ทำไมคุณถึงควรอ่าน เอดการ์ แอลลัน โพ? - สกอตต์ พีเพิลส์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
659 คำ 153 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดเอ็ดการ์ แอลลัน โพจึงโดดเด่นในวรรณกรรมอเมริกัน โดยพิจารณาทั้งความเคร่งครัดด้านรูปแบบเรื่องสั้น ความกำกวมทางจิตใจ การทดลองงานหลายประเภท บทกวีอันหลอกหลอน ชีวิตที่ยากลำบาก และอิทธิพลต่อคนรุ่นหลัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. From the prisoner strapped under a descending pendulum blade to a raven who refuses to leave the narrator's chamber, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้ว่า From ... to ... ใช้เชื่อมภาพตัวแทนที่เด่นชัดสองภาพเพื่อแสดงขอบเขตผลงานของนักเขียนอย่างรวบรัด ก่อนนำไปสู่ข้อเสนอที่กว้างขึ้นได้อย่างไร เทคนิคนี้นำไปใช้กับบทนำ งานนำเสนอ และการวิเคราะห์วรรณกรรมได้ 2. unreliable narrators, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง เข้าใจศัพท์ทางการเล่าเรื่องที่หมายถึงผู้บรรยายซึ่งไม่อาจเชื่อถือคำบอกเล่าได้ทั้งหมด พร้อมสังเกตว่าการเสพติด การรับรู้ที่บิดเบือน หรือการโกหก ทำให้ผู้อ่านต้องชั่งน้ำหนักหลักฐานและตัดสินเองว่าเหตุการณ์จริงอาจเป็นอย่างไร 3. if he could have known — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค มองออกว่าเป็นการสมมุติอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง เพราะโพไม่มีทางรู้ถึงอิทธิพลของตนในอนาคต โครงสร้างนี้จึงจินตนาการว่าความรู้ที่เขาไม่มีอาจเปลี่ยนความรู้สึกอย่างไร และใช้ได้เมื่อกล่าวถึงบุคคลในประวัติศาสตร์กับผลลัพธ์ที่พวกเขาไม่มีชีวิตอยู่เห็น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A high forehead topped by disheveled black hair, ไวยากรณ์

0:06

หน้าผากสูงเด่นปกคลุมด้วยผมสีดำที่ยุ่งเหยิง

ไวยากรณ์

topped by disheveled black hair: ส่วนขยายหลังคำนามแบบย่อ

ในวลีนี้ topped by disheveled black hair วางอยู่หลัง forehead เพื่อขยายคำนั้น เป็นอนุประโยค past participle แบบย่อจากอนุประโยคสัมพันธ์ที่สมบูรณ์กว่า เช่น which is topped by disheveled black hair ในที่นี้ topped by หมายถึงมีบางสิ่งอยู่ด้านบนหรือบนสุด หน้าผากไม่ได้เป็นผู้กระทำ การขยายหลังคำนามแบบกระชับนี้ช่วยให้ผู้เขียนเติมรายละเอียดที่มองเห็นได้ต่อจากคำนามโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำบรรยายแบบกระชับด้วยวลีเป้าหมายสองคำ: A wooden gate ____ a carved eagle marked the entrance.

ดูคำตอบ

topped by

a sickly pallor, การใช้คำ

0:10

ความซีดเซียวเหมือนคนป่วย

and a look of deep intelligence and deeper exhaustion in his dark sunken eyes. ลำดับความ

0:12

และสายตาของความฉลาดล้ำลึกกับความเหนื่อยล้าที่ลึกกว่าในดวงตาสีเข้มที่ลึกโบ๋ของเขา

การใช้คำ

a sickly pallor: ความซีดเซียวที่ดูไม่แข็งแรง

A sickly pallor หมายถึงใบหน้าหรือผิวของคนที่ขาดสีเลือดจนดูไม่แข็งแรง Pallor เรียกสภาวะที่ซีดผิดปกติ ส่วน sickly เพิ่มความรู้สึกว่าน่าจะป่วยหรืออ่อนแอ ในการพรรณนาบุคคลนี้ นามวลีดังกล่าวสร้างรายละเอียดภาพที่หม่นและมีลักษณะเชิงวรรณกรรม แทนที่จะเพียงบอกว่าบุคคลนั้นหน้าซีด บริบทอาจเชื่อมลักษณะนี้กับความเหนื่อยล้า ความกลัว หรือความเจ็บป่วย แต่คำเหล่านี้บรรยายรูปลักษณ์ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

แบบฝึกหัด

ในนวนิยาย a sickly pallor บรรยายถึงอะไร?

  1. คนที่กำลังฟื้นตัวจากอาการป่วย
  2. ทรงผมสีเข้มที่ดูยุ่งเหยิง
  3. การขาดสีเลือดบนใบหน้าหรือผิวของใครบางคนจนดูไม่แข็งแรง
ดูคำตอบ

การขาดสีเลือดบนใบหน้าหรือผิวของใครบางคนจนดูไม่แข็งแรง

ลำดับความ

deep intelligence and deeper exhaustion: โครงสร้างขนานและระดับความเข้มที่สูงขึ้น

deep intelligence and deeper exhaustion ใช้การซ้ำรูป deep/deeper เพื่อวางความประทับใจสองอย่างให้ขนานกัน ความฉลาดดูสุขุมลุ่มลึก แต่ความเหนื่อยล้าถูกนำเสนอว่าให้ความรู้สึกที่รุนแรงยิ่งกว่า ในที่นี้ deeper บอกระดับความมาก ไม่ใช่ความลึกทางกายภาพ รูปขั้นกว่าสามารถใช้วลีก่อนหน้าเป็นจุดเปรียบเทียบโดยนัยได้ แม้จะไม่มีวลีที่ใช้ than

แบบฝึกหัด

การเปลี่ยนจาก deep เป็น deeper ในประโยคทำให้เกิดผลอย่างไร

  1. นำเสนอความเหนื่อยล้าว่าเป็นความประทับใจที่รุนแรงยิ่งกว่าสติปัญญา
  2. ทำให้ความเหนื่อยล้าอยู่ลึกเข้าไปในดวงตาทางกายภาพ
  3. บอกว่าสติปัญญาและความเหนื่อยล้ามีระดับเท่ากันทุกประการ
ดูคำตอบ

นำเสนอความเหนื่อยล้าว่าเป็นความประทับใจที่รุนแรงยิ่งกว่าสติปัญญา

Edgar Allan Poe's image is not just instantly recognizable, ลำดับความ

0:20

ภาพลักษณ์ของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ ไม่เพียงแต่เป็นที่จดจำได้ในทันที

it's perfectly suited to his reputation.

0:24

แต่มันยังเข้ากับชื่อเสียงของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ลำดับความ

not just instantly recognizable ... perfectly suited to his reputation: การเพิ่มประเด็นที่หนักแน่นกว่า

not just instantly recognizable ไม่ได้ปฏิเสธว่าภาพลักษณ์นั้นเป็นที่จดจำได้ แต่ถือว่าข้อนี้เป็นประเด็นแรกที่จริงอยู่แล้ว ก่อนจะเดินหน้าไปยังข้อกล่าวอ้างที่หนักแน่นกว่า นั่นคือภาพลักษณ์นี้ยังเข้ากับชื่อเสียงของโพอย่างสมบูรณ์แบบด้วย รูปแบบนี้จัดข้อมูลในลักษณะว่า A เป็นจริง และยังมี B ที่สำคัญกว่า อนุประโยคที่สองสามารถสื่อความหมายแบบ also หรือ but also ได้ แม้จะไม่ได้กล่าวคำเหล่านั้นโดยตรง

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ not just ... ในประโยคมากที่สุด

  1. ภาพลักษณ์นี้จดจำไม่ได้ แต่เข้ากับชื่อเสียง
  2. ภาพลักษณ์นี้จดจำได้ และประเด็นที่หนักแน่นกว่าคือมันเข้ากับชื่อเสียง
  3. ภาพลักษณ์นี้เข้ากับชื่อเสียงเพียงเพราะเป็นที่จดจำได้
ดูคำตอบ

ภาพลักษณ์นี้จดจำได้ และประเด็นที่หนักแน่นกว่าคือมันเข้ากับชื่อเสียง

From the prisoner strapped under a descending pendulum blade โน้ต

0:27

ตั้งแต่นักโทษที่ถูกมัดอยู่ใต้ใบมีดลูกตุ้มที่กำลังแกว่งลงมา

to a raven who refuses to leave the narrator's chamber, วัฒนธรรม

0:31

ไปจนถึงอีกาที่ปฏิเสธจะออกจากห้องของผู้เล่าเรื่อง

วัฒนธรรม

descending pendulum blade: กับดักมรณะที่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้

วลีนี้บรรยายใบมีดที่ติดอยู่กับกลไกลูกตุ้ม โดยใบมีดจะแกว่งไปมาและค่อย ๆ ลดต่ำลง เนื่องจากมีนักโทษถูกมัดอยู่ข้างใต้ ทุกครั้งที่แกว่ง คมมีดจึงเข้าใกล้นักโทษมากขึ้น ภาพนี้พาดพิงถึงเรื่อง “The Pit and the Pendulum” ของเอดการ์ แอลลัน โพ ข้อมูลพื้นหลังสำคัญคือสิ่งนี้ไม่ใช่ชิ้นส่วนธรรมดาของนาฬิกา แต่เป็นกับดักมรณะที่ค่อย ๆ เข้าใกล้และสร้างความระทึกกับความหวาดกลัว

แบบฝึกหัด

ฉากใดตรงกับภาพของ a descending pendulum blade ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ลูกตุ้มที่ติดใบมีดแกว่งอยู่เหนือนักโทษที่ติดกับและค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้
  2. นักโทษซ่อมลูกตุ้มที่ไม่เป็นอันตรายภายในนาฬิกา
  3. อีกาตัวหนึ่งคาบมีดทำครัวเข้ามาในห้อง
ดูคำตอบ

ลูกตุ้มที่ติดใบมีดแกว่งอยู่เหนือนักโทษที่ติดกับและค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้

วัฒนธรรม

อีกาที่ไม่ยอมออกจากห้องของผู้บรรยาย... The Raven ของ Poe

ในที่นี้ raven เป็นคำนามหลัก ส่วน who refuses to leave the narrator's chamber เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ใช้ขยายคำนามนี้ อนุประโยคดังกล่าวทำให้นกดูเหมือนผู้มาเยือนที่ตั้งใจจะอยู่ต่อและเกือบจะมีเจตจำนงของตนเอง ไม่ใช่เพียงสัตว์ที่บินผ่านมา ส่วน chamber เป็นคำเรียก room ที่มีลักษณะเป็นภาษาเชิงวรรณกรรม ในบริบทนี้ ภาพดังกล่าวชวนให้นึกถึงฉากสำคัญใน The Raven ของ Poe ไม่ใช่แค่การบรรยายนกธรรมดา การสังเกตการอ้างอิงนี้ช่วยให้เข้าใจบรรยากาศมืดมนและหลอนติดอยู่ในใจของคำบรรยาย

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ วลีที่เน้นไว้สื่อถึงสิ่งใดมากที่สุด

  1. บรรยายถึงนกธรรมดาตัวหนึ่งในห้อง
  2. ระบุข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอีกา
  3. ชวนให้นึกถึงภาพสำคัญใน The Raven ของ Poe
ดูคำตอบ

ชวนให้นึกถึงภาพสำคัญใน The Raven ของ Poe

Poe's macabre and innovative stories of gothic horror วัฒนธรรม

0:35

เรื่องราวความสยองขวัญแนวกอธิคที่น่าขนลุกและสร้างสรรค์ของโพ

have left a timeless mark on literature. วลี

0:39

ได้ทิ้งรอยประทับที่เหนือกาลเวลาไว้ในวงการวรรณกรรม

ลำดับความ

From ... to ... เพื่อวางกรอบช่วงของตัวอย่าง

From the prisoner ... to a raven ... ใช้โครงสร้าง From A to B เพื่อเชื่อมฉากที่จดจำได้สองฉากให้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงงานเขียนของโพ โครงสร้างนี้ไม่ได้บรรยายการเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง แต่วลีนามทั้งสองช่วยสื่อให้เห็นขอบเขตอันกว้างของเรื่องราวเหล่านั้น เมื่อวางกรอบเปิดเรื่องนี้ไว้ก่อนอนุประโยคหลัก ผู้อ่านจะเห็นภาพกว้างก่อนพบข้อความสรุปเกี่ยวกับงานของโพ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้จัดระเบียบบทนำได้ โดยไล่จากกรณีตัวแทนหนึ่งไปยังอีกกรณีหนึ่งและสื่อว่ายังมีช่วงที่กว้างกว่านั้นอยู่ระหว่างสองตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงขอบเขต From ... to ...: ____ neighborhood parks ____ national forests, the guide explains how communities protect green spaces.

ดูคำตอบ

From · to

วัฒนธรรม

เรื่องราวสยองขวัญแบบกอทิกที่ชวนสยดสยองและสร้างสรรค์

คำคุณศัพท์ macabre ใช้บรรยายลักษณะที่มืดมนและชวนไม่สบายใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความตาย ความเสื่อมสลาย หรือสิ่งที่ผิดธรรมดาอย่างน่าสยดสยอง ส่วน innovative หมายถึงมีแนวคิดหรือวิธีการใหม่และเป็นต้นฉบับ ขณะที่วลี stories of gothic horror ระบุประเภทวรรณกรรมของเรื่องที่กำลังพูดถึง เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้มองเรื่องของ Poe ว่ามีเนื้อหาที่ชวนไม่สบายใจและมีเทคนิคการเขียนที่สร้างสรรค์ นี่เป็นภาษาวิจารณ์วรรณกรรม ไม่ใช่คำเรียกทั่วไปที่หมายถึงเพียงเรื่องน่ากลัว

แบบฝึกหัด

คำใดบรรยายบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับความตายและสิ่งที่ชวนสยดสยองนี้ได้ดีที่สุด The abandoned cemetery scene was described as ______

  1. cheerful
  2. macabre
  3. innovative
ดูคำตอบ

macabre

วลี

have left a timeless mark on literature: สร้างอิทธิพลเหนือกาลเวลาต่อวรรณกรรม

ในประโยคนี้ have left a timeless mark on literature หมายถึง “ได้สร้างอิทธิพลที่ยืนยาวต่อวงการวรรณกรรม” คำว่า mark ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เรื่องราวของโพยังคงส่งอิทธิพลต่อวรรณกรรมยุคหลัง ไม่ได้หมายถึงการทิ้งรอยทางกายภาพ รูป present perfect อย่าง have left เชื่อมผลงานที่สร้างขึ้นในอดีตเข้ากับอิทธิพลที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน ส่วน timeless เพิ่มน้ำหนักในการชื่นชม โดยสื่อว่าอิทธิพลนี้ยังคงคุณค่าข้ามยุคสมัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ leave a lasting mark on ในรูป present perfect: Her discoveries ____ modern medicine.

ดูคำตอบ

have left a lasting mark on

But just what is it that makes Edgar Allan Poe ไวยากรณ์

0:43

แต่สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เอ็ดการ์ อัลลัน โพ

one of the greatest American authors?

0:46

กลายเป็นหนึ่งในนักเขียนชาวอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?

ไวยากรณ์

But just what is it that makes ...?: คำถามเน้นย้ำถึงเหตุผลที่แท้จริง

คำถามนี้ใช้โครงสร้างเน้นย้ำ what is it that ... เพื่อมุ่งความสนใจไปที่สาเหตุที่ยังไม่ทราบให้มากขึ้น คำถามที่เรียบง่ายกว่าคือ “What makes Edgar Allan Poe one of the greatest American authors?” ส่วน just what is it that makes ... มีความหมายโดยนัยว่า “เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรกันแน่” ในที่นี้ just เพิ่มน้ำหนักของการค้นหาคำตอบ ไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่” ส่วน But เชื่อมคำถามเข้ากับบทเกริ่นก่อนหน้า และคำถามที่เน้นย้ำนี้ทำหน้าที่ประกาศประเด็นหลักที่คำอธิบายต่อไปจะตอบ

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้โครงสร้างเน้นย้ำเพื่อถามถึงเหตุผลที่แน่ชัดเบื้องหลังความสำเร็จของทีมขนาดเล็กนี้

  1. What does this small team make successfully?
  2. Just what is it that makes this small team so successful?
  3. Is this small team successful?
ดูคำตอบ

Just what is it that makes this small team so successful?

After all, ลำดับความ

0:48

อย่างไรก็ตาม

horror was a popular genre of the period with many practitioners.

0:49

ความสยองขวัญเป็นแนวที่ได้รับความนิยมในยุคนั้นโดยมีนักเขียนมากมาย

ลำดับความ

After all: เพิ่มเหตุผลเพื่อปูทางให้ความขัดแย้ง

After all เป็นคำเชื่อมความที่มีความหมายประมาณว่า ให้พิจารณาเหตุผลนี้หรือนึกถึงข้อเท็จจริงนี้ ในที่นี้คำดังกล่าวนำเสนอข้อเท็จจริงว่าแนวสยองขวัญได้รับความนิยมอยู่แล้วและมีผู้สร้างสรรค์จำนวนมาก ไม่ได้บอกว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นในเวลาต่อมา ข้อเท็จจริงนี้อาจทำให้โพดูไม่พิเศษนัก การวางไว้ก่อนข้อความถัดไปจึงเป็นการปูทางคล้ายการยอมรับข้อหนึ่งก่อน ผู้เขียนยอมรับภูมิหลังทั่วไปนี้ แล้วจึงอธิบายว่าโพยังคงโดดเด่น

แบบฝึกหัด

After all ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. เพิ่มเหตุผลเพื่อปูทางให้ความขัดแย้งในข้อความถัดไป
  2. ยกตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับสไตล์ของโพ
  3. บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนท้ายของลำดับเหตุการณ์
ดูคำตอบ

เพิ่มเหตุผลเพื่อปูทางให้ความขัดแย้งในข้อความถัดไป

Yet Poe stood out thanks to his careful attention to form and style. โน้ต

0:54

แต่โพก็โดดเด่นขึ้นมาด้วยความใส่ใจอย่างพิถีพิถันในรูปแบบและสไตล์

ลำดับความ

Yet: แสดงความขัดแย้งที่ไม่เป็นไปตามคาด

Yet ที่อยู่ต้นประโยคนี้เป็นคำเชื่อมแสดงความขัดแย้ง มีความหมายใกล้กับ but หรือ however คำนี้เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่ว่ามีผู้สร้างสรรค์ผลงานสยองขวัญจำนวนมาก ไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามคาดว่าโพยังคงโดดเด่น คำนี้แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่คาดไว้ ในแนวที่มีผู้สร้างสรรค์จำนวนมาก นักเขียนคนหนึ่งอาจโดดเด่นได้ยาก แต่โพทำได้ ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายด้านเวลาว่า จนถึงตอนนี้ เหมือนในประโยค He hasn't arrived yet

แบบฝึกหัด

Yet ที่ต้นประโยคในตัวอย่างแสดงอะไร

  1. เหตุผลเพิ่มเติมที่ไม่มีความขัดแย้ง
  2. เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้
  3. ผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหมายจากประโยคก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหมายจากประโยคก่อนหน้า

กริยาวลี

stood out: โดดเด่นกว่าสิ่งอื่นในกลุ่ม

Stood out เป็นรูปอดีตของ stand out ในประโยคนี้หมายความว่าโพดูโดดเด่นและน่าประทับใจกว่านักเขียนที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่ที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ สำนวนนี้เน้นความสะดุดตาเมื่อเปรียบเทียบกัน กล่าวคือ บุคคล ผลงาน ลักษณะ หรือการแสดงดึงดูดความสนใจภายในกลุ่มหนึ่ง สามารถระบุกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบด้วย from หรือ among หรือปล่อยให้เข้าใจจากบริบทก็ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ stand out เติมประโยคให้สมบูรณ์: Her simple design ____ among the many entries.

ดูคำตอบ

stood out

วลี

thanks to ... careful attention to ...: ยกผลลัพธ์ที่ดีให้กับความใส่ใจอย่างละเอียด

Thanks to นำเข้าสาเหตุที่ทำให้โพโดดเด่น และนำเสนอสาเหตุนั้นว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เกิดผลหรือควรได้รับการยกย่อง ในที่นี้มีความหมายใกล้กับ because of แต่เพิ่มนัยว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้เพราะความใส่ใจของเขา Careful attention to เป็นวลีนามที่เป็นธรรมชาติ หมายถึงการใส่ใจอย่างจดจ่อและละเอียดต่อบางสิ่ง ในการวิจารณ์วรรณกรรม form คือวิธีจัดโครงสร้างของผลงาน ส่วน style คือวิธีใช้ภาษาและการแสดงออก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี thanks to และ attention to: The event succeeded ____ Maya's careful ____ every detail.

ดูคำตอบ

thanks to · attention to

As a literary critic,

1:00

ในฐานะนักวิจารณ์วรรณกรรม

he identified two cardinal rules for the short story form. การใช้คำ

1:01

เขาระบุกฎสำคัญสองประการสำหรับรูปแบบเรื่องสั้น

การใช้คำ

two cardinal rules: cardinal ในความหมายว่า “เป็นรากฐาน”

ในวลี two cardinal rules คำว่า cardinal เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สำคัญที่สุด” หรือ “เป็นรากฐาน” จึงบอกว่ากฎสองข้อนี้เป็นหลักการสำคัญ ไม่ใช่เพียงคำแนะนำทั่วไป คำนาม rules ที่ตามหลัง cardinal ช่วยกำหนดความหมายในที่นี้: cardinal rules กล่าวถึงระดับความสำคัญของกฎ คำว่า cardinal ยังเป็นคำนามได้ในบริบทอื่น แต่ความหมายเหล่านั้นไม่ใช้กับวลีนี้

แบบฝึกหัด

cardinal ใน two cardinal rules หมายความว่าอะไร?

  1. ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด
  2. สำคัญที่สุดและเป็นรากฐาน
  3. พบได้ทั่วไปแต่ไม่ได้สำคัญเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

สำคัญที่สุดและเป็นรากฐาน

It must be short enough to read in one sitting, ไวยากรณ์

1:05

มันต้องสั้นพอที่จะอ่านจบได้ในคราวเดียว

ไวยากรณ์

short enough to read in one sitting: enough to และ in one sitting

โครงสร้างคำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับมากพอสำหรับผลลัพธ์บางอย่าง short enough to read หมายถึงข้อความสั้นพอให้คนอ่านได้ และในบริบทนี้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจคืออ่านจนจบ in one sitting หมายถึงภายในช่วงเวลาเดียวที่ต่อเนื่อง มักใช้พูดถึงการอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ รับประทานอาหาร หรือทำงานให้เสร็จโดยไม่แบ่งเป็นหลายช่วง ไม่ได้เน้นการนั่งบนเก้าอี้ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ใช้ enough และสำนวน in one sitting เติมประโยคให้สมบูรณ์: The essay is short ____ to read ____.

ดูคำตอบ

enough · in one sitting

and every word must contribute to its purpose. วลี

1:08

และทุกคำต้องมีส่วนสนับสนุนจุดประสงค์ของมัน

วลี

every word must contribute to its purpose: ทุกคำสนับสนุนเป้าหมายโดยรวม

ในประโยคนี้ contribute to its purpose หมายถึง “ช่วยให้ผลงานสร้างผลตามที่ตั้งใจไว้” contribute ในที่นี้หมายถึงการมีส่วนช่วยต่อเป้าหมายเชิงนามธรรม ไม่ใช่การบริจาคเงินหรือส่งงานเขียนไปตีพิมพ์ ประธาน every word เน้นว่าไม่ควรมีคำใดที่เสียเปล่า ทุกคำต้องสนับสนุนสิ่งที่เรื่องสั้นต้องการทำให้สำเร็จ โดยทั่วไป contribute to + เป้าหมายหรือผลลัพธ์ หมายถึง “ช่วยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือก้าวหน้า”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ every word must contribute to its purpose หมายถึงอะไร

  1. ทุกคำต้องบริจาคเงินให้ผลงาน
  2. ทุกคำต้องช่วยให้ผลงานสร้างผลตามที่ตั้งใจไว้
  3. ทุกคำต้องถูกส่งไปยังสำนักพิมพ์
ดูคำตอบ

ทุกคำต้องช่วยให้ผลงานสร้างผลตามที่ตั้งใจไว้

By mastering these rules, ไวยากรณ์

1:11

ด้วยการเชี่ยวชาญในกฎเหล่านี้

ไวยากรณ์

By mastering these rules: การใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ

By mastering these rules ใช้ by + คำกริยารูป -ing เพื่อแสดงวิธีการที่นำไปสู่ผลลัพธ์ มีความหมายว่า “ด้วยการเรียนรู้กฎเหล่านี้จนเชี่ยวชาญ” ไม่ใช่แค่ “เมื่อเรียนรู้กฎเหล่านี้จนเชี่ยวชาญแล้ว” เมื่อวลีบอกวิธีการนี้อยู่ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยประโยคหลักที่ระบุผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ตอบคำถามว่า “ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง by + กริยารูป -ing ให้สมบูรณ์: ____ checking the facts first, Lena avoided a mistake.

ดูคำตอบ

By

Poe commands the reader's attention วลี

1:13

โพดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน

and rewards them with an intense and singular experience,

1:15

และตอบแทนพวกเขาด้วยประสบการณ์ที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์

วลี

command the reader's attention: ดึงดูดและตรึงความสนใจไว้อย่างมาก

ใน “Poe commands the reader's attention” คำว่า commands หมายถึง “ดึงดูดอย่างมากและตรึงไว้” โพไม่ได้กำลังออกคำสั่งแก่ผู้อ่าน แต่งานเขียนของเขามีพลังมากพอที่จะตรึงสมาธิของผู้อ่านไว้ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ command someone's attention ใช้บรรยายบุคคล ผลงาน การแสดง หรือลักษณะเด่นที่น่าสนใจมากจนทำให้คนจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “Poe commands the reader's attention” หมายความว่าอย่างไร?

  1. โพดึงดูดและตรึงความสนใจของผู้อ่านไว้อย่างมาก
  2. โพออกคำสั่งแก่ผู้อ่าน
  3. โพขอให้ผู้อ่านชี้นำความสนใจของคนอื่น
ดูคำตอบ

โพดึงดูดและตรึงความสนใจของผู้อ่านไว้อย่างมาก

what Poe called the unity of effect. วัฒนธรรม

1:19

สิ่งที่โพเรียกว่าความเป็นเอกภาพของผลลัพธ์

วัฒนธรรม

the unity of effect: ความประทับใจโดยรวมหนึ่งเดียวตามที่ตั้งใจ

the unity of effect คือหลักการของโพที่ว่า ทุกส่วนของงานวรรณกรรม—ความยาว โครงสร้าง น้ำเสียง การเลือกใช้คำ และรายละเอียด—ควรร่วมกันสร้างความประทับใจโดยรวมหนึ่งเดียวตามที่ผู้เขียนตั้งใจให้เกิดแก่ผู้อ่าน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นชื่อของแนวคิดเรื่องการรักษาความสนใจของผู้อ่านและสร้างประสบการณ์ที่เข้มข้นเป็นหนึ่งเดียว Effect หมายถึงผลกระทบทางอารมณ์หรือศิลปะที่ผลงานมีต่อผู้อ่าน ไม่ได้หมายถึงเพียงว่างานเขียนนั้น “มีประสิทธิภาพ” หรือไม่

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย “unity of effect” ของโพได้ดีที่สุด?

  1. ทุกส่วนของผลงานช่วยสร้างความประทับใจโดยรวมหนึ่งเดียวตามที่ตั้งใจ
  2. ผู้เขียนควรใช้คำเดิมซ้ำตลอดทั้งผลงาน
  3. เรื่องหนึ่งควรสร้างปฏิกิริยาที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้มากที่สุด
ดูคำตอบ

ทุกส่วนของผลงานช่วยสร้างความประทับใจโดยรวมหนึ่งเดียวตามที่ตั้งใจ

Though often frightening, ไวยากรณ์

1:23

แม้ว่ามักจะน่ากลัว

this effect goes far beyond fear. วลี

1:24

ผลลัพธ์นี้ก้าวข้ามความกลัวไปไกลมาก

ไวยากรณ์

Though often frightening, ...: วลีเปิดแสดงการยอมรับข้อโต้แย้งแบบย่อ

Though often frightening เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อโต้แย้งที่ย่อรูปแล้ว ความหมายใกล้เคียงกับ Though this effect is often frightening โดยละประธานและกริยา be ไว้ เพราะประธานของอนุประโยคหลักคือ this effect ช่วยให้เติมส่วนที่ละไว้ได้ วลีเปิดนี้เริ่มจากการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงเสนอประเด็นที่หนักแน่นกว่า น่าประหลาดใจกว่า หรือขัดแย้งกัน ประธานที่เข้าใจได้ในวลีเปิดต้องเป็นประธานเดียวกับอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีเปิดแสดงการยอมรับข้อโต้แย้งแบบย่อ โดยมีประธานที่เข้าใจได้เป็นคนเดียวกับประธานของอนุประโยคหลัก

  1. Though nervous, Maya gave the presentation.
  2. Though nervous, the presentation made Maya shake.
  3. Though nervous, gave the presentation Maya.
ดูคำตอบ

Though nervous, Maya gave the presentation.

วลี

goes far beyond fear: การแสดงขอบเขตที่กว้างกว่ามาก

Goes far beyond fear หมายความว่า ผลกระทบนี้ขยายไปไกลกว่าขอบเขตที่จำกัดของความกลัวมาก คำว่า far ช่วยเน้น beyond ดังนั้นผู้พูดจึงบอกว่า ผลกระทบนี้ไม่อาจลดทอนเหลือเพียงการทำให้คนกลัว แต่มีผลที่กว้างกว่าหรือลึกกว่านั้น ในที่นี้ beyond แสดงขอบเขตเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือเวลาหลังจากความกลัว วลีนี้ปฏิเสธคำอธิบายที่แคบและชี้ไปยังขอบเขตที่กว้างกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าพิพิธภัณฑ์ทำมากกว่าการจัดแสดงวัตถุเก่าอย่างมาก

  1. The museum goes far beyond displaying old objects; it connects generations.
  2. The museum displays old objects after the visitors leave.
  3. The museum is mainly about displaying old objects.
ดูคำตอบ

The museum goes far beyond displaying old objects; it connects generations.

Poe's stories use violence and horror ไวยากรณ์

1:27

เรื่องราวของโพใช้ความรุนแรงและความสยองขวัญ

to explore the paradoxes and mysteries of love, grief, and guilt,

1:29

เพื่อสำรวจความย้อนแย้งและปริศนาของความรัก ความเศร้าโศก และความรู้สึกผิด

ไวยากรณ์

use X to explore Y: ใช้องค์ประกอบทางศิลปะเพื่อสำรวจประเด็นที่ลึกกว่า

โครงสร้าง use X to explore Y แสดงว่า X เป็นวิธีการ วัตถุดิบ หรือกลวิธีทางศิลปะ ส่วน Y เป็นประเด็นที่ลึกกว่าซึ่งนำมาสำรวจ ในที่นี้ violence and horror เป็นกลวิธี และ the paradoxes and mysteries of love, grief, and guilt เป็นหัวข้อที่ถูกสำรวจ ในงานวิจารณ์วรรณกรรม explore หมายถึงการพิจารณาจากหลายมุม ไม่ใช่แค่กล่าวถึง และไม่ใช่การออกสำรวจสถานที่ตามความหมายตรง ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าองค์ประกอบมืดหม่นถูกใช้เพื่อสำรวจประเด็นที่ลึกกว่า ไม่ได้บอกว่าความรุนแรงและความสยองขวัญเป็นหัวข้อสุดท้ายหรือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ X เป็นกลวิธีสร้างสรรค์เพื่อสำรวจธีม Y ที่ลึกกว่า?

  1. The poem uses winter imagery to explore loneliness.
  2. The poem uses loneliness from winter imagery.
  3. The poem explores winter imagery to use loneliness.
ดูคำตอบ

The poem uses winter imagery to explore loneliness.

while resisting simple interpretations or clear moral messages. ไวยากรณ์

1:34

ในขณะเดียวกันก็ต่อต้านการตีความที่เรียบง่ายหรือข้อความสอนใจที่ชัดเจน

ไวยากรณ์

while resisting...: เพิ่มลักษณะที่เกิดขึ้นพร้อมกันและมีความขัดแย้ง

อนุประโยคย่อ while + -ing เพิ่มการกระทำหรือลักษณะที่เป็นของประธานซึ่งเข้าใจร่วมกับประโยคหลัก ในที่นี้ ประธานที่รับมาจากอนุประโยคก่อนหน้าคือ Poe's stories และ while resisting หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน แต่ก็ไม่ยอมรับ...” โครงสร้างนี้เพิ่มความขัดแย้งเล็กน้อย ไม่ได้ชี้ช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ resist ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือเรื่องเหล่านี้ไม่อาจถูกจัดให้เข้ากับการตีความแบบง่าย ๆ และไม่ได้ให้ข้อคิดทางศีลธรรมที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายถึงการต่อต้านทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

while avoiding easy answers หมายถึงอะไรในประโยคนี้: 'The book asks difficult questions while avoiding easy answers.'?

  1. ในเวลาเดียวกัน หนังสือไม่ได้ให้คำตอบง่าย ๆ
  2. หนังสือหลีกเลี่ยงคำถามทั้งหมดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
  3. หนังสือให้คำตอบง่าย ๆ ก่อนแล้วจึงตั้งคำถาม
ดูคำตอบ

ในเวลาเดียวกัน หนังสือไม่ได้ให้คำตอบง่าย ๆ

And while they often hint at supernatural elements, วลี

1:39

และแม้ว่าพวกมันมักจะบอกเป็นนัยถึงองค์ประกอบเหนือธรรมชาติ

วลี

hint at supernatural elements: บอกเป็นนัยโดยไม่ยืนยัน

hint at + คำนามหรือวลีคำนาม หมายถึงการบอกเป็นนัยผ่านเบาะแสเล็ก ๆ แทนที่จะพูดออกมาตรง ๆ จึงนำเสนอความคิดนั้นว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อยืนยัน ในประโยคนี้ เรื่องราวมีรายละเอียดที่อาจทำให้ผู้อ่านนึกถึงพลังเหนือธรรมชาติ แต่รายละเอียดเหล่านั้นไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งเหนือธรรมชาติมีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

บทวิจารณ์เขียนว่า “The final image hints at a sequel.” ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สื่อเป็นนัยอย่างแผ่วเบาว่าอาจมีภาคต่อตามมา
  2. พิสูจน์ว่าภาคต่อสร้างเสร็จแล้ว
  3. ประกาศวันฉายภาคต่อโดยตรง
ดูคำตอบ

สื่อเป็นนัยอย่างแผ่วเบาว่าอาจมีภาคต่อตามมา

the true darkness they explore is the human mind สำนวน

1:42

แต่ความมืดมิดที่แท้จริงที่พวกมันสำรวจคือจิตใจของมนุษย์

and its propensity for self-destruction. การใช้คำ

1:45

และแนวโน้มที่จะทำลายตัวเอง

สำนวน

the true darkness ... is the human mind: อุปลักษณ์ความมืดทางจิตใจ

darkness ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ หมายถึงด้านที่น่ากลัว เป็นอันตราย หรือทำลายล้างของจิตใจมนุษย์ ไม่ใช่การไม่มีแสง โครงสร้าง the true X ... is Y ใช้ระบุว่าสิ่งใดคือแหล่งที่แท้จริงในมุมมองของผู้พูด ในที่นี้แหล่งของความสยองขวัญถูกย้ายจากพลังเหนือธรรมชาติที่อาจมีอยู่ไปยังจิตใจมนุษย์ ส่วน self-destruction ที่ตามมาทำให้ความหมายทางจิตวิทยานี้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ อุปลักษณ์ “the true darkness ... is the human mind” สื่อถึงอะไร

  1. มีการพิสูจน์แล้วว่าพลังเหนือธรรมชาติควบคุมจิตใจมนุษย์
  2. จิตใจมืดลงทางกายภาพเมื่อไม่มีแสง
  3. ความคิดของมนุษย์และแรงกระตุ้นให้ทำลายตนเองคือแหล่งที่แท้จริงของความสยองขวัญ
ดูคำตอบ

ความคิดของมนุษย์และแรงกระตุ้นให้ทำลายตนเองคือแหล่งที่แท้จริงของความสยองขวัญ

การใช้คำ

a propensity for self-destruction: แนวโน้มที่จะทำลายตนเอง

ในประโยคนี้ its propensity for self-destruction หมายถึงแนวโน้มประจำตัวที่จะทำร้ายหรือทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ self-destruction อาจหมายถึงการทำลายตนเองตามตัวอักษร แต่ในงานวิเคราะห์มักรวมถึงการเลือกหรือพฤติกรรมที่ทำลายความเป็นอยู่ที่ดี ความสัมพันธ์ หรือโอกาสประสบความสำเร็จของตนเองด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a propensity for + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีแนวโน้มประจำที่จะทำอะไร ไม่ใช่เพียงบอกว่าอะไรอาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบทางการด้วย propensity และคำบุพบทที่ใช้ร่วมกันตามปกติ: Leo has a ____ interrupting when he gets excited.

ดูคำตอบ

propensity for

In The Tell-Tale Heart,

1:48

ใน The Tell-Tale Heart

a ghastly murder is juxtaposed with the killer's tender empathy towards the victim, การใช้คำ

1:50

การฆาตกรรมที่น่าสยดสยองถูกนำมาวางคู่กับความเห็นอกเห็นใจอันอ่อนโยนของฆาตกรที่มีต่อเหยื่อ

a connection soon returns to haunt him. สำนวน

1:55

ซึ่งเป็นความเชื่อมโยงที่ในไม่ช้าก็กลับมาหลอกหลอนเขา

การใช้คำ

is juxtaposed with ...: วางเคียงกันเพื่อเน้นความแตกต่าง

โครงสร้างกรรมวาจก A is juxtaposed with B หมายความว่า A และ B ถูกนำเสนอเคียงข้างกันเพื่อทำให้ความแตกต่างหรือความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่เด่นชัดขึ้น เป็นการจัดวางอย่างมีจุดประสงค์มากกว่าการบอกเพียงว่าสองสิ่งอยู่ด้วยกัน ในที่นี้ การฆาตกรรมอันน่าสยดสยองถูกนำไปตัดกับความเห็นอกเห็นใจอันอ่อนโยนที่ฆาตกรมีต่อเหยื่อ การปะทะกันระหว่างความสยองกับความอ่อนโยนทำให้เกิดความขัดแย้งที่ชวนไม่สบายใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิเคราะห์ด้วยรูปกรรมวาจกของ juxtapose และคำบุพบทที่ถูกต้อง: In the poster, a cheerful slogan is ____ an image of an empty factory.

ดูคำตอบ

juxtaposed with

สำนวน

connection soon returns to haunt him: ความเชื่อมโยงในอดีตกลายเป็นผลที่ตามมารบกวนเขา

ในโครงสร้าง return to haunt someone ประธานคือสิ่งจากอดีตที่ย้อนกลับมาและก่อให้เกิดความกลัว ความทุกข์ ความรู้สึกผิด หรือปัญหา ในที่นี้ ความเชื่อมโยงคือสิ่งที่กลับมา ส่วน him คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นบริบทสยองขวัญ haunt จึงอาจทำให้นึกถึงผีด้วย ประโยคนี้จึงมีทั้งภาพที่น่ากลัวและความหมายที่กว้างกว่า คือความเชื่อมโยงในอดีตก่อให้เกิดผลตามมาที่เขาหนีไม่พ้น

แบบฝึกหัด

“a connection soon returns to haunt him” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ความเชื่อมโยงนั้นกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาสำหรับเขาในภายหลัง
  2. ความเชื่อมโยงนั้นช่วยให้เขาลืมอดีต
  3. ความเชื่อมโยงนั้นเคลื่อนกลับมาหาเขาในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ความเชื่อมโยงนั้นกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาสำหรับเขาในภายหลัง

The title character of Ligeia returns from the dead สำนวน

1:59

ตัวละครในชื่อเรื่องของ Ligeia กลับมาจากความตาย

สำนวน

returns from the dead: การฟื้นคืนตามความหมายตรงและการกลับมาอย่างน่าทึ่ง

Return from the dead เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงกลับมามีชีวิตหลังจากตายไปแล้ว ในประโยคจากเรื่องสยองขวัญนี้ returns from the dead บรรยายเหตุการณ์ตามความหมายตรงที่เกิดขึ้นกับตัวละครซึ่งเป็นชื่อเรื่อง สำนวนนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย คน ทีม ผลิตภัณฑ์ หรือแผนงานอาจ return from the dead เมื่อกลับมาดำเนินการหรือประสบความสำเร็จอีกครั้ง หลังจากที่ดูเหมือนจบสิ้นหรือหายไปแล้ว การใช้แบบนี้ฟังดูเข้มข้นและเป็นเชิงละคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแฟนตาซีให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “กลับมามีชีวิต”: In the legend, the fallen king ____.

ดูคำตอบ

returns from the dead

through the corpse of her husband's second wife,

2:03

ผ่านทางศพของภรรยาคนที่สองของสามีเธอ

or at least the opium-addicted narrator thinks she does. โน้ต

2:05

หรืออย่างน้อยผู้เล่าเรื่องที่ติดฝิ่นก็คิดเช่นนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

or at least: จำกัดคำกล่าวที่หนักแน่นกว่า

ในประโยคนี้ or at least ใช้แก้ไขสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป แทนที่จะยืนยันว่าเธอฟื้นคืนชีพจริง ผู้พูดจำกัดคำกล่าวไว้เพียงว่านั่นคือสิ่งที่ผู้บรรยายซึ่งติดฝิ่นคิดว่าเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกล่าวที่หนักแน่นกว่า, or at least + คำกล่าวที่จำกัดกว่า ในที่นี้ at least แสดงถึงข้อความที่แน่นอนที่สุดที่ผู้พูดยังพร้อมจะยืนยัน ไม่ได้หมายถึงจำนวนหรือปริมาณขั้นต่ำ

แบบฝึกหัด

or at least ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. ยืนยันว่าความเชื่อของผู้บรรยายเป็นความจริงอย่างเป็นกลาง
  2. จำกัดคำกล่าวไว้ที่สิ่งที่ผู้บรรยายเชื่อ
  3. บอกว่ามีจำนวนผู้บรรยายขั้นต่ำ
ดูคำตอบ

จำกัดคำกล่าวไว้ที่สิ่งที่ผู้บรรยายเชื่อ

การใช้คำ

opium-addicted narrator: การเสพติดเป็นเบาะแสเรื่องความน่าเชื่อถือ

คำคุณศัพท์ประสม opium-addicted หมายถึงการพึ่งพาหรือติดฝิ่น ไม่ใช่เพียงสนใจหรือชอบฝิ่น คำนี้ขยาย narrator และบรรยายภาวะติดสารเสพติดที่ร้ายแรง ในที่นี้ คำบรรยายดังกล่าวยังมีผลต่อวิธีที่เราอ่านเรื่องเล่า การเสพติดอาจทำให้การรับรู้หรือวิจารณญาณของผู้บรรยายพร่ามัว ดังนั้น thinks she does จึงนำเสนอความเชื่อ ไม่ใช่การยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง สิ่งนี้ทำให้ผู้อ่านมีเหตุผลที่จะตั้งคำถามต่อเรื่องเล่า แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกอย่างที่ผู้บรรยายพูดเป็นเท็จ

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นการตีความ opium-addicted narrator ในที่นี้ได้ดีที่สุด?

  1. เขาแค่ชอบฝิ่น ดังนั้นเรื่องเล่าของเขาจึงน่าเชื่อถือเป็นพิเศษ
  2. การใช้ฝิ่นของเขาพิสูจน์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงตามที่เขาบรรยายทุกอย่าง
  3. การพึ่งพาของเขาอาจทำให้เรื่องเล่าไม่น่าเชื่อถือขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกคำเป็นเท็จ
ดูคำตอบ

การพึ่งพาของเขาอาจทำให้เรื่องเล่าไม่น่าเชื่อถือขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกคำเป็นเท็จ

And when the protagonist of William Wilson

2:09

และเมื่อตัวเอกของ William Wilson

violently confronts a man he believes has been following him,

2:12

เผชิญหน้าอย่างรุนแรงกับผู้ชายที่เขาเชื่อว่าคอยติดตามเขาอยู่

he might just be staring at his own image in a mirror. น้ำเสียง/เจตนา

2:15

เขาอาจจะแค่กำลังจ้องมองเงาของตัวเองในกระจก

น้ำเสียง/เจตนา

might just be: ความเป็นไปได้ที่ระมัดระวังและเรียบง่ายกว่า

might นำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ยังไม่แน่นอน ใน might just be คำว่า just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” โดยจำกัดการคาดเดาให้เป็นคำอธิบายที่เรียบง่ายขึ้น ไม่ได้เพิ่มความแน่นอน ในที่นี้ might just be staring สื่อว่าสิ่งที่ดูน่าพิศวงอาจมีคำอธิบายธรรมดา ๆ คือเขาอาจเพียงแค่มองเงาสะท้อนของตัวเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ might just be + คำนาม คำคุณศัพท์ หรือรูป -ing เมื่อต้องการเสนอคำอธิบายอย่างระมัดระวังและจำกัดขอบเขต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคาดเดาอย่างระมัดระวัง พร้อมสื่อว่าคำอธิบายง่าย ๆ อาจเพียงพอแล้ว?

  1. The flashing light might be caused by a loose cable.
  2. The flashing light might just be caused by a loose cable.
  3. The flashing light must be caused by a loose cable.
ดูคำตอบ

The flashing light might just be caused by a loose cable.

Through his pioneering use of unreliable narrators, โน้ต

2:19

ผ่านการริเริ่มใช้ผู้เล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ

Poe turns readers into active participants สำนวน

2:23

โพเปลี่ยนผู้อ่านให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น

สำนวน

Poe turns readers into active participants: โพทำให้ผู้อ่านเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

Turn X into Y หมายถึงทำให้ X กลายเป็น Y หรือรับบทบาทเป็น Y ในที่นี้ วิธีเล่าเรื่องของโพเปลี่ยนบทบาทของผู้อ่าน โดยทำให้พวกเขาเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการตีความเรื่องราว Active participants เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ผู้อ่านไม่ได้เข้าไปอยู่ในโครงเรื่องจริง ๆ แต่พวกเขาประเมินผู้เล่าเรื่องอย่างกระตือรือร้นและตัดสินใจว่าจะเชื่ออะไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแสดงการเปลี่ยนแปลงด้วยคำหนึ่งคำ: The workshop turns beginners ____ confident cooks.

ดูคำตอบ

into

who must decide when a storyteller might be misinterpreting or even lying ไวยากรณ์

2:26

ซึ่งต้องตัดสินใจว่านักเล่าเรื่องอาจกำลังเข้าใจผิดหรือกระทั่งโกหกเมื่อใด

about the events they are relating.

2:30

เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่พวกเขาเล่าขานอยู่

ลำดับความ

Through his pioneering use of...: วางวิธีการไว้ก่อนผลลัพธ์

Through his pioneering use of unreliable narrators เป็นวลีบุพบทที่ขึ้นต้นประโยคและตอบคำถามว่า “ด้วยวิธีใด” ในที่นี้ through หมายถึง “โดยอาศัย” หรือ “ด้วยการใช้” และนามวลีที่ตามมาระบุเทคนิคของโพ การวางวลีนี้ไว้ข้างหน้าจัดลำดับข้อมูลเป็น “วิธีการก่อน ผลลัพธ์ทีหลัง” วิธีการคือการใช้ผู้บรรยายที่ไม่น่าเชื่อถือของโพ ส่วนอนุประโยคหลักบอกผลที่เกิดกับผู้อ่าน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Through + วิธีการ, + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่วางวิธีการไว้ก่อนโดยใช้ Through, her และ careful use of: ____ color, the designer makes the small room feel larger.

ดูคำตอบ

Through her careful use of

วัฒนธรรม

unreliable narrators: ผู้เล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ

ผู้เล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือคือผู้เล่าที่เราไม่อาจยอมรับเรื่องราวของเขาว่าเชื่อถือได้ทั้งหมด ผู้เล่าอาจเข้าใจเหตุการณ์ผิด จดจำคลาดเคลื่อน มีอคติ หรือจงใจโกหก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าทำไมผู้อ่านจึงต้องตัดสินเรื่องราวด้วยตนเอง ไม่ได้หมายความเพียงว่าคนนั้นเล่าเรื่องไม่เก่ง และไม่ได้หมายความว่าทุกคำพูดเป็นเท็จ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ unreliable narrator มากที่สุด

  1. ผู้เล่าที่พูดช้าแต่รายงานทุกเหตุการณ์อย่างถูกต้อง
  2. ผู้เล่าที่ไม่เป็นที่นิยมเพราะโครงเรื่องน่าเบื่อ
  3. ผู้เล่าที่เรื่องราวอาจบิดเบือนหรือไม่น่าเชื่อถือ
ดูคำตอบ

ผู้เล่าที่เรื่องราวอาจบิดเบือนหรือไม่น่าเชื่อถือ

ไวยากรณ์

who must decide when...: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่มีคำถามแฝง

อนุประโยค who must decide... ขยายวลี active participants ที่อยู่ก่อนหน้า ซึ่งหมายถึงผู้อ่าน who เป็นประธานของ must decide ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานคือ ผู้อ่านต้องตัดสินบางสิ่ง กรรมของ decide คือคำถามแฝง when a storyteller might be misinterpreting or even lying about the events they are relating ในที่นี้ when ถามว่าสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด ไม่ได้ถามเพียงเวลาที่แน่นอน ภายในอนุประโยคนี้ they อ้างกลับไปที่ storyteller ซึ่งเป็นเอกพจน์แบบไม่ระบุเพศ และ relate หมายถึงเล่าหรือบรรยาย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบายไวยากรณ์และความหมายของอนุประโยคที่เน้นไว้ได้ดีที่สุด

  1. Who หมายถึงผู้อ่าน และ when นำเข้าสถานการณ์ที่พวกเขาต้องตัดสิน
  2. Who หมายถึงผู้เล่าเรื่อง และ when ระบุเวลาที่แน่นอนของเหตุการณ์
  3. Who สร้างคำถามโดยตรง และ when เริ่มคำถามอีกข้อหนึ่งที่แยกจากกัน
ดูคำตอบ

Who หมายถึงผู้อ่าน และ when นำเข้าสถานการณ์ที่พวกเขาต้องตัดสิน

Although he's best known for his short horror stories, ไวยากรณ์

2:33

แม้ว่าเขาจะเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องสั้นสยองขวัญ

Poe was actually one of the most versatile and experimental writers of the 19th century. ไวยากรณ์

2:36

แต่จริง ๆ แล้วโพเป็นหนึ่งในนักเขียนที่มีความสามารถรอบด้านและชอบทดลองมากที่สุดในศตวรรษที่ 19

ไวยากรณ์

Although he's best known for...: ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนเสนอประเด็นที่ขัดกับความคาดหมาย

Although he's best known for... เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอสิ่งที่ขัดกับความคาดหมาย โดยยอมรับก่อนว่าโพมีชื่อเสียงจากเรื่องสยองขวัญ แล้วประโยคหลักจึงให้มุมมองที่กว้างกว่าและคาดไม่ถึงกว่า ในโครงสร้าง Although A, B นั้น A ยังคงเป็นความจริง แต่ B คือประเด็นหลักและขัดกับสิ่งที่ A อาจทำให้คาดไว้ ในที่นี้ actually ช่วยเน้นการแก้ความเข้าใจว่า การมีชื่อเสียงจากงานประเภทหนึ่งไม่ได้หมายความว่าโพจำกัดตัวเองอยู่เพียงประเภทนั้น

แบบฝึกหัด

อนุประโยค Although ทำหน้าที่อะไรในประโยคเต็ม

  1. บอกสาเหตุที่โพมีความสามารถหลากหลาย
  2. พิสูจน์ว่าโพเขียนเฉพาะเรื่องสั้นสยองขวัญเท่านั้น
  3. ยอมรับภาพจำที่คนคุ้นเคยเกี่ยวกับโพก่อนเน้นมุมมองที่กว้างขึ้นต่อผลงานของเขา
ดูคำตอบ

ยอมรับภาพจำที่คนคุ้นเคยเกี่ยวกับโพก่อนเน้นมุมมองที่กว้างขึ้นต่อผลงานของเขา

ไวยากรณ์

one of the most versatile and experimental writers: หนึ่งคนในกลุ่มที่โดดเด่น

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มซึ่งมีคุณสมบัติบางอย่างในระดับโดดเด่นมาก ในที่นี้ โพถูกยกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มนักเขียนศตวรรษที่ 19 ที่มีความสามารถรอบด้านและชอบทดลองเป็นพิเศษ เนื่องจาก one of เลือกสมาชิกหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่งจากกลุ่ม คำนามที่เรียกกลุ่มจึงต้องเป็นพหูพจน์ คือ writers ไม่ใช่ writer คำว่า versatile สื่อถึงความสามารถที่หลากหลายหรือการปรับตัว ส่วน experimental สื่อถึงความเต็มใจที่จะลองรูปแบบใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้รูปพหูพจน์ของ writer เติมประโยคให้สมบูรณ์: Lena is one of the most creative ____ in the program.

ดูคำตอบ

writers

He invented the detective story as we know it วลี

2:42

เขาคิดค้นเรื่องราวนักสืบอย่างที่เรารู้จักกัน

with The Murders in the Rue Morgue,

2:44

ด้วย The Murders in the Rue Morgue

วลี

detective story as we know it: รูปแบบสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย

โครงสร้าง X as we know it หมายถึง “X ในรูปแบบที่คุ้นเคยและเป็นที่รู้จักในปัจจุบันหรือในบริบทนี้” อนุประโยค as we know it วางหลังคำนามเพื่ออธิบายรูปแบบที่เป็นที่ยอมรับแล้ว ไม่ได้หมายถึง “เพราะเรารู้จักมัน” ในที่นี้ detective story as we know it หมายถึงรูปแบบสมัยใหม่ของเรื่องราวนักสืบที่เราจดจำได้ ประโยคนี้ยกความดีความชอบให้โพว่าเป็นผู้สร้างรูปแบบดังกล่าว ไม่ได้เพียงบอกว่าเขาเขียนเรื่องราวนักสืบที่ผู้คนรู้จัก

แบบฝึกหัด

ในวลี detective story as we know it คำว่า as we know it หมายถึงอะไร?

  1. เรื่องหนึ่งที่เราบังเอิญรู้จัก
  2. เพราะทุกคนรู้จักเรื่องนั้น
  3. ในรูปแบบสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย
ดูคำตอบ

ในรูปแบบสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย

followed by The Mystery of Marie Roget and The Purloined Letter.

2:47

ตามด้วย The Mystery of Marie Roget และ The Purloined Letter

All three feature the original armchair detective C. Auguste Dupin, วัฒนธรรม

2:51

ทั้งสามเรื่องมีนักสืบยอดฝีมือยุคบุกเบิก C. Auguste Dupin

วัฒนธรรม

C. Auguste Dupin ต้นแบบผู้บุกเบิกของ armchair detective

armchair detective คือตัวละครที่ไขปริศนาโดยเน้นการศึกษาหลักฐานและใช้เหตุผล มากกว่าการไล่ล่าหรือใช้กำลัง คำนี้เป็นชื่อของนักสืบประเภทหนึ่ง ไม่ได้บอกเพียงว่าคนนั้นนั่งอยู่ที่ไหน ในที่นี้ the original บอกว่า C. Auguste Dupin ตัวละครของโพ เป็นแบบอย่างยุคบุกเบิกของนักสืบประเภทนี้ ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการสังเกตและการอนุมานจึงเป็นความสามารถหลักของตัวละคร

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวรรณกรรม armchair detective หมายถึงนักสืบแบบใด

  1. นักสืบที่ไขปริศนาด้วยการสังเกตและใช้เหตุผลเป็นหลัก
  2. นักสืบที่มีทักษะหลักคือการไล่ตามผู้ต้องสงสัย
  3. ตำรวจที่สืบสวนอาชญากรรมเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์
ดูคำตอบ

นักสืบที่ไขปริศนาด้วยการสังเกตและใช้เหตุผลเป็นหลัก

who uses his genius and unusual powers of observation and deduction การใช้คำ

2:57

ผู้ใช้ความเป็นอัจฉริยะและพลังที่ไม่ธรรมดาในการสังเกตและการอนุมาน

การใช้คำ

powers of observation and deduction: ความสามารถในการสังเกตและการอนุมาน

ใน powers of observation and deduction คำว่า powers หมายถึงความสามารถที่โดดเด่น ไม่ใช่อำนาจหรือพลังเหนือธรรมชาติ วลีที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุว่าความสามารถเหล่านั้นแสดงออกในด้านใด observation คือการสังเกตเห็นข้อเท็จจริงและรายละเอียด ส่วน deduction คือการใช้ข้อเท็จจริงเหล่านั้นเพื่อไปสู่ข้อสรุปที่สมเหตุสมผล เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้หมายถึงทักษะที่เชื่อมโยงกันในการค้นหาเบาะแสและใช้เหตุผลจากเบาะแสนั้น

แบบฝึกหัด

powers of observation and deduction หมายถึงอะไร

  1. ความสามารถในการสังเกตรายละเอียดและใช้เหตุผลจากรายละเอียดนั้น
  2. อำนาจในการสั่งให้มีการสืบสวน
  3. ทักษะเหนือธรรมชาติที่เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่
ดูคำตอบ

ความสามารถในการสังเกตรายละเอียดและใช้เหตุผลจากรายละเอียดนั้น

to solve crimes that baffle the police. การใช้คำ

3:01

เพื่อไขคดีอาชญากรรมที่ทำให้ตำรวจมึนงง

การใช้คำ

crimes that baffle the police: คดีที่ทำให้ตำรวจจนปัญญา

ในวลี crimes that baffle the police คำว่า baffle หมายถึงทำให้คดีเหล่านั้นยากมากที่ตำรวจจะเข้าใจหรือไขได้ โดย crimes เป็นประธานของ baffle และ the police เป็นฝ่ายที่รู้สึกสับสน คำกริยานี้สื่อถึงความสับสนจนคิดไม่ออก ไม่ได้หมายถึงการขัดขวางทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ something baffles someone

แบบฝึกหัด

ใน crimes that baffle the police คำว่า baffle the police หมายถึงอะไร

  1. ขัดขวางไม่ให้ตำรวจเข้าใกล้คดีทางกายภาพ
  2. ทำให้ตำรวจรู้สึกเบื่อคดีเหล่านั้น
  3. ทำให้คดีเหล่านั้นยากมากที่ตำรวจจะเข้าใจหรือไขได้
ดูคำตอบ

ทำให้คดีเหล่านั้นยากมากที่ตำรวจจะเข้าใจหรือไขได้

Poe also wrote satires of social and literary trends การใช้คำ

3:04

โพยังเขียนเรื่องเสียดสีแนวโน้มทางสังคมและวรรณกรรม

การใช้คำ

satires of social and literary trends: งานเสียดสีกระแสทางสังคมและวรรณกรรม

ในวลี satires of social and literary trends คำว่า satires หมายถึงผลงานที่วิจารณ์กระแสหรือความนิยมในสังคมและวรรณกรรม โดยมักใช้การประชด การกล่าวเกินจริง การเยาะเย้ย หรืออารมณ์ขัน รูปพหูพจน์แสดงว่ามีผลงานประเภทนี้มากกว่าหนึ่งชิ้น คำบุพบท of นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการเสียดสี ซึ่งในที่นี้คือ social trends และ literary trends วลีนี้จึงหมายถึงงานเขียนเชิงวิพากษ์ ไม่ใช่งานที่มีไว้ให้ตลกเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ satire ใน satires of social and literary trends มากที่สุด

  1. เรื่องตลกใด ๆ ที่มีจุดประสงค์เพียงเพื่อความบันเทิง
  2. ผลงานที่ใช้กลวิธีอย่างการประชดหรือการกล่าวเกินจริงเพื่อวิจารณ์กระแส
  3. บันทึกข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงการวิจารณ์
ดูคำตอบ

ผลงานที่ใช้กลวิธีอย่างการประชดหรือการกล่าวเกินจริงเพื่อวิจารณ์กระแส

and hoaxes that in some cases anticipated science fiction. การใช้คำ

3:07

และเรื่องหลอกลวงที่ในบางกรณีก็คาดการณ์ถึงนิยายวิทยาศาสตร์

การใช้คำ

anticipated science fiction: สัญญาณแรกเริ่มของแนวเรื่องที่เกิดภายหลัง

ในบริบทนี้ hoaxes หมายถึงเรื่องหรือรายงานที่แต่งขึ้นแต่ถูกนำเสนอราวกับเป็นเรื่องจริง การบอกว่างานเหล่านี้ anticipated science fiction หมายความว่างานที่เกิดก่อนมีลักษณะบางอย่างซึ่งต่อมากลายเป็นลักษณะของแนวนิยายวิทยาศาสตร์ anticipated จึงสื่อถึงการมาก่อนและชี้เค้าล่วงหน้าในเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ความคาดหวังส่วนบุคคล อนุประโยค that ... anticipated science fiction ขยาย hoaxes ส่วน in some cases จำกัดขอบเขตของข้อความว่า มีเพียงบางงานเท่านั้นที่มีลักษณะบุกเบิกเช่นนี้

แบบฝึกหัด

anticipated science fiction ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. เรื่องหลอกลวงยุคแรกบางเรื่องแสดงลักษณะของแนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่เกิดภายหลังไว้แล้ว
  2. ผู้คนตั้งตารอเรื่องนิยายวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น
  3. เรื่องหลอกลวงเหล่านั้นทำนายชื่อหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

เรื่องหลอกลวงยุคแรกบางเรื่องแสดงลักษณะของแนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่เกิดภายหลังไว้แล้ว

Those included an account of a balloon voyage to the moon

3:12

รวมถึงบันทึกการเดินทางไปยังดวงจันทร์ด้วยบอลลูน

and a report of a dying patient put into a hypnotic trance วลี

3:15

และรายงานของผู้ป่วยใกล้ตายที่ถูกทำให้ตกอยู่ในภวังค์สะกดจิต

วลี

put into a hypnotic trance: ทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาวะ

Put someone into a hypnotic trance หมายถึงทำให้ใครคนหนึ่งเข้าสู่ภาวะเคลิ้มด้วยการสะกดจิต ในที่นี้ into แสดงการเปลี่ยนสภาวะ ไม่ใช่การเคลื่อนเข้าไปในภาชนะทางกายภาพ ใน a dying patient put into a hypnotic trance คำว่า put เป็นกริยาช่องสามในอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ลดรูปมาจาก a dying patient who was put into a hypnotic trance ผู้ป่วยเป็นผู้รับการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์ไว้: During the demonstration, the volunteer was ____.

ดูคำตอบ

put into a hypnotic trance

so he could speak from the other side. สำนวน

3:19

เพื่อให้เขาสามารถพูดจากอีกภพหนึ่งได้

สำนวน

speak from the other side: พูดจากโลกหลังความตาย

ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความตายนี้ the other side เป็นคำพูดแบบอ้อม ๆ และให้ความรู้สึกลึกลับ หมายถึงโลกหลังความตายหรือดินแดนที่อยู่พ้นความตาย ดังนั้น speak from the other side จึงหมายถึงการพูดราวกับว่าเสียงมาจากโลกหลังความตาย ไม่ใช่จากสถานที่จริงอีกแห่งหนึ่ง ความหมายของสำนวนนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ในบริบทด้านสถานที่ทั่วไป the other side อาจหมายถึงอีกด้านของห้อง ถนน หรือสิ่งของเท่านั้น ส่วนเบาะแสเกี่ยวกับความตาย วิญญาณ หรือคนทรงจะทำให้เกิดความหมายว่าโลกหลังความตาย

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ speak from the other side หมายถึงอะไร

  1. พูดจากโลกที่อยู่พ้นความตาย
  2. พูดจากอีกด้านหนึ่งของห้อง
  3. พูดในนามของฝ่ายตรงข้าม
ดูคำตอบ

พูดจากโลกที่อยู่พ้นความตาย

Poe even wrote an adventure novel about a voyage to the South Pole

3:22

โพถึงกับเขียนนวนิยายผจญภัยเกี่ยวกับการเดินทางไปขั้วโลกใต้

and a treatise on astrophysics.

3:26

และบทความเกี่ยวกับฟิสิกส์ดาราศาสตร์

All while he worked as an editor, ลำดับความ

3:29

ทั้งหมดนี้ในขณะที่เขาทำงานเป็นบรรณาธิการ

producing hundreds of pages of book reviews and literary theory. ไวยากรณ์

3:31

ผลิตบทวิจารณ์หนังสือและทฤษฎีวรรณกรรมหลายร้อยหน้า

ลำดับความ

All while ...: เพิ่มสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

All while ใช้เพิ่มสถานการณ์อีกอย่างที่ดำเนินอยู่ในช่วงเดียวกับการกระทำหรือความสำเร็จที่เพิ่งกล่าวถึง All ช่วยเน้นความเชื่อมโยงกับกิจกรรมก่อนหน้าทั้งหมด ส่วน while ใช้นำเสนอการทำงานเป็นบรรณาธิการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ในที่นี้ All while he worked as an editor เป็นส่วนเสริมแบบวลีที่ต้องอาศัยเนื้อหาก่อนหน้า ไม่ใช่อนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ โครงสร้างนี้ย่อข้อมูลให้กระชับและเน้นความแตกต่างว่า เขาทำงานทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้พร้อมกับรับผิดชอบงานบรรณาธิการที่หนักด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เพิ่มความท้าทายซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน: Maya launched her first app, ____ studying for final exams.

ดูคำตอบ

all while

ไวยากรณ์

producing hundreds of pages... ในฐานะวลี -ing ที่เพิ่มข้อมูล

producing hundreds of pages of book reviews and literary theory เป็นวลี present participle หรือวลีรูป -ing ในประโยคเต็ม วลีนี้เพิ่มข้อมูลว่าโพผลิตงานอะไรขณะทำงานเป็นบรรณาธิการ ไม่ได้สร้างอนุประโยคสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ ผู้กระทำโดยนัยของ producing คือโพ บุคคลที่กล่าวถึงในอนุประโยคหลัก ไม่ใช่ pages โครงสร้าง “จุลภาค + วลี -ing” มักใช้เพิ่มการกระทำ รายละเอียด หรือผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับประธานเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มข้อมูลว่าประธานของอนุประโยคหลักผลิตอะไร

  1. Leo worked as a designer, creating posters for local events.
  2. Creating posters for local events, Leo's office was downtown.
  3. Leo worked as a designer, posters creating local events.
ดูคำตอบ

Leo worked as a designer, creating posters for local events.

An appreciation of Poe's career wouldn't be complete without his poetry, วลี

3:35

การยกย่องในอาชีพของโพคงไม่สมบูรณ์หากไม่มีบทกวีของเขา

haunting and hypnotic. การใช้คำ

3:40

ที่ชวนหลอกหลอนและสะกดจิต

วลี

wouldn't be complete without... เพื่อระบุส่วนที่ขาดไม่ได้

รูปแบบ A wouldn't be complete without B หมายความว่า B เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของ A ในที่นี้ บทกวีของโพถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการชื่นชมเส้นทางอาชีพของเขาอย่างครบถ้วน ไม่ใช่ส่วนเสริมที่มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ใช้รูปแบบนี้เพื่อจัดลำดับการประเมิน รายการ หรือประสบการณ์ โดยเน้นองค์ประกอบหนึ่งที่จำเป็นต้องรวมไว้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบย่อสี่คำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ เพื่อสื่อว่าคู่มือจะไม่สมบูรณ์หากขาดส่วนนี้: A guide to local food ____ a section on street markets.

ดูคำตอบ

wouldn't be complete without

การใช้คำ

haunting and hypnotic: ความรู้สึกจากบทกวีของ Poe

วลี haunting and hypnotic เป็นคำประเมินบทกวีของ Poe แบบกระชับในเชิงวรรณกรรม ในที่นี้ haunting หมายถึงบทกวีทิ้งความประทับใจที่ชวนขนลุกหรือทรงพลังจนติดอยู่ในใจ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับผีเสมอไป ส่วน hypnotic หมายถึงมีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจอย่างมาก ราวกับทำให้เคลิบเคลิ้ม วลีนี้วางไว้หลัง poetry ในฐานะกลุ่มคำคุณศัพท์ที่เข้ามาเสริมความหมาย จึงใช้บอกบรรยากาศของบทกวีตามมุมมองของผู้พูด ไม่ได้ใช้เรียกประเภทบทกวีที่แยกออกมาต่างหาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ haunting and hypnotic สื่อถึงลักษณะใดของบทกวีเมื่อใช้ร่วมกัน?

  1. บทกวีที่ติดอยู่ในใจและดึงความสนใจได้อย่างมาก
  2. สำนวนเรียบ ๆ ที่ไม่มีผลทางอารมณ์รุนแรง
  3. เรื่องราวเกี่ยวกับผีตามตัวอักษร
ดูคำตอบ

บทกวีที่ติดอยู่ในใจและดึงความสนใจได้อย่างมาก

His best known poems are songs of grief, สำนวน

3:42

บทกวีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาคือบทเพลงแห่งความเศร้า

สำนวน

songs of grief: บทกวีในฐานะบทเพลงแห่งความโศกเศร้า

Songs of grief เป็นวลีคำนามเชิงอุปมา หมายถึงการนำบทกวีมาเสนอราวกับว่าเป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดความโศกเศร้า คำว่า songs ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีดนตรีหรือการร้องจริง ๆ แต่เน้นเสียงเชิงกวีและอารมณ์ของบทกวี วลี of grief ระบุว่าอารมณ์ที่อยู่ใจกลางงานกวีเหล่านี้คือความเศร้าอย่างลึกซึ้งที่เชื่อมโยงกับการสูญเสีย ในประโยคนี้ songs of grief เป็นส่วนเติมเต็มหลัง are ใช้เรียกหรือบรรยายบทกวีที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ songs of grief หมายถึงอะไร?

  1. บทกวีที่ถูกเปรียบว่าเป็นการถ่ายทอดความโศกเศร้า
  2. บทกวีที่เฉลิมฉลองความสุข
  3. เพลงจริงที่ต้องร้องพร้อมดนตรี
ดูคำตอบ

บทกวีที่ถูกเปรียบว่าเป็นการถ่ายทอดความโศกเศร้า

or in his words, วลี

3:45

หรือในคำพูดของเขา

mournful and never-ending remembrance. การใช้คำ

3:46

คือความทรงจำที่โศกเศร้าและไม่มีวันสิ้นสุด

วลี

or in his words: การเกริ่นถ้อยคำของ Poe เอง

Or in his words ใช้เกริ่นถ้อยคำที่ระบุว่ามาจากบุคคลที่กำลังกล่าวถึง โดย his ในที่นี้หมายถึง Poe วลี mournful and never-ending remembrance จึงถูกนำเสนอว่าเป็นสำนวนของ Poe เอง ไม่ใช่เพียงบทสรุปของผู้บรรยาย คำว่า words ในที่นี้หมายถึง “ถ้อยคำ” หรือ “วิธีถ่ายทอดความคิด” ไม่ใช่คำศัพท์ไม่กี่คำที่แยกจากกัน ส่วน or ที่อยู่ข้างหน้าใช้เกริ่นการกล่าวใหม่อีกแบบหนึ่ง กล่าวคือ ผู้พูดกล่าวความคิดเดิมอีกครั้งด้วยถ้อยคำของ Poe ไม่ได้เสนออีกตัวเลือกหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The design is practical—or, in his words, simple enough to repair at home,” คำว่า his หมายถึง Daniel แล้ว or in his words ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอแบบสองแบบที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. เกริ่นถ้อยคำของ Daniel เองในฐานะการกล่าวใหม่อีกแบบหนึ่ง
  3. บอกว่า Daniel พูดคำที่แยกจากกันเพียงไม่กี่คำ
ดูคำตอบ

เกริ่นถ้อยคำของ Daniel เองในฐานะการกล่าวใหม่อีกแบบหนึ่ง

การใช้คำ

mournful and never-ending remembrance: ความโศกเศร้าที่ยืนยาวในภาษาวรรณกรรม

ในวลีนี้ mournful บรรยายความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า never-ending บอกว่าความรู้สึกนั้นไม่สิ้นสุด และ remembrance หมายถึงการรำลึกหรือความรู้สึกที่ยังคงนึกถึงบุคคลหรือสิ่งที่สูญเสียไป ไม่ได้หมายถึงความสามารถทั่วไปของสมองในการจดจำ เมื่อรวมกัน คำเหล่านี้สร้างภาพความโศกเศร้าที่หวนกลับมาไม่รู้จบด้วยภาษาที่เป็นทางการและมีลักษณะเชิงกวี วลีนี้มีน้ำเสียงเคร่งขรึมและเป็นวรรณศิลป์มากกว่าสำนวนทั่วไปอย่าง sad memory

แบบฝึกหัด

ในวลี mournful and never-ending remembrance คำว่า remembrance หมายถึงอะไร

  1. ข้อความเตือนในรายการสิ่งที่ต้องทำ
  2. การกระทำหรือความรู้สึกที่รำลึกอย่างโศกเศร้าและยาวนาน
  3. ความสามารถทางสมองในการเก็บข้อมูล
ดูคำตอบ

การกระทำหรือความรู้สึกที่รำลึกอย่างโศกเศร้าและยาวนาน

The Raven,

3:49

The Raven

in which the speaker projects his grief onto a bird โน้ต

3:50

ซึ่งผู้พูดถ่ายทอดความเศร้าโศกของเขาไปยังนก

ไวยากรณ์

in which: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในงานเขียน

in which นำหน้าประโยคย่อยสัมพัทธ์ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Raven โดย which อ้างกลับไปถึงบทกวี และ in แสดงความสัมพันธ์ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นภายในบทกวี ควรเข้าใจ in which เป็นโครงสร้างเดียวที่หมายถึง “ใน The Raven” ไม่ใช่คำสองคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + in which + ประธาน + กริยา ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในงานเขียน สถานการณ์ หรือช่วงเวลา และพบได้บ่อยในการอธิบายแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสัมพัทธ์แบบเป็นทางการสองคำที่หมายถึง “ภายในนั้น” ลงในประโยค: The documentary, ____ several scientists discuss sleep, won an award.

ดูคำตอบ

in which

วลี

project his grief onto a bird: นำความรู้สึกภายในไปมองว่าอยู่ในเป้าหมายภายนอก

projects ในที่นี้หมายถึงการนำความรู้สึกหรือสภาพจิตใจของตนไปมองว่าเป็นของบุคคลหรือสิ่งอื่น ผู้พูดตีความนกผ่านความโศกเศร้าของตนเอง ราวกับว่าความโศกเศร้านั้นเป็นของนกหรือปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านนก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ project + ความรู้สึกหรือคุณลักษณะ + onto + บุคคลหรือสิ่งของ นี่เป็นความหมายทางจิตวิทยาและการวิเคราะห์วรรณกรรม ไม่ใช่คำนาม project และไม่ใช่การฉายภาพออกมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปในรูปแบบการวิเคราะห์ทางจิตวิทยา: He projected his anxiety ____ the rest of the team.

ดูคำตอบ

onto

who merely repeats a single sound,

3:53

ที่เพียงแค่พูดซ้ำเสียงเดียว

made Poe famous. ไวยากรณ์

3:56

ทำให้โพมีชื่อเสียงขึ้นมา

ไวยากรณ์

made Poe famous: make + กรรม + คำคุณศัพท์

made Poe famous ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ในที่นี้ made เป็นการใช้แบบก่อให้เกิดผล: Poe เป็นกรรม และ famous เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกสภาพผลลัพธ์ วลีนี้หมายถึงมีบางสิ่งทำให้โพมีชื่อเสียง ไม่ได้หมายถึงการ “สร้าง” ตัวเขาขึ้นมาจริง ๆ ประธานทางไวยากรณ์ของ made คือชื่อผลงาน The Raven ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วนคำอธิบายที่จบด้วย who merely repeats a single sound อยู่ภายในกลุ่มประธาน ดังนั้นโครงสร้างหลักของประโยคคือ The Raven made Poe famous

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ made, its director และ famous ตามโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์: The documentary ____ within a year.

ดูคำตอบ

made its director famous

But despite his literary success, ไวยากรณ์

3:57

แต่ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในทางวรรณกรรม

Poe lived in poverty throughout his career วลี

3:59

โพกลับมีชีวิตอยู่อย่างยากจนตลอดอาชีพการงานของเขา

ไวยากรณ์

despite his literary success: despite + นามวลี

despite his literary success เป็นวลีบุพบทที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงซึ่งขัดกับผลที่ตามมา despite หมายถึง “แม้จะมี” หรือ “ทั้งที่มี” และ his literary success เป็นนามวลีที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม วลีนี้ปูทางให้เห็นความขัดแย้งระหว่างความสำเร็จด้านวรรณกรรมกับการใช้ชีวิตอย่างยากจน But ที่ขึ้นต้นประโยคเชื่อมความขัดแย้งนี้กับเนื้อหาก่อนหน้า ส่วน despite สร้างความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงภายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้อง?

  1. Despite it rained heavily, the match continued.
  2. Despite the heavy rain, the match continued.
  3. Despite the rain was heavy, the match continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the match continued.

วลี

lived in poverty throughout his career: ใช้ชีวิตอย่างยากจนตลอดอาชีพ

Live in poverty หมายถึงการใช้ชีวิตโดยมีเงินหรือทรัพยากรพื้นฐานไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตตามปกติ ในประโยคนี้ lived บรรยายสภาพชีวิตของโพที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่ปัญหาการเงินที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว Throughout his career ครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมด กล่าวคือ ความยากจนดำเนินไปตลอดอาชีพของเขา ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในช่วงสั้น ๆ ช่วงหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความยากจนดำเนินต่อเนื่องตลอดอาชีพของบุคคลนั้น

  1. The painter lived in poverty before his career began.
  2. The painter lived in poverty throughout his career.
  3. The painter lived in poverty for one winter.
ดูคำตอบ

The painter lived in poverty throughout his career.

and his personal life was often as dark as his writing. สำนวน

4:02

และชีวิตส่วนตัวของเขามักจะมืดหม่นพอกับงานเขียนของเขา

สำนวน

as dark as his writing: หม่นมืดพอ ๆ กับงานเขียนของเขา

โครงสร้าง as + adjective + as เปรียบเทียบสิ่งสองสิ่งตามระดับของคุณสมบัติหนึ่ง ในที่นี้ as dark as his writing หมายความว่าชีวิตส่วนตัวของโพมีความมืดหม่นในระดับเดียวกับงานเขียนของเขา Dark ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยปัญหาและโศกนาฏกรรม ส่วนงานเขียนมีเนื้อหาที่หม่นหมอง ชวนไม่สบายใจ หรือน่าหดหู่ การเปรียบเทียบนี้เชื่อมประสบการณ์ของเขากับบรรยากาศของผลงาน ไม่ได้กล่าวถึงสีหรือแสง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Her memoir is as dark as her final novel," dark เปรียบเทียบอะไร

  1. ลักษณะที่หม่นหมองและชวนไม่สบายใจของผลงานทั้งสอง
  2. สีของปกหนังสือ
  3. ปริมาณแสงในห้อง
ดูคำตอบ

ลักษณะที่หม่นหมองและชวนไม่สบายใจของผลงานทั้งสอง

He was haunted by the loss of his mother and his wife, สำนวน

4:06

เขาถูกหลอกหลอนด้วยการสูญเสียแม่และภรรยาของเขา

สำนวน

was haunted by the loss of...: ถูกความเจ็บปวดจากการสูญเสียตามหลอกหลอน

ในประโยคนี้ was haunted by เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความสูญเสียที่เจ็บปวดวนกลับมาในความคิดและยังส่งผลต่อเขาอยู่ ไม่ได้สื่อว่ามีผีจริง ๆ โครงสร้าง be haunted by + ความทรงจำ ความสูญเสีย ความเสียใจ หรือเหตุการณ์ ทำให้อดีตดูเป็นสิ่งที่สลัดออกได้ยาก ในที่นี้ by นำสิ่งที่เป็นต้นเหตุของความทุกข์ใจที่ยืดเยื้อ นั่นคือการสูญเสียแม่และภรรยาของเขา

แบบฝึกหัด

ใน “He was haunted by the loss of his mother and his wife” คำว่า was haunted by หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขาลืมความสูญเสียนั้นได้ในเวลาไม่นาน
  2. เขาถูกตำหนิต่อสาธารณะเกี่ยวกับความสูญเสียนั้น
  3. เขายังคงทุกข์ใจอย่างมากจากความสูญเสียที่เจ็บปวดนั้น
  4. เขากำลังถูกผีของญาติไล่ตาม
ดูคำตอบ

เขายังคงทุกข์ใจอย่างมากจากความสูญเสียที่เจ็บปวดนั้น

who both died of tuberculosis at the age of 24.

4:09

ซึ่งทั้งคู่เสียชีวิตด้วยวัณโรคเมื่ออายุ 24 ปี

Poe struggled with alcoholism วลี

4:13

โพต้องต่อสู้กับโรคพิษสุราเรื้อรัง

วลี

struggled with alcoholism: ต่อสู้กับภาวะติดสุรา

struggled with alcoholism หมายความว่าโพเผชิญปัญหาการพึ่งพาแอลกอฮอล์ที่ร้ายแรงและต่อเนื่อง อีกทั้งจัดการกับปัญหานี้ได้ยาก struggled with ในที่นี้หมายถึงความยากลำบากที่ดำเนินอยู่นาน ไม่ใช่การต่อสู้ทางร่างกาย โครงสร้าง struggle with + ปัญหา ใช้ได้กับโรค อารมณ์ การเรียน หนี้สิน และความท้าทายอื่น ๆ alcoholism หมายถึงภาวะพึ่งพาแอลกอฮอล์หรือปัญหาร้ายแรงจากการใช้แอลกอฮอล์ ไม่ใช่แค่การดื่มหรือการเมาเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีอดีตกาลสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “รับมือได้ยากอย่างต่อเนื่อง” ลงในประโยค: For years, Leo ____ severe anxiety.

ดูคำตอบ

struggled with

and frequently antagonized other popular writers.

4:15

และมักจะเป็นปฏิปักษ์กับนักเขียนยอดนิยมคนอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง

Much of his fame came from posthumous and very loose adaptations of his work. การใช้คำ

4:18

ชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขามาจากการดัดแปลงผลงานของเขาที่ถูกตีพิมพ์หลังมรณกรรมและมีการปรับแต่งไปมาก

การใช้คำ

มาจากงานดัดแปลงหลังเสียชีวิตที่เปลี่ยนต้นฉบับอย่างมาก

came from ระบุที่มาของชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขา กล่าวคืองานดัดแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังช่วยเผยแพร่ผลงานและกำหนดว่าผู้คนรู้จักผลงานนั้นในรูปแบบใด posthumous หมายความว่างานดัดแปลงเหล่านั้นปรากฏขึ้นหลังผู้เขียนเสียชีวิต ส่วน very loose adaptation คืองานดัดแปลงที่ใช้ต้นฉบับเป็นจุดเริ่มต้น แต่อาจเปลี่ยนองค์ประกอบสำคัญอย่างมากแทนที่จะยึดตามต้นฉบับอย่างใกล้ชิด คำว่า loose ในที่นี้บอกระดับความซื่อตรงต่อต้นฉบับ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่หลวมในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง ส่วนที่เน้นกล่าวถึงที่มาของชื่อเสียงของเขาว่าอย่างไร

  1. ชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาเกิดจากฉบับที่ตรงกับต้นฉบับทุกประการซึ่งเขาตีพิมพ์และอนุมัติขณะมีชีวิตอยู่
  2. ชื่อเสียงของเขาลดลงเพราะหนังสือฉบับจริงเข้าเล่มอย่างหลวม ๆ
  3. ชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาเกิดจากงานดัดแปลงที่สร้างหลังเขาเสียชีวิตและเปลี่ยนแปลงผลงานต้นฉบับอย่างมาก
  4. ชื่อเสียงของเขามาจากงานแปลที่รักษาทุกรายละเอียดของผลงานไว้เท่านั้น
ดูคำตอบ

ชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาเกิดจากงานดัดแปลงที่สร้างหลังเขาเสียชีวิตและเปลี่ยนแปลงผลงานต้นฉบับอย่างมาก

And yet,

4:24

และถึงกระนั้น

if he could have known how much pleasure and inspiration ไวยากรณ์

4:25

หากเขาได้รู้ว่าความสุขและแรงบันดาลใจ

his writing would bring to generations of readers and writers alike,

4:28

ที่งานเขียนของเขาจะมอบให้กับนักอ่านและนักเขียนรุ่นแล้วรุ่นเล่านั้นมีมากเพียงใด

perhaps it may have brought a smile to that famously brooding visage. โน้ต

4:32

บางทีมันอาจทำให้ใบหน้าที่บึ้งตึงอันโด่งดังนั้นมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง

ไวยากรณ์

if he could have known: จินตนาการถึงอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

if he could have known เปิดเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับอดีต เขาไม่อาจรู้ได้ว่างานเขียนจะส่งผลต่อคนรุ่นหลังอย่างไร แต่ผู้พูดลองจินตนาการจากมุมมองที่เป็นไปไม่ได้นั้น โครงสร้างคือ if + ประธาน + could have + กริยาช่องที่สาม ในที่นี้ could have known หมายถึง “หากตอนนั้นเขามีโอกาสรู้ได้” ไม่ใช่เพียงบอกว่าเขามีความสามารถทั่วไปในการรับรู้เรื่องต่าง ๆ ส่วนประโยคผลลัพธ์มักใช้ would have หรือ might have + กริยาช่องที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย could + have + กริยาช่องที่สามของ know เพื่อแสดงความเป็นไปได้ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง: If she ____ how many people her discovery would help, she might have felt hopeful.

ดูคำตอบ

could have known

วลี

may have brought a smile to: อาจทำให้ยิ้มขึ้นมา

Bring a smile to a person's face หรืออย่างในประโยคนี้ bring a smile to a visage หมายถึงทำให้คนนั้นยิ้มหรือรู้สึกยินดีอย่างอบอุ่น ในที่นี้ bring ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปให้จริง ๆ May have brought ใช้โครงสร้าง may have + past participle เพื่อคาดเดาผลที่อาจเกิดขึ้นในอดีตอย่างไม่แน่ใจ เมื่อใช้ร่วมกับ perhaps จึงนำเสนอรอยยิ้มเป็นเพียงความเป็นไปได้อย่างนุ่มนวล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่รู้แน่

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “อาจเคยทำให้เธอยิ้ม” ให้สมบูรณ์: The kind note ____ her face.

ดูคำตอบ

may have brought a smile to

การใช้คำ

famously brooding visage: ใบหน้าที่ขึ้นชื่อว่าหม่นหมองและครุ่นคิด

Famously หมายถึงลักษณะนั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนรู้จักและเชื่อมโยงกับบุคคลนั้นอย่างกว้างขวาง brooding บรรยายสีหน้าที่หม่นหมอง จริงจัง และจมอยู่กับความคิดภายใน ส่วน visage เป็นคำทางการและเชิงวรรณกรรมที่หมายถึง face วลีนี้เปลี่ยนภาพลักษณ์อันหม่นหมองของบุคคลให้เป็นภาพที่ชัดเจน การกล่าวถึงรอยยิ้มที่อาจปรากฏบน brooding visage นั้นสร้างความตัดกันอย่างนุ่มนวล และทำให้ประโยคจบลงอย่างอบอุ่นและติดขบขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ famously brooding visage มากที่สุด

  1. คนที่มีชื่อเสียงจากการพูดเสียงดัง
  2. ใบหน้าร่าเริงที่บรรยายด้วยคำสแลงแบบกันเอง
  3. ใบหน้าที่ขึ้นชื่อว่าหม่นหมองและครุ่นคิด ซึ่งบรรยายด้วยภาษาเชิงวรรณกรรม
  4. สิ่งของที่ถูกนำไปทางใบหน้าของใครบางคน
ดูคำตอบ

ใบหน้าที่ขึ้นชื่อว่าหม่นหมองและครุ่นคิด ซึ่งบรรยายด้วยภาษาเชิงวรรณกรรม

Check out this playlist for more videos in our reading series

4:38

ดูเพลย์ลิสต์นี้สำหรับวิดีโอเพิ่มเติมในซีรีส์การอ่านของเรา

and let us know in the comments which book you'd like to see us cover next.

4:42

และบอกเราในความคิดเห็นว่าหนังสือเล่มไหนที่คุณอยากให้เราพูดถึงในครั้งต่อไป