คุณจะผ่านการทดสอบกระเป๋าสตางค์นี้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: การทดลองภาคสนามทั่วโลกโดยใช้กระเป๋าสตางค์ที่ทำเป็นของหายตรวจสอบว่าเงินทำให้คนซื่อสัตย์น้อยลงหรือไม่ ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาด กระเป๋าที่มีเงินสดกลับได้รับการแจ้งมากกว่า และอัตราการแจ้งเพิ่มขึ้นอีกเมื่อจำนวนเงินใกล้ 100 ดอลลาร์ ผลลัพธ์ชี้ว่าภาพลักษณ์ทางศีลธรรมที่คนมีต่อตนเองและความห่วงใยเจ้าของอาจมีน้ำหนักมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนเพียงอย่างเดียว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Picture this. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตได้ว่านี่คือกลวิธีเปิดเรื่องที่ชวนผู้ฟังสร้างภาพเหตุการณ์ในใจ คุณสามารถใช้เพื่อเกริ่นสถานการณ์สมมติอย่างมีชีวิตชีวาในเรื่องเล่าหรือการนำเสนอ โดยไม่เข้าใจคำว่า picture ว่าหมายถึงรูปถ่ายตามตัวอักษร 2. let themselves off the hook — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจความหมายว่าอนุญาตให้ตนเองพ้นจากความผิด ความรับผิดชอบ หรือความรู้สึกผิด ในที่นี้สำนวนอธิบายการหาเหตุผลเข้าข้างตนเองเมื่อนำเงินจำนวนเล็กน้อยไป และยังใช้สนทนาเรื่องการแก้ตัวให้ตนเองกับความรับผิดได้ 3. when the financial stakes are higher, so is — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ระบุการกลับคำใน so is ซึ่งใช้บอกอย่างกระชับว่าปัจจัยที่สองเพิ่มขึ้นตามปัจจัยแรก คุณสามารถนำโครงสร้างเปรียบเทียบแบบขนานนี้ไปเชื่อมเงื่อนไขสองอย่างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องกล่าวภาคแสดงทั้งหมดซ้ำ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Picture this: ชวนผู้ฟังให้นึกภาพฉากหนึ่ง
Picture this เป็นประโยคคำสั่งที่หมายถึง “สร้างภาพฉากนี้ขึ้นมาในใจ” ในที่นี้ picture เป็นคำกริยา และ this ชี้ไปยังสถานการณ์ที่ผู้เล่ากำลังจะบรรยาย ไม่ได้ขอให้ถ่ายรูป เมื่อใช้เป็นประโยคเปิดเพื่อดึงความสนใจ สำนวนนี้จะบอกผู้ฟังว่าควรรับข้อมูลต่อไปอย่างไร นั่นคือให้นึกว่าตัวเองอยู่ในฉากนั้นก่อนที่เรื่องราวหรือคำอธิบายจะดำเนินต่อ
แบบฝึกหัด
ในตอนต้นของเรื่องเล่านี้ Picture this. ขอให้ผู้ฟังทำอะไร?
- นึกภาพฉากที่จะกล่าวถึงต่อไป
- ดูภาพที่แสดงไปแล้ว
- ถ่ายรูปวัตถุนั้น
ดูคำตอบ
นึกภาพฉากที่จะกล่าวถึงต่อไป
working a slow shift: เข้าเวรในช่วงที่ไม่ค่อยยุ่ง
To work a shift หมายถึงการเข้าเวรหรือทำงานตามช่วงเวลาที่กำหนด ใน working a slow shift คำว่า slow ขยาย shift โดยบอกว่ามีลูกค้า คำขอ หรืองานน้อย สถานที่ทำงานจึงไม่ยุ่ง สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นทำงานช้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ work + a/an + คำบรรยาย + shift เช่น work a night shift หรือ work a busy shift
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ work a slow shift: Because only two customers came in, I ____ at the café yesterday.
ดูคำตอบ
worked a slow shift
but they're in a rush and don't have time to follow up. โน้ต
0:19แต่พวกเขากำลังรีบและไม่มีเวลาจัดการ
in a rush: กำลังเจอแรงกดดันด้านเวลา
“In a rush” หมายถึงมีเวลาน้อยมากและต้องรีบทำสิ่งต่าง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงไม่มีเวลาทำขั้นตอนต่อไป รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ be in a rush เช่นใน “they’re in a rush”
แบบฝึกหัด
เรียง in, a และ rush ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We cannot stop now because we are ____.
ดูคำตอบ
in a rush
follow up: ดำเนินการขั้นต่อไป
ในที่นี้ “follow up” หมายถึงการดำเนินการต่อหลังจากขั้นตอนแรก เช่น ตรวจสอบ ติดต่อใครบางคน หรือจัดการเรื่องนั้นต่อ ประโยคนี้บอกว่าพวกเขาไม่มีเวลาทำขั้นตอนต่อไปดังกล่าว ในฐานะกริยาวลี ความหมายไม่ได้เกิดจากการนำ “follow” มารวมกับทิศทาง “up” แบบตรงตัว แนวคิดสำคัญคือการจัดการหรือตรวจสอบต่อหลังจากมีบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ในอีเมลที่ทำงาน “I’ll follow up on your request tomorrow” หมายความว่าอย่างไร?
- พรุ่งนี้ฉันจะยกเลิกคำขอของคุณ
- พรุ่งนี้ฉันจะเดินตามหลังคำขอของคุณ
- พรุ่งนี้ฉันจะตรวจสอบหรือดำเนินการเกี่ยวกับคำขอของคุณ
ดูคำตอบ
พรุ่งนี้ฉันจะตรวจสอบหรือดำเนินการเกี่ยวกับคำขอของคุณ
They ask if you can handle it and then run off. โน้ต
0:23พวกเขาถามว่าคุณช่วยจัดการให้ได้ไหมแล้วก็วิ่งออกไป
can handle it: จัดการปัญหาหรืองาน
ใน can handle it คำว่า handle หมายถึงรับมือกับงาน ปัญหา หรือสถานการณ์ และรับผิดชอบจัดการ ไม่ได้หมายถึงจับสิ่งของตรงหูจับจริง ๆ คำสรรพนาม it ชี้กลับไปยังเรื่องที่กำลังพูดถึง การถามว่าใคร can handle it เป็นการถามว่าคนนั้นสามารถดูแลจัดการเรื่องนั้นได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ handle it ในความหมายว่า “จัดการปัญหาหรืองาน”
- I can hold the handle while you call the technician.
- I can label it while you call the technician.
- I can handle it while you call the technician.
ดูคำตอบ
I can handle it while you call the technician.
run off: จากไปอย่างรวดเร็ว
ตรงนี้ run off หมายถึงออกจากสถานที่อย่างรวดเร็วและมักเกิดขึ้นกะทันหัน คำว่า off เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกห่างจากจุดที่อยู่ จึงเน้นการจากไป ไม่ใช่เพียงการวิ่ง คนคนนั้นอาจวิ่งจริง ๆ หรือเพียงรีบออกไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับฉาก ในประโยคนี้ then แสดงว่าพวกเขาถามคำถามแล้วจากไปทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ run off ในความหมายว่า “ออกจากสถานที่อย่างรวดเร็ว”
- Mia ran away from a dangerous dog.
- Mia ran three laps around the track.
- After saying goodbye, Mia ran off to catch her bus.
ดูคำตอบ
After saying goodbye, Mia ran off to catch her bus.
about $13 and three business cards with a name and email
0:30เงินประมาณ 13 ดอลลาร์ และนามบัตรสามใบที่มีชื่อและอีเมล
you assume belong to the wallet's owner. ไวยากรณ์
0:35ซึ่งคุณสันนิษฐานว่าเป็นของเจ้าของกระเป๋าสตางค์
Looking at the wallet, ...: วลี -ing ต้นประโยค
Looking at the wallet เป็นวลี -ing ต้นประโยคที่บอกการกระทำเบื้องหลังก่อนเข้าสู่ประโยคหลักซึ่งเริ่มด้วย you see ทำให้ประโยคกระชับขึ้น โดยหมายถึงขณะที่คุณมองดูกระเป๋าสตางค์ คุณก็สังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ประธานที่เข้าใจได้ของ looking คือประธานของประโยคหลัก คือ you โครงสร้างนี้เชื่อมการกระทำเบื้องหลังกับสิ่งที่คนคนเดียวกันสังเกตเห็นหรือทำ
แบบฝึกหัด
ใช้ look at the map เป็นวลี -ing ต้นประโยคเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, I noticed a shorter route.
ดูคำตอบ
Looking at the map
you assume belong to: การคาดคะเนที่แทรกหลังคำนาม
ในที่นี้ you assume แทรกอยู่ในส่วนที่ขยาย a name and email หากเขียนให้เต็มจะเป็น a name and email that you assume belong to the wallet's owner ซึ่งหมายถึงตามการคาดคะเนของคุณ ชื่อกับอีเมลนั้นเป็นของเจ้าของกระเป๋าสตางค์ ประธานที่เข้าใจได้ของ belong คือ a name and email ส่วน you เป็นเพียงประธานของ assume ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นของใคร เมื่อต้องแยกโครงสร้างคล้ายกัน ให้หาคำนามหน้าส่วนขยายก่อน แล้วอ่าน think, assume หรือ say ว่าเป็นการแสดงความคิดต่ออนุประโยคที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ในประโยค I found a label I assume belongs to Jordan ประธานของ belongs คืออะไร?
- I
- Jordan
- a label
ดูคำตอบ
a label
What do you do? ในฐานะคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์
ในตอนนี้ what do you do? เป็นการถามให้ผู้ชมเลือกการกระทำภายในสถานการณ์ที่เพิ่งเล่าไป ความหมายคือ “คุณจะเลือกทำอะไร?” ไม่ใช่การขอข้อมูลข้อเท็จจริง คำถามตรง ๆ ในรูปปัจจุบันทำให้ฉากดูเหมือนกำลังเกิดขึ้น ผู้ชมจึงไม่ใช่เพียงผู้ฟัง แต่กลายเป็นคนที่กำลังเผชิญการตัดสินใจนั้นในใจ
แบบฝึกหัด
หลังจากบรรยายทางเลือกด้านศีลธรรม ผู้เล่าถามว่า “What do you do?” ผู้เล่ากำลังถามอะไร?
- คุณจะเลือกทำอะไรในสถานการณ์นั้น?
- ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่?
- คุณทำงานอะไร?
ดูคำตอบ
คุณจะเลือกทำอะไรในสถานการณ์นั้น?
becoming unwitting participants in a massive study of honesty. การใช้คำ
0:49กลายเป็นผู้เข้าร่วมโดยไม่รู้ตัวในการศึกษาขนาดใหญ่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์
were faced with this choice: โครงสร้างแบบถูกกระทำ be faced with
Were faced with this choice เป็นรูปอดีตแบบถูกกระทำของ be faced with หมายความว่าพนักงานถูกนำไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องจัดการกับทางเลือกนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าพวกเขาเลือกตัวเลือกใด โครงสร้าง be faced with + คำนาม มักใช้กล่าวถึงสิ่งที่ต้องมีการรับมือ เช่น ทางเลือก ปัญหา ความท้าทาย หรือการตัดสินใจ มุมมองแบบถูกกระทำทำให้สถานการณ์ดูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาตั้งใจไปหาเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบถูกกระทำที่หมายถึง “ต้องรับมือกับทางเลือกที่ยาก”: The team ____ a difficult choice.
ดูคำตอบ
was faced with
unwitting participants: ผู้เข้าร่วมที่ไม่รู้ตัว ไม่ใช่ผู้ที่ไม่เต็มใจ
unwitting participants คือคนที่มีส่วนร่วมในบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว ในที่นี้ unwitting ขยายคำว่า participants กล่าวคือ พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาจริง แต่ไม่รู้ว่าตนเองมีส่วนร่วมอยู่ ใจความสำคัญคือการไม่รับรู้ ไม่ใช่การไม่เต็มใจ แม้ไม่มีใครถามว่าต้องการเข้าร่วมหรือไม่ คนคนนั้นก็อาจเป็น unwitting participant ได้หากถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “คนที่เข้าร่วมโดยไม่รู้ตัว” ลงในประโยค: The shoppers were ____ in the store's layout test.
ดูคำตอบ
unwitting participants
But to understand..., we need to...: การเกริ่นข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น
ประโยคนี้จัดลำดับคำอธิบายเป็นสองขั้น ขั้นแรก But to understand... ระบุเป้าหมายของการทำความเข้าใจและส่งสัญญาณว่าต้องมีข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง จากนั้น we need to... ระบุขั้นตอนที่จำเป็น คือการนิยาม honesty เมื่อรวมกัน สองส่วนนี้อธิบายเหตุผลที่ต้องหยุดประเด็นหลักไว้ชั่วครู่และพาผู้ฟังเข้าสู่คำจำกัดความ But ในที่นี้บอกการเปลี่ยนทิศทางของคำอธิบาย ไม่ใช่เพียงการโต้แย้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในคำอธิบาย?
- อธิบายว่าเหตุใดจึงต้องนิยามความซื่อสัตย์ก่อนดำเนินการอภิปรายต่อ
- ปฏิเสธหัวข้อก่อนหน้าและเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- บอกผลลัพธ์สุดท้ายของการศึกษาเรื่องความซื่อสัตย์
ดูคำตอบ
อธิบายว่าเหตุใดจึงต้องนิยามความซื่อสัตย์ก่อนดำเนินการอภิปรายต่อ
think of X in terms of Y: เข้าใจ X จากมุมมองของ Y
think of X in terms of Y หมายถึงการทำความเข้าใจหรืออธิบาย X ผ่านมุมมอง เกณฑ์ หรือหมวดหมู่ที่ Y กำหนด ในประโยคนี้ honesty ถูกมองผ่านรูปแบบหนึ่งที่คุ้นเคย คือการตั้งใจพูดความจริงในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โครงสร้างนี้ช่วยจำกัดกรอบของการอภิปราย ไม่ได้หมายความว่า X กับ Y เหมือนกันทุกประการ หรือ Y เป็นวิธีเดียวที่จะเข้าใจ X
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายในประโยคนี้ให้สมบูรณ์: Many people think of success in ____ of financial security.
ดูคำตอบ
terms
every healthy society relies on a shared foundation of honesty. สำนวน
1:15สังคมที่แข็งแรงทุกสังคมล้วนพึ่งพารากฐานร่วมกันของความซื่อสัตย์
relies on a shared foundation of honesty: อาศัยรากฐานร่วมกันของความซื่อสัตย์
ใน relies on a shared foundation of honesty คำว่า relies on หมายถึงต้องพึ่งพา ส่วน foundation ใช้เป็นคำอุปมา โดยนำเสนอ honesty ว่าเป็นสิ่งรองรับพื้นฐานที่ช่วยให้สังคมดำเนินไปได้ shared แสดงว่าสิ่งรองรับนี้มาจากความคาดหวังร่วมกันของสมาชิก ไม่ใช่จากความซื่อสัตย์ของคนเพียงคนเดียว ดังนั้น วลีนี้จึงอธิบายความซื่อสัตย์ว่าเป็นเงื่อนไขร่วมของสังคมที่ดี
แบบฝึกหัด
relies on a shared foundation of honesty ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- สังคมที่ดีต้องการเพียงคนที่ซื่อสัตย์เป็นพิเศษหนึ่งคนเท่านั้น
- สังคมที่ดียืนอยู่บนฐานทางกายภาพที่เป็นของคนซื่อสัตย์
- สังคมที่ดีต้องอาศัยความซื่อสัตย์เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่สมาชิกมีร่วมกัน
ดูคำตอบ
สังคมที่ดีต้องอาศัยความซื่อสัตย์เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่สมาชิกมีร่วมกัน
requires a baseline expectation of honesty from our fellow citizens. วลี
1:26ล้วนต้องการความคาดหวังพื้นฐานด้านความซื่อสัตย์จากเพื่อนร่วมชาติของเรา
a baseline expectation of honesty: ความคาดหวังพื้นฐานเรื่องความซื่อสัตย์
ในประโยคนี้ a baseline expectation of honesty หมายถึงระดับความซื่อสัตย์พื้นฐานที่ผู้คนคิดว่าสามารถไว้วางใจได้ baseline กำหนดจุดเริ่มต้นร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงความซื่อสัตย์ที่สมบูรณ์แบบหรือมาตรฐานสูงสุดที่เป็นไปได้ โครงสร้าง a baseline expectation of + คำนาม ใช้เรียกเงื่อนไขพื้นฐานที่ผู้คนคาดหวังว่าจะมี ก่อนที่บริการ ระบบ หรือความสัมพันธ์จะทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ระดับความปลอดภัยพื้นฐานที่ผู้คนคาดหวังตามปกติ”: Passengers have ____ safety on public transportation.
ดูคำตอบ
a baseline expectation of
understanding what drives honesty is a vital research subject การใช้คำ
1:33การทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ผลักดันให้เกิดความซื่อสัตย์จึงเป็นหัวข้อวิจัยที่สำคัญ
what drives honesty: อะไรเป็นแรงผลักดันให้เกิดความซื่อสัตย์
ใน what drives honesty คำว่า drives หมายถึง “ก่อให้เกิด มีอิทธิพล หรือเป็นแรงผลักดันเบื้องหลัง” ไม่ได้หมายถึง “ขับยานพาหนะ” วลีทั้งหมดถามว่าปัจจัยใดทำให้พฤติกรรมที่ซื่อสัตย์มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ what drives + คำนามนามธรรม ซึ่งใช้ถามถึงแรงผลักดันเบื้องหลังผลลัพธ์ พฤติกรรม หรือการเปลี่ยนแปลง และพบได้บ่อยในงานวิจัยและการวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่หมายถึง “ปัจจัยที่ก่อให้เกิดหรือมีอิทธิพลต่ออุปสงค์”: The report examines ____.
ดูคำตอบ
what drives demand
for economists, psychologists, and sociologists.
1:37สำหรับนักเศรษฐศาสตร์ นักจิตวิทยา และนักสังคมวิทยา
honesty can be difficult to investigate: infinitive รูป active ที่มีความหมายคล้าย passive
โครงสร้าง X can be difficult to + คำกริยา ทำให้ X เป็นสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำของกริยานั้น ในที่นี้ honesty คือสิ่งที่นักวิจัยศึกษา ดังนั้นส่วนที่เน้นจึงหมายความว่า การศึกษาความซื่อสัตย์อาจเป็นเรื่องยาก รูป to-infinitive เป็น active แต่เมื่ออยู่หลัง difficult จะมีความหมายคล้าย passive: Honesty is difficult to investigate มีความหมายใกล้เคียงกับ It is difficult to investigate honesty โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับกริยาอย่าง measure, explain และ solve ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์โดยใช้ can be difficult to และกริยา investigate: Honesty ____ when people hide what they did.
ดูคำตอบ
can be difficult to investigate
researchers have come up with clever ways to analyze this behavior outside the lab. โน้ต
1:48นักวิจัยจึงคิดค้นวิธีที่ชาญฉลาดในการวิเคราะห์พฤติกรรมนี้นอกห้องปฏิบัติการ
come up with: คิดหรือสร้างไอเดีย
Come up with หมายถึงการคิดหรือสร้างไอเดีย แผน คำตอบ วิธีแก้ปัญหา หรือวิธีการ ในประโยคนี้ นักวิจัยได้คิดวิธีอันชาญฉลาดเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมนอกห้องปฏิบัติการ ให้มอง come up with เป็นหน่วยเดียว แล้วตามด้วยสิ่งที่คิดขึ้นมาโดยตรง เช่น come up with a plan วลีนี้เน้นการสร้างบางสิ่งขึ้นจากความคิด ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของแล้วเดินเข้ามาหาใครตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “คิดขึ้นมา”: The team needs to ____ a new solution before Friday.
ดูคำตอบ
come up with
outside the lab: การวิจัยในสภาพแวดล้อมจริง
ในประโยคเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ outside the lab หมายถึงในสภาพแวดล้อมจริงหรือตามธรรมชาติ แทนที่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขในห้องปฏิบัติการที่ควบคุมอย่างเข้มงวด วลีนี้บอกถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงตำแหน่งที่อยู่นอกประตูห้องปฏิบัติการ วลีนี้มักสื่อว่านักวิจัยต้องการหลักฐานว่าผู้คนมีพฤติกรรมอย่างไรในชีวิตประจำวัน ไม่ได้หมายความว่าไม่มีวิธีวิจัยหรือการควบคุมใด ๆ แต่เป็นเพียงการเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมกับห้องปฏิบัติการ
แบบฝึกหัด
ในบทความวิจัย “The team studied the behavior outside the lab” น่าจะหมายความว่าอย่างไร
- พวกเขาหยุดใช้วิธีการวิจัย
- พวกเขาศึกษาพฤติกรรมนั้นในสภาพแวดล้อมจริง ไม่ใช่เฉพาะในห้องปฏิบัติการที่มีการควบคุม
- พวกเขายืนอยู่ตรงนอกประตูห้องปฏิบัติการ
ดูคำตอบ
พวกเขาศึกษาพฤติกรรมนั้นในสภาพแวดล้อมจริง ไม่ใช่เฉพาะในห้องปฏิบัติการที่มีการควบคุม
And this global study by the Universities of Michigan, Utah, and Zurich
1:54และการศึกษาระดับโลกนี้โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ยูทาห์ และซูริก
sought to answer: การบอกเป้าหมายการวิจัยอย่างเป็นทางการ
Sought to answer เป็นรูปอดีตของ seek to answer หมายถึง “พยายามตอบ” หรือ “มุ่งตอบ” ในที่นี้ วลีดังกล่าวใช้บอกเป้าหมายของการศึกษา โดยอธิบายความตั้งใจหรือความพยายามของการศึกษา แต่ไม่ได้บอกว่านักวิจัยพบคำตอบอย่างแน่นอนแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีรูปอดีตแบบเป็นทางการที่หมายถึง “พยายามตอบ” ลงในประโยค: The review ____ one main question.
ดูคำตอบ
sought to answer
engage in opportunistic behavior: มีพฤติกรรมฉวยโอกาส
engage in + นามวลี หมายถึงการเข้าร่วมหรือทำกิจกรรมอย่างหนึ่ง ในที่นี้ engage in opportunistic behavior หมายถึงการลงมือทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเมื่อมีจังหวะที่เอื้ออำนวย โดยมักไม่ค่อยคำนึงถึงความเป็นธรรมหรือหลักการ นี่เป็นการใช้ engage in คู่กับคำนามนามธรรมที่บอกพฤติกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกพฤติกรรมประเภทหนึ่ง ไม่ได้บรรยายการกระทำทางกายที่เจาะจงเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำบรรยายแบบเป็นทางการที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับพฤติกรรมที่มุ่งประโยชน์ของตนเอง
- Some managers do opportunistic behavior when oversight is weak.
- Some managers engage in opportunistic behavior when oversight is weak.
- Some managers make opportunistic behavior when oversight is weak.
ดูคำตอบ
Some managers engage in opportunistic behavior when oversight is weak.
little to no chance of being caught: แทบไม่มีโอกาสถูกจับได้
There’s เป็นรูปย่อของ there is ส่วน little to no chance กำหนดช่วงตั้งแต่มีความเป็นไปได้น้อยมากไปจนถึงไม่มีเลย ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงหมายถึง “แทบไม่มีโอกาส” หลัง chance of ภาษาอังกฤษใช้รูป -ing โดย being caught เป็นรูปถูกกระทำ คือมีคนอื่นมาจับหรือพบคนเหล่านั้น วลีนี้จึงหมายความว่าพวกเขาไม่น่าจะถูกพบหรือถูกจับ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่น่าจะจับคนอื่นได้
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนบอกช่วงตามบทเรียนและรูป -ing ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำของ be ให้ถูกต้อง: There is ____ chance of ____ caught.
ดูคำตอบ
little to no · being
In what became known as the lost wallet test, โน้ต
2:08ในการทดลองที่รู้จักกันในชื่อการทดสอบกระเป๋าสตางค์หาย
what became known as + ชื่อ
ในประโยคนี้ what became known as the lost wallet test หมายถึง “เหตุการณ์หรืองานศึกษาที่ภายหลังถูกเรียกว่า the lost wallet test” คำว่า what ตรงนี้ไม่ใช่คำแสดงคำถาม แต่หมายถึง “สิ่งที่...” และนำส่วนที่เป็นกรรมของ in became known as เน้นว่าชื่อนั้นถูกนำมาใช้หรือกลายเป็นชื่อที่ยอมรับกันในภายหลัง โครงสร้าง in what became known as + ชื่อ ใช้แนะนำเหตุการณ์ งานศึกษา ช่วงเวลา หรือคดีที่มีชื่อเรียกในการเล่าเรื่อง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่หมายถึง “ช่วงเวลาที่ภายหลังถูกเรียกด้วยชื่อนั้น” ให้สมบูรณ์: The policy began during ____ the Reform Era.
ดูคำตอบ
what became known as
13 research assistants traveled to 355 cities in 40 different countries,
2:12ผู้ช่วยนักวิจัย 13 คนเดินทางไปยัง 355 เมืองใน 40 ประเทศที่แตกต่างกัน
the lost wallet test: ชื่อการทดลอง
ในที่นี้ the lost wallet test เป็นชื่อของการทดลองภาคสนามเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ผู้ช่วยวิจัยใช้กระเป๋าสตางค์ที่ดูเหมือนถูกทำหายในสถานการณ์จริง และงานวิจัยวัดว่าผู้รับจะแจ้งเรื่องหรือพยายามคืนกระเป๋าหรือไม่ ชื่อนี้ช่วยให้เข้าใจว่ารายละเอียดต่อมาเกี่ยวกับสิ่งของในกระเป๋า สถานที่ และอัตราการแจ้งเรื่องล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการทดลอง ไม่ใช่เรื่องเล่าทั่วไปเกี่ยวกับคนที่ทำกระเป๋าสตางค์หายโดยบังเอิญ
แบบฝึกหัด
the lost wallet test ในข้อความนี้หมายถึงอะไร?
- การทดลองภาคสนามที่ใช้กระเป๋าสตางค์ซึ่งดูเหมือนถูกทำหาย เพื่อศึกษาว่าผู้คนจะแจ้งเรื่องหรือพยายามคืนหรือไม่
- เกมที่สอนนักเดินทางให้หากระเป๋าสตางค์
- คดีลักขโมยจริงที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าสตางค์ของนักวิจัยคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
การทดลองภาคสนามที่ใช้กระเป๋าสตางค์ซึ่งดูเหมือนถูกทำหาย เพื่อศึกษาว่าผู้คนจะแจ้งเรื่องหรือพยายามคืนหรือไม่
recreating the same scenario: การสร้างสถานการณ์เดิมขึ้นใหม่
Recreating the same scenario หมายถึงการตั้งใจสร้างสถานการณ์หรือชุดเงื่อนไขเดิมขึ้นมาใหม่ ในที่นี้ recreate เน้นการสร้างเงื่อนไขขึ้นใหม่ ไม่ใช่เพียงปล่อยให้เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นสองครั้ง The same หมายความว่าลักษณะสำคัญยังคงเหมือนกัน แม้ว่าสถานที่จะแตกต่างกัน วลีนี้มีประโยชน์เมื่อการทดลองหรือการฝึกต้องใช้สถานการณ์ที่เปรียบเทียบกันได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ recreate the same scenario เพื่อเติมประโยค: At each training site, the instructors were ____.
ดูคำตอบ
recreating the same scenario
The clear wallets ensured participants could see their contents, ไวยากรณ์
2:25กระเป๋าสตางค์แบบใสช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้
ensure + อนุประโยค: ensured participants could see
Ensured participants could see ใช้ ensure ตามด้วยอนุประโยค: ensured (that) participants could see ในที่นี้ละ that ได้ ดังนั้น participants จึงเป็นประธานของ could see ไม่ใช่กรรมตรงที่ตามด้วยคำกริยารูป infinitive โครงสร้างนี้บอกว่าการออกแบบกระเป๋าสตางค์ทำให้ผลดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน Ensure มักใช้เพื่ออธิบายผลที่ได้รับการรับประกันจากการออกแบบ กฎ หรือการกระทำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ ensure ตามด้วยอนุประโยคได้อย่างถูกต้อง
- The bright screen ensured everyone could read the instructions.
- The bright screen ensured that everyone to read the instructions.
- The bright screen ensured everyone to read the instructions.
ดูคำตอบ
The bright screen ensured everyone could read the instructions.
half of which contained a key, grocery list, and business cards, ไวยากรณ์
2:29โดยครึ่งหนึ่งของกระเป๋าเหล่านั้นมีกุญแจ รายการซื้อของ และนามบัตร
half of which contained: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับส่วนหนึ่งของกลุ่ม
วลี half of which contained ... เริ่มต้นอนุประโยคสัมพันธ์ คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงกระเป๋าสตางค์ที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน half of which หมายถึง “ครึ่งหนึ่งของกระเป๋าสตางค์เหล่านั้น” และ contained เป็นคำกริยาของอนุประโยคนี้ โครงสร้างคำบอกปริมาณ + of which ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับส่วนหนึ่งของกลุ่มภายในประโยคเดียวกัน เหมาะสำหรับอธิบายกลุ่มตัวอย่าง การแบ่งกลุ่ม และสัดส่วน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสัมพันธ์ที่หมายถึง “ครึ่งหนึ่งของรายงานเหล่านี้” ให้ประโยคสมบูรณ์: The team reviewed forty reports, ____ included photos.
ดูคำตอบ
half of which
while the other half also included the equivalent of roughly $13. โน้ต
2:33ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งมีเงินมูลค่าเทียบเท่าประมาณ 13 ดอลลาร์รวมอยู่ด้วย
while the other half: นำเสนอกลุ่มที่แตกต่างเพื่อเปรียบเทียบ
while ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น “ในช่วงเวลาที่” แต่หมายถึง “ส่วน” หรือ “ในทางตรงกันข้าม” และใช้เริ่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์อีกครึ่งหนึ่ง the other half ทำให้การแบ่งออกเป็นสองส่วนสมบูรณ์ โดยครึ่งแรกได้รับการอธิบายไปแล้ว และอนุประโยคนี้เปลี่ยนไปพูดถึงครึ่งที่เหลือ เมื่อใช้ while + the other half ผู้อ่านจะติดตามการเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
while the other half ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เปรียบเทียบครึ่งที่สองกับครึ่งแรก
- บอกว่าครึ่งที่สองได้รับการตรวจสอบเมื่อใด
- อธิบายเหตุผลที่ครึ่งที่สองแตกต่างออกไป
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบครึ่งที่สองกับครึ่งแรก
the equivalent of roughly + จำนวนเงิน: มีมูลค่าเทียบเท่าประมาณ…
the equivalent of roughly $13 หมายถึงจำนวนเงินที่เมื่อแปลงค่าแล้วมีมูลค่าประมาณ 13 ดอลลาร์สหรัฐ equivalent ชี้ว่ามูลค่านั้นเท่ากัน ส่วน roughly ชี้ว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน the equivalent of + จำนวนเงินหรือปริมาณ ใช้เปรียบเทียบมูลค่าระหว่างสกุลเงิน หน่วย หรือระบบต่าง ๆ แม้รูปแบบเดิมจะแตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
ใช้ the equivalent of roughly และคำว่า twenty dollars เติมประโยคให้สมบูรณ์: The ticket costs ____.
ดูคำตอบ
the equivalent of roughly twenty dollars
The researchers believed the money would discourage honesty. วลี
2:38นักวิจัยเชื่อว่าเงินจะทำให้ความซื่อสัตย์ลดลง
discourage honesty: ทำให้พฤติกรรมซื่อสัตย์เกิดน้อยลง
ใน money would discourage honesty คำว่า discourage หมายถึงทำให้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลงหรือลดลง เงินถูกนำเสนอเป็นปัจจัยที่อาจทำให้พฤติกรรมซื่อสัตย์เกิดน้อยลง ไม่ได้หมายถึงมีใครกำลังแนะนำอีกคนโดยตรงว่าอย่าซื่อสัตย์ Discourage สามารถตามด้วยคำนามนามธรรมโดยตรง เช่น honesty, participation หรือ feedback ในรูปแบบนี้ คำดังกล่าวบอกว่าเงื่อนไขบางอย่างลดโอกาสหรือความเต็มใจที่จะทำพฤติกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Complicated forms can discourage applications,” คำว่า discourage หมายถึงอะไร?
- ทำให้มีการยื่นใบสมัครน้อยลง
- อธิบายใบสมัคร
- รับประกันว่าจะมีใบสมัครมากขึ้น
ดูคำตอบ
ทำให้มีการยื่นใบสมัครน้อยลง
they thought participants' self-interest would overpower two competing factors: การใช้คำ
2:43พวกเขาคิดว่าผลประโยชน์ส่วนตนของผู้เข้าร่วมจะเอาชนะปัจจัยที่ขัดแย้งกันสองประการ:
participants' self-interest would overpower: ผลประโยชน์ส่วนตนของผู้เข้าร่วมจะมีอำนาจเหนือปัจจัยอื่น
Self-interest หมายถึงการคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเอง ในที่นี้ participants' self-interest คือแรงจูงใจที่นักวิจัยคาดว่าจะชี้นำพฤติกรรมของผู้เข้าร่วม would overpower หมายถึง “จะแข็งแกร่งขึ้นและเอาชนะอิทธิพลของ...” overpower ใช้บรรยายแรงจูงใจ อารมณ์ หรือแรงกดดันที่เป็นนามธรรมได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กำลังทางกาย วลีนี้คาดว่าผลประโยชน์ส่วนตนจะเอาชนะอิทธิพลของปัจจัยที่แข่งขันกันสองประการ
แบบฝึกหัด
“participants' self-interest would overpower” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- ปัจจัยที่แข่งขันกันจะลบความสนใจทั้งหมดที่มีต่อผลประโยชน์ส่วนตัว
- ความสนใจในผลประโยชน์ของตนเองจะแข็งแกร่งกว่าปัจจัยที่แข่งขันกัน
- พวกเขาจะใช้กำลังทางกายกับผู้เข้าร่วมคนอื่น
ดูคำตอบ
ความสนใจในผลประโยชน์ของตนเองจะแข็งแกร่งกว่าปัจจัยที่แข่งขันกัน
their altruistic desire not to harm the wallet's owner, การใช้คำ
2:49ความปรารถนาอันเห็นแก่ผู้อื่นที่จะไม่ทำร้ายเจ้าของกระเป๋า
their altruistic desire not to harm: ความปรารถนาแบบเห็นแก่ผู้อื่นที่จะไม่ทำร้ายผู้อื่น
Altruistic ใช้บรรยายแรงจูงใจที่มุ่งช่วยเหลือหรือปกป้องผู้อื่น แทนที่จะมุ่งหาผลประโยชน์ให้ตนเอง Their altruistic desire หมายถึงความห่วงใยของผู้เข้าร่วมที่มีต่อความเป็นอยู่ของเจ้าของกระเป๋าสตางค์ โครงสร้างคือ desire not to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ not to harm บอกเนื้อหาของความปรารถนา นั่นคือพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดอันตราย ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีความปรารถนาใดเลย
แบบฝึกหัด
“their altruistic desire not to harm” หมายถึงอะไร?
- ความปรารถนาที่คำนึงถึงผู้อื่นและต้องการหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดอันตราย
- ความปรารถนาแบบเห็นแก่ตัวที่จะได้เปรียบ
- การไม่มีความปรารถนาหรือความห่วงใยใด ๆ
ดูคำตอบ
ความปรารถนาที่คำนึงถึงผู้อื่นและต้องการหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดอันตราย
and their desire to maintain a positive self-image. วลี
2:52และความปรารถนาที่จะรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตนเองไว้
desire to maintain a positive self-image: ความปรารถนาที่จะรักษามุมมองเชิงบวกต่อตนเอง
นามวลี desire to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ความปรารถนาที่จะทำบางสิ่ง” ในที่นี้การกระทำคือ maintain a positive self-image ซึ่งหมายถึงการมองตนเองว่าเป็นคนดีหรือมีคุณค่าต่อไป self-image หมายถึงมุมมองที่มีต่อตนเอง จึงเป็นการประเมินจากภายใน วลีนี้กล่าวถึงการรักษามุมมองที่ดีต่อตนเอง ไม่ได้กล่าวโดยตรงถึงการรักษาความคิดเห็นที่คนอื่นมีต่อเรา
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ความปรารถนาที่จะมองตนเองในแง่บวกต่อไป” ลงในประโยค: Her response showed a ____.
ดูคำตอบ
desire to maintain a positive self-image
we generally like to think of ourselves as good and honest. วลี
2:58เรามักจะชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนดีและซื่อสัตย์
like to think of ourselves as: ชอบมองตนเองว่าเป็น...
โครงสร้าง think of A as B หมายถึง “มองหรือถือว่า A เป็น B” ในประโยคนี้ ourselves คือ A และ good and honest คือ B like to think เพิ่มมุมมองต่อตนเองที่เราอยากเชื่อ เราต้องการเชื่อว่าคำอธิบายนี้ตรงกับตัวเรา สำนวนนี้นุ่มนวลกว่าการพูดตรง ๆ ว่า we are good and honest และอาจบอกเป็นนัยว่าพฤติกรรมจริงไม่ได้ตรงกับอุดมคติเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายสำหรับการบรรยายตนเองในแบบที่อยากเชื่อลงในประโยค: We ____ careful planners.
ดูคำตอบ
like to think of ourselves as
let themselves off the hook: แก้ตัวให้ตัวเองเพื่อพ้นความรับผิดชอบ
let themselves off the hook เป็นสำนวน หมายถึง คนเรายกเว้นตัวเองจากความรับผิด การถูกตำหนิ หรือความรู้สึกผิด ไม่ได้หมายถึงการหลุดออกจากตะขอจริง ๆ โครงสร้างคือ let + สรรพนามสะท้อนกลับ + off the hook ในประโยคนี้ คนเหล่านั้นหาเหตุผลในใจมารองรับการขโมยเงินจำนวนเล็กน้อย จึงรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบน้อยลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้และใช้สรรพนามสะท้อนกลับให้ถูกต้อง: Maya knew the mistake was hers, so she refused to ____ by blaming her teammate.
ดูคำตอบ
let herself off the hook
the victim of their crime would be abstract. การใช้คำ
3:12เหยื่อจากการก่ออาชญากรรมของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม
As for: เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้องถัดไป
As for ใช้เกริ่นหัวข้อหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องซึ่งจะพูดถึงต่อไป มีความหมายใกล้เคียงกับ “ส่วนเรื่อง” หรือ “เมื่อพูดถึง” ในที่นี้ As for harming the wallet's owner บอกผู้ฟังว่าการอธิบายกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงผลกระทบต่อเจ้าของกระเป๋าสตางค์ โครงสร้างทั่วไปคือ As for + คำนาม สรรพนาม หรือวลี -ing แล้วตามด้วยข้อความเกี่ยวกับหัวข้อนั้น สำนวนนี้ใช้จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้บอกเหตุผลเหมือน because หรือ because of
แบบฝึกหัด
As for ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?
- เปลี่ยนการอภิปรายไปยังอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
- บอกเหตุผลของข้อความก่อนหน้า
- แสดงว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนการอภิปรายไปยังอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
the victim of their crime would be abstract: เหยื่อที่ห่างไกลทางจิตใจ
ในประโยคนี้ abstract หมายถึงเหยื่อจะรู้สึกห่างไกลและยากที่จะนึกภาพเป็นบุคคลจริงที่ชัดเจน คำนี้อธิบายว่าคนที่เกี่ยวข้องจะมองเหยื่ออย่างไร ไม่ได้บอกว่าเหยื่อมีอยู่จริงหรือไม่ การใช้แบบนี้ทำให้บุคคลหนึ่งกลายเป็นเพียงแนวคิดที่เลือนรางในใจของใครบางคน ระยะห่างทางจิตใจนี้อาจทำให้ผลร้ายดูไม่ใกล้ตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเหยื่อจริง
แบบฝึกหัด
abstract ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ยังไม่ทราบชื่อ
- ห่างไกลทางจิตใจและนึกภาพเป็นบุคคลที่ชัดเจนได้ยาก
- ถูกแต่งขึ้นและไม่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ
ห่างไกลทางจิตใจและนึกภาพเป็นบุคคลที่ชัดเจนได้ยาก
wallet had come from another: เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดก่อน
past perfect รูป had come วางเหตุการณ์ที่กระเป๋าสตางค์มาจากที่อื่นไว้ก่อนมุมมองในอดีตที่ตามมาใน it seemed unlikely ลำดับคือ กระเป๋าสตางค์มาถึงจากที่อื่นก่อน แล้วผู้คนจึงคิดว่าตนไม่น่าจะได้พบเจ้าของ ใช้ had + past participle เมื่อต้องการมองย้อนจากช่วงเวลาหนึ่งในอดีตไปยังเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านั้น ในที่นี้ come เป็น past participle ดังนั้น had come จึงทำเครื่องหมายเหตุการณ์เบื้องหลังที่เกิดก่อน
แบบฝึกหัด
ใช้รูป past perfect ของ come: By the time the staff checked the label, the package ____ from another office.
ดูคำตอบ
had come
it seemed unlikely they ever would: would ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ใน it seemed unlikely they ever would ไม่มีคำกริยาหลักตามหลัง would เพราะการกระทำนั้นกล่าวไว้ก่อนแล้ว คือ meet this person หากเขียนเต็มจะเป็น it seemed unlikely they ever would meet this person นี่คือการละกริยาวลี would ยังคงความหมายของอนาคตเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต ส่วนผู้ฟังเติมการกระทำที่ละไว้จากบริบท และ ever เพิ่มความหมายว่าไม่ว่าเวลาใด
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาช่วยตัวเดียวกันเพื่อแทนการกระทำ apologize ที่ซ้ำกัน: Leo promised he would apologize, but I doubted he ever ____.
ดูคำตอบ
would
researchers expected money-filled wallets to be reported less often. โน้ต
3:23นักวิจัยคาดว่ากระเป๋าสตางค์ที่มีเงินอยู่จะถูกรายงานน้อยกว่า
money-filled wallets: รูปแบบคำนาม + -filled
Money-filled เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า wallets โดย money บอกว่ากระเป๋าสตางค์มีอะไรอยู่ข้างใน และเครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า money กับ filled ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + -filled ซึ่งหมายถึงเต็มไปด้วยหรือมีสิ่งนั้นอยู่ข้างใน เช่น a water-filled bottle หรือ a smoke-filled hallway เมื่อวางคำประสมนี้หน้าคำนาม โดยทั่วไปต้องใช้เครื่องหมายยัติภังค์
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน 'filled with smoke' เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า hallway: The firefighters entered a ____ hallway.
ดูคำตอบ
smoke-filled
expected ... to be reported less: infinitive แบบ passive
ใน expected money-filled wallets to be reported less often วลี money-filled wallets เป็นกรรมของ expected และเป็นประธานโดยความหมายของ to be reported ด้วย รูป to be + past participle คือ infinitive แบบ passive ดังนั้นกระเป๋าสตางค์จึงเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ ผู้คนเป็นผู้รายงานเกี่ยวกับกระเป๋าเหล่านั้น โครงสร้าง expect + กรรม + to be + past participle ใช้บอกการคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ less often เปรียบเทียบความถี่ โดยนักวิจัยคาดว่าการรายงานจะเกิดขึ้นน้อยครั้งกว่า
แบบฝึกหัด
ใน “researchers expected money-filled wallets to be reported less often” รูป infinitive แบบ passive บอกอะไรเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์?
- นักวิจัยคาดว่ากระเป๋าสตางค์จะรายงานสิ่งต่าง ๆ น้อยลง
- นักวิจัยคาดว่าผู้คนจะแจ้งพบกระเป๋าสตางค์เหล่านั้นน้อยครั้งลง
- กระเป๋าสตางค์คาดว่านักวิจัยจะรายงานน้อยครั้งลง
ดูคำตอบ
นักวิจัยคาดว่าผู้คนจะแจ้งพบกระเป๋าสตางค์เหล่านั้นน้อยครั้งลง
But to their surprise: ส่งสัญญาณว่าผลลัพธ์สวนทางกับที่คาด
But แสดงความขัดแย้งกับแนวคิดก่อนหน้า ส่วน to their surprise บอกว่าผลลัพธ์ถัดไปเป็นสิ่งที่นักวิจัยไม่คาดคิด เมื่อใช้ร่วมกันตอนต้นประโยค จึงเป็นสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าหลักฐานที่กำลังจะตามมาจะท้าทายคำคาดการณ์ก่อนหน้า ให้มองว่านี่เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ใช่เพียงวลีแสดงอารมณ์ เมื่อพบในคำอธิบายหรือข้อโต้แย้ง ให้เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ตามมากับความคาดหวังก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
“But to their surprise,” บอกให้ผู้ฟังคาดว่าจะพบอะไรต่อไป?
- หัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นก่อนหน้า
- ผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหวังก่อนหน้า
- ผลลัพธ์ที่นักวิจัยคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหวังก่อนหน้า
the exact opposite: ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ในประโยคนี้ the exact opposite หมายถึงผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่คาดไว้หรือเคยเชื่อมาก่อน exact ช่วยเน้น opposite ว่าผลลัพธ์ไม่ได้เพียงแค่แตกต่าง แต่เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม The exact opposite เป็นกลุ่มคำนามและเป็นกรรมของ found สามารถใช้กล่าวย้อนถึงความคิด การคาดการณ์ ผลลัพธ์ หรือการกระทำที่พูดถึงไปแล้วได้โดยไม่ต้องกล่าวซ้ำ
แบบฝึกหัด
the exact opposite ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
- ผลลัพธ์ที่เกือบเหมือนกัน
- รายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อย
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
While only 46% ... were reported: การเปรียบเทียบข้อมูลสองชุด
ในที่นี้ While ใช้เกริ่นข้อมูลชุดแรกจากสถิติสองชุดที่นำมาเปรียบเทียบกัน ไม่ได้หมายถึง «ในช่วงเวลาที่» อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ให้ตัวเลข 46% สำหรับกระเป๋าสตางค์ที่ไม่มีเงินสด ส่วนประโยคหลักให้ตัวเลขที่สูงกว่า คือ 61% สำหรับกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสด โครงสร้าง While A, B วางข้อเท็จจริงสองอย่างไว้ในประโยคเดียวเพื่อให้ผู้อ่านเปรียบเทียบกัน คำว่า only เน้นว่า 46% ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ 61%
แบบฝึกหัด
While ในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร
- เพื่อเปรียบเทียบร้อยละสองค่าที่มีการรายงาน
- เพื่อบอกว่าการรายงานเกิดขึ้นเมื่อใด
- เพื่ออธิบายว่าเหตุใดกระเป๋าสตางค์จึงหาย
ดูคำตอบ
เพื่อเปรียบเทียบร้อยละสองค่าที่มีการรายงาน
called in: ถูกรายงานโดยติดต่อหน่วยงาน
ในที่นี้ called in หมายถึง “ถูกรายงานโดยติดต่อผู้รับผิดชอบ” ซึ่งมักเป็นการโทรศัพท์ รูปถูกกระทำ were called in เน้นกระเป๋าสตางค์ที่มีผู้รายงานว่าพบ ไม่ได้เน้นคนที่ติดต่อนักวิจัย กล่าวคือ มีคนแจ้งว่าพบกระเป๋าสตางค์เหล่านั้น
แบบฝึกหัด
สำนักงานอุทยานแห่งหนึ่งกล่าวว่า “The missing dog's location was called in this morning.” เกิดอะไรขึ้น?
- มีคนตะโกนบอกตำแหน่งนั้นเสียงดัง
- มีคนติดต่อสำนักงานเพื่อรายงานตำแหน่งของสุนัข
- มีคนบอกให้สุนัขเข้ามาข้างใน
ดูคำตอบ
มีคนติดต่อสำนักงานเพื่อรายงานตำแหน่งของสุนัข
regardless of the participants' age, gender, or whether they were being observed during the wallet drop-off. ไวยากรณ์
3:48ไม่ว่าผู้เข้าร่วมจะมีอายุ เพศใด หรือพวกเขาจะถูกสังเกตการณ์ในระหว่างที่นำกระเป๋ามาส่งหรือไม่ก็ตาม
pattern held true: รูปแบบที่สังเกตพบยังคงเป็นจริง
pattern หมายถึงผลลัพธ์ที่เกิดซ้ำซึ่งได้อธิบายไว้แล้ว held true เป็นรูปอดีตของ hold true และหมายถึง “ยังคงเป็นจริง” หรือ “ยังคงใช้ได้” วลี across the globe และ regardless of ... ขยายขอบเขตของข้อค้นพบ กล่าวคือ ผลลัพธ์นี้ยังปรากฏในสถานที่ต่าง ๆ และภายใต้ทุกเงื่อนไขของผู้เข้าร่วมที่ระบุไว้ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกข้อค้นพบก่อน แล้วจึงแสดงว่าข้อค้นพบนั้นใช้ได้กว้างเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีรูปอดีตสองคำที่หมายถึง “ยังคงเป็นจริง”:The researchers compared five cities, and the same pattern ____ in every city.
ดูคำตอบ
held true
regardless of ... age, gender, or whether ...: รวมเงื่อนไขไว้ในกรอบ “ไม่ว่า”
regardless of แสดงว่าเงื่อนไขที่ตามหลัง of ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์หลัก ในประโยคนี้ อายุ เพศ และการถูกสังเกตหรือไม่ ล้วนถูกนำเสนอเป็นตัวแปรที่ไม่ส่งผลต่อข้อค้นพบ หลัง regardless of สามารถเรียงคำนามร่วมกับอนุประโยค whether ได้: regardless of X, Y, or whether Z วิธีนี้ทำให้เงื่อนไขต่างรูปแบบมีหน้าที่เดียวกันภายใต้กรอบความหมายว่า “ไม่ว่า...”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ไม่ว่า”: ____ age, experience, or whether you have your own equipment, you may join the workshop.
ดูคำตอบ
Regardless of
increasing the temptation to be dishonest: เพิ่มสิ่งล่อใจให้ทำอย่างไม่ซื่อสัตย์
temptation to do something หมายถึงแรงดึงดูดหรือแรงกระตุ้นอย่างมากให้อยากทำสิ่งนั้น โดยมักสื่อว่าสิ่งนั้นอาจไม่ฉลาดหรือไม่ถูกต้อง ดังนั้น the temptation to be dishonest จึงหมายถึงแรงกระตุ้นให้อยากทำอย่างไม่ซื่อสัตย์ increasing the temptation หมายถึงทำให้แรงกระตุ้นนั้นแรงขึ้น ในประโยคนี้ การใส่เงินเกือบ 100 ดอลลาร์ไว้ในกระเป๋าสตางค์ทำให้การเก็บเงินไว้เองดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้น นักวิจัยจึงกำลังทดสอบพฤติกรรมภายใต้สิ่งล่อใจทางศีลธรรมที่แรงกว่าเดิม
แบบฝึกหัด
ใช้ temptation to + คำกริยารูปพื้นฐาน เติมประโยคให้มีความหมายว่า “แรงกระตุ้นให้อยากโกง”: A chance to see the answers may increase the ____.
ดูคำตอบ
temptation to cheat
People reported 72% of these big-money wallets.
4:05ผู้คนรายงานว่าพบกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินจำนวนมากเหล่านี้ถึง 72%
There are a lot of theories for why honesty goes up as the wallet becomes more valuable. ไวยากรณ์
4:10มีทฤษฎีมากมายที่อธิบายว่าทำไมความซื่อสัตย์จึงเพิ่มขึ้นเมื่อกระเป๋าสตางค์มีมูลค่ามากขึ้น
goes up as ... becomes more valuable: เพิ่มขึ้นตามที่ ... มีมูลค่าสูงขึ้น
ในประโยคนี้ as หมายถึง “เมื่อการเปลี่ยนแปลงหนึ่งดำเนินไปพร้อมกับอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง” รูปแบบ X goes up as Y becomes/increases ใช้อธิบายแนวโน้มสองอย่างที่สัมพันธ์กัน กล่าวคือ ความซื่อสัตย์เพิ่มขึ้นพร้อมกับมูลค่าของกระเป๋าสตางค์ที่สูงขึ้น go up ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “เพิ่มขึ้น” ในด้านระดับ อัตรา หรือปริมาณ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ รูปแบบนี้ใช้บรรยายว่าแนวโน้มที่วัดได้อย่างหนึ่งเปลี่ยนไปพร้อมกับอีกแนวโน้มหนึ่งอย่างไร
แบบฝึกหัด
ใน “Electricity use goes up as the weather gets hotter,” คำว่า as แสดงอะไร?
- การเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน
- อากาศที่ร้อนขึ้นถูกนำมาเปรียบต่างกับการใช้ไฟฟ้า
- การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นก่อนที่อากาศจะเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน
The $100 wallet certainly increases self-interest,
4:16กระเป๋าสตางค์ที่มีเงิน 100 ดอลลาร์ย่อมเพิ่มผลประโยชน์ส่วนตนอย่างแน่นอน
people reported that taking larger sums of money felt more like theft, โน้ต
4:22ผู้คนรายงานว่าการหยิบเงินก้อนใหญ่กว่าไปจะให้ความรู้สึกเหมือนการขโมยมากกว่า
taking larger sums of money: การหยิบเงินจำนวนที่มากกว่าไป
A sum of money หมายถึงเงินจำนวนหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง ส่วน Larger sums of money หมายถึงจำนวนเงินที่มากกว่าจำนวนอื่นที่กำลังนำมาเปรียบเทียบ การใช้รูปพหูพจน์เหมาะกับการเปรียบเทียบโดยทั่วไปในหลายกรณี Taking larger sums of money เป็นวลี -ing ที่เรียกชื่อการกระทำ ในใจความที่มีการรายงาน วลีทั้งหมดนี้เป็นประธานของ felt กล่าวคือ สิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนการขโมยมากขึ้นคือการหยิบเงินจำนวนเหล่านั้นไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เงินจำนวนที่มากกว่า” และใช้รูปพหูพจน์ของ sum: The bank reviews transfers involving ____.
ดูคำตอบ
larger sums of money
felt more like theft: การตัดสินทางศีลธรรมแบบส่วนบุคคล
ใน felt more like theft คำว่า felt บอกการตัดสินหรือความรู้สึกนึกคิด ไม่ใช่สัมผัสทางกาย สำหรับผู้ที่รายงานความรู้สึกนี้ การหยิบเงินจำนวนมากกว่าดูเหมือนการขโมยชัดเจนขึ้น วลีนี้ไม่ได้ตัดสินสถานะทางกฎหมายด้วยตัวมันเอง รูปแบบ X feels more like Y จัด X ว่าใกล้กับประเภทหรือประสบการณ์ของ Y มากขึ้น คำว่า more เพิ่มการเปรียบเทียบระดับ แม้ประโยคจะไม่ได้กล่าววลีที่ใช้ than อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
“felt more like theft” ในประโยคหมายความว่าอย่างไร?
- ศาลได้ตัดสินอย่างเป็นทางการแล้วว่านั่นคือการขโมย
- มันมีผิวสัมผัสเหมือนสิ่งของที่ถูกขโมย
- สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง การกระทำนั้นดูเหมือนการขโมยชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง การกระทำนั้นดูเหมือนการขโมยชัดเจนขึ้น
making it harder to maintain a positive self-image. ไวยากรณ์
4:26ทำให้รักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตนเองไว้ได้ยากขึ้น
making it harder to maintain...: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์
Making it harder to maintain a positive self-image เป็นอนุประโยค participle รูป -ing ที่บอกผลของสถานการณ์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า มีความหมายว่า “และสิ่งนี้ทำให้การรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตนเองยากขึ้น” ภายในอนุประโยค make it harder to do something ใช้โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive โดย it เป็นกรรมที่ใช้แทนไว้ก่อน ส่วนการกระทำที่ยากขึ้นจะระบุด้วย to-infinitive ซึ่งในที่นี้คือ to maintain a positive self-image
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่แสดงผลของ make it harder to: The smoke filled the room, ____ to breathe.
ดูคำตอบ
making it harder
so is the perceived harm to the wallet's owner.
4:34การรับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดกับเจ้าของกระเป๋าก็สูงขึ้นตามไปด้วย
when ... are higher, so is ...: การสลับตำแหน่งเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงแบบขนาน
ใน “when the financial stakes are higher, so is the perceived harm” คำว่า “so is” ใช้การสลับตำแหน่งประธานกับกริยา โดยนำคำบอกลักษณะ “higher” จากส่วนแรกไปใช้กับประธานใหม่ หมายความว่าความเสียหายที่รับรู้ก็สูงขึ้นเช่นกัน โครงสร้าง “so + กริยาช่วยหรือ be + ประธาน” ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวภาคแสดงเดิมซ้ำ และแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างแบบขนานกัน “Are” สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ “financial stakes” ส่วน “is” สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ “the perceived harm”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง so แบบสลับตำแหน่ง: When the waves are higher, ____ the risk of flooding.
ดูคำตอบ
so is
financial stakes are higher: ผลกระทบทางการเงินที่มากขึ้น
ใน “financial stakes are higher” คำว่า “stakes” หมายถึงผลประโยชน์ ความสูญเสีย หรือผลกระทบด้านเงินที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้น หาก stakes สูงขึ้น สิ่งที่อาจได้หรือเสียก็มีมากขึ้น ทำให้ผลลัพธ์สำคัญขึ้น นี่คือความหมายเชิงนามธรรมในรูปพหูพจน์ของ “stake” ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรว่าเสาไม้ปลายแหลม คำว่า “financial” จำกัดความหมายให้เป็นเรื่องเงินและผลกระทบทางการเงิน
แบบฝึกหัด
“The financial stakes are higher” หมายความว่าอย่างไร
- เสาไม้ปลายแหลมมีราคาแพงขึ้น
- ระบบชำระเงินทันสมัยขึ้น
- อาจได้รับหรือสูญเสียเงินมากขึ้น ดังนั้นผลกระทบทางการเงินจึงสำคัญขึ้น
ดูคำตอบ
อาจได้รับหรือสูญเสียเงินมากขึ้น ดังนั้นผลกระทบทางการเงินจึงสำคัญขึ้น
meaning participants might have acted differently outside the office.
4:43ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าร่วมอาจมีพฤติกรรมแตกต่างออกไปเมื่ออยู่นอกสำนักงาน
our commitment to honesty could be altered: ความยึดมั่นต่อความซื่อสัตย์ของเราอาจเปลี่ยนแปลงได้
Commitment to honesty หมายถึงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะประพฤติอย่างซื่อสัตย์ ในที่นี้ our commitment หมายถึงความยึดมั่นของผู้คนต่อคุณค่านี้ ไม่ใช่คำสัญญาที่ให้ไว้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง Could be altered มีโครงสร้าง could + be + กริยาช่องที่สาม เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วย แสดงว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนระดับที่คุณค่านี้ชี้นำพฤติกรรม เป็นการกล่าวถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การยืนยันว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย commitment to honesty และโครงสร้างกรรมวาจก could be altered: The researchers asked whether our ____ by workplace pressure.
ดูคำตอบ
commitment to honesty could be altered
in professional settings: ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับงาน
In professional settings หมายถึงในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานหรือบทบาททางวิชาชีพ ในที่นี้ setting หมายถึงบริบทหรือสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ตัวเลือกการตั้งค่าของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ คำพหูพจน์ settings หมายถึงสถานการณ์ประเภทหนึ่ง ไม่ใช่สถานที่เฉพาะเพียงแห่งเดียว ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำนักงานหนึ่งแห่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ in professional settings หมายถึงอะไร?
- ในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงาน
- ในเมนูตั้งค่าซอฟต์แวร์
- ในสถานการณ์ทางสังคมแบบส่วนตัว
ดูคำตอบ
ในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงาน
this result suggests that self-interest might not be as powerful as we often think. ไวยากรณ์
4:49ผลลัพธ์นี้ก็บ่งชี้ว่าผลประโยชน์ส่วนตนอาจไม่ได้ทรงพลังอย่างที่เรามักจะคิด
might not be as powerful as: การเปรียบเทียบแบบปฏิเสธอย่างระมัดระวัง
not as + คำคุณศัพท์ + as หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัตินั้นในระดับที่ต่ำกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ ผลประโยชน์ส่วนตนอาจไม่ได้มีพลังมากเท่าที่คนทั่วไปมักคิด คำกริยาช่วย might ทำให้ข้อสรุปนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน รูปแบบ might not be as + คำคุณศัพท์ + as... ใช้เมื่อต้องการปรับความคาดหวังหรือความเชื่อทั่วไปอย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ might และโครงสร้างเปรียบเทียบปฏิเสธ as...as: The exam ____ difficult as we expected.
ดูคำตอบ
might not be as
Seeing yourself as an honest person can motivate you to be an honest person. ไวยากรณ์
4:56การมองตัวเองว่าเป็นคนซื่อสัตย์สามารถเป็นแรงจูงใจให้คุณเป็นคนซื่อสัตย์ได้
Seeing yourself as an honest person: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Seeing yourself as an honest person เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค วลีนี้ทำให้การมองตนเองในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการกระทำทางความคิด กลายเป็นหัวข้อที่ประโยคกำลังกล่าวถึง ภายในวลีนี้ see A as B หมายถึงมองหรือถือว่า A เป็น B โดย yourself คือ A และ an honest person คือ B ส่วนภาคแสดงคือ can motivate you to be an honest person ซึ่งบอกผลที่อาจเกิดจากมุมมองที่มีต่อตนเองนี้
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน see yourself as a team member ให้เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน: ____ can change how you cooperate.
ดูคำตอบ
Seeing yourself as a team member
can motivate you to be: โครงสร้าง motivate someone to do
Motivate someone to do something หมายถึงการให้เหตุผลหรือแรงจูงใจแก่ใครบางคนเพื่อให้ลงมือทำหรือไปถึงสภาวะหนึ่ง ในประโยคนี้ you คือผู้ที่ได้รับผล และ to be an honest person คือสภาวะที่ได้รับการกระตุ้นให้ไปถึง Can แสดงว่าผลดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + can motivate + บุคคล + to-infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย can motivate กรรม you และวลี infinitive to keep trying: Small improvements ____.
ดูคำตอบ
can motivate you to keep trying
we can help create an honest society we can all rely on. กริยาวลี
5:05เราก็จะสามารถช่วยสร้างสังคมที่ซื่อสัตย์ซึ่งเราทุกคนสามารถพึ่งพาได้
by modeling ... and celebrating ...: by + รูป -ing ที่วางขนานกัน
By + รูป -ing แสดงวิธีที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ วลีต้นประโยคตอบคำถามว่า “เราจะช่วยสร้างสังคมที่ซื่อสัตย์ได้อย่างไร” คำตอบคือด้วยการแสดงพฤติกรรมนั้นเป็นแบบอย่างและชื่นชมเมื่อคนอื่นแสดงพฤติกรรมนั้น ในที่นี้ celebrating หมายถึงการแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยว่าเราเห็นคุณค่าหรือชื่นชมพฤติกรรมนั้น Modeling และ celebrating เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and โดยทั้งสองคำใช้ by ร่วมกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ By doing A and doing B, ประธาน + ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย By และรูป -ing สองรูปที่วางขนานกัน ซึ่งหมายถึง “ด้วยการฟังอย่างตั้งใจและถามคำถาม”: ____, you can avoid misunderstandings.
ดูคำตอบ
By listening carefully and asking questions
can all rely on: ไว้วางใจและพึ่งพาบางสิ่ง
Rely on หมายถึงไว้วางใจและพึ่งพาบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง โดยเชื่อว่าสิ่งนั้นจะช่วยได้ ทำงานได้ หรือพร้อมใช้งานเมื่อต้องการ ในที่นี้ society ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถไว้วางใจและพึ่งพาได้ คำว่า we can all rely on ใช้ขยาย society โดยเข้าใจว่า society เป็นกรรมของ on จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำหลัง on ส่วน all หมายถึง we และวางหลังคำกริยาช่วย can: we can all rely on
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย rely on: We need a teammate we can ____.
ดูคำตอบ
rely on
Speaking of motivation: เชื่อมไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
Speaking of + คำนามหรือนามวลี ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมหัวข้อ โดยหยิบแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงหรือสิ่งที่นึกเชื่อมโยงขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วนำเข้าสู่ประเด็นใหม่ที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ motivation เป็นตัวเชื่อมไปยังเนื้อหาถัดไป โดยทั่วไปวลีนี้วางไว้ตอนต้น ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและข้อความใหม่ ตัววลีไม่ได้บอกใจความสมบูรณ์ด้วยตัวเอง แต่ช่วยนำความสนใจของผู้ฟังไปยังหัวข้อใหม่
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งกล่าวถึง exercise ประโยคใดใช้ Speaking of ... ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อพูดต่อถึงแนวคิดที่เกี่ยวข้อง
- Speaking of exercise, my pencil is yellow.
- Speaking of exercise, do you want to go for a walk?
- By the way, exercise can improve your sleep.
ดูคำตอบ
Speaking of exercise, do you want to go for a walk?
get something done: ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์
ใน get something done คำว่า get หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์” และ done บอกสภาพของกรรมว่าเสร็จแล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงทำงานให้เสร็จหรือหาทางทำจนเสร็จ โดยเน้นผลลัพธ์มากกว่าการกระทำแต่ละขั้นที่ใช้ไปถึงผลนั้น กรรมอยู่ระหว่าง get กับ done เช่น get the report done และ get it done ตามบริบท ประธานอาจทำงานเองหรือจัดการให้ผู้อื่นทำจนเสร็จก็ได้ แต่ประโยคนี้เน้นเพียงว่างานไปถึงสภาพที่เสร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี get + กรรม + done ที่ตรงกับความหมายว่า “เตรียมงานให้เสร็จ”: We need to ____ before the doors open.
ดูคำตอบ
get the setup done
Have you ever ... and still not done it?: การสะสมข้อมูลเพื่อนำไปสู่ความขัดแย้ง
Have you ever ...? ใช้ชวนให้ผู้ฟังนึกย้อนว่าตนเคยมีประสบการณ์แบบนั้นหรือไม่ ในที่นี้ have you ever ที่อยู่ต้นประโยคครอบคลุม tried, understood, had และ not done ซึ่งเรียงขนานกัน จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำก่อนทุกส่วน ประโยคนี้ค่อย ๆ สะสมเหตุผลที่งานนั้นควรเสร็จแล้ว ได้แก่ ได้พยายาม เข้าใจผลที่จะตามมา และมีเวลามากพอ จากนั้น and still not done it จึงแสดงผลลัพธ์ตรงกันข้ามที่เหนือความคาดหมาย ความขัดแย้งที่หลายคนคุ้นเคยนี้ทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตนและเตรียมเข้าสู่เรื่องการผัดวันประกันพรุ่ง
แบบฝึกหัด
คำถามนี้มีหน้าที่หลักในการจัดข้อมูลอย่างไรในบริบทนี้
- ขอรายงานโดยละเอียดว่างานชิ้นหนึ่งที่ไม่เสร็จใช้เวลานานเท่าใดกันแน่
- พิสูจน์ว่าการเข้าใจผลที่จะตามมาทำให้คนลงมือทำเสมอ
- ค่อย ๆ สร้างความขัดแย้งที่คุ้นเคย ชวนให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตน แล้วนำเข้าสู่เรื่องการผัดวันประกันพรุ่ง
ดูคำตอบ
ค่อย ๆ สร้างความขัดแย้งที่คุ้นเคย ชวนให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตน แล้วนำเข้าสู่เรื่องการผัดวันประกันพรุ่ง
Understand the psychology of procrastination with this video.
5:22มาทำความเข้าใจจิตวิทยาของการผัดวันประกันพรุ่งไปกับวิดีโอนี้
And for more actionable science-based advice on how to build character, วลี
5:25และสำหรับคำแนะนำตามหลักวิทยาศาสตร์ที่นำไปปฏิบัติได้จริงเกี่ยวกับการสร้างลักษณะนิสัย
more actionable science-based advice: คำแนะนำเพิ่มเติมที่นำไปปฏิบัติได้และอิงหลักวิทยาศาสตร์
ในที่นี้ actionable advice หมายถึงคำแนะนำที่ชัดเจนมากพอให้นำไปปฏิบัติได้ ส่วน science-based หมายถึงมีงานวิจัยหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ได้อิงเพียงความคิดเห็นเท่านั้น คำขยายทั้งสองคำอธิบายลักษณะของ advice ส่วน more บอกว่ามีคำแนะนำเพิ่มเติมที่มีคุณสมบัติทั้งสองอย่าง คือใช้ได้จริงและมีหลักฐานรองรับ
แบบฝึกหัด
actionable science-based advice ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The guide gives families actionable science-based advice.
- คำแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
- คำแนะนำสำหรับนักวิทยาศาสตร์เท่านั้นและใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้
- คำแนะนำที่กระตุ้นให้ลงมือทำโดยไม่ต้องมีหลักฐาน
ดูคำตอบ
คำแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
how to build character: วิธีสร้างอุปนิสัยที่ดี
ในบริบทนี้ build character หมายถึงการพัฒนาคุณสมบัติภายในที่ดี เช่น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความพากเพียร คำว่า build ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ส่วน character หมายถึงคุณสมบัติด้านศีลธรรมและนิสัยส่วนตัว ไม่ใช่ตัวละครสมมติ โครงสร้าง How to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกวิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วลีทั้งหมดตามหลัง advice on เพื่อระบุหัวข้อของคำแนะนำ ซึ่งก็คือวิธีพัฒนาคุณสมบัติเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าค่ายช่วยให้เด็กพัฒนาความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความเข้มแข็งในการฟื้นตัวจากปัญหา?
- The camp helps children build character.
- The camp helps children build a character.
- The camp helps children create a character.
ดูคำตอบ
The camp helps children build character.