวนเป้าหมายหมายความว่าอะไร?
- บังคับให้ระบบทำตามผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
- ย้ายไปอยู่บ้านถาวรหลังจากทำตามแผน
- เข้าสู่สภาวะเสถียรจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม
ดูคำตอบ
เข้าสู่สภาวะเสถียรจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม
stopping inflation and forming bubble universes. ไวยากรณ์
3:11ทำให้การพองตัวหยุดลงและเกิดเป็นจักรวาลฟองสบู่
stopping ... and forming ...: อนุประโยค -ing แบบขนานที่บอกผลลัพธ์
ในที่นี้ stopping inflation and forming bubble universes เป็นอนุประโยค -ing สองส่วนที่เชื่อมกันแบบขนาน โดยตามหลังกระบวนการก่อนหน้าและบอกผลสองอย่าง คือการพองตัวหยุดลงและเอกภพฟองก่อตัวขึ้น stopping และ forming ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามกาลชุดใหม่ โครงสร้างแบบกระชับ “เหตุการณ์หลัก, ผลลัพธ์ในรูป -ing” ช่วยให้งานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์เชื่อมกระบวนการเข้ากับสิ่งที่กระบวนการนั้นก่อให้เกิดโดยตรง
แบบฝึกหัด
ในข้อความนี้ stopping inflation and forming bubble universes ทำหน้าที่อะไร?
- ส่วนเหล่านี้สร้างประโยคอิสระใหม่ที่มีกริยาหลักผันตามกาลสองตัว
- ส่วนเหล่านี้บอกสองเหตุการณ์ที่เกิดก่อนกระบวนการก่อนหน้า
- ส่วนเหล่านี้เพิ่มผลสองอย่างที่เกิดจากกระบวนการก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ส่วนเหล่านี้เพิ่มผลสองอย่างที่เกิดจากกระบวนการก่อนหน้า
ours being one of them: วลีแอบโซลูตที่แทรกในประโยค
ours being one of them เป็นวลีแอบโซลูตที่แทรกอยู่ในประโยค โดย ours ใช้แทน our bubble universe และ them อ้างถึง bubble universes วลีนี้เพิ่มข้อมูลว่าเอกภพของเราเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนั้น being เป็นคำกริยารูปไม่ผันตามกาล ไม่ใช่กริยาหลักของรูปกาลต่อเนื่อง อนุประโยคหลักคือ Each bubble universe ... would be described ... ส่วนวลีแอบโซลูตมีประธานของตัวเองคือ ours และให้ข้อมูลพื้นหลังโดยไม่สร้างประโยคสมบูรณ์ขึ้นมาอีกประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีแอบโซลูตอย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลแทรก?
- The four proposals, being ours the shortest, were discussed at the meeting.
- The four proposals, ours being the shortest, were discussed at the meeting.
- The four proposals, ours is the shortest, were discussed at the meeting.
ดูคำตอบ
The four proposals, ours being the shortest, were discussed at the meeting.
Our universe would be part of a greater multiverse การใช้คำ
3:22จักรวาลของเราจะเป็นส่วนหนึ่งของพหุภพที่ใหญ่กว่า
part of a greater multiverse: เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า
be part of หมายถึงเป็นส่วนหนึ่งหรืออยู่ภายในสิ่งที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ our universe ถูกนำเสนอว่าเป็นเอกภพหนึ่งภายใน multiverse ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใหญ่กว่าและมีเอกภพหลายแห่งอยู่ภายใน greater บอกถึงขอบเขตที่กว้างกว่าหรือระดับการครอบคลุมที่สูงกว่า ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ดีกว่า” หรือเหนือกว่าในเชิงคุณค่า สามารถใช้ part of + สิ่งที่ใหญ่กว่า เพื่อแสดงว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในระบบที่ใหญ่กว่าอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Our school project is part of a greater effort,” คำว่า greater หมายถึงอะไร
- มีคุณภาพดีกว่า
- มีราคาแพงกว่า
- มีขอบเขตกว้างกว่า
ดูคำตอบ
มีขอบเขตกว้างกว่า
makes it impossible for us to encounter a neighbor universe. ไวยากรณ์
3:28ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะพบกับจักรวาลเพื่อนบ้าน
makes it impossible for us to encounter: โครงสร้าง make + it + adjective + for someone + to-infinitive
โครงสร้างคือ make + it + adjective + for someone + to-infinitive โดย it เป็นกรรมที่วางไว้ล่วงหน้าในตำแหน่งกรรมหลัง make ส่วนอนุประโยค infinitive ที่ตามมาจะบอกสถานการณ์ที่ถูกประเมินจริง ในที่นี้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้คือ for us to encounter a neighbor universe โครงสร้างนี้ใช้บอกผลลัพธ์ที่เกิดจากสาเหตุบางอย่าง กล่าวคือ สาเหตุทำให้การกระทำหนึ่งเป็น easy, hard, possible หรือ impossible สำหรับบุคคลหรือกลุ่มที่ระบุ สามารถเปลี่ยนคำคุณศัพท์ บุคคล และการกระทำได้โดยคงโครงสร้างเดิมไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย makes it + adjective + for us to โดยใช้คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “เป็นไปไม่ได้”: The locked gate ____ enter the park.
ดูคำตอบ
makes it impossible for us to
แรงพื้นฐานอาจรวมกันเป็น superforce เพียงแรงเดียว
ในที่นี้ fundamental forces หมายถึงอันตรกิริยาพื้นฐานที่อธิบายในวิชาฟิสิกส์ เช่น แรงโน้มถ่วงและแรงแม่เหล็กไฟฟ้า Force ในที่นี้เป็นศัพท์เฉพาะทางฟิสิกส์ ไม่ได้หมายถึงความสามารถส่วนบุคคลหรือกำลังทางทหาร โครงสร้าง X may unify into Y หมายความว่าสิ่งหลายอย่างที่แยกจากกันอาจกลายเป็นระบบเดียว May แสดงว่าเป็นความเป็นไปได้ทางทฤษฎี ส่วน superforce เป็นชื่อของอันตรกิริยาเดียวที่เสนอว่าสามารถรวมแรงพื้นฐานทั้งหมดเข้าด้วยกันได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ "our fundamental forces may unify into one superforce" หมายความว่าอย่างไร
- ผู้คนจะได้รับความสามารถที่ทรงพลังอย่างยิ่งหนึ่งอย่าง
- อันตรกิริยาพื้นฐานทางฟิสิกส์อาจรวมกันเป็นอันตรกิริยาเดียว
- กองทัพหลายกองได้รวมเป็นกลุ่มทหารเดียวแล้ว
ดูคำตอบ
อันตรกิริยาพื้นฐานทางฟิสิกส์อาจรวมกันเป็นอันตรกิริยาเดียว
vibrating strings are the building blocks of the universe. สำนวน
3:51สตริงที่สั่นสะเทือนคือองค์ประกอบพื้นฐานของจักรวาล
องค์ประกอบพื้นฐานของจักรวาล
ตามความหมายตรงตัว building blocks คือบล็อกที่ใช้ประกอบเป็นสิ่งต่าง ๆ แต่ในที่นี้วลีนี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงส่วนที่พื้นฐานที่สุดซึ่งนำมาประกอบเป็นระบบที่ใหญ่กว่า การเรียกเส้นเชือกที่สั่นสะเทือนว่า the building blocks of the universe หมายความว่าในแบบจำลองเหล่านี้ เส้นเชือกถูกมองเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของจักรวาล ไม่ได้หมายความว่าเป็นบล็อกจริงหรือวัสดุก่อสร้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบทั่วไปสำหรับองค์ประกอบพื้นฐาน: Atoms are the ____ of matter.
ดูคำตอบ
building blocks
have now been consolidated into a unified description การใช้คำ
3:56ตอนนี้ได้รับการรวมเข้าเป็นคำอธิบายที่เป็นหนึ่งเดียวแล้ว
have now been consolidated into a unified description: ตอนนี้ถูกรวมเป็นคำอธิบายแบบเอกภาพแล้ว
have now been consolidated into เป็นโครงสร้าง present perfect แบบถูกกระทำ โดย competing models เป็นสิ่งที่รับการกระทำ กล่าวคือ แบบจำลองหลายแบบที่เดิมแยกจากกันได้ถูกรวมให้เป็นคำอธิบายเดียวที่เป็นเอกภาพ ส่วน now เน้นว่านี่คือผลลัพธ์ในปัจจุบัน ในโครงสร้าง consolidate A into B นั้น A คือสิ่งที่นำมารวมกัน และ B คือผลลัพธ์ที่จัดเป็นหนึ่งเดียว เมื่อใช้รูปถูกกระทำ A จะเป็นประธาน: A has/have been consolidated into B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consolidate และคำบุพบทที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์: The three schedules have been ____ one master plan.
ดูคำตอบ
consolidated into
higher-dimensional surfaces called branes: พื้นผิวมิติสูงกว่าที่เรียกว่า branes
higher-dimensional surfaces called branes หมายถึงโครงสร้างทางทฤษฎีที่แผ่ไปในจำนวนมิติมากกว่าพื้นผิวทั่วไป และนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า branes ส่วน called branes เป็นอนุประโยคขยายที่ย่อมาจาก that are called branes และใช้แนะนำชื่อหลังคำอธิบายทั่วไป brane เป็นศัพท์เทคนิคทางฟิสิกส์ที่สร้างจากคำว่า membrane ในการเข้าใจประโยคนี้ ให้มองว่า branes เป็นชื่อของโครงสร้างทางทฤษฎีเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งของทั่วไปในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
called branes ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เป็นการตั้งชื่อให้พื้นผิวที่มีมิติสูงกว่า
- ระบุว่าสมองเป็นวัสดุของพื้นผิวเหล่านั้น
- บอกว่าพื้นผิวเหล่านั้นกำลังโทรศัพท์
ดูคำตอบ
เป็นการตั้งชื่อให้พื้นผิวที่มีมิติสูงกว่า
Our universe may be contained within one such brane,
4:06จักรวาลของเราอาจอยู่ภายในเบรนแห่งใดแห่งหนึ่ง
floating in an unknown higher-dimensional place
4:09ที่ล่องลอยอยู่ในสถานที่มิติสูงกว่าที่ไม่มีใครรู้จัก
playfully named the bulk or hyperspace: การตั้งชื่อแบบขำ ๆ
วลี playfully named the bulk or hyperspace เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่ขยายสถานที่มิติสูงกว่าที่ยังไม่รู้จักซึ่งอยู่ข้างหน้า โดยมีความหมายเท่ากับ which is playfully named ... คำว่า playfully บอกน้ำเสียงของการตั้งชื่อว่า ชื่อเหล่านี้ฟังดูมีจินตนาการหรือขำเล็กน้อย ในบริบทฟิสิกส์นี้ the bulk เป็นชื่อเชิงเทคนิคของปริภูมิมิติสูงกว่าที่เบรนดำรงอยู่ ส่วน hyperspace เป็นอีกชื่อหนึ่งของปริภูมิแบบนั้น คำว่า or นำเสนอชื่อทางเลือก อย่าเข้าใจ bulk ในความหมายทั่วไปว่า “ปริมาณมาก” หรือ “ส่วนใหญ่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
วลี playfully named the bulk or hyperspace บอกอะไรในประโยคนี้
- สถานที่มิติสูงกว่านั้นได้รับชื่อที่มีจินตนาการว่า the bulk และ hyperspace
- เบรนกำลังเล่นเกมอยู่ในสถานที่ชื่อ hyperspace
- bulk ในที่นี้หมายถึงสิ่งของจำนวนมากตามความหมายทั่วไป
ดูคำตอบ
สถานที่มิติสูงกว่านั้นได้รับชื่อที่มีจินตนาการว่า the bulk และ hyperspace
Both eternal inflation and branes describe a multiverse. ลำดับความ
4:27ทั้งการพองตัวชั่วนิรันดร์และเบรนต่างก็อธิบายถึงพหุภพ
Both A and B describe ...: จัดสองแนวคิดเข้าด้วยกันด้วยจุดร่วม
Both A and B นำสองสิ่งที่มีสถานะเท่ากันมาใส่ไว้ในกรอบไวยากรณ์เดียวกัน และใช้ข้อความเดียวกันกับทั้งสองสิ่ง ในที่นี้ eternal inflation คือ A, branes คือ B และ describe a multiverse คือข้อความที่ทั้งคู่มีร่วมกัน ในงานอธิบาย โครงสร้างนี้ใช้สรุปจุดร่วมและช่วยให้ผู้อ่านจัดแนวคิดเป็นกลุ่มก่อนเปรียบเทียบความแตกต่าง ประธานที่รวมกันเป็นพหูพจน์ จึงใช้กริยา describe ไม่ใช่ describes
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ที่บอกว่า Maya และ Leo ทำกิจกรรมเดียวกัน: ____ Maya ____ Leo enjoy chess.
ดูคำตอบ
Both · and
But while A, B: การเปรียบต่างสองสถานการณ์
while ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” แต่ใช้แสดงความแตกต่างระหว่างอนุประโยคสองส่วน คือเอกภพในการพองตัวชั่วนิรันดร์แยกออกจากกัน แต่เอกภพเบรนอาจชนกันได้ โครงสร้าง But while A, B ใช้ But เชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้า แล้ววาง A และ B ไว้เทียบกันเพื่อแสดงความแตกต่างสำคัญ ใช้ while ในความหมายเปรียบต่างเมื่อสองส่วนกล่าวถึงสภาวะ คุณสมบัติ การคาดการณ์ หรือมุมมองที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบต่างสองสถานการณ์ ไม่ใช่เพื่อบอกเวลา
- While the blue team is faster, the red team makes fewer mistakes.
- While I waited for the bus, I read a comic.
- While we were eating dinner, the lights went out.
ดูคำตอบ
While the blue team is faster, the red team makes fewer mistakes.
could bump into each other: การสัมผัสกันที่อาจเกิดขึ้น
ในประโยคนี้ could bump into each other หมายถึงเอกภพเบรนสองเอกภพอาจชนหรือสัมผัสกัน could แสดงความเป็นไปได้ ส่วน each other แสดงว่าการสัมผัสเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย เมื่อใช้กับคน bump into อาจหมายถึง “พบกันโดยบังเอิญ” แต่ในที่นี้ประธานไม่ใช่คนและอยู่ในบริบททางวิทยาศาสตร์ จึงหมายถึงการชนกันทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The two satellites could bump into each other," สำนวนนี้หมายความว่าอะไร
- ทั้งสองอาจส่งข้อความหากัน
- ทั้งสองจะเดินทางไปด้วยกันอย่างแน่นอน
- ทั้งสองอาจชนกัน
ดูคำตอบ
ทั้งสองอาจชนกัน
may appear in the cosmic microwave background, วัฒนธรรม
4:39อาจปรากฏในรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล
cosmic microwave background: รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล
cosmic microwave background มักย่อว่า CMB คือรังสีไมโครเวฟจาง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วจักรวาล เป็นรังสีที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก ไม่ใช่ “พื้นหลัง” ที่เป็นภาพทั่วไป ในที่นี้ echo ของการชนหมายถึงรูปแบบหรือร่องรอยที่สังเกตได้ในรังสีนี้ นักวิทยาศาสตร์อาจค้นหาหลักฐานของการชนตามสมมติฐานได้จากตรงนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ cosmic microwave background คืออะไร?
- พื้นหลังภาพสีมืดที่อยู่หลังดวงดาว
- ไมโครเวฟที่เกิดจากดาวเคราะห์ใกล้เคียง
- รังสีที่กระจายทั่วจักรวาลและมาจากเอกภพยุคแรก
ดูคำตอบ
รังสีที่กระจายทั่วจักรวาลและมาจากเอกภพยุคแรก
a soup of radiation: คำเปรียบเทียบว่าเป็น “ซุปรังสี”
ใน a soup of radiation คำว่า soup เป็นคำเปรียบเทียบ โดยทำให้เห็นภาพว่ารังสีผสมกันและกระจายไปในอวกาศเหมือนส่วนผสมในซุป ไม่ได้หมายถึงอาหาร โดยทั่วไป a soup of + คำนาม ใช้สร้างภาพให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งต่าง ๆ จำนวนมากผสมกันอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียว
แบบฝึกหัด
soup ใน “The antenna picked up a soup of signals” หมายถึงอะไร?
- เสาอากาศพบอาหารหนึ่งมื้อ
- สัญญาณแต่ละอย่างแยกออกจากกันอย่างสมบูรณ์
- สัญญาณจำนวนมากปะปนกันอยู่
ดูคำตอบ
สัญญาณจำนวนมากปะปนกันอยู่
a relic from the early Big Bang era: ร่องรอยจากยุคแรกเริ่มของบิกแบง
ในประโยคนี้ a relic from ... หมายถึงสิ่งที่หลงเหลือมาจากอดีตอันไกลโพ้นและสามารถใช้เป็นหลักฐานของยุคนั้นได้ ในที่นี้ relic อธิบายรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพว่าเป็นสัญญาณที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก ไม่ใช่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา โครงสร้าง a relic from + ช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ ใช้ระบุแหล่งกำเนิดในอดีตของวัตถุ ลักษณะ หรือร่องรอยที่ยังหลงเหลืออยู่
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a relic from the early Big Bang era หมายถึงอะไร
- การคาดการณ์เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น
- ร่องรอยหรือสัญญาณที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก
- วัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นสำหรับพิธีสมัยใหม่
ดูคำตอบ
ร่องรอยหรือสัญญาณที่หลงเหลือจากเอกภพยุคแรก
So far, though: อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้
So far กำหนดขอบเขตเวลาให้ข้อความ โดยกล่าวถึงหลักฐานที่มีอยู่จนถึงปัจจุบัน และยังเปิดโอกาสว่าหลักฐานในภายหลังอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ มักใช้ร่วมกับ present perfect เช่นใน we've found ในที่นี้ though เป็นคำเชื่อมแสดงการยอมรับพร้อมความขัดแย้ง เมื่อคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้ทำให้การที่ยังไม่พบสิ่งใดขัดกับความคาดหวังหรือความเป็นไปได้ที่กล่าวมาก่อน So far, though รวมกันมีความหมายโดยประมาณว่า “อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้” และจัดระเบียบข้อมูลในประโยคด้วยการบอกทั้งขอบเขตเวลาและความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
เติมคำบอกความหมายว่า “อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้” สองคำลงในประโยค: ____, ____, the treatment has not reduced the pain.
ดูคำตอบ
So far · though
Some suspect these differing multiverse hypotheses
4:51บางคนสงสัยว่าสมมติฐานพหุภพที่แตกต่างกันเหล่านี้
may eventually coalesce into a common description: ในที่สุดอาจค่อย ๆ รวมเป็นคำอธิบายร่วมกัน
coalesce into หมายถึงแนวคิด กลุ่ม หรือระบบที่เดิมแยกจากกันค่อย ๆ รวมตัวจนเป็นหนึ่งเดียว ในประโยคนี้ สมมติฐานที่แตกต่างกันถูกนำเสนอว่าอาจกลายเป็นส่วนประกอบของคำอธิบายร่วมกันในอนาคต may แสดงความไม่แน่นอน ส่วน eventually บอกว่าหากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น ก็จะเกิดหลังจากกระบวนการที่ใช้เวลา ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการรวมกันจะเกิดขึ้นแน่นอน เสร็จสิ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาทางการ coalesce และคำบุพบทที่ต้องใช้ร่วมกัน: Several researchers think their separate models may eventually ____ one explanation.
ดูคำตอบ
coalesce into
As it stands now: จำกัดข้อความให้อิงกับสถานการณ์ปัจจุบัน
As it stands now เป็นกรอบคำพูดที่วางไว้ต้นประโยค มีความหมายว่าตามสถานการณ์ในขณะนี้ คำว่า it กล่าวถึงเรื่องที่กำลังพูดคุยโดยรวม ส่วน stands หมายถึงอยู่ในสภาพปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงยืนอยู่จริง ๆ เมื่อวางกรอบนี้ก่อนข้อความ ผู้พูดจะจำกัดข้อความนั้นให้อิงกับหลักฐานหรือแผนในปัจจุบัน เป็นการบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปคือการประเมินที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้
แบบฝึกหัด
As it stands now ที่วางไว้ก่อนข้อความส่งสัญญาณถึงอะไร?
- สถานการณ์นี้ยืนตั้งตรงอยู่จริง ๆ
- ข้อความนี้อิงกับสถานการณ์ปัจจุบันและอาจเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง
- ข้อความนี้เป็นจริงมาโดยตลอดและเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ดูคำตอบ
ข้อความนี้อิงกับสถานการณ์ปัจจุบันและอาจเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง
they're speculative explorations of mathematical models.
5:00พวกมันเป็นเพียงการสำรวจเชิงคาดเดาจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์
While these models are inspired and guided by many scientific experiments, ไวยากรณ์
5:04แม้ว่าแบบจำลองเหล่านี้จะได้รับแรงบันดาลใจและคำแนะนำจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์มากมาย
While ...: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำเสนอข้อจำกัด
While ในที่นี้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนโต้แย้ง โดยยอมรับก่อนว่าการทดลองทางวิทยาศาสตร์ได้ให้แรงบันดาลใจและแนวทางแก่แบบจำลอง แล้วประโยคหลักจึงนำเสนอข้อจำกัด โครงสร้าง While A, B ใช้จัดข้อโต้แย้งให้สมดุลได้ โดย A ยอมรับข้อเท็จจริงหรือข้อดี ส่วน B ให้ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่”
แบบฝึกหัด
While ในประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใด?
- บอกว่าการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อใด
- บอกเหตุผลที่สร้างแบบจำลองเหล่านี้ขึ้นมา
- ยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำเสนอข้อจำกัด
ดูคำตอบ
ยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำเสนอข้อจำกัด
very few objective experiments to directly test them: มีการทดลองน้อยมากที่จะทดสอบโดยตรง
Very few ขยายคำนามนับได้พหูพจน์ experiments หมายความว่ามีอยู่เพียงจำนวนน้อยมาก และมองว่าจำนวนนั้นไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย to directly test them เป็นวลี infinitive ที่บอกวัตถุประสงค์ของการทดลอง ส่วน directly ขยาย test ดังนั้นข้อจำกัดนี้จึงหมายถึงการทดลองที่ทดสอบตัวแบบจำลองโดยตรง ไม่ใช่หลักฐานทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับแบบจำลอง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีเพียงจำนวนน้อยมาก” ให้สมบูรณ์: There are ____ reliable tests to confirm the result.
ดูคำตอบ
very few
Until the next Edwin Hubble comes along: จนกว่าบุคคลแบบฮับเบิลคนต่อไปจะปรากฏตัว
ในวลี the next Edwin Hubble ชื่อของนักวิทยาศาสตร์ถูกใช้แทนผู้สังเกตการณ์ในอนาคตที่จะสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญพอ ๆ กับฮับเบิล ไม่ได้หมายถึงคนอีกคนที่มีชื่อเดียวกัน การสังเกตการณ์ของฮับเบิลเป็นหลักฐานสำคัญว่าจักรวาลกำลังขยายตัว จึงทำให้การเปรียบเทียบนี้มีน้ำหนัก come along ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏตัว” ส่วน Until ... comes along กำหนดจุดสิ้นสุดของช่วงเวลา คือคาดว่าสถานการณ์ที่กล่าวต่อจากอนุประโยคนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าบุคคลผู้สร้างความก้าวหน้าเช่นนั้นจะปรากฏตัว
แบบฝึกหัด
the next Edwin Hubble ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- นักดาราศาสตร์คนใดก็ได้ที่เข้ามาในอาคารเป็นคนถัดไป
- คนถัดไปที่มีชื่อตามกฎหมายว่า Edwin Hubble
- ผู้สังเกตการณ์ในอนาคตที่จะสร้างความก้าวหน้าสำคัญในระดับใกล้เคียงกัน
ดูคำตอบ
ผู้สังเกตการณ์ในอนาคตที่จะสร้างความก้าวหน้าสำคัญในระดับใกล้เคียงกัน
about the elegance of their competing models
5:18เกี่ยวกับความสวยงามของแบบจำลองที่แข่งขันกันของพวกเขา
be left to argue about: เหลือเพียงการถกเถียง
be left to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าแล้ว การกระทำนั้นคือสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ left เป็นรูป past participle ของ leave ในโครงสร้างกรรมวาจก ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินจากไปจริง ๆ ในที่นี้ scientists will likely be left to argue about ... หมายถึงนักวิทยาศาสตร์น่าจะไม่มีวิธีที่ดีกว่าในการหาข้อสรุป และทำได้เพียงถกเถียงเรื่องความงดงามของแบบจำลองที่แข่งขันกัน โครงสร้างนี้มักสื่อถึงข้อจำกัดหรือความคับข้องใจ ไม่ใช่แผนที่เลือกอย่างอิสระ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ be left to: Without more evidence, the team was ____ guess.
ดูคำตอบ
left to
what, if anything, lies beyond our universe: ไม่ด่วนสรุปว่าต้องมีบางสิ่งอยู่
คำว่า if anything หมายถึง “ถ้ามีสิ่งใดอยู่ที่นั่นจริง ๆ” คำนี้แทรกอยู่ในคำถาม what lies beyond our universe ผู้พูดจึงไม่ได้ตั้งสมมติฐานว่าต้องมีบางสิ่งอยู่ที่นั่น ในรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ what, if anything, + คำกริยา คำตอบว่า “ไม่มีอะไร” ยังคงเป็นไปได้ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า if anything เป็นข้อความแทรกสั้น ๆ ในคำถามหลัก
แบบฝึกหัด
เติมข้อความแทรกสองคำที่แสดงว่าอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยให้สมบูรณ์: We need to find out what, ____, changed after the update.
ดูคำตอบ
if anything
One of our favorite things about the TED-Ed community
5:27สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากที่สุดเกี่ยวกับชุมชน TED-Ed
our shared passion for ...: ความกระตือรือร้นร่วมกันอย่างแรงกล้า
วลี our shared passion for ... หมายถึงความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าที่คนในกลุ่มมีร่วมกัน ในที่นี้ passion หมายถึงความสนใจอย่างลึกซึ้งและความทุ่มเท ไม่ใช่ความรักแบบคนรัก ส่วน for ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความกระตือรือร้นนั้น big questions หมายถึงคำถามที่สำคัญและกว้างไกล ไม่ใช่คำถามที่มีขนาดใหญ่ ส่วน sometimes unanswerable บอกว่าคำถามบางข้ออาจไม่มีคำตอบสุดท้ายที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าที่ทั้งคู่มีร่วมกัน”: Lina and Omar discovered ____ astronomy.
ดูคำตอบ
a shared passion for
to explore big questions like would robots make good judges,
5:38เพื่อสำรวจคำถามสำคัญๆ เช่น หุ่นยนต์จะเป็นผู้พิพากษาที่ดีได้ไหม
use the TED platform to explore big questions: ใช้แพลตฟอร์ม TED เพื่อสำรวจคำถามสำคัญ
โครงสร้าง use + เครื่องมือหรือทรัพยากร + to + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมสิ่งที่ใช้เข้ากับวัตถุประสงค์ ใน are using the TED platform to explore... นั้น the platform คือทรัพยากรที่ใช้ ส่วน to explore อธิบายว่านักเรียนใช้ทรัพยากรนั้นเพื่ออะไร platform ในที่นี้หมายถึงพื้นที่ด้านการศึกษาและสื่อที่จัดไว้สำหรับแสดงความคิดเห็น แบ่งปัน และสำรวจแนวคิด ไม่ได้หมายถึงชานชาลาสถานี คำว่า big ขยาย questions ที่ตามมา โดย big questions คือคำถามที่กว้างและสำคัญซึ่งอาจไม่มีคำตอบง่าย ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ explore ที่บอกวัตถุประสงค์: The class uses the digital archive ____ local history.
ดูคำตอบ
to explore
get started: เริ่มต้น
Get started เป็นวลีกริยาตายตัวที่หมายถึงเริ่มกิจกรรมหรือกระบวนการ ใน Visit ... to get started อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย to บอกจุดประสงค์ของการเข้าชมเว็บไซต์ คือเป็นขั้นแรกของการเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วม วลีนี้เป็นคำชวนให้ลงมือทำที่เป็นมิตร get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงได้รับ แต่ get started ทำหน้าที่เป็นหนึ่งหน่วยความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำชวนให้ลงมือทำด้วยวลีตายตัว get started: Create an account to ____.
ดูคำตอบ
get started