ค้นหาแรงบันดาลใจในวันธรรมดาๆ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Life Of Riza
คำอธิบายวิดีโอ: ผู้ทำวล็อกรายสัปดาห์รับมือกับภาวะคิดงานสร้างสรรค์ไม่ออกด้วยการออกห่างจากหน้าจอ ปรับเปลี่ยนพื้นที่รอบตัว เปิดรับแรงบันดาลใจทางศิลปะใหม่ ๆ และยอมรับว่างานที่มีวินัยต้องมีทั้งความอยากรู้อยากเห็นและการเล่นควบคู่กันไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. in a creative rut — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่า rut ซึ่งตามตัวอักษรหมายถึงร่องล้อบนถนน ถูกนำมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบรรยายช่วงเวลาที่ติดอยู่กับสภาพเดิมและงานสร้างสรรค์ไม่คืบหน้า ผู้เรียนจึงสามารถพูดถึงงานเขียน งานออกแบบ หรือโครงการอื่นที่หยุดชะงักได้อย่างเป็นธรรมชาติและชัดเจนกว่าการบอกเพียงว่าคิดอะไรไม่ออก 2. I've always found it important to make sure — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้โครงสร้าง find + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ซึ่งใช้ประเมินการกระทำ และการใช้ make sure เพื่อนำเข้าสิ่งที่ต้องทำให้แน่ใจ โครงสร้างนี้ช่วยให้กล่าวถึงสิ่งสำคัญเกี่ยวกับพื้นที่ทำงาน นิสัย หรือความรับผิดชอบได้กระชับและเป็นธรรมชาติกว่าการใช้ I think it is important ซ้ำ ๆ 3. There's definitely times for hard work and late nights, but there also has to be time for curiosity and play. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ สังเกตการวางข้อความเปรียบต่างอย่างสมดุล โดยยอมรับความจำเป็นของการทำงานหนักและการนอนดึกก่อน แล้วจึงเสริมว่าความอยากรู้อยากเห็นและการเล่นก็จำเป็นไม่แพ้กัน ผู้เรียนสามารถปรับกรอบนี้เพื่อเสนอความคิดเห็นที่รอบด้านเกี่ยวกับการเรียน งาน ความคิดสร้างสรรค์ หรือการพักผ่อน โดยไม่ทำให้เรื่องเหล่านี้ดูเป็นทางเลือกที่ต้องตัดอย่างใดอย่างหนึ่ง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
With every story that I heard of the burning bliss
0:20"กับทุกเรื่องราวที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับความสุขที่ลุกโชน"
I said I would commit to the challenge of documenting my life for a year. วลี
0:55ฉันบอกว่าฉันจะมุ่งมั่นกับความท้าทายในการบันทึกชีวิตของฉันเป็นเวลาหนึ่งปี
commit to the challenge of documenting: มุ่งมั่นทำตามความท้าทายในการบันทึก
ตรงนี้ commit to หมายถึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มเวลาและความพยายามให้กับสิ่งหนึ่ง ผู้พูดกำลังให้คำมั่นว่าจะพยายามกับความท้าทายนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เพียงบอกว่าอาจจะลองทำดู โครงสร้างคือ commit to + คำนามหรือรูป -ing ใน the challenge of documenting คำว่า of ใช้บอกว่าเนื้อหาของความท้าทายคืออะไร จึงเปลี่ยน document เป็น documenting
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ให้คำมั่นอย่างหนักแน่น”: After choosing a year-long goal, Lena decided to ____ writing one journal entry every day.
ดูคำตอบ
commit to
and while a bunch of crazy things have happened since then, ไวยากรณ์
1:00และในขณะที่มีเรื่องบ้าๆ เกิดขึ้นมากมายนับแต่นั้นมา
while ... have happened since: while ที่หมายถึง “แม้ว่า”
ตรงนี้ while หมายถึง although หรือ “แม้ว่า” ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับ—คือตั้งแต่นั้นมามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นมากมาย—ก่อนที่ประโยคหลักต่อมาจะเสนอประเด็นที่ขัดแย้งกัน while ในความหมายแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงนี้จัดข้อมูลเป็น “ฉันยอมรับ X แต่ประเด็นหลักยังคงเป็น Y” ไม่ได้หมายความว่าสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
ในอนุประโยค 'while a bunch of crazy things have happened since then,' คำว่า while ทำหน้าที่อะไร?
- แสดงว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
- บอกเหตุผลของประเด็นถัดไป
- ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอประเด็นหลักที่ขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ
ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอประเด็นหลักที่ขัดแย้งกัน
I also haven't been doing the best job at keeping up with the challenge. โน้ต
1:04ฉันก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีนักในการรักษาความท้าทายนั้นไว้
haven't been doing the best job at: ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าช่วงหลังทำได้ไม่ดีพอ
ในประโยคนี้ haven't been doing the best job at เป็นวิธียอมรับแบบนุ่มนวลว่า “ช่วงนี้ฉันทำเรื่องนี้ได้ไม่ค่อยดี” ผู้พูดยอมรับว่ามีปัญหาโดยไม่ใช้ I failed ซึ่งตรงกว่าและฟังเหมือนเป็นข้อสรุปที่เด็ดขาดกว่า รูปแบบคือ haven't been doing the best job at + คำนามหรือรูป -ing ส่วน Haven't been doing แสดงว่าปัญหานี้ดำเนินต่อเนื่องมาในช่วงที่ผ่านมาและยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ คำหลัง at ระบุกิจกรรมที่กำลังถูกประเมิน
แบบฝึกหัด
เมื่อใครสักคนพูดว่า I haven't been doing the best job at answering messages เขากำลังทำอะไรอยู่?
- กล่าวว่าผลงานของตนดีที่สุด
- ปฏิเสธว่าจะไม่ตอบข้อความอีกต่อไป
- ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าช่วงหลังตนเองทำได้ไม่ดีพอ
ดูคำตอบ
ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าช่วงหลังตนเองทำได้ไม่ดีพอ
keeping up with the challenge: รักษาจังหวะตามที่ชาเลนจ์กำหนด
Keeping up with the challenge หมายถึงการทำตามจังหวะหรือข้อกำหนดประจำของชาเลนจ์ต่อไปโดยไม่ตามหลัง Keep up with ทำหน้าที่เป็นวลีเดียวในที่นี้ ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรที่แยกกันของ keep, up และ with คำว่า keeping อยู่ในรูป -ing เพราะวลีนี้ตามหลัง at รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับคน ตารางเรียน ชั้นเรียน ข่าว หรือปริมาณงานได้ เมื่อต้องการสื่อถึงการรักษาความเร็วหรือระดับให้เท่ากัน
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมาย keep up with เติมประโยคให้สมบูรณ์: With new assignments every day, Mia is trying to ____ the workload.
ดูคำตอบ
keep up with
so welcome to another week documenting my life.
1:09ยินดีต้อนรับสู่อีกสัปดาห์ของการบันทึกชีวิตของฉัน
writer's block: ภาวะเขียนไม่ออก
Writer's block คือภาวะที่มักเกิดขึ้นชั่วคราว เมื่ออยากเขียนหรือจำเป็นต้องเขียน แต่คิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไรหรือจะเขียนต่ออย่างไร ในประโยคนี้ dreadful และ horrible เน้นว่าภาวะดังกล่าวทำให้รู้สึกหงุดหงิดและหนักหนามาก ส่วน block ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่สิ่งกีดขวางจริง ๆ สำนวนนี้ใช้ได้กับเรียงความ เรื่องสั้น บทภาพยนตร์ เนื้อเพลง และงานเขียนอื่น ๆ เมื่อคิดไอเดียหรือถ้อยคำไม่ออก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เขียนไม่ออก” ลงในประโยค: I stared at the empty page because I had ____.
ดูคำตอบ
writer's block
When I set out to romanticize my life more and document it, กริยาวลี
1:23ตอนที่ฉันตั้งใจจะทำให้ชีวิตโรแมนติกขึ้นและบันทึกมันไว้
set out to romanticize: เริ่มทำให้ดูโรแมนติกโดยมีจุดประสงค์ชัดเจน
Set out to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเริ่มลงมือทำบางอย่างโดยมีจุดประสงค์ชัดเจน ในที่นี้ set out to romanticize บอกว่าผู้พูดตั้งใจเริ่มพยายามมองหรือนำเสนอชีวิตประจำวันให้ดูพิเศษ สวยงาม หรือสมบูรณ์แบบมากขึ้น รูปแบบนี้ต่างจากการบอกอย่างเป็นกลางเพียงว่ากิจกรรมหนึ่งเริ่มขึ้น เพราะจะเน้นเป้าหมายที่บุคคลนั้นมีอยู่ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เริ่มโดยมีเป้าหมายชัดเจน” ลงในประโยค: Last spring, the volunteers ____ clean every trail in the park.
ดูคำตอบ
set out to
I wondered if and when there would ever be a week where I would have to deal with this sort of thing. วลี
1:27ฉันสงสัยว่าจะมีสัปดาห์ไหนที่ฉันจะต้องรับมือกับเรื่องแบบนี้ไหม
if and when: จะเกิดหรือไม่และเมื่อไร
if and when รวมความไม่แน่นอนสองอย่างเข้าด้วยกัน คือเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ และถ้าเกิดขึ้น จะเกิดเมื่อไร ในประโยคนี้ ผู้พูดเคยสงสัยว่าสัปดาห์แบบนี้จะมาถึงหรือไม่ และถ้ามาถึงจะเป็นตอนไหน ใช้วลีนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นแต่ยังไม่แน่นอน ในหลายบริบทมีความหมายว่า “ถ้าเกิดขึ้นจริง ก็เมื่อนั้น”
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะใช้ if and when?
- เหตุการณ์จะเกิดขึ้นแน่นอนและกำหนดวันที่ไว้แล้ว
- เหตุการณ์อาจไม่เกิดขึ้นเลย และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเมื่อไร
- เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้พอดี
ดูคำตอบ
เหตุการณ์อาจไม่เกิดขึ้นเลย และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเมื่อไร
deal with this sort of: จัดการสถานการณ์ประเภทนี้
ในที่นี้ deal with หมายถึง “จัดการ รับมือ หรือตอบสนองต่อ” ส่วน this sort of + คำนาม หมายถึง “ประเภทนี้” วลีเต็ม deal with this sort of thing หมายถึงการจัดการปัญหาหรือสถานการณ์ประเภทที่กล่าวถึงไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงการจับหรือจัดการวัตถุด้วยมือ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ deal with + ปัญหา สถานการณ์ หรือบุคคล และ this sort of + คำนามเอกพจน์หรือคำนามนับไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “จัดการสิ่งประเภทนี้”: I know how to ____ technical problem.
ดูคำตอบ
deal with this sort of
I've been in a creative rut for the past few weeks. สำนวน
1:31ฉันติดอยู่ในความซ้ำซากจำเจในการสร้างสรรค์มาสองสามสัปดาห์แล้ว
In a creative rut: ติดขัดและไม่มีไอเดียใหม่
in a creative rut เป็นสำนวนที่หมายถึงการติดอยู่ในช่วงที่คิดไอเดียใหม่หรือสร้างความคืบหน้าด้านงานสร้างสรรค์ได้ยาก ในประโยคนี้ สภาวะดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว ความหมายตามตัวอักษรของ rut คือร่องลึกบนถนน ภาพนี้สื่อถึงการเคลื่อนไปตามรอยเดิมซ้ำ ๆ จนเปลี่ยนทิศทางได้ยาก
แบบฝึกหัด
in a creative rut ในตัวอย่างหมายถึงอะไร
- ติดขัดและไม่สามารถสร้างความคืบหน้าด้านงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ได้
- ทำตามกิจวัตรสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพ
- ทำงานสร้างสรรค์เสร็จเร็วผิดปกติ
ดูคำตอบ
ติดขัดและไม่สามารถสร้างความคืบหน้าด้านงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ได้
Being creative on demand is an interesting thing. วลี
2:15การมีความคิดสร้างสรรค์ตามสั่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
Being creative on demand: สร้างไอเดียเมื่อสถานการณ์ต้องการ
on demand หมายถึงเมื่อมีคนร้องขอหรือต้องการบางสิ่ง Being creative on demand หมายถึงการสร้างไอเดียเมื่อสถานการณ์ต้องการ แทนที่จะรอให้เกิดแรงบันดาลใจ Being creative on demand เป็นวลี gerund โดย Being เป็นรูป -ing และวลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ is โครงสร้างนี้ทำให้เรานำกิจกรรมหรือสภาวะมาเป็นหัวข้อของประโยคได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เมื่อมีการร้องขอ” ให้ประโยคสมบูรณ์: A freelance designer may need to produce fresh ideas ____.
ดูคำตอบ
on demand
But I do think that it is possible to facilitate creativity or at least try. ไวยากรณ์
2:18แต่ฉันคิดว่ามันเป็นไปได้ที่จะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์หรืออย่างน้อยก็ลองดู
I do think: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ในประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย I do think หมายถึง “ฉันคิดอย่างนั้นจริง ๆ” หรือ “ฉันเชื่ออย่างจริงใจ” ไม่ใช่ประโยคคำถาม เมื่อเน้นเสียง do หลัง But ความเห็นเชิงบวกของผู้พูดจะฟังหนักแน่นขึ้นแม้อาจมีความสงสัยอยู่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เช่น She does care และ I did try
แบบฝึกหัด
เพื่อนสงสัยความคิดเห็นของคุณ เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นให้ประโยคสมบูรณ์: I ____ think this plan can work.
ดูคำตอบ
do
The first thing that I do when I feel like I'm caught in a little bit of a rut
2:26สิ่งแรกที่ฉันทำเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในหลุมร่อง
is to see if I actually am spending enough time outside.
2:30คือดูว่าฉันใช้เวลาอยู่ข้างนอกเพียงพอหรือไม่
I've literally been rotting in my office trying to just get over my writer's block, โน้ต
2:35ฉันเอาแต่เปื่อยอยู่ในออฟฟิศเพื่อพยายามเอาชนะอาการคิดงานไม่ออก
literally been rotting in my office: การพูดเกินจริงแบบขำตัวเอง
literally been rotting in my office เป็นการพูดเกินจริงแบบขำตัวเอง ร่างกายของผู้พูดไม่ได้กำลังเน่าเปื่อยจริง ๆ แต่ rotting สร้างภาพของการติดอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน ไม่มีแรง และแทบไม่มีความคืบหน้า ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ literally สามารถใช้เพิ่มน้ำหนักให้การพูดเกินจริงเช่นนี้ได้ แทนที่จะบอกว่าข้อความนั้นเป็นจริงตามตัวอักษรทั้งหมด เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้สื่อถึงความหงุดหงิดกับช่วงเวลาที่เฉื่อยชาและไม่มีผลงาน
แบบฝึกหัด
literally been rotting in my office ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้พูดติดอยู่ในห้องทำงาน รู้สึกเฉื่อยชาและทำงานไม่คืบหน้า
- ในห้องทำงานมีอาหารเสียที่ต้องนำไปทิ้ง
- ร่างกายของผู้พูดเริ่มเน่าเปื่อยจริง ๆ
ดูคำตอบ
ผู้พูดติดอยู่ในห้องทำงาน รู้สึกเฉื่อยชาและทำงานไม่คืบหน้า
get over my writer's block: เอาชนะภาวะเขียนไม่ออกของฉัน
ในประโยคนี้ get over หมายถึงเอาชนะหรือผ่านพ้นภาวะที่ยากลำบาก ผู้พูดกำลังพยายามก้าวผ่าน writer's block เพื่อให้กลับมาเขียนได้อีกครั้ง ตรงนี้ get over เป็นกริยาวลี โดย over ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get over + สิ่งที่เป็นอุปสรรค และคำนามที่ตามมาจะทำให้หมายถึงการเอาชนะความกลัว ฟื้นจากอาการป่วย หรือก้าวผ่านความผิดหวังหรืออุปสรรคอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทนี้ที่หมายถึง “เอาชนะ”: With support, Noah hopes to ____ his fear of dogs.
ดูคำตอบ
get over
that wasn't working out: วิธีนั้นไม่ได้ผล
ตรงนี้ work out หมายถึงประสบความสำเร็จ ได้ผล หรือดำเนินไปอย่างน่าพอใจ คำว่า that อ้างถึงวิธีก่อนหน้า ดังนั้น that wasn't working out จึงหมายถึงวิธีนั้นไม่ได้ให้ผลตามที่หวังไว้ รูป -ing ใน wasn't working out แสดงว่าการลองทำกำลังดำเนินอยู่ หลังจากลองอยู่ช่วงหนึ่ง ผู้พูดจึงเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปด้วยดี ความหมายมาจากกริยาวลีทั้งชุด ไม่ใช่ความหมายของ work out ที่ว่าออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
ใน “that wasn't working out” วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในบริบทนี้?
- มีคนแก้โจทย์คำนวณไม่ได้
- มีคนไม่ได้ออกกำลังกาย
- วิธีก่อนหน้าไม่ได้ให้ผลตามที่หวังไว้
ดูคำตอบ
วิธีก่อนหน้าไม่ได้ให้ผลตามที่หวังไว้
coming up with: คิดไอเดียออกมา
come up with หมายถึง “คิดหรือสร้างขึ้นมา” ใช้ตามด้วย idea, plan, answer, name หรือ solution ในประโยคนี้ coming up with ideas หมายถึง “การคิดไอเดียออกมา” วลีทั้งหมดอยู่หลังคำบุพบท of ในโครงสร้าง pressure of ... ดังนั้น come จึงเปลี่ยนเป็นรูป -ing คือ coming ส่วนสิ่งที่คิดออกมาจะอยู่หลัง with
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come up with: She is good at ____ creative solutions.
ดูคำตอบ
coming up with
I guess that's why they say the best ideas come when you're the most relaxed. ลำดับความ
2:49ฉันเดาว่านั่นคือเหตุผลที่พวกเขาพูดกันว่าไอเดียที่ดีที่สุดจะมาตอนที่คุณผ่อนคลายที่สุด
that's why they say: เชื่อมข้อสังเกตกับคำพูดที่คนทั่วไปคุ้นเคย
That's why ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อสังเกตก่อนหน้าและหมายถึง “ด้วยเหตุนั้น” จากนั้น they say ใช้เกริ่นคำพูดที่คุ้นเคยหรือความเชื่อที่คนทั่วไปมีร่วมกัน เมื่อรวมเป็น that's why they say จึงทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูลโดยพาจากข้อสังเกตส่วนตัวของผู้พูดไปสู่ข้อความที่กว้างขึ้น ในที่นี้ they ไม่ได้หมายถึงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่หมายถึงผู้คนโดยทั่วไป ดังนั้นข้อความที่ตามมาจึงถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่คนมักพูดกัน
แบบฝึกหัด
that's why they say ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้? I improved by practicing every day. That's why they say practice makes perfect.
- เชื่อมข้อสังเกตก่อนหน้าเข้ากับคำพูดที่คุ้นเคย
- ระบุอย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนพูดข้อความนั้น
- แสดงว่าผู้พูดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตก่อนหน้า
ดูคำตอบ
เชื่อมข้อสังเกตก่อนหน้าเข้ากับคำพูดที่คุ้นเคย
can make us a little complacent: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน make us complacent คำว่า make ตามด้วยกรรม us และคำคุณศัพท์ complacent คำคุณศัพท์บอกสภาพที่กรรมถูกทำให้เป็น กล่าวคือ บางสิ่งทำให้เราอยู่ในสภาพชะล่าใจ can แสดงว่านี่เป็นผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่แน่นอน ส่วน a little ทำให้น้ำเสียงของการตัดสินเบาลง จึงหมายถึงชะล่าใจเล็กน้อย ไม่ใช่ชะล่าใจโดยสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
ใช้ make และ complacent เติมประโยคให้สมบูรณ์: Several easy wins can ____ the team ____.
ดูคำตอบ
make · complacent
Seeking out new experiences: การค้นหาอย่างตั้งใจ
seek out หมายถึงตั้งใจค้นหาใครบางคนหรือบางสิ่ง โดยมักใช้เมื่อเป้าหมายนั้นจะไม่ปรากฏขึ้นมาเอง ดังนั้น Seeking out new experiences จึงหมายถึงการออกไปหา หรือสร้างโอกาสที่จะลองสิ่งที่ไม่คุ้นเคยอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่เพียงบังเอิญสังเกตเห็น Seeking เป็นรูป -ing ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอการค้นหาอย่างตั้งใจในฐานะกิจกรรมอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึงค้นหาอย่างตั้งใจ: Good mentors do not always come to you, so ____ people who can guide you.
ดูคำตอบ
seek out
or breaking our routine can be helpful and refreshing.
3:19หรือการทำลายกิจวัตรของเราอาจเป็นประโยชน์และทำให้สดชื่นขึ้นได้
every now and then: ความถี่ที่เกิดเป็นครั้งคราวและไม่สม่ำเสมอ
every now and then เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้เกิดบ่อยและไม่มีตารางเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย seeking out new experiences โดยสื่อว่าการลองหาประสบการณ์ใหม่เป็นครั้งคราวอาจมีประโยชน์ วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นคำบอกความถี่หนึ่งชุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามบทเรียนนี้: I take a different route home ____.
ดูคำตอบ
every now and then
every time we need to switch up our routines. กริยาวลี
3:27ทุกครั้งที่เราต้องเปลี่ยนกิจวัตรของเราหรอก
We don't necessarily need to: ไม่ได้จำเป็นเสมอไป
We don't necessarily need to หมายความว่าบางสิ่งไม่ได้จำเป็นในทุกกรณี แต่ในบางสถานการณ์สิ่งนั้นก็ยังอาจมีประโยชน์หรือจำเป็นอยู่ คำว่า necessarily จำกัดขอบเขตของการปฏิเสธ ผู้พูดกำลังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสิ่งนั้นจำเป็นเสมอ ไม่ได้บอกว่าไม่จำเป็นเลยในทุกกรณี นี่เป็นการปฏิเสธแบบมีเงื่อนไข จึงทำให้คำแนะนำฟังไม่ตายตัวเกินไป
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด: You don't necessarily need to replace the whole computer?
- ต้องเปลี่ยนในทุกกรณี
- การเปลี่ยนไม่จำเป็นเลยในทุกกรณี
- การเปลี่ยนอาจจำเป็นในบางกรณี แต่ไม่ได้จำเป็นเสมอไป
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนอาจจำเป็นในบางกรณี แต่ไม่ได้จำเป็นเสมอไป
switch up our routines: เปลี่ยนรูปแบบที่ทำเป็นประจำ
Switch up หมายถึงเปลี่ยนบางอย่างให้มีรูปแบบหรือการจัดวางที่ต่างออกไป ใน switch up our routines กรรม our routines ระบุว่าสิ่งที่ถูกเปลี่ยนคือกิจวัตร ผู้พูดหมายถึงการปรับเปลี่ยนนิสัยที่ทำเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องเลิกทำทั้งหมด วลีนี้มักสื่อถึงการเพิ่มความหลากหลาย แต่ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเล็กหรือใหญ่ ต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
switch up our routines ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ยกเลิกกิจวัตรทั้งหมดโดยสิ้นเชิง
- ปรับเปลี่ยนนิสัยหรือการจัดกิจวัตรตามปกติ
- เปิดกิจวัตรเหมือนเปิดสวิตช์
ดูคำตอบ
ปรับเปลี่ยนนิสัยหรือการจัดกิจวัตรตามปกติ
A bit of change here and there: การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่
A bit of change หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ส่วน here and there ทำให้เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นกระจายอยู่ตามสถานที่ เวลา หรือส่วนต่าง ๆ ของชีวิต แทนที่จะรวมอยู่ที่จุดหรือช่วงเวลาเดียว Here and there จงใจไม่ระบุขอบเขตอย่างเจาะจง ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่สองแห่งพอดี เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของกิจวัตรหรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
here and there เพิ่มความหมายอะไรให้กับ a bit of change
- การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสถานที่ที่ระบุชื่อไว้สองแห่งพอดี
- การเปลี่ยนแปลงมีขนาดเล็กและกระจายอยู่ตามสถานที่ เวลา หรือส่วนต่าง ๆ ของชีวิต
- การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกสถานที่และทุกช่วงเวลา
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงมีขนาดเล็กและกระจายอยู่ตามสถานที่ เวลา หรือส่วนต่าง ๆ ของชีวิต
that we otherwise wouldn't: การละคำกริยาหลัง wouldn't
ใน things that we otherwise wouldn't คำว่า otherwise หมายถึง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านั้น หรือ ในสถานการณ์อื่น ส่วน wouldn't บอกผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น คำกริยา notice ถูกละไว้หลัง wouldn't เพราะเข้าใจได้อยู่แล้วจาก notice things รูปเต็มคือ things that we otherwise wouldn't notice ภาษาอังกฤษมักละคำกริยาหลักที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยอย่าง would, can หรือ should
แบบฝึกหัด
things that we otherwise wouldn't ในประโยคนี้มีความหมายเต็มว่าอะไร
- สิ่งที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้สังเกตเห็น
- สิ่งที่เราจะไม่สังเกตเห็นหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านั้น
- สิ่งที่เราสังเกตเห็นแล้วก่อนจะทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ดูคำตอบ
สิ่งที่เราจะไม่สังเกตเห็นหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านั้น
doing all these little things of seemingly little importance.
3:47ในการทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีความสำคัญเหล่านี้
a waste of time doing: การประเมินว่ากิจกรรมหนึ่งเป็นการเสียเวลา
รูปแบบ a waste of time + -ing หมายความว่ากิจกรรมนั้นไม่คุ้มกับเวลาที่ใช้ไป ในที่นี้ doing all these little things ระบุกิจกรรมที่กำลังถูกประเมิน กลุ่มคำนามทั้งหมดวางหลัง seem like ส่วน may seem like ทำให้คำตัดสินไม่เด็ดขาดเกินไป กล่าวคือ กิจกรรมอาจดูไม่สำคัญแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่ามีประโยชน์
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ check เติมประโยคให้สมบูรณ์: It seems like a waste of time ____ the same detail again.
ดูคำตอบ
checking
But if we're always fixated on the big things in our lives, การใช้คำ
3:51แต่ถ้าเรายึดติดอยู่กับเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตของเราเสมอ
always fixated on the big things: ยึดติดกับเรื่องใหญ่มากเกินไปอยู่เสมอ
be fixated on something หมายถึงจดจ่อกับบางสิ่งอย่างมากจนคิดเรื่องอื่นได้ยาก โดยมักมีนัยเชิงลบว่าให้ความสนใจมากเกินไป ไม่ใช่แค่ใส่ใจอย่างรอบคอบ ใน always fixated on the big things คำว่า always ทำให้น้ำเสียงวิจารณ์ชัดขึ้น ส่วน big things หมายถึงเป้าหมาย เหตุการณ์ หรือความสำเร็จที่สำคัญ วลีนี้เตือนถึงนิสัยที่ปล่อยให้เรื่องใหญ่เหล่านั้นครอบงำความสนใจซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตรงกับความหมายเชิงวิจารณ์ตามปกติของ fixated on มากที่สุด
- Maya is fixated on one small mistake and cannot enjoy the rest of her work.
- Maya is focused on her homework and finishes it carefully.
- Maya looks at the schedule before class.
ดูคำตอบ
Maya is fixated on one small mistake and cannot enjoy the rest of her work.
chances are we'll spend a large portion of our time dissatisfied. วลี
3:55มีโอกาสสูงที่เราจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับความไม่พอใจ
chances are: นำเสนอผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้น
Chances are ใช้นำเสนอผลลัพธ์ที่ผู้พูดคิดว่าน่าจะเกิดขึ้น แม้จะไม่แน่นอนก็ตาม เป็นสำนวนตายตัวในรูปพหูพจน์และไม่ได้หมายถึงโอกาส รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ Chances are (that) + ประธาน + กริยา ในที่นี้ สำนวนนี้ทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมาฟังเป็นการคาดการณ์ที่มีเหตุผล ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้ที่ผู้พูดไม่ค่อยมั่นใจ
แบบฝึกหัด
เติมการคาดการณ์ด้วยสำนวนตายตัวที่ขึ้นต้นด้วย chances: ____, the roads will be icy by morning.
ดูคำตอบ
Chances are
I've been seeing them everywhere: ประสบการณ์ที่เกิดซ้ำในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน
I've been seeing ใช้ present perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง have + been + คำกริยา-ing ในที่นี้ การเห็นถูกนำเสนอว่าเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในช่วงที่ผ่านมาไม่นานและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่การเห็นเพียงครั้งเดียว โดยทั่วไป คำกริยาเกี่ยวกับการรับรู้จะไม่ใช้รูป progressive เมื่อกล่าวถึงการรับรู้เพียงชั่วขณะเดียว แต่ see ใช้รูปนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อหมายถึงการพบเห็นซ้ำ ๆ ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง คำว่า everywhere ยิ่งเน้นรูปแบบที่เกิดซ้ำนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ see เพื่อแสดงประสบการณ์ที่เกิดซ้ำในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน: I ____ the same ad everywhere lately.
ดูคำตอบ
have been seeing
which I didn't know and which is a problem: การเพิ่มความคิดเห็นสองส่วน
อนุประโยค which สองส่วนเชื่อมกันด้วย and และเพิ่มความเห็นเกี่ยวกับข้อความก่อนหน้าเรื่องเดียวกัน ใน which I didn't know คำว่า which หมายถึงข้อเท็จจริงที่กล่าวมาก่อน ส่วนใน which is a problem คำนี้ก็ย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงนั้นอีกครั้งและประเมินว่ามันเป็นปัญหา นี่คือรูปแบบอนุประโยคสัมพันธ์ที่ให้ข้อมูลเสริมหรือแบบไม่จำกัดความ ข้อมูลหลักมาก่อน จากนั้นผู้พูดจึงเติมปฏิกิริยาและการประเมิน ทำให้คำพูดไหลต่ออย่างเป็นธรรมชาติราวกับเพิ่มอีกหนึ่งความคิด
แบบฝึกหัด
ในประโยคต่อไปนี้ which แต่ละคำอ้างถึงอะไร? The shop closes at six, which I didn't know and which is a problem.
- ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าร้านปิดตอนหกโมง
- เฉพาะตัวเลข six
- เฉพาะคำนาม the shop
ดูคำตอบ
ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าร้านปิดตอนหกโมง
come with ... different sizes: ของที่รวมมาด้วยหรือตัวเลือกขนาด
เมื่อพูดถึงสินค้า come with หมายถึง “มีรวมมาด้วย” หรือ “มีแถมมาด้วย” ไม่ได้หมายถึงเดินทางมาพร้อมกับบางสิ่งตามตัวอักษร ในที่นี้ come with ... different sizes สื่อว่าชุดหรือบรรจุภัณฑ์มีสิ่งของหลายขนาดรวมอยู่ด้วย Like ในที่นี้เป็นคำเติมในภาษาพูดแบบกันเอง ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาเลือกคำ และไม่ได้หมายถึง “ชอบ” หรือ “เหมือนกับ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าในกล่องมีสายชาร์จรวมอยู่ด้วย?
- The box comes from a charging cable.
- The box comes in a charging cable.
- The box comes with a charging cable.
ดูคำตอบ
The box comes with a charging cable.
that constantly is inspiring me when I wake up in the morning.
4:26ที่คอยสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันเสมอเมื่อฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
find it important to make sure: โครงสร้าง find + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive
Find it important to do something หมายถึง “เห็นว่าการทำบางสิ่งเป็นเรื่องสำคัญ” ในโครงสร้าง find + it + adjective + to-infinitive คำว่า it เป็นกรรมแทน ส่วนการกระทำหลัง to คือเนื้อหาที่ถูกประเมินจริง ๆ ในประโยคนี้ to make sure นำเข้าสู่การกระทำนั้น และหลัง make sure เป็นอนุประโยค I have a space ส่วน find หมายถึง “เห็นว่า” หรือ “คิดว่า” ไม่ใช่ “ค้นพบ”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง find + it + adjective + to-infinitive ให้สมบูรณ์: I find ____ helpful to write down new words.
ดูคำตอบ
it
work from home: สำนวนมาตรฐานสำหรับการทำงานจากบ้าน
Work from home เป็นวลีกริยามาตรฐานที่หมายถึงการทำงานของตนเองที่บ้านแทนการไปยังสถานที่ทำงานตามปกติของนายจ้าง ใช้ได้ทั้งกับตารางงานประจำและการจัดการชั่วคราว เปลี่ยนรูป work ให้เข้ากับกาลและประธานได้ เช่น works from home หรือ worked from home แต่ให้คง from home ไว้ด้วยกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนมาตรฐานเพื่อบอกตารางการทำงานทางไกลเป็นประจำ
- I work from home on Fridays.
- I work to home on Fridays.
- I work in home on Fridays.
ดูคำตอบ
I work from home on Fridays.
try to put in extra effort: พยายามทุ่มเทมากกว่าปกติ
Try to put in extra effort หมายถึงการตั้งใจพยายามทุ่มเทพลังหรือความใส่ใจมากกว่าปกติ Try to แสดงเจตนาหรือความพยายาม จึงไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ Put in effort เป็นการจับคู่คำกริยากับคำนามที่เป็นธรรมชาติ โดยภาษาอังกฤษปกติไม่ใช้ do effort ในความหมายนี้ ในวลีนี้ extra ขยายคำนามนับไม่ได้ effort โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ตรงตามบทเรียนและหมายถึง “ทุ่มเทพลังมากกว่าปกติ”: The volunteers decided to ____ so the event would run smoothly.
ดูคำตอบ
put in extra effort
to just make sure my space is always inspiring me.
4:33เพื่อทำให้แน่ใจว่าพื้นที่ของฉันคอยสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันอยู่เสมอ
the little joys, you know: ความสุขเล็ก ๆ และความรู้สึกร่วมกัน
the little joys หมายถึงสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำให้มีความสุข ในประโยคนี้ วลีนี้รวบตัวอย่างต่าง ๆ ของผู้พูดให้เป็นแนวคิดง่าย ๆ เดียว ไม่ได้หมายถึงความสุขเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ you know ที่ท้ายประโยคเป็นคำเชื่อมในการสนทนา ไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้อะไรหรือไม่ แต่ชวนให้ผู้ฟังเข้าใจความรู้สึกร่วมกัน และทำให้น้ำเสียงอบอุ่นเป็นกันเอง
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในประโยคนี้ you know ที่ท้ายประโยคมีหน้าที่หลักเป็นคำถามตรง ๆ ว่าผู้ฟังมีข้อมูลบางอย่างหรือไม่
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
rush into decisions: ตัดสินใจก่อนคิดให้เพียงพอ
Rush into a decision หมายถึงการเลือกหรือตกลงทำตามทางเลือกหนึ่งก่อนจะใช้เวลาคิดให้เพียงพอ into ทำให้การตัดสินใจดูเหมือนเป็นสิ่งที่คนหนึ่งรีบเข้าไปเร็วเกินไป วลีนี้มักสื่อถึงความเสี่ยง ความกดดัน หรือโอกาสที่จะเสียใจภายหลัง ใน I don't like to rush into decisions ส่วน don't like to แสดงว่าผู้พูดไม่ชอบวิธีปฏิบัติแบบนี้ และ decisions ที่เป็นพหูพจน์แสดงถึงนิสัยโดยทั่วไป ไม่ใช่การตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย rush into + decision โดยใช้รูปเอกพจน์และคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ: There is no need to ____; take a day to compare the two offers.
ดูคำตอบ
rush into a decision
let me show you what I'm thinking about these things น้ำเสียง/เจตนา
4:55ให้ฉันให้คุณดูว่าฉันคิดยังไงเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้
Let me show you what I'm thinking about ...: การเกริ่นนำความคิดของตนเอง
ในประโยคนี้ let me show you เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะพาผู้ชมไปดูแนวคิดหรือการสาธิต โดยทั่วไปเป็นคำเชื่อมช่วงพูดที่เป็นมิตร ไม่ใช่การขออนุญาตอย่างจริงจัง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what บอกเนื้อหาที่จะนำมาแสดง: what I'm thinking about these things หมายถึงความคิดหรือแผนของผู้พูดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ทั้งประโยคพาผู้ฟังเข้าสู่คำอธิบายถัดไป
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ “let me show you” มีหน้าที่หลักอะไร?
- ขออนุญาตอย่างจริงจังเพื่อให้ตนเองมีความคิด
- บอกว่าการสาธิตจบลงแล้ว
- พาผู้ชมเข้าสู่คำอธิบายถัดไป
ดูคำตอบ
พาผู้ชมเข้าสู่คำอธิบายถัดไป
cuz: การเขียน because แบบไม่เป็นทางการ
Cuz เป็นรูปเขียนของ because ที่ไม่เป็นทางการมาก ในที่นี้คำนี้ใช้เกริ่นเหตุผลที่ผู้พูดมีเชิงเทียนอยู่ข้างบน การเขียนแบบนี้เลียนเสียง because ที่ย่อและเป็นกันเอง ความหมายยังคงเป็น because แต่ตัวสะกดเองทำให้ประโยคมีลักษณะเป็นภาษาพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การสะกดที่เหมาะกับเรียงความของโรงเรียนแบบเป็นทางการ?
- Cuz the results were consistent, we accepted the conclusion.
- 'Cause the results were consistent, we accepted the conclusion.
- Because the results were consistent, we accepted the conclusion.
ดูคำตอบ
Because the results were consistent, we accepted the conclusion.
Do you see that vision? — การนึกภาพผลลัพธ์ที่ต้องการ
ในที่นี้ see หมายถึง “เข้าใจหรือนึกภาพออก” ส่วน vision หมายถึงผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้หรือแนวคิดโดยรวม ไม่ได้หมายถึงสายตา คำถามนี้ใช้ถามว่าผู้ฟังนึกภาพแบบเดียวกันในใจได้หรือไม่ การใช้ that บอกเป็นนัยว่าแนวคิดนั้นถูกอธิบายไว้แล้วหรือชัดเจนจากสถานการณ์ คำถามนี้ยังใช้ขอความเห็นคล้อยตามได้ด้วย โดยมีนัยว่า “คุณนึกภาพสิ่งที่ฉันคิดไว้และเข้าใจไหมว่าทำไมมันจึงอาจใช้ได้ผล”
แบบฝึกหัด
มีคนให้คุณดูแบบเวทีที่ยังไม่เสร็จและถามว่า “Do you see that vision?” เขาหมายความว่าอย่างไร
- เขาต้องการรู้ว่าคุณเข้าใจและนึกภาพผลลัพธ์ที่ต้องการออกหรือไม่
- เขาต้องการรู้ว่าคุณอ่านตัวอักษรที่เล็กที่สุดได้ชัดหรือไม่
- เขาต้องการรู้ว่าคุณเห็นภาพหลอนลึกลับหรือไม่
ดูคำตอบ
เขาต้องการรู้ว่าคุณเข้าใจและนึกภาพผลลัพธ์ที่ต้องการออกหรือไม่
I also have to add that I am genuinely feeling a little bit better. ลำดับความ
5:11ฉันต้องบอกด้วยว่าฉันรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยแล้วจริงๆ
have to add that — การระบุข้อมูลเสริมที่สำคัญ
have to add that บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มข้อมูลที่ตนเห็นว่าสำคัญหรือจำเป็นต้องกล่าวถึง วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อความโดยทำให้อนุประโยคหลัง that เป็นข้อมูลเสริมจากสิ่งที่พูดไปแล้ว ในประโยคนี้ also เน้นว่ากำลังเพิ่มข้อมูลอีกข้อ และ that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ I am genuinely feeling a little bit better ส่วน have to แสดงว่าผู้พูดเองรู้สึกว่าต้องพูดประเด็นนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อบังคับจากภายนอก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย have to add that: The meal took a long time, but I ____ the server was very kind.
ดูคำตอบ
have to add that
of just not really having any progress with my creative projects,
5:18โปรเจกต์สร้างสรรค์ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
I don't know if these would count as productive things, การใช้คำ
5:25ฉันไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะนับว่าเป็นสิ่งที่มีประสิทธิผลไหม
would count as productive: ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลงาน
ใน count as คำว่า count หมายถึง “เข้าข่าย” หรือ “ได้รับการยอมรับว่าเป็น” ไม่ใช่ “นับจำนวน” รูปแบบคือ count as + หมวดหมู่หรือคำอธิบาย ในที่นี้ these หมายถึงกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็น productive things Would ทำให้การตัดสินฟังดูไม่ตรงหรือเด็ดขาดเกินไป และมีความไม่แน่ใจมากขึ้น เมื่อใช้กับ I don't know if จะแสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่ากิจกรรมเหล่านั้นตรงตามเกณฑ์ของการเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลงานหรือไม่
แบบฝึกหัด
ใน “Would organizing these notes count as productive work?” คำว่า count as หมายความว่าอย่างไร
- คำนวณจำนวนสิ่งของ
- ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น
- ได้รับการมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของหมวดหมู่
ดูคำตอบ
ได้รับการมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของหมวดหมู่
but I'm just doing things to move forward. กริยาวลี
5:28แต่ฉันก็แค่ทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ก้าวต่อไปได้
things to move forward: การลงมือทำเพื่อให้เกิดความคืบหน้า
รูป infinitive to move forward บอกจุดประสงค์ของ doing things นั่นคือผู้พูดกำลังลงมือทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคืบหน้า Move forward ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม หมายถึงการออกจากภาวะหยุดชะงักและเดินหน้าต่อไปสู่สถานการณ์หรือเป้าหมายที่ดีขึ้น ไม่ใช่การขยับร่างกายไปข้างหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ move forward ในความหมายว่า “เกิดความคืบหน้า”
- She moved the chair forward by one meter.
- The team agreed on a schedule so the project could move forward.
- Please move forward and stand by the yellow line.
ดูคำตอบ
The team agreed on a schedule so the project could move forward.
also picked up this book: ซื้อหรือได้หนังสือเล่มนี้มาด้วย
ในที่นี้ picked up หมายถึงซื้อหรือได้หนังสือเล่มนั้นมา บริบทเรื่องการซื้อสนับสนุนความหมายแบบไม่เป็นทางการว่าได้สิ่งของมา ส่วน also แสดงว่าหนังสือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้พูดกล่าวถึงเพิ่มเติม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการยกหนังสือขึ้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ picked up this book น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด
- ฉันยกหนังสือเล่มนี้ขึ้นจากพื้นด้วย
- ฉันเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วย
- ฉันซื้อหรือได้หนังสือเล่มนี้มาด้วย
ดูคำตอบ
ฉันซื้อหรือได้หนังสือเล่มนี้มาด้วย
I caved: สุดท้ายก็ยอมใจอ่อน
ในที่นี้ I caved หมายถึงสุดท้ายฉันก็เลิกต้านและยอม ผู้พูดเคยพยายามไม่ซื้อหนังสือ แต่ความสนใจของคนอื่นหรือสิ่งล่อใจทำให้เปลี่ยนใจ ส่วน and I bought it บอกผลที่ตามมา คำว่า caved ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความตั้งใจต้านทานของคนหมดลง ไม่ใช่โครงสร้างทางกายภาพพังถล่ม
แบบฝึกหัด
I caved ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร
- หมายถึงผู้พูดสุดท้ายก็ยอมและซื้อหนังสือ
- หมายถึงผู้พูดพบถ้ำใกล้ร้านค้า
- หมายถึงหนังสือพังถล่มจริง ๆ
ดูคำตอบ
หมายถึงผู้พูดสุดท้ายก็ยอมและซื้อหนังสือ
The object isn't to..., it's to...: แก้ความเข้าใจว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร
object ในที่นี้หมายถึง “เป้าหมาย” หรือ “จุดประสงค์” โครงสร้าง The object isn't to X, it's to Y จะปฏิเสธเป้าหมายที่ดูเหมือนจะใช่ก่อน แล้วจึงบอกเป้าหมายที่แท้จริง ทั้งสองส่วนใช้กริยารูป to-infinitive แบบขนานกัน คือ to make และ to be โครงสร้างนี้ย้ายจุดเน้นจากการสร้างงานศิลปะโดยตรงไปสู่การเข้าสู่สภาวะที่ทำให้ศิลปะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง The object isn't to..., it's to... ตามแบบให้ครบ: The object ____ to sound perfect immediately; ____ to communicate more clearly each day.
ดูคำตอบ
isn't · it's
so I think that I'm just going to clean up a little bit more in here กริยาวลี
5:51ฉันคิดว่าฉันจะทำความสะอาดตรงนี้อีกนิดหน่อย
clean up: ทำให้สถานที่สะอาดและเป็นระเบียบ
Clean up เป็นกริยาวลี ในที่นี้หมายถึงการจัดการฝุ่น ความรก หรือสิ่งของที่ยังไม่ได้เก็บเข้าที่ เพื่อทำให้บริเวณนั้นสะอาดและเป็นระเบียบขึ้น A little bit more แสดงว่าผู้พูดทำไปแล้วบางส่วนและตั้งใจจะทำต่ออีกสักครู่ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า clean up the room หรือ clean the room up ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค เช่น clean it up ไม่ใช่ clean up it
แบบฝึกหัด
ใช้ clean up กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The table is messy, so let's ____ before lunch.
ดูคำตอบ
clean it up
I'm going to go start: ความตั้งใจตามด้วย go + กริยารูปพื้นฐาน
ใน I'm going to go start คำว่า am going to แสดงแผนหรือสิ่งที่ผู้พูดจะทำต่อไป ส่วน go ตัวที่สองเป็นกริยาอีกตัวหนึ่ง หมายถึงผู้พูดจะเคลื่อนออกไปหรือเปลี่ยนไปทำการกระทำนั้น ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการของอเมริกาเหนือ go สามารถตามด้วยกริยารูปพื้นฐานอีกตัวได้โดยตรง เช่น go start, go check และ go ask คำว่า go สองตำแหน่งไม่ได้ซ้ำกันโดยผิดพลาด เพราะ going to แสดงความตั้งใจ ส่วน go start นำเสนอการเริ่มต้นว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะไปทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ going to + go: I'm ____ ask the librarian for help.
ดูคำตอบ
going to go
I'll dedicate a period of time: ตั้งใจจัดสรรเวลา
ในที่นี้ I'll หมายถึง I will และ dedicate a period of time หมายถึงการตั้งใจจัดสรรช่วงเวลาหนึ่งไว้เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ Dedicate สื่อถึงความมุ่งมั่นอย่างมีสติ ไม่ใช่เพียงบอกว่าบังเอิญใช้เวลาไปกับบางสิ่ง a period of ต้องตามด้วยคำนาม ซึ่งในที่นี้คือ time เมื่อบอกจุดประสงค์ มักใช้โครงสร้าง dedicate + เวลาหรือความพยายาม + to + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ dedicate + time + to + -ing ให้สมบูรณ์: I'll dedicate a period of time ____ the notes.
ดูคำตอบ
to reviewing
a bunch of different mediums: สื่อสร้างสรรค์หลายรูปแบบ
ในที่นี้ mediums เป็นคำนามพหูพจน์ของ medium หมายถึงรูปแบบหรือวัสดุที่ใช้สร้างหรือสื่อสารงานศิลปะ เช่น ภาพวาด ดนตรี บทกวี หรือภาพยนตร์ ไม่ได้บอกว่ามีขนาดปานกลาง ในวลี a bunch of different mediums คำว่า a bunch of หมายถึงจำนวนมากแบบไม่เป็นทางการ ส่วน different เน้นความหลากหลาย วลีนี้จึงสื่อถึงการซึมซับผลงานจากรูปแบบสร้างสรรค์หลายชนิด ไม่ใช่ศิลปะเพียงรูปแบบเดียว
แบบฝึกหัด
ในบริบทด้านการสร้างสรรค์นี้ "a bunch of different mediums" หมายถึงอะไร
- รูปแบบหรือวัสดุหลายชนิดที่ใช้ในงานสร้างสรรค์
- สิ่งของขนาดปานกลางจำนวนมาก
- ระดับความยากปานกลางหลายระดับ
ดูคำตอบ
รูปแบบหรือวัสดุหลายชนิดที่ใช้ในงานสร้างสรรค์
with no pressure to create: with no pressure to + กริยารูปพื้นฐาน
with no pressure to create หมายถึงสามารถสร้างผลงานได้ แต่ไม่มีข้อบังคับหรือความคาดหวังว่าจะต้องผลิตบางสิ่งออกมา with ใช้เพิ่มเงื่อนไขนี้ ส่วน no pressure บอกว่ากิจกรรมนั้นไม่ได้ถูกบังคับ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ with no pressure to + กริยารูปพื้นฐาน โดย to-infinitive ระบุการกระทำที่ไม่มีใครกดดันให้ทำ เช่น with no pressure to decide, reply, or perform
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย no pressure: You can consider the offer with ____ decide today.
ดูคำตอบ
no pressure to
drawing from that well of inspiration I filled up on: อุปมาเรื่องแรงบันดาลใจที่สะสมไว้ใช้สร้างสรรค์
ผู้พูดเปรียบแรงบันดาลใจเป็นน้ำที่เก็บอยู่ในบ่อ drawing from that well จึงหมายถึงการนำความคิดและความรู้สึกที่สะสมไว้มาใช้เมื่อถึงเวลาสร้างผลงาน ในที่นี้ I filled up on สื่อว่าก่อนหน้านั้นผู้พูดได้รับและซึมซับสิ่งที่ให้แรงบันดาลใจไว้มาก ภาพเปรียบทั้งสองรวมกันเป็นกระบวนการเดียว คือรับอิทธิพลต่าง ๆ เพื่อสะสมทุนทางความคิดก่อน แล้วจึงนำมาใช้ภายหลัง ไม่ได้หมายถึงบ่อหรือน้ำจริง ๆ
แบบฝึกหัด
drawing from that well of inspiration ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- นำแรงบันดาลใจที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้มาใช้
- วาดภาพบ่อน้ำจริง ๆ
- รอให้บ่อมีน้ำเต็ม
ดูคำตอบ
นำแรงบันดาลใจที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้มาใช้
see what speaks to you: สังเกตว่าอะไรสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงส่วนตัว
ใน see what speaks to you คำว่า speaks to you ไม่ได้หมายถึง “พูดกับคุณ” ตามตัวอักษร งานศิลปะ ความคิด สไตล์ หรือตัวเลือกหนึ่ง speaks to you เมื่อสิ่งนั้นมีความหมายต่อคุณเป็นการส่วนตัว ทำให้รู้สึกซาบซึ้ง หรือดึงดูดใจอย่างมาก see what ชวนให้สำรวจตัวเลือกต่าง ๆ แล้วสังเกตว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น ใน what speaks to you คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น” และอนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ see
แบบฝึกหัด
ใช้ speak to someone ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Choose the story that ____ most.
ดูคำตอบ
speaks to you
From poetry to music to art: ใช้ from A to B to C เพื่อแสดงขอบเขตที่กว้าง
From poetry to music to art ใช้โครงสร้าง from A to B to C เพื่อเชื่อมหมวดหมู่หลายอย่างที่อยู่ในระดับเดียวกันและแสดงขอบเขตที่กว้าง ในที่นี้ from และ to ไม่ได้บอกถึงการเดินทางจริง การใช้ to ซ้ำทำให้ผู้ฟังค่อย ๆ ไล่ไปตามแต่ละหมวดหมู่ในรายการ คุณสามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้เมื่อต้องการนำเสนอหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกันแต่มีความหลากหลาย
แบบฝึกหัด
เติมคำสามคำเพื่อสร้างรายการหมวดหมู่ที่มีขอบเขตกว้าง: The festival features everything ____ jazz ____ dance ____ film.
ดูคำตอบ
from · to · to
you never know what you'll find: ความเป็นไปได้ที่เปิดกว้างและลำดับคำของคำถามแฝง
You never know what you'll find หมายความว่าเราไม่อาจคาดเดาผลของการค้นหาหรือสำรวจได้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวสร้างน้ำเสียงที่เปิดกว้างและให้กำลังใจว่าอาจเจอสิ่งที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้น What you'll find เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง know โดยยังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what + you + will find ไม่ใช่ลำดับของคำถามตรง what will you find
แบบฝึกหัด
ประโยคใดชวนให้ออกสำรวจได้อย่างถูกต้องและใช้คำถามแฝงหลัง you never know?
- Look around the market; you already know exactly what you'll find.
- Look around the market; you never know what will you find.
- Look around the market; you never know what you'll find.
ดูคำตอบ
Look around the market; you never know what you'll find.
so integral to my storytelling: ส่วนที่ขาดไม่ได้ของการเล่าเรื่อง
ในที่นี้ be integral to หมายถึง “เป็นส่วนที่จำเป็นของ...” ดนตรีไม่ใช่แค่สิ่งที่เสริมเข้ามา แต่ช่วยทำให้วิธีเล่าเรื่องของผู้พูดมีลักษณะอย่างที่เป็นอยู่ so เน้นระดับของ integral โดยมีความหมายว่า “มาก” หรือ “อย่างมาก” โครงสร้างคือ be integral to + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ to เป็นคำบุพบท และ my storytelling เป็นนามวลีที่ตามหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย integral และคำบุพบทที่ต้องใช้คู่กัน: Trust is ____ a strong partnership.
ดูคำตอบ
integral to
It informs a tone and the pacing: inform ในความหมายว่า “หล่อหลอม”
ในที่นี้ informs หมายถึง “หล่อหลอม มีอิทธิพลต่อ หรือกำหนดทิศทาง” ไม่ใช่ “บอกข้อมูลแก่ใครบางคน” ดนตรีช่วยกำหนดโทนและความเร็วหรือช้าของฉากและการตัดต่อ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X informs Y โดย X อาจเป็นหลักฐาน ประสบการณ์ แนวคิด หรือองค์ประกอบทางศิลปะ ส่วน Y เป็นการตัดสินใจ การออกแบบ รูปแบบ หรือผลลัพธ์อื่น
แบบฝึกหัด
ใน “It informs a tone and the pacing” คำว่า informs หมายถึงอะไร
- สิ่งนี้บันทึกโทนและจังหวะลงในรายการ
- สิ่งนี้ประกาศโทนและจังหวะให้ใครบางคนทราบ
- สิ่งนี้หล่อหลอมหรือช่วยกำหนดโทนและจังหวะ
ดูคำตอบ
สิ่งนี้หล่อหลอมหรือช่วยกำหนดโทนและจังหวะ
A lot of you ask me where I get the music for my videos from ไวยากรณ์
6:50หลายคนถามฉันว่าฉันเอาเพลงสำหรับวิดีโอมาจากไหน
where I get the music for my videos from: from ที่อยู่ท้ายข้อความ
ใน where I get the music for my videos from คำว่า from ทำให้โครงสร้าง get something from a source ซึ่งหมายถึงการได้บางสิ่งมาจากแหล่งหนึ่งสมบูรณ์ ในภาษาอังกฤษ การวางคำบุพบทนี้ไว้หลังส่วนที่เหลือของคำถามทางอ้อมเป็นเรื่องธรรมชาติ โดย where อยู่ใกล้ต้นข้อความ ส่วน from อยู่ท้ายข้อความ โครงสร้างนี้เรียกว่าการคงคำบุพบทไว้ท้ายประโยค หรือ preposition stranding รูปแบบ where ... from เป็นวิธีถามถึงแหล่งที่มาที่ใช้กันทั่วไปและถูกต้อง โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมอย่างเป็นธรรมชาติและวาง from ไว้ท้ายข้อความ?
- People ask me where I get my music from.
- People ask me where do I get my music from.
- People ask me from where do I get my music.
ดูคำตอบ
People ask me where I get my music from.
my go-to is: ตัวเลือกแรกที่ใช้เป็นประจำและไว้ใจได้
ในที่นี้ my go-to เป็นวลีคำนามที่หมายถึงตัวเลือกที่ผู้พูดเลือกและไว้วางใจเป็นประจำ เป็นตัวเลือกแรกที่คุ้นเคยและพึ่งพาได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเมื่อมองอย่างเป็นกลาง Go-to ยังใช้ขยายคำนามได้ เช่น my go-to app ทั้งสองรูปเป็นสำนวนประสมเดียวกัน ไม่ใช่วลีกริยาทั่วไป go to a place ที่หมายถึงไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึงตัวเลือกแรกที่ใช้เป็นประจำและไว้ใจได้: This is my ____ app for editing photos.
ดูคำตอบ
go-to
What I like about Epidemic Sound is that they have a huge library of genres, ไวยากรณ์
6:56สิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับ Epidemic Sound คือพวกเขามีคลังแนวเพลงขนาดใหญ่
What I like about ... is that ... สำหรับเน้นข้อดีหนึ่งอย่าง
คำว่า What I like about Epidemic Sound รวมกันเป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ซึ่งเรียกว่าอนุประโยคสัมพัทธ์อิสระ ในที่นี้ what มีความหมายเท่ากับ “the thing that” (“สิ่งที่...”) และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ is ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ซึ่งตามมาจะบอกลักษณะเฉพาะที่ผู้พูดชอบ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ What I like about X is that + อนุประโยค โดยเริ่มจากหัวข้อและจุดดีที่ผู้พูดต้องการเน้น แล้วจึงให้รายละเอียดสนับสนุน ทำให้การประเมินหรือการแนะนำเข้าใจง่าย
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบการประเมินให้สมบูรณ์: What I like about this camera ____ it is easy to carry.
ดูคำตอบ
is that
You can also check out my creator playlist on their site, กริยาวลี
7:04คุณยังสามารถตรวจสอบเพลย์ลิสต์ครีเอเตอร์ของฉันได้บนเว็บไซต์ของพวกเขา
check out: การชวนให้ลองดูบางสิ่งแบบเป็นกันเอง
ในที่นี้ check out หมายถึง “ลองดู” หรือ “เข้าไปสำรวจ” เนื่องจากกรรมของวลีนี้คือเพลย์ลิสต์สำหรับครีเอเตอร์บนเว็บไซต์ จึงเป็นคำแนะนำอย่างเป็นกันเองให้ผู้ฟังเข้าไปดูเนื้อหานั้น กริยาวลีนี้สามารถตามด้วยคำนามได้ เช่น check out the playlist แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง: ใช้ check it out ไม่ใช่ check out it
แบบฝึกหัด
ใช้ check out และคำสรรพนาม it เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: This website has free lessons. You should ____.
ดูคำตอบ
check it out
I personally curated this playlist with their team
7:08ฉันคัดสรรเพลย์ลิสต์นี้เป็นการส่วนตัวร่วมกับทีมงานของพวกเขา
and include some songs that I've used in my videos.
7:11และรวมเพลงบางเพลงที่ฉันเคยใช้ในวิดีโอของฉันไว้ด้วย
without worrying about copyright: without + รูป -ing
ในประโยคนี้ without worrying about copyright หมายถึงคุณสามารถใช้เพลงได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาลิขสิทธิ์ วลีนี้แสดงว่าความกังวลดังกล่าวเป็นอุปสรรคที่ถูกขจัดออกไปแล้ว หลัง without ให้ใช้คำนามหรือกริยารูป -ing ในที่นี้ worrying เป็นรูป -ing และ worry about ใช้นำหน้าสิ่งที่กังวล ซึ่งก็คือ copyright โครงสร้างเดียวกันนี้พบได้ในสำนวนอย่าง without paying และ without waiting
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อให้ประโยคหมายถึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย: You can try the app ____ the cost.
ดูคำตอบ
without worrying about
signed up for: การสมัครบริการหรือกิจกรรม
signed up for เป็นรูปอดีตของ sign up for หมายถึงได้ลงทะเบียน สมัคร หรือบอกรับบริการ หลักสูตร กิจกรรม หรือแผนบางอย่าง ในประโยคนี้ สิ่งที่ผู้พูดสมัครคือแพลตฟอร์มเพลง ประโยคพื้นฐานคือ I signed up for the music platform ในโครงสร้างที่ยาวขึ้น the music platform that I ever signed up for คำว่า that อ้างกลับไปยังแพลตฟอร์ม ส่วน for อยู่ท้ายโครงสร้าง ข้อความ to license music for my videos ที่ตามมาบอกจุดประสงค์ของการสมัคร และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ signed up for
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ sign up for: Maya ____ a first-aid course yesterday.
ดูคำตอบ
signed up for
license music: ขออนุญาตใช้เพลงอย่างถูกกฎหมาย
ในประโยคนี้ license เป็นคำกริยา to license music for videos หมายถึงการขออนุญาตตามกฎหมายเพื่อนำเพลงนั้นไปใส่ในวิดีโอตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ วลีนี้เน้นสิทธิในการใช้งาน ไม่ใช่แค่การหา ซื้อ หรือดาวน์โหลดเพลง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับเนื้อหาที่ได้รับความคุ้มครองประเภทอื่นได้ เช่น license an image, a font, or a video clip
แบบฝึกหัด
ผู้สร้างภาพยนตร์คนหนึ่งพูดว่า We need to license music before publishing the trailer. พวกเขาต้องทำอะไร?
- ขออนุญาตตามกฎหมายเพื่อใช้เพลงในตัวอย่างภาพยนตร์
- ดาวน์โหลดไฟล์เพลงลงคอมพิวเตอร์
- เรียนรู้วิธีเล่นเพลงนั้นด้วยตนเอง
ดูคำตอบ
ขออนุญาตตามกฎหมายเพื่อใช้เพลงในตัวอย่างภาพยนตร์
a full circle moment: ช่วงเวลาที่ปัจจุบันกลับมาเชื่อมโยงกับอดีต
a full circle moment คือช่วงเวลาที่ประสบการณ์ในภายหลังกลับมาเชื่อมโยงกับจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ในอดีต บุคคลนั้นอาจกลับมายังสถานที่ บทบาท ความสัมพันธ์ หรือแนวคิดเดิมในรูปแบบใหม่ วลีนี้เป็นการเปรียบเทียบ และมักสื่อถึงการหวนคิด ความประหลาดใจ หรือความพึงพอใจ ปัจจุบันต้องมีความเชื่อมโยงที่มีความหมายกับจุดเริ่มต้นในอดีต ไม่ใช่แค่การจบลงหรือการทำสิ่งเดิมซ้ำอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายว่าเป็น a full circle moment มากที่สุด?
- คุณต่อจิ๊กซอว์ที่ยากเสร็จเร็วกว่าที่คาด
- คุณใช้เส้นทางอื่นกลับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด
- หลายปีหลังจากเคยเป็นนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง คุณกลับไปที่นั่นในฐานะครู
ดูคำตอบ
หลายปีหลังจากเคยเป็นนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง คุณกลับไปที่นั่นในฐานะครู
for ages: เป็นเวลานานมาก
for ages หมายถึง “เป็นเวลานานมาก” ในภาษาพูดแบบกันเอง คำว่า ages จงใจไม่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนและมักใช้เพื่อเน้น โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงหลายยุคสมัยตามตัวอักษร ใน I've been using them for ages วลีนี้บอกระยะเวลาของการกระทำที่เริ่มในอดีตและยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน โดยทั่วไปสามารถวางไว้หลังกลุ่มคำกริยาเพื่อเน้นว่าสภาวะหรือกิจกรรมหนึ่งกินเวลานาน
แบบฝึกหัด
เติมวลีไม่เป็นทางการที่มีสองคำตามที่เรียนในบทนี้: I haven't seen Maya ____.
ดูคำตอบ
for ages
they hooked it up: ช่วยจัดการหรือมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
ในที่นี้ they hooked it up เป็นสแลงไม่เป็นทางการ หมายถึงพวกเขาช่วยจัดการสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือมอบบางอย่างให้ เช่น สิทธิ์เข้าถึง ข้อเสนอพิเศษ หรือของแถม ต้องดูจากบริบทรอบข้างว่าให้ประโยชน์อะไรแน่ คำสรรพนาม it ในการใช้แบบสแลงนี้มีความหมายกว้าง จึงไม่ควรแปลแยกทีละคำ หากพูดถึงอุปกรณ์ hook it up อาจหมายถึง “เชื่อมต่อมัน” ได้ แต่ไม่ใช่ความหมายที่อธิบายในที่นี้
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The staff hooked it up and gave us a room with a view,' hooked it up หมายถึงอะไร
- พวกเขาแขวนสิ่งของไว้กับตะขอ
- พวกเขามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมหรือจัดการให้เป็นพิเศษ
- พวกเขาเชื่อมต่ออุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ
พวกเขามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมหรือจัดการให้เป็นพิเศษ
is that making stuff often requires a lot of letting go กริยาวลี
7:53ก็คือการสร้างสิ่งต่างๆ มักต้องการการปล่อยวางมากมาย
What I've realized ... is that ...: วางกรอบสิ่งที่ตระหนักก่อนเสนอข้อสรุป
What I've realized ... is that ... นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นสิ่งที่ได้จากการทบทวน what-clause คือ What I've realized on this creator journey so far ทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึงสิ่งที่ฉันค่อย ๆ เข้าใจ is เป็นกริยาเชื่อม ส่วน that-clause บอกข้อสรุป โครงสร้างนี้วางข้อความหลักไว้หลัง is that จึงช่วยสรุปประสบการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นข้อคิดที่ชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + ประธาน + have/has + learned/realized + ... + is that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างสรุป What ... is that ... ให้สมบูรณ์: What I've learned from this project ____ that clear communication matters.
ดูคำตอบ
is
letting go of control: ผ่อนการควบคุมโดยสมัครใจ
Letting go of control หมายถึงการเลือกว่าจะไม่ควบคุมทุกรายละเอียดหรือบังคับให้เกิดผลลัพธ์แบบใดแบบหนึ่ง let go of เป็น phrasal verb ที่หมายถึงปล่อยหรือเลิกยึดบางสิ่งไว้ ในที่นี้ control เป็นนามธรรม วลีนี้จึงหมายถึงการลดความต้องการที่จะควบคุม ไม่ใช่การปล่อยให้สิ่งที่เรียกว่า control เดินจากไปจริง ๆ ในบริบทของงานสร้างสรรค์ วลีนี้หมายถึงการยอมรับความไม่แน่นอนและเปิดโอกาสให้กระบวนการหรือผู้อื่นมีส่วนกำหนดผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสะเพร่าหรือปฏิเสธความรับผิดชอบ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนที่หมายถึงการลดความต้องการควบคุมโดยสมัครใจในรูปที่ถูกต้อง: Sharing responsibility for the project meant ____ control.
ดูคำตอบ
letting go of
what's supposed to work: สิ่งที่คาดว่าน่าจะได้ผล
ในที่นี้ what's ย่อมาจาก what is และ what ใช้แทนสิ่งหรือวิธีที่กำลังพูดถึง What's supposed to work หมายถึง “สิ่งที่คนคาดไว้หรือโดยทั่วไปเชื่อว่าน่าจะได้ผล” be supposed to สื่อถึงความคาดหวังหรือความเชื่อที่ยอมรับกัน ไม่ใช่ผลที่พิสูจน์แล้ว จึงยังเป็นไปได้ว่าวิธีที่คาดไว้อาจไม่ได้ผลจริง
แบบฝึกหัด
ใน “We tried what was supposed to work, but the problem remained,” คำว่า “what was supposed to work” หมายถึงอะไร
- วิธีที่ประสบความสำเร็จแน่นอนแล้ว
- วิธีที่คนคาดว่าน่าจะได้ผล
- วิธีที่คนถูกห้ามไม่ให้ใช้
ดูคำตอบ
วิธีที่คนคาดว่าน่าจะได้ผล
I'm quickly realizing what goes into this creator thing. กริยาวลี
8:13ฉันกำลังตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าการเป็นครีเอเตอร์ต้องเจออะไรบ้าง
realizing what goes into this creator thing: ตระหนักว่างานครีเอเตอร์ต้องใช้อะไรบ้าง
ใน realizing what goes into this creator thing รูป what goes into X หมายถึง “สิ่งที่ X ต้องใช้หรือองค์ประกอบที่ทำให้ X เกิดขึ้น” ซึ่งอาจรวมถึงเวลา ความพยายาม ทักษะ การวางแผน วัสดุ และขั้นตอนที่คนมองไม่ค่อยเห็น อนุประโยค what goes into this creator thing คือสิ่งที่ผู้พูดกำลังตระหนัก ผู้พูดเริ่มเข้าใจงานเบื้องหลังการเป็นครีเอเตอร์ ในที่นี้ go into ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในสถานที่ และ thing เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกกิจกรรมทั้งหมดแบบกว้าง ๆ
แบบฝึกหัด
ใน “Few people see what goes into making a short film,” คำว่า “what goes into” หมายถึงอะไร
- เวลา ความพยายาม และขั้นตอนที่ต้องใช้
- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องของภาพยนตร์
- ห้องที่ใช้ฉายภาพยนตร์
ดูคำตอบ
เวลา ความพยายาม และขั้นตอนที่ต้องใช้
There's definitely times for ... but there also has to be time for ...: การสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นสองด้าน
ประโยคนี้เริ่มด้วยการยอมรับว่าบางครั้งการทำงานหนักและการนอนดึกก็จำเป็น จากนั้น but นำเสนอประเด็นที่ช่วยสร้างสมดุลว่า ความอยากรู้อยากเห็นและการเล่นก็ต้องมีเวลาเช่นกัน อนุประโยคหลังเพิ่มความจำเป็นอีกด้านหนึ่ง ไม่ได้ลบล้างอนุประโยคแรก รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ There are times for A, but there also has to be time for B รูปแบบนี้แสดงมุมมองที่สมดุล โดยยอมรับความจำเป็นด้านหนึ่งก่อน แล้วจึงนำเสนออีกด้านที่อาจถูกมองข้าม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วิธีสร้างสมดุลแบบเดียวกัน คือยอมรับ A แล้วจึงเพิ่ม B?
- Careful planning and experimentation happen at different times.
- Careful planning matters, so experimentation is unnecessary.
- There are times for careful planning, but there also has to be time for experimentation.
ดูคำตอบ
There are times for careful planning, but there also has to be time for experimentation.
about 50 pages into this book: ใช้ into เพื่อบอกความคืบหน้า
ในที่นี้ about 50 pages into this book บอกความคืบหน้าในการอ่าน หมายความว่าผู้พูดอ่านมาถึงประมาณหน้าที่ 50 แล้ว into ใช้ระบุตำแหน่งความคืบหน้าระหว่างการอ่านผลงานหรือทำกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างในหนังสือจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ ปริมาณหรือเวลา + into + ผลงานหรือกิจกรรม เช่น ten minutes into the film หรือ two weeks into the project ส่วน about บอกว่าตัวเลขนั้นเป็นค่าประมาณ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่บอกความคืบหน้า: I started this novel yesterday, and I'm ____ it now.
ดูคำตอบ
about 50 pages into
it's speaking my language: แสดงว่าถูกใจเป็นอย่างมาก
ในที่นี้ it's speaking my language เป็นสำนวนที่หมายถึงบางสิ่งตรงกับสิ่งที่ผู้พูดชอบ คิด หรือต้องการอย่างมาก ประธาน it อาจหมายถึงแนวคิด หนังสือ แผน รูปแบบ หรือสิ่งอื่นที่ผู้พูดรู้สึกว่าถูกใจ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นกำลังใช้ภาษาของผู้พูดจริง ๆ สำนวนนี้แสดงถึงความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นการส่วนตัวและมักสื่อถึงการเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยสำนวนที่หมายถึง “นั่นคือสิ่งที่ฉันชอบพอดี”: A day at the beach with no homework? Now you're ____.
ดูคำตอบ
speaking my language
there was just so much things that I could relate to โน้ต
8:37มีเรื่องมากมายที่ฉันรู้สึกเชื่อมโยงได้
ความแตกต่างระหว่าง so much things กับ so many things
วลี so much things ไม่เป็นมาตรฐาน เพราะ things เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ให้ใช้ so many things โดย many ใช้กับคำนามพหูพจน์ที่นับได้ ใช้ much กับคำนามนับไม่ได้ เช่น so much time หรือ so much information คุณอาจได้ยินรูปเดิมในการพูดแบบไม่ได้เตรียมล่วงหน้า แต่เมื่อพูดและเขียนเองควรแยกใช้ many กับ much ตามหลักมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย many หรือ much: We found so ____ useful ideas at the workshop.
ดูคำตอบ
many
relate to: รู้สึกร่วมจากประสบการณ์ที่คล้ายกัน
ในประโยคนี้ relate to หมายถึงการเข้าใจบางสิ่งเพราะตรงกับความรู้สึกหรือประสบการณ์ของตนเอง ผู้พูดพบหลายอย่างที่รู้สึกคุ้นเคย ไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างเป็นกลาง โครงสร้างคือ relate to + คน เรื่องราว ความรู้สึก ประสบการณ์ หรือความคิด และสามารถพูดเพียง I can relate ได้เมื่อรู้กันอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร
แบบฝึกหัด
เพื่อนเล่าว่ารู้สึกประหม่าในวันแรกที่โรงเรียนใหม่ "I can relate to that" หมายความว่าอย่างไร
- โรงเรียนทั้งสองแห่งมีที่อยู่เดียวกัน
- ฉันเคยรู้สึกคล้ายกัน จึงเข้าใจ
- ฉันต้องการให้คุณอธิบายคำเหล่านั้นเป็นภาษาอื่น
ดูคำตอบ
ฉันเคยรู้สึกคล้ายกัน จึงเข้าใจ
I wish I started this earlier: เสียดายที่เริ่มช้า
I wish I started this earlier หมายถึง “ฉันเสียดายที่ไม่ได้เริ่มเร็วกว่านี้” wish นำเสนอทางเลือกที่ไม่ตรงกับความจริง เพราะผู้พูดไม่สามารถเปลี่ยนเวลาที่เริ่มกิจกรรมนั้นไปแล้วได้ เมื่อต้องการแสดงความเสียดายเกี่ยวกับอดีต รูปมาตรฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ I wish I had started this earlier ส่วนรูป simple past ในคำบรรยาย I wish I started... พบได้ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการ แต่แสดงลำดับเวลาในอดีตได้ไม่ชัดเท่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความเสียดายที่ไม่ได้เริ่มเร็วกว่านี้ในอดีตได้อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานที่สุด
- I wish I will start earlier.
- I wish I had started earlier.
- I hope I start earlier tomorrow.
ดูคำตอบ
I wish I had started earlier.
like three weeks ago: ใช้ like เพื่อบอกเวลาโดยประมาณ
ใน like three weeks ago คำว่า like เป็นคำบอกความโดยประมาณแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ประมาณ” หรือ “ราว ๆ” จึงแสดงว่า three weeks เป็นการกะคร่าว ๆ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่วัดไว้อย่างแม่นยำ ตรงนี้ like ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” หรือ “คล้ายกับ” ใจความคือผู้พูดต้องการสิ่งนี้มาตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “I needed this like three weeks ago,” คำว่า like หมายความว่าอะไร?
- ในลักษณะที่คล้ายกัน
- โดยประมาณ
- ด้วยความชอบ
ดูคำตอบ
โดยประมาณ
there goes ...: ใช้เมื่อบางสิ่งจบลงหรือสูญเสียไป
รูปแบบ there goes + คำนาม ใช้เป็นคำอุทานเพื่อบอกว่าบางอย่างกำลังจบลง หายไป สูญเสียไป หรือไม่เป็นอย่างที่คาดไว้อีกต่อไป รูปแบบนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเคลื่อนไปยังสถานที่หนึ่งจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้รูปแบบดังกล่าวเพื่อปิดท้ายวันด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และแซวตัวเองเล็กน้อย รูปแบบเดียวกันอาจแสดงความปลง ความผิดหวัง อารมณ์ขัน หรือเพียงความรู้สึกว่าบางอย่างจบลงแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมคำอุทานที่หมายถึงเพิ่งเสียโอกาสสุดท้ายไป: There ____ our last chance.
ดูคำตอบ
goes
I guess so: คำตอบว่าใช่แบบยังไม่มั่นใจเต็มที่
I guess so เป็นคำตอบรับที่ยังมีความลังเลอยู่ หมายถึงผู้พูดคิดว่าสิ่งที่พูดมาก่อนหน้านี้น่าจะจริง หรือยอมเห็นด้วย แต่ยังไม่มั่นใจทั้งหมด คำว่า so ใช้แทนใจความทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง จึงไม่ต้องพูดซ้ำ ในบทสนทนาแบบกันเอง น้ำเสียงอาจทำให้วลีนี้ฟังดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจหรือไม่ค่อยกระตือรือร้นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามคุณว่า “Did the update fix the problem?” คุณคิดว่าน่าจะแก้ได้แล้ว แต่ยังไม่มั่นใจทั้งหมด คำตอบใดเหมาะที่สุด
- I guess so.
- Absolutely.
- No, it didn't.
ดูคำตอบ
I guess so.