นิทาน 🌈 🐴 | Bluey ตอนใหม่เต็มเรื่อง 💙 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
778 คำ 155 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: อินดี้หมดความมั่นใจเมื่อม้าที่ปั้นจากขี้ผึ้งดูคล้ายวัว แต่วินตันช่วยเธอสังเกตม้าจริงและแก้รูปทรงต่อไป การเล่าเรื่องฉบับใหม่แสดงให้เห็นว่า ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม การลองซ้ำ และการตีความความล้มเหลวในมุมใหม่ สามารถเปลี่ยนการยอมแพ้ให้เป็นความพากเพียรได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. First, ... then ... then ... and finally — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้การใช้ชุดคำเชื่อมทั้งหมดเพื่อเรียงขั้นตอนอย่างชัดเจน ทั้งในการอธิบายวิธีทำสิ่งของ บอกกระบวนการทำงาน หรือดำเนินเรื่องจากการกระทำหนึ่งไปสู่อีกการกระทำหนึ่ง 2. why don't you tell a different story? — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที แยกแยะได้ว่า why don’t you…? มักเป็นการเสนอแนะอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่การตำหนิหรือถามตรงตัวว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ทำ และนำไปใช้เสนอทางเลือกโดยไม่ให้ฟังเหมือนคำสั่ง 3. what story was she going to tell herself this time? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เข้าใจว่าคำถามของผู้เล่าสร้างความอยากรู้ต่อเหตุการณ์ถัดไป พร้อมเปรียบคำพูดกับตัวเองเป็นเรื่องที่เราสร้างขึ้น จึงช่วยเปรียบต่างระหว่างการมองความผิดพลาดว่าเป็นหลักฐานว่าไม่มีความสามารถ กับการมองว่าเป็นเหตุผลให้ลองใหม่อีกครั้ง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อคะ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

One day Indy's class were making animals out of beeswax. วลี

0:25

วันหนึ่ง ชั้นเรียนของอินดี้กำลังปั้นสัตว์จากขี้ผึ้งกันอยู่

วลี

make animals out of beeswax: โครงสร้าง make A out of B

ในโครงสร้าง make A out of B นั้น A คือสิ่งที่ทำขึ้น และ B คือวัสดุที่ใช้ ในประโยคนี้ animals คือรูปสัตว์ที่ทั้งชั้นทำ ส่วน beeswax คือวัสดุ ในโครงสร้างนี้ out of ใช้บอกวัตถุดิบ ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งเคลื่อนจากข้างในออกมาข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่ใช้บอกวัสดุในประโยคงานประดิษฐ์นี้: We made a puppet ____ an old sock.

ดูคำตอบ

out of

The terriers were making piranhas.

0:29

พวกเทอร์เรียร์กำลังปั้นปลาปิรันย่า

Bluey was making a whale.

0:34

บลูอี้กำลังปั้นวาฬ

Winton was... Achoo!

0:36

วินตันกำลัง... ฮัดชิ้ว!

Ah.

0:38

อ่า

Booger.

0:38

ขี้มูก

Ew.

0:39

อี๋

Well,

0:40

ก็แบบว่า

Winton was Winton. ไวยากรณ์

0:41

วินตันก็คือวินตัน

ไวยากรณ์

Winton was Winton: โครงสร้าง X was X

การพูดชื่อซ้ำตรงนี้ไม่ใช่การบอกตัวตน Winton was Winton หมายความว่า พฤติกรรมตลกและค่อนข้างไม่เรียบร้อยของเขาเป็นแบบที่ทุกคนคาดไว้จากตัวเขาอยู่แล้ว ในโครงสร้าง X is/was X นั้น X ตัวที่สองแทนลักษณะที่คนคุ้นเคยและเชื่อมโยงกับบุคคลหรือสิ่งนั้น โครงสร้างนี้ช่วยสื่อว่า “นี่เป็นแบบฉบับของ X” โดยไม่ต้องแจกแจงทุกลักษณะ

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุดของประโยค Winton was Winton.

  1. เขาทำตัวในแบบเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย
  2. เขาเพียงกำลังบอกว่าตัวเองชื่ออะไร
  3. เขาเปลี่ยนไปเป็นคนอื่นแล้ว
ดูคำตอบ

เขาทำตัวในแบบเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย

And Indy,

0:43

และอินดี้

the hero of this story,

0:44

นางเอกของเรื่องนี้

was making a horse.

0:46

กำลังปั้นม้าอยู่

She worked at it very hard. วลี

0:47

เธอตั้งใจปั้นมากๆ

วลี

worked at it very hard: พยายามทำอย่างหนักและต่อเนื่อง

Work at something หมายถึงการทุ่มเทเวลาและความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อทำ ฝึกฝน หรือพัฒนาบางสิ่ง ในประโยคนี้ it หมายถึงงานที่พูดถึงไปแล้ว และ very hard เน้นว่าเธอใช้ความพยายามอย่างมาก at ใน at it ไม่ได้บอกสถานที่ วลีทั้งหมดเชื่อมความพยายามของเธอเข้ากับงานที่เธอกำลังพยายามทำให้ดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Ava พยายามอย่างหนักและต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะการเล่นสเกตบอร์ด?

  1. Ava watched one skateboarding video and never practiced.
  2. Ava had a job at the skate park every Saturday.
  3. Skateboarding was difficult for Ava, but she worked at it very hard.
ดูคำตอบ

Skateboarding was difficult for Ava, but she worked at it very hard.

First, ลำดับความ

0:50

อย่างแรก

she made the horse's body,

0:50

เธอปั้นตัวม้า

then its legs,

0:52

จากนั้นก็ขา

then she made the tail,

0:53

แล้วเธอก็ปั้นหาง

and finally the head.

0:55

และสุดท้ายก็หัว

ลำดับความ

First ... then ... then ... and finally: จัดลำดับขั้นตอน

First ใช้บอกขั้นตอนแรก then แต่ละครั้งพาผู้ฟังไปยังขั้นตอนกลางถัดไป และ and finally ใช้บอกขั้นตอนสุดท้าย คำเหล่านี้ช่วยจัดลำดับกระบวนการให้ติดตามได้ง่าย ไม่ได้เพียงบอกเวลาที่แยกจากกัน ใช้รูปแบบ First, ... then ... then ... and finally ... เพื่อจัดลำดับคำแนะนำ กระบวนการ หรือเหตุการณ์ในเรื่อง การใช้ then ซ้ำเป็นเรื่องธรรมชาติเมื่อมีขั้นตอนกลางมากกว่าหนึ่งขั้นตอน

แบบฝึกหัด

เติมขั้นตอนให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ First ... then ... then ... and finally ตามลำดับนี้: ____, open the app; ____, choose a photo; ____, add a caption; ____, press Save.

ดูคำตอบ

First · then · then · and finally

Horsey.

0:57

ม้าน้อย

She was very pleased with it.

0:59

เธอพอใจกับผลงานมากๆ เลย

Hey Bluey,

1:01

นี่บลูอี้

look.

1:02

ดูสิ

Oh, wow.

1:03

โอ้ ว้าว

But there was a problem. ลำดับความ

1:04

แต่มีปัญหาอยู่อย่างนึง

ลำดับความ

แต่มีปัญหาเกิดขึ้น

But ใช้แสดงการเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง: สถานการณ์ก่อนหน้าอาจฟังดูเหมือนกำลังไปได้ดีหรือเรียบง่าย แต่ตอนนี้ผู้พูดกำลังบอกว่ามีอุปสรรค There was a problem ใช้โครงสร้าง there was + คำนามเอกพจน์ เพื่อแนะนำปัญหาในฐานะข้อมูลใหม่ เมื่อนำมารวมกัน ประโยคนี้พาผู้ฟังจากสถานการณ์ก่อนหน้าไปสู่ความขัดแย้งที่ทำให้เรื่องดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า But there was a problem มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เพิ่มผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง
  2. แนะนำการเปลี่ยนทิศทางหรืออุปสรรค
  3. จบเรื่องโดยไม่มีเหตุการณ์ใหม่
ดูคำตอบ

แนะนำการเปลี่ยนทิศทางหรืออุปสรรค

That's a great cow, Indy.

1:05

ปั้นวัวได้สวยมากเลยอินดี้

Cow?

1:08

วัวเหรอ?

Indy's horse looked like a cow. วลี

1:09

ม้าของอินดี้หน้าตาเหมือนวัว

วลี

ดูเหมือนวัว

looked like + คำนาม หมายถึง ในอดีตสิ่งหนึ่งมีลักษณะคล้ายกับคำนามนั้น ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบรูปลักษณ์ มันยังคงเป็นม้า แต่รูปร่างหน้าตาทำให้นึกถึงวัว like ในที่นี้เป็นคำบุพบทที่ใช้แนะนำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ใช่กริยา like ที่แปลว่า “ชอบ” รูปอดีต looked สอดคล้องกับเหตุการณ์ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ look like ลงในประโยคให้สมบูรณ์: From a distance, the old shed ____ a small house

ดูคำตอบ

looked like

Nice cow, Indy.

1:11

วัวสวยดีนะอินดี้

It's not a cow,

1:12

มันไม่ใช่วัวนะ

it's a horse.

1:13

มันคือม้า

No, that's a cow.

1:14

ไม่ นั่นน่ะวัวชัดๆ

Winton.

1:17

วินตัน

Yes?

1:18

ครับ?

Winton.

1:19

วินตัน

Winton,

1:21

วินตัน

why can't you just be good? น้ำเสียง/เจตนา

1:22

ทำไมเธอถึงทำตัวดีๆ ไม่ได้นะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why can't you just be good? ในฐานะคำตำหนิที่หมดความอดทน

ในประโยคนี้ Why can't you just be good? เป็นคำถามเชิงตำหนิ ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เรื่องความสามารถ ผู้พูดกำลังโทษอีกฝ่ายและบอกให้หยุดทำตัวไม่ดี ในโครงสร้าง Why can't you just ...? คำว่า just ทำให้สิ่งที่ขอดูเป็นเรื่องง่ายหรือเป็นเรื่องที่ควรทำได้อยู่แล้ว จึงทำให้คำถามฟังดูหมดความอดทนมากขึ้น good ในประโยคนี้หมายถึงประพฤติตัวดี ไม่ได้หมายถึงมีความสามารถหรือประสบความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ผู้จัดการต้องการขอให้เพื่อนร่วมงานทำบางอย่างอย่างใจเย็นและสุภาพ ประโยค 'Why can't you just finish it today?' จะฟังดูเป็นกลางหรือไม่?

  1. ไม่ใช่ ฟังดูตำหนิและหมดความอดทน
  2. ใช่ เป็นคำพูดที่เป็นกลางและสุภาพ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ฟังดูตำหนิและหมดความอดทน

Cuz I'm not good.

1:24

ก็เพราะฉันไม่ได้เป็นเด็กดีไง

Indy was very upset.

1:25

อินดี้เสียใจมาก

She was so upset when her teacher came to see if she was all right. วลี

1:29

เธอเสียใจมากตอนที่คุณครูมาดูว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า

วลี

see if she was all right: ตรวจดูว่าใครบางคนเป็นอย่างไร

see if + อนุประโยค หมายถึงตรวจดูว่าบางอย่างเป็นจริงหรือไม่ ในประโยคนี้ครูมาเพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีสภาพเป็นอย่างไร see จึงหมายถึงตรวจสอบหรือดูให้แน่ใจ ไม่ใช่แค่ใช้ตามอง all right ในที่นี้หมายถึงปลอดภัย ร่างกายสบายดี หรือสภาพอารมณ์โอเค ไม่ได้หมายความว่าคำตอบหรือรายละเอียดทุกอย่างถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใน I called to see if Ana was all right วลี see if Ana was all right หมายความว่าอะไร?

  1. ตรวจดูว่าคำตอบทั้งหมดของ Ana ถูกต้องไหม
  2. ตรวจดูว่า Ana ปลอดภัยหรือสบายดีไหม
  3. บอก Ana ว่าทุกอย่างถูกต้อง
ดูคำตอบ

ตรวจดูว่า Ana ปลอดภัยหรือสบายดีไหม

Indy said,

1:34

อินดี้บอกว่า

"I don't want to make animals out of beeswax ever again." ไวยากรณ์

1:34

"หนูไม่อยากปั้นสัตว์จากขี้ผึ้งอีกแล้ว"

ไวยากรณ์

don't want to ... ever again: ไม่อยากทำอีกเลย

don't want to + คำกริยา บอกว่าผู้พูดไม่อยากทำสิ่งนั้น เมื่อเติม ever again การปฏิเสธจะแรงขึ้นมาก หมายถึงผู้พูดไม่อยากให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นอีกเลยในอนาคต โครงสร้างนี้มักใช้แสดงความหงุดหงิด ความกลัว หรือการตัดสินใจอย่างแน่วแน่หลังจากประสบการณ์ที่ไม่ดี อาจหมายถึงการตัดสินใจระยะยาว หรืออาจเป็นเพียงปฏิกิริยาที่พูดเกินจริงในช่วงที่กำลังมีอารมณ์ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เรียน: After a frightening roller-coaster ride, I ____ it ____.

ดูคำตอบ

don't want to ride · ever again

Oh, goodness me.

1:38

โอ้ ตายจริง

Tell me why,

1:39

บอกครูได้ไหมว่าทำไม

Indy?

1:40

อินดี้?

Because my horse looks like a cow.

1:41

เพราะม้าของหนูหน้าตาเหมือนวัวเลยค่ะ

And why do you think that is? น้ำเสียง/เจตนา

1:44

แล้วหนูคิดว่าเป็นเพราะอะไรล่ะจ๊ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why do you think that is?: ถามถึงสาเหตุอย่างอ่อนโยน

Why do you think that is? ใช้ถามเหตุผลของสถานการณ์ที่เพิ่งพูดถึง ในที่นี้ that หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ต้องให้ผู้ฟังระบุว่าเป็นอะไร do you think เป็นการเชิญให้อีกฝ่ายเสนอคำอธิบายของตนเอง จึงมักทำให้คำถามชวนคิดและตรงน้อยกว่า Why is that?

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งพูดว่า “The plant's leaves keep turning yellow.” คำถามใดชวนให้เด็กคิดถึงสาเหตุอย่างอ่อนโยน?

  1. Where do you think that is?
  2. What do you think that is?
  3. Why do you think that is?
ดูคำตอบ

Why do you think that is?

Because

1:45

เพราะว่า

And then Indy said something very sad.

1:47

แล้วอินดี้ก็พูดเรื่องที่น่าเศร้ามากออกมา

I'm not very good.

1:50

หนูไม่ค่อยเก่งค่ะ

So,

1:56

ดังนั้น

rather than work at it, ไวยากรณ์

1:56

แทนที่จะพยายามต่อไป

ไวยากรณ์

rather than work at it: เปรียบเทียบกับการกระทำที่ไม่ได้เลือก

rather than ใช้กล่าวถึงอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกตัดออกหรือไม่ได้เลือก ในที่นี้ work at it หมายถึงการพยายามต่อไป และวลีนี้แสดงว่านั่นคือการกระทำที่เธอไม่ได้เลือก เมื่อใช้เปรียบเทียบการกระทำ หลัง rather than สามารถตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานได้ เช่น rather than work วลีนี้นำการกระทำที่เป็นไปได้สองอย่างมาเปรียบเทียบกัน ไม่ได้บอกลำดับก่อนหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำแสดงการเปรียบเทียบสองคำที่กำลังเรียน: We took the stairs ____ wait for the elevator.

ดูคำตอบ

rather than

Indy never made anything out of beeswax ever again.

1:58

อินดี้ก็ไม่เคยปั้นอะไรจากขี้ผึ้งอีกเลย

What?

2:01

อะไรนะ?

Why?

2:02

ทำไมล่ะ?

Because she told herself she wasn't very good. วลี

2:03

เพราะเธอบอกตัวเองว่าเธอไม่ค่อยเก่งไงล่ะ

วลี

told herself: พูดความคิดกับตัวเอง

ใน told herself คำว่า herself ย้อนกลับไปหา she ดังนั้นผู้ที่ส่งข้อความกับผู้รับจึงเป็นคนเดียวกัน ข้อความนี้อาจเป็นคำพูดในใจที่ไม่ได้พูดออกเสียง ในที่นี้เธอยอมรับความคิดว่าตัวเองไม่เก่งนัก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ tell + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + อนุประโยค: I told myself that..., he told himself that... และ they told themselves that.... มักใช้กับคำพูดในใจ การให้กำลังใจตัวเอง ข้ออ้าง และความเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง

แบบฝึกหัด

told herself หมายถึงอะไรในประโยคนี้: Maya told herself that one mistake did not make her a failure?

  1. มายาพูดความคิดนี้กับตัวเองในใจ
  2. มายาได้ยินคนอื่นพูดเช่นนั้น
  3. มายาพูดความคิดนี้กับเด็กผู้หญิงอีกคน
ดูคำตอบ

มายาพูดความคิดนี้กับตัวเองในใจ

Oh, yeah,

2:05

โอ้ ใช่

I did.

2:06

ฉันบอกแบบนั้นแหละ

And it's true.

2:07

และมันก็เป็นเรื่องจริงด้วย

I'm not.

2:08

ฉันไม่เก่งหรอก

The end.

2:09

จบ

I don't like that story,

2:13

หนูไม่ชอบเรื่องนั้นเลยค่ะ

Calypso.

2:15

ครูคาลิปโซ่

Me neither.

2:16

ฉันก็ไม่ชอบ

But it's your story.

2:16

แต่มันเป็นเรื่องของเธอนะ

I liked how I was in it.

2:18

ฉันชอบตอนที่ฉันอยู่ในเรื่องนะ

I don't like how Indy gives up. กริยาวลี

2:20

ฉันไม่ชอบที่อินดี้ยอมแพ้เลย

กริยาวลี

gives up: หยุดพยายาม

Gives up เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยาวลี give up ในที่นี้หมายถึง “หยุดพยายาม” เมื่อเจอเรื่องยาก โดย Indy ซึ่งเป็นประธานคือคนที่หยุดพยายาม ในความหมายนี้ต้องมอง give up เป็นหน่วยเดียวกัน คำว่า up ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ give up: Even when the puzzle is difficult, Maya never ____.

ดูคำตอบ

gives up

Well,

2:22

เอาล่ะ

why don't you tell a different story? น้ำเสียง/เจตนา

2:22

ทำไมเธอไม่เล่าเรื่องที่ต่างออกไปดูล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don’t you ...?: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

Why don’t you + กริยารูปพื้นฐาน? มักใช้เพื่อเสนอแนะ ในที่นี้ tell เป็นกริยารูปพื้นฐาน และผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ฟังเลือกเล่าเรื่องอื่น แม้จะอยู่ในรูปคำถาม แต่ในบริบทนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามหาเหตุผล ความหมายในการใช้จริงใกล้เคียงกับ “ฉันแนะนำให้คุณ...” หรือ “ลอง...ดีไหม?”

แบบฝึกหัด

ใช้ Why don't you...? เพื่อเสนอแนะเพื่อนที่เหนื่อยอย่างนุ่มนวล: ____ take a short break?

ดูคำตอบ

Why don't you

Yeah,

2:24

ใช่

and make me really muscly.

2:24

แล้วก็ให้ฉันกล้ามใหญ่ๆ ด้วยนะ

Please.

2:26

ขอร้องล่ะ

Um,

2:27

อืม

okay.

2:28

โอเค

This episode of Bluey is called Stories.

2:29

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า นิทาน

Once upon a time, ลำดับความ

2:33

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ลำดับความ

Once upon a time ในฐานะคำเปิดเรื่องแบบดั้งเดิม

Once upon a time เป็นวลีตายตัวที่ใช้เปิดเรื่องเล่าแบบดั้งเดิมและนิทาน วลีนี้บอกว่าเรื่องกำลังจะเริ่มขึ้นและวางเหตุการณ์ไว้ในอดีตอันไกลโพ้นที่ไม่ได้ระบุเวลาแน่ชัด ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นเครื่องหมายที่ช่วยจัดลำดับการเล่าเรื่อง ไม่ใช่คำที่ชี้ถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง วลีนี้เตรียมผู้ฟังให้พบกับตัวละคร ฉาก หรือเหตุการณ์เริ่มต้นของเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดนิทานแบบดั้งเดิมให้สมบูรณ์: ____, a tiny bird found a silver key.

ดูคำตอบ

Once upon a time

there was a kid called Indy.

2:34

มีเด็กคนหนึ่งชื่ออินดี้

She thought she was no good at anything. วลี

2:36

เธอคิดว่าตัวเองไม่เก่งอะไรเลย

วลี

no good at anything ในฐานะการประเมินตนเองเชิงลบแบบเหมารวม

be no good at something หมายถึงขาดทักษะในการทำกิจกรรมนั้น ใน no good at anything คำว่า anything ขยายขอบเขตจากทักษะเดียวไปเป็นกิจกรรมทุกอย่างที่เป็นไปได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นการประเมินตนเองในแง่ลบแบบเหมารวมและมีอารมณ์รุนแรง ไม่ใช่หลักฐานว่าบุคคลนั้นไม่มีความสามารถใดเลยจริง ๆ มักแสดงถึงความท้อแท้หรือการตำหนิตนเองเกินจริง

แบบฝึกหัด

ประโยค She thought she was no good at anything. มีความหมายตรงที่สุดว่าอย่างไร?

  1. เธอเชื่อว่าสิ่งของทุกอย่างรอบตัวไม่มีประโยชน์
  2. เธอเชื่อว่างานเฉพาะอย่างหนึ่งเพียงงานเดียวผิดพลาด
  3. เธอเชื่อว่าตนเองไม่มีความสามารถในกิจกรรมใดเลย
ดูคำตอบ

เธอเชื่อว่าตนเองไม่มีความสามารถในกิจกรรมใดเลย

I'm not very good at anything.

2:38

ฉันไม่เก่งอะไรเลย

But then Winton came in.

2:41

แต่แล้ววินตันก็เดินเข้ามา

Flop.

2:44

แปะ

Now,

2:45

คือว่านะ

Winton could be a pickle sometimes,

2:45

วินตันอาจจะซุกซนไปบ้างในบางครั้ง

but he had a very kind heart. สำนวน

2:47

แต่เขามีจิตใจที่อ่อนโยนมาก

สำนวน

have a very kind heart: มีจิตใจที่เมตตามาก

ในวลี a very kind heart คำว่า heart เป็นคำเปรียบเทียบถึงนิสัยที่เอาใจใส่และมีน้ำใจของคน ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหัวใจ ประโยคนี้บอกว่าโดยเนื้อแท้แล้วเขาเป็นคนดีและมีเมตตา โครงสร้าง have a kind heart ใช้บอกลักษณะนิสัย ส่วน very เน้นระดับของ kind ไม่ได้บอกขนาดหรือสุขภาพของหัวใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง have a kind heart: Everyone trusts Maya because she has ____.

ดูคำตอบ

a kind heart

He said to Indy,

2:50

เขาพูดกับอินดี้ว่า

"You are good at things,

2:51

"เธอมีสิ่งที่เก่งนะ

Indy,

2:53

Indy,

really."

2:53

จริง ๆ"

I'm not.

2:54

ฉันไม่เก่งหรอก

Look,

2:55

ดูสิ

my horse looks like a cow.

2:55

ม้าของฉันหน้าตาเหมือนวัวเลย

Winton.

2:59

วินตัน

Sorry.

3:00

ขอโทษ

Well,

3:01

เอาเถอะ

I still say you're good at things. น้ำเสียง/เจตนา

3:02

ฉันก็ยังบอกว่าเธอมีสิ่งที่เก่งอยู่ดี

น้ำเสียง/เจตนา

I still say + อนุประโยค: ยังคงยืนยันความเห็นเดิม

I still say ใช้นำเสนอความเห็นที่ผู้พูดยังคงยึดถือ แม้มีคนไม่เห็นด้วยหรือสงสัย ในที่นี้ still แสดงว่าความเห็นของผู้พูดไม่เปลี่ยน ไม่ได้หมายความเพียงว่ายังพูดต่ออยู่ อนุประโยคหลัง say บอกความเห็นนั้น โดยมีโครงสร้าง I still say + อนุประโยค โครงสร้างนี้ใช้แย้งอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล พร้อมกับให้การสนับสนุนหรือกำลังใจได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำ I still say เพื่อแสดงว่าความเห็นไม่เปลี่ยน: You may disagree, but ____ this route is safer.

ดูคำตอบ

I still say

Was Indy going to believe Winton? ลำดับความ

3:05

อินดี้จะเชื่อวินตันไหมนะ?

ลำดับความ

Was Indy going to believe Winton?:คำถามเล่าเรื่องเพื่อสร้างความลุ้นระทึก

Was Indy going to believe Winton? ไม่ใช่คำถามที่ผู้เล่าเรื่องถามอินดี้จริง ๆ เพื่อให้ตอบในตอนนั้น แต่เป็นคำถามเชิงการเล่าเรื่องที่โยนให้ผู้ฟังคิดว่าอินดี้จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป was ... going to ... ในที่นี้มองจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่องไปยังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ความหมายใกล้เคียงกับ “สุดท้ายแล้วอินดี้จะเชื่อวินตันไหม” คำถามนี้เชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้ากับการเปิดเผยเรื่องถัดไปและสร้างความลุ้นระทึก

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า ผู้บรรยายถาม “Was Indy going to believe Winton?” ไปเพื่ออะไรเป็นหลัก

  1. ขอให้อินดี้ตอบทันที
  2. ทำให้ผู้ฟังสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
  3. รายงานข้อเท็จจริงที่จบไปแล้วโดยไม่สร้างความลุ้นระทึก
ดูคำตอบ

ทำให้ผู้ฟังสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Yes.

3:09

เชื่อสิ

Hooray.

3:10

ไชโย

Can you help me,

3:10

ช่วยฉันหน่อยได้ไหม

Winton?

3:11

วินตัน?

Okay.

3:12

ได้สิ

I told you Winton had a kind heart.

3:13

ฉันบอกแล้วไงว่าวินตันจิตใจดี

So,

3:16

ดังนั้น

Winton and Indy tried to figure out what was wrong with cow horse. กริยาวลี

3:16

วินตันกับอินดี้จึงพยายามหาว่ามีอะไรผิดปกติกับม้าวัว

กริยาวลี

figure out:คิดหาจนเข้าใจว่ามีอะไรผิดปกติ

figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำความเข้าใจบางสิ่งโดยการคิด ตรวจสอบ หรือแก้ปัญหา ในประโยคนี้ Winton กับ Indy กำลังพยายามหาสาเหตุของปัญหาที่เกิดกับ cow horse ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นกระบวนการค่อย ๆ หาคำตอบ ไม่ใช่แค่สังเกตเห็นว่ามีปัญหา อนุประโยค what was wrong บอกว่าพวกเขาพยายามทำความเข้าใจเรื่องใด ในที่นี้ figure out เป็นสำนวนเดียวกัน ไม่ได้หมายถึง figure ในความหมายว่า “วาดรูปทรง” แล้วเติม out เข้าไป

แบบฝึกหัด

กริยาวลีใดเหมาะที่สุดเมื่อใครคนหนึ่งค่อย ๆ คิดจนเข้าใจปัญหา We need to ___ why the machine stopped.

  1. figure out
  2. look for
  3. find out
ดูคำตอบ

figure out

Is it the color?

3:20

สีหรือเปล่า?

Uh,

3:22

เอ่อ

I don't think so.

3:22

ฉันว่าไม่ใช่นะ

I know.

3:23

ฉันรู้แล้ว

We should find a picture of a cow and look at it.

3:24

เราควรหารูปวัวมาดูนะ

Oh,

3:26

โอ้

yeah.

3:27

ใช่เลย

Oh,

3:29

โอ้

I'm liking this story. ไวยากรณ์

3:30

ฉันชักจะชอบเรื่องนี้แล้วสิ

ไวยากรณ์

I'm liking this story: like ในรูป progressive

ในที่นี้ I'm liking this story หมายถึงผู้พูดกำลังรู้สึกชอบเรื่องนี้ในตอนนี้ และความรู้สึกดีนั้นกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างประสบการณ์ รูป progressive ทำให้ปฏิกิริยานี้ดูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยทั่วไป like เป็นคำกริยาบอกสภาวะที่มักใช้ในรูป simple แต่ในภาษาพูดประจำวันสามารถใช้รูป progressive ได้เมื่อความรู้สึกเป็นเพียงชั่วคราว กำลังเปลี่ยนแปลง หรือผูกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการใช้ like ทุกกรณีจะเปลี่ยนเป็นรูป progressive ได้

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งเริ่มใช้แอปใหม่และกำลังรู้สึกชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ ประโยคใดสื่อปฏิกิริยาที่กำลังเกิดขึ้นนี้ได้ดีที่สุด

  1. I'm really liking this app so far.
  2. I really like apps in general.
  3. I really liked this app last year.
ดูคำตอบ

I'm really liking this app so far.

Me too.

3:31

ฉันก็เหมือนกัน

Cinderella,

3:32

ซินเดอเรลล่า

no.

3:33

ไม่ใช่

Three little pigs.

3:34

ลูกหมูสามตัว

Oh,

3:35

โอ้

Winton.

3:36

วินตัน

Old MacDonald. วัฒนธรรม

3:36

ตาเฒ่าแมคโดนัลด์

He's got a cow,

3:38

เขามีวัวนะ

doesn't he? ไวยากรณ์

3:39

ใช่ไหม?

วัฒนธรรม

Old MacDonald กับการอ้างถึงเพลงเกี่ยวกับฟาร์ม

Old MacDonald หมายถึงเจ้าของฟาร์มในเพลงเด็กภาษาอังกฤษดั้งเดิม Old MacDonald Had a Farm เพลงนี้เชื่อมโยงตัวละครดังกล่าวกับฟาร์มและสัตว์หลายชนิด ด้วยพื้นหลังทางวัฒนธรรมที่ผู้คนรู้จักร่วมกัน ชื่อนี้จึงทำให้นึกถึงวัว ม้า และสัตว์ในฟาร์มชนิดอื่นทันที ในประโยคนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อของคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Old MacDonald ทำให้นึกถึงพื้นหลังใดโดยตรงที่สุด

  1. คนแปลกหน้าทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟาร์ม
  2. ฟาร์มและสัตว์ในฟาร์ม
  3. สถานีรถไฟในเมือง
ดูคำตอบ

ฟาร์มและสัตว์ในฟาร์ม

ไวยากรณ์

doesn't he? ในคำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน

doesn't he? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ต่อจากข้อความบอกเล่าเชิงบวก ผู้พูดเชื่ออยู่แล้วว่า He's got a cow เป็นความจริง และขอให้ผู้ฟังช่วยยืนยัน คำถามท้ายประโยคนี้ใช้รูปปฏิเสธของ does คือ doesn't และใช้ he เพื่ออ้างกลับไปยังประธานเดิม รูปแบบ “ข้อความบอกเล่าเชิงบวก + คำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธ” ใช้ตรวจสอบข้อมูลที่คิดว่าทั้งสองฝ่ายรับรู้ร่วมกันได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยันให้สมบูรณ์: Ben owns a dog, ____?

ดูคำตอบ

doesn't he

Let me check.

3:40

ขอฉันเช็คแป๊บนะ

Old MacDonald had a farm,

3:41

ตาเฒ่าแมคโดนัลด์มีฟาร์ม

E-I-E-I-O.

3:43

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

And on that farm,

3:44

และในฟาร์มนั้น

he had a cow.

3:45

เขามีวัวหนึ่งตัว

Yes.

3:47

ใช่

E-I-E-I-O.

3:48

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

Hmm,

3:52

อืม

they definitely look the same as each other. วลี

3:52

มันหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลยจริงๆ ด้วย

วลี

look the same as each other เพื่อเปรียบเทียบรูปลักษณ์ซึ่งกันและกัน

look the same as each other หมายถึงประธานตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมีรูปลักษณ์เหมือนกันเมื่อเปรียบเทียบกัน look หมายถึง “ดูเหมือน” the same as แสดงความเท่ากัน และ each other แสดงว่าประธานเหล่านั้นถูกนำมาเปรียบเทียบกัน ใช้โครงสร้างนี้กับประธานพหูพจน์หรือรายชื่อประธานหลายรายการ โดยใช้เปรียบเทียบรูปลักษณ์ของคน สิ่งของ รูปภาพ หรืองานออกแบบได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบเป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The two masks ____.

ดูคำตอบ

look the same as each other

Hang on, น้ำเสียง/เจตนา

3:55

เดี๋ยวนะ

we already knew that.

3:55

เรารู้เรื่องนั้นอยู่แล้วนี่

น้ำเสียง/เจตนา

Hang on: หยุดชั่วครู่เพื่อคิดทบทวน

ในประโยคนี้ Hang on เป็นคำบอกจังหวะในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เดี๋ยวก่อน” ผู้พูดเพิ่งสังเกตว่าความคิดที่ดำเนินอยู่มีปัญหา จึงหยุดก่อนจะแก้ไขสิ่งที่พูด เมื่ออยู่ต้นประโยค Hang on ใช้หยุดกระแสการพูดเพื่อเกริ่นถึงสิ่งที่เพิ่งนึกได้ ข้อโต้แย้ง หรือการแก้ไข ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการห้อยหรือจับยึดบางสิ่งตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำพูดแบบไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึง “เดี๋ยวก่อน ฉันเพิ่งสังเกตเห็นปัญหา”: ____, this total can't be right.

ดูคำตอบ

Hang on

Oh,

3:57

อ้อ

yeah.

3:57

ใช่แฮะ

We need to know what a horse looks like. ไวยากรณ์

3:58

เราต้องรู้ว่าม้าหน้าตาเป็นยังไงต่างหาก

ไวยากรณ์

what a horse looks like: ลำดับคำแบบบอกเล่าในคำถามแบบฝัง

ในที่นี้ what a horse looks like เป็นคำถามแบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ know โดยถามข้อมูลเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของม้า เนื่องจากคำถามอยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + รูปที่ถูกต้องของ look + like คำถามที่ใช้เดี่ยว ๆ คือ What does a horse look like? แต่หลังคำกริยาอย่าง know, show หรือ find out จะไม่คง does หรือลำดับคำแบบคำถามตรงไว้

แบบฝึกหัด

เรียงคำต่อไปนี้ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามแบบฝังหลัง show: what / the machine / looks like. Can you show me ____?

ดูคำตอบ

what the machine looks like

See if Old MacDonald had a horse.

4:00

ดูว่า Old MacDonald มีม้าไหม

Chicken,

4:02

ไก่

duck,

4:03

เป็ด

pig.

4:04

หมู

Oh,

4:05

โอ้

no horse.

4:06

ไม่มีม้าแฮะ

Aw.

4:07

โธ่

That's very strange.

4:08

แปลกจังเลยนะ

Winton,

4:10

วินตัน

why wouldn't Old MacDonald have a horse?

4:11

ทำไมตาเฒ่าแมคโดนัลด์ถึงไม่มีม้าล่ะ?

Winton.

4:14

วินตัน

Maybe it ran away. กริยาวลี

4:15

สงสัยมันคงวิ่งหนีไปแล้วมั้ง

กริยาวลี

ran away: ออกจากสถานที่เดิม

Ran away เป็นรูปอดีตของกริยาวลี run away หมายถึงคนหรือสัตว์ออกจากสถานที่เดิม มักสื่อว่าไปอย่างกะทันหันหรือหนีเพื่อเอาตัวรอด คำว่า away เป็นส่วนสำคัญของความหมายนี้ ran เพียงคำเดียวบอกแค่ว่ามีคนวิ่ง แต่ ran away มองการเคลื่อนไหวนั้นว่าเป็นการออกจากสถานที่เดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ run away: The frightened dog slipped through the open gate and ____.

ดูคำตอบ

ran away

Winton.

4:16

วินตัน

Yes?

4:17

ครับ?

Why don't I just say my horse is a cow?

4:18

ทำไมฉันไม่บอกไปเลยล่ะว่าม้าของฉันคือวัว?

But it's not a cow,

4:21

แต่มันไม่ใช่วัวนะ

it's a horse.

4:22

มันคือม้า

I know,

4:23

ฉันรู้

but it's not a very good horse, การใช้คำ

4:24

ถึงมันจะไม่ใช่ม้าที่สวยมาก

but it is a pretty good cow.

4:26

แต่มันเป็นวัวที่สวยดีนะ

การใช้คำ

good ใน not a very good horse ... a pretty good cow: ความเหมาะสมกับประเภท

ใน not a very good horse และ a pretty good cow คำว่า good ใช้ประเมินว่าสิ่งเดียวกันนั้นแสดงรูปร่างของสัตว์ได้สำเร็จเพียงใด หมายถึงดูน่าเชื่อหรือทำได้ดีในฐานะตัวอย่างของประเภทนั้น ไม่ได้หมายถึงดีทางศีลธรรม โครงสร้างคู่ขนาน not a very good X, but a pretty good Y เปลี่ยนประเภทที่ใช้ตัดสินสิ่งนั้น คือเป็นม้าได้ไม่ดี แต่เป็นวัวได้ค่อนข้างดี ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ไม่ได้หมายถึง “สวย”

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม not a very good horse, but ... a pretty good cow หมายความว่าอย่างไร

  1. ม้าประพฤติตัวไม่ดี แต่วัวประพฤติตัวดี
  2. สิ่งนั้นดูไม่ค่อยน่าเชื่อว่าเป็นม้า แต่ถ้ามองเป็นวัวก็ทำได้ค่อนข้างดี
  3. ม้าดูไม่สวย แต่วัวสวย
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นดูไม่ค่อยน่าเชื่อว่าเป็นม้า แต่ถ้ามองเป็นวัวก็ทำได้ค่อนข้างดี

As well as having a kind heart and being really muscly, ไวยากรณ์

4:29

นอกจากจะมีจิตใจดีและกล้ามใหญ่แล้ว

Winton was as honest as they come. สำนวน

4:32

วินตันยังเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากด้วย

ไวยากรณ์

As well as having ... and being ...: เพิ่มข้อมูลไว้ต้นประโยค

เมื่ออยู่ต้นประโยค โครงสร้าง As well as + -ing ใช้ให้ข้อมูลเสริมก่อนใจความหลัก หมายถึง “นอกจาก...แล้ว” ในที่นี้ having a kind heart และ being really muscly เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันเพื่อบอกคุณลักษณะเสริมสองอย่าง ใจความหลักอยู่ที่อนุประโยค Winton was as honest as they come โครงสร้างเปิดประโยคแบบนี้ช่วยรวมคุณลักษณะหรือกิจกรรมเสริมให้กระชับ โดยไม่ต้องสร้างอนุประโยคแยกสำหรับแต่ละอย่าง

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้องหลัง as well as: As well as ____ dinner, Omar washed the dishes. (cook)

ดูคำตอบ

cooking

สำนวน

as honest as they come: ซื่อสัตย์อย่างที่สุด

As honest as they come เป็นสำนวนประเมินคุณลักษณะในระดับที่สูงมาก หมายความว่า Winton ซื่อสัตย์พอ ๆ กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สุดที่หาได้ หรือพูดง่าย ๆ ว่าเขาซื่อสัตย์อย่างยิ่ง รูปแบบคือ as + adjective + as they come ในที่นี้ they กล่าวถึงคนหรือสิ่งของประเภทนั้นโดยทั่วไป และ come หมายถึง “มีอยู่หรือพบได้ในฐานะตัวอย่าง” ไม่ใช่การเดินทางมาถึง รูปแบบนี้ใช้กับคำคุณศัพท์ที่บอกระดับได้ เช่น kind, tough หรือ reliable

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน as + adjective + as they come โดยใช้ honest: You can trust Maya; she is ____.

ดูคำตอบ

as honest as they come

No,

4:35

ไม่ได้นะ

Indy,

4:35

อินดี้

it's a horse.

4:36

นี่คือม้า

Well,

4:37

ก็ได้

it will be.

4:38

เดี๋ยวมันก็เป็นม้าเอง

We just have to work at it. น้ำเสียง/เจตนา

4:39

เราแค่ต้องตั้งใจปั้นมัน

น้ำเสียง/เจตนา

just have to work at it.: แค่พยายามต่อไปก็พอ

just have to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้เสนอว่าขั้นตอนต่อไปมีเพียงอย่างเดียวและทำได้จริง หมายถึงเราแค่ต้องทำบางอย่าง ในที่นี้ work at it หมายถึงการทุ่มเวลาและความพยายามต่อไปเพื่อปรับปรุงหรือแก้ปัญหาที่รู้กันอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึงการทำงานอยู่บนสิ่งนั้นตามตัวอักษร just ในการใช้แบบนี้ไม่ได้แปลว่าปัญหาไม่สำคัญ แต่ทำให้วิธีแก้ฟังดูง่ายและทำได้จริงขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค We just have to work at it ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. เราควรยอมแพ้ตอนนี้
  2. ปัญหานี้ไม่สำคัญ
  3. การพยายามต่อไปเป็นวิธีที่ทำได้จริงในการปรับปรุงมัน
ดูคำตอบ

การพยายามต่อไปเป็นวิธีที่ทำได้จริงในการปรับปรุงมัน

But we don't have a picture of a horse.

4:40

แต่เราไม่มีรูปม้านะ

No,

4:43

ไม่มีหรอก

but I've got a better idea. วลี

4:43

แต่ฉันมีไอเดียที่ดีกว่า

วลี

I've got a better idea.: เสนอทางเลือกที่ดีกว่า

I've got a better idea เป็นวิธีพูดแบบสนทนาเพื่อเสนอแผนทางเลือก better ใช้เปรียบเทียบความคิดนี้กับความคิดที่พูดไปแล้วหรือกำลังพิจารณาอยู่ ดังนั้นวลีนี้จึงมักส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนแนวทาง ในที่นี้ I've got หมายถึง I have หรือมี ไม่ได้หมายถึงได้รับบางสิ่งมา รูปย่อนี้ทำให้วลีฟังเป็นธรรมชาติและไม่เป็นทางการในการสนทนา

แบบฝึกหัด

ในประโยค I've got a better idea ผู้พูดกำลังทำอะไร

  1. ตกลงทำตามแผนแรก
  2. บอกว่าไม่มีความคิดใดใช้ได้
  3. เสนอแผนทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
ดูคำตอบ

เสนอแผนทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

Come on.

4:45

ตามมาสิ

Oh,

4:47

อ้อ

by the way, ลำดับความ

4:47

จะว่าไป

Winton could also transform into a car.

4:48

วินตันยังสามารถแปลงร่างเป็นรถได้ด้วยนะ

ลำดับความ

by the way: การเสริมข้อมูลข้างเคียง

by the way เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเสริมความคิดเห็น ไม่ใช่เล่าขั้นตอนหลักถัดไปของเรื่อง ในประโยคนี้ คำนี้เกริ่นข้อมูลเพิ่มเติมว่า Winton แปลงร่างเป็นรถได้ด้วย เมื่อได้ยินคำนี้ ให้คาดว่าจะมีข้อมูลแทรกสั้น ๆ หรือการเปลี่ยนไปพูดถึงสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งนึกขึ้นได้ หลังจากนั้นผู้พูดอาจกลับเข้าสู่เรื่องหลัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “By the way, your keys are on the kitchen table.” คำว่า by the way ส่งสัญญาณอะไร

  1. ผู้พูดกำลังเสริมความคิดเห็นข้างเคียง
  2. ผู้พูดกำลังอธิบายวิธีการ
  3. ผู้พูดกำลังบอกเส้นทางไปตามถนน
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเสริมความคิดเห็นข้างเคียง

They asked Calypso if they could go see Major Tom,

4:50

พวกเขาไปถามครูคาลิปโซ่ว่าขอไปดูเมเจอร์ทอม

the horse who lived next door.

4:54

ม้าที่อยู่ข้างบ้านได้ไหม

Hold up your cow horse, กริยาวลี

4:56

ยกม้าวัวของเธอขึ้นมาสิ

กริยาวลี

Hold up: ยกสิ่งของขึ้นให้คนอื่นเห็น

ในประโยคนี้ Hold up หมายถึง “ยกสิ่งของขึ้นและถือไว้ในจุดที่คนอื่นมองเห็นได้” กรรม your cow horse ระบุว่าสิ่งใดต้องถูกยกขึ้น กริยาวลีนี้แยกคำได้ จึงพูดว่า hold your cow horse up ได้เช่นกัน ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า hold it up ไม่ใช่ hold up it

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “Hold up your drawing so everyone can see it.” คุณควรทำอย่างไร

  1. รอก่อนเริ่มวาดภาพ
  2. วางภาพวาดราบไว้บนโต๊ะ
  3. ยกภาพวาดขึ้นและแสดงให้ดู
ดูคำตอบ

ยกภาพวาดขึ้นและแสดงให้ดู

Indy.

4:57

อินดี้

Okay.

4:58

โอเค

Suddenly,

5:00

ทันใดนั้น

it was all so clear. วลี

5:00

ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง

วลี

was all so clear: สถานการณ์ทั้งหมดเข้าใจได้ง่าย

ในที่นี้ clear หมายถึง “เข้าใจง่าย” หรือ “ชัดแจ้ง” ไม่ได้หมายถึง “โปร่งใส” หรือ “สะอาดหลังจากทำความสะอาด” กริยารูปอดีต was บอกว่านี่คือสภาพของเรื่องในตอนนั้น ใน all so clear คำว่า all หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด และ so เน้นระดับของ clear เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าทุกส่วนของสถานการณ์เข้าใจได้ง่ายมากในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

clear ใน “It was all so clear” หมายความว่าอะไร?

  1. สะอาดหลังจากล้าง
  2. เข้าใจง่าย
  3. ทำจากวัสดุโปร่งใส
ดูคำตอบ

เข้าใจง่าย

It's the neck.

5:02

คอไงล่ะ

It's the neck.

5:02

คอมันนี่เอง

It's too short. ไวยากรณ์

5:03

มันสั้นเกินไป

ไวยากรณ์

too short: สั้นกว่าขอบเขตที่ยอมรับได้

too + คำคุณศัพท์ หมายความว่าคุณลักษณะนั้นเกินขอบเขตที่เหมาะสมหรือยอมรับได้ ดังนั้น too short จึงหมายถึง “สั้นกว่าที่ควรจะเป็น” ไม่ใช่เพียง “สั้นมาก” วลีนี้มักชี้ว่ามีปัญหาหรือยังไม่ตอบสนองความต้องการ จึงมักสื่อว่าต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง หรือไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย too + คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ยาวไม่พอ”: The rope cannot reach the branch because it's ____.

ดูคำตอบ

too short

Horses have long necks.

5:05

ม้าต้องคอยาวสิ

We sure do. น้ำเสียง/เจตนา

5:06

แน่นอนอยู่แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

sure do. ... การยืนยันอย่างหนักแน่นด้วยกริยาช่วย do

sure do เป็นคำตอบที่ยืนยันอย่างหนักแน่น sure เป็นคำกริยาวิเศษณ์ ส่วน do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยาที่พูดไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดซ้ำ ในที่นี้ข้อความก่อนหน้าคือ have long necks ดังนั้น We sure do. จึงหมายความว่า เรามีคอที่ยาวจริงๆ ใช้ sure do เมื่อประธานคนเดิมยืนยันข้อเท็จจริง การกระทำ หรือสภาวะที่เพิ่งพูดถึง เมื่อเทียบกับ We do. แบบธรรมดา สำนวนนี้ฟังดูหนักแน่นและมั่นใจกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบที่ยืนยันอย่างหนักแน่นให้สมบูรณ์: A: Do we have enough paint? B: We ____.

ดูคำตอบ

sure do

Yay.

5:08

เย้

Thanks,

5:09

ขอบคุณนะ

Major Tom.

5:10

เมเจอร์ทอม

No worries. น้ำเสียง/เจตนา

5:11

ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

No worries. ... คำตอบแบบไม่เป็นทางการต่อคำขอบคุณหรือคำขอโทษเรื่องเล็กน้อย

No worries. เป็นคำตอบติดปากแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการรายงานตามตัวอักษรว่าไม่มีความกังวล หลังคำขอบคุณหมายถึง ไม่เป็นไร หรือ ยินดี และหลังคำขอโทษเรื่องเล็กน้อยอาจหมายถึง ไม่เป็นไร หรือ ไม่มีปัญหา ในประโยคนี้ใช้ตอบคำขอบคุณ ผู้พูดจึงสื่อว่าการช่วยเหลือนั้นไม่ได้ทำให้เดือดร้อน

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: No worries. เป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติและสบาย ๆ ต่อคำขอโทษเล็กน้อย เช่น Sorry I'm a minute late.

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

And Winton,

5:12

และวินตัน

Old MacDonald does have a horse, ไวยากรณ์

5:12

ตาเฒ่าแมคโดนัลด์มีม้าจริงๆ นะ

ไวยากรณ์

does have: do เพื่อเน้นในประโยคบอกเล่า

ในวลีบอกเล่า does have คำว่า does ใช้เพิ่มน้ำหนักว่า Old MacDonald มีม้าจริง ๆ จึงเป็นการแก้ความเข้าใจที่ว่าเขาไม่มีม้า เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สามใน present simple โครงสร้างคือ does + คำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ does have ไม่ใช่ does has ถ้าไม่เน้น ประโยคกลาง ๆ คือ Old MacDonald has a horse.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจโดยใช้ do เพื่อเน้น: 'Maya doesn't like puzzles.' 'She ____ puzzles—she solves one every day.'

ดูคำตอบ

does like

but she was on holiday when they wrote the book. การใช้คำ

5:14

แต่เธอไปพักร้อนตอนที่พวกเขาเขียนหนังสือน่ะ

การใช้คำ

on holiday: สำนวนอังกฤษแบบบริติชที่แปลว่าไปพักร้อน

ในที่นี้ on holiday หมายถึงการหยุดจากงานหรือกิจวัตรตามปกติเพื่อพักผ่อนหรือเดินทาง ไม่ได้หมายถึง “ในวันหยุดนักขัตฤกษ์วันหนึ่ง” ประโยคนี้สร้างมุกด้วยการพูดถึงม้าราวกับเป็นคนที่บังเอิญไม่อยู่เพราะไปเที่ยว สำนวนนี้ใช้เป็นปกติในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ on vacation เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “ไม่อยู่เพราะไปพักผ่อน”: Our coach is ____ this week, so there is no practice.

ดูคำตอบ

on holiday

Oh.

5:16

อ้อ

Now,

5:17

ตอนนี้

they were ready to fix cow horse.

5:18

พวกเขาพร้อมที่จะแก้ม้าวัวแล้ว

Rolling beeswax is easy with these big muscles. ไวยากรณ์

5:20

การปั้นขี้ผึ้งเป็นเรื่องง่ายเลยเมื่อมีกล้ามมัดใหญ่พวกนี้

ไวยากรณ์

Rolling beeswax is easy: การใช้วลี -ing เป็นประธาน

Rolling beeswax หมายถึง “กิจกรรมการม้วนขี้ผึ้ง” วลี -ing ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ส่วน rolling ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาในรูป present continuous ใช้รูปแบบ Doing something is easy/hard เพื่อประเมินว่ากิจกรรมหนึ่งทำได้ง่ายหรือยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing เป็นประธานเพื่อบอกว่ากิจกรรมหนึ่งทำได้ง่าย

  1. Spelling this word is easy.
  2. This word is spelling easy.
  3. Spell this word is easy.
ดูคำตอบ

Spelling this word is easy.

Thanks,

5:24

ขอบใจนะ

Winton.

5:24

วินตัน

Bye-bye, ลำดับความ

5:25

บ๊ายบายนะ

cow,

5:26

เจ้าวัว

and hello,

5:27

และสวัสดีจ้ะ

horse.

5:28

เจ้าม้า

ลำดับความ

Bye-bye, X, and hello, Y: การประกาศการเปลี่ยนแปลง

โครงสร้างคู่ Bye-bye, X, and hello, Y วางสถานะเดิม X ไว้ก่อน แล้วตามด้วยสถานะใหม่ Y ในที่นี้เป็นการประกาศการเปลี่ยนจาก cow เป็น horse ไม่ใช่เพียงการทักทายสัตว์สองตัว ใช้โครงสร้างนี้เพื่อจัดข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเป็น เดิม → ใหม่ คำทักทายทำให้ทั้งสองสถานะดูเหมือนเป็นบุคคล และทำให้คำประกาศมีชีวิตชีวาและสนุกสนาน

แบบฝึกหัด

เติมคำเพื่อทำให้ประโยคประกาศการเปลี่ยนแปลงแบบสนุกสนานสมบูรณ์: ____, cluttered desk, and ____, tidy workspace.

ดูคำตอบ

Bye-bye · hello

Hooray.

5:29

ไชโย

Nice giraffe.

5:30

ยีราฟสวยดีนะ

Oh, no.

5:32

โอ้ ไม่นะ

We turned cow horse into a giraffe horse. วลี

5:33

เราเปลี่ยนม้าวัวให้กลายเป็นม้ายีราฟไปแล้ว

วลี

turn X into Y: เปลี่ยน cow horse ให้เป็น giraffe horse

รูปแบบ turn X into Y หมายถึงเปลี่ยน X ให้กลายเป็น Y ในประโยคนี้ turned บอกว่า cow horse กลายเป็น giraffe horse ในท้ายที่สุด ไม่ได้หมายถึงการหมุนตัวหรือหันกลับ X คือสิ่งเดิม ส่วน Y คือรูปแบบหรือผลลัพธ์ใหม่ รูปแบบนี้ใช้พูดถึงการสร้าง การดัดแปลง หรือการเปลี่ยนแปลง รวมถึงผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ turn X into Y ในรูปอดีต: The children ____ a cardboard box ____ a robot

ดูคำตอบ

turned · into

I'm sorry.

5:37

ขอโทษนะ

It's my fault. น้ำเสียง/เจตนา

5:38

ความผิดฉันเอง

น้ำเสียง/เจตนา

It's my fault: การยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง

It's my fault บอกอีกฝ่ายโดยตรงว่าผู้พูดยอมรับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือผลลัพธ์ที่ไม่ดี ในประโยคนี้ fault หมายถึงความผิดหรือความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึงรอยเลื่อนทางธรณีวิทยา ประโยคนี้ใช้ต่อท้ายคำขอโทษ เช่น I'm sorry ได้ เมื่อเทียบกับคำขอโทษทั่วไป ประโยคนี้ทำให้ชัดเจนขึ้นว่าผู้พูดยอมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณลืมส่งไฟล์ ทำให้เพื่อนร่วมทีมพลาดกำหนดส่ง การพูดว่า "It's my fault." เหมาะสมหรือไม่

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

I'm just not very good.

5:39

ฉันแค่ไม่ค่อยเก่งน่ะ

Indy was back where she started. สำนวน

5:43

อินดี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

สำนวน

be back where someone started: กลับมาอยู่ในสถานการณ์เดิม

ในประโยคนี้ was back where she started หมายความว่าอินดี้กลับไปมีมุมมองเชิงลบต่อตัวเองเหมือนก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายความว่าเธอเดินกลับไปยังสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ โครงสร้าง be back where someone started ใช้บอกว่าสถานการณ์หรือสภาวะกลับไปอยู่ที่จุดเดิมหลังจากพยายามมาแล้ว และมักสื่อว่าความคืบหน้าที่เคยมีได้สูญเสียไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง back where + ประธาน + started: The new plan failed, so we were ____.

ดูคำตอบ

back where we started

But what story was she going to tell herself this time? ลำดับความ

5:46

แต่คราวนี้เธอจะเล่าเรื่องอะไรให้ตัวเองฟังล่ะ?

ลำดับความ

tell herself a story: เลือกว่าจะตีความประสบการณ์อย่างไร

story ในที่นี้หมายถึงคำอธิบายที่อินดี้บอกกับตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องแต่ง เธออาจมองความล้มเหลวเดียวกันว่าเป็นหลักฐานว่าเธอทำไม่ได้ หรือมองว่าเป็นเหตุผลให้เรียนรู้และลองอีกครั้งก็ได้ คำถามนี้ย้ายความสนใจจากความล้มเหลวไปยังวิธีที่เธอจะตีความมันต่อไป This time เปรียบเทียบทางเลือกใหม่ในครั้งนี้กับเรื่องราวเชิงลบที่เธอเคยบอกตัวเอง และแสดงให้เห็นว่าความหมายที่เธอมอบให้ประสบการณ์อาจส่งผลต่อสิ่งที่เธอทำต่อไป

แบบฝึกหัด

ใน "What story are you going to tell yourself?" คำว่า story หมายถึงอะไร?

  1. เรื่องแต่งที่คุณตั้งใจจะอ่านออกเสียง
  2. คนที่คุณจะเล่าประสบการณ์นั้นให้ฟัง
  3. วิธีที่คุณอธิบายประสบการณ์นั้นให้ตัวเองฟัง
ดูคำตอบ

วิธีที่คุณอธิบายประสบการณ์นั้นให้ตัวเองฟัง

Old MacDonald had a farm,

5:50

ตาเฒ่าแมคโดนัลด์มีฟาร์ม

E-I-E-I-O.

5:52

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

And on that farm,

5:54

และในฟาร์มนั้น

he had a giraffe horse,

5:55

เขามีม้ายีราฟหนึ่งตัว

E-I-E-I-O.

5:56

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

With a... Um...

5:58

พร้อมกับ... เอ่อ...

Quack-quack here and a

6:00

ก้าบก้าบตรงนี้ แล้วก็

quack-quack there...

6:01

ก้าบก้าบตรงนั้น...

Okay,

6:02

โอเค

okay.

6:03

โอเค

Then what happened?

6:04

แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?

So,

6:05

ดังนั้น

they worked at it some more.

6:05

พวกเขาก็เลยแก้กันอีกนิดหน่อย

We just made the neck too long.

6:09

เราแค่ทำคอยาวเกินไปเอง

There.

6:11

นี่ไง

Horse.

6:14

ม้า

Yay.

6:15

เย้

Thanks for your help,

6:20

ขอบใจที่ช่วยนะ

Winton.

6:21

วินตัน

That's okay. น้ำเสียง/เจตนา

6:22

ไม่เป็นไรน่า

น้ำเสียง/เจตนา

That's okay: คำตอบแบบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณหรือคำขอโทษ

ในที่นี้ That's okay. เป็นคำตอบรับคำขอบคุณ มีความหมายประมาณว่า “ไม่เป็นไร” หรือ “ด้วยความยินดี” ผู้พูดกำลังบอกว่าการช่วยเหลือนั้นไม่ได้เป็นภาระ ประโยคนี้ทำหน้าที่ตอบอย่างสุภาพและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งใดถูกต้องตามข้อเท็จจริง คำเดียวกันนี้ยังใช้ตอบคำขอโทษเรื่องเล็กน้อยได้ โดยหมายถึง “ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ” ให้ดูประโยคก่อนหน้าว่าผู้พูดกำลังตอบคำขอบคุณหรือคำขอโทษ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “Thanks for waiting for me.” ในบริบทนี้ “That's okay” สื่อความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือที่ต้องรอ
  2. สิ่งที่คุณพูดถูกต้อง
  3. ห้ามรอ
ดูคำตอบ

ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือที่ต้องรอ

I told you you were good. ไวยากรณ์

6:23

ฉันบอกแล้วไงว่าเธอเก่ง

ไวยากรณ์

I told you + you were good: เหตุผลที่ you ปรากฏสองครั้ง

ใน I told you you were good คำว่า you ตัวแรกเป็นกรรมของ told โดยบอกว่าใครเป็นผู้รับข้อความ ส่วน you ตัวที่สองเป็นประธานของอนุประโยค you were good แยกโครงสร้างได้เป็น I told you + [you were good] เมื่อผู้รับข้อความกับประธานของอนุประโยคเป็นคนเดียวกัน คำสรรพนามคำเดียวกันจึงอาจปรากฏติดกันสองครั้ง ทั้งสอง you มีหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่คำบรรยายที่ซ้ำผิด

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดกับ Sam โดยตรงและทบทวนข้อความ “You were ready.” เติม you ในทั้งสองหน้าที่: I told ____ ____ were ready.

ดูคำตอบ

you · you

I think you're good,

6:25

ฉันว่าเธอก็เก่ง

too.

6:27

เหมือนกันนะ

Aw,

6:28

โอ้

that's nice.

6:28

น่ารักจังเลย

What should we call him?

6:29

เราจะตั้งชื่อมันว่าอะไรดี?

Major Tom?

6:30

เมเจอร์ทอม ดีไหม?

Hi,

6:32

สวัสดี

Major Tom.

6:33

เมเจอร์ทอม

Yeah,

6:34

เยี่ยม

Major Tom.

6:34

เมเจอร์ทอม

And they both lived happily ever after. ลำดับความ

6:39

และทั้งสองก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

ลำดับความ

lived happily ever after ในฐานะคำลงท้ายเทพนิยาย

lived happily ever after เป็นสำนวนลงท้ายเทพนิยายแบบดั้งเดิม หมายความว่าปัญหาของตัวละครจบลงแล้ว และพวกเขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนับจากนั้น ในที่นี้ lived ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกข้อเท็จจริงว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหน สำนวนนี้ยังช่วยจัดโครงเรื่องด้วย โดยส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จบลงแล้ว และมอบตอนจบที่ชัดเจนและมีความสุขให้ผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

เติมตอนจบเทพนิยายแบบดั้งเดิมให้สมบูรณ์: After the dragon flew away, the villagers lived ____.

ดูคำตอบ

happily ever after

The end.

6:42

จบ

Much better.

6:43

ดีขึ้นเยอะเลย