การทำงานแบบยืดหยุ่น - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
955 คำ 171 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการอธิบายว่าการทำงานแบบยืดหยุ่นไม่ได้หมายถึงการทำงานจากบ้านเท่านั้น แต่คือการตกลงกับผู้จัดการว่าจะทำงานเมื่อใด ที่ไหน และนานเท่าใด โดยสร้างสมดุลระหว่างความต้องการส่วนตัวกับความต้องการของธุรกิจ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสิทธิทางกฎหมายในการยื่นคำขอในสหราชอาณาจักร อคติต่อผู้ชายที่ขอความยืดหยุ่นเพื่อดูแลลูก และความเชื่อมโยงระหว่างการเป็นพ่อที่มีส่วนร่วมกับความเท่าเทียม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the right to request flexible working. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่า right หมายถึงสิทธิทางกฎหมายในการขอปรับรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่การรับประกันว่าคำขอจะได้รับอนุมัติ จึงตีความการสนทนาเรื่องนโยบายในที่ทำงานได้ถูกต้อง 2. got used to — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ระบุได้ว่าวลีนี้หมายถึงการเริ่มคุ้นเคยกับสถานการณ์ใหม่ ใช้หน้าคำนามหรือคำกริยาเติม -ing ได้ และแยกจาก used to ที่กล่าวถึงนิสัยในอดีต 3. won't get equality at home, and we certainly won't get equality in the workplace either. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองเห็นว่าประโยคคู่ขนานเชื่อมความเท่าเทียมในบ้านกับที่ทำงานอย่างไร และนำโครงสร้างนี้ไปใช้ขยายประเด็นนโยบายเฉพาะให้เป็นข้อสรุปทางสังคมที่กว้างขึ้นได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Georgina.

0:11

ฉันคือ Georgina

And I'm Neil.

0:12

และผม Neil

In this program, ลำดับความ

0:13

ในรายการนี้

we're going to be talking about the world of work. โน้ต

0:14

เราจะมาพูดถึงเรื่องราวของโลกแห่งการทำงาน

ลำดับความ

In this program: คำบอกทางในช่วงเปิดรายการ

In this program เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่จะตามมา วลีนี้บอกผู้ฟังว่าเนื้อหาถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของรายการนี้ และเกริ่นหัวข้อหลักของรายการ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำบอกทางในการจัดข้อมูล ไม่ได้ใช้บอกว่าผู้พูดอยู่ที่ไหน การวางไว้ต้นประโยคช่วยให้ผู้ฟังคาดเดาเนื้อหาที่จะได้ยินก่อนจะเข้าสู่หัวข้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับกำหนดกรอบของบทเรียนก่อนบอกหัวข้อ

  1. I learned about clouds yesterday.
  2. In this lesson, we will learn how clouds form.
  3. Clouds can be white or gray.
ดูคำตอบ

In this lesson, we will learn how clouds form.

ไวยากรณ์

we're going to be talking about: ใช้เกริ่นการพูดคุยที่วางแผนไว้

we're going to be talking about เป็นโครงสร้างที่รวม be going to เข้ากับ be + talking about ในประโยคนี้ใช้เกริ่นการพูดคุยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามแผนของรายการ รูปแบบต่อเนื่องทำให้เห็นการพูดคุยเป็นกิจกรรมที่จะค่อย ๆ ดำเนินไป จึงเหมาะเมื่อผู้ดำเนินรายการกำลังพาผู้ฟังเข้าสู่หัวข้อถัดไปของกำหนดการ ไม่ได้หมายความว่าการพูดคุยกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง be going to + be + talking about: This afternoon, we ____ how bridges stay up.

ดูคำตอบ

are going to be talking about

การใช้คำ

the world of work: ขอบเขตกว้าง ๆ ของงานและอาชีพ

the world of work ไม่ได้หมายถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยเฉพาะ แต่หมายถึงขอบเขตกว้าง ๆ ของงาน อาชีพ และชีวิตการทำงาน ในประโยคนี้ we're going to be talking about บอกว่านี่คือหัวข้อที่จะพูดถึง โครงสร้าง the world of + คำนาม ใช้ทำให้หัวข้อหนึ่งดูเป็นสาขาหรือขอบเขตใหญ่ขึ้น คำว่า world ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงโลกหรือสำนักงานแห่งใดแห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the world of work หมายถึงอะไร

  1. งานหนึ่งอย่างของวันนี้
  2. งาน อาชีพ และชีวิตการทำงานในฐานะขอบเขตกว้าง ๆ
  3. อาคารสำนักงานหนึ่งหลัง
ดูคำตอบ

งาน อาชีพ และชีวิตการทำงานในฐานะขอบเขตกว้าง ๆ

Ah, yes.

0:17

อ่า ใช่ครับ

Traveling to an office 5 days a week, ไวยากรณ์

0:18

การเดินทางไปออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์

sitting at a desk all day,

0:20

การนั่งอยู่ที่โต๊ะตลอดทั้งวัน

and then going home.

0:21

แล้วก็กลับบ้าน

ไวยากรณ์

Traveling..., sitting..., and then going home: รายการกิจกรรมแบบขนานที่ลงท้ายด้วย -ing

ประโยคนี้นำวลีที่ลงท้ายด้วย -ing สามวลีมาเรียงขนานกัน ได้แก่ Traveling...、sitting... และ going home วลีเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายชื่อกิจกรรมที่มีรูปแบบเดียวกัน จึงสรุปกิจวัตรของวันทำงานในสำนักงานได้อย่างกระชับ ส่วนนี้ไม่มีคำกริยาหลักที่ทำให้เป็นประโยคสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง จึงเหมาะที่จะเข้าใจว่าเป็นคำบรรยายหรือคำเกริ่นในภาษาพูด มากกว่าจะเป็นประโยคสมบูรณ์แบบเป็นทางการ การใช้รูป -ing ให้เหมือนกันทุกส่วนช่วยให้เห็นโครงสร้างแบบขนานได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รายการกิจกรรมแบบขนานที่ลงท้ายด้วย -ing เพื่อบรรยายกิจกรรมหลายอย่าง

  1. Packing our bags, checking the map, and leaving before sunrise made the hike easier.
  2. Packing our bags, checked the map, and left before sunrise made the hike easier.
  3. Pack our bags, checking the map, and leaving before sunrise made the hike easier.
ดูคำตอบ

Packing our bags, checking the map, and leaving before sunrise made the hike easier.

Neil,

0:23

Neil

it's not always like that.

0:24

มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะ

Office work doesn't have to be such a routine. โน้ต

0:25

งานออฟฟิศไม่จำเป็นต้องเป็นกิจวัตรจำเจขนาดนั้น

ไวยากรณ์

doesn't have to be: แสดงว่าไม่จำเป็นต้องเป็น

ในประโยค Office work doesn't have to be such a routine, doesn't have to be หมายความว่างานออฟฟิศไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่เป็นกิจวัตรตายตัว ผู้พูดกำลังโต้แย้งความคิดที่ว่างานออฟฟิศต้องเป็นแบบนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ งานอาจเป็นแบบนั้นได้ แต่ไม่ใช่ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว โครงสร้างนี้แสดงว่าไม่มีความจำเป็น ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ จึงยังเปิดทางให้สถานการณ์เป็นไปในรูปแบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The test doesn't have to be difficult.' doesn't have to be แสดงความหมายใด

  1. ข้อสอบไม่จำเป็นต้องยาก
  2. ห้ามไม่ให้ข้อสอบยาก
  3. ข้อสอบเป็นไปไม่ได้ที่จะยาก
ดูคำตอบ

ข้อสอบไม่จำเป็นต้องยาก

The usual fixed way of doing things.

0:28

รูปแบบการทำงานแบบเดิมๆ ทั่วไป

การใช้คำ

such a routine. ... routine หมายถึงวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมซ้ำ ๆ

ในที่นี้ routine หมายถึงวิธีการหรือกระบวนการทำสิ่งต่าง ๆ ที่คงที่และทำซ้ำเป็นประจำ ไม่ใช่งานเดี่ยวเพียงงานเดียว ส่วน such a routine หมายถึงรูปแบบทั้งหมดในลักษณะนั้น ในประโยคนี้ such a routine ให้ความรู้สึกด้านลบเล็กน้อยว่าเหมือนเดิมและซ้ำซาก เพราะผู้พูดกำลังบอกว่างานออฟฟิศไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น อย่างไรก็ตาม routine เองอาจมีความหมายเป็นกลางได้ ความรู้สึกเชิงวิจารณ์เกิดจากบริบทนี้ ส่วน The usual fixed way of doing things. ที่ตามมาคือคำอธิบายความหมายโดยตรง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'My morning routine includes a short walk.' routine หมายถึงอะไร

  1. แผนที่แสดงเฉพาะเวลา
  2. เหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ธรรมดา
  3. วิธีทำสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

วิธีทำสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมซ้ำ ๆ

It is much more flexible these days. ไวยากรณ์

0:30

ทุกวันนี้มันมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเยอะ

ไวยากรณ์

much more flexible ... these days: แสดงว่าปัจจุบันยืดหยุ่นกว่ามาก

ใน much more flexible คำว่า much อยู่หน้าคำคุณศัพท์ขั้นกว่า more flexible เพื่อบอกว่าความแตกต่างมีมาก ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเล็กน้อย these days หมายถึง “ช่วงนี้” หรือ “ในปัจจุบัน” เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้เปรียบเทียบสภาพปัจจุบันกับสภาพในอดีตที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ และบอกว่าปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ ใช้ much หน้าคำคุณศัพท์ขั้นกว่าเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่มาก: The library's booking rules are ____ flexible these days.

ดูคำตอบ

much more

That's true.

0:33

นั่นก็จริงครับ

During the pandemic,

0:34

ในช่วงการระบาดใหญ่

we've all had to have a more flexible approach to work. โน้ต

0:35

เราทุกคนต้องมีแนวทางการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ไวยากรณ์

we've all had to: ความจำเป็นร่วมกันที่เชื่อมโยงกับปัจจุบัน

we've all had to เป็นรูปย่อของ we have all had to ส่วน have had to เป็นรูป present perfect ของ have to ใช้เชื่อมความจำเป็นที่เริ่มขึ้นในอดีตกับปัจจุบัน หรือผลที่ยังสำคัญอยู่ในตอนนี้ had to มักบอกว่าสถานการณ์ทำให้ต้องทำ ไม่ใช่เป็นเพียงความชอบส่วนตัว all อยู่หลัง have และบอกว่าทุกคนที่รวมอยู่ใน we ต้องเผชิญความจำเป็นนี้ ผู้พูดจึงนำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นประสบการณ์ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปย่อของ present perfect ที่บอกว่าทุกคนในกลุ่มจำเป็นต้องทำสิ่งนี้ให้สมบูรณ์: Since the school changed the timetable, ____ leave home earlier.

ดูคำตอบ

we've all had to

วลี

have a more flexible approach to work: ใช้วิธีการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

have a more flexible approach to work หมายถึง ใช้วิธีการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ approach เป็นคำนาม หมายถึงวิธีจัดการกับบางสิ่ง และ to work ระบุว่าวิธีนั้นมุ่งไปที่เรื่องงาน วลีนี้พูดถึงวิธีหรือทัศนคติโดยรวมในการทำงาน ไม่ใช่งานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ ในโครงสร้าง approach to + คำนาม to เป็นบุพบท ถ้าสิ่งที่ตามมาเป็นการกระทำ ให้ใช้รูป -ing เช่น an approach to managing time

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: We need a more careful approach ____ checking the data。

ดูคำตอบ

to

Yes, we have.

0:39

ใช่ เราต้องทำแบบนั้น

And it has, perhaps,

0:40

และบางทีมันก็อาจจะ

changed our attitude to working flexibly. วลี

0:41

เปลี่ยนทัศนคติของเราเกี่ยวกับการทำงานแบบยืดหยุ่นไปแล้ว

วลี

changed our attitude to working flexibly: เปลี่ยนทัศนคติของเราต่อการทำงานอย่างยืดหยุ่น

changed our attitude to working flexibly หมายถึง ทำให้ความคิดหรือความรู้สึกของเราที่มีต่อแนวคิดการทำงานอย่างยืดหยุ่นเปลี่ยนไป attitude เป็นคำนามที่หมายถึงมุมมอง ความรู้สึก หรือระดับการยอมรับของคนคนหนึ่ง ส่วน to ใช้นำหน้าสิ่งที่ทัศนคตินั้นมีต่อ ในที่นี้ working flexibly หมายถึงแนวทางโดยทั่วไปในการจัดหรือทำงานอย่างยืดหยุ่น ไม่ใช่การทำงานเพียงครั้งเดียว โครงสร้างคือ change someone's attitude to + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า หลักสูตรนั้นเปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อการใช้เทคโนโลยี

  1. The course changed my approach to using technology.
  2. The course changed my attitude to using technology.
  3. The course changed my attitude for using technology.
ดูคำตอบ

The course changed my attitude to using technology.

But even before coronavirus,

0:44

แต่ถึงแม้จะก่อนเกิดโควิด

there was an opportunity to work flexibly, วลี

0:45

มันก็มีโอกาสในการทำงานแบบยืดหยุ่นอยู่แล้ว

and we'll be discussing that soon.

0:48

และเรากำลังจะพูดถึงเรื่องนั้นกันในเร็วๆ นี้

วลี

an opportunity to work flexibly: โอกาสในการทำงานอย่างยืดหยุ่น

An opportunity to work flexibly หมายถึง โอกาสที่จะทำงานโดยมีการจัดเวลา หรือสถานที่ทำงานอย่างยืดหยุ่น โครงสร้างคือ opportunity to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย to work บอกว่าโอกาสนั้นใช้ทำอะไร ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าแม้ก่อนเกิดไวรัสโคโรนา การทำงานอย่างยืดหยุ่นก็เป็นทางเลือกที่ทำได้แล้ว สำนวนนี้บอกว่ามีทางเลือกดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าทุกคนใช้ทางเลือกนั้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษที่หายไปเพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์: The course gives learners an opportunity ____ work with flexible hours.

ดูคำตอบ

to

But there's one thing that can't be changed,

0:51

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไม่ได้เลย

and that's you setting a quiz question.

0:52

นั่นก็คือการที่คุณต้องตั้งคำถามควิซ

Ah, yes.

0:55

อ่า ใช่ครับ

I hadn't forgotten.

0:56

ผมยังไม่ลืม

So, Neil, I know you work very hard.

0:57

เอาล่ะ Neil ฉันรู้ว่าคุณทำงานหนักมาก

But according to data from the Organization for Economic Cooperation and Development, โน้ต

1:00

แต่ตามข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา

the OECD,

1:05

หรือ OECD

วลี

according to data from: การระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

According to data from ใช้เกริ่นข้อความโดยระบุแหล่งที่มาของข้อมูล according to เชื่อมข้อความเข้ากับหลักฐาน ส่วน data from ระบุหน่วยงานหรือรายงานที่จัดทำข้อมูลนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปว่าเป็นหลักฐานจาก OECD ไม่ใช่การคาดเดาส่วนตัว สำนวนนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วย โดยบอกแหล่งที่มาก่อนแล้วจึงบอกข้อความหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ according to data from เพื่อระบุแหล่งที่มาที่ชัดเจนของข้อความ

  1. According to data from I think, bus use has increased.
  2. According to data from the city council, bus use has increased.
  3. According to data from happy, bus use has increased.
ดูคำตอบ

According to data from the city council, bus use has increased.

วัฒนธรรม

the Organization for Economic Cooperation and Development, the OECD: ชื่อเต็มและชื่อย่อ

The Organization for Economic Cooperation and Development เป็นชื่อเต็มที่ให้ไว้ในประโยคนี้ ส่วน the OECD เป็นชื่อย่อ เครื่องหมายจุลภาควางชื่อย่อไว้ข้างชื่อเต็มเพื่อให้ผู้ฟังเชื่อมโยงทั้งสองชื่อได้ หลังจากนั้นผู้พูดก็สามารถพูดเพียงว่า the OECD OECD เป็นองค์การระหว่างประเทศที่จัดตั้งโดยรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ทำหน้าที่รวบรวมและเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายประเทศ การอ้างถึงองค์การนี้ทำให้เข้าใจว่าตัวเลขมาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับสำหรับการเปรียบเทียบระหว่างประเทศ

แบบฝึกหัด

วลี the Organization for Economic Cooperation and Development, the OECD ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกจำนวนชั่วโมงที่อยู่ในข้อมูล
  2. ระบุว่า OECD เป็นชื่อย่อขององค์การที่เพิ่งกล่าวถึง
  3. บอกว่า OECD เป็นประเทศที่แรงงานอาศัยอยู่
ดูคำตอบ

ระบุว่า OECD เป็นชื่อย่อขององค์การที่เพิ่งกล่าวถึง

workers from which country work the longest hours? วลี

1:06

คนงานจากประเทศไหนที่มีชั่วโมงการทำงานยาวนานที่สุด?

วลี

work the longest hours: มีเวลาทำงานสะสมรวมมากที่สุด

Work the longest hours หมายถึงมีเวลาทำงานสะสมรวมมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ คำว่า hours ในที่นี้หมายถึงระยะเวลาทำงานที่สะสม ไม่ใช่เวลาบนนาฬิกาอย่าง three o'clock Long hours เป็นกลุ่มคำนามที่เป็นธรรมชาติสำหรับกล่าวถึงตารางงานที่หนักหรือยาวนาน เมื่อเติม the longest จะกลายเป็นขั้นสูงสุด โดยเปรียบเทียบแรงงานของประเทศหนึ่งกับแรงงานของประเทศอื่นทั้งหมดในกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ work + the longest hours: Of all the departments, the support team ____ during the holiday season.

ดูคำตอบ

works the longest hours

Is it A, South Korea?

1:10

A เกาหลีใต้?

B, Germany?

1:13

B เยอรมนี?

Or C, Mexico?

1:14

หรือ C เม็กซิโก?

Hmm.

1:17

อืม

Well, as I'm not on the list, ไวยากรณ์

1:18

ในเมื่อผมไม่ได้อยู่ในรายชื่อ

let's go for C, Mexico. กริยาวลี

1:19

งั้นผมขอเลือก C เม็กซิโกแล้วกันครับ

ไวยากรณ์

as ที่บอกเหตุผลใน as I'm not on the list

ใน as I'm not on the list คำว่า as ใช้นำเหตุผลของการตัดสินใจที่ตามมา ผู้พูดไม่มีชื่ออยู่ในรายการ จึงเสนอให้เลือกข้อ C ซึ่งก็คือ Mexico as ที่ใช้บอกเหตุผลแบบนี้ทำให้เหตุผลเป็นข้อมูลพื้นหลัง และเน้นใจความหลักที่การตัดสินใจ let's go for C ในที่นี้เข้าใจได้ว่าเหมือน because หรือ since

แบบฝึกหัด

as ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: As I'm not on the list, let's go for C?

  1. บอกว่าผู้พูดเข้ารายการเมื่อใด
  2. เปรียบเทียบผู้พูดกับอีกคนหนึ่ง
  3. บอกเหตุผลของการเลือก
ดูคำตอบ

บอกเหตุผลของการเลือก

กริยาวลี

go for C, Mexico ที่หมายถึง “เลือก”

ใน go for C, Mexico วลี go for หมายถึง “เลือก” โดย C เป็นตัวเลือก และ Mexico คือคำตอบที่ตัวเลือกนั้นแทนอยู่ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปทางใดทางหนึ่งจริง ๆ โครงสร้าง go for + คำนาม ใช้เพื่อตัดสินใจหรือบอกสิ่งที่เลือกแบบไม่เป็นทางการ เช่น คำตอบ อาหาร หรือสินค้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เน้นในบทเรียน: At the café, I'll ____ the tomato soup.

ดูคำตอบ

go for

Okay, Neil.

1:22

โอเค Neil

We'll find out if that's right at the end of the program. โน้ต

1:23

เราจะมาดูว่าคุณตอบถูกไหมในตอนท้ายของรายการ

กริยาวลี

find out: จากยังไม่รู้ไปสู่การรู้คำตอบ

Find out หมายถึงการได้ข้อมูลที่เรายังไม่รู้ โดยมักเกิดจากการตรวจสอบ ถาม รอ หรือดูว่าเกิดอะไรขึ้น ในที่นี้ We'll find out if... บอกว่าจะรู้คำตอบในภายหลัง หลัง find out ใช้ if หรือ whether เมื่อต้องการรู้คำตอบแบบใช่หรือไม่ใช่ หรือใช้คำแสดงคำถามอย่าง why ได้ สำนวนนี้เน้นกระบวนการไปจนได้คำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลี find out: We need to ____ why the alarm stopped.

ดูคำตอบ

find out

วลี

at the end of the program: ระบุเหตุการณ์ในช่วงสุดท้าย

at the end of the program บอกว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใด คือในช่วงสุดท้ายของรายการ ในประโยคนี้ คำตอบถูกเลื่อนไปเปิดเผยในเวลานั้น และช่วยให้ผู้ชมรู้ว่าจะคาดหวังอะไรจากลำดับรายการ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ at the end of + คำนาม ใช้ระบุว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของกิจกรรม ช่วงเวลา หรือสื่อชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าจะตอบคำถามในช่วงสุดท้ายของการประชุม? We'll answer questions ___.

  1. by the end of the meeting
  2. at the end of the meeting
  3. in the end
ดูคำตอบ

at the end of the meeting

But let's talk more about flexible working now. ลำดับความ

1:26

แต่ตอนนี้เรามาคุยเรื่องการทำงานแบบยืดหยุ่นกันต่อดีกว่า

ลำดับความ

let's talk more about ... เพื่อกลับไปและขยายหัวข้อ

Let's talk more about flexible working ใช้ let's เพื่อชวนผู้ฟังเข้าสู่ช่วงถัดไปของการสนทนาด้วยกัน ส่วน more about แสดงว่าเคยกล่าวถึง flexible working มาแล้ว และตอนนี้จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดขึ้น ในประโยคนี้ But และ now ยังช่วยส่งสัญญาณว่ากำลังกลับเข้าสู่วาระหลัก ดังนั้นสำนวนนี้จึงทำหน้าที่จัดลำดับการสนทนา ไม่ได้เป็นเพียงการชวนคุยเล่น ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ "let's talk more about flexible working now" เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?

  1. กลับไปที่หัวข้อการทำงานแบบยืดหยุ่นและขยายความต่อ
  2. ยุติการสนทนาเรื่องการทำงานแบบยืดหยุ่น
  3. แก้ไขความหมายของ flexible working
ดูคำตอบ

กลับไปที่หัวข้อการทำงานแบบยืดหยุ่นและขยายความต่อ

Different countries have different laws about working flexibly.

1:29

แต่ละประเทศมีกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานที่ยืดหยุ่นแตกต่างกันไป

But here in the UK,

1:33

แต่ที่นี่ในสหราชอาณาจักร

for the last 14 years,

1:34

ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา

employees, workers,

1:36

ลูกจ้าง คนทำงาน

have had the right to request flexible working. วัฒนธรรม

1:38

มีสิทธิ์ที่จะขอทำงานแบบยืดหยุ่นได้

วัฒนธรรม

the right to request flexible working: สิทธิในการขอ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะอนุมัติ

ใน the right to request flexible working คำว่า right เป็นคำนาม หมายถึงสิ่งที่กฎหมายหรือกฎอย่างเป็นทางการอนุญาตให้บุคคลทำได้ ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” โครงสร้าง the right to + คำกริยา ใช้ระบุการกระทำที่บุคคลนั้นมีสิทธิทำ ในที่นี้ การกระทำนั้นคือ request flexible working หรือการขอรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำขอตามขั้นตอนที่เหมาะสม แต่ข้อความนี้ไม่ได้บอกว่าทุกคำขอจะได้รับอนุมัติ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับความหมายของ "employees have the right to request flexible working" มากที่สุด?

  1. ลูกจ้างสามารถยื่นขอการทำงานแบบยืดหยุ่นอย่างเป็นทางการได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะได้รับอนุมัติ
  2. ลูกจ้างเป็นฝ่ายถูกเสมอเมื่อทำงานตามเวลาที่ยืดหยุ่น
  3. ลูกจ้างได้รับการรับประกันว่าจะได้รูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่นใด ๆ ที่เลือก
ดูคำตอบ

ลูกจ้างสามารถยื่นขอการทำงานแบบยืดหยุ่นอย่างเป็นทางการได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะได้รับอนุมัติ

But what does it mean to work flexibly? ลำดับความ

1:42

แต่การทำงานแบบยืดหยุ่นนั้นหมายถึงอะไรล่ะ?

ลำดับความ

What does it mean to work flexibly? เพื่อเปิดการให้คำจำกัดความ

ในที่นี้ But what does it mean to work flexibly? เปลี่ยนการพูดจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่การให้คำจำกัดความ คำว่า But แสดงว่าข้อมูลก่อนหน้ายังไม่ได้ตอบคำถามเชิงปฏิบัติว่า การทำงานอย่างยืดหยุ่นครอบคลุมอะไรบ้าง โครงสร้าง What does it mean to + คำกริยา...? ใช้ถามความหมายที่แท้จริง ข้อกำหนด หรือผลที่ตามมาของการกระทำหรือแนวคิด จึงใช้เปิดการอธิบายแนวคิดนามธรรมได้

แบบฝึกหัด

คำถามนี้ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?

  1. ตรวจสอบการสะกดคำว่า flexibly
  2. เปิดการอธิบายว่าการทำงานแบบยืดหยุ่นครอบคลุมอะไรบ้างในทางปฏิบัติ
  3. ถามว่าผู้ฟังชอบทำงานจากบ้านหรือไม่
ดูคำตอบ

เปิดการอธิบายว่าการทำงานแบบยืดหยุ่นครอบคลุมอะไรบ้างในทางปฏิบัติ

Sarah Jackson is a workplace consultant and visiting professor at Cranfield University School of Management. การใช้คำ

1:44

Sarah Jackson เป็นที่ปรึกษาด้านสถานที่ทำงาน และเป็นศาสตราจารย์รับเชิญที่วิทยาลัยการจัดการแห่งมหาวิทยาลัยแครนฟิลด์

การใช้คำ

workplace consultant: คำนามบอกสาขาที่วางหน้าชื่ออาชีพ

ใน workplace consultant คำว่า consultant เป็นคำนามหลักที่บอกอาชีพ ส่วน workplace เป็นคำนามที่วางไว้ข้างหน้าเพื่อระบุสาขาของที่ปรึกษา ได้แก่ สภาพแวดล้อมในการทำงาน แนวทางการทำงาน และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน โครงสร้าง คำนาม + ชื่ออาชีพ แบบนี้พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษ เช่น career coach และ business analyst คำนามตัวแรกใช้จำแนกประเภทของผู้เชี่ยวชาญ โดยปกติไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นกำลังยืนหรือทำงานอยู่ที่ใดในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ชื่อตำแหน่งใดหมายถึงที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านแนวทางและสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยตรงที่สุด?

  1. a workplace consultant
  2. a visiting professor
  3. a workplace assistant
ดูคำตอบ

a workplace consultant

She spoke to BBC Radio 4's Woman's Hour program วัฒนธรรม

1:51

เธอได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Woman's Hour ของ BBC Radio 4

about what it means exactly.

1:54

เกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของมัน

วัฒนธรรม

รายการ Woman's Hour ของ BBC Radio 4 ในฐานะแหล่งที่มาของบทสัมภาษณ์

BBC Radio 4 เป็นสถานีวิทยุของ BBC ในสหราชอาณาจักร และ Woman's Hour เป็นชื่อรายการหนึ่งของสถานี รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Radio 4's เชื่อมสถานีเข้ากับชื่อรายการ ชื่อนี้บอกที่มาของข้อมูลว่าเธอกำลังพูดในการสัมภาษณ์ทางวิทยุ ไม่ใช่ในการสนทนาส่วนตัวทั่วไป จึงช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าคำอธิบายต่อจากนี้มาจากเนื้อหาการสัมภาษณ์

แบบฝึกหัด

BBC Radio 4's Woman's Hour program บอกอะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นชื่อของนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น
  2. เป็นชื่อบริษัทที่เธอทำงานอยู่
  3. แสดงว่าข้อมูลมาจากการสัมภาษณ์ในรายการวิทยุของ BBC
ดูคำตอบ

แสดงว่าข้อมูลมาจากการสัมภาษณ์ในรายการวิทยุของ BBC

Because of the pandemic now,

1:58

เพราะผลกระทบจากการระบาดใหญ่ในตอนนี้

everybody thinks that flexible working means working from home. ลำดับความ

1:59

ทุกคนเลยคิดว่าการทำงานแบบยืดหยุ่นหมายถึงการทำงานจากที่บ้าน

It doesn't.

2:03

แต่มันไม่ใช่เลย

ลำดับความ

It doesn't: การปฏิเสธคำกล่าวว่า flexible working means working from home

ประโยคแรกเสนอความเชื่อที่พบบ่อยราวกับเป็นคำนิยามว่า flexible working means working from home จากนั้นคำตอบสั้น ๆ ว่า It doesn't ก็ปฏิเสธคำนิยามนั้นทันที ก่อนจะไปสู่คำอธิบายที่กว้างขึ้น ในที่นี้ It หมายถึง flexible working และ doesn't ใช้แทน doesn't mean working from home ผู้พูดกำลังบอกว่าสองแนวคิดนี้ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่การทำงานจากบ้านก็ยังอาจเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำงานแบบยืดหยุ่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำแก้ให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบสองคำเดิม: Some people think being busy means being productive. ____.

ดูคำตอบ

It doesn't

It's about common sense. การใช้คำ

2:04

มันเป็นเรื่องของสามัญสำนึกต่างหาก

การใช้คำ

common sense ในความหมายของการใช้วิจารณญาณในทางปฏิบัติ

ในที่นี้ common sense หมายถึงความสามารถในการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลและใช้ได้จริง โดยอาศัยความรู้ในชีวิตประจำวันและข้อเท็จจริงตรงหน้า ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกที่บังเอิญพบได้ทั่วไป โครงสร้าง It's about + นามวลี ใช้ชี้ประเด็นหรือหลักสำคัญ ดังนั้น It's about common sense. จึงบอกว่าการใช้วิจารณญาณที่เหมาะสมคือสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Choosing a well-lit route home is common sense," common sense หมายถึงอะไร

  1. การตัดสินใจที่สมเหตุสมผลและใช้ได้จริง
  2. กฎอย่างเป็นทางการที่เขียนไว้ในกฎหมาย
  3. ความรู้สึกที่หลายคนมีร่วมกัน
ดูคำตอบ

การตัดสินใจที่สมเหตุสมผลและใช้ได้จริง

What does the job need in terms of when, วลี

2:05

งานนี้ต้องการอะไรในแง่ของเวลา

where,

2:07

สถานที่

how, long?

2:07

อย่างไร และนานแค่ไหน?

วลี

ใช้ in terms of เพื่อเกริ่นมิติที่พิจารณา

ในที่นี้ in terms of ใช้เกริ่นถึงแง่มุมเฉพาะที่นำมาพิจารณางาน คำแสดงคำถามที่ตามมาทำหน้าที่เหมือนชื่อของแต่ละมิติ ได้แก่ เวลา สถานที่ วิธีการ และระยะเวลา โครงสร้างคือ in terms of + แง่มุมหรือหมวดหมู่ ใช้จำกัดคำถามกว้าง ๆ ให้เฉพาะเจาะจงขึ้น โดยบอกผู้ฟังว่าควรพิจารณาส่วนใดของหัวข้อ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่มีสามคำลงในประโยค: The two designs differ ____ cost and durability.

ดูคำตอบ

in terms of

And what do you need?

2:08

แล้วตัวคุณล่ะต้องการอะไร?

What does your family need?

2:09

ครอบครัวของคุณต้องการอะไร?

And how do the two match? การใช้คำ

2:10

แล้วทั้งสองส่วนนี้จะเข้ากันได้อย่างไร?

การใช้คำ

“How do the two match?” เพื่อประสานความต้องการ

ในคำถามนี้ the two หมายถึงความต้องการของคุณเองและของครอบครัว ส่วน match หมายถึงเข้ากันได้หรือทำงานร่วมกันได้ในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายความว่าความต้องการทั้งสองต้องเหมือนกันทุกอย่าง คำถามนี้ถามว่าจะวางแผนอย่างไรให้รองรับความต้องการทั้งสองฝ่ายได้ การใช้ match ในความหมายนี้ยังใช้เมื่อเปรียบเทียบตารางเวลา ข้อกำหนด หรือแผนต่าง ๆ เพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ How do the two match? ถามถึงอะไร

  1. ความต้องการทั้งสองฝ่ายจะสอดคล้องกันได้อย่างไร
  2. ทั้งสองฝ่ายจะแข่งขันกันได้อย่างไร
  3. จะทำให้ความต้องการทั้งสองฝ่ายเหมือนกันทุกอย่างได้อย่างไร
ดูคำตอบ

ความต้องการทั้งสองฝ่ายจะสอดคล้องกันได้อย่างไร

So flexibility really means having some choice and control วลี

2:11

ดังนั้นความยืดหยุ่นจึงหมายถึงการมีทางเลือกและการควบคุม

over when, where, and how long you work, ลำดับความ

2:15

ว่าจะทำงานเมื่อไหร่ ที่ไหน และนานแค่ไหน

and agreeing that with your manager. วลี

2:18

และการตกลงเรื่องนั้นกับหัวหน้าของคุณ

วลี

“having some choice and control over” เรื่องที่ต้องตัดสินใจ

ในรูปแบบ have some choice and control over + คำนามหรืออนุประโยคคำถาม choice หมายถึงการมีตัวเลือก ส่วน control หมายถึงการมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์หรือตัดสินผลลัพธ์ได้ over ใช้เชื่อมไปยังเรื่องที่ได้รับผลจากการเลือกหรือควบคุม ในประโยคนี้ when, where, and how long you work เป็นอนุประโยคคำถามสามส่วนที่ใช้ over ร่วมกัน วลีทั้งหมดอธิบายว่าความยืดหยุ่นคือการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับส่วนเหล่านี้ของการจัดการงาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงอำนาจแบบมีขอบเขตในการเลือกและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ: Team members should have some ____ when they work.

ดูคำตอบ

choice and control over

ลำดับความ

when, where, and how long you work ในฐานะรายการสามมิติ

when, where และ how long เป็นส่วนที่ใช้คำบอกคำถามแบบขนานกันสามส่วน โดยระบุเวลา สถานที่ และระยะเวลาของการทำงาน เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจึงแสดงได้ชัดว่าส่วนใดของรูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงได้ รายการแบบขนานเช่นนี้ช่วยจัดระเบียบคำนิยามหรือการจำแนกที่เป็นนามธรรมให้เป็นคำถามชัดเจนว่า เมื่อไร ที่ไหน และนานเท่าไร

แบบฝึกหัด

ในคำนิยามนี้ when, where, and how long you work ทำหน้าที่อะไร?

  1. แจกแจงสามมิติที่แตกต่างกันของการทำงานแบบยืดหยุ่น
  2. บอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนได้มีเพียงความยาวของวันทำงาน
  3. ถามผู้ฟังโดยตรงสามคำถาม
ดูคำตอบ

แจกแจงสามมิติที่แตกต่างกันของการทำงานแบบยืดหยุ่น

วลี

agreeing that with your manager: การตกลงเรื่องหนึ่งกับใครบางคน

ใน agreeing that with your manager คำว่า that อ้างกลับไปถึงตัวเลือกว่าจะทำงานเมื่อไร ที่ไหน และนานเท่าไร โครงสร้างคือ agree something with someone ซึ่งหมายถึงการหารือหรือยืนยันแผนร่วมกันจนทั้งสองฝ่ายยอมรับ agree ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงมีความคิดเห็นตรงกัน แต่แสดงว่าต้องตกลงรูปแบบการทำงานร่วมกับผู้จัดการ ไม่ใช่ให้พนักงานตัดสินใจฝ่ายเดียว โครงสร้างที่รับกรรมตรงเช่นนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบบริติช agree something with someone และคำว่า the seating plan เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We need to agree ____ the organizer before the event.

ดูคำตอบ

the seating plan with

So flexible working is not just working from home, ลำดับความ

2:21

ดังนั้นการทำงานที่ยืดหยุ่นจึงไม่ใช่แค่การทำงานจากบ้าน

ลำดับความ

is not just working from home: ขยายขอบเขตของคำจำกัดความ

ในประโยคนี้ is not just working from home ปฏิเสธคำจำกัดความที่แคบเกินไป การทำงานจากที่บ้านอาจเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำงานแบบยืดหยุ่น แต่ไม่ได้ครอบคลุมทั้งแนวคิด โครงสร้าง X is not just Y เริ่มจากยกตัวอย่างที่คุ้นเคย แล้วชี้ว่า X มีขอบเขตกว้างกว่า Y โครงสร้างนี้ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีตัวอย่างอื่นหรือคำอธิบายที่กว้างขึ้นตามมา แม้ but also จะไม่ได้ตามมาทันที

แบบฝึกหัด

ประโยค “Flexible working is not just working from home” สื่อว่าอะไร

  1. การทำงานจากที่บ้านไม่ใช่รูปแบบหนึ่งของการทำงานแบบยืดหยุ่น
  2. การทำงานแบบยืดหยุ่นครอบคลุมมากกว่าการทำงานจากที่บ้าน
  3. การทำงานจากที่บ้านเป็นรูปแบบเดียวของการทำงานแบบยืดหยุ่น
ดูคำตอบ

การทำงานแบบยืดหยุ่นครอบคลุมมากกว่าการทำงานจากที่บ้าน

something we've got used to during the pandemic. วลี

2:25

ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันในช่วงการระบาดใหญ่

วลี

got used to: เริ่มคุ้นเคย

ในที่นี้ we've got used to หมายถึงเราเริ่มคุ้นเคยแล้ว กล่าวคือ การทำงานจากที่บ้านกลายเป็นเรื่องคุ้นเคยจากประสบการณ์ในช่วงการระบาดใหญ่ got เป็นส่วนหนึ่งของ present perfect ใน we've got used to ดังนั้นวลีนี้จึงเชื่อมกระบวนการปรับตัวนั้นกับปัจจุบัน ในโครงสร้าง get used to something คำว่า to เป็นคำบุพบท หลังจากนั้นใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เช่น get used to the noise, get used to it, get used to working remotely ในประโยคนี้ something ย้อนกลับไปหมายถึง working from home

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get used to: At first, online meetings felt strange, but after a month I ____ having them every morning.

ดูคำตอบ

got used to

It is about common sense,

2:27

แต่มันเป็นเรื่องของสามัญสำนึก

using our judgment to make sensible decisions. วลี

2:29

การใช้วิจารณญาณของเราในการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล

วลี

การใช้วิจารณญาณของเราเพื่อตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล

วลีนี้อธิบายว่าสามัญสำนึกแสดงออกในการกระทำอย่างไร using our judgment หมายถึงการใช้ความสามารถของเราเองในการประเมินสถานการณ์ ส่วน make sensible decisions หมายถึงการเลือกสิ่งที่ฉลาด ใช้ได้จริง และมีเหตุผล วลี -ing หลังเครื่องหมายจุลภาคขยายความ common sense ไม่ได้กล่าวถึงอีกเหตุการณ์หนึ่ง ใน using our judgment to make... รูป to-infinitive บอกว่าใช้วิจารณญาณไปเพื่อทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคนคนหนึ่งควรประเมินสถานการณ์และเลือกอย่างฉลาด

  1. ทำตามแผนเดิมโดยไม่พิจารณาสถานการณ์
  2. มองการตัดสินใจนั้นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน
  3. Use your judgment to make a sensible decision.
ดูคำตอบ

Use your judgment to make a sensible decision.

So requesting to work for 2 hours a day is not sensible, ไวยากรณ์

2:33

ดังนั้นการขอทำงานแค่ 2 ชั่วโมงต่อวันจึงไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก

ไวยากรณ์

requesting to work for 2 hours a day is: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

requesting to work for 2 hours a day เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน requesting ใช้เรียกการกระทำที่เป็นการขอ ส่วน to work for 2 hours a day เติมเนื้อหาว่าขออะไร วลีทั้งหมดจึงหมายถึงการยื่นคำขอนี้ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดประเมินการกระทำแทนที่จะตัดสินตัวบุคคลโดยตรง วลี gerund ที่หมายถึงกิจกรรมหนึ่งอย่างโดยทั่วไปใช้กริยาเอกพจน์ จึงใช้ is ไม่ใช่ are

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานเอกพจน์อย่างถูกต้องเพื่อประเมินคำขอ

  1. Requesting an extra day is reasonable in this situation.
  2. Requesting an extra day are reasonable in this situation.
  3. Request an extra day is reasonable in this situation.
ดูคำตอบ

Requesting an extra day is reasonable in this situation.

but being able to work from 12 until 8 instead of 9 to 5 might be. วัฒนธรรม

2:36

แต่การขอทำงานตั้งแต่เที่ยงถึงสองทุ่มแทนที่จะเป็นเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นอาจจะสมเหตุสมผล

วัฒนธรรม

9 to 5 ในความหมายว่าเวลาทำงานสำนักงานตามปกติ

ในการพูดคุยเรื่องงาน 9 to 5 เป็นคำเรียกสั้น ๆ ของเวลาทำงานสำนักงานช่วงกลางวันแบบทั่วไป คือประมาณ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงงานสำนักงานทั่วไปที่มีเวลาเข้าออกแน่นอน แต่ไม่ใช่ตารางเวลาสากลที่ทุกแห่งต้องใช้ ในประโยคนี้ from 12 until 8 ถูกนำมาเทียบกับ 9 to 5 ประเด็นคือความยืดหยุ่นอาจหมายถึงการเลื่อนช่วงเวลาทำงานที่ยาวเท่าเดิมไปเป็นเวลาอื่นของวัน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำงานน้อยชั่วโมงลง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Maya wants to work 9 to 5. 9 to 5 หมายถึงอะไร?

  1. กะกลางคืนที่ยาวห้าชั่วโมง
  2. เวลาทำงานสำนักงานช่วงกลางวันแบบทั่วไป
  3. งานใด ๆ ที่เริ่มตอนห้าโมง
ดูคำตอบ

เวลาทำงานสำนักงานช่วงกลางวันแบบทั่วไป

Of course,

2:41

แน่นอนว่า

this depends on the needs of the business, วลี

2:41

สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจ

วลี

depends on the needs of the business: ขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจ

depends on หมายความว่าผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือความเป็นไปได้ถูกกำหนดโดยเงื่อนไขอีกอย่างหนึ่ง กลุ่มคำนามที่ตามหลัง on จะระบุว่าเงื่อนไขนั้นคืออะไร ในที่นี้ the needs of the business หมายถึงความต้องการที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินองค์กร เช่น จำนวนพนักงาน เวลาเปิดทำการ หรือความต้องการของลูกค้า ถ้อยคำนี้สื่อว่าการจัดรูปแบบการทำงานไม่สามารถตัดสินจากความต้องการส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ depend on: The final schedule ____ the needs of the team.

ดูคำตอบ

depends on

and as Sarah said,

2:44

และอย่างที่ Sarah บอก

you need to match your needs with that of the business. วลี

2:45

คุณต้องปรับความต้องการของคุณให้เข้ากับความต้องการของธุรกิจด้วย

วลี

match your needs with that of the business: ปรับความต้องการของคุณให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ

ในที่นี้ match A with B หมายถึงการปรับสองฝ่ายให้ทำงานร่วมกันได้ ความต้องการของคุณจะถูกพิจารณาควบคู่กับความต้องการของธุรกิจ และทั้งสองฝ่ายอาจต้องปรับตัว ไม่ได้หมายความว่าความต้องการทั้งสองชุดเหมือนกันหรือควรตอบสนองเฉพาะความต้องการของคุณ ใน that of the business คำว่า that ตั้งใจใช้แทน the needs แต่ needs เป็นพหูพจน์ ดังนั้นภาษาอังกฤษมาตรฐานที่รอบคอบมักใช้ those เป็น match your needs with those of the business ส่วน that of ใช้แทนคำนามเอกพจน์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ match ... with ... เติมประโยคเกี่ยวกับการปรับทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการ: We need to ____ our staffing levels ____ customer demand.

ดูคำตอบ

match · with

Match here means to work equally on both sides.

2:48

การปรับให้เข้ากัน (Match) ในที่นี้หมายถึงการทำงานที่สมดุลกันทั้งสองฝ่าย

Getting the working conditions that suit you วลี

2:51

การจะได้สภาพการทำงานที่เหมาะสมกับคุณ

วลี

working conditions that suit you: สภาพการทำงานที่เหมาะกับคุณ

Working conditions หมายถึงข้อกำหนดและสภาพจริงของงาน เช่น เวลาทำงาน สถานที่ สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และกฎต่าง ๆ อนุประโยคสัมพันธ์ that suit you ขยาย working conditions เมื่อการจัดการหรือเงื่อนไขบางอย่าง suits you หมายความว่าสิ่งนั้นเหมาะหรือสะดวกกับความต้องการและสถานการณ์ของคุณ ในที่นี้ suit ตามด้วยคนโดยตรง: the conditions suit you

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ suit someone: This plan has three payment options. Choose the one that ____.

ดูคำตอบ

suits you

does require some negotiation with your manager. โน้ต

2:53

จำเป็นต้องมีการเจรจากับหัวหน้าของคุณบ้าง

ไวยากรณ์

does require: การเน้นประโยคบอกเล่าด้วย does + กริยารูปพื้นฐาน

does require เป็นรูปบอกเล่าแบบเน้นย้ำของ requires โดยกริยาช่วย does เพิ่มความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “แน่นอน” ทำให้ประโยคนี้เน้นว่าการเจรจาเป็นสิ่งจำเป็นจริง นอกจากนี้ยังแสดงข้อจำกัดตามความเป็นจริงว่า แม้จะขอสภาพการทำงานที่เหมาะสมได้ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หลัง does คำว่า require ต้องคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน อนุประโยค -ing ทั้งหมด Getting the working conditions that suit you ทำหน้าที่เป็นประธานเอกพจน์ ดังนั้นในรูปปัจจุบันจึงใช้ does require ไม่ใช่ do require หรือ does requires

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นย้ำของ require: The job looks easy, but it ____ careful planning.

ดูคำตอบ

does require

วลี

some negotiation with your manager: การเจรจากับอีกฝ่าย

some negotiation with your manager หมายถึงการพูดคุยกับผู้จัดการในระดับหนึ่งเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ยอมรับได้ ในที่นี้ negotiation เป็นคำนามนับไม่ได้ที่กล่าวถึงกระบวนการ ดังนั้น some จึงหมายถึง “ในระดับหนึ่ง” ไม่ใช่การเจรจาหลายครั้งที่แยกจากกัน with ระบุอีกฝ่ายที่เข้าร่วมการพูดคุย วลีนี้แสดงว่าสภาพการทำงานไม่ได้ตัดสินโดยฝ่ายเดียว และอาจต้องมีการปรับหรือหาข้อตกลงร่วมกัน คำว่า negotiation เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึงการทะเลาะหรือการต่อรองแบบเป็นศัตรู

แบบฝึกหัด

“some negotiation with your manager” ในประโยคนี้สื่อความหมายใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. คุณสามารถตัดสินใจเรื่องสภาพการทำงานได้เองโดยไม่ต้องบอกผู้จัดการ
  2. คุณต้องพูดคุยเรื่องเงื่อนไขกับผู้จัดการและพยายามหาข้อตกลงที่ยอมรับได้
  3. ผู้จัดการของคุณปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว
ดูคำตอบ

คุณต้องพูดคุยเรื่องเงื่อนไขกับผู้จัดการและพยายามหาข้อตกลงที่ยอมรับได้

You need agreement from him or her.

2:56

คุณต้องได้รับความเห็นชอบจากเขาหรือเธอ

And that can be difficult if your manager is inflexible, การใช้คำ

2:59

และนั่นอาจเป็นเรื่องยากถ้าหัวหน้าของคุณเป็นคนไม่ยืดหยุ่น

not willing to change.

3:02

ไม่เต็มใจที่จะปรับเปลี่ยน

การใช้คำ

inflexible: ไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนหรือปรับตัว

ในที่นี้ inflexible หมายถึง “ไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนหรือปรับตัว” วลี not willing to change ที่ตามมาเป็นการกล่าวความหมายของคำคุณศัพท์นี้ซ้ำโดยตรง จึงทำให้ความหมายที่ต้องการในประโยคชัดเจนขึ้น เมื่อใช้ inflexible บรรยายคน กฎ ตารางเวลา หรือระบบ คำนี้จะเน้นว่าแทบไม่มีพื้นที่ให้ปรับเปลี่ยน และมักสื่อว่าการขาดความยืดหยุ่นนั้นกำลังทำให้เกิดปัญหา

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ inflexible บอกอะไรเกี่ยวกับผู้จัดการคนนี้

  1. ผู้จัดการให้คำสั่งที่ชัดเจน
  2. ผู้จัดการไม่เต็มใจที่จะปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลง
  3. ผู้จัดการคาดหวังให้งานเสร็จอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

ผู้จัดการไม่เต็มใจที่จะปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลง

But of course,

3:04

แต่แน่นอนว่า

in the UK at least, ลำดับความ

3:04

อย่างน้อยในสหราชอาณาจักร

an employee has a right to request flexible working,

3:06

พนักงานมีสิทธิ์เรียกร้องขอทำงานแบบยืดหยุ่นได้

and this must be considered by the employer. ไวยากรณ์

3:09

และนายจ้างจะต้องนำเรื่องนี้ไปพิจารณา

ลำดับความ

in the UK at least: จำกัดขอบเขตของข้อความ

in the UK บอกว่าข้อความนี้ใช้กับที่ใด ส่วน at least ระบุว่าสถานที่นี้เป็นขอบเขตขั้นต่ำที่ผู้พูดยืนยันได้อย่างมั่นใจ เมื่อรวมกัน in the UK at least หมายถึง “เรื่องนี้เป็นจริงในสหราชอาณาจักร ไม่ว่าสถานการณ์ที่อื่นจะเป็นอย่างไร” คำระบุขอบเขตนี้ช่วยป้องกันการสรุปกว้างเกินไป ไม่ได้บอกว่าสหราชอาณาจักรเป็นที่เดียวที่มีสิทธินี้ แต่เปิดไว้ว่าในประเทศอื่นอาจมีหรือไม่มีก็ได้

แบบฝึกหัด

in the UK at least ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่ามีเพียงสหราชอาณาจักรที่มีสิทธินี้
  2. จำกัดข้อความไว้ที่สหราชอาณาจักร โดยไม่ตัดสินสถานการณ์ในประเทศอื่น
  3. บอกจำนวนขั้นต่ำของลูกจ้างในสหราชอาณาจักร
ดูคำตอบ

จำกัดข้อความไว้ที่สหราชอาณาจักร โดยไม่ตัดสินสถานการณ์ในประเทศอื่น

ไวยากรณ์

must be considered by the employer: หน้าที่ในรูปถูกกระทำ

must be considered ใช้โครงสร้างกริยาช่วย must + be + กริยาช่อง 3 เป็นรูปถูกกระทำ โดย this หมายถึงคำขอของลูกจ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการพิจารณา ส่วน by the employer ระบุผู้รับผิดชอบ ในข้อบังคับหรือข้อความทางกฎหมาย รูปถูกกระทำนี้เน้นการกระทำที่จำเป็นต้องทำ หมายความว่านายจ้างมีหน้าที่พิจารณาคำขอ แต่ไม่ได้หมายความว่านายจ้างต้องอนุมัติคำขอ

แบบฝึกหัด

เติมกฎด้วยโครงสร้างหน้าที่แบบถูกกระทำที่ตรงกับในบทเรียน: Every request ____ by the employer.

ดูคำตอบ

must be considered

This law initially was just for parents with a child younger than 6 years old

3:12

แต่เดิมกฎหมายนี้มีไว้สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอายุต่ำกว่า 6 ขวบเท่านั้น

or a disabled child less than 18.

3:16

หรือมีเด็กพิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

But since 2014, วัฒนธรรม

3:18

แต่ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา

everyone has the right to request flexible working,

3:20

ทุกคนมีสิทธิ์ขอทำงานแบบยืดหยุ่นได้

and that includes men.

3:24

ซึ่งนั่นก็รวมถึงผู้ชายด้วย

วัฒนธรรม

ตั้งแต่ปี 2014 ทุกคนมีสิทธิขอรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น

But แสดงการเปลี่ยนจากกฎเดิมที่มีขอบเขตแคบกว่า since 2014 ระบุจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ใหม่ และ everyone แสดงว่าสิทธิในการขอรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นได้ขยายออกไปนอกเหนือจากพ่อแม่ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ has the right to request หมายความว่าคนที่อยู่ภายใต้กฎมีสิทธิยื่นคำขออย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้รับประกันว่าทุกคำขอจะได้รับอนุมัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงอะไร?

  1. ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา คำขอทำงานแบบยืดหยุ่นทุกคำขอต้องได้รับอนุมัติ
  2. ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา สิทธิในการยื่นคำขอทำงานแบบยืดหยุ่นเริ่มใช้กับคนในวงกว้างขึ้นมาก
  3. มีเพียงคำขอที่ยื่นในปี 2014 เท่านั้นที่สามารถนำมาพิจารณาได้
ดูคำตอบ

ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา สิทธิในการยื่นคำขอทำงานแบบยืดหยุ่นเริ่มใช้กับคนในวงกว้างขึ้นมาก

Which is an important point,

3:26

ซึ่งนับเป็นประเด็นที่สำคัญมาก

as Sarah Jackson explains.

3:27

อย่างที่ Sarah Jackson ได้อธิบายไว้

Fewer men seem to have their requests for flexible working accepted. ไวยากรณ์

3:29

ดูเหมือนว่าผู้ชายที่ได้รับการอนุมัติคำขอทำงานแบบยืดหยุ่นจะมีจำนวนน้อยกว่า

ไวยากรณ์

Fewer men: fewer กับคำนามนับได้พหูพจน์

ใน fewer men คำว่า fewer ขยายคำนามนับได้พหูพจน์ men และหมายถึงผู้ชายที่มีจำนวนน้อยกว่า fewer เป็นรูปเปรียบเทียบที่ใช้กับคนหรือสิ่งของที่นับแยกเป็นรายคนหรือชิ้นได้ กลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบอาจระบุไว้โดยตรงหรือเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้จำนวนผู้ชายน้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายแต่ละคน “น้อยลง” ในด้านใดด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติม fewer หรือ less ให้สมบูรณ์: There were ____ applicants this year than last year.

ดูคำตอบ

fewer

ไวยากรณ์

have their requests ... accepted: have + กรรม + กริยาช่องที่ 3

have their requests for flexible working accepted ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่ 3 โดย their requests เป็นกรรมที่ได้รับผลจากการกระทำ และ accepted บอกสภาพผลลัพธ์ว่ามีผู้อื่นรับหรืออนุมัติคำขอเหล่านั้น have ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “มีไว้ในครอบครอง” โครงสร้างนี้เน้นการทำให้เกิด การจัดให้เกิด หรือการประสบผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับกรรม ในประโยคนี้เป็นการรายงานผลว่าคำขอได้รับอนุมัติ ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายเหล่านั้นเป็นผู้รับคำขอเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ approve: She had her visa application ____ yesterday.

ดูคำตอบ

approved

Let's find out why.

3:33

เรามาหาคำตอบกันว่าทำไม

Men, when they do ask, ไวยากรณ์

3:36

เมื่อผู้ชายเป็นฝ่ายขอ

are more likely to be turned down. กริยาวลี

3:37

มักจะมีแนวโน้มที่จะถูกปฏิเสธมากกว่า

ไวยากรณ์

when they do ask: do ที่ใช้เน้น

ในประโยคบอกเล่า they do ask คำว่า do ใช้เน้น ask หมายความว่าพวกเขาขอจริง ๆ ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือเพิ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่ง do ที่ใช้เน้นแบบนี้มักใช้แก้หรือโต้แย้งข้อสันนิษฐาน ในที่นี้ when they do ask นำเสนอว่าการขอนั้นเกิดขึ้นจริง แม้บางคนอาจคิดว่าแทบไม่เกิดขึ้นก็ตาม หลัง do ที่ใช้เน้นต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน คือ do ask ไม่ใช่ do asks

แบบฝึกหัด

ใช้ do แบบเน้นเพื่อย้ำว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง: Some people seem quiet, but they ____ for help when they need it.

ดูคำตอบ

do ask

กริยาวลี

more likely to be turned down: มีแนวโน้มที่จะถูกปฏิเสธมากกว่า

More likely to หมายถึง 'มีโอกาสมากกว่า' โครงสร้างคือ more likely to + กริยารูปพื้นฐาน Be turned down เป็นรูปถูกกระทำของ turn down เมื่อใช้กับคำขอ ใบสมัคร ข้อเสนอ หรือแผนงาน turn down หมายถึง 'ปฏิเสธ' ดังนั้นผู้ที่ยื่นคำขอจึงมีโอกาสได้รับคำตอบปฏิเสธมากกว่า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหันลงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

turned down ใน 'The committee turned down Maya's proposal' หมายถึงอะไร?

  1. ลดข้อเสนอนั้นลง
  2. เลื่อนข้อเสนอนั้นออกไป
  3. ปฏิเสธข้อเสนอนั้น
ดูคำตอบ

ปฏิเสธข้อเสนอนั้น

So there's a real bias there in the system. การใช้คำ

3:39

ดังนั้นมันจึงมีความลำเอียงเกิดขึ้นจริงในระบบ

การใช้คำ

real bias there in the system: อคติที่มีอยู่จริงในระบบ

real bias in the system หมายถึงมีแนวโน้มที่ไม่เป็นธรรมอยู่ในกฎ ขั้นตอน หรือรูปแบบการตัดสินใจที่เกิดซ้ำ ๆ ไม่ใช่เพียงทัศนคติที่ไม่ดีของคนคนเดียว แนวโน้มนี้อาจทำให้คนต่างกลุ่มได้รับการปฏิบัติหรือผลลัพธ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน real ทำให้คำกล่าวหนักแน่นขึ้น กล่าวคือ ผู้พูดมองว่ารูปแบบที่ไม่เป็นธรรมนี้มีอยู่จริงและมีความสำคัญ ส่วน there ย้อนกลับไปชี้ถึงระบบที่กำลังพูดถึงและระบุว่าปัญหาอยู่ในระดับนั้น

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า There is real bias in the system. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. กฎหรือกระบวนการเอื้อประโยชน์หรือทำให้บางคนเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม
  2. ระบบคอมพิวเตอร์หยุดทำงาน
  3. คนคนหนึ่งมีความชอบส่วนตัวตามปกติ
ดูคำตอบ

กฎหรือกระบวนการเอื้อประโยชน์หรือทำให้บางคนเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม

And so what... the most important thing that needs to happen here, ลำดับความ

3:42

และสิ่งที่... สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องเกิดขึ้นที่นี่

I think, is for employers to really actively start saying to their men, ไวยากรณ์

3:45

ฉันคิดว่า นายจ้างควรจะเริ่มเป็นฝ่ายพูดเชิงรุกกับลูกจ้างชายของพวกเขาว่า

ลำดับความ

the most important thing that needs to happen here: สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเกิดขึ้นในสถานการณ์นี้

The most important thing ระบุว่าแนวคิดถัดไปเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด อนุประโยคขยาย that needs to happen here จำกัดความหมายของ thing ให้เป็นการกระทำที่จำเป็นในสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง โดย here ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง กรอบประโยคเต็มคือ The most important thing that needs to happen here is ... กรอบนี้เปลี่ยนการอภิปรายจากการอธิบายปัญหาไปสู่การเสนอการกระทำหลักที่ผู้พูดแนะนำ

แบบฝึกหัด

กรอบที่เน้นไว้ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาอย่างไร The most important thing that needs to happen here is a full safety review.

  1. เพื่อแสดงว่าแนวคิดถัดไปเป็นเพียงข้อเสนอแนะเล็กน้อย
  2. เพื่อเสนอการกระทำที่ผู้พูดเห็นว่ามีความสำคัญสูงสุด
  3. เพื่อบอกที่อยู่จริงของสถานที่ที่จะมีการตรวจสอบ
ดูคำตอบ

เพื่อเสนอการกระทำที่ผู้พูดเห็นว่ามีความสำคัญสูงสุด

ไวยากรณ์

is for employers to really actively start saying: การกำหนดความรับผิดชอบ

ในโครงสร้างที่ใหญ่กว่าอย่าง the most important thing ... is for employers to ... นั้น for employers ระบุคนที่คาดว่าจะลงมือทำ ส่วนกริยารูป infinitive ที่มี to บอกว่าพวกเขาควรทำอะไร ในที่นี้ to really actively start saying คือการกระทำที่ระบุไว้ ใช้ X is for + คำนามหรือคำสรรพนาม + กริยารูป infinitive ที่มี to เมื่อข้อเสนอระบุเป้าหมาย เรื่องสำคัญ หรือลำดับถัดไปก่อน แล้วจึงกำหนดว่าใครมีหน้าที่ดำเนินการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ X is for + คน + กริยารูป infinitive ที่มี to: The next step ____ the team to test the design.

ดูคำตอบ

is for

we know you want to be active fathers, การใช้คำ

3:50

เรารู้ว่าคุณอยากเป็นพ่อที่มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก

การใช้คำ

active fathers: พ่อที่มีส่วนร่วมในการดูแลลูก

ในที่นี้ active fathers หมายถึงพ่อที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและสม่ำเสมอในการเลี้ยงดูและดูแลลูก active อธิบายการมีส่วนร่วมในการดูแลลูกและความรับผิดชอบในครอบครัว ไม่ได้หมายถึงการมีพลังทางร่างกายหรือการออกกำลังกาย เมื่อใช้ active กับคำที่เป็นบทบาทในครอบครัว เช่น father หรือ parent มักหมายถึงการใส่ใจและมีส่วนร่วม หน้าที่เฉพาะอาจแตกต่างกันไป แต่ใจความสำคัญคือการมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันและการดูแลลูก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ active father หมายถึงอะไร?

  1. พ่อที่มีชีวิตทางสังคมยุ่งมาก
  2. พ่อที่ออกกำลังกายอย่างหนักทุกวัน
  3. พ่อที่แบ่งหน้าที่ดูแลลูกเป็นประจำและมีส่วนร่วมในชีวิตของลูก
ดูคำตอบ

พ่อที่แบ่งหน้าที่ดูแลลูกเป็นประจำและมีส่วนร่วมในชีวิตของลูก

because there's a whole generation of young men who do want to be active fathers. ไวยากรณ์

3:51

เพราะมีผู้ชายวัยหนุ่มทั้งรุ่นที่อยากเป็นพ่อที่มีส่วนร่วมจริงๆ

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do want to be active fathers

ใน do want คำว่า do ทำให้ประโยคบอกเล่าหนักแน่นขึ้น โดยสื่อว่าชายหนุ่มเหล่านี้มีความต้องการนี้จริง ๆ การใช้แบบนี้เรียกว่า do ที่ใช้เน้น กริยาหลัง do ต้องคงรูปพื้นฐานไว้ จึงใช้ do want ไม่ใช่ do wants หรือ do wanted รูปแบบนี้มักใช้เพื่อตอบข้อสงสัยหรือโต้แย้งความเชื่อบางอย่าง ในที่นี้เน้นว่าความต้องการเป็นพ่อที่มีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกนั้นมีอยู่จริง ไม่ใช่เพียงการบอกข้อมูลแบบเป็นกลางด้วย want

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อแก้ความเข้าใจผิดให้ประโยคสมบูรณ์: They ____ want to take part; they are simply shy.

ดูคำตอบ

do

Please, use the right to request flexible working, น้ำเสียง/เจตนา

3:55

ได้โปรดใช้สิทธิ์ในการขอทำงานแบบยืดหยุ่นเถอะ

work flexibly if you can,

3:58

ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกทำงานแบบยืดหยุ่นนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Please, use the right to request flexible working ในฐานะคำเรียกร้องให้ลงมือทำ

Please + ประโยคคำสั่งที่ใช้กริยารูปพื้นฐาน use เป็นการขอให้ผู้ฟังลงมือทำโดยตรง Please ทำให้คำขอนี้สุภาพขึ้น แต่ประโยคยังคงเป็นการกระตุ้นให้ลงมือทำ ไม่ใช่เพียงการอธิบายนโยบายในที่ทำงานแบบเป็นกลาง The right to request flexible working หมายถึงสิทธิในการขอเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เช่น เวลาและสถานที่ทำงาน การใช้สิทธินี้หมายถึงการยื่นคำขอ ไม่ได้หมายความว่านายจ้างต้องอนุมัติรูปแบบที่ขอเสมอไป

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ใน “Please, use the right to request flexible working,” ผู้พูดกำลังกระตุ้นผู้ฟังอย่างสุภาพให้ลงมือทำ ไม่ใช่เพียงบอกว่ามีนโยบายนี้อยู่

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

because until men are enabled to be active fathers, ไวยากรณ์

4:00

เพราะจนกว่าผู้ชายจะได้รับการส่งเสริมให้เป็นพ่อที่กระตือรือร้นได้

we won't get equality at home, ลำดับความ

4:04

เราก็จะไม่มีวันได้ความเท่าเทียมในบ้าน

and we certainly won't get equality in the workplace either.

4:05

และเราก็คงจะไม่ได้ความเท่าเทียมในที่ทำงานอย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

because until men are enabled to be active: ต้องมีเงื่อนไขที่จำเป็นก่อน

Because แสดงว่าอนุประโยคทั้งหมดเป็นเหตุผลของข้อกล่าวอ้างที่เพิ่งกล่าวไปก่อนหน้า จากนั้น until กำหนดจุดแบ่งว่า ผลในประโยคหลักที่แสดงด้วย won't จะยังไม่เกิดขึ้นก่อนที่เงื่อนไขดังกล่าวจะสำเร็จ Men are enabled to be active fathers หมายถึงการสนับสนุนหรือการจัดการจากภายนอกทำให้ผู้ชายมีโอกาสจริงที่จะทำหน้าที่พ่ออย่างกระตือรือร้น ในที่นี้วลีดังกล่าวเสนอว่าการสนับสนุนนั้นเป็นขั้นตอนจำเป็นสู่ความเท่าเทียม ไม่ได้เพียงกล่าวถึงความสามารถส่วนบุคคลของผู้ชาย

แบบฝึกหัด

until employees are enabled to work remotely ในประโยคใหม่หมายความว่าอย่างไร

  1. พนักงานทำงานทางไกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  2. พนักงานต้องได้รับการสนับสนุนหรือการจัดการที่จำเป็นสำหรับการทำงานทางไกลก่อน
  3. พนักงานถูกห้ามไม่ให้ทำงานทางไกลในทุกกรณี
ดูคำตอบ

พนักงานต้องได้รับการสนับสนุนหรือการจัดการที่จำเป็นสำหรับการทำงานทางไกลก่อน

ลำดับความ

won't get equality at home ... won't get equality in the workplace either: ผลลัพธ์สองอย่างที่วางขนานกัน

ประโยคนี้ใช้ won't get equality ซ้ำในสองอนุประโยคที่วางขนานกัน โดยกล่าวถึง at home ก่อน แล้วจึงกล่าวถึง in the workplace การใช้รูปแบบเดิมซ้ำทำให้เปรียบเทียบสองพื้นที่ได้ง่าย และเสนอข้อกล่าวอ้างที่สองว่าเป็นการขยายจากข้อแรก Certainly เพิ่มน้ำหนักให้ข้อกล่าวอ้างที่สอง ส่วน either ที่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธหมายถึง «ด้วยเช่นกัน» เมื่อใช้ร่วมกันจึงเน้นการขยายเหตุผลจากบ้านไปสู่ที่ทำงาน กล่าวคือ หากพื้นที่หนึ่งขาดความเท่าเทียม ผู้พูดก็ให้เหตุผลว่าอีกพื้นที่จะขาดความเท่าเทียมเช่นกัน

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่สอง and we certainly won't get equality in the workplace either มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เพิ่มผลลัพธ์เชิงปฏิเสธที่วางขนานกันในอีกพื้นที่หนึ่ง และเน้นความเชื่อมโยง
  2. แก้ข้อความในอนุประโยคแรกโดยบอกว่าความเท่าเทียมที่บ้านไม่สำคัญ
  3. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นคำจำกัดความของที่ทำงานซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เพิ่มผลลัพธ์เชิงปฏิเสธที่วางขนานกันในอีกพื้นที่หนึ่ง และเน้นความเชื่อมโยง

Okay,

4:10

โอเค

so men are more likely to have their request turned down or rejected.

4:10

สรุปคือผู้ชายมีแนวโน้มที่จะถูกปฏิเสธหรือถูกปัดตกคำขอมากกว่า

And Sarah says there is a bias in the system,

4:14

และ Sarah บอกว่ามีความลำเอียง (Bias) อยู่ในระบบ

unfairness,

4:17

ซึ่งก็คือความไม่ยุติธรรม

treating one group of people more favorably than another. การใช้คำ

4:18

การปฏิบัติต่อคนกลุ่มหนึ่งในทางที่ดีกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่ง

การใช้คำ

treating one group of people more favorably than another: การเปรียบเทียบการปฏิบัติต่อคนสองกลุ่ม

ในประโยคนี้ treating one group of people more favorably than another อธิบายว่าอคตินั้นแสดงออกอย่างไร นั่นคือกลุ่มหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าหรือได้เปรียบกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง โครงสร้าง treat X more favorably than Y ใช้เปรียบเทียบว่าคนสองกลุ่มได้รับการปฏิบัติอย่างไร Favorably เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ขยาย treat และ another ใช้แทน another group of people

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ในทางที่ได้เปรียบกว่า” ให้สมบูรณ์: The funding rule treats large schools ____ small schools.

ดูคำตอบ

more favorably than

And this is unfair because it can prevent some men being active fathers, ไวยากรณ์

4:23

และนี่ก็ไม่ยุติธรรมเพราะมันอาจจะไปขัดขวางไม่ให้ผู้ชายบางคนได้เป็นพ่อที่มีส่วนร่วม

actually being involved with childcare.

4:26

ไม่ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการดูแลเด็กจริงๆ

ไวยากรณ์

prevent some men being active: prevent + คน + -ing

ในที่นี้ prevent some men being active เป็นส่วนต้นของวลีที่ยาวกว่า คือ prevent some men being active fathers หมายความว่าบางสิ่งอาจขัดขวางไม่ให้ผู้ชายเหล่านั้นมีบทบาทอย่างเต็มที่ในฐานะพ่อ โครงสร้างคือ prevent + คน + -ing โดยอนุประโยค -ing ระบุการกระทำหรือสภาวะที่ถูกขัดขวาง ในภาษาอังกฤษแบบบริติชสามารถละ from ในโครงสร้างนี้ได้ ส่วน prevent some men from being active fathers มีความหมายพื้นฐานเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่มี from และเติม enter ในรูปที่ถูกต้อง: The locked gate prevented visitors ____ the garden.

ดูคำตอบ

entering

But having more active fathers can lead to equality, วลี

4:29

แต่การมีพ่อที่มีส่วนร่วมมากขึ้นสามารถนำไปสู่ความเท่าเทียมกัน

or fairness,

4:32

หรือความยุติธรรม

at home and in the workplace.

4:32

ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

วลี

can lead to equality: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

ใน can lead to equality วลี lead to หมายถึง “ทำให้เกิดหรือช่วยก่อให้เกิด” โดยคำนาม equality ระบุผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ใช้ lead to เพื่อเชื่อมสาเหตุ การกระทำ หรือเงื่อนไขกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา คำว่า can แสดงว่าความเท่าเทียมเป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ lead to ในรูปที่ถูกต้อง: Clear rules can ____ fairer decisions.

ดูคำตอบ

lead to

It sounds like something that needs to be looked at. กริยาวลี

4:35

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการพิจารณาเลยล่ะ

กริยาวลี

that needs to be looked at: บอกอย่างสุภาพว่าควรตรวจสอบ

อนุประโยค that needs to be looked at ใช้ขยาย something ในที่นี้ look at หมายถึง “ตรวจสอบ พิจารณา หรือจัดการ” ไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตาเท่านั้น needs to be looked at เป็นโครงสร้างกรรมวาจก ประเด็นนั้นต้องได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้ระบุว่าใครจะเป็นผู้ตรวจสอบ ส่วน It sounds like ทำให้ความคิดเห็นฟังดูระมัดระวัง ผู้พูดจึงกำลังหยิบยกข้อกังวลแทนการออกคำสั่งโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ look at ที่หมายถึง “ตรวจสอบ”: This safety issue needs to ____.

ดูคำตอบ

be looked at

But now, Neil,

4:37

แต่ตอนนี้ Neil

let's get the answer to my question.

4:38

มาดูคำตอบสำหรับคำถามของฉันกันเถอะ

According to official data,

4:41

ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ

in which country do workers work the longest hours?

4:42

คนงานในประเทศใดที่ทำงานด้วยชั่วโมงที่ยาวนานที่สุด?

And I said Mexico.

4:46

และผมตอบว่าเม็กซิโก

Which is correct.

4:48

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Well done.

4:49

ทำได้ดีมาก

According to the OECD,

4:50

ข้อมูลจาก OECD

the average Mexican spends 2,255 hours at work per year, วลี

4:52

ชาวเม็กซิกันโดยเฉลี่ยใช้เวลาทำงาน 2,255 ชั่วโมงต่อปี

วลี

spends 2,255 hours at work per year: ใช้เวลาทำงานปีละ 2,255 ชั่วโมง

spend สามารถรับจำนวนเวลาเป็นกรรมได้ โดยใช้รูป คน + spends + เวลา + at work ในประโยคนี้ spends สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ the average Mexican และ 2,255 hours คือจำนวนเวลาที่ใช้ไป per year หมายถึงต่อหนึ่งปีและใช้กำหนดช่วงเวลาของสถิติ โครงสร้างเต็ม ประธาน + spend + เวลา + at work + per year เป็นวิธีบอกเวลาทำงานต่อปีอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมสถิติเวลาทำงานต่อปีด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: A full-time employee ____ 1,760 hours ____ work per year.

ดูคำตอบ

spends · at

the equivalent of around 43 hours per week. วลี

4:58

เทียบเท่ากับประมาณ 43 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

วลี

the equivalent of around 43 hours per week: เทียบเท่ากับประมาณ 43 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

the equivalent of + จำนวน หมายถึงค่าที่สอดคล้องกันเมื่อแสดงด้วยหน่วยหรือช่วงเวลาอื่น ในประโยคนี้ นามวลีหลังเครื่องหมายจุลภาคแปลง 2,255 hours per year เป็นตัวเลขรายสัปดาห์ ไม่ได้เพิ่มจำนวนเวลาอีกก้อนหนึ่ง around แสดงว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ ส่วน per week ระบุช่วงเวลาใหม่ การแปลงนี้ช่วยให้เข้าใจยอดรวมรายปีที่มีขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมการแปลงค่าโดยประมาณด้วยรูปแบบคำนามที่เน้นไว้: A yearly total of 1,000 hours is ____ 19 hours per week.

ดูคำตอบ

the equivalent of around

Germans, on the other hand, ลำดับความ

5:01

ในทางกลับกัน ชาวเยอรมัน

clock up the fewest hours. กริยาวลี

5:03

บันทึกชั่วโมงการทำงานไว้น้อยที่สุด

ลำดับความ

on the other hand: นำเสนออีกด้านที่แตกต่างกัน

on the other hand บอกว่าข้อมูลถัดไปแตกต่างหรือตรงข้ามกับประเด็นก่อนหน้าในหัวข้อเดียวกัน ในประโยคนี้ใช้เพื่อนำเสนอจำนวนชั่วโมงที่ต่ำของชาวเยอรมันในฐานะอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ เมื่อวางไว้หลังประธาน Germans วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมแทรกกลางประโยค ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อความนี้สัมพันธ์กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนอย่างไร โดยเพิ่มด้านที่แตกต่าง ไม่ได้แก้ไขหรือปฏิเสธข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดเพื่อเติมการเปรียบเทียบ: Maya enjoys working from home. Leo, ___, prefers the office.

  1. on the other hand
  2. on the contrary
  3. as a result
ดูคำตอบ

on the other hand

กริยาวลี

clock up the fewest hours: สะสมยอดรวมที่ต่ำที่สุด

Clock up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงสะสมหรือบันทึกยอดรวมเมื่อเวลาผ่านไป กรรมของวลีนี้มักเป็นสิ่งที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง ไมล์ คะแนน หรือจำนวนชัยชนะ ใน clock up the fewest hours ยอดรวมถูกนำไปเทียบกับยอดอื่นทั้งหมด โดย fewest ใช้กับคำนามพหูพจน์ที่นับได้อย่าง hours และหมายถึงจำนวนชั่วโมงที่น้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ clock up: Over the summer, Ava ____ 500 kilometres on her bike.

ดูคำตอบ

clocked up

Well, my working day is nearly over,

5:05

เอาล่ะ วันทำงานของผมก็ใกล้จะหมดลงแล้ว

so let's just recap some of the vocabulary we've discussed, ลำดับความ

5:07

เรามาทบทวนคำศัพท์บางคำที่เราพูดคุยกันไปดีกว่า

ลำดับความ

Let's just recap ...: เปลี่ยนเข้าสู่การสรุปสั้น ๆ

Let's just recap ... เป็นการชวนผู้ฟังทบทวนประเด็นสำคัญก่อนที่ผู้พูดจะจบ recap หมายถึงการสรุปเนื้อหาที่กล่าวไปแล้วแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การนำเสนอทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง just ทำให้การเปลี่ยนช่วงฟังดูนุ่มนวลขึ้นและบอกเป็นนัยว่าการทบทวนจะใช้เวลาไม่นาน we've discussed แสดงว่าคำศัพท์เหล่านี้ได้พูดถึงไปก่อนแล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงพาเนื้อหาจากช่วงสนทนาหลักเข้าสู่การทบทวนตอนท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดพาบทเรียนเข้าสู่การทบทวนเนื้อหาก่อนหน้าแบบสั้น ๆ ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's repeat every sentence word for word.
  2. Let's just recap what we learned today.
  3. Let's introduce a completely new topic.
ดูคำตอบ

Let's just recap what we learned today.

starting with routine,

5:10

เริ่มจาก routine (กิจวัตร)

the usual fixed way of doing things.

5:12

วิธีการทำสิ่งต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้เป็นประจำ

Common sense is our judgment to make sensible decisions.

5:15

Common sense (สามัญสำนึก) คือวิจารณญาณของเราในการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล

When you need something to match,

5:19

เมื่อคุณต้องการให้บางสิ่ง match (เข้ากัน)

it has to work equally on both sides.

5:20

มันจะต้องได้ผลเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย

And when someone is inflexible,

5:23

และเมื่อมีใครสักคน inflexible (ไม่ยืดหยุ่น)

they are unwilling to change.

5:25

พวกเขาก็จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

Sometimes we say they won't budge. สำนวน

5:27

บางครั้งเราก็พูดว่าพวกเขาไม่ยอมขยับ (won't budge)

สำนวน

They won't budge: ปฏิเสธที่จะเปลี่ยนหรือยอมถอย

ในที่นี้ they won't budge หมายถึงพวกเขาปฏิเสธที่จะเปลี่ยนจุดยืน การตัดสินใจ ข้อเรียกร้อง หรือข้อเสนอ แม้ว่าจะมีคนพยายามโน้มน้าวก็ตาม budge ในการใช้แบบนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย วลีนี้เปรียบจุดยืนเหมือนสิ่งที่ไม่ขยับแม้แต่น้อย มีความเห็นภาพและเป็นภาษาสนทนามากกว่า they are unwilling to change และมักสื่อว่าสถานการณ์ติดขัดจนน่าหงุดหงิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงปฏิเสธที่จะประนีประนอม: The landlord ____ on the rent.

ดูคำตอบ

won't budge

Bias is unfairness,

5:30

Bias (ความลำเอียง) คือความไม่ยุติธรรม

treating one group of people more favorably than another.

5:31

การปฏิบัติต่อคนกลุ่มหนึ่งได้ดีกว่าคนอีกกลุ่ม

And being active with something means being involved with it.

5:35

และการ active (มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น) กับบางสิ่งหมายถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับมัน

Well, there's no flexibility in our 6 minutes,

5:38

เอาล่ะ ไม่มีอะไรยืดหยุ่นได้ในเวลา 6 นาทีของเรา

so we're out of time. วลี

5:41

ดังนั้นเวลาของเราจึงหมดแล้ว

วลี

we're out of time: ไม่มีเวลาที่ใช้ต่อได้แล้ว

ในประโยคนี้ we're out of time หมายความว่าเวลาหกนาทีที่มีอยู่ถูกใช้หมดแล้ว ผู้พูดจึงต้องหยุด เป็นสำนวนตายตัวที่เป็นธรรมชาติสำหรับใช้จบรายการ การประชุม ชั้นเรียน หรือกิจกรรมอื่นที่มีเวลาจำกัด โครงสร้าง be out of + คำนาม หมายถึงไม่มีสิ่งนั้นเหลืออยู่ ในที่นี้ time ถูกมองเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ดังนั้น we're out of time จึงหมายถึง “เราไม่มีเวลาที่ใช้ต่อได้แล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงไม่มีเวลาที่ใช้ต่อได้แล้ว: We have to end the meeting now because ____.

ดูคำตอบ

we're out of time

We have plenty more 6 Minute English programs to enjoy on our website at bbclearningenglish.com.

5:42

เรายังมีรายการ Six Minute English ให้ติดตามอีกมากมายบนเว็บไซต์ bbclearningenglish.com

And check us out on Facebook, Twitter, and Instagram. กริยาวลี

5:49

และอย่าลืมเข้าไปดูที่ Facebook, Twitter และ Instagram ของเราด้วย

กริยาวลี

check us out: ชวนคนอื่นมาดูเนื้อหาของคุณ

ในที่นี้ check us out หมายถึงไปดูเราหรือเนื้อหาของเรา ผู้พูดกำลังเชิญผู้ฟังให้ไปเยี่ยมชมหน้าโซเชียลมีเดียของกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงตรวจสอบเราว่ามีปัญหาหรือไม่ check out เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม us ต้องวางสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out โดยพูดว่า check us out ไม่ใช่ check out us

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนให้คนอื่นไปดูหน้า Instagram ของกลุ่มคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Check out us on Instagram.
  2. Check us out on Instagram.
  3. Check on us on Instagram.
ดูคำตอบ

Check us out on Instagram.

Don't forget that we have an app too,

5:52

อย่าลืมว่าเรามีแอปพลิเคชันด้วยเหมือนกัน

which you can download for free from the app stores. วลี

5:54

ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากร้านค้าแอปพลิเคชัน

วลี

download for free from the app stores: ดาวน์โหลดฟรีจากแอปสโตร์

ใน download for free from the app stores คำว่า for free บอกเรื่องราคา คือไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วน from the app stores บอกแหล่งที่มาของแอป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ download + สิ่งที่ดาวน์โหลด + for free + from + แหล่งที่มา ในที่นี้ which ใช้แทน an app ดังนั้นใจความเต็มคือ download the app for free from the app stores

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายด้วยคำที่หมายถึง “ไม่มีค่าใช้จ่าย” และใช้บอกแหล่งที่มา: You can download the guide ____ our website.

ดูคำตอบ

for free from

We help you learn English on the move. สำนวน

5:57

เราช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษได้ทุกที่ทุกเวลา

สำนวน

on the move: ระหว่างเดินทางหรือเคลื่อนที่

On the move เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงขณะเดินทาง เคลื่อนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือไม่ได้อยู่ที่โต๊ะหรือห้องเรียนประจำ ในประโยคนี้หมายถึงบริการช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่บนวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ และไม่จำเป็นว่าคุณต้องกำลังเดินอยู่ในขณะนั้น คุณอาจกำลังเดินทางไปเรียนหรือทำงาน ท่องเที่ยว หรือย้ายระหว่างสถานที่ต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวสามคำที่ลงท้ายด้วย move และหมายถึง “ระหว่างเดินทาง”: Maya can study ____.

ดูคำตอบ

on the move

Grammar, vocabulary, and interesting topics,

5:59

ทั้งไวยากรณ์ คำศัพท์ และหัวข้อที่น่าสนใจ

we have them all.

6:02

เรามีครบหมดเลย

Bye for now.

6:03

ตอนนี้ต้องลากันไปก่อน

Goodbye.

6:05

ลาก่อนครับ

Six Minute English from the BBC.

6:06

Six Minute English จาก BBC