วิธีทำให้ชีวิตของคุณเรียบง่ายขึ้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
989 คำ 171 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: การลดตารางงาน พักผ่อนให้พอ จำกัดข่าว และเว้นเวลาคิด ช่วยป้องกันสิ่งเร้าเกินขนาด พร้อมนิยามชีวิตสงบว่าเป็นปัญญา ไม่ใช่ความล้มเหลว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. enough is enough. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการกำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่นว่าสิ่งเร้าถึงขีดจำกัดและควรหยุด 2. our need to know / need not to know — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เห็นว่าถ้อยคำคู่ขนานกลับสมมติฐานของสื่อ และทำให้การเลือกไม่รับรู้เป็นความต้องการที่ชอบธรรม 3. opt not to / in favor of — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สื่อการตัดสินใจละทิ้งทางหนึ่งเพื่อเลือกอีกทาง โดยใช้รูป infinitive และ gerund อย่างถูกต้อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's well understood by good parents, วลี

0:04

พ่อแม่ที่ดีต่างเข้าใจกันดีว่า

วลี

well understood: เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน

ใน well understood คำว่า well เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย understood หมายถึง “เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจนหรืออย่างถ่องแท้” ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ทำกริยาเข้าใจได้เก่ง รูปแบบ It is well understood that ... ใช้เสนอความคิดว่าเป็นเรื่องที่คนรู้หรือยอมรับอยู่แล้ว ในที่นี้ by good parents ระบุกลุ่มคนที่เข้าใจ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาที่พวกเขาเข้าใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เป็นที่รับรู้อย่างชัดเจน”: It is ____ that regular sleep helps children focus.

ดูคำตอบ

well understood

that life should only ever get so exciting for a baby. ไวยากรณ์

0:06

สำหรับเด็กทารกแล้ว ชีวิตควรจะมีความน่าตื่นเต้นแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น

ไวยากรณ์

should only ever get so exciting: การกำหนดขีดจำกัดสูงสุด

should ในที่นี้บอกขีดจำกัดที่เหมาะสม ไม่ใช่การคาดการณ์ ส่วน only ever ช่วยเน้นข้อจำกัดว่าไม่ว่าเมื่อใด สถานการณ์ก็ไม่ควรเกินระดับนี้ get หมายถึง “กลายเป็น” และ so + คำคุณศัพท์ ชี้ถึงระดับที่เข้าใจได้จากบริบท เมื่อนำมารวมกัน should only ever get so exciting หมายความว่าชีวิตของทารกควรน่าตื่นเต้นหรือกระตุ้นได้เพียงระดับที่ยอมรับได้เท่านั้น ไม่ควรเกินกว่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบกำหนดขีดจำกัดจากบทเรียน: For a young child, the movie should ____ get ____ scary.

ดูคำตอบ

only ever · so

After friends have come round and brought presents and made animated faces, กริยาวลี

0:10

หลังจากเพื่อนๆ แวะมาเยี่ยม เอาของขวัญมาให้ และทำหน้าตาหยอกล้อ

กริยาวลี

come round: แวะมาหาที่บ้านแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ come round หมายถึง “มาที่บ้านของผู้พูดเพื่อเยี่ยมแบบกันเอง” เพื่อน ๆ มาถึงบ้าน ดังนั้น round จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นวงกลม ความหมายของกริยาวลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบท เมื่อพูดถึงบ้าน คำเชิญ มื้ออาหาร หรือการพูดคุย come round มักหมายถึงการไปเยี่ยมใครที่บ้าน

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “มาเยี่ยมฉันที่บ้าน” ในคำเชิญภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการนี้: Why don't you ____ for tea tomorrow?

ดูคำตอบ

come round

after there's been some cake and some cuddles, ลำดับความ

0:15

หลังจากที่ได้กินเค้กและกอดกันบ้างแล้ว

after there's been a lot of bright lights and perhaps some songs too,

0:17

หลังจากเจอแสงไฟสว่างจ้ามากมาย และอาจจะได้ฟังเพลงมาบ้าง

ลำดับความ

การซ้ำ after ... after เพื่อสร้างบทนำที่มีจังหวะ

วลี after ที่ซ้ำกันสร้างรายการที่มีโครงสร้างขนานกัน แต่ละวลีเพิ่มประสบการณ์เบื้องหลังอีกหนึ่งชุด ทำให้ผู้ฟังค่อย ๆ สะสมข้อมูลก่อนจะไปถึงอนุประโยคหลัก การซ้ำนี้เป็นเครื่องมือจัดระเบียบเนื้อหา ช่วยเพิ่มจังหวะให้รายการ ทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และเตรียมไปสู่ข้อสรุปภายหลัง วลี after เป็นส่วนเปิดที่ต้องพึ่งอนุประโยคหลัก ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: After the long rehearsal, after the costume changes, after the final song, the audience cheered. รูปแบบที่ซ้ำ after ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงว่าเหตุการณ์ทั้งสามเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  2. ทำให้วลี after แต่ละวลีกลายเป็นประโยคสมบูรณ์ที่แยกจากกัน
  3. สะสมเหตุการณ์เบื้องหลังและเลื่อนใจความหลักไปไว้ภายหลังเพื่อเน้นย้ำ
ดูคำตอบ

สะสมเหตุการณ์เบื้องหลังและเลื่อนใจความหลักไปไว้ภายหลังเพื่อเน้นย้ำ

enough is enough. สำนวน

0:21

แค่นี้ก็พอแล้ว

สำนวน

Enough is enough: การกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน

Enough is enough เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่าถึงขีดจำกัดแล้ว และสถานการณ์นั้นต้องหยุดหรือเปลี่ยนแปลง การพูด enough ซ้ำทำให้ขอบเขตฟังดูชัดเจนและหนักแน่นกว่าการพูด enough เพียงคำเดียว Enough คำแรกทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “สิ่งที่เกิดขึ้นหรือได้รับมาแล้ว” ส่วน enough คำที่สองบอกว่าปริมาณนั้นเพียงพอแล้ว สำนวนนี้อาจใช้กำหนดขอบเขตในทางปฏิบัติด้วยน้ำเสียงสงบได้ เช่น เมื่อตัดสินว่าทารกได้รับสิ่งกระตุ้นมากพอแล้ว จึงไม่ได้แสดงความโกรธเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้กำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่น: We have delayed the decision for too long. ____; we need to choose today.

ดูคำตอบ

Enough is enough

The baby will start to look stern and then burst into tears สำนวน

0:22

ทารกจะเริ่มทำหน้าขรึม แล้วก็ร้องไห้โฮออกมา

สำนวน

Burst into tears: เริ่มร้องไห้อย่างกะทันหัน

Burst into tears หมายถึงเริ่มร้องไห้อย่างกะทันหัน คำว่า burst เพิ่มความหมายว่าอารมณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง จึงทำให้สำนวนนี้เห็นภาพชัดกว่าเพียงพูดว่า start crying ในที่นี้ into ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ทางกายภาพ และไม่มีอะไรระเบิดจริง ๆ โครงสร้าง burst into + คำนาม สามารถตามด้วยคำนามที่บอกการเปลี่ยนแปลงหรือการกระทำอย่างกะทันหันได้ ในสำนวนตายตัวนี้ tears เป็นคำนามที่บอกถึงการร้องไห้

แบบฝึกหัด

เขียนแนวคิดนี้ใหม่โดยใช้ burst into + นามวลี: When Leo heard the good news, he suddenly began crying. When Leo heard the good news, he ____.

ดูคำตอบ

burst into tears

and the wise parent knows that nothing is particularly wrong,

0:26

และพ่อแม่ที่ฉลาดจะรู้ว่าไม่ได้มีอะไรผิดปกติเป็นพิเศษ

though the baby may by now be wailing. โน้ต

0:30

ถึงแม้ว่าตอนนี้ทารกอาจจะกำลังร้องไห้เสียงดังลั่นก็ตาม

ไวยากรณ์

though: ยอมรับหลักฐานที่ชี้ไปในทางตรงข้าม

Though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง โดยยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจดูขัดกับข้อความหลัก แต่ข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ล้มล้างข้อความหลัก ในที่นี้ ลูกน้อยอาจร้องไห้เสียงดังแล้ว ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่พ่อแม่ยังคงเห็นว่าไม่ได้มีอะไรผิดปกติเป็นพิเศษ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย though คือหลักฐานในทิศทางตรงข้าม ไม่ใช่สาเหตุของข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าความเหนื่อยอาจทำให้ Mia ไม่ไป แต่ก็ไม่ได้หยุดเธอ? Mia went to soccer practice, _____ she felt tired.

  1. though
  2. so
  3. because
ดูคำตอบ

though

วลี

by now: สภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้วก่อนถึงปัจจุบัน

By now หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “เมื่อมาถึงจุดนี้” วลีนี้มองย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้าและนำเสนอสภาพปัจจุบันว่าเป็นสิ่งที่น่าจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามธรรมชาติก่อนเวลาที่พูด ในที่นี้ วลีนี้สื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ลูกน้อยอาจมาถึงขั้นร้องไห้เสียงดังแล้ว ไม่ได้ระบุเส้นตายที่แม่นยำ ต่างจาก now ตรงที่ by now เพิ่มความหมายของพัฒนาการหรือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงความคืบหน้าที่คาดไว้จนถึงปัจจุบัน? The train left an hour ago, so it should be near the coast _____.

  1. by then
  2. by now
  3. now
ดูคำตอบ

by now

It's just time for a nap.

0:32

มันก็แค่ถึงเวลานอนกลางวันแล้ว

The brain needs to process,

0:35

สมองจำเป็นต้องประมวลผล

digest and divide up the welter of experiences that have been ingested. โน้ต

0:37

ย่อย และจัดหมวดหมู่ประสบการณ์อันหลากหลายที่เพิ่งรับเข้ามา

กริยาวลี

divide up: แบ่งสิ่งที่เป็นหนึ่งทั้งหมดออกเป็นส่วน ๆ

ในประโยคนี้ divide up หมายถึงแยกประสบการณ์จำนวนมากออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จัดการได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สมองนำไปจัดระเบียบได้ up ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน แต่เพิ่มความหมายว่าแยกหรือแจกจ่ายสิ่งทั้งหมดให้ครบ แทนที่จะปล่อยไว้เป็นก้อนเดียวที่ยังไม่แบ่ง

แบบฝึกหัด

ชมรมแห่งหนึ่งมีรายการงานและต้องการมอบหมายงานต่างกันให้สมาชิกแต่ละคน ประโยคใดสื่อแผนนี้ได้ดีที่สุด

  1. Let's divide the number of jobs by the number of members.
  2. Let's list the jobs for the members.
  3. Let's divide up the jobs among the members.
ดูคำตอบ

Let's divide up the jobs among the members.

การใช้คำ

a welter of: กองขนาดใหญ่ที่สับสนยุ่งเหยิง

ในวลี the welter of experiences คำว่า welter หมายถึงกองขนาดใหญ่ที่ปะปนกัน ประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงจำนวนมาก แต่ยังดูสับสนและจัดระเบียบได้ยาก โครงสร้าง a/the welter of + คำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ แสดงว่าสิ่งจำนวนมากอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงและมากจนรับมือยาก ในที่นี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดจึงต้องจัดระเบียบประสบการณ์เหล่านั้นในใจ

แบบฝึกหัด

หลังจากอ่านบทความยี่สิบบทความที่มีความเห็นขัดแย้งกัน Maya มีข้อเท็จจริง คำกล่าว และบันทึกปะปนกันไปหมด วลีใดบรรยายสิ่งที่เธอมีได้ดีที่สุด

  1. a wealth of information
  2. a welter of information
  3. a bit of information
ดูคำตอบ

a welter of information

And so the curtains are drawn, ไวยากรณ์

0:42

แล้วผ้าม่านก็ถูกดึงปิดลง

baby is laid down next to the soft toys and soon it's asleep and calm descends. สำนวน

0:43

ทารกถูกวางลงนอนข้างๆ ตุ๊กตานุ่มนิ่ม และไม่นานก็หลับไป ความสงบก็เข้ามาแทนที่

ไวยากรณ์

the curtains are drawn, baby is laid down: การกระทำและผลลัพธ์ในโครงสร้างถูกกระทำ

อนุประโยคที่เน้นทั้งสองส่วนใช้โครงสร้างถูกกระทำ be + past participle ได้แก่ are drawn และ is laid down ในที่นี้ draw the curtains หมายถึงดึงม่านให้ปิด ส่วน lay the baby down หมายถึงวางทารกให้อยู่ในท่านอน โครงสร้างถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่ม่าน ทารก และผลของขั้นตอนก่อนนอน ผู้ฟังเข้าใจได้จากสถานการณ์อยู่แล้วว่าผู้ดูแลเป็นคนทำ จึงไม่ต้องกล่าวถึงบุคคลนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ draw และ lay down: At bedtime, the curtains ____, and the baby ____ gently in the crib.

ดูคำตอบ

are drawn · is laid down

สำนวน

calm descends: บรรยากาศสงบแผ่คลุมสถานที่

Calm descends เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้ความสงบดูราวกับว่าสามารถเคลื่อนลงมาและแผ่คลุมทั่วฉากได้ หมายถึงสถานที่นั้นค่อย ๆ เงียบและสงบลง ภาพนี้ชัดเจนและมีชีวิตชีวากว่าการพูดเพียงว่า everything becomes calm ช่วยให้ผู้เล่าแสดงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ ไม่ได้หมายถึงวัตถุจริง ๆ ที่ตกลงมา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The children stop shouting, and calm descends over the room,” calm descends หมายความว่าอย่างไร?

  1. วัตถุที่สงบตกลงมาจากด้านบน
  2. ห้องค่อย ๆ เงียบและสงบลง
  3. ทุกคนออกจากห้องทันที
ดูคำตอบ

ห้องค่อย ๆ เงียบและสงบลง

Everyone knows that life is going to be a lot more manageable again in an hour.

0:49

ทุกคนรู้ว่าอีกหนึ่งชั่วโมงชีวิตจะกลับมาจัดการได้ง่ายขึ้นมากอีกครั้ง

Sadly, we exercise no such caution with ourselves. วลี

0:55

น่าเศร้า ที่เราไม่ได้ใช้ความระมัดระวังแบบนั้นกับตัวเราเองเลย

วลี

exercise no such caution: ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังแบบเดียวกัน

ใน exercise caution คำว่า exercise เป็นคำกริยาค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “ใช้” หรือ “นำมาใช้” ไม่ได้หมายถึง “ออกกำลังกาย” วลีนี้หมายถึงการทำสิ่งใดอย่างระมัดระวังเพราะอาจมีความเสี่ยง ในที่นี้ no such caution หมายถึง “ไม่มีความระมัดระวังแบบที่กล่าวไปแล้ว” คำว่า such ย้อนกลับไปชี้ถึงลักษณะหรือระดับความระมัดระวังที่รู้กันอยู่แล้ว ทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างการดูแลผู้อื่นกับการดูแลตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียน: We protect customer accounts carefully, but we ____ with our own passwords.

ดูคำตอบ

exercise no such caution

We schedule a week in which we're going to see friends every night,

1:00

เราจัดตารางเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จะไปเจอเพื่อนทุกคืน

in which we're going to do 12 meetings,

1:03

ที่เราจะมีการประชุมถึง 12 ครั้ง

three of them requiring a lot of preparation,

1:05

ซึ่ง 3 ครั้งในนั้นต้องเตรียมตัวอย่างหนัก

where we'll make a quick overnight dash to another country on the Wednesday, วลี

1:08

เราจะบินด่วนข้ามคืนไปยังอีกประเทศหนึ่งในวันพุธ

วลี

make a quick overnight dash: รีบเดินทางแบบค้างคืน

Make a dash เป็นกลุ่มคำกริยากับคำนามที่ให้ภาพชัด หมายถึงการรีบไปที่ใดที่หนึ่ง โดยปกติเพราะมีเวลาจำกัด ในที่นี้ dash หมายถึงการเดินทางที่เร่งรีบ ไม่ใช่เครื่องหมายวรรคตอน ใน make a quick overnight dash คำว่า quick เพิ่มความรู้สึกเร่งด่วน ส่วน overnight แสดงว่าการเดินทางสั้น ๆ นี้มีการค้างนอกบ้านหนึ่งคืนหรือกินเวลาข้ามคืน วลีทั้งหมดจึงนำเสนอการเดินทางว่าเป็นช่วงสั้น ๆ และมีแรงกดดัน ไม่ใช่การเดินทางธรรมดา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ตรงกับความหมายว่า “เดินทางอย่างเร่งรีบเป็นเวลาหนึ่งคืน”: To attend the emergency meeting, Omar had to ____ to Rome and return the next morning.

ดูคำตอบ

make a quick overnight dash

where we'll watch three films, read 14 newspapers,

1:11

เราจะดูหนัง 3 เรื่อง อ่านหนังสือพิมพ์ 14 ฉบับ

change six pairs of sheets,

1:13

เปลี่ยนผ้าปูที่นอน 6 ชุด

have five heavy meals after 8:00 p.m. and drink 30 cups of coffee.

1:14

กินอาหารมื้อหนัก 5 มื้อหลังสองทุ่ม และดื่มกาแฟ 30 แก้ว

And then we lament that our lives are not as calm as they might be ไวยากรณ์

1:17

แล้วเราก็มาโอดครวญว่าชีวิตของเราไม่สงบเท่าที่ควรจะเป็น

and that we're close to mental collapse.

1:22

และเรากำลังจะสติแตกอยู่แล้ว

ไวยากรณ์

ไม่สงบเท่าที่อาจเป็นได้

โครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ + as เปรียบเทียบระดับที่เป็นจริงกับเกณฑ์อ้างอิงที่สูงกว่า ในที่นี้ not as calm as หมายความว่าชีวิตเหล่านั้นสงบน้อยกว่าสภาพชีวิตอีกแบบหนึ่งที่เป็นไปได้ they อ้างถึง our lives ส่วน might be ชี้ถึงความสงบที่ชีวิตอาจมีได้หากเงื่อนไขดีกว่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ not as ... as และคำคุณศัพท์ peaceful: The office is noisy today, so it is ____ it might be on a quieter day.

ดูคำตอบ

not as peaceful as

We refuse to take seriously how much of our babyhood is left inside our adult selves วลี

1:24

เราปฏิเสธที่จะใส่ใจอย่างจริงจังว่ายังมีสัญชาตญาณวัยทารกหลงเหลืออยู่ในตัวตนวัยผู้ใหญ่ของเรามากแค่ไหน

and therefore how much care we have to take to keep things simple and very, very calm.

1:30

และด้วยเหตุนี้เราจึงต้องใส่ใจมากเพียงใดในการรักษาชีวิตให้เรียบง่ายและสงบมากๆ

วลี

ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

take something seriously หมายถึงการปฏิบัติต่อเรื่องหนึ่งว่าเป็นเรื่องสำคัญ และให้การมองเช่นนั้นส่งผลต่อความคิดหรือการกระทำ ในประโยคนี้ กรรมครอบคลุมทั้งการที่ความเป็นทารกยังเหลืออยู่ในผู้ใหญ่มากเพียงใด และผู้ใหญ่ต้องระมัดระวังมากเพียงใดเพื่อให้ชีวิตเรียบง่ายและสงบ seriously บอกท่าทีที่มีต่อข้อเท็จจริงเหล่านี้ คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเกิดความเสียหายร้ายแรงขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย take something seriously โดยวางกรรมในตำแหน่งที่ถูกต้อง: Please ____ the weather warning ____ and stay indoors.

ดูคำตอบ

take · seriously

What registers as anxiety is typically no freakish phenomenon. โน้ต

1:37

สิ่งที่แสดงออกมาเป็นความวิตกกังวล มักไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดอะไร

การใช้คำ

No freakish phenomenon: การปฏิเสธความผิดปกติอย่างหนักแน่น

No freakish phenomenon หมายถึง “ไม่ใช่เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดหรือผิดปกติอย่างอธิบายไม่ได้” freakish มีน้ำเสียงรุนแรงและตัดสินค่ามากกว่าคำที่เพียงหมายถึง “ไม่ธรรมดา” มาก คำปฏิเสธ no ช่วยให้ผู้เขียนปฏิเสธแนวคิดที่ว่าความวิตกกังวลเป็นข้อยกเว้นที่พิลึก และปูทางไปสู่ข้อเสนอว่าความวิตกกังวลอาจเป็นปฏิกิริยาที่สมเหตุสมผลต่อการได้รับสิ่งกระตุ้นมากเกินไป

แบบฝึกหัด

no freakish phenomenon ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ไม่ใช่เหตุการณ์ที่พิลึกหรือแปลกผิดปกติ
  2. ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย
  3. ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่เหตุการณ์ที่พิลึกหรือแปลกผิดปกติ

It is the mind's logical,

1:41

แต่มันคือการอ้อนวอนอย่างมีเหตุผล

enraged plea not to be continuously and exhaustingly overstimulated.

1:43

และเดือดดาลของจิตใจ ที่ไม่อยากถูกกระตุ้นมากเกินไปอย่างต่อเนื่องและเหนื่อยล้า

ไวยากรณ์

What registers as anxiety: อนุประโยค What และ register as

What registers as anxiety เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึง “สิ่งหรือประสบการณ์ที่ถูกรับรู้ว่าเป็นความวิตกกังวล” และอนุประโยคทั้งหมดเป็นประธานของ is register as ในที่นี้หมายถึง “ถูกรู้สึกหรือรับรู้ว่าเป็น” ไม่ใช่ “บันทึกอย่างเป็นทางการ” โครงสร้าง What registers as X ช่วยให้ผู้เขียนระบุอาการที่เห็นก่อน แล้วจึงอธิบายสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความหมายของ What registers as anxiety ในประโยคได้ตรงที่สุด

  1. เหตุการณ์ที่บันทึกความวิตกกังวลอย่างเป็นทางการ
  2. สิ่งที่ถูกรับรู้ว่าเป็นความวิตกกังวล
  3. สิ่งที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลทุกกรณี
ดูคำตอบ

สิ่งที่ถูกรับรู้ว่าเป็นความวิตกกังวล

These are some of the things we may need to do to simplify our lives.

1:50

นี่คือบางสิ่งที่เราอาจต้องทำเพื่อทำให้ชีวิตของเราเรียบง่ายขึ้น

It is theoretically a privilege to have a lot of people to see and things to do.

1:58

ในทางทฤษฎี การมีผู้คนมากมายให้ไปพบและมีสิ่งต่างๆ ให้ทำถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี

It is also, psychologically speaking, ลำดับความ

2:02

แต่ในทางจิตวิทยาแล้ว มันก็

exhausting and ultimately therefore rather dangerous.

2:04

ทำให้เหนื่อยล้า และท้ายที่สุดก็ค่อนข้างอันตราย

ลำดับความ

psychologically speaking เพื่อระบุมุมมองด้านจิตวิทยา

ในที่นี้ psychologically speaking จำกัดข้อความประเมินที่ตามมาให้อยู่ในมุมมองทางจิตวิทยา ประโยคนี้บอกว่าสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เหนื่อยล้าและเป็นอันตรายในแง่ผลกระทบต่อจิตใจ ไม่ได้บอกว่ามันเป็นอันตรายในทุกด้าน รูปแบบ X speaking ใช้ระบุมุมที่ควรใช้ทำความเข้าใจข้อความได้ speaking ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “กำลังพูด” ตามตัวอักษร แต่ทำงานร่วมกับคำวิเศษณ์เพื่อจัดข้อมูลและจำกัดขอบเขตของข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ใน “Financially speaking, the move makes sense,” คำว่า financially speaking ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าการย้ายนั้นสมเหตุสมผลในทุกด้านที่เป็นไปได้
  2. จำกัดการประเมินไว้ที่มุมมองด้านการเงิน
  3. บอกว่าผู้พูดกำลังพูดเรื่องเงินออกมาดัง ๆ
ดูคำตอบ

จำกัดการประเมินไว้ที่มุมมองด้านการเงิน

The manner of expression is a little dated and brutal

2:08

วิธีการแสดงออกอาจจะดูเก่าและรุนแรงไปสักหน่อย

and one might want to quibble over the exact timings, กริยาวลี

2:11

และคนเราอาจจะอยากโต้แย้งเรื่องการแบ่งเวลาที่แน่นอน

but this point from Friedrich Nietzsche remains acute. การใช้คำ

2:14

แต่ประเด็นนี้จาก ฟรีดริช นีทเช่ ก็ยังคงเฉียบคม

กริยาวลี

“Quibble over” สำหรับการโต้แย้งเรื่องเล็กน้อย

ในประโยคนี้ quibble over the exact timings หมายถึงการโต้แย้งเกี่ยวกับรายละเอียดเล็ก ๆ ของช่วงเวลาที่กำหนด ผู้เขียนเปิดโอกาสให้มีข้อคัดค้านเล็กน้อยได้โดยไม่ละทิ้งแนวคิดหลัก รูปแบบคือ quibble over + รายละเอียดหรือประเด็น วลีนี้มักนำเสนอความเห็นต่างว่าอยู่ในขอบเขตแคบหรือสำคัญน้อยกว่าประเด็นหลัก

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “โต้แย้งเกี่ยวกับรายละเอียดเล็กน้อย” ลงในประโยค: I support the plan overall, though I could ____ the exact start time.

ดูคำตอบ

quibble over

การใช้คำ

ความหมายนามธรรมของ “remains acute”

ในที่นี้ acute บอกว่าประเด็นของนีทเชอยังคงมีความเฉียบคม แนวคิดนี้ยังเจาะลึกและเกี่ยวข้องกับปัจจุบันอย่างมาก แม้วิธีพูดจะดูล้าสมัยและรุนแรงก็ตาม นี่คือความหมายเชิงประเมินแบบนามธรรมของ acute คือ เฉียบคม มองเห็นประเด็นลึกซึ้ง หรือเจาะถึงแก่น ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงโรคที่เกิดขึ้นฉับพลันหรือรุนแรง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “remains acute” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ยังคงถูกพูดด้วยน้ำเสียงโหดร้าย
  2. ยังคงเป็นภาวะทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นฉับพลัน
  3. ยังคงเฉียบคม ลึกซึ้ง และเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
ดูคำตอบ

ยังคงเฉียบคม ลึกซึ้ง และเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

Today, as always,

2:18

ทุกวันนี้ ก็ยังเหมือนเช่นเคย

men fall into two groups,

2:19

มนุษย์ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

slaves and free men.

2:21

ทาส และ เสรีชน

Whoever does not have two-thirds of his day for himself is a slave, ไวยากรณ์

2:23

ผู้ใดที่ไม่มีเวลาสองในสามของวันให้กับตัวเอง ผู้นั้นคือทาส

whatever else he may be, ไวยากรณ์

2:28

ไม่ว่าเขาจะมีสถานะอื่นใดก็ตาม

a statesman, a businessman, an official or a scholar.

2:29

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบุรุษ นักธุรกิจ ข้าราชการ หรือนักวิชาการ

ไวยากรณ์

“Whoever” ที่หมายถึง “บุคคลใดก็ตามที่”

Whoever นำอนุประโยคทั้งหมด whoever does not have two-thirds of his day for himself อนุประโยคทั้งส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นประธานของ is a slave ในที่นี้ whoever หมายถึง “บุคคลใดก็ตามที่” หรือ “ไม่ว่าใครก็ตาม” คำนี้มีความหมายอ้างถึงบุคคลแบบทั่วไปอยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีคำหลักข้างหน้าอย่าง the person และไม่ได้ใช้ถามด้วย who

แบบฝึกหัด

เติมกฎด้วยคำภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่เป็นกลางเพียงคำเดียว ซึ่งหมายถึง “บุคคลใดก็ตามที่”: ____ finds the lost key may open the chest.

ดูคำตอบ

Whoever

ไวยากรณ์

การใช้ whatever else he may be เพื่อแสดงการยอมรับเงื่อนไข

“Whatever else he may be” เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข หมายถึง “ไม่ว่าเขาอาจมีบทบาทหรือสถานะอื่นใด” whatever เปิดขอบเขตที่ไม่จำกัด else ชี้ถึงตัวตนอื่นเพิ่มเติม และ may be แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การอนุญาต อนุประโยคนี้ยอมรับว่าเขาอาจเป็นรัฐบุรุษ นักธุรกิจ เจ้าหน้าที่ หรือนักวิชาการ แต่ระบุว่าไม่มีสถานะใดเปลี่ยนข้อสรุปหลักได้ รูปแบบนี้ใช้ยอมรับข้อเท็จจริงอื่นก่อนยืนยันว่าข้อสรุปหลักยังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Whatever else Maya may be, she is a dependable teammate,” อนุประโยคที่ขึ้นต้นหมายความว่าอย่างไร

  1. Maya ต้องเลือกบทบาทอื่นในทีม
  2. Maya ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะเข้าร่วมทีมได้
  3. ไม่ว่า Maya จะมีคุณสมบัติหรือบทบาทอื่นใด ข้อสรุปที่ว่าเธอไว้ใจได้ก็ยังคงเป็นจริง
ดูคำตอบ

ไม่ว่า Maya จะมีคุณสมบัติหรือบทบาทอื่นใด ข้อสรุปที่ว่าเธอไว้ใจได้ก็ยังคงเป็นจริง

We need to recognize that what is physically possible for us to achieve in a day

2:32

เราจำเป็นต้องตระหนักว่า สิ่งที่เป็นไปได้ทางกายภาพสำหรับเราที่จะทำให้สำเร็จในหนึ่งวัน

is not for that matter psychologically wise or plausible. ลำดับความ

2:36

ไม่ได้แปลว่ามันจะฉลาดหรือสมเหตุสมผลในทางจิตวิทยาเสมอไป

ลำดับความ

การใช้ not for that matter เพื่อหยุดการอนุมาน

ในประโยคนี้ “not for that matter” ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่ทำได้ทางกายภาพ และขัดขวางไม่ให้สรุปอีกอย่างหนึ่งจากข้อเท็จจริงนั้นโดยอัตโนมัติ การทำบางอย่างให้สำเร็จได้ภายในหนึ่งวันไม่ได้ทำให้แผนนั้นฉลาดหรือสมเหตุสมผลในทางจิตใจเพียงเพราะเหตุนี้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำอะไรบางอย่าง “เพื่อ” เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในฐานะเครื่องมือจัดระเบียบข้อมูล for that matter เชื่อมการตัดสินที่สองกับประเด็นก่อนหน้า ส่วน not ปฏิเสธความเชื่อมโยงที่ถูกเสนอไว้ จึงช่วยแยกความเป็นไปได้ในการทำออกจากการตัดสินที่ดี สิ่งนั้นเป็นไปได้หรือไม่เป็นคำถามหนึ่ง ส่วนฉลาดหรือเป็นจริงได้หรือไม่เป็นอีกคำถามหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใน “The schedule can fit on paper, but it is not for that matter realistic for a tired team,” คำว่า not for that matter สื่อถึงอะไร

  1. ตารางนั้นไม่เป็นจริงได้เพียงเพราะเขียนอยู่บนกระดาษ
  2. ทีมต้องได้รับอนุญาตจึงจะเปลี่ยนตารางได้
  3. การจัดลงบนกระดาษได้ไม่ได้ทำให้ตารางนั้นเป็นจริงได้สำหรับทีมที่เหนื่อยล้า
ดูคำตอบ

การจัดลงบนกระดาษได้ไม่ได้ทำให้ตารางนั้นเป็นจริงได้สำหรับทีมที่เหนื่อยล้า

It may well be feasible to nip over to a foreign capital or two in a day and run a company alongside managing a household, โน้ต

2:40

มันอาจจะเป็นไปได้ที่จะแวะไปเมืองหลวงต่างประเทศสักแห่งสองแห่งในวันเดียว บริหารบริษัทไปพร้อมๆ กับจัดการเรื่องในบ้าน

ไวยากรณ์

may well be feasible: ใช้ความเป็นไปได้สูงเพื่อยอมรับก่อนแย้ง

may well + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก หรือมีเหตุผลที่ดีให้เชื่อเช่นนั้น ในที่นี้ feasible หมายถึง “ทำได้จริงในทางปฏิบัติ” ดังนั้น may well be feasible จึงยอมรับว่าตารางที่หนักเช่นนี้อาจทำได้จริง วลีนี้ทำหน้าที่เป็นการยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนโต้แย้งต่อ ผู้เขียนยอมรับก่อนว่าอาจทำได้ แล้วจึงเปลี่ยนไปประเมินอีกด้านหนึ่ง จึงแยก “ทำได้หรือไม่” ออกจาก “ควรทำหรือคุ้มที่จะทำหรือไม่”

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการคนหนึ่งพูดว่า “The schedule may well be feasible, but it would leave everyone exhausted.” วลีที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าตารางนั้นน่าทำและเป็นความคิดที่ฉลาด
  2. ยอมรับอย่างชัดเจนว่าตารางนั้นอาจทำได้จริงในทางปฏิบัติ
  3. รับประกันว่าตารางนั้นจะสำเร็จ
ดูคำตอบ

ยอมรับอย่างชัดเจนว่าตารางนั้นอาจทำได้จริงในทางปฏิบัติ

กริยาวลี

nip over to: ไปอย่างรวดเร็วแบบสบาย ๆ

nip over to + สถานที่ เป็นสำนวนไม่เป็นทางการแบบอังกฤษ หมายถึงไปยังสถานที่นั้นอย่างรวดเร็ว โดยมักเป็นการไปเยี่ยมหรือทำธุระสั้น ๆ ในที่นี้ nip สื่อถึงการเคลื่อนที่เร็ว ไม่ได้หมายถึง “หยิก” หรือ “กัด” การใช้สำนวนนี้พูดถึงการเดินทางไปเมืองหลวงต่างประเทศ ทำให้การเดินทางที่อาจเหนื่อยมากฟังดูเป็นเรื่องเล็กและง่าย ถ้อยคำเบา ๆ นี้จึงเป็นการจงใจพูดให้เรื่องดูเล็กลง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนอังกฤษแบบอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการเดินทางสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว โดยสำนวนนี้ใช้ nip ตามด้วย over: We have an hour, so let's ____ the café across the street.

ดูคำตอบ

nip over to

ไวยากรณ์

alongside + รูป -ing: alongside managing a household

ในที่นี้ alongside หมายถึง “ในเวลาเดียวกับ” โดยนำเสนอการบริหารบริษัทและการดูแลครัวเรือนว่าเป็นความรับผิดชอบสองอย่างที่ทำควบคู่กัน เป็นความหมายเชิงนามธรรม ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพว่า “อยู่ข้าง ๆ” เมื่อ alongside นำหน้าการกระทำ ปกติการกระทำนั้นจะอยู่ในรูป -ing เช่น alongside managing โครงสร้างสั้น ๆ นี้ใช้แสดงว่ากิจกรรมหรือหน้าที่สองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ alongside ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าความรับผิดชอบสองอย่างดำเนินไปควบคู่กัน

  1. Leah manages the budget alongside training new staff.
  2. Leah manages the budget alongside to train new staff.
  3. Leah manages the budget alongside she trains new staff.
ดูคำตอบ

Leah manages the budget alongside training new staff.

but nor should we be surprised if such routines ultimately contribute to a breakdown. ไวยากรณ์

2:47

แต่เราก็ไม่ควรแปลกใจถ้าระเบียบชีวิตแบบนั้นท้ายที่สุดจะทำให้เราพังทลาย

ไวยากรณ์

nor + กริยาช่วย + ประธาน: nor should we be surprised

Nor เพิ่มข้อความเชิงปฏิเสธอีกข้อหนึ่ง ซึ่งหมายถึง “เราก็ไม่ควรแปลกใจเช่นกัน” เมื่อ nor นำหน้าอนุประโยค ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการจะวางกริยาช่วยหรือกริยาช่วยบอกลักษณะไว้หน้าประธาน: nor + should + we + be surprised ส่วนลำดับปกติ nor we should be surprised ใช้ไม่ได้ในที่นี้ should ในประโยคนี้แสดงสิ่งที่คาดได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่หน้าที่ ผู้พูดหมายความว่า หากกิจวัตรเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดการพังทลาย ผลลัพธ์นั้นก็เข้าใจได้และไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มประเด็นเชิงปฏิเสธข้อที่สองได้ถูกต้องในภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการ

  1. We should not ignore the warning, nor should delay we the repair.
  2. We should not ignore the warning, nor should we delay the repair.
  3. We should not ignore the warning, nor we should delay the repair.
ดูคำตอบ

We should not ignore the warning, nor should we delay the repair.

Plenty of it, of course,

2:55

แน่นอนว่าต้องใช้เวลามากพอดู

at least seven hours

2:57

อย่างน้อยก็เจ็ดชั่วโมง

or if we can't manage it,

2:58

หรือถ้าเราทำไม่ได้

we need at a minimum fully to recognize how much we are deprived, วลี

2:59

อย่างน้อยที่สุดเราต้องตระหนักอย่างเต็มที่ว่าเราขาดการพักผ่อนไปมากแค่ไหน

so that we won't aggravate our sorrows by searching for abstruse explanations for them. โน้ต

3:03

เพื่อที่เราจะได้ไม่เพิ่มความทุกข์ให้กับตัวเองด้วยการค้นหาคำอธิบายที่ซับซ้อนให้กับมัน

วลี

at a minimum เพื่อบอกข้อกำหนดขั้นต่ำ

at a minimum ใช้บอกขั้นตอนหรือข้อกำหนดขั้นต่ำที่ยอมรับได้ ในประโยคนี้ แม้จะยังนอนให้เพียงพอไม่ได้ในทันที การตระหนักอย่างเต็มที่ว่าเราอดนอนมากเพียงใดก็คือสิ่งพื้นฐานที่อย่างน้อยต้องทำ วลีนี้ขยายความจำเป็นในการตระหนักถึงปัญหา ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงนอนขั้นต่ำ ส่วน fully ยังคงหมายความว่าการตระหนักนั้นต้องครบถ้วน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีเป้าหมายเพื่อกำหนดข้อกำหนดขั้นต่ำที่ยอมรับได้

  1. The application fee has fallen to a minimum.
  2. At a minimum, every application must include a contact email.
  3. We finished the application in a minute.
ดูคำตอบ

At a minimum, every application must include a contact email.

ไวยากรณ์

so that เพื่อบอกจุดประสงค์

ในที่นี้ so that เชื่อมการกระทำเข้ากับจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ การกระทำคือการตระหนักอย่างเต็มที่ว่าเราอดนอนมากเพียงใด ส่วนจุดประสงค์คือหลีกเลี่ยงการทำให้ความทุกข์หนักขึ้นด้วยการค้นหาคำอธิบายที่ซับซ้อนเกินไป อนุประโยคที่มี won't บอกผลลัพธ์ที่ผู้พูดหวังว่าจะป้องกันได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + so that + ผลลัพธ์ที่ต้องการหรืออยากหลีกเลี่ยง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so that เพื่อบอกจุดประสงค์

  1. I was so tired that I missed the bus.
  2. I set an alarm so that I wouldn't miss the bus.
  3. I missed the bus because the alarm did not ring.
ดูคำตอบ

I set an alarm so that I wouldn't miss the bus.

วลี

aggravate our sorrows: làm cho nỗi buồn hiện có trầm trọng hơn

ใน aggravate our sorrows คำว่า aggravate หมายถึง “ทำให้สิ่งที่เจ็บปวดหรือยากอยู่แล้วแย่ลง” our sorrows คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการเพิ่มความทุกข์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างความทุกข์ขึ้นมาใหม่ ในที่นี้ การค้นหาคำอธิบายที่ซับซ้อนเกินไปถูกมองว่าเป็นการกระทำที่อาจทำให้ความทุกข์ลึกยิ่งขึ้น ความหมายนี้มักใช้ในโครงสร้าง aggravate + ปัญหา อาการ ความขัดแย้ง หรือความรู้สึกเชิงลบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ aggravate ในความหมายว่า “ทำให้ปัญหาที่มีอยู่แล้วแย่ลง”

  1. Skipping lunch may aggravate your headache.
  2. That buzzing sound really aggravates me.
  3. This medicine may relieve your headache.
ดูคำตอบ

Skipping lunch may aggravate your headache.

We don't necessarily have to get divorced, ไวยากรณ์

3:08

เราไม่จำเป็นต้องหย่าร้าง

retrain in a completely different profession or move country.

3:10

ไปฝึกอบรมใหม่ในอาชีพที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หรือย้ายประเทศ

We may just need to get some more rest.

3:14

เราอาจจะแค่ต้องการการพักผ่อนให้มากขึ้น

ไวยากรณ์

don't necessarily have to: ลดความหนักแน่นของการบอกว่าจำเป็น

Don't necessarily have to หมายถึง “ไม่จำเป็นเสมอไปหรือไม่ได้จำเป็นโดยอัตโนมัติ” คำปฏิเสธจำกัดความหมายของ necessarily เป็นหลัก ดังนั้นผู้พูดไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นถูกห้ามหรือไม่มีวันจำเป็น โครงสร้างนี้ใช้แก้ข้อสรุปที่หนักแน่นเกินไปอย่างนุ่มนวล We don't necessarily have to + กริยารูปพื้นฐาน ยังคงเปิดโอกาสให้ทำสิ่งนั้นได้ ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ทางเลือกที่ง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “เพื่อแก้ปัญหานี้ เราต้องยกเลิกการเดินทางทั้งหมด” คำตอบใดบอกอย่างนุ่มนวลว่าการยกเลิกอาจไม่จำเป็น?

  1. We don't necessarily have to cancel the whole trip.
  2. We definitely have to cancel the whole trip.
  3. We must not cancel the whole trip.
ดูคำตอบ

We don't necessarily have to cancel the whole trip.

What we're taking in when we check our phones is perhaps the single greatest contributor to our mental ill health. กริยาวลี

3:18

สิ่งที่เรารับเข้ามาเมื่อเราเช็กโทรศัพท์ อาจเป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตของเรามากที่สุด

กริยาวลี

Taking in ในความหมายว่าซึมซับข้อมูล

ใน What we're taking in คำว่า take in หมายถึงรับข้อมูลเข้ามาแล้วซึมซับหรือประมวลผลในใจ What เป็นกรรมของกริยาวลีภายในอนุประโยค ส่วนอนุประโยค What ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ความหมายนี้ใช้กับข้อมูล คำพูด ภาพที่เห็น หรือประสบการณ์ที่เข้ามาอยู่ในความสนใจและเริ่มได้รับการทำความเข้าใจ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของเข้าไปข้างในจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ซึมซับในใจ”: I was nervous, so I wasn't ____ the instructions.

ดูคำตอบ

taking in

For most of history,

3:24

ตลอดประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่

it was inconceivable that there could ever be such a thing as too much news. วลี

3:25

มันเป็นเรื่องที่จินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีเรื่องที่เรียกว่า "ข่าวเยอะเกินไป" เกิดขึ้น

วลี

Such a thing as เพื่อกล่าวถึงว่าแนวคิดหนึ่งมีอยู่หรือไม่

ใน such a thing as X นั้น X คือชื่อของปรากฏการณ์หรือแนวคิดที่อาจมีอยู่หรือไม่มีอยู่ก็ได้ ในประโยคนี้ such a thing as too much news หมายถึงปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ข่าวมากเกินไป” โดย thing กล่าวถึงสิ่งหนึ่งแบบกว้าง ๆ ไม่ใช่วัตถุจริง รูปแบบนี้มักตามหลังภาษาที่พูดถึงการมีอยู่หรือความเป็นไปได้ เช่น there is, there could be หรือ there is no ผู้พูดจึงใช้รูปแบบนี้เพื่อเสนอ ตั้งคำถาม หรือปฏิเสธการมีอยู่ของแนวคิดหนึ่งทั้งแนวคิด

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนที่ใช้ถามว่าแนวคิดหนึ่งมีอยู่หรือไม่: Is there ____ too much preparation?

ดูคำตอบ

such a thing as

Information from political circles or foreign countries was rare, prized and expensive.

3:30

ข้อมูลจากแวดวงการเมืองหรือต่างประเทศเป็นของหายาก ล้ำค่า และมีราคาแพง

But since the middle of the 20th century,

3:36

แต่ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา

news has been commodified and in the process it's become a major, though still too little known, risk to our mental survival. โน้ต

3:38

ข่าวกลายเป็นสินค้า และในกระบวนการนั้น มันได้กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อความอยู่รอดทางจิตใจของเรา แม้ว่าจะยังมีคนรู้น้อยเกินไปก็ตาม

การใช้คำ

has been commodified: ถูกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

การ commodify บางสิ่งคือการเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิต ทำการตลาด ขาย หรือนำไปใช้เพื่อสร้างกำไรด้วยวิธีอื่นได้ ในที่นี้ news has been commodified หมายความว่าข่าวถูกปรับให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่แข่งขันเพื่อดึงความสนใจ รูป present perfect แบบ passive อย่าง has been commodified เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับข่าวตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายความเพียงว่าข่าวมีราคาแพงขึ้น

แบบฝึกหัด

has been commodified ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ข่าวถูกเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างกำไรได้
  2. ข่าวกำลังได้รับการแก้ไขก่อนเผยแพร่
  3. ข่าวมีราคาแพงขึ้น แต่นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

ข่าวถูกเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างกำไรได้

ลำดับความ

in the process: เพิ่มผลจากการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า

In the process เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวไปก่อนหน้ากับผลเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนแปลงนั้น ในที่นี้ วลีนี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงการทำให้ข่าวเป็นสินค้า แล้วเสริมผลที่ตามมาว่าข่าวกลายเป็นความเสี่ยงต่อการอยู่รอดทางจิตใจ วลีนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือบอกการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงก่อน แล้วใช้ and in the process เพื่อเพิ่มผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกัน ไม่ได้หมายความเพียงว่าบางสิ่งกำลังถูกประมวลผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the process เพื่อเพิ่มผลที่เกิดจากการกระทำก่อนหน้า

  1. We wore gloves during the process.
  2. The garage renovation is still in progress.
  3. We cleaned out the garage and, in the process, found an old photo album.
ดูคำตอบ

We cleaned out the garage and, in the process, found an old photo album.

Every minute of every day presents us with untold options for filling our minds with the mania, exploits, disasters, furies, reversals, triumphs, วลี

3:46

ทุกนาทีของทุกวันมอบตัวเลือกมากมายให้เราเพื่อเติมเต็มความคิดของเราด้วยความคลั่งไคล้ การกระทำอันกล้าหาญ ภัยพิบัติ ความโกรธเกรี้ยว ความพลิกผัน ชัยชนะ

insanity and cataclysms of complete strangers all around our benighted planet.

3:54

ความวิกลจริต และความหายนะของคนแปลกหน้าอย่างสิ้นเชิงทั่วทั้งโลกอันมืดบอดของเรา

วลี

present someone with something: มอบหรือนำเสนอบางสิ่งให้ใครสักคน

ในโครงสร้าง present someone with something คำว่า present เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มอบ แสดง หรือนำบางสิ่งมาไว้ตรงหน้าใครสักคนเพื่อให้พิจารณา” ในประโยคนี้ every minute ถูกทำให้เหมือนเป็นบุคคลที่มอบตัวเลือกนับไม่ถ้วนให้เรา โครงสร้างคือ present + บุคคล + with + สิ่งของหรือเรื่องราว มักใช้กล่าวถึงสถานการณ์ ระบบ เหตุการณ์ หรือหลักฐานที่ทำให้ใครสักคนได้รับโอกาส ความท้าทาย ตัวเลือก หรือปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป simple present ของ present us with: Every Monday, the system ____ three new options.

ดูคำตอบ

presents us with

Always news organizations speak of our need to know and the need to know right now. ลำดับความ

3:59

องค์กรข่าวต่างๆ มักจะพูดถึงความจำเป็นที่เราต้องรู้ และต้องรู้เดี๋ยวนี้

But what they've left out is our equally great and often even greater need not to know กริยาวลี

4:05

แต่สิ่งที่พวกเขาละเลยคือความจำเป็นที่เรา "ไม่ต้องการรู้" ซึ่งยิ่งใหญ่พอๆ กัน หรือมักจะยิ่งใหญ่กว่าด้วยซ้ำ

ลำดับความ

our need to know ... need not to know: การเปรียบต่างด้วยตำแหน่งคำปฏิเสธ

การใช้กรอบ need ... to know ซ้ำช่วยจัดข้อโต้แย้งให้เป็นการเปรียบต่าง ขั้นแรกผู้เขียนกล่าวถึงแนวคิดที่คุ้นเคยคือ our need to know จากนั้นคงคำสำคัญเดิมไว้ แต่เติม not หน้า to know จนเป็น our need not to know need ในทั้งสองวลีเป็นคำนาม Need not to know หมายถึง “ความจำเป็นที่จะยังไม่รับรู้หรือหลีกเลี่ยงการรับข้อมูลบางอย่าง” ไม่ได้หมายเหมือน needn't know หรือ do not need to know ซึ่งบอกเพียงว่าการรู้นั้นไม่จำเป็น การย้ายตำแหน่งคำปฏิเสธจึงเปลี่ยนสิ่งที่ถูกมองว่าจำเป็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการหลีกเลี่ยงข้อมูลเป็นความจำเป็นที่แท้จริงในตัวมันเอง

  1. After a stressful day, I sometimes feel a need not to know every new detail.
  2. After a stressful day, I don't need to know every new detail.
  3. After a stressful day, I needn't know every new detail.
ดูคำตอบ

After a stressful day, I sometimes feel a need not to know every new detail.

กริยาวลี

left out: ละส่วนสำคัญไป

ในที่นี้ left out หมายถึง “ละไว้” หรือ “ไม่ได้รวมไว้” อนุประโยค what they've left out ระบุส่วนที่ขาดหายไป ส่วนที่เหลือของประโยคบอกว่าส่วนนั้นคืออะไร They've เป็นรูปย่อของ they have ดังนั้น they've left out จึงเป็น present perfect รูปนี้ย้อนกล่าวถึงการละข้อมูลในช่วงก่อนหน้าของการอภิปราย และชี้ว่าสิ่งที่ขาดไปนั้นยังสำคัญในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาอดีตสองคำที่หมายถึง “ละไว้”: The article ____ one important fact.

ดูคำตอบ

left out

because we can't change anything,

4:10

เพราะเราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

because the stories are too violent, dispiriting and sad,

4:12

เพราะเรื่องราวเหล่านั้นรุนแรง หดหู่ และน่าเศร้าเกินไป

because our minds are fragile,

4:15

เพราะจิตใจของเราเปราะบาง

because we have responsibilities closer to home, สำนวน

4:17

เพราะเรามีความรับผิดชอบที่ใกล้ตัวมากกว่า

สำนวน

closer to home: เกี่ยวข้องกับตัวเรามากขึ้น

ในที่นี้ closer to home หมายถึงเกี่ยวข้องโดยตรงมากขึ้นกับชีวิต ครอบครัว ชุมชน หรือหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้าของตนเอง ไม่ได้หมายถึงเพียงอยู่ใกล้บ้านมากกว่าในแง่ระยะทาง วลีนี้เปลี่ยนความสนใจจากประเด็นที่ห่างไกลไปสู่เรื่องที่กระทบตัวเรามากกว่า หรือเรื่องที่เราจัดการได้โดยตรงมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับตัวเรามากขึ้น”: After the storm damaged our school, the climate discussion felt ____ than before.

ดูคำตอบ

closer to home

because we need to lead our own lives rather than be torn apart by stories of the lives of others สำนวน

4:19

เพราะเราต้องดำเนินชีวิตของเราเอง แทนที่จะถูกฉีกกระชากด้วยเรื่องราวชีวิตของคนอื่น

สำนวน

Be torn apart: ความเจ็บปวดทางอารมณ์อย่างรุนแรงในเชิงเปรียบเทียบ

ในประโยคนี้ be torn apart เป็นโครงสร้างถูกกระทำและใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เรื่องราวเหล่านั้นถูกนำเสนอว่าเป็นแรงที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดทางอารมณ์อย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงการฉีกร่างกายของคนจริง ๆ สำนวนนี้มีความหมายรุนแรงกว่า be upset มาก โดยทั่วไป be torn apart อาจใช้บรรยายคนที่ถูกความเจ็บปวดถาโถม หรือความสัมพันธ์ ครอบครัว กลุ่ม หรือชุมชนที่แตกแยกหรือพังทลายอย่างหนัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The community was torn apart by the bitter dispute,” torn apart น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ชุมชนแตกแยกอย่างรุนแรงและได้รับบาดแผลทางอารมณ์
  2. ชุมชนพูดคุยปัญหานั้นอย่างสงบ
  3. ชุมชนย้ายไปอยู่ในสถานที่ห่างไกล
ดูคำตอบ

ชุมชนแตกแยกอย่างรุนแรงและได้รับบาดแผลทางอารมณ์

who are ultimately as remote from and irrelevant to us as the inhabitants of the Egyptian court of King Sneferu in late 2613 BC. ไวยากรณ์

4:25

ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ก็ห่างไกลและไม่เกี่ยวข้องกับเรา พอๆ กับผู้อยู่อาศัยในราชสำนักอียิปต์ของกษัตริย์สเนเฟรูในช่วงปลาย 2613 ปีก่อนคริสตกาล

ไวยากรณ์

As remote from and irrelevant to us as: การเปรียบเทียบระดับเท่ากันแบบขนาน

กรอบ as + คำคุณศัพท์ + as ใช้เปรียบเทียบว่ามีระดับเท่ากัน ในที่นี้ ชีวิตของคนอื่นถูกกล่าวว่าอยู่ห่างไกลและไม่เชื่อมโยงกับเราพอ ๆ กับชาวราชสำนักโบราณที่นำมาเป็นจุดเปรียบเทียบ ภายในกรอบนี้มีคำคุณศัพท์สองคำเชื่อมกัน แต่แต่ละคำยังคงส่วนเติมเต็มของตัวเอง ได้แก่ remote from us และ irrelevant to us รูปแบบเต็มคือ as remote from ... and irrelevant to ... as ... ซึ่งเป็นโครงสร้างกระชับที่พบได้บ่อยในการให้เหตุผลแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยบุพบทที่คำคุณศัพท์สองคำต้องใช้: This old rule is as remote ____ modern life and irrelevant ____ our decision as the earlier one.

ดูคำตอบ

from · to

Insomnia and anxiety are the mind's revenge for all the thoughts we refuse to have consciously during the day. สำนวน

4:36

โรคนอนไม่หลับและความวิตกกังวล คือการแก้แค้นของจิตใจต่อความคิดทั้งหมดที่เราปฏิเสธที่จะนึกถึงอย่างมีสติในระหว่างวัน

สำนวน

“the mind's revenge” ในฐานะอุปลักษณ์

ในประโยคนี้ “the mind's revenge” เป็นอุปลักษณ์ จิตใจถูกบรรยายราวกับเป็นคนที่แก้แค้น ส่วนอาการนอนไม่หลับและความวิตกกังวลถูกนำเสนอว่าเป็นผลจากความคิดที่ถูกผลักไสในช่วงกลางวัน สำนวนนี้ทำให้ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่เป็นนามธรรมดูชัดเจนและน่ากลัวขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจิตใจวางแผนลงโทษได้จริง และไม่ควรตีความว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After I ignored my worries all day, the sleepless night felt like the mind's revenge,” สำนวน “the mind's revenge” สื่อถึงอะไร

  1. ความกังวลที่ถูกละเลยกลับมาเป็นผลทางจิตใจที่เจ็บปวด
  2. จิตใจตัดสินใจลงโทษใครบางคนจริง ๆ
  3. คนนั้นลืมความกังวลทั้งหมดได้สำเร็จ
ดูคำตอบ

ความกังวลที่ถูกละเลยกลับมาเป็นผลทางจิตใจที่เจ็บปวด

In order to be able to find rest,

4:43

เพื่อให้สามารถค้นพบการพักผ่อนได้

we need to carve off chunks of time where we have nothing to do other than lie in bed with a pad and paper in order to think. โน้ต

4:45

เราจำเป็นต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากการนอนบนเตียงพร้อมกระดาษและปากกาเพื่อคิด

สำนวน

การจัดเวลาอย่างตั้งใจด้วย “carve off chunks of time”

“Carve off chunks of time” ใช้อุปลักษณ์ของการตัดสิ่งของมาพูดถึงตารางเวลา หมายถึงการตั้งใจแยกช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวและใช้งานได้ออกจากส่วนอื่นของวัน เพื่อใช้กับจุดประสงค์เดียว เมื่อเทียบกับการเพียงหวังว่าจะมีเวลาว่าง ถ้อยคำนี้เน้นการเลือกลงมือทำ คือปกป้องช่วงเวลาเหล่านั้นและไม่ให้งานอื่นเข้ามาแทรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่ไฮไลต์ไว้ ซึ่งหมายถึง “ตั้งใจสงวนช่วงเวลาขนาดใหญ่”: To finish the course, I need to ____ every weekend for study.

ดูคำตอบ

carve off chunks of time

ไวยากรณ์

nothing to do other than + กริยารูปพื้นฐาน

ในประโยคนี้ nothing to do other than lie... หมายความว่า ในช่วงเวลาที่ตั้งใจเว้นไว้นั้น กิจกรรมเดียวที่วางแผนไว้คือการนอนคิด ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่น โครงสร้างคือ have + nothing to do + other than + กริยารูปพื้นฐาน โดย other than ใช้ระบุข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวของคำว่า 'ไม่มีอะไรต้องทำ' กริยาตรงนี้คงรูปพื้นฐานเพราะวางขนานกับ do: nothing to do ... other than lie....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายเพื่อสื่อว่าการอ่านเป็นกิจกรรมเดียวที่คุณวางแผนไว้: This afternoon, I have ____ read.

ดูคำตอบ

nothing to do other than

We need to consider three topics in particular.

4:52

เราต้องพิจารณา 3 หัวข้อเป็นพิเศษ

Firstly, what's making me anxious?

4:55

ประการแรก อะไรทำให้ฉันวิตกกังวล?

Secondly, what's causing me pain and how?

4:57

ประการที่สอง อะไรทำให้ฉันเจ็บปวด และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

And thirdly, what's exciting me?

5:00

และประการที่สาม อะไรที่ทำให้ฉันตื่นเต้น?

We need to sift through the chaotic contents of our minds. กริยาวลี

5:03

เราจำเป็นต้องร่อนกรองเนื้อหาที่สับสนวุ่นวายในหัวของเรา

กริยาวลี

sift through: ตรวจดูสิ่งจำนวนมากอย่างละเอียด

sift through ในที่นี้หมายถึงการค่อย ๆ ตรวจดูความคิดจำนวนมากที่ปะปนและไม่เป็นระเบียบในใจอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจว่าอะไรสำคัญ ความคิดเหล่านี้ถูกเปรียบเป็นวัสดุที่สามารถจัดเรียงหรือค้นหาได้ โดยทั่วไป sift through หมายถึงการตรวจดูสิ่งของหรือข้อมูลจำนวนมากทีละรายการ มักทำเพื่อค้นหาข้อมูลสำคัญหรือมีประโยชน์ ให้วางสิ่งที่ตรวจดูไว้หลัง through: sift through the files

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง 'ตรวจดูข้อมูลจำนวนมากอย่างละเอียด': The analyst must ____ thousands of survey responses before writing the report.

ดูคำตอบ

sift through

Every hour of living requires at least 10 minutes of sifting.

5:07

ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงของการใช้ชีวิต ต้องการการร่อนกรองอย่างน้อย 10 นาที

Of course, it might be pleasant to be extraordinary, famous and world-beating, ลำดับความ

5:14

แน่นอนว่าการเป็นคนพิเศษ โด่งดัง และเอาชนะโลกได้มันอาจจะน่ารื่นรมย์

but maybe it will be an even greater achievement to stay sane and kind.

5:19

แต่บางทีมันอาจจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า ในการรักษาความมีสติและความมีน้ำใจเอาไว้

ลำดับความ

Of course, ... but maybe ...: ยอมรับก่อนแล้วจึงเปลี่ยนจุดเน้น

Of course เริ่มด้วยการยอมรับว่าแนวคิดแรกเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะการเป็นคนโดดเด่นอาจดูน่าดึงดูด ในที่นี้วลีนี้ทำหน้าที่เป็นการยอมรับอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายของผู้เขียน but maybe เปลี่ยนความสนใจไปยังแนวคิดที่ผู้เขียนอยากให้เราคิดใหม่ การเปรียบต่างนี้ให้น้ำหนักจริงกับการรักษาสติและความเมตตา ส่วน maybe ทำให้ข้อความฟังดูรอบคอบมากกว่าจะเป็นคำตัดสินแบบเด็ดขาด รูปแบบ Of course, A, but maybe B ช่วยให้ผู้พูดยอมรับ A ก่อน แล้วจึงนำความสนใจไปยัง B

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง Of course, A, but maybe B ในตัวอย่างบอกให้เน้นที่แนวคิดใด?

  1. การเป็นคนพิเศษและมีชื่อเสียง
  2. แนวคิดทั้งสองถูกปฏิเสธ
  3. การรักษาสติและความเมตตา
ดูคำตอบ

การรักษาสติและความเมตตา

We might opt not to conquer the world in favor of living a longer and more serene life. ไวยากรณ์

5:25

เราอาจเลือกที่จะไม่พิชิตโลก เพื่อแลกกับการมีชีวิตที่ยืนยาวและสงบสุขมากขึ้น

ไวยากรณ์

opt not to ... in favor of: เลือก B แทน A

Opt not to do something หมายถึงการตัดสินใจอย่างตั้งใจว่าจะไม่ทำบางสิ่ง ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นไม่มีความสามารถที่จะทำ In favor of ใช้แนะนำทางเลือกที่ต้องการมากกว่า หลังวลีนี้ใช้คำนามหรือรูป -ing เช่น in favor of living เมื่อนำมารวมกัน opt not to A in favor of B แสดงการตัดสินใจโดยตั้งใจที่จะละ A แล้วเลือก B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ opt not to ... in favor of ...: We ____ rush the decision ____ taking more time.

ดูคำตอบ

opt not to · in favor of

We're not backing away from a challenge, กริยาวลี

5:30

เราไม่ได้กำลังถอยหนีจากความท้าทาย

we're simply shifting our sense of what the real challenge might be

5:32

เราแค่เปลี่ยนมุมมองว่าอะไรคือความท้าทายที่แท้จริง

กริยาวลี

backing away from a challenge: การถอยหนีจากความท้าทาย

Back away from หมายถึงถอนตัวจากสิ่งที่ยากเพราะไม่เต็มใจหรือลังเลที่จะทำต่อ เมื่อกรรมเป็นสิ่งนามธรรมอย่าง challenge วลีนี้หมายถึงเลิกมีส่วนร่วมหรือเลิกยึดมั่น ไม่ใช่ถอยหลังจริง ๆ ในประโยคนี้ not กลับความหมายนั้น ผู้พูดปฏิเสธว่ากำลังหลบเลี่ยงความท้าทาย ส่วน we're simply shifting... ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการนิยามความท้าทายใหม่ ไม่ใช่การถอยหนี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากคำอธิบายที่หมายถึง “ถอนตัวจาก”: Even after the task became difficult, Lena refused to ____ the challenge.

ดูคำตอบ

back away from

and more importantly, where the real rewards may lie. สำนวน

5:36

และที่สำคัญกว่านั้น คือรางวัลที่แท้จริงอาจจะอยู่ที่ไหน

สำนวน

where the real rewards may lie: ผลตอบแทนที่แท้จริงอาจอยู่ที่ใด

ใน where the real rewards may lie คำว่า lie หมายถึง “มีอยู่” หรือ “พบได้” ไม่ใช่ “พูดโกหก” โดยเปรียบผลตอบแทนเหมือนเป็นสิ่งที่อยู่ในสถานที่ซึ่งเราค้นพบได้ โครงสร้าง where + นามวลี + may/might lie ใช้ถามหรือพิจารณาว่าคุณค่า คำตอบ สาเหตุ หรือโอกาสอาจพบได้ที่ใด May ทำให้ข้อความไม่แน่นอน ส่วน real เน้นผลตอบแทนที่มีความหมายมากที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We need to consider where the greatest opportunity may lie,” คำว่า lie หมายถึงอะไร

  1. พักในท่านอนราบ
  2. มีอยู่หรือพบได้
  3. พูดสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ

มีอยู่หรือพบได้

A quiet life isn't necessarily one of resignation or flight. ไวยากรณ์

5:40

ชีวิตที่เงียบสงบไม่จำเป็นต้องเป็นชีวิตที่ยอมจำนนหรือวิ่งหนีเสมอไป

ไวยากรณ์

isn't necessarily one of resignation or flight: ไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนหรือหลีกหนีเสมอไป

isn't necessarily หมายความว่าการตีความที่เสนอมานั้นอาจเป็นจริงได้ แต่ไม่ได้เป็นจริงโดยอัตโนมัติ ในที่นี้ผู้เขียนโต้แย้งข้อสันนิษฐานที่ว่าชีวิตเงียบสงบทุกแบบเกิดจากการยอมแพ้หรือการหลีกหนี โดยไม่ได้บอกว่าเรื่องเช่นนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นเลย one ใช้แทน life ที่กล่าวไปก่อนหน้า ดังนั้น one of resignation or flight จึงหมายถึงชีวิตที่มีลักษณะของการยอมจำนนหรือการหลีกหนี ในที่นี้ resignation หมายถึงการยอมรับสถานการณ์ที่ไม่ต้องการอย่างเฉื่อยชา ส่วน flight หมายถึงการหนี ไม่ใช่การเดินทางด้วยเครื่องบิน

แบบฝึกหัด

"isn't necessarily one of resignation or flight" ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ชีวิตที่เงียบสงบไม่มีวันเกี่ยวข้องกับการยอมแพ้หรือหลีกหนี
  2. ชีวิตที่เงียบสงบไม่ได้เกิดจากการยอมแพ้หรือหลีกหนีเสมอไป
  3. ชีวิตที่เงียบสงบเกิดได้จากการยอมแพ้หรือหลีกหนีเท่านั้น
  4. ชีวิตที่เงียบสงบประกอบด้วยการยอมจำนนและการเดินทางด้วยเครื่องบิน
ดูคำตอบ

ชีวิตที่เงียบสงบไม่ได้เกิดจากการยอมแพ้หรือหลีกหนีเสมอไป

It may constitute a supremely wise recognition

5:44

มันอาจเป็นความเข้าใจอันชาญฉลาดอย่างยิ่งยวด

that the truly satisfying things are available away from the spotlight and the big cities, สำนวน

5:47

ว่าสิ่งที่ทำให้พึงพอใจอย่างแท้จริงนั้น หาได้จากที่ไกลจากสปอตไลต์และเมืองใหญ่

สำนวน

away from the spotlight: ห่างจากความสนใจของสาธารณชน

spotlight ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงความสนใจจากสาธารณชน ชื่อเสียง หรือการเป็นจุดสนใจอย่างมาก away from the spotlight หมายถึงอยู่นอกความสนใจนั้น ไม่ใช่อยู่ไกลจากไฟเวทีจริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวชี้ว่าสิ่งที่ทำให้รู้สึกเติมเต็มอาจพบได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนตัวและไม่โดดเด่น แทนที่จะอยู่เฉพาะในที่ซึ่งเต็มไปด้วยสถานะและการยอมรับจากสาธารณชน ใช้บรรยายผู้คน งาน หรือวิถีชีวิตที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ "away from the spotlight" มากที่สุด

  1. นักแสดงรออยู่หลังเวทีก่อนการแสดง
  2. เจ้าหน้าที่เวทีนำโคมไฟออกจากโรงละคร
  3. นักเดินทางย้ายจากเมืองใหญ่ไปเมืองเล็ก
  4. อดีตนักแสดงคนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัวและหลีกเลี่ยงความสนใจจากสื่อ
ดูคำตอบ

อดีตนักแสดงคนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัวและหลีกเลี่ยงความสนใจจากสื่อ

on modest salaries

5:53

ด้วยเงินเดือนที่พอเพียง

and as far as possible from the manic, sleepless competition to win the professional status race. สำนวน

5:54

และอยู่ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากการแข่งขันที่บ้าคลั่งและอดหลับอดนอนเพื่อเอาชนะในเกมสถานะทางอาชีพ

สำนวน

คำเปรียบเทียบการแข่งขันใน professional status race

ในประโยคนี้ professional status race เป็นคำเปรียบเทียบถึงการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีเกียรติภูมิทางอาชีพสูงกว่าคนอื่น คำว่า race สื่อถึงแรงกดดันที่ต้องเดินหน้าต่อ เปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และพยายามนำหน้า ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันหรือการสอบคุณสมบัติอย่างเป็นทางการ คำว่า manic และ sleepless ทำให้คำเปรียบเทียบนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์อย่างชัดเจน การแข่งขันแบบนี้ถูกมองว่าสร้างความวิตกกังวลและความเหนื่อยล้า ไม่ใช่ความทะเยอทะยานที่ดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The promotion became part of a professional status race,” professional status race สื่อถึงอะไร

  1. การสอบที่ต้องผ่านเพื่อเข้าสู่อาชีพหนึ่ง
  2. การแข่งขันกีฬาสำหรับพนักงานที่มีการจับเวลาอย่างเป็นทางการ
  3. การแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีเกียรติภูมิทางอาชีพสูงกว่าคนอื่น
ดูคำตอบ

การแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีเกียรติภูมิทางอาชีพสูงกว่าคนอื่น

As we're discovering, ลำดับความ

6:01

อย่างที่เรากำลังค้นพบ

excitement can be fun for a time,

6:02

ความตื่นเต้นอาจจะสนุกสนานได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง

but also it kills.

6:05

แต่มันก็คร่าชีวิตได้เช่นกัน

ลำดับความ

ใช้ As we're discovering เพื่อเกริ่นข้อสรุปร่วมกัน

As we're discovering ย้อนกลับไปยังหลักฐานหรือการพูดคุยก่อนหน้า และนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดกับผู้ฟังกำลังค่อย ๆ ค้นพบร่วมกัน ในที่นี้ วลีดังกล่าวเชื่อมเหตุผลก่อนหน้ากับข้อสรุปว่าความตื่นเต้นอาจกลายเป็นอันตรายได้ ในหน้าที่ทางวาทกรรมนี้ as มีความหมายประมาณว่า “อย่างที่หลักฐานกำลังแสดงให้เราเห็น” ไม่ได้บอกสาเหตุของประโยคหลัก ส่วนรูปกำลังกระทำ we're discovering ทำให้ข้อสรุปฟังดูเหมือนยังค่อย ๆ ก่อตัวและเป็นสิ่งที่รับรู้ร่วมกัน ไม่ใช่ข้อยุติหรือสิ่งที่ถูกยัดเยียด

แบบฝึกหัด

กลุ่มหนึ่งได้ตรวจสอบผลการทดลองหลายรายการแล้ว คำขึ้นต้นใดนำเสนอประโยคถัดไปได้ดีที่สุดว่าเป็นข้อสรุปร่วมกันที่ยังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

  1. As we're discovering, the new schedule reduces delays.
  2. Because we're discovering, the new schedule reduces delays.
  3. Before we're discovering, the new schedule reduces delays.
ดูคำตอบ

As we're discovering, the new schedule reduces delays.

Simplicity is true wisdom.

6:08

ความเรียบง่ายคือภูมิปัญญาที่แท้จริง

We may need a lot more naps.

6:11

เราอาจต้องการการนอนงีบให้มากขึ้นอีกเยอะ

Do you need a detox from your devices?

6:15

คุณต้องการทำดีท็อกซ์จากอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณหรือไม่?

Our phone detox is designed to help give you a well-deserved break from your phone.

6:18

โปรแกรมดีท็อกซ์โทรศัพท์ของเราออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณได้พักเบรกจากโทรศัพท์อย่างที่คุณสมควรได้รับ