นักท่องเที่ยวดูนกในเม็กซิโกถูกชายติดอาวุธสกัด: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Inside Edition
คำอธิบาย: นักดูนกสองคนเล่าเหตุการณ์พบชายติดอาวุธบนถนนห่างไกลในเม็กซิโก ความกลัวที่ตามมา และวิดีโอปี 2020 ที่เพิ่งแพร่หลาย ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “nothing prepared them for” (กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน): เข้าใจการหักความคาดหมาย และใช้ prepare someone for + คำนาม เมื่อประสบการณ์เดิมไม่ทำให้ใครพร้อมรับความตกใจ 2. “off the beaten path.” (สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ): เข้าใจว่าสถานที่อยู่ไกลจากเส้นทางทั่วไป และใช้สำนวนโดยไม่แปล beaten path ตรงตัว 3. “happened in 2020,” และ “video has just gone viral.” (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): เปรียบเทียบ simple past ของเหตุการณ์ที่ระบุเวลา กับ present perfect ร่วมกับ just ของการเปลี่ยนแปลงล่าสุด
คำอธิบายในบทเรียนนี้
These birdwatchers expected a quiet vacation taking photos of tropical wildlife.
0:00นักดูนกกลุ่มนี้คาดว่าจะได้ใช้วันหยุดพักผ่อนอันเงียบสงบไปกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าเขตร้อน
So nothing prepared them for the nightmare they experienced in Mexico. วลี
0:06จึงไม่มีอะไรทำให้พวกเขาพร้อมรับมือกับฝันร้ายที่ต้องเจอในเม็กซิโก
Nothing prepared them for: ไม่มีอะไรเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับ...
ในโครงสร้าง prepare someone for something บุคคลที่อยู่ระหว่าง prepare กับ for คือผู้ที่ถูกทำให้พร้อมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในที่นี้ประธานคือ nothing จึงหมายความว่าไม่มีข้อมูลหรือประสบการณ์ก่อนหน้าใดทำให้พวกเขาเตรียมใจพร้อมสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โครงสร้างนี้มักใช้สร้างความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คาดหวังกับความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้จัดกระเป๋าหรือเตรียมอุปกรณ์ แต่ prepared กล่าวถึงความพร้อมในการเผชิญประสบการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายความว่าไม่มีประสบการณ์ก่อนหน้าใดทำให้ผู้พูดพร้อม: I had read every guidebook, but ____ the desert heat.
ดูคำตอบ
nothing prepared me for
please, please, please, please, please, please.
0:16ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด
Seeing down the barrel of one guy's gun: มองตรงเข้าไปในลำกล้องปืนของผู้ชายคนหนึ่ง
ในคำบอกเล่านี้ seeing down the barrel of the gun บรรยายมุมมองของผู้พูดเมื่อปากกระบอกปืนหันตรงมาที่ตน ผู้พูดจึงมองเข้าไปตามด้านในหรือตามแนวยาวของลำกล้องได้ down ในที่นี้หมายถึง “ไปตามแนวยาวของ” ไม่ใช่ไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่า ภาพนี้สื่อถึงอันตรายถึงชีวิตที่อยู่ตรงหน้า และอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงคิดว่า this is it หรือ “ฉันกำลังจะตาย” ส่วน the one guy's gun เป็นสำนวนสนทนาที่หมายถึงปืนของผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ seeing down the barrel of the one guy's gun หมายถึงอะไร
- เขากำลังตรวจดูภายในปืนที่ไม่ได้บรรจุกระสุน
- เขากำลังก้มมองปืนที่อยู่ต่ำกว่าตัวเอง
- ผู้ชายคนหนึ่งกำลังลดปืนลง
- ปืนหันตรงมาที่เขา ทำให้เขามองไปตามลำกล้องได้
ดูคำตอบ
ปืนหันตรงมาที่เขา ทำให้เขามองไปตามลำกล้องได้
“This is it” เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง
ในบริบทที่คุกคามชีวิตนี้ “this is it” หมายถึงว่าวาระสุดท้ายมาถึงแล้ว ผู้พูดเชื่อว่าตนกำลังจะตาย ตรงนี้ “it” หมายถึงผลลัพธ์อันน่ากลัวโดยรวม ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ความหมายของสำนวนนี้ขึ้นอยู่กับบริบท โดยอาจใช้ประกาศว่าช่วงเวลาชี้ขาดหรือช่วงเวลาสุดท้ายมาถึงแล้ว ส่วนในสถานการณ์อื่นอาจใช้ชี้ว่าสิ่งที่เลือกคือสิ่งที่ใช่
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด “This is it” มีความหมายว่า “ฉันกำลังจะตาย” อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- ผู้ซื้อชี้ไปที่เสื้อแจ็กเก็ตที่ตนต้องการ
- คนคนหนึ่งเผชิญภัยคุกคามถึงชีวิตที่ใกล้จะเกิดขึ้นและเชื่อว่าจุดจบมาถึงแล้ว
- โค้ชประกาศว่าการแข่งขันชิงแชมป์กำลังจะเริ่มขึ้น
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งเผชิญภัยคุกคามถึงชีวิตที่ใกล้จะเกิดขึ้นและเชื่อว่าจุดจบมาถึงแล้ว
It started when Aaron Payzant and Logan Howard
0:23เรื่องนี้เริ่มขึ้นตอนที่ Aaron Payzant และ Logan Howard
were driving nearly 3,000 miles from Indiana to Cancun.
0:26กำลังขับรถเป็นระยะทางเกือบ 3,000 ไมล์จากอินดีแอนาไปแคนคูน
“Looks like there’s ...” สำหรับข้อสังเกตแบบไม่ฟันธง
“Looks like there’s ...” เป็นกรอบภาษาพูดสำหรับให้ข้อสรุปเบื้องต้นจากหลักฐานที่มองเห็นได้ เทียบได้กับ “It appears that there is ...” โดย “Looks like” ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความแทนที่จะพูดว่าแน่นอน ส่วน “there’s” ใช้นำเข้าสิ่งที่ดูเหมือนว่ามีอยู่ ในการใช้แบบนี้ “Looks like ...” เป็นการละประธานเชิงไม่ระบุบุคคล “it” จาก “It looks like ...” แบบไม่เป็นทางการ กรอบนี้มีประโยชน์เมื่อตรวจดูแผนที่ มองไปตามถนน หรือสังเกตเบาะแสในสภาพแวดล้อม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบภาษาพูดสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: From the lights on the horizon, ____ a small town ahead.
ดูคำตอบ
looks like there's
They're on a back road looking for birds to photograph
0:33พวกเขากำลังขับไปตามถนนสายรองเพื่อมองหานกมาถ่ายภาพ
Out of nowhere: การปรากฏตัวอย่างกะทันหันโดยไม่มีคำเตือน
Out of nowhere หมายถึง “อย่างกะทันหันโดยไม่มีคำเตือนหรือสัญญาณล่วงหน้าที่เห็นได้” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การปรากฏตัวของรถบรรทุกดูเป็นสิ่งที่ผู้สังเกตไม่คาดคิดอย่างสิ้นเชิง และทำให้เหตุการณ์พลิกผันอย่างฉับพลัน แม้ nowhere โดยปกติจะหมายถึงไม่มีสถานที่ใด แต่ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้บอกเส้นทางหรือสถานที่จริง ใช้กล่าวถึงคน สิ่งของ เหตุการณ์ หรือความคิดที่ดูเหมือนปรากฏขึ้นโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้าได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างกะทันหันและไม่มีคำเตือน”: A deer stepped onto the road ____.
ดูคำตอบ
out of nowhere
while Aaron speaks to the gunman as best he can.
0:50ขณะที่ Aaron พยายามพูดกับชายถือปืนอย่างสุดความสามารถ
ความแตกต่างระหว่าง does his best to ... กับ as best he can
Does his best to hide ใช้โครงสร้าง do one’s best to + กริยารูปพื้นฐาน โดยกริยาหลัก do แสดงกาลและเปลี่ยนตามประธาน คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องตรงกับประธาน และกริยาไม่แท้ที่มี to ระบุการกระทำที่ทุ่มเทความพยายามให้ As best he can ขยาย speaks และหมายถึง “ด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถหรือข้อจำกัดของสถานการณ์จะเอื้ออำนวย” เป็นโครงสร้างกริยาวิเศษณ์ตายตัว: as best + ประธาน + can/could โดยไม่มี the โครงสร้างแรกวางการพยายามเป็นกรอบของการกระทำหลัก ส่วนโครงสร้างที่สองอธิบายว่าการกระทำอีกอย่างหนึ่งดำเนินไปอย่างไร ทั้งคู่สื่อถึงความพยายามแต่ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ ใช้ do one's best to ในช่องแรกและ as best one can ในช่องที่สอง โดยเปลี่ยนแต่ละโครงสร้างให้ตรงกับประธานและอดีตกาล: Maya ____ finish the report on time, and after the file became corrupted, she reconstructed it ____.
ดูคำตอบ
did her best to · as best she could
The gunman reassure the Americans that they're not in danger.
0:56กลุ่มชายติดอาวุธยืนยันกับชาวอเมริกันทั้งคู่ว่าทั้งคู่ไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย
“No problem, no problem, okay?” เพื่อปลอบอย่างเร่งด่วน
ในที่นี้ การพูด no problem ซ้ำเป็นการปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจทันที ผู้พูดพยายามสื่อว่า “พวกคุณปลอดภัย ฉันจะไม่ทำร้ายพวกคุณ” ไม่ใช่การตอบรับคำขอบคุณหรือการบอกว่างานหนึ่งทำได้ง่าย การเติม okay? เป็นการตรวจว่าอีกฝ่ายเข้าใจหรือยอมรับคำยืนยันนี้หรือไม่ ในสถานการณ์ตึงเครียด การพูดซ้ำและคำถามเพื่อยืนยันทำให้วลีง่าย ๆ กลายเป็นความพยายามอย่างเร่งด่วนที่จะทำให้คนอื่นสงบลง
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ตึงเครียด ผู้พูดพูดซ้ำว่า “No problem, no problem, okay?” ผู้พูดน่าจะกำลังพยายามทำอะไร?
- ถามว่าผู้ฟังมีปัญหาหรือไม่
- ทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าพวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย
- บอกว่างานหนึ่งทำได้ง่าย
- ขอบคุณผู้ฟังที่ให้ความช่วยเหลือ
ดูคำตอบ
ทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าพวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย
be about to + กริยา สำหรับอนาคตที่ใกล้จะเกิดขึ้น
ในโครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน รูปของ be ต้องสอดคล้องกับประธาน และ about to บอกว่าเหตุการณ์ใกล้จะเกิดขึ้นมาก ใน “I'm about to pass out.” ผู้พูดรู้สึกว่าอาจหมดสติได้ทุกเมื่อ ในที่นี้ about ไม่ได้แปลว่า “ประมาณ” ให้มอง be about to เป็นโครงสร้างบอกเวลาอนาคตหนึ่งชุด คือ am, is หรือ are + about to + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be about to เพื่อบอกว่าจะออกเดินทางภายในอีกไม่กี่วินาที: The doors are closing—the train ____ leave.
ดูคำตอบ
is about to
Pass out: หมดสติ
ในประโยคนี้ pass out เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึงหมดสติหรือเป็นลม ผู้พูดยังมีสติอยู่ ส่วน I'm about to แสดงว่าการหมดสติกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ไม่ใช่เกิดขึ้นไปแล้ว ความหมายนี้ไม่สามารถอนุมานได้จากการแปล pass และ out แยกกัน ในบริบทเกี่ยวกับสุขภาพ ความเครียด ความกลัว ความร้อน หรือเหตุฉุกเฉิน pass out มักหมายถึงการหมดสติโดยไม่ได้ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึงหมดสติลงในประโยค: The room was spinning, and I thought I was about to ____.
ดูคำตอบ
pass out
But Aaron's not convinced the danger has passed. วลี
1:20แต่ Aaron ยังไม่แน่ใจว่าอันตรายผ่านพ้นไปแล้ว
The danger has passed: ภัยคุกคามสิ้นสุดแล้ว
ในวลี the danger has passed คำว่า pass หมายถึงช่วงเวลาที่มีภัยคุกคามได้สิ้นสุดลงและไม่ก่อให้เกิดอันตรายในทันทีอีกต่อไป ส่วน has passed เป็นรูป present perfect ซึ่งเชื่อมโยงอันตรายที่มีอยู่ก่อนหน้านี้กับผลในปัจจุบันว่าตอนนี้สถานการณ์ปลอดภัยแล้ว การใช้คำร่วมกันนี้ให้ danger เป็นประธาน ไม่ได้หมายความว่าอันตรายเคลื่อนผ่านใครไปจริง ๆ หากยังมีความเสี่ยงในวงกว้างเหลืออยู่ ผู้พูดอาจจำกัดขอบเขตเป็น the immediate danger has passed
แบบฝึกหัด
เติมรูป present perfect ของ pass เพื่อแสดงว่าตอนนี้สถานการณ์ปลอดภัยแล้ว: The warning sirens are silent, and the danger ____.
ดูคำตอบ
has passed
Logan explains why they're so far off the beaten path. สำนวน
1:24Logan อธิบายว่าทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ไกลจากเส้นทางที่คนทั่วไปใช้กันขนาดนี้
สำนวน off the beaten path
ในประโยคนี้ off the beaten path หมายถึงอยู่ไกลจากเส้นทางและสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ใช้หรือไปเยือนเป็นประจำ วลีนี้สื่อว่าสถานที่นั้นอยู่ห่างไกลหรือไม่ค่อยมีคนไป ไม่ได้หมายถึงทางที่ถูก “ตี” จริง ๆ สำนวนนี้ใช้บรรยายสถานที่หรือเส้นทางจริงได้ และยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับตัวเลือกหรือหัวข้อที่แปลกออกไปจากกระแสหลักได้ด้วย การอยู่ off the beaten path ไม่ได้แปลว่าหลงทางเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ห่างจากเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป”: We found a quiet village ____.
ดูคำตอบ
off the beaten path
wanna ในฐานะรูปไม่เป็นทางการของ want to
ในที่นี้ wanna เป็นการเขียนแบบไม่เป็นทางการเพื่อแทนรูปย่อในการพูดของ want to ใน wanna see คำนี้ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน see และหมายถึง want to see การสะกดแบบคำบรรยายนี้ถ่ายทอดคำพูดที่เป็นกันเองและตรงไปตรงมา แต่ไม่ใช่การสะกดมาตรฐานสำหรับงานเขียนทางการ ในภาษาเขียน wanna โดยทั่วไปแทน want to ไม่ใช่ want a ที่อยู่หน้าคำนาม
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกข้อความที่ได้ยินตรง ๆ ให้สังเกตรูปย่อสองพยางค์ wanna ที่อยู่หน้ากริยารูปพื้นฐาน
- They wanna visit the new exhibit.
- They wanted to visit the new exhibit.
- They want a ticket to the new exhibit.
ดูคำตอบ
They wanna visit the new exhibit.
demand anything from you: โครงสร้าง demand something from someone
ใน demand anything from you คำว่า anything ระบุสิ่งที่อาจถูกเรียกร้อง ส่วน from you ระบุผู้ที่ถูกคาดหมายให้เป็นผู้จัดหาสิ่งนั้น คำว่า demand แสดงว่าข้อเรียกร้องนั้นหนักแน่นหรือไม่เปิดให้ต่อรอง ไม่ใช่คำขอสุภาพตามปกติ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ demand + something + from + someone ใช้เมื่อสิ่งที่เรียกร้องเป็นสิ่งของ เงิน ข้อมูล หรือข้อยอม และผู้ที่อยู่หลัง from เป็นผู้ต้องจัดหาสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างมาตรฐาน demand + thing + from + person ให้สมบูรณ์: The auditors demanded records ____ the company.
ดูคำตอบ
from
Believe it or not สำหรับเกริ่นข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ
Believe it or not เป็นวลีเปิดบทสนทนาที่บอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงต่อไปอาจน่าประหลาดใจหรือคาดไม่ถึง ในที่นี้วลีนี้สร้างความตัดกันก่อนที่ผู้พูดจะเล่าผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด โดยทั่วไปวลีนี้ใช้จัดการความคาดหวัง ไม่ได้ถามตามตัวอักษรว่าผู้ฟังเชื่อผู้พูดหรือไม่ เครื่องหมายจุลภาคและการหยุดสั้น ๆ แสดงว่าวลีนี้เป็นกรอบนำสำหรับข้อความทั้งหมดที่ตามมา
แบบฝึกหัด
Believe it or not ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ขอให้ผู้ฟังพิสูจน์ว่าเรื่องนั้นเป็นความจริง
- เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ
- แสดงว่าผู้พูดจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ
เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ
They told us that there was more people further up the road,
1:35พวกเขาบอกว่ายังมีคนอื่นอยู่อีกไกลออกไปตามถนน
and if we stayed on that road and didn't get out of there,
1:38และถ้าเรายังอยู่บนถนนเส้นนั้นโดยไม่ออกไปจากที่นั่น
การใช้ Can we go? เพื่อขออนุญาตออกไป
ในฉากนี้ “Can we go?” ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าผู้พูดมีความสามารถทางร่างกายที่จะออกไปหรือไม่ แต่เป็นการขออนุญาตออกไปจากผู้ที่ควบคุมสถานการณ์อยู่ เนื่องจากผู้พูดไม่ได้มีอำนาจเท่าเทียมกับอีกฝ่าย คำถามสั้น ๆ นี้จึงเป็นการหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังด้วย พวกเขากำลังตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับอนุญาตให้ออกไปจริงก่อนลงมือทำ โดยทั่วไป can we + คำกริยา ใช้ขออนุญาตให้กลุ่มที่รวมผู้พูดอยู่ด้วยได้
แบบฝึกหัด
ทางออกถูกควบคุมโดยคนที่มีอาวุธ ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยการถามว่า “Can we go?”
- เสนอว่าจะนำทางอีกฝ่ายไปที่ใดสักแห่ง
- ถามว่ากลุ่มมีความสามารถทางร่างกายที่จะเดินหรือไม่
- ขออนุญาตให้กลุ่มออกไป
ดูคำตอบ
ขออนุญาตให้กลุ่มออกไป
The nightmare spooked them for the rest of the trip. การใช้คำ
1:50ฝันร้ายครั้งนั้นทำให้พวกเขาหวาดผวาไปตลอดการเดินทางที่เหลือ
Spooked them: ความกลัวฉับพลันและความไม่สบายใจที่ต่อเนื่อง
ในที่นี้ spooked them หมายถึง “ทำให้พวกเขาตกใจกลัวกะทันหันและยังคงรู้สึกไม่สบายใจหรือระแวดระวัง” spook เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการในประโยคนี้ ไม่ได้หมายความว่าผีทำอะไรกับพวกเขา รูปแบบคือ spook + คน โดยคนที่ได้รับผลกระทบทำหน้าที่เป็นกรรม รูปอดีตแบบปกติ spooked บอกว่าเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจเกิดขึ้นและจบแล้ว ส่วนบริบทที่ตามมาแสดงว่าความกลัวยังคงอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: The sudden crash ____, and they stayed nervous for the rest of the night.
ดูคำตอบ
spooked them
like putting chairs against the hotel door. ลำดับความ
1:55ถึงขนาดเอาเก้าอี้ไปค้ำประตูห้องพักในโรงแรม
from that point on: เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นและดำเนินต่อไป
“from that point on” กำหนดช่วงเวลาหนึ่งอย่างชัดเจนให้เป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ที่ดำเนินต่อไป ในประโยคนี้ เหตุการณ์ที่น่ากลัวคือจุดนั้น และความกลัวกับพฤติกรรมป้องกันตัวยังคงดำเนินต่อหลังจากนั้น คำว่า point หมายถึงจุดหนึ่งบนเส้นเวลา ไม่ใช่สถานที่หรือความคิดเห็น from กำหนดขอบเขตเริ่มต้น ส่วน on พาเส้นเวลาเดินต่อไปข้างหน้า วลีนี้จึงเหมาะเมื่อเรื่องเล่าเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่ที่ยาวนาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลานั้นพอดีและดำเนินต่อหลังจากนั้น”: The system failed once; ____, we checked it every morning.
ดูคำตอบ
from that point on
like + -ing: เพิ่มตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการพูด
ในที่นี้ “like putting chairs against the hotel door” ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่าความกลัวแสดงออกมาอย่างไร ผู้พูดเริ่มจากบอกความรู้สึกโดยรวม แล้วใช้ like + วลี -ing เพื่อเพิ่มหลักฐานที่มองเห็นได้ ส่วนนี้เป็นข้อความเสริมในภาษาสนทนา จึงต้องอาศัยอนุประโยคก่อนหน้าเพื่อให้ได้ความหมายสมบูรณ์ like ทำหน้าที่เป็นคำบอกตัวอย่าง ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกตัวอย่างแบบภาษาพูดไม่เป็นทางการจากบทเรียน: We took extra security measures, ____ checking every window twice.
ดูคำตอบ
like
happened in 2020 ... has just gone viral: อดีตที่จบไปแล้วและความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
รูป simple past happened วางเหตุการณ์ไว้ ณ จุดหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว วลีเวลาที่ชัดเจน in 2020 ระบุช่วงเวลาในอดีตนั้นโดยตรง รูป present perfect has just gone เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้นกับสถานการณ์ในปัจจุบัน กล่าวคือ วิดีโอถูกแชร์อย่างแพร่หลายทางออนไลน์และกำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ ในที่นี้ gone viral หมายถึง “แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต” ไม่ใช่ “ติดเชื้อไวรัส”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่เหมาะสมของ happen และ go โดยใช้ simple past กับเหตุการณ์ที่มีวันที่ และใช้ present perfect ร่วมกับ just สำหรับการเปลี่ยนแปลงล่าสุด The accident ____ in 2020, but the safety video ____ viral.
ดูคำตอบ
happened · has just gone
So, who were the gunmen? ในฐานะการเปลี่ยนประเด็นด้วยคำถาม
ในที่นี้ So ไม่ได้ใช้เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปแบบเหตุและผลที่เคร่งครัด แต่ใช้ปิดส่วนที่เล่าสิ่งซึ่งทราบอยู่แล้ว และย้ายความสนใจไปยังประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบ คำถามตรง who were the gunmen? ระบุประเด็นนั้นอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องตัวตนของมือปืน การพูดคำถามนี้ออกมาช่วยกำหนดหัวข้อของส่วนถัดไป ซึ่งอาจตามมาด้วยคำอธิบายหรือข้อสันนิษฐาน
แบบฝึกหัด
ในสารคดี ผู้บรรยายพูดว่า “The cameras did not show their faces. So, who were the intruders?” คำว่า So มีหน้าที่หลักอะไร?
- คำนี้บอกว่าผู้บรรยายระบุตัวผู้บุกรุกได้แล้ว
- คำนี้เปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังที่ทราบแล้วไปสู่คำถามถัดไปที่ยังไม่มีคำตอบ
- คำนี้แสดงว่าปัญหาของกล้องทำให้ผู้บุกรุกปรากฏตัว
ดูคำตอบ
คำนี้เปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังที่ทราบแล้วไปสู่คำถามถัดไปที่ยังไม่มีคำตอบ
Could they be ...? สำหรับคาดเดาตัวตนอย่างระมัดระวัง
ใน Could they be a civilian patrol ...? คำว่า could แสดงความเป็นไปได้ ผู้พูดกำลังเสนอว่าคนเหล่านั้นอาจมีสถานะหนึ่ง โดยอาศัยเบาะแสที่มีจำกัด ไม่ได้พูดถึงความสามารถในอดีต โครงสร้าง Could + ประธาน + be + นามวลี/คำคุณศัพท์? ใช้ตั้งคำถามโดยยังไม่ฟันธงข้อสันนิษฐาน เช่น Could she be the new manager? คำตอบว่า yes เพียงบอกว่าข้อสันนิษฐานนั้นอาจถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอว่า “the new neighbors” เป็นการคาดเดาตัวตนที่ยังไม่แน่นอน
- Could they meet the new neighbors?
- Are they the new neighbors?
- Could they be the new neighbors?
ดูคำตอบ
Could they be the new neighbors?
keep a lid on: ป้องกันไม่ให้บางสิ่งควบคุมไม่ได้
ใน keeping a lid on the drug cartels สำนวน keep a lid on ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงควบคุมหรือยับยั้งบางสิ่ง เพื่อไม่ให้กิจกรรม ขนาด หรือผลกระทบของสิ่งนั้นเพิ่มขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ภาพเปรียบเทียบคือการปิดฝาภาชนะไว้ แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงกำจัดหรือเอาชนะอย่างสิ้นเชิง ใช้ในรูป keep a lid on + คำนามหรือนามวลี เช่น keep a lid on costs, rumors, or tensions
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ควบคุมต่อไป”: The finance team checks expenses every Friday to ____ costs.
ดูคำตอบ
keep a lid on
may never be solved: ความเป็นไปได้อย่างระมัดระวังในรูปกรรมวาจก
ใน may never be solved คำว่า may แสดงว่าผลลัพธ์นั้นเป็นไปได้แต่ไม่แน่นอน และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอนุญาต never วางหลังคำกริยาช่วยและสื่อว่าอาจไม่มีคำตอบเกิดขึ้นเลยในอนาคต be solved เป็นรูปกรรมวาจกหลังคำกริยาช่วย โดยมีโครงสร้าง may + never + be + past participle โครงสร้างนี้เน้นที่ปริศนาและผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน ไม่ได้เน้นบุคคลที่อาจเป็นผู้ไขปริศนา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + may + never + be + past participle
แบบฝึกหัด
ผู้สืบสวนมีหลักฐานน้อยมากและไม่แน่ใจว่าจะพบคำตอบหรือไม่ ประโยคใดแสดงความเป็นไปได้นี้อย่างระมัดระวัง
- The case can never be solved.
- The case will never be solved.
- The case may never be solved.
ดูคำตอบ
The case may never be solved.
lose your lives: lose one's life เมื่อกล่าวถึงหลายคน
Lose your life เป็นสำนวนตายตัวแบบเลี่ยงคำตรง ๆ ที่หมายถึง die โดยเฉพาะเมื่อต้องพูดถึงอันตราย อุบัติเหตุ สงคราม หรือความรุนแรง คำถามนี้ถามคนสองคนว่าตอนนั้นคิดว่าตนกำลังจะตายหรือไม่ คำว่า lose ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำสิ่งของหาย คำแสดงความเป็นเจ้าของและ life หรือ lives ต้องสอดคล้องกับจำนวนคนที่กล่าวถึง คนเดียวใช้ lose their life ส่วนหลายคนใช้ lose their lives ในที่นี้ you หมายถึงคนสองคน จึงใช้รูปพหูพจน์ your lives
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวแบบเลี่ยงคำตรง ๆ ที่หมายถึง “died”: During the fire, two firefighters ____.
ดูคำตอบ
lost their lives