ปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์ - Larry Lagerstrom: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าเส้นทางที่คาดไม่ถึงของไอน์สไตน์ จากเจ้าหน้าที่สำนักงานสิทธิบัตรที่ถูกมองข้ามสู่ผู้เขียนบทความสี่ชิ้นในปี 1905 ซึ่งเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องแสง อะตอม อวกาศ เวลา มวล และพลังงาน พร้อมอธิบายว่าเหตุใดผลงานเหล่านี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะทำให้เขามีชื่อในประวัติศาสตร์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. not one, not two, not three, but four extraordinary papers, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการใช้รูปปฏิเสธซ้ำเพื่อชะลอการเปิดเผยจำนวนสุดท้ายและเพิ่มความประหลาดใจเป็นลำดับ คุณสามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้ในการนำเสนอหรือการเล่าเรื่องเมื่อจำนวนเป็นสิ่งที่เน้นว่าผลลัพธ์นั้นไม่ธรรมดา 2. mulled over the puzzle — กริยาวลี: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงการพิจารณาปัญหายากอย่างรอบคอบและซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงนึกถึงครั้งเดียว ใช้อธิบายกระบวนการครุ่นคิดที่ยาวนานก่อนเกิดการตัดสินใจ ความเข้าใจใหม่ หรือทางแก้ได้ 3. It was only after ... that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ระบุโครงสร้างเน้นความที่ดึงความสนใจไปยังเหตุการณ์หรือเงื่อนไขซึ่งต้องเกิดก่อนผลลัพธ์ภายหลัง ใช้กรอบนี้เพื่อบอกอย่างแม่นยำว่าบางสิ่งยังไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งผ่านจุดเปลี่ยนเฉพาะไปแล้ว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
As 1905 dawned, ...:ใช้เวลาเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง
ในที่นี้ As ใช้นำวลีบอกเวลา มีความหมายว่า “เมื่อ...” หรือ “ขณะที่...กำลังเริ่มต้น” ส่วน dawned ปกติหมายถึง “ฟ้าสาง” แต่ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้ปี 1905 ดูเหมือนวันหนึ่งที่กำลังเริ่มต้น ไม่ได้หมายถึงพระอาทิตย์ขึ้นจริง ๆ การวางวลีบอกเวลาไว้ต้นประโยคช่วยกำหนดช่วงเวลาให้เรื่องก่อน แล้วจึงพาไปสู่เหตุการณ์ถัดไป จึงเป็นรูปแบบเปิดเรื่องที่พบได้ในชีวประวัติและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และมีอารมณ์เป็นเรื่องเล่ามากกว่าการพูดเพียงว่า in 1905
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ “As 1905 dawned,” มีหน้าที่หลักอย่างไร
- บรรยายพระอาทิตย์ขึ้นจริงในวันหนึ่งของปี 1905
- กำหนดช่วงเวลาและนำเสนอปี 1905 ว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่
- บอกว่าปี 1905 จบลงก่อนที่เหตุการณ์จะเริ่มขึ้น
ดูคำตอบ
กำหนดช่วงเวลาและนำเสนอปี 1905 ว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่
the soon-to-be 26-year-old Albert Einstein faced life as a failed academic. โน้ต
0:20อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในวัยที่กำลังจะย่างเข้า 26 ปี ต้องเผชิญกับชีวิตในฐานะนักวิชาการที่ล้มเหลว
soon-to-be 26-year-old:คำขยายแบบผสมหน้าชื่อ
soon-to-be หมายถึง “กำลังจะเป็น...” และในที่นี้หมายความว่าไอน์สไตน์กำลังจะอายุครบ 26 ปีในไม่ช้า ส่วน 26-year-old เป็นคำขยายอายุแบบผสมที่วางไว้หน้าชื่อ ในตำแหน่งนี้ year ใช้รูปเอกพจน์ และเชื่อมคำด้วยยัติภังค์ คำขยายทั้งสองช่วยย่อข้อมูลอายุในอนาคตและข้อมูลแนะนำบุคคลให้เป็นวลีคำนามเดียว ทำหน้าที่เหมือนป้ายคำอธิบายสั้น ๆ หน้าชื่อ Albert Einstein ไม่ใช่ประโยคเต็มที่บอกอายุ
แบบฝึกหัด
เติมคำขยายมาตรฐานที่แสดงว่านักกีฬาคนนั้นกำลังจะอายุครบ 18 ปี เพื่อทำให้วลีคำนามภาษาอังกฤษสมบูรณ์: The ____ athlete will celebrate her birthday next month
ดูคำตอบ
soon-to-be 18-year-old
faced life as a failed academic: เผชิญชีวิตในฐานะนักวิชาการที่ล้มเหลว
ใน faced life as a failed academic คำว่า face life หมายถึงการเผชิญความเป็นจริงของชีวิต ส่วน as ใช้บอกบทบาทหรือสถานะที่บุคคลนั้นต้องเผชิญชีวิตในฐานะนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ face life as + บทบาทหรือสถานะ ในที่นี้ a failed academic หมายถึงคนที่เส้นทางอาชีพทางวิชาการไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่สอบตกวิชาใดวิชาหนึ่ง สำนวนนี้มีน้ำหนักมากกว่าการพูดเพียงว่าคนนั้น was a failed academic เพราะนำเสนอสถานะดังกล่าวว่าเป็นความจริงอันยากลำบากที่ต้องยอมรับและใช้ชีวิตต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงต้องเผชิญชีวิตในบทบาทนั้น: After his business failed, Marco ____ an unemployed father.
ดูคำตอบ
faced life as
Most physicists of the time would have scoffed at the idea that this minor civil servant โน้ต
0:27นักฟิสิกส์ส่วนใหญ่ในยุคนั้นคงจะเยาะเย้ยความคิดที่ว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยคนนี้
scoffed at the idea: เยาะเย้ยและปฏิเสธความคิดนั้น
Scoffed at the idea เป็นรูปอดีตของ scoff at the idea หมายถึงตอบสนองต่อความคิดหนึ่งด้วยความดูหมิ่นอย่างเปิดเผย โดยมองว่าความคิดนั้นโง่เขลาหรือไม่คู่ควรแก่การจริงจัง คำบุพบทที่ใช้คู่กันคือ at ในวลีนี้ ผู้พูดกำลังบรรยายท่าทีที่ไม่ให้คุณค่ากับความคิดนั้น ไม่ใช่เพียงรู้สึกขบขัน โดยทั่วไปใช้เมื่อมีคนปฏิเสธข้อเสนอ ความเชื่อ หรือความเป็นไปได้ด้วยการเยาะเย้ยหรือแสดงว่าไม่มองว่าสิ่งนั้นจริงจัง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงความหมายของ "scoffed at the idea" ได้ดีที่สุด
- นักลงทุนหลายคนลืมพูดคุยเรื่องแผนนั้น
- นักลงทุนหลายคนปฏิเสธแผนนั้นด้วยความดูหมิ่นอย่างเปิดเผย
- นักลงทุนหลายคนยอมรับแผนนั้นโดยไม่ตั้งคำถาม
ดูคำตอบ
นักลงทุนหลายคนปฏิเสธแผนนั้นด้วยความดูหมิ่นอย่างเปิดเผย
minor civil servant: ป้ายกำกับสถานะต่ำที่มีนัยดูแคลน
ใน minor civil servant คำว่า minor อธิบายถึงระดับตำแหน่งหรือความสำคัญที่คนมองเห็น ไม่ได้หมายถึงอายุ ส่วน civil servant หมายถึงคนที่ทำงานให้หน่วยงานของรัฐบาล ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอคนคนนี้ว่าเป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งต่ำหรือดูไม่สำคัญ ถ้อยคำนี้เป็นมากกว่าคำบรรยายอาชีพแบบเป็นกลาง ในเรื่องเล่า วลีนี้อาจเป็นป้ายกำกับที่มีนัยดูแคลน และแสดงให้เห็นว่าในเวลานั้นคนคนนี้ดูมีสถานะต่ำเพียงใด
แบบฝึกหัด
ใน “this minor civil servant” คำว่า minor อธิบายอะไรเป็นหลัก
- สถานะหรือความสำคัญของคนคนนั้นที่ต่ำ
- การที่คนคนนั้นทำงานกับเด็ก
- อายุของคนคนนั้นที่ยังน้อย
ดูคำตอบ
สถานะหรือความสำคัญของคนคนนั้นที่ต่ำ
would have scoffed at the idea that: คงจะเยาะเย้ยแนวคิดที่ว่า
Would have scoffed แสดงปฏิกิริยาที่เป็นการสมมติหรือคาดหมายได้ในสถานการณ์อดีต โดยมีเงื่อนไขที่ละไว้ว่า หากนักฟิสิกส์เหล่านั้นถูกถามหรือได้ยินแนวคิดนี้ ผู้เขียนไม่ได้รายงานว่านักฟิสิกส์ทุกคนเยาะเย้ยจริง ๆ และ would ในที่นี้ไม่ได้บอกอนาคต Scoff at หมายถึงการปฏิเสธหรือเยาะเย้ยบางสิ่งด้วยท่าทีดูหมิ่น ส่วน The idea that นำเข้าสู่เนื้อหาทั้งหมดของแนวคิดที่พวกเขาน่าจะปฏิเสธ เมื่อนำมารวมกัน ผู้เขียนจึงสามารถสร้างภาพทัศนคติที่น่าจะมีในอดีตและเปรียบต่างกับสิ่งที่ภายหลังพิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้
แบบฝึกหัด
would have scoffed ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? A century ago, many doctors would have scoffed at the idea of a watch measuring heartbeats.
- แสดงปฏิกิริยาดูหมิ่นที่น่าจะเกิดขึ้นหรือเป็นการสมมติในอดีต
- พิสูจน์ว่าแพทย์ทุกคนเยาะเย้ยแนวคิดนี้อย่างเปิดเผย
- รายงานปฏิกิริยาในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น
ดูคำตอบ
แสดงปฏิกิริยาดูหมิ่นที่น่าจะเกิดขึ้นหรือเป็นการสมมติในอดีต
Yet within the following year: ใช้ความขัดแย้งและกรอบเวลาเพื่อดำเนินเรื่อง
Yet บอกว่าสิ่งที่จะตามมาขัดกับความคาดหมายที่เกิดจากข้อมูลก่อนหน้า เมื่อวางไว้ต้นประโยค คำนี้จะเปลี่ยนทิศทางของเรื่องไปสู่เหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจ within the following year กำหนดกรอบเวลา หมายถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีถัดไป ไม่จำเป็นต้องเป็นหนึ่งปีให้หลังพอดี เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน จะสื่อถึงการพลิกผันอย่างรวดเร็วและเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับความสำเร็จที่จะกล่าวต่อไป
แบบฝึกหัด
ส่วนเปิด 'Yet within the following year,' ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป
- ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงหนึ่งปีถัดไป
- เหตุการณ์ที่ขัดกับความคาดหมายและเกิดขึ้นภายในหนึ่งปีถัดไป
- ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งปีให้หลังพอดี
ดูคำตอบ
เหตุการณ์ที่ขัดกับความคาดหมายและเกิดขึ้นภายในหนึ่งปีถัดไป
not one, not two, not three, but four: เพิ่มน้ำหนักให้จำนวนเป็นลำดับขั้น
ลำดับ not one, not two, not three, but four ยังไม่บอกจำนวนจริงทันที การปฏิเสธตัวเลขที่น้อยกว่าทีละตัวทำให้ผู้ฟังคาดหวังมากขึ้น จน four เปิดเผยจำนวนรวมที่น่าประหลาดใจ นี่คือการวางโครงสร้างซ้ำเพื่อสร้างวาทศิลป์ การซ้ำจัดข้อมูลให้สูงขึ้นเป็นขั้น ๆ แทนที่จะบอกตัวเลขแบบตรง ๆ จึงเน้นว่าบทความสี่ชิ้นนั้นมากกว่าที่ผู้ฟังอาจคาดไว้มาก
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเน้นจำนวนที่ไต่ขึ้นถึงสามให้สมบูรณ์: She won ____, ____, but three awards.
ดูคำตอบ
not one · not two
that were destined to radically transform our understanding of the universe. วลี
0:45ที่ถูกกำหนดมาให้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิง
“that were destined to radically transform”: ผลลัพธ์ที่เมื่อมองย้อนกลับไปดูเหมือนหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในที่นี้ that เปิดอนุประโยคขยายคำนามเพื่อบรรยายสิ่งที่เป็นพหูพจน์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้า were destined to หมายความว่าเมื่อมองย้อนกลับไป ผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังดูแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว radically transform หมายถึงเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่ปรับเพียงเล็กน้อย เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ให้การประเมินเชิงประวัติศาสตร์ว่า ผลงานเหล่านี้จะเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนเข้าใจจักรวาลในเวลาต่อมา
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ 'were destined to radically transform' ในการเล่าเรื่องเชิงประวัติศาสตร์นี้ได้ตรงที่สุด
- เมื่อมองย้อนกลับไป ดูเหมือนว่าแทบจะแน่นอนว่าพวกมันจะเปลี่ยนความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
- พวกมันมีแผนธรรมดาที่จะปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย
- พวกมันถูกห้ามไม่ให้เปลี่ยนความเข้าใจของใครเลย
ดูคำตอบ
เมื่อมองย้อนกลับไป ดูเหมือนว่าแทบจะแน่นอนว่าพวกมันจะเปลี่ยนความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
The myth that Einstein had failed math is just that. สำนวน
0:51ตำนานที่ว่าไอน์สไตน์สอบตกวิชาคณิตศาสตร์นั้นเป็นเพียงแค่ตำนาน
“is just that”: การอ้างกลับไปยังป้ายกำกับ “myth”
that ตัวสุดท้ายย้อนกลับไปอ้างถึงคำนาม myth ส่วน just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าคำกล่าวเกี่ยวกับไอน์สไตน์เป็นเพียงความเชื่อผิด ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว รูปแบบสั้น ๆ นี้ย้อนกลับไปใช้ป้ายกำกับเดิมโดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ A rumor ... is just that หมายถึง “มันเป็นเพียง rumor เท่านั้น” จุดหลัง that ยังช่วยแสดงว่า that ปิดความคิดตรงนี้ ไม่ได้เปิดอนุประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
ใน 'The myth that Einstein had failed math is just that' คำว่า 'that' ตัวสุดท้ายอ้างถึงอะไร
- ป้ายกำกับ 'myth' ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
- ไอน์สไตน์
- หัวข้อเรื่องคณิตศาสตร์
ดูคำตอบ
ป้ายกำกับ 'myth' ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
He had mastered calculus on his own by the age of 15 โน้ต
0:54เขาแตกฉานวิชาแคลคูลัสด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ปี
on his own: ทำอย่างเป็นอิสระและไม่มีคนช่วย
On his own หมายถึงทำอย่างเป็นอิสระโดยไม่มีคนอื่นสอนหรือช่วยโดยตรง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าเขาเชี่ยวชาญแคลคูลัสได้อย่างไร คือด้วยความพยายามของตนเอง ไม่ใช่จากการชี้แนะภายนอก คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น on my own, on your own, on her own, on our own และ on their own โดยปกติวลีทั้งหมดจะอยู่หลังการกระทำที่วลีนี้ขยาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย on + รูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ตรงกับ Ava + own: Ava completed the science project ____.
ดูคำตอบ
on her own
by the age of 15: เส้นตายของการทำให้สำเร็จ
By the age of 15 กำหนดอายุ 15 ปีเป็นเส้นตาย หมายความว่าการกระทำนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่อถึงเวลานั้น และอาจเสร็จก่อนหน้านั้นก็ได้ ในประโยคนี้ had mastered เข้ากับความหมายเรื่องเส้นตายดังกล่าว กล่าวคือ เมื่ออายุ 15 ปี การเชี่ยวชาญแคลคูลัสเป็นผลที่สำเร็จแล้ว By ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นตรงตอนอายุ 15 ปีพอดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maya เรียนหลักสูตรจบแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่ออายุ 12 ปี?
- By the age of twelve, Maya had completed the course.
- At the age of twelve, Maya began the course.
- After the age of twelve, Maya completed the course.
ดูคำตอบ
By the age of twelve, Maya had completed the course.
at both ... and at ...: เชื่อมสถานที่สองแห่ง
Both ... and ... เชื่อมสถานที่สองแห่งที่ทำหน้าที่เหมือนกันหลัง done well ได้แก่ โรงเรียนมัธยมในมิวนิกของเขาและสถาบันโปลีเทคนิคสวิส ประโยคนี้บอกว่าเขาทำได้ดีในแต่ละสถาบัน ไม่ใช่แค่แห่งเดียว at ตัวที่สองย้ำความสัมพันธ์เรื่องสถานที่แบบเดิมหน้าสถาบันแห่งที่สอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ both A and B เมื่อพูดถึงสถานที่ บุพบทอย่าง at สามารถนำรายการทั้งคู่และอาจใช้ซ้ำหน้ารายการที่สองเพื่อให้ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงว่าชมรมใช้สถานที่ทั้งสองแห่ง: The art club meets at ____ the library and at the youth center.
ดูคำตอบ
both
where he studied for a math and physics teaching diploma. วลี
1:02ซึ่งเขาศึกษาเพื่อรับประกาศนียบัตรการสอนคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
studied for a ... diploma: เรียนโดยมุ่งสู่คุณวุฒิ
ใน studied for a ... diploma คำว่า for นำหน้าคุณวุฒิที่เขากำลังมุ่งไปให้ถึง วลีนี้หมายความว่าเป้าหมายของการเรียนคือการได้รับประกาศนียบัตรการสอนนั้น Math and physics บอกสาขาวิชาที่คุณวุฒิด้านการสอนนี้ครอบคลุม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Elena กำลังเรียนเพื่อให้ได้คุณวุฒิ?
- Elena is studying for a teaching diploma.
- Elena is teaching a diploma course.
- Elena has already received a teaching diploma.
ดูคำตอบ
Elena is studying for a teaching diploma.
and neglecting to show proper deference to his professors วลี
1:09และการละเลยที่จะแสดงความเคารพอย่างเหมาะสมต่ออาจารย์ของเขา
Neglecting to show proper deference to: ไม่แสดงความเคารพอย่างเป็นทางการตามที่คาดหวัง
Neglect to do something หมายถึงไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกคาดหวังไว้ มักเป็นเพราะไม่ได้ให้ความใส่ใจหรือความระมัดระวังเพียงพอ ส่วน Show deference to someone เป็นสำนวนที่เป็นทางการ หมายถึงการวางตัวด้วยความเคารพเป็นพิเศษ โดยยอมรับอำนาจ ตำแหน่ง ความอาวุโส หรือความเชี่ยวชาญของอีกฝ่าย Proper เพิ่มการตัดสินว่าความเคารพนั้นถือว่าเหมาะสมหรือจำเป็น ในประโยคนี้ neglecting ทำให้การไม่ทำสิ่งนั้นกลายเป็นการกระทำที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามและวางคู่กับ skipping กล่าวคือ เขาไม่ได้ให้ความเคารพอย่างเป็นทางการแก่บรรดาอาจารย์ตามที่คาดหวังในลำดับชั้นนั้น ไม่ใช่แค่ไม่แสดงความเป็นมิตรเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ neglecting to show proper deference to his professors มากที่สุด
- ลืมแนะนำอาจารย์ของเขาให้รู้จักกัน
- ไม่ได้ให้ความเคารพอย่างเป็นทางการแก่อาจารย์ตามที่คาดหวังจากเขา
- ไม่เห็นด้วยกับอาจารย์อย่างสุภาพเกี่ยวกับประเด็นทางเทคนิค
ดูคำตอบ
ไม่ได้ให้ความเคารพอย่างเป็นทางการแก่อาจารย์ตามที่คาดหวังจากเขา
Skipping classes to spend more time in the lab: การใช้วลีแบบคำนามเพื่อบอกสาเหตุ
Skipping classes เป็นวลี gerund โดยรูป -ing ทำให้การกระทำทำหน้าที่คล้ายคำนาม ในประโยคนี้ skipping classes to spend more time in the lab เป็นส่วนแรกของประธานผสม เชื่อมด้วย and กับวลีถัดไปที่ขึ้นต้นด้วย neglecting และประธานผสมทั้งหมดใช้ร่วมกับ had derailed to spend more time in the lab เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของการขาดเรียน วลีนี้จึงรวมการกระทำกับจุดประสงค์ให้เป็นพฤติกรรมหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ภายหลัง ส่วน But เชื่อมผลลัพธ์นี้กับความขัดแย้งในเนื้อหาก่อนหน้า และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวลี gerund
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ skip และ catch เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ breakfast ____ the early train made Nora hungry.
ดูคำตอบ
Skipping · to catch
had derailed his intended career path: ทำให้เส้นทางอาชีพที่วางไว้เบี่ยงออกไป
derail มีความหมายตรงตัวว่าทำให้รถไฟตกราง ในที่นี้ career path ถูกเปรียบเป็นเส้นทาง ดังนั้น had derailed his intended career path จึงหมายถึงมีบางอย่างรบกวนอาชีพที่เขาวางแผนไว้อย่างรุนแรง อุปมานี้สื่อมากกว่าการล่าช้าเล็กน้อย เพราะแผนถูกทำให้เบี่ยงออกจากทิศทางที่คาดไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอาชีพนั้นจบลงอย่างถาวรเสมอไป
แบบฝึกหัด
“had derailed his intended career path” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- สิ่งนั้นรบกวนเส้นทางอาชีพที่เขาวางแผนไว้อย่างรุนแรง
- สิ่งนั้นช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายด้านอาชีพได้เร็วขึ้น
- สิ่งนั้นทำให้รถไฟตกรางระหว่างที่เขาเดินทางไปทำงาน
ดูคำตอบ
สิ่งนั้นรบกวนเส้นทางอาชีพที่เขาวางแผนไว้อย่างรุนแรง
Passed over even for a lab assistant position, กริยาวลี
1:15เขาถูกมองข้ามแม้กระทั่งตำแหน่งผู้ช่วยในห้องปฏิบัติการ
Passed over for a position: ไม่ได้รับเลือกสำหรับตำแหน่ง
pass someone over หมายถึงไม่เลือกบุคคลนั้นสำหรับโอกาสหนึ่ง ๆ ส่วนรูป passive คือ be passed over for a position หมายถึงไม่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง โดยมักมีคนอื่นได้รับเลือกแทน Passed over ... ที่ต้นประโยคเป็นอนุประโยค participle แบบ passive ที่ย่อไว้ บุคคลที่ไม่ได้กล่าวซ้ำเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลักที่ตามมา รูปที่เต็มกว่าคือ Having been passed over ... หรือ Because he was passed over ....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป passive ของ pass over ที่หมายถึง “ไม่ได้รับเลือก”: After three strong interviews, Lena was ____ for the position.
ดูคำตอบ
passed over
he had to settle for a job at the Swiss Patent Office, กริยาวลี
1:18ทำให้เขาต้องจำใจรับงานที่สำนักงานสิทธิบัตรสวิส
settle for a job: ยอมรับงานที่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด
Settle for a job หมายถึงยอมรับงานที่น่าพอใจน้อยกว่างานที่ต้องการ เพราะไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่า ในประโยคนี้ had to เน้นว่ามีทางเลือกจำกัด วลีนี้จึงสื่อว่างานที่สำนักงานสิทธิบัตรเป็นทางเลือกที่ต้องยอมประนีประนอม ไม่ใช่เพียงงานที่เขาตอบรับอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่าห้องที่เล็กกว่าไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องการ?
- The hotel was full, so we had to accept a smaller room.
- The hotel was full, so we had to settle for a smaller room.
- The hotel was full, so we had to reserve a smaller room.
ดูคำตอบ
The hotel was full, so we had to settle for a smaller room.
Working six days a week as a patent clerk, ไวยากรณ์
1:24แม้จะต้องทำงานหกวันต่อสัปดาห์ในฐานะเสมียนสิทธิบัตร
Working six days a week as a patent clerk: วลี -ing ต้นประโยคที่ให้ข้อมูลฉากหลัง
Working six days a week as a patent clerk เป็นวลี -ing ที่วางไว้ต้นประโยค โดยให้ข้อมูลงานและตารางทำงานของบุคคลเป็นฉากหลังก่อนที่อนุประโยคหลักจะเล่าเหตุการณ์สำคัญ รูปแบบนี้รวมข้อมูลสองส่วนที่เกี่ยวข้องกันไว้ในประโยคเดียว จึงไม่ต้องเขียนข้อมูลฉากหลังเป็นประโยคสมบูรณ์อีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ต้นประโยคเพื่อให้ข้อมูลฉากหลังเกี่ยวกับ Ana ได้อย่างถูกต้อง?
- Working every evening at the library, Ana finished her research quickly.
- Working every evening at the library, the research was finished by Ana.
- Worked every evening at the library, Ana finishing her research quickly.
ดูคำตอบ
Working every evening at the library, Ana finished her research quickly.
Einstein still managed to make some time for physics, วลี
1:26ไอน์สไตน์ก็ยังสามารถหาเวลาให้กับฟิสิกส์
still managed to make some time for: แม้ยุ่งก็ยังหาเวลาได้สำเร็จ
still managed to หมายถึง การทำบางอย่างนั้นยากหรือดูไม่น่าจะทำได้ แต่สุดท้ายบุคคลนั้นก็ทำสำเร็จ still ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างอุปสรรคกับผลลัพธ์ ส่วน managed to นำเสนอการกระทำว่าเป็นผลลัพธ์ที่ทำสำเร็จแล้ว make some time for หมายถึง ตั้งใจแบ่งเวลาจากตารางที่ยุ่งให้กับบุคคลหรือกิจกรรม โครงสร้างเต็ม still managed to make some time for + คำนามหรือรูป -ing แสดงว่าแม้จะมีภาระอื่น คนคนนั้นก็ยังหาเวลาให้สิ่งนั้นได้สำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: Although his week was packed, Ben still ____ guitar practice.
ดูคำตอบ
managed to make some time for
discussing the latest work with a few close friends
1:29โดยการถกเถียงเรื่องงานล่าสุดกับเพื่อนสนิทสองสามคน
he submitted a paper with a shocking hypothesis.
1:39เขาได้ส่งบทความที่มาพร้อมกับสมมติฐานอันน่าตกตะลึง
It came as a major surprise: นำเสนอเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
ในประโยคนี้ It came as a major surprise หมายถึง เหตุการณ์นั้นเหนือความคาดหมายอย่างมาก major เพิ่มระดับความประหลาดใจ แต่ไม่ได้บอกว่าปฏิกิริยานั้นเป็นความดีใจหรือความไม่พอใจ ในที่นี้ it เป็นประธานที่วางไว้ล่วงหน้า และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุเหตุการณ์ที่ทำให้ประหลาดใจ โดยทั่วไป come as a surprise ใช้นำเสนอข่าว ผลลัพธ์ หรือการกระทำผ่านปฏิกิริยาประหลาดใจที่สิ่งนั้นก่อให้เกิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: It ____ when the new student won the chess tournament.
ดูคำตอบ
came as a major surprise
Einstein proposed that it could in fact be a particle, วลี
1:45แต่ไอน์สไตน์กลับเสนอว่าแท้จริงแล้วแสงอาจเป็นอนุภาค
Despite decades of evidence that light was a wave: การเน้นความขัดแย้งอย่างชัดเจน
Despite ใช้นำเสนอข้อมูลพื้นหลังที่ขัดกับใจความหลัก โดยข้อมูลนั้นตามปกติควรทำให้ใจความหลักดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้ หลักฐานที่สะสมมาหลายทศวรรษสนับสนุนแนวคิดว่าแสงเป็นคลื่น ดังนั้นข้อเสนอที่ต่างออกไปของไอน์สไตน์จึงดูท้าทายเป็นพิเศษ ในด้านไวยากรณ์ despite ตามด้วยนามวลี decades of evidence ส่วนอนุประโยค that light was a wave บอกว่าเป็นหลักฐานเรื่องอะไร ไม่ใช่อนุประโยคที่ despite นำโดยตรง เวลาอ่านให้เข้าใจส่วนต้นทั้งหมดในความหมายว่า แม้จะมีหลักฐานทั้งหมดนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite อย่างถูกต้องเพื่อนำเสนอข้อมูลพื้นหลังที่ขัดกับใจความหลัก
- Despite the heavy rain, the game continued.
- Despite the rain was heavy, the game continued.
- Despite it rained heavily, the game continued.
ดูคำตอบ
Despite the heavy rain, the game continued.
could in fact be: ความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึง
Could be แสดงความเป็นไปได้ เมื่อแทรก in fact เข้าไป จะเน้นว่าความเป็นไปได้นั้นขัดกับความเชื่อหรือความคาดหมายก่อนหน้า นั่นคือแสงอาจเป็นอนุภาคได้จริง ในที่นี้ in fact แสดงจุดเปลี่ยนในการให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างนั้นแน่นอน เพราะ could ยังแสดงเพียงความเป็นไปได้ ส่วน in fact ทำให้ความเป็นไปได้นั้นมีน้ำเสียงแก้ความเข้าใจเดิมหรือชวนประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
ทุกคนคาดว่ากล่องที่ใหญ่กว่าจะหนักกว่า ประโยคใดนำเสนอความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจว่ากล่องเล็กอาจหนักกว่าได้ดีที่สุด
- The smaller box could be the heavier one.
- The smaller box could in fact be the heavier one.
- The smaller box must be the heavier one.
ดูคำตอบ
The smaller box could in fact be the heavier one.
photoelectric effect: ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก
ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก คือการที่อิเล็กตรอนหลุดออกจากวัสดุบางชนิดเมื่อแสงที่มีพลังงานมากพอกระทบวัสดุนั้น ในประโยคนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของสิ่งที่เคยดูลึกลับ แต่สมมติฐานควอนตัมแสงของไอน์สไตน์สามารถอธิบายได้ ตัวอย่างนี้แสดงว่าสมมติฐานนั้นอธิบายหลักฐานที่สังเกตได้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดนามธรรม
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย photoelectric effect ได้ตรงที่สุด
- สมมติฐานจะกลายเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์โดยอัตโนมัติ
- แสงที่มีพลังงานเพียงพอทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวัสดุบางชนิด
- กระแสไฟฟ้าทำให้แสงทั้งหมดหายไป
ดูคำตอบ
แสงที่มีพลังงานเพียงพอทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวัสดุบางชนิด
was derided for years to come: ถูกเยาะเย้ยต่อไปอีกหลายปี
Was derided เป็นรูปประโยคแบบถูกกระทำ หมายความว่าแนวคิดนั้นได้รับการปฏิบัติด้วยการเยาะเย้ยและดูแคลนจากผู้อื่น รูปแบบนี้เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแนวคิด มากกว่าเน้นว่าใครเป็นผู้เยาะเย้ย For years to come มองไปข้างหน้าจากช่วงเวลานั้นในเรื่อง และหมายถึง “ตลอดหลายปีหลังจากนั้น” เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าการเยาะเย้ยดำเนินต่อไปอีกนานหลังจากแนวคิดนั้นปรากฏขึ้น
แบบฝึกหัด
ข้อใดรักษาความหมายและน้ำเสียงของ was derided for years to come ได้ดีที่สุด
- มันได้รับคำวิจารณ์เล็กน้อยเพียงครั้งเดียว
- มันได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นเวลาหลายปีก่อนหน้านั้น
- มันถูกเยาะเย้ยด้วยความดูแคลนต่อไปอีกหลายปี
ดูคำตอบ
มันถูกเยาะเย้ยด้วยความดูแคลนต่อไปอีกหลายปี
but Einstein was simply 20 years ahead of his time. สำนวน
1:58แต่ไอน์สไตน์ก็เพียงแค่คิดล่วงหน้ายุคสมัยของเขาไปถึง 20 ปี
ล้ำยุคไป 20 ปี
X years ahead of one's time เป็นสำนวนที่หมายความว่าแนวคิดหรือผลงานของคนคนหนึ่งก้าวหน้าจนสอดคล้องกับสิ่งที่จะได้รับการยอมรับหรือเป็นไปได้ในอีก X ปีต่อมา ในที่นี้ 20 years แสดงว่าความคิดของไอน์สไตน์ก้าวล้ำกว่ายุคของเขามากเพียงใด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในกาลเวลาจริง ๆ สำนวนนี้มักเป็นการประเมินเชิงบวกเมื่อมองย้อนกลับไป แนวคิดนั้นดูผิดหรือแปลกในตอนนั้นเพราะยุคสมัยยังตามไม่ทัน ตัวเลขอย่าง 20 years อาจเป็นการประมาณหรือการเน้นย้ำ ไม่ใช่การวัดที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ก้าวหน้ากว่ายุคที่เธอมีชีวิตอยู่” ให้สมบูรณ์: People dismissed the engineer's solar house in 1975, but she was decades ____.
ดูคำตอบ
ahead of her time
Wave-particle duality was slated to become a cornerstone of the quantum revolution. โน้ต
2:01ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาคถูกกำหนดให้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการปฏิวัติควอนตัม
ถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็น
Be slated to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงถูกกำหนดไว้หรือถูกคาดหมายว่าจะทำบางอย่าง ในที่นี้ประธานเป็นแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ถูกใส่ไว้ในตารางเวลาจริง ๆ ดังนั้น was slated to become จึงหมายถึง “ถูกคาดว่าจะกลายเป็น” หรือ “มีแนวโน้มจะกลายเป็น” ส่วนพื้นฐานของการปฏิวัติควอนตัม รูปอดีตแบบถูกกระทำ was slated ทำให้การเล่าประวัติศาสตร์มีมุมมองแบบเป็นทางการที่มองไปข้างหน้า ณ จุดนั้นของเรื่อง บทบาทสำคัญที่จะเกิดขึ้นภายหลังยังอยู่ในอนาคต และสำนวนนี้เป็นทางการกว่า was going to become
แบบฝึกหัด
เติมวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ถูกคาดหมายหรือมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็น” ให้สมบูรณ์: Early reports said the small company was ____ a leader in battery technology.
ดูคำตอบ
slated to become
a cornerstone of the quantum revolution: รากฐานสำคัญของการปฏิวัติควอนตัม
ตามความหมายตรงตัว cornerstone คือหินสำคัญที่ฐานของอาคาร ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ หมายถึงสิ่งที่ช่วยค้ำจุนระบบที่ใหญ่กว่าในระดับพื้นฐาน การเรียกทวิภาวะคลื่น-อนุภาคว่า “a cornerstone of the quantum revolution” หมายความว่าแนวคิดนี้กลายเป็นหนึ่งในแนวคิดพื้นฐานที่รองรับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์ครั้งนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a cornerstone of + สาขา ระบบ โครงการ หรือขบวนการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอุปลักษณ์จากบทเรียนนี้: Trust is ____ a strong friendship.
ดูคำตอบ
a cornerstone of
tackling the centuries-old question: การรับมือกับคำถามที่มีมานานหลายศตวรรษ
ในวลีนี้ tackling หมายถึงการพยายามรับมือหรือตอบคำถามยากอย่างจริงจังและกระตือรือร้น วลีนี้มองคำถามเป็นความท้าทายที่ต้องใช้ความพยายาม ไม่ได้หมายถึงท่าทางในกีฬา Centuries-old หมายความว่าคำถามนั้นมีมานานหลายศตวรรษ เมื่อรวมกัน วลีนี้ใช้อธิบายการทำงานอย่างจริงจังกับประเด็นยากที่ผู้คนถกเถียงกันมาเป็นเวลานานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ในรายงานเชิงวิชาการ tackling a centuries-old question หมายความว่าอย่างไร
- ตอบคำถามง่ายอย่างรวดเร็ว
- เปลี่ยนคำถามที่เพิ่งคิดขึ้นใหม่ให้เป็นกีฬา
- พยายามจัดการคำถามยากที่มีมานานหลายศตวรรษอย่างจริงจัง
ดูคำตอบ
พยายามจัดการคำถามยากที่มีมานานหลายศตวรรษอย่างจริงจัง
คำถามว่าอะตอมมีอยู่จริงหรือไม่
of whether atoms actually exist ขยายคำนาม question และระบุเนื้อหาของคำถามว่า อะตอมมีอยู่จริงหรือไม่ นี่คือคำถามทางอ้อมที่อยู่ภายในวลีคำนามที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามที่ถามใครโดยตรง หลัง whether ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า โดยประธาน atoms อยู่หน้า exist รูปแบบ question of whether + อนุประโยคใช้เรียกประเด็นแบบใช่หรือไม่ที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบวลีนามมาตรฐาน question of whether ให้สมบูรณ์:The report examines the question ____ the treatment is safe。
ดูคำตอบ
of whether
แม้ว่าทฤษฎีบางอย่างจะสร้างขึ้นบนแนวคิดเรื่องอะตอมที่มองไม่เห็น
Though certain theories were built on the idea of invisible atoms แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วนก่อนจะหันไปสู่มุมมองที่ตรงกันข้ามในประโยคหลัก ส่วนนี้ยอมรับก่อนว่าทฤษฎีบางอย่างมีแนวคิดเรื่องอะตอมที่มองไม่เห็นเป็นพื้นฐาน แล้วประโยคหลักจึงบอกว่านักวิทยาศาสตร์บางคนยังไม่ถือว่าอะตอมเป็นวัตถุจริง were built on เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่าทฤษฎีมีแนวคิดบางอย่างเป็นพื้นฐาน ในที่นี้ built on ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างอาคาร รูปแบบ though + อนุประโยค, ประโยคหลักใช้เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเปลี่ยนทิศทางของเหตุผล
แบบฝึกหัด
อนุประโยคเปิดที่ขึ้นต้นด้วย Though มีหน้าที่หลักอะไร
- ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนที่ประโยคจะเปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่ตรงกันข้าม
- บอกว่าทฤษฎีเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นในห้องทดลอง
- ให้ข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับอะตอม
ดูคำตอบ
ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนที่ประโยคจะเปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่ตรงกันข้าม
a useful fiction rather than actual physical objects: การเลือกการตีความหนึ่งแบบ
ในที่นี้ rather than นำการตีความสองแบบมาเปรียบต่างกัน นักวิทยาศาสตร์บางคนจัดให้อะตอมเป็นเรื่องสมมติที่มีประโยชน์ ไม่ใช่วัตถุทางกายภาพที่มีอยู่จริง แนวคิดแรกถูกนำเสนอว่าเป็นมุมมองของพวกเขา ส่วนแนวคิดหลังถูกปฏิเสธ โครงสร้าง A rather than B จัดระเบียบข้อมูลด้วยการเลือก A ให้เป็นคำอธิบายที่ตรงกว่าในประโยค จึงมีความหมายชัดกว่าการบอกเพียงว่า A กับ B แตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำจากตัวอย่าง ซึ่งเลือกคำอธิบายแรกและปฏิเสธคำอธิบายที่สอง: The schedule is a guide ____ a strict rule.
ดูคำตอบ
rather than
But Einstein used an ingenious argument showing that the behavior of small particles
2:26แต่ไอน์สไตน์ใช้ข้อโต้แย้งที่แยบยลเพื่อแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของอนุภาคขนาดเล็ก
could be precisely predicted by the collisions of millions of invisible atoms. ไวยากรณ์
2:35สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำจากการชนกันของอะตอมที่มองไม่เห็นนับล้าน
known as Brownian motion: การเพิ่มชื่ออย่างเป็นทางการ
known as Brownian motion เป็นวลีเสริมที่ใช้บอกชื่อ โดยให้ชื่ออย่างเป็นทางการแก่พฤติกรรมที่อธิบายไว้ก่อนหน้า นั่นคืออนุภาคขนาดเล็กเคลื่อนที่แบบสุ่มในของเหลว ในที่นี้ known as หมายถึง “เรียกว่า” เนื่องจากวลีนี้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงสามารถตัดออกชั่วคราวเพื่อหาโครงสร้างหลักของประโยคได้: the behavior ... could be precisely predicted ในทางไวยากรณ์ วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนรูปย่อของ which is known as Brownian motion
แบบฝึกหัด
known as Brownian motion ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าอะไรทำให้ไอน์สไตน์ตั้งข้อทำนาย
- ให้ชื่ออย่างเป็นทางการแก่การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่เพิ่งอธิบายไป
- ระบุของเหลวที่อนุภาคเคลื่อนที่อยู่ภายใน
ดูคำตอบ
ให้ชื่ออย่างเป็นทางการแก่การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่เพิ่งอธิบายไป
could be precisely predicted by: โครงสร้างถูกกระทำที่มี modal
Could be predicted เป็นโครงสร้างถูกกระทำที่มี modal ซึ่งประกอบด้วย could + be + กริยาช่องสาม ในที่นี้ could หมายถึง “สามารถทำได้” ไม่ได้หมายถึงเพียง “อาจจะ” ส่วน precisely บอกว่าสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ และ by นำเข้าสู่การชนกันซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้การคาดการณ์นี้เป็นไปได้ โครงสร้างถูกกระทำเน้นพฤติกรรมที่ถูกคาดการณ์และสาเหตุทางกายภาพของมัน แทนที่จะเน้นคนที่ทำการคาดการณ์ การจัดข้อมูลแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีถูกกระทำเป้าหมายเพื่อสื่อว่าโมเดลสามารถคาดการณ์เส้นทางได้อย่างแม่นยำ: The spacecraft's path ____ the model.
ดูคำตอบ
could be precisely predicted by
threw in the towel: ยอมแพ้
Threw in the towel เป็นรูปอดีตของสำนวน throw in the towel หมายถึง “ยอมแพ้” หรือ “ยอมรับความพ่ายแพ้” ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ามีใครโยนผ้าขนหนูจริง ๆ แต่หมายถึงผู้ที่สงสัยหยุดต่อต้านหลักฐานหลังจากการทดลองยืนยันแบบจำลองแล้ว ภาพนี้มาจากกีฬามวย ซึ่งการโยนผ้าขนหนูเข้าไปในเวทีเป็นสัญญาณว่านักมวยจะหยุดชก ที่มานี้จึงอธิบายว่าสำนวนมีความหมายถึงการยอมแพ้ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรูปอดีตที่หมายถึง “ยอมแพ้”: After five failed attempts, Leo finally ____.
ดูคำตอบ
threw in the towel
had been troubled by: สภาวะกังวลที่มีอยู่ก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต
had been troubled by คือรูป past perfect ของ be troubled by โดย had been วางสภาวะที่ไอน์สไตน์รู้สึกกังวลไว้ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต และ by นำหน้าความไม่สอดคล้องที่เป็นสาเหตุของความกังวลนั้น รูปนี้แสดงสภาวะในอดีตที่เกิดก่อน ไม่ใช่โครงสร้าง passive แบบ past perfect continuous และตัวรูปเองไม่ได้หมายความว่า “ต่อเนื่องเป็นเวลานาน” ระยะเวลาต้องมาจากบริบทหรือวลีอย่าง for years
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี passive ที่เน้นไว้: Before the experiment was repeated, Maya ____ its strange result for weeks.
ดูคำตอบ
had been troubled by
stated that absolute motion could not be defined. ไวยากรณ์
3:00ระบุว่าการเคลื่อนที่สัมบูรณ์ไม่สามารถนิยามได้
going all the way back to Galileo: สืบย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดอันห่างไกล
วลี -ing going all the way back to Galileo ให้ข้อมูลพื้นหลังเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสัมพัทธภาพ โดยหมายความว่าสามารถสืบประวัติหรือรากฐานทางความคิดของหลักการนี้ย้อนกลับไปถึงกาลิเลโอได้ all the way เพิ่มน้ำหนักให้ back to ด้วยการเน้นช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เนื่องจากวลีนี้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงทำหน้าที่เสริมข้อความหลัก ไม่ได้บอกการกระทำหลักของประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “มีรากย้อนกลับไปได้ไกลถึง”: The museum preserves a custom ____ ancient times.
ดูคำตอบ
going all the way back to
absolute motion could not be defined: ความเป็นไปไม่ได้ในรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย
Could not be defined ใช้โครงสร้าง could not + be + กริยาช่องที่สาม ซึ่งเป็นรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยบอกภาวะ Absolute motion เป็นสิ่งที่ถูกนิยาม ดังนั้นประโยคนี้จึงเน้นว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถนิยามได้หรือไม่ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้พยายามนิยาม could not ในที่นี้แสดงความเป็นไปไม่ได้ตามหลักการที่กล่าวถึง เนื่องจากหลักการนี้ถูกรายงานด้วย stated ซึ่งเป็นอดีตกาล could จึงอาจเป็นรูปที่เลื่อนกาลมาจาก cannot ในคำพูดรายงานด้วย ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าคนคนหนึ่งไม่มีความสามารถในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ could not: Under that model, the quantity ____ defined.
ดูคำตอบ
could not be
motion did exist: did ที่ใช้เน้นย้ำในประโยคบอกเล่า
Did exist คือการใช้ do เพื่อเน้นย้ำในประโยคบอกเล่าอดีตกาล Did ทำหน้าที่ทั้งบอกอดีตกาลและเพิ่มน้ำหนัก จึงต้องคง exist ไว้ในรูปพื้นฐาน ส่วน motion did existed ผิดหลักไวยากรณ์ รูปนี้ใช้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง มักใช้โต้ตอบข้อสงสัยหรือข้ออ้างที่ตรงกันข้าม ในประโยคนี้รูปดังกล่าวทำให้คำยืนยันหนักแน่นขึ้นและเน้นความขัดแย้งกับหลักการก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมด้วยรูปอดีตที่เน้นย้ำของ exist: People doubted that the record was real, but it ____.
ดูคำตอบ
did exist
left Einstein in what he described as a state of psychic tension. วลี
3:13ทำให้ไอน์สไตน์ตกอยู่ในภาวะที่เขาอธิบายว่าเป็นความตึงเครียดทางจิตใจ
his inability to resolve it: เปลี่ยนอนุประโยคให้เป็นนามวลี
his inability to resolve it เป็นนามวลี คำหลักของวลีคือคำนาม inability ส่วน his บอกว่าเป็นการไม่สามารถทำได้ของใคร และ to resolve it บอกการกระทำที่เขาทำไม่ได้ ในประโยคเต็ม นามวลีนี้เชื่อมกับ The discrepancy เพื่อเป็นประธานร่วม การเปลี่ยน he could not resolve it ให้เป็นนามวลีช่วยให้งานเขียนที่เป็นทางการหรือเชิงวิชาการนำเสนอความยากทั้งหมดเป็นสาเหตุเดียวได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน “Maya could not remember the password” ให้เป็นนามวลี แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya's ____ the password locked her out of the account.
ดูคำตอบ
inability to remember
left Einstein in...: ทำให้ใครบางคนตกอยู่ในสภาพที่เป็นผลลัพธ์
left ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เดินจากไปจาก” โครงสร้างคือ leave + person + in + state or situation ซึ่งหมายถึงบางสิ่งทำให้บุคคลนั้นตกอยู่ในสภาพหรือสถานการณ์ดังกล่าว Einstein คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ what he described as a state of psychic tension เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามหลัง in มีความหมายว่า “สภาพที่เขาอธิบายว่าเป็นภาวะตึงเครียดทางจิตใจ” ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงระบุสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ leave และคำบุพบทที่จำเป็นให้ประโยคสมบูรณ์: The sudden rule change ____ the staff ____ a state of confusion.
ดูคำตอบ
left · in
after he had mulled over the puzzle with his friend Michele Besso, กริยาวลี
3:18หลังจากที่เขาได้ครุ่นคิดถึงปริศนานี้กับมิเคเล่ เบสโซ เพื่อนของเขา
mull over the puzzle: ใช้เวลาครุ่นคิดถึงปัญหาอย่างรอบคอบ
mull over something หมายถึงคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างรอบคอบเป็นเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อคำตอบหรือการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องง่าย ในประโยคนี้ สิ่งที่เขากำลังครุ่นคิดคือ the puzzle over เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี mull over ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่อยู่เหนือสิ่งใด ส่วน mulled เป็นรูป past participle ที่ใช้หลัง had
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ mull over: The committee had ____ the proposal for a week before voting.
ดูคำตอบ
mulled over
the clouds parted: อุปมาของความกระจ่างที่เกิดขึ้นทันที
ตามความหมายตรงตัว the clouds parted หมายถึงเมฆแยกออกจากกัน แต่ในประโยคนี้เป็นอุปมา หมายถึงความสับสนที่บดบังคำตอบอยู่หายไปอย่างฉับพลัน ประโยคสั้นนี้แสดงจุดเปลี่ยนของเรื่อง หลังจากครุ่นคิดกับปัญหามานาน ก็กำลังจะเกิดความเข้าใจหรือความก้าวหน้าครั้งสำคัญ
แบบฝึกหัด
ในเรื่องหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พยายามแก้ปัญหาอย่างหนัก แล้วผู้บรรยายพูดว่า the clouds parted วลีนี้หมายถึงอะไรในบริบทนี้?
- เขาตัดสินใจหยุดคิดเกี่ยวกับปัญหานั้น
- อากาศมืดลงและพายุเริ่มก่อตัว
- ความสับสนของเขาหายไปทันที และคำตอบก็ชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ
ความสับสนของเขาหายไปทันที และคำตอบก็ชัดเจนขึ้น
Einstein realized that the contradiction could be resolved
3:24ไอน์สไตน์ตระหนักว่าความขัดแย้งนี้สามารถคลี่คลายได้
if it was the speed of light that remained constant: การเน้นภายในอนุประโยค if
ในที่นี้ if นำเข้าสู่เงื่อนไขที่ทำให้สามารถแก้ความขัดแย้งได้ ภายในเงื่อนไขนั้น it was X that... เป็นโครงสร้าง cleft ที่เน้น X เป็นจุดสนใจ รูปที่เป็นกลางกว่าคือ if the speed of light remained constant การใช้ if it was the speed of light that remained constant ทำให้ประโยคเสนอว่าความเร็วแสงคือปริมาณสำคัญที่ต้องระบุ ความหมายโดยประมาณคือ “หากสิ่งที่คงที่คือความเร็วแสง” รูปอดีต was สอดคล้องกับมุมมองอดีตใน Einstein realized และไม่ได้หมายความในตัวเองว่าความเร็วแสงเลิกคงที่ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง cleft ภายในอนุประโยค if เพื่อเน้นว่าแบตเตอรี่เป็นส่วนที่อาจเสีย
- We could fix the problem quickly if it was the battery that had failed.
- We could fix the problem quickly if the battery had failed.
- If the battery had failed, the warning light would be on.
ดูคำตอบ
We could fix the problem quickly if it was the battery that had failed.
regardless of reference frame: ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนตามกรอบอ้างอิง
Regardless of + นามวลี หมายความว่าผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนเมื่อปัจจัยที่กล่าวถึงเปลี่ยนไป ในที่นี้ปัจจัยคือ reference frame ดังนั้นข้อความนี้จึงตั้งใจบอกว่าเป็นจริงไม่ว่าจะใช้กรอบอ้างอิงใด Reference frame คือมุมมองหรือระบบพิกัดที่ใช้บรรยายหรือวัดการเคลื่อนที่ วลีนี้บอกขอบเขตที่ remained constant ยังคงเป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ว่าสถานที่จะเป็นที่ใด”: The price is the same ____ location.
ดูคำตอบ
regardless of
while both time and space were relative to the observer. ไวยากรณ์
3:31ในขณะที่ทั้งเวลาและอวกาศล้วนเป็นสิ่งสัมพัทธ์ต่อผู้สังเกต
while ที่แสดงความแตกต่างใน while both time and space were relative to the observer
ในที่นี้ while ใช้เชื่อมข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคนี้นำข้อเท็จจริงที่ว่าเวลาและอวกาศต่างเป็นสัมพัทธ์ต่อผู้สังเกตไปเปรียบต่างกับข้อเท็จจริงอีกอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เมื่อ while เชื่อมใจความสมบูรณ์สองส่วนที่แตกต่างกันในจุดสำคัญ ให้เข้าใจเหมือน whereas หรือ “ส่วน” ข้อเท็จจริงทั้งสองไม่จำเป็นต้องตรงข้ามกันทุกด้าน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างเหมือนในตัวอย่าง
- Rina likes city life, while her sister prefers the countryside.
- While the soup was cooking, he set the table.
- I read a book while I waited for the bus.
ดูคำตอบ
Rina likes city life, while her sister prefers the countryside.
It took Einstein only a few weeks to work out the details โน้ต
3:36ไอน์สไตน์ใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการหารายละเอียด
It took Einstein only a few weeks to...: บอกว่างานหนึ่งใช้เวลานานเท่าใด
โครงสร้าง It took + คน + ระยะเวลา + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าคนหนึ่งใช้เวลานานเท่าใดในการทำสิ่งหนึ่งให้เสร็จ ในที่นี้ took แสดงอดีต Einstein คือคนที่ทำ only a few weeks คือระยะเวลา และ to work out the details คือการกระทำ It เป็นประธานตามรูปประโยคและไม่ได้แทนสิ่งใด Only เน้นว่าระยะเวลานั้นสั้นจนน่าประหลาดใจ ใช้ takes กับปัจจุบันหรือสถานการณ์ทั่วไป และใช้ took กับสถานการณ์ในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง It took ในรูปอดีต: ____ Nora three days to build the model.
ดูคำตอบ
It took
work out the details: แก้และกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน
ในที่นี้ work out หมายถึงการแก้ คำนวณ หรือตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยการคิด การคำนวณ หรือการพูดคุยกัน กรรม the details แสดงว่า work out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย Work out the details หมายถึงการทำให้ส่วนต่าง ๆ ที่เฉพาะเจาะจงชัดเจนและลงตัว วลีนี้มักสื่อถึงกระบวนการที่บางจุดยังไม่แน่นอนและต้องคิด คำนวณ หรือตกลงกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We need to work out the details before the meeting,” work out หมายถึงอะไร
- แก้หรือตัดสินใจด้วยการคิดหรือพูดคุยกัน
- ปล่อยรายละเอียดไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง
- ออกกำลังกาย
ดูคำตอบ
แก้หรือตัดสินใจด้วยการคิดหรือพูดคุยกัน
and formulate what came to be known as special relativity. วลี
3:39และตั้งกฎเกณฑ์ในสิ่งที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในนามทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ
came to be known as special relativity: ชื่อที่เป็นที่รู้จักในภายหลัง
Came to be known as หมายถึง “ภายหลังถูกเรียกหรือเป็นที่รู้จักด้วยชื่อนั้น” came to be แสดงว่าสถานะนั้นค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา ส่วน known as ใช้นำหน้าชื่อ special relativity วลีนี้ไม่ได้สื่อว่าชื่อนั้นถูกใช้มาตั้งแต่แรก ใน what came to be known as special relativity คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่...” ดังนั้นข้อความทั้งหมดจึงหมายถึง “ทฤษฎีที่ภายหลังถูกเรียกว่า special relativity” และเป็นสิ่งที่ถูก formulate
แบบฝึกหัด
came to be known as เพิ่มความหมายอะไรใน “The event came to be known as the Lantern Festival”
- ผู้คนเดินทางไปยังงานนั้น
- ชื่อนั้นค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือเป็นที่ยอมรับตามเวลา
- ชื่อนั้นถูกห้ามทันที
ดูคำตอบ
ชื่อนั้นค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือเป็นที่ยอมรับตามเวลา
The theory not only shattered our previous understanding of reality, โน้ต
3:43ทฤษฎีนี้ไม่เพียงแต่ทำลายความเข้าใจเดิมของเราเกี่ยวกับความเป็นจริง
shattered our previous understanding of reality: อุปมาที่มีน้ำหนักรุนแรง
ตามความหมายตรงตัว shattered ใช้กับสิ่งเปราะที่แตกออกเป็นหลายชิ้น ที่นี่คำนี้เป็นอุปมา ทฤษฎีไม่ได้ทำให้ความเป็นจริงแตกเป็นชิ้นจริง ๆ แต่ทำลายกรอบเดิมที่ผู้คนใช้ทำความเข้าใจความเป็นจริง กริยานี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูฉับพลัน ลึกซึ้ง และไม่อาจมองว่าเป็นเพียงการแก้ไขเล็กน้อย only ที่อยู่ข้างหน้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง not only ... but also ที่ยาวกว่า จึงไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่ทำลาย” น้ำหนักที่รุนแรงมาจาก shattered
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The new evidence shattered their old belief,” คำว่า shattered สื่อความหมายใด?
- หลักฐานทำให้ความเป็นจริงแตกเป็นชิ้นทางกายภาพ
- หลักฐานล้มล้างความเชื่อนั้นอย่างสิ้นเชิง
- หลักฐานปรับความเชื่อนั้นเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ
หลักฐานล้มล้างความเชื่อนั้นอย่างสิ้นเชิง
not only ... but would also: เพิ่มผลข้อที่สองให้เด่นขึ้น
not only ... but also ... เชื่อมแนวคิดสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน และเสนอส่วนที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งมักมีน้ำหนักมากขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกก่อนว่าทฤษฎีได้ล้มล้างความเข้าใจเดิม แล้วจึงเพิ่มผลอีกอย่างว่า ทฤษฎีนั้นช่วยให้เทคโนโลยีในเวลาต่อมาเกิดขึ้นได้ กริยาช่วย would อยู่ระหว่าง but กับ also เป็น but would also pave ในการเล่าเรื่องจากมุมมองอดีต would มองไปยังอนาคตจากเวลานั้น ดังนั้นผลข้อที่สองจึงยังเป็นเรื่องในอนาคต ณ ตอนนั้น ทั้งสองข้างเป็นวลีกริยาที่บอกว่าทฤษฎีเดียวกันได้ทำหรือจะทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง not only ... but also และวาง would ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: At the time, the grant ____ funded the research, ____ support future fieldwork.
ดูคำตอบ
not only · but would also
ranging from particle accelerators to the global positioning system. วลี
3:49ตั้งแต่เครื่องเร่งอนุภาคไปจนถึงระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS)
pave the way for technologies: สร้างเงื่อนไขให้เกิดการพัฒนาในภายหลัง
pave the way for something หมายถึงการสร้างเงื่อนไขให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้หรือทำได้ง่ายขึ้นในภายหลัง ในประโยคนี้ แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าไม่ได้สร้างเทคโนโลยีเหล่านั้นขึ้นมาโดยตรง แต่ทำให้การพัฒนาต่อมาเกิดขึ้นได้ สำนวนนี้เน้นการเตรียมทางหรือสาเหตุที่ช่วยให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ในภายหลังเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลัง for จะตามด้วยผลลัพธ์ที่ได้รับการเอื้อให้เกิดขึ้น ซึ่งในที่นี้คือ technologies
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “สร้างเงื่อนไขให้” ลงในประโยค: The invention ____ modern cameras.
ดูคำตอบ
paved the way for
ranging from ... to ...: แสดงความกว้างของขอบเขตด้วยปลายทั้งสอง
ในโครงสร้าง ranging from A to B นั้น A และ B เป็นตัวแทนของปลายทั้งสองด้านของกลุ่ม โครงสร้างนี้เน้นความกว้างของขอบเขตและมักสื่อว่ายังมีรายการอื่น ๆ อยู่ในช่วงนั้นด้วย ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายถึงเทคโนโลยีหลายประเภท ไม่ใช่เฉพาะตัวอย่างสองอย่างที่กล่าวถึง ในที่นี้ ranging เป็นรูป present participle ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับคำนาม technologies ซึ่งอยู่ก่อนหน้า from ต้องใช้คู่กับ to และ A กับ B ต้องมีรูปไวยากรณ์ที่เทียบกันได้และขนานกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง ranging from ... to ...: The library has books ____ picture books ____ advanced science textbooks.
ดูคำตอบ
ranging from · to
One might think that this was enough: เสนอความคาดหมายก่อนนำไปสู่การแก้ไข
One might think that this was enough เสนอข้อสรุปที่สมเหตุสมผลซึ่งคนทั่วไปอาจคิดได้ คำว่า one เป็นคำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ หมายถึง “คนทั่วไปคนหนึ่ง” ไม่ใช่เลขหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่วน might ช่วยให้ความคิดนี้ฟังดูไม่ฟันธงและระมัดระวัง ในที่นี้ ผู้เล่าไม่ได้บอกว่าเรื่องจบแล้ว วลีนี้ยอมรับสิ่งที่ผู้ฟังน่าจะคาดไว้ก่อน แล้วปูทางไปสู่การแก้ไข การเปรียบต่าง หรือข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งมักตามด้วย but หรือ however
แบบฝึกหัด
One might think that this was enough มีหน้าที่หลักอย่างไรในที่นี้?
- เสนอความคิดเห็นที่ผู้ฟังน่าจะมี ก่อนเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูล
- ยืนยันว่าเรื่องจบลงอย่างแน่นอนแล้ว
- ระบุบุคคลหนึ่งคนที่ทำงานเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ
เสนอความคิดเห็นที่ผู้ฟังน่าจะมี ก่อนเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูล
arrived as a by-the-way: รูปคำนามที่ไม่ธรรมดา
ใน a by-the-way คำนำหน้านาม a และการเขียนด้วยเครื่องหมายยัติภังค์บอกว่า วลีปกติ by the way ถูกนำมาใช้เป็นคำนามชั่วคราวในความหมายว่า “คำพูดหรือสิ่งที่เสริมขึ้นมาเล็กน้อย” ส่วน arrived as บรรยายว่าบทความชิ้นที่สี่ปรากฏขึ้นในรูปแบบที่ดูเหมือนเป็นเรื่องรองนี้ ถ้อยคำนี้ไม่ธรรมดาและมีความขบขันเล็กน้อย ทำให้เกิดความต่างระหว่างการนำเสนอบทความอย่างสบาย ๆ ราวกับเป็นสิ่งที่เพิ่งนึกได้ทีหลัง กับความสำคัญที่แท้จริงของบทความ คำนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเปลี่ยนเรื่องในภาษาพูด By the way, ...
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ arrived as a by-the-way สื่อความหมายว่าอย่างไร?
- บทความถูกประกาศด้วยการพูดวลี by the way
- บทความเดินทางไปตามถนนจริง ๆ
- บทความปรากฏขึ้นราวกับเป็นเพียงสิ่งที่เสริมมาเล็กน้อย
ดูคำตอบ
บทความปรากฏขึ้นราวกับเป็นเพียงสิ่งที่เสริมมาเล็กน้อย
a follow-up to the special relativity paper. วลี
3:59ในฐานะภาคต่อของบทความเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ
a follow-up to...: สิ่งที่ทำต่อเนื่องในภายหลัง
a follow-up to something หมายถึงผลงานหรือการดำเนินการที่เกิดขึ้นภายหลังเพื่อสานต่อ พัฒนา หรือตอบสนองต่อสิ่งเดิม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ถึงบทความที่เขียนภายหลังและเชื่อมโยงกับบทความเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ตรงนี้ follow-up เป็นคำนามนับได้ และ to ใช้นำหน้าผลงานเดิมที่ถูกนำมาต่อยอด: a follow-up to the paper
แบบฝึกหัด
เติมคำที่เชื่อมโยงรายงานภายหลังกับงานวิจัยเดิม: This report is a follow-up ____ the first study.
ดูคำตอบ
to
Einstein had thought a little bit more about his theory
4:02ไอน์สไตน์ได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับทฤษฎีของเขาอีกเล็กน้อย
also implied that: ผลตามมาเชิงตรรกะเพิ่มเติม
ในงานเขียนทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ เมื่อทฤษฎี ข้อเท็จจริง หรือผลลัพธ์ implies that ข้อสรุปหนึ่ง หมายความว่าข้อสรุปนั้นตามมาอย่างมีเหตุผลจากสิ่งนั้น ในที่นี้ it หมายถึงแนวคิดหรือทฤษฎีก่อนหน้า และ also implied that ใช้นำเสนอผลตามมาอีกประการหนึ่ง คือมวลและพลังงานมีค่าเท่าเทียมกัน การใช้แบบนี้ไม่ได้หมายถึงคนที่พูดเป็นนัยโดยอ้อม คำว่า also ชี้ว่านี่เป็นข้อสรุปอีกข้อหนึ่ง นอกเหนือจากสิ่งที่เข้าใจไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The evidence implied that the bridge was unsafe.” คำว่า implied that หมายความว่าอะไร?
- ข้อสรุปนั้นไม่เกี่ยวข้องกับหลักฐานเลย
- หลักฐานชี้ไปยังข้อสรุปนั้นอย่างมีเหตุผล
- มีคนพูดเป็นนัยเบา ๆ กับหลักฐาน
ดูคำตอบ
หลักฐานชี้ไปยังข้อสรุปนั้นอย่างมีเหตุผล
one apparently solid and the other supposedly ethereal: การเปรียบต่างด้วยโครงสร้างขนาน
โครงสร้างที่จับคู่ one ... and the other ... นำคำบรรยายสองส่วนไปจับกับคำนามสองคำที่เพิ่งกล่าวถึง โดย one หมายถึง mass และ the other หมายถึง energy วิธีนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำ และจัดคำบรรยายให้อยู่ในรูปแบบขนานที่สมดุล apparently solid กับ supposedly ethereal สร้างความแตกต่างที่เห็นในระดับผิวเผิน การจัดข้อมูลแบบนี้ปูทางไปสู่ข้อความที่น่าประหลาดใจต่อมา นั่นคือทั้งสองอย่างแท้จริงแล้วสมมูลกัน
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ one ... the other ให้สมบูรณ์: Of the two sisters, ____ laughed, and ____ stayed quiet.
ดูคำตอบ
one · the other
were actually equivalent: ความสมมูลที่แม่นยำ ไม่ใช่แค่ความคล้าย
ในที่นี้ equivalent หมายความว่ามวลกับพลังงานมีความสัมพันธ์เชิงปริมาณที่แม่นยำ ไม่ใช่เพียงคล้ายกัน ในฟิสิกส์ เราสามารถเขียนสิ่งหนึ่งในรูปของอีกสิ่งหนึ่งได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองเหมือนกันทุกด้านในความหมายทั่วไป actually พลิกความเข้าใจจากภาพที่เห็นก่อนหน้า แม้มวลกับพลังงานจะดูแตกต่างกันมาก แต่ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่แม่นยำนี้
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The two measurements were actually equivalent. equivalent หมายความว่าอะไร?
- ทั้งสองดูคล้ายกันเล็กน้อย
- ทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กันเลย
- ทั้งสองเท่ากันตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
ทั้งสองเท่ากันตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
in what was to become the most famous and consequential equation in history, ไวยากรณ์
4:16ในสิ่งที่จะกลายเป็นสมการที่มีชื่อเสียงและส่งผลกระทบมากที่สุดในประวัติศาสตร์
what was to become: ผลลัพธ์ภายหลังที่มองจากอดีต
ใน what was to become ... คำว่า what หมายถึง “the thing that” หรือ “that which” ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงเรียกสิ่งหนึ่งตามสถานะที่สิ่งนั้นได้รับในภายหลัง Was to become ใช้มุมมองจากอดีตเพื่อมองไปยังผลลัพธ์ภายหลังที่ผู้เล่ารู้อยู่แล้ว รูปแบบนี้พบบ่อยในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และชีวประวัติ ณ เวลานั้น สมการยังไม่มีชื่อเสียงเช่นนี้ แต่ต่อมาก็ได้รับสถานะดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ “The room held what was to become the museum's first collection” หมายความว่าอย่างไร
- ห้องนั้นมีสิ่งของที่เพียงถูกวางแผนไว้แต่ไม่เคยนำมาใช้
- ห้องนั้นมีสิ่งของที่ต่อมากลายเป็นของสะสมชุดแรกของพิพิธภัณฑ์
- ห้องนั้นมีสิ่งของที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ในขณะนั้นพอดี
ดูคำตอบ
ห้องนั้นมีสิ่งของที่ต่อมากลายเป็นของสะสมชุดแรกของพิพิธภัณฑ์
Einstein would not become a world-famous icon for nearly another 15 years. ไวยากรณ์
4:25ไอน์สไตน์ยังไม่ได้กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกไปอีกเกือบ 15 ปี
would not become ... for nearly another 15 years: อนาคตที่มองจากอดีต
ในที่นี้ would become คืออนาคตที่มองจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง โดยเป็นรูปอดีตของ will become ในการเล่าคำพูดหรือการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ รูปนี้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในภายหลัง ไม่ได้บอกว่าไอน์สไตน์ต้องการหรือปฏิเสธที่จะทำอะไร Not become ... for nearly another 15 years หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เกิดขึ้นตลอดช่วงเกือบสิบห้าปีถัดมา Another นับเวลาเพิ่มเติมจากจุดในอดีตนั้น ดังนั้นความหมายตามธรรมชาติคือ “ต้องใช้เวลาอีกเกือบสิบห้าปีก่อนที่เขาจะกลายเป็น...”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า เมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง การตีพิมพ์เกิดขึ้นในอีกสิบปีต่อมา
- He would not publish the novel for another ten years.
- He had published the novel ten years earlier.
- He refused to publish a second novel for ten years.
ดูคำตอบ
He would not publish the novel for another ten years.
by measuring the bending of starlight during a solar eclipse วัฒนธรรม
4:35โดยการวัดการเบี่ยงเบนของแสงดาวในช่วงสุริยุปราคา
การวัดการเบนของแสงดาวระหว่างสุริยุปราคา: วิธีการยืนยันทฤษฎี
วลี by measuring the bending of starlight during a solar eclipse อธิบายว่าทฤษฎีได้รับการยืนยันอย่างไร นั่นคือยืนยันด้วยการวัด โดย by + -ing ใช้บอกวิธีการ ส่วน during a solar eclipse ใช้บอกเวลา หรือบริบทของการสังเกตการณ์ ในปี 1919 นักสังเกตการณ์เปรียบเทียบตำแหน่งปรากฏของดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ระหว่างสุริยุปราคา ผลการวัดของพวกเขาสนับสนุนคำทำนายของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปที่ว่าแรงโน้มถ่วงสามารถทำให้แสงเบนได้ ข้อมูลเบื้องหลังนี้อธิบายว่าเหตุใดการสังเกตการณ์ดังกล่าวจึงดึงดูดความสนใจของสาธารณชนและสื่อมวลชนที่มีต่อไอน์สไตน์
แบบฝึกหัด
ในวลี by measuring the bending of starlight during a solar eclipse, by measuring บอกอะไรเป็นหลัก
- บอกว่าสื่อมวลชนทราบเรื่องทฤษฎีนี้ครั้งแรกเมื่อใด
- อธิบายวิธีวัดขนาดของสุริยุปราคา
- บอกวิธีที่ใช้ยืนยันทฤษฎี
ดูคำตอบ
บอกวิธีที่ใช้ยืนยันทฤษฎี
It was only after ... that: เน้นเงื่อนไขด้านเวลาที่จำเป็น
It was only after A that B เป็นโครงสร้างเน้นความหมายว่า B เพิ่งเกิดขึ้นหลังจาก A เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น วลีที่มี after บอกเงื่อนไขด้านเวลาที่จำเป็น ส่วน that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการเน้น ในประโยคนี้ สื่อเพิ่งทำให้เขากลายเป็นคนดังหลังจากทฤษฎีได้รับการยืนยันในปี 1919 ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น โครงสร้างนี้เน้นการยืนยันทฤษฎีว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านเวลาที่นำไปสู่ชื่อเสียงของเขา
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง It was only after ... that ... ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เพิ่งเกิดขึ้นภายหลังเท่านั้น
- It was only after the bell rang when the children left the room.
- It was only after the bell rang that the children left the room.
- It was only after the bell rang did the children leave the room.
ดูคำตอบ
It was only after the bell rang that the children left the room.
turn him into a celebrity: โครงสร้างแสดงเหตุ turn A into B
โครงสร้าง turn A into B หมายถึง คนหรือสิ่งหนึ่งทำให้ A กลายเป็น B โดย A คือคนหรือสิ่งของที่เปลี่ยนไป ส่วน B คือสถานะ สภาพ รูปแบบ หรือผลลัพธ์ใหม่ ในประโยคนี้ the press เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง ความสนใจจากสื่อจะทำให้เขามีสถานะเป็นคนดังในสายตาสาธารณชน ประโยคไม่ได้หมายความว่าเขาตั้งใจทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn A into B: The news report ____ a local teacher ____ a national hero.
ดูคำตอบ
turned · into
miracle year: ปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์
miracle year เป็นคำเรียกทางประวัติศาสตร์สำหรับปีที่มีผลงานสำคัญและมีจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างผิดปกติ ในประโยคนี้หมายถึงปี 1905 ของไอน์สไตน์ ซึ่งเป็นปีที่เขาสร้างผลงานหลายชิ้นที่เปลี่ยนแปลงวงการฟิสิกส์ คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเกิดปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติขึ้นจริง แต่ใช้ประเมินว่าปีนั้นเป็นช่วงสูงสุดที่มีความคิดสร้างสรรค์อย่างโดดเด่น ดังนั้น those four papers of his miracle year จึงหมายถึง “บทความสี่ฉบับของเขาในปีอันโดดเด่นนั้น”
แบบฝึกหัด
ในบริบทของไอน์สไตน์ miracle year มีความหมายหลักว่าอย่างไร
- ปีที่ไอน์สไตน์ตีพิมพ์บทความเพียงฉบับเดียว
- ปี 1905 ซึ่งเป็นปีที่ไอน์สไตน์สร้างผลงานอย่างโดดเด่น
- ปีที่เกิดปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ
ดูคำตอบ
ปี 1905 ซึ่งเป็นปีที่ไอน์สไตน์สร้างผลงานอย่างโดดเด่น
would have remained the gold standard of startling, unexpected genius. สำนวน
4:50ก็คงจะยังเป็นมาตรฐานทองคำของความเป็นอัจฉริยะที่น่าทึ่งและคาดไม่ถึงอยู่ดี
even if he had disappeared ...: การยอมรับเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริง
even if ใช้แสดงการยอมรับเงื่อนไขตรงข้าม ผู้เขียนจินตนาการถึงสถานการณ์สุดขั้วในอดีต แล้วบอกว่าข้อสรุปหลักยังคงเป็นจริงแม้ในสถานการณ์นั้น had disappeared และ (had) accomplished ใช้คำช่วย had ร่วมกันใน past perfect จึงไม่ต้องใส่ had ซ้ำหน้า accomplished เมื่อใช้ร่วมกับ would have remained ในประโยคหลัก ทั้งประโยคจึงนำเสนออดีตอีกแบบหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ประเด็นคือบทความสี่ชิ้นในปี 1905 เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะแสดงถึงอัจฉริยภาพอันโดดเด่น
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Even if the athlete had retired after that race, the record would still have made her a legend.
- เธอกลายเป็นตำนานเพียงเพราะแข่งขันต่อเนื่องมาหลายปี
- สถิติเพียงรายการเดียวนั้นก็เพียงพอให้เธอเป็นตำนาน แม้จะสมมติว่าเธอเลิกแข่งทันทีหลังการแข่งขันนั้น
- ประโยคนี้ระบุเป็นข้อเท็จจริงว่าเธอเลิกแข่งหลังการแข่งขันนั้น
ดูคำตอบ
สถิติเพียงรายการเดียวนั้นก็เพียงพอให้เธอเป็นตำนาน แม้จะสมมติว่าเธอเลิกแข่งทันทีหลังการแข่งขันนั้น
would have remained the gold standard: ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุด
would have remained ใช้โครงสร้าง would have + past participle เพื่อบอกผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ใช่ความจริงหรือเป็นเพียงสมมติฐาน โดยมีเงื่อนไขที่พูดไว้หรือเข้าใจได้จากบริบท และภายใต้เงื่อนไขนั้น สถานะดังกล่าวก็คงดำเนินต่อไป the gold standard เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงจุดอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับหรือมีความน่าเชื่อถือสูงสุดในสาขาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงมาตรฐานที่ทำจากทองคำ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้บอกว่าผลงานดังกล่าวจะยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดที่ยอมรับกันสำหรับความเป็นอัจฉริยะที่น่าตกตะลึงและคาดไม่ถึง
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: Without the new evidence, the old test would have remained the gold standard for detecting the disease?
- การทดสอบแบบเก่าคงได้รับเหรียญรางวัล
- การทดสอบแบบเก่าคงทำจากทองคำ
- การทดสอบแบบเก่าก็คงยังเป็นจุดอ้างอิงที่น่าเชื่อถือที่สุดในสาขานั้น
ดูคำตอบ
การทดสอบแบบเก่าก็คงยังเป็นจุดอ้างอิงที่น่าเชื่อถือที่สุดในสาขานั้น