AI ขับเคลื่อนคลื่นลูกใหม่แห่งการอนุรักษ์วาฬอย่างไร | Business Insider: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
763 คำ 184 คำ/นาที

คำอธิบาย: Happywhale ใช้ AI ติดตามวาฬแต่ละตัว แล้วร่วมกับ Oceans Initiative ศึกษาอ่าวมอนเทอเรย์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. can only do so much — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ยอมรับขีดจำกัดจริงโดยไม่สื่อว่าล้มเหลว แล้วเปรียบเทียบความสามารถของคนคนเดียวกับผลงานของทีม 2. turn the knowledge into action — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองความรู้เป็นวัสดุที่เปลี่ยนเป็นการตัดสินใจอนุรักษ์ และพาเรื่องจากหลักฐานไปสู่มาตรการจริง 3. Going out into Monterey Bay on a boat — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตอนุประโยค -ing ที่เป็นประธานของ is แล้วใช้ “-ing + is + การประเมิน + because...” บรรยายประสบการณ์และเหตุผล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The great thing about science is that we are better together ไวยากรณ์

0:03

สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์คือ เมื่อร่วมมือกัน เราจะทำได้ดียิ่งขึ้น

ไวยากรณ์

The great thing about X is that...: ข้อดีของ X คือ...

โครงสร้าง “The great thing about X is that...” เริ่มจากชี้ว่า X มีข้อดีสำคัญ แล้วใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เพื่อบอกอย่างชัดเจนว่าข้อดีนั้นคืออะไร ในประโยคนี้ science อยู่ในตำแหน่ง X และ “we are better together” คือเนื้อหาของข้อดีนั้น that ในที่นี้ใช้เปิดอนุประโยคเนื้อหาหลัง is ไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความที่ย้อนกลับไปแทน science โครงสร้างนี้ทำให้มีช่องที่ชัดเจนสำหรับอธิบายประโยชน์ จึงขยายความคิดได้ดีกว่าการพูดเพียงว่า “X is great”

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนของโครงสร้างที่ใช้บอกข้อดีให้ประโยคสมบูรณ์: ____ a shared calendar ____ everyone can see updates immediately.

ดูคำตอบ

The great thing about · is that

because the reality is any one of us, ลำดับความ

0:06

เพราะความจริงก็คือ เราแต่ละคน

we can only do so much วลี

0:08

ทำอะไรได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

ลำดับความ

the reality is: การนำเสนอข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง

“The reality is” ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่ากำลังจะมีข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติหรือข้อจำกัดตามมา ซึ่งมักใช้เพื่อปรับความหวัง แผน หรือความคาดหมายในแง่ดีให้ตรงกับความจริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนประเด็นจากคุณค่าของการทำงานร่วมกันไปสู่ขีดจำกัดของสิ่งที่คนคนเดียวทำได้ วลีนี้มักใช้เปิดอนุประโยค โดยรูปที่พบบ่อยคือ “The reality is that...” ในภาษาพูดอาจละ that ได้ วลีนี้ไม่ได้กำลังให้นิยามคำว่า reality แต่กำลังเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำมาพิจารณา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “We hoped to launch Friday, but the reality is, testing isn't finished.” “the reality is” ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้ให้นิยามตามพจนานุกรมของคำว่า reality
  2. วลีนี้แสดงว่า testing ประสบความสำเร็จแล้ว
  3. วลีนี้นำเสนอข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติที่แก้ความหวังก่อนหน้าให้ตรงกับความจริง
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติที่แก้ความหวังก่อนหน้าให้ตรงกับความจริง

but together we can document almost every living whale in the North Pacific Ocean.

0:09

แต่เมื่อร่วมมือกัน เราสามารถบันทึกข้อมูลวาฬที่มีชีวิตอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือได้แทบทุกตัว

วลี

can only do so much: สิ่งที่ทำได้มีขีดจำกัด

Can only do so much หมายความว่าประธานของประโยคสามารถช่วยหรือทำให้เกิดความคืบหน้าได้ แต่มีข้อจำกัดจริงจากเวลา ทรัพยากร ความสามารถ หรือสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่า “ทำอะไรไม่ได้เลย” ในที่นี้ only จำกัดระดับของ do so much ส่วน but together ที่ตามมาเปรียบเทียบขอบเขตอันจำกัดของคนคนหนึ่งกับสิ่งที่กลุ่มสามารถทำได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ประธาน + can only do so much” และมักตามด้วยวิธีเพิ่มหรือแบ่งเบาความพยายาม

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมในประโยคได้เหมาะสมที่สุดเพื่อยอมรับว่ามีขีดจำกัดจริง แต่ยังบอกว่าสามารถช่วยได้บ้าง? I ____ on my own, but the whole team can finish the job.

  1. can't do anything
  2. can only do so much
  3. can do so much
ดูคำตอบ

can only do so much

My name's Ted Cheeseman.

0:18

ผมชื่อเท็ด ชีสแมน

I am the co-founder of Happywhale and we're here in my home office in Santa Cruz, California.

0:20

ผมเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Happywhale และตอนนี้เราอยู่ในห้องทำงานที่บ้านของผมในซานตาครูซ รัฐแคลิฟอร์เนีย

While I was trained as a scientist ไวยากรณ์

0:27

แม้ผมจะได้รับการฝึกฝนมาในฐานะนักวิทยาศาสตร์

but most of my career was guiding expeditions in Antarctica.

0:29

แต่ช่วงเวลาส่วนใหญ่ในอาชีพของผมคือการนำคณะสำรวจในแอนตาร์กติกา

ไวยากรณ์

While ... but: การเริ่มโครงสร้างใหม่ระหว่างพูดสด

ในประโยคที่พูดขึ้นเองนี้ While เริ่มกรอบการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดยการฝึกด้านวิทยาศาสตร์เป็นข้อมูลพื้นหลังที่ขัดกับอาชีพจริงของผู้พูด จากนั้นผู้พูดเติม but ราวกับเริ่มประโยคใหม่ด้วยโครงสร้างแสดงความขัดแย้งแบบที่สอง ทั้งสองคำชี้ไปยังความขัดแย้งเดียวกัน การใช้ซ้อนกันเช่นนี้ยังเข้าใจได้ในคำพูดที่ไม่ได้เตรียมไว้ แต่ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานของประโยคที่วางแผนไว้ ควรใช้ While I was trained as a scientist, most of my career involved guiding expeditions in Antarctica. หรือ I was trained as a scientist, but most of my career involved guiding expeditions in Antarctica. เมื่อฟัง ให้จับความขัดแย้งที่ผู้พูดต้องการสื่อ แทนที่จะมอง While ... but เป็นโครงสร้างคู่แบบพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นรูปที่แก้ไขแล้วดีที่สุดสำหรับความขัดแย้งที่ต้องการสื่อ?

  1. While I was trained as a scientist but most of my career involved guiding expeditions in Antarctica.
  2. While I was trained as a scientist, but because most of my career involved guiding expeditions in Antarctica.
  3. While I was trained as a scientist, most of my career involved guiding expeditions in Antarctica.
ดูคำตอบ

While I was trained as a scientist, most of my career involved guiding expeditions in Antarctica.

So about 10 years ago I started to make a shift back to science วลี

0:33

ดังนั้น เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ผมจึงเริ่มหันกลับมาทำงานด้านวิทยาศาสตร์

วลี

make a shift back to science: หันกลับไปมุ่งด้านวิทยาศาสตร์

โครงสร้าง make a shift back to + คำนาม หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางของงาน ความสนใจ หรือแนวทางกลับไปหาสิ่งที่เคยทำหรือเคยให้ความสำคัญมาก่อน ในประโยคนี้หมายถึงการกลับมาให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ในด้านอาชีพ ไม่ใช่การเคลื่อนตัวถอยหลัง make a shift นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการปรับทิศทางอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน back บอกว่าจุดหมายคือสาขาหรือสภาวะเดิม ขณะที่ started to make เน้นว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านเพิ่งเริ่มต้น ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นฉับพลันครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Leo กลับไปยังสาขาที่เขาเคยทำงานมาก่อน

  1. After years in management, Leo made a shift back to laboratory research.
  2. After years in management, Leo moved the laboratory equipment backward.
  3. After years in management, Leo made a shift to laboratory research for the first time.
ดูคำตอบ

After years in management, Leo made a shift back to laboratory research.

and in that I've developed and founded Happywhale.

0:38

และในระหว่างนั้น ผมก็ได้พัฒนาและก่อตั้ง Happywhale

Happywhale is a research platform where anybody can upload photos of whales. ไวยากรณ์

0:42

Happywhale เป็นแพลตฟอร์มวิจัยที่ทุกคนสามารถอัปโหลดภาพถ่ายวาฬได้

ไวยากรณ์

a research platform where anybody can upload: แพลตฟอร์มวิจัยที่ทุกคนอัปโหลดเนื้อหาได้

where นำหน้าประโยคย่อยขยายคำนามแบบเจาะจงซึ่งขยาย a research platform โดยมองแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นสภาพแวดล้อมหนึ่ง และบอกว่าผู้คนทำอะไรที่นั่นได้บ้าง กล่าวคือ ทุกคนสามารถอัปโหลดรูปภาพได้ เมื่อใช้กับคำนามทางกายภาพหรือดิจิทัลที่เข้าใจได้ว่าเป็นสถานที่ where อาจมีความหมายเทียบเท่า in which, on which หรือ at which ประโยคย่อยหลัง where ไม่ต้องมีคำอื่นที่ใช้แทนแพลตฟอร์มนั้นอีก ลองเปรียบเทียบกับ anybody can upload photos there

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายว่าผู้คนทำอะไรได้ในสภาพแวดล้อมดิจิทัล

  1. This is a forum where students can share study tips.
  2. This is a forum that students created last year.
  3. This is a forum which attracts students from many countries.
ดูคำตอบ

This is a forum where students can share study tips.

We can identify them with AI image recognition.

0:48

เราสามารถระบุตัววาฬได้ด้วยเทคโนโลยีจดจำภาพด้วย AI

But what that looks like is you grab a few photos of a whale's tail. ลำดับความ

0:53

วิธีการก็คือ คุณเพียงถ่ายภาพหางของวาฬมาสักสองสามภาพ

ลำดับความ

What that looks like is: จากแนวคิดสู่ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรม

ในประโยคนี้ what that looks like is ไม่ได้ถามถึงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นสัญญาณทางวาทกรรมว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนคำอธิบายเชิงนามธรรมให้เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ โครงสร้างคือ what + that + looks like + is + ส่วนเติมเต็ม หลัง is อาจเป็นอนุประโยค นามวลี หรือวลี -ing ที่บอกว่าแนวคิดก่อนหน้านั้นมีรูปแบบจริงอย่างไร ในที่นี้เป็นการเกริ่นถึงสิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบห้าคำที่เกริ่นนำรูปแบบในทางปฏิบัติของข้อความก่อนหน้า: “The service is designed to be transparent. ____ customers can see every fee before they pay.”

ดูคำตอบ

What that looks like is

For humpback whales

0:58

สำหรับวาฬหลังค่อม

we use the undersides of their tails.

0:58

เราจะใช้ภาพด้านใต้หางของมัน

The AI works as a tool that allows us to speed up the work dramatically. โน้ต

1:01

AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นอย่างมาก

ไวยากรณ์

Allows us to + กริยารูปพื้นฐาน

Allows us to ใช้โครงสร้าง allow + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย us เป็นกรรมของ allows และ to speed up เป็นส่วนที่บอกการกระทำซึ่งถูกทำให้เป็นไปได้ เมื่อประธานเป็นเครื่องมือ คุณสมบัติ หรือเงื่อนไข allow มักหมายถึงทำให้สามารถ มากกว่าการอนุญาต ในที่นี้ประโยคบอกว่า AI ทำให้นักวิจัยทำงานได้เร็วขึ้นมาก ไม่ได้หมายความว่า AI ทำงานทั้งหมดด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ allow + us + to: “The search filter ____ find relevant documents in seconds.”

ดูคำตอบ

allows us to

กริยาวลี

speed up: ทำให้กระบวนการเร็วขึ้น

ใน speed up the work คำว่า speed up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำให้งานดำเนินไปเร็วขึ้น speed และ up รวมกันเป็นหน่วยความหมายเดียว โดย up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างนี้ใช้แบบสกรรมกริยาได้ ดังเช่น speed up + คำนาม ในประโยคนี้ และใช้แบบอกรรมกริยาได้เมื่อกระบวนการนั้นเร็วขึ้นเอง เช่น The review sped up after automation.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึงทำให้กระบวนการเร็วขึ้น: Better indexing can ____ the search.

ดูคำตอบ

speed up

So this is running that query against 100,000 different whales การใช้คำ

1:06

ตอนนี้ระบบกำลังนำข้อมูลนี้ไปค้นหาเทียบกับวาฬ 100,000 ตัว

and it found that whale in a match.

1:11

และพบว่าวาฬตัวนั้นเป็นตัวที่ตรงกัน

การใช้คำ

run a query against a data set: เรียกใช้คำค้นกับชุดข้อมูล

ในการประมวลผลข้อมูล run a query against a data set หมายถึงการดำเนินการคำค้นโดยใช้ชุดข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลสำหรับค้นหา กรอง หรือเปรียบเทียบ run หมายถึงดำเนินการ ส่วน against ใช้นำหน้ากลุ่มข้อมูลที่ถูกตรวจสอบ และไม่ได้สื่อถึงการต่อต้านในที่นี้ ในประโยคนี้ that query ถูกนำไปใช้กับระเบียนวาฬ 100,000 รายการเพื่อค้นหาสิ่งที่ตรงกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ run + a query + against + a database, data set, index, or other collection

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเชิงเทคนิคด้วย run และ against: To check old records, the analyst will ____ the query ____ the archive.

ดูคำตอบ

run · against

The whale had barnacles on its tail

1:14

วาฬตัวนี้เคยมีเพรียงเกาะอยู่บนหาง

and they left a scar when they fell off โน้ต

1:17

และเมื่อเพรียงหลุดออกไป มันก็ทิ้งรอยแผลเป็นไว้

and that stayed with the whale for the rest of its life. วลี

1:20

ซึ่งติดตัววาฬไปตลอดชีวิต

วลี

left a scar: ทำให้เกิดรอยทางร่างกายหรือจิตใจที่อยู่ยาวนาน

ในประโยคนี้ left a scar หมายถึง “ทำให้มีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่” เพรียงหลุดออกไปแล้ว แต่รอยยังคงอยู่ leave บอกถึงผลที่เหลืออยู่ ไม่ได้หมายความว่าเพรียงเดินทางไปที่อื่น คำกริยา leave สามารถหมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงอยู่หลังเหตุการณ์หนึ่งจบลง” เมื่อใช้กับ scar จะเป็นกลุ่มคำที่ใช้กันทั่วไปว่า leave a scar วลีนี้ใช้ได้ทั้งกับรอยแผลเป็นทางร่างกายที่ถาวร และในเชิงเปรียบเทียบกับผลกระทบทางใจที่ลึกซึ้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสามคำที่ใช้รูปอดีตของ leave และหมายถึง “รอยถาวรบนผิวหนัง”: The cut healed, but it ____.

ดูคำตอบ

left a scar

กริยาวลี

fell off: หลุดออกจากพื้นผิว

ในประโยคนี้ fell off หมายถึง “หลุดออกและตกห่างจากพื้นผิว” they หมายถึงเพรียง ซึ่งเดิมเกาะอยู่ที่หางวาฬ แล้วจึงแยกออกจากหาง off บอกการเปลี่ยนจากสภาพที่ติดอยู่เป็นไม่ติดอยู่ สิ่งหนึ่งสามารถ fall off ได้โดยไม่จำเป็นต้องตกจากที่สูงมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าป้ายหลุดออกจากขวด?

  1. The label fell beside the bottle.
  2. The label fell off the bottle.
  3. The label fell onto the bottle.
ดูคำตอบ

The label fell off the bottle.

วลี

for the rest of its life: ตลอดชีวิตที่เหลือของมัน

ในประโยคนี้ for the rest of its life หมายถึง “ตั้งแต่ตอนที่เกิดรอยแผลเป็นไปจนถึงวาระสุดท้ายของวาฬ” คำว่า rest หมายถึงส่วนที่เหลือ ไม่ได้หมายถึงการพักผ่อน รูปแบบคือ for the rest of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามคนหรือสัตว์ เช่น for the rest of my life, for the rest of her life และเมื่อเป็นพหูพจน์ใช้ for the rest of their lives

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ for the rest of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the operation, he had to take the medicine ____.

ดูคำตอบ

for the rest of his life

You can see killer whale attack marks

1:23

คุณยังมองเห็นร่องรอยการถูกวาฬเพชฌฆาตโจมตีได้

which will be rake marks. การใช้คำ

1:25

ซึ่งจะเป็นรอยข่วนเรียงกันคล้ายรอยคราด

การใช้คำ

rake marks: รอยฟันครูดที่เรียงขนานกัน

ในที่นี้ rake marks หมายถึงรอยขีดข่วนหรือรอยแผลเป็นยาวหลายรอยที่เรียงขนานกันโดยประมาณ เกิดจากฟันครูดผ่านผิวของวาฬ คำว่า killer whale attack marks ที่อยู่ใกล้กันบอกว่า rake ใช้บรรยายรูปแบบของรอยที่เรียงคล้ายซี่หวี ในศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ป่านี้ rake ทำหน้าที่ขยาย marks ไม่ได้หมายความว่าคราดทำสวนสัมผัสตัววาฬจริง ๆ

แบบฝึกหัด

นักชีววิทยาทางทะเลเห็นรอยแผลหลายรอยที่เว้นระยะสม่ำเสมอและขนานกัน ซึ่งเกิดจากฟันของสัตว์อีกตัวหนึ่ง คำใดเหมาะสมที่สุด?

  1. ลวดลายผิวตามธรรมชาติ
  2. รูแผลเพียงรูเดียว
  3. rake marks
ดูคำตอบ

rake marks

Also there's pigment.

1:27

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของเม็ดสีด้วย

There's black and white and everyone's unique.

1:28

มีทั้งสีดำและสีขาว และวาฬแต่ละตัวก็มีลวดลายไม่เหมือนกัน

So we can actually identify every single whale.

1:31

เราจึงสามารถระบุตัววาฬทุกตัวได้จริง ๆ

I can look at the history of sightings of that whale. การใช้คำ

1:34

ผมสามารถดูประวัติการพบเห็นวาฬตัวนั้นได้

การใช้คำ

history of sightings: เส้นเวลาของบันทึกการพบเห็น

sighting คือเหตุการณ์หนึ่งครั้งที่มีคนเห็นและบันทึกสัตว์หรือสิ่งอื่นที่น่าสนใจ ในประโยคนี้ history of sightings หมายถึงบันทึกตามลำดับเวลาของครั้งต่าง ๆ ที่มีผู้พบเห็นวาฬตัวนั้น history ในที่นี้หมายถึงบันทึกที่สะสมตามเวลา ไม่ใช่ชีวประวัติของวาฬ โครงสร้าง history of + คำนามพหูพจน์ที่เป็นเหตุการณ์ใช้สรุปเหตุการณ์หลายครั้งที่มีการบันทึกไว้ได้

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงเส้นเวลาของเหตุการณ์ที่มีการบันทึกว่าพบเห็นสัตว์?

  1. life story of the animal
  2. field of vision
  3. history of sightings
ดูคำตอบ

history of sightings

It was first seen in Baja ไวยากรณ์

1:38

มันถูกพบครั้งแรกที่บาฮา

and then has been seen a bunch of times here in Monterey Bay การใช้คำ

1:40

จากนั้นก็ถูกพบที่นี่ในอ่าวมอนเทอเรย์อีกหลายครั้ง

ไวยากรณ์

was first seen ... has been seen: เหตุการณ์แรกกับบันทึกจนถึงปัจจุบัน

was first seen เป็นรูปถูกกระทำของ simple past ใช้วางการสังเกตครั้งแรกไว้ที่จุดหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว โดย Baja ระบุว่าสถิติครั้งแรกเกิดขึ้นที่ใด has been seen เป็นรูปถูกกระทำของ present perfect ใช้รวมการสังเกตครั้งหลัง ๆ เป็นบันทึกที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่ามีคนกำลังมองวาฬอยู่ในขณะนี้ ทั้งสองรูปเน้นที่วาฬและบันทึกของมันมากกว่าผู้สังเกต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำที่ถูกต้องของ see การสังเกตครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2021 และบันทึกต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน: The bird ____ in 2021 and ____ several times since.

ดูคำตอบ

was first seen · has been seen

การใช้คำ

a bunch of times: ความถี่แบบไม่เป็นทางการและไม่ระบุจำนวนแน่นอน

ในประโยคนี้ a bunch of times หมายถึง “หลายครั้ง” โดยบอกว่ามีการพบเห็นซ้ำ ๆ แต่ไม่ได้ระบุหรือสื่อถึงจำนวนครั้งที่แน่นอน bunch ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ a bunch of ไม่ได้หมายถึงมัดหรือกลุ่มสิ่งของจริง ๆ รูปแบบ a bunch of times ใช้สรุปเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำแบบสบาย ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I've visited that café a bunch of times,” a bunch of times หมายความว่าอะไร?

  1. หลายครั้งโดยไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน
  2. ในหลายสถานที่พร้อมกัน
  3. สองครั้งพอดี
ดูคำตอบ

หลายครั้งโดยไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน

and then also right under the San Francisco Golden Gate Bridge. การใช้คำ

1:44

และยังถูกพบตรงใต้สะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโกด้วย

การใช้คำ

right under: การเน้นตำแหน่งที่แน่นอน

ในประโยคนี้ right ทำหน้าที่เน้น under โดย right under หมายถึง “ตรงใต้” หรือ “อยู่ข้างใต้โดยตรง” ซึ่งเน้นว่าตำแหน่งนั้นแม่นยำหรืออยู่ใกล้อย่างน่าประหลาดใจ right ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงด้านขวา รูปแบบเดียวกันใช้กับสำนวนบอกตำแหน่งอื่นได้ เช่น right next to และ right behind

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่มี right และหมายถึง “อยู่ข้างใต้โดยตรง”: The cat is ____ the table.

ดูคำตอบ

right under

It ceases to be just a whale โน้ต

1:48

มันไม่ได้เป็นแค่วาฬตัวหนึ่งอีกต่อไป

and suddenly it becomes an animal with a story. สำนวน

1:51

แต่จู่ ๆ ก็กลายเป็นสัตว์ที่มีเรื่องราวของตัวเอง

ลำดับความ

ceases to be just ... becomes: การปรับกรอบมุมมองต่อสิ่งเดิม

โครงสร้างคู่ “ceases to be just A ... becomes B” จัดระเบียบแนวคิดด้วยการปรับกรอบมุมมองจากก่อนหน้าไปสู่ภายหลัง “just a whale” ลดสิ่งที่กล่าวถึงให้เป็นเพียงหมวดหมู่ที่ไม่มีตัวตน ส่วน “an animal with a story” นำเสนอวาฬตัวเดิมในฐานะสิ่งมีชีวิตรายหนึ่งที่เราสามารถติดตามประสบการณ์ของมันได้ วาฬไม่ได้เปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาอย่างกะทันหัน หลักฐานใหม่ต่างหากที่เปลี่ยนความเข้าใจของผู้สังเกต โครงสร้างนี้นำไปใช้ได้เมื่อผู้พูดแทนที่ป้ายกำกับที่จำกัดด้วยมุมมองที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง ceases to be just ... becomes เติมประโยคให้สมบูรณ์: Once the report includes interviews, the survey ____ a collection of percentages and ____ a picture of real families.

ดูคำตอบ

ceases to be just · becomes

การใช้คำ

ceases to be: สำนวนทางการสำหรับสถานะที่สิ้นสุดลง

“Ceases to be” หมายถึง “is no longer” หรือ «ไม่ได้เป็นอีกต่อไป» โครงสร้างคือ cease + to-infinitive โดย be นำหน้าสถานะหรืออัตลักษณ์ที่สิ้นสุดลง เช่น บางสิ่งไม่ได้มีประโยชน์ ไม่ได้ถูกกฎหมาย หรือไม่ได้เป็นเพียงสิ่งหนึ่งอีกต่อไป ในประโยคนี้ คำบรรยายเดิมถูกนำเสนอว่าสิ้นสุดลงอย่างชัดเจนและถูกแทนที่ วลีนี้ไม่ได้สื่อถึงการหยุดชั่วครู่ และเป็นทางการกว่า “stops being” ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงพบได้บ่อยในงานเขียน คำอธิบาย และสุนทรพจน์ที่เตรียมไว้

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยค แล้วเลือกประโยคที่มี ceases to be ให้สังเกตพยางค์ที่ไม่ลงน้ำหนักซึ่งเพิ่มขึ้นมาใน ceases

  1. The old rule ceases to be effective in June.
  2. The old rule seems to be effective in June.
ดูคำตอบ

The old rule ceases to be effective in June.

สำนวน

สัตว์ตัวหนึ่งที่มีเรื่องราว

ในประโยคนี้ an animal with a story หมายถึงวาฬตัวหนึ่งที่เรามองชีวิตของมันเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้ เพราะนักวิจัยมีบันทึกการสังเกตจากหลายปีและหลายสถานที่ คำว่า story หมายถึงประวัติชีวิตที่ติดตามได้ ไม่ใช่เรื่องที่วาฬเล่าเอง วลีนี้ทำให้วาฬดูคล้ายตัวละครอย่างนุ่มนวล ผู้ชมจึงไม่ได้เห็นเพียงจุดข้อมูลนิรนามหรือสมาชิกทั่วไปของสายพันธุ์ แต่เห็นปัจเจกตัวหนึ่งที่มีประสบการณ์ต่อเนื่องตามกาลเวลา ทำให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้าถึงอารมณ์ได้มากขึ้น

แบบฝึกหัด

an animal with a story ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. วาฬที่พูดได้และเล่าเรื่องให้ผู้วิจัยเพลิดเพลิน
  2. วาฬที่สามารถติดตามประวัติชีวิตได้จากบันทึกการสังเกต
  3. วาฬตัวใดก็ตามที่ถูกกล่าวถึงหนึ่งครั้งในบันทึกทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

วาฬที่สามารถติดตามประวัติชีวิตได้จากบันทึกการสังเกต

And because we can do this so efficiently with AI as a tool, ไวยากรณ์

1:53

และเพราะเราสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือทำงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

we're actually able to build large collaborations วลี

1:57

เราจึงสร้างความร่วมมือขนาดใหญ่ได้

where all the researchers of an ocean are able to work together.

2:00

โดยให้นักวิจัยทุกคนที่ศึกษามหาสมุทรแห่งเดียวกันทำงานร่วมกัน

ไวยากรณ์

เพราะเราทำสิ่งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ... เราจึงสามารถทำได้จริง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because ให้เหตุผลก่อน นั่นคือ AI ทำให้งานมีประสิทธิภาพ จากนั้นประโยคหลักกล่าวถึงความสามารถที่เกิดขึ้นตามมา คือ นักวิจัยสามารถสร้างความร่วมมือขนาดใหญ่ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Because + เหตุผล, ประธาน + be able to + ผลลัพธ์ Actually เน้นว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้จริงและอาจเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในอดีต ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อแก้ไขข้อความก่อนหน้าที่ผิด

แบบฝึกหัด

ฐานข้อมูลที่ค้นหาได้ทำให้สามารถเปรียบเทียบได้อย่างรวดเร็ว ประโยคใดใช้โครงสร้างจากตัวอย่างเพื่อแสดงความสัมพันธ์นี้อย่างชัดเจน

  1. Because we're able to compare records quickly, the database is searchable.
  2. Because the database is searchable, so we're able to compare records quickly.
  3. Because the database is searchable, we're able to compare records quickly.
ดูคำตอบ

Because the database is searchable, we're able to compare records quickly.

วลี

build large collaborations: สร้างความร่วมมือขนาดใหญ่

ในประโยคนี้ build large collaborations หมายถึงการค่อย ๆ สร้างรูปแบบความร่วมมือที่เป็นระบบ เพื่อให้นักวิจัยหรือกลุ่มจำนวนมากทำงานร่วมกันได้ build ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ สิ่งที่สร้างขึ้นคือเครือข่ายความสัมพันธ์ในการทำงาน ไม่ใช่วัตถุจริง large บอกขนาดของการมีส่วนร่วม กล่าวคือความร่วมมืออาจมีคน ทีม หรือสถาบันจำนวนมากเข้าร่วม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ build + collaboration(s) และมักตามด้วย with หรือ between เพื่อระบุฝ่ายที่ร่วมมือกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ค่อย ๆ สร้างความร่วมมือที่มีหลายกลุ่มเข้าร่วม”: The museum hopes to ____ with schools across the state.

ดูคำตอบ

build large collaborations

If we can track them and measure their health

2:05

หากเราติดตามพวกมันและประเมินสุขภาพของมันได้

and measure the health of their populations,

2:08

รวมทั้งประเมินสุขภาพของประชากรวาฬได้

we can essentially use that as an indicator of the health of the oceans. โน้ต

2:10

เราก็สามารถใช้ข้อมูลนั้นเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของมหาสมุทรได้

วลี

use that as an indicator of: ใช้สิ่งนั้นเป็นตัวบ่งชี้ของ

use A as an indicator of B หมายถึงการใช้ A เป็นสัญญาณหรือหลักฐานสำหรับประเมิน B ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงสุขภาพของสัตว์และประชากรของมันที่วัดได้ ส่วน B คือสุขภาพของมหาสมุทร indicator ช่วยให้เราประเมินหรือติดตามสภาวะที่กว้างกว่าได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าอะไรเป็นสาเหตุของสภาวะนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ use + data/observation + as an indicator of + condition or trend

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งวัดว่ารถโดยสารมาถึงตรงเวลาบ่อยเพียงใด ประโยคใดใช้ผลการวัดนั้นเป็นสัญญาณทางอ้อมของความน่าเชื่อถือโดยรวมของบริการได้ถูกต้อง

  1. They use that as an indicator of service reliability.
  2. They use service reliability as an indicator of that.
  3. They use that as a cause of service reliability.
ดูคำตอบ

They use that as an indicator of service reliability.

การใช้คำ

“the health of the oceans”: health ในความหมายว่าสภาพโดยรวม

ในที่นี้ the health of the oceans หมายถึงสภาพและการทำงานโดยรวมของระบบนิเวศทางทะเล ไม่ใช่สุขภาพทางร่างกาย แนวคิดนี้อาจสรุปข้อมูลหลายด้าน เช่น ความมั่นคงของประชากร ความหลากหลายทางชีวภาพ ระดับมลพิษ และความสามารถในการฟื้นตัว the health of + ระบบที่ซับซ้อน เป็นโครงสร้างที่ใช้ health ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าระบบนั้นทำงานได้ดีเพียงใดโดยรวม ในประโยคนี้ ข้อมูลประชากรวาฬถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งของสภาพทางนิเวศที่กว้างกว่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the health of the oceans” หมายถึงอะไร

  1. การรักษาพยาบาลที่ให้แก่ผู้ทำงานในทะเล
  2. มหาสมุทรเองป่วยเป็นโรคของมนุษย์หรือไม่
  3. สภาพและการทำงานโดยรวมของระบบนิเวศทางทะเล
ดูคำตอบ

สภาพและการทำงานโดยรวมของระบบนิเวศทางทะเล

We are off to Moss Landing, California วลี

2:27

เรากำลังเดินทางไปมอสส์แลนดิง รัฐแคลิฟอร์เนีย

to meet up with Rob and Erin of Oceans Initiative. กริยาวลี

2:29

เพื่อพบกับร็อบและเอรินจาก Oceans Initiative

วลี

“We are off to” + địa điểm: thông báo khởi hành

Be off to + จุดหมาย หมายถึงออกจากสถานที่ปัจจุบันหรือเริ่มเดินทางไปยังสถานที่นั้น ใน We are off to Moss Landing คำว่า are สอดคล้องกับประธาน we ส่วน off แสดงว่ากลุ่มกำลังเคลื่อนออกจากสถานที่ปัจจุบัน และ to ใช้นำหน้าจุดหมาย สำนวนนี้มักใช้ประกาศช่วงต่อไปของการเดินทางหรือการเปลี่ยนฉาก โดยให้ความรู้สึกว่าการเคลื่อนที่กำลังเริ่มขึ้นตอนนี้หรือเป็นขั้นตอนถัดไปทันที สำนวนนี้ไม่ได้เพียงบอกจุดหมาย แต่ยังนำเสนอว่าการออกเดินทางกำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง be off to เติมประกาศการออกเดินทางให้สมบูรณ์: “Our bags are packed, and we ____ the airport now.”

ดูคำตอบ

are off to

กริยาวลี

meet up with: การนัดพบแบบสบาย ๆ ที่วางแผนไว้

meet up with someone หมายถึงนัดหมายเพื่อพบกับคนนั้น โดยปกติใช้ในบรรยากาศสบาย ๆ หรือเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ในประโยคนี้ กลุ่มของผู้พูดกำลังเดินทางไปสมทบกับ Rob และ Erin ก่อนจะทำกิจกรรมร่วมกัน โครงสร้างคือ meet up with + คนหรือกลุ่มคน คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “นัดหมายเพื่อพบกับใครบางคน”: After the train arrives, we'll ____ our guide outside the station.

ดูคำตอบ

meet up with

Rob and Erin are two whale scientists and research scientists I've known for many years

2:33

ร็อบกับเอรินเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านวาฬสองคนที่ผมรู้จักมานานหลายปี

but we've never worked together in the field. การใช้คำ

2:38

แต่เราไม่เคยทำงานภาคสนามร่วมกันมาก่อน

การใช้คำ

in the field: ทำงาน ณ สถานที่จริง

ในบริบทการวิจัยนี้ in the field หมายถึงการทำงาน ณ สถานที่จริงที่มีการสังเกตสิ่งที่ศึกษา หรือเก็บข้อมูล ไม่ใช่ทำงานเฉพาะในห้องทดลอง สำนักงาน หรือจากระยะไกล ประโยคนี้บอกว่าพวกเขารู้จักกันมาหลายปี แต่ยังไม่เคยทำงานวิจัย ณ สถานที่จริงร่วมกัน ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท เพราะ field อาจหมายถึงสาขาวิชาก็ได้ แต่ worked together in the field ในที่นี้ชี้ถึงงานภาคปฏิบัติ ณ สถานที่จริง

แบบฝึกหัด

in the field ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?

  1. ทำงานภายในสาขาวิชาการสาขาหนึ่ง
  2. ทำงานภาคปฏิบัติ ณ สถานที่วิจัยจริง
  3. ยืนอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม
ดูคำตอบ

ทำงานภาคปฏิบัติ ณ สถานที่วิจัยจริง

So I'm really excited to be out in the field with them

2:40

ผมจึงตื่นเต้นมากที่จะได้ออกภาคสนามกับพวกเขา

working out how we can fill this data gap โน้ต

2:43

เพื่อหาวิธีเติมเต็มช่องว่างของข้อมูลนี้

กริยาวลี

working out how: ยังอยู่ระหว่างหาวิธี

“Working out how” หมายถึงกำลังพยายามหาวิธีหรือทางแก้อย่างจริงจัง ในที่นี้ “working out” เป็นกริยาวลีเกี่ยวกับการแก้ปัญหา ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย และอนุประโยค how บอกว่าปัญหาที่ต้องแก้คืออะไร รูป -ing แสดงว่ากระบวนการยังดำเนินอยู่ กล่าวคือยังอยู่ระหว่างค้นหาวิธี ไม่ใช่รู้วิธีนั้นแล้ว สามารถใช้ work out how + อนุประโยค หรือ work out how to + คำกริยา เมื่อคนกำลังคิด ทดลอง หรือร่วมมือกันเพื่อหาทางไปต่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าทีมกำลังพยายามค้นหาวิธีอย่างจริงจัง?

  1. The team is working out how to reduce the noise.
  2. The team knows how to reduce the noise.
  3. The team is working out at the gym.
ดูคำตอบ

The team is working out how to reduce the noise.

สำนวน

fill this data gap: เพิ่มหลักฐานที่ขาดหาย

“Fill this data gap” ใช้คำว่า gap ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงข้อมูลที่ขาดหายไปจากหลักฐานที่มีอยู่ fill หมายถึงการรวบรวมหรือเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ส่วนที่ยังไม่รู้มีขนาดเล็กลง วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเติมรูจริง ๆ หรือระบบข้อมูลที่เสีย คำว่า this ชี้ไปยังข้อมูลเฉพาะที่ขาดหายและได้พูดถึงกันอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fill a data gap ตามความหมายทั่วไป?

  1. The technician will fill a data gap by restarting the failed database.
  2. The editor will fill a data gap by correcting a wrong total in the table.
  3. The new survey will fill a data gap about rural internet access.
ดูคำตอบ

The new survey will fill a data gap about rural internet access.

where we've got researchers in the field

2:47

เพราะเรามีนักวิจัยอยู่ในพื้นที่

that don't have the tools to adequately assess the environment in front of them.

2:49

แต่พวกเขาไม่มีเครื่องมือสำหรับประเมินสภาพแวดล้อมตรงหน้าได้อย่างเหมาะสม

I'm Erin Ashe.

2:56

ฉันชื่อเอริน แอช

I'm Rob Williams.

2:57

ผมชื่อร็อบ วิลเลียมส์

And we're the co-founders of Oceans Initiative.

2:58

และเราคือผู้ร่วมก่อตั้ง Oceans Initiative

Oceans Initiative is a conservation non-profit. วัฒนธรรม

3:01

Oceans Initiative เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านการอนุรักษ์

We do science on whales and dolphins around the world. การใช้คำ

3:04

เราทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวาฬและโลมาทั่วโลก

วัฒนธรรม

conservation non-profit: องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านการอนุรักษ์

conservation non-profit คือองค์กรที่มีพันธกิจเพื่อสาธารณะในการปกป้องธรรมชาติ ถิ่นที่อยู่อาศัย หรือสัตว์ป่า และไม่แบ่งผลกำไรให้เจ้าของเอกชนหรือผู้ถือหุ้น ในที่นี้ คำดังกล่าวบอกว่า Oceans Initiative เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยพันธกิจและใช้การวิจัยวาฬกับโลมาเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ Non-profit ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีเงิน” องค์กรแบบนี้สามารถรับเงินบริจาคหรือเงินทุน มีรายได้ บริหารงบประมาณ และจ่ายเงินเดือนให้พนักงานได้ ประเด็นสำคัญคือทรัพยากรและเงินส่วนเกินจะนำไปสนับสนุนพันธกิจขององค์กร ไม่ได้จ่ายให้เจ้าของเป็นผลกำไร

แบบฝึกหัด

conservation non-profit บอกอะไรเกี่ยวกับองค์กรในตัวอย่างนี้

  1. องค์กรมีพันธกิจด้านการอนุรักษ์และไม่แบ่งผลกำไรให้เจ้าของเอกชน
  2. องค์กรไม่สามารถมีรายได้ มีงบประมาณ หรือจ่ายเงินเดือนให้พนักงานได้
  3. องค์กรเป็นบริษัทเอกชนที่ขายบริการด้านการอนุรักษ์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น
ดูคำตอบ

องค์กรมีพันธกิจด้านการอนุรักษ์และไม่แบ่งผลกำไรให้เจ้าของเอกชน

การใช้คำ

do science on whales: ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวาฬ

ในประโยคนี้ do science on whales เป็นวิธีพูดแบบกว้าง ๆ และเป็นภาษาสนทนา ซึ่งหมายถึง “ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวาฬ” Do science กล่าวถึงกิจกรรมโดยรวม ส่วน on ใช้เพื่อนำเข้าสิ่งที่เป็นหัวข้อการวิจัย วลีนี้ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร on ไม่ได้หมายความว่านักวิทยาศาสตร์อยู่บนตัววาฬจริง ๆ รูปแบบ do science on + หัวข้อ สามารถนำไปใช้กับหัวข้ออื่นได้เมื่อการสรุปแบบไม่เป็นทางการและเข้าใจง่ายเหมาะกับสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานการวิจัยที่เป็นทางการ โดยยังคงความหมายของ do science on whales

  1. We do science on whale communication.
  2. We conduct research on whale communication.
  3. We do a science on whale communication.
ดูคำตอบ

We conduct research on whale communication.

In 2002,

3:08

ในปี 2002

Erin and I met at a conference.

3:09

เอรินกับผมพบกันในการประชุมแห่งหนึ่ง

I think we met and shared this just common calling การใช้คำ

3:11

ผมคิดว่าตอนที่เราได้พบกัน เรารู้ว่าเรามีปณิธานเดียวกัน

to do science to inform conservation การใช้คำ

3:16

นั่นคือการทำวิทยาศาสตร์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับการอนุรักษ์

การใช้คำ

common calling: ความรู้สึกถึงพันธกิจร่วมกัน

ในประโยคนี้ calling หมายถึงความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่างานประเภทหนึ่งคือเป้าหมายหรือหน้าที่ของตน ส่วน common ขยาย calling เพื่อบอกว่านักวิจัยทั้งสองมีความผูกพันจากภายในแบบเดียวกัน โครงสร้าง infinitive ที่ตามมาบอกเนื้อหาของพันธกิจนั้น วลีนี้หมายถึงพันธกิจที่มีร่วมกัน ไม่ใช่สายโทรศัพท์หรือชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

common calling ในคำบรรยายหมายถึงอะไร

  1. เป้าหมายอันลึกซึ้งที่คนทั้งสองมีร่วมกัน
  2. งานประจำที่มอบหมายให้คนทั้งสอง
  3. สายโทรศัพท์ที่คนทั้งสองโทรออก
  4. ตำแหน่งทางการที่มีชื่อเดียวกัน
ดูคำตอบ

เป้าหมายอันลึกซึ้งที่คนทั้งสองมีร่วมกัน

การใช้คำ

inform conservation: ใช้หลักฐานชี้นำการดำเนินงาน

ในที่นี้ inform หมายถึงการให้ความรู้หรือหลักฐานที่ช่วยกำหนดการตัดสินใจหรือแนวทางดำเนินการ ส่วน conservation คือกิจกรรมที่ได้รับการชี้นำ ไม่ใช่บุคคลที่รับข้อความ รูปแบบ inform + policy, practice, strategy หรือ decisions พบได้บ่อยในงานวิจัยและงานเขียนเชิงวิชาชีพ ดังนั้น do science to inform conservation จึงหมายถึงการสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้ทำงานอนุรักษ์ตัดสินใจได้ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ในรายงานวิจัย “The survey will inform conservation policy” หมายความว่าอะไร

  1. การสำรวจจะส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังนโยบายการอนุรักษ์
  2. การสำรวจจะให้หลักฐานที่ช่วยกำหนดนโยบายการอนุรักษ์
  3. การสำรวจจะทำให้นโยบายการอนุรักษ์ไม่จำเป็นอีกต่อไป
  4. การสำรวจจะรายงานว่านโยบายการอนุรักษ์ประสบความสำเร็จแล้ว
ดูคำตอบ

การสำรวจจะให้หลักฐานที่ช่วยกำหนดนโยบายการอนุรักษ์

but more importantly make sure that we advocate for policy makers, ลำดับความ

3:18

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือต้องเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย

decision makers,

3:23

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

all of us

3:24

และพวกเราทุกคน

to turn the knowledge into action สำนวน

3:25

เปลี่ยนความรู้ให้เป็นการลงมือทำ

to actually protect wildlife.

3:27

เพื่อปกป้องสัตว์ป่าอย่างแท้จริง

ลำดับความ

But more importantly: จัดให้ประเด็นถัดไปมีความสำคัญสูงกว่า

But more importantly เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่เปลี่ยนจุดสนใจของผู้ฟัง และจัดให้ประเด็นถัดไปมีลำดับความสำคัญสูงกว่าประเด็นที่เพิ่งกล่าวไป but แสดงการเปลี่ยนทิศทาง ส่วน more importantly ระบุการจัดลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน ในที่นี้ สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าการเปลี่ยนจากความรู้ไปสู่การลงมือปกป้องคือสิ่งที่ผู้พูดให้ความสำคัญมากที่สุด ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการให้ผู้ฟังมองว่าแนวคิดถัดไปเป็นข้อเสนอที่หนักแน่นหรือสำคัญกว่า

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าเป้าหมายที่สองมีลำดับความสำคัญสูงกว่าและมีการเปลี่ยนจุดสนใจ? We need accurate data. ___, we need to act on it.

  1. Also
  2. But more importantly
  3. For example
ดูคำตอบ

But more importantly

สำนวน

Turn the knowledge into action: ใช้ turn A into B เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลง

Turn the knowledge into action ใช้รูปแบบ turn A into B เพื่อบอกการเปลี่ยนจากรูปแบบหรือสภาวะเริ่มต้นไปเป็นผลลัพธ์ โดย knowledge คือ A และ action คือ B การเปลี่ยนในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือผู้คนนำสิ่งที่รู้ไปใช้ผ่านการตัดสินใจและขั้นตอนที่เป็นรูปธรรม รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ในตัวอย่างอย่าง turn an idea into a plan

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “ใช้สิ่งที่ค้นพบจากการศึกษาเพื่อลงมือทำจริง” ให้สมบูรณ์: After the safety study, the team must ____ by changing its procedures.

ดูคำตอบ

turn the findings into action

Can't wait to get on the road. โน้ต

3:30

แทบรอออกเดินทางไม่ไหวแล้ว

วลี

Can't wait to + กริยา: แสดงความคาดหวังอย่างกระตือรือร้น

Can't wait to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงผู้พูดอยากหรือรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะทำบางอย่างในเร็ว ๆ นี้ ในประโยคนี้เป็นการแสดงความกระตือรือร้นที่จะเริ่มเดินทาง ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสามารถในการรอจริง ๆ ในการสนทนาแบบกันเอง มักละประธาน I จากรูปแบบที่คุ้นเคยนี้ ประโยคเต็มคือ I can't wait to get on the road.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ตื่นเต้นและรอแทบไม่ไหวที่จะทำ”: Our vacation starts tomorrow, and I ____ see the ocean.

ดูคำตอบ

can't wait to

สำนวน

get on the road: เริ่มการเดินทาง

Get on the road หมายถึงเริ่มเดินทางหรือออกเดินทาง โดยเฉพาะด้วยยานพาหนะ เป็นการพูดถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ไม่ใช่การก้าวไปยืนบนถนนตามความหมายตรงตัว ในสำนวนนี้ get แสดงการเปลี่ยนจากช่วงเตรียมตัวหรือรอคอยไปสู่การเดินทางแล้ว วลีนี้มีประโยชน์เมื่อข้อมูลสำคัญคือถึงเวลาออกเดินทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “เริ่มการเดินทาง”: The car is packed, so let's ____ before traffic gets heavy.

ดูคำตอบ

get on the road

We're almost to the marina where we're going to meet up with Ted การใช้คำ

3:47

เราใกล้ถึงท่าเรือที่นัดพบกับเท็ดแล้ว

การใช้คำ

be almost to + สถานที่: almost to the marina

ใน “We're almost to the marina” โครงสร้าง be almost to + สถานที่ หมายถึงผู้เดินทางใกล้จะถึงสถานที่นั้นแล้ว almost บอกระดับความคืบหน้าในการเดินทางไปถึง ไม่ได้อธิบายตัวท่าจอดเรือ นี่เป็นรูปแบบภาษาพูดที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ส่วน be almost at + สถานที่ เป็นทางเลือกที่ใช้ได้กว้างกว่าและสื่อความหมายพื้นฐานเดียวกันว่าใกล้จะถึงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาพูดแบบอเมริกัน be almost to + สถานที่: We're ____ the station; just two more blocks.

ดูคำตอบ

almost to

and I'm really excited to go out on the boat and look for whales, วลี

3:50

และฉันตื่นเต้นมากที่จะได้นั่งเรือออกไปตามหาวาฬ

look for dolphins and other marine wildlife.

3:54

ตามหาโลมาและสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ

วลี

go out on the boat เพื่อออกไปทำกิจกรรมนอกฝั่ง

ใน go out on the boat คำว่า go out หมายถึงออกจากฝั่งไปยังผืนน้ำเพื่อทำกิจกรรม ส่วน on the boat บอกว่าเรือเป็นสถานที่หรือฐานสำหรับกิจกรรมนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่แผนการค้นหาสัตว์ป่า โดยนำเสนอการเดินทางด้วยเรือว่าเป็นกิจกรรม ไม่ใช่เพียงวิธีเดินทางไปยังจุดหมายอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้พูดจะออกจากฝั่งและใช้เวลาบนผืนน้ำเพื่อดูสัตว์ป่า

  1. We're going to go by boat to the island.
  2. We're going to go out on the boat to watch seabirds.
  3. We're going to get on the boat at the dock.
ดูคำตอบ

We're going to go out on the boat to watch seabirds.

And I think this partnership between Oceans Initiative and Happywhale

3:57

ฉันคิดว่าความร่วมมือระหว่าง Oceans Initiative กับ Happywhale

is really going to make an impact วลี

4:02

จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ

in protecting these species that we care about. กริยาวลี

4:04

ในการปกป้องสัตว์สายพันธุ์เหล่านี้ที่เราใส่ใจ

วลี

make an impact: สร้างผลที่สังเกตได้

Make an impact หมายถึงทำให้เกิดผลที่สังเกตได้หรือการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ในประโยคนี้ใช้บอกว่าความร่วมมือน่าจะช่วยให้การปกป้องสายพันธุ์ดีขึ้น โดย impact เป็นผลกระทบในเชิงนามธรรม ไม่ใช่การชนทางกายภาพ โครงสร้างที่พบบ่อยที่สุดคือ make an impact on + สิ่งที่ได้รับผลกระทบ ส่วนวลี in + คำกริยาเติม -ing เช่น in protecting these species สามารถระบุกิจกรรมหรือด้านที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมในประโยคได้เหมาะสมที่สุด? The new literacy program could ___ on graduation rates.

  1. do an impact
  2. perform an impact
  3. build an impact
  4. make an impact
ดูคำตอบ

make an impact

กริยาวลี

care about: เห็นว่าคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำคัญ

Care about หมายถึงเห็นว่าคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำคัญและรู้สึกห่วงใยสิ่งนั้น ในประโยคนี้อธิบายว่าเหตุใดการปกป้องสายพันธุ์จึงมีความสำคัญต่อผู้พูดและคนอื่นเป็นการส่วนตัว โครงสร้างคือ care + about + คำนาม คำสรรพนาม คำกริยาเติม -ing หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม เช่น care about these species, care about them, care about protecting wildlife หรือ care about what happens ความหมายนี้ต้องมี about

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่าประเด็นนี้สำคัญต่อผู้พูด: I care ____ how the new policy affects families.

ดูคำตอบ

about

Are we okay for gas? น้ำเสียง/เจตนา

4:08

น้ำมันพอไหม

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Are we okay for + resource? เพื่อถามว่าเพียงพอหรือไม่

ในที่นี้ Are we okay for gas? เป็นการถามว่ามีน้ำมันเพียงพอที่จะเดินทางตามแผนให้เสร็จโดยไม่มีปัญหาหรือไม่ okay หมายถึง “เพียงพอสำหรับแผน” ไม่ได้หมายถึง “สุขภาพดี” หรือ “มีคุณภาพที่ยอมรับได้” รูปแบบ Are we okay for + resource? สามารถนำไปใช้ซ้ำเพื่อถามสั้น ๆ ว่าแผนที่ทำร่วมกันมีสิ่งที่ต้องใช้เพียงพอหรือไม่ เช่น เวลา หรือเงิน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการตรวจสอบทรัพยากรจากบทเรียนนี้ก่อนออกเดินทางด้วยรถยนต์: Are we ____ for gas?

ดูคำตอบ

okay

This is a hybrid so it's super efficient. การใช้คำ

4:09

รถคันนี้เป็นไฮบริด จึงประหยัดน้ำมันมาก

การใช้คำ

การใช้ Hybrid เป็นคำนามเดี่ยวแทนยานพาหนะ

ในบริบทการขับรถนี้ a hybrid หมายถึงรถไฮบริด ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ทั้งเครื่องยนต์ที่เผาไหม้เชื้อเพลิงและมอเตอร์ไฟฟ้า คำนาม car หรือ vehicle ถูกละไว้เพราะข้อความรอบข้างที่พูดถึงน้ำมันและการขับรถทำให้ความหมายชัดเจนแล้ว ในบริบทอื่น hybrid สามารถบรรยายการผสมหลายประเภทได้ จึงต้องใช้คำใกล้เคียงช่วยระบุว่ากำลังผสมสิ่งใด ในที่นี้ a hybrid ไม่ได้หมายถึงรถทุกคันที่ประหยัดน้ำมันเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya bought a hybrid for her long commute,” คำว่า a hybrid น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ยานพาหนะใดก็ตามที่ใช้เชื้อเพลิงน้อยมาก
  2. ยานพาหนะไฟฟ้าล้วนที่ไม่มีเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง
  3. ยานพาหนะที่ใช้ทั้งเครื่องยนต์ที่เผาไหม้เชื้อเพลิงและมอเตอร์ไฟฟ้า
ดูคำตอบ

ยานพาหนะที่ใช้ทั้งเครื่องยนต์ที่เผาไหม้เชื้อเพลิงและมอเตอร์ไฟฟ้า

การใช้คำ

super efficient: super ในฐานะคำขยายระดับแบบไม่เป็นทางการ

ในภาษาอังกฤษแบบสนทนาที่ไม่เป็นทางการ super สามารถวางหน้าคำคุณศัพท์เพื่อเป็นคำวิเศษณ์บอกระดับได้ ในที่นี้ super efficient หมายถึง “มีประสิทธิภาพมาก” โดยรถไฮบริดใช้เชื้อเพลิงหรือพลังงานโดยสิ้นเปลืองน้อยมาก super ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงซูเปอร์ฮีโร่หรือระดับทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ รูปแบบ super + adjective สามารถนำไปใช้เพื่อแสดงการประเมินอย่างกระตือรือร้นและเป็นกันเองได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคแบบไม่เป็นทางการนี้ super efficient บอกอะไรเกี่ยวกับรถไฮบริด?

  1. รถวิ่งเร็วกว่ารถยนต์คันอื่นทุกคัน
  2. รถใช้เชื้อเพลิงหรือพลังงานโดยสิ้นเปลืองน้อยมาก
  3. รถได้รับการจัดอันดับอย่างเป็นทางการให้อยู่ในหมวดที่เรียกว่า super
ดูคำตอบ

รถใช้เชื้อเพลิงหรือพลังงานโดยสิ้นเปลืองน้อยมาก

We're not going to have to stop for a while. ไวยากรณ์

4:12

เรายังไม่ต้องแวะเติมไปอีกพักใหญ่

ไวยากรณ์

not going to have to stop for a while: ไม่มีความจำเป็นในอนาคตช่วงหนึ่ง

โครงสร้าง be going to + have to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้คาดการณ์ความจำเป็นในอนาคต เมื่อปฏิเสธด้วย not ดังใน We're not going to have to stop จะหมายความว่าผู้พูดคาดว่าจะไม่จำเป็นต้องหยุดเพื่อเติมเชื้อเพลิง ความหมายนี้ต่างจากการห้าม เพราะไม่ได้หมายความว่าพวกเขาถูกห้ามไม่ให้หยุด For a while จำกัดคำกล่าวไว้ที่ช่วงเวลาหนึ่งนับจากตอนนี้ ดังนั้นภายหลังอาจจำเป็นต้องหยุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not going to have to + verb เพื่อบอกว่าจะยังไม่จำเป็นต้องคืนหนังสือเร็ว ๆ นี้: The library book has been renewed, so I am ____ for another two weeks.

ดูคำตอบ

not going to have to return it

Oh, that's great.

4:14

โอ้ เยี่ยมเลย

Ted!

4:28

เท็ด!

Erin!

4:29

เอริน!

How are you?

4:29

เป็นอย่างไรบ้าง

We're really excited to be here.

4:31

เราตื่นเต้นมากที่ได้มาที่นี่

So excited to have you. น้ำเสียง/เจตนา

4:32

ดีใจมากที่พวกคุณมา

น้ำเสียง/เจตนา

So excited to have you: การละ I'm ในคำต้อนรับอย่างอบอุ่น

So excited to have you เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการที่ย่อมาจาก I'm so excited to have you โดยละประธานและกริยาไว้ เพราะสถานการณ์การต้อนรับทำให้เข้าใจส่วนที่ละได้อย่างชัดเจน have you ในที่นี้หมายถึงการมีอีกฝ่ายอยู่ร่วมกับเรา หรือการต้อนรับให้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง รูปประโยคนี้แสดงความตื่นเต้นและยินดีอย่างอบอุ่นต่อการมาหรือการเข้าร่วมของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำต้อนรับที่เป็นธรรมชาติ อบอุ่น และไม่เป็นทางการสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ?

  1. So excited having you on the project.
  2. So excited to own you on the project.
  3. So excited to have you on the project.
  4. So exciting to have you on the project.
ดูคำตอบ

So excited to have you on the project.

Yeah,

4:33

ใช่

the whales are just awesome.

4:34

วาฬสุดยอดมาก

Really?

4:35

จริงเหรอ

Yeah,

4:36

ใช่

we've been out recently

4:36

ช่วงนี้เราเพิ่งออกเรือไป

and it's going off. กริยาวลี

4:37

และตอนนี้มีวาฬออกมาให้เห็นกันคึกคักมาก

กริยาวลี

going off: สแลงเชิงบวกสำหรับบรรยากาศที่คึกคักและน่าตื่นเต้น

ในบริบทนี้ going off หมายถึงกิจกรรมหรือเหตุการณ์กำลังคึกคัก เข้มข้น และน่าตื่นเต้น คือมีหลายสิ่งเกิดขึ้น คำพูดรอบข้างที่กล่าวถึงวาฬจำนวนมากและสภาพที่ดีทำให้ตีความวลีนี้ในแง่บวก Go off มีความหมายทั่วไปหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน จึงไม่สามารถตีความโดยแยกจากบริบทได้ ต้องดูประธานและสถานการณ์ หากเป็นกิจกรรมหรือบรรยากาศพร้อมน้ำเสียงตื่นเต้น ก็อาจเป็นความหมายสแลงนี้ แต่ถ้าเกี่ยวกับสัญญาณเตือน วัตถุระเบิด หรืออาหาร ก็จะชี้ไปยังความหมายอื่น

แบบฝึกหัด

ในคอนเสิร์ตที่มีคนแน่น เพื่อนยิ้มแล้วพูดว่า "This place is going off!" ประโยคนี้น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?

  1. สัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้น
  2. อาคารกำลังจะระเบิด
  3. สถานที่นั้นคึกคักและน่าตื่นเต้น
  4. อาหารเสียแล้ว
ดูคำตอบ

สถานที่นั้นคึกคักและน่าตื่นเต้น

Wonderful.

4:39

ยอดเยี่ยมเลย

The conditions look incredible.

4:40

สภาพต่าง ๆ ดูยอดเยี่ยมมาก

I can't wait to get out there.

4:42

ฉันแทบรอออกเรือไม่ไหวแล้ว

All right.

4:43

เอาละ

Captain Kate.

4:45

กัปตันเคต

See you.

4:46

ดีใจที่ได้เจอคุณ

Nice to see you too. น้ำเสียง/เจตนา

4:47

ดีใจที่ได้เจอคุณเหมือนกัน

All right.

4:48

เอาละ

Hi, I'm Kate.

4:48

สวัสดี ฉันชื่อเคต

Nice to meet you.

4:49

ยินดีที่ได้รู้จัก

น้ำเสียง/เจตนา

ความแตกต่างระหว่าง Nice to see you too. กับ Nice to meet you.

เมื่อใช้เป็นคำทักทาย “Nice to see you” สื่อว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่รู้จักอยู่แล้ว และผู้พูดดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง ส่วน “too” ในที่นี้เป็นการตอบกลับความรู้สึกเป็นมิตรแบบเดียวกับที่อีกฝ่ายแสดงไว้ก่อนหน้า “Nice to meet you” บอกว่าเป็นการแนะนำตัวและรู้จักกันครั้งแรก ในสถานการณ์ที่มีหลายคน ผู้พูดจึงใช้ “see” กับคนรู้จัก แล้วใช้ “meet” กับคนที่เพิ่งได้รับการแนะนำให้รู้จักได้

แบบฝึกหัด

ในวันทำงานวันแรก มีคนแนะนำให้คุณรู้จักเพื่อนร่วมงานที่คุณไม่เคยพบมาก่อน คุณควรพูดว่าอะไร?

  1. Nice to see you again.
  2. Nice to see you too.
  3. Nice to meet you.
ดูคำตอบ

Nice to meet you.

I'm Erin.

4:50

ฉันชื่อเอริน

Nice to meet you.

4:50

ยินดีที่ได้รู้จัก

Hey, I'm Rob.

4:51

สวัสดี ผมชื่อร็อบ

Nice to meet you.

4:52

ยินดีที่ได้รู้จัก

Nice to meet you.

4:52

ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน

Beautiful boat.

4:53

เรือสวยมาก

Welcome.

4:54

ยินดีต้อนรับ

Yeah.

4:55

ใช่

Welcome to Moss Landing.

4:55

ยินดีต้อนรับสู่มอสส์แลนดิง

I'm excited to take you out on my fast raft. กริยาวลี

4:57

ฉันตื่นเต้นที่จะได้พาพวกคุณออกไปด้วยเรือยางความเร็วสูงของฉัน

กริยาวลี

take you out on my fast raft: โครงสร้างการพาออกไปเที่ยว

“take you out on my fast raft” ใช้โครงสร้าง take + person + out + on + watercraft หมายถึงการพาใครสักคนออกจากฝั่งหรือจุดเริ่มต้นเพื่อเดินทางหรือทำกิจกรรมบนพาหนะทางน้ำนั้น “out” แสดงการออกไปข้างนอก ส่วน “on my fast raft” ระบุพาหนะที่ใช้ ความหมายขึ้นอยู่กับทั้งโครงสร้างและบริบท ในที่นี้ “take you out” หมายถึงการเดินทางและประสบการณ์ที่ทำร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงการไปออกเดต การนำสิ่งของออกมา หรือการทำร้ายใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย take + person + out + on ไกด์ที่ท่าเรือชวนคุณออกไปเที่ยวด้วยเรือใบของเธอ: Tomorrow, I'll ____ my sailboat.

ดูคำตอบ

take you out on

Uh we've got a beautiful day

5:00

เอ่อ วันนี้อากาศดีมาก

and hopefully the fog will be receding away from the shore การใช้คำ

5:01

และหวังว่าหมอกจะถอยห่างออกไปจากชายฝั่ง

so we'll have, you know, good visibility. โน้ต

5:04

เราจะได้มีทัศนวิสัยที่ดี

การใช้คำ

receding away from the shore: การค่อย ๆ ถอยกลับ

ในประโยคนี้ receding หมายถึงการค่อย ๆ ถอยกลับหรือมีขอบเขตลดลง หมอกกำลังเคลื่อนออกห่างจากชายฝั่ง จึงคาดว่าทัศนวิสัยจะดีขึ้น ปกติ recede เป็นคำกริยาอกรรม สิ่งที่ถอยกลับจะเป็นประธาน ส่วน away from the shore บอกทิศทางที่ถอยไป ไม่ใช่กรรมของ recede

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ recede: By noon, the floodwater was slowly ____ from the houses.

ดูคำตอบ

receding

วลี

good visibility สำหรับสภาพที่มองเห็นได้ชัดเจน

ในประโยคนี้ good visibility หมายถึงสภาพการมองเห็นที่ทำให้ผู้คนมองได้ชัดในระยะที่เป็นประโยชน์ เมื่อหมอกเคลื่อนออกไป การมองผิวน้ำและค้นหาวัตถุที่อยู่ไกลก็จะง่ายขึ้น Visibility หมายถึงสภาพการมองเห็นโดยรวมหรือระยะที่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะในบริบทของสภาพอากาศ การขับรถ การบิน และการเดินเรือ Good visibility เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติและแม่นยำกว่าการพูดเพียงว่าผู้คน can see well

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสองคำที่ใช้ตามปกติเพื่อบอกว่าสภาพการมองเห็นชัดเจน: After the fog lifted, the pilot reported ____ for the approach.

ดูคำตอบ

good visibility

น้ำเสียง/เจตนา

you know, ในฐานะคำบอกหน้าที่ทางวาทกรรมในการสนทนา

ตรงนี้ you know เป็นคำบอกหน้าที่ทางวาทกรรมที่แทรกอยู่ในประโยค ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสักครู่เพื่อเรียบเรียงความคิด และสื่อเบา ๆ ว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจร่วมกันหรือผู้ฟังตามได้ง่าย คำนี้ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรและไม่ได้ขอคำตอบ yes หรือ no เมื่อตัดออก ใจความหลักก็ไม่เปลี่ยน กล่าวคือพวกเขาคาดว่าจะมีทัศนวิสัยที่ดี

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยินให้ตรงทุกคำ เน้นฟังวลีสั้น ๆ ที่ไม่ลงน้ำหนักระหว่าง have กับ good

  1. We'll have good visibility.
  2. We'll have, you know, good visibility.
ดูคำตอบ

We'll have, you know, good visibility.

But we know where the whales are.

5:06

แต่เรารู้ว่าวาฬอยู่ตรงไหน

I mean, น้ำเสียง/เจตนา

5:07

คือว่า

they're pretty easy to find right now. การใช้คำ

5:07

ตอนนี้พวกมันหาเจอได้ง่ายทีเดียว

น้ำเสียง/เจตนา

I mean สำหรับเพิ่มคำอธิบายให้ชัดเจน

ในที่นี้ I mean เป็นตัวบ่งชี้ในบทสนทนาที่นำเข้าสู่การชี้แจงคำกล่าวก่อนหน้า “We know where the whales are” เป็นคำกล่าวกว้าง ๆ ส่วน “they're pretty easy to find right now” อธิบายเหตุผลที่ทำให้ผู้พูดมั่นใจเช่นนั้น ไม่ได้เป็นการยกเลิกหรือโต้แย้งประโยคแรก ในการสนทนา I mean มักช่วยให้ผู้พูดกล่าวใหม่ จำกัดขอบเขต หรือทำให้ความคิดเป็นรูปธรรมมากขึ้นโดยยังคงพูดต่อได้

แบบฝึกหัด

I mean ทำหน้าที่อะไรในการสนทนานี้? “The route is simple. I mean, it is a straight walk from the station.”

  1. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้พูด
  2. ถอนคำกล่าวแรกแล้วบอกว่าเส้นทางนั้นยาก
  3. เพิ่มคำอธิบายที่เจาะจงเพื่อสนับสนุนคำกล่าวแรก
ดูคำตอบ

เพิ่มคำอธิบายที่เจาะจงเพื่อสนับสนุนคำกล่าวแรก

การใช้คำ

pretty easy: pretty ที่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน pretty easy คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย easy โดยหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าพวกมันหาได้ค่อนข้างง่าย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดดูสวย เมื่อใช้เป็นคำเพิ่มระดับ pretty มักไม่ให้ความรู้สึกเด็ดขาดเท่า extremely แต่ระดับความเข้มอาจเปลี่ยนตามน้ำเสียงของผู้พูด ส่วน right now จำกัดข้อความนี้ไว้เฉพาะสถานการณ์ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The app is pretty easy to use,” คำว่า pretty easy หมายถึงอะไร?

  1. ค่อนข้างง่าย
  2. ง่ายอย่างยิ่งโดยไม่มีข้อยกเว้น
  3. สวยและง่าย
ดูคำตอบ

ค่อนข้างง่าย

All right.

5:09

เอาละ

Looking forward to seeing some whales. วลี

5:09

ตั้งตารอที่จะได้เห็นวาฬแล้ว

วลี

Looking forward to seeing: look forward to + กริยารูป -ing

look forward to หมายถึงการรอคอยบางสิ่งด้วยความยินดี ใน look forward to seeing คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยกริยารูป -ing คือ seeing และยังตามด้วยคำนามได้ เช่น look forward to the trip ในที่นี้ละ I'm ไว้ จึงเกิดเป็นส่วนประโยคแบบภาษาพูดสบาย ๆ ว่า Looking forward to... หากเขียนเป็นประโยคสมบูรณ์ให้ใช้ I'm looking forward to seeing some whales.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ meet เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm looking forward to ____ you next week.

ดูคำตอบ

meeting

Yeah,

5:10

ใช่

I am too. ไวยากรณ์

5:11

ฉันก็เหมือนกัน

ไวยากรณ์

I am too: แสดงความเห็นด้วยโดยไม่กล่าวกลุ่มคำกริยาซ้ำ

ในคำตอบนี้ I am too หมายถึง “I am looking forward to seeing some whales too.” โดย am รับช่วงกลุ่มคำกริยาที่สร้างด้วย be จากคำพูดก่อนหน้า ส่วน too แสดงว่าผู้พูดมีความรู้สึกเชิงบวกแบบเดียวกัน นี่เป็นรูปแบบสั้น ๆ สำหรับแสดงความเห็นด้วย: ประธาน + กริยาช่วยที่ตรงกับประโยคก่อนหน้า + too กริยาช่วยต้องสอดคล้องกับโครงสร้างของอนุประโยคก่อนหน้า ดังนั้นจึงใช้ am หลัง I'm looking forward... แต่ประโยคอื่นอาจต้องใช้ do, have หรือ can

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบของ Leo ด้วยกริยาช่วยที่ตรงกับประโยคของ Maya: Maya: I'm looking forward to the concert. Leo: I ____ too.

ดูคำตอบ

am

Going out into Monterey Bay on a boat ไวยากรณ์

5:16

การนั่งเรือออกไปในอ่าวมอนเทอเรย์

is a pretty special experience

5:18

เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก

because you're out in a very wild and natural environment.

5:20

เพราะคุณได้ออกไปอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติและยังคงความป่าไว้อย่างมาก

ไวยากรณ์

Going out into Monterey Bay on a boat ในฐานะประธานแบบ -ing

Going out into Monterey Bay on a boat เป็นประธานของ is กลุ่มคำ -ing ทั้งหมดใช้เรียกกิจกรรมหนึ่งอย่าง ดังนั้น going ในที่นี้จึงไม่ใช่กริยา present continuous และกิจกรรมนั้นใช้ is ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์ รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดประเมินกิจกรรมได้: กิจกรรมแบบ -ing + is + คำประเมิน จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because สามารถบอกเหตุผลของการประเมินนั้นได้ เช่นเดียวกับในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมรูป present tense ที่ถูกต้องของ be เพื่อให้ประโยคประเมินกิจกรรมแบบ -ing ทั้งหมด: Exploring a new city on foot ____ rewarding because you notice small details.

ดูคำตอบ

is

It's sort of in the animal zone. น้ำเสียง/เจตนา

5:23

เหมือนกับได้เข้าไปอยู่ในเขตของสัตว์

น้ำเสียง/เจตนา

sort of ในฐานะคำบอกความใกล้เคียงที่ช่วยลดน้ำหนักคำพูด

ในที่นี้ sort of ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ผู้พูดหมายความว่าสภาพแวดล้อมนี้พอจะบรรยายได้ว่าเป็น "in the animal zone" พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่า animal zone เป็นเพียงคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและโดยประมาณ ไม่ใช่การจัดประเภทที่เคร่งครัด รูปแบบ sort of + คำบรรยาย ช่วยให้ผู้พูดเสนอคำอธิบายที่มีประโยชน์แต่ไม่แม่นยำเต็มที่ได้ ใน It's sort of in the animal zone นั้น sort of ขยายคำบรรยายทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้หมายถึงการจัดเรียงสัตว์

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "The plan is sort of risky," คำว่า sort of สื่ออะไร?

  1. ผู้พูดกำลังจัดความเสี่ยงตามลำดับ
  2. ผู้พูดกำลังตั้งชื่อหมวดหมู่ความเสี่ยงอย่างเป็นทางการ
  3. ผู้พูดเห็นว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ทำให้คำกล่าวไม่เด็ดขาดเกินไป
ดูคำตอบ

ผู้พูดเห็นว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ทำให้คำกล่าวไม่เด็ดขาดเกินไป

Nature at a scale that's hard to grasp. โน้ต

5:25

เป็นธรรมชาติในระดับที่ยิ่งใหญ่จนยากจะจินตนาการ

ลำดับความ

Nature at a scale that's hard to grasp ในฐานะส่วนข้อความเพื่อเน้นย้ำ

ข้อความบรรทัดนี้เป็นส่วนขยายแบบนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ Nature เป็นคำนามหลัก และ at a scale that's hard to grasp เติมคำบรรยายสำคัญ กริยาที่ผันแล้วใน that's ปรากฏอยู่เฉพาะในอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย scale ส่วน Nature ไม่มีกริยาหลัก เมื่อวางต่อจากแนวคิดก่อนหน้า ส่วนข้อความนี้ทำหน้าที่เหมือนคำบรรยายในสารคดีหรือจังหวะปิดท้าย มันย่อสารทั้งหมดให้เป็นภาพสุดท้ายเพียงภาพเดียว และเน้นขนาดอันมหาศาลกับผลกระทบทางอารมณ์ แทนที่จะกล่าวข้อความสมบูรณ์เต็มรูป ส่วนข้อความที่จงใจใช้เช่นนี้พบได้บ่อยในการบรรยาย พาดหัว คำบรรยาย และโฆษณา ในงานเขียนอธิบายแบบเป็นทางการ ผู้เขียนมักเติมอนุประโยคหลักกลับมา เช่น Nature appears on a scale that's hard to grasp.

แบบฝึกหัด

สารคดีจบด้วยคำบรรยาย "A world untouched by time." เหตุใดส่วนข้อความนี้จึงได้ผลในบริบทดังกล่าว?

  1. ย่อแนวคิดสุดท้ายให้เป็นนามวลีที่เห็นภาพชัดเพื่อเน้นย้ำ
  2. ให้คำอธิบายแบบเป็นทางการที่สมบูรณ์โดยมีกริยาในอนุประโยคหลัก
  3. แสดงว่าผู้เขียนลืมกริยาและไม่ได้ตั้งใจสร้างผลใด ๆ
ดูคำตอบ

ย่อแนวคิดสุดท้ายให้เป็นนามวลีที่เห็นภาพชัดเพื่อเน้นย้ำ

วลี

at a scale: การบอกขนาดที่เฉพาะเจาะจง

at a scale หมายถึง “ในระดับของขนาด ขอบเขต หรือความกว้างที่เฉพาะเจาะจง” ในประโยคนี้ a scale that's hard to grasp แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติกว้างใหญ่จนยากที่จะเข้าใจหรือจินตนาการถึงขนาดทั้งหมดได้ โครงสร้าง at a scale + ส่วนขยาย ใช้ระบุขนาดที่สิ่งหนึ่งดำรงอยู่หรือเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เช่น at a scale that changes the outcome คำว่า scale ในที่นี้หมายถึง “ขนาด” ไม่ใช่เครื่องชั่ง ขีดบอกระดับ หรือเกล็ดปลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง at a scale + อนุประโยคสัมพันธ์เพื่อระบุขนาดที่เฉพาะเจาะจง

  1. The program now operates at a scale that requires round-the-clock support.
  2. The program now operates on a global scale across five continents.
  3. The program is finally operating at scale after years of testing.
ดูคำตอบ

The program now operates at a scale that requires round-the-clock support.

สำนวน

hard to grasp: ยากที่จะเข้าใจอย่างครบถ้วน

ใน hard to grasp คำว่า grasp ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอาจหมายถึงการเข้าใจบางสิ่งด้วยความคิด ราวกับว่าจิตใจสามารถ “จับ” ความคิดนั้นไว้ได้ ในประโยคนี้ ขนาดดังกล่าวยากที่จะเข้าใจหรือนึกภาพได้อย่างครบถ้วน ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับจริง ๆ วลีนี้เหมาะเป็นพิเศษกับแนวคิดนามธรรม ปริมาณมหาศาล ระบบซับซ้อน หรือผลกระทบที่กว้างไกล เมื่อคนเราไม่สามารถเข้าใจความหมายทั้งหมดได้โดยง่าย

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The consequences are hard to grasp,” วลี hard to grasp หมายความว่าอะไร

  1. ยากที่จะถือด้วยมือข้างเดียว
  2. อธิบายด้วยตัวเลขที่แน่นอนได้ง่าย
  3. ยากที่จะเข้าใจอย่างครบถ้วน
ดูคำตอบ

ยากที่จะเข้าใจอย่างครบถ้วน