จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนใช้ชีวิตแบบคนอเมริกัน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
698 คำ 192 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอใช้สถิติด้านการบริโภค สุขภาพ ขยะ และรอยเท้านิเวศเพื่อพิจารณาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากทุกคนใช้ชีวิตแบบชาวอเมริกัน และสรุปว่าความต้องการทรัพยากรจะเท่ากับโลก 4.1 ใบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ไวยากรณ์และรูปประโยค what would actually happen if ใช้ตั้งการเปลี่ยนแปลงสมมติแล้วถามผลที่ตามมา เหมาะกับการอภิปรายนโยบาย นิสัย และสถานการณ์อนาคต 2. คำศัพท์และระดับภาษา median age หมายถึงอายุที่แบ่งประชากรออกเป็นสองกลุ่มจำนวนเท่ากัน จึงช่วยไม่ให้สับสนกับค่าเฉลี่ยเลขคณิต 3. คำบริบททางวัฒนธรรมและโลกจริง "global hectare." เป็นหน่วยรอยเท้านิเวศที่วัดพื้นที่ดินและน้ำที่ผลิตทรัพยากรเพื่อรองรับการบริโภค ช่วยให้เข้าใจการเปรียบเทียบภาระทรัพยากรของแต่ละประเทศ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This episode is supported by 23andMe. การใช้คำ

0:00

รายการตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 23andMe

การใช้คำ

is supported by ในการเปิดเผยผู้สนับสนุนสื่อ

ในช่วงเปิดรายการนี้ is supported by เป็นสำนวนรูปถูกกระทำที่ใช้เปิดเผยการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ หมายความว่าตอนนี้ได้รับเงินสนับสนุนจาก 23andMe และแบรนด์มีส่วนช่วยออกทุนให้เนื้อหา การใช้รูปถูกกระทำทำให้ตอนเป็นประเด็นหลักของประโยค และให้ความรู้สึกเป็นกลางและเป็นทางการ ไม่ได้หมายความว่ารายการเห็นด้วยหรือแนะนำความคิดเห็นของบริษัท

แบบฝึกหัด

ในช่วงเปิดรายการนี้ is supported by บอกอะไรเกี่ยวกับบทบาทของ 23andMe

  1. ตอนนี้ได้รับเงินสนับสนุนจาก 23andMe
  2. 23andMe ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคขณะบันทึกตอนนี้
  3. ตอนนี้เห็นด้วยกับความคิดเห็นทุกอย่างของ 23andMe
ดูคำตอบ

ตอนนี้ได้รับเงินสนับสนุนจาก 23andMe

There are currently 7.5 billion people alive on Earth,

0:03

ปัจจุบันมีผู้คน 7.5 พันล้านคนอาศัยอยู่บนโลก

of which 323 million live in the United States of America. ไวยากรณ์

0:06

ในจำนวนนี้ 323 ล้านคนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ไวยากรณ์

of which สำหรับเชื่อมจำนวนทั้งหมดกับส่วนย่อย

ในที่นี้ of which ใช้เกริ่นนำส่วนย่อยของจำนวนทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ประโยคเริ่มจากการบอกจำนวนประชากรทั่วโลก แล้วระบุว่า 323 ล้านคนเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนนั้นและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา สำนวนนี้กระชับและเน้นข้อมูล โดยมอง 7.5 billion people เป็นปริมาณทางสถิติ จึงใช้ of which ได้แม้ว่าส่วนย่อยนั้นจะเป็นผู้คนก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแบบเป็นทางการที่เชื่อมจำนวนทั้งหมดกับส่วนหนึ่งของจำนวนนั้นให้สมบูรณ์:The survey received 2,000 responses, ____ 640 came from first-time customers.

ดูคำตอบ

of which

As a global powerhouse, วลี

0:10

ในฐานะมหาอำนาจระดับโลก

many have an opinion on the American lifestyle, วลี

0:11

หลายคนต่างมีความคิดเห็นเกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบอเมริกัน

วลี

global powerhouse: ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก

ในที่นี้ global powerhouse นำเสนอว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีอิทธิพลอย่างมากทั่วโลก คำว่า powerhouse ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงประเทศ องค์กร หรือสถาบันที่ทรงอำนาจหรือประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงอาคารที่ผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ยังสามารถเติมสาขาเข้าไปได้ เช่น a global technology powerhouse เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นมีอิทธิพลเป็นพิเศษในด้านใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้: After decades of worldwide growth, the company became a ____ in renewable energy.

ดูคำตอบ

global powerhouse

วลี

have an opinion on + หัวข้อ

Have an opinion on หมายถึงการมีมุมมองเกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นหนึ่ง ในตัวอย่าง on ทำหน้าที่นำเข้าสู่หัวข้อคือ the American lifestyle ตัววลีนี้ไม่ได้หมายถึงการวิจารณ์ ความเห็นอาจเป็นเชิงบวก เชิงลบ หรือผสมกันก็ได้ ถ้อยคำเพิ่มเติมหรือบริบทจะบอกท่าทีที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่ใช้บอกหัวข้อของความคิดเห็น: Do you ____ the new school rule?

ดูคำตอบ

have an opinion on

but what do the statistics say, ลำดับความ

0:13

แต่สถิติบอกอะไรเราบ้าง

and what would actually happen if we all lived like Americans? ไวยากรณ์

0:15

แล้วจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้นหากเราทุกคนใช้ชีวิตเหมือนชาวอเมริกัน?

ลำดับความ

แต่สถิติบอกอะไร: จากความรู้สึกไปสู่หลักฐาน

ในคำถามนี้ but ทำหน้าที่เปลี่ยนประเด็นจากความรู้สึกหรือมุมมองทั่วไป ผู้พูดไม่ได้ยอมรับสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดอยู่แล้ว แต่หันมาขอหลักฐาน สถิติไม่ได้พูดได้ตามตัวอักษร ในที่นี้ say หมายถึง แสดง หรือ บ่งชี้ว่าข้อมูลบอกอะไร โครงสร้างนี้ใช้เกริ่นผลการวิจัยหรือใช้ตรวจสอบความเชื่อที่แพร่หลายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากความเชื่อทั่วไปไปสู่หลักฐานที่เป็นตัวเลขได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Many people think the change is harmless, but what does the statistics say?
  2. Many people think the change is harmless, but what do the people say?
  3. Many people think the change is harmless, but what do the statistics say?
ดูคำตอบ

Many people think the change is harmless, but what do the statistics say?

ไวยากรณ์

what would actually happen if: ถามถึงผลลัพธ์ของเงื่อนไขสมมติ

คำถามนี้ถามถึงผลลัพธ์ของเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้น What would actually happen หมายถึงผลลัพัพธ์จริงที่จะเกิดขึ้น ส่วน actually เน้นว่าผู้พูดต้องการรู้ผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่การเดาจากสิ่งที่เห็นภายนอกเท่านั้น โครงสร้างคือ what would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน + if + ประธาน + กริยารูปอดีต เช่น what would ... happen if we all lived ...? lived ในที่นี้แสดงว่าเงื่อนไขเป็นเรื่องสมมติและห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่าการใช้ชีวิตเกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตที่ทราบอยู่แล้วหรือแผนในอนาคตโดยตรง

  1. What would actually happen if the town banned cars downtown?
  2. What actually happened when the town banned cars downtown?
  3. What will actually happen if the town bans cars downtown?
ดูคำตอบ

What would actually happen if the town banned cars downtown?

First off, ลำดับความ

0:19

อย่างแรกเลย

ลำดับความ

First off:เริ่มประเด็นแรก

First off เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้เกริ่นประเด็นแรกในรายการเหตุผล ข้อเท็จจริง หรือขั้นตอนต่าง ๆ และบอกเป็นนัยว่าจะมีประเด็นอื่นตามมา ในที่นี้ off ไม่ได้หมายถึง “ปิด” หรือ “ออกห่าง” แต่ทั้งวลีทำหน้าที่จัดลำดับคำอธิบายของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ First off เพื่อเปิดรายการประเด็นแบบไม่เป็นทางการได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. First off, let's look at the main reason.
  2. By the way, let's look at the main reason.
  3. Finally, let's look at the main reason.
ดูคำตอบ

First off, let's look at the main reason.

you would be having more sex.

0:19

คุณจะมีเซ็กซ์บ่อยขึ้น

Surveys indicate that Americans have sex 138 times per year on average, โน้ต

0:21

ผลสำรวจชี้ว่า โดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันมีเซ็กซ์ปีละ 138 ครั้ง

ลำดับความ

Surveys indicate that:เกริ่นข้อสรุปจากหลักฐานอย่างระมัดระวัง

Surveys indicate that ใช้เกริ่นข้อความที่มีผลสำรวจเป็นหลักฐานสนับสนุน โดย that-clause จะบอกผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่ผลสำรวจกำลังชี้ไป indicate เป็นคำที่ใช้ด้วยความระมัดระวัง หมายความว่าหลักฐานชี้ไปยังข้อสรุปหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผลสำรวจพิสูจน์ข้อสรุปนั้นโดยไม่มีข้อสงสัย โครงสร้างนี้ยังวางแหล่งข้อมูลไว้ก่อนข้อความอ้าง ทำให้เหมาะกับรายงานและคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Surveys indicate that เพื่อเกริ่นหลักฐานจากผลสำรวจอย่างระมัดระวัง

  1. Surveys indicate that many commuters prefer the new bus route.
  2. Surveys suggest that many commuters prefer the new bus route.
  3. Surveys prove that many commuters prefer the new bus route.
  4. Many commuters prefer the new bus route, according to surveys.
ดูคำตอบ

Surveys indicate that many commuters prefer the new bus route.

วลี

per year on average: โดยเฉลี่ยต่อปี

ใน per year on average คำว่า per year กำหนดช่วงเวลาที่ใช้วัด คือคำนวณจำนวนภายในหนึ่งปี ส่วน on average บอกว่า 138 เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่สำรวจ ไม่ใช่จำนวนตายตัวของชาวอเมริกันทุกคน วลีนี้จึงบอกทั้งอัตรารายปีและลักษณะที่เป็นค่าเฉลี่ยทางสถิติ กล่าวถึงผลเฉลี่ยจากการสำรวจ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีเพศสัมพันธ์ครบ 138 ครั้งต่อปีพอดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The clinic treats 240 patients per year on average" per year on average บอกอะไร

  1. เป็นจำนวนเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่งปี
  2. เป็นจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในสัปดาห์ใดสัปดาห์หนึ่ง
  3. ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาครบ 240 ครั้งในแต่ละปี
ดูคำตอบ

เป็นจำนวนเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่งปี

which is the second highest in the world behind France. ไวยากรณ์

0:25

ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากฝรั่งเศส

ไวยากรณ์

the second highest in the world behind France: สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากฝรั่งเศส

the second highest หมายความว่า เมื่อนำค่าต่าง ๆ มาเรียงจากสูงไปต่ำ ประธานของประโยคอยู่ในอันดับที่สอง มีค่าเพียงหนึ่งค่าเท่านั้นที่สูงกว่า ไม่ได้หมายถึงลำดับที่สองในด้านเวลาหรือสถานที่ behind France ระบุสิ่งเดียวที่อยู่ข้างหน้าในลำดับการจัดอันดับ ในประโยคนี้ which หมายถึงค่าเฉลี่ยรายปีที่เพิ่งกล่าวถึง ฝรั่งเศสมีค่าสูงที่สุด และค่าเฉลี่ยนั้นมีค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Lakeside School has the second highest score in the district behind North High" อันดับนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. Lakeside School ได้คะแนนสูงที่สุด
  2. Lakeside School อยู่ด้านหลัง North High ในทางกายภาพ
  3. มีเพียง North High เท่านั้นที่ได้คะแนนสูงกว่า
ดูคำตอบ

มีเพียง North High เท่านั้นที่ได้คะแนนสูงกว่า

Porn would also be even more abundant, ไวยากรณ์

0:28

สื่อลามกก็จะมีอยู่มากยิ่งขึ้นด้วย

as 73% of the world's porn is produced in America.

0:30

เพราะ 73% ของสื่อลามกทั่วโลกผลิตในอเมริกา

ไวยากรณ์

even more abundant: การเน้นรูปเปรียบเทียบขั้นกว่า

more abundant เป็นรูปเปรียบเทียบขั้นกว่าของ abundant หมายถึง “มีอยู่หรือหาได้ในปริมาณที่มากกว่า” even ใช้เน้นการเปรียบเทียบนี้ กล่าวคือ ปริมาณไม่ได้เพียงมากขึ้น แต่ยังเกินระดับเปรียบเทียบหรือความคาดหมายที่วางไว้ก่อนหน้าในเนื้อหา ในที่นี้ also เพิ่มประเด็นนี้เป็นผลอีกอย่างหนึ่ง ส่วน even เน้นระดับให้มากขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ even + รูปเปรียบเทียบขั้นกว่า เช่น even larger, even faster และ even more difficult

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย even + รูปเปรียบเทียบขั้นกว่าของ abundant: Supplies were already plentiful, and after the second delivery they became ____.

ดูคำตอบ

even more abundant

Americans drive 13,476 mi per year,

0:34

ชาวอเมริกันขับรถปีละ 13,476 ไมล์

which is the most in the world.

0:37

ซึ่งมากที่สุดในโลก

This explains why they have the highest rates of vehicle collisions worldwide ลำดับความ

0:39

นี่อธิบายได้ว่าทำไมพวกเขาถึงมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุรถชนสูงที่สุดในโลก

ลำดับความ

This explains why: การเชื่อมหลักฐานกับผลลัพธ์

This explains why เป็นกรอบสำหรับจัดลำดับข้อมูลในบทสนทนา โดย This ย้อนอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือหลักฐานก่อนหน้า explains นำเสนอสิ่งนั้นเป็นเหตุผล และ why นำเข้าสู่ผลที่เหตุผลนั้นใช้อธิบาย จึงพาผู้ฟังจากหลักฐานหรือสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์ อนุประโยคที่ตามหลัง why ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น why they have ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม กรอบนี้เสนอคำอธิบาย แต่ตัวมันเองไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงก่อนหน้าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสามคำที่ขึ้นต้นด้วย This และใช้ explain เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์: The bridge is closed for repairs. ____ traffic is unusually heavy downtown.

ดูคำตอบ

This explains why

and number of meals eaten in a car.

0:43

รวมถึงมีจำนวนมื้ออาหารที่กินในรถมากที่สุดด้วย

Seriously, น้ำเสียง/เจตนา

0:45

เอาจริง ๆ นะ

statistics show that 20% of American meals are consumed in a vehicle. การใช้คำ

0:45

สถิติชี้ว่า ชาวอเมริกันกินอาหารในรถถึง 20% ของมื้อทั้งหมด

น้ำเสียง/เจตนา

Seriously, ที่บอกว่าผู้พูดไม่ได้ล้อเล่น

ในที่นี้ “Seriously,” ที่ต้นประโยคเป็นคำแสดงท่าทีของผู้พูด โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดพูดจริงและนำเสนอข้อความต่อไปว่าเป็นเรื่องจริง สถิตินี้อาจฟังดูไม่น่าเชื่อ “Seriously,” จึงใช้ตอบข้อสงสัยที่ผู้ฟังอาจมี คำนี้ไม่ได้สั่งให้ใครทำตัวจริงจัง และไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าหัวข้อนั้นเศร้าหรือร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ใน “Seriously, I checked the numbers twice.” คำว่า “Seriously” ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกให้อีกคนทำตัวจริงจังขึ้น
  2. บอกว่าการตรวจตัวเลขเป็นหัวข้อที่น่าเศร้า
  3. แสดงว่าผู้พูดหมายความตามที่พูดและไม่ได้ล้อเล่น
ดูคำตอบ

แสดงว่าผู้พูดหมายความตามที่พูดและไม่ได้ล้อเล่น

การใช้คำ

are consumed: รูปกรรมวาจกทางการที่หมายถึง “ถูกรับประทาน”

ใน “meals are consumed” คำว่า consume หมายถึง “กิน” รูป are + consumed เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดย meals เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ไม่ใช่ผู้ทำการกระทำ การใช้คำแบบนี้ทำให้จุดสนใจอยู่ที่มื้ออาหารและเปอร์เซ็นต์ที่วัดได้ ไม่ใช่คนที่รับประทานอาหาร เป็นภาษาทางการและเหมาะกับสถิติหรือรายงานมากกว่าบทสนทนาทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคในรายงานด้วยรูปกรรมวาจกทางการของ consume: In the survey summary, 35% of weekday lunches ____ at a desk.

ดูคำตอบ

are consumed

Americans eat 8 oz of meat per day on average,

0:50

โดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันกินเนื้อวันละ 8 ออนซ์

which is almost double the world average. ไวยากรณ์

0:52

ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก

ไวยากรณ์

Almost double: ใกล้สองเท่าแต่ยังต่ำกว่าสองเท่า

ในประโยคนี้ almost ขยายคำว่า double ปริมาณดังกล่าวใกล้เคียงสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่ยังไม่ถึงสองเท่าเต็ม ๆ รูปแบบ almost double + คำนาม ใช้เปรียบเทียบปริมาณหนึ่งกับปริมาณอ้างอิง เช่น almost double the world average หากค่าที่ใช้อ้างอิงคือ 100 ค่า 190 ถือว่า almost double แต่ 210 ไม่ใช่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายภาษาอังกฤษสองคำ ถังเก่าจุ 50 ลิตร และถังใหม่จุ 98 ลิตร The new tank's capacity is ____ the old tank's capacity.

ดูคำตอบ

almost double

This leads to Americans killing and eating 10 billion animals annually, ลำดับความ

0:55

ส่งผลให้ชาวอเมริกันฆ่าและกินสัตว์ปีละ 10 พันล้านตัว

which is 15% of the world's total consumption.

0:58

คิดเป็น 15% ของการบริโภคทั้งหมดทั่วโลก

ลำดับความ

This leads to + คำนามหรือผลลัพธ์แบบ -ing

This ย้อนกลับไปอ้างถึงการบริโภคที่สูงกว่าซึ่งกล่าวไว้ในประโยคก่อนหน้า จากนั้น leads to นำเสนอข้อมูลถัดไปในฐานะผลลัพธ์ จึงสร้างลำดับเหตุและผลจากข้อเท็จจริงก่อนหน้าไปสู่ผลที่ใหญ่กว่า หลัง lead to ใช้คำนาม นามวลี หรืออนุประโยค -ing ในที่นี้ Americans killing and eating 10 billion animals annually เป็นอนุประโยค -ing ที่ระบุผลลัพธ์ ส่วน to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยคำเชื่อมเป้าหมายภาษาอังกฤษสามคำ The city has added a new bus route. ____ shorter waits for many riders.

ดูคำตอบ

This leads to

The average American also drinks 403 Coca-Cola products per year,

1:01

โดยเฉลี่ยแล้ว ชาวอเมริกันยังดื่มเครื่องดื่มของ Coca-Cola ปีละ 403 หน่วย

compared to the world's average, วลี

1:05

เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก

which is 92.

1:06

ซึ่งอยู่ที่ 92 หน่วย

วลี

compared to: การแนะนำเกณฑ์อ้างอิงในการเปรียบเทียบ

Compared to ใช้บอกเกณฑ์อ้างอิงในการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ จำนวน 403 หน่วยต่อปีถูกนำไปเทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 92 หน่วย โดย 92 เป็นตัวเลขของค่าเฉลี่ยโลก ไม่ใช่ตัวเลขของชาวอเมริกัน ในการเขียนอธิบายข้อมูล ให้วาง compared to ไว้หน้าตัวเลข กลุ่ม หรือผลลัพธ์ก่อนหน้าที่ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง วลีนี้ช่วยให้ผู้อ่านเห็นว่าเหตุใดตัวเลขแรกจึงถือว่าสูง ต่ำ มากกว่า หรือน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ compared to ได้ถูกต้องเพื่อแนะนำตัวเลขอ้างอิง?

  1. The school collected 800 cans, comparing to 500 last year.
  2. The school collected 800 cans, compared to 500 last year.
  3. The school collected 800 cans, compared 500 last year.
ดูคำตอบ

The school collected 800 cans, compared to 500 last year.

This all contributes to the US having the highest total caloric intake, โน้ต

1:08

ทั้งหมดนี้ทำให้สหรัฐฯ มีปริมาณแคลอรีรวมที่ได้รับสูงที่สุด

วลี

contributes to the US having: contribute to + คำนาม + -ing

Contributes to หมายถึง “ช่วยก่อให้เกิดหรือทำให้เกิดผลลัพธ์” ส่วน This all รวบรวมปัจจัยที่กล่าวมาก่อนหน้าเข้าด้วยกันในฐานะสาเหตุ แต่ contributes สื่อว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุผล ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุผลเดียว ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท และตามด้วยอนุประโยค -ing คือ the US having the highest total caloric intake โดย The US เป็นประธานทางความหมายของ having เมื่อต้องการระบุปัจจัยและผลลัพธ์ สามารถใช้รูปแบบ contribute to + คำนาม หรือ contribute to + คำนาม + -ing ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ have: Good sleep contributes to Mia ____ more energy at school.

ดูคำตอบ

having

sugar intake,

1:11

ปริมาณน้ำตาลที่บริโภคสูงที่สุด

and fat intake compared to all of the other 16 wealthiest countries.

1:12

และปริมาณไขมันที่บริโภคสูงที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศที่ร่ำรวยที่สุดอีก 16 ประเทศ

การใช้คำ

คำว่า intake ใน total caloric intake, sugar intake, and fat intake

ในบริบทด้านโภชนาการ intake หมายถึงปริมาณที่บุคคลหรือกลุ่มรับเข้าสู่ร่างกาย ในที่นี้ total caloric intake คือพลังงานทั้งหมดที่ได้รับ ส่วน sugar intake และ fat intake คือปริมาณน้ำตาลและไขมันที่ได้รับ การใช้ intake ซ้ำทำให้เห็นรายการวัดสามอย่างที่เรียงขนานกันอย่างชัดเจน ในสถิติด้านสุขภาพ คำที่บอกพลังงานหรือสารอาหารมักวางไว้หน้า intake

แบบฝึกหัด

ในรายงานด้านโภชนาการ วลีใดเรียกปริมาณพลังงาน น้ำตาล และไขมันที่คนรับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างถูกต้อง

  1. total caloric admission, sugar admission, and fat admission
  2. total calorie entrances, sugar entrances, and fat entrances
  3. total caloric intake, sugar intake, and fat intake
ดูคำตอบ

total caloric intake, sugar intake, and fat intake

But consumption is similar in one category, ลำดับความ

1:16

แต่มีอยู่หมวดหนึ่งที่ระดับการบริโภคใกล้เคียงกัน

fruit and vegetable consumption.

1:18

คือการบริโภคผักและผลไม้

ลำดับความ

But ... similar in one category: การบอกข้อยกเว้นที่มีขอบเขตจำกัด

But บอกว่ามีข้อยกเว้นจากแนวโน้มของความแตกต่างที่กล่าวมาก่อนหน้า คำนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อความต่อไปจะจำกัดหรือปรับขอบเขตของการเปรียบเทียบโดยรวม วลี in one category จำกัดขอบเขตของ similar ประโยคนี้บอกก่อนว่ามีข้อยกเว้นหนึ่งอย่าง แล้วจึงระบุหลังเครื่องหมายจุลภาคว่าคือ fruit and vegetable consumption ไม่ได้หมายความว่าการบริโภคคล้ายกันในทุกหมวด

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในการเปรียบเทียบดังกล่าว: But consumption is similar in one category, fruit and vegetable consumption.

  1. การบริโภคผักและผลไม้ถูกกล่าวว่าเป็นอีกด้านหนึ่งที่มีความแตกต่างมาก
  2. การบริโภคในทุกหมวดถูกกล่าวว่าใกล้เคียงกัน
  3. มีเพียงการบริโภคผักและผลไม้ที่ถูกกล่าวว่าใกล้เคียงกัน ส่วนความแตกต่างอื่นยังคงอยู่
ดูคำตอบ

มีเพียงการบริโภคผักและผลไม้ที่ถูกกล่าวว่าใกล้เคียงกัน ส่วนความแตกต่างอื่นยังคงอยู่

And all of this eating contributes to trash.

1:20

และการกินทั้งหมดนี้ก็ก่อให้เกิดขยะ

Americans throw out 1.6 billion pens and 220 million car tires per year. กริยาวลี

1:23

ชาวอเมริกันทิ้งปากกา 1.6 พันล้านด้ามและยางรถยนต์ 220 ล้านเส้นต่อปี

กริยาวลี

throw out: ทิ้งสิ่งของที่ไม่ต้องการ

ในประโยคนี้ throw out หมายถึง “ทิ้ง” หรือ “นำไปใส่ถังขยะ” ปากกาและยางรถยนต์เป็นสิ่งของที่ไม่ต้องการแล้ว วลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงการโยนสิ่งเหล่านั้นออกไปข้างนอกตามตัวอักษร throw out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ โดยพูดได้ทั้ง throw out the pens และ throw the pens out หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า throw them out ไม่ใช่ throw out them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทิ้ง”: Please ____ the broken marker.

ดูคำตอบ

throw out

An individual American produces 729 kg of garbage per year,

1:27

ชาวอเมริกันแต่ละคนสร้างขยะ 729 กิโลกรัมต่อปี

of which 544 kg is organic waste.

1:32

โดย 544 กิโลกรัมเป็นขยะอินทรีย์

This means that the population of America, ลำดับความ

1:35

นั่นหมายความว่าประชากรอเมริกา

which is roughly 5% of the world, การใช้คำ

1:37

ซึ่งมีสัดส่วนราว 5% ของประชากรโลก

generates 40% of the world's waste.

1:39

กลับสร้างขยะถึง 40% ของขยะทั่วโลก

ลำดับความ

This means that: เชื่อมหลักฐานไปสู่ข้อสรุป

This อ้างถึงข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน means that ใช้นำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากข้อมูลนั้น ในที่นี้ ตัวเลขเกี่ยวกับขยะที่กล่าวมาก่อนหน้าถูกนำมาใช้เปรียบเทียบระหว่างสหรัฐอเมริกากับทั้งโลก ใช้โครงสร้าง ข้อเท็จจริงก่อนหน้า. This means that + อนุประโยค เพื่อเชื่อมจากหลักฐานไปสู่ความสำคัญของหลักฐานนั้น โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่า “ข้อมูลนั้นสื่อถึงอะไร” แทนที่จะเพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมข้อสรุปด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียน: The library closes at six. ____ we need to leave now.

ดูคำตอบ

This means that

การใช้คำ

“roughly” หน้าเปอร์เซ็นต์

ในประโยคนี้ roughly หมายถึง “ประมาณ” หรือ “ราว ๆ” คำนี้บอกว่า 5% เป็นค่าประมาณที่ใช้เพื่อให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่ผลการวัดที่แม่นยำ roughly ขยายเฉพาะ 5% เพราะอยู่ในอนุประโยคขยาย which is roughly 5% of the world ในที่นี้ไม่ได้ทำให้ 40% ที่ตามมากลายเป็นค่าประมาณ และไม่ได้หมายถึง “อย่างหยาบกระด้างหรือรุนแรง”

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง roughly บอกอะไรเรา?

  1. ตัวเลข 5% เป็นค่าประมาณ
  2. ตัวเลข 40% เป็นค่าประมาณ
  3. เปอร์เซ็นต์ทั้งสองเป็นค่าที่แน่นอน
ดูคำตอบ

ตัวเลข 5% เป็นค่าประมาณ

For most of the world, ลำดับความ

1:42

สำหรับคนส่วนใหญ่ในโลก

the American lifestyle would mean living longer. ไวยากรณ์

1:43

วิถีชีวิตแบบอเมริกันจะหมายถึงการมีอายุยืนขึ้น

ลำดับความ

“For most of the world,” จำกัดขอบเขตของข้อความ

วลีเปิดประโยค For most of the world หมายถึง “สำหรับผู้คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก” หรือ “เมื่อพิจารณาพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก” วลีนี้กำหนดกลุ่มที่ข้อความถัดไปถูกนำเสนอว่าเป็นจริงสำหรับพวกเขา การวางกรอบนี้ไว้ต้นประโยคทำให้เห็นข้อจำกัดก่อนจะพบข้อสรุป living longer คำว่า most ช่วยไม่ให้ผู้พูดอ้างว่าสิ่งนี้เป็นจริงทุกแห่ง ในที่นี้ for แสดงมุมมองหรือกลุ่มที่ข้อความใช้ได้ ไม่ได้แสดงจุดประสงค์หรือการแลกเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกำหนดอย่างถูกต้องว่าประโยชน์นี้ใช้กับกลุ่มหนึ่ง แทนที่จะเพียงระบุสถานที่?

  1. In many small businesses, lower fees would mean more money for hiring.
  2. Many small businesses, lower fees would mean more money for hiring.
  3. For many small businesses, lower fees would mean more money for hiring.
ดูคำตอบ

For many small businesses, lower fees would mean more money for hiring.

ไวยากรณ์

would mean living: ผลลัพธ์ในสถานการณ์สมมติ

ในประโยคนี้ would ทำให้ผลลัพธ์อยู่ในสถานการณ์สมมติ ประโยคกำลังบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้คนใช้วิถีชีวิตแบบนั้น ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์นี้เป็นจริงอยู่แล้วทุกแห่ง เมื่อ mean ตามด้วยรูป -ing รูป -ing จะระบุผลที่ตามมา ดังนั้น mean living longer จึงหมายถึง “มีผลให้มีอายุยืนขึ้น” โครงสร้าง would mean + -ing ใช้บอกผลที่ตามมาในสถานการณ์สมมติได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would mean + -ing เพื่อบอกผลที่ตามมา

  1. Taking the new job would mean moving to another city.
  2. I meant to move to another city last year.
  3. Moving to another city would make the job easier.
ดูคำตอบ

Taking the new job would mean moving to another city.

The US life expectancy is 82.1 years for women การใช้คำ

1:45

อายุขัยเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ 82.1 ปีสำหรับผู้หญิง

and 77.5 for men,

1:48

และ 77.5 ปีสำหรับผู้ชาย

การใช้คำ

life expectancy: ค่าประมาณระดับประชากร

life expectancy คือจำนวนปีเฉลี่ยที่คาดว่าคนในกลุ่มที่กำหนดจะมีชีวิตอยู่ หากรูปแบบอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินต่อไป ในประโยคนี้ ตัวเลขที่แยกกันเป็นข้อมูลสรุปของกลุ่มผู้หญิงและผู้ชาย นี่เป็นค่าประมาณทางสถิติ ไม่ใช่การรับประกันว่าคนใดคนหนึ่งจะมีชีวิตถึงอายุเท่าใด แต่ละคนอาจมีชีวิตสั้นหรือยาวกว่าค่านี้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตีความ “life expectancy is 82 years” ได้ถูกต้อง

  1. ทุกคนในกลุ่มจะเสียชีวิตเมื่ออายุครบ 82 ปีพอดี
  2. นี่คือค่าประมาณสำหรับประชากร ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกคนจะมีชีวิตถึงอายุ 82 ปี
  3. แพทย์ได้ทำนายอายุที่แน่นอนตอนผู้ป่วยคนหนึ่งเสียชีวิต
ดูคำตอบ

นี่คือค่าประมาณสำหรับประชากร ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกคนจะมีชีวิตถึงอายุ 82 ปี

but it's still only ranked 42nd in the world behind other industrialized nations like Australia and Canada.

1:50

แต่สหรัฐฯ ก็ยังอยู่เพียงอันดับที่ 42 ของโลก ตามหลังประเทศอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลียและแคนาดา

This is likely because these countries have better publicly funded healthcare. โน้ต

1:56

น่าจะเป็นเพราะประเทศเหล่านี้มีระบบบริการสุขภาพที่ได้รับงบประมาณจากรัฐและมีคุณภาพดีกว่า

ลำดับความ

This is likely because: การเสนอคำอธิบายที่มีความเป็นไปได้สูง

ในโครงสร้าง This is likely because... คำว่า This ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง และ because นำเข้าสู่สาเหตุที่เสนอ โครงสร้างนี้จัดให้ประโยคเป็นคำอธิบายของผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า likely ลดระดับความแน่นอน ผู้เขียนเห็นว่าสาเหตุนั้นมีความเป็นไปได้สูง แต่ไม่ได้เสนอว่าได้รับการพิสูจน์แล้วหรือเป็นสาเหตุเดียว จึงช่วยให้ข้อกล่าวอ้างในงานเขียนเชิงวิเคราะห์และงานวิจัยมีความระมัดระวังอย่างเหมาะสม

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งพบว่าเมืองแห่งหนึ่งมีอากาศสะอาดกว่าเดิม แต่นักวิจัยยังไม่มีหลักฐานเด็ดขาดเกี่ยวกับสาเหตุ ประโยคใดนำเสนอคำอธิบายที่พวกเขาเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงได้ดีที่สุด

  1. This is likely because the town planted more trees.
  2. This is because the town planted more trees.
  3. This may be because the town planted more trees.
ดูคำตอบ

This is likely because the town planted more trees.

วัฒนธรรม

publicly funded healthcare: บอกแหล่งเงิน ไม่ได้หมายถึงรัฐเป็นเจ้าของหรือให้บริการฟรี

Publicly funded healthcare หมายถึงบริการสุขภาพที่ชำระค่าใช้จ่ายเป็นหลักด้วยรายได้ของรัฐบาลหรือเงินสาธารณะประเภทอื่น publicly funded บอกว่าเงินส่วนใหญ่มาจากที่ใด แต่ไม่ได้บอกโดยตัวมันเองว่าใครเป็นเจ้าของโรงพยาบาลหรือใครเป็นนายจ้างของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าบริการทุกอย่างไม่มีค่าใช้จ่าย ณ จุดรับบริการ ระบบที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐยังอาจมีผู้ให้บริการเอกชน ค่าใช้จ่ายร่วมของผู้ป่วย หรือบริการที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง

แบบฝึกหัด

รัฐบาลจ่ายเงินจากรายได้ภาษีให้คลินิกเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ขณะที่ผู้ป่วยบางรายยังต้องร่วมจ่าย คำอธิบายใดถูกต้องที่สุดเมื่อพิจารณาจากแหล่งเงินสนับสนุน

  1. It is a universal healthcare system.
  2. It is a publicly funded healthcare service.
  3. It is a publicly operated healthcare service.
  4. It is a free healthcare service.
ดูคำตอบ

It is a publicly funded healthcare service.

The median age in the United States is 37.9, การใช้คำ

1:59

อายุมัธยฐานในสหรัฐฯ คือ 37.9 ปี

การใช้คำ

Median age: จุดกึ่งกลางของอายุประชากร

Median age คืออายุที่อยู่ตรงกึ่งกลางของประชากรเมื่อเรียงทุกคนจากอายุน้อยที่สุดไปหาอายุมากที่สุด ในประโยคนี้ 37.9 หมายความว่าคนครึ่งหนึ่งอายุน้อยกว่านี้ และอีกครึ่งหนึ่งอายุมากกว่านี้ ทั้งสองครึ่งมีจำนวนคนเท่ากัน แต่ไม่จำเป็นต้องครอบคลุมช่วงอายุที่กว้างเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ในรายงานประชากร “The median age is 37.9” หมายความว่าอย่างไร?

  1. อายุของทุกคนรวมกันได้ 37.9
  2. คนส่วนใหญ่มีอายุ 37.9 ปีพอดี
  3. ประชากรครึ่งหนึ่งอายุน้อยกว่า 37.9 ปี และอีกครึ่งหนึ่งอายุมากกว่า
ดูคำตอบ

ประชากรครึ่งหนึ่งอายุน้อยกว่า 37.9 ปี และอีกครึ่งหนึ่งอายุมากกว่า

meaning if you divided the whole population of America into two equal groups, ไวยากรณ์

2:02

หมายความว่า หากแบ่งประชากรอเมริกาทั้งหมดออกเป็นสองกลุ่มเท่า ๆ กัน

half of the people would be younger than 37.9

2:06

ครึ่งหนึ่งจะมีอายุน้อยกว่า 37.9 ปี

and half of the people would be older.

2:08

และอีกครึ่งหนึ่งจะมีอายุมากกว่านั้น

ไวยากรณ์

โครงสร้างสมมติ If you divided ... half of the people would be ... and half of the people would be

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ใช้ divided ซึ่งเป็นรูปอดีต ส่วนผลลัพธ์ใช้ would be ทั้งสองส่วนร่วมกันนำเสนอการกระทำที่สมมติขึ้น ไม่ใช่การรายงานเหตุการณ์ในอดีต ผู้ฟังแบ่งประชากรในความคิดเพื่อทำความเข้าใจคำจำกัดความ การใช้ half of the people would be ... and half of the people would be ... ซ้ำกันทำให้เกิดผลลัพธ์สองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ if + รูปอดีต, ... would + กริยารูปพื้นฐาน สำหรับอธิบายแบบจำลองหรือผลลัพธ์เชิงสมมติ

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำอธิบายเชิงสมมติด้วยรูปอดีตของ divide และผลลัพธ์แบบขนานสองส่วนที่ใช้ would be: If you ____ the class into two equal groups, half of the students ____ in Room A, and half of the students ____ in Room B.

ดูคำตอบ

divided · would be · would be

America is defined as having an aging population in that โน้ต

2:10

สหรัฐฯ ถูกจัดว่าเป็นสังคมสูงวัย เพราะ

the world's median age is lower at 30.1.

2:13

อายุมัธยฐานของโลกต่ำกว่า โดยอยู่ที่ 30.1 ปี

ไวยากรณ์

is defined as having + ลักษณะหนึ่ง

is defined as having เป็นรูปแบบการจัดประเภทแบบถูกกระทำ ในประโยคนี้ สหรัฐอเมริกาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสถานที่ที่มีประชากรสูงวัย โดย having นำหน้าลักษณะที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดประเภทนั้น โครงสร้างคือ be + defined + as + อนุประโยค -ing ในรูปแบบนี้ as หมายถึง “ในฐานะที่อยู่ในประเภทหนึ่ง” ไม่ใช่การเปรียบเทียบ และ having หมายถึง “มี” ไม่ใช่การกระทำที่กำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคการจัดประเภทแบบเป็นทางการด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: “A coastal desert ____ very little annual rainfall.”

ดูคำตอบ

is defined as having

การใช้คำ

in that: ระบุเหตุผลหรือแง่ที่เฉพาะเจาะจง

in that เป็นคำเชื่อมแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ในแง่เฉพาะที่ว่า” หรือ “ด้วยเหตุผลที่ว่า” ในประโยคนี้ อนุประโยคเกี่ยวกับอายุมัธยฐานของโลกที่ต่ำกว่าให้เหตุผลเฉพาะในการเรียกสหรัฐอเมริกาว่าเป็นประเทศที่มีประชากรสูงวัย หลัง in that ต้องเป็นอนุประโยคสมบูรณ์: in that + ประธาน + กริยา คำสองคำนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพในที่นี้ แม้ว่า in จะบอกตำแหน่งได้เมื่อ that ขยายคำนาม เช่น in that room

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมแบบเป็นทางการสองคำที่หมายถึง “ในแง่เฉพาะที่ว่า”: “The new lock is safer ____ it records every entry.”

ดูคำตอบ

in that

Niger has the lowest median age at 15.3 years old,

2:16

ประเทศไนเจอร์มีอายุมัธยฐานต่ำที่สุดอยู่ที่ 15.3 ปี

compared to Japan,

2:20

เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น

where the aging population could become an issue as their median age is 46.9. วลี

2:21

ซึ่งประชากรสูงวัยอาจกลายเป็นปัญหา เพราะอายุมัธยฐานอยู่ที่ 46.9 ปี

วลี

could become an issue: การกล่าวถึงปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น

could become an issue หมายถึง สถานการณ์หนึ่งอาจยังไม่เป็นปัญหาในตอนนี้ แต่อาจพัฒนาเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจหรือดำเนินการในอนาคต ในประโยคนี้ อายุมัธยฐานที่ค่อนข้างสูงถูกใช้เป็นหลักฐานของความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต could แสดงความไม่แน่นอน ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต เมื่อเทียบกับ is a problem วลีนี้เป็นการคาดการณ์อย่างระมัดระวังและเปิดโอกาสให้เกิดผลลัพธ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งกล่าวว่าความเสี่ยงมีโอกาสเกิดขึ้นแต่ยังไม่แน่นอน ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. Rising maintenance costs will definitely become an issue next year.
  2. Rising maintenance costs could become an issue next year.
  3. Rising maintenance costs are already an issue.
ดูคำตอบ

Rising maintenance costs could become an issue next year.

The lifestyle of an American requires about 10 L of oil per day,

2:26

วิถีชีวิตของชาวอเมริกันต้องใช้น้ำมันประมาณวันละ 10 ลิตร

but some other developed countries consume even more on average,

2:29

แต่ประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศมีการบริโภคเฉลี่ยสูงกว่านั้นเสียอีก

like Canadians who use 10.2 L per day,

2:32

เช่น ชาวแคนาดาที่ใช้วันละ 10.2 ลิตร

while some of the lowest consumers of oil are Bangladeshis,

2:35

ขณะที่ชาวบังกลาเทศเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ใช้น้ำมันน้อยที่สุด

who only use 0.1 L per day.

2:37

โดยใช้เพียงวันละ 0.1 ลิตร

A direct way of measuring the impact of the world switching to an American lifestyle ไวยากรณ์

2:40

วิธีวัดผลกระทบโดยตรงจากการที่คนทั้งโลกเปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบอเมริกัน

is using the global hectare. วัฒนธรรม

2:43

คือการใช้หน่วยเฮกตาร์โลก

ไวยากรณ์

A way of measuring X is using Y: การเชื่อมเป้าหมายกับวิธีการ

โครงสร้าง A way of doing X is doing Y เชื่อมเป้าหมายเข้ากับวิธีการ วลี gerund หลัง of คือ of measuring the impact ระบุกิจกรรมหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ way ส่วน using the global hectare หลัง is ระบุวิธีที่เลือกใช้สำหรับกิจกรรมนั้น ในโครงสร้างนี้ is using ไม่ใช่ present continuous โดย is เป็นกริยาเชื่อม และ using ... เป็นวลี gerund ที่ระบุวิธีการ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการอธิบายว่าสิ่งหนึ่งสามารถวัด ทำ หรือแก้ไขได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง A way of doing X is doing Y: A practical way ____ kitchen waste ____ leftovers in new meals.

ดูคำตอบ

of reducing · is using

วัฒนธรรม

global hectare (เฮกตาร์สากล)

global hectare หรือเฮกตาร์สากล เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้ในการคำนวณรอยเท้านิเวศ โดยหมายถึงพื้นที่บกหรือแหล่งน้ำที่มีผลผลิตทางชีวภาพหนึ่งเฮกตาร์ ซึ่งมีระดับผลิตภาพเท่ากับค่าเฉลี่ยของโลกในปีหนึ่ง ๆ เนื่องจากผลิตภาพแตกต่างกันไปตามสถานที่และประเภทของพื้นที่ ค่าที่แสดงเป็นเฮกตาร์สากลจึงช่วยให้นักวิจัยเปรียบเทียบความต้องการทรัพยากรของรูปแบบการบริโภคต่าง ๆ ได้ หน่วยนี้ไม่ใช่เพียงการแปลงพื้นที่จริงหนึ่งเฮกตาร์ในท้องถิ่นเป็นหน่วยพื้นที่อีกชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a global hectare ใช้วัดอะไร

  1. ที่ดินหนึ่งเฮกตาร์พอดีซึ่งมีผลิตภาพเท่ากับสถานที่ที่กำลังศึกษา
  2. ปริมาณพื้นที่ที่มีผลผลิตทางชีวภาพซึ่งปรับเป็นมาตรฐานตามผลิตภาพเฉลี่ยของโลก
  3. พื้นที่จริงทั้งหมดของทั้งบกและทะเลที่บุคคลหนึ่งใช้
ดูคำตอบ

ปริมาณพื้นที่ที่มีผลผลิตทางชีวภาพซึ่งปรับเป็นมาตรฐานตามผลิตภาพเฉลี่ยของโลก

This measurement looks at how much land, sea, and other natural resources กริยาวลี

2:45

ตัวชี้วัดนี้พิจารณาว่าต้องใช้ที่ดิน ทะเล และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ มากเพียงใด

are needed to produce what each person consumes per year. ไวยากรณ์

2:48

เพื่อผลิตสิ่งที่แต่ละคนบริโภคในหนึ่งปี

กริยาวลี

looks at ในความหมายว่า “ตรวจสอบ”

ในที่นี้ looks at หมายถึง ตรวจสอบหรือพิจารณา ไม่ได้หมายถึงใช้สายตามอง ประธาน This measurement คือกระบวนการวิเคราะห์ ดังนั้นกริยาวลีนี้จึงใช้เกริ่นถึงปัจจัยที่รวมอยู่ในการวัด ได้แก่ พื้นดิน ทะเล และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ การใช้เช่นนี้พบได้บ่อยเมื่อรายงาน งานวิจัย การอภิปราย หรือการวัดมุ่งเน้นหัวข้อหนึ่ง: X looks at Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำเดียวกับในตัวอย่าง ซึ่งหมายถึง ตรวจสอบ: The report ____ how remote work affects commuting.

ดูคำตอบ

looks at

ไวยากรณ์

What each person consumes: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบหลอมรวม

ใน what each person consumes คำว่า what หมายถึง the things that หรือ “สิ่งที่...” อนุประโยคนี้ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบหลอมรวมที่ทำหน้าที่เหมือนนามวลีและหมายถึงทุกสิ่งที่แต่ละคนบริโภค อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ produce: produce what each person consumes เนื่องจาก what รวมความหมายของ the thing(s) และ that ไว้แล้ว จึงไม่ต้องมีและไม่สามารถมีคำนามที่เป็นคำหลักนำหน้าแยกต่างหากได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสัมพัทธ์แบบหลอมรวมที่หมายถึง the things that ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: The survey records ____ each household throws away.

ดูคำตอบ

what

For example, the rice they eat, ไวยากรณ์

2:51

เช่น ข้าวที่พวกเขากิน

the shelving unit they buy,

2:52

ชั้นวางของที่พวกเขาซื้อ

or the clothes they wear.

2:54

หรือเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่

ไวยากรณ์

The rice they eat ...: การละคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่เป็นกรรม

นามวลีที่เรียงขนานกันทั้งสามวลีมีอนุประโยคสัมพัทธ์อยู่ด้วย ได้แก่ the rice (that) they eat, the shelving unit (that) they buy และ the clothes (that) they wear ในแต่ละวลี that จะทำหน้าที่เป็นกรรมของคำกริยา จึงละได้ การใช้รูปแบบ คำนาม + ประธาน + คำกริยา ซ้ำกันทำให้รายการกระชับและสมดุล การละเช่นนี้ทำได้เมื่อคำสัมพัทธ์เป็นกรรม แต่คำสัมพัทธ์ที่เป็นประธานมักละไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดละคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้อย่างถูกต้อง?

  1. We bought the shelves they recommended.
  2. We bought the shelves that they recommended them.
  3. We bought the shelves fit the room.
ดูคำตอบ

We bought the shelves they recommended.

The average person in the world uses 2.7 global hectares per year.

2:55

โดยเฉลี่ยแล้ว คนหนึ่งคนบนโลกใช้พื้นที่ 2.7 เฮกตาร์โลกต่อปี

The highest is the lifestyle of those in Kuwait,

2:59

ผู้คนในคูเวตมีวิถีชีวิตที่ใช้พื้นที่มากที่สุด

who use 8.9 global hectares annually,

3:01

โดยใช้ 8.9 เฮกตาร์โลกต่อปี

with the US trailing slightly behind วลี

3:04

ส่วนสหรัฐฯ ตามหลังมาเล็กน้อย

with 6.8 global hectares per year.

3:06

ที่ 6.8 เฮกตาร์โลกต่อปี

วลี

trailing slightly behind เพื่อบอกความต่างเล็กน้อยในการจัดอันดับ

trailing slightly behind หมายถึงอยู่ต่ำกว่าผู้นำเล็กน้อยในการจัดอันดับ คะแนน หรือค่าที่วัดได้ ในประโยคนี้ ตัวเลขของสหรัฐฯ ต่ำกว่าของคูเวต และ slightly แสดงว่าผู้พูดมองว่าความต่างนั้นค่อนข้างน้อย สำนวนนี้เป็นอนุประโยค -ing ที่ตามหลัง with โดยเพิ่มผลการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นควบคู่กับข้อความหลัก กล่าวคือ ผลหนึ่งสูงที่สุด ส่วนอีกผลอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าแต่ใกล้เคียงกัน behind ในที่นี้แสดงอันดับในการเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อยในการจัดอันดับ: The first design received 48 percent of the vote, with the second design ____ at 45 percent.

ดูคำตอบ

trailing slightly behind

With the amount of CO2 released from this,

3:08

จากปริมาณ CO2 ที่ปล่อยออกมาจากการใช้ทรัพยากรนี้

studies show that we would need another half of an Earth

3:09

งานวิจัยชี้ว่าเราจะต้องมีโลกเพิ่มอีกครึ่งใบ

in order to absorb it at a safe rate. โน้ต

3:12

เพื่อดูดซับ CO2 ได้ในอัตราที่ปลอดภัย

ไวยากรณ์

in order to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์

in order to ใช้บอกจุดประสงค์และตอบคำถามว่าทำไปเพื่ออะไร ในประโยคนี้หมายความว่าเราต้องมีความสามารถในการรองรับเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในอัตราที่ปลอดภัย โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจนกว่าการใช้ to เพียงอย่างเดียว จึงมีประโยชน์ในประโยคยาว และไม่ได้บอกลำดับเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สามคำจากบทเรียน: Maya saved a second copy ____ avoid losing her work.

ดูคำตอบ

in order to

วลี

at a safe rate (ในอัตราที่ปลอดภัย)

ในประโยคนี้ at a safe rate หมายถึง “ด้วยความเร็วที่ไม่ทำให้ CO2 สะสมจนเป็นอันตราย” คำว่า rate บอกว่าการดูดซับเกิดขึ้นเร็วเพียงใด ไม่ได้หมายถึงราคา อัตราภาษี หรือคะแนน รูปแบบที่นำไปใช้ได้ในบริบทอื่นคือ at a/an + adjective + rate เช่น at a slow rate, at a steady rate หรือ at an alarming rate โดยคำคุณศัพท์ใช้ประเมินความเร็วของกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่ตรงกับความหมายว่า “ด้วยความเร็วที่หลีกเลี่ยงการสะสมที่เป็นอันตราย”: The wetland can absorb the extra carbon ____.

ดูคำตอบ

at a safe rate

Although other studies suggest that these are underestimations. ไวยากรณ์

3:14

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอื่น ๆ ชี้ว่าตัวเลขเหล่านี้ยังประเมินต่ำเกินไป

ไวยากรณ์

Although other studies suggest... ที่ใช้เป็นอนุประโยคเดี่ยว

Although ใช้นำข้อมูลเชิงยอมรับข้อหนึ่งก่อนจะจำกัดหรือแสดงความขัดแย้งกับอีกข้อความหนึ่ง ตามโครงสร้างมาตรฐาน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย although เป็นอนุประโยคที่ไม่สมบูรณ์ในตัวเองและมักต้องมีประโยคหลัก เช่น Although other studies disagree, the estimate is still widely cited. ในที่นี้ ผู้พูดปล่อยให้อนุประโยค although อยู่ตามลำพังเพื่อเป็นข้อความเสริมเชิงวาทศิลป์ โดยย้อนกลับไปอ้างถึงประโยคก่อนหน้าและเพิ่มข้อสงวนว่า งานวิจัยบางชิ้นมองว่าค่าประมาณก่อนหน้านั้นต่ำเกินไป ส่วนของประโยคแบบนี้อาจฟังเป็นธรรมชาติในการบรรยายแบบสนทนา แต่ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ในงานเขียนทางการที่รอบคอบ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นประโยคที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติสำหรับงานเขียนทางการ โดยยังคงเสนอความคิดนี้เป็นการแก้ไขประโยคก่อนหน้าแยกต่างหาก

  1. Although other studies suggest that these are underestimations, however.
  2. Although other studies suggest that these are underestimations.
  3. However, other studies suggest that these are underestimations.
ดูคำตอบ

However, other studies suggest that these are underestimations.

So you can imagine if we were all living like Americans, ลำดับความ

3:17

ดังนั้น ลองนึกดูว่าหากเราทุกคนใช้ชีวิตเหมือนชาวอเมริกัน

it would be catastrophic.

3:20

ผลลัพธ์จะเป็นหายนะ

ลำดับความ

So you can imagine: ชวนผู้ฟังให้อนุมานผลลัพธ์

ในที่นี้ So you can imagine เชื่อมหลักฐานที่กล่าวมาก่อนหน้ากับผลลัพธ์ที่ตอนนี้มองเห็นได้ไม่ยาก So บอกความเป็นผลลัพธ์ ส่วน you can imagine เชิญให้ผู้ฟังช่วยอนุมานผลลัพธ์นั้นไปพร้อมกับผู้พูด สำนวนนี้ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังแต่งฉากสมมติขึ้นมา ในโครงสร้างนี้ imagine หมายถึงการเข้าใจหรือนึกภาพผลที่น่าจะเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ให้ไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

so you can imagine ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The hall seats 500, but 2,000 people came, so you can imagine the crowd outside.

  1. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นความจริงหรือไม่
  2. ขอให้ผู้ฟังแต่งฉากสมมติที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นมา
  3. เชิญให้ผู้ฟังอนุมานผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากข้อเท็จจริงที่เพิ่งให้มา
ดูคำตอบ

เชิญให้ผู้ฟังอนุมานผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากข้อเท็จจริงที่เพิ่งให้มา

In fact, we would need 4.1 Earths in order to sustain everyone living like an American. ลำดับความ

3:21

ที่จริง เราจะต้องมีโลกถึง 4.1 ใบ จึงจะรองรับทุกคนที่ใช้ชีวิตแบบชาวอเมริกันได้

ลำดับความ

In fact: เสริมข้อกล่าวอ้างด้วยหลักฐานที่เฉพาะเจาะจง

ในที่นี้ In fact เปลี่ยนจากข้อสรุปกว้าง ๆ ว่า catastrophic ไปสู่ตัวเลขที่ชัดเจนคือ 4.1 Earths โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปให้หลักฐานข้อเท็จจริงที่ทำให้ข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าแข็งแรงและเป็นรูปธรรมมากขึ้น In fact ใช้แก้ความคาดหมายได้เช่นกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการแก้ไขเสมอไป หน้าที่ในที่นี้คือการเสริมและระบุให้ชัด ไม่ใช่การโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ทำให้ประโยคที่สองเสริมและระบุประโยคแรกให้ชัดเจนขึ้น: The project was expensive. ____, it cost twice the original budget.

  1. For example
  2. Meanwhile
  3. In fact
ดูคำตอบ

In fact

Special thanks to 23andMe for sponsoring this video.

3:27

ขอขอบคุณ 23andMe เป็นพิเศษสำหรับการสนับสนุนวิดีโอนี้

If you've ever wanted to understand your own DNA

3:29

หากคุณเคยอยากทำความเข้าใจ DNA ของตัวเอง

and see which regions of the world your ancestors come from

3:31

และดูว่าบรรพบุรุษของคุณมาจากภูมิภาคใดของโลก

or how your DNA influences physical traits and health,

3:34

หรือ DNA ของคุณส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพและสุขภาพอย่างไร

then check out 23andme.com/asap.

3:37

เข้าไปดูได้ที่ 23andme.com/asap

We've tried it ourselves and found out that Greg has a lot of Neanderthal DNA, กริยาวลี

3:40

เราลองใช้ด้วยตัวเองแล้ว และพบว่า Greg มี DNA ของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลอยู่มาก

while Mitch found out why he loves pizza so much.

3:45

ส่วน Mitch ก็ได้รู้ว่าทำไมเขาถึงชอบพิซซ่ามากขนาดนั้น

กริยาวลี

found out that ... และ found out why

Found out เป็นรูปอดีตของ find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูลหลังจากตรวจสอบ ทดลอง หรือมีประสบการณ์กับบางสิ่ง ในประโยคนี้ การตรวจ DNA ทำให้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนกลายเป็นข้อมูลที่รู้แล้ว ไม่ได้หมายถึงการหาตำแหน่งของสิ่งของ ใช้ find out that + ประโยคบอกเล่า เพื่อนำเข้าสู่ข้อเท็จจริงที่ได้รู้ และใช้ find out why + ประธาน + กริยา เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลที่ได้รู้ หลัง why ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม จึงพูดว่า We found out why he left ไม่ใช่ We found out why did he leave

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างทั้งสองด้วยรูปอดีตของ find out After checking the schedule, Lena ____ that the train was canceled, and she ____ why it was delayed.

ดูคำตอบ

found out · found out

All you have to do is spit in a tube ไวยากรณ์

3:47

แค่บ้วนน้ำลายลงในหลอด

ไวยากรณ์

All you have to do is + กริยารูปพื้นฐาน

All you have to do is + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหนึ่งอย่างเป็นขั้นตอนเดียวที่จำเป็น ในประโยคนี้ spit เป็นกริยารูปพื้นฐาน และโครงสร้างนี้ทำให้ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างฟังดูง่ายและทำได้ไม่ยาก ในภาษาอังกฤษที่ใช้ทั่วไป กริยาหลัง is มักใช้โดยไม่มี to: All you have to do is spit.... ส่วน All you have to do is to spit... สามารถใช้ได้ในบางบริบท แต่รูปที่ไม่มี to ตัวที่สองมักเป็นธรรมชาติกว่า โดยเฉพาะในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างหกคำที่นำเสนอการกระทำหนึ่งอย่างว่าเป็นขั้นตอนเดียวที่ง่าย To save the file, ____ click the blue button.

ดูคำตอบ

all you have to do is

and they'll analyze your 23 pairs of chromosomes,

3:49

แล้วพวกเขาจะวิเคราะห์โครโมโซมทั้ง 23 คู่ของคุณ

which is where the name comes from. ไวยากรณ์

3:51

ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนี้

ไวยากรณ์

which is where the name comes from: เชื่อมข้อเท็จจริงกับที่มาของชื่อ

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า คือ 23andMe วิเคราะห์โครโมโซม 23 คู่ จากนั้นอนุประโยคดังกล่าวก็อธิบายว่าข้อเท็จจริงนี้เป็นที่มาของชื่อบริษัท ในโครงสร้าง which is where X comes from คำว่า where สามารถชี้ถึงแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดเชิงนามธรรมได้ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงเท่านั้น รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกข้อเท็จจริงแล้วเชื่อมโยงทันทีกับที่มาของชื่อ แนวคิด ธรรมเนียม หรือนิสัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบอนุประโยคสัมพันธ์สามคำที่เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้ากับที่มาของชื่อ: The app was created during a train delay, ____ its name comes from.

ดูคำตอบ

which is where

Again, head to 23andme.com/asap

3:53

ขอย้ำอีกครั้ง เข้าไปที่ 23andme.com/asap

to learn more about yourself now.

3:56

เพื่อทำความรู้จักตัวเองให้มากขึ้นได้เลยตอนนี้