นี่แหละคือความโรแมนติก | ร้านอาหารสุดหรู | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
186 คำ 138 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างการออกเดตในร้านอาหารสมมติ คู่รักที่เหนื่อยล้าพยายามรื้อฟื้นบรรยากาศโรแมนติก อาหารมื้อพิเศษที่ชวนอึดอัดทำให้ทั้งคู่สลับจานกัน จากนั้นพวกเขาปฏิเสธของหวานเพื่อไปเดินเล่นใต้แสงจันทร์ ขณะที่เด็ก ๆ สรุปว่าการจับมือและลูบหลังก็ยังถือเป็นความโรแมนติก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. you shouldn't have. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่คือคำตอบที่สุภาพ แสดงความซาบซึ้งและประหลาดใจอย่างยินดีเมื่อได้รับของขวัญหรือการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ไม่ใช่คำตำหนิ ผู้เรียนจะแยกได้ว่าเมื่อใดความหมายทางสังคมคือการขอบคุณ แม้ความหมายตรงตัวจะดูเหมือนบอกว่าอีกฝ่ายไม่น่าทำเช่นนั้น 2. I know this isn't very romantic, but — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การยอมรับก่อนว่าคำขออาจดูน่าอึดอัดหรือสร้างความไม่สะดวก แล้วจึงบอกสิ่งที่ต้องการจริง ๆ กรอบนี้ช่วยให้เสนอการเปลี่ยนแปลง เช่น ขอแลกอาหาร โดยลดโอกาสทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองและแสดงว่าคุณคำนึงถึงความคาดหวังของเขา 3. feel like taking — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง feel like ตามด้วยกริยารูป -ing ซึ่งใช้บอกความรู้สึกอยากทำบางอย่างในขณะนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุณสามารถใช้เสนอสิ่งที่กำลังมีอารมณ์อยากทำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็นไปตามจังหวะมากกว่าการบอกตรง ๆ ด้วย want to

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Uh,

0:00

เอ้อ

no.

0:00

ไม่

I'm sorry.

0:01

ขอโทษที

I may have forgotten how to be romance. โน้ต

0:02

พ่ออาจจะลืมไปแล้วว่าความโรแมนติกเป็นยังไง

ไวยากรณ์

may have forgotten: ความเป็นไปได้ที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า

may have forgotten ใช้โครงสร้าง may + have + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกว่า “การลืม” เป็นคำอธิบายหนึ่งที่อาจเป็นไปได้สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ ในที่นี้ may แปลว่า “อาจจะ” ไม่ได้ใช้เพื่อขออนุญาต เมื่อเทียบกับ I forgot ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าตนลืมจริง ๆ รูปนี้ใช้ได้เมื่อต้องการย้อนมองเหตุการณ์ ขอโทษ หรือแก้คำพูดของตนอย่างนุ่มนวลเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย may และรูป perfect ของ forget เพื่อแสดงความเป็นไปได้ที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับอดีต: I ____ to lock the back door.

ดูคำตอบ

may have forgotten

การใช้คำ

be romance: ถ้อยคำไม่มาตรฐานแบบขี้เล่นเทียบกับ be romantic

romance โดยปกติเป็นคำนามที่หมายถึงความรักแบบโรแมนติกหรือความสัมพันธ์รัก และยังใช้เป็นคำกริยาได้ด้วย คำคุณศัพท์ที่ปกติตามหลัง be คือ romantic ดังนั้นภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้ how to be romantic ในประโยคนี้ ผู้พูดจงใจวาง romance ไว้ในตำแหน่งที่ปกติควรเป็นคำคุณศัพท์ สำนวนแบบเด็กเล่นบทบาทสมมติทำให้รู้สึกว่าผู้พูดกำลังเลียนแบบคำพูดของผู้ใหญ่ แต่ยังใช้รูปคำได้ไม่สมบูรณ์ ให้เข้าใจว่าแปลว่า “ทำตัวให้โรแมนติก” แต่อย่าถือเป็นรูปแบบมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์มาตรฐานที่มาจาก romance: He is trying to be ____.

ดูคำตอบ

romantic

Well, I have too. ไวยากรณ์

0:05

เอาเถอะ แม่ก็เหมือนกัน

ไวยากรณ์

การใช้ I have too. เป็นคำตอบแบบละข้อความซ้ำด้วยกริยาช่วย

ใน I have too คำว่า have เป็นกริยาช่วย โดยรับช่วงโครงสร้าง have forgotten จากประโยคก่อนหน้า และละคำที่ซ้ำคือ forgotten how to be romance ดังนั้นคำตอบนี้จึงหมายถึง I have forgotten too หรือ “ฉันก็ลืมเหมือนกัน” ไม่ได้หมายถึง “ฉันก็มีเหมือนกัน” ในภาษาอังกฤษ หากความหมายชัดเจน มักละวลีกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วย ในที่นี้ผู้พูดคนที่สองใช้ have เพื่อยืนยันว่าตนลืมจริง ส่วน may เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำพูดที่ไม่แน่ใจของผู้พูดคนแรก

แบบฝึกหัด

เลือกคำตอบของ B ที่เป็นธรรมชาติที่สุด A: I've lost my ticket. B: ____.

  1. I am too.
  2. I have too.
  3. I do too.
ดูคำตอบ

I have too.

It's not easy when you're tired all the time. ไวยากรณ์

0:07

มันไม่ง่ายเลยเวลาที่คุณเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

การใช้ It's not easy when ... เพื่อบอกสถานการณ์ที่ทำให้ยาก

รูปแบบ It's not easy when + อนุประโยค เริ่มจากบอกว่ากิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้นทำได้ยาก แล้วใช้ when เพื่อบอกสถานการณ์ที่ทำให้ยาก ในที่นี้ you're tired all the time หมายถึงสภาวะที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่เวลาใดเวลาหนึ่งบนหน้าปัดนาฬิกา ใช้รูปแบบนี้เพื่อเชื่อมความยากเข้ากับสถานการณ์แวดล้อม ในการใช้แบบนี้ when มีความหมายใกล้กับ whenever หรือ “ทุกครั้งที่” และ in situations where หรือ “ในสถานการณ์ที่” แม้ในประโยคอื่น when จะใช้บอกเวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

Sam กำลังอธิบายว่าเหตุใดการอ่านหนังสือในห้องที่มีเสียงดังจึงเป็นเรื่องยาก ประโยคใดใช้ when เพื่อบอกสถานการณ์ที่ทำให้ยาก?

  1. When is it not easy?
  2. It's not easy, so everyone is talking at once.
  3. It's not easy when everyone is talking at once.
ดูคำตอบ

It's not easy when everyone is talking at once.

Yeah, and when you get interrupted every five... ไวยากรณ์

0:10

ใช่ แล้วก็เวลาที่คุณโดนขัดจังหวะทุกๆ ห้า...

ไวยากรณ์

get interrupted: รูปถูกกระทำแบบภาษาพูดด้วย get

ใน get interrupted โครงสร้าง get + interrupted ซึ่งเป็นกริยาช่อง 3 ทำหน้าที่เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงมีใครหรือบางสิ่งมาขัดจังหวะประธาน ในที่นี้ get ไม่ได้แปลว่าได้รับหรือได้มา รูปถูกกระทำด้วย get มักนำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประธานและส่งผลต่อประธาน ในประโยคนี้หมายถึงการถูกขัดจังหวะซ้ำ ๆ ไม่ใช่การกระทำที่ประธานเป็นผู้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get + กริยาช่อง 3 เพื่อสื่อว่ามีคนขัดจังหวะฉัน: Whenever I explain the rules, I ____ before I can finish.

ดูคำตอบ

get interrupted

Here's your baked beans. วลี

0:14

ถั่วอบของคุณได้แล้วค่ะ

วลี

Here's your...: สำนวนสำหรับยื่นหรือส่งมอบสิ่งของ

Here's your + คำนาม มักใช้ในจังหวะที่ยื่น เสิร์ฟ หรือนำบางสิ่งมาให้ผู้ฟัง Here's เป็นรูปย่อของ here is แต่ทั้งรูปแบบทำหน้าที่คล้าย “นี่เป็นของคุณ” หรือ “นี่ครับ/ค่ะ” ไม่ได้เป็นเพียงการบอกตำแหน่ง ใน Here's your baked beans. ผู้พูดกำลังนำอาหารที่อีกฝ่ายสั่งมาให้ คำแสดงความเป็นเจ้าของ your ระบุว่าสิ่งนั้นเป็นของที่มอบให้คนคนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดของพนักงานด้วยวลีส่งมอบสองคำที่ขึ้นต้นด้วย Here's และใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของ your: The server sets down a bowl and says, '____ soup.'

ดูคำตอบ

Here's your

And here's your special dinner.

0:16

และนี่คืออาหารเย็นสุดพิเศษของคุณค่ะ

Wow, that is special.

0:20

ว้าว พิเศษจริงๆ ด้วย

Our chef made this especially for you. วลี

0:24

เชฟของเราทำสิ่งนี้เพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะคะ

วลี

especially for you: ทำขึ้นโดยนึกถึงคนหนึ่งเป็นพิเศษ

especially for you หมายถึงบางสิ่งถูกทำ เลือก หรือจัดเตรียมโดยนึกถึงคุณเป็นพิเศษ especially เน้นว่าคุณคือผู้รับคนพิเศษ ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ very ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ความพยายามของเชฟฟังดูเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลและใส่ใจ คุณสามารถใช้รูปแบบ do something especially for someone เมื่อของขวัญ บริการ หรือการจัดเตรียมนั้นมีไว้สำหรับคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "I saved this seat especially for you," วลี "especially for you" หมายความว่าอะไร

  1. ที่นั่งนี้ถูกเก็บไว้โดยนึกถึงคุณเป็นพิเศษ
  2. ที่นั่งนี้สบายกว่าที่นั่งอื่นทั้งหมด
  3. คุณเก่งเรื่องเก็บที่นั่งเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

ที่นั่งนี้ถูกเก็บไว้โดยนึกถึงคุณเป็นพิเศษ

Oh, you shouldn't have. น้ำเสียง/เจตนา

0:26

โอ้ ไม่เห็นต้องลำบากเลย

น้ำเสียง/เจตนา

you shouldn't have: คำตอบอย่างสุภาพต่อความใส่ใจเป็นพิเศษ

หลังจากได้รับของขวัญ ความช่วยเหลือ หรือความใส่ใจเป็นพิเศษ You shouldn't have มักเป็นวิธีสุภาพในการแสดงความประหลาดใจพร้อมความขอบคุณ มีความหมายใกล้เคียงกับ “ใจดีมากเลย ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้” ไม่ใช่ “คุณทำสิ่งที่ไม่ดี” การกระทำที่เข้าใจกันอยู่แล้วถูกละไว้ เช่น You shouldn't have bought this หรือ You shouldn't have done all that บริบทและน้ำเสียงอบอุ่นที่แสดงความประหลาดใจทำให้รู้ว่าผู้พูดกำลังขอบคุณ แต่ในบริบทอื่น คำเดียวกันนี้อาจเป็นคำตำหนิตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: เพื่อนให้ของขวัญที่แสดงถึงความใส่ใจแก่คุณ คุณพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและประหลาดใจว่า "You shouldn't have!" โดยปกติคำพูดนี้แสดงความขอบคุณ ไม่ใช่การตำหนิ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Here you go, madam. โน้ต

0:29

นี่ค่ะ มาดาม

วลี

Here you go: ใช้ตอนยื่นของให้ใคร

Here you go เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อยื่นของ คืนของ หรือส่งสิ่งที่อีกฝ่ายขอให้ ในประโยคนี้ สำนวนนี้พูดพร้อมกับที่พนักงานยื่นของให้ และหมายถึง “นี่ของคุณ” หรือ “นี่คือสิ่งที่คุณขอ” คำว่า go ในที่นี้ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายไปไหน ให้จำทั้งวลีว่าเป็นคำพูดที่เป็นมิตรตอนส่งมอบของ และยังใช้บอกได้ว่างานหรือบริการเล็ก ๆ เสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

คุณกำลังยื่นหนังสือให้เพื่อนร่วมชั้น ประโยคใดเป็นคำพูดส่งมอบที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรที่สุด

  1. Here you go.
  2. Go here.
  3. Take it.
ดูคำตอบ

Here you go.

การใช้คำ

madam: คำเรียกผู้หญิงแบบเป็นทางการ

Madam เป็นคำเรียกผู้หญิงโดยตรงอย่างสุภาพและเป็นทางการ มักวางหลังประโยคหรือวลี เช่น Here you go, madam. ในการเล่นบทบาทร้านอาหารนี้ madam ทำให้ผู้พูดฟังเหมือนพนักงานที่เป็นทางการมาก คำนี้สร้างทั้งความเคารพ ระยะห่าง และน้ำเสียงงานบริการที่ดูเหมือนการแสดงเล็กน้อย แทนที่จะเป็นน้ำเสียงสบาย ๆ ที่ใช้กับเพื่อน

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ในบทสนทนาธรรมดาที่ไม่ได้พูดเล่น วัยรุ่นคนหนึ่งพูดกับเพื่อนสนิทว่า “Thanks, madam.” ในที่นี้ madam เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติและเป็นกลางหรือไม่

  1. ใช่ เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติและเป็นกลาง
  2. ไม่ใช่ ฟังดูเป็นทางการผิดปกติ และอาจเหมือนพูดเล่นหรือประชด
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ฟังดูเป็นทางการผิดปกติ และอาจเหมือนพูดเล่นหรือประชด

Thank you.

0:30

ขอบใจจ้ะ

Mmm, so good.

0:32

อืมม อร่อยจัง

You can't just eat it pretend. น้ำเสียง/เจตนา

0:35

พ่อจะแกล้งทำเป็นกินไม่ได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

can't just + คำกริยารูปพื้นฐาน: กำหนดขอบเขตของพฤติกรรม

ตรงนี้ can't just ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายไม่มีความสามารถที่จะกิน แต่หมายความว่าตามกติกาของเกม การแค่แกล้งทำเป็นกินนั้นไม่ได้รับอนุญาต โครงสร้าง can't just + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ชี้ว่าการกระทำนั้นยอมรับไม่ได้หรือยังไม่เพียงพอ มักสื่อว่าต้องทำมากกว่านั้น ทำด้วยวิธีอื่น หรือทำให้เสร็จจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can't just อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าแค่ขอโทษอย่างเดียวยังไม่พอ?

  1. You don't can just say sorry and walk away.
  2. You can't just to say sorry and walk away.
  3. You can't just say sorry and walk away.
ดูคำตอบ

You can't just say sorry and walk away.

Yeah, you have to eat it for real life. การใช้คำ

0:37

ใช่ พ่อต้องกินมันจริงๆ ในชีวิตจริงสิ

การใช้คำ

for real life: คำผสมแบบเด็ก ๆ ที่หมายถึง for real

ในประโยคนี้ for real life หมายถึง for real คือทำสิ่งนั้นจริง ๆ แทนที่จะแกล้งทำ ความหมายนี้เกิดจากการนำไปตรงข้ามกับ pretend และไม่ได้หมายถึง “เพื่อชีวิตจริง” คำพูดนี้เป็นการผสม for real กับ in real life แบบเด็ก ๆ และไม่เป็นมาตรฐาน การผสมเช่นนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงของเด็กเล็กอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่แกล้งทำ?

  1. Are you going to do it in real life?
  2. Are you going to do it for real life?
  3. Are you going to do it for real?
ดูคำตอบ

Are you going to do it for real?

Oh, um the thing is... ลำดับความ

0:40

โอ้ เอิ่ม คือว่า...

ลำดับความ

the thing is...: เกริ่นถึงปัญหาที่แท้จริงอย่างนุ่มนวล

The thing is... เป็นคำเกริ่นในบทสนทนาที่บอกว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายเหตุผล ปัญหา หรือความยุ่งยากที่แท้จริง ในที่นี้ thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ทั้งวลีทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูลที่จะพูดต่อไป การลังเลและการหยุดค้างท้ายประโยคช่วยให้การยอมรับเรื่องที่พูดยากฟังนุ่มนวลขึ้น เมื่อได้ยิน The thing is... ให้คาดได้ว่าผู้พูดกำลังจะบอกปัญหาหลักหรือเปลี่ยนจากคำตอบง่าย ๆ ไปสู่ประเด็นที่ซับซ้อนกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเกริ่นบทสนทนาได้ถูกต้องเพื่อนำเข้าสู่ปัญหาที่พูดยาก

  1. The thing does, I already promised to help someone else.
  2. The thing has, I already promised to help someone else.
  3. The thing is, I already promised to help someone else.
ดูคำตอบ

The thing is, I already promised to help someone else.

You don't like it?

0:42

คุณไม่ชอบเหรอ?

Um, well, I do, but... น้ำเสียง/เจตนา

0:44

เอิ่ม ก็ชอบนะ แต่...

น้ำเสียง/เจตนา

I do, but...: เห็นด้วยก่อนแล้วจึงเพิ่มข้อสงวน

ใน I do คำกริยาช่วย do ใช้แทนวลีกริยา like it จากคำถามเพื่อไม่ให้ต้องพูดซ้ำ ผู้พูดให้คำตอบเชิงบวกก่อน แต่ but ที่ตามมาทันทีแสดงว่านี่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด รูปแบบที่คล้ายกับ “ใช่ แต่...” ช่วยให้ข้อสงวนหรือคำวิจารณ์ฟังนุ่มนวลขึ้น โดยยอมรับแง่ดีก่อนแล้วจึงบอกข้อจำกัดที่แท้จริง หากผู้พูดหยุดหลัง but ผู้ฟังจะคาดว่ามีปัญหาที่ยังไม่ได้พูดออกมาและรับรู้ได้ถึงความลังเล

แบบฝึกหัด

ตัดสินความหมายต่อไปนี้: ใน “I do, but...” ผู้พูดได้แสดงความเห็นด้วยอย่างสมบูรณ์และไม่มีข้อสงวนแล้ว

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

You don't think it's special.

0:46

คุณไม่คิดว่ามันพิเศษล่ะสิ

Um, uh, it's just, um...

0:49

เอ่อ อา คือมันแค่ เอิ่ม...

Hang on. กริยาวลี

0:54

เดี๋ยวก่อน

กริยาวลี

Hang on: ขอให้รอสักครู่

ในที่นี้ Hang on หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “หยุดก่อน” เป็นสัญญาณที่ใช้ในบทสนทนา ไม่ใช่คำสั่งตามความหมายตรงตัวให้โหนหรือจับสิ่งใดไว้ ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อหยุดบทสนทนาหรือการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตรวจสอบหรือแก้ไขบางอย่าง หรือบอกความคิดที่เพิ่งนึกขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหยุดบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะผู้พูดเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้

  1. Hang out. I left my keys inside.
  2. Hang on. I left my keys inside.
  3. Hang up. I left my keys inside.
ดูคำตอบ

Hang on. I left my keys inside.

I know this isn't very romantic, but can we swap? น้ำเสียง/เจตนา

0:55

ผมรู้ว่านี่มันไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ แต่เราสลับกันได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

I know ..., but ...: ยอมรับข้อกังวลก่อนเอ่ยคำขอ

ในที่นี้ I know this isn't very romantic เป็นการยอมรับข้อกังวลที่อีกฝ่ายน่าจะมีก่อนที่ผู้พูดจะเอ่ยคำขอ I know ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่ารู้อะไร แต่ยังแสดงว่าผู้พูดตระหนักว่าคำขอนั้นอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I know + อนุประโยคที่บอกปัญหา, but + คำขอหรือประเด็นหลัก รูปแบบนี้ช่วยให้คำขอฟังดูคำนึงถึงอีกฝ่ายมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ความไม่สะดวกหายไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบที่ช่วยให้คำขอฟังดูนุ่มนวลด้วยสองส่วนจากบทเรียน: ____ this is inconvenient, ____ could we meet on Friday instead?

ดูคำตอบ

I know · but

น้ำเสียง/เจตนา

Can we swap?: คำขอให้แลกกันทั้งสองฝ่าย

Can we swap? ใช้ Can we...? เพื่อขอให้อีกฝ่ายตกลงทำสิ่งที่ทั้งสองคนต้องมีส่วนร่วม จึงฟังเหมือนการชวนให้ร่วมมือมากกว่าการออกคำสั่ง swap หมายถึงแต่ละคนยอมสละสิ่งของ ที่นั่ง หรือบทบาทของตน แล้วรับของอีกฝ่ายแทน ถ้าบริบทชัดเจนอยู่แล้วว่ากำลังแลกอะไร สามารถใช้ swap เดี่ยว ๆ ได้ แต่ถ้าไม่ชัดควรระบุสิ่งที่แลก เช่น Can we swap seats?

แบบฝึกหัด

เติมคำขอแลกกันทั้งสองฝ่ายด้วยสำนวนที่เน้นไว้: I have the blue marker and you have the green one. ____?

ดูคำตอบ

Can we swap

Yours looks delicious. ไวยากรณ์

0:58

ของคุณดูน่าอร่อยจัง

ไวยากรณ์

Yours looks delicious: yours + กริยาเชื่อม + คำคุณศัพท์

Yours เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ ในที่นี้ใช้แทน your food หรือ your meal จึงเป็นประธานได้ด้วยตัวเองและไม่ต้องมีคำนามตามหลัง ใน looks delicious คำว่า look เป็นกริยาเชื่อม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งดูมีลักษณะบางอย่างจากรูปลักษณ์ภายนอก คำคุณศัพท์ delicious ขยายสิ่งที่ yours อ้างถึง สามารถนำรูปแบบ คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ + look/looks + คำคุณศัพท์ ไปใช้ได้ เช่น Mine looks good.

แบบฝึกหัด

คนสองคนกำลังเปรียบเทียบเค้กของตน ประโยคใดหมายถึงเค้กของอีกฝ่ายดูน่าอร่อยได้อย่างถูกต้อง

  1. Your looks delicious.
  2. Yours looks deliciously.
  3. Yours looks delicious.
ดูคำตอบ

Yours looks delicious.

Oh, okay.

1:04

โอ้ ได้สิ

I guess we could. น้ำเสียง/เจตนา

1:06

ฉันว่าเราสลับกันได้

น้ำเสียง/เจตนา

I guess we could: การยอมรับแบบมีความลังเล

ในที่นี้ I guess we could หมายถึงผู้พูดยอมรับข้อเสนอได้ แต่ไม่ได้ตอบตกลงอย่างหนักแน่นหรือกระตือรือร้น I guess ทำให้ความแน่นอนลดลง ส่วน could นำเสนอการกระทำนั้นว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้ เมื่อใช้ตอบกลับ ประโยคนี้มักสื่อถึงการยอมรับแบบลังเล ความไม่เต็มใจเล็กน้อย หรือการยอมตามนิดหน่อย น้ำเสียงทำให้ความลังเลนี้มากหรือน้อยลงได้

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: เมื่อตอบข้อเสนอ I guess we could มักแสดงการเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้นและหนักแน่น

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

To romance. วลี

1:09

แด่ความโรแมนติก

วลี

To romance: รูปแบบคำกล่าวยกแก้ว To + คำนาม

ในการกล่าวคำอวยพรพร้อมยกแก้ว To + คำนามหรือวลีคำนามเป็นรูปแบบสั้น ๆ ที่มีความหมายว่า “Let’s drink to ...” หรือ “Here’s to ...” ใน To romance คำว่า romance คือแนวคิดที่กำลังเฉลิมฉลองหรืออวยพรให้เกิดขึ้น ส่วน to ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ คำเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยค แต่การยกแก้วทำให้ความหมายสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำกล่าวยกแก้วเพื่อมิตรภาพให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ To + คำนาม: “____!”

ดูคำตอบ

To friendship

Oh, it's great.

1:13

โอ้ มันเยี่ยมมาก

You have to finish it.

1:14

พ่อต้องกินให้หมดนะ

Uh, okay.

1:16

เอ่อ ได้จ้ะ

Would you like dessert? น้ำเสียง/เจตนา

1:30

รับของหวานไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like dessert? สำหรับการเสนออย่างสุภาพ

Would you like + คำนาม? ใช้เสนอสิ่งของหรือถามว่าอีกฝ่ายต้องการหรือไม่อย่างสุภาพ ในที่นี้เป็นการเสนอ dessert หลังอาหาร โดย would ช่วยทำให้คำถามสุภาพขึ้น ไม่ได้หมายถึงอดีต โครงสร้างเดียวกันนี้ตามด้วยคำนามหรือ to + คำกริยาได้ เช่น Would you like some tea? และ Would you like to sit down?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามมาตรฐานที่สุภาพในงานบริการด้วยสำนวนเป้าหมาย: ____ dessert?

ดูคำตอบ

Would you like

Uh, no.

1:31

เอ่อ ไม่ล่ะ

I mean, uh... ลำดับความ

1:32

พ่อหมายถึง เอ่อ...

ลำดับความ

I mean, เป็นสัญญาณการแก้คำพูดของตนเอง

I mean, ในที่นี้เป็นคำเชื่อมในการสนทนาที่บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังแก้ไขหรือเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งพูดใหม่ ไม่ได้กำลังอธิบายความหมายตามพจนานุกรมของ mean หลัง I mean, มักจะมีคำแก้ไข คำพูดที่แม่นยำกว่า หรือการเรียบเรียงใหม่ให้นุ่มนวลขึ้น ผู้ฟังจึงรู้ว่าควรแทนที่หรือปรับความเข้าใจข้อความก่อนหน้า ขณะที่ผู้พูดกำลังจัดระเบียบความคิด

แบบฝึกหัด

I mean, ในประโยคนี้ส่งสัญญาณอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังจะแก้ไขหรือเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งพูดใหม่
  2. ผู้พูดกำลังให้คำจำกัดความของคำกริยา mean
  3. ผู้พูดกำลังอ้างคำพูดของคนอื่น
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังจะแก้ไขหรือเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งพูดใหม่

this was such a special evening. ไวยากรณ์

1:33

นี่เป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษมากเลย

ไวยากรณ์

such a special evening: such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์

โครงสร้าง such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้เน้นคุณลักษณะของนามวลีทั้งชุด ใน such a special evening คำว่า such เพิ่มน้ำหนักให้การประเมินค่ำคืนทั้งหมดด้วยอารมณ์ของผู้พูด ไม่ได้ขยายเฉพาะคำว่า special ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแสดงความรู้สึกอย่างชัดเจนต่อคน สิ่งของ หรือประสบการณ์หนึ่งอย่างได้ เช่น such a lovely day หรือ such an exciting game

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง such: It was ____ wonderful surprise.

ดูคำตอบ

such a

I feel like taking a moonlit stroll with my new love. โน้ต

1:35

ผมอยากไปเดินเล่นใต้แสงจันทร์กับรักใหม่ของผมจัง

ไวยากรณ์

feel like taking: feel like + -ing เพื่อบอกความอยากในขณะนั้น

feel like + -ing หมายถึงมีความอยากหรืออารมณ์ที่จะทำบางอย่างในขณะนั้น ในประโยคนี้ feel like taking a stroll แสดงว่าการเดินเล่นเป็นสิ่งที่ผู้พูดกำลังอยากทำ ไม่ใช่แผนที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน ในสำนวนนี้ like ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing: ใช้ feel like taking ไม่ใช้ feel like to take

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take: I feel like ____ a short break.

ดูคำตอบ

taking

การใช้คำ

moonlit stroll: การเดินเล่นใต้แสงจันทร์ที่โรแมนติกและผ่อนคลาย

A moonlit stroll คือการเดินเล่นช้า ๆ อย่างผ่อนคลายใต้แสงจันทร์ คำว่า stroll สื่อถึงการเดินเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ใช่การรีบไปยังจุดหมาย วลีนี้ให้ความรู้สึกโรแมนติกและเป็นบทกวีเล็กน้อย ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้วลีดังกล่าวเพื่อทำให้การเดินเล่นธรรมดาฟังดูเหมือนการออกเดตที่น่าตื่นเต้น การเลือกคำแบบนี้จึงสร้างบรรยากาศพร้อมกับบอกการกระทำ

แบบฝึกหัด

moonlit stroll สื่อถึงอะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. การแข่งขันตอนกลางวันบนลู่วิ่ง
  2. การเดินอย่างรวดเร็วเพราะมีคนมาสาย
  3. การเดินเล่นช้า ๆ อย่างเพลิดเพลินใต้แสงจันทร์
ดูคำตอบ

การเดินเล่นช้า ๆ อย่างเพลิดเพลินใต้แสงจันทร์

They're holding hands. วลี

1:40

พวกเขาจับมือกันด้วย

วลี

holding hands: สำนวนตายตัว hold hands

Hold hands เป็นสำนวนปกติที่ใช้บอกว่าคนสองคนจับมือกัน ภาษาอังกฤษมักใช้ hands ในรูปพหูพจน์ในสำนวนนี้ แม้แต่ละคนจะใช้มือเพียงข้างเดียวก็ตาม They're holding hands อยู่ในรูป present progressive จึงเป็นการบรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น การจับมืออาจแสดงความรัก การทำให้อุ่นใจ หรือการช่วยเหลือในทางปฏิบัติ และไม่ได้เป็นเรื่องโรแมนติกเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่แสดงการกระทำร่วมกันให้สมบูรณ์: The twins always ____ when they cross the busy road.

ดูคำตอบ

hold hands

Oh, yes.

1:42

โอ้ ใช่แล้ว

The moon is that way.

1:43

พระจันทร์อยู่ทางนั้น

This way, my special man. วลี

1:45

ทางนี้ค่ะ ผู้ชายสุดพิเศษของฉัน

วลี

This way: การพาใครไปตามเส้นทาง

This way เป็นคำบอกทางสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติ หมายถึง “มาหรือไปทางนี้” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังพาอีกคนเดินต่อไป วลีนี้จึงชี้ทิศทางหรือเส้นทาง ไม่ได้หมายถึงวิธีการ สามารถใช้วลีนี้เดี่ยว ๆ เพื่อเชิญหรือบอกให้อีกฝ่ายตามมา โดยมักใช้พร้อมท่าทาง หากเติม please จะเป็นการบอกทางที่สุภาพขึ้นในบริบทการให้บริการ: This way, please.

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกทางของพนักงานด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: ____, please. Your table is by the window.

ดูคำตอบ

This way

But they didn't smoochy kiss. การใช้คำ

1:49

แต่พวกเขาไม่ได้จุ๊บๆ กันนะ

การใช้คำ

smoochy kiss: วิธีพูดถึงการจูบแบบเด็ก ๆ และขี้เล่น

Smoochy เติมน้ำเสียงที่ตั้งใจให้ดูน่ารัก ตลก หรือหวานเลี่ยนเกินจริงให้กับ kiss คล้ายเด็กพูดถึงการ “จุ๊บ” ในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ในที่นี้ ถ้อยคำดังกล่าวทำให้จูบที่ไม่ได้เกิดขึ้นฟังเหมือนเป็นตอนจบที่ขาดไม่ได้ของเรื่องโรแมนติก ใน But they didn't smoochy kiss นั้น smoochy kiss ถูกนำมาใช้แบบขำ ๆ เป็นการกระทำหลัง didn't นี่เป็นถ้อยคำสร้างสรรค์แบบเด็ก ๆ ไม่ใช่รูปแบบคำกริยามาตรฐานที่ควรเลียนแบบในภาษาอังกฤษทั่วไป รูปปกติคือ They didn't kiss.

แบบฝึกหัด

smoochy kiss ฟังเป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด

  1. ทนายความอธิบายข้อกำหนดในสัญญา
  2. แพทย์เขียนรายงานทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ
  3. เด็กพูดเล่นเกี่ยวกับเรื่องรักในภาพยนตร์การ์ตูน
ดูคำตอบ

เด็กพูดเล่นเกี่ยวกับเรื่องรักในภาพยนตร์การ์ตูน

But she is rubbing his back.

1:52

แต่แม่กำลังลูบหลังพ่ออยู่นะ

Yeah, that's still romance. ลำดับความ

1:54

ใช่ นั่นก็ยังเรียกว่าความโรแมนติก

ลำดับความ

that's still romance: ยังคงการจัดประเภทเดิมแม้มีข้อจำกัด

ใน that's still romance คำว่า that ชี้ไปยังการกระทำหรือสถานการณ์ที่เพิ่งพูดถึง ส่วน romance คือประเภทที่ผู้พูดจัดให้สิ่งนั้น คำว่า still แสดงว่าข้อจำกัดใหม่อาจทำให้ประเภทนั้นดูอ่อนลงได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนข้อสรุปของผู้พูด still ในที่นี้ใช้เชื่อมความหมายแบบยอมรับข้อหนึ่งแต่ยังคงข้อสรุปเดิม คือ “ถึงจะยอมรับจุดนั้น ความเห็นของฉันก็ยังเหมือนเดิม” หมายถึงการตัดสินนั้นยังใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดหยุดนิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ still เพื่อคงการจัดประเภทเดิมไว้แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง?

  1. The card is simple, but that's still a gift.
  2. The box stayed completely still on the table.
  3. The card used to be a gift, but it is not one now.
ดูคำตอบ

The card is simple, but that's still a gift.

Yeah.

1:57

ใช่