พัฒนาการออกเสียงของคุณ - บทเรียน English for Life: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
552 คำ 165 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดชวนทบทวนเป้าหมายเรื่องสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษา และอธิบายว่าการเลือกคำตามภูมิภาค การฝึกเสียงที่เป็นปัญหา เครื่องมือเปิดฟังเสียง และการพูดออกเสียงอย่างสม่ำเสมอช่วยให้การออกเสียงชัดเจนขึ้นได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. just focus more on your general pronunciation, the words that you choose, rather than striving to sound like a certain location. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ focus more on A rather than B เพื่อจัดลำดับความสำคัญขณะให้คำแนะนำอย่างชัดเจน โดยในบริบทนี้ให้ความสำคัญกับการออกเสียงที่เข้าใจง่ายและการเลือกคำให้เหมาะ มากกว่าการเลียนแบบสำเนียงของภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง 2. sidewalk, trash bag, arugula. / pavement, bin bag, and rocket. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: สังเกตความแตกต่างของคำศัพท์ที่ใช้ทั่วไปในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร แล้วเลือกคำให้เหมาะกับการเดินทาง การย้ายถิ่น และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แทนการจำว่าเป็นเพียงคำพ้องความหมายที่ไม่มีบริบท 3. a whole other story. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจและใช้สำนวนนี้เพื่อชี้ว่าสองสถานการณ์แตกต่างกันอย่างมาก เช่น การออกเสียงได้อย่างสมบูรณ์ในความคิดกับการต้องเปล่งเสียงที่ไม่คุ้นเคยออกมาจริง ๆ เป็นคนละเรื่องกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Something that a lot of my students always ask for advice with โน้ต

0:00

สิ่งที่นักเรียนหลายคนของฉันมักจะขอคำแนะนำอยู่เสมอ

is improving pronunciation

0:05

คือการปรับปรุงการออกเสียง

วลี

ask for advice with: เชื่อมคำขอคำแนะนำกับปัญหา

ใน ask for advice คำว่า for ใช้นำสิ่งที่ร้องขอ ซึ่งก็คือ advice ในที่นี้ with เชื่อมคำขอนั้นเข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการความช่วยเหลือ คือ improving pronunciation เนื่องจากส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ กรรมของ with จึงปรากฏก่อนหน้าในรูป that ของ Something that ... ทำให้ with อยู่ท้ายอนุประโยค ความหมายที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องหนึ่งหรือวิธีจัดการเรื่องนั้น” ในประโยคใหม่ สามารถวางงานหรือปัญหาที่เป็นรูปธรรมหลัง with ได้ ส่วนการระบุหัวข้อทั่วไป มักใช้ about หรือ on ได้เป็นธรรมชาติกว่าในหลายบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ask for advice with ได้ถูกต้องเพื่อขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับงานที่เป็นรูปธรรม

  1. Can I ask for an advice with this application form?
  2. Can I ask for advice with this application form?
  3. Can I ask advice with this application form?
ดูคำตอบ

Can I ask for advice with this application form?

and trying to achieve a native-like accent. การใช้คำ

0:07

และการพยายามมีสำเนียงให้เหมือนเจ้าของภาษา

ลำดับความ

Something that a lot of my students always ask for advice with: ประธานที่ปูพื้นเข้าสู่หัวข้อ

ในที่นี้ Something that a lot of my students always ask for advice with ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค Something ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของที่มองเห็นได้ ส่วน that a lot of my students always ask for advice with ระบุว่ากำลังพูดถึงเรื่องใด กริยาเชื่อม is จะปรากฏหลังประธานที่ยาวนี้เท่านั้น การเรียงข้อมูลแบบนี้บอกผู้ฟังก่อนว่าเรื่องดังกล่าวเป็นคำถามที่นักเรียนถามบ่อย แล้วจึงระบุหัวข้อว่า improving pronunciation and trying to achieve a native-like accent คุณสามารถใช้ Something that ... is ... เพื่อวางกรอบว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก่อนเปิดเผยหัวข้อเฉพาะ

แบบฝึกหัด

“Something that a lot of my students always ask for advice with” มีหน้าที่หลักในการจัดข้อมูลของประโยคนี้อย่างไร

  1. เกริ่นถึงปัญหาที่นักเรียนมักพบก่อนระบุหัวข้อเฉพาะ
  2. ชี้ถึงสิ่งของที่ผู้พูดมองเห็นได้
  3. แสดงว่าผู้พูดลืมว่าจะพูดเรื่องอะไร
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงปัญหาที่นักเรียนมักพบก่อนระบุหัวข้อเฉพาะ

การใช้คำ

native-like accent: ความคล้าย ไม่ใช่มาตรฐานเดียว

native-like เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ เกิดจาก native + -like ซึ่งหมายถึง “คล้ายกับ” คำนี้ขยาย accent ดังนั้น a native-like accent จึงหมายถึงสำเนียงที่ฟังคล้ายสำเนียงของเจ้าของภาษา วลีนี้บอกความคล้าย ไม่ได้บอกอัตลักษณ์ของผู้พูด และไม่ได้หมายถึงสำเนียงสากลเพียงสำเนียงเดียว เจ้าของภาษามีสำเนียงตามภูมิภาคและกลุ่มสังคมหลายแบบ จึงอาจต้องระบุว่าหมายถึงภาษาอังกฤษแบบใด

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย a native-like accent ได้ถูกต้องที่สุด

  1. ฟังคล้ายสำเนียงของเจ้าของภาษาบางกลุ่ม แต่ไม่ได้หมายถึงสำเนียงสากลเพียงแบบเดียว
  2. หมายถึงสำเนียงอังกฤษมาตรฐานเพียงแบบเดียวเสมอ
  3. พิสูจน์ว่าผู้พูดเติบโตมาโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก
ดูคำตอบ

ฟังคล้ายสำเนียงของเจ้าของภาษาบางกลุ่ม แต่ไม่ได้หมายถึงสำเนียงสากลเพียงแบบเดียว

I'm all for improving pronunciation, น้ำเสียง/เจตนา

0:17

ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการปรับปรุงการออกเสียง

but just be careful by what you mean with native-like.

0:19

แต่ต้องระวังว่าสิ่งที่คุณหมายถึง 'เหมือนเจ้าของภาษา' คืออะไร

น้ำเสียง/เจตนา

I'm all for ...: สนับสนุนก่อนเพิ่มข้อควรระวัง

I'm all for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “ฉันสนับสนุนอย่างมาก” หรือ “ฉันคิดว่านี่เป็นความคิดที่ดี” ในที่นี้ for แสดงการสนับสนุน ไม่ได้หมายถึง “ในนามของ” หรือ “เพื่อจุดประสงค์ของ” ผู้พูดสนับสนุนการพัฒนาการออกเสียงก่อน แล้วจึงใช้ but เพื่อเพิ่มข้อควรระวังเกี่ยวกับเป้าหมายนั้น รูปแบบนี้ช่วยให้คุณเห็นด้วยกับแนวคิดหลักก่อนเพิ่มเงื่อนไขหรือข้อกังวล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่แสดงการสนับสนุนอย่างมากก่อนเพิ่มข้อควรระวัง: “____ joining the art club, but talk to your family first.”

ดูคำตอบ

I'm all for

Are you after an American accent, การใช้คำ

0:22

คุณกำลังมองหาสำเนียงอเมริกัน

การใช้คำ

Are you after ...? ในความหมายว่า “คุณต้องการ ... ไหม”

ในคำถามนี้ Are you after ...? หมายถึง “คุณต้องการ ... ไหม” หรือ “คุณกำลังมองหา ... อยู่ไหม” ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังต้องการสำเนียงแบบใด ในที่นี้ after เป็นส่วนหนึ่งของรูปภาษาพูด be after + คำนาม ไม่ได้หมายความว่าใครอยู่ข้างหลังสำเนียงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน Are you after an American accent? คำว่า are you after หมายความว่าอะไร?

  1. คุณต้องการหรือกำลังมองหาสิ่งนั้นอยู่ไหม?
  2. คุณได้ยินสิ่งนั้นในภายหลังไหม?
  3. คุณกำลังยืนอยู่ข้างหลังสิ่งนั้นไหม?
ดูคำตอบ

คุณต้องการหรือกำลังมองหาสิ่งนั้นอยู่ไหม?

English, Welsh, Irish, Australian, South African? วัฒนธรรม

0:26

อังกฤษ, เวลส์, ไอร์แลนด์, ออสเตรเลีย หรือแอฟริกาใต้?

วัฒนธรรม

English, Welsh, Irish ... ในฐานะชื่อหมวดของสำเนียง

คำว่า English, Welsh, Irish, Australian และ South African ในที่นี้เป็นชื่อหมวดของสำเนียงที่เป็นไปได้ โดยเข้าใจว่ามีคำนาม accent ตามหลังแต่ละคำ ดังนั้น English ในที่นี้จึงหมายถึง “สำเนียงที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษ” ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ รายการนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเจ้าของภาษาอังกฤษทุกคนไม่ได้ใช้สำเนียงเดียวกัน ชื่อเหล่านี้เป็นเพียงหมวดกว้าง ๆ และแต่ละพื้นที่ก็มีสำเนียงย่อยที่แตกต่างกันมากมาย

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ในรายการนี้ English หมายถึงภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สำเนียงที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

There are a lot of different countries that all have English as an official language, วัฒนธรรม

0:31

มีหลายประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ

and every single one of them has a different accent. วลี

0:36

และทุกประเทศก็มีสำเนียงที่แตกต่างกันไป

วัฒนธรรม

English as an official language: ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาราชการ

วลี English as an official language บอกว่าภาษาอังกฤษมีสถานะอย่างเป็นทางการในกิจการสาธารณะของประเทศ เช่น ในรัฐบาลหรือการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เพียงภาษาเดียวของทุกคน หรือทุกคนพูดด้วยสำเนียงเดียวกัน ประเทศหนึ่งอาจรับรองภาษาราชการมากกว่าหนึ่งภาษาได้

แบบฝึกหัด

การที่ประเทศหนึ่ง has English as an official language หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกคนในประเทศใช้สำเนียงภาษาอังกฤษแบบเดียวกัน
  2. ภาษาอังกฤษได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเพื่อใช้ในรัฐบาลหรือกิจการสาธารณะอื่น ๆ
  3. ผู้อยู่อาศัยทุกคนพูดเฉพาะภาษาอังกฤษที่บ้าน
ดูคำตอบ

ภาษาอังกฤษได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเพื่อใช้ในรัฐบาลหรือกิจการสาธารณะอื่น ๆ

วลี

every single one of them: ทุกคนหรือทุกสิ่งโดยไม่มีข้อยกเว้น

Every single one of them หมายถึงสมาชิกแต่ละคนหรือแต่ละสิ่งในกลุ่มโดยไม่มีข้อยกเว้น Single ใช้เน้น every one และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โสด” ในประโยคนี้ them หมายถึงประเทศที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ แม้ them จะเป็นรูปพหูพจน์ แต่คำหลัก one เป็นเอกพจน์ จึงใช้ has

แบบฝึกหัด

เรียงคำทั้งห้า every, single, one, of และ them ให้ถูกต้อง: ____ has a name tag.

ดูคำตอบ

Every single one of them

If you're working in an international environment, ไวยากรณ์

0:39

หากคุณทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นนานาชาติ

one of them may be better for you than the other.

0:41

สำเนียงใดสำเนียงหนึ่งอาจจะดีสำหรับคุณมากกว่าสำเนียงอื่น

ไวยากรณ์

If you're working in an international environment: การกำหนดเงื่อนไขให้คำแนะนำ

อนุประโยค if กำหนดสถานการณ์ที่คำแนะนำนี้ใช้ได้ นั่นคือการทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังทำงานอยู่ในสถานการณ์นั้นแน่นอน แต่ชวนให้พิจารณากรณีดังกล่าว จากนั้นประโยคหลักบอกว่า ในสถานการณ์นี้ ตัวเลือกเรื่องสำเนียงหรือรูปแบบภาษาอังกฤษที่กำลังพูดถึงอยู่อาจมีแบบหนึ่งที่เหมาะกับผู้ฟังมากกว่า การบอกเงื่อนไขก่อนทำให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจง ไม่ฟังดูเหมือนกฎสำหรับทุกคน

แบบฝึกหัด

อนุประโยค if ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. ทำให้คำแนะนำนี้ใช้กับทุกคน
  2. บอกว่าสถานการณ์นั้นเป็นความจริงอย่างแน่นอน
  3. กำหนดสถานการณ์ที่คำแนะนำนี้ใช้ได้
ดูคำตอบ

กำหนดสถานการณ์ที่คำแนะนำนี้ใช้ได้

I would also say just focus more on your general pronunciation, ไวยากรณ์

0:44

ฉันอยากจะบอกว่า ให้มุ่งเน้นไปที่การออกเสียงโดยทั่วไปของคุณ

the words that you choose,

0:48

และคำศัพท์ที่คุณเลือกใช้

rather than striving to sound like a certain location.

0:50

มากกว่าที่จะพยายามทำให้เสียงเหมือนคนในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

ไวยากรณ์

focus more on A rather than B: การจัดลำดับความสำคัญ

โครงสร้าง focus more on A rather than B ให้ความสำคัญกับ A มากกว่า B ในประโยคนี้ A คือการออกเสียงโดยรวมและการเลือกคำ ส่วน B คือการพยายามพูดให้ฟังเหมือนมาจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เนื่องจากใช้ more ไม่ใช่ only ผู้พูดจึงไม่ได้ห้าม B เสมอไป คำแนะนำคือให้ทุ่มเทกับการออกเสียงโดยรวมที่ชัดเจนและการเลือกคำที่เหมาะสม มากกว่าการเลียนแบบวิธีพูดของภูมิภาคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย focus more on A rather than B ให้สมบูรณ์: Focus more on speaking clearly ____ trying to speak as fast as possible.

ดูคำตอบ

rather than

If you're going to travel or move to the US,

0:55

หากคุณกำลังจะเดินทางหรือย้ายไปที่สหรัฐอเมริกา

you might want to use words like

0:57

คุณอาจจะอยากใช้คำศัพท์อย่างเช่น

sidewalk, trash bag, arugula. วัฒนธรรม

1:01

sidewalk (ทางเท้า), trash bag (ถุงขยะ), arugula (ร็อกเก็ต).

Whereas if you're in the UK, ลำดับความ

1:04

ในขณะที่ถ้าคุณอยู่ในสหราชอาณาจักร

you would typically use pavement, วลี

1:06

คุณมักจะใช้คำว่า pavement,

bin bag, and rocket.

1:08

bin bag, และ rocket

วัฒนธรรม

sidewalk, trash bag, arugula กับ pavement, bin bag, rocket: ความแตกต่างตามภูมิภาค

ในรายการนี้ sidewalk, trash bag และ arugula เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ส่วนภาษาอังกฤษแบบบริติชมักใช้ pavement, bin bag และ rocket เรียกสิ่งสามอย่างเดียวกัน สิ่งที่เปลี่ยนไปตามภูมิภาคคือคำที่ใช้ ไม่ใช่ความหมายพื้นฐาน ในบริบทเกี่ยวกับอาหาร rocket ในภาษาอังกฤษแบบบริติชหมายถึงผักใบที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันเรียกว่า arugula ไม่ได้หมายถึงยานอวกาศ

แบบฝึกหัด

สำหรับทางเดินเท้าข้างถนน ถุงขยะ และผักใบ arugula กลุ่มใดเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช?

  1. pavement, bin bag, rocket
  2. sidewalk, bin bag, arugula
  3. pavement, trash bag, arugula
ดูคำตอบ

pavement, bin bag, rocket

ลำดับความ

Whereas สำหรับนำเสนอความแตกต่าง

Whereas บอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปนี้แตกต่างและเป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนหน้า ในที่นี้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำที่ใช้กันทั่วไปในสหรัฐอเมริกาไปเป็นคำอีกชุดหนึ่งที่ใช้ในสหราชอาณาจักร ในการใช้นี้ whereas หมายถึง “ในทางตรงกันข้าม” หรือ “ส่วน” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อ” คำนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยนำความแตกต่างของข้อเท็จจริง กลุ่ม หรือมุมมองสองอย่างมาไว้คู่กัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whereas เพื่อเปรียบเทียบความชอบสองแบบ?

  1. Sam likes working early, whereas Priya prefers working at night.
  2. Sam likes working early when Priya prefers working at night.
  3. Sam likes working early because Priya prefers working at night.
ดูคำตอบ

Sam likes working early, whereas Priya prefers working at night.

วลี

would typically use: ตัวเลือกที่มักคาดหมายแต่ไม่ตายตัว

Would typically use หมายถึง “โดยปกติจะเลือกหรือพูด” ในสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ would แสดงตัวเลือกที่คาดว่าจะพบในบริบทของสหราชอาณาจักร ไม่ใช่การกระทำครั้งเดียวในอนาคตหรืออดีต typically บอกแนวโน้มโดยทั่วไป ไม่ใช่กฎที่ไม่มีข้อยกเว้น วลีนี้จึงใช้บอกลักษณะการใช้ภาษาในภูมิภาคได้โดยไม่ต้องอ้างว่าทุกคนใช้คำเหล่านั้นเสมอ

แบบฝึกหัด

would typically use ในประโยคนี้สื่อความหมายอะไร?

  1. กฎที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
  2. ตัวเลือกที่พบได้ทั่วไปในสถานการณ์นั้น แต่อาจมีข้อยกเว้น
  3. ตัวเลือกที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในอดีต
ดูคำตอบ

ตัวเลือกที่พบได้ทั่วไปในสถานการณ์นั้น แต่อาจมีข้อยกเว้น

The other things that you can do to improve your pronunciation

1:10

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อปรับปรุงการออกเสียงของคุณ

is you need to be active about it. วลี

1:14

คือคุณต้องฝึกฝนมันอย่างกระตือรือร้น

วลี

be active about it: ลงมือทำอย่างตั้งใจ

Be active about it หมายถึงการมีบทบาทอย่างกระตือรือร้นและตั้งใจ แทนที่จะรอเฉย ๆ ในที่นี้ it หมายถึงการพัฒนาการออกเสียง ดังนั้นคำแนะนำคือให้สังเกต ฝึก และปรับปรุงอย่างมีจุดมุ่งหมาย active บอกวิธีที่คุณรับมือกับเรื่องนั้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย ส่วน about นำเข้าสู่ปัญหาหรือเป้าหมายที่คุณให้ความสนใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "If you want more speaking practice, be active about it," คำว่า be active about it ขอให้คุณทำอะไร?

  1. รอให้โอกาสฝึกปรากฏขึ้นเอง
  2. ตั้งใจลงมือทำเพื่อให้ได้ฝึกมากขึ้น
  3. ออกกำลังกายขณะที่พูด
ดูคำตอบ

ตั้งใจลงมือทำเพื่อให้ได้ฝึกมากขึ้น

I like to suggest finding other words น้ำเสียง/เจตนา

1:17

ฉันมักจะแนะนำให้หาคำอื่นๆ

that have similar sounds to what you find difficult ไวยากรณ์

1:20

ที่มีเสียงคล้ายกับสิ่งที่คุณรู้สึกว่ายาก

and then putting them together. กริยาวลี

1:23

แล้วนำมาต่อกัน

น้ำเสียง/เจตนา

I like to suggest finding: การให้คำแนะนำประจำอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ I like to suggest finding... หมายถึง “วิธีหนึ่งที่ฉันมักแนะนำคือการหา...” ผู้พูดใช้ I like to suggest เพื่อนำเสนอคำแนะนำว่าเป็นวิธีสอนที่ตนชอบใช้ จึงฟังดูตรงน้อยกว่าคำสั่งอย่าง Find other words. หลัง suggest คำว่า finding เริ่มวลี gerund ที่บอกการกระทำซึ่งได้รับการแนะนำ เมื่อต้องการแนะนำวิธีที่คุณมักบอกผู้อื่นเป็นประจำ สามารถใช้โครงสร้าง I like to suggest + -ing ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอคำแนะนำที่ครูมักให้เป็นประจำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I like to suggest start with one easy example.
  2. I like to suggest to start with one easy example.
  3. I like to suggest starting with one easy example.
ดูคำตอบ

I like to suggest starting with one easy example.

ไวยากรณ์

what you find difficult ในฐานะอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม

what you find difficult หมายถึง “สิ่งหรือส่วนที่คุณคิดว่ายาก” กลุ่มคำทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ในบริบทนี้หมายถึงเสียงที่ผู้เรียนออกเสียงได้ยาก ในที่นี้ what ไม่ได้เริ่มคำถามโดยตรง อนุประโยคยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + you + find + difficult และอนุประโยคทั้งหมดสามารถอยู่หลังบุพบท to ใน similar sounds to what you find difficult ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนนี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง with ได้ถูกต้อง

  1. Start with what do you find difficult.
  2. Start with that what you find difficult.
  3. Start with what you find difficult.
ดูคำตอบ

Start with what you find difficult.

กริยาวลี

putting them together: นำสิ่งเหล่านั้นมารวมกัน

Putting them together มาจากกริยาวลีแบบแยกคำได้ put together ซึ่งหมายถึงการนำสิ่งที่แยกกันมารวมเป็นกลุ่มหรือเป็นหนึ่งเดียว ในที่นี้ them หมายถึงคำที่ออกเสียงคล้ายกันซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง put กับ together เช่น put them together ไม่ใช่ put together them วลีนี้เน้นการนำคำมารวมกันเพื่อฝึก ไม่ใช่แค่นำไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ put together กับคำสรรพนาม them เพื่อเติมประโยคที่สองให้สมบูรณ์: These cards belong in one set. Please ____ before the lesson starts.

ดูคำตอบ

put them together

That way you're getting used to saying the sound โน้ต

1:24

ด้วยวิธีนั้นคุณจะชินกับการออกเสียงนั้น

ไวยากรณ์

getting used to saying: โครงสร้าง get used to + -ing

get used to หมายถึง “ค่อย ๆ ชิน” ใน you're getting used to saying รูปที่แสดงการดำเนินอยู่บอกว่ากระบวนการปรับตัวยังเกิดขึ้นในตอนนี้ การทำซ้ำทำให้การกระทำนั้นคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโครงสร้าง get used to + กิจกรรม คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้น saying จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ play: After a week of lessons, Ava is getting used to ____ her new instrument. (play)

ดูคำตอบ

playing

and it almost becomes like second nature. สำนวน

1:27

และมันจะกลายเป็นเหมือนธรรมชาติที่สองของคุณ

ลำดับความ

That way: เชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์

That way หมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น” หรือ “เป็นผลจากวิธีนั้น” วลีนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีที่เพิ่งอธิบาย คือการฝึกคำที่ออกเสียงคล้ายกันไว้ด้วยกัน แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์ว่าการออกเสียงนั้นจะเริ่มรู้สึกเป็นธรรมชาติ วลีนี้จัดข้อมูลตามลำดับจากวิธีการไปสู่ผลลัพธ์: ทำ X แล้ว That way, Y จะง่ายขึ้น ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึงถนนหรือทิศทางจริง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ That way เพื่อเชื่อมวิธีการเข้ากับผลลัพธ์?

  1. The café is that way, beside the library.
  2. Save the file now. That way, you will not lose your work.
  3. We walked that way because the bridge was closed.
ดูคำตอบ

Save the file now. That way, you will not lose your work.

สำนวน

becomes like second nature: นิสัยที่ฝึกจนทำได้โดยอัตโนมัติ

second nature เป็นสำนวนที่หมายถึงทักษะหรือนิสัยที่เรียนรู้จนทำได้โดยอัตโนมัติและแทบไม่ต้องคิดอย่างตั้งใจ ในที่นี้ becomes like second nature หมายความว่าการฝึกซ้ำทำให้การออกเสียงนั้นรู้สึกเป็นอัตโนมัติ คำว่า like ทำให้การเปรียบเทียบไม่เด็ดขาดเกินไป คือสิ่งนั้นกลายเป็นเหมือนนิสัยที่ทำได้โดยอัตโนมัติ ส่วน become second nature ที่ไม่มี like ก็ใช้บ่อยและบอกผลลัพธ์ได้ตรงกว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'After months of practice, the dance steps became second nature,' คำว่า second nature หมายถึงอะไร

  1. ท่าเต้นเหล่านั้นทำกลางแจ้ง
  2. ท่าเต้นเหล่านั้นทำได้โดยอัตโนมัติและแทบไม่ต้องคิด
  3. ท่าเต้นเหล่านั้นกลายเป็นส่วนที่สองของการเต้น
ดูคำตอบ

ท่าเต้นเหล่านั้นทำได้โดยอัตโนมัติและแทบไม่ต้องคิด

You're not overthinking it.

1:30

คุณจะไม่ต้องคิดมากเกินไปเกี่ยวกับมัน

I've had a student struggle with the ch sound, วลี

1:31

ฉันเคยมีนักเรียนคนหนึ่งที่ลำบากกับการออกเสียง ch

but they struggled with it in the middle of the word like purchase. วลี

1:34

แต่พวกเขาจะลำบากเมื่อมันอยู่กลางคำอย่างเช่นคำว่า purchase

วลี

struggle with: รู้สึกว่าสิ่งหนึ่งทำได้ยาก

Struggle with something หมายถึง รู้สึกว่าสิ่งนั้นยาก ในประโยคนี้นักเรียนออกเสียง ch ได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้กันจริง ๆ รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ struggle with + คำนามหรือคำสรรพนาม คำหลัง with จะบอกทักษะ งาน หรือปัญหาที่ทำได้ยาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ struggle และคำบุพบทที่จำเป็น: Maya ____ English spelling.

ดูคำตอบ

struggles with

วลี

in the middle of the word: บอกตำแหน่งของเสียงหรือตัวอักษร

In the middle of the word หมายถึง อยู่ภายในส่วนกลางของคำหนึ่งคำ ในที่นี้วลีนี้บอกว่าเสียง ch ที่ออกเสียงยากอยู่ตรงไหน โดยขอบเขตคือคำนั้น ไม่ใช่ทั้งประโยค โครงสร้าง in the middle of + คำนาม ใช้บอกส่วนกลางภายในสิ่งที่คำนามนั้นหมายถึง เมื่อเปลี่ยนคำนาม ขอบเขตก็เปลี่ยนไปด้วย เช่น in the middle of the sentence หมายถึงกลางประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามความหมายว่าอยู่ภายในส่วนกลางของคำหนึ่งคำ: The silent letter is ____.

ดูคำตอบ

in the middle of the word

I got them to say words where the ch was at the start of the word, โน้ต

1:38

ฉันให้พวกเขาพูดคำที่ ch อยู่หน้าคำ

ไวยากรณ์

I got them to say: โครงสร้าง get someone to do something เพื่อให้ใครทำบางอย่าง

ตรงนี้ I got them to say หมายถึงผู้พูดทำให้หรือกระตุ้นให้พวกเขาพูดบางอย่าง got เป็นรูปอดีตของ get และในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง ได้รับ ใช้ get + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าคนหนึ่งทำให้อีกคนลงมือทำ โดยมักใช้การขอร้อง โน้มน้าว ชี้นำ หรือจัดการให้เกิดขึ้น ต้องมี to เช่น got them to say

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ get someone to do something: The teacher ____ us ____ read the dialogue aloud.

ดูคำตอบ

got · to

วลี

at the start of the word: ตำแหน่งแรกของคำ

At the start of the word หมายถึงอยู่ในตำแหน่งแรกของคำ ตรงนี้ start บอกตำแหน่งในโครงสร้างของคำ ไม่ได้บอกเวลาที่กิจกรรมเริ่มต้น เมื่อต้องการบอกตำแหน่งในคำ ให้ใช้ at the start, in the middle และ at the end เติม of the word เพื่อบอกว่าตำแหน่งนั้นอยู่ในคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า k เป็นตัวอักษรแรกของ kite?

  1. The letter k is at the middle of the word 'kite'.
  2. The letter k is in the start of the word 'kite'.
  3. The letter k is at the start of the word 'kite'.
ดูคำตอบ

The letter k is at the start of the word 'kite'.

cheese, chocolate, chair,

1:42

cheese, chocolate, chair

and then we added purchase to the end of this run. การใช้คำ

1:44

แล้วเราก็เพิ่มคำว่า purchase ไว้ท้ายชุดคำเหล่านี้

การใช้คำ

to the end of this run: run ที่หมายถึงการฝึกหนึ่งรอบ

ในประโยคนี้ run หมายถึงการฝึกหนึ่งรอบหรือชุดการฝึกที่ทำต่อเนื่องตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการวิ่งด้วยเท้า this run หมายถึงกลุ่มคำที่กำลังฝึกตามลำดับ ดังนั้น to the end of this run จึงหมายถึง “ไว้ในตำแหน่งสุดท้ายของชุดนั้น” โดยทั่วไป a run อาจหมายถึงการทำกิจกรรมหรือกระบวนการหนึ่งครั้งตั้งแต่ต้นจนจบ บริบทจะบอกว่าเป็น run แบบใด เช่น a test run, a rehearsal run หรือ a production run

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ this run หมายถึงอะไร?

  1. รายการซื้อของที่เขียนไว้
  2. การฝึกตามลำดับหนึ่งรอบ
  3. การวิ่งด้วยเท้าหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ

การฝึกตามลำดับหนึ่งรอบ

Because they were getting used to the ch sound,

1:47

เพราะพวกเขาเริ่มชินกับการออกเสียง ch

it then became easier for them to pronounce it when it was in the middle of the word. ไวยากรณ์

1:50

มันจึงง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาที่จะออกเสียงเมื่อมันอยู่กลางคำ

ไวยากรณ์

it became easier for them to pronounce it: การกระทำหนึ่งง่ายขึ้นสำหรับบางคน

โครงสร้าง it became easier for someone to do something หมายความว่า การกระทำอย่างหนึ่งยากน้อยลงสำหรับคนคนหนึ่ง ในประโยคนี้ for them บอกว่าใครเป็นผู้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง และ to pronounce it บอกว่าการกระทำใดง่ายขึ้น it ตัวแรกเป็นคำที่วางไว้ในตำแหน่งประธานตอนต้นประโยค ส่วนการกระทำจริงจะตามมาทีหลังใน to pronounce it ส่วน it ตัวที่สองหลัง pronounce หมายถึงเสียง ch ดังนั้น it ทั้งสองตัวจึงทำหน้าที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง It became easier for someone to do something เพื่อสื่อความหมายต่อไปนี้ ความหมาย: หลังจากเรียนสามครั้ง การอ่านแผนที่ก็ยากน้อยลงสำหรับ Maya ประโยค: After three lessons, it ____ Maya ____ the map.

ดูคำตอบ

became easier for · to read

You could also split the word into different sounds, วลี

1:54

คุณยังสามารถแยกคำออกเป็นเสียงต่างๆ ได้ด้วย

วลี

split the word into different sounds: แบ่งคำออกเป็นเสียงต่าง ๆ

รูปแบบ split X into Y หมายถึงการแบ่งสิ่งที่เป็นก้อนเดียวคือ X เพื่อให้ได้ส่วนย่อยหลายส่วนตามที่ Y ระบุ ในที่นี้ the word คือสิ่งทั้งหมด และ different sounds คือส่วนที่แบ่งออกมา ในรูปแบบนี้ into ใช้บอกผลลัพธ์หลังการแบ่ง ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้เป็นรูปแบบ split X into Y: To study the paragraph, split it ____ three short sections.

ดูคำตอบ

into

per, cha, se, purchase, purchases.

1:58

per, cha, se, purchase, purchases

Also, if you're not sure of the pronunciation, วลี

2:01

นอกจากนี้ หากคุณไม่แน่ใจเรื่องการออกเสียง

วลี

not sure of the pronunciation: ไม่แน่ใจเกี่ยวกับการออกเสียง

วลี not sure of the pronunciation หมายถึงผู้พูดไม่รู้ว่าการออกเสียงแบบใดถูกต้อง ในรูปแบบ not sure of + คำนาม คำนามจะระบุสิ่งหรือรายละเอียดที่ผู้พูดไม่แน่ใจ ใช้รูปแบบนี้ได้เมื่อไม่แน่ใจรายละเอียดที่เจาะจง เช่น การสะกดคำ คำตอบ หรือวันที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดไม่รู้ว่าการสะกดนั้นถูกต้องหรือไม่

  1. I am sure to spell it correctly.
  2. I am not sure of the spelling.
  3. I am not sure how to spell it.
ดูคำตอบ

I am not sure of the spelling.

a lot of online dictionaries have

2:03

พจนานุกรมออนไลน์หลายแห่งมี

um an audio button

2:07

เอ่อ ปุ่มเสียง

so you can type in the word and listen back. กริยาวลี

2:08

ดังนั้นคุณสามารถพิมพ์คำศัพท์ลงไปและฟังเสียงได้

กริยาวลี

type in: ป้อนข้อความลงในเครื่องมือดิจิทัล

type in หมายถึงป้อนคำ ตัวเลข หรือข้อความอื่นลงในคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เว็บไซต์ หรือแอป ในประโยคนี้คือการป้อนคำลงในพจนานุกรมออนไลน์ type in เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม type in the word และ type the word in ใช้ได้เป็นธรรมชาติทั้งคู่ แต่เมื่อเป็นคำสรรพนามให้พูดว่า type it in คำว่า in สื่อว่าข้อความถูกป้อนเข้าไปในระบบดิจิทัล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย type in โดยวางคำสรรพนาม it ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: Please ____ before you continue.

ดูคำตอบ

type it in

กริยาวลี

listen back: เปิดเสียงแล้วฟังอีกครั้ง

listen back หมายถึงเปิดเสียงที่บันทึกไว้หรือเสียงที่มีอยู่แล้วฟังอีกครั้ง ในประโยคนี้หมายถึงการฟังเสียงออกเสียงจากพจนานุกรมหลังจากป้อนคำแล้ว back สื่อถึงการย้อนกลับไปยังเสียงที่เปิดซ้ำได้ ไม่ได้หมายถึงฟังไปทางด้านหลัง เมื่อต้องการระบุว่าเป็นเสียงใด ให้ใช้ listen back to + คำนาม เช่น listen back to the recording

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย listen back: Record your answer, then ____ to check your pronunciation.

ดูคำตอบ

listen back

Microsoft Word,

2:10

ใน Microsoft Word

if you're writing a presentation and you want to listen back to it,

2:11

หากคุณกำลังเขียนการนำเสนอและอยากฟังสิ่งที่คุณเขียน

you can do a text to voice feature and then repeat after that. โน้ต

2:15

คุณสามารถใช้ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงและพูดตามได้

การใช้คำ

text to voice feature: ฟังก์ชันที่เปลี่ยนข้อความที่เขียนเป็นเสียงพูด

ในที่นี้ text to voice feature หมายถึงฟังก์ชันซอฟต์แวร์ที่เปลี่ยนข้อความที่เขียนเป็นเสียงพูด เสียงนั้นสร้างหรือเล่นโดยเครื่องมือ ไม่ได้หมายความว่ามีคนอ่านออกเสียงแบบสด feature เป็นคำนามหลัก ส่วน text to voice อธิบายการเปลี่ยนจากข้อความเป็นเสียง ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้กับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี มักเรียกว่า text-to-speech feature มากกว่า

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง text to voice feature หมายถึงอะไร?

  1. ฟังก์ชันที่พิมพ์คำพูดลงในเอกสาร
  2. ฟังก์ชันที่บันทึกเสียงของคนผ่านไมโครโฟน
  3. ฟังก์ชันซอฟต์แวร์ที่อ่านข้อความที่เขียนออกเสียง
ดูคำตอบ

ฟังก์ชันซอฟต์แวร์ที่อ่านข้อความที่เขียนออกเสียง

วลี

repeat after that: พูดเลียนแบบตัวอย่างที่ได้ยิน

ในโครงสร้าง repeat after + คนหรือแหล่งเสียง คำว่า after ระบุตัวอย่างที่เราต้องเลียนแบบคำพูดหรือเสียง ในประโยคนี้ that หมายถึงเสียงที่ซอฟต์แวร์เล่น ดังนั้น repeat after that จึงหมายถึงฟังแล้วพูดคำเดียวกัน การใช้ after แบบนี้ไม่ได้บอกแค่ลำดับเวลา แต่สร้างรูปแบบคำสั่งที่ใช้กันทั่วไป เช่น repeat after me, repeat after the speaker หรือ repeat after the recording

แบบฝึกหัด

ครูพูดประโยคหนึ่งและต้องการให้ทั้งชั้นพูดตาม จงเติมคำสั่งโดยใช้ repeat after + คำสรรพนามรูปกรรมที่ถูกต้อง: Please ____.

ดูคำตอบ

repeat after me

Furthermore, you could use your own voice recording device, ลำดับความ

2:18

นอกจากนี้ คุณสามารถใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงของคุณเอง

ลำดับความ

Furthermore: การเพิ่มประเด็นสนับสนุนอีกข้อ

Furthermore ที่ต้นประโยคหมายถึง “นอกจากนี้” คำนี้บอกผู้ฟังว่ากำลังจะเพิ่มคำแนะนำอีกข้อที่ไปในทิศทางเดียวกับข้อก่อนหน้า คำนี้เป็นคำกริยาวิเศษณ์เชื่อมความที่ช่วยจัดระเบียบแนวคิด เครื่องหมายจุลภาคหลัง Furthermore แยกคำเชื่อมนี้ออกจากใจความหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดสำหรับคำอธิบายที่เป็นลำดับนี้: The new reading app is easy to use. ___, it also works without an internet connection.

  1. Because
  2. However
  3. Furthermore
ดูคำตอบ

Furthermore

record yourself speaking, ไวยากรณ์

2:22

บันทึกเสียงที่คุณพูด

ไวยากรณ์

record yourself speaking: โครงสร้าง record + คน + รูป -ing

ใน record yourself speaking คำว่า yourself คือคนที่ถูกบันทึก ส่วน speaking บอกการกระทำที่อยู่ในเสียงบันทึก วลีนี้หมายถึง “บันทึกเสียงขณะที่ตัวเองกำลังพูด” ไม่ใช่คำสั่งสองคำสั่งแยกกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ record + คน + รูป -ing เช่น record the children singing รูป -ing แสดงว่าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ในสิ่งที่บันทึกไว้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ read เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: Record yourself ____ the short story aloud.

ดูคำตอบ

reading

listen to the other recording,

2:24

ฟังเสียงบันทึกอื่น

and then listen back to you.

2:25

แล้วกลับมาฟังเสียงของคุณ

I know it sounds complicated, น้ำเสียง/เจตนา

2:27

ฉันรู้ว่ามันฟังดูซับซ้อน

but improving your accent takes some work. วลี

2:29

แต่การปรับปรุงสำเนียงของคุณต้องใช้ความพยายาม

น้ำเสียง/เจตนา

I know it sounds complicated, but: ยอมรับความกังวลก่อนบอกประเด็นหลัก

I know it sounds complicated แสดงว่าผู้พูดยอมรับก่อนว่าผู้ฟังน่าจะรู้สึกอย่างไร จากนั้น but จึงนำเข้าสู่ประเด็นหลักของผู้พูดว่า การปรับสำเนียงยังคงต้องใช้ความพยายาม คำอธิบายจึงฟังไม่ห้วนเกินไป เพราะผู้พูดยอมรับความยากก่อนจะให้คำแนะนำต่อ I know ในที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าผู้พูดรู้อะไรบางอย่าง แต่หมายถึงผู้พูดเข้าใจว่าสถานการณ์นี้ดูเป็นอย่างไรในมุมของผู้ฟัง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ I know + ความกังวล, but + ประเด็นที่ยังต้องการสื่อ

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าทักษะใหม่รู้สึกยาก คำตอบใดยอมรับความรู้สึกนั้นก่อน แล้วจึงให้กำลังใจเพื่อน

  1. I know you're making good progress, but it still feels difficult.
  2. You're making good progress because it feels difficult.
  3. I know it feels difficult, but you're making good progress.
ดูคำตอบ

I know it feels difficult, but you're making good progress.

วลี

takes some work: ต้องใช้ความพยายาม

takes some work หมายถึงต้องใช้ความพยายามจริงในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน take ในที่นี้หมายถึงต้องการหรือจำเป็นต้องใช้ ไม่ได้หมายถึงถือหรือเอาออก ส่วน work หมายถึงความพยายามที่ต้องใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ประธานทั้งหมดคือ improving your accent ซึ่งหมายถึงกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงใช้คำกริยาเอกพจน์ takes คำว่า some ทำให้ระดับความหมายไม่รุนแรงเกินไป กล่าวคือ งานนี้ไม่ได้ทำได้โดยไม่ต้องพยายาม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ายากมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง: Creating a clear presentation ____.

ดูคำตอบ

takes some work

So,

2:32

ดังนั้น,

give it a try. วลี

2:33

ลองทำดูนะ

วลี

give it a try: ชวนให้ลองอย่างเป็นมิตร

give it a try เป็นสำนวนตายตัวที่เป็นธรรมชาติ หมายถึง “ลองทำดูแล้วดูว่าผลเป็นอย่างไร” ในที่นี้ it หมายถึงวิธีฝึกที่พูดถึงก่อนหน้านี้ สำนวนนี้ใช้ให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร โดยไม่ได้บอกว่าอีกฝ่ายจะต้องทำสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะลองเกมใหม่ดีหรือไม่ ประโยคใดเป็นการชวนให้ลองอย่างเป็นมิตร

  1. Give it a try.
  2. You must finish the game.
  3. Do not touch the game.
ดูคำตอบ

Give it a try.

My final bit of advice is ลำดับความ

2:34

คำแนะนำสุดท้ายของฉันคือ

to practice out loud. วลี

2:36

ฝึกพูดออกเสียงดังๆ

ลำดับความ

My final bit of advice: ระบุคำแนะนำข้อสุดท้าย

My final bit of advice บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเข้าสู่ข้อสุดท้ายในชุดคำแนะนำ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับเนื้อหาและส่งสัญญาณว่าส่วนนี้กำลังจะจบ A bit of advice หมายถึง “คำแนะนำหนึ่งข้อ” โดย bit ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของวัตถุในที่นี้ Advice เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ a bit of advice ไม่ใช่ an advice

แบบฝึกหัด

คุณได้บอกเคล็ดลับไปแล้วสองข้อและกำลังจะบอกข้อสุดท้าย ประโยคเริ่มต้นใดแสดงชัดเจนว่านี่คือเคล็ดลับข้อสุดท้าย

  1. My final bit of advice is to check your work.
  2. Here is another idea: check your work.
  3. I checked your work yesterday.
ดูคำตอบ

My final bit of advice is to check your work.

วลี

practice out loud: ฝึกโดยเปล่งเสียงออกมา

Practice out loud หมายถึงการฝึกโดยออกเสียงจริง แทนที่จะทบทวนเงียบ ๆ อยู่เพียงในใจ ในที่นี้ out loud บอกวิธีฝึกที่มีเสียงให้ได้ยิน ไม่ได้หมายถึงการฝึกกลางแจ้ง และไม่จำเป็นต้องใช้เสียงดังมาก

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ให้คำพูดนั้นได้ยินได้” ลงในประโยค: To check your pronunciation, read the dialogue ____.

ดูคำตอบ

out loud

It might sound so silly saying it, น้ำเสียง/เจตนา

2:38

มันอาจจะฟังดูงี่เง่าที่พูดแบบนี้

but we all have perfect pronunciation in our head.

2:42

แต่เราทุกคนมีการออกเสียงที่สมบูรณ์แบบในหัวของเรา

น้ำเสียง/เจตนา

It might sound so silly..., but...: ยอมรับข้อกังวลก่อนนำเสนอประเด็นหลัก

It might sound so silly saying it, but... เริ่มจากยอมรับว่าคำแนะนำนี้อาจทำให้รู้สึกเขินหรือดูแปลก จากนั้น but จึงนำเข้าสู่ประเด็นที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับจริง ๆ might ทำให้คำตัดสินไม่เด็ดขาดและนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่ามันงี่เง่าอย่างแน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It might sound/feel + adjective, but + main point ซึ่งช่วยนำเสนอคำแนะนำที่อาจทำให้ไม่สบายใจหรือขัดกับความรู้สึกตามสัญชาตญาณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับอย่างนุ่มนวลก่อนว่าคำแนะนำอาจดูแปลก แล้วจึงบอกประโยชน์ของคำแนะนำนั้น

  1. Taking a short break can help you focus because it sounds unusual.
  2. Taking a short break will definitely seem silly to everyone.
  3. It might sound unusual, but taking a short break can help you focus.
ดูคำตอบ

It might sound unusual, but taking a short break can help you focus.

Trust me, I know. น้ำเสียง/เจตนา

2:45

เชื่อฉันเถอะ ฉันรู้ดี

น้ำเสียง/เจตนา

Trust me, I know: แสดงความเข้าใจจากประสบการณ์ส่วนตัว

Trust me เป็นการขอให้ผู้ฟังเชื่อสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะพูดต่อไป ในที่นี้ I know หมายถึง “ฉันเข้าใจจากประสบการณ์ของตัวเอง” ไม่ใช่เพียง “ฉันรู้ข้อเท็จจริง” เมื่อรวมกัน ประโยคนี้สื่อว่า “ฉันก็เคยผ่านเรื่องคล้ายกันมา จึงเข้าใจ” ทำให้คำพูดน่าเชื่อถือและแสดงความเห็นอกเห็นใจ โดยในบริบทนี้ไม่ได้เป็นคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าการเรียนว่ายน้ำน่าหงุดหงิด คำตอบใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณเข้าใจจากประสบการณ์ โดยไม่ได้ออกคำสั่ง?

  1. I have never tried it, so I cannot say.
  2. Trust me, I know.
  3. Just do what I tell you.
ดูคำตอบ

Trust me, I know.

I am fluent in French and Chinese

2:46

ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสและภาษาจีนได้คล่อง

when I'm speaking to myself and my brain.

2:49

เวลาที่ฉันพูดกับตัวเองและสมองของฉัน

Saying it out loud is a whole other story. สำนวน

2:51

การพูดออกเสียงดังๆ นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย

สำนวน

a whole other story: เป็นคนละเรื่องกันเลย

a whole other story เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เรื่องหรือสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง” ในที่นี้ story ไม่ได้หมายถึงเรื่องเล่า และ whole ช่วยเน้นความแตกต่างให้ชัดขึ้น ประโยคนี้เปรียบเทียบการคิดหรือสื่อสารในแบบหนึ่งกับการพูดคำนั้นออกมาดัง ๆ จริง ๆ โดยสื่อว่าสถานการณ์ที่สองมีระดับความยากต่างออกไป สำนวนนี้อาจสื่อว่า “ยากกว่า” ตามบริบท แต่ความหมายพื้นฐานคือ “แตกต่างกันมาก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “เป็นคนละเรื่องกันเลย”: Making a paper plane is easy, but flying a real plane is ____.

ดูคำตอบ

a whole other story

Different languages come from different places.

2:54

ภาษาที่แตกต่างกันมาจากสถานที่ที่แตกต่างกัน

They have different bases.

2:57

พวกมันมีรากฐานที่แตกต่างกัน

So, the sounds are completely different.

2:58

ดังนั้น เสียงจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Your mouth, your tongue, your face,

3:01

ปากของคุณ ลิ้นของคุณ ใบหน้าของคุณ

these are all muscles,

3:03

ทั้งหมดนี้คือกล้ามเนื้อ

and just like working your body, ลำดับความ

3:04

และเหมือนกับการออกกำลังกาย

you need to work these muscles to be able to produce certain sounds. การใช้คำ

3:06

คุณต้องใช้งานกล้ามเนื้อเหล่านี้เพื่อให้สามารถออกเสียงบางเสียงได้

ลำดับความ

just like working your body: การเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบ

Just like working your body อยู่ก่อนข้อความหลักเพื่อเริ่มการเปรียบเทียบแบบอุปมา โดยชวนให้ผู้ฟังใช้แนวคิดที่คุ้นเคยเรื่องการบริหารร่างกาย เพื่อเข้าใจว่ากล้ามเนื้อที่ใช้พูดก็ต้องฝึกเช่นกัน โครงสร้าง just like + คำนามหรือวลีรูป -ing ใช้ยกสิ่งที่คุ้นเคยมาเปรียบเทียบก่อนเสนอประเด็นใหม่ ในที่นี้โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องออกกำลังกาย

แบบฝึกหัด

วลีเปิด "Just like training for a race" ทำหน้าที่อะไรในประโยค "Just like training for a race, learning pronunciation takes practice."?

  1. เปลี่ยนหัวข้อจากการออกเสียงไปเป็นการแข่งวิ่ง
  2. ใช้เริ่มการเปรียบเทียบแบบอุปมาเพื่ออธิบายประเด็นหลัก
  3. บอกว่าการเรียนการออกเสียงกับการฝึกวิ่งแข่งเป็นกิจกรรมที่เหมือนกันทุกอย่าง
ดูคำตอบ

ใช้เริ่มการเปรียบเทียบแบบอุปมาเพื่ออธิบายประเด็นหลัก

การใช้คำ

work these muscles: work ในความหมายว่าออกกำลังหรือฝึก

ใน work these muscles คำว่า work หมายถึง “บริหารหรือฝึกด้วยการใช้งาน” กล่าวคือ ผู้พูดกำลังบอกให้ฝึกกล้ามเนื้อที่ใช้สร้างเสียง ความหมายนี้พบได้บ่อยเมื่อ work ตามด้วยกล้ามเนื้อหรือส่วนของร่างกาย เช่น work your legs ไม่ได้หมายถึง “ให้งานแก่กล้ามเนื้อ”

แบบฝึกหัด

ในประโยค "This warm-up works your shoulders," คำว่า works หมายถึงอะไร?

  1. มีงานทำ
  2. บริหารหรือฝึกหัวไหล่
  3. ทำงานได้ตามปกติ
ดูคำตอบ

บริหารหรือฝึกหัวไหล่

I do suggest finding a private place to do this. น้ำเสียง/เจตนา

3:10

ฉันขอแนะนำให้หาสถานที่ส่วนตัวเพื่อทำสิ่งนี้

น้ำเสียง/เจตนา

I do suggest: do ที่ใช้เน้นความหมาย

ใน I do suggest คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย ไม่ได้แปลว่า “ทำ” รูปพื้นฐานคือ I suggest และการเติม do ทำให้มีความหมายว่า “ฉันแนะนำเรื่องนี้จริง ๆ” การเน้นนี้ทำให้คำแนะนำฟังดูจริงจังและชัดเจนขึ้น แต่ suggest ยังเป็นกริยาหลัก ประโยคจึงยังเป็นคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคบอกเล่า

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมายให้ประโยคสมบูรณ์: I ____ suggest checking the map before we leave.

ดูคำตอบ

do

You don't want to be chatting to yourself out loud น้ำเสียง/เจตนา

3:13

คุณคงไม่อยากพูดคุยกับตัวเองเสียงดัง

walking down a public street.

3:16

ขณะเดินไปตามถนนสาธารณะ

น้ำเสียง/เจตนา

You don't want to be doing X: การเตือนอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ You don't want to be chatting... ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกความต้องการของผู้ฟัง แต่เป็นคำเตือนทางอ้อมว่า การกระทำนั้นอาจน่าอายหรือไม่เหมาะสม จึงควรหลีกเลี่ยง รูปแบบ You don't want to be + -ing ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ มักชี้ถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่หรือสถานการณ์ที่ใครบางคนอาจตกอยู่ในนั้น รูปแบบนี้มีความหมายเป็นคำแนะนำจากบริบท โดยเฉพาะเมื่อผู้พูดกล่าวถึงความเสี่ยง ผลเสีย หรือสถานการณ์น่าอาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You don't want to be sharing your password in a group chat,” ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด

  1. ถามว่าผู้ฟังชอบแชร์รหัสผ่านหรือไม่
  2. เตือนอย่างนุ่มนวลว่าการแชร์รหัสผ่านที่นั่นเป็นความคิดที่ไม่ดี
  3. เพียงบอกว่าผู้ฟังไม่มีความต้องการจะแชร์รหัสผ่าน
ดูคำตอบ

เตือนอย่างนุ่มนวลว่าการแชร์รหัสผ่านที่นั่นเป็นความคิดที่ไม่ดี

Maybe not lock yourself in the bathroom,

3:18

อาจจะไม่ต้องขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ

but find a private place and practice speaking out loud.

3:19

แต่หาสถานที่ส่วนตัวและฝึกพูดออกเสียงดังๆ

There you go, everyone. น้ำเสียง/เจตนา

3:24

นี่แหละทุกคน

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ There you go เพื่อปิดท้ายคำอธิบาย

ในประโยคนี้ There you go เป็นสำนวนในบทสนทนาที่มีความหมายประมาณว่า “เรียบร้อย เท่านี้แหละ” หรือ “นี่ไง” ใช้บอกว่าคำอธิบายหลักจบแล้วและผู้พูดกำลังจะสรุปปิดท้าย ในที่นี้ there ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ และ go ก็ไม่ได้สั่งให้ใครเคลื่อนที่ โดยทั่วไปสำนวนนี้ใช้บอกว่าการอธิบาย การทำบางอย่าง หรือการส่งมอบเสร็จแล้ว ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แบบฝึกหัด

หลังจากสาธิตวิธีเปิดไฟล์ให้ใครคนหนึ่งดู คุณพูดว่า “There you go.” สำนวนนี้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้?

  1. “ทุกคนอยู่ที่นั่นแล้ว”
  2. “อธิบายจบแล้ว เท่านี้แหละ”
  3. “ไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
ดูคำตอบ

“อธิบายจบแล้ว เท่านี้แหละ”

There are my top tips for improving pronunciation. วลี

3:25

นี่คือเคล็ดลับสุดยอดของฉันในการปรับปรุงการออกเสียง

วลี

top tips: คำแนะนำที่สำคัญและมีประโยชน์ที่สุด

ใน top tips คำว่า top หมายถึง “ดีที่สุด สำคัญที่สุด หรือมีประโยชน์ที่สุด” ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือสิ่งอื่น” วลีนี้หมายถึงชุดคำแนะนำที่คัดเลือกมาแล้วและควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ วลีนี้มักใช้จัดเนื้อหาที่นำไปใช้ได้จริง เช่น คู่มือ บทสอน หัวข้อบทความ หรือบทสรุป ในประโยคนี้ผู้พูดเรียกคำแนะนำเรื่องการออกเสียงที่เพิ่งให้ไปว่าเป็นข้อแนะนำสำคัญ

แบบฝึกหัด

ในวลี “top tips” คำว่า top หมายถึงอะไร?

  1. มีประโยชน์หรือสำคัญเป็นพิเศษ
  2. พูดด้วยเสียงที่ดังที่สุด
  3. อยู่เหนือคำแนะนำอื่นจริง ๆ
ดูคำตอบ

มีประโยชน์หรือสำคัญเป็นพิเศษ

It takes work.

3:27

มันต้องใช้ความพยายาม

It's not going to happen overnight, สำนวน

3:28

มันจะไม่เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน

สำนวน

not going to happen overnight: ความก้าวหน้าต้องใช้เวลา

Not going to happen overnight หมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์จะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่นี้ overnight ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงภายในเวลาสั้นมาก ไม่ได้จำเป็นต้องหมายถึงภายในหนึ่งคืนจริง ๆ ในประโยคนี้ it หมายถึงการพัฒนาการออกเสียง ผู้พูดกำลังตั้งความคาดหวังตามความเป็นจริงว่า ความก้าวหน้าต้องใช้เวลา แต่เป้าหมายยังคงเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า การพัฒนาที่แท้จริงต้องใช้เวลา

  1. Real improvement will not happen overnight.
  2. Real improvement will not happen at midnight.
  3. Real improvement will not happen every night.
ดูคำตอบ

Real improvement will not happen overnight.

but with hard work and dedication, วลี

3:30

แต่ด้วยการทำงานหนักและความทุ่มเท

you'll get there. สำนวน

3:33

คุณจะทำสำเร็จ

วลี

with hard work and dedication: เงื่อนไขที่นำไปสู่ความสำเร็จ

With hard work and dedication เป็นโครงสร้าง with + นามวลี ซึ่งบอกว่าสิ่งใดช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ ในที่นี้ with หมายถึงด้วยหรือโดยอาศัย ไม่ได้หมายถึงอยู่ร่วมกับสิ่งของ Hard work หมายถึงความพยายามอย่างจริงจัง ส่วน dedication หมายถึงการใส่ใจเป้าหมายและพยายามต่อไป วลีนี้อยู่หน้า you'll get there จึงเสนอเงื่อนไขก่อน แล้วจึงตามด้วยผลลัพธ์ที่ให้กำลังใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "With enough practice, Mia will improve," วลีที่ขึ้นต้นด้วย with ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกสถานที่ที่ Mia จะพัฒนาขึ้น
  2. บอกว่า Mia กำลังถืออะไรอยู่
  3. บอกว่าสิ่งใดสามารถช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์
ดูคำตอบ

บอกว่าสิ่งใดสามารถช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์

สำนวน

You'll get there: ในที่สุดก็ไปถึงเป้าหมาย

ในประโยคนี้ you'll get there หมายถึง ในที่สุดคุณจะทำสำเร็จหรือพัฒนาไปถึงระดับที่ต้องการ คำว่า there หมายถึงเป้าหมายหรือระดับที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่สถานที่จริง ประโยคนี้ใช้ให้กำลังใจคนที่ยังไปไม่ถึงเป้าหมายว่าให้พยายามต่อ เพราะการพัฒนาต้องใช้เวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายความว่าคนนั้นจะประสบความสำเร็จในที่สุด: Learning to ride a bike takes time, but ____.

ดูคำตอบ

you'll get there