การเดินทางข้ามเวลาเป็นไปได้หรือไม่? - Colin Stuart: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษทำให้การเดินทางไปสู่อนาคตเป็นไปได้ในทางฟิสิกส์อย่างไร โดยเริ่มจากการที่นักบินอวกาศเดินทางไปข้างหน้าในเวลาเพียงเล็กน้อย แล้วใช้การทดลองทางความคิดเรื่องรถไฟกับแสง การทดสอบนาฬิกาอะตอม การปรับแก้เวลาของ GPS และข้อจำกัดด้านพลังงานของการเดินทางใกล้ความเร็วแสง เพื่อชี้ว่าการเคลื่อนที่เปลี่ยนเวลาที่ผ่านไปได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. it was his conclusions, / that opened the door into the world of time travel. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้างเน้นความหมาย it was ... that ... ซึ่งทำให้ข้อสรุปของไอน์สไตน์เด่นขึ้นในฐานะสาเหตุสำคัญ ไม่ใช่เพียงรายละเอียดหนึ่งของเรื่อง และนำรูปแบบเดียวกันไปใช้เน้นบุคคล เหตุการณ์ หรือหลักฐานที่เป็นตัวการหลักของผลลัพธ์ได้ 2. starts to add up. — กริยาวลี: แยกแยะได้ว่า add up ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงการบวกเลข แต่หมายถึงผลกระทบเล็กมากที่ค่อย ๆ สะสมจนเริ่มเห็นความสำคัญ จึงใช้บรรยายได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าค่าใช้จ่าย ความล่าช้า ความคลาดเคลื่อน หรือประโยชน์เล็ก ๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นตามเวลาอย่างไร 3. what does all this have to do with — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้วิธีที่ผู้พูดเชื่อมคำอธิบายยาว ๆ กลับเข้าสู่คำถามหลัก วลีนี้ส่งสัญญาณว่าหลักฐานก่อนหน้ากำลังจะถูกโยงเข้ากับหัวข้อสำคัญโดยตรง และใช้ช่วยนำผู้ฟังให้ติดตามเหตุผลที่ซับซ้อนได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Have you ever daydreamed about traveling through time? วลี
0:07คุณเคยฝันกลางวันเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาบ้างไหม?
daydreamed about traveling: โครงสร้าง daydream about + รูป -ing
ใน daydreamed about traveling คำว่า daydream หมายถึงการนึกภาพสถานการณ์ที่น่าสนใจหรือน่าพอใจขณะที่ยังตื่นอยู่ ไม่ใช่ความฝันที่เกิดขึ้นตอนหลับ ใช้ daydream about + คำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกว่าคนคนนั้นจินตนาการถึงอะไร ในที่นี้ about นำเข้าสู่ traveling through time และ traveling เป็นรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้าง daydream about + -ing ให้สมบูรณ์: Maya daydreams ____ discovering a hidden island.
ดูคำตอบ
about
Perhaps fast forward in the centuries and seeing the distant future? สำนวน
0:09บางทีอาจเป็นการข้ามเวลาไปข้างหน้าหลายศตวรรษและมองเห็นอนาคตอันไกลโพ้น?
fast forward: กระโดดไปข้างหน้าในเวลา
เดิมที fast forward หมายถึงการเลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในวิดีโอหรือเสียงบันทึก แต่ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ ให้จินตนาการว่าเวลาเป็นเหมือนสื่อที่เล่นได้ แล้วข้ามช่วงปีตรงกลางไปยังเวลาที่อยู่ถัดไป ผู้พูดและผู้เขียนใช้ fast forward เพื่อจัดลำดับเรื่องราวหรือสถานการณ์สมมติ เป็นสัญญาณว่าเวลากระโดดไปข้างหน้า ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพที่เร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
ในเรื่องราว 'Let's fast forward ten years' ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงอะไร?
- เล่นช่วงเวลาสิบปีเดิมซ้ำอีกครั้งตั้งแต่ต้น
- ทำให้ทุกคนเคลื่อนที่ทางกายภาพเร็วขึ้นเป็นเวลาสิบปี
- ข้ามช่วงปีตรงกลางแล้วไปยังจุดที่อยู่ถัดไปสิบปี
ดูคำตอบ
ข้ามช่วงปีตรงกลางแล้วไปยังจุดที่อยู่ถัดไปสิบปี
what's more: การเพิ่มประเด็นที่หนักแน่นขึ้น
What's more เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่ใช้เพิ่มประเด็นที่สองซึ่งหนักแน่นกว่า น่าประหลาดใจกว่า หรือควรค่าแก่การสังเกตมากกว่าประเด็นแรก ในประโยคนี้ ข้อความพัฒนาจากการบอกว่าการเดินทางข้ามเวลาเป็นไปได้ ไปสู่ข้ออ้างที่หนักแน่นกว่ามากว่ามีคนทำสำเร็จมาแล้ว วลีนี้ไม่ได้เพียงเชื่อมความคิดเหมือน and แต่ชี้นำให้ผู้ฟังมองความคิดถัดไปว่าเป็นเหตุผลเพิ่มเติมหรือเป็นการยกระดับข้อโต้แย้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเชิงวาทกรรมสองคำจากบทเรียนที่ใช้เพิ่มข้อดีที่หนักแน่นกว่า: The library is open every day; ____, membership is free.
ดูคำตอบ
what's more
already been done: present perfect รูปถูกกระทำ
ใน it's already been done คำว่า it's หมายถึง it has ไม่ใช่ it is โครงสร้างเต็มของ present perfect รูปถูกกระทำคือ has/have + already + been + กริยาช่องสาม: it has already been done Already วางการกระทำที่เสร็จแล้วไว้ก่อนเวลาปัจจุบัน ส่วนรูปถูกกระทำเน้นเหตุการณ์หรือผลลัพธ์มากกว่าผู้ที่ลงมือทำ ในที่นี้ been done หมายถึงการเดินทางข้ามเวลาเคยถูกทำให้เกิดขึ้นหรือทำสำเร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่างานเสร็จก่อนเวลาปัจจุบัน: The background check has ____, so we can continue.
ดูคำตอบ
already been done
the greatest time traveler in human history.
0:19นักเดินทางข้ามเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
This Russian cosmonaut holds the record for the most amount of time spent orbiting our planet. โน้ต
0:22นักบินอวกาศชาวรัสเซียผู้นี้ครองสถิติใช้เวลาโคจรรอบโลกของเรานานที่สุด
holds the record for: ครองสถิติสูงสุดในหมวดหมู่หนึ่ง
ในประโยคนี้ holds the record for หมายถึง “ปัจจุบันครองผลลัพธ์ที่ได้รับการยอมรับว่าสูงที่สุด นานที่สุด เร็วที่สุด หรือดีที่สุดในหมวดหมู่หนึ่ง” hold ในที่นี้หมายถึง “ยังคงครองอยู่” ไม่ใช่ถือไว้ด้วยมือ ข้อความหลัง for ระบุว่าเป็นสถิติด้านใด ที่นี่คือระยะเวลาที่ใช้โคจรรอบโลก โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + hold/holds the record for + หัวข้อของสถิติ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ปัจจุบันครองความสำเร็จที่บันทึกไว้ว่าดีที่สุด” ลงในประโยค: Maya ____ the most goals scored in one season.
ดูคำตอบ
holds the record for
time spent orbiting: คำนาม + spent + รูป -ing
time spent orbiting หมายถึง “ระยะเวลาที่ใช้ไปกับการโคจร” spent เป็นคำกริยาช่องสามที่วางหลัง time และเป็นรูปย่อของอนุประโยคขยาย time that was spent orbiting ใช้โครงสร้าง คำนาม + spent + -ing เพื่อระบุว่าช่วงเวลาหนึ่งถูกใช้ไปกับอะไร เช่น hours spent practicing และ days spent traveling โดยรูป -ing ระบุกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมนามวลีแบบย่อที่หมายถึง “เวลาที่ใช้ในการซ่อม”: The weekly report shows the time ____ repairing each machine.
ดูคำตอบ
spent
he time traveled into his own future by 0.02 seconds. การใช้คำ
0:32เขาเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคตของตัวเอง 0.02 วินาที
time traveled into his own future: การใช้ time travel เป็นคำกริยา
ในที่นี้ time travel ใช้เป็นคำกริยา โดย time traveled หมายถึง “เดินทางข้ามเวลา” วลี into his own future บอกทิศทางของการเคลื่อนที่ในเวลา ไม่ใช่จุดหมายที่เป็นสถานที่จริง ในประโยคนี้ ถ้อยคำดังกล่าวใช้บรรยายความต่างของเวลาที่ผ่านไปจากผลสัมพัทธภาพซึ่งเล็กมาก คือเพียง 0.02 วินาที ไม่ใช่การกระโดดข้ามเวลาแบบนิยายวิทยาศาสตร์ที่เขาจงใจเลือก โดยทั่วไป into the future ใช้บอกการเคลื่อนไปข้างหน้าเมื่อเทียบกับเส้นเวลาของคนอื่นหรือนาฬิกาเรือนอื่นได้
แบบฝึกหัด
time traveled into his own future ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?
- เขาจงใจเลือกและไปถึงสถานที่ชื่อว่า “อนาคต”
- เขาพบความต่างของเวลาที่ผ่านไปจากผลสัมพัทธภาพซึ่งเล็กมาก
- เขาเคลื่อนที่ผ่านอวกาศไปไกลขึ้น 0.02 เมตร
ดูคำตอบ
เขาพบความต่างของเวลาที่ผ่านไปจากผลสัมพัทธภาพซึ่งเล็กมาก
he experienced an effect known as time dilation. การใช้คำ
0:40เขาได้สัมผัสกับผลกระทบที่รู้จักกันในชื่อ "การยืดออกของเวลา"
time dilation: ชื่อของผลทางสัมพัทธภาพ
time dilation เป็นคำศัพท์ในทฤษฎีสัมพัทธภาพที่หมายถึงความแตกต่างของปริมาณเวลาที่ผ่านไปสำหรับผู้สังเกตในสภาวะต่างกัน เช่น มีความเร็วต่างกันมากหรืออยู่ในสนามโน้มถ่วงต่างกัน เวลาไม่ได้ขยายตัวเหมือนวัตถุจริง ๆ ในประโยคนี้ an effect known as time dilation หมายถึง “ผลที่เรียกว่า time dilation” โครงสร้าง known as ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับของผลดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ทางทฤษฎีสัมพัทธภาพลงในประโยค: A difference in elapsed time caused by relative motion or gravity is called ____.
ดูคำตอบ
time dilation
And one day the same effect might make significant time travel to the future commonplace. ไวยากรณ์
0:43และในวันหนึ่งผลกระทบแบบเดียวกันนี้อาจทำให้การเดินทางข้ามเวลาสู่อนาคตครั้งสำคัญกลายเป็นเรื่องปกติ
might make ... commonplace: อาจทำให้…กลายเป็นเรื่องปกติ
อนุประโยคนี้ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกผลลัพธ์ที่เกิดจากสาเหตุหนึ่ง กรรมคือ significant time travel to the future และ commonplace เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพผลลัพธ์ กล่าวคือ ผลดังกล่าวอาจทำให้การเดินทางข้ามเวลาแบบนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาและแพร่หลาย might ทำให้ข้อความนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน โครงสร้างนี้เน้นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้บอกแค่การเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย make + กรรม + คำคุณศัพท์ ให้สมบูรณ์: Lower prices might ____ electric cars commonplace.
ดูคำตอบ
make
To see why moving faster through space affects passage of time, โน้ต
0:49เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดการเคลื่อนที่ในอวกาศที่เร็วขึ้นจึงส่งผลต่อการผ่านไปของเวลา
To see why ในฐานะสัญญาณนำเข้าสู่คำอธิบาย
เมื่ออยู่ต้นคำอธิบาย To see why เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายเหตุผลหรือกลไกเบื้องหลังข้อความหนึ่ง ในที่นี้ see หมายถึง “เข้าใจ” ไม่ใช่เพียง “มองด้วยตา” วลีนี้บอกจุดประสงค์ โดย why นำเสนอคำถามที่ต้องอธิบาย และประโยคหลักมักบอกขั้นตอนถัดไป หลักฐาน หรือข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจ
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบาย วลี To see why ที่อยู่ตอนต้นส่งสัญญาณถึงอะไร
- ผู้พูดกำลังจบหัวข้อด้วยบทสรุปสุดท้าย
- ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังมองวัตถุโดยไม่อธิบายอะไรเลย
- ผู้พูดกำลังจะอธิบายเหตุผลหรือกลไก
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังจะอธิบายเหตุผลหรือกลไก
passage of time: นามวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึงการดำเนินไปของเวลา
passage of time หมายถึงการที่เวลาดำเนินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ passage หมายถึง “กระบวนการผ่านไป” ไม่ได้หมายถึงทางเดินหรือส่วนหนึ่งของบทความ สำนวนทั้งหมดเป็นนามวลี จึงทำหน้าที่เป็นกรรมของ affects ได้ สำนวนนี้เปลี่ยนแนวคิดใน time passes ให้เป็นกระบวนการที่สามารถได้รับผลกระทบ วัด หรือสังเกตได้
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เวลาที่ดำเนินไปข้างหน้า” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Tree rings record the ____.
ดูคำตอบ
passage of time
go back to the 1880s: ย้ายคำอธิบายไปยังภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่เก่ากว่า
ในที่นี้ go back to the 1880s หมายถึงการย้ายคำอธิบายกลับไปยังทศวรรษที่เก่ากว่า ผู้พูดและผู้ฟังไม่ได้เดินทางจริง ๆ แต่กำลังย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเพื่อทำความเข้าใจภูมิหลัง โครงสร้าง go back to + ช่วงเวลาในอดีต ใช้จัดลำดับเรื่องราวหรือคำอธิบายโดยย้ายจากหัวข้อปัจจุบันไปยังจุดเริ่มต้นที่เก่ากว่า the 1880s หมายถึงช่วงปี 1880 ถึง 1889
แบบฝึกหัด
ประโยคใดชวนให้ผู้ฟังย้อนกลับไปยังทศวรรษในอดีตเพื่อทำความเข้าใจภูมิหลัง
- This device dates back to the 1880s.
- We need to go back to the 1880s.
- We returned to Boston in the 1880s.
ดูคำตอบ
We need to go back to the 1880s.
the effect of X on Y: ผลของ X ที่มีต่อ Y
รูปแบบ the effect of X on Y ใช้บอกอิทธิพลที่ X มีต่อ Y โดยวางแหล่งที่มาหรือปัจจัยไว้หลัง of และวางสิ่งหรือผลลัพธ์ที่ได้รับผลกระทบไว้หลัง on ในประโยคนี้ X คือ the Earth moving around the Sun และ Y คือ the speed of light วลีทั้งหมดบอกความสัมพันธ์ของผลกระทบที่กำลังวัดอยู่
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ the effect of X on Y ให้สมบูรณ์: Scientists tested the effect ____ temperature ____ battery life.
ดูคำตอบ
of · on
When a beam of light was moving in the same direction as the Earth, วลี
1:03เมื่อลำแสงเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับโลก
in the same direction as: ไปในทิศทางเดียวกับ
in the same direction as ใช้เปรียบเทียบสองทิศทางและบอกว่าทิศทางนั้นตรงกัน โครงสร้างคือ A moves in the same direction as B โดย as นำหน้าสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในที่นี้มีการเปรียบเทียบทิศทางของลำแสงกับทิศทางการเคลื่อนที่ของโลก หลัง as การเคลื่อนที่ของ the Earth เข้าใจได้จากบริบท ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าลำแสงกำลังเคลื่อนที่เข้าหาโลก
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: The cyclists were riding in the same direction ____ the bus.
ดูคำตอบ
as
expected the light to travel faster: expect + กรรม + to-infinitive
ใน expected the light to travel faster คำว่า expected ตามด้วยกรรม the light และ to-infinitive คือ to travel โครงสร้างนี้หมายความว่าพวกเขาคิดว่าแสงน่าจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น ใช้ expect + กรรม + to-infinitive เพื่อระบุคนหรือสิ่งของก่อน แล้วจึงบอกการกระทำหรือผลลัพธ์ที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้สร้าง infinitive ในโครงสร้าง expect + กรรม + to-infinitive: The engineers expected the battery ____ last all day.
ดูคำตอบ
to
And when the Earth was moving in the opposite direction, วลี
1:08และเมื่อโลกเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม
in the opposite direction: เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม
in the opposite direction เป็นวลีบุพบทที่บอกทิศทางการเคลื่อนที่ โดยปกติใช้บุพบท in และ opposite หมายถึงทิศทางที่ตรงกันข้ามกับทิศที่กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการเคลื่อนที่ของโลกกลับทิศเมื่อเทียบกับทิศทางอ้างอิง ไม่ได้หมายถึงเพียงเปลี่ยนไปเป็นทิศอื่นใดก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ไปทางทิศตรงกันข้าม”: The first bus went east, and the second bus went ____, toward the west.
ดูคำตอบ
in the opposite direction
The speed of light remained the same no matter what the Earth was doing. ไวยากรณ์
1:15ความเร็วแสงยังคงเท่าเดิมไม่ว่าโลกจะเคลื่อนที่อย่างไรก็ตาม
remained the same no matter what: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนในทุกเงื่อนไข
ใน remained the same คำว่า remain เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึงยังคงอยู่ในสภาพหนึ่ง ส่วน same อธิบายสภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง ในที่นี้หมายความว่าความเร็วแสงไม่เปลี่ยน อนุประโยค no matter what เพิ่มความหมายเชิงยอมรับเงื่อนไข กล่าวคือ ไม่ว่าโลกจะกำลังทำอะไร เงื่อนไขนั้นก็ไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ remain the same ตามด้วยอนุประโยค no matter what
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่าผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน แม้ว่าเงื่อนไขจะเปลี่ยนไป?
- The answer changed because we used a different method.
- The answer remained the same no matter what method we used.
- The answer was the same only when we used one method.
ดูคำตอบ
The answer remained the same no matter what method we used.
Albert Einstein was thinking about the consequences of that never-changing speed of light. วลี
1:19Albert Einstein กำลังคิดถึงผลที่ตามมาของความเร็วแสงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั้น
the consequences of that never-changing speed of light: ผลลัพธ์และข้อสรุปที่ตามมา
วลี consequences of X หมายถึงผลลัพธ์หรือผลกระทบที่เกิดจาก X ในประโยคนี้ X คือข้อเท็จจริงที่ว่าความเร็วแสงไม่เปลี่ยน ดังนั้นไอน์สไตน์จึงกำลังพิจารณาว่าจะมีอะไรตามมาจากข้อเท็จจริงนี้ ในภาษาพูดทั่วไป consequences อาจชวนให้นึกถึงผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ในบริบททางวิทยาศาสตร์หรือการวิเคราะห์ คำนี้อาจมีความหมายเป็นกลาง ที่นี่หมายถึงผลหรือข้อสรุปเชิงทฤษฎี ไม่ใช่การลงโทษ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the consequences of that never-changing speed of light หมายถึงอะไร?
- การลงโทษจากการวัดแสงอย่างไม่ถูกต้อง
- ผลหรือข้อสรุปเชิงทฤษฎีจากความเร็วคงที่ของแสง
- ขั้นตอนที่ใช้เปลี่ยนความเร็วของแสง
ดูคำตอบ
ผลหรือข้อสรุปเชิงทฤษฎีจากความเร็วคงที่ของแสง
that opened the door into the world of time travel. สำนวน
1:28ซึ่งเปิดประตูสู่โลกแห่งการเดินทางข้ามเวลา
It was his conclusions ... that ...: โครงสร้างประโยคเน้นจุดสำคัญ
รูปแบบ It was X that ... เป็นโครงสร้างประโยคเน้นที่ทำให้ X เป็นจุดสำคัญ ในที่นี้ X คือ his conclusions ประโยคจึงเน้นว่าข้อสรุปของเขานั่นเองที่เปิดทางให้ผู้คนคิดถึงการเดินทางข้ามเวลา เมื่อนำกรอบเน้นออก ใจความหลักคือ His conclusions opened the door into the world of time travel. ส่วน formulated in the theory of special relativity ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับข้อสรุป แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้าง It was X that ...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเน้นให้สมบูรณ์เพื่อเน้น Mia: ____ Mia ____ solved the puzzle first.
ดูคำตอบ
It was · that
opened the door into: การเข้าสู่สาขาใหม่ในเชิงเปรียบเทียบ
opened the door into เป็นคำเปรียบเทียบในที่นี้ ข้อสรุปไม่ได้ขยับประตูจริง แต่สร้างทางให้ผู้คนเริ่มสำรวจหรือจินตนาการถึงสาขาการเดินทางข้ามเวลา วลี into the world of ทำให้หัวข้อที่เป็นนามธรรมดูเหมือนสถานที่ที่เข้าไปได้ ภาพที่ชัดเจนนี้ใช้บรรยายการเข้าถึงความรู้ ประสบการณ์ หรือความเป็นไปได้ในด้านใหม่ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The museum app opened the door into the world of ancient art," opened the door into หมายความว่าอะไร?
- มันทำให้ไม่สามารถสำรวจต่อได้
- มันสร้างทางให้เริ่มสำรวจสาขานั้นได้
- มันเปิดทางเข้าห้องจริง ๆ
ดูคำตอบ
มันสร้างทางให้เริ่มสำรวจสาขานั้นได้
Imagine a man named Jack: การตั้งฉากสำหรับการทดลองทางความคิด
Imagine ในที่นี้เป็นคำชวนให้สร้างฉากขึ้นในใจ ไม่ใช่การบอกว่าฉากนั้นเกิดขึ้นจริง A man named Jack ตั้งชื่ออย่างง่ายให้บุคคลในจินตนาการ เพื่อให้ข้อความต่อจากนั้นกล่าวถึงเขาได้อย่างชัดเจน ในการอธิบายวิทยาศาสตร์ การเปิดแบบนี้ใช้ตั้งการทดลองทางความคิด โดยให้นึกภาพเงื่อนไขที่กำหนดก่อน แล้วใช้เงื่อนไขเหล่านั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการให้เหตุผลต่อไป
แบบฝึกหัด
Imagine a man named Jack ทำหน้าที่หลักอะไรในคำอธิบายนี้?
- เป็นการเปิดฉากสมมติเพื่อใช้ในการให้เหตุผลต่อไป
- เป็นการพิสูจน์ว่าแจ็กเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จริง
- เป็นการบอกว่าแจ็กกำลังฝันกลางวัน
ดูคำตอบ
เป็นการเปิดฉากสมมติเพื่อใช้ในการให้เหตุผลต่อไป
Jack's bored and starts bouncing a ball up and down. วลี
1:36Jack รู้สึกเบื่อและเริ่มเดาะลูกบอลขึ้นลง
Bouncing a ball up and down: การเคลื่อนขึ้นลงซ้ำ ๆ
Bounce a ball หมายถึงการทำให้ลูกบอลกระทบพื้นผิวแล้วเด้งกลับขึ้นมา โดยปกติเป็นการทำซ้ำหลายครั้ง ใน bouncing a ball คนเป็นผู้ทำให้ลูกบอลเด้ง Up and down เพิ่มเส้นทางการเคลื่อนที่ในแนวตั้งที่เกิดซ้ำ เมื่อนำมารวมกัน bouncing a ball up and down จึงหมายถึงการเคลื่อนขึ้นลงต่อเนื่องเป็นการกระทำเดียว ไม่ใช่คำสั่งสองอย่างที่แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ bounce และวลี up and down เติมประโยคให้สมบูรณ์: The child kept ____ a ball ____ during practice.
ดูคำตอบ
bouncing · up and down
see through the window as the train whistles through?
1:41เธอจะมองเห็นอะไรผ่านหน้าต่างเมื่อรถไฟพุ่งผ่านไป?
between Jack dropping the ball and catching it again, ไวยากรณ์
1:44ระหว่างตอนที่ Jack ปล่อยลูกบอลลงมาแล้วรับมันกลับไป
between Jack dropping the ball and catching it again: จุดปลายสองด้านของช่วงเวลา
คำบุพบท between ใช้ระบุจุดปลายสองด้านของช่วงเวลา ในที่นี้จุดปลายทั้งสองเป็นการกระทำ ได้แก่ Jack dropping the ball และ catching it again วลี -ing ที่สองมีประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้ว่าเป็น Jack เพราะ Jack เป็นทั้งคนที่ปล่อยลูกบอลตกและคนที่รับมันอีกครั้ง โครงสร้าง between someone doing X and doing Y เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการกระทำแรก แต่ก่อนการกระทำที่สอง
แบบฝึกหัด
วลีใดระบุจุดปลายทั้งสองของช่วงเวลาในประโยคนี้ได้อย่างชัดเจน? Only one minute passed ___.
- after locking the door
- between locking the door and starting the car
- before starting the car
ดูคำตอบ
between locking the door and starting the car
Jill would have seen him move slightly further down the track, ไวยากรณ์
1:46Jill จะมองเห็นว่าเขาเคลื่อนที่ไปตามรางไกลขึ้นเล็กน้อย
would have seen: การสังเกตในสถานการณ์สมมติอดีต
Would have seen มีโครงสร้าง would have + กริยาช่องที่ 3 โดยนำเสนอการเห็นของจิลล์ว่าเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสถานการณ์หรือมุมมองสมมติในอดีต ไม่ใช่การรายงานตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง รูป perfect have seen วางการสังเกตนั้นไว้ในสถานการณ์อดีตที่จินตนาการขึ้น เงื่อนไขอาจกล่าวอย่างชัดเจนด้วย if หรือเข้าใจได้จากคำอธิบายรอบข้าง
แบบฝึกหัด
เติมผลลัพธ์สมมติในอดีตด้วยรูป conditional perfect ของ see: If the clouds had cleared, we ____ the stars.
ดูคำตอบ
would have seen
resulting in her seeing the ball follow a triangular path. ไวยากรณ์
1:49ทำให้เธอมองเห็นลูกบอลเคลื่อนที่เป็นเส้นทางรูปสามเหลี่ยม
resulting in her seeing: การบอกผลลัพธ์
Resulting in ใช้บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ ผลคือ her seeing the ball follow a triangular path หรือเธอมองเห็นลูกบอลเคลื่อนตามเส้นทางรูปสามเหลี่ยม in เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรืออนุประโยคที่ใช้รูป -ing ใน her seeing คำว่า seeing เป็นรูป -ing และ her บอกว่าผู้ที่มองเห็นคือเธอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ result และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The pipe burst, ____ water flooding the room.
ดูคำตอบ
resulting in
travel further than Jack does: ใช้ does แทนภาคแสดงที่ซ้ำ
ใน than Jack does คำว่า does ใช้แทนวลีกริยาที่ต้องกล่าวซ้ำในประโยคเปรียบเทียบ หากเขียนแบบเต็มจะเป็น Jill sees the ball travel further than Jack sees it travel แต่ does ช่วยเลี่ยงการกล่าวคำเหล่านั้นซ้ำ ดังนั้น สิ่งที่เปรียบเทียบกันคือสิ่งที่ Jill สังเกตเห็นกับสิ่งที่ Jack สังเกตเห็น ไม่ได้หมายความว่า Jack เองเคลื่อนที่เป็นระยะทางที่สั้นกว่า
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ do เพื่อไม่ให้กล่าว practices ซ้ำ: Nina practices more often than her cousin ____.
ดูคำตอบ
does
And because speed is distance divided by time, ไวยากรณ์
1:58และเนื่องจากความเร็วคือระยะทางหารด้วยเวลา
speed is distance divided by time: การบอกสูตรด้วยคำพูด
ในรูปแบบ X is Y divided by Z นั้น X คือปริมาณที่กำลังนิยาม Y คือปริมาณที่ถูกหาร และ Z คือตัวหาร Divided by หมายถึงให้คำนวณ Y ÷ Z ในที่นี้ อัตราเร็วคำนวณจาก ระยะทาง ÷ เวลา รูปแบบนี้ใช้บ่อยเมื่อพูดสูตรออกมาเป็นคำ
แบบฝึกหัด
เติมสูตรด้วยวลีที่แสดงการหาร: Density is mass ____ volume.
ดูคำตอบ
divided by
Jill actually sees the ball move faster.
2:00ดังนั้นแท้จริงแล้ว Jill จึงเห็นลูกบอลเคลื่อนที่เร็วกว่า
But what if Jack's bouncing ball is replaced with two mirrors โน้ต
2:04แต่ถ้าลูกบอลที่ Jack เดาะอยู่ถูกแทนที่ด้วยกระจกสองบาน
But what if...?: การเสนอเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป
But เชื่อมคำถามเข้ากับแนวคิดก่อนหน้าและบอกว่าทิศทางของความคิดกำลังเปลี่ยนไป What if นำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่สมมติขึ้นและชวนผู้ฟังคิดถึงผลลัพธ์ ในประโยคนี้ การเปลี่ยนลูกบอลเป็นกระจกสร้างเงื่อนไขใหม่สำหรับขั้นต่อไปของการให้เหตุผล ผู้พูดไม่ได้เพียงถามหาข้อเท็จจริงที่มีอยู่ แต่ใช้คำถามเพื่อจัดลำดับคำอธิบายจากสถานการณ์หนึ่งไปสู่อีกสถานการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยวลีที่ใช้เสนอเงื่อนไขใหม่ที่อาจเกิดขึ้น: But ____ the door is locked?
ดูคำตอบ
what if
is replaced with two mirrors: รูปถูกกระทำของ replace A with B
ใน is replaced with two mirrors สิ่งของเดิมคือลูกบอลที่กำลังกระเด้งของแจ็กถูกนำออกจากชุดอุปกรณ์ แล้วใช้กระจกสองบานแทน ส่วน with ใช้บอกสิ่งของใหม่ที่นำมาแทน นี่คือรูปถูกกระทำของ replace A with B โดย someone replaces A with B เปลี่ยนเป็น A is replaced with B โครงสร้างนี้ใช้บรรยายการเปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ หรือแผนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปถูกกระทำใน simple present คือ be replaced with: In the new stage setup, the broken cable ____ a new one.
ดูคำตอบ
is replaced with
bounce a beam of light between them: bounce ในความหมายว่า “สะท้อน”
ตรงนี้ bounce ใช้กับแสง โดยกระจกสองบานสะท้อนลำแสงให้เดินทางไปมาจากกระจกบานหนึ่งสู่อีกบานหนึ่ง ส่วน a beam คือลำแสงที่แคบและมีทิศทางชัดเจน between them หมายถึงกระจกสองบาน และบอกจุดปลายทั้งสองของเส้นทางที่แสงเดินทางซ้ำ ๆ คำว่า bounce ช่วยให้นึกภาพการสะท้อนได้ง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าแสงมีพฤติกรรมเหมือนลูกบอลทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The mirrors bounce a beam of light between them,' คำว่า bounce หมายถึงอะไร?
- กระจกเขย่าลำแสงขึ้นลง
- กระจกสะท้อนลำแสงไปมา
- กระจกกั้นลำแสงไว้ทั้งหมด
ดูคำตอบ
กระจกสะท้อนลำแสงไปมา
and Jill still sees the light beam travel a longer distance.
2:11และ Jill ก็จะยังคงเห็นลำแสงเดินทางเป็นระยะทางที่ยาวกว่า
Except this time Jack and Jill cannot disagree on the speed โน้ต
2:14เว้นแต่ในครั้งนี้ Jack กับ Jill จะไม่สามารถขัดแย้งกันเรื่องความเร็วได้
Except this time: การชี้ความแตกต่างสำคัญ
Except this time เชื่อมสถานการณ์ปัจจุบันกับสถานการณ์ก่อนหน้าที่คล้ายกัน แล้วชี้ว่าครั้งนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญหนึ่งอย่าง ในประโยคนี้ จุดเปลี่ยนคือเงื่อนไขที่ว่า Jack และ Jill จะเห็นต่างกันเรื่องความเร็วไม่ได้ ในรูปแบบนี้ except มีความหมายใกล้เคียงกับ “แต่มีอยู่หนึ่งจุดที่ต่างออกไป” ส่วน this time หมายถึง “ในกรณีนี้” หรือ “ครั้งนี้” วลีนี้จึงดึงความสนใจไปยังเงื่อนไขใหม่ที่สำคัญต่อการให้เหตุผล
แบบฝึกหัด
Except this time ในที่นี้สื่อถึงอะไร
- ความแตกต่างสำคัญในสถานการณ์ใหม่ที่คล้ายกับเดิม
- คำอธิบายก่อนหน้านี้ผิดทั้งหมด
- เวลาที่แน่นอนของเหตุการณ์
ดูคำตอบ
ความแตกต่างสำคัญในสถานการณ์ใหม่ที่คล้ายกับเดิม
cannot disagree on the speed: การระบุประเด็นที่เห็นต่าง
Disagree on + นามวลี ใช้ระบุหัวข้อหรือประเด็นที่คนมีความเห็น การตัดสิน หรือผลลัพธ์ต่างกัน ในที่นี้ the speed คือค่าที่ Jack กับ Jill อาจสรุปต่างกันได้หากอยู่ในเงื่อนไขอื่น Cannot disagree หมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขนี้ ข้อสรุปของทั้งสองคนจะแตกต่างกันไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาถูกห้ามไม่ให้โต้เถียง รูปแบบนี้ยังใช้กล่าวถึงค่าประมาณหรือผลการวัดที่ไม่ตรงกันได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะความคิดเห็นส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ disagree on เพื่อระบุหัวข้อที่กำลังถกเถียงกัน
- The engineers disagree on the safest route.
- The engineers disagree with Maya.
- The engineers disagree during the meeting.
ดูคำตอบ
The engineers disagree on the safest route.
because the speed of light remains the same no matter what.
2:17เพราะไม่ว่าอย่างไรความเร็วของแสงก็ยังคงเท่าเดิมเสมอ
this means the time taken will be different as well.
2:24นี่ก็หมายความว่าเวลาที่ใช้ก็ต้องต่างกันด้วย
If ..., while ..., this means ...: เงื่อนไข ความแตกต่าง และข้อสรุป
ประโยคนี้เรียบเรียงเป็นกระบวนการให้เหตุผลหนึ่งชุด if the speed is the same ระบุเงื่อนไขว่าความเร็วเท่ากัน while the distance is different เพิ่มข้อเท็จจริงที่ตัดกันว่าระยะทางต่างกัน และ this means นำไปสู่ข้อสรุปว่าเวลาที่ใช้จึงต้องต่างกันด้วย while ในที่นี้หมายถึง “แต่/ในขณะที่อีกสิ่งหนึ่ง” ใกล้เคียงกับ whereas ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างเวลาที่” โครงสร้างนี้พาผู้ฟังจากข้อเท็จจริงสองอย่างไปสู่ข้อสรุป แทนที่จะนำเสนอข้อความสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายการเรียบเรียงเหตุผลในประโยคนี้ได้ถูกต้อง
- ประโยคสรุปว่าความเร็วต่างกัน แล้วอธิบายว่าทำไมระยะทางจึงเท่ากัน
- ประโยคให้เงื่อนไขว่าความเร็วเท่ากัน เปรียบต่างกับระยะทางที่ไม่เท่ากัน แล้วสรุปว่าเวลาต่างกัน
- ประโยคบอกเหตุการณ์สามอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้สรุปผล
ดูคำตอบ
ประโยคให้เงื่อนไขว่าความเร็วเท่ากัน เปรียบต่างกับระยะทางที่ไม่เท่ากัน แล้วสรุปว่าเวลาต่างกัน
Thus time must tick at different rates to people moving relative to each other. โน้ต
2:28ดังนั้นเวลาจะต้องเดินด้วยความเร็วที่ต่างกันสำหรับผู้คนที่เคลื่อนที่สัมพัทธ์ซึ่งกันและกัน
time must tick at different rates: คำเปรียบเทียบถึงเวลาที่ไหลด้วยอัตราต่างกัน
โดยปกติ tick ใช้บรรยายการเดินอย่างสม่ำเสมอหรือเสียงติ๊กของนาฬิกา ใน time must tick at different rates คำนี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการไหลผ่านของเวลา หมายความว่าผู้สังเกตที่เคลื่อนที่โดยสัมพัทธ์ต่อกันไม่ได้วัดว่าเวลาผ่านไปด้วยอัตราเดียวกัน must แสดงข้อสรุปที่จำเป็นตามการให้เหตุผล ไม่ใช่คำสั่ง ส่วน at different rates หมายถึง “ด้วยความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่ต่างกัน”
แบบฝึกหัด
time must tick at different rates ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- มีคนกำลังสั่งให้นาฬิกาส่งเสียงติ๊กดังขึ้น
- เวลาอาจหยุดลงโดยสิ้นเชิงสำหรับผู้สังเกตทุกคน
- การให้เหตุผลเชิงตรรกะกำหนดว่าเวลาต้องผ่านไปด้วยความเร็วที่ต่างกัน
ดูคำตอบ
การให้เหตุผลเชิงตรรกะกำหนดว่าเวลาต้องผ่านไปด้วยความเร็วที่ต่างกัน
moving relative to each other: เคลื่อนที่โดยใช้กันและกันเป็นจุดอ้างอิง
Relative to ใช้บอกจุดอ้างอิงในการอธิบายตำแหน่งหรือการเคลื่อนที่ Moving relative to each other หมายถึงการใช้แต่ละคนเป็นจุดอ้างอิงของอีกฝ่าย ทำให้ตำแหน่งของพวกเขาเมื่อเทียบกันเปลี่ยนไป Each other แสดงว่าความสัมพันธ์ด้านจุดอ้างอิงนี้เป็นแบบซึ่งกันและกัน ในฟิสิกส์ เราอธิบายการเคลื่อนที่โดยเทียบกับผู้สังเกตหรือวัตถุ ไม่ได้อธิบายโดยไม่มีจุดอ้างอิง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ moving relative to each other หมายความว่าอะไร?
- เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันและด้วยความเร็วเท่ากันทุกประการ
- เคลื่อนที่เพราะเป็นญาติกัน
- เคลื่อนที่โดยแต่ละฝ่ายใช้อีกฝ่ายเป็นจุดอ้างอิง
ดูคำตอบ
เคลื่อนที่โดยแต่ละฝ่ายใช้อีกฝ่ายเป็นจุดอ้างอิง
Imagine that Jack and Jill have highly accurate watches
2:32ลองจินตนาการว่า Jack และ Jill มีนาฬิกาที่มีความแม่นยำสูง
that they synchronize before Jack boards the train. การใช้คำ
2:34ซึ่งพวกเขาได้เทียบเวลากันก่อนที่ Jack จะขึ้นรถไฟ
synchronize: ทำให้นาฬิกาหรือระบบตรงกันในด้านเวลา
เมื่อใช้เป็นคำกริยาที่มีกรรม synchronize หมายถึงการปรับสิ่งของตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปให้แสดงเวลาเดียวกันหรือทำงานในเวลาที่สอดคล้องกัน ในที่นี้ Jack และ Jill ตั้งนาฬิกาของตนให้แสดงเวลาเดียวกันก่อนที่ Jack จะออกเดินทาง จุดเริ่มต้นที่ตรงกันนี้ทำให้สามารถเปรียบเทียบค่าที่อ่านได้ในภายหลัง หากพบความแตกต่างหลังจากนั้น ความแตกต่างนั้นไม่ได้เกิดจากนาฬิกาเริ่มต้นด้วยเวลาที่ไม่ตรงกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้อุปกรณ์สองชิ้นแสดงเวลาเดียวกัน”: Before the test, please ____ the two clocks.
ดูคำตอบ
synchronize
Jack and Jill would each see their own watch ticking normally.
2:39Jack และ Jill ต่างก็จะเห็นว่านาฬิกาของตัวเองเดินไปตามปกติ
if they meet up again later to compare watches, กริยาวลี
2:43ถ้าต่อมาพวกเขามาพบกันใหม่เพื่อเปรียบเทียบนาฬิกา
meet up: นัดเจอหรือมาพบกันแบบไม่เป็นทางการ
meet up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการมาพบกันกับคนหนึ่งคนหรือหลายคน โดยมักเป็นการนัดหมายไว้ก่อน ในประโยคนี้ พวกเขากลับมาเจอกันอีกภายหลังเพื่อเปรียบเทียบนาฬิกาข้อมือ คำว่า up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ให้เข้าใจ meet up เป็นสำนวนเดียว และสามารถใช้ตามลำพังได้เมื่อรู้ชัดอยู่แล้วว่าใครบ้างที่มาพบกัน เช่น they meet up
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ meet up ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Let's meet up the homework after school.
- Let's meet up outside the library after school.
- Let's meet up our new teacher after school.
ดูคำตอบ
Let's meet up outside the library after school.
less time would have elapsed according to Jack's watch, โน้ต
2:46เวลาที่ผ่านไปบนนาฬิกาของ Jack จะน้อยกว่า
less time would have elapsed: ช่วงเวลาที่ผ่านไปแล้วจะสั้นกว่า
elapsed หมายถึงเวลาจำนวนหนึ่งหรือช่วงเวลาหนึ่งได้ผ่านไปแล้ว less time would have elapsed หมายถึงจำนวนเวลาที่ผ่านไปแล้วจะน้อยกว่า would have elapsed ประกอบด้วย would have และกริยาช่อง past participle ใช้เสนอผลที่เสร็จสมบูรณ์แล้วภายในสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่การรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแบบตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
ในผลของสถานการณ์สมมติ less time would have elapsed หมายความว่าอย่างไร
- จำนวนเวลาที่ผ่านไปแล้วจะน้อยกว่า
- นาฬิกาข้อมือจะเดินช้าลงเพราะแบตเตอรี่อ่อน
- จะมีเวลาเหลือมากกว่าก่อนที่ผลนั้นจะเกิดขึ้นได้
ดูคำตอบ
จำนวนเวลาที่ผ่านไปแล้วจะน้อยกว่า
according to Jack's watch: ระบุค่าที่อ่านได้เป็นแหล่งข้อมูล
ใน according to Jack's watch คำว่า according to ใช้บอกแหล่งที่มาหรือหลักฐานของข้อความเกี่ยวกับเวลาที่ผ่านไป หลักฐานคือค่าที่แสดงบนนาฬิกาของแจ็ก ไม่ใช่สิ่งที่แจ็กพูดด้วยตนเอง ใช้ according to + แหล่งข้อมูล เมื่อต้องการบอกว่าข้อมูล ค่าที่วัดได้ หรือกฎมาจากที่ใด หากแหล่งข้อมูลเป็นเครื่องมือ วลีนี้มักหมายถึงตามที่เครื่องมือนั้นแสดง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ค่าที่นาฬิกาแสดงเป็นแหล่งข้อมูล?
- In my opinion, the trip took two hours.
- Because of the clock, the trip took two hours.
- According to the clock, the trip took two hours.
ดูคำตอบ
According to the clock, the trip took two hours.
balancing the fact that Jill saw the light move further. ลำดับความ
2:48ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า Jill มองเห็นแสงเคลื่อนที่ไปไกลกว่า
balancing the fact that...: เชื่อมข้อสังเกตสองอย่าง
อนุประโยค -ing balancing the fact that Jill saw the light move further เชื่อมย้อนกลับไปยังผลลัพธ์ก่อนหน้า less time would have elapsed โดยอธิบายหน้าที่ของผลลัพธ์นั้นว่า เวลาที่ผ่านไปน้อยกว่าช่วยหักล้างหรือทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่จิลสังเกตเห็น ไม่ใช่การเพิ่มเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่ง balancing ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม รูปแบบ balance the fact that + อนุประโยค นำเสนอข้อเท็จจริงหนึ่งเป็นตัวถ่วงสมดุลของอีกข้อเท็จจริงหนึ่ง และช่วยเชื่อมสองส่วนของการให้เหตุผล
แบบฝึกหัด
balancing the fact that... ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?
- อธิบายว่าจิลทำให้แสงอยู่นิ่งอย่างมั่นคงด้วยการกระทำทางกายภาพ
- บอกว่าข้อสังเกตของจิลไม่เป็นความจริง
- แสดงว่าผลลัพธ์ก่อนหน้าหักล้างข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งอย่างไร
ดูคำตอบ
แสดงว่าผลลัพธ์ก่อนหน้าหักล้างข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งอย่างไร
may sound crazy: ยอมรับก่อนว่าแนวคิดอาจฟังดูน่าประหลาดใจ
ในที่นี้ may sound crazy หมายความว่า ในตอนแรกแนวคิดนั้นอาจดูแปลกมากหรือไม่ค่อยสมเหตุสมผล may ทำให้คำตัดสินไม่หนักแน่นเกินไป ส่วน sound เชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์ crazy ตามโครงสร้าง ประธาน + may sound + คำคุณศัพท์ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกว่าใครมีอาการป่วยทางจิต crazy บรรยายความประทับใจแรกที่แนวคิดนั้นสร้างให้ผู้ฟัง สำนวนนี้ยอมรับไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจสงสัย และมักเตรียมเข้าสู่ but ซึ่งตามด้วยหลักฐาน คำอธิบาย หรือเหตุผลในทางปฏิบัติ
แบบฝึกหัด
เติม may, sound และ crazy ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: This idea ____, but the evidence is strong.
ดูคำตอบ
may sound crazy
but like any good scientific theory: เปลี่ยนจากข้อสงสัยไปสู่การทดสอบ
but ที่ขึ้นต้นประโยคเปลี่ยนทิศทางของเหตุผลจากความประทับใจก่อนหน้านี้ที่ว่าแนวคิดฟังดูบ้า Like any good scientific theory เป็นกรอบเปรียบเทียบที่วางไว้ข้างหน้า เพื่อให้ผู้ฟังตัดสินแนวคิดตามคุณสมบัติที่ทฤษฎีที่ดีควรมี ประโยคหลัก it can be tested บอกคุณสมบัตินั้น เมื่อรวมกัน กรอบนี้จึงจัดข้อมูลโดยยอมรับข้อสงสัยก่อน แล้วจึงเสนอวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือ กล่าวคือ แนวคิดอาจฟังดูแปลก แต่สามารถใช้หลักฐานตรวจสอบคุณค่าของมันได้ ในที่นี้ like หมายถึง “เช่นเดียวกับ” ไม่ใช่ “ชอบ”
แบบฝึกหัด
กรอบเปิดประโยค but like any good scientific theory ทำให้แนวคิดของข้อความเปลี่ยนไปอย่างไร
- บอกว่าผู้พูดชอบทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด
- อ้างว่าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ทุกทฤษฎีได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง
- เปลี่ยนจากการพูดว่าแนวคิดฟังดูแปลกเพียงใด ไปสู่คำถามว่าสามารถทดสอบแนวคิดนั้นได้หรือไม่
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากการพูดว่าแนวคิดฟังดูแปลกเพียงใด ไปสู่คำถามว่าสามารถทดสอบแนวคิดนั้นได้หรือไม่
it can be tested: can + be + กริยาช่องที่สาม
ใน it can be tested โครงสร้าง can + be + กริยาช่องที่สาม tested เป็นรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย โครงสร้างนี้หมายความว่าสิ่งนั้นสามารถรับการทดสอบได้ โดยเน้นสิ่งที่ถูกทดสอบมากกว่าผู้ที่ทำการทดสอบ ในบริบททางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าข้ออ้าง สมมติฐาน หรือวิธีการสามารถตรวจสอบด้วยหลักฐานได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ can และรูปถูกกระทำของ test: This safety feature ____ before launch.
ดูคำตอบ
can be tested
scientists boarded a plane with some super accurate atomic clocks การใช้คำ
2:59นักวิทยาศาสตร์ขึ้นเครื่องบินพร้อมกับนาฬิกาอะตอมที่มีความแม่นยำสูงลิ่ว
boarded a plane: board + ยานพาหนะ
ใน boarded a plane คำว่า board เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึงขึ้นเครื่องบิน โดยตามด้วยยานพาหนะซึ่งเป็นกรรมโดยตรง จึงใช้ board a plane ไม่ใช่ board on a plane รูปอดีต boarded บอกว่าการขึ้นเครื่องบินเสร็จสิ้นแล้ว เป็นคำที่กระชับและพบบ่อยในรายงานการเดินทางกับการเล่าเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และเหมาะกับรายงานการเดินทางที่เป็นทางการ
- The researchers boarded the plane at dawn.
- The researchers boarded to the plane at dawn.
- The researchers boarded on the plane at dawn.
ดูคำตอบ
The researchers boarded the plane at dawn.
super accurate atomic clocks: อุปกรณ์บอกเวลาที่แม่นยำอย่างยิ่ง
นาฬิกาอะตอมเป็นอุปกรณ์บอกเวลาทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ความถี่ของอะตอมซึ่งมีความคงที่สูง จึงวัดเวลาได้อย่างแม่นยำมาก และวัดความต่างของเวลาที่เล็กเกินกว่านาฬิกาทั่วไปจะตรวจจับได้ ในที่นี้ super accurate เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและเข้าใจง่ายแทน extremely accurate วลีทั้งหมดจึงหมายถึงอุปกรณ์พิเศษที่ทำให้สามารถวัดความต่างของเวลาที่เล็กมากได้
แบบฝึกหัด
super accurate atomic clocks ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- เป็นอุปกรณ์ที่แม่นยำอย่างยิ่งสำหรับวัดเวลา
- เป็นนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อเตือนภัยจากอะตอม
- เป็นนาฬิกาทั่วไปที่เดินเร็วผิดปกติ
ดูคำตอบ
เป็นอุปกรณ์ที่แม่นยำอย่างยิ่งสำหรับวัดเวลา
that were synchronized with some others left on the ground. วลี
3:02ซึ่งถูกเทียบเวลาไว้กับนาฬิกาเรือนอื่นๆ ที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นดิน
were synchronized with: โครงสร้างกรรมวาจกที่บอกการทำให้ตรงกัน
Were synchronized with ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be synchronized with + สิ่งที่ใช้อ้างอิง หมายความว่านาฬิกาเหล่านี้ถูกปรับให้แสดงเวลาเดียวกับนาฬิกาเรือนอื่น ประธานบอกสิ่งที่ถูกทำให้ตรงกัน ส่วน with นำหน้าอุปกรณ์หรือระบบที่ใช้เป็นตัวอ้างอิง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับนาฬิกา ไฟล์ เสียงกับภาพ หรือการกระทำที่ต้องประสานกันได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกปรับให้แสดงเวลาเดียวกับ”: Before takeoff, the camera clock was ____ the master clock.
ดูคำตอบ
synchronized with
the clocks on board showed a different time from those left behind. โน้ต
3:08นาฬิกาบนเครื่องแสดงเวลาที่แตกต่างจากเรือนที่อยู่บนพื้นดิน
clocks on board: นาฬิกาที่อยู่บนยานพาหนะ
ในที่นี้ clocks on board หมายถึงนาฬิกาที่อยู่บนยานพาหนะ on board เป็นวลีบอกตำแหน่ง ใช้กับคนหรือสิ่งของที่อยู่บนหรือถูกขนส่งโดยเรือ เครื่องบิน รถไฟ หรือยานอวกาศ วลีนี้อยู่หลัง clocks เพื่อระบุว่าหมายถึงนาฬิกาชุดใด คือชุดที่เดินทางไปกับยานพาหนะ ไม่ใช่นาฬิกาสำหรับเปรียบเทียบที่อยู่ที่อื่น
แบบฝึกหัด
clocks on board ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- นาฬิกาที่ถูกขนส่งไปกับยานพาหนะ
- นาฬิกาที่ทิ้งไว้ ณ จุดเดิม
- นาฬิกาที่วางอยู่บนแผ่นไม้
ดูคำตอบ
นาฬิกาที่ถูกขนส่งไปกับยานพาหนะ
those left behind: those กับส่วนขยายแบบถูกกระทำที่ย่อมา
ใน those left behind คำว่า those ใช้แทนคำนามพหูพจน์ clocks เพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ ส่วน left behind ขยาย those และเป็นอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อมาจาก those that were left behind leave something behind หมายถึงจากไปโดยไม่ได้นำบางสิ่งไปด้วย หรือโดยทั่วไปหมายถึงปล่อยให้สิ่งนั้นอยู่ที่เดิม ในที่นี้หมายถึงนาฬิกาสำหรับเปรียบเทียบที่ยังอยู่ ณ จุดเดิม ไม่ได้สื่อว่ามีคนลืมเพราะความประมาทหรือไม่ต้องการนาฬิกาเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
those left behind ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- นาฬิกาที่ถูกขนส่งไปกับยานพาหนะ
- คนที่ยืนอยู่ด้านหลังนาฬิกา
- นาฬิกาที่อยู่ ณ จุดเดิม
ดูคำตอบ
นาฬิกาที่อยู่ ณ จุดเดิม
minuscule: เล็กมาก
minuscule หมายถึงเล็กมากจนสังเกตหรือวัดได้ยาก ในประโยคนี้คำนี้บอกความแรงของผลที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพของวัตถุ คำนี้เน้นมากกว่าและค่อนข้างเป็นทางการกว่า small จึงเหมาะกับการพูดถึงผล ความแตกต่าง หรือปริมาณที่น้อยมาก
แบบฝึกหัด
นักวิทยาศาสตร์พบการเปลี่ยนแปลงที่เล็กมากและวัดได้ยาก ประโยคใดบอกความหมายนี้ได้แม่นยำที่สุด
- The change is enormous.
- The change is minuscule.
- The change is average.
ดูคำตอบ
The change is minuscule.
the faster..., the more...: การเปลี่ยนแปลงเชิงเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน
The faster you go, the more time dilates ใช้รูปแบบสัมพันธ์ the + comparative..., the + comparative... เพื่อแสดงว่าสองสิ่งเปลี่ยนไปด้วยกัน ในที่นี้เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น ระดับการยืดออกของเวลาก็เพิ่มขึ้นด้วย ในรูปแบบนี้ the ไม่ใช่คำนำหน้านามตามปกติ ส่วนแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง และส่วนที่สองบอกผลที่เปลี่ยนตามกัน โดยทั้งสองส่วนใช้คำขั้นกว่าแตกต่างกันได้ But ทำหน้าที่เชื่อมประโยคกับแนวคิดก่อนหน้าเท่านั้น และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปแบบนี้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กันโดยใช้ more และ clearer: ____ you read, ____ the main idea becomes.
ดูคำตอบ
The more · the clearer
starts to add up: ผลกระทบเล็ก ๆ สะสมจนเห็นได้ชัด
ในประโยคนี้ starts to add up หมายถึงผลกระทบเล็ก ๆ กำลังสะสม จนผลรวมเริ่มเห็นได้ชัด ไม่ได้หมายถึงมีใครกำลังทำโจทย์บวกเลข โครงสร้างคือ “ประธาน + start to add up” เมื่อใช้กับค่าใช้จ่าย ความล่าช้า การเปลี่ยนแปลง หรือผลกระทบ add up อาจหมายถึง “สะสมจนรวมกันเป็นปริมาณที่มีนัยสำคัญ” ส่วน start to เน้นจุดที่ผลรวมนั้นเริ่มสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สะสมจนยอดรวมเริ่มสำคัญ” ลงในประโยค: Small daily costs can quickly ____.
ดูคำตอบ
add up
But what affects humans also affects machines. ลำดับความ
3:23แต่สิ่งที่ส่งผลต่อมนุษย์ก็ส่งผลต่อเครื่องจักรด้วยเช่นกัน
What affects humans also affects machines: เชื่อมจาก X ไปยัง Y
“What affects humans” หมายถึง “สิ่งที่ส่งผลต่อมนุษย์” คำกลุ่มนี้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน “also affects machines” แสดงว่าผลกระทบชนิดเดียวกันเกิดกับกลุ่มที่สองด้วย ในฐานะประโยคเชื่อมข้อมูล But ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนมุมของเรื่อง humans ย้ำหัวข้อที่พูดถึงอยู่แล้ว และ machines อยู่ท้ายประโยคเพื่อเป็นหัวข้อถัดไป โครงสร้าง “What affects X also affects Y” สามารถใช้เพื่อขยายแนวคิดจากกรณีหนึ่งไปยังอีกกรณีที่ขนานกัน โดยไม่ได้หมายความว่า X และ Y เหมือนกันทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักในการจัดลำดับข้อมูลของ “But what affects humans also affects machines” คืออะไร?
- ประโยคนี้อ้างว่ามนุษย์และเครื่องจักรเหมือนกันทุกด้าน
- ประโยคนี้ปฏิเสธหัวข้อก่อนหน้าแล้วเปลี่ยนไปยังเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ประโยคนี้เชื่อมจากผลกระทบต่อมนุษย์ไปยังผลกระทบชนิดเดียวกันต่อเครื่องจักร
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เชื่อมจากผลกระทบต่อมนุษย์ไปยังผลกระทบชนิดเดียวกันต่อเครื่องจักร
Satellites of the global positioning system are also hurtling around the Earth โน้ต
3:26ดาวเทียมของระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลกก็กำลังพุ่งโคจรรอบโลกด้วย
the global positioning system: ชื่อเต็มภาษาอังกฤษของ GPS
GPS ย่อมาจาก Global Positioning System ในวลี the global positioning system คำว่า the เป็นเพียงคำนำหน้านามที่วางไว้ก่อนชื่อเต็มนั้น Satellites of the global positioning system หมายถึงดาวเทียมที่เครือข่าย GPS ใช้เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ระบุตำแหน่งได้ เมื่อจำชื่อเต็มนี้ได้ ก็จะเชื่อมโยงศัพท์เทคนิคที่เขียนเต็มกับรูปย่อ GPS ที่คุ้นเคยได้
แบบฝึกหัด
GPS ย่อมาจากชื่อเต็มภาษาอังกฤษข้อใด
- Global Positioning System
- Global Planetary Service
- General Positioning Signal
ดูคำตอบ
Global Positioning System
hurtling around the Earth at thousands of miles an hour: การบรรยายการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอย่างเห็นภาพ
ในที่นี้ are hurtling around the Earth หมายถึง “กำลังเคลื่อนที่ไปรอบโลกด้วยความเร็วสูงมาก” คำว่า hurtle ให้ภาพชัดกว่า move มาก และทำให้การเคลื่อนที่ดูรวดเร็วและทรงพลัง รูปกำลังกระทำ are hurtling บอกว่าการเคลื่อนที่นั้นกำลังดำเนินอยู่ at thousands of miles an hour ระบุความเร็ว โดย at ใช้นำหน้าอัตราความเร็ว และ an hour หมายถึง “ต่อชั่วโมง” also บอกว่าดาวเทียมเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วมาก เพิ่มจากสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายการเคลื่อนที่ที่เร็วมากได้อย่างเห็นภาพที่สุดและยังระบุความเร็วด้วย
- The spacecraft is hurtling past Earth at thousands of miles an hour.
- The spacecraft is floating quietly beside Earth.
- The spacecraft is moving near Earth.
ดูคำตอบ
The spacecraft is hurtling past Earth at thousands of miles an hour.
kick in: เริ่มทำงานหรือเริ่มส่งผล
ในประโยคนี้ kicks in หมายถึง “เริ่มทำงานหรือเริ่มส่งผล” ไม่ได้หมายความว่าการยืดเวลาเตะอะไรจริง ๆ แต่ผู้พูดหมายถึงผลของมันเริ่มมีความสำคัญในสถานการณ์นี้ here too เสริมว่าผลแบบเดียวกันเกิดขึ้นในกรณีนี้ด้วย สามารถใช้รูปแบบ ผลหรือกลไก + kick in เมื่อสิ่งหนึ่งเริ่มทำงานและก่อให้เกิดผลที่สังเกตได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ kick in: The emergency generator usually ____ when the power fails.
ดูคำตอบ
kicks in
to disagree with clocks on the ground by 7 millionths of a second daily.
3:37เดินไม่ตรงกับนาฬิกาบนพื้นดินประมาณ 7 ในล้านส่วนของวินาทีต่อวัน
cause ... to disagree with ...: ทำให้สิ่งหนึ่งไม่ตรงกับอีกสิ่งหนึ่ง
ส่วนที่เน้นใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive เพื่อเรียงสาเหตุและผลลัพธ์ โดย their speed คือสาเหตุ the atomic clocks on board คือกรรมที่ได้รับผล และ to disagree with clocks on the ground บอกผลลัพธ์ เมื่อใช้นาฬิกา ค่าการวัด หรือข้อมูลเป็นประธานของ disagree with หมายความว่าค่าที่แสดงไม่ตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังโต้เถียงกัน สามารถใช้ cause + กรรม + to do เพื่ออธิบายว่าอะไรทำให้เกิดผลลัพธ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ cause และ disagree with: A calibration error ____ the sensor ____ the reference meter.
ดูคำตอบ
caused · to disagree with
this would cause GPS to lose accuracy by a few kilometers each day. ไวยากรณ์
3:42สิ่งนี้จะทำให้ความแม่นยำของ GPS ลดลงหลายกิโลเมตรในแต่ละวัน
Left uncorrected: เงื่อนไขแบบย่อ
Left uncorrected เป็นรูปย่อของเงื่อนไขแบบถูกกระทำ หมายถึง “if this were left uncorrected” หรือ “if it were not corrected” ซึ่งก็คือ “หากสิ่งนี้ถูกปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข” คำว่า Left เป็นรูป past participle ของ leave ไม่ใช่คำบอกทิศทางว่า “ซ้าย” และ uncorrected บอกสภาพที่ประธานถูกปล่อยค้างไว้ วลีนี้วางไว้หน้าประโยคหลักเพื่อกำหนดเงื่อนไขของผลที่คาดการณ์ไว้ ประธานที่ละไว้ในความหมายคือ this ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก รูปแบบ Left + past participle/คำคุณศัพท์ มักใช้เมื่ออธิบายว่าอาจเกิดอะไรขึ้นหากไม่จัดการปัญหา
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยเงื่อนไขแบบย่อจากบทเรียน: ____, the calculation error could affect every result.
ดูคำตอบ
Left uncorrected
would cause GPS to lose accuracy: ผลลัพธ์ภายใต้เงื่อนไขสมมติ
Would แสดงว่าอนุประโยคนี้เป็นผลที่จะตามมาภายใต้เงื่อนไขที่กล่าวไว้ ไม่ใช่ผลที่กำลังรายงานว่าเกิดขึ้นแล้ว โครงสร้างคือ would cause + กรรม + to-infinitive โดย cause ตามด้วย GPS แล้วจึงตามด้วย to lose Lose accuracy หมายถึง “มีความแม่นยำน้อยลง” ส่วน By a few kilometers each day บอกทั้งขนาดและอัตราการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือค่าคลาดเคลื่อนของตำแหน่งจะเพิ่มขึ้นวันละหลายกิโลเมตร ไม่ได้หมายความว่าตัว GPS เคลื่อนที่จริงเป็นระยะทางเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive: A weak signal would ____ the device ____ lose accuracy.
ดูคำตอบ
cause · to
So what does all this have to do with time travel to the far distant future? ลำดับความ
3:47แล้วทั้งหมดนี้มันเกี่ยวอะไรกับการเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคตอันไกลโพ้นล่ะ?
What does all this have to do with ...?:ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องอะไรกับ...?
What does all this have to do with ...? หมายถึง “ทุกอย่างที่เพิ่งกล่าวมานี้เกี่ยวข้องกับ...อย่างไร” ตรงนี้ all this ย้อนถึงคำอธิบายก่อนหน้า และ have to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” ไม่ใช่ “ต้องทำ” คำถามนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม โดยพักรายละเอียดไว้ก่อน ดึงความสนใจกลับมาที่หัวข้อหลัก และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความเชื่อมโยง
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” ให้สมบูรณ์: What does this clue ____ the missing key?
ดูคำตอบ
have to do with
If you could travel really close to the speed of light, วลี
3:55หากคุณสามารถเดินทางได้ด้วยความเร็วที่เข้าใกล้ความเร็วแสงมากๆ
travel really close to the speed of light:เดินทางด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกับความเร็วแสงมาก ๆ
ใน travel really close to the speed of light คำว่า close to เปรียบเทียบความเร็วในการเดินทางกับค่ามาตรฐาน หมายความว่าความเร็วในการเดินทางเกือบสูงเท่าความเร็วแสง ไม่ได้หมายถึงการอยู่ใกล้แสงในเชิงตำแหน่ง Really เน้นระดับของ close to แต่ทั้งวลียังคงหมายถึง “ใกล้ขีดจำกัด” ไม่ได้หมายความว่าความเร็วถึงหรือเกินขีดจำกัดนั้นแล้ว
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The probe was traveling close to the speed of light. close to อธิบายอะไร?
- ยานสำรวจเดินทางเร็วกว่าแสงไปแล้ว
- ความเร็วของยานสำรวจเกือบสูงเท่าความเร็วแสง
- ยานสำรวจอยู่ใกล้ลำแสงในเชิงตำแหน่ง
ดูคำตอบ
ความเร็วของยานสำรวจเกือบสูงเท่าความเร็วแสง
say 99.9999%: ใช้ say เพื่อยกตัวอย่าง
ตรงนี้ say ไม่ได้หมายถึง “พูด” หรือ “อ่านตัวเลขออกเสียง” แต่หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” หรือ “ลองเลือกค่านี้” และใช้เกริ่นค่า 99.9999% เป็นตัวอย่างสำหรับการอธิบาย say ในความหมายนี้มักวางหน้าตัวเลข เวลา สถานที่ หรือตัวเลือกที่เป็นไปได้ ช่วยให้ผู้พูดหยิบกรณีหนึ่งมาพูดโดยไม่ได้ยืนยันว่านั่นเป็นค่าเดียวที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
say ใน “The walk will take, say, twenty minutes” หมายถึงอะไร?
- ใช้ยี่สิบนาทีเป็นตัวอย่างหรือค่าประมาณ
- รับประกันว่าการเดินใช้เวลาเท่ากับยี่สิบนาทีพอดี
- บอกให้ใครบางคนพูดคำว่า twenty minutes ออกเสียง
ดูคำตอบ
ใช้ยี่สิบนาทีเป็นตัวอย่างหรือค่าประมาณ
you'd actually return to Earth around the year 9000.
4:05แต่ที่จริงแล้วคุณจะกลับมายังโลกในราวๆ ปี ค.ศ. 9000
what seemed to you like 10 years: เวลาจากมุมมองของคุณ
ใน what seemed to you like 10 years คำว่า what หมายถึงช่วงเวลาที่ผู้เดินทางประสบระหว่างการเดินทาง ส่วน seemed to you like แสดงว่าสิบปีเป็นระยะเวลาจากมุมมองของคุณ ไม่ได้รับประกันว่าผู้สังเกตการณ์ที่อื่นจะวัดเวลาได้เท่ากัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what seemed to someone like + จำนวนหรือคำบรรยาย หมายถึง “ช่วงเวลาหรือประสบการณ์ที่คนคนนั้นรู้สึกว่ามีจำนวนหรือลักษณะเช่นนั้น” ใช้เมื่อการรับรู้กับการวัดจากภายนอกอาจแตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
“what seemed to you like 10 years” ในส่วนที่เน้นหมายถึงอะไร?
- ช่วงเวลาที่คุณประสบเหมือนสิบปี แม้ว่าผู้สังเกตการณ์ที่อื่นจะวัดระยะเวลาได้ต่างกัน
- สิบปีที่คนอื่นขอให้คุณนับ
- สิบปีพอดีตามการวัดของผู้สังเกตการณ์ทุกคน
ดูคำตอบ
ช่วงเวลาที่คุณประสบเหมือนสิบปี แม้ว่าผู้สังเกตการณ์ที่อื่นจะวัดระยะเวลาได้ต่างกัน
Who knows what you'd see when you returned? น้ำเสียง/เจตนา
4:08ใครจะรู้ว่าคุณจะได้เห็นอะไรเมื่อคุณกลับมา?
Who knows what you'd see...?:เปิดจินตนาการถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน
“Who knows what you'd see when you returned?” ดูเหมือนเป็นคำถามว่าใครรู้คำตอบ แต่ในที่นี้เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบโดยตรง ความหมายคือไม่มีใครรู้ได้อย่างแน่นอน ส่วน what you'd see ระบุสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็น และการกลับมาในจินตนาการทำให้เหตุการณ์อยู่ในอนาคตที่เป็นไปได้ คำถามนี้จึงสร้างความน่าติดตามและชวนผู้ฟังจินตนาการถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
“Who knows what you'd see when you returned?” ทำหน้าที่หลักอย่างไรในที่นี้?
- แสดงอนาคตที่ไม่แน่นอนและชวนผู้ฟังให้จินตนาการ
- บอกว่าผู้พูดแน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
- ถามชื่อของคนที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
แสดงอนาคตที่ไม่แน่นอนและชวนผู้ฟังให้จินตนาการ
extinct due to climate change or asteroid impact, วลี
4:12สูญพันธุ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือดาวเคราะห์น้อยพุ่งชน
extinct due to...:ระบุสาเหตุของผลลัพธ์
extinct หมายถึงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไม่มีสมาชิกที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ ในส่วนนี้ due to นำหน้า climate change และ asteroid impact เพื่อแสดงว่าสองสิ่งนี้เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ของผลลัพธ์ดังกล่าว due to ตามด้วยคำนามหรือวลีคำนาม และหมายถึง “เกิดจาก” เป็นรูปแบบที่กระชับและพบได้บ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ ข่าว และเนื้อหาเชิงอธิบายอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกเหตุแบบกระชับจำนวนสองคำจากบทเรียนลงในประโยค: The museum closed early ____ a power outage.
ดูคำตอบ
due to
But the trouble is that getting heavy things like people, โน้ต
4:19แต่ปัญหาคือการทำให้สิ่งหนักๆ อย่างมนุษย์
the trouble is that: เกริ่นถึงอุปสรรคหลัก
the trouble is that ใช้เกริ่นถึงอุปสรรคหลักของแนวคิดหรือแผน ในประโยคนี้ But แสดงการเปลี่ยนจากการพิจารณาความเป็นไปได้ไปสู่การอธิบายว่าเหตุใดเรื่องนั้นจึงทำได้ยาก อนุประโยคหลัง that ระบุว่าอุปสรรคคืออะไร กรอบประโยคนี้จัดข้อมูลตามลำดับว่าเสนอแนวคิดที่น่าสนใจก่อน แล้วจึงบอกปัญหาในทางปฏิบัติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เกริ่นถึงปัญหาหลัก: The trip sounds exciting, but ____ the tickets are too expensive.
ดูคำตอบ
the trouble is that
not to mention spaceships: การเพิ่มประเด็นที่หนักแน่นกว่า
ในส่วนนี้ not to mention ใช้เกริ่นถึง spaceships ในฐานะประเด็นเสริมที่เด่นกว่าเดิมหรือช่วยเน้นสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้าให้หนักแน่นขึ้น จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มอีกหนึ่งรายการด้วย and ธรรมดา ๆ แม้ว่าวลีนี้จะมีคำว่า not แต่ผู้พูดกำลังกล่าวถึงสิ่งนั้นจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not to mention + ปัจจัยเสริม โดยมีความหมายว่า “และยังมีประเด็นนี้ที่หนักแน่นยิ่งกว่าอีก”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ not to mention เพื่อเพิ่มประเด็นที่หนักแน่นกว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The walk is hard for adults, not mention small children.
- The walk is hard for adults, not to mention small children.
- The walk is hard for adults, not mentioning small children.
ดูคำตอบ
The walk is hard for adults, not to mention small children.
up to such speeds requires unimaginable amounts of energy. วลี
4:23ไปถึงความเร็วระดับนั้นได้ต้องใช้พลังงานมหาศาลจนแทบจินตนาการไม่ออก
getting ... up to such speeds: ไปถึงความเร็วเป้าหมาย
ใน getting heavy things ... up to such speeds โครงสร้าง get + object + up to + target speed หมายถึงทำให้วัตถุไปถึงความเร็วนั้น up to ชี้ถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ได้บอกเพียงว่าความเร็วเพิ่มขึ้นโดยทั่วไป get เปลี่ยนเป็น getting เพราะกิจกรรมทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ requires ส่วน not to mention spaceships ที่แทรกเข้ามาเพิ่มตัวอย่างที่ยากยิ่งกว่า แต่โครงสร้างยังคงเชื่อม getting เข้ากับ heavy things และ up to such speeds
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง get + object + up to + target เติมประโยคให้สมบูรณ์: This engine can get the train ____ full speed in two minutes.
ดูคำตอบ
up to
unimaginable amounts of energy: ปริมาณของคำนามนับไม่ได้
Unimaginable amounts of energy หมายถึงปริมาณพลังงานที่มากจนจินตนาการได้ยาก คำว่า Unimaginable เน้นว่าขนาดนั้นใหญ่โตอย่างยิ่ง ในที่นี้ energy โดยทั่วไปเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ amount of หรือ amounts of เพื่อบอกปริมาณได้อย่างเป็นธรรมชาติ รูปพหูพจน์ amounts สื่อถึงปริมาณที่มากมากโดยทั่วไป แต่ถ้าหมายถึงปริมาณรวมก้อนเดียว an unimaginable amount of energy ก็เป็นธรรมชาติเช่นกัน
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้คำบอกปริมาณกับคำนามนับไม่ได้ information ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The archive contains vast numbers of information.
- The archive contains vast amounts of information.
- The archive contains vast amount of information.
ดูคำตอบ
The archive contains vast amounts of information.
It already takes enormous particle accelerators การใช้คำ
4:26ทุกวันนี้ก็ต้องใช้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมา
enormous particle accelerators: เครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมา
particle accelerator หมายถึง “เครื่องเร่งอนุภาค” ซึ่งเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้สนามไฟฟ้าและแม่เหล็กทำให้อนุภาคมีประจุขนาดเล็กเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก ส่วน particle accelerators เป็นรูปพหูพจน์ หมายถึงเครื่องมือชนิดนี้หลายเครื่อง enormous หมายถึง “ใหญ่มาก” วลีทั้งหมดจึงเน้นว่า แม้แต่การเร่งอนุภาคเล็กจิ๋วก็อาจต้องใช้อุปกรณ์ขนาดมหึมา
แบบฝึกหัด
enormous particle accelerators ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ยานพาหนะที่พาคนไปอวกาศ
- เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่มากที่ใช้เร่งอนุภาค
- แบตเตอรี่ขนาดเล็กที่เก็บพลังงาน
ดูคำตอบ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่มากที่ใช้เร่งอนุภาค
the Large Hadron Collider (LHC): เครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่
Large Hadron Collider ซึ่งมักย่อว่า LHC เป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่มีอยู่จริงของ CERN เครื่องนี้ทำให้ลำอนุภาคซึ่งรวมถึงโปรตอนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากไปรอบวงแหวนขนาดใหญ่ แล้วทำให้ลำอนุภาคชนกัน เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาสสาร ในวลี like the Large Hadron Collider คำว่า like นำชื่อนี้มาเป็นตัวอย่างจริงของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมาที่กล่าวถึงก่อนหน้า ชื่อนี้แสดงว่าผู้พูดกำลังกล่าวถึงวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่เครื่องจักรในจินตนาการ
แบบฝึกหัด
Large Hadron Collider มีหน้าที่อย่างไรในวลี like the Large Hadron Collider
- หน่วยวัดความเร็วแสง
- ชื่อยานอวกาศในจินตนาการ
- ตัวอย่างจริงของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมา
ดูคำตอบ
ตัวอย่างจริงของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมา
to accelerate tiny subatomic particles to close to light speed. วลี
4:31เพื่อเร่งอนุภาคย่อยของอะตอมขนาดจิ๋วให้เข้าใกล้ความเร็วแสงอยู่แล้ว
close to light speed: เข้าใกล้ความเร็วหนึ่งแต่ไม่เท่ากัน
ใน close to light speed คำว่า close to หมายถึงเกือบถึงค่าความเร็วหนึ่ง เป็นการบอกความใกล้เคียงของตัวเลขหรือระดับ ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ ความเร็วของอนุภาคเข้าใกล้ความเร็วแสง แต่ข้อความนี้ไม่ได้บอกว่าถึงหรือเท่ากับความเร็วแสง ในโครงสร้าง accelerate something to close to a speed คำว่า to ตัวแรกบอกผลลัพธ์ของการเร่ง ส่วน close to แสดงว่าผลลัพธ์ยังอยู่ใกล้ค่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความเร็วของรถไฟเกือบ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่ได้บอกว่าเท่ากับ 300 พอดี
- The train is traveling at exactly 300 kilometers per hour.
- The train is traveling far below 300 kilometers per hour.
- The train is traveling at close to 300 kilometers per hour.
ดูคำตอบ
The train is traveling at close to 300 kilometers per hour.
if we can develop the tools to accelerate ourselves to similar speeds, ไวยากรณ์
4:36หากเราสามารถพัฒนาเครื่องมือในการเร่งความเร็วของพวกเราไปสู่ความเร็วที่ใกล้เคียงกันได้
if we can develop...: การเสนอเงื่อนไขในอนาคตที่เป็นไปได้
If we can develop the tools เป็นการเสนอเงื่อนไขว่า ผลลัพธ์ในอนาคตขึ้นอยู่กับว่าผู้คนจะสามารถสร้างเครื่องมือที่จำเป็นได้หรือไม่ can แสดงความสามารถในทางปฏิบัติหรือความเป็นไปได้ ไม่ได้รับประกันว่าจะพัฒนาเครื่องมือนั้นได้อย่างแน่นอน อนุประโยค if นี้สร้างการให้เหตุผลแบบมีเงื่อนไข ผลลัพธ์ที่ตามมา เช่น then we may... บอกสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากเงื่อนไขเป็นจริง โดย may ทำให้ผลลัพธ์นั้นยังไม่แน่นอน then ช่วยทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ชัดขึ้น แต่ก็มักละได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอความสามารถเป็นเงื่อนไขในอนาคตที่เป็นไปได้และให้ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน
- If we can repair the sensor, the robot may work again.
- If we can repairing the sensor, the robot may work again.
- Because we repaired the sensor, the robot is definitely working again.
ดูคำตอบ
If we can repair the sensor, the robot may work again.
then we may regularly send time travelers into the future, วลี
4:39เมื่อนั้นเราก็อาจจะส่งนักเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคตได้เป็นประจำ
send time travelers into the future: โครงสร้าง send + กรรม + into
โครงสร้าง send + คนหรือสิ่งของ + into + จุดหมายหรือสภาวะ หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของนั้นเข้าไปสู่จุดหมายหรือสภาวะดังกล่าว ในที่นี้ into the future มองช่วงเวลาที่อยู่ถัดไปว่าเป็นทิศทางหรือจุดหมายของการเดินทาง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายการเคลื่อนที่จริงได้ เช่น send a satellite into orbit หรือการเปลี่ยนสภาวะ เช่น send someone into a panic
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่านักสำรวจถูกส่งไปยังช่วงเวลาที่อยู่ถัดไป?
- We may send the explorers in the future.
- We may send the explorers into the future.
- We may send the explorers from the future.
ดูคำตอบ
We may send the explorers into the future.
bringing with them tales of a long forgotten past. ไวยากรณ์
4:42แล้วให้พวกเขานำเรื่องราวของอดีตที่ถูกลืมเลือนไปนานแสนนานกลับมาด้วย
bringing with them...: อนุประโยค -ing ที่เพิ่มผลลัพธ์ซึ่งเกิดควบคู่กัน
Bringing with them... เป็นอนุประโยค -ing ที่ใช้เสริมข้อมูล โดยเพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดควบคู่กับอนุประโยคก่อนหน้าโดยไม่ต้องเริ่มประโยคสมบูรณ์ใหม่ กล่าวคือ นักเดินทางข้ามเวลาและเรื่องราวเหล่านั้นไปถึงอนาคตพร้อมกัน With them เชื่อม tales เข้ากับ time travelers โครงสร้างที่กระชับนี้ใช้แสดงได้ว่าใครบางคนมีอะไรติดตัวอยู่ขณะที่การกระทำหลักเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ bring with them ในรูป -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The hikers returned to camp, ____ enough water for everyone.
ดูคำตอบ
bringing with them