อธิบายโฮมีโอพาธีย์ – การรักษาที่อ่อนโยนหรือการหลอกลวงที่อันตราย?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้ตรวจสอบการเจือจาง ประวัติ ผลของยาหลอก และธุรกิจโฮมีโอพาธี พร้อมชี้ว่าความใส่ใจสำคัญ แต่แทนการรักษาที่พิสูจน์แล้วไม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Then, and only then, would his remedies work — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตการกลับคำหลัง only then เพื่อเน้นเงื่อนไขที่ต้องเกิดก่อน 2. beyond a shadow of a doubt — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าแสดงความมั่นใจอย่างมาก ไม่ได้หมายถึง shadow ตามตัวอักษร 3. Faith can move mountains, but sugar water can't cure cancer. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เห็นบทสรุปที่ยอมรับคุณค่าของศรัทธาและความเห็นอกเห็นใจ แล้วจำกัดคำกล่าวอ้างทางการแพทย์อย่างชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Homeopathy may be the most controversial
0:01โฮมีโอพาธีย์อาจจะเป็นการแพทย์ทางเลือกที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด
others swear by its great power and effectiveness. กริยาวลี
0:08บางคนก็เชื่อมั่นในพลังและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของมัน
Swear by: เชื่อมั่นอย่างมากว่าสิ่งหนึ่งได้ผล
Swear by something หมายถึงเชื่อมั่นอย่างมากว่าสิ่งหนึ่งใช้ได้ผลดี ในประโยคนี้ คนอีกกลุ่มเชื่อมั่นอย่างมากในพลังและประสิทธิผลของโฮมีโอพาธีย์ ไม่ได้หมายถึงการสาบานจริง ๆ โครงสร้างคือ swear by + คำนามหรือคำสรรพนาม มักใช้เพื่อแสดงการรับรองอย่างกระตือรือร้นจากประสบการณ์ส่วนตัวต่อผลิตภัณฑ์ วิธีการ การรักษา หรือนิสัยบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ swear by ในความหมายว่าเชื่อมั่นอย่างมากว่าสิ่งหนึ่งมีประสิทธิผล
- Lena swore to return the book tomorrow.
- After years of use, Lena swears by this study method.
- Lena swore at the broken printer.
ดูคำตอบ
After years of use, Lena swears by this study method.
and what can modern medicine learn from it?
0:17และการแพทย์แผนปัจจุบันสามารถเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้าง?
The first principle of homeopathy is like cures like. วัฒนธรรม
0:30หลักการแรกของโฮมีโอพาธีย์คือสิ่งที่คล้ายกันรักษาสิ่งที่คล้ายกัน
Like cures like: หลักการของโฮมีโอพาธีย์
Like cures like เป็นคำสรุปแบบดั้งเดิมของหลักการข้อแรกของโฮมีโอพาธีย์ หลักการนี้อ้างว่าสารที่ทำให้คนสุขภาพดีเกิดอาการบางอย่างได้ สามารถนำมาใช้รักษาอาการที่คล้ายกันในคนป่วยได้ นี่เป็นการอธิบายแนวคิดดังกล่าว ไม่ได้พิสูจน์ว่าการรักษานั้นมีประสิทธิผลทางการแพทย์ ในทางไวยากรณ์ like ตัวแรกเป็นประธาน cures เป็นคำกริยา และ like ตัวที่สองเป็นกรรม like ทั้งสองตัวหมายถึง “สิ่งที่คล้ายกัน” จึงได้รูปแบบว่า “สิ่งที่คล้ายกันรักษาสิ่งที่คล้ายกัน”
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ like cures like ในประโยคมากที่สุด
- ทุกโรคควรรักษาด้วยยาชนิดเดียวกันทุกประการ
- สารที่ทำให้เกิดอาการบางอย่างสามารถใช้รักษาอาการที่คล้ายกันได้
- สิ่งที่ดูคล้ายกันมีผลทางการแพทย์เหมือนกันเสมอ
ดูคำตอบ
สารที่ทำให้เกิดอาการบางอย่างสามารถใช้รักษาอาการที่คล้ายกันได้
Remedies use ingredients that cause the symptoms you want to cure.
0:34การรักษาจะใช้ส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการเดียวกับที่คุณต้องการจะรักษา
be made from belladonna, which also causes fever.
0:42ทำมาจากพืชเบลลาดอนน่า ซึ่งทำให้เกิดไข้ได้เช่นกัน
In practice, that means that...: จากหลักการสู่ผลในทางปฏิบัติ
ในที่นี้ “In practice” หมายถึง “เมื่อนำหลักการไปใช้จริง” ไม่ใช่ “ระหว่างการฝึก” ใน “that means that” คำว่า “that” ตัวแรกย้อนกลับไปอ้างถึงหลัก “สิ่งที่คล้ายกันรักษาสิ่งที่คล้ายกัน” ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน “that” ตัวที่สองเริ่มอนุประโยคที่อธิบายผลของหลักการนั้น กรอบทั้งหมด “In practice, that means that ...” พาเนื้อหาจากแนวคิดเชิงนามธรรมไปสู่ผลในทางปฏิบัติ อนุประโยคถัดไปอธิบายว่าหลักการนั้นนำไปสู่การกระทำใด แล้ว “for example” จึงยกกรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณี
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเปลี่ยนกฎความปลอดภัยให้เป็นข้อกำหนดในโลกจริงอย่างชัดเจน? “The club has a safety rule. ______ every visitor must sign in at the front desk.”
- In theory,
- For example,
- In practice, that means that
ดูคำตอบ
In practice, that means that
The second principle is a special method of preparation called potentization. วัฒนธรรม
0:50หลักการที่สองคือวิธีการเตรียมสูตรพิเศษที่เรียกว่า การทำให้เกิดประสิทธิภาพ (Potentization)
potentization: ศัพท์เกี่ยวกับการเตรียมในโฮมีโอพาธี
“Potentization” เป็นศัพท์ที่ใช้ภายในโฮมีโอพาธีสำหรับกระบวนการเตรียมที่นำสารมาเจือจางและเขย่าซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ “called potentization” เป็นการบอกชื่อของ “วิธีการเตรียมแบบพิเศษ” นี่เป็นศัพท์ภายในระบบโฮมีโอพาธี จึงควรเข้าใจว่าเป็นชื่อวิธี ไม่ใช่หลักฐานว่ากระบวนการนี้ทำให้ยามีความแรงขึ้นหรือมีประสิทธิผลทางการแพทย์
แบบฝึกหัด
ในการอธิบายโฮมีโอพาธีตามข้อเท็จจริง “potentization” เป็นชื่อของอะไร?
- กระบวนการเตรียมที่มีการเจือจางและเขย่าซ้ำ ๆ
- ไข้ที่เกิดจากเบลลาดอนนา
- หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ายามีประสิทธิผลมากขึ้น
ดูคำตอบ
กระบวนการเตรียมที่มีการเจือจางและเขย่าซ้ำ ๆ
activates their curative powers and enhances their effect.
0:58จะไปกระตุ้นพลังการรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพของยา
diluting and agitating ... activates: มองสองการกระทำเป็นกระบวนการเดียว
ในประโยคนี้ diluting and agitating the ingredients หมายถึงขั้นตอนเดียวที่ประกอบด้วยสองการกระทำ เมื่อการกระทำรูป -ing ทั้งสองถูกนำเสนอเป็นกระบวนการเดียว จึงใช้กริยาเอกพจน์ activates ได้อย่างเป็นธรรมชาติ วลีสองวลีที่เชื่อมด้วย and มักใช้กริยาพหูพจน์ ใช้กริยาเอกพจน์เฉพาะเมื่อกิจกรรมที่เชื่อมกันถูกมองเป็นหนึ่งหน่วย กิจวัตร วิธีการ หรือแนวคิดเดียว หากเป็นประธานหรือกิจกรรมที่แยกจากกัน ให้ใช้กริยาพหูพจน์
แบบฝึกหัด
เลือกกริยาที่มองการกระทำสองอย่างที่เกี่ยวข้องกันเป็นขั้นตอนเดียว: Measuring and mixing the powder ___ the first step.
- are
- is
ดูคำตอบ
is
To do this, the ingredient is dissolved in alcohol or distilled water.
1:02ในการทำเช่นนี้ ส่วนผสมจะถูกละลายในแอลกอฮอล์หรือน้ำกลั่น
Homeopaths take one part of the solution and mix it with nine parts of water,
1:06แพทย์โฮมีโอพาธีย์จะนำสารละลายหนึ่งส่วนไปผสมกับน้ำเก้าส่วน
diluting it down to 1/10 of its original concentration and shaking it. วลี
1:10เจือจางลงให้เหลือ 1 ใน 10 ของความเข้มข้นดั้งเดิมและเขย่ามัน
diluting it down to: เจือจางจนถึงความเข้มข้นสุดท้าย
รูปแบบ dilute something down to + ค่า หมายถึงการเติมของเหลวจนความเข้มข้นลดลงถึงระดับสุดท้ายที่กำหนด ในที่นี้หมายถึงการทำให้สารละลายมีความเข้มข้นเหลือหนึ่งในสิบของเดิม down แสดงการลดลง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ลงด้านล่าง ส่วน to ใช้บอกค่าปลายทาง รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อจำเป็นต้องระบุความเข้มข้น อัตราส่วน หรือความแรงสุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ dilute ... down to และคำว่า one quarter: Add water to the solution, ____ of its original concentration.
ดูคำตอบ
diluting it down to one quarter
You do this again and again until you reach the desired grade of potency.
1:32คุณทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะถึงระดับความแรงที่ต้องการ
or sometimes it's applied as little sugar pellets that are sold as globuli.
1:38หรือบางครั้งจะถูกทาบนเม็ดน้ำตาลเล็กๆ ที่ขายในชื่อ โกลบูลี (globuli)
But many are much more extreme, like 30c, for example.
1:49แต่หลายอย่างก็สุดโต่งกว่านั้นมาก เช่น 30c เป็นต้น
C means that the mixture has one part ingredient and 99 parts water.
1:53C หมายความว่าส่วนผสมมีตัวยาหนึ่งส่วนและน้ำ 99 ส่วน
So the commonly sold 30c mixture means one part ingredient
1:57ดังนั้นส่วนผสม 30c ที่ขายกันทั่วไปหมายถึงส่วนผสมหนึ่งส่วน
and 1 million billion billion billion billion billion parts of water.
2:02และน้ำอีก 1 ล้านพันล้านพันล้านพันล้านพันล้านพันล้านส่วน
If we wanted ... then our pill would be ...: ประโยคเงื่อนไขสมมติ
ในประโยคเงื่อนไขนี้ wanted เป็นรูปอดีตที่ใช้ทำให้สมมติฐานห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงความต้องการที่เกิดขึ้นในอดีต If we wanted ... ตั้งเงื่อนไขสมมติเกี่ยวกับปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแผนจริง อนุประโยคผลลัพธ์ใช้ would be เพื่อบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกสมมตินั้น then ไม่จำเป็นต้องมี แต่ช่วยให้การเชื่อมจากเงื่อนไขไปสู่ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมสมมติฐานที่ไม่เป็นจริงด้วยรูปที่ถูกต้องของ want และ be: If we ____ a garden, then this empty lot ____ the best place for it.
ดูคำตอบ
wanted · would be
A pill so massive that it would collapse into a black hole
2:18ยาที่ใหญ่โตมากจนมันจะยุบตัวกลายเป็นหลุมดำ
Because of this, potentization is one of the biggest criticisms of homeopathy.
2:23ด้วยเหตุนี้ การทำให้เกิดประสิทธิภาพจึงเป็นหนึ่งในข้อวิจารณ์โฮมีโอพาธีย์ที่ใหญ่ที่สุด
The extreme dilution is supposed to make the ingredients more potent. ไวยากรณ์
2:27การเจือจางอย่างยิ่งยวดนั้นเชื่อว่าจะทำให้ส่วนผสมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
is supposed to: การถ่ายทอดผลที่คาดหรือถูกกล่าวอ้าง
ในที่นี้ is supposed to ใช้ถ่ายทอดสิ่งที่ทฤษฎีหรือคำกล่าวอ้างบอกว่าน่าจะเกิดขึ้น กล่าวคือ มีการคาดหรือกล่าวอ้างว่าการเจือจางอย่างมากทำให้ฤทธิ์เพิ่มขึ้น ประโยคไม่ได้เสนอว่าการเพิ่มขึ้นนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิตและตามด้วยผลอย่าง make the ingredients more potent คำว่า be supposed to จะแสดงความคาดหมายที่ได้รับการถ่ายทอดมา ไม่ใช่หน้าที่ของบุคคล บริบทเป็นตัวกำหนดว่าวลีนี้ถ่ายทอดความคาดหมายหรืออธิบายกฎและหน้าที่
แบบฝึกหัด
ใน “The new coating is supposed to reduce heat loss,” คำว่า is supposed to สื่อถึงอะไร?
- ผลนั้นได้รับการพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัยแล้ว
- สารเคลือบทุกชนิดมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎ
- ผลนั้นเป็นสิ่งที่คาดหรือกล่าวอ้าง แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าแน่นอน
ดูคำตอบ
ผลนั้นเป็นสิ่งที่คาดหรือกล่าวอ้าง แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าแน่นอน
But on a physical level, this doesn't really make sense.
2:32แต่ในระดับกายภาพแล้ว สิ่งนี้ไม่สมเหตุสมผลเลย
that not a single atom of the active ingredient is left in them.
2:38ไม่มีอะตอมของสารออกฤทธิ์เหลืออยู่เลยแม้แต่อะตอมเดียว
diluted so much that: ระดับที่มากอย่างยิ่งและผลลัพธ์
ในที่นี้ diluted so much that หมายถึง “ถูกเจือจางจนถึงระดับที่มากอย่างยิ่งและทำให้เกิดผลบางอย่างตามมา” much ขยายระดับของการกระทำ diluted ส่วน that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือไม่มีอะตอมของสารออกฤทธิ์เหลืออยู่เลย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ verb + so much that + result clause ซึ่งเชื่อมระดับของการกระทำเข้ากับผลที่ตามมาโดยตรง ในที่นี้ that ไม่ได้ใช้ขยายความหรือให้คำจำกัดความของ remedies
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกผลสามคำที่หมายถึง “ในระดับที่มากจนเกิดผลบางอย่าง” ลงในประโยค: The paint had faded ____ the sign was almost unreadable.
ดูคำตอบ
so much that
leaves behind a spirit-like essence of the ingredient. กริยาวลี
2:47จะทิ้งแก่นแท้แห่งวิญญาณของส่วนผสมนั้นไว้
leaves behind: ทำให้บางสิ่งยังคงเหลืออยู่
ในประโยคนี้ leaves behind หมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงเหลืออยู่หลังจากกระบวนการสิ้นสุดลง” มีการกล่าวว่าการเขย่าหลังการเจือจางแต่ละครั้งจะทำให้แก่นสารคล้ายวิญญาณเหลืออยู่ ดังนั้น behind จึงเป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกตำแหน่งที่แก่นสารนั้นอยู่ กรรมคือ a spirit-like essence of the ingredient กริยาวลีเดียวกันนี้ใช้บอกได้ทั้งสิ่งตกค้างทางกายภาพและผลกระทบเชิงนามธรรม เช่น คราบ ปัญหา หรือความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้
แบบฝึกหัด
เติมรูป present tense ที่ถูกต้องของ leave behind ซึ่งหมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงเหลืออยู่”: The cleaning process ____ a thin film on the glass.
ดูคำตอบ
leaves behind
Basically, the idea is that water remembers what was put into it. สำนวน
2:51โดยพื้นฐานแล้ว แนวคิดก็คือน้ำจดจำสิ่งที่ถูกใส่ลงไป
การใช้บุคลาธิษฐานใน “water remembers”
Water remembers เป็นบุคลาธิษฐาน คือทำให้น้ำมีความสามารถทางจิตแบบมนุษย์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวย่อข้อกล่าวอ้างที่ว่า สารที่เคยอยู่ในน้ำจะทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้เป็นเวลานาน ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าน้ำมีความทรงจำ คำเปิด Basically, the idea is that แสดงว่าผู้บรรยายกำลังสรุปข้อกล่าวอ้างที่จะนำมาตรวจสอบอย่างง่าย ๆ
แบบฝึกหัด
water remembers ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ทำให้น้ำเป็นเหมือนมนุษย์เพื่อสรุปข้อกล่าวอ้างว่าสารในอดีตทิ้งร่องรอยไว้
- พิสูจน์ว่าน้ำมีจิตใจแบบมนุษย์
- บอกว่าผู้คนมักลืมดื่มน้ำ
ดูคำตอบ
ทำให้น้ำเป็นเหมือนมนุษย์เพื่อสรุปข้อกล่าวอ้างว่าสารในอดีตทิ้งร่องรอยไว้
and lead to unpredictable effects when it was accidentally ingested.
3:01และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้เมื่อถูกกินเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ
if this were true, ... would leave an essence behind: ประโยคเงื่อนไขที่ขัดกับความเป็นจริง
If this were true ตั้งเงื่อนไขสมมติที่ผู้พูดมองว่าไม่น่าเป็นจริงหรือขัดกับความเป็นจริง ผู้พูดลองสมมติชั่วคราวว่าข้อกล่าวอ้างก่อนหน้านั้นเป็นจริง พร้อมส่งสัญญาณว่ายังไม่ได้ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว were ตรงนี้เป็นรูปทางการที่ใช้บอกภาวะไม่จริงกับประธานทุกแบบ ดังนั้น this were ไม่ได้เกิดจากการใช้ประธานพหูพจน์ Would leave an essence behind บอกผลที่จินตนาการขึ้น และ would ตัวเดียวกันยังครอบคลุม lead ที่อยู่ต่อมาในประโยคด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + รูปอดีต และ would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ทดสอบแนวคิดที่น่าสงสัยด้วยการไล่ดูผลที่จะตามมา
แบบฝึกหัด
เติมรูปกริยาสองตำแหน่งให้ครบตามโครงสร้างเงื่อนไขสมมติแบบเป็นทางการ: If the map ____ accurate, we ____ be at the lake already.
ดูคำตอบ
were · would
Think of all the stuff that lives and floats in the oceans.
3:05ลองคิดถึงทุกสิ่งที่อาศัยและลอยอยู่ในมหาสมุทรดูสิ
Every sip of water would be a supercharged homeopathic cocktail. สำนวน
3:08น้ำทุกอึกก็จะเป็นเหมือนค็อกเทลโฮมีโอพาธีย์สูตรเข้มข้นเลยทีเดียว
อุปลักษณ์เชิงประชด supercharged homeopathic cocktail
ในประโยคนี้ supercharged หมายถึงถูกมองว่ามีพลังหรือฤทธิ์รุนแรงมาก ส่วน cocktail หมายถึงส่วนผสมขององค์ประกอบหรือผลหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อรวมกัน คำเหล่านี้ทำให้น้ำทุกอึกดูเหมือนเป็นส่วนผสมของสารโฮมีโอพาธีที่มีฤทธิ์แรงมาก ภาพเปรียบนี้จงใจกล่าวเกินจริงและมีน้ำเสียงประชด โดยชี้ว่าถ้าสมมติฐานก่อนหน้านั้นเป็นจริง น้ำธรรมดาก็จะมีผลที่รุนแรงและซับซ้อนอย่างไร้เหตุผล รูปแบบ “คำขยายที่เน้นความรุนแรง+คำเปรียบที่หมายถึงส่วนผสม” ช่วยทำให้คำกล่าวหนึ่งดูไม่น่าเชื่ออย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “The energy drink is advertised as a supercharged cocktail of vitamins and caffeine,” คำว่า supercharged cocktail หมายความว่าอย่างไร
- เครื่องดื่มที่ถูกชาร์จด้วยไฟฟ้า
- ส่วนผสมที่มีฤทธิ์แรงเป็นพิเศษ
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เสิร์ฟร้อน
ดูคำตอบ
ส่วนผสมที่มีฤทธิ์แรงเป็นพิเศษ
So how did homeopathy become the most successful alternative medicine?
3:12แล้วโฮมีโอพาธีย์กลายมาเป็นการแพทย์ทางเลือกที่ประสบความสำเร็จที่สุดได้อย่างไร?
In the 18th century, medicine was very different from today.
3:18ในศตวรรษที่ 18 การแพทย์แตกต่างจากปัจจุบันมาก
Treatments like bloodletting left the patient worse off than before. วลี
3:21การรักษาอย่างเช่นการเจาะเลือดทิ้งทำให้คนไข้แย่ลงกว่าเดิม
worse off than before สำหรับสถานการณ์ที่แย่ลง
Worse off หมายถึงอยู่ในสภาพที่แย่ลงหรือลำบากขึ้น ในที่นี้หมายความว่าสุขภาพของผู้ป่วยหลังการรักษาแย่กว่าก่อนรักษา โดย off เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ไม่ได้หมายถึง “ออกไป” Than before ใช้สภาพก่อนหน้านี้เป็นจุดเปรียบเทียบ วลีนี้ใช้เปรียบเทียบสุขภาพ การเงิน ความปลอดภัย โอกาส หรือความเป็นอยู่โดยรวมได้ และมักตามหลัง be, become หรือ leave someone
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “อยู่ในสภาพแย่กว่าเดิม” ให้สมบูรณ์: The unexpected medical bills left Ana ____.
ดูคำตอบ
worse off than before
So German physician Samuel Hahnemann wanted a non-invasive,
3:25ดังนั้นแพทย์ชาวเยอรมัน ซามูเอล ฮาเนมันน์ จึงต้องการวิธีการรักษาแบบที่ไม่ล่วงล้ำและ
And in fact, homeopathic hospitals were soon successful
3:33และในความเป็นจริง โรงพยาบาลโฮมีโอพาธีย์ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
doing no harm beats doing harm: การเปรียบเทียบการกระทำด้วยอนุประโยค -ing
วลีที่มี doing ทั้งสองวลีต่างก็ใช้เรียกการกระทำหนึ่งอย่าง วลีเหล่านี้เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม จึงนำมาเป็นสองด้านของการเปรียบเทียบได้ beats ในที่นี้หมายถึง “ดีกว่า” หรือ “ให้ผลดีกว่า” ไม่ได้หมายถึง “ตี” โครงสร้าง doing X beats doing Y นำไปใช้เปรียบเทียบวิธีการกระทำสองแบบได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบกิจกรรมสองอย่างด้วยรูป -ing ได้ถูกต้อง และใช้ beats ในความหมายว่า “ดีกว่า”
- Check your work beats rush to finish.
- Checking your work beats rushing to finish.
- Checking your work hits rushing to finish.
ดูคำตอบ
Checking your work beats rushing to finish.
Hahnemann imposed very strict rules on his patients.
3:40ฮาเนมันน์ได้ตั้งกฎที่เข้มงวดมากกับคนไข้ของเขา
Then, and only then, would his remedies work: การสลับลำดับหลัง only then ที่ต้นประโยค
Only then จำกัดเวลาไว้อย่างเคร่งครัด เมื่อย้ายวลีนี้มาไว้ต้นประโยค ภาษาอังกฤษจะวางกริยาช่วยไว้หน้าประธาน คือ would his remedies ไม่ใช่ his remedies would รูปแบบนี้เรียกว่าการสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย ลำดับคำปกติคือ His remedies would work only then. Then, and only then เพิ่มน้ำหนักการเน้นอย่างมาก โดยอ้างว่ายาจะได้ผลก็ต่อเมื่อเงื่อนไขก่อนหน้าทั้งหมดครบแล้ว ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยวางกริยาช่วย would ที่กำหนดให้ในตำแหน่งที่ถูกต้องหลัง only then ที่ต้นประโยค: The safety check had to finish first. Only then ____ the doors open.
ดูคำตอบ
would
Of course, all of these instructions are ignored and not talked about today.
4:11แน่นอนว่าคำแนะนำทั้งหมดนี้ถูกเพิกเฉยและไม่มีใครพูดถึงในปัจจุบัน
Never before in human history have we enjoyed a comparable level of health. ไวยากรณ์
4:20ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่เรามีความสุขกับระดับสุขภาพที่เทียบเท่ากันนี้
Never before ... have we: การกลับประธานกับกริยาช่วยหลังวลีปฏิเสธ
เมื่อวาง Never before ... ไว้ต้นประโยค ใจความจะได้รับการเน้นอย่างชัดเจนว่า ในช่วงเวลาใด ๆ ก่อนหน้านี้ของประวัติศาสตร์มนุษย์ ไม่เคยมีสถานการณ์ที่เทียบได้กับสถานการณ์นี้ วลีปฏิเสธที่ต้นประโยคทำให้เกิดการสลับตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาช่วย ใน present perfect คำว่า have จะย้ายมาอยู่หน้าประธาน we เป็น Never before ... have we enjoyed ... ไม่ใช่ Never before ... we have enjoyed ... โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Never before + have/has + ประธาน + past participle
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยของ present perfect ในตำแหน่งกลับคำที่ถูกต้อง: Never before ____ we seen such rapid progress.
ดูคำตอบ
have
And this is largely due to the new tools we've developed. วลี
4:27และนี่เป็นผลมาจากเครื่องมือใหม่ๆ ที่เราได้พัฒนาขึ้น
largely due to: สาเหตุหลัก แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว
Largely due to หมายถึง “มีสาเหตุหลักมาจาก” ในที่นี้ เครื่องมือใหม่ถูกเสนอว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ก็ยังเปิดโอกาสว่าอาจมีสาเหตุอื่นด้วย หลัง due to ต้องตามด้วยนามหรือนามวลี เช่น due to the new tools คำว่า largely ใช้ควบคุมระดับความหนักแน่นของการกล่าวถึงเหตุและผล วลีนี้ไม่ได้ใช้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการจราจรเป็นสาเหตุหลักของความล่าช้า แต่ยังอาจมีสาเหตุอื่นด้วย?
- The delay was largely due to traffic.
- The delay was partly due to traffic.
- The delay was entirely due to traffic.
ดูคำตอบ
The delay was largely due to traffic.
and scientific evaluation to check and prove which stuff works.
4:33และการประเมินทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบและพิสูจน์ว่าสิ่งไหนใช้ได้ผล
Thanks to these tools, after countless studies and reviews,
4:37ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ หลังจากการศึกษาและทบทวนนับไม่ถ้วน
that homeopathy does not have any effect beyond placebo. การใช้คำ
4:42ว่าโฮมีโอพาธีย์ไม่มีผลอะไรมากไปกว่ายาหลอก
Beyond a shadow of a doubt: ความมั่นใจโดยไม่มีข้อสงสัย
beyond a shadow of a doubt หมายถึง มั่นใจอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีข้อสงสัยเลย ในที่นี้ วลีนี้เน้นว่าข้อสรุปได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นจากงานวิจัยจำนวนมาก โดยคำว่า shadow ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร วลีนี้วางตามหลังคำกริยาอย่าง know หรือ prove และอยู่หน้าประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วย that ได้ เช่น know beyond a shadow of a doubt that something is true วลีนี้ทำให้ข้อความเป็นสิ่งที่แน่นอน ไม่ใช่เพียงมีแนวโน้มสูง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตามบทเรียน: The timestamp proves ____ that the file was uploaded before noon.
ดูคำตอบ
beyond a shadow of a doubt
Effect beyond placebo: ประโยชน์ที่มากกว่าการตอบสนองต่อยาหลอก
An effect beyond placebo หมายถึงการดีขึ้นที่มากกว่าการตอบสนองต่อยาหลอก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความคาดหวัง ความเอาใจใส่ หรือประสบการณ์ของการได้รับการรักษา ไม่ใช่จากการรักษาที่มีตัวยาออกฤทธิ์โดยเฉพาะ ในประโยคนี้ does not have any effect beyond placebo ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครรู้สึกดีขึ้น แต่หมายความว่างานวิจัยไม่พบประโยชน์เพิ่มเติมที่เกิดจากการรักษานั้นโดยเฉพาะ นอกเหนือจากสิ่งที่ยาหลอกทำให้เกิดได้
แบบฝึกหัด
ประโยค "The treatment showed no effect beyond placebo" หมายความว่าอย่างไร?
- การรักษานั้นไม่ได้ทำให้ใครเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย
- กลุ่มยาหลอกไม่มีอาการดีขึ้นเลย
- การรักษานั้นไม่ได้ผลดีกว่ายาหลอก
ดูคำตอบ
การรักษานั้นไม่ได้ผลดีกว่ายาหลอก
But even so, who cares why it works if it helps people? ลำดับความ
4:46แต่ถึงอย่างนั้น ใครจะสนล่ะว่าทำไมมันถึงได้ผล ถ้ามันช่วยคนได้?
การใช้ But even so ... who cares ...? เพื่อยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนตั้งข้อท้าทาย
“But even so” หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” วลีนี้ยอมรับประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึงสั้น ๆ ก่อนเปลี่ยนทิศทางของข้อโต้แย้ง “Who cares why it works if it helps people?” เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้ถามให้ระบุว่าเป็นใคร แต่ยกข้อท้าทายในเชิงผลลัพธ์ว่า ถ้าผู้คนได้รับประโยชน์ เหตุผลที่มันได้ผลก็อาจไม่สำคัญ ในข้อโต้แย้งนี้ ผู้บรรยายกำลังเสนอแนวคิดดังกล่าวเพื่อให้พิจารณาต่อ ไม่ได้หมายความว่านี่คือข้อสรุปสุดท้ายเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในข้อโต้แย้ง?
- ประโยคนี้สรุปว่าสิ่งใดก็ตามที่มีประโยชน์ย่อมมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว
- ประโยคนี้ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วตั้งคำถามว่าคำอธิบายยังสำคัญหรือไม่หากผู้คนได้รับความช่วยเหลือ
- ประโยคนี้ถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในการอธิบายว่ามันทำงานอย่างไร
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วตั้งคำถามว่าคำอธิบายยังสำคัญหรือไม่หากผู้คนได้รับความช่วยเหลือ
got over ที่หมายถึงหายจากโรค
ใน got over a horrible disease คำว่า got over เป็นรูปอดีตของ get over และหมายถึง “หายจาก” หรือผ่านพ้นโรคนั้นมาได้สำเร็จ over เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนข้ามเหนือสิ่งใด วลีนี้บอกเพียงว่ามีการฟื้นตัวเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าอะไรเป็นสาเหตุของการฟื้นตัว ดังนั้น while ที่อยู่ถัดไปในประโยคจึงเพียงบอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีรูปอดีตสองคำที่หมายถึง recovered from: After two weeks of rest, Mia finally ____ the flu and went back to school.
ดูคำตอบ
got over
And there are plenty of reports of it working for children and animals.
4:57และมีรายงานมากมายว่าใช้ได้ผลกับเด็กและสัตว์
make of ใน “What do we make of ...?”
ในคำถาม What do we make of ...? วลี make of หมายถึง “ทำความเข้าใจ ตีความ หรือประเมิน” คำที่อยู่หลัง of คือหลักฐาน เหตุการณ์ หรือพฤติกรรมที่กำลังพิจารณาอยู่ ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” คำถามนี้ใช้ขอการตีความหรือข้อสรุป โดยเฉพาะเมื่อข้อเท็จจริงน่าประหลาดใจหรือไม่ชัดเจน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าควรสรุปอย่างไรจากประสบการณ์ที่มีผู้รายงานไว้
แบบฝึกหัด
ในคำถาม “What do you make of these results?” วลี make of หมายถึงอะไร
- ตีความหรือประเมิน
- พูดซ้ำทุกคำตามต้นฉบับ
- สร้างจากวัสดุ
ดูคำตอบ
ตีความหรือประเมิน
The placebo effect is very real and not imaginary.
5:03ผลจากยาหลอกมีอยู่จริงและไม่ใช่เรื่องจินตนาการ
No matter how smart you are, you're not immune to it. โน้ต
5:07ไม่ว่าคุณจะฉลาดแค่ไหน คุณก็ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อมัน
โครงสร้าง No matter how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be
โครงสร้าง no matter how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be ใช้สร้างอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข หมายความว่า ต่อให้คุณสมบัตินั้นอยู่ในระดับสูงมาก ผลในประโยคหลักก็ยังไม่เปลี่ยน ในประโยคนี้ แม้จะฉลาดมากก็ยังอาจได้รับผลกระทบได้ how smart you are ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ no matter how ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าต่อให้เหนื่อยมาก ผลก็ไม่เปลี่ยน
- No matter how are you tired, you still need to lock the door.
- No matter how tired you are, you still need to lock the door.
- No matter what tired you are, you still need to lock the door.
ดูคำตอบ
No matter how tired you are, you still need to lock the door.
immune to: ไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลบางอย่าง
ในที่นี้ immune to ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ To be immune to an effect หมายถึงผลบางอย่างไม่สามารถมีอิทธิพลหรือส่งผลต่อคุณได้ ดังนั้น not immune to it จึงหมายความว่าแม้แต่คนฉลาดก็ยังอาจได้รับผลจากปรากฏการณ์ยาหลอก โครงสร้างคือ be immune to + คำนามหรือคำสรรพนาม สามารถใช้พูดถึงภูมิคุ้มกันต่อโรคตามความหมายตรง หรือใช้กับอิทธิพลอย่างแรงกดดัน อคติ โฆษณา หรือความกลัวก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่า “ยังสามารถได้รับผลกระทบ” ลงในประโยค: Even experienced players are not ____ stress before a big game.
ดูคำตอบ
immune to
If people believe that something will help them feel better,
5:10ถ้าคนเชื่อว่าบางสิ่งจะช่วยให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น
And it's been proven that the placebo effect can be transferred.
5:16และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผลจากยาหลอกสามารถถ่ายทอดได้
this can help a child relax and help relieve symptoms.
5:27สิ่งนี้สามารถช่วยให้เด็กผ่อนคลายและช่วยบรรเทาอาการได้
eases up: ตึงเครียดน้อยลง
ในที่นี้ eases up หมายถึงเริ่มตึงเครียดน้อยลงและไม่ตอบสนองด้วยความกังวลมากเท่าเดิม เมื่อผู้ปกครองสงบลงก็อาจช่วยให้เด็กผ่อนคลายได้ด้วย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน Ease up เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรมในประโยคนี้ กล่าวคือ ตัวบุคคลหรือสถานการณ์เองมีความรุนแรงลดลง ใช้พูดถึงคนที่ผ่อนคลาย หรือฝน ความเจ็บปวด แรงกดดัน และภาระงานหนักที่เบาลงได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ ease up เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the nurse said everything was fine, Leo ____ and began to smile.
ดูคำตอบ
eased up
who react strongly to the body language cues of the people caring for them. วลี
5:33ซึ่งพวกมันมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงต่อสัญญาณภาษากายของผู้ที่ดูแลพวกมัน
body language cues: สัญญาณที่ไม่ใช้คำพูดแบบเฉพาะเจาะจง
ในวลี body language cues คำว่า cues หมายถึงสัญญาณเล็ก ๆ ที่ช่วยให้สังเกตหรืออนุมานบางอย่างได้ ในที่นี้คือรายละเอียดที่ไม่ใช้คำพูด เช่น ท่าทาง การเคลื่อนไหว สีหน้า หรือความเกร็งของร่างกาย วลีนี้ใช้เรียกเบาะแสเฉพาะอย่างในภาษากายได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีความเฉพาะเจาะจงกว่า body language เพียงอย่างเดียว เพราะ body language หมายถึงรูปแบบการสื่อสารในภาพรวม ส่วน body language cues หมายถึงลักษณะแต่ละอย่างที่ผู้สังเกตเห็นและตอบสนอง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยค: The counselor watched the child's posture and facial expression for ____.
- physical treatments
- body language cues
- spoken instructions
ดูคำตอบ
body language cues
But the most powerful tool of homeopathy is time. ลำดับความ
5:38แต่เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดของโฮมีโอพาธีย์คือ เวลา
most powerful tool of homeopathy is time: การเฉลยที่คาดไม่ถึง
ประโยคนี้สร้างความคาดหวังอย่างมากด้วย the most powerful tool of homeopathy และเก็บข้อมูลสำคัญไว้จนถึงคำว่า time การจบด้วยคำที่น่าประหลาดใจนี้ทำให้เกิดผลเหมือนการเฉลย และเปลี่ยนทิศทางของข้อโต้แย้งไปสู่การวิจารณ์ คำว่า tool เป็นคำเปรียบเทียบ ประเด็นไม่ได้หมายความว่าเวลาเป็นวิธีรักษาแบบโฮมีโอพาธีจริง ๆ แต่หมายถึงปัญหาหลายอย่างดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป หากความดีขึ้นนั้นถูกยกให้เป็นผลของยารักษา ผลตามธรรมชาติของเวลาอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหลักฐานว่าโฮมีโอพาธีได้ผล
แบบฝึกหัด
ใน “But the most powerful tool of homeopathy is time,” การจบประโยคด้วย time ทำให้เกิดผลอย่างไร
- ให้คำนิยามโฮมีโอพาธีแบบเป็นขั้นตอน
- ทำให้เกิดการเฉลยที่คาดไม่ถึงซึ่งสนับสนุนข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการฟื้นตัวตามธรรมชาติ
- ระบุว่าเวลาเป็นยารักษาแบบโฮมีโอพาธีอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ทำให้เกิดการเฉลยที่คาดไม่ถึงซึ่งสนับสนุนข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการฟื้นตัวตามธรรมชาติ
But if you take some remedy when you already feel sick
5:46แต่ถ้าคุณกินยาอะไรบางอย่างตอนที่คุณรู้สึกป่วยอยู่แล้ว
while actually it would have happened anyway. ไวยากรณ์
5:52ทั้งที่จริงๆ แล้วมันก็กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ดี
would have happened anyway: ผลลัพธ์ในอดีตที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี
would have happened บอกผลลัพธ์ที่ผู้พูดคิดว่ายังคงเกิดขึ้น แม้สถานการณ์ในอดีตจะแตกต่างออกไป เงื่อนไขที่ละไว้ในที่นี้คือ “แม้จะไม่ได้ใช้ยานั้นก็ตาม” anyway เน้นว่าการกระทำที่กำลังพูดถึงจะไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ดังนั้นผู้พูดจึงปฏิเสธความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่ถูกกล่าวอ้าง การเริ่มดีขึ้นในภายหลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่ายานั้นทำให้อาการดีขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ would have, รูป past participle ของ arrive และ anyway: The package was already out for delivery, so even without my call, it ____.
ดูคำตอบ
would have arrived anyway
The homeopathy industry likes to play the gentle alternative to big pharma. โน้ต
5:55อุตสาหกรรมโฮมีโอพาธีย์ชอบเล่นบทบาททางเลือกที่อ่อนโยนต่อบริษัทเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่
play the gentle alternative to big pharma: แสดงตนเป็นทางเลือกที่อ่อนโยน
play ในที่นี้หมายถึงการแสดงตนว่าเป็นหรือทำตัวอยู่ในบทบาทหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกม อุตสาหกรรมนี้ส่งเสริมภาพลักษณ์ว่าตนเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนกว่าบริษัทยารายใหญ่ เมื่อผู้บรรยายใช้ likes to play ถ้อยคำนี้จึงสร้างระยะห่างเชิงวิจารณ์ โดยบรรยายบทบาทที่อุตสาหกรรมต้องการให้สาธารณชนเชื่อ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าภาพลักษณ์นั้นเป็นจริง big pharma เป็นคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการและมักมีนัยวิจารณ์ ใช้หมายถึงบริษัทยาขนาดใหญ่ที่มีอำนาจหรืออุตสาหกรรมยาโดยรวม
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The company likes to play the caring alternative to large banks. คำว่า play สื่อถึงอะไร
- บริษัทแข่งขันเล่นเกมกับธนาคารขนาดใหญ่
- มีการพิสูจน์อย่างเป็นทางการแล้วว่าบริษัทใส่ใจมากกว่าธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง
- บริษัทแสดงตนในบทบาทนั้น และผู้พูดอาจรู้สึกสงสัย
ดูคำตอบ
บริษัทแสดงตนในบทบาทนั้น และผู้พูดอาจรู้สึกสงสัย
But the homeopathic industry is big pharma. ลำดับความ
5:59แต่อุตสาหกรรมโฮมีโอพาธีย์นั่นแหละคือบริษัทเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่
big pharma ในฐานะคำเรียกอุตสาหกรรมเชิงวิจารณ์
big pharma เป็นคำเรียกรวมแบบไม่เป็นทางการสำหรับบริษัทยาขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะเมื่อเน้นอำนาจในตลาด ผลกำไร การล็อบบี้ หรืออิทธิพลของบริษัทเหล่านั้น คำนี้ไม่ใช่ชื่อทางการของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และไม่ได้แปลตรงตัวว่า “ยาที่มีขนาดใหญ่” ในประโยคนี้ คำดังกล่าวมีน้ำเสียงวิจารณ์ ผู้บรรยายใช้เป็นหมวดเรียกพฤติกรรมของอุตสาหกรรมที่มีอำนาจและมุ่งหากำไร จึงทำให้การเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมโฮมีโอพาธีมีความคมคายและชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ big pharma หมายถึงสิ่งใดโดยตรงที่สุด
- บริษัทยารายใหญ่ที่มองรวมกันเป็นกลุ่ม โดยมักเน้นอำนาจและผลกำไรของบริษัทเหล่านั้น
- ยาที่บรรจุมาในหีบห่อขนาดใหญ่ผิดปกติ
- บริษัทเดียวที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการในชื่อ Big Pharma
ดูคำตอบ
บริษัทยารายใหญ่ที่มองรวมกันเป็นกลุ่ม โดยมักเน้นอำนาจและผลกำไรของบริษัทเหล่านั้น
“แต่อุตสาหกรรมโฮมีโอพาธีคืออุตสาหกรรมยารายใหญ่”: ปูแนวคิดแล้วพลิกกลับ
ประโยคแรกสร้างความขัดแย้งขึ้นมา โดยโฮมีโอพาธีนำเสนอตัวเองว่าเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนแทน big pharma จากนั้นประโยคสั้นที่ขึ้นต้นด้วย But เปลี่ยนความขัดแย้งนั้นให้กลายเป็นความเท่ากัน: the homeopathic industry is big pharma การพูด big pharma ซ้ำและเปลี่ยนจาก alternative to X เป็น is X ทำให้เกิดการพลิกเชิงวาทศิลป์ รูปแบบที่ปูแนวคิดก่อนแล้วจึงหักล้างนี้ทำให้ข้อกล่าวอ้างที่สองมีพลังมากขึ้น ในที่นี้เป็นการจัดประเภทอุตสาหกรรมเชิงวาทศิลป์ตามขนาดและพฤติกรรม ไม่ใช่การกำหนดประเภทบริษัทตามกฎหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคคู่ใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือปูแนวคิดก่อนแล้วจึงพลิกกลับ
- They call it a side project. It started last year.
- They call it a side project. But it is their main business.
- They call it a side project, so we scheduled it for Friday.
ดูคำตอบ
They call it a side project. But it is their main business.
Billions of dollars are made with extreme profit margins. การใช้คำ
6:03สามารถทำเงินหลายพันล้านดอลลาร์ด้วยอัตรากำไรที่สูงปรี๊ด
“profit margins” ในฐานะตัววัดความสามารถในการทำกำไร
profit margin คือส่วนของรายได้จากการขายที่เหลือเป็นกำไรหลังหักต้นทุน โดยปกติจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ คำนี้ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรเทียบกับรายได้ ไม่ใช่จำนวนเงินทั้งหมดที่ทำได้ ในประโยคนี้ extreme profit margins หมายความว่า รายได้ของอุตสาหกรรมส่วนที่มากผิดปกติกลายเป็นกำไร คำว่า billions บอกขนาดของเงินที่ทำได้ ส่วน margins บอกว่าการขายทำกำไรได้มากเพียงใด
แบบฝึกหัด
รายงานข่าวระบุว่า “The product has very high profit margins.” หมายความว่าอย่างไร
- รายได้จากการขายส่วนใหญ่เหลือเป็นกำไรหลังหักต้นทุน
- รายได้รวมของบริษัทต้องมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
- สินค้าขายในราคาที่ใกล้เคียงกับต้นทุน
ดูคำตอบ
รายได้จากการขายส่วนใหญ่เหลือเป็นกำไรหลังหักต้นทุน
“lobby organizations” ในบริบทการเมืองและกฎระเบียบ
คำว่า lobby organization หมายถึงกลุ่มที่พยายามมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาล กฎหมาย หรือการตัดสินใจด้านกฎระเบียบ เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายที่ตนเป็นตัวแทน ในที่นี้ อุตสาหกรรมโฮมีโอพาธีมีกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องจุดยืนและกดดันผู้มีอำนาจตัดสินใจแทนอุตสาหกรรม ในการใช้นี้ lobby หมายถึงการผลักดันผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ใช่โถงทางเข้าอาคาร วลีนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมหนึ่งอาจมีทั้งอำนาจทางการค้าและอิทธิพลทางการเมืองที่ประสานกัน
แบบฝึกหัด
ในรายงานเกี่ยวกับกฎความปลอดภัยใหม่ lobby organization มีแนวโน้มจะทำอะไรมากที่สุด
- ต้อนรับผู้มาเยือนในโถงทางเข้าของสำนักงาน
- พยายามมีอิทธิพลต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังตัดสินกฎ
- วัดว่าบริษัทได้กำไรจากการขายแต่ละครั้งเท่าใด
ดูคำตอบ
พยายามมีอิทธิพลต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังตัดสินกฎ
on the line: สิ่งสำคัญกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
ในที่นี้ on the line หมายถึง “เสี่ยงที่จะสูญเสียหรือได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง” ประโยคนี้บอกว่าเงินจำนวนมากจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป สำนวนนี้มักตามหลัง be โดยเงิน งาน อาชีพ ชื่อเสียง หรือแม้แต่ชีวิตก็สามารถ be on the line ได้ สำนวนนี้หมายถึงการมีสิ่งสำคัญเป็นเดิมพันจริง ๆ ไม่ใช่วัตถุที่วางอยู่บนเส้น
แบบฝึกหัด
ใน “A lot of money is on the line” คำว่า on the line หมายถึงอะไร
- สามารถเข้าถึงเงินนั้นผ่านอินเทอร์เน็ตได้
- เงินถูกจัดวางเป็นแถว
- เงินจำนวนมากอาจสูญเสียไป
ดูคำตอบ
เงินจำนวนมากอาจสูญเสียไป
Globally, the market is expected to reach over 17 billion by 2024. วลี
6:14ในระดับโลก คาดว่าตลาดจะแตะระดับกว่า 1.7 หมื่นล้านภายในปี 2024
is expected to reach + ตัวเลข
Is expected to reach เป็นรูปแบบประโยคกรรมวาจกสำหรับบอกการคาดการณ์ โดย the market คือสิ่งที่ถูกคาดการณ์ และ reach หมายถึง “ไปถึงระดับหรือจำนวนที่กำหนด” ประโยคนี้รายงานการคาดการณ์ในเวลานั้นว่าตลาดจะมีมูลค่ามากกว่า 17 พันล้านภายในปี 2024 รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ subject + be expected to reach + number + by + time การใช้กรรมวาจกทำให้ไม่ต้องระบุว่าใครเป็นผู้คาดการณ์ และเน้นผลลัพธ์ที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
เติมการคาดการณ์ให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The city's population ____ two million by 2030.
ดูคำตอบ
is expected to reach
Some critics even argue that the homeopathic industry is bad for public health
6:20นักวิจารณ์บางคนโต้แย้งว่าอุตสาหกรรมโฮมีโอพาธีย์ส่งผลเสียต่อสาธารณสุข
because it creates distrust in proven medicine.
6:24เพราะมันสร้างความไม่ไว้วางใจในการแพทย์ที่พิสูจน์แล้ว
The belief in homeopathy correlates with skepticism about vaccinations. การใช้คำ
6:27ความเชื่อในโฮมีโอพาธีย์สัมพันธ์กับความกังขาเกี่ยวกับวัคซีน
correlates with: ความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล
ในประโยคนี้ correlates with หมายถึงทัศนคติสองอย่างมีแนวโน้มพบร่วมกัน กล่าวคือ ในเชิงสถิติ ยิ่งเชื่อในโฮมีโอพาธีมาก ก็ยิ่งกังขาต่อการฉีดวัคซีนมากขึ้น โครงสร้างคือ A correlates with B ซึ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร แต่ไม่ได้บอกทิศทางของอิทธิพลและไม่ได้พิสูจน์ว่า A ทำให้เกิด B
แบบฝึกหัด
งานวิจัยพบว่านิสัยสองอย่างมักเกิดร่วมกัน แต่ไม่ได้แสดงว่านิสัยหนึ่งทำให้เกิดอีกนิสัยหนึ่ง ประโยคใดกล่าวผลการวิจัยได้ถูกต้อง?
- One habit causes the other.
- One habit correlates with the other.
- The habits are identical.
ดูคำตอบ
One habit correlates with the other.
This can discourage people to seek the help they need ไวยากรณ์
6:32สิ่งนี้สามารถยับยั้งไม่ให้ผู้คนแสวงหาความช่วยเหลือที่ต้องการ
ใช้ discourage people from seeking ไม่ใช่ discourage people to seek
รูป discourage people to seek ไม่ใช่โครงสร้างมาตรฐานสำหรับความหมายนี้ ภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ discourage people from seeking ซึ่งมีโครงสร้าง discourage + คน + from + คำกริยา-ing Discourage หมายถึงทำให้ใครบางคนไม่ค่อยอยากหรือมีโอกาสน้อยลงที่จะทำบางอย่าง อย่านำรูป to + คำกริยารูปพื้นฐานของ encourage มาใช้ เพราะคำกริยาสองคำนี้ใช้โครงสร้างต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้คำในวงเล็บและโครงสร้างมาตรฐานของ discourage: High fees can discourage families ____ for help. (ask)
ดูคำตอบ
from asking
when their lives or the lives of their children are on the line.
6:34เมื่อชีวิตของพวกเขาหรือลูกๆ กำลังตกอยู่ในอันตราย
But there is actually a key to the success of homeopathy
6:38แต่ความจริงแล้วมีกุญแจสู่ความสำเร็จของโฮมีโอพาธีย์
The first consultation with a homeopath can take hours and is very personal.
6:45การปรึกษาหารือครั้งแรกกับแพทย์โฮมีโอพาธีย์อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงและเป็นส่วนตัวมาก
For a patient who's already been on a pilgrimage from doctor to doctor, สำนวน
6:50สำหรับคนไข้ที่ผ่านการไปพบแพทย์มาหลายต่อหลายคนแล้ว
ความหมายเชิงอุปมาของ on a pilgrimage from doctor to doctor
ในที่นี้ on a pilgrimage เป็นอุปมาถึงการค้นหาที่ยาวนานและยากลำบาก ซึ่งต้องอาศัยความพยายามและความหวัง และมักมาพร้อมความผิดหวัง ไม่ได้หมายถึงการเดินทางแสวงบุญทางศาสนาจริง ๆ from doctor to doctor แสดงว่าผู้ป่วยไปพบแพทย์หลายคนเพราะยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนหรือวิธีแก้ที่ได้ผล เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้จึงนำเสนอการหาคำตอบทางการแพทย์ว่าเป็นการเดินทางอันเหน็ดเหนื่อย ไม่ใช่การส่งต่อทั่วไปเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ "on a pilgrimage from doctor to doctor" ในประโยคนี้มากที่สุด
- ผู้ป่วยได้รับการส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทางเพียงครั้งเดียวตามขั้นตอนปกติ
- ผู้ป่วยไปพบแพทย์มาหลายคนเป็นเวลานานแต่ยังคงค้นหาคำตอบอยู่
- ผู้ป่วยกำลังเดินทางทางศาสนาร่วมกับแพทย์คนหนึ่ง
ดูคำตอบ
ผู้ป่วยไปพบแพทย์มาหลายคนเป็นเวลานานแต่ยังคงค้นหาคำตอบอยู่
even if the conversation was not the point of the therapy.
6:58แม้ว่าบทสนทนานั้นจะไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการบำบัดก็ตาม
Make a huge difference to: ส่งผลอย่างมากต่อ
make a huge difference to หมายถึง “ส่งผลอย่างมากต่อคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ในประโยคนี้เป็นผลเชิงบวก คือความใส่ใจและความเห็นอกเห็นใจช่วยให้สุขภาวะของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมาก difference ในที่นี้หมายถึง “ผลกระทบ” ไม่ใช่ความแตกต่างจากการเปรียบเทียบสองสิ่ง โครงสร้างคือ make a/an + adjective + difference to + person or thing คำว่า huge เน้นว่าผลนั้นมีขนาดมาก และคนหรือสิ่งที่อยู่หลัง to คือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย เรียงคำต่อไปนี้ให้ถูกต้องและเติมคำนำหน้านามที่จำเป็น: make, huge, difference, to. A few kind words can ____ a worried child.
ดูคำตอบ
make a huge difference to
Tight budgets force doctors and nurses to deal with lots of patients. ไวยากรณ์
7:09งบประมาณที่จำกัดบังคับให้แพทย์และพยาบาลต้องรับมือกับคนไข้จำนวนมาก
force doctors and nurses to deal with: โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive
ในโครงสร้าง force someone to do something กรรมที่เป็นบุคคลหรือกลุ่มคนจะอยู่ระหว่าง force กับ to-infinitive โครงสร้างนี้เชื่อมแรงกดดันจากภายนอกเข้ากับการกระทำที่เกิดขึ้น ในที่นี้ งบประมาณที่จำกัดคือแรงกดดัน ส่วนแพทย์และพยาบาลถูกบีบให้ดูแลผู้ป่วยจำนวนมากด้วยเวลาและทรัพยากรที่จำกัด Force เป็นคำที่มีน้ำหนักแรง โดยสื่อว่าคนเหล่านั้นแทบไม่มีทางเลือกจริง ๆ ไม่ได้เพียงบอกอย่างเป็นกลางว่าการกระทำนั้นจำเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย force และเครื่องหมาย infinitive ที่ถูกต้อง: A sudden staff shortage may ____ the clinic manager ____ cancel some appointments.
ดูคำตอบ
force · to
Consultations need to be..., diagnoses made..., treatments fast: การละคำในโครงสร้างขนาน
ส่วนแรกแสดงกรอบเต็มว่า consultations need to be time-efficient ส่วนอีกสองส่วนละคำที่ซ้ำกันไว้ โดยรูปเต็มคือ diagnoses need to be made quickly และ treatments need to be fast นี่คือการละคำในโครงสร้างขนาน ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์สามประโยคที่แยกจากกัน การปล่อยให้ผู้ฟังเข้าใจกรอบที่ซ้ำกันเองช่วยให้ผู้พูดเรียงแรงกดดันสามอย่างได้อย่างรวดเร็ว รายการขนานนี้ไล่จากการปรึกษาแพทย์ไปยังการวินิจฉัยและการรักษา โดยกำหนดให้ทั้งสามอย่างต้องรวดเร็วเช่นเดียวกัน
แบบฝึกหัด
รูปเต็มข้อใดเติมคำที่ถูกละไว้กลับมาได้ถูกต้อง?
- Consultations need to make diagnoses quickly, and treatments need to save time.
- Consultations are time-efficient because diagnoses and treatments are always fast.
- Consultations need to be time-efficient, diagnoses need to be made quickly, and treatments need to be fast.
ดูคำตอบ
Consultations need to be time-efficient, diagnoses need to be made quickly, and treatments need to be fast.
leave patients feeling + คำคุณศัพท์
ใน leave patients feeling invisible, scared, and left behind คำว่า leave หมายถึง “ทำให้ยังคงอยู่ในสภาพที่เป็นผลตามมา” ไม่ใช่ “จากไป” patients เป็นกรรม และ feeling ... บอกผลทางอารมณ์จากประสบการณ์นั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ leave + คน + feeling + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาช่อง 3 มักใช้เพื่อบอกว่าเหตุการณ์ ข้อความ หรือระบบส่งผลต่อความรู้สึกของคนหลังจากสิ่งนั้นเกิดขึ้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ leave + คน + feeling อย่างถูกต้องเพื่อบอกผลทางอารมณ์
- The rushed appointment left feeling Maya ignored.
- The rushed appointment left Maya feeling ignored.
- The rushed appointment left Maya feel ignored.
ดูคำตอบ
The rushed appointment left Maya feeling ignored.
feel left behind: รู้สึกถูกกีดกันหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ใน feel left behind คำว่า left behind เป็นวลีรูปกริยาช่อง 3 ที่บอกสภาพของบุคคล หมายถึงการรู้สึกว่าตนถูกมองข้าม ถูกกันออกไป หรือไม่สามารถตามคนอื่นทัน ขณะที่คนอื่นได้รับความสนใจหรือก้าวหน้าไป ในที่นี้ความหมายเป็นเรื่องทางสังคมและอารมณ์ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ไม่มีใครทิ้งผู้ป่วยไว้ในสถานที่ใดจริง ๆ ความหมายนี้ยังใช้กับการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน เทคโนโลยี ที่ทำงาน หรือสังคมได้ด้วย
แบบฝึกหัด
งานของ Alex เป็นไปตามกำหนด แต่เขารู้สึกถูกกีดกันเมื่อเพื่อนร่วมงานพูดถึงแอปใหม่ ประโยคใดบอกประสบการณ์ทางอารมณ์ของเขาได้ดีที่สุด
- He is standing behind his coworkers.
- He feels left behind.
- He has fallen behind in his work.
ดูคำตอบ
He feels left behind.
This is what modern medicine can learn from homeopathy. ลำดับความ
7:24นี่คือสิ่งที่การแพทย์แผนปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้จากโฮมีโอพาธีย์
การใช้ This is what ... can learn from ... เพื่อสรุปบทเรียน
โครงสร้าง This is what X can learn from Y นำข้อสังเกตก่อนหน้ามาสรุปเป็นประเด็นหลัก ในประโยคนี้ This ย้อนกลับไปหมายถึงการให้เวลา ความใส่ใจ และความเข้าอกเข้าใจแก่ผู้ป่วยแต่ละคนมากขึ้น ส่วน what modern medicine can learn นำเสนอแนวคิดนั้นว่าเป็นบทเรียนที่ควรนำไปใช้ Learn from หมายถึงการดึงบทเรียนที่เป็นประโยชน์จากการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าการแพทย์สมัยใหม่ควรลอกเลียนยาหรือยอมรับทฤษฎีของโฮมีโอพาธี
แบบฝึกหัด
“This is what modern medicine can learn from homeopathy” ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลนี้
- บอกว่าการแพทย์สมัยใหม่ควรนำการรักษาแบบโฮมีโอพาธีทั้งหมดมาใช้
- นำเสนอบทเรียนสรุปที่ได้จากการอภิปรายก่อนหน้า
- นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ
นำเสนอบทเรียนสรุปที่ได้จากการอภิปรายก่อนหน้า
It meets a human need that has been left unfulfilled.
7:28มันตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม
make time for: ตั้งใจจัดสรรเวลา
Make time for someone or something หมายถึงการตั้งใจปรับตารางของตนเพื่อให้สามารถใส่ใจบุคคลหรือกิจกรรมนั้นได้ สำนวนนี้สื่อถึงการให้ความสำคัญและความพยายาม โดยเฉพาะเมื่อมีงานยุ่ง ไม่ได้หมายถึงการสร้างเวลาเพิ่มขึ้นตามตัวอักษร ในประโยคนี้ the individual หมายถึงผู้ป่วยแต่ละคนในฐานะบุคคลหนึ่ง ผู้พูดกำลังเรียกร้องให้ระบบบริการสุขภาพกลับมาให้ความใส่ใจเป็นรายบุคคลแก่ผู้ป่วยแต่ละคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการตั้งใจจัดเวลาให้คนสำคัญ: Even during a busy week, I ____ my grandmother.
ดูคำตอบ
make time for
see people, not numbers: เปลี่ยนจุดเน้นด้วย X, not Y
ในที่นี้ see หมายถึง “มองว่าเป็นและใส่ใจ” ไม่ใช่เพียง “มองเห็นด้วยตา” ผู้พูดขอให้ผู้ดูแลตระหนักว่าผู้ป่วยแต่ละคนคือมนุษย์ที่มีความต้องการเฉพาะตัว รูปแบบสั้น ๆ X, not Y จัดข้อมูลโดยแก้ลำดับความสำคัญ: X คือจุดที่ควรให้ความสนใจ ส่วน Y คือมุมมองที่ควรปฏิเสธหรือลดเป็นเรื่องรอง people, not numbers. วิจารณ์การปล่อยให้ตัวชี้วัดบดบังประสบการณ์ของแต่ละคน ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทางการแพทย์ไม่มีประโยชน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ X, not Y เพื่อแก้จุดเน้นและให้ความต้องการของมนุษย์มาก่อน?
- At the shelter, ignore both the families and the statistics.
- At the shelter, add the families to the statistics.
- At the shelter, listen to the families, not just the statistics.
ดูคำตอบ
At the shelter, listen to the families, not just the statistics.
But as important as empathy is, it's not a substitute for actual treatment. โน้ต
7:36แต่ถึงแม้ความเห็นอกเห็นใจจะสำคัญ มันก็ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษาจริงๆ
as important as empathy is: โครงสร้างยอมรับที่วางไว้ข้างหน้า
ในที่นี้ as important as empathy is ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าเท่ากัน เมื่อวาง as + adjective + as + subject + be ไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้หมายถึง “แม้ว่าประธานจะ...มากก็ตาม” ดังนั้นผู้พูดจึงยอมรับก่อนว่าความเห็นอกเห็นใจสำคัญมาก อนุประโยคแสดงการยอมรับที่วางไว้ข้างหน้านี้เตรียมให้ตามด้วยข้อจำกัดหรือความขัดแย้งในประโยคหลัก ทำให้เหตุผลสมดุล: ยอมรับข้อดีก่อน แล้วจึงบอกว่าข้อดีนั้นทำอะไรไม่ได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างยอมรับที่วางไว้ข้างหน้า as + important + as + empathy + be เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, it cannot replace medical care.
ดูคำตอบ
As important as empathy is
not a substitute for actual treatment: ไม่สามารถใช้แทนการรักษาจริงได้
ในประโยคนี้ not a substitute for actual treatment หมายความว่า ความเข้าอกเข้าใจไม่สามารถแทนที่การดูแลทางการแพทย์ที่แท้จริงและมีหลักฐานรองรับได้ ความเข้าอกเข้าใจยังคงสำคัญ วลีนี้เพียงจำกัดว่ามันทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้ปฏิเสธคุณค่าของมัน ใช้โครงสร้าง X is not a substitute for Y เพื่อบอกว่า X อาจมีประโยชน์ แต่ไม่สามารถทำหน้าที่สำคัญของ Y ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสิ่งหนึ่งอาจมีประโยชน์ แต่ต้องไม่ใช้แทนการดูแลทางการแพทย์
- Comforting words can help, but they are not a substitute for medical care.
- Comforting words are an alternative to medical care.
- Comforting words can help, so medical care is unnecessary.
ดูคำตอบ
Comforting words can help, but they are not a substitute for medical care.
Faith can move mountains, but sugar water can't cure cancer. โน้ต
7:42ศรัทธาอาจย้ายภูเขาได้ แต่น้ำตาลทรายแดงรักษามะเร็งไม่ได้
Faith can move mountains: สำนวน move mountains
Move mountains เป็นสำนวนที่หมายถึงการทำสิ่งที่ดูยากมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จ ดังนั้น Faith can move mountains จึงยกย่องพลังของศรัทธา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายภูเขาจริง ๆ ส่วนแรกยอมรับก่อนว่าศรัทธาอาจมีพลัง นี่คือการยอมรับบางส่วนเพื่อเชื่อมไปยังข้อจำกัด โดยคำว่า but จะตามมาเพื่อจำกัดว่าศรัทธาทำอะไรได้บ้างในทางการแพทย์
แบบฝึกหัด
move mountains หมายความว่าอย่างไรในประโยคภาษาอังกฤษ “With patience and teamwork, we can move mountains”
- ทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ดูใหญ่ขึ้นมาก
- ขนก้อนหินจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
- ทำสิ่งที่ดูยากมากให้สำเร็จ
ดูคำตอบ
ทำสิ่งที่ดูยากมากให้สำเร็จ
“ศรัทธาเคลื่อนภูเขาได้ แต่น้ำผสมน้ำตาลรักษามะเร็งไม่ได้”: ยอมรับคุณค่าก่อน แล้วจึงกำหนดขอบเขต
ประโยคเริ่มด้วยสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่คุ้นเคย Faith can move mountains เพื่อยอมรับว่าความเชื่อช่วยมอบความหวัง ความกล้า หรือความพยายามอย่างต่อเนื่องได้ ไม่ได้หมายความว่าความเชื่อจะเคลื่อนภูเขาได้จริง ๆ จากนั้น but พาไปสู่ขีดจำกัดที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม คือ sugar water can't cure cancer ในที่นี้ sugar water หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีตัวยาสำคัญ โครงสร้างแบบ “ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วจึงกำหนดขอบเขต” ทำให้จุดยืนดูสมดุลแต่ยังหนักแน่น กล่าวคือ แรงสนับสนุนทางใจอาจช่วยได้ แต่ใช้แทนการรักษาที่ได้ผลไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันได้ดีที่สุด คือยอมรับข้อดีก่อน แล้วจึงใช้ but เพื่อกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน
- Confidence can help you speak clearly, but it can't replace practice.
- Confidence is useful because practice is important.
- Confidence cannot help anyone speak clearly.
ดูคำตอบ
Confidence can help you speak clearly, but it can't replace practice.
After a short break of a few years, Kurzgesagt is back in German.
7:50หลังจากหยุดพักสั้นๆ ไปไม่กี่ปี Kurzgesagt ก็กลับมาในภาษาเยอรมันอีกครั้ง
Thanks to the support of Funk, we have relaunched the German channel
7:55ต้องขอบคุณการสนับสนุนจาก Funk ที่ทำให้เรากลับมาเปิดตัวช่องภาษาเยอรมันอีกครั้ง
and are beginning to upload a video every one to two weeks.
7:58และเริ่มอัปโหลดวิดีโอทุกหนึ่งถึงสองสัปดาห์
there'll be a number of videos that will not exist in English for a while.
8:04จะมีวิดีโอจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีฉบับภาษาอังกฤษอยู่พักหนึ่ง
Check out the channel here, tell us what you think,
8:07ลองเข้าไปดูช่องได้ที่นี่ บอกเราว่าคุณคิดอย่างไร
If the channel goes well, the German videos might become a regular thing for years,
8:13ถ้าช่องไปได้ดี วิดีโอภาษาเยอรมันอาจกลายเป็นวิดีโอประจำไปอีกหลายปี