วิธีจัดการกับอาการแอบชอบ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
391 คำ 162 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: บทความนี้แสดงว่าความหลงใหลเปลี่ยนรายละเอียดไม่กี่อย่างให้เป็นความรู้สึกว่ารู้จักคนทั้งคนได้อย่างไร พร้อมแยกความเข้าใจที่มีมูลจริงออกจากภาพฝันเรื่องความสมบูรณ์แบบ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “if only circumstances allowed,” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงของโอกาสที่ถูกขัดขวาง และใช้ if only บอกความปรารถนาโดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริง 2. “filling in of the gaps.” — กริยาวลี: เข้าใจว่า fill in คือการเติมข้อมูลที่ขาด และสังเกตรูปคำนามเมื่อหลักฐานไม่ครบ 3. “That said,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ยอมรับคำเตือนก่อนหน้าแล้วเปลี่ยนสู่ข้อสรุปที่สมดุลว่าเราสนุกกับความหลงใหลได้ แต่ไม่ควรถือว่าเป็นหลักฐานว่าเรารู้จักอีกฝ่ายแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

They happen in the privacy of our minds pretty much everywhere. วลี

0:02

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในความคิดส่วนตัวของเราได้แทบจะทุกที่

วลี

in the privacy of our minds: ในพื้นที่ส่วนตัวของจิตใจเรา

ในประโยคนี้ in the privacy of our minds หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในความคิดส่วนตัวของเรา ซึ่งคนอื่นไม่สามารถสังเกตเห็นได้ คำว่า privacy ในที่นี้หมายถึงพื้นที่ส่วนตัวภายในจิตใจ ไม่ใช่การรักษาความลับทางกฎหมายหรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โครงสร้าง in the privacy of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mind ใช้บอกว่าความคิด ความรู้สึก หรือเหตุการณ์ในจินตนาการถูกซ่อนไว้จากผู้อื่น เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล เช่น in the privacy of my mind, in the privacy of her mind หรือ in the privacy of their minds

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนนี้เพื่อบรรยายความคิดที่คนอื่นไม่สามารถรับรู้ได้

  1. She protected her password with a privacy setting.
  2. She described the moment during a private meeting.
  3. She replayed the happy moment in the privacy of her mind.
ดูคำตอบ

She replayed the happy moment in the privacy of her mind.

วลี

pretty much everywhere: แทบทุกที่

ใน pretty much everywhere คำว่า pretty much เป็นคำบอกความใกล้เคียงในภาษาสนทนา มีความหมายว่า almost หรือ nearly โดยช่วยลดความเด็ดขาดของ everywhere ทำให้ข้อความหมายถึงเกือบทุกสถานที่ ไม่ใช่ทุกแห่งโดยไม่มีข้อยกเว้นตามความหมายตรงตัว pretty ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “สวย” แต่รวมกับ much เป็นกลุ่มคำวิเศษณ์คงรูป pretty much ซึ่งใช้ลดความเด็ดขาดของข้อความเกี่ยวกับปริมาณ ความเสร็จสมบูรณ์ หรือความคล้ายกันได้ด้วย เช่น pretty much finished และ pretty much the same

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสนทนาสามคำที่หมายถึง “แทบทุกที่”: We looked in nearly every room; we searched ____.

ดูคำตอบ

pretty much everywhere

At the pool,

0:07

ที่สระว่ายน้ำ

the conference,

0:08

ในงานประชุม

the aisles of a supermarket.

0:09

ตามทางเดินในซูเปอร์มาร์เก็ต

The dynamic is always the same.

0:12

รูปแบบของมันมักจะเหมือนเดิมเสมอ

Very little knowledge, indeed,

0:14

แทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกเขาเลย

complete ignorance combined with a deep sense of knowing them absolutely ลำดับความ

0:16

ความไม่รู้โดยสมบูรณ์ผนวกกับความรู้สึกที่ลึกซึ้งว่าเรารู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี

and of being entirely certain they would,

0:22

และการที่เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าพวกเขาจะ

if only circumstances allowed, ไวยากรณ์

0:24

หากเพียงสถานการณ์อำนวย

be the one. การใช้คำ

0:26

เป็นคนที่ใช่

ลำดับความ

ความไม่รู้อย่างสิ้นเชิงที่มาคู่กับความรู้สึกลึกซึ้งว่ารู้จักพวกเขาทุกอย่าง

“Complete ignorance” และ “a deep sense of knowing them absolutely” บอกถึงสภาวะทางความคิดสองอย่างที่ตรงข้ามกัน คือในความเป็นจริงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนที่ตนหลงใหล แต่กลับมั่นใจเต็มที่ว่าตนรู้จักพวกเขาอย่างหมดจด “Combined with” วางสองสภาวะนี้ไว้คู่กันในฐานะส่วนที่เกิดขึ้นพร้อมกันของทัศนคติเดียวกัน ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง ความขัดแย้งที่ชัดเจนนี้จัดประโยคให้เน้นแนวคิดหลักว่า ความหลงใหลอาจสร้างความมั่นใจได้แม้ไม่มีความรู้จริง

แบบฝึกหัด

“combined with” ในข้อความที่เน้นแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. สภาวะสองอย่างที่ขัดแย้งกันเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. การเลือกระหว่างสองสภาวะที่เป็นไปได้
  3. สภาวะหนึ่งทำให้เกิดอีกสภาวะหนึ่งโดยตรง
ดูคำตอบ

สภาวะสองอย่างที่ขัดแย้งกันเกิดขึ้นพร้อมกัน

ไวยากรณ์

หากเพียงแต่สถานการณ์เอื้อ

ในที่นี้ “if only circumstances allowed” เป็นอนุประโยคเงื่อนไขที่แทรกอยู่และเชื่อมกับ “they would ... be the one” โดยให้เงื่อนไขในจินตนาการที่ผลลัพธ์นั้นอาจเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ประโยคอุทานที่แยกเป็นอิสระ รูปอดีต “allowed” ที่ใช้กับ “would” แสดงสถานการณ์ที่ปรารถนาแต่ถูกความเป็นจริงในปัจจุบันขัดขวาง “Only” เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ คือผู้พูดจินตนาการว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้น แต่สถานการณ์จริงไม่เอื้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ความเป็นจริงขัดขวางอยู่

  1. Only if my schedule allowed would I join you.
  2. If my schedule allows, I will join you.
  3. If only my schedule allowed, I would join you.
ดูคำตอบ

If only my schedule allowed, I would join you.

การใช้คำ

the one ในความหมายว่าคู่รักในอุดมคติ

ในการพูดเรื่องความรัก the one หมายถึงคนที่ใครบางคนมองว่าเป็นคู่ชีวิตในอุดมคติ หรือคนที่หวังว่าจะเหมาะสมกับตนที่สุด ในที่นี้ one ใช้แทนบุคคล ไม่ใช่เลข 1 หรือสิ่งของ สำนวนนี้มักสื่อถึงความเชื่อหรือความฝันส่วนบุคคล ไม่ได้พิสูจน์ว่าในความเป็นจริงมีคู่ที่ถูกต้องอยู่เพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the one ในความหมายว่าคู่รักในอุดมคติ?

  1. Only one seat is still available.
  2. I think Sam could be the one for me.
  3. Please hand me the one on the top shelf.
ดูคำตอบ

I think Sam could be the one for me.

It's been going on since early adolescence at least, ไวยากรณ์

0:28

มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นของวัยรุ่นเป็นอย่างน้อย

ไวยากรณ์

It's been going on since ... สำหรับสถานการณ์ที่ยังดำเนินอยู่

It's been going on เป็นรูป present perfect continuous โดยมีโครงสร้าง It has + been + going on รูปนี้บอกว่าสถานการณ์เริ่มขึ้นในอดีตและยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน go on ในที่นี้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” หรือ “เกิดขึ้นต่อเนื่อง” Since early adolescence ระบุจุดเริ่มต้น เมื่อใช้ในความหมายเกี่ยวกับเวลา since จะตอบว่า “ตั้งแต่เมื่อไร?” ไม่ใช่ “เพราะเหตุใด?”

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect continuous ของ meet และคำบอกจุดเริ่มต้นเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The club ____ every Friday ____ 2019.

ดูคำตอบ

has been meeting · since

this madness.

0:31

ความบ้าคลั่งนี้

And even now,

0:32

และแม้กระทั่งในตอนนี้

when one should know better, วลี

0:33

เวลาที่เราควรจะรู้ประสีประสามากขึ้นแล้ว

it happens.

0:35

มันก็ยังคงเกิดขึ้น

วลี

should know better: น่าจะรู้จักคิดให้รอบคอบกว่านี้

should know better เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ถูกคาดหวังให้ทำตัวอย่างมีวิจารณญาณมากกว่านี้ เพราะอายุ ประสบการณ์ หรือสามัญสำนึก” ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่รู้ข้อเท็จจริงมากกว่า one ในที่นี้หมายถึงคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ใหญ่ และผู้พูดก็นับรวมตัวเองด้วย สำนวนนี้มีนัยตำหนิตัวเองเล็กน้อยว่า แม้คนเราจะดูมีอายุหรือประสบการณ์มากพอที่จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมนี้แล้ว แต่มันก็ยังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ควรทำตัวอย่างมีวิจารณญาณมากกว่านี้”: You have handled confidential files for years, so you ____ than to post one publicly.

ดูคำตอบ

should know better

These crushes,

0:36

อาการปิ๊งรักเหล่านี้

they show off our capacity กริยาวลี

0:38

มันแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเรา

for knowing how to make the most of the smallest details, วลี

0:39

ในการรู้จักวิธีใช้ประโยชน์สูงสุดจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

กริยาวลี

show off เมื่อประธานไม่ใช่มนุษย์: แสดงหรือทำให้โดดเด่น

ในประโยคนี้ show off หมายถึง “แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน” หรือ “ทำให้ได้รับความสนใจ” ไม่ใช่ “อวด” ประธานคือ these crushes และกรรมคือ our capacity ดังนั้นความหลงใหลเหล่านี้จึงเผยให้เห็นความสามารถของคนในการใช้รายละเอียดเล็ก ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงสร้าง show off + คำนาม ใช้บรรยายว่าสิ่งหนึ่งทำให้ลักษณะบางอย่างเด่นชัดขึ้นได้ หากต้องการเลือกความหมายที่ถูกต้อง ให้ดูว่าใครหรืออะไรเป็นผู้แสดง และมีกรรมตรงตามหลังหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The simple frame shows off the painting without distracting from it,” shows off หมายถึงอะไร?

  1. มันทำให้ภาพวาดสังเกตเห็นและชื่นชมได้ง่าย
  2. มันบอกว่ากรอบรูปกำลังทำตัวภาคภูมิใจเพื่อเรียกร้องความสนใจ
  3. มันหมายความว่ากรอบรูปบังภาพวาดบางส่วน
ดูคำตอบ

มันทำให้ภาพวาดสังเกตเห็นและชื่นชมได้ง่าย

วลี

make the most of: ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในประโยคนี้ make the most of หมายถึงการใช้ข้อมูลที่มีอยู่น้อยมากให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ความหลงใหลเหล่านี้ทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ กลายเป็นภาพในจินตนาการที่สมบูรณ์เกี่ยวกับอีกคนหนึ่ง โครงสร้างคือ make the most of + คำนามหรือคำสรรพนาม ใช้ได้กับเวลา เงิน โอกาส หรือข้อมูลที่มีจำกัด รวมถึงสถานการณ์ใด ๆ ที่ต้องการดึงคุณค่าออกมาให้มากที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ใช้เวลาที่มีจำกัดให้เต็มที่ที่สุด” ลงในประโยค: We have only one day in the city, so let's ____ it.

ดูคำตอบ

make the most of

a wrist,

0:43

ข้อมือ

a neck,

0:45

ลำคอ

an ankle,

0:45

ข้อเท้า

a pair of jeans worn a certain way.

0:47

กางเกงยีนส์ที่สวมใส่ในสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง

They instantly become whole people

0:50

พวกเขาจะกลายเป็นคนๆ หนึ่งที่สมบูรณ์แบบในทันที

with whom we can imagine years of a life together, ไวยากรณ์

0:53

คนที่เราสามารถจินตนาการถึงชีวิตคู่ในอีกหลายปีข้างหน้าร่วมกันได้

full of profound mutual sympathy,

0:55

เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจกันอย่างลึกซึ้ง

tenderness, and laughter.

0:58

ความอ่อนโยน และเสียงหัวเราะ

ไวยากรณ์

with whom ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการ

ในอนุประโยค with whom we can imagine years of a life together คำว่า whom ย้อนกลับไปอ้างถึง whole people และทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท with ใจความพื้นฐานคือเราสามารถจินตนาการถึงชีวิตร่วมกับคนเหล่านั้นได้ การวาง with ไว้หน้า whom เรียกว่าการนำบุพบทไปไว้ข้างหน้า เป็นโครงสร้างทางการแบบ คำที่หมายถึงคน + with whom + ประธาน + กริยา ในภาษาอังกฤษประจำวัน มักวางบุพบทไว้ท้ายประโยค เช่น the person who I spoke with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยวลีสัมพันธ์ที่นำบุพบทมาวางข้างหน้า: The researcher ____ I collaborated published the report.

ดูคำตอบ

with whom

This blessed person will,

1:00

บุคคลผู้ประเสริฐนี้จะ

we know,

1:02

อย่างที่เรารู้

understand us

1:03

เข้าใจเรา

and all the secret, complex,

1:05

และทุกส่วนที่เป็นความลับ ซับซ้อน

ignored parts of us.

1:07

และถูกมองข้ามของเรา

This capacity we have for elaborating การใช้คำ

1:09

ความสามารถที่เรามีในการตีความ

a whole personality from a few small details,

1:12

บุคลิกภาพทั้งหมดจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

it's there when we look at sketches.

1:15

มันมีอยู่เวลาที่เราดูภาพร่าง

การใช้คำ

elaborating a whole personality from a few small details: สร้างบุคลิกภาพที่สมบูรณ์จากรายละเอียดเพียงเล็กน้อย

ในที่นี้ elaborating หมายถึงการพัฒนาหรือสร้างแนวคิดให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น จิตใจเริ่มจากรายละเอียดที่มองเห็นเพียงไม่กี่อย่าง แล้วใช้รายละเอียดเหล่านั้นสร้างบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ขึ้นมาในจินตนาการ ไม่ได้หมายถึงการอธิบายบุคลิกภาพนั้นให้คนอื่นฟังอย่างละเอียด ในประโยคนี้ elaborate + object + from + source แสดงว่ากรรมคือสิ่งที่พัฒนาขึ้นจากข้อมูลตั้งต้นที่มีจำกัด

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The writers elaborated an entire backstory from a single photograph," คำว่า elaborated หมายความว่าอย่างไร

  1. เล่าเรื่องราวภูมิหลังออกเสียงอย่างละเอียดมาก
  2. ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกจากเรื่องราวภูมิหลัง
  3. พัฒนาแนวคิดให้สมบูรณ์ขึ้นจากเบาะแสที่มีจำกัด
ดูคำตอบ

พัฒนาแนวคิดให้สมบูรณ์ขึ้นจากเบาะแสที่มีจำกัด

This isn't someone who has no nostrils,

1:18

นี่ไม่ใช่คนที่ไม่มีรูจมูก

eight strands of hair,

1:20

มีเส้นผมแค่แปดเส้น

and no eyelashes.

1:22

และไม่มีขนตา

It's a beautiful creature

1:24

แต่คือสิ่งมีชีวิตที่งดงาม

we feel we understand at once.

1:25

ที่เรารู้สึกว่าเราเข้าใจได้ในทันที

The cynics say it's madness,

1:28

พวกที่มองโลกในแง่ร้ายบอกว่ามันเป็นความบ้าคลั่ง

this filling in of the gaps. กริยาวลี

1:30

กับการเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้

กริยาวลี

this filling in of the gaps: กระบวนการเติมช่องว่างนี้

Filling in หมายถึงการเติมข้อมูลที่ขาดหายไป ในที่นี้ the gaps คือสิ่งที่ผู้สังเกตไม่ได้รู้จริง ๆ และจินตนาการจะเติมรายละเอียดที่น่าจะเป็นไปได้ลงไป ถ้อยคำ this filling in of the gaps เปลี่ยนการกระทำให้เป็นกระบวนการที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม เมื่อ filling in ถูกใช้เป็นชื่อของกิจกรรม of จึงนำหน้า gaps ที่ถูกเติม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามของ fill in: The reconstruction required the ____ of several gaps in the historical record.

ดูคำตอบ

filling in

We're just projecting wild, การใช้คำ

1:32

เราแค่กำลังฉายภาพจินตนาการที่หลุดโลก

reckless fantasies.

1:33

และขาดความยั้งคิด

การใช้คำ

projecting wild, reckless fantasies. ในความหมายของการฉายภาพทางจิตใจ

ในที่นี้ projecting คือกริยา project ในความหมายทางจิตวิทยา ไม่ใช่ความหมายว่าฉายภาพ หมายถึงการนำจินตนาการที่เกิดขึ้นในใจตนเองไปมองว่าเป็นสิ่งที่เผยให้เห็นลักษณะหรือเจตนาที่แท้จริงของอีกคน คำว่า wild และ reckless บอกว่าจินตนาการเหล่านี้สุดโต่งและแทบไม่มีหลักฐานรองรับ ผู้ที่ถูกฉายภาพความคิดใส่ไม่ได้ระบุไว้ เพราะบริบทบอกอยู่แล้วว่าเป็นใคร

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาความหมายทางจิตวิทยาจากบทเรียน: She was ____ her own fears onto the quiet new student.

ดูคำตอบ

projecting

But that's too sweeping. การใช้คำ

1:36

แต่นั่นก็เป็นการเหมารวมเกินไป

การใช้คำ

Too sweeping เพื่อวิจารณ์การเหมารวมมากเกินไป

ในที่นี้ sweeping ใช้ประเมินว่าคำกล่าวหนึ่งกว้างหรือเหมารวมมากเกินไป หมายความว่าคำกล่าวนั้นนำกรณีที่แตกต่างกันมารวมกันและมองข้ามความแตกต่างหรือข้อยกเว้นที่สำคัญ too ทำให้ความหมายเชิงวิจารณ์ชัดเจนว่า ข้ออ้างนั้นเกินกว่าสิ่งที่หลักฐานหรือสถานการณ์จะรองรับได้ การพูดว่า That's too sweeping เป็นการโต้แย้งขอบเขตของข้ออ้าง โดยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธทุกส่วนของข้ออ้างนั้น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดได้ยินข้ออ้าง “One teenager lied, so teenagers cannot be trusted.” คำตอบใดวิจารณ์โดยตรงว่าข้ออ้างนี้เหมารวมมากเกินไป?

  1. That's too quiet.
  2. That's too sweeping.
  3. That's too detailed.
ดูคำตอบ

That's too sweeping.

We are probably right to be delighted.

1:38

เราอาจจะทำถูกแล้วที่รู้สึกเบิกบานใจ

It's just not the whole story. สำนวน

1:41

มันก็แค่ยังไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด

สำนวน

not the whole story สำหรับภาพที่ยังไม่ครบถ้วน

not the whole story หมายความว่าคำอธิบาย ความประทับใจ หรือหลักฐานอาจมีส่วนที่เป็นจริง แต่ยังไม่ครบถ้วน ในที่นี้ story หมายถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องเล่า สำนวนนี้ยอมรับข้อสรุปบางส่วนก่อน แล้วจึงจำกัดข้อสรุปนั้นอย่างนุ่มนวล จึงใช้แก้มุมมองที่เรียบง่ายเกินไปได้โดยไม่ต้องบอกว่าสิ่งที่พูดมาก่อนหน้านั้นผิดทั้งหมด

แบบฝึกหัด

รีวิวหนึ่งเขียนว่า “The room was clean, but that is not the whole story.” not the whole story หมายความว่าอะไร?

  1. คำกล่าวนั้นมีส่วนจริง แต่ขาดข้อเท็จจริงสำคัญ
  2. มีคนยังเล่าเรื่องแต่งไม่จบ
  3. คำกล่าวนั้นผิดทั้งหมด
ดูคำตอบ

คำกล่าวนั้นมีส่วนจริง แต่ขาดข้อเท็จจริงสำคัญ

Perhaps that remarkably thin wrist

1:44

บางทีข้อมือที่บางเฉียบอย่างโดดเด่นนั่น

with the leather band around it

1:46

กับสายหนังที่พันอยู่รอบๆ

really does belong to someone who is skeptical, ไวยากรณ์

1:48

อาจเป็นของคนที่มีความช่างสงสัยจริงๆ

alternative,

1:51

มีความแปลกใหม่

delicate, intelligent, wry.

1:52

ละเอียดอ่อน ฉลาด และมีอารมณ์ขันแบบร้ายลึก

ไวยากรณ์

การเน้นประโยคบอกเล่าด้วย really does belong

ใน really does belong คำว่า does เป็นกริยาช่วยเน้นความหมายในประโยคบอกเล่า โดยช่วยยืนยันให้หนักแน่นขึ้นว่าข้อมือนั้นเป็นของคนที่มีลักษณะดังกล่าวจริง ๆ แม้ perhaps จะทำให้ประโยคยังมีน้ำเสียงระมัดระวัง หลัง do, does หรือ did ที่ใช้เพื่อเน้น ให้ใช้กริยาหลักในรูปพื้นฐาน ดังนั้นต้องใช้ does belong ไม่ใช่ does belongs โครงสร้างนี้ใช้ยืนยันข้อเท็จจริง ตอบข้อสงสัย หรือยอมรับประเด็นหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ใช้ really ร่วมกับ does ที่ใช้เน้นเพื่อแก้ข้อสงสัยนี้: “You said this jacket wasn't Maya's, but it ____ to her.”

ดูคำตอบ

really does belong

The error of the crush ไวยากรณ์

1:55

ความผิดพลาดของอาการปิ๊งรัก

is to go beyond that insight.

1:56

คือการคิดไปไกลกว่าความเข้าใจนั้น

ไวยากรณ์

The error of X is to Y: ระบุข้อผิดพลาดอย่างชัดเจน

โครงสร้าง The error of X is to Y ใช้ระบุการกระทำหรือข้อสรุปที่เป็นตัวทำให้ X ผิดพลาดโดยตรง X คือแนวคิด นิสัย วิธีการ หรือปรากฏการณ์ที่ถูกวิจารณ์ ส่วน to-infinitive บอกอย่างชัดเจนว่าผิดตรงไหน ในที่นี้ ความหลงใหลอาจทำให้เราเข้าใจใครบางคนได้อย่างถูกต้องแต่เพียงบางส่วน ทว่าข้อผิดพลาดคือ go beyond that insight หรือการนำความประทับใจเพียงบางส่วนไปใช้รองรับข้อสรุปที่กว้างกว่า go beyond ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการขยายความคิดเกินกว่าขอบเขตที่หลักฐานรองรับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชิงวิเคราะห์ด้วย to-infinitive ที่ระบุข้อผิดพลาดอย่างชัดเจน: The error of this plan is ____. ใช้วลีกริยานี้เป็นคำใบ้: assume every task will take the same amount of time

ดูคำตอบ

to assume every task will take the same amount of time

To think this could ever be the whole truth

1:59

การคิดว่านี่อาจเป็นความจริงทั้งหมด

about a human being.

2:01

เกี่ยวกับมนุษย์คนหนึ่ง

Knocked off course by the crush's power, สำนวน

2:03

เมื่อถูกอานุภาพของอาการปิ๊งรักทำให้หลงทิศทาง

we forget one central,

2:06

เราก็ลืมความจริงที่สำคัญยิ่ง

inviolable fact of human nature,

2:08

และไม่อาจละเมิดได้ของธรรมชาติมนุษย์

สำนวน

Knocked off course by...: คำเปรียบเทียบและวลี past participle ต้นประโยค

Off course ตามความหมายตรงตัวคือออกนอกเส้นทางที่วางแผนไว้ ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยพลังของความหลงใหลทำหน้าที่เหมือนแรงภายนอกที่ผลักการตัดสินใจออกจากทิศทางที่ชัดเจนและมีเหตุผล Knocked off course by... เป็นวลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้อธิบายสภาพของประธาน we และบอกสาเหตุก่อนเข้าสู่ประโยคหลัก กล่าวคือ เพราะความหลงใหลทำให้เราเสียทิศทาง เราจึงลืมข้อเท็จจริงที่กล่าวต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ knocked off course เพื่อแสดงว่าแรงจากภายนอกรบกวนทิศทางเดิม

  1. Maya stayed on course despite a busy month.
  2. Changing course after careful reflection, Maya chose a new career.
  3. Knocked off course by a family emergency, Maya postponed her training plan.
ดูคำตอบ

Knocked off course by a family emergency, Maya postponed her training plan.

that everyone is crazy

2:10

ว่าทุกคนล้วนมีความบ้าคลั่ง

and trouble to be around. วลี

2:13

และเป็นตัวปัญหาเมื่ออยู่ใกล้

วลี

trouble to be around: คนที่อยู่ด้วยแล้วลำบาก

ในประโยคนี้ trouble เป็นคำนามที่วางหลัง is เพื่อบอกว่าคนคนนั้นเป็นต้นเหตุของปัญหาหรือความเครียด วลี infinitive to be around จำกัดความหมายให้ชัดขึ้นว่า การใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนนั้นเป็นเรื่องยาก around ในที่นี้หมายถึง “อยู่ร่วมกับใครบางคน” ไม่ใช่แค่ยืนอยู่ใกล้กันทางกายภาพ วลีนี้เป็นการประเมินเชิงลบโดยรวมว่าคนนั้นเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วเป็นอย่างไร

แบบฝึกหัด

trouble to be around ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คนนั้นมีปัญหาเฉพาะอย่างที่คนอื่นต้องช่วยแก้
  2. คนนั้นยืนอยู่ใกล้อีกคนมากเกินไปทางกายภาพ
  3. การใช้เวลาอยู่กับคนนั้นเป็นเรื่องยากหรือทำให้เครียด
ดูคำตอบ

การใช้เวลาอยู่กับคนนั้นเป็นเรื่องยากหรือทำให้เครียด

Everyone has something substantially wrong with them.

2:15

ทุกคนล้วนมีบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากในตัวเอง

Everyone is extremely hard to live with.

2:18

ทุกคนล้วนใช้ชีวิตอยู่ด้วยยากเป็นอย่างยิ่ง

You can't know what from an ankle or a wrist,

2:22

คุณไม่มีทางรู้ว่ามันคืออะไรจากแค่ข้อเท้าหรือข้อมือ

but it'll be something.

2:24

แต่มันต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ

Time will reveal it sure enough. วลี

2:26

เวลาจะเปิดเผยมันออกมาเอง

วลี

sure enough: การยืนยันผลลัพธ์ที่คาดไว้

Sure enough เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัวที่ใช้เมื่อเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงตรงกับสิ่งที่คาดหวัง ทำนาย หรือสงสัยไว้ มักมีความหมายว่า “เป็นไปตามที่คาด และเรื่องนั้นได้รับการยืนยันแล้ว” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นคำกล่าวว่าเวลาจะเปิดเผยความจริงในที่สุด ไม่ได้หมายถึง “แน่ใจเพียงพอ” แต่คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเป็นสำนวนเชื่อมความหมายในการเล่าเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่แสดงว่าผลลัพธ์ตรงกับที่คาดไว้: We thought the missing cat was hiding in the garage. ____, we found her there.

ดูคำตอบ

Sure enough

Because life has messed all of us up กริยาวลี

2:29

เพราะชีวิตได้ทำให้พวกเราทุกคนพังทลาย

because we all grew up inadequately parented การใช้คำ

2:31

เพราะเราทุกคนเติบโตมากับการเลี้ยงดูที่ไม่ดีพอ

การใช้คำ

inadequately parented: ได้รับการเลี้ยงดูไม่เพียงพอระหว่างเติบโต

Parent ใช้เป็นคำกริยาที่หมายถึงเลี้ยงดูและดูแลเด็กได้ Parented เป็นรูป past participle ของคำนี้ ดังนั้น inadequately parented จึงหมายถึงไม่ได้รับการดูแลและคำแนะนำที่ดีเพียงพอจากผู้ที่เลี้ยงดูมา ไม่ได้หมายถึงกลายเป็นพ่อแม่ ใน grew up inadequately parented คำว่า grew up บอกกระบวนการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ส่วน inadequately parented บอกลักษณะการเลี้ยงดูที่ได้รับระหว่างกระบวนการนั้น คำวิเศษณ์ inadequately ขยาย parented และทำให้วลีนี้มีการประเมินเชิงลบอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยค She grew up inadequately parented คำว่า inadequately parented หมายถึงอะไร

  1. เธอกลายเป็นพ่อแม่ก่อนที่จะพร้อมอย่างเต็มที่
  2. เธอไม่ได้รับการดูแลและคำแนะนำที่ดีเพียงพอขณะเติบโต
  3. เธอไม่ได้ใช้เวลากับลูกของตัวเองมากพอ
ดูคำตอบ

เธอไม่ได้รับการดูแลและคำแนะนำที่ดีเพียงพอขณะเติบโต

and have all ended up terrified and anxious กริยาวลี

2:34

และสุดท้ายก็กลายเป็นคนหวาดกลัวและวิตกกังวล

กริยาวลี

end up + คำคุณศัพท์ใน ended up terrified and anxious

end up สามารถตามด้วยคำคุณศัพท์หรือวลีคำคุณศัพท์ได้โดยตรง ในที่นี้ terrified and anxious บอกสภาพสุดท้ายที่คนเหล่านั้นอยู่หลังจากผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ รูป present perfect ใน have ended up เชื่อมผลลัพธ์นั้นกับปัจจุบัน end up มักสื่อว่าผลลัพธ์ไม่ได้วางแผนไว้หรือแตกต่างจากที่คาด แต่ผลลัพธ์ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องลบเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ end up + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อบอกสภาพสุดท้ายหลังผ่านกระบวนการหนึ่ง?

  1. After the long hike, we ended up to be tired but happy.
  2. After the long hike, we ended up were tired but happy.
  3. After the long hike, we ended up tired but happy.
ดูคำตอบ

After the long hike, we ended up tired but happy.

pretty much the whole time.

2:36

แทบจะตลอดเวลา

กริยาวลี

messed all of us up: ผลกระทบยาวนานและลำดับคำของกริยาวลีที่แยกได้

ในที่นี้ mess someone up หมายถึงทำให้ใครสักคนได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผลกระทบทางอารมณ์หรือจิตใจที่จริงจังและยาวนาน life ถูกนำเสนอเป็นสาเหตุ ส่วน all of us คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งของให้รก Mess up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับ up เช่น messed us up ไม่ใช่ messed up us รูปอดีตคือ messed

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าประสบการณ์ที่ยากลำบากทำให้เกิดผลกระทบทางอารมณ์ที่ยาวนาน

  1. That difficult year left my room messy for a long time.
  2. That difficult year messed up me for a long time.
  3. That difficult year messed me up for a long time.
ดูคำตอบ

That difficult year messed me up for a long time.

That said, ลำดับความ

2:39

ถึงกระนั้น

we shouldn't give up on having crushes กริยาวลี

2:40

เราก็ไม่ควรเลิกที่จะปิ๊งใครสักคน

at any age.

2:42

ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม

ลำดับความ

That said ในฐานะคำเชื่อมแสดงการยอมรับก่อนหักมุม

That said ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนทิศทางหลังจากยอมรับประเด็นก่อนหน้า ผู้พูดยอมรับคำเตือนที่กล่าวมาก่อน แต่จากนั้นเพิ่มข้อสรุปที่สมดุลขึ้นว่า คนเราไม่ควรเลิกชอบใครสักคน สำนวนนี้จัดโครงเหตุผลเป็นว่า ประเด็นก่อนหน้านั้นถูกต้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข้อจำกัดหรืออีกด้านหนึ่งให้พิจารณา ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีคนพูดประโยคหนึ่งจบแล้ว

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมข้อโต้แย้งนี้ได้เหมาะสมที่สุด? Online classes are convenient. ___ some learners focus better in a classroom.

  1. That said,
  2. Therefore,
  3. In other words,
ดูคำตอบ

That said,

กริยาวลี

give up on having crushes: ละทิ้งความเป็นไปได้

give up on + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงเลิกไล่ตามหรือเลิกเชื่อในความเป็นไปได้ที่ระบุหลัง on ในประโยคนี้ having crushes คือความเป็นไปได้ที่ไม่ควรละทิ้ง ไม่ได้เป็นคำสั่งให้ไปตามจีบคนใดคนหนึ่ง on เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้และใช้ระบุสิ่งที่ถูกละทิ้ง หากกรรมเป็นคน give up on someone มักหมายถึงเลิกเชื่อว่าคนนั้นจะพัฒนาหรือประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นกรรมจึงมีผลอย่างมากต่อความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง ‘เลิกเชื่อในความเป็นไปได้’: After several failed auditions, Lena still refuses to ____ becoming an actor.

ดูคำตอบ

give up on

We just shouldn't believe

2:44

เราแค่ไม่ควรเชื่อ

in what they appear to promise anymore. ไวยากรณ์

2:45

ในสิ่งที่มันดูเหมือนจะสัญญาอีกต่อไป

ไวยากรณ์

appear to promise: แสดงความรู้สึกที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

appear to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำหรือสภาวะว่าเป็นเพียงความรู้สึกที่ได้จากหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ใน appear to promise ผู้พูดบอกว่าความรู้สึกปิ๊งดูเหมือนจะนำผลบางอย่างมาให้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่า “คำสัญญา” นั้นเป็นจริงแน่นอน promise ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ความรู้สึกปิ๊งไม่ได้พูดหรือให้คำมั่นจริง ๆ แต่ทำให้เกิดความคาดหวังถึงความสุขหรือความสัมพันธ์ในอุดมคติ โครงสร้างนี้ช่วยให้พูดถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้โดยไม่ยืนยันว่ามันจะเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความรู้สึกเชิงบวกอย่างระมัดระวัง โดยไม่ถือว่าผลลัพธ์นั้นแน่นอน?

  1. The new schedule promises shorter wait times.
  2. The new schedule appears to promise shorter wait times.
  3. The new schedule guarantees shorter wait times.
ดูคำตอบ

The new schedule appears to promise shorter wait times.

Of course,

2:48

แน่นอนว่า

we haven't glimpsed complete perfection.

2:48

เราไม่ได้เห็นความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

It's just a pretty nice side or two การใช้คำ

2:51

มันเป็นเพียงด้านดีๆ สักด้านสองด้าน

coming to the fore. สำนวน

2:53

ที่เผยออกมาให้เห็น

การใช้คำ

a pretty nice side or two: ด้านดี ๆ สักหนึ่งสองด้าน

ในประโยคนี้ side หมายถึงแง่มุมหนึ่งของนิสัยหรือบุคลิกของคน ดังนั้น a pretty nice side จึงหมายถึงลักษณะนิสัยที่น่าชื่นชอบ ไม่ใช่ด้านข้างทางกายภาพ โครงสร้าง a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two หมายถึงสิ่งนั้นหนึ่งอย่างหรือจำนวนน้อย ๆ โดยไม่ระบุจำนวนแน่นอน ในที่นี้ side or two จงใจพูดจำนวนแบบคลุมเครือว่า มีเพียงข้อดีไม่กี่อย่างที่เริ่มปรากฏ ไม่ได้หมายความว่าสมบูรณ์แบบทุกด้าน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a pretty nice side or two หมายความว่าอะไร

  1. ทุกแง่มุมของบุคลิกของคนคนหนึ่ง
  2. ด้านข้างทางกายภาพสองด้านพอดี
  3. ลักษณะนิสัยที่น่าชื่นชอบจำนวนน้อย ๆ โดยไม่ระบุจำนวนแน่นอน
ดูคำตอบ

ลักษณะนิสัยที่น่าชื่นชอบจำนวนน้อย ๆ โดยไม่ระบุจำนวนแน่นอน

สำนวน

coming to the fore: เริ่มโดดเด่นขึ้นมา

Come to the fore หมายถึงเริ่มเห็นได้ชัด มีความสำคัญ หรือมีบทบาทมากเป็นพิเศษ เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่สื่อว่าคุณลักษณะ ประเด็น หรือบุคคลเข้ามาอยู่ในจุดสนใจ ไม่ใช่เคลื่อนตัวไปด้านหน้าจริง ๆ ในที่นี้ coming to the fore ขยาย a pretty nice side or two และบอกว่าลักษณะเชิงบวกเหล่านั้นเริ่มปรากฏให้เห็น รูป -ing ทำให้วลีนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ 'a side or two that is coming to the fore.'

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come to the fore: During yesterday's emergency, the nurse's calm leadership ____.

ดูคำตอบ

came to the fore