บลูอี้พบกับวินนี่! 🤎 ✨ 💙 | ไฮไลต์ซีซั่น 2 - คาเฟ่ ☕️ | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีและวินนีพบกันขณะเล่นร้านกาแฟ ส่วนคุณพ่อของทั้งคู่ก็เริ่มทำความรู้จักกันอย่างระมัดระวัง เรื่องราวใช้ฉากสั่งอาหาร ปัญหาการจ่ายเงินสมมติ และบทสนทนาเรื่องมิตรภาพ เพื่อเปรียบเทียบเด็กที่สนิทกันได้ทันใจกับผู้ใหญ่ที่ค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What would you like to order? — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ว่านี่คือคำถามมาตรฐานที่สุภาพสำหรับรับรายการอาหาร และนำไปใช้ในร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือการสวมบทบาทได้ ฟังดูใส่ใจมากกว่าการถามตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร 2. a strawberry problem. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า a X problem ใช้พูดติดตลกถึงความชอบหรือนิสัยที่มากเกินไป ราวกับว่าสิ่งนั้นเป็น “ปัญหา” จึงช่วยให้จับน้ำเสียงล้อตัวเองและนำรูปแบบนี้ไปพูดถึงความเพลิดเพลินที่ห้ามใจยากของตนอย่างขำขันได้ 3. I wouldn't say we're friends yet. — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา: เรียนรู้วิธีแก้ข้อสันนิษฐานของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลโดยไม่ปฏิเสธห้วน ๆ wouldn't say กับ yet เว้นพื้นที่ให้ความสัมพันธ์หรือความเห็นเปลี่ยนได้เมื่อรู้จักกันมากขึ้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
mate ในฐานะคำเรียกแบบเป็นกันเอง
ใน “Hey, mate” คำว่า mate ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง คล้ายการเรียกอย่างเป็นมิตรว่า “เพื่อน” ทำให้คำทักทายฟังสบาย ๆ และเป็นกันเอง ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ สามารถใช้ mate แบบนี้ได้โดยไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิท หุ้นส่วน หรือเพื่อนร่วมทีมจริง ๆ ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณทางสังคมแบบสบาย ๆ ไม่ใช่คำระบุความสัมพันธ์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในคำทักทาย “Hey, mate” คำว่า mate ทำหน้าที่อะไร
- ระบุอาชีพของอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ
- บอกว่าทั้งสองคนเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกัน
- ใช้เรียกอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ
ใช้เรียกอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
คำถามบริการแบบสุภาพ What would you like to order?
“What would you like to order?” เป็นคำถามสุภาพในงานบริการที่ใช้ถามลูกค้าว่าตอนนี้ต้องการเลือกอาหารหรือเครื่องดื่มอะไร ในที่นี้ would like หมายถึง “ต้องการ” ในแบบที่นุ่มนวลและสุภาพกว่า ส่วน like ไม่ได้ถามว่าลูกค้าชอบการสั่งอาหารหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What would you like to + คำกริยา? คำถาม what ใช้ถามสิ่งที่เลือก และ to order ระบุว่าการกระทำนั้นคือการสั่ง
แบบฝึกหัด
พนักงานต้องการถามอย่างสุภาพว่าตอนนี้ลูกค้าอยากสั่งอาหารอะไร คำถามใดเหมาะที่สุด
- Are you ready to order?
- What would you like to order?
- What do you usually order?
ดูคำตอบ
What would you like to order?
I'll have a cup of tea: การสั่งด้วย I'll have
ใช้ I'll have + สิ่งของ เพื่อบอกสิ่งที่เลือกเมื่อต้องการสั่งกับพนักงานหรือผู้ขาย ในประโยคนี้ I'll have a cup of tea หมายถึงผู้พูดเลือกและสั่งชา ไม่ได้ใช้ have ในความหมายว่าเป็นเจ้าของ I'll เป็นรูปย่อของ I will ในรูปแบบการสั่งนี้ คำดังกล่าวแสดงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และ thanks ทำให้คำตอบฟังดูเป็นมิตรขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งของลูกค้าโดยใช้รูปย่อของ I will ตามด้วย have: ____ the chicken sandwich, please.
ดูคำตอบ
I'll have
we only have ... sorry: การบอกว่ามีตัวเลือกจำกัดอย่างนุ่มนวล
We only have + สิ่งที่มีให้ หมายความว่านั่นเป็นตัวเลือกเดียวที่ผู้พูดสามารถเสนอได้ only จำกัดขอบเขตของตัวเลือก จึงสื่อด้วยว่าสิ่งที่อีกฝ่ายขอไม่มีให้ sorry ที่ท้ายประโยคช่วยลดความแข็งของข่าวที่น่าผิดหวังหรือการปฏิเสธ เป็นการแสดงความเสียใจอย่างสุภาพต่อสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นการยอมรับความผิดร้ายแรง
แบบฝึกหัด
คาเฟ่ไม่มีน้ำเปล่าแบบไม่อัดลม และมีเพียงน้ำอัดลม เติมคำตอบด้วยรูปแบบที่เรียนไว้ให้ถูกต้อง: ____ sparkling water, ____.
ดูคำตอบ
We only have · sorry
toasted, please: การเติมคำขอเรื่องวิธีเตรียมอาหารในการสั่งอาหาร
ในประโยคสั่งอาหารนี้ toasted เป็นส่วนเสริมสั้น ๆ ที่บอกว่าต้องการให้เตรียมขนมปังกล้วยอย่างไร คือให้อุ่นและปิ้งจนผิวเหลืองด้วยเครื่องปิ้งขนมปังหรือความร้อน คำนี้ขยายอาหาร ไม่ได้บรรยายตัวลูกค้า หลังบอกชื่ออาหารแล้ว สามารถเติมคำขอสั้น ๆ เรื่องวิธีเตรียมหรือเสิร์ฟก่อน please ได้ในรูป อาหาร + คำขอ + please วิธีนี้เป็นธรรมชาติและกระชับกว่าการแยกพูดเป็นประโยค Please toast it.
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ขอให้นำเบเกิลไปปิ้งจนผิวเหลืองในเครื่องปิ้งขนมปัง: A bagel, ____, please.
ดูคำตอบ
toasted
pretty good: การประเมินในทางบวกแบบสบาย ๆ
ในที่นี้ pretty เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่ขยาย good มีความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ไม่ได้แปลว่า “สวย” Pretty good เป็นการประเมินในทางบวก หมายความว่าขนมปังกล้วยค่อนข้างอร่อย วลีนี้มักฟังสบาย ๆ หรือชมแบบยั้ง ๆ มากกว่ากระตือรือร้นมาก จึงไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากับ very good เสมอไป น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้คำชมฟังอบอุ่นขึ้นหรือสงวนท่าทีมากขึ้นได้
แบบฝึกหัด
The soup is pretty good ในที่นี้หมายความว่าอะไร?
- ซุปดูสวย
- ซุปเกือบจะอร่อย แต่ยังไม่อร่อย
- ซุปค่อนข้างอร่อย
ดูคำตอบ
ซุปค่อนข้างอร่อย
also toasted: เพิ่มคำขอให้เตรียมแบบเดียวกัน
ในคำสั่งซื้อนี้ also toasted หมายถึง “ขนมปังกล้วยของฉันก็ขอแบบปิ้งด้วย” คำว่า also เชื่อมคำสั่งซื้อนี้กับคำขอก่อนหน้าที่ต้องการให้อาหารปิ้ง ส่วน toasted บอกว่าควรเตรียมขนมปังกล้วยอย่างไร นี่เป็นคำสั่งซื้อแบบละคำบางส่วน ผู้พูดตัดคำอย่าง I’d like mine ออก เพราะรายการอาหารและคำขอนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ในการบริการที่พูดกันอย่างรวดเร็ว สามารถใช้ “ชื่อรายการ + คำขอเสริมสั้น ๆ” ได้โดยไม่ต้องเป็นประโยคเต็ม
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งสั่งเบเกิลแบบปิ้ง และคุณก็ต้องการให้เบเกิลของคุณปิ้งด้วย คำสั่งซื้อสั้น ๆ ข้อใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- A bagel, also toasting, please.
- A bagel, also toasted, please.
- A bagel, and also some toast, please.
ดูคำตอบ
A bagel, also toasted, please.
Here you go. เมื่อยื่นสิ่งของให้ผู้อื่น
Here you go. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขณะยื่นสิ่งที่อีกฝ่ายขอให้ ในฉากนี้หมายถึง “นี่คืออาหารที่คุณสั่ง” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “นี่ครับ/ค่ะ” ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว คำว่า go ในที่นี้ไม่ได้บอกให้ผู้ฟังจากไป วลีนี้แสดงจังหวะที่กำลังส่งมอบสิ่งของที่อีกฝ่ายขอ
แบบฝึกหัด
คุณยื่นใบเสร็จที่ลูกค้าขอให้ ควรพูดว่าอะไร
- Here we go.
- Where did you go?
- Here you go.
ดูคำตอบ
Here you go.
bucks: คำไม่เป็นทางการแทน dollars
ในการบอกราคานี้ bucks เป็นคำไม่เป็นทางการแทน dollars โดย two bucks หมายถึง two dollars และรูปเอกพจน์คือ one buck นอกบริบทเรื่องเงิน buck อาจหมายถึงกวางตัวผู้ แต่การพูดถึงราคาในที่นี้ทำให้ชัดเจนว่าหมายถึงเงิน
แบบฝึกหัด
ใช้คำไม่เป็นทางการแทน dollars เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: At the yard sale, this book costs three ____.
ดูคำตอบ
bucks
Tap here: คำสั่งสำหรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัส
ในบริบทการชำระเงิน Tap here. เป็นคำสั่งให้ลูกค้านำบัตร โทรศัพท์ หรือนาฬิกาที่รองรับระบบไร้สัมผัสไปแตะหรือจ่อสั้น ๆ ที่ตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้บนเครื่องอ่าน tap หมายถึงการแตะเบา ๆ อย่างรวดเร็วหรือการนำเข้าไปใกล้ ไม่ใช่การตีแรง ๆ here ชี้ตำแหน่งที่แน่นอนบนเครื่อง ส่วนบนหน้าจอสัมผัส คำสั่งเดียวกันหมายถึงให้แตะจุดนี้หนึ่งครั้ง
แบบฝึกหัด
เครื่องชำระเงินแสดงสัญลักษณ์การชำระแบบไร้สัมผัส คำสั่งใดตรงกับสัญลักษณ์นี้
- Tap your card here.
- Swipe the magnetic stripe.
- Insert your card into the slot.
ดูคำตอบ
Tap your card here.
That didn't work: บอกว่าการลองครั้งหนึ่งไม่สำเร็จ
ในประโยคนี้ that ย้อนถึงการลองชำระเงินที่เพิ่งเกิดขึ้น didn't work หมายถึงไม่ได้ผลตามที่ต้องการหรือไม่สำเร็จ โดย work ในที่นี้หมายถึงใช้ได้หรือได้ผล ไม่ใช่ทำงานเป็นอาชีพ ใช้ That didn't work เพื่อบอกว่าการกระทำ วิธีการ หรือการใช้งานอุปกรณ์ครั้งหนึ่งไม่สำเร็จ ประโยคนี้บอกเพียงผลของการลองครั้งนั้น และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าเครื่องเสีย
แบบฝึกหัด
That didn't work มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอะไร?
- อุปกรณ์เสียถาวรอย่างแน่นอน
- การลองเมื่อครู่ไม่สำเร็จ แต่อุปกรณ์อาจยังใช้งานได้ตามปกติ
- มีคนไม่ได้ไปทำงาน
ดูคำตอบ
การลองเมื่อครู่ไม่สำเร็จ แต่อุปกรณ์อาจยังใช้งานได้ตามปกติ
must be: แสดงการคาดคะเนที่มั่นใจมาก
must be ในที่นี้แสดงการคาดคะเนที่มั่นใจมาก ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ การชำระเงินที่ไม่ผ่านถูกใช้เป็นหลักฐาน และผู้พูดจึงสรุปว่าการไม่มีเงินน่าจะเป็นสาเหตุ โครงสร้าง must be + สภาวะ ตัวตน หรือสถานการณ์ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเกือบจะแน่นอนจากมุมมองของผู้พูดได้ แต่บริบทสำคัญมาก เพราะ must ยังใช้แสดงกฎหรือข้อบังคับได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติม must be เพื่อให้ประโยคแสดงการคาดคะเนที่มั่นใจมาก: The oven is still hot. Someone ____ cooking.
ดูคำตอบ
must be
out of money: ไม่มีเงินเหลือใช้
ในประโยคนี้ out of money หมายถึงไม่มีเงินเหลือหรือไม่มีเงินที่ใช้ได้ จึงอธิบายได้ว่าทำไมคนคนนั้นจึงจ่ายเงินไม่ได้ โดย out of ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้าง be out of + คำนาม สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่าสิ่งของหรือทรัพยากรหมดแล้ว เช่น be out of time หรือ be out of milk
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง be out of + คำนาม ให้สมบูรณ์: We can't make tea because we're ____ milk.
ดูคำตอบ
out of
spent it all on strawberries: ใช้เงินทั้งหมดไปกับสิ่งหนึ่ง
ใน spent it all on strawberries คำว่า spent เป็นรูปอดีตของ spend ส่วน it หมายถึงเงินก้อนนั้น และ all แสดงว่าเงินไม่เหลือเลย On strawberries บอกว่าเงินนั้นถูกนำไปซื้ออะไร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ spend + เงิน + on + สิ่งของ จำนวนเงินอาจเป็นนามวลีอย่าง ten pounds หรือคำสรรพนามอย่าง it ก็ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ spend, all และ on เพื่อแสดงว่าเงินไม่เหลือเลย: Leo had fifteen pounds and ____ comic books.
ดูคำตอบ
spent it all on
I'll get it: การอาสาจ่ายเงิน
ในสถานการณ์ที่กำลังจ่ายเงิน I'll get it หมายถึงผู้พูดจะเป็นคนจ่าย ผู้พูดอาสารับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือค่าซื้อของ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิ่งของชิ้นหนึ่ง ในสถานการณ์อื่น คำพูดเดียวกันอาจหมายถึง “ฉันจัดการเอง” สิ่งที่ it อ้างถึงและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจะบอกว่าผู้พูดกำลังอาสาทำอะไร
แบบฝึกหัด
เพื่อนจ่ายเงินที่ร้านกาแฟไม่ได้ ในที่นี้ I'll get it หมายความว่าอย่างไร
- ฉันจะจ่ายเงินส่วนนี้เอง
- ฉันจะไปเอาสิ่งนี้มา
- ฉันจะเข้าใจเรื่องนี้
ดูคำตอบ
ฉันจะจ่ายเงินส่วนนี้เอง
I've got cash: ใช้ have got เพื่อบอกการมีอยู่ในปัจจุบัน
I've got cash หมายถึงผู้พูดมีเงินสด ในที่นี้ have got บอกการมีหรือมีบางสิ่งพร้อมใช้ในปัจจุบัน โดย got ไม่ได้เน้นการกระทำว่าได้รับเงินมา I've เป็นรูปย่อของ I have ในโครงสร้างนี้ have และ got ทำงานร่วมกัน จึงใช้ I've got + คำนาม เพื่อบอกว่าตอนนี้มีอะไรอยู่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าตอนนี้ผู้พูดมีเงินสดพร้อมใช้
- I've got cash, so we can pay here.
- I'll get cash tomorrow.
- I got cash from the bank yesterday.
ดูคำตอบ
I've got cash, so we can pay here.
a strawberry problem: พูดเกินจริงถึงความชอบแบบขำ ๆ
วลี a strawberry problem เป็นการพูดเกินจริงเกี่ยวกับตัวเองแบบขำ ๆ ในที่นี้ problem ไม่ได้หมายถึงปัญหาร้ายแรง แต่สื่อว่าผู้พูดชอบสตรอว์เบอร์รีมากจนใช้เงินกับมันมากเกินไปหรือได้มามากเกินไป รูปแบบ a + สิ่งของ + problem สามารถใช้พูดติดตลกถึงนิสัยหรือความชอบเล็ก ๆ ที่มากเกินไป ราวกับว่าเป็นปัญหา ต้องดูบริบทและน้ำเสียงว่าเป็นการพูดเล่นหรือหมายถึงปัญหาจริง
แบบฝึกหัด
ในบริบทสบาย ๆ ที่ผู้พูดล้อเลียนตัวเอง I have a strawberry problem. น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- ฉันออกเสียงคำว่า strawberry ไม่ถูกต้อง
- ฉันชอบสตรอว์เบอร์รีมากจนบางทีอาจซื้อหรือกินมากเกินไป
- ต้นสตรอว์เบอร์รีทุกต้นเป็นโรค
ดูคำตอบ
ฉันชอบสตรอว์เบอร์รีมากจนบางทีอาจซื้อหรือกินมากเกินไป
enough money: enough อยู่หน้าคำนาม
ใน enough money คำว่า enough หมายถึง “มากเท่าที่จำเป็น” เมื่อ enough ขยายคำนามเพื่อบอกปริมาณ โดยปกติจะวางไว้หน้าคำนาม: enough + คำนาม เนื่องจากประโยคใช้ isn't ผู้พูดจึงหมายความว่าจำนวนเงินมีน้อยกว่าที่จำเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ประกอบจาก enough และ money: The ticket costs ten pounds, but I only have five. I don't have ____.
ดูคำตอบ
enough money
only enough for one banana bread: enough for + นามวลี
enough for + นามวลี บอกว่าปริมาณหนึ่งเพียงพอสำหรับคน จุดประสงค์ หรือจำนวนที่ระบุ ในที่นี้ enough for one banana bread หมายถึงเงินที่มีอยู่พอจ่ายค่าขนมปังกล้วยหนึ่งชิ้น only จำกัดปริมาณ โดยเน้นว่าพอสำหรับหนึ่งชิ้นแต่ไม่พอสำหรับจำนวนที่มากกว่านั้น ในโครงสร้างนี้ for นำหน้าสิ่งที่ปริมาณนั้นครอบคลุมได้ ไม่ได้ใช้บอกเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย enough และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Our money is only ____ one sandwich.
ดูคำตอบ
enough for
have to share: ความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์
have to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็น have to share หมายถึงจำเป็นต้องแบ่งกัน ไม่ใช่แค่ต้องการแบ่ง You'll เป็นรูปย่อของ You will ดังนั้น You'll have to share จึงบอกว่าหลังจากนี้จำเป็นต้องแบ่งกัน ในบริบทนี้ ปริมาณอาหารที่มีจำกัดทำให้เกิดความจำเป็นดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have to เพื่อแสดงความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ภายนอก
- We want to take the scenic route.
- The road is closed, so we have to take another route.
- We like to take this route on Sundays.
ดูคำตอบ
The road is closed, so we have to take another route.
forgot to toast it: forget to do แสดงว่าการกระทำไม่ได้เกิดขึ้น
ในประโยคนี้ forgot to toast it หมายถึงพวกเขาควรเอามันไปปิ้ง แต่จำไม่ได้ว่าต้องทำ การปิ้งจึงไม่ได้เกิดขึ้น โครงสร้าง forget to + กริยารูปพื้นฐาน ชี้ถึงงานที่ยังไม่ได้ทำ ส่วน infinitive บอกสิ่งที่บุคคลนั้นลืมว่าต้องทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ forget ตามด้วย to ไฟยังเปิดอยู่ แสดงว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้น: Leo ____ turn off the light.
ดูคำตอบ
forgot to
a pain to maintain: สำนวนไม่เป็นทางการที่บอกว่าการดูแลรักษานั้นยุ่งยาก
a pain ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่หมายถึงสิ่งที่น่ารำคาญ ไม่สะดวก หรือยุ่งยาก They are a pain to maintain บอกว่าการดูแลรักษาสิ่งเหล่านั้นต้องใช้ความพยายามที่ชวนหงุดหงิด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be a pain to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งประเมินว่างานหนึ่งทำได้ยากหรือลำบากจนน่าเบื่อ ไม่ได้บอกเพียงความยากแบบเป็นกลาง แต่ยังเพิ่มความรู้สึกรำคาญด้วย
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่า “ทำแล้วน่ารำคาญหรือยุ่งยาก”: This filter is ____ clean.
ดูคำตอบ
a pain to
that's all: ปิดคำอธิบายอย่างนุ่มนวล
ในที่นี้ that's all หมายถึง “เหตุผลมีเพียงเท่านี้” หรือ “ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้” ใช้ปิดคำอธิบาย ไม่ได้หมายถึงรายการหรือยอดรวม นอกจากนี้ยังทำให้เหตุผลก่อนหน้าฟังดูเล็กน้อยและไม่ซับซ้อน ผู้พูดกำลังสื่ออย่างนุ่มนวลว่า “ไม่ต้องคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรงไปกว่านี้”
แบบฝึกหัด
that's all ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่านับสิ่งของทุกชิ้นครบแล้ว
- ปิดคำอธิบายอย่างนุ่มนวลและบอกว่าไม่มีอะไรต้องเพิ่มเติมแล้ว
- แสดงว่าผู้พูดไม่เข้าใจคำอธิบาย
ดูคำตอบ
ปิดคำอธิบายอย่างนุ่มนวลและบอกว่าไม่มีอะไรต้องเพิ่มเติมแล้ว
Dad, can we go to Winnie's house for breakfast? วลี
0:55พ่อคะ เราไปกินข้าวเช้าที่บ้าน Winnie ได้ไหม?
go to Winnie's house for breakfast: จุดหมายปลายทางและจุดประสงค์
go to Winnie's house บอกจุดหมายปลายทางว่าคือบ้านของวินนี่ ส่วน for breakfast บอกจุดประสงค์ของการไปเยือนว่าพวกเขาต้องการกินอาหารเช้าที่นั่น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ go to + person's house + for + meal or activity เช่น go to Leo's house for dinner โดย to บอกจุดหมายปลายทาง ส่วน for บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง go to + someone's house + for + meal เพื่อบอกว่าจุดประสงค์คือการกินอาหารเช้า: We're going to Mia's house ____.
ดูคำตอบ
for breakfast
got to get home: ความจำเป็นในภาษาพูดแบบกันเอง
ในประโยคนี้ got to หมายถึง have to หรือ have got to และบอกความจำเป็นในปัจจุบัน ส่วน get home หมายถึงกลับบ้าน ดังนั้น got to get home จึงหมายถึงตอนนี้จำเป็นต้องออกเดินทางกลับบ้าน นี่เป็นสำนวนพูดที่ไม่เป็นทางการมาก รูป got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงได้รับ บริบทบอกว่าผู้พูดกำลังอธิบายสิ่งที่ต้องทำต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง have to: Sorry, I ____ leave now or I'll miss my bus.
ดูคำตอบ
got to
actually ท้ายประโยค: การแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล
actually ในที่นี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ เมื่ออยู่ท้ายประโยค คำนี้ชี้ว่าแผนจริงของผู้พูดต่างจากสิ่งที่อีกฝ่ายคาดไว้ การปรับเล็กน้อยนี้ทำให้การปฏิเสธฟังไม่ห้วนเกินไป แทนที่จะพูดว่าไม่เพียงอย่างเดียว ผู้พูดบอกแผนที่ขัดกับความคาดหมายในลักษณะของการแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล
แบบฝึกหัด
ใน "We got to get home, actually." คำว่า actually ท้ายประโยคทำหน้าที่หลักอะไร?
- ทำให้ got to มีน้ำหนักแรงกว่า must
- แสดงว่าการเดินทางกลับบ้านเกิดขึ้นไปแล้ว
- ค่อย ๆ นำเสนอแผนที่ต่างจากสิ่งที่อีกฝ่ายคาดไว้
ดูคำตอบ
ค่อย ๆ นำเสนอแผนที่ต่างจากสิ่งที่อีกฝ่ายคาดไว้
we better get back: การละ had ในภาษาพูดแบบกันเอง
we better get back เป็นรูปภาษาพูดที่กันเองมากของ We'd better get back ซึ่งมาจาก we had better get back หลัง had better ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน และสื่อว่าควรหรือจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นเพราะสถานการณ์เรียกร้อง ในที่นี้ get back หมายถึง “กลับ” และ too บอกว่าสถานการณ์เดียวกันนี้ใช้กับคนกลุ่มนี้ด้วย better เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการแนะนำ ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบวิธีการกลับแบบต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคำแนะนำจากคำบรรยายให้เป็นรูปเต็ม: We ____ get back before it gets dark.
ดูคำตอบ
had better
Nice to meet you: คำทักทายเมื่อพบกันครั้งแรก
Nice to meet you เป็นคำทักทายสุภาพแบบตายตัวที่ใช้เมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักใครเป็นครั้งแรก สื่อว่าคุณยินดีที่ได้รู้จักคนนั้น ไม่ได้ประเมินการพบกันตามตัวอักษรว่าเป็นสิ่งที่ “ดี” สามารถพูดได้ทันทีหลังการแนะนำตัว หรือเมื่อกำลังจบการพบกันครั้งแรก ในคำบรรยาย ประโยคนี้ใช้ปิดบทสนทนาระหว่างคนที่เพิ่งรู้จักกันอย่างสุภาพ
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งได้รับการแนะนำให้รู้จักเพื่อนบ้านใหม่เป็นครั้งแรก คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- Nice to meet you.
- Nice to see you again.
- It was nice seeing you again.
ดูคำตอบ
Nice to meet you.
made a new friend: การใช้คำร่วมกันแบบ make + friend
make a friend หมายถึงการสร้างความเป็นเพื่อนกับใครสักคน ในที่นี้ made เป็นรูปอดีตของ make ดังนั้น made a new friend จึงหมายถึงผู้พูดได้เป็นเพื่อนกับคนใหม่หนึ่งคน ไม่ได้หมายถึงการ “สร้าง” คนขึ้นมาตามตัวอักษร ใช้ make a friend เมื่อพูดถึงเพื่อนหนึ่งคน และใช้ make friends เมื่อไม่ระบุจำนวนหรือมีมากกว่าหนึ่งคน หากต้องการระบุอีกฝ่าย ให้ใช้ make friends with someone หรือ become friends with someone ส่วน become a friend with someone ไม่ใช่รูปแบบที่ใช้กันตามธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกันในรูป make + friend เพื่อสื่อว่าได้เพื่อนใหม่หนึ่งคน โดยใช้รูปอดีต: At summer camp, Leo ____.
ดูคำตอบ
made a new friend
budgies: นกหงส์หยกเลี้ยงตัวเล็ก ไม่ใช่ buddies
budgies เป็นรูปพหูพจน์ของ budgie ซึ่งเป็นคำย่อที่ใช้ในชีวิตประจำวันของ budgerigar คำว่า budgerigar หมายถึงนกแก้วขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าเธอชอบนกชนิดนี้ budgie พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนคำเต็ม budgerigar ใช้น้อยกว่าในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษให้ครบแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียง /dʒ/ ใน budgies เทียบกับเสียง /d/ ใน buddies
- Those buddies are very noisy.
- Those budgies are very noisy.
ดูคำตอบ
Those budgies are very noisy.
sounds nice: สร้างความประทับใจจากสิ่งที่ได้ยิน
โครงสร้าง sound + adjective ใช้บอกความรู้สึกหรือความประทับใจจากข้อมูลที่ได้ยิน ประธานไม่จำเป็นต้องกำลังส่งเสียงอยู่จริง ๆ ในประโยคนี้ she sounds nice หมายความว่าผู้พูดคิดว่าคนนี้ดูเป็นคนนิสัยดีจากคำบอกเล่าของ Bluey แม้ว่ายังไม่เคยพบเธอ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคน ความคิด แผน และกิจกรรมได้
แบบฝึกหัด
she sounds nice ในที่นี้หมายความว่าอะไร
- เสียงพูดของเธอฟังไพเราะ
- จากสิ่งที่ได้ยิน ผู้พูดคิดว่าคนนี้ดูเป็นคนนิสัยดี
- ผู้พูดรู้แน่นอนว่าคนนี้เป็นคนนิสัยดี
ดูคำตอบ
จากสิ่งที่ได้ยิน ผู้พูดคิดว่าคนนี้ดูเป็นคนนิสัยดี
But Dad said we couldn't go to her house for breakfast. ไวยากรณ์
1:21แต่พ่อบอกว่าเราไปกินข้าวเช้าที่บ้านเขาไม่ได้
said we couldn't go: รายงานข้อจำกัดในอดีต
said + clause ใช้รายงานเนื้อหาที่ใครบางคนพูด ใน Dad said we couldn't go ส่วน we couldn't go คือสิ่งที่พ่อพูด โดยจะใส่หรือละ that ก็ได้: Dad said (that) we couldn't go. ในที่นี้ couldn't go หมายถึงตอนนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ไป หรือแผนในตอนนั้นไม่เอื้อให้ไป ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะไป ในคำพูดแบบรายงาน couldn't มักเป็นรูปที่มองจากอดีตของ can't ในคำพูดเดิม
แบบฝึกหัด
Dad said we couldn't go ในบริบทนี้หมายความว่าอะไร
- พ่อเล่าว่าพวกเขาไปมาแล้ว
- พ่อบอกว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ไป หรือการไปไม่ตรงกับแผน
- พ่อบอกว่าพวกเขาไม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะเดินทาง
ดูคำตอบ
พ่อบอกว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ไป หรือการไปไม่ตรงกับแผน
only just met them: เพิ่งรู้จักกันไม่นาน
only just + กริยารูปอดีต หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้มาก ในที่นี้ only ช่วยเน้น just ดังนั้น only just met them จึงหมายถึงความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าการพบพวกเขาเป็นสิ่งเดียวที่ทำ ในประโยคนี้ การเพิ่งรู้จักกันช่วยอธิบายขอบเขตทางสังคม เพราะผู้พูดยังไม่รู้จักคนเหล่านั้นดีพอ โครงสร้างนี้ยังใช้บอกเหตุผลว่าทำไมจึงควรรอหรือระมัดระวังหลังจากเพิ่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เพิ่งรู้จักกันไม่นาน” ลงในประโยค: We ____ our new neighbours, so we do not know them well.
ดูคำตอบ
only just met
I wouldn't say we're friends yet: การตัดสินอย่างระมัดระวัง
I wouldn't say + อนุประโยค เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำบรรยายหรือการตัดสินอย่างระมัดระวัง หมายถึงผู้พูดคิดว่าคำบรรยายนั้นยังไม่ตรงนัก ไม่ได้หมายถึงผู้พูดปฏิเสธที่จะพูด yet จำกัดการตัดสินไว้ที่สถานการณ์ในตอนนี้ I wouldn't say we're friends yet บอกอย่างนุ่มนวลว่าความสัมพันธ์ยังไม่ถึงขั้นเรียกว่า friends พร้อมกับเปิดโอกาสไว้ว่าอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า I wouldn't say we're friends yet?
- เราไม่มีทางเป็นเพื่อนกันได้เลย
- ฉันปฏิเสธที่จะพูดว่าเราเป็นเพื่อนกันหรือไม่
- ตอนนี้เรายังไม่สนิทกันพอที่ฉันจะเรียกว่าเราเป็นเพื่อนกัน
ดูคำตอบ
ตอนนี้เรายังไม่สนิทกันพอที่ฉันจะเรียกว่าเราเป็นเพื่อนกัน
Don't you like him?: คำถามเพื่อยืนยันสิ่งที่คาดไว้
Don't you like him? ไม่ใช่คำถามขอข้อมูลที่เป็นกลางเสียทีเดียว คำถามปฏิเสธนี้บอกเป็นนัยว่าผู้พูดคาดว่าคำตอบจะเป็นคำตอบรับ แต่ตอนนี้รู้สึกแปลกใจหรือต้องการตรวจสอบสิ่งที่คาดไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ Don't you + คำกริยารูปพื้นฐาน...? มักมีความหมายว่า “ฉันคิดว่าคุณทำอย่างนั้นเสียอีก ฉันเข้าใจผิดหรือ” ความรู้สึกอาจมีตั้งแต่ถามยืนยันเบา ๆ ไปจนถึงแปลกใจมากขึ้น ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "Don't you want to come with us?" คำถามปฏิเสธนี้น่าจะสื่ออะไร
- เพื่อนคาดว่าคุณน่าจะอยากไปด้วย และกำลังถามยืนยันด้วยความแปลกใจ
- เพื่อนกำลังสั่งไม่ให้คุณไป
- เพื่อนไม่ได้คาดอะไรไว้และกำลังถามอย่างเป็นกลางโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
เพื่อนคาดว่าคุณน่าจะอยากไปด้วย และกำลังถามยืนยันด้วยความแปลกใจ
a good guy: คำบรรยายเชิงบวกแบบไม่เป็นทางการ
ใน a good guy คำว่า good เป็นการประเมินผู้ชายคนหนึ่งในทางบวกโดยรวมว่าเขาดูใจดี เป็นคนดี ไว้ใจได้ หรือน่าคบหา ไม่ได้หมายความว่าเขาสมบูรณ์แบบหรือระบุว่าเขาเก่งทักษะใดทักษะหนึ่ง ในที่นี้ guy เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกผู้ชาย ประเด็นสำคัญคือผู้พูดมองนิสัยของเขาในทางบวกและเป็นมิตร ไม่ใช่การเน้นเพศของเขา
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาสบาย ๆ "He's a good guy" มักหมายความว่าอะไร
- โดยรวมแล้วเขาเป็นคนดีและน่าคบหา
- เขาเก่งทุกกิจกรรม
- เขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
ดูคำตอบ
โดยรวมแล้วเขาเป็นคนดีและน่าคบหา
Well, we just need to get to know each other a bit better first. วลี
1:36อืม เราก็แค่ต้องทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ก่อนน่ะ
get to know each other a bit better first: รู้จักกันมากขึ้นก่อนก้าวต่อไป
get to know each other หมายถึงค่อย ๆ รู้จักกันมากขึ้นผ่านเวลาและการพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการบอกถึงกระบวนการที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่สภาพที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว a bit better หมายถึง “มากขึ้นอีกเล็กน้อย” และ first วางขั้นตอนนี้ไว้ก่อนที่ความสัมพันธ์จะก้าวต่อไป โครงสร้าง get to know someone better first ใช้บอกว่าควรรู้จักใครสักคนให้มากขึ้นก่อนทำขั้นตอนถัดไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำความรู้จักกันให้มากขึ้นอีกเล็กน้อยก่อนก้าวต่อไป”: Let's ____.
ดูคำตอบ
get to know each other a bit better first
as long as it takes: นานเท่าที่จำเป็น
ใน as long as it takes คำว่า long ใช้วัดระยะเวลา หรือเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บางอย่างเกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้น ทั้งประโยคหมายความว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลานานเท่าที่จำเป็นโดยไม่มีกำหนดตายตัว as long as ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบระยะเวลา ไม่ใช่คำเชื่อมบอกเงื่อนไขที่หมายถึง “ตราบใดที่”
แบบฝึกหัด
as long as it takes ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: “We'll keep trying as long as it takes.”
- หมายถึงต้องหยุดพยายามเมื่อถึงกำหนดเวลาตายตัว
- หมายถึงสามารถพยายามต่อไปได้นานเท่าที่จำเป็น
- หมายถึงจะพยายามต่อได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขบางอย่างสำเร็จ
ดูคำตอบ
หมายถึงสามารถพยายามต่อไปได้นานเท่าที่จำเป็น
take a long time to make friends: บอกว่ากระบวนการหนึ่งดำเนินไปอย่างช้า ๆ
take a long time to do something หมายถึง กระบวนการหนึ่งต้องใช้เวลามาก ในที่นี้ to make friends ระบุว่ากระบวนการที่ช้าคือการผูกมิตร ส่วน take ไม่ได้หมายถึง “ถือไป” หรือ “เอาออก” make friends เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติเพื่อหมายถึงการสร้างมิตรภาพ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้บอกว่าการเป็นเพื่อนกับคนอื่นเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการสร้างมิตรภาพอาจต้องใช้เวลามาก: After moving to a new city, it can ____.
ดูคำตอบ
take a long time to make friends
Well, a café's a great place to get to know someone. ลำดับความ
1:44อืม คาเฟ่ก็เป็นที่ที่ดีในการทำความรู้จักใครสักคนนะ
a café's a great place...: เชื่อมโยงสถานที่กับขั้นตอนถัดไป
ประโยคนี้เปลี่ยนคาเฟ่จากการเป็นเพียงฉากของเรื่องให้กลายเป็นข้อสรุปทั่วไปว่า คาเฟ่เปิดโอกาสให้ค่อย ๆ ทำความรู้จักใครสักคน ในบทสนทนา ประโยคนี้จัดระเบียบแนวคิดก่อนหน้าและการกระทำที่อาจเกิดขึ้นต่อไป โดยสรุปหัวข้อเรื่องการเป็นเพื่อนกันและให้เหตุผลที่ผู้ใหญ่จะใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการชมคาเฟ่
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในบทสนทนา?
- ประโยคนี้เพียงบรรยายคุณภาพของคาเฟ่
- ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นการสั่งอาหาร
- ประโยคนี้สรุปแนวคิดเรื่องการทำความรู้จักกันและสนับสนุนให้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น
ดูคำตอบ
ประโยคนี้สรุปแนวคิดเรื่องการทำความรู้จักกันและสนับสนุนให้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น
“Back for more.” คำทักทายแบบละคำสำหรับคนที่กลับมา
“Back for more.” เป็นรูปละคำแบบกันเองของ “You're back for more.” โดยเข้าใจประธาน you และกริยา be คือ are ได้จากบริบท คำว่า back หมายถึงกลับมาแล้ว ส่วน for more หมายถึงต้องการเพิ่มอีก ได้สัมผัสอีก หรือทำอีกหนึ่งรอบ more ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของที่มีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น แต่อาจหมายถึงการเล่นเกมเดิม ใช้บริการเดิม รับความท้าทายเดิม หรือทำกิจกรรมร่วมกันต่อก็ได้ เมื่อพูดเป็นประโยคบอกเล่า วลีนี้ใช้ทักทายคนที่กลับมาอย่างเป็นมิตรและหยอกเล็กน้อยได้
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์กันเอง มีคนกลับมาทำกิจกรรมต่อ “Back for more.” หมายความว่าอย่างไร?
- คนนั้นกำลังแบกของเพิ่มเติมไว้บนหลัง
- คนนั้นกำลังจากไปและจะไม่กลับมา
- คนนั้นกลับมาเพื่อทำสิ่งเดิมต่อหรือเอาสิ่งเดิมเพิ่มอีก
ดูคำตอบ
คนนั้นกลับมาเพื่อทำสิ่งเดิมต่อหรือเอาสิ่งเดิมเพิ่มอีก
“Got to be done.” เพื่อบอกว่าการกระทำหนึ่งจำเป็นต้องทำ
ในบริบทนี้ “Got to be done.” เป็นรูปละคำแบบไม่เป็นทางการของ “It's got to be done.” โดยเข้าใจประธานและกริยาช่วยที่ละไว้ได้จากบริบท has got to แสดงความจำเป็น ส่วน be done เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่างานต้องเสร็จ โดยไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนทำ วลีนี้อาจแสดงการยอมรับงานที่จำเป็นอย่างตรงไปตรงมาหรือเต็มใจ เท่ากับบอกว่า “นี่คือสิ่งที่เราต้องทำ” ไม่ได้หมายความว่างานนั้นเสร็จไปแล้ว
แบบฝึกหัด
งานซ่อมยังไม่เสร็จ มีคนพูดว่า “Got to be done today.” เขาหมายความว่าอย่างไร?
- งานซ่อมเสร็จแล้วในวันนี้
- วันนี้ไม่ต้องสนใจงานซ่อมก็ได้
- งานซ่อมต้องเสร็จวันนี้
ดูคำตอบ
งานซ่อมต้องเสร็จวันนี้