พูดภาษาอังกฤษให้เป็นธรรมชาติ: การใช้รูปย่อ - มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้ทบทวนว่าการย่อรูปเต็มในภาษาอังกฤษช่วยให้ภาษาพูดลื่นไหลขึ้นอย่างไร ผ่านตัวอย่างเจ็ดรูปแบบ พร้อมอธิบายว่าจังหวะการพูดและเสียงลดรูป /əv/ ช่วยให้ผู้พูดฟังเป็นธรรมชาติและมั่นใจขึ้นได้อย่างไร ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. contracted form; long form. — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เรียนรู้คำศัพท์มาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบรูปย่อกับรูปเต็มทางไวยากรณ์ จึงสามารถติดตามคำอธิบายด้านไวยากรณ์และการออกเสียงได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงเข้าใจว่าทำไมรูปย่อจึงเข้ากับจังหวะของบทสนทนาได้ดีกว่าการออกเสียงรูปเต็มทุกคำ 2. I will; I'll — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า I'll เป็นรูปย่อของ I will และใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องพูดถึงการกระทำในอนาคต แผนที่นัดหมาย คำสัญญา หรือการตัดสินใจทันที นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงรูปเขียนกับเสียง /aɪl/ ได้ โดยไม่แยกหรือเน้นสองคำในรูปเต็มมากเกินไป 3. could have, would have, should have; could've, would've, should've, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: จับคู่โครงสร้างกริยาช่วย + have ทั้งสามแบบกับรูปย่อที่ใช้ทั่วไป และสังเกตเสียงลดรูป /əv/ ทักษะนี้ช่วยให้ฟังรูปเหล่านี้ออกในคำพูดที่รวดเร็ว และลดความสับสนที่พบบ่อยทั้งในการฟังและการสะกดคำ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
we're going to + คำกริยา: บอกแผนที่จะทำต่อไป
we're เป็นรูปย่อของ we are ดังนั้น we're going to review จึงมีความหมายเท่ากับ we are going to review ใช้ we're going to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกแผนหรือสิ่งที่จะทำต่อไป ในประโยคนี้ใช้เกริ่นเนื้อหาของบทเรียน ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด
แบบฝึกหัด
เติมประกาศให้สมบูรณ์ด้วยรูปย่อของ we are going to: ____ start with a quick game.
ดูคำตอบ
We're going to
if you want to improve your speaking: เชื่อมคำแนะนำกับเป้าหมาย
อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความส่วนแรกมีความสำคัญ ความหมายโดยรวมคือ รูปย่อมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายจะพัฒนาทักษะการพูด if ในที่นี้ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดสงสัยว่าผู้เรียนอยากพัฒนาหรือไม่ แต่เชื่อมคำแนะนำเข้ากับเป้าหมาย คุณสามารถใช้ If you want to + คำกริยา เพื่อบอกว่าคำแนะนำนั้นเหมาะกับเป้าหมายใด
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Daily practice helps if you want to speak more clearly," อนุประโยค if ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าเป้าหมายนั้นเกิดขึ้นในอดีต
- บอกเป้าหมายที่ทำให้คำแนะนำนั้นเกี่ยวข้อง
- แสดงว่าผู้พูดสงสัยว่าผู้เรียนอยากพัฒนาหรือไม่
ดูคำตอบ
บอกเป้าหมายที่ทำให้คำแนะนำนั้นเกี่ยวข้อง
help you sound natural and confident: help + คน + sound + คำคุณศัพท์
ใน help you sound natural and confident คำว่า help ตามด้วยผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือคือ you แล้วจึงตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน sound ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อม ดังนั้น natural และ confident จึงเป็นคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกที่ผู้ฟังได้รับจากการพูดของคุณ วลีนี้หมายความว่ารูปย่อสามารถช่วยให้คุณสร้างความประทับใจที่ดีขึ้นเมื่อพูด ไม่ได้หมายความว่า “เสียง” ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งได้รับความช่วยเหลือ จุดสำคัญคือความรู้สึกของผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาเชื่อมที่หมายถึง “สร้างความรู้สึกบางอย่างให้ผู้ฟัง”: Speaking slowly can help you ____ calm and confident.
ดูคำตอบ
sound
starting with number one: ระบุรายการแรกในลำดับ
วลี -ing starting with number one ระบุรายการแรกของการทบทวนที่วางแผนไว้ วลีนี้เชื่อมแผนโดยรวมที่ว่าจะทบทวนเจ็ดรูปแบบเข้ากับรายการแรก หน้าที่หลักคือจัดระเบียบข้อมูลโดยบอกผู้ฟังว่ารายการใดมาก่อน ไม่ได้หมายความว่า number one กำลังเริ่มต้นด้วยตัวมันเอง และไม่ได้เป็นกริยารูป present progressive ของประโยค
แบบฝึกหัด
ในประโยค We'll discuss three issues, starting with the budget. วลี starting with the budget บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- งบประมาณเป็นเรื่องแรกที่จะนำมาหารือ
- การหารือเรื่องงบประมาณจบไปแล้ว
- งบประมาณเป็นเรื่องเดียวที่จะนำมาหารือ
ดูคำตอบ
งบประมาณเป็นเรื่องแรกที่จะนำมาหารือ
Beyonce's famous song Diva: การสังเกตชื่อเพลง
ในวลีนี้ Diva เป็นชื่อเพลงของ Beyonce คำว่า Beyonce's famous song บอกประเภทของผลงาน ส่วน Diva บอกชื่อผลงานนั้น ที่นี่ Diva ไม่ได้ใช้เป็นคำนามทั่วไปที่หมายถึงบุคคล การอ้างอิงวัฒนธรรมป๊อปนี้นำเนื้อเพลงมาเป็นตัวอย่าง ดังนั้นคำที่ซ้ำกันหลังจากนี้ควรเข้าใจว่าเป็นเนื้อเพลงที่จัดตามจังหวะ ไม่ใช่การพูดซ้ำในบทสนทนาทั่วไป
แบบฝึกหัด
จากประโยคนี้ Diva หมายถึงอะไร?
- Diva เป็นชื่อของคนที่กำลังถูกเรียก
- Diva เป็นรูปย่อที่ใช้ในเพลง
- Diva เป็นชื่อเพลงที่กำลังกล่าวถึง
ดูคำตอบ
Diva เป็นชื่อเพลงที่กำลังกล่าวถึง
I'm: รูปย่อของ I am
I'm เป็นรูปย่อของ I am เครื่องหมายอะพอสทรอฟีแสดงว่ามีตัวอักษรหนึ่งตัวถูกตัดออก และความหมายยังคงเป็น I am ใน I'm a diva คำว่า a อยู่คู่กับ diva และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ I'm ในภาษาพูดและเพลง I'm มีรูปสั้นกระชับและเข้ากับจังหวะที่ลื่นไหลได้ดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ I am: ____ ready for class.
ดูคำตอบ
I'm
contracted form ... long form: dạng rút gọn và dạng đầy đủ
contracted form คือรูปไวยากรณ์ที่ย่อให้สั้นลง เช่น I'm โดยตัดตัวอักษรหรือเสียงบางส่วนออก และในการเขียนมักใช้อะพอสทรอฟีแสดงส่วนที่หายไป ส่วน long form ที่ตรงกันจะคงคำแยกกันไว้ เช่น I am ในประโยคนี้ คำศัพท์สองคำนี้ใช้อธิบายการเลือกจังหวะ ทั้งสองรูปอาจมีความหมายทางไวยากรณ์พื้นฐานเหมือนกัน แต่ contracted form สั้นกว่า ส่วน long form ในที่นี้หมายถึงรูปเต็มที่ไม่ได้ย่อ ไม่ได้หมายถึงตารางยาว
แบบฝึกหัด
เติมป้ายกำกับด้วย contracted form และ long form: The expression I'm is the ____ of I am; I am is the ____.
ดูคำตอบ
contracted form · long form
Let's imagine if ... It would be ...: สถานการณ์สมมุติและผลลัพธ์
Let's imagine if ... ชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์ที่ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องจริง ในรูปแบบนี้ กริยารูปอดีตอย่าง used อาจใช้แสดงสถานการณ์สมมุติแทนที่จะบอกเวลาในอดีต It would be ... บอกผลที่เกิดขึ้นภายในสถานการณ์สมมุตินั้น would ในที่นี้แสดงผลตามสมมุติฐาน ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกิดซ้ำ ๆ ในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมกรอบสมมุติด้วย Let's imagine if และ It would be: ____ the room had no windows. ____ very dark.
ดูคำตอบ
Let's imagine if · It would be
“doesn't sound natural”: บอกว่าภาษาอังกฤษฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ
“Doesn't sound natural” หมายถึง สำนวนหนึ่งไม่เหมือนภาษาอังกฤษที่คนทั่วไปใช้ แม้ผู้ฟังจะยังเข้าใจได้ ในที่นี้ natural บอกว่าภาษาฟังเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับธรรมชาติ” หรือ “มีมาแต่กำเนิด” ในโครงสร้าง sound + คำคุณศัพท์ คำว่า sound ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม จึงใช้คำคุณศัพท์ natural เพื่อบอกลักษณะของสำนวน ประโยคนี้วิจารณ์ความเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ฟันธงว่าไวยากรณ์ผิดเสมอไป
แบบฝึกหัด
ข้อใดสื่อได้ดีที่สุดว่าประโยคหนึ่งเข้าใจได้ แต่ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ
- It doesn't sound nature.
- It doesn't sound natural.
- It doesn't sound naturally.
ดูคำตอบ
It doesn't sound natural.
“Moving on to number two”: บอกว่ากำลังเข้าสู่ข้อถัดไป
“Moving on to number two” เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนหัวข้อที่ใช้ในการพูด โดยบอกผู้ฟังว่าข้อแรกจบแล้วและให้หันความสนใจไปยังข้อที่สอง ในที่นี้ moving on หมายถึงการดำเนินคำอธิบายต่อไป ไม่ใช่การเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Moving on to + หัวข้อ คำถาม ขั้นตอน หรือรายการที่มีหมายเลข
แบบฝึกหัด
ใช้ Moving on to และคำบอกจำนวนภาษาอังกฤษเพื่อเติมคำเชื่อมในชั้นเรียนให้สมบูรณ์: ____, let's look at the second example.
ดูคำตอบ
Moving on to number two
she is ... she's: การย่อ she is หน้าคำคุณศัพท์
ใน she's great คำว่า she's เป็นรูปย่อของ she is โดยรวมประธาน she กับกริยา is ไว้ด้วยกัน แล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ great คำที่สะกดว่า she's ยังอาจหมายถึง she has ได้ด้วย จึงต้องดูคำที่ตามมา หากตามด้วยคำคุณศัพท์อย่าง great ให้ขยายเป็น she is
แบบฝึกหัด
ใช้รูปย่อของ she is เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is kind, and ____ great at helping people.
ดูคำตอบ
she's
you're: รูปย่อของ you are
You're เป็นรูปย่อของ you are ใน you're great คำว่า you เป็นประธาน are เป็นกริยา และ great ใช้บอกลักษณะของคนที่กำลังถูกพูดด้วย เครื่องหมายอะพอสทรอฟีแสดงว่า a ใน are ถูกตัดออก คุณสามารถตรวจสอบความหมายได้โดยขยาย you're กลับเป็น you are
แบบฝึกหัด
ใช้รูปย่อของ you are เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ ready for the game.
ดูคำตอบ
you're
I will ... I'll: รูปย่อของ I will
I'll เป็นรูปย่อของ I will ในประโยค I'll see you there ผู้พูดบอกว่าจะไปพบอีกฝ่าย ณ สถานที่ที่ตกลงกันไว้ ส่วนท้าย 'll แทน will และ see ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ I'll + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อพูดถึงการกระทำในอนาคต การให้สัญญา หรือการตัดสินใจที่เกิดขึ้นขณะพูด ในที่นี้ 'll แทน will ไม่ใช่คำว่า all หรือ ill
แบบฝึกหัด
เติมคำสัญญานี้ด้วยรูปย่อของ I will: ____ bring your book tomorrow.
ดูคำตอบ
I'll
Would you rather A or B?: เชื่อมสองตัวเลือกด้วย or
Would you rather A or B? ใช้ถามว่าคนหนึ่งชอบตัวเลือกใดมากกว่าระหว่างสองตัวเลือก ในคำถามนี้ A คือ go out and get a pizza ส่วน B คือ stay in and watch a movie และ or แสดงการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หลัง would rather ใช้คำกริยารูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to จัดตัวเลือกที่เป็นการกระทำให้มีโครงสร้างขนานกัน เช่น go ... or stay .... rather ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ would rather ไม่ได้แปลว่า «ค่อนข้าง»
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเกี่ยวกับความชอบด้วยโครงสร้างสองส่วน: ____ play outside ____ draw a picture?
ดูคำตอบ
Would you rather · or
go out ... stay in: ออกจากบ้านกับอยู่บ้าน
เมื่อพูดถึงแผนในชีวิตประจำวัน go out หมายถึงออกจากบ้านไปทำบางอย่าง ซึ่งมักเป็นการไปกินอาหาร ไปหาความบันเทิง หรือไปพบปะผู้คน ส่วน stay in หมายถึงอยู่บ้านและไม่ออกไปข้างนอก ในคำถามนี้ กริยาวลีทั้งสองใช้จัดตัวเลือกที่ตรงข้ามกัน คือออกจากบ้านไปซื้อพิซซ่า หรืออยู่บ้านดูหนัง ควรเรียนแต่ละสำนวนเป็นวลีเดียว ไม่ใช่แปล out และ in แยกกัน
แบบฝึกหัด
เติมตัวเลือกที่ตรงข้ามกันสองข้อด้วยวลีเป้าหมาย: On Friday, we can ____ for dinner or ____ and cook at home.
ดูคำตอบ
go out · stay in
I'd rather + กริยารูปพื้นฐาน: การบอกความชอบ
I'd rather หมายถึง “ฉันอยาก...มากกว่า” หรือ “ฉันเลือกที่จะ...” ใช้ตอบตัวเลือกอย่างสั้นและตรงไปตรงมา แล้วตามด้วยการกระทำที่ผู้พูดชอบมากกว่า ในที่นี้ I'd เป็นรูปย่อของ I would ไม่ใช่ I had หลัง rather ใช้กริยารูปพื้นฐาน โดยพูดว่า I'd rather stay ไม่ใช่ I'd rather to stay
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ฉันอยาก...มากกว่า”: ____ take the earlier train.
ดูคำตอบ
I'd rather
becomes we're... we're meeting at the Eiffel Tower.
1:18กลายเป็น "we're... we're meeting at the Eiffel Tower"
we are ... we're หน้าคำกริยา -ing
we're เป็นรูปย่อของ we are เครื่องหมายอะพอสทรอฟีแสดงว่า a ใน are ถูกละไป และใน we're meeting คำว่า we're ทำหน้าที่เป็นรูปของ be ที่ต้องอยู่หน้าคำกริยา -ing อย่าง meeting present continuous ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่วางแผนไว้แล้วได้ด้วย ในที่นี้ we're meeting หมายถึงมีการวางแผนว่าจะพบกันที่หอไอเฟล ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ากำลังพบกันอยู่ตอนนี้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปย่อของ we are เติมแผนที่นัดหมายไว้ให้สมบูรณ์: ____ meeting outside the museum at ten tomorrow.
ดูคำตอบ
We're
it's going to become could've, would've, should've,
1:27มันจะกลายเป็น could've, would've, should've
could have ... could've: รูปย่อ modal + have
could've, would've และ should've เป็นรูปย่อของ could have, would have และ should have ตามลำดับ โดย 've ในแต่ละคำแทน have รูปเหล่านี้มักอยู่หน้ากริยาช่อง 3 หรือ past participle เช่น could've gone, would've helped และ should've called ใช้พูดถึงความเป็นไปได้ในอดีต ผลลัพธ์ในอดีตที่สมมุติขึ้น หรือสิ่งที่ควรเกิดแต่ไม่ได้เกิด เสียงเบาของ 've อาจฟังคล้าย of แต่โครงสร้างไวยากรณ์ต้องเป็น modal + have เสมอ ไม่ใช่ modal + of
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษให้ครบแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียง /əv/ สั้น ๆ หลัง should
- You should call me before noon.
- You shouldn't call me before noon.
- You should've called me before noon.
ดูคำตอบ
You should've called me before noon.
Go ahead เพื่ออนุญาตหรือให้กำลังใจ
Go ahead ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แต่เป็นการอนุญาตอย่างเป็นมิตรหรือให้กำลังใจอีกฝ่ายให้เริ่มทำสิ่งที่ตามมา ซึ่งก็คือการใช้รูปย่อ เมื่ออยู่หน้าประโยคคำสั่ง Go ahead อาจหมายถึง “ทำได้เลย” หรือ “ไม่ต้องลังเล ทำเลย” ความหมายที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับบริบท กล่าวคือเป็นการอนุญาตเมื่ออีกฝ่ายกำลังรอความเห็นชอบ และเป็นการให้กำลังใจเมื่ออีกฝ่ายต้องการแรงผลักดันให้เริ่มทำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนที่มาเยี่ยมห้องของคุณถามว่า "May I open the window?" คุณตอบว่า "Go ahead." นี่เป็นการใช้ Go ahead ที่เป็นธรรมชาติหรือไม่
- เป็นธรรมชาติ
- ไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ
เป็นธรรมชาติ
in order to sound เพื่อบอกจุดประสงค์
in order to sound บอกจุดประสงค์ของการใช้รูปย่อ นั่นคือเพื่อให้คำพูดฟังดูเป็นธรรมชาติ มั่นใจ และคล่องแคล่ว โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น sound จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ natural, confident และ fluent
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เพื่อให้ฟังดูเป็นเช่นนั้น” ลงในประโยค: She slowed down ____ clearer.
ดูคำตอบ
in order to sound
I'm gonna: วิธีบอกความตั้งใจแบบไม่เป็นทางการ
“I'm gonna” เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ “I am going to” ในประโยคนี้ใช้บอกสิ่งที่ผู้พูดตั้งใจจะทำต่อไป คือไปวางแผนบทเรียน โครงสร้างคือ be + gonna + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน “I'm gonna go” คำว่า am รวมอยู่ใน I'm และ go ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแบบไม่เป็นทางการด้วยรูปภาษาพูดของ “I am going to”: ____ help my brother with his homework.
ดูคำตอบ
I'm gonna
I should've planned: การมองย้อนกลับไปยังสิ่งที่ควรทำในอดีต
“I should've planned” เป็นรูปย่อของ “I should have planned” โครงสร้าง should have + กริยาช่องที่ 3 ใช้มองย้อนกลับไปยังการกระทำในอดีตและบอกว่าสิ่งนั้นควรเกิดขึ้น ที่นี่ planned เป็นกริยาช่องที่ 3 และการวางแผนไม่ได้เสร็จทันเวลา ในประโยคนี้ ผู้พูดแสดงความเสียดายเล็กน้อยและพูดล้อเรื่องที่ตนเตรียมตัวไม่พอ โครงสร้างเดียวกันใช้แสดงความเสียดาย การทบทวน หรือการวิจารณ์การกระทำอื่นในอดีตได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคทบทวนด้วยรูปย่อของ should have และกริยาช่องที่ 3 ของ start: I ____ earlier.
ดูคำตอบ
should've started
before giving: before + กริยารูป -ing
ใน before giving คำว่า before เป็นคำบุพบท และ giving เป็นรูป -ing ของ give วลีนี้หมายความว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นก่อนการสอนบทเรียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ นี้ ใช้ before + กริยารูป -ing เมื่อต้องการนำเสนอการกระทำเป็นวลีบอกเวลาสั้น ๆ โดยไม่ระบุประธานหลัง before โดยปกติจะดูได้จากส่วนอื่นของประโยคว่าใครเป็นผู้ทำการกระทำนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ before + กริยารูป -ing และกริยา leave: Check the door before ____ home.
ดูคำตอบ
leaving