ประวัติศาสตร์ vs. นโปเลียน โบนาปาร์ต - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
707 คำ 150 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การถกเถียงในรูปแบบการพิจารณาคดีตั้งคำถามว่านโปเลียนปกป้องหรือทรยศต่อการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยนำการปฏิรูปกฎหมายและการเผยแพร่อุดมการณ์เสรีนิยมมาเทียบกับเผด็จการ การฟื้นฟูระบบทาส สงครามจักรวรรดิ และความสูญเสียของผู้คนจำนวนมหาศาล ก่อนสรุปมรดกของเขาอย่างจงใจให้เห็นทั้งคุณและโทษ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. save the revolution or destroy it? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้ว่าคำถามที่วางสองทางเลือกตรงข้ามกันช่วยกำหนดข้อขัดแย้งหลัก ชี้นำผู้ฟังไปสู่การตีความสองฝ่าย และสร้างโครงให้เหตุผลช่วงต่อไปทำให้คำตอบซับซ้อนขึ้น แทนที่จะเพียงเลือกข้างใดข้างหนึ่ง 2. a legal code — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง เข้าใจว่าคำนี้หมายถึงประมวลกฎหมายที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่กฎหมายเพียงข้อเดียว และใช้ได้อย่างแม่นยำเมื่อกล่าวถึงการปฏิรูปของนโปเลียน การปกครองตามรัฐธรรมนูญ หรือพัฒนาการของระบบกฎหมายสมัยใหม่ 3. for better or for worse. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ รู้จักและใช้ถ้อยคำสรุปที่สมดุลนี้เพื่อบอกว่าบุคคลหรือเหตุการณ์ทิ้งผลกระทบระยะยาวไว้ ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือโทษ โดยเฉพาะเมื่อต้องสรุปมรดกทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนโดยไม่ตัดสินเพียงด้านเดียว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

After the French Revolution erupted in 1789, การใช้คำ

0:06

หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสปะทุขึ้นในปี 1789

การใช้คำ

French Revolution erupted: ใช้ erupt เพื่อสื่อถึงการเริ่มต้นอย่างฉับพลันและรุนแรง

ใน “the French Revolution erupted” คำว่า erupted เป็นกริยาอกรรมกริยา หมายถึง “เริ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง” เป็นการขยายภาพของภูเขาไฟที่ปะทุมาใช้กับเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ ไม่ได้มีอะไรปะทุขึ้นจากพื้นดินจริง ๆ เมื่อเทียบกับ began คำว่า erupted ทำให้การเริ่มต้นดูรุนแรงและสร้างความปั่นป่วนมากกว่า การใช้นี้พบได้บ่อยกับเหตุการณ์อย่างความรุนแรง การประท้วง ความขัดแย้ง หรือการโต้เถียง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอว่าเหตุความไม่สงบเริ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง

  1. Unrest began outside the station.
  2. Unrest erupted outside the station.
  3. Unrest gradually developed outside the station.
ดูคำตอบ

Unrest erupted outside the station.

Europe was thrown into chaos. สำนวน

0:10

ยุโรปก็ตกอยู่ในความโกลาหล

สำนวน

was thrown into chaos: โครงสร้าง passive be thrown into + สภาพ

Was thrown into chaos เป็นรูป passive ของ throw something into chaos โดย Europe เป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์หนึ่งทำให้ระเบียบทางการเมืองและสังคมของยุโรปเกิดความยุ่งเหยิงอย่างฉับพลันและรุนแรง into chaos บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่จุดหมายทางกายภาพ โครงสร้างนี้เปลี่ยนระหว่างรูป active และ passive ได้: The crisis threw the system into chaos; The system was thrown into chaos by the crisis.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ของ throw ... into chaos: The festival ____ when the main stage lost power.

ดูคำตอบ

was thrown into chaos

Neighboring countries' monarchs feared they would share the fate of Louis XVI วลี

0:13

พระมหากษัตริย์ของประเทศเพื่อนบ้านเกรงว่าตนจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

วลี

would share the fate of Louis XVI: ประสบจุดจบแบบเดียวกัน

ใน would share the fate of Louis XVI วลี share the fate of someone หมายถึง “ประสบผลลัพธ์แบบเดียวกับคนนั้น” fate ในที่นี้หมายถึงจุดจบหรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แนวคิดนามธรรมเรื่องโชคชะตา ผลลัพธ์ที่เหล่ากษัตริย์เกรงกลัวคือการถูกโค่นอำนาจและประหารเช่นเดียวกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 วลีนี้จึงสื่อถึงการคาดว่าจะพบจุดจบอันตรายแบบเดียวกัน ซึ่งมักเป็นผลลัพธ์เชิงลบ

แบบฝึกหัด

ใช้วลี share the fate of ตามที่กำหนดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Unless sales improve, this store may ____ the branch that closed last year.

ดูคำตอบ

share the fate of

and attacked the new republic.

0:18

และได้เข้าโจมตีสาธารณรัฐแห่งใหม่

While at home, ลำดับความ

0:20

ขณะที่ในประเทศ

extremism and mistrust between factions

0:21

ลัทธิสุดโต่งและความหวาดระแวงระหว่างกลุ่มต่างๆ

led to bloodshed. วลี

0:24

นำไปสู่การนองเลือด

ลำดับความ

While at home: เปลี่ยนประเด็นไปสู่สถานการณ์ภายในประเทศ

While at home เปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังจากสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านไปยังเหตุการณ์ภายในฝรั่งเศส ในที่นี้ at home หมายถึง “ภายในประเทศของตน” ไม่ใช่ “ภายในบ้านส่วนตัว” While นำเสนอสองสถานการณ์ว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันและมีความขัดแย้งกัน ได้แก่ แรงกดดันจากต่างประเทศกับการนองเลือดภายในประเทศ การเปลี่ยนประเด็นแบบนี้ช่วยจัดโครงสร้างการเปรียบเทียบภายนอกกับภายในในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ข่าว หรือบทวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

While at home ทำหน้าที่อะไรในประโยค “While at home, extremism and mistrust between factions led to bloodshed”?

  1. เปลี่ยนการเล่าจากสถานการณ์ภายนอกไปสู่สถานการณ์ภายในประเทศที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. แสดงว่าเหตุการณ์ภายในประเทศเกิดขึ้นช้ากว่ามาก
  3. บอกว่าฝ่ายต่าง ๆ กำลังประชุมกันอยู่ในบ้านส่วนตัว
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการเล่าจากสถานการณ์ภายนอกไปสู่สถานการณ์ภายในประเทศที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

วลี

led to bloodshed: รายงานผลลัพธ์ที่รุนแรง

Led เป็นรูปอดีตของ lead ในโครงสร้าง cause + lead to + result วลี led to bloodshed นำเสนอว่าแนวคิดสุดโต่งและความไม่ไว้วางใจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ร้ายแรง Bloodshed หมายถึงการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากความรุนแรง ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีเลือดออกที่มองเห็นได้ ดังนั้น วลีนี้จึงบอกว่าความขัดแย้งทำให้เกิดความสูญเสียจากความรุนแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความเป็นปฏิปักษ์ที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากความรุนแรง

  1. The rising hostility led to bloodshed.
  2. The rising hostility led to a peaceful settlement.
  3. The rising hostility ended without violence.
ดูคำตอบ

The rising hostility led to bloodshed.

In the midst of all this conflict, วลี

0:25

ท่ามกลางความขัดแย้งทั้งหมดนี้

a powerful figure emerged to take charge of France. วลี

0:27

บุคคลผู้ทรงอำนาจคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อเข้าควบคุมฝรั่งเศส

วลี

In the midst of: วางฉากหลังที่กำลังดำเนินอยู่ไว้ก่อน

In the midst of all this conflict เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค หมายความว่าความขัดแย้งยังดำเนินอยู่และผู้ที่เกี่ยวข้องก็อยู่ท่ามกลางสถานการณ์นั้น โครงสร้างคือ in the midst of + นามวลี เมื่อวางไว้ต้นประโยค จะนำเสนอฉากหลังที่กำลังดำเนินอยู่ก่อน แล้วจึงกล่าวถึงเหตุการณ์หลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: ____ the emergency, the nurses stayed focused.

ดูคำตอบ

In the midst of

วลี

emerged to take charge of: ก้าวขึ้นมาและเข้ารับหน้าที่ผู้นำ

ใน emerged to take charge of France คำว่า emerged หมายถึงการปรากฏขึ้นหรือก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลสำคัญ ไม่ได้หมายถึงเพียงเดินเข้าไปในสถานที่หนึ่ง ส่วน to-infinitive บอกบทบาทหรือจุดมุ่งหมายที่ตามมา นั่นคือเขาเข้ารับหน้าที่ผู้นำของฝรั่งเศส take charge of หมายถึงเริ่มควบคุมและรับผิดชอบบุคคล กลุ่ม งานปฏิบัติการ หรือสถานการณ์ เมื่อรวมกัน โครงสร้างนี้จึงนำเสนอภาพของคนที่เริ่มโดดเด่นแล้วเข้ารับหน้าที่บัญชาการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “ปรากฏขึ้นเป็นบุคคลสำคัญแล้วเข้ารับหน้าที่ผู้นำ”: During the crisis, a calm leader ____ the rescue operation.

ดูคำตอบ

emerged to take charge of

But did he save the revolution ลำดับความ

0:31

แต่เขาเป็นผู้กอบกู้การปฏิวัติ

or destroy it?

0:33

หรือทำลายมันกันแน่?

ลำดับความ

save ... or destroy it?: วางกรอบข้อถกเถียงด้วยทางเลือกที่ตรงข้ามกัน

คำถามนี้นำ save และ destroy มาวางตรงข้ามกันในฐานะการประเมินสองแบบที่เป็นไปได้ คำสรรพนาม it ใช้แทน revolution ทำให้โครงสร้างคู่ขนานที่ตัดกันสั้นและชัดเจน หน้าที่หลักในระดับบทสนทนาคือการวางกรอบประเด็น โดย he หมายถึงนโปเลียน และผู้ฟังถูกเชิญให้ตัดสินระหว่างการประเมินผลกระทบของเขาสองแบบที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน การเปิดเรื่องเช่นนี้สร้างข้อถกเถียงหลัก แม้ว่าคำตอบเต็มอาจซับซ้อนกว่าขั้วสุดโต่งทั้งสองด้าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ตัวเลือกที่ตรงข้ามกันเพื่อวางกรอบข้อถกเถียงหลักได้ดีที่สุด?

  1. Who wrote the first draft of the new law?
  2. When did the new law take effect?
  3. Did the new law reduce inequality or make it worse?
ดูคำตอบ

Did the new law reduce inequality or make it worse?

Order, order.

0:36

อยู่ในความสงบ อยู่ในความสงบ

Who's the defendant today? วัฒนธรรม

0:37

วันนี้ใครเป็นจำเลย?

วัฒนธรรม

defendant: ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องในศาล

ในภาษากฎหมายและบริบทศาล defendant คือบุคคลหรือฝ่ายที่ต้องตอบข้อกล่าวหาทางอาญาหรือข้อเรียกร้องทางแพ่ง ในคำถามนี้ today ใช้ถามว่าใครจะรับบทบาทนั้นในการพิจารณาคดีจำลองครั้งนี้ คำนี้เป็นชื่อบทบาทเฉพาะในคดี ไม่ได้หมายถึงเพียงคนที่ตอบคำถามหรือใครก็ตามที่ร่วมการโต้วาที

แบบฝึกหัด

ในบริบทศาล defendant คือใคร?

  1. บุคคลหรือฝ่ายที่กำลังเผชิญข้อกล่าวหาหรือข้อเรียกร้อง
  2. ทนายความที่ซักถามพยาน
  3. ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดี
ดูคำตอบ

บุคคลหรือฝ่ายที่กำลังเผชิญข้อกล่าวหาหรือข้อเรียกร้อง

I don't see anyone.

0:38

ผมไม่เห็นใครเลย

Your honor, this is Napoleon Bonaparte, น้ำเสียง/เจตนา

0:41

ท่านผู้พิพากษา นี่คือนโปเลียน โบนาปาร์ต

น้ำเสียง/เจตนา

Your Honor: คำเรียกผู้พิพากษาอย่างเป็นทางการ

Your Honor เป็นคำเรียกแบบตายตัวที่สุภาพและให้เกียรติสำหรับใช้พูดกับผู้พิพากษาโดยตรงในศาล ตรงนี้ผู้พูดวางคำเรียกไว้ก่อนคำแถลงเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้พิพากษาและเริ่มพูดอย่างเป็นทางการ ในสำนวนนี้ไม่ควรแยก honor ไปตีความตามความหมายทั่วไป ให้เรียนรู้ทั้งสองคำรวมกันเป็นคำเรียกในศาลหนึ่งชุด

แบบฝึกหัด

เติมคำเรียกผู้พิพากษาอย่างเป็นทางการที่ทนายความใช้: ____, may I present the next piece of evidence?

ดูคำตอบ

Your Honor

the tyrant who invaded nearly all of Europe

0:44

ทรราชที่บุกรุกเกือบทั้งยุโรป

to compensate for his personal stature-based insecurities. วลี

0:46

เพื่อชดเชยปมด้อยส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องความสูงของเขา

วลี

to compensate for: ชดเชยจุดอ่อนหรือความสูญเสีย

ในประโยคนี้ to compensate for นำเข้าสู่จุดประสงค์ที่ผู้พูดอ้างว่าเป็นเหตุของการรุกราน Compensate for หมายถึง “ชดเชยหรือหักล้าง” จุดอ่อน ความสูญเสีย หรือข้อเสีย โดยสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นความขาดแคลนจะตามหลัง for ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินชดเชย แต่กล่าวถึงการพิชิตดินแดนว่าเป็นความพยายามหักล้างความไม่มั่นใจเรื่องส่วนสูง จึงทำให้ข้อกล่าวหามีน้ำเสียงเยาะเย้ยและคาดเดาแรงจูงใจทางจิตใจของผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ชดเชย”: Extra rehearsal helped ____ the team's limited preparation time.

ดูคำตอบ

compensate for

Actually, Napoleon was at least average height for his time.

0:51

ความจริงแล้ว นโปเลียนมีความสูงอย่างน้อยก็ระดับมาตรฐานสำหรับยุคสมัยของเขา

The idea that he was short comes only from British wartime propaganda. วัฒนธรรม

0:55

แนวคิดที่ว่าเขาเตี้ยนั้นมาจากโฆษณาชวนเชื่อในยามสงครามของอังกฤษเท่านั้น

วัฒนธรรม

British wartime propaganda: ข้อความที่ใช้กำหนดความคิดเห็นของสาธารณชน

British wartime propaganda หมายถึงข้อความที่ผลิตหรือเผยแพร่ในอังกฤษระหว่างสงครามเพื่อกำหนดทิศทางความคิดเห็นของสาธารณชน อังกฤษเป็นฝ่ายตรงข้ามของนโปเลียน ดังนั้นวลีนี้จึงระบุว่าข้อมูลมาจากฝ่ายศัตรูซึ่งอาจได้ประโยชน์จากการนำเสนอภาพเขาในแง่ลบ Propaganda มักสื่อถึงข้อความทางการเมืองที่คัดเลือกข้อมูล มีอคติ หรือมุ่งชักจูง มากกว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นกลาง ในประโยคนี้ comes only from ตั้งคำถามกับภาพจำที่ว่านโปเลียนตัวเตี้ย โดยมองว่าภาพดังกล่าวเป็นผลจากการสร้างภาพลักษณ์ในช่วงสงคราม

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ wartime propaganda ที่ชัดเจนที่สุด

  1. โปสเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการสนับสนุนสงครามจากประชาชน
  2. โฆษณาที่ประกาศส่วนลดของร้านค้า
  3. เอกสารคำแนะนำที่ระบุขนาดของผลิตภัณฑ์
ดูคำตอบ

โปสเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการสนับสนุนสงครามจากประชาชน

And he was no tyrant. ไวยากรณ์

1:00

และเขาไม่ใช่ทรราช

ไวยากรณ์

he was no tyrant: การปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วย be + no + คำนาม

ใน he was no tyrant คำว่า no ขยายคำนามเอกพจน์ tyrant โดยตรงตามโครงสร้าง be + no + คำนาม โครงสร้างนี้ปฏิเสธว่า tyrant เป็นคำที่ใช้ระบุตัวเขาได้ หมายถึงเขาไม่ใช่ทรราชอย่างแน่นอน ในที่นี้ no ไม่ได้บอกจำนวนทรราชหรือแสดงความเป็นเจ้าของ โครงสร้างที่กระชับนี้ทำให้การปฏิเสธฟังเหมือนการแก้ข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น จึงมักมีน้ำหนักมากกว่าการปฏิเสธแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ใช้ no + คำนามเพื่อปฏิเสธฉลาก beginner อย่างหนักแน่น: After ten years in the field, Lena is ____.

ดูคำตอบ

no beginner

He was safeguarding the young republic from being crushed วลี

1:01

เขากำลังปกป้องสาธารณรัฐเกิดใหม่ไม่ให้ถูกบดขยี้

by the European monarchies

1:04

โดยระบอบกษัตริย์ของยุโรป

วลี

safeguarding ... from being crushed: โครงสร้าง safeguard A from being done

safeguarding the young republic from being crushed ใช้โครงสร้าง safeguard + สิ่งที่ได้รับการปกป้อง + from + อันตราย สิ่งที่ได้รับการปกป้องคือ the young republic ส่วน from being crushed ระบุความเสียหายที่ต้องการป้องกัน being crushed เป็นอนุประโยค -ing แบบถูกกระทำ สาธารณรัฐจึงเป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ ในที่นี้ crushed ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงถูกเอาชนะหรือทำลายอย่างราบคาบ ไม่ใช่ถูกกดทับตามตัวอักษร young republic หมายถึงสาธารณรัฐที่เพิ่งก่อตั้งและยังเปราะบาง

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่โครงสร้าง safeguard A from being done ต้องใช้: The policy safeguards tenants ____ being unfairly evicted.

ดูคำตอบ

from

by overthrowing its government and seizing power himself. ไวยากรณ์

1:06

โดยการโค่นล้มรัฐบาลของตนเองและยึดอำนาจไว้เสียเอง

ไวยากรณ์

by overthrowing ... and seizing power: ใช้ by + คำกริยาเติม -ing เพื่อบอกวิธีการ

ในที่นี้ by ใช้นำหน้าวิธีการหรือหนทาง โดยครอบคลุมคำกริยาเติม -ing สองคำที่เชื่อมด้วย and คือ overthrowing และ seizing ดังนั้นการกระทำทั้งสองจึงอธิบายว่าเรื่องนั้นทำได้อย่างไร เมื่อดูจากบริบท ถ้อยคำนี้มีความย้อนแย้ง เพราะการโค่นล้มรัฐบาลของสาธารณรัฐและยึดอำนาจเองขัดกับคำกล่าวอ้างว่ากำลังปกป้องสาธารณรัฐนั้น โดยทั่วไป by + คำกริยาเติม -ing ใช้อธิบายการกระทำที่เป็นวิธีทำให้เกิดผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้นำหน้าวิธีการให้สมบูรณ์: Maya improved her presentation ____ practicing it aloud each day.

ดูคำตอบ

by

Ahem, your honor.

1:10

อะแฮ่ม ท่านผู้พิพากษา

As a young and successful military officer,

1:12

ในฐานะนายทหารหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ

Napoleon fully supported the French Revolution

1:14

นโปเลียนสนับสนุนการปฏิวัติฝรั่งเศสอย่างเต็มที่

and its ideals of liberty, equality, and fraternity. วัฒนธรรม

1:17

ตลอดจนอุดมการณ์แห่งเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ

วัฒนธรรม

ideals of liberty, equality, and fraternity: คำขวัญของการปฏิวัติฝรั่งเศส

คำชุด liberty, equality, and fraternity หมายถึงอุดมคติที่เชื่อมโยงตามธรรมเนียมกับการปฏิวัติฝรั่งเศสและแนวคิดสาธารณรัฐของฝรั่งเศส ในประโยคนี้ คำชุดดังกล่าวชี้ไปยังคำขวัญทางการเมืองที่เป็นที่รู้จัก ไม่ใช่การสุ่มเรียงคุณค่าเชิงบวกสามอย่าง ในที่นี้ fraternity หมายถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มิตรภาพแบบพลเมือง และสายสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างประชาชน

แบบฝึกหัด

ในวลีทางประวัติศาสตร์ liberty, equality, and fraternity คำว่า fraternity หมายถึงอะไร?

  1. ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและมิตรภาพแบบพลเมือง
  2. ชมรมนักศึกษาชายในมหาวิทยาลัย
  3. ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพี่น้องชาย
ดูคำตอบ

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและมิตรภาพแบบพลเมือง

But the revolutionaries were incapable of real leadership. วลี

1:21

แต่นักปฏิวัติกลับขาดภาวะผู้นำที่แท้จริง

วลี

incapable of real leadership: ขาดความสามารถในการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

Be incapable of + คำนามหรือ gerund หมายถึงขาดความสามารถหรือศักยภาพในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในประโยคนี้ incapable of real leadership บอกว่าเหล่านักปฏิวัติไม่มีคุณสมบัติและความสามารถที่จำเป็นต่อการนำอย่างมีประสิทธิภาพ สำนวนนี้มักชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ข้อจำกัดด้านความสามารถ ไม่ใช่เพียงอุปสรรคชั่วคราว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย be incapable of: This device is ____ processing high-resolution video.

ดูคำตอบ

incapable of

Robespierre and the Jacobins who first came to power วลี

1:25

รอแบ็สปีแยร์และกลุ่มฌากอแบ็งซึ่งขึ้นสู่อำนาจเป็นกลุ่มแรก

วลี

first came to power: ขึ้นสู่อำนาจในช่วงแรก

Come to power เป็นสำนวนตายตัวในบริบทการเมืองและประวัติศาสตร์ หมายถึงการได้รับอำนาจในการปกครองหรือควบคุม ในที่นี้ first วางเหตุการณ์ที่โรแบสปีแยร์และกลุ่มฌากอแบ็งขึ้นสู่อำนาจไว้ในช่วงต้นหรือช่วงเริ่มต้นของลำดับเหตุการณ์ที่กำลังเล่า Power ในที่นี้หมายถึงอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่กำลังกายหรือพลังงานไฟฟ้า

แบบฝึกหัด

ใน 'The coalition came to power after the election,' คำว่า came to power หมายความว่าอะไร?

  1. มีร่างกายแข็งแรงขึ้น
  2. ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น
  3. ได้รับอำนาจทางการเมือง
ดูคำตอบ

ได้รับอำนาจทางการเมือง

unleashed a reign of terror on the population วัฒนธรรม

1:29

ได้ปลดปล่อยยุคแห่งความน่าสะพรึงกลัวใส่ประชาชน

วัฒนธรรม

unleashed a reign of terror: เริ่มการปกครองด้วยความหวาดกลัว

ในที่นี้ unleashed หมายถึง “ทำให้กระบวนการที่ทรงพลังและอันตรายเริ่มต้นขึ้น” ราวกับปล่อยสิ่งที่เป็นอันตรายออกมา ส่วน a reign of terror คือช่วงเวลาที่ผู้ปกครองควบคุมผู้คนด้วยความหวาดกลัว ความรุนแรง และการลงโทษในวงกว้าง ในบริบทของการปฏิวัติฝรั่งเศส วลีนี้ชี้ถึงช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่าสมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว การเลือกใช้คำนี้ทำให้กลุ่มจาโคแบ็งถูกนำเสนอว่าเป็นฝ่ายที่เริ่มขับเคลื่อนระบบอันรุนแรงดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “unleashed a reign of terror” ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด?

  1. พวกเขาเริ่มปกครองด้วยความหวาดกลัวและความรุนแรงในวงกว้าง
  2. พวกเขาประกาศช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปอย่างสันติ
  3. พวกเขาทำให้เกิดสภาพอากาศน่ากลัวทั่วประเทศ
ดูคำตอบ

พวกเขาเริ่มปกครองด้วยความหวาดกลัวและความรุนแรงในวงกว้าง

with their anti-Catholic extremism การใช้คำ

1:32

ด้วยลัทธิสุดโต่งที่ต่อต้านนิกายคาทอลิก

and non-stop executions of everyone who disagreed with them.

1:34

และการประหารชีวิตผู้ที่เห็นต่างจากพวกเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

การใช้คำ

their anti-Catholic extremism: แนวคิดสุดโต่งที่ต่อต้านคาทอลิกของพวกเขา

Anti-Catholic เกิดจาก anti- ซึ่งหมายถึง “ต่อต้าน” รวมกับ Catholic คำนี้อธิบายความเป็นปฏิปักษ์หรือการต่อต้านอย่างจริงจังต่อศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก สถาบันคาทอลิก หรือชาวคาทอลิก Extremism เป็นคำนามหลัก ดังนั้นทั้งวลีจึงจัดให้การต่อต้านนั้นเป็นแนวคิดสุดโต่ง ส่วน their ระบุว่าจุดยืนนี้เป็นของกลุ่มคนที่กล่าวถึงไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายอย่างเป็นกลางว่านักเรียนไม่ได้เป็นคาทอลิก โดยไม่สื่อถึงความเป็นปฏิปักษ์?

  1. The school welcomes Catholic students and opponents of Catholicism.
  2. The school welcomes Catholic and non-Catholic students.
  3. The school welcomes Catholic and anti-Catholic students.
ดูคำตอบ

The school welcomes Catholic and non-Catholic students.

And the Directory that replaced them was an unstable and incompetent oligarchy. การใช้คำ

1:39

และคณะดีแร็กตัวร์ที่เข้ามาแทนที่พวกเขาก็เป็นคณาธิปไตยที่ไม่มั่นคงและไร้ความสามารถ

การใช้คำ

an unstable and incompetent oligarchy: การปกครองโดยคนกลุ่มเล็ก

oligarchy หมายถึงระบบที่อำนาจทางการเมืองอยู่ในมือของคนกลุ่มเล็ก ในประโยคนี้ คำนี้ใช้ระบุคณะดีแร็กตัวร์ตามโครงสร้างอำนาจ ไม่ได้เพียงหมายถึงรัฐบาล unstable และ incompetent เพิ่มการประเมินเชิงลบของผู้พูด วลีนี้บอกว่ารัฐบาลของคนกลุ่มเล็กนี้ขาดทั้งเสถียรภาพและความสามารถในการปกครอง

แบบฝึกหัด

oligarchy ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ระบบที่ควบคุมโดยคนกลุ่มเล็ก
  2. รัฐบาลที่คนเพียงคนเดียวถืออำนาจทั้งหมด
  3. ระบบที่ทุกคนแบ่งอำนาจทางการเมืองกันอย่างเท่าเทียม
ดูคำตอบ

ระบบที่ควบคุมโดยคนกลุ่มเล็ก

They needed a strong leader who could govern wisely and justly.

1:44

พวกเขาต้องการผู้นำที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถปกครองได้อย่างชาญฉลาดและยุติธรรม

So, France went through that whole revolution

1:49

ดังนั้น ฝรั่งเศสจึงต้องผ่านการปฏิวัติทั้งหมดนั้น

just to end up with another all-powerful ruler? ลำดับความ

1:51

เพียงเพื่อจะได้ลงเอยด้วยผู้ปกครองที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอีกคนอย่างนั้นหรือ?

ลำดับความ

just to end up with: ชี้ให้เห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่น่าประชด

end up with ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่ใครบางคนได้มาในท้ายที่สุดหลังผ่านกระบวนการหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจไว้ ในที่นี้ วลีดังกล่าวเชื่อมการปฏิวัติทั้งหมดเข้ากับผู้ปกครองที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอีกคนในฐานะผลลัพธ์สุดท้าย การเติม just to ทำให้ผลลัพธ์นั้นดูน่าผิดหวัง สูญเปล่า หรือน่าประชด เพราะหลังจากความพยายามและการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ผลลัพธ์กลับคล้ายกับจุดเริ่มต้นมากเกินไป โครงสร้างนี้ใช้เปรียบต่างกระบวนการครั้งใหญ่กับผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ

แบบฝึกหัด

just to end up with เพิ่มท่าทีแบบใดให้กับประโยคนี้

  1. หลังจากกระบวนการครั้งใหญ่ ผลลัพธ์สุดท้ายกลับน่าผิดหวังหรือน่าประชด
  2. ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นเป้าหมายที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น
  3. ผู้พูดเพียงบอกว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ

หลังจากกระบวนการครั้งใหญ่ ผลลัพธ์สุดท้ายกลับน่าผิดหวังหรือน่าประชด

Not quite. น้ำเสียง/เจตนา

1:54

ไม่เชิงเสียทีเดียว

น้ำเสียง/เจตนา

Not quite. สำหรับการแก้ไขอย่างนุ่มนวล

Not quite. เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าคำพูดหรือคำตอบก่อนหน้านั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด ในที่นี้ quite หมายถึง “อย่างสมบูรณ์” ดังนั้นคำตอบนี้จึงหมายถึง “นั่นยังไม่ถูกต้องทั้งหมด” ไม่ใช่ “ไม่ค่อย” เมื่อใช้เป็นคำตอบเดี่ยว ๆ วลีนี้แสดงความไม่เห็นด้วยพร้อมเปิดทางให้พูดแก้ไขหรืออธิบายต่อ จึงฟังดูไม่ตรงและไม่แข็งเท่า No. หรือ That's wrong.

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานบอกว่างบประมาณได้รับอนุมัติแล้ว แต่ที่จริงมีเพียงแบบออกแบบที่ได้รับอนุมัติ คำตอบใดเป็นการแก้ไขอย่างนุ่มนวล

  1. No. That is a ridiculous mistake.
  2. Exactly. The budget and design were both approved.
  3. Not quite. We approved the design, not the budget.
ดูคำตอบ

Not quite. We approved the design, not the budget.

Napoleon's new powers were derived from the Constitution การใช้คำ

1:55

อำนาจใหม่ของนโปเลียนได้มาจากรัฐธรรมนูญ

การใช้คำ

were derived from the Constitution: การระบุแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ

ใน were derived from the Constitution วลี be derived from หมายถึง “มีบางสิ่งเป็นแหล่งที่มาหรือพื้นฐาน” โครงสร้างแบบถูกกระทำนี้วาง Napoleon's new powers ไว้ก่อน แล้วระบุ Constitution ว่าเป็นแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการในเชิงสถาบันของอำนาจนั้น Derived from ไม่ได้หมายถึงการคัดลอกมาคำต่อคำ เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม เช่น powers, rights, authority หรือ conclusions วลีนี้มักอธิบายว่าบางสิ่งมาจากไหนหรือมีอะไรเป็นพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนแบบถูกกระทำ be derived from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The agency's authority ____ the statute.

ดูคำตอบ

is derived from

that was approved by a popular vote in the Consulate. วัฒนธรรม

1:59

ซึ่งได้รับการอนุมัติจากการลงประชามติในสมัยกงสุล

วัฒนธรรม

was approved by a popular vote: ได้รับความเห็นชอบจากการลงคะแนนของประชาชน

ใน was approved by a popular vote รูปถูกกระทำ was approved ทำให้สิ่งที่ได้รับความเห็นชอบยังคงเป็นหัวข้อ และระบุวิธีที่ใช้ให้ความเห็นชอบ คือการลงคะแนนของประชาชน ในที่นี้ popular เกี่ยวข้องกับประชาชน ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เป็นที่ชื่นชอบหรือกำลังได้รับความนิยม ในงานเขียนทางการเมือง a popular vote อาจหมายถึงการลงคะแนนโดยตรงของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือจำนวนคะแนนเสียงทั้งหมดที่พวกเขาลง ในประโยคนี้ การลงคะแนนของประชาชนถูกนำเสนอว่าเป็นที่มาของการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ตัววลีเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ากระบวนการนั้นเสรีหรือยุติธรรมหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a popular vote หมายถึงอะไร?

  1. วิธีลงคะแนนที่กำลังเป็นที่นิยม
  2. การรับรองผ่านคะแนนเสียงที่ประชาชนลง
  3. การรับรองโดยสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น
ดูคำตอบ

การรับรองผ่านคะแนนเสียงที่ประชาชนลง

Ha!

2:02

ฮะ!

The Constitution was practically dictated at gunpoint สำนวน

2:03

รัฐธรรมนูญนั้นแทบจะถูกบังคับร่างขึ้นภายใต้ปากกระบอกปืน

สำนวน

was practically dictated at gunpoint: ข้อกล่าวหาว่าถูกยัดเยียดด้วยการบีบบังคับ

ในที่นี้ was dictated หมายถึง “ถูกฝ่ายที่มีอำนาจมากกว่าบังคับกำหนดหรือยัดเยียด” ไม่ได้หมายถึง “ถูกพูดออกเสียงให้ใครจดตาม” รูปถูกกระทำทำให้ The Constitution ยังคงเป็นหัวข้อ และนำเสนอว่ารัฐธรรมนูญแทบไม่มีอำนาจกำหนดว่าเนื้อหาของตนจะถูกวางไว้อย่างไร practically ในที่นี้หมายถึง “แทบจะ” หรือ “แทบไม่ต่างจาก” ส่วน at gunpoint ชวนให้นึกถึงการข่มขู่ด้วยกำลังอาวุธ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงว่ารัฐธรรมนูญเกิดขึ้นภายใต้การบีบบังคับ ไม่ว่าจะมีปืนอยู่จริงในขณะนั้นหรือไม่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังกล่าวอะไรด้วย was practically dictated at gunpoint?

  1. รัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงเป็นหลัก
  2. รัฐธรรมนูญแทบจะถูกยัดเยียดภายใต้การบีบบังคับด้วยอาวุธ
  3. รัฐธรรมนูญถูกอ่านออกเสียงอย่างระมัดระวังให้เลขานุการจด
ดูคำตอบ

รัฐธรรมนูญแทบจะถูกยัดเยียดภายใต้การบีบบังคับด้วยอาวุธ

in a military coup, and the public only accepted the tyrant วัฒนธรรม

2:06

ในการทำรัฐประหาร และประชาชนก็ยอมรับทรราชผู้นี้เพียง

because they were tired of constant civil war. วลี

2:10

เพราะพวกเขาเบื่อหน่ายกับสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ

วัฒนธรรม

a military coup: การยึดอำนาจนอกกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ

A military coup คือการที่กองทัพหรือกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเข้ายึดอำนาจรัฐอย่างฉับพลันนอกกระบวนการตามรัฐธรรมนูญตามปกติ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าอำนาจเปลี่ยนมืออย่างไร ไม่ได้หมายถึงการโจมตีทางทหารทั่วไป ในงานเขียนประวัติศาสตร์และข่าวการเมือง coup เน้นที่การเข้าควบคุมรัฐบาล วลีนี้ใช้บรรยายการยึดอำนาจได้ไม่ว่าจะมีการสู้รบยาวนานหรือไม่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียงสระและดูว่ามี /p/ ท้ายคำหรือไม่

  1. The speaker clearly said coop.
  2. The speaker clearly said coup.
  3. The speaker clearly said cup.
ดูคำตอบ

The speaker clearly said coup.

วลี

tired of constant civil war: be tired of + คำนามหรือรูป -ing

ในโครงสร้าง be tired of + คำนามหรือรูป -ing คำว่า tired หมายถึงรู้สึกรำคาญ ท้อใจ หรือเบื่อหน่าย เพราะบางสิ่งดำเนินมานานหรือเกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ tired of constant civil war หมายความว่าประชาชนไม่สามารถทนต่อความขัดแย้งที่ดำเนินต่อไปได้อีก ไม่ได้หมายถึงเพียงความเหนื่อยล้าทางร่างกายหรือง่วงนอน ส่วนที่ตามหลัง of ระบุสิ่งที่ทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย คำว่า Constant เน้นความหมายนี้โดยแสดงว่าสงครามกลางเมืองดำเนินต่อไปไม่หยุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย be tired of โดยเปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับประธาน: She ____ answering the same question every day.

ดูคำตอบ

is tired of

Be that as it may, ลำดับความ

2:14

ถึงกระนั้นก็เถอะ

ลำดับความ

Be that as it may: คำเชื่อมแสดงการยอมรับก่อนโต้แย้งแบบเป็นทางการ

Be that as it may เป็นสำนวนตายตัวแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ถึงกระนั้นก็ตาม” หรือ “อย่างไรก็ตาม” ผู้พูดยอมรับสั้น ๆ ว่าประเด็นก่อนหน้าอาจเป็นจริง จากนั้นสำนวนนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดจะกล่าวต่อด้วยข้อยืนยันที่ยังคงใช้ได้อยู่ จึงเป็นการจัดลำดับเหตุผลแบบยอมรับก่อนแล้วจึงกลับสู่ประเด็นหลัก ไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ถึงกระนั้นก็ตาม”: ____, the deadline has not changed.

ดูคำตอบ

Be that as it may

Napoleon introduced a new constitution

2:15

นโปเลียนได้นำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้

and a legal code that kept some of the most important โน้ต

2:18

รวมถึงประมวลกฎหมายที่ยังคงรักษา

achievements of the revolution intact.

2:20

ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการปฏิวัติเอาไว้ได้

วัฒนธรรม

a legal code: ชุดกฎหมายที่เป็นระบบ

ในประโยคนี้ a legal code หมายถึงชุดกฎหมายที่เขียนและจัดเรียงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่กฎหมายเพียงข้อเดียว ในที่นี้ code หมายถึงระบบของกฎที่มีโครงสร้าง ไม่ได้หมายถึงรหัสผ่านหรือโค้ดคอมพิวเตอร์ ในบริบทของการปฏิรูปของนโปเลียน วลีนี้ชี้ถึงประมวลกฎหมายนโปเลียน ซึ่งเป็นการรวบรวมกฎหมายแพ่งอย่างเป็นระบบ จึงแสดงว่าประโยคกำลังกล่าวถึงการปฏิรูปสถาบันทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดเหมาะกับ a legal code ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. ชุดกฎหมายที่จัดเรียงอย่างเป็นระบบ
  2. คำตัดสินของศาลเพียงคดีเดียว
  3. ข้อความลับที่ทนายความใช้
ดูคำตอบ

ชุดกฎหมายที่จัดเรียงอย่างเป็นระบบ

วลี

kept ... achievements ... intact: รักษาความสำเร็จไว้โดยสมบูรณ์

Kept ... intact ใช้โครงสร้าง keep + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงรักษาบางสิ่งให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่เสียหาย กรรมที่ยาวในประโยคนี้คือ some of the most important achievements of the revolution ส่วน intact บอกสภาพของความสำเร็จเหล่านั้นหลังจากถูกเก็บรักษาไว้ ในที่นี้ intact มีความหมายมากกว่าการบอกว่าความสำเร็จยังคงอยู่หรือถูกเก็บไว้เฉย ๆ เพราะเน้นว่าส่วนสำคัญและคุณค่าเดิมไม่ได้ถูกทำลาย แยกออก หรือทำให้อ่อนลง

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่มีความหมายว่า “สมบูรณ์และไม่เสียหาย”: The restoration team kept the original mural ____.

ดูคำตอบ

intact

Freedom of religion,

2:23

เสรีภาพในการนับถือศาสนา

abolition of hereditary privilege,

2:24

การยกเลิกอภิสิทธิ์สืบทอดทางสายเลือด

and equality before the law for all men. วัฒนธรรม

2:27

และความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายสำหรับชายทุกคน

วัฒนธรรม

equality before the law: ความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย

Equality before the law เป็นสำนวนตายตัวทางกฎหมายและสิทธิพลเมือง หมายความว่าผู้คนอยู่ภายใต้มาตรฐานทางกฎหมายเดียวกัน ได้รับการคุ้มครองเหมือนกัน และถูกตัดสินตามเกณฑ์เดียวกัน แทนที่จะได้รับการปฏิบัติแตกต่างกันเพราะสถานะหรือสิทธิพิเศษที่สืบทอดมา ในที่นี้ before หมายถึง “ในความสัมพันธ์กับกฎหมาย” ไม่ใช่ “ก่อน” ในแง่ของเวลา สำนวนนี้กล่าวถึงหลักการอย่างหนึ่ง แต่คำที่ตามมาคือ for all men ซึ่งกำหนดขอบเขตทางประวัติศาสตร์ของประโยคนี้ ในข้อความเก่า สำนวนดังกล่าวอาจหมายถึงผู้ชายเท่านั้น จึงต้องตรวจสอบว่าจริง ๆ แล้วใครรวมอยู่ในขอบเขตนั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ equality before the law หมายถึงอะไร

  1. การมีอำนาจเขียนกฎหมายทุกฉบับ
  2. การได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อหน้ากฎหมาย
  3. การอยู่เหนือกฎหมาย
ดูคำตอบ

การได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อหน้ากฎหมาย

All men indeed. น้ำเสียง/เจตนา

2:30

ชายทุกคนจริงๆ นะ

น้ำเสียง/เจตนา

All men indeed. ในฐานะการทวนคำเชิงประชด

ในประโยคนี้ All men เป็นการทวนคำสำคัญจากคำกล่าวก่อนหน้า การเติม indeed ทำให้ดูผิวเผินเหมือนเป็นการเห็นด้วย แต่คำวิจารณ์ในบริบทรอบ ๆ ทำให้การทวนนั้นเป็นการประชด ผู้พูดกำลังชี้ว่าความเท่าเทียมที่กล่าวอ้างนั้นมีขอบเขตจำกัดและไม่ได้ครอบคลุมทุกคนอย่างแท้จริง วิธีนี้นำถ้อยคำของอีกฝ่ายมาทวนเพื่อทำให้ถ้อยคำนั้นถูกตั้งคำถาม indeed อาจหมายถึง “อย่างแน่นอน” แต่เมื่ออยู่หลังการทวนคำอย่างเจาะจง ก็อาจใช้เน้นข้อบกพร่องของคำพูดแทนที่จะรับรองว่าคำพูดนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ All men indeed. ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นการถามจำนวนผู้ชายที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
  2. เป็นการยืนยันอย่างจริงใจว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
  3. เป็นการทวนวลีอย่างประชดเพื่อเผยให้เห็นว่าความเท่าเทียมที่กล่าวอ้างนั้นมีขอบเขตจำกัดเพียงใด
ดูคำตอบ

เป็นการทวนวลีอย่างประชดเพื่อเผยให้เห็นว่าความเท่าเทียมที่กล่าวอ้างนั้นมีขอบเขตจำกัดเพียงใด

He deprived women of the rights that the revolution had given them วลี

2:32

เขาพรากสิทธิที่การปฏิวัติเคยมอบให้กับผู้หญิงไป

วลี

deprived women of the rights: รูปแบบ deprive A of B

รูปแบบของคำกริยาคือ deprive + คนหรือกลุ่ม + of + สิ่งของ หรือ deprive A of B ในประโยคนี้ women คือ A และ the rights คือ B ความหมายคือเขาเอาสิทธิเหล่านั้นไปจากผู้หญิงหรือทำให้พวกเธอไม่สามารถมีสิทธิเหล่านั้นได้ deprive เป็นคำกริยาที่เป็นทางการและมีน้ำหนัก มักใช้กับสิทธิ เสรีภาพ โอกาส ทรัพยากร หรือความจำเป็นพื้นฐาน ต้องคง of ไว้หน้าสิ่งที่ถูกพรากไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ deprive A of B ให้สมบูรณ์: The law deprived citizens ____ basic rights.

ดูคำตอบ

of

and even reinstated slavery in the French colonies. การใช้คำ

2:35

และถึงขั้นรื้อฟื้นระบบทาสในอาณานิคมของฝรั่งเศส

การใช้คำ

reinstated slavery: การฟื้นฟูระบบทาสที่เคยถูกยกเลิก

ใน reinstated slavery คำว่า reinstated หมายถึงนำสิ่งที่ถูกยกเลิกหรือยุติไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการฟื้นฟูรูปแบบของระบบทาสที่เคยถูกยกเลิก ไม่ใช่การสร้างระบบนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก คำนำหน้า re- สื่อความหมายว่า “อีกครั้ง” ในประโยคนี้ การเลือกคำทำให้นโยบายถูกมองว่าเป็นการย้อนกลับไปสู่ระบบเดิม จึงเน้นความร้ายแรงของการกระทำทางประวัติศาสตร์นี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ reinstated มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร

  1. สร้างสิ่งหนึ่งขึ้นเป็นครั้งแรก
  2. นำสิ่งที่เคยมีอยู่กลับมาใช้
  3. อธิบายสิ่งหนึ่งโดยไม่เปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

นำสิ่งที่เคยมีอยู่กลับมาใช้

Haiti is still recovering from the consequences centuries later. วลี

2:39

เฮติยังคงต้องฟื้นตัวจากผลกระทบนั้นแม้เวลาจะผ่านไปหลายศตวรรษ

วลี

still recovering from the consequences: การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบที่ยาวนาน

still recovering from the consequences หมายความว่า เฮติยังไม่ได้กลับคืนสู่สภาวะที่มั่นคงอย่างสมบูรณ์ หลังจากได้รับผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น recover from ใช้แสดงแหล่งที่มาของความยากลำบาก ส่วน consequences หมายถึงผลลัพธ์หรือความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์นั้น still แสดงว่ากระบวนการฟื้นตัวยังคงดำเนินอยู่ และ centuries later เน้นว่าผลกระทบนั้นยาวนานอย่างมาก ดังนั้นประโยคนี้จึงพูดถึงผลกระทบทางสังคมหรือประวัติศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวทางร่างกายจากอาการป่วย

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยค: The coastal town is still ____ the consequences of the hurricane

ดูคำตอบ

recovering from

What kind of equality is that? น้ำเสียง/เจตนา

2:42

นั่นมันความเสมอภาคแบบไหนกัน?

น้ำเสียง/เจตนา

What kind of equality is that? ในฐานะคำถามเชิงท้าทาย

What kind of equality is that? มีรูปเหมือนคำถามที่ต้องการข้อมูล แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ถามว่าความเท่าเทียมนี้เป็นประเภทใด แต่กำลังตั้งคำถามว่าสถานการณ์นี้สมควรถูกเรียกว่าความเท่าเทียมจริงหรือไม่ รูปแบบ What kind of X is that? ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ มักหมายถึง “สิ่งนั้นดูไม่ใช่ X ที่แท้จริงหรือยอมรับได้” โดยทำให้คำเรียกที่อีกฝ่ายใช้กลายเป็นจุดที่ถูกวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ ผู้พูดต้องการสื่ออะไรด้วย What kind of equality is that??

  1. ผู้พูดต้องการรายชื่อประเภทของความเท่าเทียมอย่างเป็นกลาง
  2. ผู้พูดสงสัยว่าสถานการณ์นั้นสมควรถูกเรียกว่าความเท่าเทียมหรือไม่
  3. ผู้พูดกำลังถามว่าใครเป็นผู้กำหนดนโยบายนี้
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยว่าสถานการณ์นั้นสมควรถูกเรียกว่าความเท่าเทียมหรือไม่

The only kind that could be stably maintained at the time

2:45

เป็นรูปแบบเดียวที่สามารถคงไว้ได้อย่างมีเสถียรภาพในขณะนั้น

and still far ahead of France's neighbors. วลี

2:48

และยังคงก้าวหน้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านของฝรั่งเศสมาก

วลี

still far ahead of France's ... เพื่อแสดงการเปรียบเทียบที่แตกต่างมาก

Far ahead of หมายถึง “ก้าวหน้ากว่าหรือไปได้ไกลกว่ามาก” ในประโยคนี้เป็นการเปรียบเทียบพัฒนาการทางการเมืองหรือสังคมของฝรั่งเศสกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ Far ช่วยเน้นระดับของ ahead of ส่วน still แสดงว่าความเป็นผู้นำนั้นยังคงอยู่ แม้เพิ่งยอมรับข้อจำกัดบางอย่างไป France's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ขึ้นต้นนามวลี France's neighbors

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ far ahead of เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าหรือความสามารถ แทนที่จะเป็นตำแหน่งทางกายภาพ?

  1. The lab is far ahead of its competitors in battery safety.
  2. The cyclist is far ahead of the bus on this road.
  3. The sign is far ahead of us near the bridge.
ดูคำตอบ

The lab is far ahead of its competitors in battery safety.

Speaking of neighbors, ลำดับความ

2:51

พูดถึงประเทศเพื่อนบ้าน

ลำดับความ

“Speaking of neighbors,” ในฐานะสะพานไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

“Speaking of neighbors,” ใช้โครงสร้าง Speaking of + คำนามเป็นเครื่องหมายเชื่อมความในบทสนทนา โดยรับคำว่า neighbors จากบริบทก่อนหน้าและใช้คำนั้นเป็นสะพานไปสู่คำถามที่เกี่ยวข้อง วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับบทสนทนา ไม่ได้เพียงบอกว่ามีใครกำลังพูดถึงประเทศเพื่อนบ้าน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Speaking of + หัวข้อ แล้วตามด้วยความคิดเห็นหรือคำถามใหม่ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองคำที่ขึ้นต้นด้วย Speaking และหมายถึง “เมื่อหัวข้อที่เกี่ยวข้องนี้ถูกพูดถึงแล้ว”: ____ deadlines, has the client approved the schedule?

ดูคำตอบ

Speaking of

what was with all the invasions? น้ำเสียง/เจตนา

2:52

แล้วการรุกรานทั้งหมดนั่นมันคืออะไรล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

“what was with all the invasions?” ในฐานะคำถามแบบไม่เป็นทางการที่มีน้ำเสียงท้วงถาม

What was with all the invasions? เป็นวิธีถามหาคำอธิบายแบบไม่เป็นทางการ เทียบได้กับ “ทำไมจึงมีการรุกรานมากขนาดนั้น” คำถามนี้แสดงความงุนงง และมักมีความประหลาดใจ ความไม่พอใจ หรือการวิจารณ์อยู่ด้วย จึงไม่ใช่เพียงการถามข้อเท็จจริงแบบเป็นกลาง รูปแบบคือ What is/was with + นามวลี? ใช้ is กับสถานการณ์ปัจจุบัน และใช้ was กับสถานการณ์ในอดีต ส่วน all the ในที่นี้เน้นว่าการรุกรานมีจำนวนมากเกินคาดหรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

โครงการหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายที่ไม่คาดคิดหลายครั้ง คำถามใดแสดงปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการ งุนงง และวิจารณ์เล็กน้อยได้ดีที่สุด

  1. How many changes were made?
  2. Could you explain the schedule changes?
  3. What was with all the last-minute changes?
ดูคำตอบ

What was with all the last-minute changes?

Great question, your honor.

2:54

เป็นคำถามที่ยอดเยี่ยมมาก ท่านผู้พิพากษา

Which invasions are we talking about?

2:56

เรากำลังพูดถึงการรุกรานครั้งไหนกันล่ะ?

It was the neighboring empires who had invaded France, ไวยากรณ์

2:58

จักรวรรดิเพื่อนบ้านต่างหากที่เข้ามารุกรานฝรั่งเศสก่อน

ไวยากรณ์

It was the neighboring empires who: ประโยค cleft ที่เน้นประธาน

นี่คือโครงสร้าง it-cleft: It was + บุคคลหรือสิ่งที่ต้องการเน้น + who/that + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค ในที่นี้ the neighboring empires เป็นประธานที่ถูกเน้น และ who นำเข้าส่วน had invaded France ส่วน it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดเป็นการเฉพาะ เมื่อเทียบกับประโยคบอกเล่าทั่วไป The neighboring empires had invaded France โครงสร้าง cleft จะเน้นเชิงแก้ไขว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ใช้รูปแบบนี้เมื่อการระบุตัวบุคคลหรือกลุ่มที่แท้จริงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องการแก้ข้อสันนิษฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ It was ... who เพื่อเน้นว่า Elena คือผู้ที่พบกุญแจจริง ๆ: ____ found the key.

ดูคำตอบ

It was Elena who

trying to restore the monarchy ไวยากรณ์

3:01

โดยพยายามจะรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์

ไวยากรณ์

trying to restore the monarchy: วลี -ing ที่เสริมจุดประสงค์

Trying to restore the monarchy เป็นวลี participle รูป -ing ที่เสริมจุดมุ่งหมายของผู้รุกรานให้กับการกระทำก่อนหน้า ประธานที่เข้าใจโดยนัยคือ the neighboring empires กล่าวคือ จักรวรรดิเหล่านั้นรุกรานฝรั่งเศสพร้อมกับพยายามนำระบอบกษัตริย์กลับมา ในที่นี้ restore หมายถึงทำให้ระบบหรือสภาพที่เคยมีอยู่กลับคืนมา ส่วน the monarchy หมายถึงการปกครองโดยกษัตริย์ในฐานะระบบการเมือง ไม่ใช่สิ่งของที่เสียหายและต้องซ่อม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจุดประสงค์รูป -ing โดยใช้ try และ restore: After the outage, the company published a detailed report, ____ public trust.

ดูคำตอบ

trying to restore

and prevent the spread of liberty across Europe. วลี

3:03

และสกัดกั้นการแพร่กระจายของเสรีภาพไปทั่วยุโรป

วลี

and prevent the spread of liberty: ขัดขวางการแพร่กระจายของแนวคิดเรื่องเสรีภาพ

ใน prevent the spread of liberty คำว่า prevent รับนามวลี the spread of liberty เป็นกรรม วลีนี้หมายถึงการหยุดไม่ให้แนวคิดหรืออิทธิพลของเสรีภาพเข้าถึงสถานที่หรือผู้คนมากขึ้น ในที่นี้ spread เป็นคำนามเชิงนามธรรม หมายถึงการแพร่ไปในวงกว้างหรือการขยายตัวของบางสิ่ง ไม่ใช่การทาสารบางอย่างลงบนพื้นผิว prevent the spread of + คำนาม ใช้กล่าวถึงการป้องกันไม่ให้โรค ข่าวลือ ความรุนแรง หรือแนวคิดแพร่กระจายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบนามวลีสี่คำจากบทเรียน: Clear communication can ____ rumors.

ดูคำตอบ

prevent the spread of

Twice by the time Napoleon took charge. ไวยากรณ์

3:05

เกิดขึ้นถึงสองครั้งก่อนที่นโปเลียนจะเข้ามากุมอำนาจ

ไวยากรณ์

by the time Napoleon took charge: เมื่อถึงเวลาที่นโปเลียนเข้าควบคุมอำนาจ

By the time Napoleon took charge กำหนดช่วงที่นโปเลียนเข้าควบคุมอำนาจให้เป็นเส้นตายหรือจุดอ้างอิงทางเวลา วลีนี้สื่อว่าได้มาถึงจุดนั้นแล้ว และเน้นสิ่งที่เป็นจริงหรือเกิดขึ้นไปแล้วภายในเวลานั้น ในส่วนประโยคที่ละไว้บางส่วนนี้ Twice นับเหตุการณ์ที่เข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้า by the time จัดลำดับเวลา โดยสื่อว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วสองครั้งเมื่อถึงจุดที่นโปเลียนเข้าควบคุมอำนาจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่กำหนดเส้นตายทางเวลา: ____ the bus arrived, we had already bought our tickets.

ดูคำตอบ

By the time

Having defended France as a soldier ไวยากรณ์

3:08

หลังจากที่ได้ปกป้องฝรั่งเศสในฐานะทหาร

and a general in those wars,

3:10

และนายพลในสงครามเหล่านั้น

ไวยากรณ์

Having defended France ...: การกระทำที่เสร็จก่อนประโยคหลัก

Having defended France ... เป็นอนุประโยค participle แบบสมบูรณ์ ซึ่งสร้างด้วย having + past participle โดยแสดงว่าการปกป้องฝรั่งเศสเสร็จสิ้นก่อนการกระทำในประโยคหลัก he knew อนุประโยคนี้ย่อประสบการณ์ก่อนหน้าให้เป็นข้อมูลพื้นหลังและช่วยอธิบายข้อสรุปที่ตามมา ประธานที่ละไว้เป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก กล่าวคือ he เป็นทั้งผู้ปกป้องและผู้ที่รู้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป perfect participle ของ finish: ____ the safety check, Maya opened the doors.

ดูคำตอบ

Having finished

he knew that the best defense is a good offense. สำนวน

3:12

เขารู้ดีว่าการป้องกันที่ดีที่สุดคือการรุกที่ดี

สำนวน

the best defense is a good offense: กลยุทธ์เชิงรุก

The best defense is a good offense เป็นสุภาษิตที่หมายความว่า การลงมืออย่างเข้มแข็งก่อนบางครั้งอาจปกป้องเราได้ดีกว่าการรอคอยแล้วค่อยตอบโต้ สุภาษิตนี้มองการรุกเป็นกลยุทธ์ในการป้องกัน ไม่ใช่คำนิยามตามตัวอักษร ในที่นี้ offense หมายถึงการโจมตีหรือการเล่นเกมรุก ไม่ได้หมายถึงการทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง สุภาษิตนี้ใช้เพื่ออธิบายกลยุทธ์ได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ากลยุทธ์นั้นฉลาดหรือชอบธรรมเสมอไป

แบบฝึกหัด

สุภาษิต the best defense is a good offense หมายความว่าอย่างไร?

  1. การดูหมิ่นคู่ต่อสู้ช่วยป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
  2. การลงมือเชิงรุกบางครั้งอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องตนเอง
  3. กลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุดคือการรอแล้วค่อยตอบโต้เสมอ
ดูคำตอบ

การลงมือเชิงรุกบางครั้งอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องตนเอง

An offense against the entire continent?

3:15

การรุกโจมตีทั้งทวีปเลยอย่างนั้นหรือ?

Peace was secured by 1802

3:17

สันติภาพได้รับการรับรองภายในปี 1802

and other European powers recognized the new French regime. วัฒนธรรม

3:20

และมหาอำนาจยุโรปอื่นๆ ก็รับรองระบอบการปกครองใหม่ของฝรั่งเศส

วัฒนธรรม

recognized the new French regime: การรับรองทางการทูต

ในที่นี้ recognized หมายถึงรัฐยุโรปอื่น ๆ ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าระบอบใหม่ของฝรั่งเศสเป็นผู้มีอำนาจปกครองฝรั่งเศส ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การยอมรับนี้เกี่ยวข้องกับสถานะทางการเมืองหรือกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงเพียงการจำสิ่งที่คุ้นเคยได้ regime ในที่นี้หมายถึงระบบหรือผู้มีอำนาจปกครอง ในงานเขียนทางประวัติศาสตร์คำนี้อาจเป็นกลาง แต่ในบทวิจารณ์การเมืองปัจจุบันอาจฟังดูเป็นการวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางการทูต "Several countries recognized the interim government" หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาเห็นชอบกับนโยบายทั้งหมดของรัฐบาลนั้นทันที
  2. พวกเขายอมรับสถานะทางการเมืองหรือกฎหมายของรัฐบาลนั้นอย่างเป็นทางการ
  3. พวกเขาจำผู้นำของรัฐบาลนั้นได้จากภาพถ่าย
ดูคำตอบ

พวกเขายอมรับสถานะทางการเมืองหรือกฎหมายของรัฐบาลนั้นอย่างเป็นทางการ

But Bonaparte couldn't rest unless he had control ไวยากรณ์

3:24

แต่โบนาปาร์ตไม่สามารถอยู่นิ่งได้จนกว่าเขาจะได้ควบคุม

of the whole continent and all he knew was fighting. ไวยากรณ์

3:27

ทั่วทั้งทวีป และสิ่งที่เขารู้จักมีเพียงการต่อสู้เท่านั้น

ไวยากรณ์

couldn't rest unless he had control: ต้องมีเงื่อนไขหนึ่งจึงจะหยุดได้

ใน couldn't rest unless he had control... คำว่า rest หมายถึงหยุดพยายามหรือรู้สึกพอใจ ไม่ได้หมายถึงนอนหลับ ส่วน unless นำเสนอเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการหยุดของเขา นั่นคือ หากไม่ได้ควบคุมทั้งทวีป เขาก็จะไล่ตามเป้าหมายต่อไป รูปแบบ couldn't rest unless... มักทำให้เป้าหมายดูเป็นความหมกมุ่นหรือเป็นสิ่งที่ไม่อาจปล่อยวางได้ ในที่นี้รูปแบบนี้ช่วยเน้นมุมมองเชิงวิจารณ์ต่อความต้องการควบคุมของโบนาปาร์ต

แบบฝึกหัด

"Leah couldn't rest unless every guest was safe" สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. เธอจะไม่หยุดกังวลหรือลงมือทำจนกว่าแขกทุกคนจะปลอดภัย
  2. เธอต้องการให้แขกกลับไปเพื่อที่เธอจะได้พัก
  3. เธอนอนไม่หลับเพราะแขกทุกคนปลอดภัยอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

เธอจะไม่หยุดกังวลหรือลงมือทำจนกว่าแขกทุกคนจะปลอดภัย

ไวยากรณ์

all he knew was fighting: สิ่งเดียวที่เขารู้จักคือการต่อสู้

ในประโยคนี้ all he knew was fighting หมายถึง การต่อสู้คือวิธีรับมือหรือวิถีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่เขารู้จัก ไม่ได้เป็นการไล่รายการความรู้ทั้งหมดในหัวของเขาตามตัวอักษร โครงสร้าง all + ประธาน + knew + was + ส่วนเติมเต็ม นำกิจกรรมเพียงอย่างเดียวมาใช้สรุปคนคนหนึ่งอย่างกว้าง ๆ ในที่นี้ fighting เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง was และใจความนี้สื่อว่าเขาไม่รู้วิธีอื่นในการปฏิบัติตัว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง all + อนุประโยค เพื่อบอกว่าการบ่นคือปฏิกิริยาเพียงอย่างเดียวที่เขารู้จัก: ____ was complaining.

ดูคำตอบ

All he knew

He tried to enforce a European-wide blockade of Britain, วัฒนธรรม

3:30

เขาพยายามบังคับใช้การปิดล้อมอังกฤษทั่วยุโรป

วัฒนธรรม

enforce a European-wide blockade of Britain: บังคับใช้การปิดล้อมอังกฤษทั่วทั้งยุโรป

enforce a ... blockade หมายถึงการใช้อำนาจและมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้การปิดล้อมเกิดผลและมีผู้ปฏิบัติตาม blockade คือข้อจำกัดทางทหารหรือเศรษฐกิจที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่หรือการค้า ไม่ใช่เพียงสิ่งของที่ขวางทาง European-wide บอกขอบเขตของนโยบาย ส่วน of Britain บอกเป้าหมาย ในที่นี้นโปเลียนพยายามตัดการค้าของอังกฤษด้วยมาตรการควบคุมทั่วภาคพื้นทวีปยุโรป ไม่ใช่เพียงสร้างสิ่งกีดขวางทางกายภาพรอบเกาะอังกฤษ

แบบฝึกหัด

การปิดล้อมอย่างเป็นทางการมีผลบังคับใช้อยู่แล้ว ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่ากองทัพเรือทำให้ผู้คนปฏิบัติตาม?

  1. The navy enforces the blockade.
  2. The navy blocks the blockade.
  3. The navy imposes the blockade.
ดูคำตอบ

The navy enforces the blockade.

invaded any country that didn't comply, การใช้คำ

3:34

บุกโจมตีประเทศใดก็ตามที่ไม่ยอมทำตาม

การใช้คำ

that didn't comply: ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

ใน that didn't comply คำว่า that นำหน้าประโยคย่อยเชื่อมความที่ขยาย any country คำว่า comply หมายถึงปฏิบัติตามคำสั่ง กฎ คำขอ หรือนโยบายอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ประเทศเหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนดไว้ Comply บอกถึงการกระทำ ไม่ใช่ความเชื่อ บุคคลหนึ่งอาจ comply กับข้อกำหนดแม้จะไม่เห็นด้วยก็ได้ เมื่อระบุข้อกำหนดอย่างชัดเจน มักใช้โครงสร้าง comply with + คำนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าบริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับข้อกำหนดนั้นหรือไม่?

  1. The company agreed with the new rule.
  2. The company discussed the new rule.
  3. The company complied with the new rule.
ดูคำตอบ

The company complied with the new rule.

and launched more wars to hold onto his gains. กริยาวลี

3:36

และก่อสงครามมากขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเขาไว้

กริยาวลี

to hold onto his gains: รักษาสิ่งที่ได้มาแล้วไว้

To hold onto his gains เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดเขาจึงก่อสงครามเพิ่มขึ้น Hold onto หมายถึงรักษาสิ่งที่มีอยู่แล้วและป้องกันไม่ให้สูญเสียไป ในที่นี้ his gains หมายถึงดินแดน อำนาจ หรือความได้เปรียบที่ได้มาจากสงครามและการเมือง ไม่ใช่การเพิ่มกล้ามเนื้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าทีมพยายามรักษาความได้เปรียบที่มีอยู่แล้ว?

  1. The team defended carefully to hold onto its lead.
  2. The team accepted that it had lost the lead.
  3. The team attacked early to take the lead.
ดูคำตอบ

The team defended carefully to hold onto its lead.

And what was the result?

3:39

แล้วผลลัพธ์คืออะไรล่ะ?

Millions dead all over the continent

3:41

ผู้คนนับล้านล้มตายทั่วทั้งทวีป

and the whole international order shattered. วลี

3:43

และระเบียบระหว่างประเทศทั้งหมดก็พังทลายลง

วลี

ระเบียบระหว่างประเทศทั้งหมดพังทลาย

international order หมายถึงระบบกฎ สถาบัน พันธมิตร และความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่กำหนดว่าประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติต่อกันอย่างไร โดย order ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรายการสั่งซื้อหรือคำสั่ง shattered ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้เห็นภาพว่าระบบนั้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ เพื่อเน้นการล่มสลายที่รุนแรงและกว้างขวาง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ถ้อยคำแบบกระชับนี้เสนอว่าการพังทลายของระเบียบดังกล่าวเป็นหนึ่งในผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shattered เพื่อสื่อถึงความเสียหายร้ายแรงต่อระบบหรือสถาบันในลักษณะเดียวกัน

  1. The committee changed the order of the agenda.
  2. The crisis shattered the old political order.
  3. The customer placed an international order online.
ดูคำตอบ

The crisis shattered the old political order.

You forgot the other result. น้ำเสียง/เจตนา

3:46

คุณลืมผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งไปนะ

น้ำเสียง/เจตนา

คุณมองข้ามผลลัพธ์อีกอย่างไป

ในการโต้แย้งนี้ You forgot the other result ไม่ได้เป็นเพียงการพูดถึงความจำเท่านั้น forgot หมายถึง "คุณไม่ได้ใส่เรื่องนี้ไว้ในคำอธิบายหรือข้อโต้แย้ง" ผู้พูดกำลังกล่าวว่าอีกฝ่ายนำเสนอผลที่ตามมาไม่ครบถ้วน จากนั้นวลีนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งการโต้กลับและการเปลี่ยนประเด็น โดยยอมรับว่ามีการพูดถึงผลลัพธ์หนึ่งแล้ว แต่หันความสนใจไปยังอีกผลลัพธ์หนึ่งที่อาจสนับสนุนข้อสรุปที่ต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ในการประชุมอย่างเป็นทางการกับลูกค้ารายใหม่ การพูด "You forgot the other result" เป็นวิธีที่สุภาพที่สุดในการยกผลที่ถูกมองข้ามขึ้นมา

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

The spread of democratic and liberal ideals across Europe.

3:47

การแพร่กระจายของอุดมการณ์ประชาธิปไตยและเสรีนิยมไปทั่วยุโรป

It was thanks to Napoleon that the continent was reshaped โน้ต

3:51

ต้องขอบคุณนโปเลียนที่ทำให้ทวีปนี้ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่

วลี

It was thanks to Napoleon that ...: เน้นสาเหตุ

รูปแบบเต็มคือ It was thanks to X that + ผลลัพธ์ โดย thanks to X บอกสาเหตุ ส่วน It was ... that ทำให้สาเหตุนั้นเป็นจุดเน้น ในที่นี้ นโปเลียนถูกนำเสนอว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทวีปถูกปรับโครงสร้างใหม่ รูปแบบนี้มักใช้ยกความดีของผลลัพธ์ให้บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ถ้าผลลัพธ์เป็นลบอย่างชัดเจน thanks to อาจมีน้ำเสียงประชดและใช้โยนความผิดได้ จึงต้องดูท่าทีของผู้พูดจากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเน้นได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าศูนย์พักพิงเปิดอีกครั้งได้เพราะอาสาสมัคร?

  1. It was thanks to the volunteers that the shelter reopened.
  2. The volunteers thanked the shelter after it reopened.
  3. The shelter reopened so that it could thank the volunteers.
ดูคำตอบ

It was thanks to the volunteers that the shelter reopened.

from a chaotic patchwork of fragmented feudal and religious territories สำนวน

3:54

จากดินแดนศักดินาและศาสนาที่แตกแยกและวุ่นวาย

สำนวน

a chaotic patchwork of: อุปมาถึงองค์รวมที่ปะติดปะต่อจากส่วนย่อย

ตามความหมายตรงตัว patchwork คือสิ่งที่ทำจากชิ้นส่วนหลากหลายชิ้น ในที่นี้ a chaotic patchwork of เป็นอุปมาถึงองค์รวมขนาดใหญ่ที่เกิดจากส่วนย่อยแตกกระจัดกระจายจำนวนมาก โดยไม่มีระเบียบที่ชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียว โครงสร้าง a patchwork of + คำนาม มักใช้อธิบายกฎหมาย ระบบ แผนที่ หรือสถาบันว่าเป็นสิ่งที่นำส่วนต่าง ๆ มาปะติดปะต่อกันและขาดความสอดคล้อง chaotic ทำให้คำวิจารณ์เป็นลบยิ่งขึ้น โดยชี้ว่าส่วนต่าง ๆ ไม่เพียงแตกต่างกัน แต่ยังจัดวางอย่างยุ่งเหยิงมากด้วย

แบบฝึกหัด

a chaotic patchwork of temporary fixes สื่อถึงลักษณะใดของโครงการ?

  1. ดำเนินตามแผนเดียวที่วางไว้อย่างเป็นระบบและเป็นหนึ่งเดียว
  2. เป็นผ้าห่มปะติดจริง ๆ ที่ใช้ระหว่างทำโครงการ
  3. เป็นองค์รวมที่ไร้ระเบียบและประกอบขึ้นจากส่วนต่าง ๆ ที่ไม่เข้ากัน
ดูคำตอบ

เป็นองค์รวมที่ไร้ระเบียบและประกอบขึ้นจากส่วนต่าง ๆ ที่ไม่เข้ากัน

into efficient, modern, and secular nation states วัฒนธรรม

3:59

กลายเป็นรัฐชาติที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นฆราวาส

ไวยากรณ์

reshaped from ... into ...: ระบุการเปลี่ยนแปลง

reshaped from A into B แสดงการเปลี่ยนแปลงพร้อมจุดเริ่มต้นและจุดปลาย โดย from นำเข้าสภาพเดิม ส่วน into นำเข้าสภาพที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง ในวลีนี้ ดินแดนศักดินาและศาสนาที่แตกแยกคือรูปแบบเริ่มต้น ส่วนรัฐชาติที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นฆราวาสคือผลลัพธ์ reshape สื่อถึงการปรับรูปแบบ โครงสร้าง หรือการจัดระเบียบครั้งใหญ่ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทั่วไป ควรอ่านกรอบ from ... into ... ให้ครบเพื่อให้เห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมกรอบการเปลี่ยนแปลง from ... into ... ให้สมบูรณ์: The redesign reshaped the lobby ____ a dark waiting area ____ a bright community space.

ดูคำตอบ

from · into

วัฒนธรรม

secular nation states: รัฐชาติที่ไม่อยู่ใต้การปกครองโดยตรงของศาสนา

รัฐชาติคือประเทศอธิปไตยที่จัดตั้งขึ้นโดยมีชุมชนการเมืองระดับชาติเป็นศูนย์กลาง ใน secular nation states อำนาจทางการเมืองและสถาบันสาธารณะไม่ได้อยู่ใต้การปกครองโดยตรงของศาสนา secular อธิบายวิธีจัดระเบียบรัฐ ไม่ได้หมายความว่าพลเมืองไม่มีความเชื่อทางศาสนา ในการเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์นี้ วลีดังกล่าวช่วยแสดงการเปลี่ยนจากดินแดนศักดินาและดินแดนทางศาสนาที่แตกเป็นส่วน ๆ ไปสู่รัฐสมัยใหม่ที่รวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ secular nation state มากที่สุด?

  1. รัฐที่กำหนดให้พลเมืองทุกคนต้องปฏิเสธศาสนา
  2. รัฐที่สถาบันสาธารณะไม่ได้อยู่ใต้การปกครองของอำนาจทางศาสนา
  3. รัฐที่เก็บกฎหมายไว้เป็นความลับเพื่อความปลอดภัย
ดูคำตอบ

รัฐที่สถาบันสาธารณะไม่ได้อยู่ใต้การปกครองของอำนาจทางศาสนา

where the people held more power and rights than ever before. วลี

4:03

ซึ่งประชาชนมีอำนาจและสิทธิมากกว่าที่เคยเป็นมา

วลี

than ever before: มากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้

than ever before วางหลังแนวคิดที่เป็นการเปรียบเทียบ และหมายถึง “มากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้” โดยเปรียบเทียบระดับ ณ เวลาที่กำลังกล่าวถึงกับช่วงเวลาก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่กับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในอดีต ในประโยคนี้ more power and rights than ever before หมายความว่า อำนาจและสิทธิของประชาชนอยู่ในระดับที่สูงกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้” ให้สมบูรณ์: More people can access the service than ____ before.

ดูคำตอบ

ever

Should we also thank him for the rise of nationalism น้ำเสียง/เจตนา

4:08

เราควรจะขอบคุณเขาสำหรับการผงาดขึ้นของลัทธิชาตินิยม

and the massive increase in army sizes?

4:10

และการขยายขนาดกองทัพอย่างมหาศาลด้วยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Should we also thank him for ...?: คำถามเชิงวาทศิลป์แบบประชด

ในทางไวยากรณ์ Should we also thank him for ...? เป็นคำถามว่าการแสดงความขอบคุณนั้นเหมาะสมหรือไม่ แต่ในบริบทนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์แบบประชด เพราะชาตินิยมและการขยายกองทัพถูกนำเสนอว่าเป็นผลเสีย ผู้พูดจึงไม่ได้ต้องการขอบคุณเขาจริง ๆ คำว่า also เชื่อมคำถามนี้เข้ากับคำชมก่อนหน้า การนำถ้อยคำแสดงความขอบคุณแบบเดียวกันไปใช้กับผลลัพธ์ด้านลบเป็นการตั้งคำถามว่า การยกความดีให้ใครบางคนเฉพาะผลลัพธ์ด้านบวกนั้นยุติธรรมหรือไม่

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ผู้พูดใช้ “Should we also thank him for the rise of nationalism?” เพื่อเสนออย่างจริงใจให้แสดงความขอบคุณ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

You can see how well that turned out a century later. น้ำเสียง/เจตนา

4:13

คุณคงเห็นแล้วว่าผลลัพธ์มันออกมาดีแค่ไหนในอีกหนึ่งศตวรรษต่อมา

น้ำเสียง/เจตนา

การประชดใน You can see how well that turned out

ในประโยคนี้ You can see how well that turned out เป็นการพูดประชด คำว่า how well ฟังดูเป็นบวกเมื่อมองเพียงผิวเผิน แต่ a century later ชี้ไปที่ผลกระทบทางประวัติศาสตร์ที่เลวร้าย ดังนั้นความหมายที่แท้จริงคือเรื่องนั้นลงเอยไม่ดี รูปแบบนี้ชวนให้ผู้ฟังดูหลักฐานแล้วตระหนักว่าเรื่องนั้นล้มเหลว ในบริบทเชิงลบ You can see how well that turned out มักหมายถึง “ผลเสียเห็นได้ชัดอยู่แล้ว” ไม่ใช่คำชมอย่างจริงใจ

แบบฝึกหัด

how well ในประโยคนี้น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด

  1. แม้ใช้คำพูดเชิงบวก แต่ผลลัพธ์จริง ๆ แล้วแย่
  2. ผลลัพธ์ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน
  3. ยังไม่ทราบผลลัพธ์
ดูคำตอบ

แม้ใช้คำพูดเชิงบวก แต่ผลลัพธ์จริง ๆ แล้วแย่

So, what would European history have been like ไวยากรณ์

4:16

แล้วประวัติศาสตร์ยุโรปจะเป็นอย่างไร

if it weren't for Napoleon?

4:18

ถ้าไม่มีนโปเลียน?

ไวยากรณ์

คำถามสมมุติ What would ... have been like if it weren't for ...?

นี่คือคำถามสมมุติที่ตรงข้ามกับความจริงเกี่ยวกับอดีต What would European history have been like ชวนให้เราจินตนาการประวัติศาสตร์อีกแบบหนึ่ง แทนที่จะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นจริง If it weren't for Napoleon หมายถึง “ถ้านโปเลียนไม่มีอยู่ หรือไม่ได้เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพล” ตรงนี้ weren't ใช้แสดงเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง ไม่ได้บอกเพียงเวลาในอดีต รูปแบบ what would ... have been like if it weren't for ... สามารถนำไปใช้ถามได้ว่า สถานการณ์ในอดีตอาจแตกต่างไปอย่างไรหากไม่มีบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามสมมุติที่ตรงข้ามกับความจริงด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “หากไม่มีอิทธิพลของ”: What would the festival have been like ____ the volunteers?

ดูคำตอบ

if it weren't for

Unimaginably better.

4:20

มันจะดีขึ้นจนนึกไม่ถึงเลยล่ะ

Napoleon's seemingly unstoppable momentum would die in the Russian winter snows, สำนวน

4:24

แรงผลักดันที่ดูเหมือนจะหยุดไม่อยู่ของนโปเลียนต้องมาจบลงท่ามกลางหิมะในฤดูหนาวของรัสเซีย

สำนวน

seemingly unstoppable momentum: แรงส่งที่ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้

momentum ในที่นี้หมายถึงแรงส่งจากความก้าวหน้าที่ทำให้ปฏิบัติการหรือแนวโน้มหนึ่งเดินหน้าต่อไป ไม่ได้หมายถึงแนวคิดทางเทคนิคเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ในวิชาฟิสิกส์เท่านั้น วลีนี้นำเสนอการขยายอำนาจทางทหารของนโปเลียนว่าเป็นการรุกคืบที่ทรงพลังและหยุดได้ยาก seemingly หมายถึง “เท่าที่เห็น” ดังนั้น seemingly unstoppable จึงไม่ได้ยืนยันว่าการรุกคืบนั้นไม่มีทางหยุดได้จริง ๆ แต่เป็นการปูทางอย่างแนบเนียนไปสู่การพลิกผันในส่วนถัดไปของประโยค

แบบฝึกหัด

seemingly unstoppable momentum ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. แรงส่งของความก้าวหน้าที่ดูเหมือนจะหยุดได้ยากมาก
  2. กลุ่มทางการเมืองหรือสังคมที่มีการจัดตั้ง
  3. ค่าที่วัดการเคลื่อนที่ทางกายภาพอย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

แรงส่งของความก้าวหน้าที่ดูเหมือนจะหยุดได้ยากมาก

along with most of his army.

4:29

ไปพร้อมกับกองทัพส่วนใหญ่ของเขา

สำนวน

would die in the Russian winter snows: แรงส่งจะดับลงท่ามกลางหิมะในฤดูหนาวของรัสเซีย

ประธานของ would die คือคำนาม momentum ที่ปรากฏก่อนหน้า die ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าการรุกคืบทางทหารของนโปเลียนจะสูญเสียกำลังและสิ้นสุดลงในรัสเซีย ไม่ได้บอกว่านโปเลียนเองเสียชีวิตที่นั่น ส่วน would นำเสนอเหตุการณ์นี้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อมองจากจุดก่อนหน้าในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ in the Russian winter snows ย่อภูมิหลังสำคัญให้เป็นภาพที่ชัดเจน สภาพฤดูหนาวอันรุนแรงและปัญหาด้านเสบียงครั้งใหญ่มีส่วนทำลายกองทัพของนโปเลียนระหว่างการรุกรานรัสเซีย และหายนะนั้นก็ยุติการรุกคืบที่เคยดูเหมือนหยุดยั้งไม่ได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความ would die in the Russian winter snows ได้ถูกต้อง

  1. แรงส่งทางทหารของนโปเลียนจะสิ้นสุดลงระหว่างการบุกโจมตีรัสเซียที่จบลงอย่างหายนะ
  2. นโปเลียนเองจะเสียชีวิตท่ามกลางหิมะระหว่างการบุกโจมตี
  3. ฤดูหนาวของรัสเซียจะทำให้การรุกคืบของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ดูคำตอบ

แรงส่งทางทหารของนโปเลียนจะสิ้นสุดลงระหว่างการบุกโจมตีรัสเซียที่จบลงอย่างหายนะ

But even after being deposed and exiled, ไวยากรณ์

4:31

แต่แม้หลังจากถูกปลดและถูกเนรเทศ

he refused to give up, กริยาวลี

4:34

เขาก็ปฏิเสธที่จะยอมแพ้

ไวยากรณ์

even after being deposed and exiled: เหตุการณ์เบื้องหลังแบบยอมรับความขัดแย้งในรูปถูกกระทำ

even after being deposed and exiled วางเหตุการณ์ก่อนหน้าในลักษณะยอมรับความขัดแย้ง กล่าวคือ การถูกปลดและเนรเทศเกิดขึ้นก่อน แต่ไม่ได้ทำให้เกิดผลตามที่ปกติคาดไว้ even เพิ่มความรู้สึกน่าประหลาดใจว่าแม้จะเกิดเรื่องทั้งหมดนั้น เขาก็ยังเดินหน้าต่อ ในที่นี้ after ตามด้วยอนุประโยค -ing คือ being deposed and exiled โครงสร้าง being + past participle แสดงประสบการณ์ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ หมายความว่าคนอื่นเป็นผู้ปลดและเนรเทศเขา รูปแบบนี้ใช้กล่าวถึงอุปสรรคก่อน แล้วจึงตามด้วยการกระทำหลักที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คาด: even after being + past participle, someone still does something.

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing แบบถูกกระทำของ reject เติมประโยคให้สมบูรณ์: Even after ____ three times, the inventor kept improving the design.

ดูคำตอบ

being rejected

กริยาวลี

refused to give up: การยืนกรานไม่ยอมหยุดพยายาม

refused to give up หมายถึงเขาตั้งใจไม่ยอมหยุดพยายาม โครงสร้าง refuse to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงการเลือกที่จะไม่ทำบางอย่าง ส่วน give up เป็น phrasal verb ที่หมายถึงหยุดความพยายาม เมื่อเทียบกับ did not give up แล้ว refused to give up แสดงความมุ่งมั่นที่หนักแน่นกว่า กล่าวคือ ความกดดันหรือความล้มเหลวทำให้เขามีเหตุผลที่จะหยุด แต่เขาไม่ยอมรับผลเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ refuse ในรูปอดีตร่วมกับ give up เติมประโยคให้สมบูรณ์: After three failed attempts, Lena ____ and tried again.

ดูคำตอบ

refused to give up

escaping from his prison and launching a bold attempt วลี

4:36

โดยหลบหนีออกจากที่คุมขังและเปิดฉากความพยายามอันกล้าหาญ

at restoring his empire

4:39

ในการฟื้นฟูจักรวรรดิของเขา

วลี

launch a bold attempt at doing something: เริ่มความพยายามอย่างกล้าหาญที่จะทำบางสิ่ง

ใน launching a bold attempt at restoring his empire คำว่า launch หมายถึง “เริ่มหรือทำให้ความพยายามที่วางแผนไว้เดินหน้า” ทำให้ attempt ฟังดูเป็นการกระทำที่มีระบบและสำคัญ ส่วน bold เพิ่มความหมายว่ากล้าหาญและมีความเสี่ยง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ launch an attempt at + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ at restoring บอกเป้าหมายของความพยายาม Attempt สามารถตามด้วย to + กริยารูปพื้นฐานได้เช่นกัน แต่ในความหมายนี้ปกติไม่ใช้ of + -ing

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ใช้ใน launch an attempt at doing something ให้สมบูรณ์: The town launched a bold attempt ____ turning an old factory into a library.

ดูคำตอบ

at

before being defeated for the second and final time.

4:41

ก่อนที่จะพ่ายแพ้เป็นครั้งที่สองและครั้งสุดท้าย

Bonaparte was a ruler full of contradictions, วลี

4:45

โบนาปาร์ตเป็นผู้ปกครองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเอง

วลี

a ruler full of contradictions: ผู้ปกครองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

การเรียกโบนาปาร์ตว่า a ruler full of contradictions หมายความว่าส่วนสำคัญของนิสัย ความเชื่อ หรือการกระทำของเขาขัดแย้งกันเอง ในที่นี้ contradictions ไม่ใช่ความผิดพลาดทั่วไป แต่คือคุณลักษณะหรือจุดยืนที่ตรงข้ามกันภายในคนคนเดียว วลีนี้ยังช่วยจัดระเบียบข้อมูลที่จะตามมา โดยเริ่มจากการตัดสินภาพรวม แล้วจึงใช้ตัวอย่างต่อมาแสดงความขัดแย้งที่เฉพาะเจาะจง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ บุคคลหรือสิ่งหนึ่ง + full of contradictions

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The policy promises to close the library permanently and keep it open every day, so it is full of contradictions," คำว่า full of contradictions หมายความว่าอะไร

  1. ให้คำอธิบายที่สมบูรณ์และละเอียด
  2. มีข้อผิดพลาดด้านการสะกดคำจำนวนมาก
  3. มีแนวคิดที่ขัดแย้งกันเอง
ดูคำตอบ

มีแนวคิดที่ขัดแย้งกันเอง

defending a popular revolution by imposing absolute dictatorship ลำดับความ

4:48

ปกป้องการปฏิวัติของมวลชนโดยการบังคับใช้เผด็จการเบ็ดเสร็จ

and spreading liberal ideals through imperial wars.

4:53

และเผยแพร่อุดมการณ์เสรีนิยมผ่านสงครามจักรวรรดินิยม

ลำดับความ

defending ... by imposing ... and spreading ... through ...: ความขัดแย้งแบบขนาน

ข้อความนี้เชื่อมวลี -ing สองวลีแบบขนานกัน ได้แก่ defending a popular revolution by imposing absolute dictatorship และ spreading liberal ideals through imperial wars ในแต่ละส่วน by หรือ through จะนำเข้าสู่วิธีการที่ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กล่าวไว้ ข้อมูลถูกจัดเป็นความขัดแย้งแบบขนาน เป้าหมายแต่ละอย่างฟังดูเป็นด้านบวก ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องการปฏิวัติหรือการเผยแพร่อุดมการณ์เสรีนิยม แต่วิธีการอย่างระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จและสงครามจักรวรรดินิยมกลับขัดกับเป้าหมายนั้น โครงสร้างนี้จึงช่วยให้ผู้เขียนประเมินอย่างซับซ้อนแทนที่จะชมหรือตำหนิเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

โครงสร้างขนานนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. กล่าวว่าระบอบเผด็จการกับอุดมการณ์เสรีนิยมมีความหมายเหมือนกัน
  2. นำเสนอสองเป้าหมายที่ฟังดูเป็นด้านบวก โดยแต่ละเป้าหมายตามด้วยวิธีการที่ขัดกับเป้าหมายนั้น
  3. เรียงเหตุการณ์สี่เหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

นำเสนอสองเป้าหมายที่ฟังดูเป็นด้านบวก โดยแต่ละเป้าหมายตามด้วยวิธีการที่ขัดกับเป้าหมายนั้น

And though he never achieved his dream of conquering Europe, ไวยากรณ์

4:57

และถึงแม้เขาจะไม่เคยทำตามความฝันที่จะยึดครองยุโรปได้สำเร็จ

ไวยากรณ์

though he never achieved ...: อนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง

Though นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง โดยยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจสวนทางกับข้อสรุปที่จะตามมา นั่นคือเขาไม่เคยทำความฝันที่จะพิชิตยุโรปให้สำเร็จ เนื่องจากอนุประโยค though เป็นข้อมูลพื้นหลัง จึงไม่ใช่ข้อสรุปหลัก ประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาคจะสื่อประเด็นสำคัญของผู้เขียน ส่วน And ที่ต้นประโยคเชื่อมการยอมรับข้อเท็จจริงนี้กับเนื้อหาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ though เพื่อยอมรับข้อจำกัดก่อนเสนอข้อสรุปหลัก?

  1. Because the library is small, it closes at six.
  2. The library is small, and it has three floors.
  3. Though the library is small, it has an excellent history collection.
ดูคำตอบ

Though the library is small, it has an excellent history collection.

he undoubtedly left his mark on it, สำนวน

5:00

แต่เขาก็ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในทวีปนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

สำนวน

he undoubtedly left his mark on it: สร้างอิทธิพลที่ยั่งยืนอย่างไม่ต้องสงสัย

Leave one's mark on something หมายถึงการสร้างอิทธิพลที่เห็นได้ชัดและคงอยู่นานต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ his ชี้ว่าเป็นอิทธิพลของบุคคลนั้น และ it หมายถึงยุโรป ส่วน mark เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่รอยทางกายภาพ Undoubtedly ช่วยเน้นคำกล่าวว่าผู้พูดมองว่าการมีอยู่ของอิทธิพลนี้เป็นเรื่องที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม สำนวนนี้ไม่ได้บอกในตัวเองว่าอิทธิพลนั้นเป็นด้านบวกหรือด้านลบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leave one's mark on: Her research ____ modern medicine.

ดูคำตอบ

left its mark on

for better or for worse. สำนวน

5:03

ไม่ว่าจะในทางที่ดีหรือทางที่ร้ายก็ตาม

สำนวน

for better or for worse: เปิดให้ประเมินผลได้ทั้งด้านดีและด้านเสีย

For better or for worse หมายถึงไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือไม่ดี เมื่อวางไว้ท้ายข้อความ สำนวนนี้จะขยายความการตัดสินทั้งหมดก่อนหน้า และช่วยไม่ให้กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นด้านบวกหรือด้านลบเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ สำนวนย้อนกลับไปยังข้อความที่ว่าเขาทิ้งอิทธิพลที่ยั่งยืนไว้ โดยยืนยันว่าอิทธิพลนั้นมีอยู่จริง แต่ยังเปิดให้ผู้คนประเมินผลของมันได้ต่างกัน อาจใช้เพื่อยอมรับว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย หรือเพื่อยังไม่ตัดสินก็ได้ และไม่ได้หมายความว่าผลดีและผลเสียต้องมีปริมาณเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่หมายถึง «ไม่ว่าผลจะดีหรือไม่ดี»: The new highway has changed the town, ____.

ดูคำตอบ

for better or for worse