ข้อความของคุณไปที่ไหน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
669 คำ 193 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอติดตามการส่งข้อความจากจดหมายไปสู่เครือข่ายมือถือ SMS อินเทอร์เน็ต และสายเคเบิลใต้ทะเล ก่อนกล่าวถึงคำคาดการณ์ที่มีขึ้นในช่วงเวลาผลิตวิดีโอ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “it took 12 days to deliver” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ it took + ระยะเวลา + to + คำกริยา เพื่อบอกว่าการส่งของ การเดินทาง หรือโครงการใช้เวลานานเท่าใดได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. “converts the radio waves into a digital electrical impulse” — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: convert A into B ระบุสิ่งตั้งต้นและผลลัพธ์ จึงอธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงได้แม่นยำ 3. “on the horizon,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า “คาดว่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้” ไม่ใช่ตำแหน่งจริง และแยกคำพยากรณ์ออกจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

200 years ago,

0:00

เมื่อ 200 ปีก่อน

it took 12 days to deliver a message from New York City to London. ไวยากรณ์

0:01

การส่งข้อความจากนครนิวยอร์กไปยังลอนดอนต้องใช้เวลาถึง 12 วัน

ไวยากรณ์

It took 12 days to deliver: การบอกระยะเวลาที่ผ่านไป

ใน it took 12 days to deliver คำว่า took หมายถึงการกระทำนั้น “ต้องใช้เวลาหรือกินเวลาเท่านี้” ไม่ได้หมายถึง “เอาไป” โครงสร้างคือ it took + ระยะเวลา + to-infinitive โดย it เป็นประธานสมมติ และ to deliver ระบุการกระทำที่กำลังวัดระยะเวลา รูปแบบนี้บอกเวลาที่ผ่านไปได้อย่างชัดเจน และใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับการจัดส่ง การเดินทาง การซ่อมแซม และกระบวนการอื่นที่เสร็จสิ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ it took และระยะเวลาที่กำหนด ระยะเวลา: three weeks. ____ repair the bridge after the storm.

ดูคำตอบ

It took three weeks to

150 years ago,

0:04

เมื่อ 150 ปีก่อน

the first transatlantic cable transmission was sent from the Queen of England to the US president,

0:06

มีการส่งสารผ่านสายเคเบิลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นครั้งแรก จากสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ

taking 17 hours. ไวยากรณ์

0:10

โดยใช้เวลาถึง 17 ชั่วโมง

ไวยากรณ์

taking 17 hours: อนุประโยค -ing ที่ท้ายประโยค

Taking 17 hours เป็นอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริม โดยเพิ่มระยะเวลาของการส่งข้อมูลที่กล่าวถึงในอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด และในที่นี้มีความหมายเท่ากับ “and the transmission took 17 hours” คำว่า taking หมายถึงกระบวนการนั้นต้องใช้เวลาเท่านี้ ไม่ใช่การหยิบหรือเอาสิ่งของไปจริง ๆ เนื่องจากประโยคหลักเป็นรูปถูกกระทำ สิ่งที่กำลังวัดเวลาคือเหตุการณ์การส่งหรือการถ่ายทอดข้อมูล ไม่ใช่พระราชินี โครงสร้างที่กระชับนี้ช่วยให้ข้อความอธิบายเพิ่มข้อมูลด้านเวลาได้โดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคที่มีกริยาผันใหม่

แบบฝึกหัด

รวมสองประโยคโดยใช้อนุประโยค -ing ท้ายประโยค: The software update was completed. The process took two hours. The software update was completed, ____.

ดูคำตอบ

taking two hours

85 years ago,

0:12

เมื่อ 85 ปีก่อน

telephones became common household fixtures

0:13

โทรศัพท์กลายเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่พบได้ทั่วไป

and 30 years ago,

0:16

และเมื่อ 30 ปีก่อน

the first cell phone was invented,

0:17

โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกก็ถูกประดิษฐ์ขึ้น

which weighed as much as an iron, ไวยากรณ์

0:18

มันหนักพอ ๆ กับเตารีด

ไวยากรณ์

weighed as much as an iron: หนักเท่ากับเตารีดหนึ่งเครื่อง

เมื่ออยู่หลัง weighed คำว่า as much as ใช้เปรียบเทียบปริมาณน้ำหนัก กล่าวคือ โทรศัพท์ถูกนำเสนอว่ามีน้ำหนักเท่ากับเตารีดหนึ่งเครื่อง ในที่นี้ much หมายถึงน้ำหนักที่ละไว้ ไม่ได้หมายถึงเตารีดจำนวนมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + weigh + as much as + สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบอาจเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ เพราะ much บอกน้ำหนักของสิ่งนั้น ในประโยคนี้ an iron หมายถึงเครื่องใช้สำหรับรีดผ้า ไม่ใช่โลหะเหล็ก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบสามคำจากบทเรียนที่แสดงว่าน้ำหนักเท่ากัน: This backpack weighs ____ a small suitcase.

ดูคำตอบ

as much as

took 10 hours to charge for a 35-minute conversation,

0:21

ต้องชาร์จถึง 10 ชั่วโมงเพื่อใช้คุยได้นาน 35 นาที

and cost almost $4,000.

0:24

และมีราคาเกือบ 4,000 ดอลลาร์

20 years ago,

0:26

เมื่อ 20 ปีก่อน

the first text message was sent.

0:27

มีการส่งข้อความสั้นเป็นครั้งแรก

a simple Merry Christmas.

0:29

เป็นข้อความง่าย ๆ ว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาส”

And today,

0:30

และทุกวันนี้

more people have mobile phones than toilets,

0:31

จำนวนคนที่มีโทรศัพท์มือถือมากกว่าจำนวนคนที่มีห้องน้ำใช้

with around 23 billion text messages being sent every day. ไวยากรณ์

0:34

และมีการส่งข้อความประมาณ 23,000 ล้านข้อความทุกวัน

ไวยากรณ์

with ... being sent: เพิ่มสถิติด้วยโครงสร้างถูกกระทำ

วลี with around 23 billion text messages being sent ใช้โครงสร้าง with + นามวลี + being + กริยาช่องที่สาม Text messages เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ดังนั้น being sent จึงเป็นรูปถูกกระทำ และไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครเป็นผู้ส่ง โครงสร้าง with แบบไม่ผันนี้วางหลังอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ เพื่อเพิ่มสถานการณ์หรือสถิติที่เกิดควบคู่กับสถานการณ์หลักโดยไม่ต้องสร้างประโยคสมบูรณ์อีกประโยคหนึ่ง ในที่นี้ การส่งถูกนำเสนอเป็นกระบวนการต่อเนื่องและเกิดซ้ำซึ่งวัดเป็นรายวัน ส่วน with ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง

แบบฝึกหัด

ใช้ being + กริยาช่องที่สามของ serve เพื่อเติมโครงสร้าง with แบบถูกกระทำให้สมบูรณ์: The festival was busy, with hundreds of meals ____ each hour.

ดูคำตอบ

being served

But how the hell do text messages even work? น้ำเสียง/เจตนา

0:39

แต่ข้อความเหล่านี้ทำงานได้อย่างไรกันแน่?

น้ำเสียง/เจตนา

การเน้นอารมณ์ใน how the hell ... even work?

ในคำถามนี้ the hell ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ how ส่วน even เน้นว่ากระบวนการนี้ดูเข้าใจยากอย่างน่าประหลาด ทั้งสองคำร่วมกันแสดงความประหลาดใจ ความสับสน หรือความหงุดหงิดอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดคิดว่าข้อความอาจใช้งานไม่ได้จริง ๆ ผู้พูดใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ที่หนักแน่นนี้เพื่อเกริ่นเข้าสู่คำอธิบายกลไก รูปแบบ How the hell does/do X even work? มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “X ทำงานได้อย่างไรกัน” แต่มีอารมณ์ที่แรงกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ถ้าต้องการขอคำอธิบายจากลูกค้าใหม่อย่างสุภาพ ประโยคนี้เหมาะสมหรือไม่: How the hell does your payment system even work?

  1. ไม่เหมาะ เพราะฟังดูห้วนแรงเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
  2. เหมาะ เพราะเป็นคำพูดที่สุภาพและเป็นมืออาชีพ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะฟังดูห้วนแรงเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้

When you tune a radio to a station, วลี

0:42

เมื่อคุณปรับวิทยุไปที่สถานีหนึ่ง

วลี

การใช้ tune a radio to a station

ในที่นี้ tune เป็นคำกริยาที่หมายถึงการปรับเครื่องรับให้รับสัญญาณกระจายเสียงที่เลือกไว้ โครงสร้างคือ tune + อุปกรณ์หรือเครื่องรับ + to + สถานี ความถี่ หรือช่อง โดย to ใช้นำเป้าหมายที่ต้องการปรับไปหา ในสำนวนนี้ station หมายถึงสถานีวิทยุ ไม่ใช่สถานีรถไฟหรือสถานีรถโดยสาร นี่คือความหมายของ tune ที่เกี่ยวกับการปรับเครื่องรับ ไม่ใช่คำนามที่แปลว่าทำนองเพลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tune: To hear the weather report, ____ the radio to the local station.

ดูคำตอบ

tune

you pick up the information that is being sent out via electromagnetic waves กริยาวลี

0:44

คุณจะรับข้อมูลที่ส่งมาทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

at a particular frequency.

0:47

ที่ความถี่หนึ่งโดยเฉพาะ

กริยาวลี

pick up ในความหมายว่า “รับสัญญาณ”

ในประโยคนี้ pick up หมายถึง “รับหรือตรวจจับ” ข้อมูลที่ส่งมากับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กรรมของวลีนี้คือ information และไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นจริง ๆ ในความหมายนี้ pick up เป็นกริยาวลี มักใช้บอกว่าวิทยุ โทรศัพท์ เสาอากาศ หรือไมโครโฟนรับสัญญาณหรือเสียง และยังใช้เมื่อคนสังเกตเห็นข้อมูลบางอย่างได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “รับหรือตรวจจับ”: Even in the basement, this radio can ____ a weak signal.

ดูคำตอบ

pick up

กริยาวลี

sent out ใน is being sent out

ในที่นี้ sent out หมายถึง “ถูกส่งหรือปล่อยออกไปข้างนอก” ข้อมูลเดินทางจากแหล่งกำเนิดผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดย out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลเพียงแค่ “อยู่ข้างนอก” ใน is being sent out คำว่า is being แสดงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในรูปประโยคถูกกระทำ และ sent เป็นรูป past participle ของ send วลีนี้เน้นข้อมูลที่กำลังถูกส่งมากกว่าผู้ที่ส่งข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมรูปสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกส่งออกไปข้างนอก”: A warning signal is being ____ from the tower right now.

ดูคำตอบ

sent out

In this case,

0:49

ในกรณีนี้

they are radio waves.

0:50

คลื่นเหล่านั้นก็คือคลื่นวิทยุ

These waves mostly just pass through our bodies without interacting at all,

0:51

คลื่นเหล่านี้ส่วนใหญ่เพียงเคลื่อนผ่านร่างกายเราไปโดยไม่เกิดปฏิสัมพันธ์ใด ๆ เลย

but they're on the same spectrum as the visible light we see,

0:54

แต่มันอยู่ในสเปกตรัมเดียวกับแสงที่ตามองเห็น

just different in size.

0:57

เพียงแต่มีขนาดต่างกัน

Photons with wavelengths between 400 to 700 nanometers ไวยากรณ์

0:59

โฟตอนที่มีความยาวคลื่นระหว่าง 400 ถึง 700 นาโนเมตร

have the perfect level of energy to excite the rods and cones in your eyes,

1:02

มีระดับพลังงานที่เหมาะพอดีต่อการกระตุ้นเซลล์รูปแท่งและเซลล์รูปกรวยในดวงตา

which then transmit signals to your brain that you interpret as different colors.

1:06

จากนั้นเซลล์เหล่านี้จะส่งสัญญาณไปยังสมอง ซึ่งคุณตีความเป็นสีต่าง ๆ

ไวยากรณ์

between 400 to 700 nanometers: การแก้โครงสร้างบอกช่วง

วลีที่เน้นไว้ผสมโครงสร้างมาตรฐานสำหรับบอกช่วงสองแบบเข้าด้วยกัน คือ between A and B และ from A to B ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ผ่านการตรวจแก้แล้ว ตรงนี้ควรใช้ between 400 and 700 nanometers ส่วน between 400 to 700 ไม่ใช่การจับคู่ที่แนะนำ กฎที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ ต้องจับคู่คำเชื่อมให้ถูกต้อง: between ใช้คู่กับ and ส่วน from ใช้คู่กับ to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างมาตรฐาน between ... and ...: The sensor works at temperatures ____ 10 ____ 40 degrees Celsius.

ดูคำตอบ

between · and

But radio waves,

1:10

แต่คลื่นวิทยุ

which have wavelengths ranging from 100 microns to 100 kilometers, วลี

1:11

ซึ่งมีความยาวคลื่นตั้งแต่ 100 ไมครอนไปจนถึง 100 กิโลเมตร

are much lower energy and can't excite your eyes,

1:16

มีพลังงานต่ำกว่ามากและไม่สามารถกระตุ้นดวงตาได้

so they're invisible to us.

1:18

เราจึงมองไม่เห็นมัน

วลี

ranging from 100 microns to 100 kilometers: วลี participle ที่บอกช่วง

Ranging from A to B เป็นวลีคุณศัพท์แบบ participle ที่ขยาย wavelengths โดยบอกความกว้างของช่วงว่า 100 microns เป็นจุดปลายหนึ่ง และ 100 kilometers เป็นอีกจุดปลายหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ คำนาม + ranging from A to B ซึ่งหมายความว่าค่าของคำนามนั้นครอบคลุมตั้งแต่ A ถึง B โดย from นำหน้าจุดเริ่มต้นหรือจุดปลายที่ต่ำกว่า และ to นำหน้าจุดสิ้นสุดหรือจุดปลายที่สูงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี participle ที่บอกช่วง: We offer plans ____ $10 ____ $50 per month.

ดูคำตอบ

ranging from · to

Similar to a radio,

1:20

เช่นเดียวกับวิทยุ

your cell phone receives signals at specific frequencies,

1:21

โทรศัพท์มือถือของคุณรับสัญญาณที่ความถี่เฉพาะ

but it can also transmit its own radio waves back to a network at the same time.

1:24

แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ส่งคลื่นวิทยุของตัวเองกลับไปยังเครือข่ายได้ด้วย

The network is a system of towers, antennas, and transmitters,

1:29

เครือข่ายนี้เป็นระบบที่ประกอบด้วยเสาสัญญาณ เสาอากาศ และเครื่องส่งสัญญาณ

which divide a geographical area into cells, วลี

1:32

ซึ่งแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ออกเป็นเซลล์

hence the term cell phone. ลำดับความ

1:34

จึงเป็นที่มาของคำว่า cell phone

วลี

การแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ออกเป็นเซลล์ด้วย divide a geographical area into cells

Divide A into B หมายถึงการแยกสิ่งที่เป็นหนึ่งเดียว (A) ให้กลายเป็นหลายส่วน หลายกลุ่ม หรือหลายหมวด (B) ในประโยคนี้ a geographical area คือพื้นที่ทั้งหมด ส่วน cells คือเขตครอบคลุมที่เกิดจากการแบ่งนั้น ในที่นี้ cells หมายถึงพื้นที่ขนาดเล็กที่เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้บริการ ไม่ใช่เซลล์ทางชีววิทยา โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อแบ่งหนังสือเป็นบท แบ่งชั้นเรียนเป็นทีม หรือแบ่งข้อมูลเป็นหมวดหมู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ divide A into B: The teacher ____ the class ____ four teams for the project.

ดูคำตอบ

divided · into

ลำดับความ

hence the term cell phone: จึงเกิดคำว่า cell phone

ในที่นี้ hence หมายถึง “ด้วยเหตุผลนั้น” และ the term ใช้นำหน้าชื่อที่ตามมา ส่วนนี้เปลี่ยนข้อเท็จจริงก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปเกี่ยวกับที่มาของชื่อ กล่าวคือ พื้นที่เครือข่ายถูกแบ่งเป็น cells จึงมีคำว่า cell อยู่ในชื่อ cell phone รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ fact or feature, hence the term X ซึ่งอธิบายที่มาของชื่อได้อย่างกระชับ ในที่นี้ hence ไม่ได้หมายถึง “ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ใช้ hence และ term: The rooms are shaped like small pods, ____ pod hotel.

ดูคำตอบ

hence the term

These cells determine which areas are served by which towers,

1:36

เซลล์เหล่านี้กำหนดว่าพื้นที่ใดจะอยู่ภายใต้การให้บริการของเสาสัญญาณต้นใด

though they generally overlap so that your phone always has a tower to communicate with. ไวยากรณ์

1:39

แต่โดยทั่วไป พื้นที่ของเซลล์จะทับซ้อนกัน เพื่อให้โทรศัพท์ของคุณเชื่อมต่อกับเสาสัญญาณได้เสมอ

ไวยากรณ์

a tower to communicate with: วลี infinitive ที่ขยายคำนามและมีบุพบทอยู่ท้าย

ใน a tower to communicate with วลี infinitive to communicate with อยู่หลัง a tower และอธิบายว่าโทรศัพท์ต้องการเสาสัญญาณแบบใด นั่นคือเสาที่โทรศัพท์สามารถสื่อสารด้วยได้ กรรมที่เข้าใจได้ของ with คือคำนาม tower ที่อยู่ก่อนหน้า ภาษาอังกฤษมักวางบุพบทไว้ท้ายโครงสร้างแบบนี้ จึงไม่ได้มีกรรมขาดหายไปและไม่ควรเติมกรรมอีกตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ฉันต้องการคนที่ฉันสามารถคุยด้วยได้”

  1. I need someone to talk to.
  2. I need someone to talk to them.
  3. I need someone to talk.
  4. I need to someone talk.
ดูคำตอบ

I need someone to talk to.

Feel like your phone battery's losing power faster than normal? น้ำเสียง/เจตนา

1:43

รู้สึกไหมว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์หมดเร็วกว่าปกติ?

น้ำเสียง/เจตนา

Feel like ...?: รูปย่อในการสนทนาของ Do you feel like ...?

Feel like your phone battery's losing power faster than normal? เป็นรูปย่อในการสนทนาของ Do you feel like your phone battery is losing power faster than normal? โดยเข้าใจ Do you ที่ละไว้ได้จากบริบท และคำถามนี้ชวนผู้ฟังให้เทียบข้อความนั้นกับประสบการณ์ของตนเองโดยตรง ในที่นี้ feel like นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์คือ your phone battery is losing power faster than normal โดยหมายถึง “รู้สึกว่า” หรือ “ดูเหมือนว่า” ไม่ใช่ “อยาก” คำถามสั้นแบบนี้ใช้ดึงความสนใจก่อนเริ่มอธิบายได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคใด feel like หมายถึง “รู้สึกว่า” ไม่ใช่ “อยาก”

  1. I feel like ordering pizza.
  2. Feel like the room is getting colder?
  3. She feels like a cup of tea.
ดูคำตอบ

Feel like the room is getting colder?

Phones transmit at higher levels indoors due to building materials,

1:46

โทรศัพท์จะส่งสัญญาณด้วยกำลังสูงขึ้นเมื่ออยู่ในอาคาร เนื่องจากวัสดุก่อสร้าง

in rural areas, due to greater distances the network antennas,

1:50

เมื่ออยู่ในชนบท เนื่องจากอยู่ห่างจากเสาอากาศของเครือข่ายมากกว่า

and when moving at high speeds, like in a car, ไวยากรณ์

1:53

และเมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เช่น อยู่ในรถยนต์

due to the frequent handover between network antennas. การใช้คำ

1:56

เนื่องจากต้องสลับไปมาระหว่างเสาอากาศของเครือข่ายบ่อยครั้ง

ไวยากรณ์

when moving at high speeds: อนุประโยคบอกเวลาแบบย่อ

when moving at high speeds เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบย่อ รูปเต็มคือ when phones are moving at high speeds โดยคง when ไว้ แต่ละประธาน phones ที่ซ้ำกันและกริยา be รูป are ออก ประธานที่ละไว้ของ moving โดยปกติมาจากประธานในประโยคหลัก ตามหลักไวยากรณ์ สิ่งที่เคลื่อนที่คือ phones แต่ในความเป็นจริง โทรศัพท์ถูกพาไปในรถที่วิ่งเร็วหรือถูกถือโดยคนที่กำลังเคลื่อนที่ โครงสร้างนี้ใช้บอกเวลาหรือสถานการณ์ที่การกระทำหลักเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคแบบย่อ when + -ing ได้ถูกต้อง

  1. When Lena driving at night, she turns down the dashboard lights.
  2. When driving at night, Lena turns down the dashboard lights.
  3. When driving at night, the dashboard lights bother Lena.
ดูคำตอบ

When driving at night, Lena turns down the dashboard lights.

การใช้คำ

the frequent handover between network antennas: ความหมายของ handover ในโทรคมนาคม

ในที่นี้ handover เป็นศัพท์ของเครือข่ายมือถือ หมายถึงกระบวนการที่การเชื่อมต่อโทรศัพท์ซึ่งกำลังใช้งานย้ายจากเสาอากาศหรือเซลล์เครือข่ายหนึ่งไปยังอีกแห่งเมื่ออุปกรณ์เปลี่ยนตำแหน่ง frequent หมายความว่าการสลับนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ส่วน between network antennas ระบุจุดเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงคนส่งเสาอากาศจริงให้กัน

แบบฝึกหัด

ในรายงานเกี่ยวกับเครือข่ายมือถือ handover หมายถึงอะไร

  1. พนักงานสองคนแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์เสาอากาศจริง
  2. มีการคัดลอกไฟล์จากโทรศัพท์ไปยังคอมพิวเตอร์
  3. การเชื่อมต่อที่กำลังใช้งานสลับจากเสาอากาศหรือเซลล์เครือข่ายหนึ่งไปยังอีกแห่ง
ดูคำตอบ

การเชื่อมต่อที่กำลังใช้งานสลับจากเสาอากาศหรือเซลล์เครือข่ายหนึ่งไปยังอีกแห่ง

Whenever someone sends you a text,

1:58

ทุกครั้งที่มีคนส่งข้อความมาหาคุณ

their phone transmits radio signals,

2:00

โทรศัพท์ของคนนั้นจะส่งสัญญาณวิทยุ

which convey the identity of both their phone and yours,

2:02

ซึ่งส่งข้อมูลระบุตัวตนของทั้งโทรศัพท์ของผู้ส่งและโทรศัพท์ของคุณ

along with the content of the message.

2:05

พร้อมกับเนื้อหาของข้อความ

These signals are then picked up by the tower closest to them,

2:07

จากนั้นเสาสัญญาณที่อยู่ใกล้ผู้ส่งที่สุดจะรับสัญญาณเหล่านี้

which converts the radio waves วลี

2:09

และแปลงคลื่นวิทยุ

into a digital electrical impulse

2:11

ให้เป็นพัลส์ไฟฟ้าแบบดิจิทัล

and passes it along to a hub of the network called a mobile switching center. กริยาวลี

2:13

ก่อนส่งต่อไปยังศูนย์กลางของเครือข่ายที่เรียกว่า “ศูนย์ชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่”

วลี

convert A into B: เปลี่ยน A ให้เป็น B

ในโครงสร้าง convert A into B นั้น A คือสิ่งก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง และ B คือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ เสาสัญญาณเปลี่ยนคลื่นวิทยุให้เป็นแรงกระตุ้นไฟฟ้าแบบดิจิทัล ใช้รูปแบบนี้เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน: convert + สิ่งตั้งต้น + into + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้ convert A into B เติมประโยคให้สมบูรณ์: This device can ____ sunlight ____ electricity.

ดูคำตอบ

convert · into

กริยาวลี

pass it along to a hub: ส่งต่อไปยังศูนย์กลางเครือข่าย

Pass along หมายถึงส่งหรือมอบบางสิ่งต่อไปยังคนหรือสถานที่ถัดไป ในประโยคนี้ เสาสัญญาณส่งแรงกระตุ้นต่อไปยังจุดถัดไป ซึ่งก็คือศูนย์กลางของเครือข่าย Pass along เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อใช้คำสรรพนามอย่าง it ให้วางคำสรรพนามระหว่าง pass กับ along เป็น pass it along ส่วนวลี to ที่ตามมาระบุผู้รับหรือปลายทาง

แบบฝึกหัด

ใช้ pass along และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: I have finished reading the note, so I'll ____ to Maya.

ดูคำตอบ

pass it along

If you're out of range or your phone is off, วลี

2:17

หากคุณอยู่นอกพื้นที่ให้บริการหรือปิดโทรศัพท์ไว้

the message is stored by the mobile switching center

2:19

ข้อความจะถูกเก็บไว้ที่ศูนย์ชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่

for a short time until you can be located by the network.

2:21

ชั่วคราวจนกว่าเครือข่ายจะค้นหาตำแหน่งของคุณได้

วลี

out of range: อยู่นอกพื้นที่ครอบคลุมของเครือข่าย

ในที่นี้ out of range หมายถึงโทรศัพท์อยู่นอกบริเวณที่เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าถึงหรือตรวจพบได้ โทรศัพท์อาจยังเปิดอยู่ แต่เครือข่ายไม่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ได้ในขณะนั้น โครงสร้าง be + out of range ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่นอกขีดจำกัดที่เกี่ยวข้อง ในบริบทอื่น ขีดจำกัดนั้นอาจเป็นระยะส่งของวิทยุหรือช่วงค่าที่อนุญาตในการวัด ส่วนเรื่องราคามักใช้โครงสร้างที่ยาวกว่า คือ out of someone's price range

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “อยู่นอกพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณ” ลงในประโยค: The hiker's phone was ____, so the call could not connect.

ดูคำตอบ

out of range

The network then figures out which tower you're closest to โน้ต

2:24

จากนั้นเครือข่ายจะหาว่าคุณอยู่ใกล้เสาสัญญาณต้นใดที่สุด

and passes the signal there.

2:27

แล้วส่งสัญญาณไปที่นั่น

กริยาวลี

figures out: ได้คำตอบด้วยการประมวลผลข้อมูล

Figures out เป็นรูปปัจจุบันกาลบุรุษที่สามเอกพจน์ของกริยาวลี figure out หมายถึงการได้คำตอบด้วยการคิด ตรวจสอบข้อมูล หรือประมวลผลข้อมูล ในที่นี้เครือข่ายใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อระบุเสาสัญญาณที่ใกล้ที่สุด คำถามแทรก which tower you're closest to ทำหน้าที่เป็นกรรมของ figures out คำถามแทรกใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงใช้ which tower you're closest to ไม่ใช่ which tower are you closest to

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์นี้: The navigation app analyzes the map and determines the safest route. วลีใดสามารถแทน determines ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. figures out
  2. finds out from someone
  3. looks out for
ดูคำตอบ

figures out

ไวยากรณ์

which tower you're closest to: ลำดับคำในคำถามแฝง

ในประโยคนี้ which tower you're closest to คือข้อมูลที่ยังไม่รู้ซึ่งเครือข่ายค้นหา เป็นอนุประโยคคำถาม wh- แบบแฝงที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ figures out จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธานกับกริยายังคงเป็น you're ... ไม่สลับเป็น are you ... คำบุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของ closest to โดยกรรมของ to คือ which tower ถูกย้ายมาไว้ต้นอนุประโยคคำถามแฝง: you're closest to which tower → which tower you're closest to

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมเต็มที่ใช้ลำดับคำของคำถามแฝงได้ถูกต้อง: The app can figure out ___.

  1. which station are you closest to
  2. are you closest to which station
  3. which station you're closest to
ดูคำตอบ

which station you're closest to

Once at the tower nearest you, ไวยากรณ์

2:28

เมื่อสัญญาณไปถึงเสาที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

it's converted back to a radio signal that can be picked up by the antenna in your phone.

2:30

มันจะถูกแปลงกลับเป็นสัญญาณวิทยุที่เสาอากาศในโทรศัพท์ของคุณรับได้

ไวยากรณ์

Once at the tower nearest you: อนุประโยคบอกเวลาแบบย่อ

ในที่นี้ Once หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “เมื่อ” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” หรือ “เคย” Once at the tower nearest you เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบย่อ โดยรูปเต็มคือ Once [the signal is] at the tower nearest you ประธานและรูปของ be ที่ละไว้สามารถเติมจาก it ในประโยคหลัก ซึ่งหมายถึง signal โครงสร้างย่อ Once + วลีบุพบทนี้แสดงว่าขั้นตอนถัดไปเกิดขึ้นหลังจากเงื่อนไขแรกสำเร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยส่วนเปิดบอกเวลาแบบย่อที่ขึ้นต้นด้วย Once และหมายถึง “ทันทีที่พัสดุอยู่ที่จุดตรวจ”: ____, the package is scanned for damage.

ดูคำตอบ

Once at the checkpoint

This all happens in seconds.

2:34

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที

Interestingly, traditional SMS text traffic actually peaked in 2011. การใช้คำ

2:36

ที่น่าสนใจคือ ปริมาณการใช้งาน SMS แบบดั้งเดิมแตะจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2011

การใช้คำ

peaked in 2011: ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในปี 2011

ในการอธิบายข้อมูลและแนวโน้ม peaked หมายถึง “ขึ้นไปถึงระดับสูงสุด” ประโยคนี้บอกว่าปริมาณการรับส่ง SMS แบบดั้งเดิมอยู่ที่ค่าสูงสุดในปี 2011 ไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ในที่นี้ peak เป็นกริยาอกรรม จึงไม่มีกรรมตรงตามหลัง ใช้ peak in หน้าปีหรือช่วงเวลา และใช้ peak at หน้าตัวเลขหรือระดับที่วัดได้

แบบฝึกหัด

เติม peak in โดยเปลี่ยนกริยาเป็นรูปอดีต: The museum's monthly visits reached their highest level in July. They ____ July.

ดูคำตอบ

peaked in

Now,

2:42

ปัจจุบัน

most people send messages via internet services.

2:42

คนส่วนใหญ่ส่งข้อความผ่านบริการอินเทอร์เน็ต

In fact,

2:45

ที่จริงแล้ว

last year WhatsApp overtook traditional SMS การใช้คำ

2:45

เมื่อปีที่แล้ว WhatsApp แซงหน้า SMS แบบดั้งเดิม

as the number one handler of text messaging,

2:48

ขึ้นเป็นผู้ให้บริการรับส่งข้อความอันดับหนึ่ง

managing 30 billion messages sent every day การใช้คำ

2:51

โดยจัดการข้อความที่ส่งกันถึง 30,000 ล้านข้อความต่อวัน

all around the world.

2:53

ทั่วโลก

การใช้คำ

overtook traditional SMS: แซง SMS แบบดั้งเดิมในการจัดอันดับ

Overtook เป็นรูปอดีตของ overtake ในการเปรียบเทียบอันดับหรือปริมาณ A overtook B หมายถึง A เคยอยู่ตามหลัง B แล้วจึงขยับขึ้นไปอยู่ข้างหน้า ในที่นี้ WhatsApp แซง SMS แบบดั้งเดิมในด้านจำนวนข้อความที่จัดการ การใช้นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คำกริยาเดียวกันนี้อาจหมายถึงการขับผ่านยานพาหนะจริง ๆ แต่เมื่อใช้กับบริการ บริษัท ทีม หรือเทคโนโลยี มักอธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านตำแหน่งหรือผลงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าบริการหนึ่งแซงอีกบริการหนึ่งในการจัดอันดับ

  1. By June, StreamBox overtook ViewNow in total subscribers.
  2. By June, StreamBox remained behind ViewNow in total subscribers.
  3. By June, StreamBox matched ViewNow in total subscribers.
ดูคำตอบ

By June, StreamBox overtook ViewNow in total subscribers.

การใช้คำ

managing 30 billion messages: จัดการข้อความ 3 หมื่นล้านข้อความ

ในที่นี้ managing หมายถึง “จัดการหรือประมวลผล” WhatsApp คือบริการที่จัดการข้อความ 3 หมื่นล้านข้อความในแต่ละวัน ไม่ได้หมายความว่า WhatsApp แทบจะส่งข้อความเหล่านั้นได้สำเร็จอย่างหวุดหวิด วลี -ing managing 30 billion messages ให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับขนาดการให้บริการของ WhatsApp เมื่อ manage มีความหมายนี้ จะมีกรรมตามหลังโดยตรง เช่น manage messages, traffic, requests หรือ accounts

แบบฝึกหัด

managing หมายถึงอะไรในประโยค “The platform is managing millions of requests every hour”?

  1. เขียนคำขอแต่ละรายการด้วยมือ
  2. จัดการหรือประมวลผลคำขอ
  3. แทบจะส่งคำขอได้สำเร็จอย่างหวุดหวิด
ดูคำตอบ

จัดการหรือประมวลผลคำขอ

And if you're sending those messages across the world,

2:55

และถ้าคุณส่งข้อความเหล่านั้นไปยังอีกฟากหนึ่งของโลก

it's actually sent via a giant cable that runs across the ocean floor. การใช้คำ

2:57

ที่จริงข้อความจะถูกส่งผ่านสายเคเบิลขนาดยักษ์ที่พาดผ่านพื้นมหาสมุทร

การใช้คำ

runs across the ocean floor: ทอดยาวข้ามพื้นมหาสมุทร

ในที่นี้ runs across หมายถึง “ทอดยาวจากด้านหนึ่งของพื้นที่ไปยังอีกด้านหนึ่ง” ประธานคือสายเคเบิล ดังนั้น runs จึงบอกเส้นทางหรือตำแหน่งของสายเคเบิล ไม่ใช่การวิ่งจริง ๆ ภาษาอังกฤษมักใช้สิ่งไม่มีชีวิตเป็นประธานของ run เมื่ออธิบายว่าสายเคเบิล ถนน ท่อ แม่น้ำ หรือแนวเขตทอดไปทางใด Across เน้นการทอดผ่านพื้นที่ ส่วน the ocean floor หมายถึงก้นมหาสมุทร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ run across เพื่อบรรยายเส้นทางของสิ่งหนึ่ง?

  1. A fiber-optic line runs across the desert.
  2. The athlete runs across the field every morning.
  3. I ran across an old class photo yesterday.
ดูคำตอบ

A fiber-optic line runs across the desert.

In fact,

3:01

อันที่จริง

99% of all international data is sent via undersea cables.

3:02

ข้อมูลที่ส่งระหว่างประเทศถึง 99% ถูกส่งผ่านสายเคเบิลใต้น้ำ

So,

3:06

แล้ว

what does the future of messaging look like? สำนวน

3:07

อนาคตของการส่งข้อความจะเป็นอย่างไร?

สำนวน

What does the future of messaging look like?: ถามว่าอนาคตของการส่งข้อความจะเป็นอย่างไร

ในคำถามนี้ “What does X look like?” ไม่ได้ถามรูปลักษณ์ที่มองเห็นได้ของ X แต่ถามว่า X เป็นหรือจะเป็นอย่างไร ทั้งในด้านรูปแบบ ลักษณะ และทิศทางโดยรวม ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าการส่งข้อความอาจพัฒนาไปอย่างไรในอนาคต ใช้รูปแบบ “What does the future of X look like?” เพื่อขอคำอธิบายหรือการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตของเรื่องหนึ่ง คำตอบควรกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง สภาพการณ์ หรือความเป็นไปได้ที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบที่ใช้ถามว่าสาขาหนึ่งอาจพัฒนาไปอย่างไร: “What ____ the future of education ____ like?”

ดูคำตอบ

does · look

We're currently in the fourth generation of mobile communication networks with 5G on the horizon, สำนวน

3:08

ขณะนี้เราอยู่ในยุคเครือข่ายการสื่อสารเคลื่อนที่รุ่นที่ 4 และ 5G ก็ใกล้เข้ามาแล้ว

สำนวน

on the horizon: คาดว่าจะมาถึงแต่ยังไม่เกิดขึ้น

“On the horizon” เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบสำหรับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มจะปรากฏในอนาคตที่ค่อนข้างใกล้ ในช่วงเวลาที่ประโยคนี้กล่าวถึง 5G ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่สิ่งที่พร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ภาพเปรียบเทียบคือสิ่งที่เพิ่งเริ่มมองเห็นตรงขอบฟ้า สำนวนนี้สื่อถึงความคาดหมาย แต่โดยทั่วไปไม่ได้ระบุวันที่แน่นอนหรือรับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำพยากรณ์ด้วยสำนวนที่หมายถึง “คาดว่าจะมาถึงในอนาคตอันใกล้”: “With battery costs falling, cheaper electric cars may be ____.”

ดูคำตอบ

on the horizon

and it's actually been projected that the technology for phones embedded in our bodies ไวยากรณ์

3:13

และยังมีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีสำหรับโทรศัพท์ที่ฝังอยู่ในร่างกายเรา

can be available as soon as 2023. การใช้คำ

3:18

อาจพร้อมใช้งานได้เร็วที่สุดในปี 2023

ไวยากรณ์

it's actually been projected that: โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำใน present perfect

ในประโยคนี้ it's ย่อมาจาก it has ดังนั้นโครงสร้างคือ it has actually been projected that + อนุประโยค ส่วน it เป็นประธานสมมติที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ โครงสร้างนี้จึงใช้รายงานการคาดการณ์ในรูปถูกกระทำโดยไม่ต้องระบุผู้คาดการณ์ รูป present perfect ใน been projected แสดงว่ามีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับการสนทนาปัจจุบัน สิ่งที่รายงานคือความคาดหมาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง it's actually been projected that ย่อมาจากอะไรและสื่อความหมายอย่างไร?

  1. It actually projected that; ตัวเทคโนโลยีเองเป็นผู้คาดการณ์
  2. It is actually projected that; การคาดการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว
  3. It has actually been projected that; แหล่งที่มาที่ไม่ได้ระบุเป็นผู้คาดการณ์
ดูคำตอบ

It has actually been projected that; แหล่งที่มาที่ไม่ได้ระบุเป็นผู้คาดการณ์

การใช้คำ

as soon as 2023: วันที่เร็วที่สุดที่เป็นไปได้

ตรงนี้ as soon as ตามด้วยปี จึงหมายถึง as early as หรือ “เร็วที่สุดใน” โดยนำเสนอปี 2023 ว่าเป็นเวลาที่เร็วที่สุดที่เป็นไปได้ วลีนี้เน้นว่าเวลาดังกล่าวอาจเร็วกว่าที่ผู้คนคาดไว้ นี่ไม่ใช่รูปคำเชื่อม as soon as + ประธาน + กริยา ซึ่งเชื่อมสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน เนื่องจากประโยคนี้รายงานการคาดการณ์และใช้ can ปีดังกล่าวจึงเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีพร้อมใช้จริงในปี 2023

แบบฝึกหัด

as soon as 2028 หมายถึงอะไรในประโยคภาษาอังกฤษ “The treatment could be available as soon as 2028.”?

  1. การรักษานี้จะพร้อมใช้ทันทีหลังจากปี 2028 สิ้นสุดลง
  2. ปี 2028 เป็นวันที่เร็วที่สุดที่อาจพร้อมใช้งาน
  3. มีการรับประกันว่าการรักษานี้จะพร้อมใช้ในปี 2028
ดูคำตอบ

ปี 2028 เป็นวันที่เร็วที่สุดที่อาจพร้อมใช้งาน

While only a few decades ago, ลำดับความ

3:20

ทั้งที่เมื่อไม่กี่สิบปีก่อน

it may have taken months to send a love letter, ไวยากรณ์

3:22

การส่งจดหมายรักสักฉบับอาจใช้เวลาหลายเดือน

ไวยากรณ์

may have taken months to send: การคาดเดาอดีตอย่างระมัดระวัง

may have + กริยาช่องที่สาม ใช้แสดงการประเมินที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีต ในที่นี้ taken เป็นกริยาช่องที่สามของ take และ months บอกระยะเวลาที่คาดไว้ กล่าวคือ ผู้พูดคิดว่าการส่งจดหมายรักอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน รูปนี้ไม่ได้อธิบายการกระทำที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และ may ในที่นี้ไม่ได้แสดงการอนุญาต ใช้ may have + กริยาช่องที่สาม เมื่อไม่รู้ข้อเท็จจริงในอดีตอย่างแน่นอนและต้องการนำเสนออย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ใช้ may have และกริยาช่องที่สามของ take เพื่อคาดเดาระยะเวลาในอดีตอย่างระมัดระวัง เติมประโยคให้สมบูรณ์: The old sea journey ____ three days.

ดูคำตอบ

may have taken

in just a few years,

3:24

แต่อีกเพียงไม่กี่ปี

you may be able to simply think of your loved one โน้ต

3:25

คุณอาจเพียงนึกถึงคนที่คุณรัก

ไวยากรณ์

may be able to: ความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอน

ในการคาดการณ์นี้ may บอกว่าเรื่องนั้นเป็นไปได้แต่ไม่แน่นอน ส่วน be able to หมายถึง “มีความสามารถหรือมีโอกาสทำบางอย่าง” ดังนั้น may be able to think จึงหมายถึงมีความเป็นไปได้ว่าบุคคลนั้นจะมีความสามารถนี้ ใช้ may + be able to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการพูดถึงความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่ยังไม่แน่นอน ภาษาอังกฤษโดยทั่วไปไม่ใช้ may can ต่อกัน หลัง may ให้ใช้ be able to แทน ส่วนจะหมายถึงปัจจุบันหรืออนาคตให้ดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างสามคำจากคำอธิบายนี้เพื่อแสดงความสามารถที่ยังไม่แน่นอน: If the road clears, we ____ reach the cabin before dark.

ดูคำตอบ

may be able to

การใช้คำ

your loved one: คนที่คุณรักและใกล้ชิดเป็นพิเศษ

a loved one คือคนที่คุณรักและห่วงใยอย่างมาก เช่น สมาชิกในครอบครัว คู่รัก หรือคนอื่นที่สนิทมาก ใน your loved one คำว่า your เชื่อมบุคคลนั้นเข้ากับผู้ฟัง วลีนี้ไม่ระบุว่าความสัมพันธ์เป็นแบบใดและให้ความรู้สึกอบอุ่น ใช้เรียกความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สำคัญ ไม่ใช่โครงสร้างกรรมวาจกที่หมายถึง “คนที่กำลังถูกรักอยู่ในขณะนั้น”

แบบฝึกหัด

ประกาศของโรงพยาบาลเขียนว่า “You may bring one loved one with you.” loved one สามารถหมายถึงใครได้บ้าง?

  1. เฉพาะคู่รักเท่านั้น
  2. สมาชิกครอบครัวที่สนิท คู่รัก หรือคนอื่นที่คุณรักและห่วงใยอย่างมาก
  3. เฉพาะคนที่อยู่บ้านเดียวกับคุณ
ดูคำตอบ

สมาชิกครอบครัวที่สนิท คู่รัก หรือคนอื่นที่คุณรักและห่วงใยอย่างมาก

and send them a message to let them know you care. วลี

3:27

แล้วส่งข้อความไปบอกให้เขารู้ว่าคุณห่วงใย

ลำดับความ

ใช้ While only a few decades ago ... in just a few years เพื่อเปรียบต่างกรอบเวลา

ในประโยคนี้ while ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” แต่ใช้เปิดด้วยสถานการณ์ก่อนหน้านี้ แล้วนำไปเปรียบต่างกับความเป็นไปได้ในอนาคต เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบเวลาช่วงเปิดออกจากส่วนหลักของประโยค ตัวบอกเวลา only a few decades ago และ in just a few years พาผู้ฟังจากอดีตไปสู่อนาคตอันใกล้ การจัดข้อมูลแบบนี้ทำให้ความเร็วและขนาดของการเปลี่ยนแปลงเป็นใจความสำคัญ เนื่องจากส่วนอนาคตใช้ may จึงยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อจัดโครงสร้างการเปรียบต่างระหว่างอดีตกับอนาคตอย่างชัดเจน

  1. While only a decade ago the school used paper maps, in just a few years students may tour places in virtual reality.
  2. While the class was drawing maps, the teacher opened a window.
  3. The school used paper maps, and students may use new tools soon.
ดูคำตอบ

While only a decade ago the school used paper maps, in just a few years students may tour places in virtual reality.

วลี

let them know you care: รูปแบบ let someone know + อนุประโยค

ใน let them know you care วลี let them know หมายถึง “บอกให้พวกเขารู้” หรือ “ทำให้แน่ใจว่าพวกเขาเข้าใจ” เป็นวิธีให้ข้อมูลที่มีน้ำเสียงเป็นกลางและมักฟังดูนุ่มนวล การส่งข้อความคือวิธีสื่อสารข้อมูล ส่วน you care คือสิ่งที่ต้องการให้พวกเขาเข้าใจ ในที่นี้ care หมายถึงคุณห่วงใยพวกเขา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ let + บุคคล + know + อนุประโยคที่บอกข้อมูล โดยจะใส่หรือละ that ก็ได้: let me know (that) you arrived. ตรงนี้ let ไม่ได้มีความหมายปกติว่า “อนุญาต” อนุประโยคที่บอกข้อมูลวางต่อจาก know ได้โดยตรงโดยไม่ต้องมี about

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน let ... know ที่หมายถึง “แจ้งให้เขารู้”: If the address changes, please ____ right away.

ดูคำตอบ

let him know

We tackle humanity's new forms of communication

3:29

เราพูดถึงรูปแบบใหม่ ๆ ในการสื่อสารของมนุษย์

in the science of emojis over on AsapTHOUGHT,

3:32

ในตอน “วิทยาศาสตร์ของอีโมจิ” ทาง AsapTHOUGHT

how they're often misinterpreted,

3:35

ทั้งการที่อีโมจิมักถูกตีความผิด

and how to use them properly.

3:36

และวิธีใช้อีโมจิอย่างถูกต้อง

Check it out with the link in the description.

3:38

เข้าไปดูได้จากลิงก์ในคำอธิบาย

And subscribe for more weekly science videos.

3:39

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์