คุณแม่ตั้งครรภ์ทำวิธีไฮม์ลิคช่วยชีวิตสามีเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Inside Edition
แนะนำวิดีโอ: หญิงตั้งครรภ์ปรับวิธีทำไฮม์ลิคเมื่อสามีสำลักมอซซาเรลลาสติก หลังเขาปลอดภัย ทั้งคู่เล่าเหตุการณ์อีกครั้งและผู้สื่อข่าวลองชิมฮอตดอกแปลกนั้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “jumps into action” เป็นสำนวนและภาษาภาพพจน์ หมายถึงลงมือทันทีอย่างเด็ดขาดในเหตุฉุกเฉิน ผู้เรียนจึงไม่ตีความว่า “กระโดด” และใช้เล่าการตอบสนองที่รวดเร็วได้ 2. “Coney” คือบริบทวัฒนธรรม สื่อ และโลกจริง เป็นคำท้องถิ่นสหรัฐฯ สำหรับฮอตดอกราดซอสเนื้อแบบชิลี ช่วยให้เข้าใจอาหารและคำในเมนูเฉพาะวัฒนธรรม 3. “now that” เป็นไวยากรณ์และรูปแบบประโยคที่ใช้สถานการณ์ใหม่ซึ่งเป็นจริงแล้วเป็นเหตุของผลปัจจุบัน เชื่อมการพ้นวิกฤตกับการหัวเราะภายหลัง และช่วยบอกผลจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
digs into: เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
ในประโยคนี้ digs into หมายถึงเริ่มกินอย่างกระตือรือร้นและเจริญอาหาร คำว่า dinner ที่เป็นกรรมบอกว่าในที่นี้วลีนี้ใช้ในความหมายเกี่ยวกับการกิน คุณพ่อไม่ได้กำลังขุดจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ dig into + อาหารหรือมื้ออาหาร หากกรรมไม่ใช่อาหาร dig into ยังอาจหมายถึงเริ่มตรวจสอบหรือทำบางสิ่งอย่างจริงจังได้ จึงต้องดูกรรมเพื่อเลือกความหมายที่ตั้งใจสื่อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ dig into: After the long hike, Maya sat down and ____ her sandwich.
ดูคำตอบ
dug into
lodged in his throat: ติดแน่นอยู่ในลำคอ
ในที่นี้ is lodged in หมายถึงบางสิ่งติดแน่นอยู่ภายในสถานที่หนึ่งจนขยับหรือนำออกได้ยาก มอซซาเรลลาชีสแท่งนี้ไม่ได้เพียงแค่อยู่ในลำคอเท่านั้น คำว่า lodged ยังบ่งบอกถึงการอุดตันและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be lodged in + สถานที่ ใช้อธิบายสิ่งที่ติดเป็นลิ่มหรือฝังแน่นอยู่ในพื้นที่แคบ ช่องเปิด หรือเนื้อวัสดุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย lodge และบุพบทที่ถูกต้องเพื่อให้หมายถึงติดแน่น: The X-ray showed that a small bone was ____ the dog's throat.
ดูคำตอบ
lodged in
Now, pregnant mom jumps into action with the Heimlich maneuver, โน้ต
0:22ตอนนี้คุณแม่ตั้งครรภ์รีบลงมือช่วยด้วยวิธีไฮม์ลิก
“jumps into action”: ลงมือทันที
jumps into action เป็นสำนวนที่หมายถึง “เริ่มลงมือทำทันทีอย่างเด็ดขาด” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคุณแม่ตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์กลายเป็นเหตุฉุกเฉิน คำว่า jumps ไม่ได้หมายถึงการกระโดดจริง ๆ โครงสร้าง jump into action สื่อถึงการเปลี่ยนอย่างฉับพลันจากการเฝ้าดู รอ หรือลองวิธีอื่น ไปสู่การลงมือทำอย่างมีเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “เริ่มลงมือทำทันทีอย่างเด็ดขาด” ให้สมบูรณ์: When the fire alarm sounded, the staff ____ and guided everyone outside.
ดูคำตอบ
jumped into action
Heimlich maneuver: คำเรียกวิธีช่วยผู้สำลัก
Heimlich maneuver หรือวิธีไฮม์ลิค เป็นชื่อเรียกทั่วไปที่มาจากชื่อบุคคล หมายถึงการดันหน้าท้องที่ใช้เป็นวิธีช่วยผู้สำลักซึ่งยังมีสติและมีสิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุการปฐมพยาบาลเฉพาะอย่างที่คุณแม่เริ่มทำ ไม่ได้หมายถึงการช่วยเหลือทุกชนิดโดยทั่วไป เอกสารปฐมพยาบาลในปัจจุบันอาจใช้คำว่า abdominal thrusts ซึ่งหมายถึง “การดันหน้าท้อง” แทนชื่อ Heimlich maneuver การตอบสนองที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบุคคลและระยะของเหตุฉุกเฉิน ดังนั้นการรู้จักคำนี้จึงไม่เท่ากับมีคำแนะนำปฐมพยาบาลที่ครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ในรายงานข่าว “the Heimlich maneuver” หมายถึงอะไรอย่างเจาะจงที่สุด?
- การทำ CPR ให้ผู้ที่หมดสติ
- วิธีช่วยผู้สำลักโดยใช้การดันหน้าท้อง
- การตบหลังแบบใดก็ได้
ดูคำตอบ
วิธีช่วยผู้สำลักโดยใช้การดันหน้าท้อง
but her 6-month baby bump is in the way. โน้ต
0:25แต่ท้องที่โตจากการตั้งครรภ์ 6 เดือนของเธอขวางอยู่
6-month baby bump: ภาษาการตั้งครรภ์แบบไม่เป็นทางการและคำขยายประสม
ในประโยคนี้ baby bump เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและเป็นมิตร หมายถึงหน้าท้องที่นูนกลมจนเห็นได้ชัดระหว่างตั้งครรภ์ คำนี้หมายถึงท้องของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ได้หมายถึงก้อนนูนบนตัวทารก กลุ่มคำที่ประกอบด้วยตัวเลขและหน่วย 6-month วางหน้า baby bump เพื่อทำหน้าที่เป็นคำขยายแบบประสม ในตำแหน่งนี้ month ต้องเป็นเอกพจน์และเชื่อมด้วยยัติภังค์: a 6-month baby bump แต่เมื่อบอกระยะเวลาแยกต่างหากให้ใช้พหูพจน์: she is six months pregnant
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงท้องของผู้ที่ตั้งครรภ์หกเดือน: The photographer took pictures of her ____.
ดูคำตอบ
6-month baby bump
in the way: การบอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นอุปสรรค
In the way เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงอยู่ในตำแหน่งที่ขวางการเคลื่อนไหวหรือทำให้การกระทำยากขึ้น ในที่นี้ท้องที่นูนทำให้ไม่สามารถทำสิ่งที่ทำตามปกติได้สะดวก สำนวนนี้ไม่ได้หมายความเพียงว่าอยู่บนถนนหรือเส้นทาง สิ่งกีดขวางอาจเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ เก้าอี้อาจขวางประตู และความกลัวอาจขัดขวางการตัดสินใจ รูปแบบที่พบบ่อยคือ be in the way และ get in the way of + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสามคำที่หมายถึงขวางหรือกีดขวาง: Please move the chair; it is ____, and I cannot open the door.
ดูคำตอบ
in the way
Mom comforts the kids as dad catches his breath. สำนวน
0:41คุณแม่ปลอบลูก ๆ ขณะที่คุณพ่อพยายามหายใจให้เป็นปกติ
catch one's breath: พักให้หายใจเป็นปกติ
ในประโยคนี้ catches his breath หมายถึงลมหายใจของพ่อกำลังกลับมาเป็นปกติหลังจากหายใจลำบาก คำว่า catch ไม่ได้ใช้ในความหมายตรงตัวตามปกติว่า “จับ” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ catch + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + breath โดยคำแสดงความเป็นเจ้าของต้องตรงกับบุคคล เช่น I catch my breath, she catches her breath และ they catch their breath
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ catch one's breath: After the final lap, Nina sat down to ____.
ดูคำตอบ
catch her breath
choke on something: ระบุสิ่งที่ขวางการหายใจ
Choking on a mozzarella stick หมายถึงอาหารติดอยู่ในลำคอหรือทางเดินหายใจจนทำให้หายใจลำบาก วลีนี้ระบุสิ่งที่ทำให้เกิดการสำลักทางกายภาพ ใช้รูปแบบ choke on + อาหารหรือสิ่งของ เช่น choke on a grape, choked on a bone หรือ is choking on a toy part ในความหมายนี้ใช้ on ไม่ใช่ with เพื่อนำหน้าสิ่งของที่ทำให้สำลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ choke on: During lunch, Leo suddenly ____ a grape.
ดูคำตอบ
choked on
the heck ในคำถามที่มีอารมณ์
ใน What the heck happened? คำว่า the heck ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดหรือเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่ใช้เน้นคำถาม What happened? เพื่อแสดงความตกใจ ความสับสน หรือความไม่พอใจ คำนี้เป็นคำแทนคำสบถที่เบากว่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำแสดงคำถาม + the heck...” เช่น Where the heck...? หรือ Why the heck...? เมื่อผู้พูดต้องการเพิ่มอารมณ์ให้คำถามแบบไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
คำถามใดแสดงความประหลาดใจอย่างมากด้วยวิธีที่ไม่เป็นทางการแต่ค่อนข้างเบา?
- What the hell happened?
- What happened?
- What the heck happened?
ดูคำตอบ
What the heck happened?
kind of ในฐานะคำช่วยลดน้ำหนักในการพูด
ใน It's kind of my go-to คำว่า kind of ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความ ผู้พูดหมายความว่านี่คือสิ่งที่ตนมักเลือก แต่พูดให้เป็นเพียงสิ่งที่ค่อนข้างจริง ไม่ใช่ความจริงแบบไม่มีข้อยกเว้น ในที่นี้ kind of เป็นคำช่วยลดน้ำหนักในการสนทนาที่วางหน้าวลี ไม่ใช่โครงสร้างจัดประเภทคำนาม a kind of + คำนาม การลดน้ำหนักแบบนี้ทำให้ความคิดเห็น คำบรรยาย และการยอมรับบางเรื่องฟังดูไม่แข็งเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ kind of เพื่อทำให้ความชอบฟังดูไม่เด็ดขาดเกินไป?
- I kind of prefer the blue one, but both are fine.
- Silk is a kind of fabric.
- I definitely prefer the blue one, and I will not change my mind.
ดูคำตอบ
I kind of prefer the blue one, but both are fine.
my go-to: ตัวเลือกแรกที่ไว้ใจได้
ในที่นี้ my go-to หมายถึงอาหารที่ผู้พูดมักเลือกก่อน เพราะคุ้นเคยและไว้ใจได้ คำนามอย่าง choice หรือ meal ถูกละไว้ เนื่องจากบริบททำให้รู้ชัดว่ากำลังพูดถึงอาหาร a go-to สามารถใช้เป็นคำนามเดี่ยว ๆ เพื่อหมายถึงคน สถานที่ สิ่งของ หรือตัวเลือกที่พึ่งพาเป็นประจำ เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าเป็นคำประสมคำเดียว ไม่ใช่วลีกริยา go to ที่หมายถึงการไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยนามวลีที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึง “ตัวเลือกประจำที่ไว้ใจได้ของฉัน”: When I need a quick lunch, the café across the street is ____.
ดูคำตอบ
my go-to
He layers the mozzarella stick on top of the Coney วัฒนธรรม
0:58เขาวางมอซซาเรลลาสติกไว้บนโคนีย์ด็อก
Coney: คำเรียกอาหารเฉพาะถิ่นของสหรัฐฯ
ในที่นี้ Coney เป็นคำเรียกอาหารเฉพาะถิ่นของสหรัฐฯ หมายถึงฮอตด็อกที่ราดซอสเนื้อปรุงรส ส่วนเครื่องอื่น ๆ จะแตกต่างกันตามรูปแบบของแต่ละท้องถิ่น คำอธิบายก่อนหน้านี้ว่า chili cheese dog ยืนยันว่า Coney คือฮอตด็อกที่อยู่ใต้แท่งมอซซาเรลลา ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง Coney Island หรือความหมายเก่าของ coney ที่แปลว่า “กระต่าย” บนเมนู คำเกี่ยวกับอาหารที่อยู่รอบ ๆ จะช่วยบอกว่า Coney เป็นชื่อเมนูอาหาร
แบบฝึกหัด
บนเมนูท้องถิ่นของสหรัฐฯ Coney ในประโยค “I ordered a Coney with onions” น่าจะเป็นชื่อของอะไรที่สุด?
- ฮอตด็อกที่ราดซอสเนื้อปรุงรส
- การเดินทางไป Coney Island
- เนื้อกระต่ายหนึ่งจาน
ดูคำตอบ
ฮอตด็อกที่ราดซอสเนื้อปรุงรส
cuts it up: ความหมายและตำแหน่งของคำสรรพนาม
ในประโยคนี้ cuts it up หมายถึงหั่นแท่งชีสให้เป็นชิ้นเล็กลง คำอนุภาค up เพิ่มความหมายว่าแบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นหลายชิ้น ไม่ได้หมายถึง “ขึ้นข้างบน” cut up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค คือ cut it up แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง cut up the cheese และ cut the cheese up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย cut up โดยวางคำสรรพนาม it ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: Before adding the apple to the salad, use a knife to ____ into small pieces.
ดูคำตอบ
cut it up
Say what? ในฐานะปฏิกิริยาแสดงความประหลาดใจ
Say what? เป็นปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการที่แสดงความประหลาดใจ ไม่อยากเชื่อ หรือช็อกต่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ในบริบทนี้ ผู้พูดมีปฏิกิริยาราวกับถามว่า “ฉันได้ยินไม่ผิดจริง ๆ ใช่ไหม” ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายพูดคำว่า what ตามความหมายตรงตัว เมื่อใช้ด้วยน้ำเสียงหรือบริบทอื่น ก็อาจเป็นการขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำได้ แต่ในที่นี้หน้าที่ที่ตั้งใจคือแสดงความประหลาดใจ การเข้าใจว่านี่เป็นคำตอบในการสนทนาที่สมบูรณ์จะช่วยป้องกันการตีความแบบคำต่อคำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกคุณว่า “I put ice cream on my pizza.” คำตอบใดแสดงความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่อแบบไม่เป็นทางการได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- Say what?
- Could you repeat that, please?
- Please say the word what.
ดูคำตอบ
Say what?
Time for + นามวลี เพื่อประกาศกิจกรรมถัดไป
Time for + นามวลี เป็นรูปแบบสั้น ๆ ในภาษาพูดที่ใช้ประกาศว่ากิจกรรมที่กล่าวถึงควรเริ่มได้แล้ว แม้จะไม่พูด It's แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็น It's time for ... ในที่นี้ a bite หมายถึงการกินหนึ่งคำหรือกัดหนึ่งคำ ประโยคนี้จึงบอกการเปลี่ยนจากการเตรียมอาหารไปสู่การชิมอาหาร ส่วน bite ไม่ได้หมายถึงบาดแผลที่เกิดจากการถูกกัด
แบบฝึกหัด
เติมประกาศแบบเป็นกันเองให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Time for + นามวลี: We've finished this lesson. ____ a short break.
ดูคำตอบ
Time for
a mouthful: อาหารคำใหญ่เต็มปาก หรือถ้อยคำที่พูดยาก
ในฉากการกินนี้ a mouthful หมายถึงปริมาณอาหารที่อยู่ในปากในคราวเดียว การเรียกคำที่กัดไปว่า a mouthful สื่อว่าปากเต็มมากจนมักทำให้พูดหรือเคี้ยวได้ไม่สะดวก เมื่อประธานเป็นคำ ชื่อ หรือวลี a mouthful อาจหมายถึงสิ่งที่ยาวผิดปกติหรือพูดได้ยาก บริบทเป็นตัวเลือกความหมาย โดยเบาะแสเรื่องอาหารและการกินชี้ไปที่ปริมาณในปาก ส่วนเบาะแสเรื่องการพูดและการตั้งชื่อชี้ไปที่ถ้อยคำที่พูดยาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการถูกสัตว์กัด
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: After one huge bite, Leo covered his mouth and said, "That's a mouthful." ในที่นี้ a mouthful หมายถึงอะไร?
- ชื่อยาวที่ออกเสียงยาก
- อาหารปริมาณหนึ่งที่เต็มปาก
- บาดแผลที่เกิดจากฟันของสัตว์
ดูคำตอบ
อาหารปริมาณหนึ่งที่เต็มปาก
go to swallow เมื่อเพิ่งพยายามเริ่มทำสิ่งหนึ่ง
ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการนี้ go to swallow หมายถึง “เริ่มกลืนหรือพยายามกลืน” ผู้พูดละประธาน I ที่ซ้ำกันไป โดยเข้าใจเต็ม ๆ ได้ว่า I was chewing it up, [I] go to swallow การใช้นี้มักเกริ่นถึงการกระทำที่เพิ่งเริ่มแล้วถูกขัดจังหวะทันที หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดตามมา ไม่ได้หมายถึงการไปยังสถานที่อื่นเพื่อกลืน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “I go to swallow, but it gets stuck,” คำว่า “go to swallow” หมายถึงอะไร
- ฉันเริ่มกลืนหรือพยายามกลืน
- ฉันคาดการณ์ว่าคนอื่นจะกลืน
- ฉันเดินทางไปที่อื่นเพื่อจะได้กลืน
ดูคำตอบ
ฉันเริ่มกลืนหรือพยายามกลืน
went down ในความหมายว่าผ่านลงไปในลำคอ
ในที่นี้ The other part คือประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้ went down หมายความว่าชิ้นอาหารนั้นผ่านลงไปในลำคอและถูกกลืน down บรรยายเส้นทางลงไปตามลำคอ ไม่ใช่การลดระดับหรือตกลงโดยทั่วไป โครงสร้างอกรรมกริยาแบบเดียวกันนี้ใช้ได้บ่อยกับอาหาร เครื่องดื่ม และยา เช่น something goes down และมักใช้ร่วมกับคำวิเศษณ์อย่าง easily หรือ slowly
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go down เพื่อสื่อว่ายาเม็ดผ่านลงไปในลำคอ: “After a sip of water, the pill ____ easily.”
ดูคำตอบ
went down
were attached by the melted cheese: จุดเน้นของกรรมวาจกและ by
Were attached เป็นโครงสร้างกรรมวาจกในอดีตแบบ simple past: were + คำกริยาช่องสาม attached โดยนำสิ่งของสองชิ้นที่ they แทนถึงมาเป็นประธาน และเน้นสภาพที่ทั้งสองเชื่อมติดกัน By the melted cheese ระบุสิ่งที่ทำให้หรือคงการเชื่อมติดนั้นไว้ ตรงนี้ by หมายถึงด้วยผลหรือแรงจาก ไม่ใช่ข้าง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + was/were + คำกริยาช่องสาม + by + สาเหตุ ผู้กระทำ หรือวิธีการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกในอดีตแบบ simple past ของ attach และคำบุพบทที่ใช้กล่าวถึงวัสดุเชื่อม: The two cardboard pieces ____ a strip of tape.
ดูคำตอบ
were attached by
went like this: ใช้นำเข้าสู่การสาธิต
ในการเล่าเรื่องแบบภาษาพูด went like this ไม่ได้หมายถึงเดินทางไปที่ใด แต่หมายถึงทำท่า ส่งเสียง หรือพูดในลักษณะที่กำลังจะแสดงให้ดู โดยผู้พูดเติมเนื้อหาที่ขาดไปด้วยการเลียนแบบท่าทาง สีหน้า เสียง หรือคำพูด ใช้ went เพราะเรื่องเกิดขึ้นในอดีต ส่วน this ชี้ไปยังการสาธิตที่เกิดขึ้นพร้อมกับคำพูด ดังนั้นผู้ฟังต้องใช้สิ่งที่มองเห็นหรือได้ยินเพื่อเข้าใจว่าสื่อถึงอะไร
แบบฝึกหัด
ระหว่างเล่าเรื่อง Leo เลียนแบบท่าทางมือแปลก ๆ และพูดว่า “Then she went like this.” ในที่นี้ went like this หมายความว่าอะไร
- ผู้พูดกำลังสาธิตท่าทางที่เธอทำ
- เธอเคลื่อนเข้าใกล้สถานที่ที่คล้ายกัน
- เธอเดินไปในทิศทางที่ผู้พูดกำลังชี้
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังสาธิตท่าทางที่เธอทำ
ใช้ I was like, เพื่อนำเสนอปฏิกิริยาในอดีต
ในประโยคนี้ I was like ใช้นำเสนอปฏิกิริยาทันทีของผู้พูด คือ “Oh no.” ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ be like สามารถนำเข้าสิ่งที่ใครบางคนพูด คิด หรือแสดงออกเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ได้ ข้อความหลัง be like มักเป็นการจำลองเหตุการณ์อย่างมีชีวิตชีวา ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดที่ตรงทุกคำ ที่นี่วลีนี้เปลี่ยนจากการบรรยายเหตุการณ์ไปเป็นการแสดงปฏิกิริยาของผู้พูดโดยตรง
แบบฝึกหัด
ใน "When the lights went out, I was like, 'What happened?'" คำว่า I was like ทำหน้าที่อะไร?
- หมายความว่าผู้พูดชอบสถานการณ์นั้น
- บอกว่าผู้พูดมีรูปลักษณ์คล้ายกับอีกคนหนึ่ง
- ใช้จำลองปฏิกิริยาของผู้พูดอย่างมีชีวิตชีวา
ดูคำตอบ
ใช้จำลองปฏิกิริยาของผู้พูดอย่างมีชีวิตชีวา
Cuz I'm slapping his back trying to help him. การใช้คำ
1:32เพราะฉันกำลังตบหลังเขา พยายามจะช่วยเขาอยู่
Cuz การสะกด because แบบไม่เป็นทางการอย่างมาก
Cuz เป็นการสะกดแบบไม่เป็นทางการอย่างมากที่ใช้แทน because ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ ที่นี่คำนี้นำเสนอเหตุผลของการกระทำก่อนหน้า คือผู้พูดตบหลังเขาเพราะเธอกำลังพยายามช่วยเขา เมื่ออยู่ต้นประโยค Cuz สามารถเชื่อมคำอธิบายเข้ากับสิ่งที่เพิ่งพูดไปได้เช่นเดียวกับ because การสะกดนี้บ่งบอกน้ำเสียงที่จงใจให้เป็นกันเอง ไม่ได้มีความหมายเชิงเหตุผลต่างออกไป
แบบฝึกหัด
การเขียน Cuz แบบนี้เป็นธรรมชาติในบริบทใด?
- จดหมายสมัครงาน
- รายงานวิจัยที่เป็นทางการ
- ข้อความแบบสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท
ดูคำตอบ
ข้อความแบบสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท
In a millisecond: การกล่าวเกินจริงเพื่อสื่อความเร่งด่วน
ในประโยคนี้ In a millisecond เป็นการกล่าวเกินจริง หมายความว่าผู้พูดแทบไม่มีเวลาคิดก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไร ไม่ได้หมายความว่ามีใครจับเวลาได้หนึ่งมิลลิวินาทีพอดี ในการเล่าเรื่อง มักใช้หน่วยเวลาที่สั้นมากเพื่อเพิ่มความเร่งด่วน ควรเข้าใจวลีนี้ว่าแทบจะทันที เว้นแต่บริบทจะเกี่ยวกับการจับเวลาทางวิทยาศาสตร์หรือเทคนิคอย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
In a millisecond ในที่นี้สื่อความหมายอะไร?
- เธอรอสักครู่เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
- เธอวัดเวลาได้หนึ่งในพันวินาทีพอดี
- เธอแทบไม่มีเวลาคิดก่อนลงมือทำ
ดูคำตอบ
เธอแทบไม่มีเวลาคิดก่อนลงมือทำ
like ในฐานะคำเติมในคำพูดที่ไม่ได้เตรียมไว้
like ในที่นี้เป็นคำเติมที่ผู้พูดใช้ระหว่างกำลังเรียบเรียงประโยค ช่วยให้คำพูดฟังนุ่มนวลขึ้นและแสดงความลังเล ไม่ได้หมายถึงชอบและไม่ได้ใช้เพื่อนำเข้าสู่การเปรียบเทียบ เมื่อฟัง ให้ตัด like ออกในใจแล้วมุ่งที่ใจความว่าผู้พูดพยายามทำบางอย่าง คำเติมอาจขัดจังหวะโครงสร้างไวยากรณ์ของคำพูดที่ไม่ได้เตรียมไว้ แต่ไม่เปลี่ยนใจความหลัก
แบบฝึกหัด
ในประโยค so I like try to do it, like ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าผู้พูดชอบการลองทำสิ่งนั้น
- ใช้เติมช่วงที่ผู้พูดลังเลขณะเรียบเรียงประโยค
- เปรียบเทียบการลองทำกับการกระทำอีกอย่างหนึ่ง
ดูคำตอบ
ใช้เติมช่วงที่ผู้พูดลังเลขณะเรียบเรียงประโยค
and then I realize ในฐานะจุดเปลี่ยนของเรื่อง
“And then” วางช่วงเวลาถัดไปไว้หลังสิ่งที่เล่ามาแล้ว ส่วน “I realize” แสดงถึงความเข้าใจใหม่ เมื่อนำมารวมกัน “and then I realize” จะบอกผู้ฟังว่าเรื่องราวกำลังเปลี่ยนจากการลองทำหรือข้อสันนิษฐาน ไปสู่การที่ผู้พูดค้นพบว่าต้องเปลี่ยนอะไร ในที่นี้ “realize” หมายถึง “ตระหนักหรือเข้าใจ” ไม่ใช่ “ทำให้แผนสำเร็จ” การใช้รูปปัจจุบัน “I realize” ทำให้เรื่องเล่าในอดีตดูเหมือนเกิดขึ้นตรงหน้าได้ หากเล่าเรื่องด้วยอดีตกาลอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ “and then I realized” ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคเล่าเรื่อง “I try the front door, and then I realize I left my keys at work,” วลี “and then I realize” ทำหน้าที่อะไร
- ผู้พูดเพียงเรียงเหตุการณ์โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านความเข้าใจ
- ผู้พูดเกิดความเข้าใจใหม่หลังจากการกระทำก่อนหน้า
- ผู้พูดทำตามแผนได้สำเร็จ
ดูคำตอบ
ผู้พูดเกิดความเข้าใจใหม่หลังจากการกระทำก่อนหน้า
now that สำหรับเหตุผลที่เพิ่งกลายเป็นจริง
“Now that” นำเสนอสถานการณ์ที่กลายเป็นจริงแล้ว และแสดงสถานการณ์นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ใจความในประโยคหลักเป็นไปได้หรือเหมาะสม โครงสร้างคือ now that + อนุประโยค, ประโยคหลัก ในประโยคนี้ การอยู่ “on the other side” หมายถึงเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจได้จบลงแล้ว เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป พวกเขาจึงหัวเราะกับเรื่องนั้นได้ในตอนนี้ คำเชื่อมนี้ทำงานเป็นหน่วยเดียว ไม่ได้หมายถึงเพียง “ณ ตอนนี้ + that”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่นำเสนอสถานการณ์ซึ่งเพิ่งกลายเป็นจริงให้เป็นเหตุผล: “____ the road has reopened, we can take the shorter route.”
ดูคำตอบ
Now that
on the other side ในฐานะอุปลักษณ์ของการผ่านพ้นความยากลำบาก
ในประโยคนี้ on the other side เป็นอุปลักษณ์เกี่ยวกับการเดินทาง ผู้พูดมองเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจว่าเป็นสิ่งที่ได้เดินทางผ่านพ้นมาแล้ว กล่าวคือ ช่วงที่อันตรายหรือยากที่สุดจบลงแล้ว จึงสามารถมองย้อนกลับไปจากจุดที่ค่อนข้างปลอดภัยได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอีกฝั่งหนึ่งในเชิงสถานที่หรือโลกหลังความตาย โครงสร้าง be on the other side ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ทำให้ความยากลำบากดูเหมือนเขตแดนหรือทางผ่าน และมักบอกถึงการเปลี่ยนจากช่วงที่กำลังอดทนไปสู่ช่วงที่มองย้อนกลับมาคิดถึงมัน
แบบฝึกหัด
ในบริบทใหม่ ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: After months of treatment, she's finally on the other side.
- ช่วงที่ยากที่สุดของการรักษาผ่านไปแล้ว
- เธอกำลังพิจารณาข้อโต้แย้งอีกแบบหนึ่ง
- เธอย้ายไปอยู่อีกฝั่งของห้อง
ดูคำตอบ
ช่วงที่ยากที่สุดของการรักษาผ่านไปแล้ว
Have a little laugh: หัวเราะเบา ๆ เล็กน้อย
Have a laugh เป็นโครงสร้างทั่วไปแบบ have + คำนามที่บอกกิจกรรม หมายถึงการหัวเราะหรือมองว่าสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องน่าขำ ในบริบทนี้ ผู้พูดสามารถมองย้อนกลับไปยังเหตุการณ์นั้นด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อยได้ เพราะอันตรายตรงหน้าได้ผ่านพ้นไปแล้ว A little ช่วยทำให้น้ำเสียงเบาลง โดยสื่อถึงการหัวเราะสั้น ๆ อย่างพอประมาณ ไม่ใช่การหัวเราะเสียงดังหรือการลดทอนความร้ายแรงของสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้น have a little laugh จึงเหมาะเมื่ออยากทำให้บรรยากาศผ่อนคลายโดยไม่สื่อว่าประสบการณ์ร้ายแรงนั้นไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “แบ่งปันช่วงเวลาขำขันสั้น ๆ อย่างพอประมาณ”: After the tense meeting ended, we could ____ about the mix-up.
ดูคำตอบ
have a little laugh
This is not happening right now เพื่อแสดงความไม่อยากเชื่อทางอารมณ์
ในที่นี้ “This is not happening right now” ไม่ใช่การกล่าวอย่างใจเย็นว่าเหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ผู้พูดมองเห็นว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น แต่ตกใจมากจนไม่อาจยอมรับมันได้ในทางอารมณ์ “Right now” ทำให้ปฏิกิริยานั้นเป็นเรื่องของขณะนี้ทันที ผู้พูดรับไม่ได้ว่าวิกฤตกำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้พอดี ในสถานการณ์อื่น รูปประโยคเดียวกันนี้ใช้แสดงความไม่อยากเชื่ออย่างฉับพลันเมื่อเกิดเรื่องที่หนักหนาหรือเกิดผิดจังหวะอย่างมากได้
แบบฝึกหัด
ที่สนามบิน มายาเห็นว่าเที่ยวบินถูกยกเลิกก่อนขึ้นเครื่องเพียงไม่กี่นาทีและพูดว่า “This is not happening right now.” เธอน่าจะหมายความว่าอย่างไร
- เธอตกใจและไม่อาจยอมรับสถานการณ์นั้นได้ในทางอารมณ์
- เธอเชื่อว่าไม่ได้มีการยกเลิกเที่ยวบิน
- เธอกำลังถามว่าการยกเลิกจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ
เธอตกใจและไม่อาจยอมรับสถานการณ์นั้นได้ในทางอารมณ์
going out ในฐานะคำเลี่ยงแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงตาย
ใน “the way Dan's going out” คำว่า going out หมายถึงการตาย อันตรายในฉากทำให้ความหมายนี้ชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าแดนกำลังออกจากบ้าน “The way ... is going out” เน้นวิธีที่คนคนหนึ่งอาจตาย การใช้คำนี้ช่วยลดความตรงของคำว่า die และยังสร้างอารมณ์ขันมืดมนหรือน้ำเสียงที่ไม่ยอมแพ้ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ระหว่างการช่วยเหลือที่อันตราย นักดับเพลิงคนหนึ่งพูดว่า “This is not the way I'm going out.” going out น่าจะหมายถึงอะไร
- ปิดไฟ
- ตายในสถานการณ์นี้
- ออกไปงานสังคม
ดูคำตอบ
ตายในสถานการณ์นี้