เจ้าหญิงบลูอี้กับม้าฮันนี่ออกผจญภัย! | การผจญภัย | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
235 คำ 164 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในการเล่นสมมติเป็นเจ้าหญิงของเด็ก ๆ ตัวละครโต้กลับคำล้อที่ดูถูกเด็กผู้หญิง พบว่าราชินีจอมโลภเปลี่ยนพุ่มผลไม้ในฟาร์มให้กลายเป็นทราย และช่วยให้เจ้าหญิงที่หวาดกลัวรวบรวมความกล้าเพื่อเผชิญภัยคุกคาม ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. I'm not sure about this. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การสื่อความลังเล ความสงสัย หรือความไม่เห็นด้วยเล็กน้อยโดยไม่ปฏิเสธด้วยคำว่า no อย่างตรงไปตรงมา ประโยคที่นุ่มนวลนี้ใช้ได้เมื่อตอบรับแผน พูดถึงข้อตกลง หรือแสดงข้อกังวลในการเล่นบทบาทสมมติ 2. turn all the fruit bushes into sand? — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เข้าใจ turn A into B ว่าเป็นโครงสร้างทั่วไปสำหรับบอกว่าสิ่งหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็นอีกสิ่งหนึ่งอย่างสมบูรณ์ นำไปใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ อัตลักษณ์ หรือสถานการณ์ รวมถึงเหตุการณ์มหัศจรรย์แบบในเรื่องนี้ได้ 3. have the heart of a hero, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า heart อาจหมายถึงความกล้าหาญและอุปนิสัย ไม่ได้หมายถึงอวัยวะเท่านั้น อุปมานี้ช่วยให้ตีความคำชมที่สร้างความมั่นใจด้วยการเปรียบคุณสมบัติภายในของคนคนหนึ่งกับความเป็นวีรบุรุษได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bluey!

0:02

Bluey!

Oh my, Honeyhorse.

0:07

โอ้มายก๊อด Honeyhorse

I'm not sure about this. น้ำเสียง/เจตนา

0:09

ฉันไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนี้เลย

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not sure about this.:การแสดงข้อกังวลอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ I'm not sure about this. ไม่ได้แค่บอกว่าผู้พูดไม่รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง ผู้พูดกำลังแสดงความลังเลหรือความกังวลต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และอาจสื่ออย่างนุ่มนวลว่าไม่เห็นด้วย โครงสร้าง be not sure about + สิ่งของ แผน หรือการกระทำ ช่วยให้ยกข้อกังวลขึ้นมาได้โดยไม่ต้องปฏิเสธตรง ๆ ด้วย no ในที่นี้ this หมายถึงสถานการณ์ปัจจุบันหรือสิ่งที่เสนอให้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดของ B ด้วยสำนวนสุภาพจากบทเรียนนี้ A: Let's take this steep path. B: ____. Could we use the safer path?

ดูคำตอบ

I'm not sure about this

Oh my, what rude fellows. การใช้คำ

0:13

โอ้มายก๊อด เป็นพวกที่หยาบคายอะไรอย่างนี้

การใช้คำ

rude fellows: คำเรียกผู้คนแบบล้าสมัยและเหมือนการแสดง

ใน rude fellows คำว่า fellows หมายถึงผู้คนหรือพวกผู้ชาย ใกล้เคียงกับ “คนไร้มารยาทพวกนั้น” ไม่ได้หมายถึงเพื่อนร่วมงานหรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแบบ fellow ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน การเรียกคนว่า fellows แบบนี้อาจฟังดูล้าสมัย คล้ายภาษาในหนังสือนิทาน หรือจงใจให้ดูเหมือนการแสดง ในฉากนี้น้ำเสียงดังกล่าวช่วยเสริมการสวมบทบาทแบบเกินจริง ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ใน “Oh my, what rude fellows,” คำว่า rude fellows หมายถึงอะไรและให้น้ำเสียงแบบใด?

  1. คนไร้มารยาทที่บรรยายด้วยสำนวนล้าสมัยหรือเหมือนการแสดง
  2. นักวิจัยที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการอย่างเป็นทางการ
  3. เพื่อนร่วมงานที่ประพฤติตัวสุภาพ
ดูคำตอบ

คนไร้มารยาทที่บรรยายด้วยสำนวนล้าสมัยหรือเหมือนการแสดง

Oh my, what rude fellows.

0:16

โอ้มายก๊อด เป็นพวกที่หยาบคายอะไรอย่างนี้

Stop copying me this instant. วลี

0:17

หยุดเลียนแบบฉันเดี๋ยวนี้นะ

วลี

“this instant” ในคำสั่งหนักแน่นที่ให้ทำทันที

ในประโยคนี้ this instant หมายถึง “ทันทีโดยไม่ให้ชักช้า” สองคำนี้ทำหน้าที่เป็นวลีบอกเวลาหลังคำสั่ง Stop copying me ไม่ได้ชี้ถึง “ชั่วขณะ” ใดชั่วขณะหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อวางหลังคำสั่ง this instant จะเพิ่มน้ำเสียงไม่อดทนและมีอำนาจ โดยทั่วไปฟังดูเข้มงวดและเหมือนบทละครมากกว่า now หรือ right now จึงสื่อว่าผู้พูดสั่งให้ทำเดี๋ยวนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ this instant อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสั่งให้ทำทันที

  1. The message arrived in an instant.
  2. This instant of joy was captured in the photograph.
  3. Put the matches down this instant.
ดูคำตอบ

Put the matches down this instant.

Stop copying me this instant.

0:19

หยุดเลียนแบบฉันเดี๋ยวนี้นะ

Dah, silly terriers.

0:21

โธ่ พวกเทอร์เรียร์จอมป่วน

Boys are strong, like King Kong. วัฒนธรรม

0:23

เด็กผู้ชายนั้นแข็งแกร่ง เหมือนกับคิงคอง

วัฒนธรรม

“like King Kong” ในการเปรียบเทียบความแข็งแรงแบบเกินจริง

King Kong คือกอริลลายักษ์ในเรื่องแต่งซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวัฒนธรรมสมัยนิยมจากขนาดตัวและพละกำลังอันมหาศาล การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมนี้เป็นข้อมูลทั้งหมดที่ต้องใช้เพื่อเข้าใจการเปรียบเทียบ ในที่นี้ like King Kong หมายถึง “แข็งแรงอย่าง King Kong” เป็นการพูดเกินจริงแบบขบขัน ไม่ได้หมายถึงบุคคลจริง ประโยคนี้กล่าวเหมารวมเกี่ยวกับเด็กผู้ชายในฐานะส่วนหนึ่งของคำคล้องจอง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ใช้ได้กับเด็กผู้ชายทุกคน

แบบฝึกหัด

like King Kong ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. บุคคลจริงที่ชื่อ King Kong
  2. มารยาทสุภาพที่คาดหวังจากกษัตริย์
  3. พละกำลังมหาศาลที่กล่าวแบบเกินจริง
ดูคำตอบ

พละกำลังมหาศาลที่กล่าวแบบเกินจริง

Girls are weak, chuck them in the creek. การใช้คำ

0:25

เด็กผู้หญิงนั้นอ่อนแอ โยนพวกเธอลงคลองไปเลย

การใช้คำ

chuck them in the creek: การพูดว่า throw แบบไม่เป็นทางการและหยาบ

ในประโยคนี้ chuck หมายถึง “โยน” แบบไม่เป็นทางการ ใช้แรง หรือไม่ระมัดระวัง Chuck them in the creek หมายถึงโยนพวกเธอลงไปในลำธารเล็ก ๆ ประโยคนี้เป็นคำล้อเลียนแบบคล้องจองของเด็กที่พูดเกินจริง ไม่ใช่คำแนะนำให้ทำจริง คำว่า chuck ทำให้การกระทำฟังดูหยาบและสบาย ๆ กว่าคำกริยากลาง ๆ อย่าง throw

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ chuck มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?

  1. ประคองพวกเธออย่างระมัดระวัง
  2. โยนพวกเธอแบบหยาบและไม่เป็นทางการ
  3. ขอให้พวกเธอออกไปอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

โยนพวกเธอแบบหยาบและไม่เป็นทางการ

Huh!

0:29

ฮึ!

Chloe, let me be the princess for a second. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

Chloe ให้ฉันเป็นเจ้าหญิงแป๊บสิ

น้ำเสียง/เจตนา

let me be ... for a second: ขอผลัดสั้น ๆ

Let me be the princess เป็นการขออนุญาตรับบทเจ้าหญิง หลัง let ให้ใช้สรรพนามรูปกรรมตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน จึงพูดว่า let me be ไม่ใช่ let I be หรือ let me to be ในที่นี้ for a second มักหมายถึง “ช่วงเวลาสั้น ๆ” ไม่ได้หมายถึงหนึ่งวินาทีพอดี วลีนี้จำกัดคำขอให้เป็นเวลาไม่นาน จึงทำให้คำขอฟังดูยอมรับได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยสองส่วนของโครงสร้าง let me ... for a second: ____ try the controls ____.

ดูคำตอบ

Let me · for a second

I've got an idea. วลี

0:34

ฉันมีไอเดียแล้ว

วลี

I've got an idea: ใช้เกริ่นข้อเสนอ

I've got an idea. เป็นวลีสนทนาที่เป็นธรรมชาติ ใช้บอกว่าเพิ่งคิดข้อเสนอ แผน หรือวิธีแก้ปัญหาได้ และกำลังจะอธิบายต่อ ในวลีนี้ have got มีความหมายเหมือน have คือ “มี” หมายถึงตอนนี้ผู้พูดมีความคิดหนึ่งอย่าง ไม่ได้เน้นการไปได้หรือหยิบอะไรมา

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งคิดวิธีแก้ปัญหาได้ ประโยคใดใช้เกริ่นข้อเสนอของคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I've got an idea.
  2. I've got the idea.
  3. I've taken an idea.
ดูคำตอบ

I've got an idea.

Okay.

0:35

ตกลง

Girls are strong, like King Kong.

0:41

เด็กผู้หญิงนั้นแข็งแกร่ง เหมือนกับคิงคอง

Boys are weak, chuck them into the creek.

0:44

เด็กผู้ชายนั้นอ่อนแอ โยนพวกเขาลงคลองไปเลย

I'll let you do it. ไวยากรณ์

0:49

ฉันจะยอมให้เธอทำละกัน

ไวยากรณ์

let you do it: let + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน

let + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงอนุญาตหรือให้คนนั้นทำบางอย่าง ใน let you do it คำว่า you คือคนที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับโอกาส ส่วน do เป็นคำกริยารูปพื้นฐานและไม่เติม to ในประโยคเต็ม I'll let you do it ยังหมายถึงการมอบการกระทำหรือโอกาสให้ผู้ฟังด้วย ตามบริบทอาจสื่อถึงการอนุญาต การให้เลือก หรือการให้ใครสักคนทำเป็นคนต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ do: I'll let you ____ it.

ดูคำตอบ

do

You've beaten us, my princess. การใช้คำ

0:51

ท่านเอาชนะพวกเราได้ องค์หญิงของข้า

การใช้คำ

beaten us: หมายถึง “เอาชนะพวกเรา”

ในประโยค “You've beaten us” beaten us หมายถึง “เอาชนะพวกเรา” หรือ “ชนะพวกเรา” beat ใช้บอกการเอาชนะอีกฝ่ายในเกม การแข่งขัน หรือการต่อสู้ในจินตนาการได้ คำนี้ไม่ได้หมายความด้วยตัวเองว่ามีใครถูกทำร้ายร่างกาย ในที่นี้ have + beaten เป็นรูป present perfect ผู้พูดยอมรับว่าเจ้าหญิงชนะไปแล้ว และผลลัพธ์นั้นยังสำคัญในตอนนี้

แบบฝึกหัด

ใน “You've beaten us” beaten us หมายถึงอะไร

  1. เอาชนะพวกเรา
  2. ตีพวกเราทางร่างกาย
  3. ช่วยให้พวกเราหลบหนี
ดูคำตอบ

เอาชนะพวกเรา

When you need us, we will be there. ไวยากรณ์

0:53

เมื่อใดที่ท่านต้องการเรา เราจะไปหา

ไวยากรณ์

When you need us, we will be there: ใช้รูปปัจจุบันหลัง when

ในประโยค “When you need us, we will be there” when ใช้นำหน้าช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ในอนาคต และอนุประโยคที่ตามหลังใช้รูป present simple คือ need ส่วนประโยคหลักใช้ will be เพื่อบอกผลลัพธ์หรือคำสัญญาในอนาคต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ When + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปจะไม่ใช้ will หลัง when ในอนุประโยคบอกเวลาในอนาคตเพียงเพื่อแสดงความเป็นอนาคต ดังนั้นจึงพูดว่า “When you need us” ไม่ใช่ “When you will need us”

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ need ลงในประโยค: When you ____ us, we will be there.

ดูคำตอบ

need

Thank you.

0:56

ขอบใจนะ

Yay!

0:59

เย้!

We're here.

0:59

เรามาถึงแล้ว

This is the farm where I grew up. กริยาวลี

1:00

นี่คือฟาร์มที่ฉันเติบโตมา

กริยาวลี

grew up: บอกสถานที่ที่ใครบางคนเติบโตมา

ตรงนี้ grew up เป็นรูปอดีตแบบธรรมดาของกริยาวลี grow up เมื่อประธานเป็นคน จะหมายถึงการใช้ชีวิตในวัยเด็กและค่อย ๆ เติบโตขึ้น ใน where I grew up คำว่า where นำเข้าสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวัยเด็กนั้น ไม่ได้หมายความว่าฟาร์มมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่หมายถึงฟาร์มเป็นสถานที่ที่ผู้พูดอาศัยอยู่ระหว่างที่เติบโต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบธรรมดาของ grow up: I ____ in a small town.

ดูคำตอบ

grew up

It will have lots of food

1:03

มันน่าจะมีอาหารเยอะแยะ

for the kindly queen's babies.

1:04

สำหรับลูกๆ ของราชินีผู้ใจดี

Oh my, it's all gone. วลี

1:07

โอ้มายก๊อด มันหายไปหมดแล้ว

วลี

it's all gone: บอกว่าไม่เหลืออะไรแล้ว

ใน it's all gone คำว่า it's หมายถึง it is ส่วน all ครอบคลุมปริมาณทั้งหมด และ gone บอกสภาพผลลัพธ์ว่าไม่เหลือหรือไม่มีให้ใช้แล้ว สำนวนในชีวิตประจำวันนี้มักใช้กับอาหาร ของใช้ หรือสิ่งที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ ในที่นี้ gone ไม่ได้หมายเพียงว่าคนคนหนึ่งจากไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ไม่เหลืออะไรแล้ว”: The juice is ____.

ดูคำตอบ

all gone

This was once full of fruit bushes. วลี

1:09

เมื่อก่อนที่นี่เคยเต็มไปด้วยพุ่มผลไม้

วลี

once full of: สภาพในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว

ในที่นี้ once หมายถึง “ในช่วงหนึ่งของอดีต” หรือ “เมื่อก่อน” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” once full of fruit bushes หมายความว่าในอดีตสถานที่นั้นเต็มไปด้วยหรือปกคลุมด้วยพุ่มไม้ผล โครงสร้าง was once full of + คำนาม ใช้บอกสภาพในอดีต และมักสื่อว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว เหมาะสำหรับบอกว่าสถานที่หรือสิ่งของเปลี่ยนไปอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย was once full of: The old cupboard ____ board games, but now it is empty.

ดูคำตอบ

was once full of

What's happened? ไวยากรณ์

1:11

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ไวยากรณ์

What's happened?: ถามถึงสาเหตุของผลที่เห็นอยู่ตอนนี้

What's happened? เป็นรูปย่อของ What has happened? โดย 's ตรงนี้หมายถึง has เพราะ happened เป็นกริยารูป past participle present perfect ใช้ถามถึงเหตุการณ์ที่ผลของมันยังสำคัญในตอนนี้ ผู้พูดเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือปัญหา แล้วถามว่าอะไรทำให้เกิดสถานการณ์ตรงหน้า

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ present perfect เพื่อถามถึงสาเหตุของสถานการณ์ที่มองเห็นอยู่ตอนนี้

  1. What happened?
  2. What's happening?
  3. What's happened?
ดูคำตอบ

What's happened?

The Greedy Queen turned it all to sand,

1:13

ราชินีจอมตะกละเสกทุกอย่างให้กลายเป็นทราย

my dear princess.

1:15

องค์หญิงที่รักของฉัน

Grandma Fairy, it's you.

1:17

คุณยายแฟรี่ คุณยายเองเหรอ

Yes, it's me.

1:19

ใช่ ยายเอง

Why did the Greedy Queen

1:21

ทำไมราชินีจอมตะกละ

turn all the fruit bushes into sand? วลี

1:22

ถึงเสกพุ่มผลไม้ทั้งหมดให้เป็นทรายล่ะ?

วลี

turn all the fruit bushes into sand? ... turn A into B: เปลี่ยน A ให้เป็น B

turn all the fruit bushes into sand ใช้โครงสร้าง turn A into B ในที่นี้ A คือ all the fruit bushes และ B คือ sand หมายความว่าราชินีทำให้พุ่มไม้ทั้งหมดกลายเป็นทราย ในโครงสร้างนี้ into บอกผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่เข้าไปในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยทั่วไป turn A into B ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การเปลี่ยนวัสดุ หรือการเปลี่ยนแปลงในเชิงเปรียบเทียบได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ turn A into B เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิ่งของ

  1. The heat turned into the ice.
  2. The heat moved the ice into water.
  3. The heat turned the ice into water.
ดูคำตอบ

The heat turned the ice into water.

Maybe she really likes sand.

1:25

บางทีนางอาจจะชอบทรายมากๆ ก็ได้มั้ง

Someone has to stop her. ไวยากรณ์

1:27

ต้องมีใครสักคนหยุดนาง

ไวยากรณ์

has to stop: ความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์

ในประโยค Someone has to stop her คำว่า has to stop หมายความว่าจำเป็นต้องหยุดเธอ สถานการณ์ทำให้ใครบางคนต้องลงมือ ไม่ได้หมายถึงเพียงว่ามีคนอยากทำเช่นนั้น Someone เป็นประธานเอกพจน์ในทางไวยากรณ์ จึงใช้ has to และหลัง has to ต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐานคือ stop โครงสร้างนี้ใช้บ่อยเมื่อกฎ สถานการณ์ หรือความจำเป็นในทางปฏิบัติกำหนดให้ต้องทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค Someone has to stop her คำว่า has to stop หมายความว่าอะไร

  1. จำเป็นต้องมีใครสักคนหยุดเธอ
  2. มีใครบางคนหยุดเธอไปแล้ว
  3. มีใครบางคนอยากหยุดเธอ
ดูคำตอบ

จำเป็นต้องมีใครสักคนหยุดเธอ

Or there'll be no food. ลำดับความ

1:28

ไม่งั้นจะไม่มีอาหารเหลือนะ

ลำดับความ

Or there'll be no food: or ที่หมายถึง “ไม่อย่างนั้น”

ในที่นี้ or หมายถึง “ไม่อย่างนั้น” ไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่างที่เท่าเทียมกัน คำนี้เชื่อมกลับไปยังการกระทำที่จำเป็นและบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ทำสิ่งนั้น รูปแบบ action + or + consequence จัดข้อมูลให้เป็นคำเตือนว่าให้ทำสิ่งแรก ไม่อย่างนั้นผลเสียอาจตามมา

แบบฝึกหัด

or ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: Wear a coat, or you'll get cold?

  1. เสนอทางเลือกสองอย่างที่ดีเท่ากัน
  2. บอกเหตุผลที่ควรสวมเสื้อโค้ต
  3. นำเข้าสู่ผลของการไม่ทำตามคำแนะนำ
ดูคำตอบ

นำเข้าสู่ผลของการไม่ทำตามคำแนะนำ

What about you? น้ำเสียง/เจตนา

1:30

แล้วเธล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What about you?: ส่งตัวเลือกหรืองานไปยังผู้ฟัง

What about you? นำหัวข้อ ตัวเลือก หรืองานที่กำลังพูดถึงไปถามผู้ฟัง ในบริบทนี้หัวข้อคือใครจะเป็นคนลงมือทำ ดังนั้นคำถามจึงสื่อเป็นนัยว่า “คุณทำได้ไหม?” หรือ “คุณจะรับงานนี้ไหม?” น้ำหนักที่แท้จริงของคำถามขึ้นอยู่กับคำพูดก่อนหน้า แทนที่จะถามกว้าง ๆ ว่าผู้ฟังเป็นอย่างไร คำถามนี้ส่งเรื่องเดียวกันไปให้ผู้ฟังและเชิญให้ตอบ

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาต่อไปนี้ What about you? ทำหน้าที่อะไร? “We still need someone to lead the meeting.” “I can't today. What about you?”

  1. ผู้พูดถามเรื่องสุขภาพของผู้ฟัง
  2. ผู้พูดบอกว่าการประชุมจบไปแล้ว
  3. ผู้พูดเสนอเป็นนัยว่าผู้ฟังอาจเป็นผู้นำการประชุมได้
ดูคำตอบ

ผู้พูดเสนอเป็นนัยว่าผู้ฟังอาจเป็นผู้นำการประชุมได้

Me?

1:31

ฉันเหรอ?

I'm not brave enough. ไวยากรณ์

1:32

ฉันไม่กล้าพอหรอก

ไวยากรณ์

not brave enough: คำคุณศัพท์ + enough

“not brave enough” ใช้โครงสร้าง not + คำคุณศัพท์ + enough เพื่อบอกว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งยังไม่ถึงระดับที่จำเป็น ในประโยคนี้ ผู้พูดคิดว่าความกล้าของตนยังไม่พอสำหรับสิ่งที่ภารกิจกำหนด เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์ จะวางไว้หลังคำคุณศัพท์ จึงใช้ brave enough ไม่ใช่ enough brave และสามารถเติม to + คำกริยาเพื่อบอกว่าต้องมีระดับนั้นเพื่อทำอะไรได้ เช่น not brave enough to go alone

แบบฝึกหัด

ใช้ strong และ enough ตามลำดับที่ถูกต้อง: This rope isn't ____ to hold the box.

ดูคำตอบ

strong enough

You are too. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

เธอเองก็กล้านะ

น้ำเสียง/เจตนา

You are too: การโต้แย้งคำพูดเชิงปฏิเสธ

“You are too.” ใช้โต้แย้ง “I'm not brave enough.” ที่พูดก่อนหน้าโดยตรง ส่วนเติมเต็ม brave enough ถูกละไว้หลัง are เพราะเข้าใจกันอยู่แล้ว และ too ช่วยเน้นการโต้แย้งว่า “Actually, you are.” too ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายปกติว่า “ด้วย” หรือ “ก็” แต่ใช้ปฏิเสธการประเมินตัวเองในแง่ลบของอีกฝ่ายและให้กำลังใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I'm not ready.” คำตอบใดโต้แย้งคำพูดเชิงปฏิเสธนั้นโดยตรงและให้กำลังใจเพื่อน?

  1. You are not.
  2. You are too.
  3. You too.
ดูคำตอบ

You are too.

You have the heart of a hero, my princess. สำนวน

1:35

ท่านมีหัวใจของวีรบุรุษ องค์หญิงของข้า

สำนวน

have the heart of a hero: คุณลักษณะภายในแบบวีรบุรุษ

ในที่นี้ heart หมายถึงคุณลักษณะภายในของคน โดยเฉพาะความกล้าหาญและความดีงาม ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหัวใจ To have the heart of a hero เป็นคำเปรียบเทียบว่ามีคุณสมบัติแบบวีรบุรุษ ผู้พูดใช้วลีนี้ให้กำลังใจเจ้าหญิงอย่างอบอุ่นว่าเธอมีจิตใจที่พร้อมเผชิญอันตรายอยู่แล้ว โดยทั่วไป โครงสร้าง have the heart of a/an + บุคคลหรือบทบาทที่น่ายกย่อง ใช้บอกว่าคนหนึ่งมีคุณลักษณะภายในเด่น ๆ แบบบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ใน You have the heart of a hero คำว่า heart หมายถึงอะไร?

  1. ของขวัญที่ได้รับจากวีรบุรุษ
  2. หัวใจจริง ๆ ของวีรบุรุษ
  3. ความกล้าหาญภายในและนิสัยที่สูงส่ง
ดูคำตอบ

ความกล้าหาญภายในและนิสัยที่สูงส่ง

Here, take this treasure.

1:38

เอ้านี่ รับสมบัติชิ้นนี้ไป

It's really magic.

1:40

มันมีเวทมนตร์จริงๆ นะ

It can help you beat the Greedy Queen. ไวยากรณ์

1:41

มันช่วยให้เธอเอาชนะราชินีจอมตะกละได้

ไวยากรณ์

help you beat: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน help you beat คำว่า help ตามด้วยผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือคือ you และกริยารูปพื้นฐานของการกระทำคือ beat โครงสร้าง help + object + base verb หมายถึง “ทำให้ใครบางคนทำสิ่งหนึ่งได้ง่ายขึ้นหรือเป็นไปได้” รูปที่มี to-infinitive อย่าง help you to beat ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ภาษาอังกฤษมักละ to หลัง help โดยเฉพาะในบทสนทนาทั่วไป ดังนั้น help you beat จึงเป็นธรรมชาติมาก หลังกรรม ในที่นี้ใช้ beat หรือ to beat ไม่ใช้ beating

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ help + you + กริยารูปพื้นฐาน see และไม่ใส่ to: Good lighting can ____ small details clearly.

ดูคำตอบ

help you see

I'm sorry, I'm just too frightened. น้ำเสียง/เจตนา

1:43

ฉันขอโทษ ฉันแค่กลัวมากเกินไป

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry, I'm just too frightened: พูดถอยอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ I'm sorry ใช้เกริ่นก่อนถอยหรือปฏิเสธอย่างสุภาพและแสดงความรู้สึกเสียใจ ผู้พูดไม่ได้กำลังยอมรับผิดเป็นหลัก แต่กำลังอธิบายว่าตนทำสิ่งที่คนอื่นคาดหวังไม่ได้ I'm just too frightened บอกเหตุผล ตรงนี้ just ช่วยทำให้คำอธิบายนุ่มนวลขึ้น มีความหมายใกล้กับ “แค่” หรือ “เพียงแต่ว่า” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ส่วน too + คำคุณศัพท์ แสดงว่าความรู้สึกนั้นรุนแรงจนขัดขวางการกระทำที่คาดหวังไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ just ทำหน้าที่อะไร

  1. หมายความว่าผู้พูดเพิ่งรู้สึกกลัวเมื่อสักครู่เท่านั้น
  2. บอกว่าความกลัวเป็นอารมณ์เพียงอย่างเดียวของผู้พูด
  3. ช่วยทำให้คำอธิบายที่ว่าความกลัวทำให้ผู้พูดลงมือทำไม่ได้ฟังนุ่มนวลขึ้น
ดูคำตอบ

ช่วยทำให้คำอธิบายที่ว่าความกลัวทำให้ผู้พูดลงมือทำไม่ได้ฟังนุ่มนวลขึ้น

I have to ride home at once. วลี

1:46

ฉันต้องขี่ม้ากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย

วลี

at once: ลงมือทันทีโดยไม่ชักช้า

At once เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึง “ทันที” หรือ “โดยไม่ชักช้า” วลีนี้บอกว่าการขี่ม้ากลับบ้านต้องเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ให้มองสองคำนี้เป็นหน่วยเดียวกัน once เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจหมายถึง “หนึ่งครั้ง” หรือใช้ขึ้นต้นอนุประโยคที่กล่าวถึงเวลาในอดีต แต่ความหมายเหล่านั้นใช้ไม่ได้กับ at once ในที่นี้

แบบฝึกหัด

วลีใดทำให้ประโยคนี้หมายความว่าผู้จัดการต้องการให้กลับมาทันที The manager asked us to return ...

  1. once
  2. at once
  3. one time
ดูคำตอบ

at once

Honeyhorse where are you?

1:49

Honeyhorse เธออยู่ไหน?

I'm the Greedy Queen,

1:55

ข้าคือราชินีจอมตะกละ

and I'm going to freeze you! น้ำเสียง/เจตนา

1:56

และข้าจะแช่แข็งพวกเจ้า!

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ “I'm going to freeze you!” เป็นคำขู่

going to โดยทั่วไปใช้บอกความตั้งใจหรือการกระทำในอนาคต แต่ “I'm going to freeze you!” ในที่นี้ไม่ใช่การบอกแผนอย่างสงบ ในบริบทการสวมบทบาทแฟนตาซีที่ใช้น้ำเสียงหนักแน่น ผู้พูดใช้ประโยคนี้เพื่อข่มขู่อีกฝ่าย ความเป็นคำขู่เกิดจากสถานการณ์ทั้งหมด—การพูดกับอีกฝ่ายโดยตรงด้วยคำว่า you การบอกการกระทำที่เป็นภัยอย่าง freeze และการใช้น้ำเสียงหนักแน่น—ไม่ได้เกิดจาก going to เพียงอย่างเดียว freeze you หมายถึงใช้เวทมนตร์แช่แข็งอีกฝ่าย ไม่ได้หมายถึงอากาศกำลังเย็นลง

แบบฝึกหัด

ในการสวมบทบาทแฟนตาซี ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “I'm going to freeze you!”?

  1. ข่มขู่อีกฝ่ายด้วยการกระทำทางเวทมนตร์
  2. อธิบายว่าอากาศกำลังเย็นลง
  3. ถามแผนของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ข่มขู่อีกฝ่ายด้วยการกระทำทางเวทมนตร์

Freeze!

1:58

แช่แข็ง!