คุณดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
844 คำ 154 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้พิจารณาคำแนะนำที่คุ้นเคยว่าควรดื่มน้ำวันละสองลิตร โดยตั้งคำถามว่าตัวเลขนี้มาจากไหนและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือไม่ เนื้อหาอธิบายว่าความต้องการของแต่ละคนต่างกันตามปริมาณน้ำที่ร่างกายสูญเสีย กล่าวถึงสัญญาณของภาวะขาดน้ำ และสรุปว่าน้ำประมาณสองลิตรยังใช้เป็นแนวทางทั่วไปที่เป็นประโยชน์ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ballpark figure. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือค่าประมาณคร่าว ๆ ที่แม่นยำในระดับยอมรับได้ ไม่ใช่ตัวเลขแน่นอนที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ คุณจะสังเกตและใช้สำนวนนี้ได้เมื่อกล่าวถึงงบประมาณ ปริมาณ ค่าที่วัด หรือการคาดการณ์โดยไม่ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าตัวเลขนั้นเที่ยงตรงเกินจริง 2. depends on — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้ว่าคำที่ใช้ร่วมกันบ่อยนี้เชื่อมไปยังปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์อย่างไร คุณสามารถใช้อธิบายว่าความต้องการน้ำ ราคา แผน หรือการตัดสินใจเปลี่ยนไปตามเงื่อนไข แทนการเสนอว่าคำตอบเดียวใช้ได้กับทุกคน 3. what is happening is that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้กรอบคำอธิบายนี้เพื่อเปิดเผยสถานการณ์จริงหรือแก้ความเข้าใจในตอนแรก ในวิดีโอ โครงสร้างนี้ช่วยเปรียบต่างความคิดที่ผิดว่ากำลังหิวกับความจริงที่ว่าความกระหายและภาวะขาดน้ำอาจเป็นสาเหตุของความรู้สึกนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello,

0:07

สวัสดี

this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Phil.

0:11

ผมฟิล

And I'm Beth.

0:12

และฉันเบธ

Nowadays,

0:13

ทุกวันนี้

I often see people carrying water bottles with them to make sure they drink enough. วลี

0:14

ฉันมักจะเห็นคนพกขวดน้ำติดตัวเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาดื่มน้ำเพียงพอ

วลี

make sure + อนุประโยค: ทำให้ผลลัพธ์แน่นอน

make sure เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงทำให้แน่ใจว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้นหรือตรวจสอบว่าบางสิ่งเป็นจริง ในประโยคนี้ to make sure บอกจุดประสงค์ คือผู้คนพกขวดน้ำเพื่อให้ตนเองดื่มน้ำได้เพียงพอ make และ sure ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นสำนวนเดียว ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” ผลที่ต้องการให้แน่นอนจะวางไว้หลัง make sure

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทำให้แน่ใจ” ในคำเตือนนี้: Before you go to bed, ____ the front door is locked.

ดูคำตอบ

make sure

How much water do you drink a day, ไวยากรณ์

0:19

วันนึงคุณดื่มน้ำมากแค่ไหน

ไวยากรณ์

How much ... do you ... a day?: ถามปริมาณต่อวัน

คำถามนี้ถามปริมาณน้ำที่คนคนหนึ่งดื่มเป็นประจำในแต่ละวัน How much ใช้เริ่มคำถามเกี่ยวกับปริมาณ do you drink สร้างคำถามในรูปปัจจุบันทั่วไป และ water คือสิ่งที่กำลังวัดปริมาณ a day ที่ท้ายประโยคหมายถึง “ต่อวัน” หรือ “ทุกวัน” ไม่ได้หมายถึงวันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ สามารถนำรูปแบบ How much + คำนาม + do you + กริยา + a day? ไปใช้ถามปริมาณอื่นในแต่ละวันได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ How much ... a day? เติมคำถามให้สมบูรณ์: ____ time do you spend reading ____?

ดูคำตอบ

How much · a day

Phil?

0:21

ฟิล?

Phew,

0:22

ฟู่

I don't know.

0:22

ผมไม่รู้สิ

Um

0:23

เอ่อ

maybe about a liter?

0:24

อาจจะประมาณหนึ่งลิตรล่ะมั้ง?

Okay,

0:26

โอเค

and do you know how much water you should drink a day?

0:27

แล้วคุณรู้ไหมว่าคุณควรดื่มน้ำวันละเท่าไหร่?

I think it's probably about 2 L.

0:31

ผมคิดว่าน่าจะประมาณ 2 ลิตรนะ

Ah,

0:34

อ้า

well,

0:34

เอาล่ะ

the number many people have heard is 2 L a day. ไวยากรณ์

0:35

ตัวเลขที่หลายคนเคยได้ยินคือ 2 ลิตรต่อวัน

ไวยากรณ์

the number many people have heard is: อนุประโยคขยายคำนามที่ละ that

โครงสร้างหลักของประโยคคือ the number ... is 2 L a day ส่วน many people have heard ขยาย the number เพื่อบอกว่าหมายถึงตัวเลขใด นี่คืออนุประโยคขยายคำนามที่ละคำสรรพนามเชื่อมซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรม: the number (that) many people have heard เนื่องจาก that จะเป็นกรรมของ heard จึงละได้ เมื่อคำนามตามด้วยประธานและกริยาโดยตรง ให้ตรวจดูว่าส่วนนั้นกำลังขยายคำนามข้างหน้าหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The song many families know is playing now,” ส่วน many families know ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าหมายถึงเพลงใด
  2. บอกว่าเพลงกำลังเล่นเมื่อใด
  3. เริ่มประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง
ดูคำตอบ

บอกว่าหมายถึงเพลงใด

Of course,

0:39

แน่นอน

everyone needs to drink some water.

0:39

ทุกคนจำเป็นต้องดื่มน้ำบ้าง

Over half the human body is made up of it. กริยาวลี

0:42

กว่าครึ่งหนึ่งของร่างกายมนุษย์ประกอบขึ้นจากน้ำ

กริยาวลี

is made up of: ส่วนต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” หรือ “เกิดจากส่วนต่าง ๆ หรือสมาชิกหลายคน” ในที่นี้ is made up of บอกว่าร่างกายมนุษย์มากกว่าครึ่งประกอบด้วยน้ำ ให้มอง made up of เป็นสำนวนเดียว สำนวนนี้เน้นส่วนประกอบ สาร หรือสมาชิกที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ได้ใช้ความหมายอื่นของ make up เช่น “แต่งเรื่อง” หรือ “แต่งหน้า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be made up of: The puzzle ____ one hundred small pieces.

ดูคำตอบ

is made up of

But exactly how much water do we need to stay healthy? ไวยากรณ์

0:45

แต่เราต้องดื่มน้ำเท่าไหร่กันแน่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง?

ไวยากรณ์

to stay healthy: การใช้ to-infinitive เพื่อบอกจุดประสงค์

to stay healthy บอกเหตุผลที่ต้องการน้ำ โดยจุดประสงค์คือเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง เราสามารถใช้ to-infinitive ต่อท้ายประโยคบอกเล่าหรือคำถามเพื่อบอกเป้าหมายของการกระทำหรือความต้องการ โครงสร้างคือ to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น stay จึงคงรูปเดิม ในที่นี้ to เป็นคำที่ใช้สร้าง infinitive ไม่ใช่คำบุพบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์ในวงเล็บ: Leo goes to bed early ____. (stay healthy)

ดูคำตอบ

to stay healthy

That's what we'll be discussing in this program, ลำดับความ

0:49

นั่นคือสิ่งที่เราจะมาพูดคุยกันในรายการนี้

ลำดับความ

That's what we'll be discussing: การบอกหัวข้อถัดไป

That's what we'll be discussing ย้อนกลับไปชี้คำถามหรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง และกำหนดให้เป็นหัวข้อที่จะพูดคุยต่อไป what we'll be discussing เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและหมายถึง “สิ่งที่เราจะพูดคุยกัน” โดย what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถามใหม่ ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกทิศทางของเนื้อหา โดยเชื่อมบทเกริ่นเข้ากับคำอธิบายหลัก และบอกผู้ฟังว่ารายการ บทเรียน หรือการบรรยายจะกล่าวถึงอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

ในรายการ “That's what we'll be discussing” มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ขอให้ผู้ฟังเลือกหัวข้ออื่น
  2. ระบุหัวข้อที่จะพูดคุยต่อไป
  3. บอกว่าการพูดคุยจบลงแล้ว
ดูคำตอบ

ระบุหัวข้อที่จะพูดคุยต่อไป

along with some useful new vocabulary as well. วลี

0:52

พร้อมกับคำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย

วลี

along with: การเพิ่มรายการเสริม

Along with หมายถึง “พร้อมกับ” หรือ “นอกเหนือจาก” ในที่นี้ใช้เพิ่มคำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์เข้าไปในเนื้อหาหลักที่กล่าวถึงแล้ว ส่วนที่ตามหลัง along with ถูกนำเสนอเป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่รายการที่มีน้ำหนักเท่ากันในรายการง่าย ๆ ที่เชื่อมด้วย and ตรงนี้ along ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ทำให้รายการที่สองเป็นข้อมูลเสริม: The class teaches basic grammar ____ useful pronunciation tips.

ดูคำตอบ

along with

And speaking of vocabulary, ลำดับความ

0:55

และเมื่อพูดถึงคำศัพท์

ลำดับความ

speaking of vocabulary: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในที่นี้ speaking of vocabulary หมายถึง “เมื่อกี้เพิ่งพูดถึงคำศัพท์” โดยใช้หัวข้อนั้นเป็นสะพานไปสู่ประเด็นถัดไปที่เกี่ยวข้อง Speaking of + กลุ่มคำนาม เป็นวลีเปลี่ยนเรื่อง ไม่ใช่การบอกตามตัวอักษรว่ามีใครกำลังพูด วลีนี้ช่วยให้เนื้อหาไหลต่ออย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะประกาศหัวข้อใหม่อย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณเพิ่งพูดถึงดนตรี เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: ____ music, are you going to the concert?

ดูคำตอบ

Speaking of

remember you can download all the new words and phrases from this program,

0:56

อย่าลืมว่าคุณสามารถดาวน์โหลดคำศัพท์และวลีใหม่ๆ ทั้งหมดจากรายการนี้ได้

plus worksheet exercises to help you learn them on our website,

1:00

รวมถึงแบบฝึกหัดใบงานที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้บนเว็บไซต์ของเรา

bbclearningenglish.com.

1:05

bbclearningenglish.com

Great.

1:07

เยี่ยมเลย

But first,

1:08

แต่ก่อนอื่น

I have a question for you,

1:09

ฉันมีคำถามสำหรับคุณ

Phil.

1:10

ฟิล

I mentioned that over half the human body consists of water. วลี

1:11

ฉันได้พูดไปว่ากว่าครึ่งหนึ่งของร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำ

วลี

consists of: อธิบายว่าสิ่งทั้งหมดประกอบขึ้นจากอะไร

consists of หมายถึง “ประกอบขึ้นจากส่วนหรือวัสดุที่ตามมา” ในโครงสร้าง A consists of B นั้น A คือสิ่งทั้งหมด ส่วน B บอกส่วนประกอบหรือวัสดุ ในประโยคนี้ ร่างกายมนุษย์มากกว่าครึ่งคือสิ่งทั้งหมดที่กำลังอธิบาย และ water คือวัสดุที่ระบุไว้ วลีนี้บอกองค์ประกอบในฐานะข้อเท็จจริง กริยาต้องสอดคล้องกับ A: ถ้า A เป็นเอกพจน์ใช้ consists of ถ้าเป็นพหูพจน์ใช้ consist of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ consist ในรูปที่ถูกต้องพร้อมคำบุพบทที่จำเป็น: The game ____ three short rounds.

ดูคำตอบ

consists of

But there's an even higher percentage of water in our blood. วลี

1:15

แต่มีสัดส่วนของน้ำในเลือดของเราที่สูงกว่านั้นอีก

วลี

an even higher percentage of: เน้นการเปรียบเทียบให้ชัดขึ้น

an even higher percentage of หมายถึง “สัดส่วนที่ยิ่งสูงขึ้นไปอีกของ…” higher ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ส่วน even เน้นให้ชัดขึ้นว่าตัวเลขใหม่สูงกว่าตัวเลขหรือระดับที่กล่าวไว้ก่อนหน้า หลัง percentage of จะตามด้วยคนหรือสิ่งที่กำลังวัดสัดส่วน ในประโยคนี้ สิ่งที่วัดคือ water และนำสัดส่วนในเลือดไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนในร่างกายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ผลสำรวจครั้งแรกพบว่า 60% ของครอบครัวเลือกสวนสาธารณะ ส่วนผลสำรวจครั้งต่อมาพบว่าเป็น 75% วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับวางหน้า families ในผลครั้งหลังและเน้นว่าค่าเพิ่มขึ้น?

  1. the highest percentage of
  2. a high percentage of
  3. an even higher percentage of
ดูคำตอบ

an even higher percentage of

But how much?

1:19

แต่เท่าไหร่ล่ะ?

Is our blood A,

1:20

เลือดของเรามีน้ำ A

around 80% water?

1:22

ประมาณ 80% หรือเปล่า?

B,

1:25

B

around 90% water?

1:25

ประมาณ 90%?

Or C,

1:28

หรือ C

100% water?

1:29

100%?

I think it's around 80% water.

1:31

ผมคิดว่ามีน้ำประมาณ 80% นะ

Okay,

1:34

โอเค

I will reveal the correct answer later in the program. วลี

1:35

ฉันจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้องในช่วงหลังของรายการ

วลี

reveal the correct answer: เฉลยคำตอบที่เก็บไว้

Reveal the correct answer หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ถูกต้อง หลังจากเก็บไว้หรือยังไม่บอกให้คนอื่นรู้ ในประโยคนี้ ผู้พูดสัญญาว่าจะบอกคำตอบให้ทุกคนทราบในช่วงหลังของรายการ Reveal ให้ความรู้สึกว่ามีช่วงเวลาที่วางแผนไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลที่ซ่อนไว้ จึงชัดเจนกว่าการพูดคำตอบเฉย ๆ เมื่อรายการตอบคำถาม ชั้นเรียน หรือรายการโทรทัศน์ตั้งใจรอก่อนประกาศผล

แบบฝึกหัด

พิธีกรรายการตอบคำถามเก็บคำตอบไว้เป็นความลับจนกว่าจะจบช่วงพัก ประโยคใดเน้นช่วงเวลาที่วางแผนไว้สำหรับการเฉลยได้ดีที่สุด

  1. I will repeat the correct answer after the break.
  2. I will reveal the correct answer after the break.
  3. I will guess the correct answer after the break.
ดูคำตอบ

I will reveal the correct answer after the break.

Our blood needs water

1:38

เลือดของเราต้องการน้ำ

so it can carry nutrients to the body's cells and organs. โน้ต

1:40

เพื่อที่จะสามารถลำเลียงสารอาหารไปยังเซลล์และอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้

ไวยากรณ์

so it can: แสดงว่าสิ่งหนึ่งทำให้อะไรเป็นไปได้

ใน so it can คำว่า so เชื่อมความจำเป็นที่เลือดต้องมีน้ำเข้ากับสิ่งที่น้ำทำให้เป็นไปได้ วลีนี้หมายถึง “เพื่อให้มันสามารถทำได้” โดย it หมายถึง our blood และหลัง can ใช้กริยารูปพื้นฐาน carry โครงสร้าง so + ประธาน + can + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้อธิบายจุดประสงค์ของการกระทำหรือหน้าที่ที่เงื่อนไขหนึ่งทำให้เป็นไปได้ ในที่นี้เป็นการบอกว่าน้ำทำให้เลือดทำอะไรได้ ไม่ได้หมายความว่าเลือดวางแผนจะทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “เพื่อให้มันสามารถทำได้”: The robot needs a charged battery ____ move.

ดูคำตอบ

so it can

วลี

carry nutrients to: ลำเลียงสารไปยังจุดหมาย

ในประโยคนี้ carry หมายถึง “ลำเลียงหรือขนส่ง” ไม่ใช่ “ถือไว้ในมือ” โดยบอกถึงระบบที่เคลื่อนย้ายสารอาหารภายในร่างกาย โครงสร้างคือ carry + สาร + to + จุดหมาย โดย nutrients คือสิ่งที่ถูกลำเลียง และ the body's cells and organs คือจุดหมาย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้กับเลือด น้ำ ท่อ ยานพาหนะ หรือสิ่งอื่นที่ลำเลียงสาร

แบบฝึกหัด

ใช้ carry + สาร + to แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ oxygen เป็นสารที่ถูกลำเลียง: Red blood cells ____ the body's tissues.

ดูคำตอบ

carry oxygen to

The amount recommended is often given as 2 L a day. วลี

1:44

ปริมาณที่แนะนำมักจะกำหนดไว้ที่ 2 ลิตรต่อวัน

วลี

is often given as: ระบุค่าในรูปแบบที่ใช้กันทั่วไป

ในที่นี้ is often given as หมายถึง “มักระบุหรือนำเสนอว่า...” ปริมาณที่แนะนำมักแสดงในรูป 2 L a day โดย given ไม่ได้หมายถึง “มอบเป็นของขวัญ” นี่คือโครงสร้างกรรมวาจก be given as + ค่า ชื่อ คำตอบ หรือรูปแบบ คำว่า often บอกว่าถ้อยคำหรือตัวเลขนี้พบได้บ่อย ไม่ได้หมายความว่าเป็นแบบเดียวที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ใน “The distance is often given as 5 km,” คำว่า is often given as หมายถึงอะไร?

  1. ถูกส่งให้ผู้รับ
  2. ถูกมอบเป็นของขวัญ
  3. มักระบุว่าเป็น
ดูคำตอบ

มักระบุว่าเป็น

But why?

1:47

แต่ทำไมล่ะ?

Here to discuss this with BBC World Service program, ลำดับความ

1:49

ผู้ที่จะมาร่วมพูดคุยเรื่องนี้ในรายการของ BBC World Service

The Food Chain,

1:52

The Food Chain

is biologist Professor John Speakman.

1:53

คือศาสตราจารย์ จอห์น สปีคแมน นักชีววิทยา

ลำดับความ

Here to discuss this ... is: การแนะนำแขกรับเชิญ

Here to discuss this ... is + บุคคล เป็นโครงสร้างสำหรับแนะนำแขกรับเชิญ ลำดับคำปกติคือ Person is here to discuss this แต่การย้าย Here to discuss this มาไว้ข้างหน้าจะบอกจุดประสงค์ของแขกก่อน แล้วจึงเปิดเผยตอนท้ายว่าแขกคือใคร ในประโยคนี้ ชื่อรายการถูกแทรกอยู่ในส่วนต้นที่ยาว ให้หา is ใกล้ท้ายประโยค แล้วมอง biologist Professor John Speakman เป็นบุคคลที่กำลังถูกแนะนำ Here ในที่นี้ช่วยนำบุคคลเข้าสู่การสนทนาปัจจุบัน ไม่ได้เพียงตอบว่าอยู่ที่ใด

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง Here to explain the results is Dr Green ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นการบอกว่าผลลัพธ์จะอธิบาย Dr Green
  2. เป็นการแนะนำ Dr Green ว่าเป็นผู้ที่จะอธิบายผลลัพธ์
  3. เป็นการถาม Dr Green ว่าผลลัพธ์อยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

เป็นการแนะนำ Dr Green ว่าเป็นผู้ที่จะอธิบายผลลัพธ์

So I'm not sure how it was arrived at, กริยาวลี

1:56

ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าตัวเลขนั้นมาได้อย่างไร

กริยาวลี

was arrived ... at: รูปถูกกระทำของ arrive at

คำที่เน้นว่า was arrived เป็นส่วนหนึ่งของรูปถูกกระทำ was arrived at ในที่นี้ arrive at หมายถึงการได้ข้อสรุปผ่านการคำนวณ การพูดคุย หรือการคิด ดังนั้น how it was arrived at จึงถามว่าตัวเลข การตัดสินใจ หรือข้อสรุปนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ความหมายนี้ต้องมีคำบุพบท at แม้จะอยู่ท้ายรูปถูกกระทำก็ตาม โดย people arrived at the figure จะเปลี่ยนเป็น the figure was arrived at เมื่อใช้รูปถูกกระทำ หากไม่มี at คำว่า was arrived จะไม่สื่อความหมายที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนคงที่ที่หมายถึงผลลัพธ์ถูกคำนวณหรือตัดสินขึ้นมา: No one knows how the final figure was arrived ____.

ดูคำตอบ

at

but it seems to be a number that has taken grip on a very large number of countries. โน้ต

1:58

แต่มันดูเหมือนจะเป็นตัวเลขที่ยึดติดอยู่ในหลายๆ ประเทศไปแล้ว

ไวยากรณ์

it seems to be สำหรับการสรุปอย่างระมัดระวัง

ใน it seems to be คำว่า seems ทำให้ข้อความเป็นการวินิจฉัยอย่างระมัดระวัง แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแน่นอน ผู้พูดคิดว่าคำอธิบายน่าจะถูกต้อง แต่ยังเปิดโอกาสให้สงสัยได้ โครงสร้างคือ ประธาน + seem/seems to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ ในที่นี้ it seems to be นำเสนอการตีความที่ดีที่สุดของผู้พูดว่าตัวเลขนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เมื่อหลักฐานยังไม่ครบ ประโยคใดแสดงข้อสรุปอย่างระมัดระวังได้ดีที่สุด

  1. It cannot be the same model.
  2. It seems to be the same model.
  3. It is definitely the same model.
ดูคำตอบ

It seems to be the same model.

สำนวน

has taken grip on ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงอิทธิพลที่รุนแรง

ในประโยคนี้ has taken grip on ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงตัวเลขนั้นได้หยั่งรากและมีอิทธิพลอย่างมากต่อหลายประเทศ ไม่ได้มีมือหรือการจับจริง ๆ เมื่อนำไปใช้เอง สำนวนมาตรฐานมักต้องมีคำนำหน้านาม a: has taken a grip on ภาพเปรียบเทียบนี้สื่อว่าสิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าควบคุมหรือมีอิทธิพลอย่างมั่นคงต่อผู้คน สถาบัน หรือสถานที่

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง has taken grip on a very large number of countries ต้องการสื่อความหมายใด

  1. มันเริ่มมีอิทธิพลอย่างมากต่อประเทศเหล่านั้น
  2. มันใช้มือยกประเทศเหล่านั้นขึ้นมาจริง ๆ
  3. มันคำนวณจำนวนรวมของประเทศเหล่านั้น
ดูคำตอบ

มันเริ่มมีอิทธิพลอย่างมากต่อประเทศเหล่านั้น

วลี

a very large number of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์

a very large number of หมายถึง “จำนวนมากอย่างยิ่ง” เป็นวลีบอกปริมาณที่วางหน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ในประโยคนี้ countries เป็นรูปพหูพจน์ ในวลีนี้ number หมายถึงขนาดหรือจำนวนของกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “จำนวนมากอย่างยิ่ง”: The survey received replies from ____ residents.

ดูคำตอบ

a very large number of

So if you look at government recommendations around the world, ลำดับความ

2:03

ดังนั้นถ้าคุณดูคำแนะนำของรัฐบาลทั่วโลก

ลำดับความ

ใช้ if you look at เพื่อนำความสนใจไปยังหลักฐาน

ในที่นี้ if you look at ไม่ได้หมายถึงเพียง “หันตาไปมอง” แต่เป็นการนำผู้ฟังให้ตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งก็คือคำแนะนำของรัฐบาลจากประเทศต่าง ๆ รูปแบบ if you look at + หลักฐาน ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยบอกก่อนว่าควรตรวจสอบข้อมูลใด แล้วผู้พูดจึงให้ข้อสังเกตหรือข้อสรุป ในการใช้นี้ if ฟังคล้ายคำชวนให้พิจารณาหลักฐาน ไม่ได้แสดงความสงสัยจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “If you look at the last three reports, the pattern is clear,” ส่วนต้นทำหน้าที่อะไร?

  1. นำผู้ฟังให้ตรวจสอบหลักฐานก่อนฟังข้อสรุป
  2. บอกว่าควรวางรายงานไว้ที่ใด
  3. บอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่ารายงานเหล่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่
ดูคำตอบ

นำผู้ฟังให้ตรวจสอบหลักฐานก่อนฟังข้อสรุป

they're pretty much all the same. วลี

2:06

มันแทบจะเหมือนกันหมดเลย

วลี

pretty much: เกือบจะ แต่ไม่ทั้งหมด

pretty much เป็นสำนวนที่พบบ่อยในการสนทนา หมายถึง “เกือบจะ” หรือ “โดยประมาณ” ในประโยคนี้ สำนวนนี้ขยาย all the same จึงหมายความว่าสิ่งเหล่านั้นเหมือนกันในเกือบทุกด้านที่สำคัญ แต่ยังอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยได้ ให้เข้าใจ pretty much เป็นสำนวนเดียวกัน ในที่นี้ pretty ไม่ได้บรรยายรูปลักษณ์ แต่ทั้งสำนวนช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความลง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสนทนาสองคำที่หมายถึง “เกือบจะ แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด”: The two jackets look ____ the same.

ดูคำตอบ

pretty much

They pretty much all say everybody's got to be drinking 2 L of water. ไวยากรณ์

2:08

พวกเขาแทบจะพูดเหมือนกันหมดว่าทุกคนต้องดื่มน้ำ 2 ลิตร

ไวยากรณ์

got to be drinking: ความจำเป็นที่ต้องทำต่อเนื่อง

ใน everybody's got to be drinking คำว่า 's ย่อมาจาก has ดังนั้นรูปเต็มคือ everybody has got to be drinking ส่วน have/has got to หมายความว่าบางสิ่งจำเป็นต้องทำ คล้ายกับ have to ในที่นี้ ทุกคนถูกคาดหวังหรือแนะนำให้ดื่มน้ำในปริมาณดังกล่าว be drinking ใช้รูป be + -ing ในที่นี้แสดงว่าการดื่มเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องหรือทำเป็นประจำในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงดื่มเพียงอึกเดียว และไม่จำเป็นต้องกำลังดื่มอยู่ในขณะที่พูดพอดี

แบบฝึกหัด

เติม have got to + be doing เพื่อแสดงความจำเป็นที่ต้องทำต่อเนื่อง: During the heatwave, you ____ plenty of water throughout the day.

ดูคำตอบ

have got to be drinking

Professor Speakman doesn't know how the number of 2 L a day was arrived at.

2:13

ศาสตราจารย์สปีคแมนไม่ทราบว่าตัวเลข 2 ลิตรต่อวันมาได้อย่างไร

How it was decided or calculated.

2:19

ว่ามันถูกตัดสินหรือคำนวณมาอย่างไร

Nevertheless, ลำดับความ

2:22

อย่างไรก็ตาม

the idea of drinking 2 L a day

2:23

แนวคิดเรื่องการดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร

has taken grip on many governments around the world.

2:25

ได้เข้าครอบงำ (taken grip on) รัฐบาลหลายแห่งทั่วโลก

ลำดับความ

Nevertheless: แสดงความขัดแย้งระหว่างประเด็นถัดไปกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน

Nevertheless หมายความว่า สิ่งหนึ่งยังคงเป็นจริงแม้เพิ่งมีการกล่าวถึงอีกสถานการณ์หนึ่งไป คำนี้บอกว่าข้อความถัดไปยังเป็นจริง แม้ข้อมูลก่อนหน้าจะทำให้คาดว่าจะเกิดสิ่งที่ต่างออกไป ในประโยคนี้ ที่มาที่ไม่แน่ชัดของแนวคิดเรื่องสองลิตรขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่าแนวคิดนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อรัฐบาลหลายแห่ง คำเชื่อมนี้จัดข้อมูลเป็นการยอมรับสถานการณ์หนึ่งก่อน แล้วจึงบอกข้อเท็จจริงที่เกินความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดสำหรับช่องว่าง: The road was difficult. ____, the team reached the village on time.

  1. Nevertheless
  2. For example
  3. Therefore
ดูคำตอบ

Nevertheless

When you say an idea has taken grip on something, ลำดับความ

2:29

เมื่อคุณพูดว่าแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง 'taken grip on' บางสิ่งบางอย่าง

you mean it's taken control of it.

2:32

คุณหมายความว่ามันได้เข้าไปควบคุมสิ่งนั้นแล้ว

ลำดับความ

When you say ... you mean ...: อธิบายความหมายของสำนวน

When you say X, you mean Y เป็นโครงสร้างสำหรับอธิบายภาษา โดย X คือถ้อยคำที่ต้องการให้นิยาม และ Y คือคำอธิบายความหมายที่ชัดเจนกว่า ในประโยคนี้ an idea has taken grip on something คือ X ส่วน it has taken control of it คือ Y โครงสร้างนี้บอกว่าควรเข้าใจสำนวนอย่างไร ไม่ได้ถามว่ามีใครพูดถ้อยคำนั้นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายความหมายของสำนวน?

  1. When you say a toy is fragile, you mean it can break easily.
  2. When did you say the toy was fragile?
  3. Do you mean that the toy broke yesterday?
ดูคำตอบ

When you say a toy is fragile, you mean it can break easily.

Yes,

2:35

ใช่

Professor Speakman says that pretty much all governments are giving pretty much the same recommendation.

2:35

ศาสตราจารย์สปีคแมนกล่าวว่ารัฐบาลแทบทั้งหมดกำลังให้คำแนะนำที่แทบจะเหมือนกัน

He uses the phrase pretty much to mean almost.

2:42

เขาใช้วลีว่า 'pretty much' เพื่อหมายถึง เกือบจะ (almost)

For example,

2:46

ตัวอย่างเช่น

pretty much all governments advise drinking 2 L a day

2:47

'pretty much all governments advise drinking 2 L a day'

means almost all governments advise it.

2:51

หมายความว่า เกือบทุกรัฐบาลแนะนำให้ทำเช่นนั้น

What Professor Speakman doesn't have, ไวยากรณ์

2:54

สิ่งที่ศาสตราจารย์สปีคแมนไม่มี

however,

2:56

อย่างไรก็ตาม

is any scientific evidence for this advice. วลี

2:57

ก็คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ สำหรับคำแนะนำนี้

ไวยากรณ์

What Professor Speakman doesn't have ... is ...: เน้นสิ่งที่ขาด

คำว่า What Professor Speakman doesn't have รวมกันเป็นอนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “สิ่งที่ศาสตราจารย์สปีกแมนไม่มี” ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ใช่คำถาม ส่วน however เป็นคำแสดงความขัดแย้งที่แทรกเข้ามาและไม่เปลี่ยนโครงสร้าง รูปแบบ What + ประธาน + doesn't have + is + จุดเน้น จะวางสิ่งที่ขาดไว้หลัง is ในประโยคนี้จุดเน้นคือ any scientific evidence for this advice

แบบฝึกหัด

โครงสร้างใน “What Professor Speakman doesn't have, however, is any scientific evidence” ทำหน้าที่อะไร

  1. เน้นว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่เขาขาด
  2. แสดงว่าศาสตราจารย์มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว
  3. ถามศาสตราจารย์ว่า “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์” หมายถึงอะไร
ดูคำตอบ

เน้นว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่เขาขาด

วลี

scientific evidence for this: หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนแนวคิด

ใน scientific evidence for this advice คำว่า for ใช้นำแนวคิดที่หลักฐานสนับสนุน วลีนี้หมายถึง “ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคำแนะนำนี้” โดย for ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ของ” สามารถนำรูปแบบ evidence for + claim, theory, or advice ไปใช้เมื่อพูดถึงข้อมูลที่ทำให้แนวคิดหนึ่งน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทจากรูปแบบเป้าหมายที่มีความหมายว่า “สนับสนุนข้อกล่าวอ้าง”: We need scientific evidence ____ this claim.

ดูคำตอบ

for

The number of exactly 2 L isn't based on scientific fact. วลี

3:00

ตัวเลข 2 ลิตรเป๊ะๆ นั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

วลี

be based on: บอกพื้นฐานหรือแหล่งที่มา

ในโครงสร้าง be based on คำที่ตามหลัง on จะบอกข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือแหล่งที่มาที่ใช้รองรับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ ตัวเลขที่เจาะจงนี้ไม่ได้มาจากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ จึงไม่ควรมองว่าเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว โครงสร้างคือ A is based on B โดย A คือแนวคิด การตัดสินใจ กฎ หรือผลงานที่กำลังกล่าวถึง ส่วน B คือสิ่งที่ A มาจากหรือใช้เป็นพื้นฐาน A isn't based on B หมายความว่า B ไม่ใช่พื้นฐานหรือแหล่งที่มาของ A

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายให้สมบูรณ์: The safety rule is ____ scientific evidence.

ดูคำตอบ

based on

It's more of a ballpark figure. สำนวน

3:05

มันออกจะเป็นตัวเลขคร่าวๆ (ballpark figure) เสียมากกว่า

สำนวน

a ballpark figure: ตัวเลขประมาณการคร่าว ๆ

A ballpark figure เป็นสำนวนที่หมายถึงตัวเลขประมาณการคร่าว ๆ โดยคาดว่าตัวเลขจะอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผล แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอนหรือผ่านการคำนวณอย่างละเอียด ใน It's more of a ballpark figure คำว่า more of หมายถึงการอธิบายตัวเลขด้วยวิธีนี้เหมาะสมกว่า กล่าวคือ ตัวเลขนี้ใช้เป็นแนวทางกว้าง ๆ ได้ แต่ไม่ใช่ค่าทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ตัวเลขประมาณการคร่าว ๆ”: I don't need the exact cost; just give me a ____.

ดูคำตอบ

ballpark figure

A number which is a guess,

3:07

ตัวเลขที่เป็นการคาดเดา

but which you still believe is approximately correct.

3:09

แต่คุณก็ยังเชื่อว่ามันน่าจะถูกต้องโดยประมาณ

Actually,

3:12

จริงๆ แล้ว

the amount of water in our bodies is changing all the time. วลี

3:13

ปริมาณน้ำในร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

วลี

changing all the time: การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องหรือบ่อยครั้ง

ใน changing all the time วลี all the time เป็นวลีบอกเวลาที่หมายถึง “อย่างต่อเนื่อง” หรือ “บ่อยมาก” วลีนี้บอกว่าปริมาณไม่ได้คงที่ แต่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่เรียกว่า “เวลาทั้งหมด” โดยอาจใช้บรรยายกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องหรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างต่อเนื่องหรือบ่อยมาก”: My little brother asks questions ____.

ดูคำตอบ

all the time

Like your bank balance, ลำดับความ

3:17

เหมือนกับยอดเงินในบัญชีธนาคารของคุณ

which goes down when you spend money, กริยาวลี

3:18

ที่จะลดลงเมื่อคุณใช้เงิน

ลำดับความ

Like your bank balance: การนำเข้าสู่การเปรียบเทียบ

เมื่ออยู่ต้นประโยค Like your bank balance หมายถึง “เช่นเดียวกับยอดเงินในบัญชีธนาคารของคุณ” ตรงนี้ Like เป็นคำบุพบท ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” การขึ้นต้นแบบนี้ยกตัวอย่างที่ผู้ฟังคุ้นเคยก่อนจะอธิบายต่อ คำว่า which goes down when you spend money ชี้ให้เห็นว่าลักษณะใดของยอดเงินในบัญชีมีความสำคัญ จึงช่วยให้ติดตามการเปรียบเทียบได้ง่าย

แบบฝึกหัด

Like your bank balance ทำหน้าที่อะไรเมื่ออยู่ต้นคำอธิบายนี้?

  1. บอกว่าคนหนึ่งชอบที่มีเงินคงเหลือในบัญชี
  2. สั่งให้ตรวจสอบบัญชี
  3. นำเข้าสู่การเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย
ดูคำตอบ

นำเข้าสู่การเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย

กริยาวลี

goes down: ค่าหรือจำนวนลดลง

ในประโยคนี้ goes down หมายถึงจำนวนหรือค่าลดลง สิ่งที่ลดลงคือยอดเงินในบัญชีธนาคาร การใช้เงินทำให้ตัวเลขน้อยลง ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งของเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ ใช้ go down เมื่อสิ่งที่วัดได้ เช่น ราคา อุณหภูมิ ระดับ คะแนน หรือยอดเงิน มีค่าต่ำลง สิ่งที่ลดลงจะเป็นประธานของประโยค เช่น Prices go down.

แบบฝึกหัด

goes down หมายถึงอะไรในประโยคนี้: The amount in my account goes down when I buy something?

  1. จำนวนลดลง
  2. บัญชีถูกย้ายไปชั้นล่าง
  3. บัญชีถูกปิด
ดูคำตอบ

จำนวนลดลง

your body loses water all the time when you breathe,

3:20

ร่างกายของคุณสูญเสียน้ำตลอดเวลาเมื่อคุณหายใจ

sweat,

3:24

เหงื่อออก

or go to the toilet. การใช้คำ

3:24

หรือเข้าห้องน้ำ

การใช้คำ

go to the toilet ในภาษาอังกฤษแบบบริติชทั่วไป

ในที่นี้ go to the toilet หมายถึงการใช้ห้องน้ำเพื่อปัสสาวะหรืออุจจาระ ไม่ได้หมายถึงแค่เดินไปยังห้องนั้น ในสำนวนที่ใช้กันทั่วไปนี้ การไปยังสถานที่ดังกล่าวสื่อรวมถึงการทำกิจกรรมปกติที่นั่นด้วย ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน นี่เป็นวิธีพูดถึงความต้องการนี้ที่เป็นธรรมชาติและค่อนข้างสุภาพ ประโยคนี้กล่าวถึงการเข้าห้องน้ำร่วมกับการหายใจและเหงื่อออก เพราะทั้งสามอย่างทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน go to the toilet มักหมายถึงการใช้ห้องน้ำ ไม่ใช่แค่เดินไปยังห้องนั้น

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Exactly how much you need to drink depends on how much water your body needs to replace. วลี

3:26

ปริมาณที่คุณต้องดื่มนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องทดแทน

วลี

depends on: แสดงว่าอะไรเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

ในประโยคนี้ depends on หมายถึง “ถูกกำหนดโดย” ปริมาณที่ต้องดื่มไม่ได้ตายตัว ปัจจัยที่กำหนดคือร่างกายต้องทดแทนน้ำมากแค่ไหน ใช้รูป A depends on B โดย A คือผลลัพธ์หรือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบแน่นอน และ B คือเงื่อนไขหรือปัจจัยที่กำหนด A

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย depends on: The start time ____ the weather.

ดูคำตอบ

depends on

And that mainly depends on your size.

3:31

และนั่นขึ้นอยู่กับขนาดตัวของคุณเป็นหลัก

But what happens when we drink less than we should? ไวยากรณ์

3:34

แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราดื่มน้ำน้อยกว่าที่ควร?

ไวยากรณ์

less than we should: การละคำกริยาที่ซ้ำ

ในที่นี้ less than we should หมายถึง “ในปริมาณที่น้อยกว่าที่เราควรดื่ม” รูปเปรียบเทียบเต็มคือ less than we should drink แต่ตัด drink ออกเพราะคำนี้ปรากฏมาก่อนแล้วในอนุประโยค หลังคำกริยาช่วยอย่าง should ภาษาอังกฤษสามารถละคำกริยาหลักที่ซ้ำได้เมื่อเข้าใจการกระทำที่หายไปจากบริบทอย่างชัดเจน ทำให้รูปเปรียบเทียบสั้นลงโดยความหมายไม่เปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมด้วยรูป less than + we + should และละคำกริยา sleep ที่ซ้ำ: We often sleep ____.

ดูคำตอบ

less than we should

Here's hydration expert Dr. Nidia Rodriguez-Sanchez describing the effects of dehydration to BBC World Service's The Food Chain. การใช้คำ

3:37

นี่คือดร. นิเดีย โรดริเกซ-ซานเชซ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดื่มน้ำ กำลังอธิบายผลของการขาดน้ำให้กับรายการ The Food Chain ของ BBC World Service

การใช้คำ

hydration expert: ผู้เชี่ยวชาญด้านสมดุลน้ำในร่างกาย

hydration หมายถึงภาวะและกระบวนการที่ร่างกายมีและรักษาน้ำไว้เพียงพอสำหรับการทำงานตามปกติ ความหมายนี้กว้างกว่าการดื่มน้ำเพียงครั้งเดียว hydration expert คือผู้ที่ศึกษาเรื่องสุขภาพด้านนี้หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใน hydration expert คำนาม hydration ใช้บอกสาขาความเชี่ยวชาญ ส่วนคำว่า dehydration ที่อยู่ใกล้กันหมายถึงปัญหาตรงข้าม คือร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

ในวลี hydration expert คำว่า hydration ใช้ระบุอะไรเป็นหลัก

  1. การจิบน้ำเพียงครั้งเดียว
  2. ภาวะน้ำในร่างกายและกระบวนการรักษาน้ำให้เพียงพอ
  3. บริษัทที่ขายน้ำบรรจุขวด
ดูคำตอบ

ภาวะน้ำในร่างกายและกระบวนการรักษาน้ำให้เพียงพอ

And also many times we start getting dehydrated ไวยากรณ์

3:47

และบ่อยครั้งที่เราเริ่มมีภาวะขาดน้ำ

ไวยากรณ์

start getting dehydrated: การเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่

start getting dehydrated หมายถึงเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ start + -ing บอกการเริ่มต้นของกระบวนการ ส่วน get + adjective บอกการเปลี่ยนไปสู่สภาวะหนึ่ง ในที่นี้ dehydrated ใช้บรรยายสภาพร่างกายหลัง get ดังนั้น getting dehydrated จึงหมายถึงสภาพร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การกระทำแบบถูกกระทำโดยคนอื่น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง start + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: On long hikes, we can start ____ dehydrated before we feel thirsty.

ดูคำตอบ

getting

and we don't realize we are dehydrated.

3:50

และเราไม่รู้ตัวว่าเรากำลังขาดน้ำ

So it's very common that we feel tired ไวยากรณ์

3:52

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติมากที่เราจะรู้สึกเหนื่อย

ไวยากรณ์

it's very common that + อนุประโยค

โครงสร้าง “It's very common that + อนุประโยค” นำเสนอสถานการณ์ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยหรือไม่ใช่เรื่องแปลก ในที่นี้ “that we feel tired” ระบุว่าสถานการณ์ที่พบได้บ่อยมากคือการที่เรารู้สึกเหนื่อย it ที่อยู่ต้นประโยคไม่ได้ชี้ถึงคนหรือสิ่งของ แต่เป็นประธานแทน เนื้อหาหลักอยู่ในอนุประโยค that โครงสร้างนี้จึงช่วยเกริ่นข้อสังเกตทั่วไป

แบบฝึกหัด

ใน “It's very common that people feel nervous” อนุประโยค that ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าใครเป็นเจ้าของบางสิ่ง
  2. บอกเหตุผลของสถานการณ์นั้น
  3. บอกว่าสถานการณ์ใดเป็นเรื่องปกติ
ดูคำตอบ

บอกว่าสถานการณ์ใดเป็นเรื่องปกติ

or we feel like with a bit of a headache วลี

3:56

หรือเรารู้สึกเหมือนปวดหัวนิดหน่อย

วลี

bit of a ในรูปแบบ a bit of a + คำนามเอกพจน์

ใน “a bit of a headache” วลี a bit of a ช่วยลดระดับความรุนแรงของคำนาม headache หมายถึงผู้พูดมีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของอาการปวดศีรษะ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “a bit of a + คำนามนับได้เอกพจน์” ใช้นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นปัญหา ความตกใจ ความประหลาดใจ หรือประสบการณ์คล้ายกันในระดับจำกัด เช่น “a bit of a problem”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a bit of a หน้าคำนามเอกพจน์ได้ถูกต้อง?

  1. We have a bit of problem.
  2. We have bit of a problem.
  3. We have a bit of a problem.
ดูคำตอบ

We have a bit of a problem.

or even we think we are hungry.

3:59

หรือแม้แต่เราคิดว่าเรากำลังหิว

And we go and get some food and actually what is happening is that we are thirsty, โน้ต

4:01

และเราก็ไปหาอะไรกิน ทั้งที่จริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรากระหายน้ำ

วลี

go and get: ไปเอาหรือไปหาสิ่งของมา

go and get รวมความหมายของการเคลื่อนที่ไปกับการได้สิ่งหนึ่งมา ในประโยคนี้ go and get some food หมายถึง “ลงมือไปหาอาหารมา” ไม่ว่าจะเป็นการไปหยิบ หา หรือซื้อ ในภาษาพูดทั่วไป คำกริยาสองคำนี้มักทำงานเป็นรูปแบบการกระทำเดียว คือ go and + คำกริยา จุดสำคัญมักอยู่ที่การกระทำหลัง and ไม่ใช่สองขั้นตอนที่สำคัญเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบสามคำที่หมายถึง “ไปเอามา”: Please ____ your shoes before we leave.

ดูคำตอบ

go and get

ไวยากรณ์

what is happening is that: อธิบายสถานการณ์ที่แท้จริง

โครงสร้าง what is happening is that + อนุประโยค ใช้เริ่มคำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ที่แท้จริง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวเปลี่ยนมุมมองของผู้ฟัง การไปหาอาหารอาจดูเหมือนเกิดจากความหิว แต่ปัญหาที่แท้จริงคือความกระหายน้ำ what is happening ทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึง “สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น” ไม่ใช่คำถามโดยตรง จากนั้น is เชื่อมประธานนี้กับอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ซึ่งให้คำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ใช้เริ่มคำอธิบายจริง: The screen looks broken, but ____ the battery is empty.

ดูคำตอบ

what is happening is that

that we are dehydrated.

4:05

นั่นคือเรากำลังขาดน้ำ

We're starting to show some signs or some symptoms of dehydration. วลี

4:06

เรากำลังเริ่มแสดงสัญญาณหรืออาการบางอย่างของภาวะขาดน้ำ

วลี

show signs or symptoms of + ภาวะหนึ่ง

ในที่นี้ show หมายถึง “มีหรือแสดงอาการออกมา” ไม่ใช่ “นำสิ่งของมาให้คนอื่นดู” วลีนี้บอกว่าหลักฐานของภาวะขาดน้ำกำลังเริ่มปรากฏ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ในเรื่องสุขภาพคือ show signs/symptoms of + condition โดยวางโรคหรือภาวะไว้หลัง of เช่น show signs of infection

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงหลักฐานของภาวะหนึ่งที่สังเกตได้: After two days in the heat, the dog began to ____ dehydration.

ดูคำตอบ

show signs of

Dr. Sanchez describes the effect of dehydration, การใช้คำ

4:11

ดร. ซานเชซอธิบายถึงผลของภาวะขาดน้ำ

the condition of not having enough water in your body

4:15

ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอ

so that you feel ill or weak.

4:18

จนทำให้คุณรู้สึกป่วยหรืออ่อนเพลีย

การใช้คำ

dehydration: ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอ

Dehydration เป็นคำนามที่เรียกภาวะทางร่างกายซึ่งร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการทำงานตามปกติ ภาวะนี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายหรืออ่อนแรง ในประโยคนี้ ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคคือ the condition of not having enough water in your body ซึ่งอธิบาย dehydration โดยตรง คำอธิบายนี้ช่วยให้เข้าใจศัพท์สุขภาพจากข้อความรอบข้างได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย dehydration ได้ถูกต้องที่สุด

  1. ภาวะที่เกิดจากร่างกายมีน้ำมากเกินไป
  2. ความรู้สึกอยากดื่มชั่วครู่โดยไม่ได้บอกว่าร่างกายอยู่ในภาวะใด
  3. ภาวะที่ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอ
ดูคำตอบ

ภาวะที่ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอ

She mentions feeling tired,

4:21

เธอระบุว่าความรู้สึกเหนื่อยล้า

having a headache,

4:22

ปวดหัว

or a dry mouth as symptoms of dehydration.

4:23

หรือปากแห้ง เป็นอาการของภาวะขาดน้ำ

Symptoms are signs or feelings in the body การใช้คำ

4:27

อาการ (Symptoms) คือสัญญาณหรือความรู้สึกในร่างกาย

showing the presence of some illness or condition. วลี

4:30

ที่แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของโรคหรือสภาวะบางอย่าง

การใช้คำ

Symptoms: อาการหรือความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับโรค

Symptoms เป็นรูปพหูพจน์ของ symptom หมายถึงการเปลี่ยนแปลง ความรู้สึก หรืออาการทางร่างกายหรือจิตใจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงโรคหรือภาวะบางอย่าง ในประโยคนี้ symptoms รวมถึงสัญญาณหรือความรู้สึกที่เกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้หมายถึงสัญญาณหรือเบาะแสทั่วไปทุกชนิด

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพ symptoms หมายถึงอะไร

  1. ชื่อยา
  2. การเปลี่ยนแปลงหรือความรู้สึกที่อาจบ่งบอกถึงโรคหรือภาวะบางอย่าง
  3. เส้นทางที่บอกผู้คนว่าต้องไปทางไหน
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงหรือความรู้สึกที่อาจบ่งบอกถึงโรคหรือภาวะบางอย่าง

วลี

showing the presence of: แสดงว่าบางสิ่งมีอยู่

Showing the presence of หมายถึงการให้หลักฐานว่าบางสิ่งมีอยู่ ในประโยคนี้ อาการเป็นหลักฐานว่าอาจมีโรคหรือภาวะบางอย่างอยู่ โครงสร้างคือ show/showing the presence of + คำนาม โดย presence ในที่นี้หมายถึงการมีอยู่ ไม่ใช่การเข้าร่วมของบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “แสดงว่าบางสิ่งมีอยู่”: The test is ____ bacteria in the water.

ดูคำตอบ

showing the presence of

So whether you drink a little more or a little less, ไวยากรณ์

4:34

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะดื่มมากไปนิด หรือน้อยไปหน่อย

ไวยากรณ์

whether ... or ...: สองทางเลือก ผลลัพธ์เดียว

Whether A or B ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง ในที่นี้คือดื่มน้ำมากขึ้นเล็กน้อยกับดื่มน้ำน้อยลงเล็กน้อย วลีนี้หมายความว่าข้อสรุปที่ตามมาใช้ได้กับทั้งสองกรณี ไม่ใช่คำถามที่ให้ตอบว่าใช่หรือไม่ แต่เป็นการเกริ่นถึงผลเดียวกันสำหรับทั้งสองทางเลือก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ whether ... or ... ที่เรียนในบทนี้: ____ you walk ____ take the bus, arrive by nine.

ดูคำตอบ

Whether · or

it seems that around 2 L of water a day ไวยากรณ์

4:38

ดูเหมือนว่าการดื่มน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวัน

is a good way to keep your blood and body healthy. วลี

4:41

จะเป็นวิธีที่ดีในการรักษาสุขภาพเลือดและร่างกายของคุณ

ไวยากรณ์

it seems that: ข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

It seems that ใช้นำเสนอข้อสรุปที่อาศัยข้อมูลที่มีอยู่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำแนะนำเรื่องน้ำฟังดูสมเหตุสมผล แต่ไม่ได้บอกว่าได้รับการพิสูจน์อย่างแน่นอนแล้ว ในที่นี้ it เป็นประธานที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยตรง ส่วน that ใช้นำเข้าข้อความสมบูรณ์ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบภาษาที่แสดงข้อสรุปอย่างระมัดระวังซึ่งเรียนในบทนี้: ____ the museum is closed today.

ดูคำตอบ

It seems that

วลี

a good way to keep + กรรม + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง X is a good way to keep Y + คำคุณศัพท์ ใช้แนะนำว่า X เป็นการกระทำที่ได้ผลในการทำให้ Y คงอยู่ในสภาพหนึ่ง ในประโยคตัวอย่าง healthy บอกสภาพของ your blood and body ที่ต้องการรักษาไว้ to ใน way to keep นำหน้ารูป infinitive ที่บอกผลหรือจุดประสงค์ของวิธีนั้น หลัง keep ใช้ “กรรม + คำคุณศัพท์” เช่น keep your room tidy, keep food fresh

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: Putting your toys in boxes is ____ your room tidy.

ดูคำตอบ

a good way to keep

Speaking of which, ลำดับความ

4:45

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว

ลำดับความ

Speaking of which: ย้อนอ้างถึงเรื่องก่อนหน้าแล้วเปลี่ยนไปยังเรื่องที่เกี่ยวข้อง

Speaking of which เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนหัวข้อที่ย้อนอ้างถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ which หมายถึงการพูดเรื่องเลือดและน้ำก่อนหน้านี้ ไม่ได้ใช้เพื่อนำหน้าคำนามใหม่ที่จะตามมา วลีนี้ส่งสัญญาณว่า “เรื่องนั้นทำให้นึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง” จึงช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าทำไมผู้พูดจึงเปลี่ยนไปยังคำถามหรือหัวข้อถัดไป

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนาแล้วเลือกหน้าที่ของ Speaking of which: Mia said the pool opens at ten. Speaking of which, where is my swimsuit?

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. ถามว่าคนไหนเป็นผู้พูด
  3. เชื่อมคำถามเรื่องชุดว่ายน้ำเข้ากับสระว่ายน้ำที่เพิ่งกล่าวถึง
ดูคำตอบ

เชื่อมคำถามเรื่องชุดว่ายน้ำเข้ากับสระว่ายน้ำที่เพิ่งกล่าวถึง

Phil,

4:46

ฟิล

it's time to reveal the answer to my question.

4:46

ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของฉันแล้ว

What percentage of our blood is water?

4:49

เลือดของเรามีน้ำอยู่กี่เปอร์เซ็นต์?

You said 80%,

4:52

คุณตอบ 80%

and the answer is 90%.

4:55

และคำตอบคือ 90%

Our blood consists of around 90% water.

4:58

เลือดของเราประกอบด้วยน้ำประมาณ 90%

Okay,

5:02

โอเค

let's recap the vocabulary we've used, ลำดับความ

5:03

มาทบทวนคำศัพท์ที่เราใช้กันเถอะ

ลำดับความ

Let's recap: ชวนทบทวนสั้น ๆ

“Let’s recap” เป็นการชวนทุกคนทบทวนประเด็นสำคัญที่พูดถึงไปแล้วอย่างสั้น ๆ ในที่นี้ recap เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สรุปหรือทบทวนสั้น ๆ” ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าจะเริ่มหัวข้อนั้นใหม่ สำนวนนี้ยังช่วยจัดลำดับการพูดด้วย โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อมูลใหม่เข้าสู่ช่วงทบทวน ซึ่งมักเกิดขึ้นใกล้จบบทเรียน การประชุม หรือรายการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำชวนสองคำ Let’s recap: ____ the three key ideas before we finish.

ดูคำตอบ

Let's recap

starting with the phrase to arrive at a number,

5:05

เริ่มจากวลีที่ว่า 'to arrive at a number'

meaning to decide it by doing calculations.

5:08

หมายถึงการตัดสินใจตัวเลขนั้นโดยการคำนวณ

If an idea takes grip on something,

5:12

ถ้ามีแนวคิดบางอย่าง 'takes grip on' บางสิ่งบางอย่าง

it takes control of it.

5:15

มันก็คือการเข้าไปควบคุมสิ่งนั้น

The phrase pretty much means almost.

5:17

วลี 'pretty much' หมายถึง เกือบจะ

For example,

5:20

ตัวอย่างเช่น

pretty much everyone likes chocolate,

5:21

'pretty much everyone likes chocolate'

which means almost everyone likes chocolate.

5:24

ซึ่งหมายความว่าเกือบทุกคนชอบช็อกโกแลต

A ballpark figure is a phrase meaning a number which is an acceptably accurate approximation.

5:27

A ballpark figure เป็นวลีที่มีความหมายว่า ตัวเลขที่เป็นค่าประมาณที่แม่นยำในระดับที่ยอมรับได้

Dehydration is the condition of not having enough water in your body

5:34

ภาวะขาดน้ำ ('Dehydration') คือสภาวะที่มีน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ

so that you feel ill or weak.

5:39

จนทำให้คุณรู้สึกป่วยหรืออ่อนเพลีย

And finally,

5:41

และสุดท้าย

a symptom is a sign or feeling in the body

5:43

อาการ ('symptom') คือสัญญาณหรือความรู้สึกในร่างกาย

showing the presence of an illness or condition.

5:46

ที่แสดงถึงการมีอยู่ของโรคหรือสภาวะบางอย่าง

Once again,

5:49

อีกครั้ง

our 6 minutes are up. สำนวน

5:50

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

สำนวน

are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดหมดแล้ว

ในโครงสร้าง “คำบอกเวลา + be up” คำว่า up หมายถึงเวลาที่กำหนดหรือเวลาที่มีอยู่สิ้นสุดลงแล้ว Our 6 minutes are up หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีของรายการจบลงแล้ว โดย up ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับทิศทางขึ้นด้านบน รูปของ be ต้องสอดคล้องกับประธาน จึงพูดว่า Time is up แต่พูดว่า Six minutes are up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป be up ที่หมายถึงเวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว: Your five minutes ____. Please put down your pencil.

ดูคำตอบ

are up

Why not join me now and head over to our website, โน้ต

5:52

ทำไมไม่มาร่วมกับฉันตอนนี้และมุ่งหน้าไปที่เว็บไซต์ของเราล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อเสนอแนะอย่างเป็นมิตร

ในที่นี้ Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอแนะหรือชวนอย่างเป็นมิตร มีความหมายประมาณว่า “ลอง...ไหม” ไม่ได้ถามเหตุผลของอีกฝ่ายอย่างจริงจัง วางคำกริยารูปพื้นฐานต่อจาก not ได้เลย: Why not join ...? ไม่ใช้ to หน้าคำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมคำเสนอแนะที่เป็นมิตรด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่เรียนด้านบน: ____ ask your teacher for help?

ดูคำตอบ

Why not

กริยาวลี

head over to: วิธีพูด go to แบบไม่เป็นทางการ

ใน head over to our website คำว่า head เป็นคำกริยาหมายถึง “ไป” หรือ “มุ่งหน้าไป” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงอวัยวะส่วนหัว ทั้งวลีจึงหมายถึง “ไปยังเว็บไซต์ของเรา” โครงสร้างคือ head over to + จุดหมาย จุดหมายอาจเป็นสถานที่จริงหรือพื้นที่ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์หรือหน้าเว็บ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสามคำที่เรียนด้านบน: After lunch, let's ____ the library.

ดูคำตอบ

head over to

bbclearningenglish.com.

5:55

bbclearningenglish.com

Download the worksheet for this program

5:58

ดาวน์โหลดใบงานสำหรับรายการนี้

and test yourself to see how much you remember. วลี

6:00

และทดสอบตัวเองดูว่าคุณจำได้มากแค่ไหน

วลี

test yourself: ตรวจสอบความรู้ของตนเอง

ในที่นี้ test yourself หมายถึง “ตรวจสอบว่าตัวเองรู้หรือจำอะไรได้บ้างด้วยการตอบคำถามหรือทำกิจกรรม” เป็นคำสั่งที่ใช้บ่อยในการเรียน ส่วน to see how much you remember อธิบายว่าทำไมจึงทดสอบตัวเอง Yourself เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ใช้กับ you แสดงว่าผู้ทดสอบและผู้ถูกทดสอบเป็นคนเดียวกัน รูปแบบคือ test + คำสรรพนามสะท้อนกลับ ดังนั้นคำสรรพนามจะเปลี่ยนตามประธาน: I test myself; she tests herself.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย test และคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: After the lesson, ____ to see what you remember.

ดูคำตอบ

test yourself

See you there soon.

6:03

แล้วพบกันที่นั่นเร็วๆ นี้นะ

Bye.

6:05

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:07

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com