ทฤษฎีการเมือง - โทมัส ฮอบส์: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่าสงครามกลางเมืองอังกฤษหล่อหลอมแนวคิดรัฐบาลที่เข้มแข็งของโทมัส ฮอบส์อย่างไร และเชื่อมสภาวะธรรมชาติ สัญญาประชาคม การคุ้มครอง และการเชื่อฟังเข้าด้วยกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. To what extent should (to what extent should) เป็นไวยากรณ์และรูปแบบประโยค ใช้ถามว่าหน้าที่หรือนโยบายควรดำเนินไปไกลเพียงใด จึงช่วยให้ผู้เรียนอภิปรายขอบเขตได้ 2. left to their own devices, เป็นสำนวนและภาษาภาพพจน์ หมายถึงถูกปล่อยไว้โดยไม่มีการกำกับหรือควบคุม และอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างการไร้อำนาจกับความขัดแย้ง 3. want of it, แสดงความหมายคำศัพท์และระดับภาษาในงานเขียนเก่า โดย want หมายถึงการขาดหรือไม่มี ไม่ใช่ความต้องการ จึงไม่ทำให้ผู้เรียนอ่านการเปรียบเทียบของฮอบส์กลับด้าน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Thomas Hobbes was a 17th century English philosopher,
0:06โทมัส ฮอบส์เป็นนักปรัชญาชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 17
who's on hand to guide us through one of the thorniest issues of politics. โน้ต
0:10ผู้ซึ่งพร้อมที่จะนำทางเราฝ่าหนึ่งในประเด็นทางการเมืองที่ยากลำบากที่สุด
on hand: อยู่ ณ ที่นั้นและพร้อมช่วยเหลือ
ในที่นี้ on hand หมายถึงอยู่ ณ ที่นั้นและพร้อมช่วยเหลือ ใช้บอกว่าบุคคล บริการ หรือสิ่งของพร้อมใช้งานในสถานที่และเวลาที่ต้องการ ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “อยู่บนมือ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอผู้ชี้แนะว่าเป็นคนที่พร้อมช่วยผู้ชมทำความเข้าใจหัวข้อยาก ๆ ได้ทันที แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับคน เครื่องมือ สิ่งของ และความช่วยเหลือได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “อยู่ ณ ที่นั้นและพร้อมช่วยเหลือ” ลงในประโยค: A nurse will be ____ throughout the race.
ดูคำตอบ
on hand
one of the thorniest issues: one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์
โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ หมายความว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีระดับสูงสุด เช่น one of the thorniest issues เนื่องจากกล่าวถึงกลุ่ม คำนามหลังคำคุณศัพท์ขั้นสูงสุดจึงต้องเป็นรูปพหูพจน์ Thorniest เป็นรูปขั้นสูงสุดของ thorny ในที่นี้ thorny ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า ซับซ้อนมากหรือจัดการได้ยาก โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นประเด็นที่ยากที่สุดเพียงประเด็นเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ thorny และ issue: Data privacy is one of the ____ ____ facing the company.
ดูคำตอบ
thorniest · issues
and to what extent should we start revolutions and depose governments in search of a better world? การใช้คำ
0:20และเราควรเริ่มการปฏิวัติและโค่นล้มรัฐบาลเพื่อแสวงหาโลกที่ดีกว่ามากเพียงใด?
To what extent should ...?: ควรทำมากน้อยเพียงใด
To what extent should ...? ใช้ถามว่าหน้าที่หรือการกระทำควรไปไกลแค่ไหน คำตอบจึงควรกล่าวถึงระดับ ขอบเขต หรือเงื่อนไข ไม่ใช่เพียงใช่หรือไม่ใช่ ในประโยคนี้มีการใช้โครงสร้างเดิมซ้ำหน้าทางเลือกที่ตรงข้ามกันสองทาง โครงสร้างที่สมมาตรทำให้การเชื่อฟังอย่างอดทนอยู่คู่กับการปฏิวัติ และทำให้เกิดคำถามว่าควรกำหนดขอบเขตของแต่ละทางไว้ตรงไหน
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเชิงนโยบายด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: ____ cities restrict private cars in crowded centers?
ดูคำตอบ
To what extent should
depose governments: ทำให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจ
Depose หมายถึงการทำให้บุคคลหรือผู้มีอำนาจปกครองพ้นจากอำนาจ โดยมักเกิดจากการใช้กำลังหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ใน depose governments คำว่า governments เป็นกรรมตรงของกริยา วลีนี้กล่าวถึงการสิ้นสุดอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่การเลิกจ้างพนักงานทั่วไปหรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของ Depose เป็นกริยาที่เป็นทางการและมีความหมายเฉพาะ ซึ่งพบบ่อยในการอภิปรายทางประวัติศาสตร์และการเมือง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ depose ในความหมายทางการเมืองและใช้โครงสร้างได้ถูกต้อง?
- The council disposed the military government.
- The manager deposed an old filing cabinet.
- The rebels tried to depose the military government.
ดูคำตอบ
The rebels tried to depose the military government.
Hobbes's thinking is inseparable from one major event วลี
0:26แนวคิดของฮอบส์นั้นแยกไม่ออกจากเหตุการณ์สำคัญหนึ่ง
is inseparable from: ความเชื่อมโยงที่ขาดไม่ได้
ในโครงสร้าง X is inseparable from Y นั้น X ไม่อาจถูกทำความเข้าใจหรือพิจารณาอย่างครบถ้วนโดยแยกออกจาก Y ในที่นี้ แนวคิดของฮอบส์ต้องทำความเข้าใจโดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ซึ่งก็คือสงครามกลางเมืองอังกฤษ ความเชื่อมโยงนี้เป็นเชิงแนวคิด ไม่ใช่ทางกายภาพ วลีนี้นำเสนอเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นภูมิหลังที่ขาดไม่ได้ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดของเขาอย่างหลวม ๆ
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “Hobbes's thinking is inseparable from one major event” ได้ตรงที่สุด
- แนวคิดของเขาเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับเหตุการณ์นั้นพอดี
- ต้องทำความเข้าใจแนวคิดของเขาโดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นั้น
- แนวคิดของเขาไม่สามารถถูกย้ายออกจากเหตุการณ์นั้นทางกายภาพได้
ดูคำตอบ
ต้องทำความเข้าใจแนวคิดของเขาโดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นั้น
was to mark him: ผลลัพธ์ภายหลังที่มองจากอดีต
โครงสร้าง was to + คำกริยารูปพื้นฐาน สามารถเริ่มมองจากจุดหนึ่งในอดีตและนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเวลาต่อมา โดยมักให้ความรู้สึกว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่นี่ was to mark him หมายถึง เหตุการณ์นั้นส่งผลต่อฮอบส์อย่างลึกซึ้งและยาวนานในภายหลัง mark ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ทิ้งผลกระทบที่ยาวนานไว้กับใครบางคน” นี่คือการเล่าย้อนมอง ไม่ใช่นัดหมาย แผนการ หรือหน้าที่ที่ต้องทำ
แบบฝึกหัด
เติมคำในข้อความเชิงประวัติศาสตร์ด้วยรูป be to แบบย้อนมอง: In 1928, a chance discovery ____ change medicine forever.
ดูคำตอบ
was to
colored all his subsequent thinking: อิทธิพลที่คงอยู่ต่อความคิดทั้งหมดในเวลาต่อมา
colored ในที่นี้เป็นคำกริยาเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “หล่อหลอม” หรือ “มีอิทธิพลต่อ” เหตุการณ์สำคัญนั้นส่งผลต่อวิธีที่ฮอบส์เข้าใจทุกสิ่งที่เขาคิดต่อมา ไม่ได้หมายความว่าความคิดของเขาถูกเติมสีจริง ๆ โครงสร้าง color + someone's thinking, view, or judgment มักสื่อว่าประสบการณ์ ความเชื่อ หรืออารมณ์ก่อนหน้านั้นยังคงส่งผลต่อวิธีที่บุคคลมองสิ่งต่าง ๆ คำว่า subsequent หมายถึง “ภายหลัง” หรือ “ที่ตามมา” ดังนั้น all his subsequent thinking จึงหมายถึง “ความคิดทั้งหมดที่เขามีหลังจากนั้น”
แบบฝึกหัด
ใน “The painful loss colored Maya's later decisions,” colored หมายความว่าอย่างไร?
- มันทำให้ Maya หยุดตัดสินใจ
- มันยังคงส่งผลต่อวิธีที่ Maya ตัดสินใจ
- มันทำให้ Maya อธิบายการตัดสินใจแต่ละครั้งด้วยสีหนึ่งสี
ดูคำตอบ
มันยังคงส่งผลต่อวิธีที่ Maya ตัดสินใจ
everything he's remembered for today, he wrote: การย้ายกรรมมาไว้ข้างหน้า
Everything he's remembered for today เป็นกรรมของ wrote แม้จะถูกวางไว้ต้นประโยค ลำดับคำแบบเป็นกลางคือ He wrote everything he's remembered for today after the age of 60. การย้ายกรรมมาไว้ข้างหน้าทำให้กรรมนั้นเป็นหัวข้อและได้รับการเน้น ผู้ฟังจะได้ยินก่อนว่าผลงานกลุ่มใดสำคัญ แล้วจึงได้ยินว่าฮอบส์ทำอะไรกับผลงานเหล่านั้น ประธาน he ที่ตามหลังมายังคงเป็นผู้กระทำกริยา
แบบฝึกหัด
ใน “Everything she is proudest of, she built from scratch,” วลีที่ย้ายมาไว้ข้างหน้าทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร?
- เป็นกรรมของ built
- เป็นประธานของ built
- เป็นวลีวิเศษณ์ที่ขยาย built
ดูคำตอบ
เป็นกรรมของ built
a vicious, divisive, costly and murderous conflict
0:45ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่เลวร้าย สร้างความแตกแยก แลกมาด้วยราคาสูง และเต็มไปด้วยการฆ่าฟัน
leading to the deaths of some 200,000 people on both sides.
0:54นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนประมาณ 200,000 คนจากทั้งสองฝ่าย
pit A against B: ทำให้สองฝ่ายเผชิญหน้ากัน
ใน “pitted the forces of king against Parliament,” คำว่า pitted เป็นรูปอดีตของ pit โครงสร้าง pit A against B หมายถึงทำให้คน กลุ่ม หรือกำลังสองฝ่ายขัดแย้งหรือแข่งขันกัน ในที่นี้ A คือกองกำลังของกษัตริย์ และ B คือฝ่ายรัฐสภา โดย pit ไม่ได้หมายถึง “หลุม” โครงสร้างนี้มักนำเสนอความขัดแย้งในลักษณะการเผชิญหน้าระหว่างสองฝ่าย และอาจสื่อด้วยว่าบุคคล เหตุการณ์ หรือการจัดวางบางอย่างเป็นสาเหตุหรือแรงผลักให้ทั้งสองฝ่ายต่อต้านกัน
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง pit A against B เติมประโยคให้สมบูรณ์: The final round ____ the veteran player ____ the rising star.
ดูคำตอบ
pits · against
Hobbes was by nature a deeply peaceful and cautious man. วลี
0:58โดยธรรมชาติแล้ว ฮอบส์เป็นคนที่รักสงบและระมัดระวังอย่างมาก
by nature: แนวโน้มที่มีอยู่ในตัวหรือคงอยู่ยาวนาน
ใน “by nature” วลีบุพบทนี้หมายถึง “เนื่องจากลักษณะนิสัยพื้นฐานของบุคคลหรือคุณสมบัติที่มีอยู่ในตัวของสิ่งหนึ่ง” ใช้อธิบายแนวโน้มที่ฝังลึกหรือค่อนข้างคงที่ ไม่ใช่เพียงปฏิกิริยาชั่วคราว ในประโยคนี้ ความรักสงบและความระมัดระวังของ Hobbes ถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยที่คงอยู่ของเขา โครงสร้างทั่วไปที่นำไปใช้ได้คือ subject + be + adjective + by nature
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Mina is cautious by nature,” by nature หมายความว่าอย่างไร?
- Mina ระมัดระวังเพราะอันตรายในวันนี้เท่านั้น
- Mina ระมัดระวังเมื่ออยู่กลางแจ้ง
- ความระมัดระวังเป็นส่วนพื้นฐานและคงอยู่ของนิสัย Mina
ดูคำตอบ
ความระมัดระวังเป็นส่วนพื้นฐานและคงอยู่ของนิสัย Mina
a disposition that had begun at the age of four,
1:05ซึ่งเป็นอุปนิสัยที่เริ่มต้นขึ้นเมื่ออายุสี่ขวบ
after he'd got into a fight with another vicar วลี
1:12หลังจากที่เขาไปมีเรื่องชกต่อยกับบาทหลวงอีกคน
get into a fight with someone: ไปมีเรื่องกับใครสักคน
Get into a fight with someone หมายถึงเข้าไปพัวพันในการต่อสู้กับคนนั้น ในประโยคนี้หมายถึงการปะทะกันทางร่างกาย ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ get/got into a fight with + คน โดย with ใช้นำหน้าคู่กรณีอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมาย: After the match, Ben ____ another player.
ดูคำตอบ
got into a fight with
on the steps of his parish church in a village in Wiltshire.
1:15ที่บันไดของโบสถ์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตวิลต์เชอร์
The work for which we chiefly remember Hobbes: อนุประโยคแบบเป็นทางการที่ใช้ for which
The work for which we chiefly remember Hobbes หมายถึง “ผลงานที่เป็นเหตุผลหลักให้ผู้คนจดจำ Hobbes” โดย for which เริ่มอนุประโยคขยายคำนามแบบเป็นทางการที่ขยาย the work ส่วนบุพบท for มาจากโครงสร้าง remember someone for something และไม่ได้หมายถึง “เพื่อที่จะ” อนุประโยคขยายคำนามจบหลัง Hobbes จากนั้น Leviathan บอกชื่อของผลงานนั้นอีกครั้ง ส่วน was published เป็นกริยาของประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำเพื่อทำให้อนุประโยคขยายคำนามแบบเป็นทางการสมบูรณ์: The novel ____ the writer is best known won a national prize.
ดูคำตอบ
for which
in order to avoid the risk of chaos and bloodshed. โน้ต
1:35เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของความโกลาหลและการนองเลือด
as to why: เกริ่นคำถามเกี่ยวกับเหตุผลอย่างเป็นทางการ
ในที่นี้ as to why ใช้เกริ่นคำถามที่ข้อความดังกล่าวอธิบาย นั่นคือเหตุใดคนเราจึงควรเชื่อฟังอำนาจรัฐ as to หมายถึง “เกี่ยวกับ” หรือ “ในประเด็นเรื่อง” ส่วน why ใช้ขึ้นต้นคำถามทางอ้อม ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “เกี่ยวกับเหตุผลว่าเพราะเหตุใด” โครงสร้าง as to + คำแสดงคำถาม ใช้จำกัดหัวข้อที่กำลังพูดถึง เช่น as to whether, as to how หรือ as to what โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกเหตุผล แต่เสนอคำถามที่จะต้องตอบ
แบบฝึกหัด
เติมวลีทางการที่หมายถึง “เกี่ยวกับเหตุผลว่าเพราะเหตุใด” ลงในประโยค: The report offers no clear explanation ____ the system failed.
ดูคำตอบ
as to why
in order to avoid: ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน
in order to avoid ใช้บอกจุดประสงค์ของการเชื่อฟังอำนาจ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันความเสี่ยงของความโกลาหลและการนองเลือด หลัง in order to ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในที่นี้คือ avoid เมื่อเทียบกับ infinitive ที่ใช้เพียง to แล้ว in order to ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจนเป็นพิเศษ จึงมีประโยชน์ในประโยคยาวหรือประโยคที่เป็นทางการ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสัมพันธ์กับ obey government authority ไม่ใช่ imperfect kind
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสี่คำที่เน้นไว้ลงในประโยคเพื่อบอกจุดประสงค์: We backed up the files ____ losing our work.
ดูคำตอบ
in order to avoid
the risk of chaos and bloodshed: ความเสี่ยงที่จะเกิดความโกลาหลและการนองเลือด
ในโครงสร้าง the risk of + คำนามหรือรูป -ing คำว่า of นำหน้าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น ในที่นี้ chaos หมายถึงการพังทลายของระเบียบ ส่วน bloodshed หมายถึงความรุนแรงที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ดังนั้นวลีนี้จึงระบุผลลัพธ์ที่อาจเกิดจากความไร้ระเบียบทางการเมืองสองอย่าง ใช้ risk of เมื่อประเมินความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ เช่น the risk of failure, the risk of violence หรือ the risk of losing control
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าอาจเกิดความรุนแรงขึ้น
- The talks continued to reduce the risk to violence.
- The talks continued to reduce the risk of violence.
- The talks continued to reduce the risk from violence.
ดูคำตอบ
The talks continued to reduce the risk of violence.
To understand the background of Hobbes's conservatism,
1:39เพื่อทำความเข้าใจภูมิหลังของแนวคิดอนุรักษ์นิยมของฮอบส์
political theorists were beginning to ask with a new directness,
1:46นักทฤษฎีการเมืองเริ่มตั้งคำถามด้วยความตรงไปตรงมาแบบใหม่
on what basis subjects should obey their rulers. วลี
1:50ว่าราษฎรควรเชื่อฟังผู้ปกครองของตนบนพื้นฐานใด
it helps to realize that: การตระหนักว่า…ช่วยให้เข้าใจ
ในโครงสร้าง it helps to realize that + อนุประโยค คำว่า it เป็นประธานตามรูปแบบที่ชี้ไปยังอนุประโยค that ข้างหลัง อนุประโยคนั้นให้ข้อเท็จจริงที่ควรตระหนัก โดย it ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เข้ามาช่วย กรอบภาษานี้นำเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นภูมิหลังที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องอื่น และค่อย ๆ ชี้นำผู้อ่านอย่างนุ่มนวลว่า ข้อเท็จจริงนี้ช่วยในการอธิบาย แต่ไม่ได้อ้างว่าเป็นสาเหตุเดียวหรือหลักฐานชี้ขาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบภาษาอังกฤษห้าคำที่นำเสนอข้อเท็จจริงต่อไปนี้เป็นภูมิหลังที่ช่วยให้เข้าใจ: To understand the delay, ____ the bridge will close for repairs tonight.
ดูคำตอบ
it helps to realize that
on what basis: การถามถึงหลักเกณฑ์หรือเหตุผลรองรับ
on what basis หมายถึง “อาศัยเหตุผล กฎ หลักฐาน หรือหลักการใด” ใช้ถามถึงเหตุผลรองรับที่ทำให้ข้อกล่าวอ้าง การตัดสินใจ สิทธิ หรือหน้าที่มีความชอบธรรม ไม่ใช่เพียงถามเหตุผลแบบกว้าง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสิ่งที่ถูกตั้งคำถามว่า อะไรทำให้หน้าที่ของผู้ใต้ปกครองในการเชื่อฟังผู้ปกครองมีความชอบธรรม เนื่องจากเป็นคำถามแฝงหลัง ask ประธานจึงอยู่หน้ากริยาช่วย: on what basis subjects should obey ไม่ใช่ on what basis should subjects obey
แบบฝึกหัด
ผู้สื่อข่าวต้องการถามโดยเฉพาะถึงหลักกฎหมายหรือหลักการที่รองรับข้อจำกัดใหม่ ไม่ใช่เพียงเหตุผลทั่วไปหรือเฉพาะหลักฐานเชิงประจักษ์ คำถามใดเหมาะสมที่สุด
- On what basis was this restriction imposed?
- Based on what evidence was this restriction imposed?
- Why was this restriction imposed?
ดูคำตอบ
On what basis was this restriction imposed?
contained in a theory called "the divine right of kings". วัฒนธรรม
1:59ซึ่งบรรจุอยู่ในทฤษฎีที่เรียกว่า "เทวสิทธิ์ของกษัตริย์"
the divine right of kings: หลักเทวสิทธิราชย์ในประวัติศาสตร์
the divine right of kings คือหลักคำสอนทางการเมืองในประวัติศาสตร์ที่ถือว่าอำนาจของกษัตริย์มาจากพระเจ้าโดยตรง ตามแนวคิดนี้ ผู้ปกครองรับผิดต่อพระเจ้า ไม่ใช่ต่อประชาชน จึงมีการใช้หลักคำสอนนี้ในประวัติศาสตร์ยุโรปเพื่อสนับสนุนระบอบกษัตริย์สืบสายเลือดและหน้าที่ของผู้ใต้ปกครองในการเชื่อฟังกษัตริย์ ในวลี a theory called the divine right of kings คำเหล่านี้เป็นชื่อของหลักคำสอนดังกล่าว right ในที่นี้หมายถึงอำนาจหรือสิทธิที่อ้างขึ้น ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” และ divine right ก็ไม่ได้หมายถึงสิทธิทั่วไปที่ดูศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย the divine right of kings ได้ดีที่สุด
- กฎหมายทุกฉบับที่กษัตริย์ตราขึ้นถูกต้องตามศีลธรรม
- กษัตริย์ได้รับอำนาจโดยตรงจากพระเจ้า ไม่ใช่จากประชาชน
- กษัตริย์จะปกครองได้ต่อเมื่อชนะการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น
ดูคำตอบ
กษัตริย์ได้รับอำนาจโดยตรงจากพระเจ้า ไม่ใช่จากประชาชน
This was a blunt, simple, but highly effective theory
2:03นี่เป็นทฤษฎีที่ตรงไปตรงมา เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูง
stating that it was none other than God who'd appointed all kings สำนวน
2:06ซึ่งระบุว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพระเจ้าเป็นผู้แต่งตั้งกษัตริย์ทั้งหมด
none other than: การเปิดเผยตัวตนแบบเน้นย้ำ
none other than + บุคคลหรือสิ่งหนึ่ง ใช้ระบุว่าใครหรืออะไรด้วยการเน้นอย่างชัดเจน สื่อว่าตัวตนนั้นสำคัญ น่าประทับใจ หรือค่อนข้างเหนือความคาดหมาย ในที่นี้ วลีนี้เน้นว่าผู้ที่แต่งตั้งกษัตริย์ทั้งหมดก็คือพระเจ้าเอง ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “ไม่มีคนอื่นอยู่เลย” แต่ทั้งวลีหมายถึง “ก็คือบุคคลหรือสิ่งนั้นนั่นเอง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นย้ำตัวตนจากบทเรียน: The mystery winner was ____ our new coach.
ดูคำตอบ
none other than
and that one should obey these monarchs for one clear reason,
2:10และทุกคนควรเชื่อฟังกษัตริย์เหล่านี้ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนข้อเดียว
But this was no longer proving quite so persuasive to many thoughtful people
2:17แต่นี่เริ่มไม่ค่อยโน้มน้าวใจคนที่มีความคิดหลายคนแล้ว
but with ordinary people who gave kings power,
2:25แต่อยู่ที่คนธรรมดาที่เป็นผู้มอบอำนาจให้กษัตริย์ต่างหาก
lay not with kings, but with ordinary people: การย้ายจุดที่อำนาจตั้งอยู่
lay ในที่นี้เป็นรูปอดีตของ lie ซึ่งเป็นกริยาอกรรม และหมายถึง “เป็นของ อยู่กับ หรืออยู่ในความรับผิดชอบของ” ประธานเชิงนามธรรมคือ the right to rule ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าสิทธินั้นอยู่กับใคร ไม่ได้หมายถึงมีใครนำสิ่งของไปวางจริง ๆ โครงสร้างคู่ขนาน not with A, but with B ปฏิเสธผู้ถือสิทธิที่คาดไว้ก่อน แล้วจึงระบุผู้ถือสิทธิที่ถูกต้อง Ultimately ชี้ว่านี่คือข้อสรุปสุดท้ายของเหตุผลนั้น กล่าวคืออำนาจไม่ได้เป็นของกษัตริย์ แต่เป็นของประชาชนธรรมดาผู้มอบอำนาจให้พวกเขา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างอดีต lay not with ... but with ตามรูปนี้: In the investigation, responsibility ____ the driver, ____ the company.
ดูคำตอบ
lay not with · but with
and therefore should only expect to take orders from kings
2:28และดังนั้นจึงควรคาดหวังว่าจะรับคำสั่งจากกษัตริย์
but only so long as things were working out quite well for them.
2:32แต่เฉพาะเมื่อสิ่งต่างๆ ดำเนินไปด้วยดีสำหรับพวกเขาเท่านั้น
so long as, but only so long as: จำกัดเงื่อนไขให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
so long as ในที่นี้หมายถึง “โดยมีเงื่อนไขว่า” หรือ “ตราบใดที่” ไม่ได้หมายถึง “เป็นระยะเวลานานเท่ากัน” วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขที่ผู้คนจะยังคงรับคำสั่งจากกษัตริย์ได้ นั่นคือสิ่งต่าง ๆ ต้องดำเนินไปได้ดีสำหรับพวกเขา จากนั้นผู้พูดกล่าวเงื่อนไขใหม่ด้วย but only so long as การแก้คำพูดของตนเองนี้ทำให้ขอบเขตชัดเจนขึ้นว่า การเชื่อฟังไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไข และควรสิ้นสุดลงเมื่อเงื่อนไขไม่เป็นจริงแล้ว ในการโต้แย้งด้วยคำพูด การกล่าววลีซ้ำเช่นนี้ช่วยให้ผู้ฟังสังเกตเห็นขอบเขตที่แน่นอนของข้อเสนอได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การกล่าวแก้ซ้ำเพื่อบอกว่าจะสนับสนุนต่อไปภายใต้เงื่อนไขเดียวเท่านั้น
- We will support the plan even if it becomes less affordable.
- We will support the plan so long as, but only so long as, it remains affordable.
- We will support the plan because it has already become affordable.
ดูคำตอบ
We will support the plan so long as, but only so long as, it remains affordable.
This was known as "the social contract theory of government". วัฒนธรรม
2:36สิ่งนี้เป็นที่รู้จักในนาม "ทฤษฎีสัญญาประชาคมของรัฐบาล"
the social contract theory of government: อำนาจรัฐที่ตั้งอยู่บนความยินยอม
ทฤษฎีสัญญาประชาคมว่าด้วยการปกครองคือแนวคิดที่ว่า สิทธิของรัฐบาลในการปกครองได้รับการอธิบายหรือสร้างความชอบธรรมจากข้อตกลง ซึ่งมักเข้าใจกันว่าเป็นความยินยอมของประชาชนที่อยู่ใต้การปกครอง contract ในที่นี้เป็นแบบจำลองทางความคิดด้านการเมือง ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารที่ประชาชนลงนามจริง คำเรียกนี้ช่วยให้ผู้อ่านระบุการถกเถียงเรื่องที่มาของอำนาจรัฐบาลที่ชอบธรรมได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ social contract หมายถึงอะไร
- คำสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งบอกให้ผู้คนรู้ว่าควรประพฤติตัวอย่างไรในงานสังคม
- แบบจำลองทางการเมืองที่ถือว่าอำนาจของรัฐบาลชอบธรรมจากความยินยอมหรือข้อตกลงของผู้ที่อยู่ใต้การปกครอง
- ข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างรัฐบาลกับบริษัทเอกชน
ดูคำตอบ
แบบจำลองทางการเมืองที่ถือว่าอำนาจของรัฐบาลชอบธรรมจากความยินยอมหรือข้อตกลงของผู้ที่อยู่ใต้การปกครอง
Hobbes could see that the divine right of kings theory was nonsense,
2:41ฮอบส์มองเห็นว่าทฤษฎีเทวสิทธิ์ของกษัตริย์เป็นเรื่องไร้สาระ
was going to be increasingly unpersuasive as religious observance declined.
2:45กำลังจะขาดความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการปฏิบัติทางศาสนาลดลง
การใช้ what's more, เพื่อเน้นประเด็นที่เพิ่มเข้ามา
what's more เป็นวลีเชื่อมที่ใช้เป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่คำถามว่า “มีอะไรอีก” วลีนี้นำเสนอประเด็นเพิ่มและบอกว่าประเด็นนั้นทำให้เหตุผลเดิมหนักแน่นขึ้น ในประโยคนี้ ข้อความแรกโต้แย้งตัวทฤษฎีโดยตรง ส่วนข้อความหลัง what's more เพิ่มจุดอ่อนอีกอย่างเกี่ยวกับความสามารถในการโน้มน้าวใจในอนาคต ในบริบทอื่น ให้ใช้คำเชื่อมนี้เมื่อประเด็นใหม่ช่วยเสริมประเด็นก่อนหน้า ไม่ใช่เพียงวางข้อมูลสองอย่างไว้ข้างกัน
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่แสดงได้ดีที่สุดว่าประเด็นที่สองช่วยเสริมประเด็นแรก: The plan is expensive. [Connector] it would take years to complete.
- For example,
- On the other hand,
- What's more,
ดูคำตอบ
What's more,
Hobbes was deeply scared of the possible consequences of the social contract theory,
2:54ฮอบส์ก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งต่อผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของทฤษฎีสัญญาประชาคม
whenever they felt a little unhappy with their lot. สำนวน
3:02เมื่อใดก็ตามที่พวกเขารู้สึกไม่มีความสุขเล็กน้อยกับชะตากรรมของตน
At the same time, สำหรับเพิ่มประเด็นที่ขัดแย้งแต่เป็นจริงควบคู่กัน
At the same time ในที่นี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่าสองสิ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันอย่างตรงตัว แต่เป็นสัญญาณให้ผู้อ่านยังคงนึกถึงข้อสรุปก่อนหน้า พร้อมกับรับข้อมูลหรือท่าทีอีกด้านหนึ่งที่ชี้ไปคนละทาง ฮอบส์สามารถปฏิเสธทฤษฎีเดิมและในขณะเดียวกันก็กลัวว่าสิ่งที่เป็นทางเลือกจะส่งเสริมให้เกิดอะไรขึ้นได้ คำเชื่อมนี้จัดให้ทั้งสองอย่างเป็นสองด้านของจุดยืนเดียวที่เป็นจริงควบคู่กัน จึงสร้างความสมดุลหรือความตึงเครียดแทนที่จะลบล้างประเด็นแรกไปเฉย ๆ
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: Maya supports the new schedule. At the same time, she worries that it may exhaust the staff. At the same time ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?
- คำนี้บอกว่าการสนับสนุนและความกังวลเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันอย่างตรงตัว
- คำนี้ยกตัวอย่างของตารางเวลาใหม่
- คำนี้นำเสนอความกังวลว่าเป็นประเด็นอีกด้านที่ขัดกันแต่ยังคงอยู่ควบคู่กับการสนับสนุนของ Maya
ดูคำตอบ
คำนี้นำเสนอความกังวลว่าเป็นประเด็นอีกด้านที่ขัดกันแต่ยังคงอยู่ควบคู่กับการสนับสนุนของ Maya
ไม่พอใจกับชะตาชีวิตของตน: unhappy with their lot
ในประโยคนี้ unhappy with their lot หมายถึง “ไม่พอใจกับสภาพชีวิตของตน” ในที่นี้ lot หมายถึงสถานการณ์ชีวิตหรือชะตาของคนคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงปริมาณหรือที่ดินแปลงหนึ่ง สำนวนนี้มักเป็นการประเมินชีวิตโดยรวม มากกว่าความรำคาญต่อปัญหาเล็ก ๆ เพียงเรื่องเดียว a little ทำให้ระดับความไม่พอใจเบาลง และช่วยสร้างน้ำเสียงวิจารณ์คนที่พร้อมจะโค่นผู้ปกครองง่ายเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่พอใจกับสภาพชีวิตโดยรวมของตน”: The villagers felt ____, so they began planning a fresh start elsewhere.
ดูคำตอบ
unhappy with their lot
on a scaffold in front of the Banqueting House of the Palace of Whitehall
3:10บนลานประหารหน้า Banqueting House ของพระราชวังไวต์ฮอลล์
คำบอกเล่าโดยตรงเกี่ยวกับเหตุการณ์: a first-hand account of
A first-hand account of an event คือคำบอกเล่าที่อาศัยประสบการณ์หรือการสังเกตโดยตรง ผู้ให้คำบอกเล่าอยู่ในเหตุการณ์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง และ of ใช้นำหน้าเหตุการณ์ที่ถูกเล่า ฮอบส์เป็นผู้ได้รับคำบอกเล่านั้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าเขาเห็นการประหารด้วยตนเอง first-hand อธิบายว่าต้นทางของข้อมูลตรงเพียงใด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงประสบการณ์ของผู้รับข้อมูลเอง
แบบฝึกหัด
นักวิจัยได้รับ first-hand account เกี่ยวกับอุบัติเหตุจากพยาน ข้อใดต้องเป็นความจริง?
- พยานประสบหรือเห็นอุบัติเหตุโดยตรง
- นักวิจัยเห็นอุบัติเหตุโดยตรง
- คำบอกเล่าถูกถ่ายทอดซ้ำโดยคนหลายคน
ดูคำตอบ
พยานประสบหรือเห็นอุบัติเหตุโดยตรง
with the defense of total obedience and submission
3:30มาผนวกเข้ากับการปกป้องการเชื่อฟังและการยอมจำนนโดยสิ้นเชิง
puts forward: เสนอข้อโต้แย้ง
ในประโยคนี้ puts forward หมายถึง “นำเสนอเพื่อให้ผู้อื่นพิจารณาหรืออภิปราย” ฮอบส์กำลังเสนอข้อโต้แย้ง ไม่ได้ขยับสิ่งของไปข้างหน้าจริง ๆ โครงสร้างคือ put forward + แนวคิด ข้อโต้แย้ง ข้อเสนอ หรือทฤษฎี เหมาะเมื่อเน้นการเสนอข้ออ้างอย่างเป็นทางการเพื่อให้มีการประเมิน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุดในความหมายว่า “เสนอให้พิจารณา”? At yesterday's meeting, the research team ___ a new explanation for the results.
- put forward
- put away
- put off
ดูคำตอบ
put forward
marry up A with B: ผสานแนวคิดสองอย่าง
ในที่นี้ marry up หมายถึง “ผสานหรือทำให้เข้ากันได้” ข้อโต้แย้งนี้พยายามทำให้ทฤษฎีสัญญาประชาคมไปด้วยกันได้กับการปกป้องการเชื่อฟังอำนาจตามจารีต แม้ทั้งสองแนวคิดอาจดูเข้ากันได้ยาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ marry up A with B โดย A และ B อาจเป็นแนวคิด แผน ข้อมูล ระบบ หรือรูปแบบ ส่วน with ใช้นำองค์ประกอบที่สอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ marry up ในความหมายว่า “ผสานองค์ประกอบที่แตกต่างกันสองอย่างให้เป็นหนึ่งเดียวที่ใช้งานได้”?
- They married at city hall last year.
- Her design marries up traditional craft with modern technology.
- The totals in the two reports do not marry up.
ดูคำตอบ
Her design marries up traditional craft with modern technology.
take his readers back in time: การเปลี่ยนกรอบเวลา
“Take his readers back in time” เป็นวลีเปลี่ยนช่วงเวลาในการเล่าเรื่อง โดยบอกให้ผู้อ่านย้ายมุมมองทางความคิดจากการอภิปรายในปัจจุบันไปยังช่วงเวลาที่เก่ากว่าหรือเป็นช่วงเวลาสมมติ ในที่นี้ จุดหมายคือ “สภาวะธรรมชาติ” ตามสมมติฐานของฮอบส์ ไม่ใช่ยุคประวัติศาสตร์ที่ระบุปีได้แน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ take + ผู้รับสาร + back in time + to + ช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ รูปแบบนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ากรอบเวลากำลังเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ “take the audience back in time”: To explain how the town began, the guide ____ to its first winter.
ดูคำตอบ
takes the audience back in time
“the state of nature” ในปรัชญาการเมือง
สภาวะธรรมชาติเป็นศัพท์ทางปรัชญาการเมือง หมายถึงสภาพสมมติที่ผู้คนอยู่โดยไม่มีรัฐบาลหรืออำนาจส่วนกลางที่สามารถบังคับใช้กฎได้ นักคิดใช้แนวคิดนี้เป็นการทดลองทางความคิดเพื่อถามว่าชีวิตมนุษย์และระเบียบสังคมจะเป็นอย่างไรภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ในประโยคนี้ “ก่อนที่จะมีกษัตริย์ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม” เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ในการทำความเข้าใจแนวคิดนี้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ และไม่ได้อ้างว่านี่เป็นยุคประวัติศาสตร์จริงที่ระบุช่วงเวลาได้แน่นอน
แบบฝึกหัด
ในปรัชญาการเมือง “the state of nature” มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?
- สภาพสมมติที่ไม่มีรัฐบาลหรืออำนาจส่วนกลาง
- ยุคที่ระบุเวลาได้แน่นอนและปกครองโดยกษัตริย์ยุคแรก
- สภาพทางกายภาพของป่าและสัตว์ป่า
ดูคำตอบ
สภาพสมมติที่ไม่มีรัฐบาลหรืออำนาจส่วนกลาง
how governments would have arisen in the first place. สำนวน
3:46วิธีที่รัฐบาลน่าจะเกิดขึ้นมาตั้งแต่แรก
get them to think about: get + คน + to + คำกริยา
ใน get them to think about โครงสร้าง get + คน + to + คำกริยา หมายถึงการทำให้ โน้มน้าว หรือชี้นำให้ใครทำบางอย่าง ในที่นี้ โครงสร้างนี้ทำให้ผู้อ่านของฮอบส์พิจารณาคำถามหนึ่ง โดย get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” คนจะอยู่ระหว่าง get กับกริยาที่มี to คือ get them to think โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ชื่อหรือกลุ่มคำนามได้ เช่น get Maya to check หรือ get the group to discuss
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง get + คน + to + คำกริยา: The coach used a simple question to ____ the players ____ think about teamwork.
ดูคำตอบ
get · to
in the first place: ถามถึงเหตุผลเดิมหรือจุดเริ่มต้น
ในประโยคนี้ in the first place พาความสนใจย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดของรัฐบาลว่า รัฐบาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไรตั้งแต่แรก วลีนี้ถามถึงสาเหตุแรกเริ่มหรือจุดเริ่มต้น ไม่ได้หมายถึงรายการลำดับแรก วลีนี้มักปรากฏในคำถามเพื่อทักท้วงหรือย้อนกลับไปพิจารณาเหตุผลเดิมของการกระทำ การตัดสินใจ หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมคำถามเมื่อผู้พูดต้องการถามถึงเหตุผลเดิม? Why did the team change the plan ___?
- first
- at first
- in the first place
ดูคำตอบ
in the first place
was that the state of nature would not have been a pretty place,
3:51คือสภาวะธรรมชาติน่าจะไม่ใช่สถานที่ที่สวยงามนัก
ใช้ Key to X was that ... เพื่อเน้นข้อเสนอหลัก
ในที่นี้ Key เป็นคำนามหลักของประธานเต็ม Key to Hobbes's argument วลีนี้ระบุแนวคิดที่สำคัญที่สุดในข้อโต้แย้งนั้น ไม่ใช่คำคุณศัพท์ key ที่ขาดคำนามตามหลัง รูปแบบ Key to X was that ... จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือเริ่มจากกำหนด X เป็นหัวข้อ แล้วใช้อนุประโยค that กล่าวข้อเสนอหลัก วิธีนี้ช่วยนำผู้ฟังไปสู่แนวคิดหลักของคำอธิบายที่ซับซ้อน
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ขาดหายไปเพื่อทำรูปแบบเป้าหมายให้สมบูรณ์: "____ the report's argument was that the policy affected rural areas differently."
ดูคำตอบ
Key to
left to their own devices: โดยไม่มีคำแนะนำจากภายนอก
Left to their own devices เป็นสำนวนที่หมายถึงการถูกปล่อยไว้โดยไม่มีคำแนะนำ การกำกับดูแล ความช่วยเหลือ หรือการควบคุมจากภายนอก จึงต้องกระทำตามวิจารณญาณและวิธีของตนเอง devices ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในทางไวยากรณ์ left ... เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่หมายถึง if they were left ... ในประโยคนี้ส่วนดังกล่าวขยาย humans และกำหนดเงื่อนไขของความขัดแย้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จึงไม่ได้เป็นการชื่นชมความเป็นอิสระ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่า เมื่อไม่มีคำแนะนำหรือการกำกับดูแล กลุ่มจะเลือกวิธีทำงานของตนเอง?
- Given new devices, the volunteers will organize the supplies more quickly.
- Left to their own devices, the volunteers will organize the supplies in whatever way seems best to them.
- Left alone, the volunteers will enjoy some quiet time before the meeting.
ดูคำตอบ
Left to their own devices, the volunteers will organize the supplies in whatever way seems best to them.
keep someone in awe: ทำให้ใครบางคนหวั่นเกรง เคารพ และเชื่อฟัง
ในประโยคนี้ keep them in awe หมายถึงการใช้อำนาจที่เหนือกว่าอย่างมากเพื่อทำให้ผู้คนยังคงหวาดกลัว เคารพ และเชื่อฟัง awe ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความชื่นชมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าตนมากด้วย โครงสร้าง keep + person + in + state หมายถึงทำให้ใครบางคนคงอยู่ในสภาวะหนึ่ง ในที่นี้มีการมองว่าอำนาจส่วนกลางควบคุมผู้คนอย่างต่อเนื่องด้วยพลังที่น่าเกรงขาม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “a central authority to keep them in awe” หมายถึงอะไร
- อำนาจที่ทรงพลังมากพอจะทำให้ผู้คนหวาดกลัว เคารพ และเชื่อฟัง
- อำนาจที่ปล่อยให้ผู้คนแก้ไขข้อพิพาททุกเรื่องกันเอง
- อำนาจที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้คนตลอดเวลาด้วยภาพอันน่าทึ่ง
ดูคำตอบ
อำนาจที่ทรงพลังมากพอจะทำให้ผู้คนหวาดกลัว เคารพ และเชื่อฟัง
descended into: แย่ลงจนเข้าสู่สภาพเชิงลบ
Descended into หมายถึงสถานการณ์ค่อย ๆ แย่ลงจนเข้าสู่สภาพที่ไม่น่าพึงประสงค์ การเคลื่อนลงด้านล่างในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบ ผู้คนไม่ได้เคลื่อนที่ลงต่ำจริง ๆ แต่ระเบียบสังคมกำลังเสื่อมลงจนกลายเป็นการโต้เถียง การต่อสู้กันเอง และการทะเลาะวิวาท ใช้ descend into + noun phrase เพื่ออธิบายกระบวนการที่ลงเอยด้วยสภาพเชิงลบ ในที่นี้ would quickly have descended กล่าวถึงผลในอดีตที่สมมุติขึ้น และ descended เป็นรูป past participle
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตสองคำของ descend ที่หมายถึง “แย่ลงและเข้าสู่สภาพเชิงลบ”: After the referee lost control, the match ____ chaos.
ดูคำตอบ
descended into
It would have been a little like the English Civil War,
4:05มันคงจะเหมือนสงครามกลางเมืองอังกฤษเล็กน้อย
ถ้อยคำอ้างอิงถึงฮอบส์ “nasty, brutish, and short”
คำคุณศัพท์สามคำนี้เป็นตอนท้ายที่รู้จักกันดีของคำบรรยายของฮอบส์เกี่ยวกับชีวิตใน “สภาวะธรรมชาติ” ซึ่งเป็นการทดลองทางความคิดที่ไม่มีรัฐบาลหรืออำนาจส่วนกลางร่วมกัน ในที่นี้ nasty หมายถึงโหดร้ายและไม่น่าอยู่ brutish หมายถึงป่าเถื่อนและรุนแรง ส่วน short หมายถึงชีวิตจบลงอย่างรวดเร็ว รายการสามส่วนที่สมดุลกันนี้เป็นบทสรุปที่รุนแรงและมองโลกในแง่ร้าย ไม่ใช่รายละเอียดสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้เขียนอาจยกมาหรือดัดแปลงเพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์วุ่นวายอื่นกับภาพอันมืดมนของฮอบส์
แบบฝึกหัด
ในพาดหัวข่าวสมัยใหม่ การอ้างถึง “nasty, brutish, and short” มักสื่อว่าเหตุการณ์มีลักษณะอย่างไร
- เหตุการณ์นั้นสงบ วางแผนมาอย่างรอบคอบ และยาวนาน
- เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในบริเตนและถูกย่อให้สั้นลงภายหลัง
- เหตุการณ์นั้นโหดร้ายหรือรุนแรงและจบลงอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
เหตุการณ์นั้นโหดร้ายหรือรุนแรงและจบลงอย่างรวดเร็ว
“As a result” ในฐานะคำเชื่อมบอกผล
As a result บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผลจากแนวคิดก่อนหน้า ในประโยคนี้ ภาพความโกลาหลที่กล่าวมาก่อนทำให้เกิดความกลัว และความกลัวนั้นทำให้ผู้คนจัดตั้งรัฐบาล เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคหลังวลีนี้ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งโดยชี้ย้อนกลับไปยังสาเหตุที่กล่าวไว้แล้ว และชี้ไปข้างหน้าสู่ผลที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มบอกเหตุผล
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่ทำให้ประโยคที่สองเป็นผลจากประโยคแรก: “The roads were icy. [blank], the school opened two hours late.”
- Because
- As a result
- For example
ดูคำตอบ
As a result
out of fear and dread of chaos: การใช้ out of เพื่อบอกแรงจูงใจ
ใน out of fear and dread of chaos โครงสร้าง out of + คำนามใช้บอกแรงจูงใจของการกระทำ กล่าวคือ ผู้คนลงมือทำเพราะความกลัวผลักดันพวกเขา ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากข้างในสถานที่แห่งหนึ่ง fear และ dread เป็นคำความหมายใกล้เคียงที่เชื่อมคู่กัน การใช้ทั้งสองคำจึงทำให้ความรู้สึกหวาดกลัวรุนแรงขึ้น ส่วน of chaos ระบุว่าสิ่งที่พวกเขากลัวคือความโกลาหล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย out of + คำนามที่หมายถึงความต้องการอยากรู้: Nora opened the old box ____, not because anyone asked her to.
ดูคำตอบ
out of curiosity
were led to form governments: รูปถูกกระทำ be led to + คำกริยา
ใน were led to form โครงสร้าง be led to + คำกริยารูปพื้นฐานหมายถึงสถานการณ์หรือเหตุผลบางอย่างผลักดันให้คนลงมือทำ ในที่นี้รูปถูกกระทำเน้นที่ผู้คนและการกระทำที่เกิดขึ้น พร้อมนำเสนออิทธิพลดังกล่าวเป็นสถานการณ์ที่ไม่ใช่บุคคล แทนที่จะระบุผู้กระทำอย่างชัดเจน รูปนี้มีความหมายเบากว่า were forced to form โดยสื่อว่ากระบวนการใช้เหตุผลหรือแรงกดดันนำคนไปสู่การกระทำ แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการบังคับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างรูปถูกกระทำ be led to + คำกริยา เพื่อแสดงว่าหลักฐานชักนำให้เกิดการกระทำโดยไม่ได้หมายถึงการบังคับโดยตรง?
- The researchers were forced to repeat the test by the new evidence.
- The new evidence led to the researchers repeating the test.
- The researchers were led to repeat the test by the new evidence.
ดูคำตอบ
The researchers were led to repeat the test by the new evidence.
fleeing into the arms of strong authority, สำนวน
4:30ด้วยการหนีเข้าไปสู่อ้อมแขนของอำนาจที่แข็งแกร่ง
under considerable compulsion: ภายใต้แรงกดดันภายนอกอย่างหนัก
under considerable compulsion หมายถึงการกระทำเพราะถูกบังคับหรืออยู่ภายใต้แรงกดดันจากภายนอกอย่างหนัก considerable เน้นระดับของ compulsion ว่าแรงกดดันนั้นมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวถูกวางให้ตรงข้ามกับ willingly การกระทำนั้นอาจดูเหมือนเป็นการเลือกเอง แต่ความกลัวและสถานการณ์จำกัดเสรีภาพในการเลือกอย่างมาก compulsion ในที่นี้หมายถึงแรงกดดันจากภายนอก ไม่ใช่แรงกระตุ้นทางจิตใจจากภายใน
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าพนักงานลงนามในแบบฟอร์มเพียงเพราะถูกขู่ว่าจะไล่ออก ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าการกระทำของพวกเขาไม่ได้เกิดจากความสมัครใจอย่างเต็มที่
- They signed the form with considerable enthusiasm.
- They signed the form under considerable compulsion.
- They signed the form after considerable reflection.
ดูคำตอบ
They signed the form under considerable compulsion.
fleeing into the arms of strong authority: การหันไปพึ่งผู้คุ้มครองที่ทรงอำนาจ
flee into the arms of someone or something เป็นอุปมา หมายถึงการหนีจากอันตรายอย่างหนึ่งแล้วหันไปพึ่งผู้คุ้มครอง อีกทั้งอาจสื่อถึงการพึ่งพิง เพราะผู้คุ้มครองรายใหม่มีอำนาจเหนือผู้ที่เข้ามาขอความคุ้มครอง strong authority ในที่นี้หมายถึงอำนาจปกครองที่เข้มแข็ง ไม่ใช่บุคคลที่แข็งแรงทางร่างกาย วลีนี้แสดงว่าผู้คนแสวงหาระเบียบและความปลอดภัยจากอำนาจนั้น พร้อมบอกเป็นนัยว่าความกลัวผลักดันให้พวกเขาหันไปหาอำนาจดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ flee into the arms of ในเชิงอุปมาเพื่อแสดงการหนีไปหาผู้คุ้มครองที่ทรงอำนาจ
- The child ran into her father's arms after school.
- Fearing more attacks, the public fled into the arms of a military ruler.
- The runners fled from the stadium when the alarm sounded.
ดูคำตอบ
Fearing more attacks, the public fled into the arms of a military ruler.
stifle opposition: กดปราบความเห็นต่างอย่างแข็งขัน
stifle opposition หมายถึงการกดปราบการต่อต้าน คำวิจารณ์ หรือความเห็นต่างที่รวมตัวกันอย่างแข็งขัน เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นถูกแสดงออกหรือเกิดผลได้ ในที่นี้ opposition หมายถึงผู้คนหรือกลุ่มกำลังที่ต่อต้านผู้ปกครอง ไม่ได้หมายถึงเพียงความคิดเห็นที่ตรงข้ามหนึ่งข้อ stifle สื่อถึงการป้องกันไม่ให้บางสิ่งพัฒนาขึ้นหรือมีผู้รับฟัง จึงมีน้ำหนักรุนแรงและเป็นการกดปราบมากกว่าการไม่เห็นด้วยกับฝ่ายต่อต้านเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “กดปราบการต่อต้านหรือความเห็นต่างอย่างแข็งขัน”: The chair used procedural tricks to ____ before the vote.
ดูคำตอบ
stifle opposition
imposed onerous taxes: กำหนดภาษีที่สร้างภาระหนัก
To impose taxes หมายถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดให้บุคคลหรือองค์กรต้องจ่ายภาษีอย่างเป็นทางการ คำกริยานี้เน้นอำนาจและข้อผูกมัด ไม่ใช่เพียงการขอให้จ่ายเงิน Onerous หมายถึงยากที่จะรับไหวเพราะสิ่งนั้นสร้างภาระหรือข้อผูกมัดที่หนัก ในที่นี้หมายความว่าภาษีสร้างภาระอย่างมาก ไม่ได้หมายเพียงว่ามีภาษีหลายประเภท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดให้ต้องจ่ายภาษีที่สร้างภาระหนักอย่างเป็นทางการ
- The government imposed onerous taxes on small businesses.
- The government collected overdue taxes from several companies.
- The government raised taxes slightly on luxury goods.
ดูคำตอบ
The government imposed onerous taxes on small businesses.
crippled the economy: ทำให้เศรษฐกิจแทบเป็นอัมพาต
Cripple the economy เป็นการเปรียบเทียบเศรษฐกิจเสมือนร่างกายที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว หมายถึงการทำลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจนการดำเนินงานตามปกติเป็นไปได้ยากมาก คำกริยา cripple มีน้ำหนักรุนแรงกว่า hurt หรือ slow มาก โดยสื่อถึงผลกระทบในวงกว้างที่ทำให้ระบบแทบใช้งานไม่ได้ ไม่ใช่การลดลงเล็กน้อยหรือความไม่สะดวกชั่วคราว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้แนวคิดของ crippled ได้เป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อสื่อถึงความเสียหายรุนแรงที่ขัดขวางการทำงานตามปกติ
- A cyberattack crippled the hospital's computer network, leaving staff unable to access patient records.
- A software update slowed the hospital's computers for two minutes.
- The hospital replaced three old computer screens during the weekend.
ดูคำตอบ
A cyberattack crippled the hospital's computer network, leaving staff unable to access patient records.
lock someone up: จำคุกใครสักคน
ในที่นี้ locked up มีคนเป็นกรรมและหมายถึงนำคนเหล่านั้นเข้าคุกหรือควบคุมตัวไว้ Dissidents คือผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลอย่างเปิดเผย ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงการกักขัง ไม่ใช่เพียงการใช้กุญแจล็อกสิ่งของ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ lock someone up ซึ่งเป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ คำนามอาจอยู่หลัง up หรืออยู่ระหว่าง lock กับ up ก็ได้ แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง เช่น lock them up
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ locked up หมายความว่าอะไร? "The police locked up the suspect overnight."
- ขอให้ผู้ต้องสงสัยออกไป
- ใช้กุญแจล็อกทรัพย์สินของผู้ต้องสงสัย
- ควบคุมตัวหรือจำคุกผู้ต้องสงสัย
ดูคำตอบ
ควบคุมตัวหรือจำคุกผู้ต้องสงสัย
willy-nilly: โดยไม่มีแผนหรือกฎที่ชัดเจน
ในที่นี้ willy-nilly เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย locked up หมายความว่าผู้เห็นต่างถูกจำคุกอย่างไม่เลือกหน้า โดยไม่มีกฎเกณฑ์ที่สม่ำเสมอหรือการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ได้บอกว่าผู้เห็นต่างเต็มใจหรือไม่ เมื่อ willy-nilly กล่าวถึงวิธีดำเนินการหรือตัดสินใจ คำนี้มักวิจารณ์ว่าวิธีนั้นสะเปะสะปะ ขาดการควบคุม หรือไม่รอบคอบ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ willy-nilly หมายความว่าอะไร? "The council approved projects willy-nilly, with no budget checks."
- ตามกระบวนการที่เข้มงวดและสม่ำเสมอ
- โดยไม่มีระบบที่ชัดเจนหรือการตรวจสอบอย่างรอบคอบ
- ทั้งที่สมาชิกทุกคนไม่เต็มใจ
ดูคำตอบ
โดยไม่มีระบบที่ชัดเจนหรือการตรวจสอบอย่างรอบคอบ
if ... this was absolutely no reason to: ยอมรับเงื่อนไขแต่ไม่ถือว่าเป็นเหตุผลรองรับการกระทำ
อนุประโยค if เสนอชุดเงื่อนไขที่สมมติขึ้นทั้งหมด ได้แก่ ผู้ปกครองปราบปรามฝ่ายต่อต้าน เก็บภาษีหนัก ทำลายเศรษฐกิจ และจำคุกผู้เห็นต่าง ประโยคไม่ได้เห็นชอบกับการกระทำเหล่านี้ แต่ยอมรับไว้ชั่วคราวในฐานะข้อสมมติของเหตุผลที่กำลังนำเสนอ อนุประโยคหลักให้ข้อสรุป This ย้อนอ้างถึงรายการเงื่อนไขทั้งหมด และ was absolutely no reason to หมายความว่า ตามจุดยืนที่กำลังนำเสนอ แม้เงื่อนไขเหล่านั้นจะเป็นจริงทั้งหมด ก็ยังไม่ทำให้การกระทำที่กล่าวถึงมีเหตุผลอันชอบธรรม โครงสร้าง if X, this/that is no reason to Y ใช้ยอมรับ X แต่ปฏิเสธว่า Y เป็นการตอบสนองที่สมเหตุสมผล ในที่นี้ merely ทำให้การกระทำเลวร้ายเหล่านั้นถูกมองว่ายังไม่เพียงพอในตัวเอง ส่วน absolutely เน้นการปฏิเสธให้หนักแน่นขึ้น ทั้งสองคำทำให้จุดยืนนี้ฟังดูไม่ยอมประนีประนอมอย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความโครงสร้างของประโยคนี้ได้ตรงที่สุด: "If the data are incomplete, that is no reason to ignore them entirely."
- ผู้พูดเห็นชอบกับการเก็บข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
- ข้อมูลไม่ครบถ้วน ดังนั้นจึงต้องเพิกเฉยต่อข้อมูล
- ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วน แต่เรื่องนั้นไม่ได้ทำให้การเพิกเฉยต่อข้อมูลเป็นสิ่งที่มีเหตุผล
- เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ข้อมูลที่ครบถ้วน
ดูคำตอบ
ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วน แต่เรื่องนั้นไม่ได้ทำให้การเพิกเฉยต่อข้อมูลเป็นสิ่งที่มีเหตุผล
Take to the streets: การประท้วงในที่สาธารณะ
ในประโยคนี้ take to the streets หมายถึงการละจากกิจวัตรตามปกติแล้วไปรวมตัวในพื้นที่สาธารณะเพื่อประท้วงหรือเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือสังคม คำที่ตามมาคือ demand a change of government ระบุจุดประสงค์นี้ไว้อย่างชัดเจน สำนวนนี้บรรยายการเคลื่อนไหวร่วมกันที่สาธารณชนมองเห็น ไม่ใช่แค่การเดินหรือเดินทางไปตามถนน ในข่าวและงานเขียนทางประวัติศาสตร์ สำนวนนี้มักสื่อถึงการชุมนุมประท้วง ความไม่สงบ หรือการเคลื่อนไหวของประชาชนจำนวนมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการรวมตัวในที่สาธารณะเพื่อประท้วง: After the unfair ruling, thousands of residents ____ to demand reform.
ดูคำตอบ
took to the streets
which is perpetual war of every man against his neighbor,
5:12ซึ่งก็คือสงครามชั่วนิรันดร์ของมนุษย์ทุกคนที่ต่อต้านเพื่อนบ้านของเขา
Fancy many evil consequences: fancy หมายถึงจินตนาการ
ในที่นี้ fancy เป็นคำกริยาที่หมายถึงจินตนาการ สมมติ หรือนึกภาพบางสิ่งในใจ Men may fancy many evil consequences หมายความว่า ผู้คนอาจจินตนาการถึงผลเสียมากมายจากอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด นี่เป็นการใช้แบบวรรณกรรมในสมัยก่อน การรู้ความหมายนี้ช่วยให้ติดตามข้อโต้แย้งได้ ประโยคยอมรับก่อนว่าผู้คนอาจคาดการณ์ผลร้าย แล้วจึงกล่าวว่าทางเลือกอีกแบบมีผลที่เลวร้ายยิ่งกว่า
แบบฝึกหัด
ในประโยค "People may fancy many dangers ahead," คำว่า fancy ในความหมายทางวรรณกรรมแบบเก่าหมายถึงอะไร?
- ต้องการหรือรู้สึกอยาก
- จินตนาการหรือสมมติ
- หรูหราหรือดูมีราคาแพง
ดูคำตอบ
จินตนาการหรือสมมติ
want of it ในความหมายว่า “การไม่มีสิ่งนั้น”
ในประโยคนี้ want เป็นคำนามที่หมายถึง “การขาด” หรือ “การไม่มีอยู่” ดังนั้น the want of it จึงหมายถึงการไม่มีสิ่งนั้น ไม่ใช่การต้องการหรือปรารถนาสิ่งนั้น it หมายถึงอำนาจบังคับร่วมที่กล่าวถึงในข้อโต้แย้ง วลีคำนามนี้ระบุภาวะที่ขาดหายไปในด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ กล่าวคือ นำผลเสียจากการมีอำนาจนั้นมาเทียบกับผลเสียจากการไม่มีอำนาจนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ want of + คำนาม/คำสรรพนาม โดย want ใช้ในความหมายเก่าว่า “การขาด”
แบบฝึกหัด
the want of it ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- การไม่มีสิ่งนั้น
- ความปรารถนาที่จะได้สิ่งนั้น
- การใช้สิ่งนั้นในทางที่ผิด
ดูคำตอบ
การไม่มีสิ่งนั้น
an inclination to + คำกริยา
An inclination to do something หมายถึงแนวโน้มหรือความโน้มเอียงตามธรรมชาติที่จะทำสิ่งนั้น วลีนี้บอกว่าบุคคลนั้นมีโอกาสหรือมีความโน้มเอียงที่จะทำเช่นนั้นมากกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในที่นี้ with นำ an inclination to do wicked deeds มาเป็นลักษณะที่ผู้ปกครองซึ่งอาจปรากฏตัวขึ้นอาจมี โครงสร้างคือ an inclination to + คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้ inclination เพื่อแสดงแนวโน้ม ไม่ใช่แผนที่ตัดสินใจแล้ว: Lena has ____ check every detail twice.
ดูคำตอบ
an inclination to
as "human affairs cannot be without some inconvenience."
5:27เพราะ "กิจการของมนุษย์ไม่สามารถปราศจากความไม่สะดวกบางอย่างได้"
have a duty to obey: การแสดงหน้าที่ผูกพัน
Have a duty to + คำกริยา หมายถึงมีหน้าที่ผูกพันทางศีลธรรม กฎหมาย หรือสถาบันที่จะต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วลีนี้บอกถึงหน้าที่ ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัว ในที่นี้ have a duty to obey เป็นการถ่ายทอดจุดยืนของฮอบส์ว่า แม้ผู้ปกครองจะก่อความไม่สะดวกหรือประพฤติไม่ดี ประชาชนก็ยังมีหน้าที่ต้องเชื่อฟังผู้ปกครองคนนั้นอยู่ นี่เป็นการนำเสนอข้อโต้แย้งของเขา ไม่ใช่คำตัดสินทางศีลธรรมที่ใช้ได้เป็นสากลของผู้บรรยาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ”: Even when they disagree, officials ____ a lawful court order.
ดูคำตอบ
have a duty to obey
If ... could ..., there would be no need at all ...: เงื่อนไขสมมติ
โครงสร้าง if + ประธาน + could + คำกริยา, ... would + คำกริยา ใช้นำเสนอเงื่อนไขสมมติและผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ could บอกถึงความสามารถที่อาจมีได้ภายใต้สมมตินั้น ในที่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ can เงื่อนไขนี้จินตนาการว่าผู้คนสามารถปกครองตนเองได้ ส่วนผลลัพธ์บอกว่าถ้าเป็นเช่นนั้น อำนาจบังคับร่วมกันก็จะไม่จำเป็นเลย No need at all เน้นความหมายปฏิเสธให้แรงขึ้น และรูปเก่า no need ... of มีความหมายตรงกับรูปสมัยใหม่ no need ... for ข้อโต้แย้งนี้สื่อว่าฮอบส์ไม่คิดว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นจริงในโลกความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอความสามารถเชิงสมมติในปัจจุบันและผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้?
- If people could solve every conflict themselves, there would be no need for courts.
- If people can solve every conflict themselves, there will be no need for courts.
- When people solved every conflict themselves, there was no need for courts.
ดูคำตอบ
If people could solve every conflict themselves, there would be no need for courts.
complaineth of that whereof he is the author himself, การใช้คำ
5:48ก็คือบ่นถึงสิ่งที่ตนเองเป็นผู้ก่อมันขึ้น
complaineth ... whereof ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่
complaineth เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามในภาษาอังกฤษยุคต้นสมัยใหม่ ซึ่งตรงกับ complains ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน ส่วนท้าย -eth ทำหน้าที่เดียวกับที่ปัจจุบันมักใช้ -s whereof หมายถึง of which หรือ of what ใน that whereof he is the author คำนี้เชื่อมกลับไปหา that ถ้าใช้รูปแบบสมัยใหม่จะเป็น that of which he himself is the author โดย where ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมรูปสมัยใหม่ที่ตรงกับ complaineth และ whereof: “He ____ of that ____ he is himself the cause.”
ดูคำตอบ
complains · of which
the author himself ในความหมายว่าผู้รับผิดชอบเอง
author ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนที่เขียนหนังสือ แต่หมายถึงผู้ริเริ่ม ผู้ให้อำนาจ หรือผู้รับผิดชอบต่อการกระทำหนึ่ง ในข้อโต้แย้งนี้ บุคคลนั้นถูกเรียกว่า author เพราะเขาได้ให้อำนาจแก่องค์อธิปัตย์ himself เป็นคำเน้นย้ำว่าผู้ที่เป็น author คือเขาเอง ไม่ใช่คนอื่น และไม่ได้เป็นกรรมสะท้อนกลับในที่นี้
แบบฝึกหัด
ใน “The coach himself was the author of the new rule,” คำว่า author หมายถึงอะไร
- ผู้ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับกฎนั้น
- ผู้ที่สร้างหรืออนุมัติกฎนั้น
- ผู้ที่อ่านกฎนั้นออกเสียงดัง
ดูคำตอบ
ผู้ที่สร้างหรืออนุมัติกฎนั้น
ought not to accuse any man but himself: but ในความหมายว่า “ยกเว้น”
ในโครงสร้าง not ... any ... but ... คำว่า but หมายถึง “ยกเว้น” ขอบเขตการปฏิเสธครอบคลุม any man จึงหมายความว่าไม่ควรกล่าวโทษใครนอกจากตัวเขาเอง ถ้าพูดเป็นภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่เป็นธรรมชาติกว่า ก็คือเขาควรโทษเพียงตัวเองเท่านั้น Ought not to สื่อถึงสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรมหรือสิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทางกายภาพ ประโยคนี้ตัดสินว่าเขาควรโทษใคร ไม่ได้บอกว่าเขาไม่มีความสามารถจะโทษคนอื่น
แบบฝึกหัด
ข้อใดถ่ายทอดความหมายของ “He ought not to accuse any man but himself” ได้ดีที่สุด
- เขาควรโทษทั้งตัวเองและคนอื่นทุกคน
- เขาควรโทษเพียงตัวเองเท่านั้น
- เขาไม่สามารถโทษใครได้เลย รวมถึงตัวเอง
ดูคำตอบ
เขาควรโทษเพียงตัวเองเท่านั้น
In our more optimistic moments: สภาพจิตใจชั่วคราว
ในที่นี้ In our more optimistic moments หมายถึง “เมื่อเรารู้สึกมีความหวังค่อนข้างมากขึ้น” Moments หมายถึงช่วงเวลาหรือสภาพจิตใจที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงชั่วขณะสั้น ๆ ที่วัดได้อย่างแม่นยำ More เป็นการเปรียบเทียบ หมายถึงมุมมองในช่วงนี้มองโลกในแง่ดีกว่าช่วงที่มีความหวังน้อยกว่า การใช้ our ทำให้ผู้พูดรวมผู้ฟังไว้ในความรู้สึกนั้นด้วย วลีนี้ช่วยจำกัดข้อความที่ตามมาอย่างนุ่มนวล โดยนำเสนอว่าเป็นความหวังที่เกิดขึ้นภายใต้สภาพจิตใจบางอย่าง ไม่ใช่ความเชื่อที่คงอยู่ตลอดไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าความเชื่อนี้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่กลุ่มรู้สึกมีความหวังค่อนข้างมากขึ้น
- In our more optimistic moments, we believe the plan can still work.
- We are always optimistic, so we know the plan will work.
- The plan works only for a few moments.
ดูคำตอบ
In our more optimistic moments, we believe the plan can still work.
but it seems Hobbes's name will always be relevant and fresh again
6:06แต่ดูเหมือนชื่อของฮอบส์จะเกี่ยวข้องและกลับมาสดใหม่อีกครั้งเสมอ
motivated by a search for liberty: อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว
วลี motivated by a search for liberty ที่คั่นด้วยจุลภาคขยายคำว่า revolutions โดยบอกว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิวัติ ไม่ได้บอกว่าอะไรส่งผลต่อ Hobbes's name นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว โดย revolutions, which are motivated by a search for liberty, ย่อเป็น revolutions, motivated by a search for liberty คำว่า motivated เป็นกริยาช่องสามที่แสดงความสัมพันธ์แบบถูกกระทำ และไม่ได้หมายความว่าการปฏิวัติจบลงแล้ว
แบบฝึกหัด
เขียนอนุประโยคสัมพันธ์ในวงเล็บเหลี่ยมใหม่ให้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว The policy, [which was motivated by concern for public safety], received broad support. The policy, ____, received broad support.
ดูคำตอบ
motivated by concern for public safety
go horribly awry: ผิดไปจากที่ตั้งใจอย่างรุนแรง
Go awry หมายถึงการที่สิ่งหนึ่งพัฒนาไปในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ประสบความสำเร็จ หรือก่อให้เกิดความเสียหาย ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าการปฏิวัติเคลื่อนที่ไปยังสถานที่อื่น แต่หมายถึงผลลัพธ์ของมันเบี่ยงเบนอย่างรุนแรงจากความหวังที่เป็นแรงผลักดัน Go ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมที่แสดงการเปลี่ยนสภาพก่อนคำคุณศัพท์ awry ส่วน horribly เพิ่มระดับความรุนแรง ดังนั้น go horribly awry จึงหนักแน่นและน่าตกใจกว่าการบอกว่าสิ่งหนึ่งมีปัญหาเล็กน้อยมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถอดความ The project went horribly awry ได้ดีที่สุด
- โครงการย้ายไปยังสถานที่อื่นที่อยู่ไกลออกไป
- แม้จะมีแผนอยู่แล้ว แต่โครงการกลับเกิดปัญหาร้ายแรงและเบี่ยงออกจากแนวทางที่ตั้งใจไว้อย่างมาก
- โครงการมีปัญหาเล็กน้อยหนึ่งอย่าง แต่นอกนั้นยังดำเนินไปตามแผน
ดูคำตอบ
แม้จะมีแผนอยู่แล้ว แต่โครงการกลับเกิดปัญหาร้ายแรงและเบี่ยงออกจากแนวทางที่ตั้งใจไว้อย่างมาก
without partiality, without application, and without other design: การปฏิเสธแบบขนาน
วลีสามวลีที่ขึ้นต้นด้วย without เป็นส่วนขยายแบบขนานของ had written the book แต่ละวลีแยกตัดแรงจูงใจออกคนละอย่าง โดย application และ other design ไม่ใช่กรรมที่ขึ้นกับ partiality การซ้ำคำไว้ต้นวลีเช่นนี้เรียกว่า anaphora ซึ่งค่อย ๆ ขยายขอบเขตการปฏิเสธทีละรายการและสร้างจังหวะแบบเป็นทางการ ส่วนท้าย other design than to ... ปิดการไล่เรียงด้วยการเหลือไว้เพียงจุดประสงค์เดียวที่ผู้เขียนระบุ
แบบฝึกหัด
การซ้ำ without ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร
- นำเสนอสิ่งที่ถูกตัดออกสามอย่างแยกกันด้วยน้ำหนักเท่ากัน แล้วนำไปสู่จุดประสงค์เดียวที่ผู้เขียนระบุ
- ทำให้ application และ design เป็นตัวอย่างของ partiality
- เปลี่ยนประโยคให้เป็นข้อความสามข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
นำเสนอสิ่งที่ถูกตัดออกสามอย่างแยกกันด้วยน้ำหนักเท่ากัน แล้วนำไปสู่จุดประสงค์เดียวที่ผู้เขียนระบุ
without application ... without other design: ความหมายแบบเก่า
ในสำนวนทางการแบบเก่านี้ application หมายถึงการนำข้อโต้แย้งไปใช้หรือมุ่งไปยังบุคคล กรณี หรือสถานการณ์ร่วมสมัยที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้น without application จึงปฏิเสธว่ามีเป้าหมายเฉพาะที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในขณะนั้น ไม่ได้หมายถึงใบสมัครหรือซอฟต์แวร์ ในที่นี้ design หมายถึงเจตนาหรือจุดประสงค์ โครงสร้าง without other design than to + คำกริยา หมายถึงไม่มีจุดประสงค์อื่นนอกจากทำสิ่งนั้น อนุประโยค than to ระบุจุดประสงค์เดียวที่ผู้เขียนยอมรับว่ามี
แบบฝึกหัด
without application และ without other design หมายถึงอะไรในข้อความนี้
- ปฏิเสธว่าหนังสือมีแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์หรือการออกแบบด้านภาพ
- ปฏิเสธว่ามีเป้าหมายเฉพาะที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในขณะนั้น และปฏิเสธจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากสิ่งที่ than to นำมา
- บอกว่าผู้เขียนไม่ได้ยื่นใบสมัครและไม่ได้วางแผนหนังสือ
ดูคำตอบ
ปฏิเสธว่ามีเป้าหมายเฉพาะที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในขณะนั้น และปฏิเสธจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากสิ่งที่ than to นำมา
set before men's eyes: นำเสนอแนวคิดให้เห็นอย่างชัดเจน
ในประโยคนี้ set before men's eyes หมายถึงการนำเสนอสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้คนมองเห็นและเข้าใจ สิ่งที่ฮอบส์นำเสนอไม่ใช่วัตถุจริง แต่เป็นความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างการคุ้มครองกับการเชื่อฟัง วลีนี้ใช้ภาพเปรียบเทียบทางสายตา โดยพูดถึงแนวคิดนามธรรมราวกับว่าสามารถนำไปวางไว้ตรงหน้าผู้คนได้ ในข้อความเก่านี้ men's หมายถึงผู้คนทั่วไป ไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้อ่านชาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ set before men's eyes หมายความว่าอย่างไร
- ป้องกันไม่ให้ผู้คนสังเกตเห็นความสัมพันธ์
- วางวัตถุจริงไว้ตรงหน้าดวงตาของผู้คน
- นำเสนอความสัมพันธ์อย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้คนเข้าใจ
ดูคำตอบ
นำเสนอความสัมพันธ์อย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้คนเข้าใจ