สงครามกับวิทยาศาสตร์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
839 คำ 160 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอรณรงค์นี้ชี้ว่าการปฏิเสธหลักฐานหรือทำให้วิทยาศาสตร์สาธารณะอ่อนแอลงเป็นผลเสียต่อสังคม และเรียกร้องให้ลงคะแนนอย่างมีข้อมูล ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “helped spur the formation of” — กลุ่มคำและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกอย่างแม่นยำว่าพัฒนาการหนึ่งเร่งอีกสิ่งหนึ่ง โดยไม่ยกว่าเป็นสาเหตุเดียว 2. “just happens to include” — วัจนปฏิบัติและท่าที: อ่านความบังเอิญที่ดูเป็นกลางเป็นการประชดคมคาย เพราะการตัดงบทั่วไปกระทบวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศด้วย 3. “Science doesn't choose a political party. It simply adheres to evidence.” — สัมพันธสารและวาทศิลป์: เข้าใจว่าการทำให้วิทยาศาสตร์เป็นบุคคลและสองประโยคที่ตัดกัน เปรียบความภักดีต่อพรรคกับการยึดหลักฐานและทำให้ข้อโต้แย้งชัดขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Science is everywhere.

0:00

วิทยาศาสตร์อยู่ทุกหนทุกแห่ง

In nature's beauty,

0:03

อยู่ในความงามของธรรมชาติ

in a laugh between friends,

0:04

ในเสียงหัวเราะระหว่างเพื่อนฝูง

the buildings we build,

0:06

ในอาคารที่เราสร้าง

and the communities we form.

0:08

และในชุมชนที่เราร่วมกันก่อร่างขึ้น

It's constantly wondering,

0:10

วิทยาศาสตร์ตั้งคำถามอยู่เสมอ

asking why things are the way they are. ไวยากรณ์

0:12

ว่าทำไมสิ่งต่าง ๆ จึงเป็นอย่างที่เป็น

ไวยากรณ์

why things are the way they are: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

เมื่ออยู่หลัง wondering หรือ asking คำว่า why จะนำอนุประโยคคำถามทางอ้อม โดยบอกว่าเนื้อหาที่สงสัยหรือถามคืออะไร อนุประโยคนี้หมายถึง “เหตุใดสิ่งต่าง ๆ จึงมีอยู่หรือเกิดขึ้นในรูปแบบปัจจุบัน” เนื่องจากอนุประโยค why ฝังอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: why + ประธาน + กริยา เช่น why things are ... การสลับตำแหน่งประธานกับกริยาใช้เฉพาะในคำถามตรง Why are things the way they are?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำคำถามที่ขึ้นต้นด้วย why มาไว้หลัง asked ได้ถูกต้อง

  1. The researcher asked why were the results so different.
  2. The researcher asked why did the results differ.
  3. The researcher asked why the results were so different.
ดูคำตอบ

The researcher asked why the results were so different.

How can we make things better?

0:15

เราจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นได้อย่างไร

What are we in the grand scheme of the universe? สำนวน

0:17

เราเป็นอะไรในภาพรวมอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล

สำนวน

in the grand scheme of the universe: มุมมองแบบภาพใหญ่

In the grand scheme of the universe หมายถึง “เมื่อเราประเมินสิ่งหนึ่งโดยเทียบกับจักรวาลในฐานะองค์รวมอันกว้างใหญ่” ในที่นี้ scheme หมายถึงการจัดวางหรือแบบแผนโดยรวม ไม่ใช่แผนเฉพาะหรือแผนลับ วลีนี้เปลี่ยนมุมมองจากชีวิตประจำวันไปสู่ระดับที่ใหญ่กว่ามาก คำถามนี้ถามถึงตำแหน่งหรือความสำคัญของมนุษยชาติจากมุมมองระดับจักรวาล ไม่ได้ขอ scheme ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมรูปทั่วไปมาตรฐานของ in the grand scheme of ... ให้สมบูรณ์: In the ____, one delayed email will not matter.

ดูคำตอบ

grand scheme of things

It spans from the depths of space ไวยากรณ์

0:20

ขอบเขตของวิทยาศาสตร์ทอดยาวจากห้วงลึกของอวกาศ

to the device you're watching this video on right now.

0:23

ไปจนถึงอุปกรณ์ที่คุณกำลังใช้ดูวิดีโอนี้อยู่ในขณะนี้

ไวยากรณ์

span from A to B: ระบุจุดปลายของช่วง

รูปแบบ span from A to B ระบุจุดปลายสองจุดและนำเสนอทุกสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้นเป็นช่วงกว้างช่วงเดียว ในประโยคนี้ จุดปลายคือห้วงลึกของอวกาศและอุปกรณ์ที่ใช้ดูวิดีโอ ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงเน้นว่าขอบเขตของหัวข้อนั้นกว้างเพียงใด span เป็นคำกริยาในที่นี้ และ spans สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ it โครงสร้างนี้ใช้จัดช่วงของสถานที่ เวลา หัวข้อ หรือระดับได้ ต่างจากการใช้ include เพื่อแจกแจงรายการง่าย ๆ เพราะโครงสร้างนี้เน้นระยะห่างหรือความกว้างระหว่างจุดปลาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ span from A to B: The course ____ basic grammar ____ advanced academic writing.

ดูคำตอบ

spans from · to

During the Enlightenment Era,

0:26

ในยุคเรืองปัญญา

scientific revolution brought ideas around calculus,

0:27

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ได้นำแนวคิดเกี่ยวกับแคลคูลัส

atomic theory, and gravity to our world.

0:30

ทฤษฎีอะตอม และแรงโน้มถ่วงมาสู่โลกของเรา

The Industrial Revolution saw significant technological and manufacturing developments,

0:33

การปฏิวัติอุตสาหกรรมนำมาซึ่งความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านเทคโนโลยีและการผลิต

including the first cars,

0:38

รวมถึงรถยนต์รุ่นแรก ๆ

and in the digital age,

0:39

และในยุคดิจิทัล

scientists helped spur the formation of the internet as we know it, วลี

0:41

นักวิทยาศาสตร์มีส่วนผลักดันให้เกิดอินเทอร์เน็ตอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

วลี

helped spur the formation of: มีส่วนผลักดันโดยไม่อ้างว่าเป็นสาเหตุเดียว

Helped spur the formation of หมายถึงมีส่วนช่วยให้บางสิ่งพัฒนาหรือเริ่มเกิดขึ้น spur นำเสนอนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นแรงผลักดันหรือแรงเร่งกระบวนการ ขณะที่ helped ชี้ชัดว่าพวกเขาเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ไม่ใช่สาเหตุเดียว โครงสร้างคือ help + กริยารูปพื้นฐาน + นามวลี: helped spur the formation of the internet รูป helped to spur ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่รูปที่ไม่มี to กระชับและใช้กันทั่วไป กรอบ X helped spur the formation of Y สามารถนำไปใช้เพื่ออธิบายแรงที่มีส่วนทำให้เทคโนโลยี สถาบัน ตลาด หรือขบวนการหนึ่งก่อตัวขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้อุตสาหกรรมใหม่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด โดยไม่กล่าวว่าปัจจัยนั้นสร้างอุตสาหกรรมขึ้นเพียงลำพัง

  1. The local solar industry helped form tax incentives.
  2. Tax incentives helped spur the formation of a local solar industry.
  3. Tax incentives created the local solar industry on their own.
ดูคำตอบ

Tax incentives helped spur the formation of a local solar industry.

as a means to share research and ideas. วลี

0:44

เพื่อเป็นช่องทางแบ่งปันงานวิจัยและแนวคิด

วลี

as we know it: รูปแบบปัจจุบันที่เราคุ้นเคย

ใน as we know it คำว่า it อ้างกลับไปถึง the internet และ know หมายถึง “คุ้นเคยกับ” ไม่ใช่ “รู้ข้อเท็จจริง” ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน” วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์ช่วยสร้างรูปแบบอินเทอร์เน็ตสมัยใหม่ที่เราจดจำได้ ไม่ได้สร้างเทคโนโลยีเครือข่ายทุกชนิดขึ้นจากศูนย์ โครงสร้าง as we know + กรรม ใช้แยกสิ่งหนึ่งโดยทั่วไปออกจากรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Streaming changed television as we know it,” คำว่า “as we know it” หมายถึงอะไร

  1. เท่าที่หลักฐานปัจจุบันทำให้เราคาดเดาได้
  2. ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน
  3. ตามข้อเท็จจริงที่ทุกคนท่องจำไว้
ดูคำตอบ

ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

วลี

as a means to: นำเสนอวิธีที่ใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง

As a means to ใช้นำเสนอสิ่งหรือการกระทำที่อยู่ข้างหน้าว่าเป็นวิธีที่ใช้บรรลุเป้าหมายซึ่งตามมา ในที่นี้ อินเทอร์เน็ตถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องมือสำหรับแบ่งปันงานวิจัยและแนวคิด Means ในที่นี้เป็นคำนามที่หมายถึง “วิธี” หรือ “เครื่องมือ” ไม่ใช่คำกริยา mean โดย a means ในประโยคนี้เป็นเอกพจน์ แม้ว่ารูปพหูพจน์ของคำนามนี้จะเป็น means เหมือนกัน ในโครงสร้าง as a means to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า to จะนำหน้าการกระทำที่ตั้งใจไว้ เช่น as a means to share

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ในฐานะวิธีสำหรับบรรลุเป้าหมาย”: The city created cooling centers ____ protect residents during heat waves.

ดูคำตอบ

as a means to

Today, advances in medicine and agriculture

0:47

ทุกวันนี้ ความก้าวหน้าด้านการแพทย์และเกษตรกรรม

have saved more lives than have been lost in all the wars in history. ไวยากรณ์

0:50

ช่วยชีวิตผู้คนไว้มากกว่าจำนวนชีวิตที่สูญเสียไปในสงครามทั้งหมดตลอดประวัติศาสตร์

ไวยากรณ์

more lives than have been lost: ประธานที่ละไว้ในโครงสร้างเปรียบเทียบ

โครงสร้าง more + คำนามพหูพจน์ + than ใช้เปรียบเทียบปริมาณสองจำนวน ในที่นี้ more lives เป็นกรรมของ have saved ส่วนอนุประโยคหลัง than ให้ปริมาณที่สอง ซึ่งก็คือชีวิตที่สูญเสียไป ในอนุประโยคแบบกระชับและเป็นทางการ than have been lost คำนามที่นำมาเปรียบเทียบคือ lives ถูกเข้าใจว่าเป็นประธาน จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ ชุดกริยาช่วย have been สร้าง present perfect รูปถูกกระทำ มองการสูญเสียเป็นยอดรวมจนถึงปัจจุบัน และเปรียบต่าง have saved ที่เป็นรูปกระทำกับ have been lost ที่เป็นรูปถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบแบบเป็นทางการโดยใช้ present perfect รูปถูกกระทำของ lose: The rescue program has saved more lives than ____ during the ongoing crisis.

ดูคำตอบ

have been lost

But despite these achievements,

0:55

แต่ถึงจะมีความสำเร็จเหล่านี้

science and society are often at odds. สำนวน

0:56

วิทยาศาสตร์กับสังคมก็มักขัดแย้งกัน

สำนวน

be at odds: ความไม่เห็นพ้องที่ต่อเนื่อง

Be at odds หมายถึงอยู่ในภาวะไม่เห็นพ้องหรือขัดแย้งกัน ในประโยคนี้ วิทยาศาสตร์กับสังคมถูกนำเสนอว่ายังไม่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แม้จะมีความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่านักวิทยาศาสตร์ทุกคนกำลังโต้เถียงเป็นการส่วนตัวกับสมาชิกทุกคนในสังคม โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ be at odds with someone or something และ be at odds over หรือ about an issue สำนวนนี้มักสื่อว่ามุมมอง เป้าหมาย หลักฐาน หรือการกระทำไม่สอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ความหมายทางคณิตศาสตร์ของ odds

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องระหว่างสองแผนกเรื่องงบประมาณได้ดีที่สุด

  1. The two departments are calculating the odds of staying within the budget.
  2. The two departments are at odds over how to spend the budget.
  3. The two departments agree on how to spend the budget.
ดูคำตอบ

The two departments are at odds over how to spend the budget.

Scientific discoveries like the Earth is round,

1:00

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ เช่น โลกกลม

that our planet revolves around the sun,

1:03

โลกของเราโคจรรอบดวงอาทิตย์

or that diseases are spread through germs,

1:05

หรือโรคต่าง ๆ แพร่กระจายผ่านเชื้อโรค

were all once ideas that were rejected by society.

1:08

ล้วนเคยเป็นแนวคิดที่สังคมปฏิเสธ

So much so that Giordano Bruno was burned at the stake for suggesting the Earth wasn't the center of the universe, โน้ต

1:11

การปฏิเสธรุนแรงถึงขั้นที่จอร์ดาโน บรูโน ถูกเผาบนหลักประหาร เพราะเสนอว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล

ลำดับความ

So much so that: เพิ่มระดับไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

So much so that ย้อนอ้างถึงสถานการณ์หรือระดับที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ว่าสถานการณ์นั้นรุนแรงเพียงใด ในประโยคนี้ การลงโทษไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงอีกข้อ แต่เป็นหลักฐานยืนยันความรุนแรงของการปฏิเสธที่กล่าวมาก่อนหน้า ข้อความหลัง that บอกผลลัพธ์ ส่วนสิ่งที่กำลังถูกเน้นระดับนั้นมาจากบริบทก่อนข้อความตอนนี้ ดังนั้นคำเชื่อมนี้จึงต้องอาศัยบริบทก่อนหน้า และปกติไม่ใช้เปิดเรื่องแบบลอย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ย้อนอ้างถึงระดับซึ่งกล่าวไว้แล้วและนำเข้าสู่หลักฐานของความรุนแรงนั้น: The town strongly resisted the proposal, ____ residents refused even to discuss it.

ดูคำตอบ

so much so that

วัฒนธรรม

Was burned at the stake: การประหารด้วยไฟในประวัติศาสตร์

Was burned at the stake เป็นสำนวนรูปถูกกระทำ หมายถึงถูกประหารโดยมัดไว้กับเสาตั้งตรงแล้วเผาจนเสียชีวิต stake ในที่นี้คือหลักที่ใช้ประหาร ไม่ใช่เงินเดิมพันหรือหุ้นทางการเงิน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวชี้ว่าการลงโทษทำให้เสียชีวิตและรุนแรงอย่างยิ่ง ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจความหนักหนาของการข่มเหง แทนที่จะนึกว่าเป็นแผลไฟไหม้จากอุบัติเหตุ

แบบฝึกหัด

ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ was burned at the stake หมายความว่าอย่างไร

  1. สูญเสียเงินหลังจากรับความเสี่ยงทางการเงินครั้งใหญ่
  2. ถูกประหารโดยมัดกับเสาแล้วจุดไฟเผา
  3. ถูกไฟไหม้โดยบังเอิญขณะยืนใกล้เสา
ดูคำตอบ

ถูกประหารโดยมัดกับเสาแล้วจุดไฟเผา

and even Galileo was sentenced to house arrest for supporting the theory. การใช้คำ

1:18

และแม้แต่กาลิเลโอก็ถูกตัดสินให้กักบริเวณในบ้านเพราะสนับสนุนทฤษฎีนี้

การใช้คำ

was sentenced to house arrest: โทษทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ was sentenced to house arrest เป็นสำนวนรูปถูกกระทำในภาษากฎหมาย หมายถึงศาลกำหนดโทษกักบริเวณในบ้านแก่กาลิเลโออย่างเป็นทางการ house arrest กำหนดให้บุคคลอยู่ในที่พักของตนและมักจำกัดการเดินทางด้วย ไม่ได้หมายเพียงว่าบุคคลนั้นถูกจับกุมภายในบ้าน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be sentenced to + punishment เช่น be sentenced to prison หรือ be sentenced to community service คำว่า sentence ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงการกำหนดโทษทางศาลอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงประโยค

แบบฝึกหัด

เติมรายงานทางกฎหมายด้วยสำนวนบอกโทษที่เรียนในบทนี้ให้ถูกต้อง: After the trial, the official ____ for six months.

ดูคำตอบ

was sentenced to house arrest

Today, we see the rejection of scientific evidence for vaccinations,

1:22

ทุกวันนี้ เราเห็นการปฏิเสธหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

leading to preventable diseases like measles coming back after being wiped out in the year 2000, โน้ต

1:26

ส่งผลให้โรคที่ป้องกันได้อย่างโรคหัดกลับมาระบาด หลังจากถูกกำจัดไปแล้วในปี 2000

ไวยากรณ์

leading to: เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับอนุประโยคก่อนหน้า

leading to เป็นอนุประโยค -ing แบบเสริมที่นำเสนอผลจากสถานการณ์ก่อนเครื่องหมายจุลภาค ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่บอกกาล ในประโยคนี้ สาเหตุเชิงตรรกะคือการปฏิเสธหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และผลคือโรคที่ป้องกันได้กลับมาอีกครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ clause, leading to + result หลัง to ผลลัพธ์อาจเป็นนามวลี เช่น leading to delays หรืออนุประโยค -ing ที่มีประธานของตนเอง เช่น leading to prices rising ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลต้องชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเชื่อม leading เข้ากับคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดเพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยโครงสร้างเชื่อมผลลัพธ์ที่เรียนในบทนี้: The server failed overnight, ____ several hours of downtime.

ดูคำตอบ

leading to

กริยาวลี

Wiped out ในความหมายว่าถูกกำจัดจนหมดสิ้น

ในที่นี้ wiped out หมายถึงถูกกำจัดจนหมดสิ้น กล่าวคือ โรคหัดไม่ได้แพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ที่กล่าวถึงอีกแล้ว ใน being wiped out นั้น wiped out เป็นส่วน past participle ของโครงสร้างกรรมวาจก โดย measles เป็นสิ่งที่ถูกกระทำ Wipe out เน้นผลลัพธ์และมีน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อใช้กับโรค ประชากร หนี้ หรือคู่แข่ง จะหมายถึงการกำจัดทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดด้วย phrasal verb ที่หมายถึงการกำจัดจนหมดสิ้น? By 2015, the vaccination program had ____ the disease in the region.

  1. wiped down
  2. wiped off
  3. wiped out
ดูคำตอบ

wiped out

or the rejection of scientific evidence for climate change,

1:32

หรือการปฏิเสธหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

despite the vast consensus among scientists. วลี

1:35

ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์เห็นพ้องกันอย่างท่วมท้น

วลี

Consensus among scientists สำหรับความเห็นร่วมอย่างกว้างขวาง

Consensus among scientists หมายถึงจุดยืนที่ได้รับการยอมรับร่วมกันอย่างกว้างขวางภายในชุมชนวิทยาศาสตร์ คำว่า among ใช้แนะนำกลุ่มที่สมาชิกมีความเห็นร่วมกันนั้น Consensus ไม่ได้กำหนดว่านักวิทยาศาสตร์ทุกคนต้องเห็นด้วย แต่สื่อถึงมุมมองร่วมที่หนักแน่นและยังเปิดให้มีความเห็นต่างได้บ้าง จึงไม่ควรเข้าใจว่าเท่ากับ unanimity

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงความเห็นร่วมอย่างกว้างขวางภายในกลุ่ม: The recommendation reflects a ____ medical researchers.

ดูคำตอบ

consensus among

As put by Carl Sagan, ไวยากรณ์

1:38

ดังคำกล่าวของคาร์ล เซแกน

ไวยากรณ์

As put by Carl Sagan เทียบกับ as Carl Sagan put it

วลีเปิดนี้ระบุว่าความคิดที่ตามมาเป็นของ Carl Sagan คำว่า put ตั้งใจใช้เป็นรูป past participle ดังนั้นจึงเข้าใจได้ว่า “ตามที่ Carl Sagan ได้แสดงความคิดไว้” อย่างไรก็ตาม as put by + บุคคล ฟังไม่เป็นธรรมชาติเมื่อใช้เป็นคำเกริ่นบอกแหล่งที่มาแบบเดี่ยว ๆ รูป active ที่เป็นสำนวนธรรมชาติคือ as + บุคคล + put it โดย it แทนแนวคิดหรือถ้อยคำนั้น: As Carl Sagan put it, ... ควรใช้รูปแบบนี้เป็นแม่แบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปบอกแหล่งที่มาที่เป็นกลางและเป็นธรรมชาติที่สุดก่อนนำเสนอคำพูดหรือความคิดของบุคคลหนึ่ง

  1. As put by Maya, the simplest plan is often the strongest.
  2. As Maya put it, the simplest plan is often the strongest.
  3. As Maya put, the simplest plan is often the strongest.
ดูคำตอบ

As Maya put it, the simplest plan is often the strongest.

we live in a society exquisitely dependent on science and technology, การใช้คำ

1:40

เราอาศัยอยู่ในสังคมที่พึ่งพาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง

การใช้คำ

ความหมายของ exquisitely dependent on science and technology

ในที่นี้ exquisitely ขยายคำว่า dependent โดยเพิ่มระดับความพึ่งพาให้เข้มข้นขึ้น พร้อมสื่อว่าความพึ่งพานั้นมีความสมดุลอย่างละเอียดอ่อน มีความไว หรือซับซ้อน ในประโยคเชิงวาทศิลป์นี้ สังคมพึ่งพาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับที่สูงเป็นพิเศษและละเอียดอ่อน Exquisitely ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างสวยงาม” ในงานเขียนที่มีลีลาสูง คำวิเศษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความประณีตหรือความไวสามารถเน้นทั้งระดับและลักษณะของสภาวะหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย exquisitely dependent ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. พึ่งพาในลักษณะที่สวยงามทางสายตา
  2. พึ่งพาอย่างยิ่ง พร้อมนัยของความไวที่ละเอียดอ่อน
  3. พึ่งพาเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

พึ่งพาอย่างยิ่ง พร้อมนัยของความไวที่ละเอียดอ่อน

in which hardly anyone knows anything about science and technology. ไวยากรณ์

1:44

แต่แทบไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเลย

ไวยากรณ์

ใช้ hardly anyone knows anything เพื่อบอกจำนวนที่เกือบเป็นศูนย์

Hardly หมายถึง “แทบไม่” ใน hardly anyone คำนี้ทำให้ประธานมีความหมายว่า “แทบไม่มีใคร” ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงบอกว่าแทบไม่มีใครมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้นเลย เนื่องจากความคิดนี้มีความหมายเชิงปฏิเสธ ภาษาอังกฤษจึงใช้รูปที่ไม่ระบุเฉพาะอย่าง anyone และ anything อย่างเป็นธรรมชาติ โครงสร้างคือ hardly anyone + กริยารูปบอกเล่า + anything โดย hardly ให้ความหมายเกือบเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ hardly, anyone และ anything เติมประโยคให้มีความหมายว่าแทบไม่มีใครมีข้อมูล: After the system failed, ____ knew ____ about the backup plan.

ดูคำตอบ

hardly anyone · anything

And yet, ลำดับความ

1:48

ถึงกระนั้น

when we look to history,

1:49

เมื่อเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์

we see that ignoring science has led to the crumbling of societies.

1:50

เราจะเห็นว่าการเพิกเฉยต่อวิทยาศาสตร์ทำให้สังคมต่าง ๆ ล่มสลาย

ลำดับความ

And yet, ในฐานะจุดเปลี่ยนเชิงเหตุผลที่ชัดเจน

And yet เป็นคำเชื่อมที่วางต้นประโยคเพื่อบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปขัดกับสิ่งที่ข้อความก่อนหน้าทำให้คาดไว้ ในที่นี้ คำนี้เปลี่ยนประเด็นจากความย้อนแย้งในสังคมสมัยใหม่ที่พึ่งพาวิทยาศาสตร์แต่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์น้อย ไปสู่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าการละเลยวิทยาศาสตร์มีผลร้ายแรง And ทำให้ประโยคใหม่ยังเชื่อมกับแนวโต้แย้งที่ดำเนินอยู่ ส่วน yet เพิ่มความสัมพันธ์ที่สวนทางกับความคาดหมาย เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองคำไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ แต่สร้างจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนและทำให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ตอบสนองต่อความตึงเครียดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมข้อโต้แย้งนี้ได้ดีที่สุด? The company has doubled its cybersecurity budget. ___, basic password mistakes remain common.

  1. And yet
  2. Therefore
  3. For example
ดูคำตอบ

And yet

Ancient Greece was a time of great learning around ideas of space, time, and light,

1:55

กรีกโบราณเป็นยุคแห่งการเรียนรู้อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องอวกาศ เวลา และแสง

and during the subsequent Roman Empire,

1:59

และในยุคจักรวรรดิโรมันที่ตามมา

these ideas were mostly embraced.

2:01

แนวคิดเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ได้รับการยอมรับ

However, the Romans were complacent with the learnings of the Greeks,

2:04

อย่างไรก็ตาม ชาวโรมันพอใจกับความรู้ที่ได้รับจากชาวกรีก

and little innovation or exploration of new ideas around science and knowledge took place during this era.

2:07

และในยุคนั้นแทบไม่มีนวัตกรรมหรือการสำรวจแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และความรู้

With shifting governments and values,

2:13

เมื่อรัฐบาลและค่านิยมเปลี่ยนแปลงไป

emphasis on reason and science slipped away,

2:15

การให้ความสำคัญกับเหตุผลและวิทยาศาสตร์ก็ค่อย ๆ เลือนหาย

and Rome eventually fell into the Dark Ages. วัฒนธรรม

2:18

และในที่สุดโรมก็ตกเข้าสู่ยุคมืด

วัฒนธรรม

“Dark Ages” ในฐานะชื่อเรียกทางประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม

ในประโยคนี้ Dark Ages เป็นชื่อเรียกแบบดั้งเดิมของช่วงประวัติศาสตร์ยุโรปหลังจักรวรรดิโรมันตะวันตกเสื่อมอำนาจ โดยเฉพาะยุคกลางตอนต้น ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อสื่อถึงความเสื่อมถอยของวิทยาศาสตร์และการแสวงหาความรู้ด้วยเหตุผล คำว่า dark มีน้ำเสียงประเมินค่า ไม่ได้หมายถึงความมืดที่ไม่มีแสงตามตัวอักษร ชื่อเรียกนี้กว้างและเป็นที่ถกเถียง เพราะอาจทำให้ดูเหมือนว่าคนทั้งยุคไร้ความรู้หรือหยุดนิ่งเหมือนกันทั้งหมด ควรเข้าใจการเปรียบเทียบเชิงลบของผู้พูด แต่อย่าถือว่าคำนี้เป็นการแบ่งยุคทางประวัติศาสตร์ที่แม่นยำและไม่มีข้อโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

ในบทความประวัติศาสตร์ Dark Ages มีแนวโน้มสื่อถึงอะไร?

  1. ชื่อเรียกแบบดั้งเดิมที่มีกรอบเชิงลบสำหรับส่วนหนึ่งของยุคกลางตอนต้น
  2. ช่วงวันที่ทางประวัติศาสตร์ที่แม่นยำและยอมรับตรงกันทั่วโลก
  3. ช่วงเวลาที่ยุโรปไม่มีแสงแดด
ดูคำตอบ

ชื่อเรียกแบบดั้งเดิมที่มีกรอบเชิงลบสำหรับส่วนหนึ่งของยุคกลางตอนต้น

Today,

2:21

ทุกวันนี้

despite the voices of many supporting logic and reason,

2:21

แม้จะมีผู้คนมากมายออกมาสนับสนุนตรรกะและเหตุผล

this war on science continues. สำนวน

2:24

สงครามต่อต้านวิทยาศาสตร์ก็ยังดำเนินต่อไป

สำนวน

“war on science” ในฐานะอุปลักษณ์เชิงวาทศิลป์

ในประโยคนี้ war on science เป็นอุปลักษณ์เชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การกล่าวว่ามีความขัดแย้งทางทหารเกิดขึ้นจริง รูปแบบ war on X นำเสนอความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะทำให้ X อ่อนแอลง ปฏิเสธ ตัดเงินทุน หรือกดปราบ ราวกับเป็นการรณรงค์ที่มีการจัดตั้ง กรอบนี้มีการประเมินค่าอย่างชัดเจน เพราะวางผู้พูดไว้ในฝ่ายที่ปกป้องวิทยาศาสตร์ และรวมหลายนโยบายหรือการกระทำให้เป็นความขัดแย้งเดียวที่ดำเนินต่อเนื่อง เมื่อพบ war on X ให้สังเกตจุดยืนของผู้พูดและพิจารณาว่ามีการรวมการกระทำใดไว้ใต้ป้ายนี้บ้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยกรอบเชิงวาทศิลป์สองคำจากบทเรียน: The campaigner described the repeated research cuts as a ____ science.

ดูคำตอบ

war on

In the UK,

2:28

ในสหราชอาณาจักร

investment in publicly funded research has dropped to less than 0.5% of the GDP, ไวยากรณ์

2:28

การลงทุนในงานวิจัยที่ใช้ทุนสาธารณะลดลงเหลือต่ำกว่า 0.5% ของ GDP

the lowest it's been in two decades.

2:35

ซึ่งต่ำที่สุดในรอบสองทศวรรษ

ไวยากรณ์

has dropped to ... the lowest it's been in two decades: ระดับปลายทางและค่าต่ำสุดในอดีต

Has dropped to บอกจุดปลายใหม่ที่ต่ำลง กล่าวคือ ระดับการลงทุนในขณะนี้ต่ำกว่า 0.5% ของ GDP โดย to นำหน้าระดับที่เป็นผลหลังจากลดลง ไม่ใช่ปริมาณที่ลดลง The lowest it's been in two decades เพิ่มการเปรียบเทียบกับอดีตต่อท้ายตัวเลข โดย it หมายถึงระดับการลงทุน และโครงสร้าง the lowest + ประธาน + has หรือ have been + ช่วงเวลา ใช้รายงานค่าต่ำสุดภายในช่วงเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าระดับเงินทุนในปัจจุบันคือสองล้านดอลลาร์ และนี่เป็นระดับต่ำสุดในรอบสิบปี

  1. Funding has dropped to $2 million, the lowest it's been in ten years.
  2. Funding has dropped by $2 million, the largest decrease in ten years.
  3. Funding has dropped from $2 million to its lowest level in ten years.
ดูคำตอบ

Funding has dropped to $2 million, the lowest it's been in ten years.

This year,

2:37

ในปีนี้

the US has cut at least 300 million dollars from NASA's Earth Science budget,

2:38

สหรัฐฯ ได้ตัดงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์โลกของ NASA ไปอย่างน้อย 300 ล้านดอลลาร์

which just happens to include climate science. น้ำเสียง/เจตนา

2:43

และบังเอิญว่างบนี้ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

just happens to include: “ความบังเอิญ” ที่มีนัยประชด

Just happens to + กริยารูปพื้นฐาน ตามความหมายตรงตัวสามารถนำเสนอเรื่องหนึ่งว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือไม่คาดคิด แต่ในประโยคนี้ just เน้นย้ำสิ่งที่เรียกว่าเป็นความบังเอิญอย่างมีนัย กล่าวคืองบประมาณที่ถูกตัดนั้นรวมวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ซึ่งเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคำวิจารณ์ของผู้พูด ถ้อยคำนี้ทำให้ผู้พูดสื่อความสงสัยได้โดยไม่ต้องกล่าวตรง ๆ ว่าความเชื่อมโยงนั้นเกิดขึ้นโดยเจตนา การตีความเชิงประชดมาจากบริบทและน้ำเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ ส่วนโครงสร้างนี้เองก็ใช้แบบเป็นกลางได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายเชิงวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน The winning bidder just happens to be the mayor's cousin น่าจะสื่อเป็นนัยว่าอะไร

  1. ผู้พูดมั่นใจว่าผู้ชนะการประมูลได้รับเลือกโดยการสุ่ม
  2. ผู้พูดสงสัยว่าความสัมพันธ์ทางครอบครัวนั้นเป็นเพียงความบังเอิญจริงหรือไม่
  3. ผู้พูดเพียงเพิ่มข้อเท็จจริงเรื่องครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยว่าความสัมพันธ์ทางครอบครัวนั้นเป็นเพียงความบังเอิญจริงหรือไม่

Not only does this mean that existing climate studies will be ignored, ไวยากรณ์

2:46

นี่ไม่เพียงหมายความว่างานศึกษาสภาพภูมิอากาศที่มีอยู่จะถูกเพิกเฉย

but useful data won't even be collected in the future,

2:50

แต่ยังหมายความว่าในอนาคตจะไม่มีแม้แต่การเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ไวยากรณ์

Not only does this ... but: การกลับลำดับในโครงสร้างคู่

เมื่อ Not only ขึ้นต้นอนุประโยคแรก จะเกิดการกลับลำดับระหว่างประธานกับกริยาช่วย โดย does มาอยู่หน้าประธาน this และกริยาหลัก mean คงรูปพื้นฐานไว้ จึงต้องใช้ Not only does this mean ไม่ใช่ Not only this means ส่วน but ที่ตามมานำไปสู่ผลอีกประการหนึ่งซึ่งมีน้ำหนักทางวาทศิลป์มากกว่า มักพบ also หลัง but แต่สามารถละได้ดังในประโยคนี้ การกลับลำดับเกิดเฉพาะในอนุประโยค Not only ส่วนอนุประโยค but ใช้ลำดับคำปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคู่แบบเน้นย้ำและการกลับลำดับที่จำเป็น: ____ the new policy reduce costs, ____ it also improved response times.

ดูคำตอบ

Not only did · but

all to serve ideological agendas. วลี

2:54

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสนองวาระทางอุดมการณ์

วลี

to serve ideological agendas: วลีบอกจุดประสงค์ที่มีน้ำหนักเชิงประเมิน

ใน all to serve ideological agendas รูป infinitive ที่มี to บอกจุดประสงค์ที่ผู้พูดมองว่าอยู่เบื้องหลังการกระทำทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า กล่าวคือ การกระทำเหล่านั้นถูกนำเสนอว่าทำขึ้นเพื่อผลักดันเป้าหมายทางการเมืองหรือเป้าหมายตามความเชื่อที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในที่นี้ serve หมายถึงส่งเสริมหรือสนับสนุนผลประโยชน์ของบางสิ่ง ไม่ใช่ให้บริการแก่สิ่งนั้น ส่วน agenda ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงชุดเป้าหมายหรือลำดับความสำคัญ ไม่ใช่กำหนดการประชุม วลีนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์และสื่อว่าอุดมการณ์กำลังเข้ามาแทนที่หลักฐาน ความเป็นกลาง หรือประโยชน์สาธารณะ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ to serve ideological agendas หมายถึงอะไร?

  1. เพื่อผลักดันเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตามความเชื่อ
  2. เพื่อให้ความช่วยเหลือส่วนตัวแก่เจ้าหน้าที่หลายคน
  3. เพื่อจัดทำกำหนดการสำหรับการประชุมทางการเมือง
ดูคำตอบ

เพื่อผลักดันเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตามความเชื่อ

But for what? ลำดับความ

2:56

แต่ทำไปเพื่ออะไร

ลำดับความ

But for what? ในฐานะคำถามท้าทายแบบละข้อความ

But for what? เป็นคำถามแบบละข้อความ โดยการกระทำหรือข้อเสนอก่อนหน้าช่วยเติมแนวคิดที่ถูกละไว้ ดังนั้นความหมายเต็มคือ “แต่การกระทำนั้นจะมีจุดประสงค์หรือประโยชน์อะไร?” ในที่นี้ what หมายถึงเป้าหมายหรือผลประโยชน์ที่อ้างว่าจะทำให้การลดทอนและกดปราบวิทยาศาสตร์ดูสมเหตุสมผล ในด้านการจัดลำดับความคิด คำถามนี้แทรกการโต้แย้งสั้น ๆ เข้าไป ทำให้เกิดจังหวะหยุด และย้ายความสนใจจากการกระทำที่เสนอไปยังคำถามว่าจุดประสงค์ของมันคุ้มกับต้นทุนหรือไม่ จากนั้นผู้พูดสามารถนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายที่แข่งขันกันได้โดยไม่ต้องพูดภาคแสดงก่อนหน้าซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายเชิงนโยบาย ผู้พูดกำลังทำสิ่งใดเป็นหลักเมื่อพูด“But for what?”หลังข้อเสนอที่มีค่าใช้จ่ายสูง?

  1. ถามว่าควรซื้อสิ่งของชิ้นใด
  2. ท้าทายจุดประสงค์ของข้อเสนอก่อนหน้า
  3. บอกว่าข้อเสนอจะเริ่มเมื่อใด
ดูคำตอบ

ท้าทายจุดประสงค์ของข้อเสนอก่อนหน้า

The bank bailout in America cost more money than NASA's entire 50-year running budget,

2:57

เงินช่วยเหลือธนาคารในอเมริกามีค่าใช้จ่ายสูงกว่างบดำเนินงานทั้งหมดของ NASA ตลอด 50 ปี

a budget that stirs imagination and visions for the future of our world and universe.

3:03

งบประมาณที่จุดประกายจินตนาการและวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของโลกและจักรวาลของเรา

And the military budget?

3:09

แล้วงบประมาณทางทหารล่ะ

One month of spending is equivalent to NASA's entire annual budget. วลี

3:10

ค่าใช้จ่ายเพียงหนึ่งเดือนเท่ากับงบประมาณทั้งปีของ NASA

วลี

be equivalent to สำหรับคุณค่าหรือผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากัน

Be equivalent to หมายถึง“มีคุณค่า ปริมาณ ความหมาย หรือผลลัพธ์เท่ากับ”ในมิติที่ระบุไว้หรือเข้าใจได้จากบริบท ในประโยคนี้ ค่าใช้จ่ายหนึ่งเดือนมีขนาดทางการเงินเท่ากับงบประมาณทั้งปีของ NASA Equivalent ไม่ได้กล่าวว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกด้าน การเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่เกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นรูปแบบ A is equivalent to B จึงเหมาะกับการแปลงหน่วย การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ และการเปรียบเทียบผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง“has the same value as”:Under this plan, the monthly fee ____ one full day's pay.

ดูคำตอบ

is equivalent to

Here in our home of Canada,

3:15

ที่แคนาดา บ้านของเรา

the war on science is in full effect under Stephen Harper's Conservative government. วลี

3:16

สงครามต่อต้านวิทยาศาสตร์กำลังเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบภายใต้รัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมของสตีเฟน ฮาร์เปอร์

วลี

in full effect: มีผลอย่างเต็มที่

in full effect หมายถึง “มีผลอย่างเต็มที่ ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ หรือกำลังดำเนินไปอย่างชัดเจนเต็มที่” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นน้ำเสียงประเมินในคำว่า the war on science ผู้พูดกำลังบอกว่าสิ่งที่ตนมองว่าเป็นการรณรงค์นี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มหรือเกิดขึ้นเพียงบางกรณี แต่ปรากฏให้เห็นอย่างเต็มที่แล้วภายใต้รัฐบาลนั้น ในวลีตายตัวนี้ effect หมายถึงสภาพของการทำงานหรือการมีผลบังคับใช้ ไม่ได้หมายถึงเทคนิคพิเศษทางภาพ และ the war on science เป็นคำบรรยายเชิงวิจารณ์ของผู้พูด ไม่ใช่ชื่อของนโยบายอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “มีผลอย่างเต็มที่” ให้สมบูรณ์: The new safety rules are now ____ throughout the building.

ดูคำตอบ

in full effect

Our science libraries dedicated to health, environment, fisheries, and oceans are being shut down. กริยาวลี

3:21

ห้องสมุดวิทยาศาสตร์ของเราที่เน้นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การประมง และมหาสมุทรกำลังถูกปิด

กริยาวลี

shut down: ทำให้สถาบันหยุดดำเนินงาน

shut down หมายถึง “หยุดดำเนินงาน” หรือ “ทำให้องค์กร บริการ เครื่องจักร หรือระบบหยุดดำเนินงาน” ในที่นี้หมายถึงการปิดห้องสมุดวิทยาศาสตร์ในฐานะสถาบัน ไม่ใช่เพียงการปิดประตูจริง ๆ รูป are being shut down เป็น present continuous แบบ passive: are being + past participle รูปนี้นำเสนอการปิดว่าเป็นกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น และเน้นที่ห้องสมุดมากกว่าผู้ที่ดำเนินการปิด ตัว shut down เองไม่ได้บอกว่าการปิดเป็นการชั่วคราวหรือถาวร ต้องพิจารณาจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ shut down ในรูป present continuous แบบ passive: The old server ____ for a security upgrade.

ดูคำตอบ

is being shut down

Laws that were once in place to ensure the protection of endangered species have been gutted, สำนวน

3:27

กฎหมายที่เคยมีไว้เพื่อรับรองการคุ้มครองชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ถูกบั่นทอนจนแทบไม่เหลือ

สำนวน

have been gutted: ตัดทอนอำนาจสำคัญของกฎหมาย

ในประโยคนี้ have been gutted เป็นรูป present perfect แบบ passive ของ gut เมื่อใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงบทบัญญัติสำคัญหรืออำนาจในการบังคับใช้ถูกนำออกไป ทำให้กฎหมายมีประสิทธิภาพลดลงมาก แม้จะยังคงมีอยู่ตามรูปแบบก็ตาม present perfect เชื่อมการเปลี่ยนแปลงในอดีตเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้อยคำนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์อย่างชัดเจน โดยสื่อถึงการทำให้เนื้อหากลวงลงอย่างรุนแรงหรือจงใจ ไม่ใช่การปรับแก้เพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The consumer-protection law has been gutted." คำว่า has been gutted น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. มีเพียงการแก้ถ้อยคำเล็กน้อยไม่กี่จุด
  2. กฎหมายนั้นแก้ปัญหาที่ตั้งใจจัดการได้แล้ว
  3. มาตรการคุ้มครองที่สำคัญถูกนำออกไปเป็นส่วนใหญ่
ดูคำตอบ

มาตรการคุ้มครองที่สำคัญถูกนำออกไปเป็นส่วนใหญ่

with 80% of Canada's 71 freshwater fish species currently at risk of extinction. วลี

3:31

ปัจจุบัน ปลาน้ำจืดของแคนาดา 80% จากทั้งหมด 71 ชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

วลี

at risk of extinction: ระบุผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

At risk of extinction หมายถึงอยู่ในอันตรายที่อาจสูญพันธุ์ โครงสร้าง be at risk of + คำนามหรือรูป -ing ใช้ระบุผลเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยในที่นี้ extinction คือผลที่สายพันธุ์เหล่านี้กำลังเผชิญ At risk อธิบายสภาวะเสี่ยงในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเสร็จสิ้นแล้ว สายพันธุ์เหล่านี้ยังคงมีอยู่ แต่ความเป็นไปได้ที่จะหายไปนั้นร้ายแรงพอที่จะต้องรายงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เสี่ยงต่อการ”: Without backups, the files are ____ being lost.

ดูคำตอบ

at risk of

And not only has Prime Minister Stephen Harper eliminated the National Science Advisor role,

3:37

และนายกรัฐมนตรีสตีเฟน ฮาร์เปอร์ ไม่เพียงยกเลิกตำแหน่งที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

but some 2500 federal scientists have lost their jobs.

3:43

แต่นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลกลางราว 2,500 คนยังต้องตกงาน

In a recent survey,

3:47

จากผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้

90% of government scientists felt they could not speak freely about their research, วลี

3:48

นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล 90% รู้สึกว่าไม่สามารถพูดถึงงานวิจัยของตนได้อย่างเสรี

วลี

speak freely about their research: พูดถึงงานวิจัยโดยไม่ถูกจำกัด

ในประโยคนี้ speak freely about their research หมายถึงพูดถึงงานวิจัยของตนอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องกลัวว่าผู้มีอำนาจจะปิดกั้นหรือลงโทษสิ่งที่พูด freely บอกถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ทักษะการพูดของนักวิทยาศาสตร์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ speak freely about + หัวข้อ รูปแบบนี้มักสื่อว่าหากพูดอย่างเสรีไม่ได้ ก็อาจมีแรงกดดัน การเซ็นเซอร์ หรือผลเสียจากการพูดอย่างเปิดเผย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พูดอย่างเปิดเผยโดยไม่กลัวการลงโทษ”: Staff need to be able to ____ safety concerns.

ดูคำตอบ

speak freely about

and roughly 25% say they've been forced by the government to change their research for non-scientific reasons. ไวยากรณ์

3:53

และราว 25% ระบุว่าถูกรัฐบาลบังคับให้เปลี่ยนงานวิจัยด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

ไวยากรณ์

been forced by the government to change: ถูกรัฐบาลบังคับให้เปลี่ยน

คำที่เน้นเป็นส่วนหนึ่งของ present perfect รูปถูกกระทำ have been forced by the government to change นักวิทยาศาสตร์เป็นฝ่ายรับแรงกดดัน ไม่ใช่ฝ่ายที่กดดันผู้อื่น โดย by the government ระบุผู้กระทำ และ to change ระบุการกระทำที่พวกเขาถูกบังคับให้ทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be forced + by + ผู้กระทำ + to + กริยารูปพื้นฐาน ในรูปประธานเป็นผู้กระทำ ผู้กระทำจะอยู่ข้างหน้า: the government forced them to change คำว่า force ใช้กับ to-infinitive ทั้งในรูปผู้กระทำและรูปถูกกระทำ ดังนั้นต้องคง to ไว้ในรูปถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างรูปถูกกระทำของ force ได้ถูกต้อง?

  1. The analyst was forced by the company to delete the paragraph.
  2. The analyst forced by the company to delete the paragraph.
  3. The analyst was forced by the company delete the paragraph.
  4. The analyst was forced the company to delete the paragraph.
ดูคำตอบ

The analyst was forced by the company to delete the paragraph.

We're told that the remaining funds are geared towards science that has a clear commercial output, กริยาวลี

3:59

เราได้รับแจ้งว่าเงินทุนที่เหลือจะมุ่งไปยังงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ให้ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน

กริยาวลี

be geared towards + เป้าหมาย

ใน are geared towards science นั้น be geared towards หมายถึง “ถูกกำหนด ออกแบบ หรือจัดให้มุ่งไปยังเป้าหมายเฉพาะ” ประโยคนี้นำเสนอว่าเงินทุนที่เหลือมุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่คาดว่าจะให้ผลเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน รูปแบบคือ be + geared + towards + คำนามหรือรูป -ing โดย geared เป็นคำกริยาช่องสามที่ใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกสภาพหรือทิศทางของนโยบาย ไม่ได้หมายถึงเฟืองเครื่องจักรจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ออกแบบมาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ”: The online workshop ____ first-time managers.

ดูคำตอบ

is geared towards

which at first glance may seem fair, วลี

4:05

ซึ่งเมื่อมองเผิน ๆ อาจดูสมเหตุสมผล

วลี

at first glance: ความประทับใจแรก

at first glance หมายถึง “เมื่อพิจารณาครั้งแรกในระดับผิวเผิน” สำนวนนี้อาจบอกปฏิกิริยาจากการมองเห็นได้ แต่ในที่นี้หมายกว้างกว่านั้น คือการตัดสินครั้งแรกก่อนวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง สำนวนนี้มักเตรียมผู้อ่านให้พร้อมสำหรับข้อขัดแย้ง สิ่งหนึ่งอาจดูยุติธรรม เรียบง่าย หรือน่าเชื่อในตอนแรก แต่หลักฐานที่ตามมาอาจเปลี่ยนมุมมองนั้น จึงช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งจากความประทับใจแรกไปสู่การพิจารณาใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงความประทับใจแรกซึ่งอาจเปลี่ยนได้: ____, the apartment looks too small, but the second bedroom is hidden behind that door.

ดูคำตอบ

at first glance

research that isn't a waste of money, so to speak. น้ำเสียง/เจตนา

4:07

หรือพูดอีกอย่างก็คือ งานวิจัยที่ไม่ทำให้เงินสูญเปล่า

น้ำเสียง/เจตนา

so to speak: การเว้นระยะจากป้ายคำแบบกว้าง

ในประโยคนี้ so to speak ย้อนกลับไปขยาย a waste of money และชี้ว่านั่นเป็นป้ายคำที่หยิบยืมมาใช้หรือจงใจใช้แบบกว้าง ๆ ผู้พูดไม่ได้รับรองป้ายคำนั้นอย่างเต็มที่ว่าเป็นข้อเท็จจริงตามตัวอักษร แต่ใช้วลีนี้เพื่อเว้นระยะจากถ้อยคำดังกล่าว โดยทั่วไป ให้วาง so to speak หลังคำเปรียบเทียบ ป้ายคำแบบง่าย หรือคำบรรยายที่ไม่แม่นยำนัก เพื่อสื่อว่า “ขอใช้สำนวนนี้ แม้จะไม่ตรงทั้งหมดหรือไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร” วลีนี้แสดงความคิดเห็นต่อคำที่พูดไปแล้ว ไม่ใช่การขออนุญาตพูดคำนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Calling the unused files a digital attic, so to speak, emphasizes how forgotten they are,” คำว่า so to speak สื่ออะไร?

  1. ผู้พูดกำลังขออนุญาตใช้คำว่า digital attic
  2. ไฟล์เหล่านั้นถูกเก็บไว้ในห้องใต้หลังคาจริง ๆ
  3. digital attic เป็นคำบรรยายแบบกว้างหรือเชิงเปรียบเทียบที่จงใจเลือกใช้
ดูคำตอบ

digital attic เป็นคำบรรยายแบบกว้างหรือเชิงเปรียบเทียบที่จงใจเลือกใช้

But when Einstein constructed the theory of relativity,

4:10

แต่เมื่อไอน์สไตน์สร้างทฤษฎีสัมพัทธภาพขึ้น

did he know that it would lead to the development of GPS, ไวยากรณ์

4:14

เขารู้หรือไม่ว่าทฤษฎีนี้จะนำไปสู่การพัฒนา GPS

nuclear energy, or the original television?

4:17

พลังงานนิวเคลียร์ หรือโทรทัศน์เครื่องแรกหรือไม่

ไวยากรณ์

did he know that it would lead to the development of...: อนาคตเมื่อมองจากอดีต

ในอนุประโยคหลัก did he know ...? อยู่ในรูปคำถามอดีตกาล ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ โดยข้อโต้แย้งรอบข้างคาดหวังคำตอบว่า “ไม่รู้” และใช้คำถามนี้เพื่อแสดงว่าไม่อาจคาดการณ์การประยุกต์ใช้ที่เกิดขึ้นภายหลังได้อย่างสมเหตุสมผล ภายในอนุประโยค that คำว่า would lead แสดงอนาคตเมื่อมองจากอดีต จุดอ้างอิงในอดีตคือช่วงเวลาที่ไอน์สไตน์อาจรู้อยู่ และพัฒนาการเหล่านั้นยังเป็นอนาคตจากจุดนั้น ดังนั้น would ในที่นี้จึงเป็น will ที่เลื่อนตามมุมมองอดีต ไม่ใช่หลักฐานว่าผลลัพธ์เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามย้อนมองอดีตให้สมบูรณ์ โดยใช้ lead to ในรูปอนาคตเมื่อมองจากอดีต: When the engineers noticed the flaw in 1995, did they know that it ____ a major safety reform?

ดูคำตอบ

would lead to

These industries are worth billions,

4:20

อุตสาหกรรมเหล่านี้มีมูลค่าหลายพันล้าน

but focusing on commercial output is short-sighted as science is often a slow, สำนวน

4:22

แต่การมุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงพาณิชย์เป็นการมองการณ์สั้น เพราะวิทยาศาสตร์มักเป็นกระบวนการที่เชื่องช้า

evolving, iterative process.

4:28

ค่อย ๆ พัฒนา และทำซ้ำหลายรอบ

สำนวน

short-sighted: การละเลยผลระยะยาว

ในประโยคนี้ short-sighted ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอธิบายแนวทางที่ให้น้ำหนักกับผลลัพธ์ทางการค้าในทันทีมากเกินไปและไม่คำนึงถึงคุณค่าระยะยาวของวิทยาศาสตร์ ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงสายตา คำคุณศัพท์นี้นำแนวคิดเรื่องการมองเห็นที่จำกัดมาใช้กับการขาดวิสัยทัศน์ ใช้วิจารณ์การตัดสินใจ แผน หรือสิ่งที่ให้ความสำคัญซึ่งละเลยผลระยะยาวที่คาดการณ์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์จากบทเรียน: Cutting maintenance costs now, even though it will make future repairs far more expensive, is ____.

ดูคำตอบ

short-sighted

Science is much more than a body of knowledge and applications. วลี

4:30

วิทยาศาสตร์เป็นมากกว่าแค่องค์ความรู้และการประยุกต์ใช้

วลี

a body of knowledge: องค์ความรู้ที่จัดเป็นระบบ

ในที่นี้ a body of knowledge หมายถึงความรู้ที่สะสมและจัดเป็นระบบซึ่งเกี่ยวข้องกับสาขาหนึ่ง body มีความหมายเชิงนามธรรมแบบรวมหมู่ คือองค์รวมขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแนวคิดและข้อค้นพบที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่ร่างกาย วลีนี้นำเสนอความรู้ในฐานะระบบที่พัฒนาขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพียงข้อเดียวหรือรายการข้อมูลที่กระจัดกระจาย มักใช้เมื่อนิยามสาขาวิชา วิชาชีพ และขอบเขตการศึกษา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียน: Archaeology draws on ____ built up through excavation, analysis, and debate.

ดูคำตอบ

a body of knowledge

It's a way of thinking, ลำดับความ

4:34

มันคือวิธีคิด

a way to unravel the world's mysteries, สำนวน

4:36

วิธีไขปริศนาของโลก

สำนวน

unravel the world's mysteries: อุปมาของการค้นพบอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ความหมายตามตัวอักษรของ unravel คือการแยกเส้นด้ายที่พันกันออก เมื่อมี mysteries เป็นกรรม คำนี้จะใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการที่ความคิดแบบวิทยาศาสตร์ทำให้สิ่งที่ซับซ้อนและซ่อนอยู่เข้าใจได้ ด้วยการติดตามเบาะแสและความเชื่อมโยงทีละขั้น ดังนั้น วลีนี้จึงสื่อถึงกระบวนการค้นพบ ไม่ใช่การแยกโลกออกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ ในบริบทอื่น unravel อาจใช้โดยไม่มีกรรม โดยมีแผน ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์เป็นประธาน และหมายถึงสิ่งนั้นเริ่มพังทลาย แต่กรรมในประโยคนี้ทำให้ชัดเจนว่าหมายถึง “แก้ปัญหาเหมือนคลายสิ่งที่พันกัน”

แบบฝึกหัด

ใน “The researchers worked for years to unravel the mystery of the disease,” คำว่า “unravel the mystery” เน้นอะไร?

  1. ค่อย ๆ ทำให้ความลึกลับที่ซับซ้อนเข้าใจได้
  2. แยกโรคออกเป็นส่วน ๆ จริง ๆ
  3. เฝ้าดูให้การสืบสวนเองพังทลาย
ดูคำตอบ

ค่อย ๆ ทำให้ความลึกลับที่ซับซ้อนเข้าใจได้

see its beauty,

4:38

มองเห็นความงดงามของโลก

ลำดับความ

a way of thinking, a way to unravel...: การสร้างคำนิยามด้วยโครงสร้างขนาน

กรอบที่ซ้ำว่า “a way ..., a way ...” นำเสนอคำอธิบายวิทยาศาสตร์สองส่วนที่วางขนานกัน ผู้พูดไม่ได้มองวิทยาศาสตร์เป็นเพียงความรู้ที่สะสมไว้ แต่เริ่มจากกำหนดให้เป็นนิสัยทางความคิด แล้วขยายคำนิยามต่อไปเป็นวิธีค้นพบสิ่งที่ยังไม่รู้ ส่วนขยายใช้โครงสร้างที่ต่างกันแต่เป็นธรรมชาติทั้งคู่ ได้แก่ a way of + -ing ซึ่งระบุประเภทของกิจกรรม และ a way to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งเน้นวิธีหรือเส้นทางไปสู่การกระทำหรือผลลัพธ์ การซ้ำ a way ทำให้คำนิยามมีจังหวะ และทำให้แนวคิดที่สองดูเป็นการต่อยอดแนวคิดแรกอย่างตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามแบบขนานด้วย a way ทั้งสองรูป: Good journalism is ____ asking careful questions, ____ uncover the facts.

ดูคำตอบ

a way of · a way to

where we can look at all the facts to make informed decisions วลี

4:39

และพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อตัดสินใจโดยมีข้อมูลรองรับ

instead of relying on preconceived notions and biases. โน้ต

4:43

แทนที่จะพึ่งพาความคิดที่มีอยู่ก่อนแล้วและอคติ

วลี

Make informed decisions: ตัดสินใจโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

ใน make informed decisions คำว่า informed ขยายการตัดสินใจที่เกิดขึ้นหลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าตัวการตัดสินใจนั้น “ได้รับแจ้งข้อมูล” วลี look at all the facts ก่อนหน้านี้ระบุข้อมูลที่นำมาใช้ โดยทั่วไป make an informed decision หมายถึงเลือกโดยมีความรู้ที่เกี่ยวข้องเพียงพอ แทนที่จะคาดเดาหรือทำตามข้อสันนิษฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง”: After reviewing the costs, risks, and benefits, we can ____.

ดูคำตอบ

make an informed decision

ไวยากรณ์

Instead of relying on: ปฏิเสธทางเลือกด้วยรูปกริยา -ing

Instead of ใช้นำหน้าทางเลือกที่ถูกปฏิเสธเพื่อเลือกการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ instead of relying on เปรียบเทียบการอาศัยแนวคิดที่มีอยู่ก่อนและอคติกับการกระทำที่เหมาะกว่า คือการดูข้อเท็จจริงและตัดสินใจโดยมีข้อมูลรอบด้าน เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท การกระทำหลัง instead of จึงมักใช้รูป -ing: instead of relying ไม่ใช่ instead of rely รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เปรียบเทียบการกระทำในบริบทอื่นได้: do X instead of doing Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงทางเลือกที่ไม่เลือกใช้: We checked the original data ____ one online comment.

ดูคำตอบ

instead of relying on

การใช้คำ

ความคิดที่มีอยู่ก่อนและอคติ

Preconceived notions คือความเชื่อหรือข้อวินิจฉัยที่ก่อตัวขึ้นก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ preconceived มีนัยเชิงลบว่ามุมมองนั้นไม่มีหลักฐานเพียงพอ ไม่ได้หมายความเพียงว่ามุมมองนั้นเกิดขึ้นก่อนเท่านั้น Biases คือแนวโน้มที่ดึงการตัดสินไปในทิศทางหนึ่งอย่างเป็นระบบ เมื่อวาง preconceived notions คู่กับ biases ผู้พูดจึงกล่าวถึงทั้งความเชื่อเดิมและแนวโน้มที่อาจบิดเบือนวิธีเลือกหรือตีความข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

การตีความใดอธิบายคำสองคำที่เชื่อมกันในประโยคได้ดีที่สุด

  1. Preconceived notions คือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว ส่วน biases คือความคิดที่เป็นกลาง
  2. Preconceived notions คือความเชื่อเดิม ส่วน biases คือแนวโน้มที่ทำให้การตัดสินเอนเอียง
  3. ทั้งสองคำหมายถึงแผนที่ทำไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
ดูคำตอบ

Preconceived notions คือความเชื่อเดิม ส่วน biases คือแนวโน้มที่ทำให้การตัดสินเอนเอียง

Science doesn't choose a political party. ลำดับความ

4:46

วิทยาศาสตร์ไม่เลือกพรรคการเมือง

It simply adheres to evidence. วลี

4:48

วิทยาศาสตร์ยึดมั่นในหลักฐานเท่านั้น

ลำดับความ

วิทยาศาสตร์ไม่ได้เลือกพรรคการเมือง วิทยาศาสตร์ยึดถือหลักฐานเท่านั้น

ผู้พูดทำให้ science มีลักษณะเหมือนบุคคล ราวกับว่าวิทยาศาสตร์สามารถเลือกฝ่ายที่จะภักดีได้ ประโยคสั้นแรกปฏิเสธความภักดีต่อพรรค ส่วนประโยคที่สองหันความสนใจไปยังหลักการที่กำกับอยู่ นั่นคือ evidence โครงสร้างประธานและกริยาที่ขนานกัน รวมถึงการเปรียบต่างระหว่าง political party กับ evidence ช่วยย่อข้อโต้แย้งขนาดใหญ่ให้เป็นบทสรุปที่น่าจดจำ ควรเข้าใจว่าเป็นข้อกล่าวอ้างเชิงวาทศิลป์ว่าหลักฐานควรชี้นำวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรเกี่ยวกับผู้กระทำที่เลือกได้ตามความต้องการส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ข้อวิเคราะห์ใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าประโยคทั้งสองจัดโครงสร้างข้อโต้แย้งอย่างไร

  1. ข้อความนี้ทำให้ science มีลักษณะเหมือนบุคคล เปรียบต่างความภักดีต่อพรรคกับหลักฐาน และใช้ประโยคสั้นสองประโยค
  2. ข้อความนี้เสนอว่าควรเลือกหลักฐานให้ตรงกับพรรคการเมือง
  3. ข้อความนี้กำหนดสถานะทางกฎหมายของสถาบันวิทยาศาสตร์ทุกแห่ง
ดูคำตอบ

ข้อความนี้ทำให้ science มีลักษณะเหมือนบุคคล เปรียบต่างความภักดีต่อพรรคกับหลักฐาน และใช้ประโยคสั้นสองประโยค

วลี

adheres to evidence: การปฏิบัติตามอย่างเป็นทางการและต่อเนื่อง

ในที่นี้ adheres to evidence หมายถึงการยึดหลักฐานเป็นพื้นฐานของจุดยืนหรือการกระทำอย่างสม่ำเสมอ ประธานคือแนวคิดเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ถูกทำให้มีลักษณะเหมือนบุคคล ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงความมุ่งมั่นต่อมาตรฐาน ไม่ใช่การติดกันทางกายภาพ ในความหมายเชิงนามธรรมนี้ adhere ต้องตามด้วย to เช่น adhere to evidence, rules, standards หรือ principles โครงสร้างนี้สื่อถึงการปฏิบัติตามอย่างมีวินัยและต่อเนื่อง และเป็นทางการกว่า follow

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย adhere to: The laboratory ____ strict safety standards during every trial.

ดูคำตอบ

adheres to

But just like good policy is supported by science, ลำดับความ

4:51

แต่นโยบายที่ดีต้องมีวิทยาศาสตร์สนับสนุนฉันใด

science is supported by funding and advocacy from our governments.

4:54

วิทยาศาสตร์ก็ต้องได้รับเงินทุนและการสนับสนุนจากรัฐบาลของเราฉันนั้น

ลำดับความ

Just like ... is supported by ...: การเปรียบเทียบแบบกรรมวาจกที่สะท้อนกัน

ประโยคนี้ใช้ just like เพื่อสร้างการเปรียบเทียบ และทำซ้ำกรอบกรรมวาจก X is supported by Y ในอนุประโยคแรก science เป็นแหล่งสนับสนุน good policy ส่วนในอนุประโยคที่สอง science กลายเป็นสิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนและการผลักดันของรัฐบาล การสลับบทบาทนี้สร้างสายสัมพันธ์แบบสะท้อนกัน กล่าวคือนโยบายพึ่งพาวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ก็พึ่งพาการสนับสนุนจากสาธารณะเช่นกัน การทำซ้ำโดยตั้งใจทำให้การเปลี่ยนประเด็นดูมีเหตุผลและเน้นการพึ่งพากัน ส่วน just like แสดงความคล้ายกันในแง่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้อ้างว่าการสนับสนุนทั้งสองแบบเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

โครงสร้างที่ทำซ้ำมีหน้าที่อะไรในประโยคนี้? Just like volunteers are supported by the community, the community is supported by volunteers.

  1. โครงสร้างนี้อ้างว่าการสนับสนุนทั้งสองแบบเหมือนกันทุกด้าน
  2. โครงสร้างนี้สลับบทบาทเพื่อแสดงการสนับสนุนซึ่งกันและกัน
  3. โครงสร้างนี้บอกข้อเท็จจริงสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยไม่เปรียบเทียบ
  4. โครงสร้างนี้บอกว่ามีเพียงอาสาสมัครเท่านั้นที่ได้รับการสนับสนุน
ดูคำตอบ

โครงสร้างนี้สลับบทบาทเพื่อแสดงการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

So, when you head to the polls to vote, วัฒนธรรม

4:58

ดังนั้น เมื่อคุณไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง

วัฒนธรรม

สำนวนการเลือกตั้ง head to the polls

ในบริบทการเลือกตั้งนี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ไป” หรือ “มุ่งหน้าไปยัง” ส่วน head to the polls หมายถึงไปลงคะแนนเสียง โดยปกติคือไปยังหน่วยเลือกตั้ง และในความหมายที่กว้างขึ้นอาจหมายถึงการเข้าร่วมลงคะแนนในการเลือกตั้ง ในที่นี้ the polls หมายถึงการลงคะแนนหรือสถานที่ที่มีการลงคะแนน ไม่ได้หมายถึงการสำรวจความคิดเห็นหรือผลสำรวจ

แบบฝึกหัด

ในข่าวการเลือกตั้ง head to the polls มีความหมายตามธรรมชาติมากที่สุดว่าอะไร?

  1. ไปยังหน่วยเลือกตั้งและลงคะแนนเสียง
  2. ตรวจสอบว่าผู้สมัครคนใดนำอยู่ในผลสำรวจ
  3. ประกาศผลการเลือกตั้งขั้นสุดท้าย
  4. อาสาช่วยนับบัตรเลือกตั้ง
ดูคำตอบ

ไปยังหน่วยเลือกตั้งและลงคะแนนเสียง

wherever you may be,

5:00

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด

remember that a vote for science ลำดับความ

5:01

จงจำไว้ว่าคะแนนเสียงที่มอบให้วิทยาศาสตร์

is a vote for knowledge and progress based in reality.

5:03

คือคะแนนเสียงที่มอบให้ความรู้และความก้าวหน้าซึ่งตั้งอยู่บนความเป็นจริง

ลำดับความ

โครงสร้าง a vote for X is a vote for Y

โครงสร้างซ้ำ a vote for X is a vote for Y จัดระเบียบข้อความให้อยู่ในรูปสมการ กล่าวคือ การเลือกหรือสนับสนุน X ถูกนำเสนอว่าเป็นการสนับสนุน Y ด้วย ในประโยคนี้ การสนับสนุนวิทยาศาสตร์ถูกเชื่อมโยงกับการสนับสนุนความรู้และความก้าวหน้าที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง ส่วน a vote for ครั้งที่สองไม่ได้หมายถึงช่องอีกช่องหนึ่งบนบัตรเลือกตั้ง คำกริยา is สร้างข้ออ้างเชิงคุณค่าที่มีเจตนาโน้มน้าว และกระตุ้นให้ผู้ฟังมองตัวเลือกทางการเมืองผ่านคุณค่าและผลลัพธ์ที่ถูกเชื่อมโยงกับตัวเลือกนั้น

แบบฝึกหัด

ในคำขวัญ “A vote for the library is a vote for the whole community,” โครงสร้างที่ซ้ำกันทำหน้าที่อะไร?

  1. รายงานค่าที่เป็นกลางจากการสำรวจความคิดเห็น
  2. กล่าวว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงคะแนนสองใบแยกกัน
  3. นำเสนอว่าการสนับสนุนห้องสมุดคือการสนับสนุนคุณค่าของชุมชนในวงกว้าง
  4. อธิบายขั้นตอนทางกฎหมายในการลงทะเบียนเลือกตั้ง
ดูคำตอบ

นำเสนอว่าการสนับสนุนห้องสมุดคือการสนับสนุนคุณค่าของชุมชนในวงกว้าง

Look at your party's policies on science and take a stand. สำนวน

5:07

ลองดูนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ของพรรคที่คุณสนับสนุน แล้วแสดงจุดยืน

สำนวน

take a stand: ประกาศและยืนหยัดในจุดยืนที่ชัดเจนต่อสาธารณะ

ในประโยคนี้ take a stand หมายถึงการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนต่อสาธารณะและแสดงว่าพร้อมสนับสนุนจุดยืนนั้น ผู้พูดกำลังเรียกร้องให้แสดงท่าทีที่ชัดเจนหลังจากพิจารณานโยบายวิทยาศาสตร์ของพรรค ไม่ได้บอกให้ใครลุกขึ้นยืนจริง ๆ โดยทั่วไป สำนวนนี้เปลี่ยนความเชื่อให้เป็นความมุ่งมั่นที่มองเห็นได้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การมีความคิดเห็น แต่คือการทำให้จุดยืนชัดเจนและพร้อมปกป้องหรือดำเนินการตามจุดยืนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ประกาศและสนับสนุนจุดยืนที่หนักแน่นต่อสาธารณะ”: When the board asks about the disputed safety rule, don't remain silent—____.

ดูคำตอบ

take a stand

If you believe in the message of integrating science successfully into our societies,

5:10

หากคุณเชื่อในแนวคิดเรื่องการผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับสังคมของเราอย่างมีประสิทธิผล

please share this video on Facebook,

5:14

โปรดแชร์วิดีโอนี้บน Facebook

on Twitter, through email, in person,

5:17

ทาง Twitter อีเมล หรือบอกต่อกันโดยตรง

to remind the world how important science is.

5:19

เพื่อย้ำเตือนให้โลกรู้ว่าวิทยาศาสตร์สำคัญเพียงใด

And subscribe for more weekly science videos.

5:23

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์