Bluey "การแสดง" ตอนเต็ม | วันแม่ของบูลอี้และบิงโก! 💙 @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
643 คำ 140 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บิงโกคิดว่าตนทำลายวันแม่ เมื่ออุบัติเหตุหลายครั้งขัดจังหวะละครครอบครัวที่เล่าเรื่องชีวิตของชิลลี่ แต่รายการขั้นตอนฟื้นใจที่แม่สอนช่วยให้เธอรับมือกับความผิดหวัง กลับขึ้นเวที และเล่าเรื่องให้จบกับบลูอี้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. It will take more than that to ruin my day, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้รูปประโยคปลอบใจที่สื่อว่าเหตุสะดุดเพียงครั้งเดียวยังไม่มากพอจะก่อผลร้ายแรง สามารถปรับใช้เมื่อตอบสนองต่อความผิดพลาด คำวิจารณ์ ความเครียด หรือความล้มเหลว โดยไม่ต้องให้คำมั่นแบบเด็ดขาดเกินจริง 2. The show must go on. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการแสดง งาน หรือความรับผิดชอบต้องดำเนินต่อแม้เกิดปัญหา ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแสดงละคร ในตอนนี้สำนวนดังกล่าวสรุปแนวคิดหลักเรื่องการตั้งหลักใหม่หลังสิ่งต่าง ๆ ผิดพลาดแล้วเดินหน้าต่อ 3. what was happening was, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้กรอบภาษาพูดนี้เพื่อกลับเข้าสู่เรื่องเล่าหรือคำอธิบายหลังถูกขัดจังหวะ วลีนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังกลับไปยังประเด็นเดิม พร้อมช่วยให้ผู้พูดมีเวลาจัดลำดับสิ่งที่จะพูดต่อ เหมือนตอนที่บลูอี้เริ่มละครอีกครั้ง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:08

แม่

Dad.

0:14

พ่อ

Bingo.

0:20

บิงโก

Bluey.

0:25

บลูอี้

Happy Mother's Day.

0:31

สุขสันต์วันแม่

Goodness.

0:34

ตายจริง

Oh, Bingo.

0:36

โอ้ บิงโก

Come back.

0:37

กลับมานี่

Yeah, I thought that might happen. ไวยากรณ์

0:38

ใช่ ฉันว่าแล้วเชียวว่าจะต้องเป็นแบบนี้

ไวยากรณ์

thought that might happen: การคาดการณ์ก่อนหน้านี้อย่างระมัดระวัง

thought แสดงว่าการคาดการณ์นี้อยู่ในความคิดก่อนหน้านี้ของผู้พูด ส่วน might happen บอกว่าเหตุการณ์นั้นมีความเป็นไปได้ แต่ไม่แน่นอน โดย might ในที่นี้แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความสามารถ เมื่อพูดหลังจากเหตุการณ์เริ่มขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้ว I thought that might happen เป็นการยืนยันลางสังหรณ์ก่อนหน้านี้โดยไม่ได้บอกว่าตนแน่ใจ สำนวนนี้จึงมักฟังดูระมัดระวังและกล่าวโทษน้อยกว่าการคาดการณ์ที่มั่นใจกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย thought และ might เพื่อคาดการณ์ในอดีตอย่างระมัดระวัง: The roads were icy. When the bus was delayed, I said I ____.

ดูคำตอบ

thought that might happen

Are you okay, Bingo?

0:42

หนูโอเคไหม บิงโก?

She's sad because she thinks she ruined your day. วลี

0:44

เธอเศร้าเพราะคิดว่าเธอทำให้วันของแม่พัง

วลี

ruined your day: ทำให้ทั้งวันของใครบางคนพัง

Ruin someone's day หมายถึงการทำให้อารมณ์ แผนการ หรือประสบการณ์ของคนคนหนึ่งในวันนั้นเสียไป ไม่ได้หมายความว่าวันได้รับความเสียหายทางกายภาพ แต่ ruin อธิบายผลกระทบด้านลบอย่างมากต่อความรู้สึกที่มีต่อวันนั้น โครงสร้างคือ ruin + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + day เช่น ruin my day หรือ ruin their day ซึ่งเป็นธรรมชาติกว่าสำนวนที่แปลตรงคำอย่าง make the day bad

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโทษด้วยวลีธรรมชาติที่หมายถึงการทำให้ทั้งวันของใครสักคนเสียไป: I'm sorry about the argument. I didn't mean to ____.

ดูคำตอบ

ruin your day

It will take more than that to ruin my day, Bingo. ไวยากรณ์

0:47

ต้องใช้มากกว่านั้นถึงจะทำให้วันของแม่พังได้นะ บิงโก

ไวยากรณ์

It will take more than that to ruin my day: แค่นั้นยังไม่พอที่จะทำให้วันของฉันพัง

ในโครงสร้าง It will take more than that to + คำกริยา คำว่า take หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “จำเป็นต้องมี” ไม่ได้หมายถึง “ถือไป” หรือ “เอาออก” ส่วน more than that หมายถึงต้องใช้ปริมาณ ความพยายาม หรือระดับความยากที่มากกว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ ผู้พูดตั้งเกณฑ์ของสิ่งที่จะทำให้วันนั้นพังไว้สูง อุบัติเหตุเล็กน้อยนี้จึงยังไม่พอ โครงสร้างนี้ใช้ปลอบใจผู้อื่นหรือแสดงความมุ่งมั่นได้ โดยสื่อว่าอุปสรรคดังกล่าวยังไม่ถึงระดับที่จะก่อให้เกิดผลเสีย

แบบฝึกหัด

คำวิจารณ์เชิงลบเพียงครั้งเดียวยังไม่พอที่จะทำให้คุณเลิก ข้อใดสื่อความหมายนี้ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย

  1. It will take just one review to make me quit.
  2. It will take more than that to make me quit.
  3. I will take that review seriously before I decide.
ดูคำตอบ

It will take more than that to make me quit.

I ruin everything.

0:51

หนูทำพังทุกอย่างเลย

These things happen, honey. น้ำเสียง/เจตนา

0:53

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้จ้ะที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

These things happen: ใช้ปลอบใจเมื่อเกิดเรื่องผิดพลาดเล็กน้อย

These things happen เป็นคำตอบที่ใช้ปลอบใจบ่อย ๆ หลังจากเกิดความผิดพลาดเล็กน้อย อุบัติเหตุเล็ก ๆ หรือเรื่องโชคร้ายเล็กน้อย หมายความว่าปัญหาแบบนี้เป็นเรื่องปกติและเกิดกับใครก็ได้ ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกข้อเท็จจริง แต่กำลังลดการกล่าวโทษและบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องรู้สึกผิดอยู่เรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่ เพื่อนทำถ้วยตกโดยไม่ตั้งใจแต่ไม่มีใครบาดเจ็บ แล้วคุณพูดว่า: These things happen. Let me help you clean up.

  1. เหมาะสม เพราะช่วยปลอบเพื่อนเรื่องอุบัติเหตุเล็กน้อยและยังเสนอความช่วยเหลือ
  2. ไม่เหมาะสม เพราะสำนวนนี้ใช้บอกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ได้เท่านั้น
ดูคำตอบ

เหมาะสม เพราะช่วยปลอบเพื่อนเรื่องอุบัติเหตุเล็กน้อยและยังเสนอความช่วยเหลือ

I'll tell you what I do.

0:55

แม่จะบอกให้ว่าแม่ทำยังไง

Bluey, checklist.

0:56

บลูอี้ รายการตรวจสอบ

Oh, okay.

0:58

โอ้ โอเค

I have a little cry. วลี

0:59

แม่ร้องไห้นิดหน่อย

วลี

have a little cry: การพูดถึงการร้องไห้ช่วงสั้น ๆ อย่างนุ่มนวล

ใน have a little cry คำว่า cry เป็นคำนามนับได้ ส่วน have หมายถึง “ได้ทำหรือผ่านการกระทำนั้น” วลีทั้งหมดจึงหมายถึง “ร้องไห้ช่วงสั้น ๆ” ไม่ใช่ “เป็นเจ้าของเสียงร้องไห้” a little ทำให้การร้องไห้ดูเป็นช่วงสั้น ๆ และรับมือได้ ในที่นี้ ผู้พูดมองว่าเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ เพื่อระบายความเศร้าก่อนจะตั้งหลักได้อีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำในรูป have + คำนามที่หมายถึง “ร้องไห้ช่วงสั้น ๆ”: When I feel overwhelmed, I sometimes ____, and then I call a friend.

ดูคำตอบ

have a little cry

Check.

1:01

เช็ค

Then I pick myself up. กริยาวลี

1:02

แล้วแม่ก็ลุกขึ้นสู้

กริยาวลี

pick myself up: ฟื้นตัวจากความล้มเหลวแล้วเดินหน้าต่อ

pick myself up ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการฟื้นตัวหลังจากเศร้าหรือพบกับความล้มเหลว แล้วพร้อมเดินหน้าต่อ ไม่ได้หมายถึงการลุกขึ้นจากการหกล้มจริง ๆ เนื่องจาก myself เป็นกรรมที่เป็นคำสรรพนามในกริยาวลีแบบแยกคำได้ pick ... up จึงต้องวางไว้ระหว่าง pick กับ up และต้องเปลี่ยนตามประธาน: I pick myself up, she picks herself up, and they pick themselves up.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย pick คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง และ up เพื่อสื่อว่า “ฟื้นตัวหลังจากพบความล้มเหลว”: After a disappointing result, I ____ and try again.

ดูคำตอบ

pick myself up

Check.

1:04

เช็ค

Dust myself off. สำนวน

1:05

ปัดฝุ่นออก

สำนวน

Dust myself off: ตั้งหลักแล้วเดินหน้าต่อ

Dust myself off หากแปลตามตัวอักษร หมายถึงการปัดฝุ่นหรือสิ่งสกปรกออกจากร่างกายหรือเสื้อผ้า เช่น หลังจากล้ม แต่ในที่นี้ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบ โดยมองความผิดพลาดหรืออุปสรรคเหมือนการล้ม แล้วผู้พูดก็ตั้งหลักและเตรียมเดินหน้าต่อ คำสรรพนามสะท้อนกลับเปลี่ยนตามประธาน เช่น I dust myself off, you dust yourself off และ she dusts herself off รูปแบบนี้ทำให้ใช้ภาพเดียวกันกับใครก็ตามที่กำลังฟื้นตัวจากอุปสรรคได้

แบบฝึกหัด

dusted herself off ในที่นี้หมายความว่าอะไร? After losing the first game, Ava dusted herself off and practiced for the next one.

  1. เธอทำความสะอาดอุปกรณ์กีฬา
  2. เธอปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า
  3. เธอตั้งหลักจากอุปสรรคแล้วเดินหน้าต่อ
ดูคำตอบ

เธอตั้งหลักจากอุปสรรคแล้วเดินหน้าต่อ

Check.

1:06

เช็ค

And keep going.

1:07

และเดินหน้าต่อไป

The show must go on. สำนวน

1:08

การแสดงต้องดำเนินต่อไป

สำนวน

The show must go on: เดินหน้าต่อแม้มีปัญหา

The show must go on เป็นสำนวนตายตัวจากโลกของการแสดงสด หมายถึงแม้จะเกิดปัญหา การแสดงก็ยังต้องดำเนินต่อไป สำนวนนี้ยังใช้กับเรื่องนอกเวทีได้ เช่น งาน แผน หรือภารกิจที่ต้องดำเนินต่อหลังพบอุปสรรค ในประโยคนี้ สำนวนนี้เข้ากับการแสดงที่กำลังเตรียมอยู่ และยังเป็นการให้กำลังใจทุกคนไม่ให้ยอมแพ้ด้วย Must แสดงความจำเป็นหรือความมุ่งมั่นอย่างหนักแน่น ไม่ใช่การคาดการณ์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงงานหรือแผนต้องดำเนินต่อแม้มีปัญหา: The microphone is broken, but ____.

ดูคำตอบ

the show must go on

The only one of those I know how to do is the crying one. ไวยากรณ์

1:12

หนูรู้จักแค่วิธีร้องไห้อย่างเดียวเอง

ไวยากรณ์

The only one of those ... is ...: ระบุสิ่งเดียวที่ตรงเงื่อนไข

โครงสร้าง The only one of those ... is ... ใช้เลือกเพียงหนึ่งรายการจากกลุ่มที่พูดถึงไปแล้ว ในประโยคนี้ those หมายถึงขั้นตอนก่อนหน้า และ one ใช้แทนขั้นตอนหนึ่งรายการ I know how to do บอกว่ากำลังเลือก one รายการใด ส่วน the crying one หลัง is ระบุว่ารายการเดียวนี้คืออะไร คำเน้น only ทำให้ชัดว่าผู้พูดทำรายการนี้ได้ แต่ทำรายการอื่นในกลุ่มไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ในบรรดาเครื่องดนตรีสามชนิด เปียโนเป็นชนิดเดียวที่ผู้พูดเล่นเป็น

  1. I know how to play all three instruments, including the piano.
  2. The only one of the three instruments I know how to play is the piano.
  3. The piano is one of the three instruments I know how to play.
ดูคำตอบ

The only one of the three instruments I know how to play is the piano.

Then just do that one for now. วลี

1:17

งั้นตอนนี้ก็ทำแค่นั้นไปก่อนนะ

วลี

for now: ทำให้ตัวเลือกเป็นเพียงชั่วคราว

ในวลี one for now คำว่า one หมายถึงรายการที่เพิ่งกล่าวถึง และ for now หมายถึงชั่วคราวหรือในตอนนี้ คำสั่งนี้ให้เลือกหรือทำรายการนั้นเป็นสิ่งที่ทำไปก่อนในขณะนี้ for now ยังสื่อว่าการจัดการนี้อาจเปลี่ยนได้ในภายหลัง ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของตอนนี้” แต่จำกัดว่าตัวเลือกนี้ใช้เพียงชั่วคราว

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ชั่วคราวและอาจเปลี่ยนในภายหลัง” ลงในประโยค: We'll use this plan ____ and review it tomorrow.

ดูคำตอบ

for now

Bingo, let's put on a show. วลี

1:20

บิงโก เรามาทำการแสดงกันเถอะ

วลี

put on a show: จัดและนำเสนอการแสดง

put on a show เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงจัดเตรียมและนำเสนอการแสดงให้ผู้ชมดู ในที่นี้ put on หมายถึง “จัดแสดง” หรือ “นำเสนอ” ไม่ใช่ “สวมเสื้อผ้า” โครงสร้างคือ put on + กิจกรรมการแสดง เช่น put on a play หรือ put on a concert จุดเน้นอยู่ที่การทำให้งานแสดงเกิดขึ้น ผู้ที่ put on a show อาจเป็นผู้จัด ผู้แสดง หรือทำทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จัดแสดงการแสดง” ให้สมบูรณ์: For the school festival, our class will ____.

ดูคำตอบ

put on a show

Okay.

1:22

ตกลง

This episode of Bluey is called The Show.

1:23

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า การแสดง

Please take your seat. วลี

1:27

กรุณานั่งประจำที่

วลี

take your seat: คำบอกอย่างสุภาพให้นั่งประจำที่

take your seat เป็นคำบอกที่สุภาพและเป็นสำนวนตายตัว หมายถึงให้ไปยังที่ของตนแล้วนั่งลง ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงยกหรือนำที่นั่งออกไป มักใช้เมื่อกิจกรรมกำลังจะเริ่ม และอาจสื่อว่าผู้ฟังมีที่นั่งที่กำหนดไว้หรือควรนั่งอยู่แล้ว สำหรับหนึ่งคนใช้ seat ส่วนเมื่อพูดกับกลุ่มมักใช้ seats

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนทางการที่หมายถึง “นั่งในที่ของตน” สำหรับพูดกับแขกหนึ่งคน: The ceremony will begin in one minute. Please ____.

ดูคำตอบ

take your seat

The show is about to start. ไวยากรณ์

1:29

การแสดงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

ไวยากรณ์

about to start: กำลังจะเริ่ม

be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้มาก ซึ่งมักเป็นอีกไม่กี่อึดใจ ในประโยคนี้ is about to start บอกผู้ชมว่าการแสดงยังไม่เริ่ม แต่ใกล้จะหมดเวลารอแล้ว ตรงนี้ about เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกอนาคต about to ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้มาก” ให้สมบูรณ์: The train is ____ leave.

ดูคำตอบ

about to

Oh, it's so nice to go to the theater.

1:32

โอ้ ดีจังเลยที่ได้มาโรงละคร

Oh, yes.

1:34

โอ้ ใช่

I've heard very good things about this production. วลี

1:35

ฉันได้ยินเรื่องดีๆ เกี่ยวกับการแสดงนี้มาเยอะเลย

วลี

heard very good things about: บอกว่าได้ยินคำชมมากมาย

hear good things about + คนหรือสิ่งใด หมายถึงได้รับฟังความคิดเห็นหรือคำบอกเล่าในแง่ดีจากคนอื่น very ทำให้คำชมมีน้ำหนักมากขึ้น ส่วน things ในที่นี้หมายถึงความคิดเห็น รีวิว หรือคำติชม ไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ Present perfect ใน I've heard เชื่อมสิ่งที่ได้ยินก่อนหน้านี้เข้ากับความคิดเห็นของผู้พูดในตอนนี้ สำนวนนี้มักแสดงความคาดหวังในแง่ดีโดยไม่ได้บอกว่าผู้พูดมีประสบการณ์ด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ รวมทั้ง very: I've ____ the new science museum.

ดูคำตอบ

heard very good things about

Welcome to the show.

1:38

ยินดีต้อนรับสู่การแสดง

Bingo, quick, this side!

1:41

บิงโก เร็วเข้า ทางนี้!

Bingo, you're going to play Mum, การใช้คำ

1:47

บิงโก เธอต้องเล่นเป็นแม่นะ

การใช้คำ

to play Mum: play + บทบาท หมายถึง “รับบท”

ในที่นี้ play รับ Mum เป็นกรรมโดยตรงและหมายถึง “รับบทเป็นตัวละครแม่” ไม่ได้หมายถึงการเล่นสนุกกับแม่ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ play + บทบาทหรือตัวละคร เช่น play the doctor หรือ play Hamlet โดยวางชื่อตำแหน่งหรือชื่อตัวละครต่อจาก play ได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย play + บทบาท โดยใช้วลีที่ตรงกับความหมายว่า “รับบทเป็นหมอ”: In the school play, Maya will ____.

ดูคำตอบ

play the doctor

because you're both red.

1:49

เพราะเธอทั้งคู่เป็นสีแดง

I promise my best

1:50

หนูสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด

I won't ruin it, Bluey.

1:51

หนูจะไม่ทำให้พังนะ บลูอี้

You won't.

1:53

เธอไม่ทำพังหรอก

Now, go.

1:54

ทีนี้ ไปเลย

It's me.

1:58

ฉันเอง

One day,

1:59

วันหนึ่ง

uh, wait on. การใช้คำ

2:01

เอ่อ เดี๋ยวนะ

การใช้คำ

wait on: ภาษาพูดที่หมายถึง “รอสักครู่”

ในที่นี้ wait on เป็นคำสั่งสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “เดี๋ยวก่อน” ผู้พูดหยุดคำพูดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบบางอย่าง นี่เป็นการใช้ภาษาพูดที่มีลักษณะเฉพาะถิ่น ในประโยคนี้ไม่ใช่ wait on someone ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึง “ให้บริการหรือคอยดูแลใครสักคน” เพราะไม่ได้ระบุผู้รับบริการ

แบบฝึกหัด

ใน “Wait on, I need to check the name,” คำว่า wait on หมายถึง “ให้บริการใครสักคน” หรือไม่

  1. ไม่ใช่ ในที่นี้หมายถึง “รอสักครู่”
  2. ใช่ ในที่นี้หมายถึง “ให้บริการใครสักคน”
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ในที่นี้หมายถึง “รอสักครู่”

What's your not Mum name?

2:02

ชื่อตอนที่ไม่ใช่แม่ของแม่คืออะไร?

Chilli.

2:04

ชิลลี่

Oh, yeah.

2:05

โอ้ ใช่

One day, Chilli was walking along and,

2:06

วันหนึ่ง ชิลลี่กำลังเดินอยู่และ

um, this was before she was a mum,

2:10

อืม นี่คือก่อนที่เธอจะเป็นแม่คน

In the olden days. ลำดับความ

2:13

ในสมัยก่อนนู้น

ลำดับความ

In the olden days: เล่าอดีตอย่างขบขันให้ดูห่างไกลมาก

เมื่อใช้ In the olden days ตอนเริ่มเรื่อง วลีนี้จะวางกรอบเวลาว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นอยู่ในอดีตที่ห่างไกลและเก่าแก่ ทำให้เรื่องมีบรรยากาศเหมือนนิทานหรือการรำลึกความหลัง แทนที่จะระบุวันที่ชัดเจน ในประโยคนี้ เด็กใช้กรอบเวลาดังกล่าวอย่างขบขันเพื่อทำให้วัยหนุ่มสาวของพ่อแม่ฟังดูเหมือนยุคโบราณ จึงควรเข้าใจว่าเป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ใช่การกล่าวถึงยุคประวัติศาสตร์จริง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการเล่าวัยเด็กของพ่ออย่างขบขันให้ฟังดูเหมือนเกิดขึ้นในอดีตอันไกลโพ้น ประโยคใดสร้างกรอบเวลาแบบนิทานได้ดีที่สุด?

  1. My dad will use a paper map tomorrow.
  2. In 2005, my dad used a paper map.
  3. In the olden days, my dad had to use a paper map.
ดูคำตอบ

In the olden days, my dad had to use a paper map.

Chilli loved playing hockey and, um,

2:15

ชิลลี่ชอบเล่นฮอกกี้และ อืม

dancing.

2:19

เต้นรำ

Oh, yes.

2:20

โอ้ ใช่

And dancing.

2:21

และเต้นรำ

I'm a good dancer.

2:26

ฉันเต้นเก่งนะ

But,

2:27

แต่

she was very lonely.

2:29

เธอเหงามาก

No, I wasn't.

2:32

ไม่ ฉันไม่ได้เหงาซะหน่อย

Yeah, no, I wasn't.

2:33

ใช่ ไม่ ไม่ได้เหงา

Yes, you were.

2:35

ใช่ เธอเหงานั่นแหละ

So,

2:36

ดังนั้น

she,

2:37

เธอ

um, where did you meet Dad?

2:39

อืม แม่เจอกับพ่อที่ไหนนะ?

Well, there's some dispute, การใช้คำ

2:41

เอ่อ มีข้อโต้แย้งนิดหน่อยนะ

การใช้คำ

there's some dispute: กล่าวถึงความเห็นต่างว่าเป็นประเด็นที่ยังไม่มีข้อสรุป

There's some dispute หมายความว่าผู้คนมีข้อมูลคนละแบบหรือไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหนึ่งอย่าง โครงสร้างบอกการมีอยู่ด้วย there ทำให้จุดเน้นอยู่ที่สภาวะที่มีความเห็นไม่ตรงกัน โดยไม่รีบระบุหรือตำหนิผู้ที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้หมายถึงพ่อกับแม่จำเหตุการณ์นั้นต่างกัน Dispute ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทะเลาะอย่างรุนแรง ส่วน some ไม่ได้ระบุระดับความขัดแย้งชัดเจน จึงทำให้ถ้อยคำฟังดูยับยั้งและเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานสองคนจำสถานที่ประชุมต่างกัน และคุณต้องการบรรยายอย่างเป็นกลาง ประโยคใดเหมาะสมที่สุด?

  1. Everyone remembers the same meeting place.
  2. They are fighting over the meeting place.
  3. There's some dispute about where the meeting took place.
ดูคำตอบ

There's some dispute about where the meeting took place.

but let's just say at a party in London. น้ำเสียง/เจตนา

2:42

แต่เอาเป็นว่าที่งานปาร์ตี้ในลอนดอนก็แล้วกัน

น้ำเสียง/เจตนา

let's just say: ละรายละเอียดที่ซับซ้อนไว้โดยไม่อธิบาย

ในประโยคนี้ let's just say หมายถึง “ให้ใช้คำอธิบายแบบนี้ไปก่อน แล้วละรายละเอียดที่ซับซ้อนไว้” ไม่ใช่การชวนให้ทุกคนพูดบางคำพร้อมกัน วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดเล่าเรื่องต่อได้โดยไม่ต้องชี้แจงประเด็นที่ยังถกเถียงกัน น่าอึดอัด หรือเป็นเรื่องส่วนตัว มักสื่อเป็นนัยว่าเรื่องเต็มซับซ้อนกว่าคำอธิบายสั้น ๆ ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

let's just say ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. ผู้พูดเสนอให้ทุกคนไปร่วมงานปาร์ตี้
  2. ผู้พูดต้องการให้ทุกคนพูดคำเหล่านั้นพร้อมกัน
  3. ผู้พูดให้คำอธิบายแบบย่อและละรายละเอียดที่ยังมีข้อโต้แย้ง
ดูคำตอบ

ผู้พูดให้คำอธิบายแบบย่อและละรายละเอียดที่ยังมีข้อโต้แย้ง

Blow out your candles,

2:50

เป่าเทียนสิเพคะ

Your Majesty. วัฒนธรรม

2:51

ฝ่าบาท

วัฒนธรรม

Your Majesty: คำเรียกเมื่อพูดกับกษัตริย์หรือราชินีโดยตรง

Your Majesty เป็นคำเรียกอย่างเป็นทางการเมื่อพูดกับกษัตริย์หรือราชินีโดยตรง ในที่นี้ Majesty เป็นคำแสดงพระอิสริยยศ ไม่ใช่พระนาม ในประโยคนี้ คำเรียกดังกล่าวทำให้รู้ทันทีว่าผู้ที่กำลังถูกกล่าวถึงโดยตรงคือพระมหากษัตริย์ และสร้างน้ำเสียงแบบราชสำนักที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมคำเรียกอย่างเป็นทางการที่ใช้เมื่อพูดกับราชินีโดยตรงในละคร: Good evening, Your ____.

ดูคำตอบ

Majesty

Very well.

2:52

ดีมาก

I don't remember the Queen being there. ไวยากรณ์

2:54

ฉันไม่เห็นจำได้เลยว่าราชินีอยู่ที่นั่น

ไวยากรณ์

remember the Queen being there: remember + กรรม + -ing

ในที่นี้ remember + the Queen + being there หมายถึง “มีความทรงจำว่าพระราชินีอยู่ในที่นั้น” the Queen เป็นกรรมของ remember และเป็นประธานโดยนัยของ being ด้วย วลี -ing ใช้บรรยายคนหรือสิ่งของในฐานะส่วนหนึ่งของฉากที่จำได้ being there ไม่ใช่กริยาหลักในรูป progressive ของประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาในวงเล็บตามโครงสร้าง remember + คน + -ing: I remember Maya ____ by the gate. (wait)

ดูคำตอบ

waiting

You wouldn't. น้ำเสียง/เจตนา

2:56

คุณคงจำไม่ได้หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

You wouldn't: คำตอบแบบละภาคแสดง

ในที่นี้ wouldn't ใช้ภาคแสดงที่ละไว้จากประโยคก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ You wouldn't remember the Queen being there ในบทสนทนาภาษาอังกฤษ ผู้พูดมักละคำที่เข้าใจกันชัดเจนอยู่แล้ว would แสดงว่าการจำไม่ได้เป็นสิ่งที่คาดหมายได้ในเรื่องที่แต่งขึ้นนี้ น้ำเสียงอาจทำให้คำตอบสั้น ๆ นี้ฟังดูเรียบ ๆ หยอกล้อ หรือดูไม่ใส่ใจเล็กน้อย ในที่นี้เป็นคำตอบแบบละคำที่สมบูรณ์ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if

แบบฝึกหัด

Alex พูดว่า "I don't recognize anyone in this old team photo." Jamie ตอบว่า "You wouldn't. It was taken before you joined." Jamie หมายความว่าอะไร

  1. เธอคงจำพวกเขาไม่ได้ เพราะตอนนั้นเธอยังไม่ได้เข้าร่วมทีม
  2. เธอเคยจำพวกเขาได้ในอดีต
  3. เธอปฏิเสธที่จะดูรูป
ดูคำตอบ

เธอคงจำพวกเขาไม่ได้ เพราะตอนนั้นเธอยังไม่ได้เข้าร่วมทีม

Then suddenly this big blue guy called,

2:57

แล้วจู่ๆ ชายตัวใหญ่สีน้ำเงินที่ชื่อ

um,

3:01

อืม

Bandit.

3:02

แบนดิท

Bandit,

3:03

แบนดิท

walked in. กริยาวลี

3:04

ก็เดินเข้ามา

กริยาวลี

walked in: เดินเข้าไปในห้องหรือฉาก

Walked in หมายถึงเดินเข้าไปข้างใน ในที่นี้ in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาสองคำ walk in และทำให้การเคลื่อนไหวมีทิศทางเข้าสู่ด้านใน ไม่จำเป็นต้องบอกสถานที่อีกเมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงห้องหรือฉากใด ในการเล่าเรื่อง การบอกว่าใครบางคน walked in ช่วยเปิดตัวตัวละครนั้นในจังหวะที่เขาเข้ามาในฉากพอดี

แบบฝึกหัด

ใช้ walk in ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The door opened, and Mia ____.

ดูคำตอบ

walked in

All right, here we go. น้ำเสียง/เจตนา

3:05

เอาล่ะ เริ่มเลย

น้ำเสียง/เจตนา

here we go: สัญญาณว่าบางอย่างกำลังเริ่ม

Here we go เป็นสัญญาณในภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบอกว่ากิจกรรมหรือการกระทำกำลังจะเริ่มตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดก่อนเริ่มกิจกรรมทันที สำนวนนี้ต้องเข้าใจเป็นคำพูดทั้งชุด Here ไม่ได้ระบุสถานที่ และทั้งประโยคไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ากลุ่มคนกำลังเคลื่อนที่มาทางนี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนกันเองที่บอกว่าการแข่งขันกำลังเริ่ม: Everyone is ready. Here we ____!

ดูคำตอบ

go

Do do do do do.

3:07

ตือดือดือดือดือ

Hey, babe, การใช้คำ

3:09

เฮ้ย ที่รัก

การใช้คำ

babe: คำเรียกที่สนิทสนม

babe เป็นคำเรียกที่สนิทสนมและไม่เป็นทางการมาก โดยทั่วไปใช้กับคนรัก หรือคนใกล้ชิดที่ยอมรับชื่อเรียกนี้อย่างชัดเจน ใน "Hey, babe," คำนี้ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ไม่ได้หมายถึง "ทารก" ตามตัวอักษร ในที่นี้ คำเรียกที่แสดงความรักแบบเกินจริงเป็นส่วนหนึ่งของการเลียนแบบวิธีพูดของผู้ใหญ่ที่กำลังมีความรักอย่างขบขัน จึงทำให้ประโยคฟังดูตลก ในการสนทนาจริง ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ความสุภาพทั่วไป

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: คุณสามารถใช้ babe เป็นคำเรียกทั่วไปที่สุภาพกับคนที่เพิ่งพบได้

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

Smell this.

3:10

ดมนี่สิ

What?

3:11

อะไร?

Spot-on. การใช้คำ

3:13

เป๊ะเลย

การใช้คำ

Spot-on: คำชมว่าถูกต้องแม่นยำ

Spot-on หมายถึงถูกต้องอย่างสมบูรณ์หรือแม่นยำมาก และใช้ประเมินคำตอบ การคาดเดา คำบรรยาย การเลียนแบบ หรือการแสดงได้ เมื่อพูดเดี่ยว ๆ ว่า "Spot-on." จะเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิ่งนั้นถูกต้อง ในที่นี้ คำนี้ประเมินว่าการเลียนแบบทำได้เหมือนต้นฉบับมากเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าวัตถุอยู่บนจุดใดจุดหนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ "Spot-on." หมายความว่าอย่างไร

  1. ควรทำให้เร็วขึ้น
  2. ถูกต้องอย่างสมบูรณ์
  3. อยู่บนจุดทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ถูกต้องอย่างสมบูรณ์

Ooh, delightful.

3:16

อู้ ยอดเยี่ยมไปเลย

Yes, jolly good. การใช้คำ

3:17

ใช่ เยี่ยมมาก

การใช้คำ

jolly good: คำชมแบบโบราณและเหมือนการแสดง

jolly good หมายถึง “ดีมาก” หรือ “ยอดเยี่ยม” ในที่นี้ jolly ทำหน้าที่เน้นคำว่า good ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ร่าเริง” วลีนี้ชวนให้นึกถึงคำชมแบบอังกฤษที่ดูโบราณและเป็นภาพจำ ในประโยคนี้ การเลือกใช้ถ้อยคำเช่นนั้นทำให้ผู้พูดฟังดูเหมือนกำลังสวมบทเป็นคนวางท่าหรือเป็นทางการ จึงเกิดอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

ทำไม “jolly good” ในประโยคนี้จึงฟังดูตลก?

  1. เป็นวิธีพูด “very good” แบบจงใจให้โบราณและเหมือนการแสดง
  2. หมายความตามตัวอักษรว่าสิ่งของนั้นกำลังรู้สึกร่าเริง
  3. เป็นคำพูดหยาบคายที่ใช้ปฏิเสธบางสิ่ง
ดูคำตอบ

เป็นวิธีพูด “very good” แบบจงใจให้โบราณและเหมือนการแสดง

Who wrote this?

3:20

ใครเขียนบทเนี่ย?

And then,

3:21

และหลังจากนั้น

Bandit asked Chilli to marry him วลี

3:23

แบนดิทก็ขอชิลลี่แต่งงาน

วลี

asked Chilli to marry him: โครงสร้างการขอแต่งงาน

ask someone to marry you หมายถึงขอคนนั้นแต่งงาน ใน asked Chilli to marry him นั้น Chilli คือผู้ที่ได้รับคำขอ ส่วน him ระบุคนที่ Chilli ถูกขอให้แต่งงานด้วย ในที่นี้ Bandit เป็นประธานและเรื่องราวกล่าวถึงการขอแต่งงานของเขา ดังนั้น him จึงหมายถึง Bandit โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ask + คน + to marry + คำสรรพนามรูปกรรม เมื่อเล่าเรื่องการขอแต่งงาน คำสรรพนามตัวสุดท้ายมักหมายถึงผู้ที่ขอแต่งงาน: I asked her to marry me; he asked her to marry him.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคธรรมชาติที่หมายถึง “Leo ขอ Mia แต่งงาน” ให้สมบูรณ์: Leo asked Mia to ____ him.

ดูคำตอบ

marry

on a romance trip to,

3:25

ในการเดินทางสุดโรแมนติกไปที่

um,

3:27

อืม

Italy!

3:28

อิตาลี!

The dump! การใช้คำ

3:29

กองขยะ!

การใช้คำ

The dump: สถานที่ทิ้งขยะ

the dump เป็นวลีคำนาม หมายถึงสถานที่ที่นำขยะไปทิ้งหรือกองไว้ การมีคำนำหน้านาม the และการใช้วลีนี้เป็นชื่อจุดหมาย แสดงว่า dump ในที่นี้เป็นสถานที่ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ทิ้งสิ่งของ” หรือ “บอกเลิกใครสักคน” การเปลี่ยนจุดหมายแสนโรแมนติกที่คาดไว้ให้เป็นที่ทิ้งขยะ ทำให้เกิดความขัดแย้งที่ตั้งใจให้ดูเหลวไหล โดยทั่วไป ถ้าบริบทพูดถึงการนำของไปที่ไหนหรือการเดินทางไปที่ใด ให้เข้าใจ the dump ว่าเป็นจุดหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the dump หมายถึงอะไร?

  1. สถานที่ที่นำขยะไปทิ้งหรือกองไว้
  2. การเทบางสิ่งออกมา
  3. การยุติความสัมพันธ์เชิงรักใคร่
ดูคำตอบ

สถานที่ที่นำขยะไปทิ้งหรือกองไว้

What?

3:31

อะไรนะ?

Oh, marry me, babe!

3:31

โอ้ แต่งงานกับผมเถอะที่รัก!

Oh, why should I? น้ำเสียง/เจตนา

3:33

โอ้ ทำไมฉันต้องแต่งล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why should I?: ตั้งคำถามต่อความคาดหวัง

Why should I? ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายว่าทำไมจึงคาดหวังให้ผู้พูดทำบางอย่าง should ในที่นี้ไม่ได้เพียงบอกหน้าที่ แต่คำถามมีความหมายว่า “ฉันมีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำแบบนั้น?” เพราะเป็นการตั้งคำถามต่อความคาดหวังนั้นโดยตรง จึงอาจฟังดูต่อต้านหรือท้าทายได้ ในบริบทขำ ๆ ถ้อยคำเดียวกันก็ใช้แหย่เล่นได้

แบบฝึกหัด

คำตอบใดตั้งคำถามถึงเหตุผลของการกระทำที่ถูกคาดหวัง และฟังดูท้าทายเล็กน้อย?

  1. Why can I carry your bag?
  2. Why should I carry your bag?
  3. Why did I carry your bag?
ดูคำตอบ

Why should I carry your bag?

'Cause I love you, babe.

3:35

เพราะผมรักคุณไงที่รัก

I love your ears, babe.

3:37

ผมรักหูของคุณนะที่รัก

Do you love my stinky feet?

3:39

คุณรักเท้าเหม็นๆ ของฉันไหม?

Oh, yeah.

3:41

โอ้ ใช่

I loves your stinky feet. ไวยากรณ์

3:42

ผมรักเท้าเหม็นๆ ของคุณ

ไวยากรณ์

I loves: ข้อผิดพลาดแบบเด็กที่จงใจใช้

“I loves” จงใจใช้ประธานกับกริยาไม่สอดคล้องกันตามหลักภาษาอังกฤษมาตรฐาน ใน simple present เมื่อประธานบุรุษที่หนึ่งคือ I รูปมาตรฐานคือ I love ส่วน loves มักใช้กับประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ เช่น he, she หรือ it ในประโยคนี้ ความผิดดังกล่าวทำให้เกิดน้ำเสียงเกินจริง แบบเด็ก ๆ และชวนขำ ให้เข้าใจว่าเป็นการแสดงของตัวละคร ไม่ใช่รูปประโยคที่ควรนำไปใช้ในการพูดหรือเขียนทั่วไป

แบบฝึกหัด

ถ้าไม่ได้ตั้งใจใช้น้ำเสียงแบบเด็กเพื่อให้ขำ ประโยคใดเป็นภาษาอังกฤษมาตรฐาน

  1. I loves your silly jokes.
  2. I love your silly jokes.
  3. I loving your silly jokes.
ดูคำตอบ

I love your silly jokes.

And my bellybutton?

3:43

แล้วสะดือของฉันล่ะ?

Oh, yeah.

3:45

โอ้ ใช่

I loves your bellybutton, babe.

3:45

ผมรักสะดือของคุณนะที่รัก

That is not how it happened. น้ำเสียง/เจตนา

3:49

นั่นมันไม่ใช่แบบที่เกิดขึ้นเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

That is not how it happened: การแก้คำบอกเล่าเหตุการณ์

That is not how it happened ใช้แก้คำบอกเล่าของอีกคนเกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่งโดยตรง ในที่นี้ how เชื่อมกับวิธีหรือลำดับที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม ประโยคนี้เน้นแก้คำบอกเล่าเกี่ยวกับกระบวนการที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ไม่ได้เพียงตัดสินแบบกว้าง ๆ ว่าถูกหรือผิด หลังจากพูดประโยคนี้ ผู้พูดมักอธิบายต่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่ใช้แก้คำบอกเล่าเกี่ยวกับวิธีที่เหตุการณ์ดำเนินไปโดยเฉพาะ: That is not ____ it happened.

ดูคำตอบ

how

Oh, yes, it was.

3:50

โอ้ ใช่ มันเป็นแบบนั้นแหละ

And they had a big wedding,

3:53

แล้วพวกเขาก็จัดงานแต่งงานใหญ่โต

and then,

3:56

แล้วจากนั้น

Come on, Bingo.

3:58

เร็วเข้า บิงโก

Is this a toilet break? วลี

3:59

นี่พักไปเข้าห้องน้ำเหรอ?

วลี

toilet break: ช่วงพักสั้น ๆ เพื่อไปเข้าห้องน้ำ

toilet break คือการหยุดกิจกรรมชั่วครู่เพื่อให้ใครสักคนไปเข้าห้องน้ำ ในที่นี้ break หมายถึง “การพัก” หรือ “การหยุดชั่วคราว” ไม่ได้หมายถึงความเสียหายหรือการแตกหัก ในวลีคำนาม toilet break คำว่า toilet บอกจุดประสงค์ของการพัก รูปแบบเดียวกันพบได้ใน lunch break และ coffee break

แบบฝึกหัด

toilet break ในที่นี้หมายถึงอะไร? The coach gave the team a quick toilet break halfway through practice.

  1. เวลาที่จัดไว้สำหรับทำความสะอาดห้องน้ำ
  2. ช่วงพักสั้น ๆ เพื่อให้คนไปเข้าห้องน้ำ
  3. การพักเพราะโถสุขภัณฑ์เสีย
ดูคำตอบ

ช่วงพักสั้น ๆ เพื่อให้คนไปเข้าห้องน้ำ

No.

4:00

เปล่า

Bluey, I haven't ruined the show yet. ไวยากรณ์

4:03

บลูอี้ หนูยังไม่ได้ทำให้การแสดงพังใช่ไหม

ไวยากรณ์

haven't ... yet: สิ่งหนึ่งยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

ใน I haven't ruined the show yet คำว่า haven't ruined เป็น present perfect รูปปฏิเสธ ซึ่งมีโครงสร้าง have not + past participle ประโยคนี้บอกว่าการทำให้การแสดงพังยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยจนถึงตอนนี้ yet เพิ่มความหมายว่า “จนถึงตอนนี้” หรือ “ยัง” และมักอยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ ช่วงเวลายังเปิดอยู่ เหตุการณ์นั้นจึงยังอาจเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ความเป็นไปได้นั้นทำให้คำพูดมีน้ำเสียงกังวลหรือหยอกล้อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย haven't ... yet เพื่อแสดงว่าการกระทำยังไม่เสร็จ: I ____ packed my bag ____.

ดูคำตอบ

haven't · yet

Good one, Bingo.

4:05

เยี่ยมมากบิงโก

Well, I'm enjoying this very much.

4:07

แหม ฉันสนุกกับเรื่องนี้มากเลย

I have some minor quibbles with act one, การใช้คำ

4:10

ฉันมีข้อติเล็กน้อยสำหรับองก์แรก

การใช้คำ

some minor quibbles with act one: คำติติงเล็กน้อย

some minor quibbles with act one หมายถึงคำวิจารณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ สองสามข้อเกี่ยวกับช่วงแรกของการแสดง ในโครงสร้าง have quibbles with something คำว่า with ใช้บอกสิ่งที่ถูกวิจารณ์ ส่วน minor ย้ำว่าข้อคัดค้านเหล่านี้ไม่ร้ายแรง quibbles มักเกี่ยวกับรายละเอียดมากกว่าข้อบกพร่องสำคัญ และ act one คือส่วนหลักช่วงแรกของละครหรือการแสดง การใช้ถ้อยคำแบบนักวิจารณ์ทำให้ความคิดเห็นฟังดูจริงจังและประณีตโดยตั้งใจ จึงสร้างอารมณ์ขันในที่นี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ some minor quibbles with act one หมายถึงอะไร?

  1. คำชมอย่างมากต่อผู้แสดง
  2. คำร้องเรียนร้ายแรงเกี่ยวกับการแสดงทั้งหมด
  3. คำวิจารณ์เล็กน้อยหลายข้อเกี่ยวกับช่วงแรกของการแสดง
ดูคำตอบ

คำวิจารณ์เล็กน้อยหลายข้อเกี่ยวกับช่วงแรกของการแสดง

but me too.

4:12

แต่ฉันก็เหมือนกัน

And then, Chilli had a baby in her belly.

4:13

และแล้วชิลลี่ก็มีเด็กทารกอยู่ในท้อง

Oh.

4:17

โอ้

It's me.

4:19

ผมเอง

How are you doing in there, little mate? การใช้คำ

4:22

อยู่ในนั้นเป็นไงบ้างเพื่อนตัวน้อย?

การใช้คำ

little mate ในฐานะคำเรียกอย่างเอ็นดู

little mate เป็นวิธีเรียกใครสักคนอย่างอบอุ่นและไม่เป็นทางการ ในที่นี้ mate หมายถึงเพื่อนหรือคนที่ผู้พูดเรียกอย่างเป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนธุรกิจ ส่วน little เพิ่มความอ่อนโยนเพราะผู้พูดกำลังพูดกับทารก เมื่อใช้เป็นคำเรียกโดยตรง mate พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน วลีนี้สื่อถึงความใกล้ชิดและความเอ็นดูอย่างอ่อนโยน ไม่ใช่ความเป็นหุ้นส่วนตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

little mate ในประโยคนี้มีน้ำเสียงแบบใด?

  1. อบอุ่นและเต็มไปด้วยความเอ็นดู
  2. เป็นทางการและเป็นมืออาชีพ
  3. โกรธและข่มขู่
ดูคำตอบ

อบอุ่นและเต็มไปด้วยความเอ็นดู

Okay, let's keep this moving. น้ำเสียง/เจตนา

4:31

โอเค ให้เรื่องดำเนินต่อไปเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's keep this moving: ทำให้กระบวนการเดินหน้าต่อ

“Let's keep this moving” เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้เร่งให้กิจกรรมหรือกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ไปต่อโดยไม่ล่าช้า ในที่นี้ this หมายถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การประชุม การแสดง หรืองานหนึ่งงาน moving ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “คืบหน้า” ไม่ใช่การเปลี่ยนตำแหน่งทางกายภาพ สำนวนนี้ยังช่วยควบคุมจังหวะของกิจกรรมด้วย

แบบฝึกหัด

การประชุมเริ่มดำเนินไปอย่างล่าช้า และผู้ดำเนินการพูดว่า “Let's keep this moving.” ผู้ดำเนินการต้องการให้กลุ่มทำอะไร?

  1. จบการประชุมทันที
  2. ย้ายเก้าอี้ไปอีกห้องหนึ่ง
  3. ดำเนินการประชุมต่อไปให้คืบหน้า
ดูคำตอบ

ดำเนินการประชุมต่อไปให้คืบหน้า

So then, they...

4:33

แล้วหลังจากนั้น พวกเขาก็...

Bingo.

4:40

บิงโก

Ladies and gentlemen, วลี

4:42

ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

วลี

Ladies and gentlemen: คำเรียกผู้ชมอย่างเป็นทางการ

“Ladies and gentlemen” เป็นคำเรียกผู้ชมทั้งหมดอย่างเป็นทางการตามธรรมเนียม ใช้ตอนเริ่มสุนทรพจน์ การแสดง พิธี หรือประกาศ ช่วยดึงความสนใจของทุกคนและบอกว่าการพูดต่อหน้าสาธารณชนกำลังจะเริ่มขึ้น คำเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงบุคคลสองคนโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำเรียกผู้ชมแบบตายตัว

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดแบบเป็นทางการตามธรรมเนียมโดยใช้คำว่า ladies และ gentlemen: ____, welcome to tonight's performance.

ดูคำตอบ

Ladies and gentlemen

we're just having some show problems.

4:43

เรามีปัญหาขัดข้องนิดหน่อยกับการแสดง

Please, uh,

4:46

ได้โปรด เอ่อ

enjoy some dancing.

4:48

เพลิดเพลินกับการเต้นรำไปก่อนนะครับ

Oh, no.

4:50

โอ้ ไม่นะ

Bingo, what are you doing?

4:52

บิงโก เธอทำอะไรอยู่?

Get back out here. กริยาวลี

4:54

กลับมานี่

กริยาวลี

Get back out here: เส้นทางที่บอกด้วย back, out และ here

ใน Get back out here คำว่า get สื่อถึงการเคลื่อนที่ ส่วนคำที่ตามมาบอกเส้นทาง back หมายถึงกลับมา out หมายถึงออกจากข้างในหรือจุดที่มองเห็นได้ยากมายังด้านนอกหรือพื้นที่เปิด และ here หมายถึงมายังตำแหน่งของผู้พูด เมื่อรวมกัน ประโยคคำสั่งนี้บอกให้อีกฝ่ายออกมาและกลับมายังจุดที่ผู้พูดอยู่ หากตัดหรือเปลี่ยนคำบอกทิศทางคำใดคำหนึ่ง เส้นทางที่สื่อก็จะเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

คุณอยู่ในสนาม เพื่อนคนหนึ่งกลับเข้าไปข้างใน และคุณต้องการให้เขากลับมาหาคุณด้านนอก คำสั่งใดระบุชัดเจนครบทั้งการกลับมา การออกมา และการมายังตำแหน่งของผู้พูด

  1. Get back out here.
  2. Get out of here.
  3. Get back here.
ดูคำตอบ

Get back out here.

I knew I ruined the show.

4:55

หนูรู้อยู่แล้วว่าหนูต้องทำการแสดงพัง

It wasn't your fault. น้ำเสียง/เจตนา

4:58

มันไม่ใช่ความผิดของเธอนะ

น้ำเสียง/เจตนา

It wasn't your fault: การปลอบใจโดยไม่กล่าวโทษ

It wasn't your fault เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการปลอบคนที่คิดว่าตนเองทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดี หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ถือว่าอีกฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ในที่นี้ fault หมายถึงความผิดหรือความรับผิดชอบ ไม่ใช่ปัญหาขัดข้องของเครื่องจักร Wasn't ชี้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันมักใช้ It's not your fault

แบบฝึกหัด

เพื่อนโทษตัวเองเพราะพายุทำให้งานกลางแจ้งถูกยกเลิก คำตอบใดบอกเธอโดยตรงว่าเธอไม่ต้องรับผิดชอบ

  1. It wasn't your fault.
  2. Let's talk about it later.
  3. You need to take responsibility.
ดูคำตอบ

It wasn't your fault.

It was.

4:59

มันใช่ต่างหาก

We can just blow up another one. กริยาวลี

5:01

เราเป่าลูกใหม่ก็ได้นี่

กริยาวลี

blow up another one: เป่าลูกโป่งอีกลูกให้พอง

ในประโยคนี้ blow up หมายถึง “เป่าให้พอง” คือเติมอากาศเข้าไปในลูกโป่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วน another one หมายถึงลูกโป่งอีกลูกหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งของคนละชนิด blow up มีหลายความหมาย ต้องดูสิ่งที่เป็นกรรมและสถานการณ์ หากใช้กับลูกโป่งหรือของที่เติมลมได้ มักหมายถึง “เป่าให้พอง” แต่ในสถานการณ์ที่มีการทำลาย อาจหมายถึง “ทำลายด้วยการระเบิด”

แบบฝึกหัด

ใน “We can just blow up another one,” สิ่งที่ละไว้คือลูกโป่งอีกลูก blow up หมายถึงอะไร

  1. เป่าลูกโป่งอีกลูกให้พอง
  2. ทำลายสิ่งของอีกชิ้นด้วยการระเบิด
  3. ทำให้ลูกโป่งอีกลูกแตก
ดูคำตอบ

เป่าลูกโป่งอีกลูกให้พอง

Oh, there's no blue ones left. วลี

5:03

โอ้ สีน้ำเงินไม่เหลือแล้ว

วลี

there's no blue ones left: บอกว่าไม่มีลูกสีฟ้าเหลืออยู่

There's no ... left หมายความว่าไม่มีสิ่งนั้นเหลืออยู่หรือพร้อมให้ใช้อีกแล้ว ในที่นี้ left หมายถึง “ที่เหลืออยู่” ไม่ใช่ทิศทาง “ซ้าย” blue ones ใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์ที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท ซึ่งในที่นี้คือ blue balloons วิธีนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำ โดย no blue balloons left เปลี่ยนเป็น no blue ones left

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายความว่าไม่มีผ้าขนหนูสะอาดเหลืออยู่ให้สมบูรณ์: There are no clean towels ____.

ดูคำตอบ

left

Oh.

5:05

โอ้

I ruin Mother's Day every day.

5:07

หนูทำวันแม่พังทุกวันเลย

There's green.

5:10

มีสีเขียวนะ

But you're not green.

5:11

แต่เธอไม่ใช่สีเขียวนี่

I don't mind. น้ำเสียง/เจตนา

5:12

หนูไม่รังเกียจหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

I don't mind: ยอมรับได้และไม่คัดค้าน

I don't mind หมายถึง “ฉันยอมรับได้” หรือ “เรื่องนี้ไม่รบกวนฉัน” ในที่นี้ผู้พูดยอมรับอีกทางเลือกหนึ่งอย่างสบาย ๆ และทำให้อีกฝ่ายไม่ต้องกังวล ในประโยคนี้ mind เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ขัดข้องหรือรู้สึกรำคาญ” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงความคิดหรือจิตใจ คำตอบสั้น ๆ นี้มักแสดงว่าไม่ได้คัดค้านอย่างจริงจัง แต่ไม่ได้แปลว่ารู้สึกตื่นเต้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Can we meet at six instead?” คุณตอบว่า “I don't mind.” คุณกำลังสื่อว่าอะไร?

  1. ฉันยอมรับการนัดพบตอนหกโมงได้
  2. ฉันปฏิเสธที่จะพบกันตอนหกโมง
  3. ฉันตื่นเต้นมากเพราะหกโมงเป็นเวลาที่ฉันชอบที่สุด
ดูคำตอบ

ฉันยอมรับการนัดพบตอนหกโมงได้

Oh,

5:14

โอ้

I know.

5:14

ฉันรู้แล้ว

Let's stuff the Queen up there. การใช้คำ

5:15

ยัดราชินีเข้าไปในนั้นกันเถอะ

การใช้คำ

stuff the Queen up there: ยัดสิ่งของอย่างหยาบและเป็นกันเอง

ในที่นี้ stuff เป็นคำกริยาที่หมายถึงดันหรือยัดสิ่งของเข้าไปในที่ใดที่หนึ่ง โดยมักทำอย่างรวดเร็ว แน่น หรือไม่ค่อยระมัดระวัง the Queen เป็นกรรมของคำกริยาและหมายถึงตุ๊กตาที่กำลังถูกย้าย ส่วน up there ชี้ไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าซึ่งเห็นได้ชัดจากฉาก เพราะ stuff ให้ความรู้สึกว่าจัดการอย่างหยาบแทนที่จะวางอย่างระมัดระวัง ประโยคนี้จึงฟังดูไม่ให้เกียรติเมื่อนำมาใช้กับตุ๊กตารูปราชินี ความหมายนี้ยังใช้กับสิ่งของทั่วไปได้ เช่น การยัดเสื้อผ้าลงในกระเป๋า

แบบฝึกหัด

ใน “Let's stuff the Queen up there,” คำว่า stuff สื่อถึงอะไร?

  1. พูดถึงสิ่งของของตุ๊กตาราชินี
  2. ดันตุ๊กตาราชินีเข้าไปในที่นั้นอย่างค่อนข้างหยาบ
  3. วางตุ๊กตาราชินีไว้ที่นั่นอย่างระมัดระวังและให้เกียรติ
ดูคำตอบ

ดันตุ๊กตาราชินีเข้าไปในที่นั้นอย่างค่อนข้างหยาบ

But she's an old lady.

5:17

แต่เธอเป็นหญิงชรานะ

How rude. น้ำเสียง/เจตนา

5:19

หยาบคายจัง

น้ำเสียง/เจตนา

How rude. ในฐานะคำอุทานที่หนักแน่น

How rude. เป็นประโยคอุทานที่หมายถึง “ช่างเสียมารยาทจริง ๆ” ในที่นี้ how ใช้เน้นระดับของคำคุณศัพท์ rude ไม่ได้ใช้ถามว่าเสียมารยาทแค่ไหนและไม่ต้องการคำตอบ โครงสร้าง How + คำคุณศัพท์! ใช้แสดงปฏิกิริยาหรือการประเมินอย่างชัดเจน เช่น How strange! หรือ How nice! ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังคัดค้านคำพูดหรือการกระทำที่น่าขุ่นเคืองหรือไม่ให้เกียรติผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “How rude.”?

  1. กำลังถามว่าพฤติกรรมนั้นหยาบคายแค่ไหน
  2. กำลังขออนุญาตออกไป
  3. กำลังตำหนิพฤติกรรมว่าไม่สุภาพ
ดูคำตอบ

กำลังตำหนิพฤติกรรมว่าไม่สุภาพ

Hey, um,

5:20

เฮ้ อืม

Oh, no.

5:21

โอ้ ไม่นะ

Get back to your seat.

5:22

กลับไปนั่งที่เลย

I have to go to the toilet. การใช้คำ

5:23

ฉันต้องไปเข้าห้องน้ำ

การใช้คำ

go to the toilet ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

Go to the toilet หมายถึงการขอตัวไปใช้ห้องน้ำชั่วครู่ ไม่ได้หมายถึงการไปตรวจดูหรือซ่อมโถส้วม ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย toilet ใช้เรียกได้ทั้งห้องน้ำและโถส้วม ดังนั้น go to the toilet จึงเป็นสำนวนทั่วไปในชีวิตประจำวัน ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ go to the bathroom ในบทสนทนาทั่วไป และใช้ go to the restroom บ่อยในสถานที่สาธารณะ

แบบฝึกหัด

ในร้านอาหารที่สหรัฐอเมริกา ประโยคใดตรงกับสำนวนที่ใช้กันทั่วไปในสถานที่สาธารณะมากที่สุด?

  1. I need to go to the restroom.
  2. I need to go to the toilet.
  3. I need to go to the shower.
ดูคำตอบ

I need to go to the restroom.

Sit down.

5:25

นั่งลง

Hey, hey.

5:26

เฮ้ เฮ้

Listen, Bingo.

5:27

ฟังนะ บิงโก

We're finishing this show. น้ำเสียง/เจตนา

5:29

เราจะเล่นการแสดงนี้ให้จบ

น้ำเสียง/เจตนา

We're finishing this show: ประกาศแผนเร่งด่วนที่ตัดสินใจแล้ว

ในบริบทนี้ We're finishing this show ไม่ได้เพียงรายงานว่าช่วงท้ายกำลังดำเนินอยู่ รูป present progressive นำเสนอการทำการแสดงให้จบว่าเป็นสิ่งที่กลุ่มตัดสินใจแน่นอนแล้วและจะลงมือทำทันที กล่าวคือ กลุ่มจะทำให้เสร็จ ประธาน we're รวมคนอื่นไว้ในการตัดสินใจนี้ด้วย และถ้อยคำที่หนักแน่นดึงให้ทุกคนกลับมาสนใจงานตรงหน้า โดยทั่วไป present progressive สามารถใช้ประกาศการกระทำในอนาคตอันใกล้ที่ผู้พูดถือว่าตัดสินใจแล้วได้

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งเริ่มเก็บของแล้ว แต่หัวหน้าตัดสินใจว่าทุกคนจะทำรายงานให้เสร็จคืนนี้ ประโยคใดนำเสนอเรื่องนี้ได้ดีที่สุดว่าเป็นแผนของกลุ่มที่ตัดสินใจแล้วและจะทำทันที

  1. We're finishing this report tonight.
  2. Are we finishing this report tonight?
  3. We finished this report tonight.
ดูคำตอบ

We're finishing this report tonight.

I can't.

5:31

หนูทำไม่ได้

Just do it by yourself.

5:32

พี่เล่นคนเดียวไปเลย

We can't do the show without you.

5:34

เราทำการแสดงไม่ได้ถ้าไม่มีเธอนะ

You're Mum!

5:37

เธอคือแม่นะ!

Bluey, checklist.

5:42

บลูอี้ รายการตรวจสอบ

Oh, okay.

5:45

โอ้ โอเค

Go.

5:46

ลุยเลย

Have a cry.

5:47

ร้องไห้นิดหน่อย

Check.

5:49

เช็ค

Pick myself up.

5:50

ลุกขึ้นสู้

Check.

5:51

เช็ค

Dust myself off.

5:53

ปัดฝุ่นออก

Check.

5:54

เช็ค

And keep going.

5:55

และเดินหน้าต่อไป

The show must go on.

5:57

การแสดงต้องดำเนินต่อไป

Check.

5:59

เช็ค

She's back.

6:02

เธอกลับมาแล้ว

Hooray!

6:03

ไชโย!

Chilli, Chilli, Chilli, Chilli, Chilli.

6:05

ชิลลี่ ชิลลี่ ชิลลี่ ชิลลี่ ชิลลี่

What?

6:10

อะไร?

Hey, hey, what?

6:10

เฮ้ เฮ้ อะไร?

Save my seat. วลี

6:12

จองที่ให้ฉันด้วย

วลี

Save my seat: ขอให้อีกคนช่วยเก็บที่นั่งของคุณไว้

ใน Save my seat คำว่า save หมายถึง “เก็บไว้ให้ยังใช้ได้” ไม่ใช่ “ช่วยชีวิต” ผู้พูดขอให้อีกคนช่วยรักษาที่นั่งเฉพาะที่ตนกำลังใช้หรือจับจองไว้ เพราะตั้งใจว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ ประโยคคำสั่งสั้น ๆ นี้ทำหน้าที่เป็นคำขอ แม้จะไม่ได้อยู่ในรูปคำถาม รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อออกจากที่นั่งชั่วครู่ในโรงละคร ห้องเรียน พื้นที่รอ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้ขอให้เพื่อนเก็บที่เฉพาะที่คุณกำลังใช้อยู่: ____ while I get some water.

ดูคำตอบ

Save my seat

So, um,

6:14

แล้ว อืม

what was happening was, ลำดับความ

6:15

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

ลำดับความ

what was happening was: ใช้กลับเข้าสู่คำอธิบาย

what was happening was ... ในที่นี้ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นกรอบประโยคภาษาพูดที่ยกสถานการณ์ในตอนนั้นขึ้นมาก่อน แล้วนำเข้าสู่คำอธิบายที่จะตามมา หลังจากเรื่องเล่าถูกขัดจังหวะ ผู้พูดใช้กรอบนี้เพื่อกลับเข้าเรื่อง So และ um ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาคิดเนื้อหาส่วนต่อไปโดยยังคงจังหวะการพูดของตนไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยคพูด “So, what was happening was, the lights kept flickering,” คำว่า what was happening was ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ถามให้ผู้ฟังอธิบายสถานการณ์
  2. ใช้บอกว่าเรื่องเล่าจบแล้ว
  3. ใช้เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบายที่ตามมา
ดูคำตอบ

ใช้เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบายที่ตามมา

oh, yeah.

6:21

โอ้ ใช่

Chilli went to hospital and, การใช้คำ

6:22

ชิลลี่ไปโรงพยาบาลและ

การใช้คำ

went to hospital: การใช้คำนำหน้านามในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย went to hospital อาจหมายถึงการที่ใครสักคนไปโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยเพื่อรับการรักษา รวมถึงไปคลอดลูก ในการใช้นี้ hospital ถูกมองว่าเป็นสถาบันทางการแพทย์ จึงไม่ต้องมีคำนำหน้านาม ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักพูดว่า went to the hospital ในสถานการณ์เดียวกัน ดังนั้น การไม่มี the ในวลีต้นฉบับจึงเป็นรูปแบบการใช้ตามภูมิภาค ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ go และการใช้ hospital ในความหมายสถาบันตามภาษาอังกฤษแบบบริติช/ออสเตรเลียเพื่อเติมประโยค: After the accident, he ____ for treatment.

ดูคำตอบ

went to hospital

are you ready?

6:24

พร้อมหรือยัง?

No.

6:25

ยัง

Yes.

6:26

พร้อมแล้ว

She had a baby girl. การใช้คำ

6:27

เธอได้ลูกสาว

การใช้คำ

had a baby girl: การบอกข่าวการคลอดลูกสาว

ในประโยคนี้ had a baby girl หมายถึงให้กำเนิดเด็กผู้หญิง ในข่าวครอบครัวหรือเรื่องทางการแพทย์ have a baby มักใช้บอกว่ามีการคลอดลูก ไม่ได้หมายถึงแค่มีทารกไว้ในครอบครอง baby girl บอกว่าเด็กที่เกิดมาเป็นผู้หญิง รูปแบบที่กล่าวถึงการคลอดนี้ใส่รายละเอียดอื่นได้ เช่น had a baby boy หรือ had twins

แบบฝึกหัด

ในประกาศข่าวเกิด "Nina had a baby girl yesterday" หมายความว่าอะไร

  1. Nina ให้กำเนิดเด็กผู้หญิง
  2. Nina ดูแลเด็กผู้หญิงในฐานะพี่เลี้ยง
  3. Nina พูดคุยกับเด็กผู้หญิง
ดูคำตอบ

Nina ให้กำเนิดเด็กผู้หญิง

Goo-goo, ga-ga.

6:33

อูแว้ อูแว้

I'm going to call her, Bluey. การใช้คำ

6:37

ฉันจะเรียกเธอว่า บลูอี้

การใช้คำ

call her Bluey: ตั้งชื่อเธอว่า Bluey

ในที่นี้ call her Bluey หมายถึงเลือก Bluey เป็นชื่อของเธอหรือใช้ Bluey เป็นชื่อเรียกเธอ call ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ รูปแบบคือ call + คนหรือสิ่งของ + ชื่อ ชื่อที่อยู่ท้ายสุดทำให้ความหมายสมบูรณ์โดยบอกว่าคนหรือสิ่งนั้นจะถูกเรียกว่าอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้ call เพื่อสื่อถึงการเลือกชื่อแล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: We decided to ____ our new puppy Max.

ดูคำตอบ

call

That's me.

6:39

ฉันเอง

Ah, yeah.

6:40

อ่า ใช่

I'm you, aren't I? ไวยากรณ์

6:40

ฉันคือเธอใช่ไหม?

ไวยากรณ์

aren't I? หลัง I am

aren't I? ในที่นี้เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ตามหลังข้อความบอกเล่าเชิงบวก I'm ... ผู้พูดมีความคิดอยู่แล้วและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน ดังนั้น I'm you, aren't I? จึงมีความหมายประมาณว่า “ฉันคือเธอ ใช่ไหม” เมื่อใช้กับ I am คำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ใช้ตามปกติในภาษาอังกฤษมาตรฐานปัจจุบันคือ aren't I? ไม่ใช่ amn't I? ให้จำ I'm ..., aren't I? เป็นรูปแบบตายตัว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคมาตรฐานหลัง I am ให้สมบูรณ์: I'm early, ____?

ดูคำตอบ

aren't I

Let's see.

6:42

ไหนดูสิ

Daddy, me go boom-boom in nappy. การใช้คำ

6:43

พ่อจ๋า หนูอึใส่ผ้าอ้อมแล้ว

การใช้คำ

go boom-boom in nappy: คำพูดเด็กเกี่ยวกับการขับถ่าย

ในประโยคนี้ go boom-boom เป็นคำพูดเด็กแบบขี้เล่นที่หมายถึงการอึ ส่วน in nappy หมายถึงอึลงในผ้าอ้อมของเด็ก วลีที่เน้นทั้งหมดจึงบอกว่าเด็กอึใส่ผ้าอ้อม ไม่ได้หมายถึงการระเบิดตามตัวอักษร nappy เป็นคำปกติที่ใช้เรียก “ผ้าอ้อม” ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ diaper การไม่มีคำกำหนดอยู่หน้า nappy ก็เป็นส่วนหนึ่งของการจงใจเลียนแบบคำพูดของทารก ในภาษาอังกฤษมาตรฐานทั่วไปมักพูดว่า in my nappy หรือ in the nappy

แบบฝึกหัด

ในบริบทการดูแลเด็กนี้ go boom-boom in nappy หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นคำขอแบบเป็นทางการให้เด็กเปลี่ยนเสื้อผ้า
  2. หมายความว่าเด็กได้ยินเสียงระเบิดใกล้ผ้าอ้อม
  3. เป็นคำพูดเด็กที่หมายความว่าเด็กอึใส่ผ้าอ้อม
ดูคำตอบ

เป็นคำพูดเด็กที่หมายความว่าเด็กอึใส่ผ้าอ้อม

Change me, Daddy. การใช้คำ

6:48

เปลี่ยนผ้าอ้อมให้หนูหน่อย พ่อ

การใช้คำ

Change me: คำขอให้เปลี่ยนผ้าอ้อม

ในบริบทการดูแลทารกนี้ Change me หมายถึง “ถอดผ้าอ้อมที่สกปรกของฉันออก แล้วใส่อันสะอาดให้” คำว่า me เป็นกรรมที่บอกว่าใครเป็นผู้ได้รับการเปลี่ยนผ้าอ้อม ส่วนคำว่า diaper ถูกละไว้เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้อยู่แล้ว เมื่อพูดถึงทารกหรือเด็กเล็ก change + คน อาจหมายถึง “เปลี่ยนผ้าอ้อมให้คนนั้น” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเปลี่ยนบุคลิกหรือตัวตนของเด็ก

แบบฝึกหัด

ทารกเพิ่งบอกว่าผ้าอ้อมสกปรก Change me ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ใส่ผ้าอ้อมที่สะอาดให้ฉัน
  2. สลับที่กับฉัน
  3. เปลี่ยนบุคลิกของฉัน
ดูคำตอบ

ใส่ผ้าอ้อมที่สะอาดให้ฉัน

Dada, change me.

6:55

พ่อ เปลี่ยนให้หน่อย

The end.

6:59

จบ

Again.

7:03

เอาอีก