ประวัติศาสตร์ vs วลาดิเมียร์ เลนิน - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
919 คำ 156 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การอภิปรายในรูปแบบการพิจารณาคดีชั่งน้ำหนักบทบาทของเลนินในการปฏิวัติรัสเซียและระบอบโซเวียต โดยเปรียบข้ออ้างว่าเขาโค่นทรราชและทำให้รัสเซียทันสมัยกับข้อกล่าวหาว่าการปกครองของบอลเชวิคนำมาซึ่งการปราบปราม ก่อนสรุปว่าควรประเมินบุคคลในประวัติศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณโดยไม่ถือว่าผลลัพธ์ทางเลือกเป็นเรื่องแน่นอน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. put Lenin on the stand — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าคำเปรียบเปรยทางกฎหมายนี้เปลี่ยนการประเมินประวัติศาสตร์ให้เป็นศาลสมมติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายนำเสนอหลักฐานและโต้แย้งความรับผิดชอบของเลนิน จึงเป็นกรอบของการอภิปรายทั้งเรื่อง 2. The measures were difficult, but it was a difficult time. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ สังเกตกลวิธียอมรับแล้วให้เหตุผลแก้ต่าง ผู้พูดยอมรับก่อนว่ามาตรการรุนแรง จากนั้นอ้างภาวะวิกฤตพิเศษเพื่อลดความผิดและนำเสนอว่าการกระทำนั้นจำเป็น 3. could have been a famous rock and roll singer, but how would I have sounded? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เห็นวิธีใช้การเปรียบเทียบแบบสมมติสวนทางความจริงอย่างขบขันเพื่อท้าทายคำกล่าวว่าโลกที่ไม่มีเลนินจะเป็นเช่นไร เพราะความเป็นไปได้ที่จินตนาการขึ้นไม่ได้พิสูจน์ว่าผลลัพธ์จะสำเร็จ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

He was one of the most influential figures of the 20th century, วลี

0:07

เขาคือหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20

วลี

one of the most influential figures: หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุด

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ ใช้จัดคนหรือสิ่งของให้อยู่ในกลุ่มที่มีระดับสูงสุด ในประโยคนี้หมายความว่าเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นบุคคลเดียวที่มีอิทธิพลมากที่สุด โครงสร้างนี้ใช้ประเมินคน ผลงาน สถานที่ และกลุ่มอื่น ๆ ที่นับได้ หลัง one of คำนามมักเป็นพหูพจน์ เพราะหมายถึงสมาชิกหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่งจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคนี้เพื่อแสดงว่าการค้นพบนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การค้นพบที่สำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียว This was ___ discoveries of the century.

  1. one of important
  2. one of the most important discovery
  3. one of the most important
  4. the most important
ดูคำตอบ

one of the most important

forever changing the course of one of the world's largest countries. วลี

0:10

ผู้เปลี่ยนแปลงเส้นทางประวัติศาสตร์ของหนึ่งในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปตลอดกาล

วลี

forever changing the course of: เปลี่ยนทิศทางทางประวัติศาสตร์อย่างถาวร

สำนวน change the course of หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางหรือพัฒนาการของบางสิ่ง โดยมักเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและส่งผลยาวนาน ในที่นี้ course หมายถึงเส้นทางของการพัฒนา ไม่ใช่ชั้นเรียน ส่วน forever เน้นว่าผลกระทบทางประวัติศาสตร์ยังคงอยู่เป็นเวลานาน forever changing เป็นวลีรูป -ing ที่เชื่อมกับข้อความก่อนหน้า และเพิ่มผลลัพธ์เพื่ออธิบายว่าเหตุใดบุคคลนี้จึงถูกมองว่าทรงอิทธิพล วลีนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่แยกอยู่ตามลำพัง

แบบฝึกหัด

ในประโยค The invention changed the course of communication คำว่า changed the course of หมายถึงอะไร

  1. เปลี่ยนวิธีที่การสื่อสารพัฒนาขึ้น
  2. เปลี่ยนชั้นเรียนการสื่อสาร
  3. เปลี่ยนเส้นทางจริงของการสื่อสาร
ดูคำตอบ

เปลี่ยนวิธีที่การสื่อสารพัฒนาขึ้น

But was he a hero who toppled an oppressive tyranny ลำดับความ

0:14

แต่เขาเป็นวีรบุรุษผู้โค่นล้มระบอบทรราชย์อันกดขี่

or a villain who replaced it with another?

0:18

หรือเป็นวายร้ายที่นำระบอบทรราชย์อีกรูปแบบหนึ่งมาแทนที่กันแน่?

ลำดับความ

a hero who... or a villain who...? ในฐานะกรอบการถกเถียง

คำถามนี้วาง a hero who... คู่กับ a villain who... เพื่อจัดมรดกทางประวัติศาสตร์ของบุคคลคนเดียวกันออกเป็นการตีความสองแบบที่ขัดแย้งกัน เป็นการตั้งประเด็นหลักของการถกเถียง ไม่ได้ถามถึงอาชีพตามความหมายตรงตัวหรือประกาศข้อสรุปสุดท้าย อนุประโยค who แต่ละส่วนให้เหตุผลรองรับป้ายกำกับของตน โดย toppled an oppressive tyranny รองรับการมองว่าเป็น hero ส่วน replaced it with another รองรับการมองว่าเป็น villain ในที่นี้ it อ้างถึง tyranny ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ another หมายถึง tyranny อีกแบบหนึ่ง การใช้โครงสร้างขนานกันทำให้เปรียบเทียบข้ออ้างทั้งสองได้ง่าย

แบบฝึกหัด

คำถามเปิดนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดประเด็น?

  1. ระบุว่าเลนินเป็น villain อย่างแน่นอน
  2. ให้คำจำกัดความตามพจนานุกรมของ hero และ villain
  3. วางกรอบมรดกทางประวัติศาสตร์ของเลนินผ่านการตีความสองแบบที่ขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ

วางกรอบมรดกทางประวัติศาสตร์ของเลนินผ่านการตีความสองแบบที่ขัดแย้งกัน

It's time to put Lenin on the stand in History vs. Lenin. สำนวน

0:20

ถึงเวลาแล้วที่จะพาเลนินขึ้นสู่แท่นพิจารณาคดีใน ประวัติศาสตร์ ปะทะ เลนิน

สำนวน

put Lenin on the stand: อุปมาทางกฎหมายที่สื่อถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ในศาล the stand หมายถึงคอกพยาน ส่วน To put someone on the stand หมายถึงการเรียกบุคคลนั้นมาให้การและตอบคำถาม ในที่นี้เลนินกำลังถูกประเมินโดยประวัติศาสตร์ ไม่ได้ปรากฏตัวในศาลจริง สำนวนนี้เปลี่ยนการประเมินดังกล่าวให้เป็นภาพของการจำลองการไต่สวน โดยการกระทำและความรับผิดชอบของเขาจะถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงแค่การทำให้เขายืนขึ้น

แบบฝึกหัด

put Lenin on the stand หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. นำการกระทำของเลนินในประวัติศาสตร์มาซักถามและตัดสิน
  2. มอบแท่นจริงให้เลนินสำหรับใช้รองรับสิ่งของ
  3. ขอให้เลนินยืนขึ้นต่อหน้าผู้ชม
ดูคำตอบ

นำการกระทำของเลนินในประวัติศาสตร์มาซักถามและตัดสิน

Order, order.

0:26

เงียบหน่อย ศาลที่เคารพ

Now, wasn't it your fault that the band broke up? น้ำเสียง/เจตนา

0:27

นี่ ความผิดของคุณไม่ใช่เหรอที่วงแตก?

น้ำเสียง/เจตนา

Wasn't it your fault that...?: คำถามที่ตั้งสมมติฐานว่าอีกฝ่ายมีความผิด

Wasn't it your fault that...? เป็นคำถามแบบใช่หรือไม่เชิงปฏิเสธที่สร้างจาก It was your fault that + อนุประโยค โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลเสียที่เกิดขึ้น ส่วน your fault โยนความรับผิดชอบไปยังผู้ฟัง ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงถามว่าใครทำให้วงแตก รูปปฏิเสธบอกเป็นนัยว่าผู้พูดเอนเอียงไปทางความคิดว่า “เป็นความผิดของคุณ” อยู่แล้ว และกำลังกดดันให้อีกฝ่ายยอมรับ คำถามนี้อาจฟังดูเป็นการกล่าวโทษหรือหยอกล้อก็ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ใน “Wasn't it your fault that the meeting was canceled?” ผู้พูดมีท่าทีเป็นกลางโดยสิ้นเชิงว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Your honor,

0:32

ศาลที่เคารพ

this is Vladimir Ilyich Ulyanov, aka Lenin, การใช้คำ

0:33

นี่คือ วลาดิมีร์ อิลิช อุลยานอฟ หรือที่รู้จักในนาม เลนิน

การใช้คำ

aka Lenin: การแนะนำอีกชื่อหนึ่งของบุคคลคนเดียวกัน

aka เป็นคำย่อของ also known as ใน aka Lenin คำว่า Lenin คืออีกชื่อหนึ่งที่เป็นที่รู้จักมากกว่าของ Vladimir Ilyich Ulyanov ไม่ได้เป็นการแนะนำบุคคลคนที่สอง วาง aka ไว้หน้าชื่อแฝง ชื่อเล่น นามปากกา ชื่อในวงการ หรือชื่ออื่นของบุคคลหรือสิ่งเดียวกันโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ aka ได้ถูกต้อง?

  1. Maya Chen, aka DJ Nova, will perform tonight.
  2. Maya Chen met aka DJ Nova tonight.
  3. Maya Chen is aka as DJ Nova tonight.
ดูคำตอบ

Maya Chen, aka DJ Nova, will perform tonight.

the rabble-rouser who helped overthrow the Russian Tsar Nicholas II in 1917 การใช้คำ

0:37

ผู้ยุยงปลุกปั่นที่ช่วยโค่นล้มพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียในปี 1917

การใช้คำ

rabble-rouser: คำเรียกเชิงดูหมิ่นสำหรับผู้ปลุกปั่นฝูงชน

Rabble-rouser เป็นคำเรียกเชิงลบอย่างชัดเจนสำหรับผู้ที่ปลุกเร้าความโกรธของฝูงชนหรือผลักดันผู้คนไปสู่ความวุ่นวายหรือการเผชิญหน้า ไม่ใช่คำกลาง ๆ สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่จัดระเบียบผู้คน ในวลีนี้ คำดังกล่าวไม่ได้เพียงบอกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ตามมา แต่ยังนำเสนอบุคคลนั้นผ่านการตัดสินเชิงเป็นปฏิปักษ์ของผู้พูดด้วย ตัวคำประสมก็มีท่าทีนี้อยู่แล้ว: rabble มองฝูงชนว่าไร้ระเบียบหรือน่าดูหมิ่น ส่วน rouser สื่อถึงการกระตุ้นให้ฝูงชนนั้นลงมือทำ

แบบฝึกหัด

รายงานชิ้นหนึ่งต้องการวิจารณ์นักการเมืองว่าจงใจปลุกปั่นฝูงชนที่กำลังโกรธ คำใดสื่อการตัดสินเชิงลบนี้ได้ดีที่สุด?

  1. organizer
  2. activist
  3. rabble-rouser
ดูคำตอบ

rabble-rouser

and founded the Soviet Union,

0:43

และเป็นผู้ก่อตั้งสหภาพโซเวียต

one of the worst dictatorships of the 20th century.

0:45

หนึ่งในระบอบเผด็จการที่เลวร้ายที่สุดในศตวรรษที่ 20

Oh.

0:49

โอ้

The Tsar was a bloody tyrant under whom the masses toiled in slavery. โน้ต

0:50

พระเจ้าซาร์คือทรราชผู้เหี้ยมโหดที่บังคับให้ประชาชนตรากตรำทำงานราวกับทาส

ไวยากรณ์

under whom: อนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่นำบุพบทขึ้นหน้า

Under whom เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย a bloody tyrant โดย whom ย้อนกลับไปหมายถึง The Tsar และ under สื่อว่าผู้คนอยู่ภายใต้การปกครองหรืออำนาจของเขา ประโยคพื้นฐานเบื้องหลังโครงสร้างนี้คือ The masses toiled in slavery under the Tsar. การวางบุพบทไว้หน้า whom เรียกว่าการนำบุพบทขึ้นหน้า โครงสร้างนี้เชื่อมผู้ปกครองเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของเขาอย่างกระชับและเป็นทางการ ส่วนลำดับคำแบบสนทนามากกว่าจะวาง under ไว้ท้ายประโยค เช่น a tyrant who the masses toiled under.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างทางการแบบ บุพบท + สรรพนามสัมพันธ์ ให้สมบูรณ์: Dr. Lee was a mentor under ____ several interns trained.

ดูคำตอบ

whom

วลี

toiled in slavery: แรงงานหนักโดยไร้เสรีภาพ

ในประโยคนี้ toiled หมายถึงทำงานหนักเป็นเวลานานจนเหน็ดเหนื่อย มีน้ำหนักทางอารมณ์มากกว่าคำกลาง ๆ อย่าง worked วลี in slavery เพิ่มเงื่อนไขที่เกิดการทำงานนั้นขึ้นมา คือผู้คนถูกพรากเสรีภาพและถูกบังคับให้ทำงาน ดังนั้น toiled in slavery จึงสื่อถึงการตรากตรำภายใต้การกดขี่อย่างรุนแรง ไม่ใช่การทำงานทั่วไป

แบบฝึกหัด

toiled in slavery ในประโยคนี้เน้นอะไร?

  1. การฝึกโดยสมัครใจสำหรับกีฬาที่ยาก
  2. แรงงานหนักที่ทำภายใต้การบังคับและไม่มีเสรีภาพ
  3. งานมีค่าจ้างทั่วไปที่มีตารางเวลาปกติ
ดูคำตอบ

แรงงานหนักที่ทำภายใต้การบังคับและไม่มีเสรีภาพ

This is rubbish. น้ำเสียง/เจตนา

0:56

ไร้สาระสิ้นดี

น้ำเสียง/เจตนา

This is rubbish: การปฏิเสธข้อกล่าวอ้างอย่างตรงและแรง

rubbish ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขยะที่เป็นสิ่งของ This อ้างถึงคำพูดหรือข้อโต้แย้งก่อนหน้า และ rubbish ตัดสินว่าสิ่งนั้นผิด ไร้เหตุผล หรือไร้คุณค่า ประโยคสั้นนี้ทำหน้าที่ปฏิเสธอย่างตรงและแรง ผู้พูดไม่ได้เพียงแค่แสดงความไม่เห็นด้วย แต่ปัดข้อกล่าวอ้างนั้นทิ้งโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในอีเมลทางการถึงเพื่อนร่วมงาน This is rubbish. เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยที่สุภาพและเป็นกลาง

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Serfdom had already been abolished in 1861. ไวยากรณ์

0:57

ระบบทาสติดที่ดินถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 1861 แล้ว

ไวยากรณ์

had already been abolished: รูป passive ใน past perfect

had already been abolished เป็นโครงสร้าง past perfect แบบ passive: had + been + past participle ประธาน serfdom เป็นสิ่งที่รับการกระทำ จึงใช้ passive ส่วน abolished หมายถึงระบบนั้นถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ past perfect วางเหตุการณ์ยกเลิกไว้ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีตซึ่งกำหนดโดยบริบท already เน้นว่าเหตุการณ์เสร็จสิ้นไปแล้ว ณ เวลานั้น ส่วน in 1861 บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect แบบ passive ของ repair และ already: By the time the museum reopened, the damaged roof ____.

ดูคำตอบ

had already been repaired

And then replaced by something worse.

1:01

และถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่เลวร้ายกว่า

The factory bosses treated the people far worse than their former feudal landlords. ไวยากรณ์

1:03

บรรดาเจ้าของโรงงานปฏิบัติกับผู้คนเลวร้ายกว่านายบ่าวศักดินาในอดีตเสียอีก

ไวยากรณ์

far worse than: เน้นความแตกต่างที่มาก

far worse than หมายถึง “แย่กว่า...มาก” worse เป็นรูปเปรียบเทียบ than ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ และ far เน้นว่าความแตกต่างมีมาก far ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทาง ประโยคบอกว่าการปฏิบัติของเจ้าของโรงงานไม่ได้เพียงแย่กว่า แต่แย่กว่ามาก จึงทำให้น้ำเสียงวิจารณ์รุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ far แสดงอะไร? The damage was far worse than expected.

  1. ความแตกต่างด้านระดับมีมาก
  2. ความเสียหายเกิดขึ้นนานมาแล้ว
  3. การเปรียบเทียบเกี่ยวกับระยะทางจริง
ดูคำตอบ

ความแตกต่างด้านระดับมีมาก

And unlike the landlords, they were always there. ลำดับความ

1:08

และที่ต่างจากพวกนายบ่าวก็คือ พวกเขามีอยู่ทุกหนทุกแห่งเสมอ

ลำดับความ

And unlike the landlords: การเพิ่มความต่างอีกข้อ

Unlike the landlords วางกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นจุดเปรียบเทียบ คือเจ้าของที่ดิน ไว้ก่อน จากนั้นประโยคหลักจึงบอกว่าเจ้าของโรงงานต่างออกไปอย่างไร นั่นคือ they were always there วิธีนี้ย้ายความสนใจของผู้ฟังจากเจ้าของที่ดินไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง โดยยังทำให้ความสัมพันธ์เชิงเปรียบเทียบชัดเจน And เชื่อมความต่างนี้เข้ากับประเด็นก่อนหน้า ดังนั้นประโยคนี้จึงเพิ่มการเปรียบเทียบอีกข้อเพื่อสนับสนุนประเด็นเดิม แทนที่จะเปิดเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ได้คือ And unlike + คำนามหรือคำสรรพนาม, + ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้ unlike เพื่อเปรียบเทียบห้องสมุดใหม่กับห้องสมุดเก่า: ____, the new library stays open on Sundays.

ดูคำตอบ

Unlike the old library

Russian workers toiled for 11 hours a day

1:12

แรงงานรัสเซียต้องตรากตรำทำงานถึงวันละ 11 ชั่วโมง

and were the lowest paid in all of Europe. ไวยากรณ์

1:16

และได้รับค่าแรงต่ำที่สุดในยุโรปทั้งหมด

ไวยากรณ์

the lowest paid in all of Europe: ขั้นสูงสุดและขอบเขตการเปรียบเทียบ

The lowest paid เป็นวลีขั้นสูงสุดที่หมายถึง “คนที่ได้รับค่าจ้างต่ำที่สุด” paid ในที่นี้บอกระดับค่าจ้าง ไม่ได้หมายถึงจำนวนครั้งหรือเวลาที่จ่ายเงิน In all of Europe ระบุขอบเขตของการเปรียบเทียบ ข้อความนี้จัดให้ค่าจ้างของกลุ่มดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องทั่วยุโรป รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ the + คำขั้นสูงสุด + in + สถานที่หรือกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นสูงสุดของ low-paid เติมประโยคให้สมบูรณ์: In the salary survey, the interns were ____ in the whole company.

ดูคำตอบ

the lowest paid

But Tsar Nicholas made laws to protect the workers.

1:20

แต่พระเจ้าซาร์นิโคลัสก็ได้ออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงาน

He reluctantly did the bare minimum to avert revolution, วลี

1:23

พระองค์ทำเพียงขั้นต่ำอย่างไม่เต็มใจนักเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิวัติ

วลี

did the bare minimum to avert: ทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกัน

do the bare minimum to + คำกริยา หมายถึง ทำเพียงสิ่งที่จำเป็นในปริมาณน้อยที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมาย bare ทำให้มีนัยเชิงตำหนิ คือบอกเป็นนัยว่าบุคคลนั้นพยายามให้น้อยที่สุด แทนที่จะทำงานอย่างเต็มที่หรือรอบคอบ ในประโยคนี้ to avert revolution บอกจุดประสงค์ของการกระทำ คือป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิวัติ ดังนั้นทั้งวลีจึงสื่อว่าเขาดำเนินมาตรการขั้นต่ำอย่างไม่เต็มใจเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ดี

แบบฝึกหัด

“He did the bare minimum to help” โดยทั่วไปสื่อว่าอย่างไร

  1. เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วย
  2. เขาไม่ได้ช่วยเลย
  3. เขาช่วยเท่าที่จำเป็นให้น้อยที่สุด
ดูคำตอบ

เขาช่วยเท่าที่จำเป็นให้น้อยที่สุด

and even there he failed.

1:27

และแม้แต่เรื่องนั้นพระองค์ก็ยังทำพลาด

Remember what happened in 1905 after his troops fired on peaceful petitioners? กริยาวลี

1:29

จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 1905 หลังจากที่กองทหารของพระองค์ยิงใส่ผู้ชุมนุมที่สงบสันติ?

กริยาวลี

fired on: ยิงใส่เป้าหมาย

Fire on + เป้าหมาย เป็นกริยาวลีที่หมายถึงยิงใส่หรือโจมตีเป้าหมายด้วยปืนหรืออาวุธอื่น ๆ คำบุพบท on นำหน้าบุคคล กลุ่มคน ยานพาหนะ ตำแหน่ง หรือเป้าหมายอื่นที่ถูกโจมตี ในประโยคนี้ fired เป็นรูปอดีต และ peaceful petitioners คือเป้าหมาย กองทัพจึงเปิดฉากยิงใส่กลุ่มผู้ยื่นคำร้องอย่างสงบ คำนี้ไม่ใช่ fire someone ซึ่งหมายถึงไล่ใครออกจากงาน

แบบฝึกหัด

“The guards fired on the crowd” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาก่อไฟใกล้ฝูงชน
  2. พวกเขายิงใส่ฝูงชน
  3. พวกเขาไล่ใครบางคนออกจากงาน
ดูคำตอบ

พวกเขายิงใส่ฝูงชน

Yes, and the Tsar ended the rebellion by introducing a constitution ไวยากรณ์

1:35

ใช่ และพระเจ้าซาร์ก็ยุติการกบฏด้วยการนำรัฐธรรมนูญมาใช้

ไวยากรณ์

ended the rebellion by introducing: ผลลัพธ์ + by + -ing

ใน ended the rebellion by introducing a constitution ประโยคหลักบอกผลลัพธ์ว่า ซาร์ยุติการกบฏ ส่วน by introducing a constitution อธิบายวิธีที่ใช้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์นั้น ใช้โครงสร้าง ผลลัพธ์หรือการกระทำ + by + -ing เพื่อบอกว่าทำสิ่งหนึ่งสำเร็จได้อย่างไร by ในที่นี้หมายถึงการทำสิ่งนั้นเป็นวิธี ไม่ได้หมายถึงก่อนถึงกำหนดเวลา

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา compare ในโครงสร้าง by + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo found the mistake ____ the two reports.

ดูคำตอบ

by comparing

and an elected parliament, the Duma. วัฒนธรรม

1:38

และก่อตั้งรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งที่เรียกว่า สภาดูมา

วัฒนธรรม

elected parliament, the Duma: ชื่อสภาแห่งจักรวรรดิรัสเซีย

the Duma เป็นชื่อสถาบันนิติบัญญัติของรัสเซีย ไม่ใช่ชื่อบุคคล ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ หมายถึงสภาผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งตั้งขึ้นในจักรวรรดิรัสเซียหลังการปฏิวัติปี 1905 วลี the Duma หลังเครื่องหมายจุลภาคระบุชื่อเฉพาะของ an elected parliament กล่าวคือ รัฐสภาใหม่นี้เรียกว่าดูมา ในที่นี้สถาบันดังกล่าวเชื่อมโยงกับการนำรัฐธรรมนูญมาใช้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the Duma หมายถึงอะไร?

  1. สภานิติบัญญัติรัสเซียที่มาจากการเลือกตั้ง
  2. นามสกุลของซาร์
  3. ตัวรัฐธรรมนูญเอง
ดูคำตอบ

สภานิติบัญญัติรัสเซียที่มาจากการเลือกตั้ง

While retaining absolute power and dissolving them whenever he wanted. ไวยากรณ์

1:41

ในขณะที่ยังคงรักษากำลังอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ และสั่งยุบสภาได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ

ไวยากรณ์

While retaining ... and dissolving ...: การแสดงความขัดแย้งด้วย while + -ing

ในที่นี้ while + -ing นำอนุประโยคแบบย่อที่มีความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงแล้วแสดงความขัดแย้ง กล่าวคือ แม้ดูเหมือนมีการปฏิรูป เขายังคงอำนาจเบ็ดเสร็จและสามารถยุบสิ่งเหล่านั้นได้ retaining และ dissolving เป็นรูป -ing สองรูปที่เชื่อมกันและมีประธานที่ละไว้ตัวเดียวกันคือ he ดังนั้น while จึงไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ยังวางภาพลักษณ์หรือคำกล่าวไว้ตรงข้ามกับความจริงที่ขัดกัน ในบริบทนี้ให้ผลใกล้เคียงกับ although หรือ even while

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งกล่าวว่า “The leader announced reforms while retaining absolute control.” คำว่า while สื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. ประโยคนี้บอกเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการปฏิรูป
  2. ประโยคนี้หมายความว่าผู้นำได้สละอำนาจควบคุมไปแล้ว
  3. การปฏิรูปกับการยังคงอำนาจควบคุมถูกนำเสนอให้ขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ

การปฏิรูปกับการยังคงอำนาจควบคุมถูกนำเสนอให้ขัดแย้งกัน

Perhaps there would have been more reforms in due time วลี

1:46

บางทีอาจจะมีการปฏิรูปมากกว่านี้เมื่อถึงเวลาอันควร

วลี

in due time: เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเร็ว ๆ นี้

in due time หมายถึง “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” โดยปกติคือหลังจากผ่านเวลาไปพอสมควรหรือเสร็จสิ้นกระบวนการที่จำเป็นแล้ว due ในที่นี้หมายถึง “เหมาะสม” ไม่ใช่ “เป็นหนี้” หรือ “ถึงกำหนดชำระ” วลีนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นในที่สุด แต่ไม่ระบุวันที่และไม่รับปากว่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้การปฏิรูปที่สมมติขึ้นฟังดูเหมือนว่าอาจเกิดขึ้นภายหลัง เมื่อมีผู้เห็นว่าเงื่อนไขพร้อมแล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงอาจใช้เพื่อสร้างความมั่นใจ แก้ต่างให้ความล่าช้า หรือจงใจปล่อยให้เวลาไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

คณะกรรมการคาดว่าจะประกาศการตัดสินใจหลังผ่านกระบวนการที่เหมาะสม แต่ไม่ได้รับปากว่าจะประกาศเร็ว ๆ นี้ ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The committee will announce the decision on time.
  2. The committee will announce the decision in due time.
  3. The committee will announce the decision soon.
ดูคำตอบ

The committee will announce the decision in due time.

if radicals like Lenin weren't always stirring up trouble. กริยาวลี

1:49

ถ้าพวกหัวรุนแรงอย่างเลนินไม่คอยก่อความวุ่นวายอยู่เสมอ

กริยาวลี

stirring up trouble: ก่อความขัดแย้งอย่างแข็งขัน

stirring up trouble หมายถึงการก่อหรือยุยงให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่สงบ หรือปัญหาอย่างแข็งขัน ในประโยคนี้ ผู้พูดวิจารณ์กลุ่มหัวรุนแรงว่าเป็นฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองยุ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้หมายถึงการคนสิ่งของจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ stir up + คำนาม ซึ่งหมายถึง “กระตุ้นหรือทำให้บางสิ่งรุนแรงขึ้น” เมื่อใช้กับ trouble มักสื่อว่าบุคคลนั้นไม่ได้เพียงเข้าไปพัวพันกับปัญหา แต่มีส่วนทำให้ปัญหาเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The user was banned for ____ in the community.

ดูคำตอบ

stirring up trouble

Your honor, Lenin had seen his older brother, Aleksandr ไวยากรณ์

1:53

ศาลที่เคารพ เลนินได้เห็นอเล็กซานเดอร์ พี่ชายของเขา

executed by the previous Tsar for revolutionary activity.

1:58

ถูกพระเจ้าซาร์องค์ก่อนประหารชีวิตเนื่องจากการทำกิจกรรมปฏิวัติ

ไวยากรณ์

had seen his older brother ... executed by: see + กรรม + กริยาช่อง 3

วลีนี้ใช้โครงสร้าง see + กรรม + กริยาช่อง 3 โดย his older brother เป็นกรรม และ executed บอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา โครงสร้างนี้แสดงว่ากรรมเป็นฝ่ายรับหรือประสบการกระทำ จึงหมายความว่าเลนินได้เห็นหรือประสบกับการที่พี่ชายถูกประหาร ไม่ได้หมายความว่าพี่ชายเป็นผู้ประหารคนอื่น had seen เป็น past perfect ซึ่งวางประสบการณ์นี้ไว้ก่อนจุดเวลาอื่นในอดีตของเรื่อง ส่วน by the previous Tsar ระบุบุคคลหรือผู้มีอำนาจที่ถูกกล่าวว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อการประหาร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ได้เห็นเพื่อนของเธอถูกจับก่อนการสัมภาษณ์

  1. Maya had seen her friend after the arrest before the interview.
  2. Maya had seen her friend arrest the suspect before the interview.
  3. Maya had seen her friend arrested before the interview.
ดูคำตอบ

Maya had seen her friend arrested before the interview.

And even after the reforms, Nicholas continued the same mass oppression and executions,

2:02

และแม้จะมีการปฏิรูป แต่นิโคลัสก็ยังคงทำการกดขี่และประหารชีวิตประชาชนหมู่มากเช่นเดิม

as well as the unpopular involvement in World War I วลี

2:09

รวมถึงการเข้าไปพัวพันในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่นิยม

that cost Russia so many lives and resources. วลี

2:13

ทำให้รัสเซียต้องสูญเสียชีวิตผู้คนและทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก

วลี

as well as ...: การเพิ่มรายการที่เป็นคู่ขนาน

ในประโยคนี้ as well as ใช้เพิ่ม involvement in World War I ต่อจากส่วนที่เป็นกรรมของ continued ก่อนหน้า คือ mass oppression and executions ประโยคนี้สื่อว่านิโคลัสยังคงดำเนินทั้งการกดขี่และการประหารชีวิต รวมถึงการมีส่วนร่วมในสงครามด้วย วลีนี้ไม่ได้เริ่มอนุประโยคใหม่ที่มีประธานใหม่ หน้าที่ของ as well as ใกล้เคียงกับ and also แต่ทำให้รายการที่สองดูเป็นข้อมูลที่เพิ่มเข้ามา ในงานเขียนประวัติศาสตร์หรือคำอธิบายที่เป็นทางการ วลีนี้ช่วยเรียงสะสมการกระทำ ความเสียหาย หรือเหตุผลหลาย项

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ The new rule improves safety as well as efficiency. as well as ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอเงื่อนไขสำหรับการปรับปรุง safety
  2. แสดงว่า safety กับ efficiency ขัดแย้งกัน
  3. เพิ่ม efficiency เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กฎนี้ช่วยปรับปรุง
ดูคำตอบ

เพิ่ม efficiency เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กฎนี้ช่วยปรับปรุง

วลี

cost Russia so many lives and resources: cost + ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ + ความสูญเสีย

ในที่นี้ cost ใช้รูปแบบ cost + บุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ + ความสูญเสีย การมีส่วนร่วมในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รัสเซียสูญเสียชีวิตและทรัพยากรจำนวนมาก ดังนั้น Russia จึงอยู่หลัง cost และส่วนที่บอกความสูญเสียอยู่ท้ายประโยค ความหมายนี้ไม่ได้เกี่ยวกับป้ายราคา ในรูปแบบนี้ cost หมายถึงทำให้ใครบางคนต้องประสบความทุกข์หรือสูญเสียสิ่งมีค่า ส่วนท้ายอาจเป็นเงิน เวลา ชีวิต ทรัพยากร หรือโอกาส

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้แสดงว่าพายุทำให้เมืองเสียเวลาไปสามชั่วโมง: The storm ____ the town three hours

ดูคำตอบ

cost

Hmm, this Tsar doesn't sound like such a capital fellow. การใช้คำ

2:17

อืม ดูเหมือนพระเจ้าซาร์องค์นี้จะไม่ใช่คนดีสักเท่าไรนะ

การใช้คำ

such a capital fellow: คำชมแบบโบราณที่ใช้ในเชิงประชด

ใน such a capital fellow คำว่า capital เป็นคำคุณศัพท์ที่ค่อนข้างโบราณ หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “ดีเลิศ” ส่วน fellow ในที่นี้หมายถึงผู้ชายหรือบุคคล เมื่อมองตามความหมายตรง ๆ วลีนี้กำลังพูดว่าซาร์เป็นคนที่ดีมาก แต่ doesn't sound like ... ทำให้การประเมินนี้กลายเป็นการพูดเชิงประชดในทางลบ ผู้พูดกำลังบอกว่าซาร์ฟังดูไม่เหมือนคนดี การใช้ถ้อยคำที่จงใจให้เก่าและเป็นละครช่วยเน้นความเสียดสี

แบบฝึกหัด

ใน “This Tsar doesn't sound like such a capital fellow” capital หมายถึงอะไร

  1. เกี่ยวกับเงินหรือการเงิน
  2. เกี่ยวกับเมืองหลวง
  3. ยอดเยี่ยม
ดูคำตอบ

ยอดเยี่ยม

Your honor, maybe Nicholas II did doom himself with bad decisions, ไวยากรณ์

2:20

ศาลที่เคารพ บางทีพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 อาจจะทำลายตัวเองด้วยการตัดสินใจที่ผิดพลาด

ไวยากรณ์

did doom himself: did ที่ใช้เน้นย้ำหน้าคำกริยารูปพื้นฐาน

ใน did doom himself คำว่า did เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นย้ำในประโยคบอกเล่า คำนี้เพิ่มน้ำหนักในความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “แน่นอน” ส่วน doom himself หมายถึงทำให้ตัวเองพบกับความพินาศหรือล่มสลาย เนื่องจาก did เป็นตัวแสดงอดีตกาล กริยาหลักจึงต้องอยู่ในรูปพื้นฐาน: did doom ไม่ใช่ did doomed รูปแบบนี้มักใช้เมื่อผู้พูดต้องการยืนยัน แก้ไข หรือยอมรับประเด็นใดประเด็นหนึ่งอย่างเน้นย้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้เป็นการยืนยันการกระทำในอดีตอย่างหนักแน่น: I ____ check the figures before I sent the report.

ดูคำตอบ

did

but Lenin deserves no credit for this. วลี

2:24

แต่เลนินก็ไม่สมควรได้รับเครดิตสำหรับเรื่องนี้

วลี

deserves no credit for this: ไม่สมควรได้รับความดีความชอบในเรื่องนี้

ในประโยคนี้ deserves no credit for this หมายถึง “ไม่ควรได้รับคำชมเชยหรือการยอมรับจากเรื่องนี้” คำว่า deserve ใช้ตัดสินว่าสิ่งใดยุติธรรมหรือสมควรได้รับ ส่วน for this ระบุการกระทำหรือผลลัพธ์ที่กำลังถูกประเมิน credit ในที่นี้หมายถึงคำชมเชยหรือการยอมรับต่อผลงาน ไม่ใช่เครดิตทางการเงิน วลีนี้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่ควรนับผลลัพธ์นั้นเป็นผลงานของเลนิน

แบบฝึกหัด

“Lenin deserves no credit for this” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. เลนินไม่ควรได้รับคำชมจากเรื่องนี้
  2. เลนินไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น
  3. เลนินไม่สามารถยืมเงินเพื่อเรื่องนี้ได้
ดูคำตอบ

เลนินไม่ควรได้รับคำชมจากเรื่องนี้

When the February 1917 uprisings finally forced the Tsar to abdicate, ไวยากรณ์

2:27

เมื่อการลุกฮือในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1917 บีบบังคับให้พระเจ้าซาร์ต้องสละราชสมบัติในที่สุด

ไวยากรณ์

forced the Tsar to abdicate: โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive

forced the Tsar to abdicate ใช้โครงสร้าง force + กรรม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้ใครบางคนต้องทำบางสิ่งเพราะแรงกดดันหรือสถานการณ์” the Tsar เป็นกรรม คือผู้ที่ถูกบังคับให้ลงมือ และ abdicate คือการกระทำนั้น abdicate เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการ ใช้เมื่อกษัตริย์หรือผู้ครองราชย์สละราชบัลลังก์ ถ้อยคำนี้นำเสนอว่าการลุกฮือเป็นสาเหตุภายนอกที่ทำให้ซาร์ลงมือ ไม่ใช่การตัดสินใจอย่างเสรี

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive ให้สมบูรณ์: The storm forced us ____ stay indoors.

ดูคำตอบ

to

Lenin was still exiled in Switzerland.

2:31

เลนินยังคงลี้ภัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์

So, who came to power? วลี

2:34

แล้วใครกันล่ะที่ขึ้นมามีอำนาจ?

วลี

came to power? — ถามว่าใครเริ่มปกครอง

come to power เป็นสำนวนทางการเมือง หมายถึง เริ่มปกครองหรือได้อำนาจควบคุมรัฐบาล ในคำถามนี้ who came to power? กำลังถามว่าบุคคลหรือกลุ่มใดกลายเป็นผู้ปกครอง คำว่า power ในที่นี้หมายถึงอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่ไฟฟ้าหรือกำลังทางกายภาพ สำนวนนี้เน้นการเปลี่ยนเข้าสู่ตำแหน่งผู้ปกครอง ไม่ได้เน้นเพียงว่าคนนั้นกำลังปกครองอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีความหมายว่าเริ่มปกครองให้สมบูรณ์: The opposition party came to ____ after the election.

ดูคำตอบ

power

The Duma formed a provisional government led by Alexander Kerensky, วัฒนธรรม

2:36

สภาดูมาได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวซึ่งนำโดย อเล็กซานเดอร์ เคเรนสกี

วัฒนธรรม

a provisional government — รัฐบาลชั่วคราวในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

a provisional government หมายถึงรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปกครองในช่วงเวลาจำกัดระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีระบบหรือรัฐบาลถาวร ในประโยคนี้ provisional บอกว่ารัฐบาลดังกล่าวเป็นรัฐบาลชั่วคราวและอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจจริง ในที่นี้ วลีดังกล่าวหมายถึงรัฐบาลที่สภาดูมาจัดตั้งขึ้นหลังจากซาร์สละราชบัลลังก์ และมีอเล็กซานเดอร์ เคเรนสกีเป็นผู้นำ ภูมิหลังสั้น ๆ นี้ช่วยอธิบายว่าทำไมจึงเรียกว่า provisional เพราะรัฐบาลทำหน้าที่ปกครองในช่วงก่อนที่ระเบียบการเมืองใหม่จะลงตัว

แบบฝึกหัด

a provisional government ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. รัฐบาลถาวรที่ไม่มีแผนจะเปลี่ยนแปลง
  2. รัฐบาลชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
  3. รัฐบาลที่ควบคุมเฉพาะการจ่ายไฟฟ้า
ดูคำตอบ

รัฐบาลชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

an incompetent bourgeois failure. การใช้คำ

2:40

ซึ่งเป็นพวกกระฎุมพีผู้ล้มเหลวและไร้ความสามารถ

การใช้คำ

bourgeois ในฐานะป้ายกำกับชนชั้นเชิงวิจารณ์

ในประโยคนี้ bourgeois เป็นป้ายกำกับทางชนชั้นเชิงอุดมการณ์ หมายถึงการอยู่ฝ่ายชนชั้นนายทุนหรือชนชั้นผู้ถือครองทรัพย์สิน ในข้อเขียนแนวปฏิวัติหรือมาร์กซิสต์ คำนี้มักมีน้ำเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่เพียงบอกระดับรายได้อย่างเป็นกลาง เมื่อใช้ร่วมกับ incompetent และ failure คำนี้จัดให้บุคคลดังกล่าวอยู่ฝ่ายที่นักปฏิวัติต่อต้าน และตำหนิทั้งจุดยืนทางชนชั้นและผลงานทางการเมือง ในที่นี้จึงไม่ควรตีความให้เหลือเพียง middle-class หรือ rich

แบบฝึกหัด

ในวลี an incompetent bourgeois failure คำว่า bourgeois ทำหน้าที่อย่างไร

  1. บอกว่าบุคคลนั้นมาจากเมืองหนึ่งในฝรั่งเศส
  2. บอกระดับรายได้ที่แน่นอนของบุคคลนั้นอย่างเป็นกลาง
  3. จัดบุคคลนั้นว่าอยู่ฝ่ายชนชั้นนายทุนและเพิ่มน้ำเสียงวิจารณ์
ดูคำตอบ

จัดบุคคลนั้นว่าอยู่ฝ่ายชนชั้นนายทุนและเพิ่มน้ำเสียงวิจารณ์

He even launched another failed offensive in the war

2:43

เขายังเป็นผู้เริ่มการโจมตีที่ล้มเหลวอีกครั้งในสงคราม

where Russia had already lost so much

2:46

ซึ่งเป็นสงครามที่รัสเซียสูญเสียไปมากพออยู่แล้ว

instead of ending it like the people wanted. ไวยากรณ์

2:49

แทนที่จะยุติมันลงตามที่ประชาชนต้องการ

ไวยากรณ์

instead of ending it: โครงสร้าง instead of + -ing

Instead of ending it ระบุการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing คือ ending ไม่ใช่ end หรือ to end ส่วน it หมายถึงสงคราม อนุประโยคหลักบอกการกระทำที่เกิดขึ้นจริง คือการเปิดฉากการรุกอีกครั้ง ขณะที่ instead of ending it บอกทางเลือกที่ประชาชนต้องการ ความขัดแย้งนี้ทำให้การวิจารณ์ชัดเจน แต่ instead of ก็ใช้บอกการเลือกทดแทนแบบเป็นกลางได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ apologize: Instead of ____, Maya blamed her teammate.

ดูคำตอบ

apologizing

It was a constitutional social democratic government, การใช้คำ

2:52

นั่นคือรัฐบาลสังคมประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

the most progressive of its time.

2:55

ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในยุคนั้น

การใช้คำ

constitutional social democratic government (รัฐบาลสังคมประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ)

ใน constitutional social democratic government คำว่า government เป็นคำนามหลัก ส่วน constitutional และคำขยายสองคำ social democratic อยู่ข้างหน้าและขยายรัฐบาลเดียวกัน โดย constitutional ชี้ถึงกรอบตามรัฐธรรมนูญ ส่วน social democratic ระบุขนบหรือแนวทางทางการเมือง เมื่อต้องทำความเข้าใจนามวลียาวแบบนี้ ให้หาคำนามหลักที่อยู่ท้ายสุดก่อน แล้วจึงไล่ดูคำขยายย้อนกลับมา ให้มอง social democratic เป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่แยกตีความตามความหมายทั่วไปของ social และ democratic

แบบฝึกหัด

ใน constitutional social democratic government คำว่า social democratic หมายถึงอะไร

  1. ระบุขนบหรือแนวทางทางการเมือง
  2. หมายความว่าการตัดสินใจทางสังคมทุกเรื่องทำโดยการลงคะแนนโดยตรง
  3. บอกว่ารัฐบาลเข้าสังคมเก่งและเป็นมิตร
ดูคำตอบ

ระบุขนบหรือแนวทางทางการเมือง

And it could have succeeded eventually ไวยากรณ์

2:57

และมันอาจจะประสบความสำเร็จได้ในท้ายที่สุด

if Lenin hadn't returned in April,

2:59

ถ้าเลนินไม่ได้กลับมาในเดือนเมษายน

ไวยากรณ์

could have succeeded ... if ... hadn't returned (เหตุการณ์สมมติที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต)

ประโยคนี้เสนอเหตุการณ์สมมติที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต โดยจินตนาการว่าเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นอีกแบบหนึ่ง If Lenin hadn't returned สื่อเป็นนัยว่าจริง ๆ แล้วเลนินกลับมา ส่วน could have succeeded บอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอดีตสมมตินั้น ใช้ could have + กริยาช่อง 3 สำหรับผลลัพธ์ในอดีตที่มีความเป็นไปได้แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และใช้ if + had not + กริยาช่อง 3 สำหรับเงื่อนไขในอดีตที่ไม่ตรงกับความจริง ในที่นี้ could สื่อถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน และไม่ได้เป็นการคาดการณ์อนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสมมติที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีตโดยใช้คำในวงเล็บ: The launch ____ if we ____ the software first. (could / go smoothly; test)

ดูคำตอบ

could have gone smoothly · had tested

sent by the Germans to undermine the Russian war effort and instigate riots. โน้ต

3:02

โดยถูกส่งตัวมาโดยเยอรมันเพื่อบ่อนทำลายความพยายามในการทำสงครามของรัสเซียและปลุกปั่นให้เกิดการจลาจล

การใช้คำ

Russian war effort: การระดมกำลังระดับชาติของรัสเซียเพื่อทำสงคราม

War effort หมายถึงทรัพยากรและการดำเนินงานทั้งหมดด้านการทหาร เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การส่งกำลังบำรุง และสังคมที่ประเทศหนึ่งทุ่มเทให้กับการทำสงคราม ในที่นี้ the Russian war effort หมายถึงศักยภาพและการระดมกำลังโดยรวมของรัสเซียเพื่อทำสงคราม ไม่ใช่ความพยายามส่วนตัวของชาวรัสเซียคนใดคนหนึ่ง ส่วน undermine it หมายถึงการทำให้ความพยายามระดับชาตินี้และความสามารถในการสู้รบต่อไปอ่อนแอลง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Russian war effort หมายถึงอะไร

  1. ความพยายามของประชาชนรัสเซียเพื่อป้องกันสงครามทุกชนิด
  2. ทรัพยากรและการดำเนินงานโดยรวมของรัสเซียเพื่อทำสงคราม
  3. ความพยายามส่วนตัวของทหารรัสเซียหนึ่งนายในการรบ
ดูคำตอบ

ทรัพยากรและการดำเนินงานโดยรวมของรัสเซียเพื่อทำสงคราม

วลี

instigate riots: จงใจยุยงให้เกิดจลาจลในที่สาธารณะ

To instigate riots หมายถึงการจงใจส่งเสริม ยั่วยุ หรือทำให้ความวุ่นวายในที่สาธารณะที่มีความรุนแรงเริ่มขึ้น Instigate แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดจากความตั้งใจและมักสมควรถูกตำหนิ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาว่ามีการยุยงอย่างแข็งขัน ไม่ใช่คำบอกเล่าที่เป็นกลางว่าใครหรือสิ่งใดเพียงทำให้เกิดจลาจล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ instigate ในความหมายที่เป็นทางการและเป็นลบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The report accused the organizer of instigating riots.
  2. She started the routine staff meeting at nine.
  3. The storm accidentally caused a flight delay.
ดูคำตอบ

The report accused the organizer of instigating riots.

Such slander. น้ำเสียง/เจตนา

3:07

ช่างเป็นการใส่ร้ายป้ายสีเสียนี่กระไร

น้ำเสียง/เจตนา

Such slander. ในฐานะคำโต้แย้งอย่างรุนแรง

Such slander. เป็นนามวลีเชิงอุทาน ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ ในบริบทนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “That claim is slander.” คือระบุโดยตรงว่าคำพูดของอีกฝ่ายเป็นการใส่ร้าย ไม่ใช่เพียงบอกว่าคำพูดนั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจาก slander หมายถึงข้อความเท็จที่ทำลายชื่อเสียงของใครบางคน วลีสั้นนี้จึงแสดงทั้งการปฏิเสธด้วยความโกรธและการกล่าวหากลับอย่างร้ายแรง โครงสร้าง Such + คำนาม ใช้ตัดสินอย่างเฉียบขาดได้ แต่ระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับคำนามที่เลือกใช้

แบบฝึกหัด

ในการโต้วาทีที่ดุเดือด Such slander. ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่นโดยระบุว่าเป็นการใส่ร้าย
  2. แก้ไขข้อเท็จจริงเล็กน้อยอย่างใจเย็น
  3. ขอให้อีกฝ่ายอธิบายข้อกล่าวหานั้น
ดูคำตอบ

ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่นโดยระบุว่าเป็นการใส่ร้าย

The July Days were a spontaneous and justified reaction against the government's failures. วลี

3:08

วิกฤตการณ์เดือนกรกฎาคมคือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเองและมีความชอบธรรมต่อความล้มเหลวของรัฐบาล

วลี

a justified reaction against ...: ปฏิกิริยาที่ชอบธรรมต่อสิ่งหนึ่ง

ใน a justified reaction against something คำว่า justified บอกว่าปฏิกิริยานั้นมีเหตุผลที่ดีและสามารถปกป้องได้ reaction เป็นคำนามหลัก ส่วน against นำหน้านโยบาย การกระทำ หรือสภาวะที่ถูกต่อต้านหรือขัดขืน ดังนั้น วลีนี้ไม่ได้เพียงรายงานการตอบสนอง แต่ยังแสดงจุดยืนสนับสนุนการตอบสนองนั้นด้วย ในประโยค spontaneous อธิบายว่าปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างไร ส่วน justified ประเมินว่าปฏิกิริยานั้นสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ระบุว่าปฏิกิริยานั้นต่อต้านสิ่งใด: The walkout was a justified reaction ____ repeated safety violations.

ดูคำตอบ

against

And Kerensky showed his true colors when he blamed Lenin สำนวน

3:15

และเคเรนสกีก็เผยธาตุแท้ออกมาเมื่อเขาโทษว่าเป็นความผิดของเลนิน

สำนวน

showed his true colors: เผยธาตุแท้

showed his true colors เป็นรูปอดีตของสำนวน show one's true colors หมายถึง พฤติกรรมของเขาเผยให้เห็นนิสัย แรงจูงใจ หรือจุดยืนที่แท้จริง โดยเฉพาะด้านลบที่เคยซ่อนอยู่ ในที่นี้ การกล่าวโทษ Lenin ถูกนำเสนอว่าเป็นการกระทำที่เปิดเผยจุดยืนทางการเมืองที่แท้จริงของ Kerensky คำว่า colors ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายความว่าหัวหน้างานเผยธาตุแท้: The supervisor ____ when he blamed an intern for his own mistake.

ดูคำตอบ

showed his true colors

and arrested and outlawed his Bolshevik Party, การใช้คำ

3:19

และจับกุมพร้อมทั้งประกาศให้พรรคบอลเชวิคของเขาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

การใช้คำ

outlawed his Bolshevik Party: ประกาศให้องค์กรผิดกฎหมาย

ใน outlawed his Bolshevik Party คำว่า outlawed เป็นคำกริยารูปอดีต หมายถึงการประกาศว่าพรรคนั้นผิดกฎหมายหรือสั่งห้ามด้วยกฎหมายหรืออำนาจทางการ his Bolshevik Party เป็นกรรมของคำกริยา outlaw ยังเป็นคำนามที่หมายถึงผู้หลบหนีหรืออาชญากรได้ด้วย แต่ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่นั้น รูป -ed ที่ตามด้วยกรรมแสดงว่าประโยคกำลังกล่าวถึงมาตรการอย่างเป็นทางการต่อองค์กร

แบบฝึกหัด

ในประโยค The government outlawed the group คำว่า outlawed หมายถึงอะไร

  1. วิจารณ์กลุ่มนั้นโดยไม่ได้สั่งห้าม
  2. ทำให้สมาชิกกลายเป็นผู้หลบหนี
  3. ประกาศว่ากลุ่มนั้นผิดกฎหมาย
ดูคำตอบ

ประกาศว่ากลุ่มนั้นผิดกฎหมาย

forcing him to flee into exile again. วลี

3:22

บีบบังคับให้เขาต้องหนีลี้ภัยไปอีกครั้ง

วลี

flee into exile: หนีและเข้าสู่ชีวิตพลัดถิ่น

To flee into exile หมายถึงการหนีจากอันตรายหรือแรงกดดัน แล้วต้องอยู่ห่างจากประเทศหรือบ้านเกิดของตน เพราะการกลับไปไม่ปลอดภัยหรือเป็นไปไม่ได้ flee เน้นการหลบหนีอย่างเร่งด่วน ส่วน into exile แสดงถึงสภาพการใช้ชีวิตพลัดถิ่นที่ตามมา ใน forcing him to flee into exile again คำว่า forcing แสดงว่านี่ไม่ใช่การเดินทางโดยสมัครใจหรือการย้ายบ้านตามปกติ สำนวนนี้พบได้บ่อยในการเล่าเรื่องการข่มเหงทางการเมือง สงคราม และการปราบปราม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนคงที่ที่หมายถึง “หนีจากอันตรายและเข้าสู่สภาพลี้ภัย”: After the coup, the dissident had to ____.

ดูคำตอบ

flee into exile

Some democracy. น้ำเสียง/เจตนา

3:24

นี่หรือประชาธิปไตย

น้ำเสียง/เจตนา

Some democracy.: การวิจารณ์แบบประชดด้วย Some + คำนาม

Some democracy. ในที่นี้ไม่ใช่วลีที่เป็นกลางซึ่งหมายถึง “ประชาธิปไตยแบบหนึ่ง” เนื่องจากรัฐบาลจับกุมและสั่งห้ามฝ่ายตรงข้าม ผู้พูดจึงใช้คำว่า democracy อย่างประชดเพื่อบอกว่าพฤติกรรมของรัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตยเลย รูปแบบสั้น ๆ Some + คำนาม สามารถเป็นคำประเมินเชิงเสียดสีที่สมบูรณ์ได้ โดยเอ่ยถึงบทบาทหรือคุณสมบัติหนึ่ง แต่สื่อว่าคนหรือสิ่งนั้นไม่คู่ควรกับชื่อนั้นอย่างยิ่ง บริบทและน้ำเสียงดูแคลนหรือไม่อยากเชื่อมักแสดงให้เห็นการกลับความหมายนี้

แบบฝึกหัด

หลังจากได้ยินว่ารัฐบาลจับกุมและสั่งห้ามฝ่ายตรงข้าม Some democracy. หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดชื่นชมประชาธิปไตยของรัฐบาลอย่างมาก
  2. ผู้พูดกำลังกล่าวถึงประชาธิปไตยประเภทหนึ่งอย่างเป็นกลาง
  3. การกระทำเหล่านี้ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย
ดูคำตอบ

การกระทำเหล่านี้ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย

It's a good thing the government collapsed under their own incompetence and greed วลี

3:26

นับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลล่มสลายลงเพราะความไร้ความสามารถและความโลภของพวกเขาเอง

วลี

ล่มสลายเพราะความไร้ความสามารถและความโลภของตนเอง

ในที่นี้ collapsed หมายถึงรัฐบาลล้มเหลวหรือสูญเสียอำนาจ ส่วน under ใช้เชื่อมไปยังสาเหตุภายในที่ทำให้รัฐบาลรับไม่ไหว ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ Their own เน้นความรับผิดชอบอย่างชัดเจนว่า ความไร้ความสามารถและความโลภมาจากผู้ที่บริหารรัฐบาลเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ collapse under + ภาระ แรงกดดัน หรือปัญหา ซึ่งหมายถึง “ล้มเหลวเพราะภาระหรือปัญหานั้นหนักเกินกว่าจะรับไหว”

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างอดีตของ collapse under one's own เติมประโยคให้สมบูรณ์: The company ____ debt and poor management.

ดูคำตอบ

collapsed under its own

when they tried to stage a military coup, วลี

3:30

เมื่อพวกเขาพยายามที่จะก่อรัฐประหารทางทหาร

วลี

stage a military ... coup: วางแผนและดำเนินการยึดอำนาจโดยทหาร

ในวลีเต็ม stage a military coup คำว่า stage เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จัดการและดำเนินการ” คำที่เน้นไว้ตามด้วย coup ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าพวกเขาพยายามจัดการยึดอำนาจรัฐบาลโดยทหาร ไม่ได้หมายถึงการนำบางอย่างขึ้นเวทีละคร โครงสร้าง stage + เหตุการณ์ ซึ่งนำไปใช้ในบริบทอื่นได้ แสดงว่าเหตุการณ์นั้นถูกวางแผนและจัดเตรียมอย่างจงใจ ในข่าวการเมือง stage a coup เป็นคำที่มักใช้คู่กัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคข่าวการเมืองด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “จัดการยึดอำนาจโดยทหาร”: The officers were arrested after they tried to ____.

ดูคำตอบ

stage a military coup

then had to ask the Bolsheviks for help when it backfired. การใช้คำ

3:33

แล้วต้องไปขอความช่วยเหลือจากพรรคบอลเชวิคเมื่อแผนการนั้นผิดพลาด

การใช้คำ

when it backfired: เมื่อการกระทำกลับให้ผลร้าย

ใน “when it backfired” คำว่า backfired หมายถึงแผนหรือการกระทำก่อนหน้านั้นให้ผลตรงข้ามกับที่ตั้งใจไว้ และทำให้ฝ่ายที่เริ่มลงมืออยู่ในสถานการณ์ที่แย่ลง คำสรรพนาม it หมายถึงแผนหรือการกระทำนั้น ไม่ได้หมายถึงอาวุธ ใจความสำคัญคือผลลัพธ์ย้อนกลับ การกระทำนั้นไม่เพียงแค่ล้มเหลว แต่ยังย้อนมาส่งผลเสียต่อผู้ที่ทำด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยารูปอดีตที่หมายถึง “ก่อผลเสียซึ่งตรงข้ามกับที่ตั้งใจไว้”: Her attempt to embarrass him ____ and made everyone support him.

ดูคำตอบ

backfired

After that, all Lenin had to do was return in October and take charge. โน้ต

3:37

หลังจากนั้น สิ่งที่เลนินต้องทำก็แค่กลับมาในเดือนตุลาคมและเข้ายึดอำนาจ

ไวยากรณ์

all Lenin had to do was return: ขั้นตอนเดียวที่ยังเหลืออยู่

โครงสร้าง all + บุคคล + had to do + was + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหนึ่งเป็นขั้นตอนเดียวที่จำเป็นหรือยังเหลืออยู่ ในประโยคนี้ return เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง was โครงสร้างนี้ยังนำเสนอว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นเรื่องง่าย เพราะเงื่อนไขอื่นพร้อมอยู่แล้ว นี่เป็นวิธีที่ผู้พูดนำเสนอสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อยืนยันตามความเป็นจริงว่าความสำเร็จทั้งหมดเกิดขึ้นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง all someone had to do was: All Noah ____ press the green button.

ดูคำตอบ

had to do was

วลี

take charge: เริ่มเป็นผู้นำและเข้าควบคุมสถานการณ์

take charge หมายถึงก้าวเข้ามารับบทผู้นำและเริ่มควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ เลนินกลับมาและเข้าควบคุมสถานการณ์ทางการเมือง ไม่ใช่เพียงเข้าร่วมเท่านั้น ในที่นี้ charge หมายถึงความรับผิดชอบและอำนาจ ไม่ได้หมายถึงการเรียกเก็บเงิน สามารถใช้วลีนี้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อบริบททำให้ชัดเจนอยู่แล้วว่าควบคุมสถานการณ์ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ take charge ในโครงสร้างที่ถูกต้อง: When the coach left suddenly, Maya had to ____ of the team.

ดูคำตอบ

take charge

The government was peacefully overthrown overnight. วลี

3:42

รัฐบาลถูกโค่นล้มอย่างสันติในชั่วข้ามคืน

วลี

overthrown overnight: ถูกโค่นจากอำนาจในเวลาอันสั้นมาก

overthrown เป็นรูป past participle ของ overthrow หมายถึงถูกขับออกจากอำนาจ เมื่อใช้กับ was จะเกิดโครงสร้าง passive โดยรัฐบาลเป็นฝ่ายถูกกระทำ ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำการกระทำนั้น overnight ขยายเหตุการณ์โค่นล้มและเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงใด อาจหมายถึงภายในหนึ่งคืนตามตัวอักษร หรือหมายกว้าง ๆ ว่า “ในเวลาอันสั้นมาก” ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าเหตุการณ์ใช้เวลาหนึ่งคืนพอดี

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้? The ruling council was overthrown overnight.

  1. สภาผู้ปกครองทำสิ่งของชิ้นหนึ่งล้มในเวลากลางคืน
  2. สภาผู้ปกครองทำงานตลอดทั้งคืน
  3. สภาผู้ปกครองถูกขับออกจากอำนาจอย่างรวดเร็วมาก
ดูคำตอบ

สภาผู้ปกครองถูกขับออกจากอำนาจอย่างรวดเร็วมาก

But what the Bolsheviks did after gaining power wasn't very peaceful.

3:46

แต่สิ่งที่พรรคบอลเชวิคทำหลังจากได้อำนาจมานั้นไม่ได้สันติเลยสักนิด

How many people did they execute without trial? การใช้คำ

3:50

พวกเขาประหารชีวิตคนไปเท่าไหร่โดยไม่มีการพิจารณาคดี?

การใช้คำ

without trial: โดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาคดี

ในที่นี้ without trial หมายถึง โดยที่ศาลไม่ได้ไต่สวนและตัดสินคดีของบุคคลนั้น ในบริบททางกฎหมายนี้ trial หมายถึงกระบวนการพิจารณาคดี ไม่ใช่การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ การทดลอง หรือความพยายาม วลีนี้ยังทำให้ execute มีความหมายว่า “ประหารชีวิต” ไม่ใช่เพียง “ดำเนินการ” โดยเน้นว่าการประหารเกิดขึ้นโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรม โดยทั่วไป without trial ใช้บรรยายการควบคุมตัว การลงโทษ หรือการประหารก่อนมีการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการได้

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของ without trial ในประโยคนี้: The prisoners were punished without trial.

  1. โดยที่ศาลไม่ได้ตัดสินคดีของพวกเขา
  2. โดยไม่ได้เข้าสอบ
  3. โดยไม่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่
ดูคำตอบ

โดยที่ศาลไม่ได้ตัดสินคดีของพวกเขา

And was it really necessary to murder the Tsar's entire family, น้ำเสียง/เจตนา

3:53

แล้วมันจำเป็นจริงๆ หรือที่ต้องสังหารราชวงศ์ของพระเจ้าซาร์ทั้งครอบครัว

even the children?

3:57

ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ?

น้ำเสียง/เจตนา

was it really necessary to murder: ตั้งคำถามว่าการกระทำนั้นชอบธรรมหรือไม่

โครงสร้าง Was it really necessary to + กริยารูปพื้นฐาน...? ถามว่าการกระทำหนึ่งจำเป็นหรือไม่ แต่บ่อยครั้งใช้เป็นคำถามเชิงตำหนิหรือท้าทาย มากกว่าจะเป็นการขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง really ทำให้ความสงสัยหนักแน่นขึ้น และมักบอกเป็นนัยว่าผู้พูดคิดว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็น ในประโยคนี้ murder เป็นคำกริยาที่แสดงการประณามอย่างรุนแรง เมื่อรวมกันแล้ว ถ้อยคำนี้สร้างแรงกดดันทางศีลธรรมต่อผู้ฟัง และตั้งคำถามว่าการฆ่าทั้งครอบครัวจะมีเหตุผลที่ชอบธรรมหรือไม่

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการโต้แย้ง Was it really necessary to...? มักเป็นเพียงการขอข้อมูลอย่างเป็นกลางโดยไม่มีความหมายเชิงวิจารณ์

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Russia was being attacked by foreign imperialists trying to restore the Tsar. การใช้คำ

3:59

รัสเซียกำลังถูกโจมตีโดยลัทธิจักรวรรดินิยมต่างชาติที่พยายามจะฟื้นฟูพระเจ้าซาร์กลับมา

การใช้คำ

foreign imperialists: ป้ายกำกับทางการเมืองที่มีนัยโจมตี

Foreign imperialists ไม่ได้หมายถึงเพียงคนจากประเทศอื่น imperialists เป็นคำที่ตีตราบุคคล รัฐ หรือกลุ่มอำนาจว่าแสวงหาการขยายอำนาจ การควบคุม หรือการแทรกแซงแบบจักรวรรดินิยม ส่วน foreign เน้นว่าพวกเขาเป็นกองกำลังจากภายนอก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางกรอบให้ฝ่ายโจมตีเป็นทั้งคนนอกและศัตรูทางอุดมการณ์ การเลือกคำนี้จึงสะท้อนมุมมองของผู้พูด ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดสะท้อนมุมมองที่แฝงอยู่ใน foreign imperialists ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. ป้ายกำกับทางการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์และกล่าวหากองกำลังภายนอกว่าแทรกแซงแบบจักรวรรดินิยม
  2. คำเรียกแบบเป็นกลางสำหรับทุกคนที่มาจากต่างประเทศ
  3. ศัพท์กฎหมายสำหรับนักการทูตที่ได้รับการรับรองจากอีกประเทศหนึ่ง
ดูคำตอบ

ป้ายกำกับทางการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์และกล่าวหากองกำลังภายนอกว่าแทรกแซงแบบจักรวรรดินิยม

Any royal heir that was rescued would be recognized as ruler by foreign governments. ไวยากรณ์

4:04

ทายาทราชวงศ์คนใดก็ตามที่ได้รับการช่วยเหลือจะได้รับการยอมรับให้เป็นผู้ปกครองจากรัฐบาลต่างชาติ

ไวยากรณ์

would be recognized as ruler by: การยอมรับในรูปกรรมวาจกภายใต้สถานการณ์สมมติ

ใน would be recognized as ruler by foreign governments โครงสร้าง would + be + กริยาช่องสามสร้างประโยคกรรมวาจกที่บอกผลซึ่งน่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขสมมติที่กล่าวไว้ นั่นคือรัชทายาทที่ได้รับการช่วยเหลือจะได้รับการยอมรับ recognize ในที่นี้หมายถึงการยอมรับสถานะหรือความชอบธรรมอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การจำใบหน้าที่คุ้นเคยได้ as ruler ระบุสถานะที่ได้รับการยอมรับ ส่วน by foreign governments ระบุฝ่ายที่ให้การยอมรับ

แบบฝึกหัด

ใช้ recognize เติมโครงสร้างกรรมวาจกเชิงสมมติให้สมบูรณ์: After the vote, Maya would ____ chair by the committee.

ดูคำตอบ

be recognized as

It would have been the end of everything the people had fought so hard to achieve. โน้ต

4:10

นั่นจะเป็นจุดจบของทุกสิ่งที่ประชาชนอุตส่าห์ต่อสู้ดิ้นรนมาอย่างยากลำบาก

ไวยากรณ์

would have been the end: ผลสมมติในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น

ในประโยคนี้ would have been the end บอกผลของสถานการณ์สมมติในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง กล่าวคือ หากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเกิดขึ้น ทุกสิ่งที่ผู้คนทำสำเร็จมาก็คงสูญหายหรือสิ้นสุดลง ผู้พูดไม่ได้บอกว่าจุดจบนั้นเกิดขึ้นจริง โครงสร้าง would have + past participle ชี้ถึงผลในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วน the end of ทำให้ผลที่จินตนาการไว้นั้นฟังดูเด็ดขาดและร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอจุดจบว่าเป็นผลร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในอดีต แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

  1. It was the end of the mission.
  2. It would be the end of the mission.
  3. It would have been the end of the mission.
ดูคำตอบ

It would have been the end of the mission.

วลี

fought so hard to achieve: ความพยายามอย่างมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมาย

ในที่นี้ fought เป็นรูปอดีตของ fight แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการต่อสู้ทางร่างกาย คำนี้หมายถึงการพยายามอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่องเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบาก so hard บอกระดับความเข้มข้นของความพยายาม ส่วน to achieve นำเข้าสู่เป้าหมาย โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ fight hard to achieve + เป้าหมาย และการเติม so จะเพิ่มน้ำหนักในการเน้น ในประโยคเดิม everything อยู่หน้าประโยคย่อยแสดงความสัมพันธ์ และเป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ achieve

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างด้วยรูปอดีตของ fight และวลี so hard: The activists ____ to achieve equal voting rights.

ดูคำตอบ

fought so hard

Besides, Lenin may not have given the order. ไวยากรณ์

4:13

นอกจากนี้ เลนินอาจจะไม่ได้เป็นคนสั่งการเรื่องนี้ก็ได้

ไวยากรณ์

may not have given: การปฏิเสธอดีตที่ยังไม่แน่นอน

ใน may not have given คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน โครงสร้าง may not have + กริยาช่อง 3 บอกว่าการกระทำในอดีตอาจไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ ผู้พูดยังเปิดความเป็นไปได้ว่าเลนินอาจไม่ได้ออกคำสั่ง ข้อความนี้มีน้ำหนักอ่อนกว่าการยืนยันด้วย did not ผู้พูดกำลังประเมินหลักฐานที่ยังไม่แน่นอน ไม่ได้ยืนยันเป็นข้อเท็จจริงว่าการกระทำนั้นไม่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการกระทำในอดีตอาจไม่ได้เกิดขึ้น

  1. The courier did not deliver the package.
  2. The courier may not have delivered the package.
  3. The courier may have delivered the package.
ดูคำตอบ

The courier may not have delivered the package.

But it was not only imperialists that the Bolsheviks killed. ไวยากรณ์

4:16

แต่ผู้ที่พรรคบอลเชวิคสังหารไม่ได้มีแค่พวกลัทธิจักรวรรดินิยมเท่านั้น

ไวยากรณ์

it was not only imperialists that: ขยายขอบเขตของกลุ่มที่เน้น

it was not only imperialists that ... เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งมีโครงสร้าง It was + ส่วนที่เน้น + that + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค ในที่นี้ not only imperialists เป็นกรรมที่ถูกเน้น หากใช้ลำดับคำปกติ ใจความจะเป็น“The Bolsheviks killed not only imperialists”ดังนั้น not only imperialists จึงไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ โครงสร้างนี้เน้นว่ากลุ่มที่กล่าวถึงไม่ใช่ทั้งหมด และเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีกลุ่มอื่นเพิ่มเข้ามา จึงทำให้ขอบเขตของข้อกล่าวกว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ it-cleft เพื่อเน้นว่ากำหนดส่งงานไม่ใช่เรื่องเดียวที่ทีมกังวล

  1. It was not only the deadline that worried the team.
  2. It was only the deadline that worried the team.
  3. The deadline was not the only thing that worried the team.
ดูคำตอบ

It was not only the deadline that worried the team.

What about the purges and executions of other socialist and anarchist parties, โน้ต

4:19

แล้วการกวาดล้างและประหารชีวิตพรรคการเมืองแนวคิดสังคมนิยมและอนาธิปไตยอื่นๆ ล่ะ

ลำดับความ

What about ...?:เพิ่มข้อโต้แย้งแย้งกลับในการอภิปราย

What about ...? ในประโยคนี้ใช้ยกอีกกรณีหนึ่งที่ข้อโต้แย้งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้อธิบาย ผู้พูดกำลังถามว่าคำกล่าวก่อนหน้านั้นจะอธิบายการกวาดล้างและการประหารชีวิตพรรคอื่น ๆ ได้อย่างไร ไม่ได้ขอข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้ ในบริบทการโต้เถียง วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยเพิ่มตัวอย่างที่ถูกละไว้หรือข้อโต้แย้งแย้งกลับ น้ำเสียงขึ้นอยู่กับบริบท ในประโยคนี้เป็นคำถามต่อเนื่องที่ท้าทายอีกฝ่าย แต่ในการสนทนาที่เป็นกลางก็อาจใช้เพียงเพื่อเพิ่มหัวข้อที่ลืมพูดถึงได้

แบบฝึกหัด

What about ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ยกกรณีที่ถูกละไว้ขึ้นมาเพื่อท้าทายข้อโต้แย้งก่อนหน้า
  3. ถามวิธีสะกดคำคำหนึ่ง
ดูคำตอบ

ยกกรณีที่ถูกละไว้ขึ้นมาเพื่อท้าทายข้อโต้แย้งก่อนหน้า

การใช้คำ

purges and executions:การปราบปรามทางการเมืองและการสังหาร

ในบริบททางการเมืองและประวัติศาสตร์นี้ purges หมายถึงความพยายามอย่างเป็นระบบที่จะกำจัดบุคคลหรือกลุ่มที่ถูกมองว่าไม่ซื่อสัตย์หรือเป็นภัยออกจากพรรค สถาบัน หรือโครงสร้างอำนาจ การกำจัดอาจรวมถึงการปลด การจับกุม การจำคุก หรือการขับออก ไม่ได้หมายถึงการทำความสะอาดทั่วไป executions หมายถึงการสังหารที่ดำเนินการในฐานะการลงโทษหรือการปราบปราม ซึ่งมักเกิดขึ้นตามคำสั่งอย่างเป็นทางการ เมื่อนำ purges and executions มาใช้ร่วมกัน จะหมายถึงรูปแบบของความรุนแรงทางการเมืองเชิงสถาบัน ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติต่อพรรคเหล่านั้นเป็นมากกว่าการแข่งขันทางการเมืองทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ purges and executions หมายถึงอะไร

  1. การกำจัดผู้ที่ตกเป็นเป้าทางการเมืองและการสังหารในฐานะการลงโทษ
  2. การทำความสะอาดทั่วไปและการดำเนินงานหนึ่งอย่าง
  3. การเลือกตั้งอย่างสันติและการเจรจาระหว่างพรรค
ดูคำตอบ

การกำจัดผู้ที่ตกเป็นเป้าทางการเมืองและการสังหารในฐานะการลงโทษ

their old allies?

4:23

ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรเก่าของพวกเขาเอง?

What about the Tambov rebellion,

4:25

แล้วเรื่องกบฏตามบอฟล่ะ

where peasants resisting grain confiscation were killed with poison gas? การใช้คำ

4:26

ที่ซึ่งชาวนาที่ต่อต้านการยึดธัญพืชถูกสังหารด้วยแก๊สพิษ?

การใช้คำ

grain confiscation: การบังคับยึดธัญพืช

grain confiscation หมายถึงการที่รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจอื่นบังคับยึดธัญพืชไป confiscation ไม่ใช่การซื้อขายตามปกติหรือการบริจาคโดยสมัครใจ เจ้าของจึงไม่มีอิสระที่จะปฏิเสธ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุสิ่งที่ชาวนากำลังต่อต้าน จึงอธิบายสาเหตุโดยตรงของการกบฏที่กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ในบริบททางการเมืองหรือสงคราม grain confiscation หมายถึงอะไร?

  1. ชาวนาขายธัญพืชโดยสมัครใจ
  2. คนงานรวบรวมธัญพืชที่มีผู้บริจาค
  3. ผู้มีอำนาจบังคับยึดธัญพืช
ดูคำตอบ

ผู้มีอำนาจบังคับยึดธัญพืช

Or sending the army to crush the workers in Kronstadt การใช้คำ

4:32

หรือการส่งกองทัพไปบดขยี้กลุ่มคนงานในครอนสตัดท์

การใช้คำ

crush the workers: ใช้กำลังปราบปรามคนกลุ่มหนึ่ง

ใน crush the workers คำว่า crush ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือใช้กำลังที่เหนือกว่าอย่างมากเพื่อเอาชนะหรือปราบปรามคนงานและไม่ให้ต่อต้านต่อไป ไม่ได้หมายถึงการกดคนให้แบนในทางกายภาพ การกล่าวถึงการส่งกองทัพทำให้ความหมายทางการเมืองชัดเจน และทำให้ crush มีน้ำเสียงรุนแรงและแข็งกร้าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ crush ในความหมายเดียวกับ crush the workers?

  1. She crushed the ice for the drinks.
  2. The government used force to crush the uprising.
  3. The box was crushed under the truck.
ดูคำตอบ

The government used force to crush the uprising.

who were demanding democratic self-management? การใช้คำ

4:34

ผู้ซึ่งเรียกร้องการบริหารจัดการตนเองตามระบอบประชาธิปไตย?

การใช้คำ

demanding democratic self-management: การเรียกร้องการบริหารตนเองแบบประชาธิปไตย

ในบริบททางการเมืองและองค์กรนี้ democratic self-management หมายถึงการที่สมาชิกของกลุ่มร่วมกันบริหารกิจการของตนผ่านการตัดสินใจแบบประชาธิปไตย แทนที่จะถูกควบคุมทั้งหมดโดยอำนาจจากภายนอก demanding แสดงว่าพวกเขากำลังยื่นข้อเรียกร้องที่ชัดเจนและหนักแน่นเพื่อให้มีระบบนี้ ไม่ใช่เพียงบอกว่าชอบแนวคิดดังกล่าว ในที่นี้ self-management หมายถึงการปกครองตนเองโดยกลุ่ม ไม่ใช่การบริหารเวลาหรือการมีวินัยส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ คนเหล่านี้กำลังเรียกร้องอะไร?

  1. ให้แต่ละคนจัดตารางเวลาส่วนตัวได้ดีขึ้น
  2. ให้สมาชิกบริหารกิจการส่วนรวมของตนอย่างเป็นประชาธิปไตย
  3. ให้ผู้จัดการที่ได้รับแต่งตั้งหนึ่งคนตัดสินใจทุกอย่าง
ดูคำตอบ

ให้สมาชิกบริหารกิจการส่วนรวมของตนอย่างเป็นประชาธิปไตย

Was this still fighting for the people? ลำดับความ

4:37

แบบนี้ยังเรียกว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาชนอยู่อีกหรือ?

ลำดับความ

fighting for the people?: การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

ในการถกเถียงทางการเมือง fighting for the people หมายถึงการทำงาน ต่อสู้ หรือดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการต่อสู้ทางกายภาพตามตัวอักษร คำว่า for ระบุว่า the people คือกลุ่มที่มีการกล่าวอ้างว่ากำลังปกป้องผลประโยชน์อยู่ คำถาม Was this still...? จัดลำดับข้อโต้แย้งโดยนำการกระทำมาเปรียบเทียบกับจุดประสงค์ที่ประกาศไว้ คำถามนี้แสดงความสงสัยมากกว่าจะถามอย่างเป็นกลาง โดยผู้พูดสื่อว่าการกระทำนั้นอาจทรยศต่อเป้าหมายในการรับใช้ประชาชนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

คำถามนี้กำลังตั้งข้อสงสัยเรื่องใดเป็นหลัก?

  1. การกระทำนั้นยังรับใช้ผลประโยชน์ของประชาชนอยู่หรือไม่
  2. ประชาชนรู้วิธีต่อสู้ทางกายภาพหรือไม่
  3. มีการต่อสู้เกิดขึ้นต่อหน้าฝูงชนหรือไม่
ดูคำตอบ

การกระทำนั้นยังรับใช้ผลประโยชน์ของประชาชนอยู่หรือไม่

Yes.

4:40

ใช่

The measures were difficult, but it was a difficult time. ลำดับความ

4:41

มาตรการต่างๆ อาจจะดูรุนแรง แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ลำดับความ

“The measures were difficult, but it was a difficult time”: การยอมรับข้อเสียและการให้เหตุผล

อนุประโยคแรกยอมรับข้อเท็จจริงด้านลบว่า มาตรการเหล่านั้น difficult ซึ่งอาจหมายถึงรุนแรง สร้างความเจ็บปวด หรือยอมรับได้ยาก จากนั้น but ก็เปลี่ยนความสนใจไปยังสภาพการณ์ที่ยากลำบากของยุคนั้น นี่เป็นรูปแบบการยอมรับข้อเสียแล้วให้เหตุผลสนับสนุน กล่าวคือ ยอมรับคำวิจารณ์ก่อน แล้วจึงให้บริบทที่ทำให้การกระทำนั้นดูเข้าใจได้มากขึ้น แต่ไม่ได้ลบล้างคำวิจารณ์หรือพิสูจน์ว่ามาตรการนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความนี้ถูกหรือผิด: ใน “The policy was damaging, but the country was in crisis,” อนุประโยคที่สองปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่านโยบายสร้างความเสียหาย

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

The new government needed to secure itself while being attacked from all sides, วลี

4:44

รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องปกป้องตนเองในขณะที่ถูกโจมตีจากทุกทิศทุกทาง

วลี

secure itself: ทำให้องค์กรปลอดภัยและมั่นคง

ในที่นี้ secure เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึง “ทำให้ปลอดภัยหรือมั่นคง” สรรพนามสะท้อนกลับ itself อ้างกลับไปที่ the new government ดังนั้น secure itself จึงหมายถึงการปกป้องรัฐบาลและเสริมความสามารถให้ดำรงอยู่ต่อไป ในภาษาที่ใช้พูดถึงวิกฤตการเมือง secure มักหมายถึงมากกว่าการป้องกันอันตรายเฉพาะหน้า โดยอาจสื่อถึงการสร้างการควบคุม ความมั่นคง หรือความต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึง “ยืนยันตนเอง” หรือ “แน่ใจ”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The nonprofit strengthened its emergency fund to secure itself against future crises,” secure itself หมายถึงอะไร

  1. ยืนยันอัตลักษณ์ขององค์กร
  2. ทำให้องค์กรปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้น
  3. เก็บองค์กรไว้เป็นความลับ
ดูคำตอบ

ทำให้องค์กรปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้น

so that the socialist order could be established. ไวยากรณ์

4:48

เพื่อที่จะสามารถสถาปนาระเบียบสังคมนิยมได้

ไวยากรณ์

so that ... could be established: จุดประสงค์และรูปถูกกระทำ

So that ใช้นำอนุประโยคบอกจุดประสงค์ โดยบอกว่าเป้าหมายของการกระทำก่อนหน้าคืออะไร ในที่นี้เป้าหมายคือการทำให้ระเบียบสังคมนิยมเกิดขึ้น Could be established เป็นโครงสร้างกริยาช่วยในรูปถูกกระทำ: could + be + กริยาช่องสาม จุดเน้นอยู่ที่การที่ระเบียบถูกสถาปนา ไม่ใช่ตัวบุคคลหรือกลุ่มที่สถาปนาระเบียบนั้น ในรูปแบบนี้ could แสดงผลที่การกระทำก่อนหน้ามุ่งทำให้เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่ใช้บอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: The committee revised the rules ____ a fair process could be established.

ดูคำตอบ

so that

And what good came of this socialist order? น้ำเสียง/เจตนา

4:51

แล้วระเบียบสังคมนิยมนี้สร้างสิ่งดีๆ อะไรบ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

what good came of ...?: ตั้งคำถามถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น

What good came of ...? ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ที่นี่ come of หมายถึงเกิดจากหรือเกิดขึ้นเป็นผลตามมาจากบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ ในบริบทนี้ คำถามเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความกังขา ผู้พูดกำลังท้าทายคุณค่าที่กล่าวอ้างของระเบียบสังคมนิยม และบอกเป็นนัยว่าแทบไม่มีหรือไม่มีผลดีเกิดขึ้นเลย รูปประโยคเดียวกันอาจเป็นคำถามจริงในบริบทอื่นได้ โดยต้องพิจารณาน้ำเสียงและข้อโต้แย้งรอบข้าง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก

  1. ตั้งคำถามว่าระเบียบนั้นก่อให้เกิดประโยชน์จริงหรือไม่
  2. ถามว่าระเบียบนั้นเคลื่อนที่มาจากที่ใด
  3. เฉลิมฉลองความสำเร็จของระเบียบนั้น
ดูคำตอบ

ตั้งคำถามว่าระเบียบนั้นก่อให้เกิดประโยชน์จริงหรือไม่

Even after the Civil War was won, ลำดับความ

4:54

แม้กระทั่งหลังจากได้รับชัยชนะในสงครามกลางเมือง

ลำดับความ

Even after the Civil War was won: ความขัดแย้งระหว่างความคาดหวังกับสิ่งที่ยังดำเนินต่อ

Even after บอกจุดเวลาและเพิ่มความหมายเชิงยอมรับแต่ขัดกับความคาดหมาย โดยส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าสถานการณ์ถัดไปยังดำเนินต่อ แม้ตามเหตุผลแล้วชัยชนะในสงครามกลางเมืองน่าจะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป โครงสร้างกรรมวาจก the Civil War was won วางชัยชนะเป็นจุดเปลี่ยนที่คาดหวังโดยไม่ระบุว่าใครเป็นฝ่ายชนะ วลีนี้ทำหน้าที่ปูเข้าสู่ประโยคหลัก และยังไม่ได้บอกว่าอะไรดำเนินต่อ

แบบฝึกหัด

“Even after the Civil War was won” ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินเนื้อหาแบบใดต่อไป?

  1. สงครามยังไม่ชนะในเวลานั้น
  2. สถานการณ์หนึ่งยังดำเนินต่อแม้ได้รับชัยชนะแล้ว ซึ่งขัดกับความคาดหมาย
  3. ชัยชนะเกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์นั้นจบลง
ดูคำตอบ

สถานการณ์หนึ่งยังดำเนินต่อแม้ได้รับชัยชนะแล้ว ซึ่งขัดกับความคาดหมาย

there were famines, repression, and millions executed or sent to die in camps, วลี

4:56

ก็ยังมีความอดอยาก การปราบปราม และคนนับล้านถูกประหารชีวิตหรือถูกส่งไปตายในค่ายกักกัน

วลี

sent to die in camps: ถูกบังคับให้ไปสู่ชะตากรรมที่ถึงตาย

ใน millions executed or sent... ทั้ง executed และ sent บอกสิ่งที่คนเหล่านั้นถูกกระทำ สามารถคลี่ข้อความย่อได้เป็น millions were executed or millions were sent ดังนั้น sent จึงมีความหมายแบบกรรมวาจกและไม่ได้สื่อว่าพวกเขาเดินทางไปโดยสมัครใจ กริยารูป infinitive to die นำเสนอความตายว่าเป็นชะตากรรมที่ผู้ส่งมุ่งหมายหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังถูกส่งไปยังค่าย ไม่ใช่งานทั่วไป ในบริบทประวัติศาสตร์นี้ camps หมายถึงค่ายกักกันหรือค่ายแรงงานบังคับ วลีนี้จึงบรรยายการบังคับและความทุกข์ของผู้คนจำนวนมากด้วยน้ำเสียงที่หนักหน่วง

แบบฝึกหัด

“sent to die in camps” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาได้รับมอบหมายงานทั่วไปในค่ายพักผ่อน
  2. พวกเขาถูกบังคับให้ไปยังค่ายซึ่งความตายเป็นผลที่มุ่งหมายหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น
  3. พวกเขาเลือกไปเที่ยวค่ายและกลับมาอย่างปลอดภัยในภายหลัง
ดูคำตอบ

พวกเขาถูกบังคับให้ไปยังค่ายซึ่งความตายเป็นผลที่มุ่งหมายหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น

while Lenin's successor, Stalin,

5:01

ในขณะที่ โจเซฟ สตาลิน ผู้สืบทอดอำนาจของเลนิน

established a cult of personality and absolute power. วัฒนธรรม

5:03

ได้สร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลและอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขึ้นมา

วัฒนธรรม

a cult of personality: การบูชาผู้นำทางการเมืองอย่างเป็นระบบ

a cult of personality หมายถึงการยกย่องเชิดชูผู้นำทางการเมืองคนหนึ่งอย่างเป็นระบบ การโฆษณาชวนเชื่อ สัญลักษณ์ และคำสรรเสริญที่ย้ำซ้ำ ๆ ทำให้ผู้นำดูพิเศษ เป็นวีรบุรุษ และยากจะถูกตั้งคำถาม ในประโยคนี้ established หมายถึงระบบการบูชาผู้นำดังกล่าวถูกสร้างและทำให้มั่นคงขึ้นควบคู่กับอำนาจเบ็ดเสร็จ ตรงนี้ cult ไม่ได้หมายถึง “ลัทธิทางศาสนา” อย่างเดียว ทั้งวลีเป็นศัพท์การเมืองที่มีความหมายเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในบริบททางการเมือง a cult of personality โดยทั่วไปหมายถึงอะไร?

  1. พิธีกรรมทางศาสนาขนาดเล็กที่มีบุคคลหนึ่งเป็นศูนย์กลาง
  2. ระบบที่ยกย่องผู้นำว่าเป็นบุคคลพิเศษและอยู่เหนือคำวิจารณ์
  3. การยอมรับตามปกติของประชาชนต่อผู้นำที่ประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ

ระบบที่ยกย่องผู้นำว่าเป็นบุคคลพิเศษและอยู่เหนือคำวิจารณ์

That wasn't the plan.

5:07

นั่นไม่ได้อยู่ในแผนเสียหน่อย

Lenin never cared for personal gains. วลี

5:09

เลนินไม่เคยสนใจผลประโยชน์ส่วนตน

วลี

cared for personal gains: ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเอง

ใน cared for personal gains คำว่า care for หมายถึง “สนใจหรือให้ความสำคัญ” ไม่ใช่ “ดูแล” ส่วน personal gains คือผลประโยชน์ เช่น เงิน สถานะ หรืออำนาจ ที่ช่วยให้ฐานะของตนเองดีขึ้น เนื่องจาก never ปฏิเสธ cared for ประโยคนี้จึงนำเสนอว่าเลนินไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ของตนเอง การใช้ care for แบบนี้ช่วยบอกได้ว่าแรงจูงใจของคนคนหนึ่งมาจากการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใน “Maya never cared for personal gains,” คำว่า cared for หมายถึงอะไร?

  1. สนใจหรือให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเธอเอง
  2. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการแบ่งผลกำไร
  3. ดูแลผลประโยชน์ที่เป็นของเธอ
ดูคำตอบ

สนใจหรือให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเธอเอง

Even his enemies admitted that he fully believed in his cause, วลี

5:11

แม้แต่ศัตรูของเขาก็ยังยอมรับว่าเขาเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของตนอย่างเต็มเปี่ยม

วลี

believed in his cause: ความมุ่งมั่นต่ออุดมการณ์

believed in his cause หมายถึงเขาเชื่ออย่างจริงใจว่าภารกิจหรืออุดมการณ์ที่เขาสนับสนุนนั้นถูกต้องและควรค่าแก่การมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ ในที่นี้ cause หมายถึงอุดมการณ์หรือภารกิจที่คนคนหนึ่งลงมือทำเพื่อมัน ไม่ใช่ “สาเหตุ” ที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น คำแสดงความเป็นเจ้าของ his เชื่อม cause กับผู้ที่ยึดถือและผลักดันอุดมการณ์นั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นเจ้าของมัน ส่วน fully ในวลีเต็มช่วยเน้นว่าความมุ่งมั่นของเขาจริงใจและเต็มที่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ his cause หมายถึงอะไร

  1. งานเล็ก ๆ ที่เขาต้องทำให้เสร็จ
  2. สาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
  3. ภารกิจหรืออุดมการณ์ที่เขามุ่งมั่นสนับสนุน
ดูคำตอบ

ภารกิจหรืออุดมการณ์ที่เขามุ่งมั่นสนับสนุน

living modestly and working tirelessly ลำดับความ

5:14

ใช้ชีวิตอย่างสมถะและทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ลำดับความ

living modestly and working tirelessly: ส่วนเสริม -ing ที่เชื่อมขนานกัน

อนุประโยค -ing ที่เชื่อมขนานกันสองส่วน คือ living modestly และ working tirelessly มีประธานที่ละไว้ร่วมกัน ซึ่งก็คือชายที่กล่าวถึงในอนุประโยคก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีประธานที่ระบุชัดและไม่มีกริยาแท้ จึงไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ เมื่อวางไว้หลังเครื่องหมายจุลภาค ทั้งสองส่วนจะช่วยเสริมคำบรรยายอย่างกระชับว่าเขาใช้ชีวิตและทำงานอย่างไร ในงานเขียนชีวประวัติ โครงสร้างนี้ทำให้การกระทำสองอย่างกลายเป็นข้อมูลสนับสนุนลักษณะนิสัยของบุคคลได้โดยไม่ต้องเพิ่มประโยคเต็มอีกประโยค

แบบฝึกหัด

living modestly and working tirelessly มีหน้าที่หลักทางโครงสร้างอย่างไร

  1. สร้างประโยคอิสระใหม่ที่มีประธานใหม่
  2. อธิบายว่าศัตรูของบุคคลนั้นกำลังทำอะไร
  3. เสริมคำบรรยายอย่างกระชับว่าบุคคลคนเดิมใช้ชีวิตและทำงานอย่างไร
ดูคำตอบ

เสริมคำบรรยายอย่างกระชับว่าบุคคลคนเดิมใช้ชีวิตและทำงานอย่างไร

from his student days until his too early death.

5:17

ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาไปจนกระทั่งเขาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร

He saw how power-hungry Stalin was and tried to warn the party. การใช้คำ

5:20

เขามองเห็นว่าสตาลินมีความกระหายอำนาจมากแค่ไหน และได้พยายามตักเตือนพรรคแล้ว

การใช้คำ

power-hungry: ความกระหายอำนาจที่มากเกินไป

power-hungry เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายขีดกลาง หมายถึงอยากได้ รักษา หรือควบคุมอำนาจอย่างรุนแรง คำว่า hungry ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงความต้องการอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงความหิวอาหาร ในประโยคนี้ คำดังกล่าวตัดสินแรงจูงใจของสตาลินในแง่ลบอย่างชัดเจน สามารถวางหลังคำกริยาเชื่อมได้ เช่น He is power-hungry. หรือวางหน้าคำนามได้ เช่น a power-hungry leader

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ power-hungry leader มากที่สุด

  1. ผู้นำที่หิวเพราะไม่ได้กินอาหารกลางวัน
  2. ผู้นำที่พยายามควบคุมผู้อื่นให้มากขึ้นอยู่เสมอ
  3. ผู้นำที่เต็มใจมอบอำนาจทั้งหมดให้ผู้อื่น
ดูคำตอบ

ผู้นำที่พยายามควบคุมผู้อื่นให้มากขึ้นอยู่เสมอ

But it was too late. วลี

5:24

แต่มันก็สายเกินไป

วลี

it was too late: โอกาสลงมือทำได้ผ่านไปแล้ว

It was too late หมายความว่าโอกาสที่ยังทันสำหรับการลงมือทำ ป้องกันบางสิ่ง หรือเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ผ่านไปแล้ว too ในที่นี้หมายถึง “เกินจุดที่ยอมรับได้หรือยังมีประโยชน์” ไม่ได้หมายถึง “ด้วย” และ it กล่าวถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง การขึ้นต้นด้วย But เปลี่ยนเรื่องจากความพยายามก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ กล่าวคือ ความพยายามนั้นไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้อีก โดยทั่วไป but it was too late เป็นประโยคปิดเรื่องแบบสั้นที่บอกว่าผลลัพธ์ไม่อาจย้อนกลับได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงโอกาสในการลงมือทำได้ผ่านไปแล้ว: By the time Lena reached the station, the last train had left. It was ____.

ดูคำตอบ

too late

And the decades of totalitarianism that followed after? การใช้คำ

5:25

แล้วทศวรรษแห่งลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จที่ตามมาหลังจากนั้นล่ะ?

การใช้คำ

totalitarianism: การควบคุมชีวิตสาธารณะและชีวิตส่วนตัวอย่างครอบคลุม

totalitarianism หมายถึง “ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ” หรือ “ลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จ” ซึ่งเป็นระบบการเมืองที่รัฐหรือพรรครัฐบาลพยายามควบคุมทั้งชีวิตสาธารณะและชีวิตส่วนตัวอย่างครอบคลุม ไม่ใช่แค่ควบคุมอำนาจทางการเมืองเท่านั้น การควบคุมอาจครอบคลุมการศึกษา สื่อ วัฒนธรรม การทำงาน และความเชื่อส่วนบุคคล โดยมักอาศัยอุดมการณ์เดียวและการปราบปรามกิจกรรมที่เป็นอิสระ ในประโยคนี้ totalitarianism เป็นคำประเมินทางการเมืองที่รุนแรงต่อช่วงเวลาหลายทศวรรษที่ตามมา คำนี้มองช่วงเวลาดังกล่าวว่าเป็นยุคที่รัฐควบคุมสังคมอย่างครอบคลุม ไม่ใช่เพียงยุครัฐบาลที่เข้มงวดหรือเป็นอำนาจนิยมเท่านั้น

แบบฝึกหัด

แนวคิดใดเป็นแก่นสำคัญที่สุดของ totalitarianism?

  1. การควบคุมชีวิตสาธารณะและชีวิตส่วนตัวอย่างครอบคลุมโดยรัฐหรือผู้มีอำนาจปกครอง
  2. ข้อขัดแย้งระยะสั้นระหว่างพรรคการเมือง
  3. รัฐบาลที่เพียงจัดการเลือกตั้งตามปกติ
ดูคำตอบ

การควบคุมชีวิตสาธารณะและชีวิตส่วนตัวอย่างครอบคลุมโดยรัฐหรือผู้มีอำนาจปกครอง

You can call it that. น้ำเสียง/เจตนา

5:29

คุณจะเรียกแบบนั้นก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

You can call it that. ... การยอมรับคำเรียกอย่างมีข้อสงวน

ตามความหมายตรงตัว You can call it that. คือการอนุญาตให้ใช้ชื่อเรียกหรือคำบรรยายหนึ่งได้ ในการสนทนา ประโยคนี้มักหมายความว่า “ถ้าคุณอยากเรียกแบบนั้น ก็เรียกได้” ขณะที่ผู้พูดยังคงเว้นระยะจากคำเรียกนั้นอยู่บ้าง ในประโยคนี้ ประโยคดังกล่าวตอบรับคำอธิบายที่พูดไปก่อนหน้า ผู้พูดยอมให้ใช้คำนี้ได้ แต่ไม่ได้รับรองหรือเห็นด้วยกับคำนั้นอย่างเต็มที่

แบบฝึกหัด

แบบตัดสิน: You can call it that. แสดงความเห็นด้วยอย่างอบอุ่นและเต็มที่กับคำเรียกนั้นเสมอ

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

But it was Lenin's efforts that changed Russia in a few decades

5:30

แต่เป็นความพยายามของเลนินต่างหากที่เปลี่ยนแปลงรัสเซียภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ

from a backward and undeveloped monarchy full of illiterate peasants ไวยากรณ์

5:34

จากระบอบกษัตริย์ที่ล้าหลังและด้อยพัฒนา ซึ่งเต็มไปด้วยชาวนาที่ไม่รู้หนังสือ

to a modern industrial superpower

5:39

กลายเป็นมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมสมัยใหม่

ไวยากรณ์

change ... from A to B: เปลี่ยนจาก A ไปเป็น B

โครงสร้าง from A to B ใช้ระบุสภาพเริ่มต้นและสภาพสุดท้าย ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเติมความหมายให้ changed Russia โดย Russia คือสิ่งที่ได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลง วลียาวหลัง from คือสภาพเดิม และวลีหลัง to คือสภาพภายหลัง กรอบนี้ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงระหว่างก่อนและหลังได้ชัดเจน สามารถใช้เรียบเรียงคำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ การเติบโตของบุคคล การเปลี่ยนแปลงของข้อมูล หรือพัฒนาการขององค์กรได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ระบุสภาพเริ่มต้นและสภาพสุดท้ายให้ประโยคสมบูรณ์: The town changed ____ a quiet village ____ a busy tourist center.

ดูคำตอบ

from · to

with one of the world's best educated populations, วลี

5:42

ที่มีประชากรที่ได้รับการศึกษาดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

วลี

one of the world's best educated populations: one of + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์

โครงสร้าง one of + ขอบเขต + ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งรายจากกลุ่มที่อยู่ในอันดับสูงสุดภายในขอบเขตนั้น ในที่นี้ the world's กำหนดขอบเขตของการเปรียบเทียบ best educated ขยาย populations และทั้งวลีบอกว่าประชากรกลุ่มนี้อยู่ในบรรดากลุ่มประชากรที่มีการศึกษาสูงที่สุดในโลก คำนามหลัง one of ใช้รูปพหูพจน์ เพราะเป็นชื่อของกลุ่มใหญ่ที่เลือกสมาชิกหนึ่งรายออกมา จึงต้องใช้ populations ไม่ใช่ population ในที่นี้ population หมายถึงผู้คนในประเทศหรือภูมิภาคหนึ่งเมื่อมองเป็นกลุ่มเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ population เพื่อเติมโครงสร้าง one of + ขั้นสูงสุดให้สมบูรณ์: The country has one of the world's best educated ____.

ดูคำตอบ

populations

unprecedented opportunities for women, วลี

5:46

เปิดโอกาสให้ผู้หญิงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

วลี

unprecedented opportunities for ...: โอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับ ...

“Unprecedented opportunities for + บุคคล/กลุ่ม” หมายถึงบุคคลหรือกลุ่มนั้นสามารถเข้าถึงโอกาสที่ไม่เคยมีแบบเดียวกันมาก่อน unprecedented หมายถึง “ไม่เคยเป็นที่รู้จักหรือพบเห็นมาก่อน” ไม่ได้หมายเพียงว่า “มีมาก” หรือ “ยอดเยี่ยม” คำบุพบท for ระบุว่าใครสามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสเหล่านั้น ในประโยคนี้กลุ่มดังกล่าวคือ women

แบบฝึกหัด

ในวลี “unprecedented opportunities for women” คำว่า unprecedented เน้นความหมายใด?

  1. โอกาสเหล่านี้ไม่เคยมีแบบอย่างที่เทียบเคียงได้มาก่อน
  2. มีโอกาสจำนวนมาก แต่เคยมีโอกาสคล้ายกันมาก่อนแล้ว
  3. ผู้หญิงทุกคนได้รับการรับประกันว่าจะได้โอกาสเหล่านี้
ดูคำตอบ

โอกาสเหล่านี้ไม่เคยมีแบบอย่างที่เทียบเคียงได้มาก่อน

and some of the most important scientific advancements of the century.

5:49

และมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดบางประการแห่งศตวรรษ

Life may not have been luxurious, ลำดับความ

5:53

ชีวิตอาจไม่ได้หรูหราสุขสบาย

but nearly everyone had a roof over their head and food on their plate, สำนวน

5:54

แต่แทบทุกคนก็มีหลังคาคุ้มหัวและมีอาหารประทังชีวิต

ลำดับความ

may not have been ..., but ...: ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงเน้นประเด็นหลัก

รูปแบบ “may not have been A, but B” ยอมรับ A ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนจุดสนใจไปที่ B ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับว่าชีวิตไม่ได้หรูหรา และทำให้ความมั่นคงด้านปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวหลัง “but” เป็นประเด็นหลัก “May not have been” ใช้โครงสร้าง may + not + have + กริยาช่องที่สาม เพื่อกล่าวถึงอดีตอย่างระมัดระวัง ในรูปแบบแสดงการยอมรับข้อจำกัดนี้ มักฟังดูไม่ตรงหรือเด็ดขาดเท่า “was not” แต่น้ำหนักหลักของข้อโต้แย้งยังคงอยู่ที่อนุประโยคหลัง “but”

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบแสดงการยอมรับข้อจำกัด “may not have been ..., but ...” ให้สมบูรณ์: The route may not have been short, ____ it was safe.

ดูคำตอบ

but

สำนวน

a roof over their head and food on their plate: มีที่อยู่อาศัยและอาหารพื้นฐาน

สำนวนนี้ใช้ภาพที่เห็นได้ชัดสองภาพเพื่อสื่อว่าความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีวิตได้รับการตอบสนอง คือมีที่อยู่อาศัยและมีอาหารกิน roof และ plate ไม่ได้เน้นตำแหน่งของสิ่งของตามตัวอักษร แต่เป็นตัวแทนของที่อยู่อาศัยและอาหารตามลำดับ สำนวนนี้ให้ภาพชัดกว่า basic necessities และอาจสื่อว่าชีวิตไม่ได้สะดวกสบายหรือร่ำรวย แต่ยังมีสิ่งจำเป็นพื้นฐานครบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a roof over their head and food on their plate หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้คนมีบ้านหลังใหญ่และภาชนะราคาแพง
  2. ผู้คนมีที่อยู่อาศัยและอาหารซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐาน
  3. ผู้คนกำลังกินอาหารอยู่ใต้หลังคาบ้าน
ดูคำตอบ

ผู้คนมีที่อยู่อาศัยและอาหารซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐาน

which few countries have achieved. ไวยากรณ์

5:59

ซึ่งมีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ทำได้

ไวยากรณ์

which few countries have achieved: แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า

ในที่นี้ which หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า คือการที่เกือบทุกคนมีที่อยู่อาศัยและมีอาหารกิน ไม่ได้หมายถึงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง plate เพียงคำเดียว which ที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่เสริมความคิดเห็นเกี่ยวกับผลลัพธ์ก่อนหน้า ไม่ได้ใช้จำกัดคำนามใดคำนามหนึ่ง ในที่นี้ which เป็นกรรมของ achieved และ few countries เป็นประธาน จึงหมายความว่ามีเพียงไม่กี่ประเทศที่ทำให้เกิดหลักประกันพื้นฐานในระดับนี้ได้

แบบฝึกหัด

ใน which few countries have achieved, which หมายถึงอะไร

  1. ประเทศจำนวนน้อยที่กำลังพูดถึง
  2. จานที่กล่าวถึงในวลีก่อนหน้า
  3. สถานการณ์ทั้งหมดที่เกือบทุกคนมีที่อยู่อาศัยและอาหาร
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทั้งหมดที่เกือบทุกคนมีที่อยู่อาศัยและอาหาร

But these advances could still have happened even without Lenin ไวยากรณ์

6:01

แต่ความก้าวหน้าเหล่านี้ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีเลนิน

and the repressive regime he established.

6:04

และระบอบการปกครองอันกดขี่ที่เขาสร้างขึ้น

ไวยากรณ์

could still have happened even without: ความเป็นไปได้ในอดีตที่ไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหนึ่ง

Could have happened เสนอความเป็นไปได้อีกแบบหนึ่งในอดีต ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว still บอกว่าความเป็นไปได้นั้นยังคงอยู่ ส่วน even without นำเข้าสู่บุคคลหรือเงื่อนไขที่อาจไม่จำเป็น ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวลดน้ำหนักของการอ้างถึงสาเหตุหรือผลงาน โดยเสนอว่าความก้าวหน้าอาจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเลนินและระบอบของเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าความก้าวหน้าเหล่านั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “The discovery could still have happened even without that grant” ได้ตรงที่สุด?

  1. การค้นพบเป็นไปไม่ได้หากไม่ได้รับเงินสนับสนุน
  2. การค้นพบจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนแม้ไม่มีเงินสนับสนุน
  3. การค้นพบยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเงินสนับสนุน แต่ไม่ได้แน่นอน
ดูคำตอบ

การค้นพบยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเงินสนับสนุน แต่ไม่ได้แน่นอน

Yes, and I could have been a famous rock and roll singer, ลำดับความ

6:07

ใช่สิ และฉันก็อาจจะเป็นนักร้องเพลงร็อกแอนด์โรลชื่อดังได้เหมือนกัน

but how would I have sounded?

6:09

แต่เสียงฉันจะเป็นยังไงล่ะ?

ลำดับความ

I could have been ..., but how would I have sounded?: การโต้แย้งกลับด้วยสมมติฐานเชิงขบขัน

ประโยคนี้จัดข้อมูลโดยเริ่มจากการทำเหมือนเห็นด้วย แล้วจึงตั้งคำถามท้าทาย I could have been a famous rock and roll singer สะท้อนข้ออ้างก่อนหน้าว่าผลลัพธ์อีกแบบหนึ่งในอดีตอาจเกิดขึ้นได้ ส่วน but how would I have sounded? เปลี่ยนจุดสนใจจากเพียงความเป็นไปได้ ไปสู่คำถามว่าผลลัพธ์ที่จินตนาการนั้นน่าเชื่อถือหรือดีจริงหรือไม่ คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดจึงไม่ได้ขอให้ใครประเมินการร้องเพลงของเขาจริง ๆ เขาใช้การเปรียบเทียบที่เกินจริงเพื่อชี้ว่า การบอกว่าบางสิ่งอาจเกิดขึ้นยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ามันมีแนวโน้มจะเกิด หรือจะให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ในข้อโต้แย้งนี้ “I could have been a famous rock and roll singer, but how would I have sounded?” มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ใช้การเปรียบเทียบเชิงสมมติที่ตลกเพื่อชี้ว่า เพียงความเป็นไปได้ยังไม่น่าเชื่อถือ
  2. ขอให้ผู้ฟังเปรียบเทียบเสียงของผู้พูดจากการบันทึกสองชุด
  3. อธิบายอย่างจริงจังว่าผู้พูดเคยวางแผนเป็นนักร้องแต่ล้มเลิกไป
ดูคำตอบ

ใช้การเปรียบเทียบเชิงสมมติที่ตลกเพื่อชี้ว่า เพียงความเป็นไปได้ยังไม่น่าเชื่อถือ

We can never be sure how things could have unfolded ไวยากรณ์

6:13

เราไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายไปอย่างไร

if different people were in power or different decisions were made.

6:16

หากผู้ที่มีอำนาจเป็นคนละคน หรือมีการตัดสินใจที่แตกต่างออกไป

ไวยากรณ์

could have unfolded if ... were ... / were made: ความเป็นไปได้อีกแบบในอดีต

could have unfolded แสดงพัฒนาการแบบหนึ่งในอดีตที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้ตรวจสอบไม่ได้แล้ว ในที่นี้ unfold ไม่ได้หมายถึงการ “คลี่ออก” ทางกายภาพ แต่หมายถึง “ค่อย ๆ ดำเนินไปตามเวลา” อนุประโยค if เสนอเงื่อนไขสมมติที่ต่างจากประวัติศาสตร์จริง were in power บอกว่าใครเป็นผู้มีอำนาจ ส่วน were made เป็นรูปถูกกระทำ โดย decisions เป็นสิ่งที่รับการกระทำ โครงสร้างทั้งหมดถามว่าเหตุการณ์อาจดำเนินไปอย่างไรภายใต้เงื่อนไขในอดีตที่ต่างออกไป โดยไม่ได้ยืนยันว่าผลลัพธ์ใดจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคาดการณ์ถึงพัฒนาการอีกแบบหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในอดีต

  1. The talks unfolded differently after both sides met.
  2. The talks could unfold differently if both sides meet tomorrow.
  3. The talks could have unfolded differently if both sides had met earlier.
ดูคำตอบ

The talks could have unfolded differently if both sides had met earlier.

But to avoid the mistakes of the past, ลำดับความ

6:20

แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในอดีต

we must always be willing to put historical figures on trial. สำนวน

6:22

เราจะต้องพร้อมเสมอที่จะนำบุคคลในประวัติศาสตร์ขึ้นสู่แท่นพิจารณาคดี

ลำดับความ

to avoid ..., we must always be willing ...: บอกจุดประสงค์ก่อนข้อเสนอหลัก

To avoid the mistakes of the past เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ การวางไว้ต้นประโยคช่วยบอกเป้าหมายแก่ผู้ฟังก่อนเริ่มข้อเสนอหลัก ส่วนประโยคหลักเริ่มที่ we must จากนั้น We must always be willing to... เปลี่ยนเป้าหมายร่วมดังกล่าวให้เป็นหลักการทั่วไปหรือท่าทีที่จำเป็น รูปแบบที่บอกเป้าหมายก่อนนี้พบได้บ่อยในสุนทรพจน์และการให้เหตุผล เพราะทำให้ข้อสรุปฟังดูมีที่มา ไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน

แบบฝึกหัด

ใช้ avoid ในวลี infinitive บอกจุดประสงค์เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the same problem, we must be willing to listen.

ดูคำตอบ

To avoid

สำนวน

put historical figures on trial: อุปลักษณ์จากศาลเพื่อการประเมินอย่างมีวิจารณญาณ

ในที่นี้ put historical figures on trial เป็นอุปลักษณ์จากห้องพิจารณาคดี หมายถึงการตรวจสอบการกระทำ ผลที่ตามมา และความรับผิดชอบของบุคคลเหล่านี้อย่างมีวิจารณญาณ ไม่ใช่การฟ้องร้องพวกเขาในศาลจริง ๆ การนำภาพของการพิจารณาคดีกลับมาใช้อีกครั้งในตอนท้ายช่วยให้ผู้พูดปิดข้อโต้แย้ง และยกระดับการอภิปรายเป็นหลักการทั่วไปว่า บุคคลในประวัติศาสตร์ควรเปิดรับการประเมินอย่างจริงจังเสมอ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ put historical figures on trial หมายความว่าอย่างไร และภาพที่นำกลับมาใช้ซ้ำสร้างผลอย่างไร?

  1. สำนวนนี้เรียกร้องให้ประเมินอย่างมีวิจารณญาณ และนำภาพของศาลกลับมาใช้เพื่อปิดข้อโต้แย้ง
  2. สำนวนนี้กล่าวว่าควรยกย่องบุคคลในประวัติศาสตร์โดยไม่ตั้งคำถามเพิ่มเติม
  3. สำนวนนี้เสนอให้ดำเนินคดีจริงกับผู้คนในอดีต
ดูคำตอบ

สำนวนนี้เรียกร้องให้ประเมินอย่างมีวิจารณญาณ และนำภาพของศาลกลับมาใช้เพื่อปิดข้อโต้แย้ง